๒. รูปกณฺโฑ

อุทฺเทสวณฺณนา

อิทานิ รูปกณฺฑํ ภาเชตฺวา ทสฺเสตุํ ปุน กตเม ธมฺมา อพฺยากตาติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ กิญฺจาปิ เหฏฺฐา จิตฺตุปฺปาทกณฺเฑ วิปากาพฺยากตญฺเจว กิริยาพฺยากตญฺจ นิสฺเสสํ กตฺวา ภาชิตํ, รูปาพฺยากตนิพฺพานาพฺยากตานิ ปน อกถิตานิ, ตานิ กเถตุํ จตุพฺพิธมฺปิ อพฺยากตํ สโมธาเนตฺวา ทสฺเสนฺโต กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ วิปากาติอาทิมาห. ตตฺถ กุสลากุสลานนฺติ จตุภูมกกุสลานญฺเจว อกุสลานญฺจ. เอวํ ตาว วิปากาพฺยากตํ กุสลวิปากากุสลวิปากวเสน ทฺวีหิ ปเทหิ ปริยาทิยิตฺวา ทสฺสิตํ. ยสฺมา ปน ตํ สพฺพมฺปิ กามาวจรํ วา โหติ, รูปาวจราทีสุ วา อญฺญตรํ, ตสฺมา ‘กามาวจรา’ติอาทินา นเยน ตเทว วิปากาพฺยากตํ ภูมนฺตรวเสน ปริยาทิยิตฺวา ทสฺสิตํ. ยสฺมา ปน ตํ เวทนากฺขนฺโธปิ โหติ…เป… วิญฺญาณกฺขนฺโธปิ, ตสฺมา ปุน สมฺปยุตฺตจตุกฺขนฺธวเสน ปริยาทิยิตฺวา ทสฺสิตํ.

เอวํ วิปากาพฺยากตํ กุสลากุสลวเสน ภูมนฺตรวเสน สมฺปยุตฺตกฺขนฺธวเสนาติ ตีหิ นเยหิ ปริยาทาย ทสฺเสตฺวา, ปุน กิริยาพฺยากตํ ทสฺเสนฺโต เย จ ธมฺมา กิริยาติอาทิมาห. ตตฺถ ‘กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา เวทนากฺขนฺโธ…เป… วิญฺญาณกฺขนฺโธ’ติ วตฺตพฺพํ ภเวยฺย. เหฏฺฐา ปน คหิตเมวาติ นยํ ทสฺเสตฺวา นิสฺสชฺชิตํ. อิทานิ อวิภตฺตํ ทสฺเสนฺโต สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตูติ อาห. ตตฺถ ‘สพฺพญฺจ รูป’นฺติ ปเทน ปญฺจวีสติ รูปานิ ฉนฺนวุติรูปโกฏฺฐาสา นิปฺปเทสโต คหิตาติ เวทิตพฺพา. ‘อสงฺขตา จ ธาตู’ติ ปเทน นิพฺพานํ นิปฺปเทสโต คหิตนฺติ. เอตฺตาวตา ‘อพฺยากตา ธมฺมา’ติ ปทํ นิฏฺฐิตํ โหติ.

๕๘๔. ตตฺถ กตมํ สพฺพํ รูปนฺติ อิทํ กสฺมา คหิตํ? เหฏฺฐา รูปาพฺยากตํ สงฺเขเปน กถิตํ. อิทานิ ตํ เอกกทุกติกจตุกฺก…เป… เอกาทสกวเสน วิตฺถารโต ภาเชตฺวา ทสฺเสตุํ อิทํ คหิตํ. ตสฺสตฺโถ – ยํ วุตฺตํ ‘สพฺพญฺจ รูปํ, อสงฺขตา จ ธาตู’ติ, ตสฺมึ ปททฺวเย ‘กตมํ สพฺพํ รูปํ นาม’? อิทานิ ตํ ทสฺเสนฺโต จตฺตาโร จ มหาภูตาติอาทิมาห. ตตฺถ จตฺตาโรติ คณนปริจฺเฉโท. เตน เตสํ อูนาธิกภาวํ นิวาเรติ. ‘จ’-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ. เตน น เกวลํ ‘จตฺตาโร มหาภูตาว’ รูปํ, อญฺญมฺปิ อตฺถีติ ‘อุปาทารูปํ’ สมฺปิณฺเฑติ.

มหาภูตาติ เอตฺถ มหนฺตปาตุภาวาทีหิ การเณหิ มหาภูตตา เวทิตพฺพา. เอตานิ หิ มหนฺตปาตุภาวโต, มหาภูตสามญฺญโต, มหาปริหารโต, มหาวิการโต, มหนฺตภูตตฺตา จาติ อิเมหิ การเณหิ มหาภูตานีติ วุจฺจนฺติ. ตตฺถ ‘มหนฺตปาตุภาวโต’ติ, เอตานิ หิ อนุปาทินฺนกสนฺตาเนปิ อุปาทินฺนกสนฺตาเนปิ มหนฺตานิ ปาตุภูตานิ. เตสํ อนุปาทินฺนกสนฺตาเน เอวํ มหนฺตปาตุภาวตา เวทิตพฺพา – เอกญฺหิ จกฺกวาฬํ อายามโต จ วิตฺถารโต จ โยชนานํ ทฺวาทส สตสหสฺสานิ ตีณิ สหสฺสานิ จตฺตาริ สตานิ ปญฺญาสญฺจ โยชนานิ. ปริกฺเขปโต –

สพฺพํ สตสหสฺสานิ, ฉตฺตึส ปริมณฺฑลํ;

ทส เจว สหสฺสานิ, อฑฺฒุฑฺฒานิ สตานิ จ. (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑; วิสุทฺธิ. ๑.๑๓๗);

ตตฺถ –

ทุเว สตสหสฺสานิ, จตฺตาริ นหุตานิ จ;

เอตฺตกํ พหลตฺเตน, สงฺขาตายํ วสุนฺธรา. (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑; วิสุทฺธิ. ๑.๑๓๗);

ตสฺสาเยว สนฺธารกํ –

จตฺตาริ สตสหสฺสานิ, อฏฺเฐว นหุตานิ จ;

เอตฺตกํ พหลตฺเตน, ชลํ วาเต ปติฏฺฐิตํ.

ตสฺสาปิ สนฺธารโก –

นวสตสหสฺสานิ, มาลุโต นภมุคฺคโต;

สฏฺฐิ เจว สหสฺสานิ, เอสา โลกสฺส สณฺฐิติ.

เอวํ สณฺฐิเต เจตฺถ โยชนานํ –

จตุราสีติสหสฺสานิ, อชฺโฌคาโฬฺห มหณฺณเว;

อจฺจุคฺคโต ตาวเทว, สิเนรุ ปพฺพตุตฺตโม.

ตโต อุปฑฺฒุปฑฺเฒน, ปมาเณน ยถากฺกมํ;

อชฺโฌคาฬฺหุคฺคตา ทิพฺพา, นานารตนจิตฺติตา.

ยุคนฺธโร อีสธโร, กรวีโก สุทสฺสโน;

เนมินฺธโร วินตโก, อสฺสกณฺโณ คิริ พฺรหา.

เอเต สตฺต มหาเสลา, สิเนรุสฺส สมนฺตโต;

มหาราชานมาวาสา เทวยกฺขนิเสวิตา.

โยชนานํ สตานุจฺโจ, หิมวา ปญฺจ ปพฺพโต;

โยชนานํ สหสฺสานิ, ตีณิ อายตวิตฺถโต;

จตุราสีติสหสฺเสหิ, กูเฏหิ ปฏิมณฺฑิโต.

ติปญฺจโยชนกฺขนฺธปริกฺเขปา นควฺหยา;

ปญฺญาสโยชนกฺขนฺธสาขายามา สมนฺตโต.

สตโยชนวิตฺถิณฺณา, ตาวเทว จ อุคฺคตา;

ชมฺพู ยสฺสานุภาเวน, ชมฺพุทีโป ปกาสิโต. (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑; วิสุทฺธิ. ๑.๑๓๗);

ยญฺเจตํ ชมฺพุยา ปมาณํ ตเทว อสุรานํ จิตฺตปาฏลิยา, ครุฬานํ สิมฺพลิรุกฺขสฺส, อปรโคยาเน กทมฺพรุกฺขสฺส, อุตฺตรกุรุมฺหิ กปฺปรุกฺขสฺส, ปุพฺพวิเทเห สิรีสสฺส, ตาวตึเสสุ ปาริจฺฉตฺตกสฺสาติ. เตนาหุ โปราณา –

ปาฏลี สิมฺพลี ชมฺพู, เทวานํ ปาริจฺฉตฺตโก;

กทมฺโพ กปฺปรุกฺโข จ, สิรีเสน ภวติ สตฺตมนฺติ.

เทฺวอสีติสหสฺสานิ, อชฺโฌคาโฬฺห มหณฺณเว;

อจฺจุคฺคโต ตาวเทว, จกฺกวาฬสิลุจฺจโย;

ปริกฺขิปิตฺวา ตํ สพฺพํ, โลกธาตุมยํ ฐิโตติ.

อุปาทินฺนกสนฺตาเนปิ มจฺฉกจฺฉปเทวทานวาทิสรีรวเสน มหนฺตาเนว ปาตุภูตานิ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา – ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, มหาสมุทฺเท โยชนสติกาปิ อตฺตภาวาติ’’อาทิ.

‘มหาภูตสามญฺญโต’ติ เอตานิ หิ ยถา มายากาโร อมณึเยว อุทกํ มณึ กตฺวา ทสฺเสติ, อสุวณฺณํเยว เลฑฺฑุํ สุวณฺณํ กตฺวา ทสฺเสติ, ยถา จ สยํ เนว ยกฺโข น ปกฺขี สมาโน ยกฺขภาวมฺปิ ปกฺขิภาวมฺปิ ทสฺเสติ, เอวเมว สยํ อนีลาเนว หุตฺวา นีลํ อุปาทารูปํ ทสฺเสนฺติ, อปีตานิ… อโลหิตานิ… อโนทาตาเนว หุตฺวา โอทาตํ อุปาทารูปํ ทสฺเสนฺตีติ มายาการมหาภูตสามญฺญโต มหาภูตานิ. ยถา จ ยกฺขาทีนิ มหาภูตานิ ยํ คณฺหนฺติ เนว เตสํ ตสฺส อนฺโต น พหิฐานํ อุปลพฺภติ, น จ ตํ นิสฺสาย น ติฏฺฐนฺติ, เอวเมว เอตานิปิ เนว อญฺญมญฺญสฺส อนฺโต น พหิ ฐิตานิ หุตฺวา อุปลพฺภนฺติ, น จ อญฺญมญฺญํ นิสฺสาย น ติฏฺฐนฺตีติ. อจินฺเตยฺยฏฺฐานตาย ยกฺขาทิมหาภูตสามญฺญโตปิ มหาภูตานิ.

ยถา จ ยกฺขินีสงฺขาตานิ มหาภูตานิ มนาเปหิ วณฺณสณฺฐานวิกฺเขเปหิ อตฺตโน ภยานกภาวํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา สตฺเต วญฺเจนฺติ, เอวเมว เอตานิปิ อิตฺถิปุริสสรีราทีสุ มนาเปน ฉวิวณฺเณน, มนาเปน องฺคปจฺจงฺคสณฺฐาเนน, มนาเปน จ หตฺถปาทงฺคุลิภมุกวิกฺเขเปน อตฺตโน กกฺขฬตาทิเภทํ สรสลกฺขณํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา พาลชนํ วญฺเจนฺติ, อตฺตโน สภาวํ ทฏฺฐุํ น เทนฺติ. อิติ วญฺจกฏฺเฐน ยกฺขินีมหาภูตสามญฺญโตปิ มหาภูตานิ.

‘มหาปริหารโต’ติ มหนฺเตหิ ปจฺจเยหิ ปริหริตพฺพโต. เอตานิ หิ ทิวเส ทิวเส อุปเนตพฺพตฺตา มหนฺเตหิ ฆาสจฺฉาทนาทีหิ ภูตานิ ปวตฺตานีติ มหาภูตานิ. มหาปริหารานิ วา ภูตานีติ มหาภูตานิ.

‘มหาวิการโต’ติ ภูตานํ มหาวิการโต. เอตานิ หิ อุปาทิณฺณานิปิ อนุปาทิณฺณานิปิ มหาวิการานิ โหนฺติ. ตตฺถ อนุปาทิณฺณานํ กปฺปวุฏฺฐาเน วิการมหตฺตํ ปากฏํ โหติ, อุปาทิณฺณานํ ธาตุกฺโขภกาเล. ตถา หิ –

ภูมิโต วุฏฺฐิตา ยาว, พฺรหฺมโลกา วิธาวติ;

อจฺจิ อจฺจิมโต โลเก, ทยฺหมานมฺหิ เตชสา.

โกฏิสตสหสฺเสกํ, จกฺกวาฬํ วิลียติ;

กุปิเตน ยทา โลโก, สลิเลน วินสฺสติ.

โกฏิสตสหสฺเสกํ, จกฺกวาฬํ วิกีรติ;

วาโยธาตุปฺปโกเปน, ยทา โลโก วินสฺสติ.

ปตฺถทฺโธ ภวติ กาโย, ทฏฺโฐ กฏฺฐมุเขน วา;

ปถวีธาตุปฺปโกเปน, โหติ กฏฺฐมุเขว โส.

