ปกิณฺณกกถา
อิเมสุ ปน รูเปสุ อสมฺโมหตฺถํ สโมธานํ สมุฏฺฐานํ ปรินิปฺผนฺนญฺจ สงฺขตนฺติ อิทํ ‘ปกิณฺณกํ’ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ ‘สโมธาน’นฺติ สพฺพเมว หิทํ รูปํ สโมธานโต จกฺขายตนํ…เป… กพฬีกาโร อาหาโร, โผฏฺฐพฺพายตนํ อาโปธาตูติ ปญฺจวีสติสงฺขฺยํ โหติ. ตํ วตฺถุรูเปน สทฺธึ ฉพฺพีสติสงฺขฺยํ เวทิตพฺพํ. อิโต อญฺญํ รูปํ นาม นตฺถิ. เกจิ ปน ‘มิทฺธรูปํ นาม อตฺถี’ติ วทนฺติ. เต ‘‘อทฺธา มุนีสิ สมฺพุทฺโธ, นตฺถิ นีวรณา ตวา’’ติอาทีนิ (สุ. นิ. ๕๔๖) วตฺวา มิทฺธรูปํ นาม นตฺถีติ ปฏิเสเธตพฺพา. อปเร พลรูเปน สทฺธึ สตฺตวีสติ, สมฺภวรูเปน สทฺธึ อฏฺฐวีสติ, ชาติรูเปน สทฺธึ เอกูนตึสติ, โรครูเปน สทฺธึ สมตึสติ รูปานีติ วทนฺติ. เตปิ เตสํ วิสุํ อภาวํ ทสฺเสตฺวา ปฏิกฺขิปิตพฺพา. วาโยธาตุยา หิ คหิตาย พลรูปํ คหิตเมว, อญฺญํ พลรูปํ นาม นตฺถิ. อาโปธาตุยา สมฺภวรูปํ, อุปจยสนฺตตีหิ ชาติรูปํ, ชรตาอนิจฺจตาหิ คหิตาหิ โรครูปํ คหิตเมว. อญฺญํ โรครูปํ นาม นตฺถิ. โยปิ กณฺณโรคาทิ อาพาโธ โส วิสมปจฺจยสมุฏฺฐิตธาตุมตฺตเมว. น อญฺโญ ตตฺถ โรโค นาม อตฺถีติ สโมธานโต ฉพฺพีสติเมว รูปานิ.
‘สมุฏฺฐาน’นฺติ กติ รูปานิ กติสมุฏฺฐานานิ? ทส เอกสมุฏฺฐานานิ, เอกํ ทฺวิสมุฏฺฐานํ, ตีณิ ติสมุฏฺฐานานิ, นว จตุสมุฏฺฐานานิ, เทฺว น เกนจิ สมุฏฺฐหนฺติ.
ตตฺถ จกฺขุปสาโท…เป… ชีวิตินฺทฺริยนฺติ อิมานิ อฏฺฐ เอกนฺตํ กมฺมโตว สมุฏฺฐหนฺติ. กายวิญฺญตฺติวจีวิญฺญตฺติทฺวยํ เอกนฺเตน จิตฺตโต สมุฏฺฐาตีติ ทส ‘เอกสมุฏฺฐานานิ’ นาม. สทฺโท อุตุโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาตีติ เอโก ‘ทฺวิสมุฏฺฐาโน’ นาม. ตตฺถ อวิญฺญาณกสทฺโท อุตุโต สมุฏฺฐาติ, สวิญฺญาณกสทฺโท จิตฺตโต. ลหุตาทิตฺตยํ ปน อุตุจิตฺตาหาเรหิ สมุฏฺฐาตีติ ตีณิ ‘ติสมุฏฺฐานานิ’ นาม. อวเสสานิ นว รูปานิ เตหิ กมฺเมน จาติ จตูหิ สมุฏฺฐหนฺตีติ นว ‘จตุสมุฏฺฐานานิ’ นาม. ชรตา อนิจฺจตา ปน เอเตสุ เอกโตปิ น สมุฏฺฐหนฺตีติ เทฺว ‘น เกนจิ สมุฏฺฐหนฺติ’ นาม. กสฺมา? อชายนโต. น หิ เอตานิ ชายนฺติ. กสฺมา? ชาตสฺส ปากเภทตฺตา. อุปฺปนฺนญฺหิ รูปํ ชีรติ ภิชฺชตีติ อวสฺสํ ปเนตํ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพํ. น หิ อุปฺปนฺนํ รูปํ อรูปํ วา อกฺขยํ นาม ทิสฺสติ. ยาว ปน น ภิชฺชติ ตาวสฺส ปริปาโกติ สิทฺธเมตํ. ‘ชาตสฺส ปากเภทตฺตา’ติ ยทิ จ ตานิ ชาเยยฺยุํ เตสมฺปิ ปากเภทา ภเวยฺยุํ. น จ ปาโก ปจฺจติ, เภโท วา ภิชฺชตีติ ชาตสฺส ปากเภทตฺตา เนตํ ทฺวยํ ชายติ.
