๕. ปญฺจกนิทฺเทสวณฺณนา

๑๙๑. ปญฺจเก – ตตฺราติ เตสุ ‘‘อารภติ จ วิปฺปฏิสารี จ โหตี’’ติอาทินา นเยน เหฏฺฐา อุทฺทิฏฺฐปุคฺคเลสุ. ยฺวายนฺติ โย อยํ. อารภตีติ เอตฺถ อารมฺภสทฺโท กมฺมกิริยาหึสนวีริยวิโกปนาปตฺติวีติกฺกเมสุ วตฺตติ. ตถา เหส ‘‘ยํกิญฺจิ ทุกฺขํ สมฺโภติ, สพฺพํ อารมฺภปจฺจยา’’ติ (สุ. นิ. ๗๔๘) กมฺเม อาคโต. ‘‘มหายญฺญา มหารมฺภา, น เต โหนฺติ มหปฺผลา’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๙) กิริยายํ. ‘‘สมณํ โคตมํ อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๒.๕๑-๕๒) หึสเน. ‘‘อารภถ, นิกฺขมถ, ยุญฺชถ พุทฺธสาสเน’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๘๕) วีริเย. ‘‘พีชคามภูตคามสมารมฺภา ปฏิวิรโต โหตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๐, ๑๙๔; ม. นิ. ๑.๒๙๓) วิโกปเน. ‘‘อารภติ จ วิปฺปฏิสารี จ โหตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๔๒) อยํ ปน อาปตฺติวีติกฺกเม อาคโต. ตสฺมา อาปตฺติวีติกฺกมวเสน อารภติ เจว ตปฺปจฺจยา วิปฺปฏิสารี จ โหตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ.

ยถาภูตํ นปฺปชานาตีติ อนธิคตตฺตา ยถาสภาวโต น ชานาติ. ยตฺถสฺสาติ ยสฺมึ อสฺส, ยํ ฐานํ ปตฺวา เอตสฺส ปุคฺคลสฺส อุปฺปนฺนา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อปริเสสา นิรุชฺฌนฺตีติ อตฺโถ. กึ ปน ปตฺวา เต นิรุชฺฌนฺตีติ? อรหตฺตมคฺคํ. ผลปฺปตฺตสฺส ปน นิรุทฺธา นาม โหนฺติ. เอวํ สนฺเตปิ อิธ มคฺคกิจฺจวเสน ผลเมว วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อารมฺภชาติ อาปตฺติวีติกฺกมสมฺภวา. วิปฺปฏิสารชาติ วิปฺปฏิสารโต ชาตา. ปวฑฺฒนฺตีติ ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชเนน วฑฺฒนฺติ. สาธูติ อายาจนสาธุ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยาว อปรทฺธญฺจ วต อายสฺมตา, เอวํ สนฺเตปิ มยํ อายสฺมนฺตํ ยาจาม – ‘‘เทเสตพฺพยุตฺตกสฺส เทสนาย, วุฏฺฐาตพฺพยุตฺตกสฺส วุฏฺฐาเนน, อาวิกาตพฺพยุตฺตกสฺส อาวิกิริยาย, อารมฺภเช อาสเว ปหาย, สุทฺธนฺเต ฐิตภาวปจฺจเวกฺขเณน วิปฺปฏิสารเช อาสเว ปฏิวิโนเทตฺวา นีหริตฺวา วิปสฺสนาจิตฺตญฺเจว วิปสฺสนาปญฺญญฺจ ภาเวตู’’ติ. อมุนา ปญฺจเมน ปุคฺคเลนาติ เอเตน ปญฺจเมน ขีณาสวปุคฺคเลน. สมสโม ภวิสฺสตีติ โลกุตฺตรคุเณหิ สมภาเวเนว สโม ภวิสฺสตีติ เอวํ ขีณาสเวน โอวทิตพฺโพติ อตฺโถ.