ปูติโย ภวติ กาโย, ทฏฺโฐ ปูติมุเขน วา;

อาโปธาตุปฺปโกเปน, โหติ ปูติมุเขว โส.

สนฺตตฺโต ภวติ กาโย, ทฏฺโฐ อคฺคิมุเขน วา;

เตโชธาตุปฺปโกเปน, โหติ อคฺคิมุเขว โส.

สญฺฉินฺโน ภวติ กาโย, ทฏฺโฐ สตฺถมุเขน วา;

วาโยธาตุปฺปโกเปน, โหติ สตฺถมุเขว โส. (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๔.๒๓๘);

อิติ มหาวิการานิ ภูตานีติ มหาภูตานิ.

‘มหนฺตภูตตฺตา จา’ติ เอตานิ หิ มหนฺตานิ มหตา วายาเมน ปริคฺคเหตพฺพตฺตา, ภูตานิ วิชฺชมานตฺตาติ, มหนฺตภูตตฺตา จ มหาภูตานิ. เอวํ มหนฺตปาตุภาวาทีหิ การเณหิ มหาภูตานิ.

จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทาย รูปนฺติ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ. จตฺตาริ มหาภูตานิ อุปาทาย, นิสฺสาย, อมุญฺจิตฺวา ปวตฺตรูปนฺติ อตฺโถ. อิทํ วุจฺจติ สพฺพํ รูปนฺติ อิทํ จตฺตาริ มหาภูตานิ, ปทปฏิปาฏิยา นิทฺทิฏฺฐานิ เตวีสติ อุปาทารูปานีติ, สตฺตวีสติปฺปเภทํ สพฺพํ รูปํ นาม.

เอกวิธรูปสงฺคโห

อิทานิ ตํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ เอกวิธาทีหิ เอกาทสหิ สงฺคเหหิ มาติกํ ฐเปนฺโต สพฺพํ รูปํ น เหตูติอาทิมาห.

ตตฺถ ‘สพฺพํ รูป’นฺติ อิทํ ปทํ ‘สพฺพํ รูปํ น เหตุ’ ‘สพฺพํ รูปํ อเหตุก’นฺติ เอวํ สพฺพปเทหิ สทฺธึ โยเชตพฺพํ. สพฺพาเนว เจตานิ ‘น เหตู’ติอาทีนิ เตจตฺตาลีสปทานิ อุทฺทิฏฺฐานิ. เตสุ ปฏิปาฏิยา จตฺตาลีสปทานิ มาติกโต คเหตฺวา ฐปิตานิ, อวสาเน ตีณิ มาติกามุตฺตกานีติ. เอวํ ตาว ปฐเม สงฺคเห ปาฬิววตฺถานเมว เวทิตพฺพํ. ตถา ทุติยสงฺคหาทีสุ.

ทุวิธรูปสงฺคโห

ตตฺรายํ นโย – ทุติยสงฺคเห ตาว สตํ จตฺตาโร จ ทุกา. ตตฺถ อตฺถิ รูปํ อุปาทา, อตฺถิ รูปํ โนอุปาทาติอาทโย อาทิมฺหิ จุทฺทส ทุกา อญฺญมญฺญสมฺพนฺธาภาวโต ปกิณฺณกทุกา นาม. ตโต อตฺถิ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส วตฺถูติอาทโย ปญฺจวีสติ ทุกา วตฺถุอวตฺถุอุปปริกฺขณวเสน ปวตฺตตฺตา วตฺถุทุกา นาม. ตโต อตฺถิ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส อารมฺมณนฺติอาทโย ปญฺจวีสติ อารมฺมณานารมฺมณอุปปริกฺขณวเสน ปวตฺตตฺตา อารมฺมณทุกา นาม. ตโต อตฺถิ รูปํ จกฺขายตนนฺติ อาทโย ทส อายตนานายตนอุปปริกฺขณวเสน ปวตฺตตฺตา อายตนทุกา นาม. ตโต อตฺถิ รูปํ จกฺขุธาตูติอาทโย ทส ธาตุอธาตุอุปปริกฺขณวเสน ปวตฺตตฺตา ธาตุทุกา นาม. ตโต อตฺถิ รูปํ จกฺขุนฺทฺริยนฺติอาทโย อฏฺฐ อินฺทฺริยานินฺทฺริยอุปปริกฺขณวเสน ปวตฺตตฺตา อินฺทฺริยทุกา นาม. ตโต อตฺถิ รูปํ กายวิญฺญตฺตีติอาทโย ทฺวาทส สุขุมาสุขุมรูปอุปปริกฺขณวเสน ปวตฺตตฺตา สุขุมรูปทุกา นามาติ. อิทํ ทุติยสงฺคเห ปาฬิววตฺถานํ.

ติวิธรูปสงฺคโห

๕๘๕. ตติยสงฺคเห สตํ ตีณิ จ ติกานิ. ตตฺถ ทุติยสงฺคเห วุตฺเตสุ จุทฺทสสุ ปกิณฺณกทุเกสุ เอกํ อชฺฌตฺติกทุกํ เสเสหิ เตรสหิ โยเชตฺวา ยํ ตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ ตํ อุปาทา; ยํ ตํ รูปํ พาหิรํ ตํ อตฺถิ อุปาทา, อตฺถิ โนอุปาทาติอาทินา นเยน ฐปิตา เตรส ปกิณฺณกติกา นาม. ตโต ตเมว ทุกํ เสสทุเกหิ สทฺธึ โยเชตฺวา ยํ ตํ รูปํ พาหิรํ ตํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส น วตฺถุ, ยํ ตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ ตํ อตฺถิ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส วตฺถุ, อตฺถิ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส น วตฺถูติอาทินา นเยน เสสติกา ฐปิตา. เตสํ นามญฺจ คณนา จ เตสํเยว วตฺถุทุกาทีนํ วเสน เวทิตพฺพาติ. อิทํ ตติยสงฺคเห ปาฬิววตฺถานํ.

จตุพฺพิธาทิรูปสงฺคหา

๕๘๖. จตุตฺถสงฺคเห ทฺวาวีสติ จตุกฺกา. ตตฺถ สพฺพปจฺฉิโม อตฺถิ รูปํ อุปาทา อตฺถิ รูปํ โนอุปาทาติ เอวํ อิธ วุตฺตํ มาติกํ อนามสิตฺวา ฐปิโต. อิตเร ปน อามสิตฺวา ฐปิตา. กถํ? เย ตาว อิธ ทุวิธสงฺคเห ปกิณฺณเกสุ อาทิโต ตโย ทุกา, เตสุ เอเกกํ คเหตฺวา ยํ ตํ รูปํ อุปาทา ตํ อตฺถิ อุปาทิณฺณํ, อตฺถิ อนุปาทิณฺณนฺติอาทินา นเยน ปญฺจหิ ปญฺจหิ ทุเกหิ สทฺธึ โยเชตฺวา ทุกตฺตยมูลกา อาทิมฺหิ ปญฺจทส จตุกฺกา ฐปิตา.

อิทานิ โย ยํ จตุกฺโก สนิทสฺสนทุโก โส ยสฺมา ยํ ตํ รูปํ สนิทสฺสนํ ตํ อตฺถิ สปฺปฏิฆํ, อตฺถิ อปฺปฏิฆนฺติอาทินา นเยน ปเรหิ วา, อตฺถิ อุปาทา อตฺถิ โนอุปาทาติอาทินา นเยน ปุริเมหิ วา, ทุเกหิ สทฺธึ อตฺถาภาวโต กมาภาวโต วิเสสาภาวโต จ โยคํ น คจฺฉติ. สนิทสฺสนญฺหิ ‘อปฺปฏิฆํ’ นาม, ‘โน อุปาทา’ วา นตฺถีติ อตฺถาภาวโต โยคํ น คจฺฉติ. ‘อุปาทิณฺณํ ปน อนุปาทิณฺณญฺจ อตฺถิ ตํ กมาภาวา โยคํ น คจฺฉติ. สพฺพทุกา หิ ปจฺฉิมปจฺฉิเมเหว สทฺธึ โยชิตา. อยเมตฺถ กโม. ปุริเมหิ ปน สทฺธึ กมาภาโวติ. ‘สติ อตฺเถ กมาภาโว อการณํ. ตสฺมา อุปาทิณฺณปทาทีหิ สทฺธึ โยเชตพฺโพ’ติ เจ – น, วิเสสาภาวา; อุปาทิณฺณปทาทีนิ หิ อิมินา สทฺธึ โยชิตานิ. ตตฺถ ‘อุปาทิณฺณํ วา สนิทสฺสนํ, สนิทสฺสนํ วา อุปาทิณฺณ’นฺติ วุตฺเต วิเสโส นตฺถีติ วิเสสาภาวาปิ โยคํ น คจฺฉติ. ตสฺมา ตํ จตุตฺถทุกํ อนามสิตฺวา, ตโต ปเรหิ อตฺถิ รูปํ สปฺปฏิฆนฺติอาทีหิ ตีหิ ทุเกหิ สทฺธึ ‘ยํ ตํ รูปํ สปฺปฏิฆํ ตํ อตฺถิ อินฺทฺริยํ, อตฺถิ น อินฺทฺริยํ, ยํ ตํ รูปํ อปฺปฏิฆํ ตํ อตฺถิ อินฺทฺริยํ, อตฺถิ น อินฺทฺริย’นฺติอาทินา นเยน ยุชฺชมาเน เทฺว เทฺว ทุเก โยเชตฺวา ฉ จตุกฺกา ฐปิตา.

ยถา จายํ จตุตฺถทุโก โยคํ น คจฺฉติ, ตถา เตน สทฺธึ อาทิทุโกปิ. กสฺมา? อนุปาทารูปสฺส เอกนฺเตน อนิทสฺสนตฺตา. โส หิ ยํ ตํ รูปํ โนอุปาทา ตํ อตฺถิ สนิทสฺสนํ, อตฺถิ อนิทสฺสนนฺติ – เอวํ จตุตฺเถน ทุเกน สทฺธึ โยชิยมาโน โยคํ น คจฺฉติ. ตสฺมา ตํ อติกฺกมิตฺวา ปญฺจเมน สห โยชิโต. เอวํ โย เยน สทฺธึ โยคํ คจฺฉติ, โย จ น คจฺฉติ โส เวทิตพฺโพติ. อิทํ จตุตฺถสงฺคเห ปาฬิววตฺถานํ. อิโต ปเร ปน ปญฺจวิธสงฺคหาทโย สตฺต สงฺคหา อสมฺมิสฺสา เอว. เอวํ สกลายปิ มาติกาย ปาฬิววตฺถานํ เวทิตพฺพํ.

รูปวิภตฺติเอกกนิทฺเทสวณฺณนา

๕๙๔. อิทานิ ตสฺสา อตฺถํ ภาเชตฺวา ทสฺเสตุํ สพฺพํ รูปํ น เหตุเมวาติอาทิ อารทฺธํ. กสฺมา ปเนตฺถ ‘กตมํ ตํ สพฺพํ รูปํ น เหตู’ติ ปุจฺฉา น กตาติ? เภทาภาวโต. ยถา หิ ทุกาทีสุ ‘อุปาทารูป’มฺปิ อตฺถิ ‘โนอุปาทารูป’มฺปิ, เอวมิธ เหตุ น เหตูติปิ สเหตุกมเหตุกนฺติปิ เภโท นตฺถิ, ตสฺมา ปุจฺฉํ อกตฺวาว วิภตฺตํ. ตตฺถ ‘สพฺพ’นฺติ สกลํ, นิรวเสสํ. ‘รูป’นฺติ อยมสฺส สีตาทีหิ รุปฺปนภาวทีปโน สามญฺญลกฺขณนิทฺเทโส. น เหตุเมวาติ สาธารณเหตุปฏิกฺเขปนิทฺเทโส.

ตตฺถ เหตุเหตุ ปจฺจยเหตุ อุตฺตมเหตุ สาธารณเหตูติ จตุพฺพิโธ เหตุ. เตสุ ‘ตโย กุสลเหตู, ตโย อกุสลเหตู, ตโย อพฺยากตเหตู’ติ (ธ. ส. ๑๐๕๙) อยํ ‘เหตุเหตุ’ นาม. ‘‘จตฺตาโร โข, ภิกฺขุ, มหาภูตา เหตุ, จตฺตาโร มหาภูตา ปจฺจโย รูปกฺขนฺธสฺส ปญฺญาปนายา’’ติ (ม. นิ. ๓.๘๕; สํ. นิ. ๓.๘๒) อยํ ‘ปจฺจยเหตุ’ นาม. ‘‘กุสลากุสลํ อตฺตโน วิปากฏฺฐาเน, อุตฺตมํ อิฏฺฐารมฺมณํ กุสลวิปากฏฺฐาเน, อุตฺตมํ อนิฏฺฐารมฺมณํ อกุสลวิปากฏฺฐาเน’’ติ อยํ ‘อุตฺตมเหตุ’ นาม. ยถาห – ‘อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ กมฺมสมาทานานํ ฐานโส เหตุโส วิปากํ ยถาภูตํ ปชานาตี’ติ (ม. นิ. ๑.๑๔๘; วิภ. ๘๑๐; ปาฏิ. ม. ๒.๔๔), ‘‘เอเสว เหตุ เอส ปจฺจโย สงฺขารานํ ยทิทํ อวิชฺชา’’ติ อวิชฺชา สงฺขารานํ สาธารณเหตุ หุตฺวา ปจฺจยฏฺฐํ ผรตีติ อยํ ‘สาธารณเหตุ’ นาม. ยถา หิ ปถวีรโส อาโปรโส จ มธุรสฺสาปิ อมธุรสฺสาปิ ปจฺจโย, เอวํ อวิชฺชา กุสลสงฺขารานมฺปิ อกุสลสงฺขารานมฺปิ สาธารณปจฺจโย โหติ. อิมสฺมึ ปนตฺเถ ‘เหตุเหตุ’ อธิปฺเปโต. อิติ ‘เหตู ธมฺมา น เหตู ธมฺมา’ติ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๑) มาติกาย อาคตํ เหตุภาวํ รูปสฺส นิยเมตฺวา ปฏิกฺขิปนฺโต ‘น เหตุเมวา’ติ อาห. อิมินา นเยน สพฺพปเทสุ ปฏิกฺเขปนิทฺเทโส จ อปฺปฏิกฺเขปนิทฺเทโส จ เวทิตพฺโพ. วจนตฺโถ ปน สพฺพปทานํ มาติกาวณฺณนายํ วุตฺโตเยว.