ตตฺถ สิยา – ยถา ‘กมฺมสฺส กตตฺตา’ติ อาทินิทฺเทเสสุ ‘รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตตี’ติ วจเนน ‘ชาติ’ ชายตีติ สมฺปฏิจฺฉิตํ โหติ, เอวํ ‘ปาโก’ปิ ปจฺจตุ ‘เภโท’ปิ ภิชฺชตูติ. ‘‘น ตตฺถ ‘ชาติ ชายตี’ติ สมฺปฏิจฺฉิตํ. เย ปน ธมฺมา กมฺมาทีหิ นิพฺพตฺตนฺติ เตสํ อภินิพฺพตฺติภาวโต ชาติยา ตปฺปจฺจยภาวโวหาโร อนุมโต. น ปน ปรมตฺถโต ชาติ ชายติ. ชายมานสฺส หิ อภินิพฺพตฺติมตฺตํ ชาตี’’ติ.
ตตฺถ สิยา – ‘ยเถว ชาติ เยสํ ธมฺมานํ อภินิพฺพตฺติ ตปฺปจฺจยภาวโวหารํ อภินิพฺพตฺติโวหารญฺจ ลภติ, ตถา ปากเภทาปิ เยสํ ธมฺมานํ ปากเภทา ตปฺปจฺจยภาวโวหารํ อภินิพฺพตฺติโวหารญฺจ ลภนฺตุ. เอวํ อิทมฺปิ ทฺวยํ กมฺมาทิสมุฏฺฐานเมวาติ วตฺตพฺพํ ภวิสฺสตี’ติ. ‘น ปากเภทา ตํ โวหารํ ลภนฺติ. กสฺมา? ชนกปจฺจยานุภาวกฺขเณ อภาวโต. ชนกปจฺจยานญฺหิ อุปฺปาเทตพฺพธมฺมสฺส อุปฺปาทกฺขเณเยว อานุภาโว, น ตโต อุตฺตริ. เตหิ อภินิพฺพตฺติตธมฺมกฺขณสฺมิญฺจ ชาติ ปญฺญายมานา ตปฺปจฺจยภาวโวหารํ อภินิพฺพตฺติโวหารญฺจ ลภติ, ตสฺมึ ขเณ สพฺภาวโต; น อิตรทฺวยํ, ตสฺมึ ขเณ อภาวโตติ เนเวตํ ชายตี’ติ วตฺตพฺพํ. ‘‘ชรามรณํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺน’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๒๐) อาคตตฺตา อิทมฺปิ ทฺวยํ ชายตีติ เจ – ‘น, ปริยายเทสิตตฺตา. ตตฺถ หิ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนานํ ธมฺมานํ ชรามรณตฺตา ปริยาเยน ตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺน’นฺติ วุตฺตํ.
‘ยทิ เอวํ, ตยมฺเปตํ อชาตตฺตา สสวิสาณํ วิย นตฺถิ; นิพฺพานํ วิย วา นิจฺจ’นฺติ เจ – น, นิสฺสยปฏิพทฺธวุตฺติโต; ปถวีอาทีนญฺหิ นิสฺสยานํ ภาเว ชาติอาทิตฺตยํ ปญฺญายติ, ตสฺมา น นตฺถิ. เตสญฺจ อภาเว น ปญฺญายติ, ตสฺมา น นิจฺจํ. เอตมฺปิ จ อภินิเวสํ ปฏิเสเธตุํ เอว อิทํ วุตฺตํ – ‘‘ชรามรณํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺน’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๒๐). เอวมาทีหิ นเยหิ ตานิ เทฺว รูปานิ น เกหิจิ สมุฏฺฐหนฺตีติ เวทิตพฺพํ.
อปิจ ‘สมุฏฺฐาน’นฺติ เอตฺถ อยมญฺโญปิ อตฺโถ. ตสฺสายํ มาติกา – ‘กมฺมชํ กมฺมปจฺจยํ กมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานํ, อาหารสมุฏฺฐานํ อาหารปจฺจยํ อาหารปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานํ, อุตุสมุฏฺฐานํ อุตุปจฺจยํ อุตุปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานํ, จิตฺตสมุฏฺฐานํ จิตฺตปจฺจยํ จิตฺตปจฺจยอุตุสมุฏฺฐาน’นฺติ.