อารภติ น วิปฺปฏิสารี โหตีติ อาปตฺตึ อาปชฺชติ. ตํ ปน เทเสตุํ สภาคปุคฺคลํ ปริเยสติ. ตสฺมา น วิปฺปฏิสารี โหติ. องฺคุตฺตรฏฺฐกถายํ ปน ‘‘วุฏฺฐิตตฺตา น วิปฺปฏิสารี โหตี’’ติ วุตฺตํ. น อารภติ วิปฺปฏิสารี โหตีติ อาปตฺตึ นาปชฺชติ, วินยปญฺญตฺติยํ ปน อโกวิทตฺตา อนาปตฺติยํ อาปตฺติสญฺญี หุตฺวา วิปฺปฏิสารี โหติ. องฺคุตฺตรฏฺฐกถายํ ปน ‘‘สกึ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ตโต วุฏฺฐาย ปจฺฉา กิญฺจาปิ นาปชฺชติ, วิปฺปฏิสารํ ปน วิโนเทตุํ น สกฺโกตี’’ติ วุตฺตํ. น อารภติ น วิปฺปฏิสารี โหตีติ เนว อาปตฺตึ อาปชฺชติ, น วิปฺปฏิสารี โหติ. กตโม ปเนส ปุคฺคโลติ? โอสฺสฏฺฐวีริยปุคฺคโล. โส หิ ‘‘กึ เม อิมสฺมึ พุทฺธกาเล ปรินิพฺพาเนน, อนาคเต เมตฺเตยฺยสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ วิสุทฺธสีโลปิ ปฏิปตฺตึ น ปูเรติ. โสปิ ‘‘กิมตฺถํ อายสฺมา ปมตฺโต วิหรติ ปุถุชฺชนสฺส นาม คติ อนิพทฺธา. อายสฺมา หิ เมตฺเตยฺยสมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สมฺมุขภาวํ ลเภยฺยปิ น ลเภยฺยาปีติ อรหตฺตตฺถาย วิปสฺสนํ ภาเวหี’’ติ โอวทิตพฺโพว. เสสํ สพฺพตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๑๙๒. ทตฺวา อวชานาตีติอาทีสุ – เอโก ภิกฺขุ มหาปุญฺโญ จตุปจฺจยลาภี โหติ. โส จีวราทีนิ ลภิตฺวา อญฺญํ อปฺปปุญฺญํ อาปุจฺฉติ. โสปิ ตสฺมึ ปุนปฺปุนํ อาปุจฺฉนฺเตปิ คณฺหาติเยว. อถสฺส อิตโร โถกํ กุปิโต หุตฺวา มงฺกุภาวํ อุปฺปาเทตุกาโม วทติ – ‘‘อยํ อตฺตโน ธมฺมตาย จีวราทีนิ น ลภติ, อเมฺห นิสฺสาย ลภตี’’ติ. เอวํ ปุคฺคโล ทตฺวา อวชานาติ นาม. เอโก ปน เอเกน สทฺธึ เทฺว ตีณิ วสฺสานิ วสนฺโต ปุพฺเพ ตํ ปุคฺคลํ ครุํ กตฺวา ปจฺฉา คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล จิตฺตีการํ น กโรติ, อาสนาปิ น วุฏฺฐาติ, อุปฏฺฐานมฺปิ น คจฺฉติ. เอวํ ปุคฺคโล สํวาเสน อวชานาติ นาม.

อาเธยฺยมุโขติ อาทิโต เธยฺยมุโข. ปฐมวจนสฺมึเยว ฐปิตมุโขติ อตฺโถ. อธิมุจฺจิตา โหตีติ สทฺธาตา โหติ. ตตฺรายํ นโย – เอโก ปุคฺคโล สารุปฺปํเยว ภิกฺขุํ ‘อสารุปฺโป เอโส’ติ กเถติ, ตํ สุตฺวา เอส นิฏฺฐํ คจฺฉติ. ปุน อญฺเญน สภาเคน ภิกฺขุนา ‘สารุปฺโป อย’นฺติ วุตฺเตปิ ตสฺส วจนํ น คณฺหาติ ‘‘อสุเกน นาม ‘อสารุปฺโป อย’นฺติ อมฺหากํ กถิต’’นฺติ ปุริมภิกฺขุโนว กถํ คณฺหาติ. อปโรปิสฺส ทุสฺสีลํ ‘สีลวา’ติ กเถติ. ตสฺส วจนํ สทฺทหิตฺวา ปุน อญฺเญน ‘‘อสารุปฺโป เอส ภิกฺขุ, นายํ ตุมฺหากํ สนฺติกํ อุปสงฺกมิตุํ ยุตฺโต’’ติ วุตฺโตปิ ตสฺส วจนํ อคฺคเหตฺวา ปุริมสฺเสว กถํ คณฺหาติ. อปโร วณฺณมฺปิ กถิตํ คณฺหาติ, อวณฺณมฺปิ กถิตํ คณฺหาติเยว. อยมฺปิ อาเธยฺยมุโขเยว นาม. อาธาตพฺพมุโข ยํ ยํ สุณาติ, ตตฺถ ตตฺถ ฐปิตมุโขติ อตฺโถ.