สปฺปจฺจยเมวาติ เอตฺถ ปน กมฺมสมุฏฺฐานํ กมฺมปจฺจยเมว โหติ, อาหารสมุฏฺฐานาทีนิ อาหาราทิปจฺจยาเนวาติ เอวํ รูปสฺเสว วุตฺตจตุปจฺจยวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. รูปเมวาติ ‘รูปิโน ธมฺมา อรูปิโน ธมฺมา’ติ มาติกาย วุตฺตํ อรูปีภาวํ ปฏิกฺขิปติ. อุปฺปนฺนํ ฉหิ วิญฺญาเณหีติ ปจฺจุปฺปนฺนรูปเมว จกฺขุวิญฺญาณาทีหิ ฉหิ เวทิตพฺพํ. นิยาโม ปน จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ สนฺธาย คหิโต. น หิ ตานิ อตีตานาคตํ วิชานนฺติ. มโนวิญฺญาณํ ปน อตีตมฺปิ อนาคตมฺปิ วิชานาติ. ตํ อิมสฺมึ ปญฺจวิญฺญาณโสเต ปติตตฺตา โสตปติตเมว หุตฺวา คตํ. หุตฺวา อภาวฏฺเฐน ปน อนิจฺจเมว. ชราย อภิภวิตพฺพธมฺมกตฺตา ชราภิภูตเมว. ยสฺมา วา รูปกาเย ชรา ปากฏา โหติ, ตสฺมาปิ ‘ชราภิภูตเมวา’ติ วุตฺตํ.

เอวํ เอกวิเธน รูปสงฺคโหติ เอตฺถ ‘วิธา’-สทฺโท มานสณฺฐานโกฏฺฐาเสสุ ทิสฺสติ. ‘‘เสยฺโยหมสฺมีติ วิธา, สทิโสหมสฺมีติ วิธา’’ติอาทีสุ (วิภ. ๙๖๒) หิ มาโน วิธา นาม. ‘‘กถํวิธํ สีลวนฺตํ วทนฺติ, กถํวิธํ ปญฺญวนฺตํ วทนฺตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๙๕) สณฺฐานํ. ‘กถํวิธ’นฺติ หิ ปทสฺส กถํสณฺฐานนฺติ อตฺโถ. ‘‘เอกวิเธน ญาณวตฺถุํ ทุวิเธน ญาณวตฺถู’’ติอาทีสุ (วิภ. ๗๕๑-๗๕๒) โกฏฺฐาโส วิธา นาม. อิธาปิ โกฏฺฐาโสว อธิปฺเปโต.

สงฺคหสทฺโทปิ สชาติสญฺชาติกิริยาคณนวเสน จตุพฺพิโธ. ตตฺถ ‘‘สพฺเพ ขตฺติยา อาคจฺฉนฺตุ, สพฺเพ พฺราหฺมณา สพฺเพ เวสฺสา สพฺเพ สุทฺทา อาคจฺฉนฺตุ’’, ‘‘ยา จาวุโส วิสาข, สมฺมาวาจา, โย จ สมฺมากมฺมนฺโต, โย จ สมฺมาอาชีโว – อิเม ธมฺมา สีลกฺขนฺเธ สงฺคหิตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๒) อยํ ‘สชาติสงฺคโห’ นาม. ‘เอกชาติกา อาคจฺฉนฺตู’ติ วุตฺตฏฺฐาเน วิย หิ อิธ สพฺเพ ชาติยา เอกสงฺคหํ คตา. ‘‘สพฺเพ โกสลกา อาคจฺฉนฺตุ, สพฺเพ มาคธกา, สพฺเพ ภารุกจฺฉกา อาคจฺฉนฺตุ’’, ‘‘โย จาวุโส วิสาข, สมฺมาวายาโม, ยา จ สมฺมาสติ, โย จ สมฺมาสมาธิ – อิเม ธมฺมา สมาธิกฺขนฺเธ สงฺคหิตา’’ติ อยํ ‘สญฺชาติสงฺคโห’ นาม. เอกฏฺฐาเน ชาตา สํวุทฺธา อาคจฺฉนฺตูติ วุตฺตฏฺฐาเน วิย หิ อิธ สพฺเพ สญฺชาติฏฺฐาเนน นิวุตฺโถกาเสน เอกสงฺคหํ คตา. ‘‘สพฺเพ หตฺถาโรหา อาคจฺฉนฺตุ, สพฺเพ อสฺสาโรหา, สพฺเพ รถิกา อาคจฺฉนฺตุ’’, ‘‘ยา จาวุโส วิสาข, สมฺมาทิฏฺฐิ, โย จ สมฺมาสงฺกปฺโป – อิเม ธมฺมา ปญฺญากฺขนฺเธ สงฺคหิตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๒) อยํ ‘กิริยาสงฺคโห’ นาม. สพฺเพว เหเต อตฺตโน กิริยากรเณน เอกสงฺคหํ คตา. ‘‘จกฺขายตนํ กตมกฺขนฺธคณนํ คจฺฉติ? จกฺขายตนํ รูปกฺขนฺธคณนํ คจฺฉติ. หญฺจิ จกฺขายตนํ รูปกฺขนฺธคณนํ คจฺฉติ, เตน วต เร วตฺตพฺเพ – จกฺขายตนํ รูปกฺขนฺเธน สงฺคหิต’’นฺติ (กถา. ๔๗๑), อยํ ‘คณนสงฺคโห’ นาม. อยมิธ อธิปฺเปโต. เอกโกฏฺฐาเสน รูปคณนาติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ. เอส นโย สพฺพตฺถ.

ทุกนิทฺเทสวณฺณนา

อุปาทาภาชนียกถา

๕๙๕. อิทานิ ทุวิธสงฺคหาทีสุ ‘อตฺถิ รูปํ อุปาทา, อตฺถิ รูปํ โนอุปาทา’ติ เอวํ เภทสพฺภาวโต ปุจฺฉาปุพฺพงฺคมํ ปทภาชนํ ทสฺเสนฺโต กตมํ ตํ รูปํ อุปาทาติอาทิมาห. ตตฺถ อุปาทิยตีติ ‘อุปาทา’; มหาภูตานิ คเหตฺวา, อมุญฺจิตฺวา, ตานิ นิสฺสาย ปวตฺตตีติ อตฺโถ. อิทานิ ตํ ปเภทโต ทสฺเสนฺโต จกฺขายตนนฺติอาทิมาห.

๕๙๖. เอวํ เตวีสติวิธํ อุปาทารูปํ สงฺเขปโต อุทฺทิสิตฺวา ปุน ตเทว วิตฺถารโต นิทฺทิสนฺโต กตมํ ตํ รูปํ จกฺขายตนนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ทุวิธํ จกฺขุ – มํสจกฺขุ ปญฺญาจกฺขุ จ. เอเตสุ ‘พุทฺธจกฺขุ สมนฺตจกฺขุ ญาณจกฺขุ ทิพฺพจกฺขุ ธมฺมจกฺขู’ติ ปญฺจวิธํ ปญฺญาจกฺขุ. ตตฺถ ‘‘อทฺทสํ โข อหํ, ภิกฺขเว, พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต สตฺเต อปฺปรชกฺเข…เป… ทุวิญฺญาปเย’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๘๓) อิทํ พุทฺธจกฺขุ นาม. ‘‘สมนฺตจกฺขุ วุจฺจติ สพฺพญฺญุตญฺญาณ’’นฺติ อิทํ สมนฺตจกฺขุ นาม. ‘‘จกฺขุํ อุทปาทิ ญาณํ อุทปาที’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๕) อิทํ ญาณจกฺขุ นาม. ‘‘อทฺทสํ โข อหํ, ภิกฺขเว, ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธนา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๘๔) อิทํ ทิพฺพจกฺขุ นาม. ‘‘ตสฺมึ เยวาสเน วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาที’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๙๕) อิทํ เหฏฺฐิมมคฺคตฺตยสงฺขาตํ ญาณํ ธมฺมจกฺขุ นาม.

มํสจกฺขุปิ ปสาทจกฺขุ สสมฺภารจกฺขูติ ทุวิธํ โหติ. ตตฺถ โยยํ อกฺขิกูปเก ปติฏฺฐิโต เหฏฺฐา อกฺขิกูปกฏฺฐิเกน, อุปริ ภมุกฏฺฐิเกน, อุภโต อกฺขิกูเฏหิ, อนฺโต มตฺถลุงฺเคน, พหิทฺธา อกฺขิโลเมหิ ปริจฺฉินฺโน มํสปิณฺโฑ. สงฺเขปโต ‘จตสฺโส ธาตุโย, วณฺโณ คนฺโธ รโส โอชา, สมฺภโว สณฺฐานํ, ชีวิตํ ภาโว กายปสาโท จกฺขุปสาโท’ติ จุทฺทสสมฺภาโร. วิตฺถารโต ‘จตสฺโส ธาตุโย, ตํสนฺนิสฺสิตวณฺณคนฺธรสโอชาสณฺฐานสมฺภวา จา’ติ อิมานิ ทส จตุสมุฏฺฐานิกตฺตา จตฺตาลีสํ โหนฺติ. ชีวิตํ ภาโว กายปสาโท จกฺขุปสาโทติ จตฺตาริ เอกนฺตกมฺมสมุฏฺฐานาเนวาติ อิเมสํ จตุจตฺตาลีสาย รูปานํ วเสน จตุจตฺตาลีสสมฺภาโร. ยํ โลโก เสตํ จกฺขุํ ปุถุลํ วิสฏํ วิตฺถิณฺณํ ‘จกฺขุ’นฺติ สญฺชานนฺโต น จกฺขุํ สญฺชานาติ, วตฺถุํ จกฺขุโต สญฺชานาติ, โส มํสปิณฺโฑ อกฺขิกูเป ปติฏฺฐิโต, นฺหารุสุตฺตเกน มตฺถลุงฺเค อาพทฺโธ, ยตฺถ เสตมฺปิ อตฺถิ, กณฺหมฺปิ โลหิตกมฺปิ, ปถวีปิ อาโปปิ เตโชปิ วาโยปิ, ยํ เสมฺหูสฺสทตฺตา เสตํ, ปิตฺตุสฺสทตฺตา กณฺหํ, รุหิรุสฺสทตฺตา โลหิตกํ, ปถวุสฺสทตฺตา ปตฺถิณฺณํ โหติ, อาปุสฺสทตฺตา ปคฺฆรติ, เตชุสฺสทตฺตา ปริทยฺหติ, วายุสฺสทตฺตา สมฺภมติ, อิทํ สสมฺภารจกฺขุ นาม.

โย ปเนตฺถ สิโต เอตฺถ ปฏิพทฺโธ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท, อิทํ ปสาทจกฺขุ นาม. ตเทตํ ตสฺส สสมฺภารจกฺขุโน เสตมณฺฑลปริกฺขิตฺตสฺส กณฺหมณฺฑลสฺส มชฺเฌ, อภิมุเข ฐิตานํ สรีรสณฺฐานุปฺปตฺติเทสภูเต ทิฏฺฐิมณฺฑเล, สตฺตสุ ปิจุปฏเลสุ อาสิตฺตเตลํ ปิจุปฏลานิ วิย, สตฺตกฺขิปฏลานิ พฺยาเปตฺวา, ธารณนฺหาปนมณฺฑนพีชนกิจฺจาหิ จตูหิ ธาตีหิ ขตฺติยกุมาโร วิย, สนฺธารณอาพนฺธนปริปาจนสมุทีรณกิจฺจาหิ จตูหิ ธาตูหิ กตูปการํ, อุตุจิตฺตาหาเรหิ อุปตฺถมฺภิยมานํ, อายุนา อนุปาลิยมานํ, วณฺณคนฺธรสาทีหิ ปริวุตํ, ปมาณโต อูกาสิรมตฺตํ, จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมานํ ติฏฺฐติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ธมฺมเสนาปตินา –

‘‘เยน จกฺขุปฺปสาเทน, รูปานิ มนุปสฺสติ;

ปริตฺตํ สุขุมํ เอตํ, อูกาสิรสมูปม’’นฺติ.

