๓. ตติยนโย อสงฺคหิเตนสงฺคหิตปทวณฺณนา
๑๗๙. อิทานิ อสงฺคหิเตนสงฺคหิตปทํ ภาเชตุํ เวทนากฺขนฺเธนาติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺริทํ ลกฺขณํ – อิมสฺมิญฺหิ วาเร ยํ ขนฺธปเทน อสงฺคหิตํ หุตฺวา อายตนธาตุปเทหิ สงฺคหิตํ, ตสฺส ขนฺธาทีหิ สงฺคหํ ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺชนํ กตํ. ตํ ปน รูปกฺขนฺธวิญฺญาณกฺขนฺธจกฺขายตนาทีสุ น ยุชฺชติ. รูปกฺขนฺเธน หิ จตฺตาโร ขนฺธา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา. เตสุ เตน เอกธมฺโมปิ อายตนธาตุสงฺคเหน สงฺคหิโต นาม นตฺถิ. นนุ จ เวทนาทโย ธมฺมายตเนน สงฺคหิตาติ? สงฺคหิตา. น ปน รูปกฺขนฺโธว ธมฺมายตนํ, รูปกฺขนฺธโต หิ สุขุมรูปมตฺตํ ธมฺมายตนํ ภชติ. ตสฺมา เย ธมฺมายตเนน สงฺคหิตา, น เต รูปกฺขนฺเธน สงฺคหิตา นาม. วิญฺญาณกฺขนฺเธนปิ อิตเร จตฺตาโร ขนฺธา อสงฺคหิตา. เตสุ เตน เอโกปิ อายตนธาตุสงฺคเหน สงฺคหิโต นาม นตฺถิ. เอวํ สงฺคหิตตาย อภาวโต เอตานิ อญฺญานิ จ เอวรูปานิ จกฺขายตนาทีนิ ปทานิ อิมสฺมึ วาเร น คหิตานิ. ยานิ ปน ปทานิ วิญฺญาเณน วา โอฬาริกรูเปน วา อสมฺมิสฺสํ ธมฺมายตเนกเทสํ ทีเปนฺติ, ตานิ อิธ คหิตานิ. เตสํ อิทมุทฺทานํ –
‘‘ตโย ขนฺธา ตถา สจฺจา, อินฺทฺริยานิ จ โสฬส;
ปทานิ ปจฺจยากาเร, จุทฺทสูปริ จุทฺทส.
‘‘สมตึส ปทา โหนฺติ, โคจฺฉเกสุ ทสสฺวถ;
ทุเว จูฬนฺตรทุกา, อฏฺฐ โหนฺติ มหนฺตรา’’ติ.
เอเตสุ ปน ปเทสุ สทิสวิสฺสชฺชนานิ ปทานิ เอกโต กตฺวา สพฺเพปิ ทฺวาทส ปญฺหา วุตฺตา. เตสุ เอวํ ขนฺธวิภาโค เวทิตพฺโพ. อายตนธาตูสุ ปน เภโท นตฺถิ. ตตฺถ ปฐมปเญฺห ตาว – ตีหิ ขนฺเธหีติ รูปสญฺญาสงฺขารกฺขนฺเธหิ. อายตนธาตุโย ปน ธมฺมายตนธมฺมธาตุวเสน เวทิตพฺพา.
ตตฺรายํ นโย – เวทนากฺขนฺเธน หิ นิพฺพานญฺจ สุขุมรูปสญฺญาสงฺขารา จ ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา หุตฺวา อายตนธาตุสงฺคเหน สงฺคหิตา. เตสุ นิพฺพานํ ขนฺธสงฺคหํ น คจฺฉติ, เสสา รูปสญฺญาสงฺขารกฺขนฺเธหิ สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. อายตนธาตุสงฺคหํ ปน นิพฺพานมฺปิ คจฺฉเตว. เตน วุตฺตํ – ‘‘อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ตีหิ ขนฺเธหิ, เอเกนายตเนน, เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา’’ติ. สญฺญากฺขนฺธปกฺเข ปเนตฺถ สญฺญํ อปเนตฺวา เวทนาย สทฺธึ ตโย ขนฺธา สงฺขาราทีสุ สงฺขารกฺขนฺธํ อปเนตฺวา รูปเวทนาสญฺญาวเสน ตโย ขนฺธา เวทิตพฺพา.
๑๘๐. ทุติเย – จตูหิ ขนฺเธหีติ วิญฺญาณวชฺเชหิ. เต หิ นิโรเธน ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา หุตฺวา อายตนธาตุสงฺคเหน สงฺคหิตา.
๑๘๑. ตติเย – ทฺวีหีติ เวทนาสญฺญากฺขนฺเธหิ. รูปารูปชีวิตินฺทฺริเยน หิ เวทนาสญฺญาวิญฺญาณกฺขนฺธา จ ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา. เตสุ ปน เวทนาสญฺญาว อายตนธาตุสงฺคเหน สงฺคหิตา. เตน วุตฺตํ – ‘‘เวทนาสญฺญากฺขนฺเธหี’’ติ. อิมินา อุปาเยน สพฺพตฺถ ขนฺธเภโท เวทิตพฺโพ. อิโต ปรญฺหิ ขนฺธานํ นามมตฺตเมว วกฺขาม.
๑๘๒. จตุตฺเถ – ตีหิ ขนฺเธหีติ อิตฺถินฺทฺริยปุริสินฺทฺริเยสุ เวทนาสญฺญาสงฺขาเรหิ, เวทนาปญฺจเก รูปสญฺญาสงฺขาเรหิ; สทฺธินฺทฺริยาทีสุ ผสฺสปริโยสาเนสุ รูปเวทนาสญฺญากฺขนฺเธหิ. เวทนาย เวทนากฺขนฺธสทิโสว ตณฺหุปาทานกมฺมภเวสุ สงฺขารกฺขนฺธสทิโสว วินิจฺฉโย.
๑๘๓. ปญฺจเม – ชาติชรามรเณสุ ชีวิตินฺทฺริยสทิโสว. ฌาเนน ปน นิพฺพานํ สุขุมรูปํ สญฺญา จ ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา หุตฺวา อายตนธาตุสงฺคเหน สงฺคหิตา. ตสฺมา ตํ สนฺธาย รูปกฺขนฺธสญฺญากฺขนฺธานํ วเสน เทฺว ขนฺธา เวทิตพฺพา.
๑๘๔. ฉฏฺเฐ – โสกาทิตฺตเย เวทนาย สทิโส. อุปายาสาทีสุ สงฺขารสทิโส. ปุน เวทนาย เวทนากฺขนฺธสทิโส, สญฺญาย สญฺญากฺขนฺธสทิโส, เจตนาทีสุ สงฺขารกฺขนฺธสทิโส วินิจฺฉโย. อิมินา อุปาเยน สตฺตมปญฺหาทีสุปิ สงฺคหาสงฺคโห เวทิตพฺโพติ.
อสงฺคหิเตนสงฺคหิตปทวณฺณนา.