ตตฺถ จกฺขุปสาทาทิ อฏฺฐวิธํ รูปํ สทฺธึ หทยวตฺถุนา ‘กมฺมชํ’ นาม. เกสมสฺสุ หตฺถิทนฺตา อสฺสวาลา จมรวาลาติ เอวมาทิ ‘กมฺมปจฺจยํ’ นาม. จกฺกรตนํ เทวตานํ อุยฺยานวิมานาทีนีติ เอวมาทิ ‘กมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานํ’ นาม.
อาหารโต สมุฏฺฐิตํ สุทฺธฏฺฐกํ ‘อาหารสมุฏฺฐานํ’ นาม. กพฬีกาโร อาหาโร ทฺวินฺนมฺปิ รูปสนฺตตีนํ ปจฺจโย โหติ อาหารสมุฏฺฐานสฺส จ อุปาทินฺนสฺส จ. อาหารสมุฏฺฐานสฺส ชนโก หุตฺวา ปจฺจโย โหติ, กมฺมชสฺส อนุปาลโก หุตฺวาติ อิทํ อาหารานุปาลิตํ กมฺมชรูปํ ‘อาหารปจฺจยํ’ นาม. วิสภาคาหารํ เสวิตฺวา อาตเป คจฺฉนฺตสฺส ติลกกาฬกุฏฺฐาทีนิ อุปฺปชฺชนฺติ, อิทํ ‘อาหารปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานํ’ นาม.
อุตุโต สมุฏฺฐิตํ สุทฺธฏฺฐกํ ‘อุตุสมุฏฺฐานํ’ นาม. ตสฺมึ อุตุ อญฺญํ อฏฺฐกํ สมุฏฺฐาเปติ, อิทํ ‘อุตุปจฺจยํ’ นาม. ตสฺมิมฺปิ อุตุ อญฺญํ อฏฺฐกํ สมุฏฺฐาเปติ, อิทํ ‘อุตุปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานํ’ นาม. เอวํ ติสฺโสเยว สนฺตติโย ฆฏฺเฏตุํ สกฺโกติ. น ตโต ปรํ. อิมมตฺถํ อนุปาทินฺนเกนาปิ ทีเปตุํ วฏฺฏติ. อุตุสมุฏฺฐาโน นาม วลาหโก. อุตุปจฺจยา นาม วุฏฺฐิธารา. เทเว ปน วุฏฺเฐ พีชานิ วิรูหนฺติ, ปถวี คนฺธํ มุญฺจติ, ปพฺพตา นีลา ขายนฺติ, สมุทฺโท วฑฺฒติ, เอตํ อุตุปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานํ นาม.
จิตฺตโต สมุฏฺฐิตํ สุทฺธฏฺฐกํ ‘จิตฺตสมุฏฺฐานํ’ นาม. ‘‘ปจฺฉาชาตา จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๑๑) อิทํ ‘จิตฺตปจฺจยํ’ นาม. อากาเส อนฺตลิกฺเข หตฺถิมฺปิ ทสฺเสติ, อสฺสมฺปิ ทสฺเสติ, รถมฺปิ ทสฺเสติ, วิวิธมฺปิ เสนาพฺยูหํ ทสฺเสติตี (ปฏิ. ม. ๓.๑๘) อิทํ ‘จิตฺตปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานํ’ นาม.
‘ปรินิปฺผนฺน’นฺติ ปนฺนรส รูปานิ ปรินิปฺผนฺนานิ นาม, ทส อปรินิปฺผนฺนานิ นาม. ‘ยทิ อปรินิปฺผนฺนา, อสงฺขตา นาม ภเวยฺยุํ’. ‘‘เตสํเยว ปน รูปานํ กายวิกาโร ‘กายวิญฺญตฺติ’ นาม, วจีวิกาโร ‘วจีวิญฺญตฺติ’ นาม, ฉิทฺทํ วิวรํ ‘อากาสธาตุ’ นาม, ลหุภาโว ‘ลหุตา’ นาม, มุทุภาโว ‘มุทุตา’ นาม, กมฺมญฺญภาโว ‘กมฺมญฺญตา’ นาม, นิพฺพตฺติ ‘อุปจโย’ นาม, ปวตฺติ ‘สนฺตติ’ นาม, ชีรณากาโร ‘ชรตา’ นาม, หุตฺวา อภาวากาโร ‘อนิจฺจตา’ นามาติ. สพฺพํ ปรินิปฺผนฺนํ สงฺขตเมว โหตี’’ติ.
อฏฺฐสาลินิยา ธมฺมสงฺคหอฏฺฐกถาย
รูปกณฺฑวณฺณนา นิฏฺฐิตา.