จกฺขุ จ ตํ อายตนญฺจาติ จกฺขายตนํ. ยํ จกฺขุ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโทติ อิธาปิ อุปโยคตฺเถเยว สามิวจนํ; จตฺตาริ มหาภูตานิ อุปาทิยิตฺวา ปวตฺตปฺปสาโทติ อตฺโถ. อิมินา ปสาทจกฺขุเมว คณฺหาติ, เสสจกฺขุํ ปฏิกฺขิปติ. ยํ ปน อินฺทฺริยโคจรสุตฺเต ‘‘เอกํ มหาภูตํ อุปาทาย ปสาโท ปถวีธาตุยา ตีหิ มหาภูเตหิ สงฺคหิโต อาโปธาตุยา จ เตโชธาตุยา จ วาโยธาตุยา จ,’’ จตุปริวตฺตสุตฺเต ‘‘ทฺวินฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ปถวีธาตุยา จ อาโปธาตุยา จ ทฺวีหิ มหาภูเตหิ สงฺคหิโต เตโชธาตุยา จ วาโยธาตุยา จา’’ติ วุตฺตํ, ตํ ปริยาเยน วุตฺตํ. อยญฺหิ สุตฺตนฺติกกถา นาม ปริยายเทสนา. โย จ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท โส เตสุ เอเกกสฺสาปิ ทินฺนํ ทฺวินฺนมฺปิ ปสาโทเยวาติ อิมินา ปริยาเยน ตตฺถ เทสนา อาคตา. อภิธมฺโม ปน นิปฺปริยายเทสนา นาม. ตสฺมา อิธ ‘จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท’ติ วุตฺตํ.

‘อยํ เม อตฺตา’ติ พาลชเนน ปริคฺคหิตตฺตา อตฺตภาโว วุจฺจติ สรีรมฺปิ ขนฺธปญฺจกมฺปิ. ตสฺมึ ปริยาปนฺโน ตนฺนิสฺสิโตติ อตฺตภาวปริยาปนฺโน จกฺขุวิญฺญาเณน ปสฺสิตุํ น สกฺกาติ อนิทสฺสโน. ปฏิฆฏฺฏนานิฆํโส เอตฺถ ชายตีติ สปฺปฏิโฆ.

เยนาติอาทีสุ อยํ สงฺเขปตฺโถ – เยน กรณภูเตน จกฺขุนา อยํ สตฺโต อิทํ วุตฺตปฺปการํ รูปํ อตีเต ปสฺสิ วา, วตฺตมาเน ปสฺสติ วา, อนาคเต ปสฺสิสฺสติ วา, สจสฺส อปริภินฺนํ จกฺขุ ภเวยฺย, อถาเนน อาปาถคตํ รูปํ ปสฺเส วา, อตีตํ วา รูปํ อตีเตน จกฺขุนา ปสฺสิ, ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺเนน ปสฺสติ, อนาคตํ อนาคเตน ปสฺสิสฺสติ, สเจ ตํ รูปํ จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺเฉยฺย จกฺขุนา ตํ รูปํ ปสฺเสยฺยาติ อิทเมตฺถ ปริกปฺปวจนํ. ทสฺสนปริณายกฏฺเฐน จกฺขุํเปตํ, สญฺชาติสโมสรณฏฺเฐน จกฺขายตนํเปตํ, สุญฺญตภาวนิสฺสตฺตฏฺเฐน จกฺขุธาตุเปสา. ทสฺสนลกฺขเณ อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ จกฺขุนฺทฺริยํเปตํ. ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโกเปโส. วฬญฺชนฏฺเฐน ทฺวาราเปสา. อปูรณียฏฺเฐน สมุทฺโทเปโส. ปริสุทฺธฏฺเฐน ปณฺฑรํเปตํ. ผสฺสาทีนํ อภิชายนฏฺเฐน เขตฺตํเปตํ. เตสํเยว ปติฏฺฐานฏฺเฐน วตฺถุํเปตํ. สมวิสมํ ทสฺเสนฺตํ อตฺตภาวํ เนตีติ เนตฺตํเปตํ. เตเนวฏฺเฐน นยนํเปตํ. สกฺกายปริยาปนฺนฏฺเฐน โอริมํ ตีรํเปตํ. พหุสาธารณฏฺเฐน อสฺสามิกฏฺเฐน จ สุญฺโญ คาโมเปโสติ.

เอตฺตาวตา ‘ปสฺสิ วา’ติอาทีหิ จตูหิ ปเทหิ จกฺขุํเปตนฺติอาทีนิ จุทฺทส นามานิ โยเชตฺวา จกฺขายตนสฺส จตฺตาโร ววตฺถาปนนยา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. กถํ? เอตฺถ หิ เยน จกฺขุนา อนิทสฺสเนน สปฺปฏิเฆน รูปํ สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ปสฺสิ วา จกฺขุํเปตํ…เป… สุญฺโญ คาโมเปโส, อิทํ ตํ รูปํ จกฺขายตนนฺติ อยเมโก นโย. เอวํ เสสาปิ เวทิตพฺพา.

๕๙๗. อิทานิ ยสฺมา วิชฺชุนิจฺฉรณาทิกาเลสุ อโนโลเกตุกามสฺสาปิ รูปํ จกฺขุปสาทํ ฆฏฺเฏติ, ตสฺมา ตํ อาการํ ทสฺเสตุํ ทุติโย นิทฺเทสวาโร อารทฺโธ. ตตฺถ ยมฺหิ จกฺขุมฺหีติ ยมฺหิ อธิกรณภูเต จกฺขุมฺหิ. รูปนฺติ ปจฺจตฺตวจนเมตํ. ตตฺถ ปฏิหญฺญิ วาติ อตีตตฺโถ. ปฏิหญฺญติ วาติ ปจฺจุปฺปนฺนตฺโถ. ปฏิหญฺญิสฺสติ วาติ อนาคตตฺโถ. ปฏิหญฺเญ วาติ วิกปฺปนตฺโถ. อตีตญฺหิ รูปํ อตีเต จกฺขุสฺมึ ปฏิหญฺญิ นาม. ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺเน ปฏิหญฺญติ นาม. อนาคตํ อนาคเต ปฏิหญฺญิสฺสติ นาม. สเจ ตํ รูปํ จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺเฉยฺย, จกฺขุมฺหิ ปฏิหญฺเญยฺย ตํ รูปนฺติ อยเมตฺถ ปริกปฺโป. อตฺถโต ปน ปสาทํ ฆฏฺฏยมานเมว รูปํ ปฏิหญฺญติ นาม. อิธาปิ ปุริมนเยเนว จตฺตาโร ววตฺถาปนนยา เวทิตพฺพา.

๕๙๘. อิทานิ ยสฺมา อตฺตโน อิจฺฉาย โอโลเกตุกามสฺส รูเป จกฺขุํ อุปสํหรโต จกฺขุ รูปสฺมึ ปฏิหญฺญติ, ตสฺมา ตํ อาการํ ทสฺเสตุํ ตติโย นิทฺเทสวาโร อารทฺโธ. โส อตฺถโต ปากโฏเยว. เอตฺถ ปน จกฺขุ อารมฺมณํ สมฺปฏิจฺฉมานเมว รูปมฺหิ ปฏิหญฺญติ นาม. อิธาปิ ปุริมนเยเนว จตฺตาโร ววตฺถาปนนยา เวทิตพฺพา.

๕๙๙. อิโต ปรํ ผสฺสปญฺจมกานํ อุปฺปตฺติทสฺสนวเสน ปญฺจ, เตสํเยว อารมฺมณปฏิพทฺธอุปฺปตฺติทสฺสนวเสน ปญฺจาติ, ทส วารา ทสฺสิตา. ตตฺถ จกฺขุํ นิสฺสายาติ จกฺขุํ นิสฺสาย, ปจฺจยํ กตฺวา. รูปํ อารพฺภาติ รูปารมฺมณํ อาคมฺม, สนฺธาย, ปฏิจฺจ. อิมินา จกฺขุปสาทวตฺถุกานํ ผสฺสาทีนํ ปุเรชาตปจฺจเยน จกฺขุทฺวารชวนวีถิปริยาปนฺนานํ อารมฺมณาธิปติอารมฺมณูปนิสฺสยปจฺจเยหิ รูปสฺส ปจฺจยภาโว ทสฺสิโต. อิตเรสุ ปญฺจสุ วาเรสุ รูปํ อารมฺมณมสฺสาติ รูปารมฺมโณติ เอวํ อารมฺมณปจฺจยมตฺเตเนว ปจฺจยภาโว ทสฺสิโต. ยถา ปน ปุริเมสุ ตีสุ, เอวํ อิเมสุปิ ทสสุ วาเรสุ จตฺตาโร จตฺตาโร ววตฺถาปนนยา เวทิตพฺพา. เอวํ กตมํ ตํ รูปํ จกฺขายตนนฺติ ปุจฺฉาย อุทฺธฏํ จกฺขุํ ‘อิทํ ต’นฺติ นานปฺปการโต ทสฺเสตุํ, ปุริมา ตโย, อิเม ทสาติ, เตรส นิทฺเทสวารา ทสฺสิตา. เอเกกสฺมิญฺเจตฺถ จตุนฺนํ จตุนฺนํ ววตฺถาปนนยานํ อาคตตฺตา ทฺวิปญฺญาสาย นเยหิ ปฏิมณฺเฑตฺวาว ทสฺสิตาติ เวทิตพฺพา.

๖๐๐. อิโต ปเรสุ โสตายตนาทินิทฺเทเสสุปิ เอเสว นโย. วิเสสมตฺตํ ปเนตฺถ เอวํ เวทิตพฺพํ – สุณาตีติ โสตํ. ตํ สสมฺภารโสตพิลสฺส อนฺโต ตนุตมฺพโลมาจิเต องฺคุลิเวธกสณฺฐาเน ปเทเส วุตฺตปฺปการาหิ ธาตูหิ กตูปการํ, อุตุจิตฺตาหาเรหิ อุปตฺถมฺภิยมานํ, อายุนา อนุปาลิยมานํ, วณฺณาทีหิ ปริวุตํ โสตวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมานํ ติฏฺฐติ.

ฆายตีติ ฆานํ. ตํ สสมฺภารฆานพิลสฺส อนฺโต อชปฺปทสณฺฐาเน ปเทเส ยถาวุตฺตปฺปการอุปการุปตฺถมฺภนานุปาลนปริวารํ หุตฺวา ฆานวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมานํ ติฏฺฐติ.

สายนฏฺเฐน ชิวฺหา. สา สสมฺภารชิวฺหามชฺฌสฺส อุปริ อุปฺปลทลคฺคสณฺฐาเน ปเทเส ยถาวุตฺตปฺปการอุปการุปตฺถมฺภนานุปาลนปริวารา หุตฺวา ชิวฺหาวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมานา ติฏฺฐติ.

ยาวตา ปน อิมสฺมึ กาเย อุปาทิณฺณกรูปํ นาม อตฺถิ, สพฺพตฺถ กายายตนํ, กปฺปาสปฏเล เสฺนโห วิย, ยถาวุตฺตปฺปการอุปการุปตฺถมฺภนานุปาลนปริวารเมว หุตฺวา กายวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมานํ ติฏฺฐติ. อยเมตฺถ วิเสโส. เสโส ปาฬิปฺปเภโท จ อตฺโถ จ จกฺขุนิทฺเทเส วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. เกวลญฺหิ อิธ จกฺขุปทสฺส ฐาเน โสตปทาทีนิ, รูปปทสฺส ฐาเน สทฺทปทาทีนิ, ปสฺสีติ อาทีนํ ฐาเน สุณีติอาทิปทานิ จ อาคตานิ. ‘เนตฺตํเปตํ, นยนํเปต’นฺติ อิมสฺส จ ปททฺวยสฺส อภาวา ทฺวาทส ทฺวาทส นามานิ โหนฺติ. เสสํ สพฺพตฺถ วุตฺตสทิสเมว.

ตตฺถ สิยา – ยทิ ยาวตา อิมสฺมึ กาเย อุปาทิณฺณกรูปํ นาม อตฺถิ, สพฺพตฺถ กายายตนํ, กปฺปาสปฏเล เสฺนโห วิย. ‘เอวํ สนฺเต ลกฺขณสมฺมิสฺสตา อาปชฺชตี’ติ. ‘นาปชฺชตี’ติ. ‘กสฺมา’? ‘อญฺญสฺส อญฺญตฺถ อภาวโต’. ‘ยทิ เอวํ, น สพฺพตฺถ กายายตน’นฺติ? ‘เนว ปรมตฺถโต สพฺพตฺถ. วินิพฺภุชิตฺวา ปนสฺส นานากรณํ ปญฺญาเปตุํ น สกฺกา, ตสฺมา เอวํ วุตฺตํ. ยถา หิ รูปรสาทโย, วาลิกาจุณฺณานิ วิย, วิเวเจตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อญฺญมญฺญพฺยาปิโนติ วุจฺจนฺติ, น จ ปรมตฺถโต รูเป รโส อตฺถิ. ยทิ สิยา รูปคฺคหเณเนว รสคฺคหณํ คจฺเฉยฺย. เอวํ กายายตนมฺปิ ปรมตฺถโต เนว สพฺพตฺถ อตฺถิ, น จ สพฺพตฺถ นตฺถิ, วิเวเจตุํ อสกฺกุเณยฺยตายาติ. เอวเมตฺถ น ลกฺขณสมฺมิสฺสตา อาปชฺชตีติ เวทิตพฺพา’.

