๔. จตุตฺถนโย สงฺคหิเตนสงฺคหิตปทวณฺณนา
๑๙๑. อิทานิ สงฺคหิเตนสงฺคหิตปทํ ภาเชตุํ สมุทยสจฺเจนาติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ยํ ขนฺธาทีหิ สงฺคหิเตน ขนฺธาทิวเสน สงฺคหิตํ, ปุน ตสฺเสว ขนฺธาทีหิ สงฺคหํ ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺชนํ กตํ. ตํ ขนฺธายตนธาตูสุ เอกมฺปิ สกลโกฏฺฐาสํ คเหตฺวา ฐิตปเทสุ น ยุชฺชติ. สกเลน หิ ขนฺธาทิปเทน อญฺญํ ขนฺธาทิวเสน สงฺคหิตํ นาม นตฺถิ, ยํ อตฺตโน สงฺคาหกํ สงฺคณฺหิตฺวา ปุน เตเนว สงฺคหํ คจฺเฉยฺย. ตสฺมา ตถารูปานิ ปทานิ อิมสฺมึ วาเร น คหิตานิ. ยานิ ปน ปทานิ สงฺขาเรกเทสํ วา อญฺเญน อสมฺมิสฺสํ ทีเปนฺติ – เวทเนกเทสํ วา สุขุมรูปํ วา สทฺเทกเทสํ วา, ตานิ อิธ คหิตานิ. เตสํ อิทมุทฺทานํ –
‘‘เทฺว สจฺจา ปนฺนรสินฺทฺริยา, เอกาทส ปฏิจฺจปทา;
อุทฺธํ ปุน เอกาทส, โคจฺฉกปทเมตฺถ ตึสวิธ’’นฺติ.
ปญฺหา ปเนตฺถ เทฺวเยว โหนฺติ. ตตฺถ ยํ ปุจฺฉาย อุทฺธฏํ ปทํ, ตเทว เยหิ ธมฺเมหิ ขนฺธาทิวเสน สงฺคหิตํ, เต ธมฺเม สนฺธาย สพฺพตฺถ เอเกน ขนฺเธนาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺรายํ นโย – สมุทยสจฺเจน หิ ตณฺหาวชฺชา เสสา สงฺขารา ขนฺธาทิสงฺคเหน สงฺคหิตา. ปุน เตหิ ตณฺหาว สงฺคหิตา. สา ตณฺหา ปุน สงฺขาเรเหว ขนฺธาทิสงฺคเหน สงฺคหิตาติ. เอเสว นโย สพฺพตฺถ. อรูปธมฺมปุจฺฉาสุ ปเนตฺถ สงฺขารกฺขนฺโธ วา เวทนากฺขนฺโธ วา เอโก ขนฺโธ นาม. รูปธมฺมปุจฺฉาสุ รูปกฺขนฺโธ. ปริเทวปุจฺฉาย สทฺทายตนํ เอกํ อายตนํ นาม. สทฺทธาตุ เอกา ธาตุ นาม, เสสฏฺฐาเนสุ ธมฺมายตนธมฺมธาตุวเสเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพติ.
สงฺคหิเตนสงฺคหิตปทวณฺณนา.