โลโลติ สทฺธาทีนํ อิตฺตรกาลฏฺฐิติกตฺตา อสฺสทฺธิยาทีหิ ลุลิตภาเวน โลโล. อิตฺตรสทฺโธติ ปริตฺตสทฺโธ, อปริปุณฺณสทฺโธ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ ปน ปุนปฺปุนํ ภชนวเสน สทฺธาว ภตฺติ. เปมํ สทฺธาเปมํ เคหสิตเปมมฺปิ วฏฺฏติ. ปสาโท สทฺธาปสาโทว. เอวํ ปุคฺคโล โลโล โหตีติ เอวํ อิตฺตรสทฺธาทิตาย ปุคฺคโล โลโล นาม โหติ. หลิทฺทิราโค วิย, ถุสราสิมฺหิ โกฏฺฏิตขาณุโก วิย, อสฺสปิฏฺฐิยํ ฐปิตกุมฺภณฺฑํ วิย จ อนิพทฺธฏฺฐาโน มุหุตฺเตน ปสีทติ, มุหุตฺเตน กุปฺปติ.

มนฺโท โมมูโหติ อญฺญาณภาเวน มนฺโท อวิสทตาย โมมูโห. มหามูโฬฺหติ อตฺโถ.

๑๙๓. โยธาชีวูปเมสุ – โยธาชีวาติ ยุทฺธูปชีวิโน. รชคฺคนฺติ หตฺถิอสฺสาทีนํ ปาทปฺปหารภินฺนาย ภูมิยา อุคฺคตํ รชกฺขนฺธํ. น สนฺถมฺภตีติ สนฺถมฺภิตฺวา ฐาตุํ น สกฺโกติ. สหติ รชคฺคนฺติ รชกฺขนฺธํ ทิสฺวาปิ อธิวาเสติ. ธชคฺคนฺติ หตฺถิอสฺสาทิปิฏฺเฐสุ วา รเถสุ วา อุสฺสาปิตานํ ธชานํ อคฺคํ. อุสฺสารณนฺติ หตฺถิอสฺสรถาทีนญฺเจว พลกายสฺส จ อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทํ. สมฺปหาเรติ สมาคเต อปฺปมตฺตเกปิ ปหาเร. หญฺญตีติ วิหญฺญติ, วิฆาตํ อาปชฺชติ. พฺยาปชฺชตีติ วิปตฺตึ อาปชฺชติ, ปกติภาวํ ชหติ. สหติ สมฺปหารนฺติ เทฺว ตโย ปหาเร ปตฺวาปิ สหติ, อธิวาเสติ. ตเมว สงฺคามสีสนฺติ ตเมว ชยขนฺธาวารฏฺฐานํ. อชฺฌาวสตีติ สตฺตาหมตฺตํ อภิภวิตฺวา อาวสติ. กึ การณา? ลทฺธปฺปหารานํ ปหารชคฺคนตฺถญฺเจว กตกมฺมานํ วิเสสํ ญตฺวา ฐานนฺตรทานตฺถญฺจ อิสฺสริยสุขานุภวนตฺถญฺจ.

๑๙๔. อิทานิ ยสฺมา สตฺถุ โยธาชีเวหิ กิจฺจํ นตฺถิ, อิมสฺมึ ปน สาสเน ตถารูเป ปญฺจ ปุคฺคเล ทสฺเสตุํ อิทํ โอปมฺมํ อาภตํ, ตสฺมา เต ปุคฺคเล ทสฺเสนฺโต เอวเมวนฺติอาทิมาห.

ตตฺถ สํสีทตีติ มิจฺฉาวิตกฺกสฺมึ วิสีทติ, อนุปวิสติ. น สกฺโกติ พฺรหฺมจริยํ สนฺธาเรตุนฺติ พฺรหฺมจริยวาสํ อนุปจฺฉิชฺชมานํ โคเปตุํ น สกฺโกติ. สิกฺขาทุพฺพลฺยํ อาวิกตฺวาติ สิกฺขาย ทุพฺพลภาวํ ปกาเสตฺวา. กิมสฺส รชคฺคสฺมินฺติ กึ ตสฺส ปุคฺคลสฺส รชคฺคํ นามาติ วทติ. อภิรูปาติ อภิรูปวตี. ทสฺสนียาติ ทสฺสนโยคฺคา. ปาสาทิกาติ ทสฺสเนเนว จิตฺตปฺปสาทาวหา. ปรมายาติ อุตฺตมาย. วณฺณโปกฺขรตายาติ สรีรวณฺเณน เจว องฺคสณฺฐาเนน จ.