อปิจ ลกฺขณาทิววตฺถาปนโตเปเตสํ อสมฺมิสฺสตา เวทิตพฺพา – เอเตสุ หิ รูปาภิฆาตารหภูตปฺปสาทลกฺขณํ ทฏฺฐุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานภูตปฺปสาทลกฺขณํ วา จกฺขุ, รูเปสุ อาวิญฺฉนรสํ, จกฺขุวิญฺญาณสฺส อาธารภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, ทฏฺฐุกามตานิทานกมฺมชภูตปทฏฺฐานํ.

สทฺทาภิฆาตารหภูตปฺปสาทลกฺขณํ โสตุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานภูตปฺปสาทลกฺขณํ วา โสตํ, สทฺเทสุ อาวิญฺฉนรสํ, โสตวิญฺญาณสฺส อาธารภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, โสตุกามตานิทานกมฺมชภูตปทฏฺฐานํ.

คนฺธาภิฆาตารหภูตปฺปสาทลกฺขณํ ฆายิตุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานภูตปฺปสาทลกฺขณํ วา ฆานํ, คนฺเธสุ อาวิญฺฉนรสํ, ฆานวิญฺญาณสฺส อาธารภาวปจฺจุปฏฺฐานํ ฆายิตุกามตานิทานกมฺมชภูตปทฏฺฐานํ.

รสาภิฆาตารหภูตปฺปสาทลกฺขณา สายิตุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานภูตปฺปสาทลกฺขณา วา ชิวฺหา, รเสสุ อาวิญฺฉนรสา, ชิวฺหาวิญฺญาณสฺส อาธารภาวปจฺจุปฏฺฐานา, สายิตุกามตานิทานกมฺมชภูตปทฏฺฐานา.

โผฏฺฐพฺพาภิฆาตารหภูตปฺปสาทลกฺขโณ ผุสิตุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานภูตปฺปสาทลกฺขโณ วา กาโย, โผฏฺฐพฺเพสุ อาวิญฺฉนรโส, กายวิญฺญาณสฺส อาธารภาวปจฺจุปฏฺฐาโน, ผุสิตุกามตานิทานกมฺมชภูตปทฏฺฐาโน.

เกจิ ปน ‘เตชาธิกานํ ภูตานํ ปสาโท จกฺขุ, วายุปถวีอาปาธิกานํ ภูตานํ ปสาทา โสตฆานชิวฺหา, กาโย สพฺเพส’นฺติ วทนฺติ. อปเร ‘เตชาธิกานํ ปสาโท จกฺขุ, วิวรวายุอาปปถวาธิกานํ ปสาทา โสตฆานชิวฺหากายา’ติ วทนฺติ. เต วตฺตพฺพา – ‘สุตฺตํ อาหรถา’ติ. อทฺธา สุตฺตเมว น ทกฺขิสฺสนฺติ. เกจิ ปเนตฺถ ‘เตชาทีนํ คุเณหิ รูปาทีหิ อนุคฺคยฺหภาวโต’ติ การณํ วทนฺติ. เต จ วตฺตพฺพา – ‘โก ปเนวมาห – รูปาทโย เตชาทีนํ คุณา’ติ? อวินิพฺโภเคสุ หิ รูเปสุ ‘อยํ อิมสฺส คุโณ, อยํ อิมสฺส คุโณ’ติ น ลพฺภา วตฺตุํ. อถาปิ วเทยฺยุํ – ‘ยถา เตสุ เตสุ สมฺภาเรสุ ตสฺส ตสฺส ภูตสฺส อธิกตาย ปถวีอาทีนํ สนฺธารณาทีนิ กิจฺจานิ อิจฺฉถ, เอวํ เตชาทิอธิเกสุ สมฺภาเรสุ รูปาทีนํ อธิกภาวทสฺสนโต อิจฺฉิตพฺพเมตํ รูปาทโย เตสํ คุณา’ติ. เต วตฺตพฺพา – อิจฺเฉยฺยาม, ยทิ อาปาธิกสฺส อาสวสฺส คนฺธโต ปถวีอธิเก กปฺปาเส คนฺโธ อธิกตโร สิยา, เตชาธิกสฺส จ อุโณฺหทกสฺส วณฺณโตปิ สีตูทกสฺส วณฺโณ ปริหาเยถ. ยสฺมา ปเนตํ อุภยมฺปิ นตฺถิ, ตสฺมา ปหาเยเถตํ เอเตสํ นิสฺสยภูตานํ วิเสสกปฺปนํ, ยถา อวิเสเสปิ เอกกลาเป ภูตานํ รูปรสาทโย อญฺญมญฺญํ วิสทิสา โหนฺติ, เอวํ จกฺขุปสาทาทโย, อวิชฺชมาเนปิ อญฺญสฺมึ วิเสสการเณติ คเหตพฺพเมตํ.

กึ ปน ตํ ยํ อญฺญมญฺญสฺส อสาธารณํ? กมฺมเมว เนสํ วิเสสการณํ. ตสฺมา กมฺมวิเสสโต เอเตสํ วิเสโส, น ภูตวิเสสโต. ภูตวิเสเส หิ สติ ปสาโทว นุปฺปชฺชติ. สมานานญฺหิ ปสาโท, น วิสมานานนฺติ โปราณา. เอวํ กมฺเมวิสสโต วิเสสวนฺเตสุ จ เอเตสุ จกฺขุโสตานิ อสมฺปตฺตวิสยคฺคาหกานิ อตฺตโน นิสฺสยํ อนลฺลีนนิสฺสเย เอว วิสเย วิญฺญาณเหตุตฺตา. ฆานชิวฺหากายา สมฺปตฺตวิสยคฺคาหกา, นิสฺสยวเสน เจว สยญฺจ อตฺตโน นิสฺสยํ อลฺลีเนเยว วิสเย วิญฺญาณเหตุตฺตา.

อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อาปาถคตตฺตาว อารมฺมณํ สมฺปตฺตํ นาม. จนฺทมณฺฑลสูริยมณฺฑลานญฺหิ ทฺวาจตฺตาลีสโยชนสหสฺสมตฺถเก ฐิตานํ วณฺโณ จกฺขุปสาทํ ฆฏฺเฏติ. โส ทูเร ฐตฺวา ปญฺญายมาโนปิ สมฺปตฺโตเยว นาม. ตํโคจรตฺตา จกฺขุ สมฺปตฺตโคจรเมว นาม. ทูเร รุกฺขํ ฉินฺทนฺตานมฺปิ, รชกานญฺจ วตฺถํ โธวนฺตานํ ทูรโตว กายวิกาโร ปญฺญายติ. สทฺโท ปน ธาตุปรมฺปราย อาคนฺตฺวา โสตํ ฆฏฺเฏตฺวา สณิกํ ววตฺถานํ คจฺฉตี’’ติ วุตฺตํ.

ตตฺถ กิญฺจาปิ อาปาถคตตฺตา อารมฺมณํ สมฺปตฺตนฺติ วุตฺตํ, จนฺทมณฺฑลาทิวณฺโณ ปน จกฺขุํ อสมฺปตฺโต ทูเร ฐิโตว ปญฺญายติ. สทฺโทปิ สเจ สณิกํ อาคจฺเฉยฺย, ทูเร อุปฺปนฺโน จิเรน สุยฺเยยฺย, ปรมฺปรฆฏฺฏนาย จ อาคนฺตฺวา โสตํ ฆฏฺเฏนฺโต อสุกทิสาย นามาติ น ปญฺญาเยยฺย. ตสฺมา อสมฺปตฺตโคจราเนว ตานิ.

อหิอาทิสมานานิ เจตานิ. ยถา หิ อหิ นาม พหิ สิตฺตสมฺมฏฺฐฏฺฐาเน นาภิรมติ, สงฺการฏฺฐานติณปณฺณคหนวมฺมิกานิเยว ปน ปวิสิตฺวา นิปนฺนกาเล อภิรมติ, เอกคฺคตํ อาปชฺชติ, เอวเมว จกฺขุเปตํ วิสมชฺฌาสยํ มฏฺเฐสุ สุวณฺณภิตฺติอาทีสุ นาภิรมติ, โอโลเกตุมฺปิ น อิจฺฉติ, รูปจิตฺตปุปฺผลตาทิจิตฺเตสุเยว ปน อภิรมติ. ตาทิเสสุ หิ ฐาเนสุ จกฺขุมฺหิ อปฺปโหนฺเต มุขมฺปิ วิวริตฺวา โอโลเกตุกามา โหนฺติ.

สุสุมาโรปิ พหิ นิกฺขนฺโต คเหตพฺพํ น ปสฺสติ, อกฺขีนิ นิมฺมีเลตฺวาว จรติ. ยทา ปน พฺยามสตมตฺตํ อุทกํ โอคาหิตฺวา พิลํ ปวิสิตฺวา นิปนฺโน โหติ, ตทา ตสฺส จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ สุขํ สุปติ, เอวเมว โสตํ ตมฺเป พิลชฺฌาสยํ อากาสสนฺนิสฺสิตํ กณฺณจฺฉิทฺทกูปเกเยว อชฺฌาสยํ กโรติ. กณฺณจฺฉิทฺทากาโสเยว ตสฺส สทฺทสวเน ปจฺจโย โหติ. อชฏากาโสปิ วฏฺฏติเยว. อนฺโตเลณสฺมิญฺหิ สชฺฌาเย กริยมาเน น เลณจฺฉทนํ ภินฺทิตฺวา สทฺโท พหิ นิกฺขมติ, ทฺวารวาตปานจฺฉิทฺเทหิ ปน นิกฺขมิตฺวา ธาตุปรมฺปราเยว ฆฏฺเฏนฺโต คนฺตฺวา โสตปสาทํ ฆฏฺเฏติ. อถ ตสฺมึ กาเล ‘อสุโก นาม สชฺฌายตี’ติ เลณปิฏฺเฐ นิสินฺนา ชานนฺติ.

เอวํ สนฺเต สมฺปตฺตโคจรตา โหติ. ‘กึ ปเนตํ สมฺปตฺตโคจร’นฺติ? ‘อาม, สมฺปตฺตโคจรํ’. ‘ยทิ เอวํ, ทูเร เภรีอาทีสุ วชฺชมาเนสุ ทูเร สทฺโทติ ชานนํ น ภเวยฺยา’ติ? ‘โน น ภวติ. โสตปสาทสฺมิญฺหิ ฆฏฺฏิเต ทูเร สทฺโท อาสนฺเน สทฺโท, ปรตีเร โอริมตีเรติ ตถา ตถา ชานนากาโร โหติ. ธมฺมตา เอสา’ติ. ‘กึ เอตาย ธมฺมตาย? ยโต ยโต ฉิทฺทํ ตโต ตโต สวนํ โหติ, จนฺทิมสูริยาทีนํ ทสฺสนํ วิยาติ อสมฺปตฺตโคจรเมเวตํ’.

ปกฺขีปิ รุกฺเข วา ภูมิยํ วา น รมติ. ยทา ปน เอกํ วา เทฺว วา เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมฺม อชฏากาสํ ปกฺขนฺโท โหติ, ตทา เอกคฺคจิตฺตตํ อาปชฺชติ, เอวเมว ฆานมฺปิ อากาสชฺฌาสยํ วาตูปนิสฺสยคนฺธโคจรํ. ตถา หิ คาโว นววุฏฺเฐ เทเว ภูมิยํ ฆายิตฺวา ฆายิตฺวา อากาสาภิมุขา หุตฺวา วาตํ อากฑฺฒนฺติ. องฺคุลีหิ คนฺธปิณฺฑํ คเหตฺวาปิ จ อุปสิงฺฆนกาเล วาตํ อนากฑฺฒนฺโต เนว ตสฺส คนฺธํ ชานาติ.

กุกฺกุโรปิ พหิ วิจรนฺโต เขมฏฺฐานํ น ปสฺสติ เลฑฺฑุปหาราทีหิ อุปทฺทุโต โหติ. อนฺโตคามํ ปวิสิตฺวา อุทฺธนฏฺฐาเน ฉาริกํ พฺยูหิตฺวา นิปนฺนสฺส ปน ผาสุกํ โหติ, เอวเมว ชิวฺหาปิ คามชฺฌาสยา อาโปสนฺนิสฺสิตรสารมฺมณา. ตถา หิ ติยามรตฺตึ สมณธมฺมํ กตฺวาปิ ปาโตว ปตฺตจีวรมาทาย คาโม ปวิสิตพฺโพ โหติ. สุกฺขขาทนียสฺส จ น สกฺกา เขเฬน อเตมิตสฺส รสํ ชานิตุํ.

สิงฺคาโลปิ พหิ จรนฺโต รตึ น วินฺทติ, อามกสุสาเน มนุสฺสมํสํ ขาทิตฺวา นิปนฺนสฺเสว ปนสฺส ผาสุกํ โหติ, เอวเมว กาโยปิ อุปาทิณฺณกชฺฌาสโย ปถวีนิสฺสิตโผฏฺฐพฺพารมฺมโณ. ตถา หิ อญฺญํ อุปาทิณฺณกํ อลภมานา สตฺตา อตฺตโนว หตฺถตเล สีสํ กตฺวา นิปชฺชนฺติ. อชฺฌตฺติกพาหิรา จสฺส ปถวี อารมฺมณคฺคหเณ ปจฺจโย โหติ. สุสนฺถตสฺสปิ หิ สยนสฺส, หตฺเถ ฐปิตานมฺปิ วา ผลานํ, น สกฺกา อนิสีทนฺเตน วา อนิปฺปีเฬนฺเตน วา ถทฺธมุทุภาโว ชานิตุนฺติ. อชฺฌตฺติกพาหิราปถวี เอตสฺส กายปสาทสฺส โผฏฺฐพฺพชานเน ปจฺจโย โหติ. เอวํ ลกฺขณาทิววตฺถานโตเปเตสํ อสมฺมิสฺสตา เวทิตพฺพา. อญฺเญเยว หิ จกฺขุปสาทสฺส ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานโคจรชฺฌาสยนิสฺสยา อญฺเญ โสตปสาทาทีนนฺติ อสมฺมิสฺสาเนว จกฺขายตนาทีนิ.

อปิจ เนสํ อสมฺมิสฺสตาย อยํ อุปมาปิ เวทิตพฺพา – ยถา หิ ปญฺจวณฺณานํ ธชานํ อุสฺสาปิตานํ กิญฺจาปิ ฉายา เอกาพทฺธา วิย โหติ, ตสฺส ตสฺส ปน อญฺญมญฺญํ อสมฺมิสฺสาว ยถา จ ปญฺจวณฺเณน กปฺปาเสน วฏฺฏึ กตฺวา ทีเป ชาลิเต กิญฺจาปิ ชาลา เอกาพทฺธา วิย โหติ, ตสฺส ตสฺส ปน อํสุโน ปาฏิเยกฺกา ปาฏิเยกฺกา ชาลา อสมฺมิสฺสา เอว, เอวเมว กิญฺจาปิ อิมานิ ปญฺจายตนานิ เอกสฺมึ อตฺตภาเว สโมสฏานิ อญฺญมญฺญํ ปน อสมฺมิสฺสาเนว. น เกวลญฺจ อิมาเนว ปญฺจ, เสสรูปานิปิ อสมฺมิสฺสาเนว. อิมสฺมิญฺหิ สรีเร เหฏฺฐิมกาโย มชฺฌิมกาโย อุปริมกาโยติ ตโย โกฏฺฐาสา. ตตฺถ นาภิโต ปฏฺฐาย เหฏฺฐา เหฏฺฐิมกาโย นาม. ตสฺมึ กายทสกํ, ภาวทสกํ, อาหารสมุฏฺฐานานิ อฏฺฐ, อุตุสมุฏฺฐานานิ อฏฺฐ, จิตฺตสมุฏฺฐานานิ อฏฺฐาติ จตุจตฺตาลีส รูปานิ. นาภิโต อุทฺธํ ยาว คลวาฏกา มชฺฌิมกาโย นาม. ตตฺถ จ กายทสกํ, ภาวทสกํ, วตฺถุทสกํ, อาหารสมุฏฺฐานาทีนิ ตีณิ อฏฺฐกานีติ จตุปญฺญาส รูปานิ. คลวาฏกโต อุทฺธํ อุปริมกาโย นาม. ตตฺถ จกฺขุทสกํ, โสตทสกํ, ฆานทสกํ, ชิวฺหาทสกํ, กายทสกํ, ภาวทสกํ, อาหารสมุฏฺฐานาทีนิ ตีณิ อฏฺฐกานีติ จตุราสีติ รูปานิ.

ตตฺถ จกฺขุปสาทสฺส ปจฺจยานิ จตฺตาริ มหาภูตานิ, วณฺโณ คนฺโธ รโส โอชา, ชีวิตินฺทฺริยํ จกฺขุปสาโทติ อิทํ เอกนฺตโต อวินิภุตฺตานํ ทสนฺนํ นิปฺผนฺนรูปานํ วเสน จกฺขุทสกํ นาม. อิมินา นเยน เสสานิปิ เวทิตพฺพานิ. เตสุ เหฏฺฐิมกาเย รูปํ มชฺฌิมกายอุปริมกายรูเปหิ สทฺธึ อสมฺมิสฺสํ. เสสกายทฺวเยปิ รูปํ อิตเรหิ สทฺธึ อสมฺมิสฺสเมว. ยถา หิ สายนฺหสมเย ปพฺพตจฺฉายา จ รุกฺขจฺฉายา จ กิญฺจาปิ เอกาพทฺธา วิย โหนฺติ อญฺญมญฺญํ ปน อสมฺมิสฺสาว เอวํ อิเมสุปิ กาเยสุ จตุจตฺตาลีส จตุปญฺญาส จตุราสีติ รูปานิ จ กิญฺจาปิ เอกาพทฺธานิ วิย โหนฺติ, อญฺญมญฺญํ ปน อสมฺมิสฺสาเนวาติ.

๖๑๖. รูปายตนนิทฺเทเส วณฺโณว วณฺณนิภา; นิภาตีติ วา นิภา. จกฺขุวิญฺญาณสฺส ปากฏา โหตีติ อตฺโถ. วณฺโณว นิภา วณฺณนิภา. สทฺธึ นิทสฺสเนน สนิทสฺสนํ, จกฺขุวิญฺญาเณน ปสฺสิตพฺพนฺติ อตฺโถ. สทฺธึ ปฏิเฆน สปฺปฏิฆํ, ปฏิฆฏฺฏนนิฆํสชนกนฺติ อตฺโถ. นีลาทีสุ อุมาปุปฺผสมานํ นีลํ, กณิการปุปฺผสมานํ ปีตกํ, พนฺธุชีวกปุปฺผสมานํ โลหิตกํ, โอสธิตารกสมานํ โอทาตํ. ฌามงฺคารสมานํ กาฬกํ, มนฺทรตฺตํ สินฺทุวารกรวีรมกุฬสมานํ มญฺชิฏฺฐกํ. ‘‘หริตฺตจเหมวณฺณกามํสุมุขปกฺกมา’’ติ (ชา. ๑.๑๕.๑๓๓) เอตฺถ ปน กิญฺจาปิ ‘หรี’ติ สุวณฺณํ วุตฺตํ, ปรโต ปนสฺส ชาตรูปคฺคหเณน คหิตตฺตา อิธ สามํ หริ นาม. อิมานิ สตฺต วตฺถุํ อนามสิตฺวา สภาเวเนว ทสฺสิตานิ.

หริวณฺณนฺติ หริตสทฺทลวณฺณํ. อมฺพงฺกุรวณฺณนฺติ อมฺพงฺกุเรน สมานวณฺณํ. อิมานิ เทฺว วตฺถุํ อามสิตฺวา ทสฺสิตานิ. ทีฆาทีนิ ทฺวาทส โวหารโต ทสฺสิตานิ. โส จ เนสํ โวหาโร อุปนิธายสิทฺโธ เจว สนฺนิเวสสิทฺโธ จ. ทีฆาทีนิ หิ อญฺญมญฺญํ อุปนิธายสิทฺธานิ, วฏฺฏาทีนิ สนฺนิเวสวิเสเสน. ตตฺถ รสฺสํ อุปนิธาย ตโต อุจฺจตรํ ทีฆํ, ตํ อุปนิธาย ตโต นีจตรํ รสฺสํ. ถูลํ อุปนิธาย ตโต ขุทฺทกตรํ อณุํ, ตํ อุปนิธาย ตโต มหนฺตตรํ ถูลํ. จกฺกสณฺฐานํ วฏฺฏํ, กุกฺกุฏณฺฑสณฺฐานํ ปริมณฺฑลํ. จตูหิ อํเสหิ ยุตฺตํ จตุรํสํ. ฉฬํสาทีสุปิ เอเสว นโย. นินฺนนฺติ โอนตํ, ถลนฺติ อุนฺนตํ.

ตตฺถ ยสฺมา ทีฆาทีนิ ผุสิตฺวา สกฺกา ชานิตุํ, นีลาทีนิ ปเนวํ น สกฺกา, ตสฺมา น นิปฺปริยาเยน ทีฆํ รูปายตนํ; ตถา รสฺสาทีนิ. ตํ ตํ นิสฺสาย ปน ตถา ตถา ฐิตํ ทีฆํ รสฺสนฺติ เตน เตน โวหาเรน รูปายตนเมเวตฺถ ภาสิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ฉายา อาตโปติ อิทํ อญฺญมญฺญปริจฺฉินฺนํ; ตถา อาโลโก อนฺธกาโร จ. อพฺภา มหิกาติอาทีนิ จตฺตาริ วตฺถุนาว ทสฺสิตานิ. ตตฺถ ‘อพฺภา’ติ วลาหโก. ‘มหิกา’ติ หิมํ. อิเมหิ จตูหิ อพฺภาทีนํ วณฺณา ทสฺสิตา. จนฺทมณฺฑลสฺส วณฺณนิภาติอาทีหิ เตสํ เตสํ ปภาวณฺณา ทสฺสิตา.

ตตฺถ จนฺทมณฺฑลาทีนํ วตฺถูนํ เอวํ วิเสโส เวทิตพฺโพ – มณิมยํ รชตปฏิจฺฉนฺนํ เอกูนปญฺญาสโยชนายามวิตฺถารํ จนฺทสฺส เทวปุตฺตสฺส วิมานํ จนฺทมณฺฑลํ นาม. โสวณฺณมยํ ผลิกปฏิจฺฉนฺนํ สมปณฺณาสโยชนายามวิตฺถารํ สูริยสฺส เทวปุตฺตสฺส วิมานํ สูริยมณฺฑลํ นาม. สตฺตรตนมยานิ สตฺตฏฺฐทสทฺวาทสโยชนายามวิตฺถารานิ เตสํ เตสํ เทวปุตฺตานํ วิมานานิ ตารกรูปานิ นาม.

ตตฺถ เหฏฺฐา จนฺโท, สูริโย อุปริ, อุภินฺนมนฺตรํ โยชนํ โหติ. จนฺทสฺส เหฏฺฐิมนฺตโต สูริยสฺส อุปริมนฺโต โยชนสตํ โหติ. ทฺวีสุ ปสฺเสสุ นกฺขตฺตตารกา คจฺฉนฺติ. เอเตสุ ปน ตีสุ จนฺโท ทนฺธคมโน, สูริโย สีฆคมโน, นกฺขตฺตตารกา สพฺพสีฆคมนา. กาเลน จนฺทิมสูริยานํ ปุรโต โหนฺติ กาเลน ปจฺฉา.

อาทาสมณฺฑลนฺติ กํสมยํ. มณีติ ฐเปตฺวา เวฬุริยํ เสโส โชติรสาทิอเนกปฺปเภโท. สงฺโขติ สามุทฺทิโก; มุตฺตา สามุทฺทิกาปิ, เสสาปิ. เวฬุริโยติ เวฬุวณฺณมณิ. ชาตรูปํ วุจฺจติ สตฺถุวณฺโณ. สตฺถา หิ สุวณฺณวณฺโณ, สุวณฺณมฺปิ สตฺถุวณฺณํ. รชตํ วุจฺจติ กหาปโณ – โลหมาสโก ทารุมาสโก ชตุมาสโก, เย ‘โวหารํ คจฺฉนฺตี’ติ (ปารา. ๕๘๔) วุตฺตํ ตํ สพฺพมฺปิ อิธ คหิตํ.

ยํ วา ปนญฺญมฺปีติ อิมินา ปาฬิอาคตํ ฐเปตฺวา เสสํ ตฏฺฏิกปิโลติกกณฺณิกวณฺณาทิเภทํ รูปํ คหิตํ. ตญฺหิ สพฺพํ เยวาปนเกสุ ปวิฏฺฐํ.

เอวเมตํ นีลาทินา เภเทน ภินฺนมฺปิ รูปํ สพฺพํ ลกฺขณาทีหิ อภินฺนเมว. สพฺพเญฺหตํ จกฺขุปฏิหนนลกฺขณํ รูปํ, จกฺขุวิญฺญาณสฺส วิสยภาวรสํ, ตสฺเสว โคจรปจฺจุปฏฺฐานํ, จตุมหาภูตปทฏฺฐานํ. ยถา เจตํ ตถา สพฺพานิปิ อุปาทารูปานิ. ยตฺถ ปน วิเสโส อตฺถิ ตตฺถ วกฺขาม. เสสเมตฺถ จกฺขายตนนิทฺเทเส วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. เกวลญฺหิ ตตฺถ จกฺขุปุพฺพงฺคโม นิทฺเทโส อิธ รูปปุพฺพงฺคโม. ตตฺถ ‘จกฺขุํ เปต’นฺติอาทีนิ จุทฺทส นามานิ, อิธ ‘รูปํเปต’นฺติอาทีนิ ตีณิ. เสสํ ตาทิสเมว. ยถา หิ จตูหิ จตูหิ นเยหิ ปฏิมณฺเฑตฺวา จกฺขุํ ววตฺถาเปตุํ เตรส วารา วุตฺตา, อิธาปิ เต ตเถว วุตฺตาติ.