๑๙๖. อูหสตีติ อวหสติ. อุลฺลปตีติ กเถติ. อุชฺชคฺฆตีติ ปาณึ ปหริตฺวา มหาหสิตํ หสติ. อุปฺปณฺเฑตีติ อุปฺปณฺฑนกถํ กเถติ.

๑๙๗. อภินิสีทตีติ อภิภวิตฺวา สนฺติเก วา เอกาสเน วา นิสีทติ. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. อชฺโฌตฺถรตีติ อวตฺถรติ.

๑๙๘. วินิเวเฐตฺวา วินิโมเจตฺวาติ คหิตฏฺฐานโต ตสฺส หตฺถํ วินิเวเฐตฺวา เจว, โมเจตฺวา จ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว.

๑๙๙. ปิณฺฑปาติเกสุ – มนฺทตฺตา โมมูหตฺตาติ เนว สมาทานํ ชานาติ, น อานิสํสํ; อตฺตโน ปน มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา อญฺญาเณเนว ปิณฺฑปาติโก โหติ. ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโตติ ปิณฺฑปาติกสฺส เม สโต ‘‘อยํ ปิณฺฑปาติโก’’ติ จตุปจฺจยสกฺการํ กริสฺสนฺติ. ลชฺชี, อปฺปิจฺโฉติอาทีหิ จ คุเณหิ สมฺภาเวสฺสนฺตีติ. เอวํ ปาปิกาย อิจฺฉาย ฐตฺวา ตาย ปาปิจฺฉาย อภิภูโต หุตฺวา ปิณฺฑปาติโก โหติ. อุมฺมาทวเสน ปิณฺฑาย จรนฺโต ปน อุมฺมาทา จิตฺตวิกฺเขปา ปิณฺฑปาติโก นาม โหติ. วณฺณิตนฺติ อิทํ ปิณฺฑปาติกงฺคํ นาม พุทฺเธหิ จ พุทฺธสาวเกหิ จ วณฺณิตํ ปสตฺถนฺติ ปิณฺฑปาติโก โหติ. อปฺปิจฺฉตํเยว นิสฺสายาติอาทีสุ – ‘‘อิติ อปฺปิจฺโฉ ภวิสฺสามิ, อิทํ เม ปิณฺฑปาติกงฺคํ อปฺปิจฺฉตาย สํวตฺติสฺสติ; ‘อิติ สนฺตุฏฺโฐ ภวิสฺสามิ อิทํ เม ปิณฺฑปาติกงฺคํ สนฺตุฏฺฐิยา สํวตฺติสฺสติ’; ‘อิติ กิเลเส สํลิขิสฺสามิ’, อิทํ เม ปิณฺฑปาติกงฺคํ กิเลสสลฺเลขนตฺถาย สํวตฺติสฺสตี’’ติ ปิณฺฑปาติโก โหติ. อิทมตฺถิตนฺติ อิมาย กลฺยาณาย ปฏิปตฺติยา อตฺถิกภาวํ, อิมินา วา ปิณฺฑปาตมตฺเตน อตฺถิกภาวํ. ยํ ยํ ลทฺธํ เตน เตเนว ยาปนภาวํ นิสฺสายาติ อตฺโถ. อคฺโคติ เชฏฺฐโก. เสสานิ ตสฺเสว เววจนานิ.

ควา ขีรนฺติ คาวิโต ขีรํ นาม โหติ, น วินา คาวิยา. ขีรมฺหา ทธีติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เอวเมวนฺติ ยถา เอเตสุ ปญฺจสุ โครเสสุ สปฺปิมณฺโฑ อคฺโค; เอวเมวํ อิเมสุ ปญฺจสุ ปิณฺฑปาติเกสุ ยฺวายํ อปฺปิจฺฉตาทีนิ นิสฺสาย ปิณฺฑปาติโก โหติ. อยํ อคฺโค จ เสฏฺโฐ จ ปาโมกฺโข จ อุตฺตโม จ ปวโร จ. อิเมสุ ปน ปญฺจสุ ปิณฺฑปาติเกสุ เทฺวว ชนา ปิณฺฑปาติกา, ตโย น ปิณฺฑปาติกา. นามมตฺเตน ปน ปิณฺฑปาติกาติ เวทิตพฺพา. ขลุปจฺฉาภตฺติกาทีสุปิ เอเสว นโยติ.

ปญฺจกนิทฺเทสวณฺณนา.