๖๒๐. สทฺทายตนนิทฺเทเส เภริสทฺโทติ มหาเภรีปหฏเภรีนํ สทฺโท. มุทิงฺคสงฺขปณวสทฺทาปิ มุทิงฺคาทิปจฺจยา สทฺทา. คีตสงฺขาโต สทฺโท คีตสทฺโท. วุตฺตาวเสสานํ วีณาทีนํ ตนฺติพทฺธานํ สทฺโท วาทิตสทฺโท. สมฺมสทฺโทติ กํสตาลกฏฺฐตาลสทฺโท. ปาณิสทฺโทติ ปาณิปฺปหารสทฺโท. สตฺตานํ นิคฺโฆสสทฺโทติ พหูนํ สนฺนิปติตานํ อปญฺญายมานปทพฺยญฺชนนิคฺโฆสสทฺโท. ธาตูนํ สนฺนิฆาตสทฺโทติ รุกฺขานํ อญฺญมญฺญนิฆํสนฆณฺฏิกาโกฏนาทิสทฺโท. วาตสฺส วายโต สทฺโท วาตสทฺโท. อุทกสฺส สนฺทมานสฺส วา ปฏิหตสฺส วา สทฺโท อุทกสทฺโท. มนุสฺสานํ สลฺลาปาทิสทฺโท มนุสฺสสทฺโท. ตํ ฐเปตฺวา เสโส สพฺโพปิ อมนุสฺสสทฺโท. อิมินา ปททฺวเยน สพฺโพปิ สทฺโท ปริยาทินฺโน. เอวํ สนฺเตปิ วํสผาลนปิโลติกผาลนาทีสุ ปวตฺโต ปาฬิยํ อนาคตสทฺโท เยวาปนกฏฺฐานํ ปวิฏฺโฐติ เวทิตพฺโพ.

เอวมยํ เภรีสทฺทาทินา เภเทน ภินฺโนปิ สทฺโท ลกฺขณาทีหิ อภินฺโนเยว. สพฺโพปิ เหส โสตปฏิหนนลกฺขโณ สทฺโท โสตวิญฺญาณสฺส วิสยภาวรโส, ตสฺเสว โคจรปจฺจุปฏฺฐาโน. เสสํ จกฺขายตนนิทฺเทเส วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อิธาปิ หิ จตูหิ จตูหิ นเยหิ ปฏิมณฺฑิตา เตรส วารา วุตฺตา. เตสํ อตฺโถ สกฺกา วุตฺตนเยเนว ชานิตุนฺติ น วิตฺถาริโต.

๖๒๔. คนฺธายตนนิทฺเทเส มูลคนฺโธติ ยํ กิญฺจิ มูลํ ปฏิจฺจ นิพฺพตฺโต คนฺโธ. สารคนฺธาทีสุปิ เอเสว นโย. อสิทฺธทุสิทฺธานํ ฑากาทีนํ คนฺโธ อามกคนฺโธ. มจฺฉสกลิกาปูติมํสสํกิลิฏฺฐสปฺปิอาทีนํ คนฺโธ วิสฺสคนฺโธ. สุคนฺโธติ อิฏฺฐคนฺโธ. ทุคฺคนฺโธติ อนิฏฺฐคนฺโธ. อิมินา ปททฺวเยน สพฺโพปิ คนฺโธ ปริยาทินฺโน. เอวํ สนฺเตปิ กณฺณกคนฺธปิโลติกคนฺธาทโย ปาฬิยํ อนาคตา สพฺเพปิ คนฺธา เยวาปนกฏฺฐานํ ปวิฏฺฐาติ เวทิตพฺพา.

เอวมยํ มูลคนฺธาทินา เภเทน ภินฺโนปิ คนฺโธ ลกฺขณาทีหิ อภินฺโนเยว. สพฺโพปิ เหส ฆานปฏิหนนลกฺขโณ คนฺโธ, ฆานวิญฺญาณสฺส วิสยภาวรโส, ตสฺเสว โคจรปจฺจุปฏฺฐาโน. เสสํ จกฺขายตนนิทฺเทเส วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อิธาปิ หิ ตเถว ทฺวิปญฺญาสนยปฏิมณฺฑิตา เตรส วารา วุตฺตา. เต อตฺถโต ปากฏาเยว.

๖๒๘. รสายตนนิทฺเทเส มูลรโสติ ยํกิญฺจิ มูลํ ปฏิจฺจ นิพฺพตฺตรโส. ขนฺธรสาทีสุปิ เอเสว นโย. อมฺพิลนฺติ ตกฺกมฺพิลาทิ. มธุรนฺติ เอกนฺตโต โคสปฺปิอาทิ. มธุ ปน กสาวยุตฺตํ จิรนิกฺขิตฺตํ กสาวํ โหติ. ผาณิตํ ขาริยุตฺตํ จิรนิกฺขิตฺตํ ขาริยํ โหติ. สปฺปิ ปน จิรนิกฺขิตฺตํ วณฺณคนฺเธ ชหนฺตมฺปิ รสํ น ชหตีติ ตเทว เอกนฺตมธุรํ. ติตฺตกนฺติ นิมฺพปณฺณาทิ. กฏุกนฺติ สิงฺคิเวรมริจาทิ. โลณิกนฺติ สามุทฺทิกโลณาทิ. ขาริกนฺติ วาติงฺคณกฬีราทิ. ลมฺพิลนฺติ พทรามลกกปิฏฺฐสาลวาทิ. กสาวนฺติ หริตกาทิ. อิเม สพฺเพปิ รสา วตฺถุวเสน วุตฺตา. ตํตํวตฺถุโต ปเนตฺถ รโสว อมฺพิลาทีหิ นาเมหิ วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. สาทูติ อิฏฺฐรโส, อสาทูติ อนิฏฺฐรโส. อิมินา ปททฺวเยน สพฺโพปิ รโส ปริยาทินฺโน. เอวํ สนฺเตปิ เลฑฺฑุรสภิตฺติรสปิโลติกรสาทโย ปาฬิยํ อนาคตา สพฺเพปิ รสา เยวาปนกฏฺฐานํ ปวิฏฺฐาติ เวทิตพฺพา.

เอวมยํ มูลรสาทินาเภเทน ภินฺโนปิ รโส ลกฺขณาทีหิ อภินฺโนเยว. สพฺโพปิ เหส ชิวฺหาปฏิหนนลกฺขโณ รโส, ชิวฺหาวิญฺญาณสฺส วิสยภาวรโส, ตสฺเสว โคจรปจฺจุปฏฺฐาโน. เสสํ จกฺขายตนนิทฺเทเส วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อิธาปิ หิ ตเถว ทฺวิปญฺญาสนยปฏิมณฺฑิตา เตรส วารา วุตฺตา.

๖๓๒. อิตฺถินฺทฺริยนิทฺเทเส ยนฺติ กรณวจนํ. เยน การเณน อิตฺถิยา อิตฺถิลิงฺคาทีนิ โหนฺตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ตตฺถ ‘ลิงฺค’นฺติ สณฺฐานํ. อิตฺถิยา หิ หตฺถปาทคีวาอุราทีนํ สณฺฐานํ น ปุริสสฺส วิย โหติ. อิตฺถีนญฺหิ เหฏฺฐิมกาโย วิสโท โหติ, อุปริมกาโย อวิสโท. หตฺถปาทา ขุทฺทกา, มุขํ ขุทฺทกํ. นิมิตฺตนฺติ สญฺชานนํ. อิตฺถีนญฺหิ อุรมํสํ อวิสทํ โหติ, มุขํ นิมฺมสฺสุทาฐิกํ. เกสพนฺธวตฺถคฺคหณมฺปิ น ปุริสานํ วิย โหติ. กุตฺตนฺติ กิริยา. อิตฺถิโย หิ ทหรกาเล สุปฺปกมุสลเกหิ กีฬนฺติ, จิตฺตธีตลิกาย กีฬนฺติ, มตฺติกวาเกน สุตฺตกํ นาม กนฺตนฺติ. อากปฺโปติ คมนาทิอากาโร. อิตฺถิโย หิ คจฺฉมานา อวิสทา คจฺฉนฺติ, ติฏฺฐมานา นิปชฺชมานา นิสีทมานา ขาทมานา ภุญฺชมานา อวิสทา ภุญฺชนฺติ. ปุริสมฺปิ หิ อวิสทํ ทิสฺวา มาตุคาโม วิย คจฺฉติ ติฏฺฐติ นิปชฺชติ นิสีทติ ขาทติ ภุญฺชตีติ วทนฺติ.

อิตฺถตฺตํ อิตฺถิภาโวติ อุภยมฺปิ เอกตฺถํ; อิตฺถิสภาโวติ อตฺโถ. อยํ กมฺมโช ปฏิสนฺธิสมุฏฺฐิโต. อิตฺถิลิงฺคาทีนิ ปน อิตฺถินฺทฺริยํ ปฏิจฺจ ปวตฺเต สมุฏฺฐิตานิ. ยถา หิ พีเช สติ, พีชํ ปฏิจฺจ, พีชปจฺจยา รุกฺโข วฑฺฒิตฺวา สาขาวิฏปสมฺปนฺโน หุตฺวา อากาสํ ปูเรตฺวา ติฏฺฐติ, เอวเมว อิตฺถิภาวสงฺขาเต อิตฺถินฺทฺริเย สติ อิตฺถิลิงฺคาทีนิ โหนฺติ. พีชํ วิย หิ อิตฺถินฺทฺริยํ, พีชํ ปฏิจฺจ วฑฺฒิตฺวา อากาสํ ปูเรตฺวา ฐิตรุกฺโข วิย อิตฺถินฺทฺริยํ ปฏิจฺจ อิตฺถิลิงฺคาทีนิ ปวตฺเต สมุฏฺฐหนฺติ. ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น จกฺขุวิญฺเญยฺยํ, มโนวิญฺเญยฺยเมว. อิตฺถิลิงฺคาทีนิ จกฺขุวิญฺเญยฺยานิปิ มโนวิญฺเญยฺยานิปิ.

อิทํ ตํ รูปํ อิตฺถินฺทฺริยนฺติ อิทํ ตํ รูปํ, ยถา จกฺขุนฺทฺริยาทีนิ ปุริสสฺสาปิ โหนฺติ, น เอวํ; นิยมโต ปน อิตฺถิยา เอว อินฺทฺริยํ ‘อิตฺถินฺทฺริยํ’.

๖๓๓. ปุริสินฺทฺริเยปิ เอเสว นโย. ปุริสลิงฺคาทีนิ ปน อิตฺถิลิงฺคาทีนํ ปฏิปกฺขโต เวทิตพฺพานิ. ปุริสสฺส หิ หตฺถปาทคีวาอุราทีนํ สณฺฐานํ น อิตฺถิยา วิย โหติ. ปุริสานญฺหิ อุปริมกาโย วิสโท โหติ เหฏฺฐิมกาโย อวิสโท, หตฺถปาทา มหนฺตา, มุขํ มหนฺตํ, อุรมํสํ วิสทํ, มสฺสุทาฐิกา อุปฺปชฺชนฺติ. เกสพนฺธนวตฺถคฺคหณํ น อิตฺถีนํ วิย โหติ. ทหรกาเล รถนงฺคลาทีหิ กีฬนฺติ, วาลิกปาฬึ กตฺวา วาปึ นาม ขนนฺติ, คมนาทีนิ วิสทานิ โหนฺติ. อิตฺถิมฺปิ คมนาทีนิ วิสทานิ กุรุมานํ ทิสฺวา ‘ปุริโส วิย คจฺฉตี’ติอาทีนิ วทนฺติ. เสสํ อิตฺถินฺทฺริเย วุตฺตสทิสเมว.

ตตฺถ อิตฺถิภาวลกฺขณํ อิตฺถินฺทฺริยํ, อิตฺถีติ ปกาสนรสํ, อิตฺถิลิงฺคนิมิตฺตกุตฺตากปฺปานํ การณภาวปจฺจุปฏฺฐานํ. ปุริสภาวลกฺขณํ ปุริสินฺทฺริยํ, ปุริโสติ ปกาสนรสํ, ปุริสลิงฺคนิมิตฺตกุตฺตากปฺปานํ การณภาวปจฺจุปฏฺฐานํ. อุภยมฺเปตํ ปฐมกปฺปิกานํ ปวตฺเต สมุฏฺฐาติ. อปรภาเค ปฏิสนฺธิยํ. ปฏิสนฺธิสมุฏฺฐิตมฺปิ ปวตฺเต จลติ ปริวตฺตติ.

ยถาห –

‘‘เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน อิตฺถิลิงฺคํ ปาตุภูตํ โหติ. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตริสฺสา ภิกฺขุนิยา ปุริสลิงฺคํ ปาตุภูตํ โหตี’’ติ (ปารา. ๖๙).

อิเมสุ ปน ทฺวีสุ ปุริสลิงฺคํ อุตฺตมํ, อิตฺถิลิงฺคํ หีนํ. ตสฺมา ปุริสลิงฺคํ พลวอกุสเลน อนฺตรธายติ, อิตฺถิลิงฺคํ ทุพฺพลกุสเลน ปติฏฺฐาติ. อิตฺถิลิงฺคํ ปน อนฺตรธายนฺตํ ทุพฺพลอกุสเลน อนฺตรธายติ, ปุริสลิงฺคํ พลวกุสเลน ปติฏฺฐาติ. เอวํ อุภยมฺปิ อกุสเลน อนฺตรธายติ, กุสเลน ปติฏฺฐาตีติ เวทิตพฺพํ.

อุภโตพฺยญฺชนกสฺส ปน กึ เอกํ อินฺทฺริยํ อุทาหุ เทฺวติ? เอกํ. ตญฺจ โข อิตฺถิอุภโตพฺยญฺชนกสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ, ปุริสอุภโตพฺยญฺชนกสฺส ปุริสินฺทฺริยํ. ‘เอวํ สนฺเต ทุติยพฺยญฺชนกสฺส อภาโว อาปชฺชติ. อินฺทฺริยญฺหิ พฺยญฺชนการณํ วุตฺตํ. ตญฺจสฺส นตฺถี’ติ? ‘น ตสฺส อินฺทฺริยํ พฺยญฺชนการณํ’. ‘กสฺมา’? ‘สทา อภาวโต. อิตฺถิอุภโตพฺยญฺชนกสฺส หิ ยทา อิตฺถิยา ราคจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, ตทาว ปุริสพฺยญฺชนํ ปากฏํ โหติ, อิตฺถิพฺยญฺชนํ ปฏิจฺฉนฺนํ คุฬฺหํ โหติ. ตถา อิตรสฺส อิตรํ.

ยทิ จ เตสํ อินฺทฺริยํ ทุติยพฺยญฺชนการณํ ภเวยฺย, สทาปิ พฺยญฺชนทฺวยํ ติฏฺเฐยฺย. น ปน ติฏฺฐติ. ตสฺมา เวทิตพฺพเมตํ น ตสฺส ตํ พฺยญฺชนการณํ. กมฺมสหายํ ปน ราคจิตฺตเมเวตฺถ การณํ. ยสฺมา จสฺส เอกเมว อินฺทฺริยํ โหติ, ตสฺมา อิตฺถิอุภโตพฺยญฺชนโก สยมฺปิ คพฺภํ คณฺหาติ, ปรมฺปิ คณฺหาเปติ. ปุริสอุภโตพฺยญฺชนโก ปรํ คพฺภํ คณฺหาเปติ, สยํ ปน น คณฺหาตีติ.

๖๓๔. ชีวิตินฺทฺริยนิทฺเทเส ยํ วตฺตพฺพํ ตํ เหฏฺฐา อรูปชีวิตินฺทฺริเย วุตฺตเมว. เกวลญฺหิ ตตฺถ โย เตสํ อรูปีนํ ธมฺมานนฺติ วุตฺตํ, อิธ รูปชีวิตินฺทฺริยตฺตา โย เตสํ รูปีนํ ธมฺมานนฺติ อยเมว วิเสโส. ลกฺขณาทีนิ ปนสฺส เอวํ เวทิตพฺพานิ – สหชาตรูปานุปาลนลกฺขณํ ชีวิตินฺทฺริยํ, เตสํ ปวตฺตนรสํ, เตสํ เยว ฐปนปจฺจุปฏฺฐานํ, ยาปยิตพฺพภูตปทฏฺฐานนฺติ.

๖๓๕. กายวิญฺญตฺตินิทฺเทเส กายวิญฺญตฺตีติ เอตฺถ ตาว กาเยน อตฺตโน ภาวํ วิญฺญาเปนฺตานํ ติรจฺฉาเนหิปิ ปุริสานํ, ปุริเสหิ วา ติรจฺฉานานมฺปิ กายคหณานุสาเรน คหิตาย เอตาย ภาโว วิญฺญายตีติ ‘วิญฺญตฺติ’. สยํ กายคหณานุสาเรน วิญฺญายตีติปิ ‘วิญฺญตฺติ’. ‘‘กาเยน สํวโร สาธู’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๓๖๑) อาคโต โจปนสงฺขาโต กาโยว วิญฺญตฺติ ‘กายวิญฺญตฺติ’. กายวิปฺผนฺทเนน อธิปฺปายวิญฺญาปนเหตุตฺตา, สยญฺจ ตถา วิญฺเญยฺยตฺตา กาเยน วิญฺญตฺตีติปิ ‘กายวิญฺญตฺติ’.

กุสลจิตฺตสฺส วาติอาทีสุ อฏฺฐหิ กามาวจเรหิ อภิญฺญาจิตฺเตน จาติ นวหิ กุสลจิตฺเตหิ กุสลจิตฺตสฺส วา, ทฺวาทสหิปิ อกุสลจิตฺเตหิ อกุสลจิตฺตสฺส วา, อฏฺฐหิ มหากิริเยหิ ทฺวีหิ อเหตุกกิริเยหิ อภิญฺญาปฺปตฺเตน เอเกน รูปาวจรกิริเยนาติ เอกาทสหิ กิริยจิตฺเตหิ อพฺยากตจิตฺตสฺส วา. อิโต อญฺญานิ หิ จิตฺตานิ วิญฺญตฺตึ น ชเนนฺติ. เสกฺขาเสกฺขปุถุชฺชนานํ ปน เอตฺตเกเหว จิตฺเตหิ วิญฺญตฺติ โหตีติ เอเตสํ กุสลาทีนํ วเสน ตีหิ ปเทหิ ‘เหตุโต’ ทสฺสิตา.

อิทานิ ฉหิ ปเทหิ ‘ผลโต’ ทสฺเสตุํ อภิกฺกมนฺตสฺส วาติอาทิ วุตฺตํ. อภิกฺกมาทโย หิ วิญฺญตฺติวเสน ปวตฺตตฺตา วิญฺญตฺติผลํ นาม. ตตฺถ ‘อภิกฺกมนฺตสฺสา’ติ ปุรโต กายํ อภิหรนฺตสฺส. ปฏิกฺกมนฺตสฺสาติ ปจฺฉโต ปจฺจาหรนฺตสฺส. อาโลเกนฺตสฺสาติ อุชุกํ เปกฺขนฺตสฺส. วิโลเกนฺตสฺสาติ อิโต จิโต จ เปกฺขนฺตสฺส. สมิญฺเชนฺตสฺสาติ สนฺธโย สงฺโกเจนฺตสฺส. ปสาเรนฺตสฺสาติ สนฺธโย ปฏิปณาเมนฺตสฺส.

อิทานิ ฉหิ ปเทหิ ‘สภาวโต’ ทสฺเสตุํ กายสฺส ถมฺภนาติ อาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘กายสฺสา’ติ สรีรสฺส. กายํ ถมฺเภตฺวา ถทฺธํ กโรตีติ ถมฺภนา. ตเมว อุปสคฺเคน วฑฺเฒตฺวา สนฺถมฺภนาติ อาห. พลวตรา วา ถมฺภนา ‘สนฺถมฺภนา’. สนฺถมฺภิตตฺตนฺติ สนฺถมฺภิตภาโว. วิญฺญาปนวเสน วิญฺญตฺติ. วิญฺญาปนาติ วิญฺญาปนากาโร. วิญฺญาปิตภาโว วิญฺญาปิตตฺตํ. เสสเมตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ ตํ เหฏฺฐา ทฺวารกถายํ วุตฺตเมว. ตถา วจีวิญฺญตฺติยํ.

๖๓๖. วจีวิญฺญตฺตีติปทสฺส ปน นิทฺเทสปทานญฺจ อตฺโถ ตตฺถ น วุตฺโต, โส เอวํ เวทิตพฺโพ – วาจาย อตฺตโน ภาวํ วิญฺญาเปนฺตานํ ติรจฺฉาเนหิปิ ปุริสานํ, ปุริเสหิ วา ติรจฺฉานานมฺปิ, วจีคหณานุสาเรน คหิตาย เอตาย ภาโว วิญฺญายตีติ วิญฺญตฺติ. สยญฺจ วจีคหณานุสาเรน วิญฺญายตีติปิ วิญฺญตฺติ. ‘‘สาธุ วาจาย สํวโร’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๓๖๑) อาคตา โจปนสงฺขาตา วจี เอว วิญฺญตฺติ ‘วจีวิญฺญตฺติ’. วจีโฆเสน อธิปฺปายวิญฺญาปนเหตุตฺตา สยญฺจ ตถาวิญฺเญยฺยตฺตา วาจาย วิญฺญตฺตีติปิ ‘วจีวิญฺญตฺติ’. วาจา คิราติอาทีสุ วุจฺจตีติ ‘วาจา’. คิริยตีติ ‘คิรา’. พฺยปฺปโถติ วากฺยเภโท. วากฺยญฺจ ตํ ปโถ จ อตฺถํ ญาตุกามานํ ญาเปตุกามานญฺจาติปิ ‘พฺยปฺปโถ’. อุทีริยตีติ อุทีรณํ. ฆุสฺสตีติ โฆโส. กริยตีติ กมฺมํ. โฆโสว กมฺมํ โฆสกมฺมํ. นานปฺปกาเรหิ กโต โฆโสติ อตฺโถ. วจิยา เภโท วจีเภโท. โส ปน ‘น ภงฺโค, ปเภทคตา วาจา เอวา’ติ ญาปนตฺถํ วาจา วจีเภโทติ วุตฺตํ. อิเมหิ สพฺเพหิปิ ปเทหิ ‘สทฺทวาจาว’ ทสฺสิตา. อิทานิ ตาย วาจาย สทฺธึ โยเชตฺวา เหฏฺฐา วุตฺตตฺถานํ วิญฺญตฺติอาทีนํ ปทานํ วเสน ตีหากาเรหิ สภาวโต ตํ ทสฺเสตุํ ยา ตาย วาจาย วิญฺญตฺตีติอาทิ วุตฺตํ. ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานตฺถเมว.

อิทานิ วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกจิตฺเตสุ อสมฺโมหตฺถํ ทฺวตฺตึส ฉพฺพีส เอกูนวีสติ โสฬส ปจฺฉิมานีติ อิทํ ปกิณฺณกํ เวทิตพฺพํ – ทฺวตฺตึส จิตฺตานิ หิ รูปํ สมุฏฺฐาเปนฺติ, อิริยาปถมฺปิ อุปตฺถมฺเภนฺติ, ทุวิธมฺปิ วิญฺญตฺตึ ชเนนฺติ. ฉพฺพีสติ วิญฺญตฺติเมว น ชเนนฺติ, อิตรทฺวยํ กโรนฺติ. เอกูนวีสติ รูปเมว สมุฏฺฐาเปนฺติ, อิตรทฺวยํ น กโรนฺติ. โสฬส อิเมสุ ตีสุ เอกมฺปิ น กโรนฺติ.

ตตฺถ ทฺวตฺตึสาติ เหฏฺฐา วุตฺตาเนว กามาวจรโต อฏฺฐ กุสลานิ, ทฺวาทส อกุสลานิ, กิริยโต ทส จิตฺตานิ, เสกฺขปุถุชฺชนานํ อภิญฺญาจิตฺตํ, ขีณาสวานํ อภิญฺญาจิตฺตนฺติ. ฉพฺพีสาติ รูปาวจรโต ปญฺจ กุสลานิ, ปญฺจ กิริยานิ, อรูปาวจรโต จตฺตาริ กุสลานิ, จตฺตาริ กิริยานิ, จตฺตาริ มคฺคจิตฺตานิ, จตฺตาริ ผลจิตฺตานีติ. เอกูนวีสตีติ กามาวจรกุสลวิปากโต เอกาทส, อกุสลวิปากโต เทฺว, กิริยโต กิริยมโนธาตุ, รูปาวจรโต ปญฺจ วิปากจิตฺตานีติ. โสฬสาติ เทฺว ปญฺจวิญฺญาณานิ, สพฺพสตฺตานํ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ, ขีณาสวานํ จุติจิตฺตํ, อรูเป จตฺตาริ วิปากจิตฺตานีติ. อิมานิ โสฬส รูปิริยาปถวิญฺญตฺตีสุ เอกมฺปิ น กโรนฺติ. อญฺญานิปิ พหูนิ อรูเป อุปฺปนฺนานิ อโนกาสคตตฺตา รูปํ น สมุฏฺฐาเปนฺติ. น ตาเนว, กายวจีวิญฺญตฺติโยปิ.

๖๓๗. อากาสธาตุนิทฺเทเส น กสฺสติ, น นิกสฺสติ, กสิตุํ วา ฉินฺทิตุํ วา ภินฺทิตุํ วา น สกฺกาติ อากาโส. อากาโสว อากาสคตํ, เขฬคตาทิ วิย. อากาโสติ วา คตนฺติ ‘อากาสคตํ’. น หญฺญตีติ อฆํ, อฆฏฺฏนียนฺติ อตฺโถ. อฆเมว อฆคตํ. ฉิทฺทฏฺเฐน วิวโร. วิวโรว วิวรคตํ. อสมฺผุฏฺฐํ จตูหิ มหาภูเตหีติ เอเตหิ อสมฺผุฏฺฐํ นิชฺชฏากาสํว กถิตํ. ลกฺขณาทิโต ปน รูปปริจฺเฉทลกฺขณา อากาสธาตุ, รูปปริยนฺตปฺปกาสนรสา, รูปมริยาทปจฺจุปฏฺฐานา อสมฺผุฏฺฐภาวฉิทฺทวิวรภาวปจฺจุปฏฺฐานา วา, ปริจฺฉินฺนรูปปทฏฺฐานา, ยาย ปริจฺฉินฺเนสุ รูเปสุ ‘อิทมิโต อุทฺธํ อโธ ติริย’นฺติ จ โหติ.

๖๓๘. อิโต ปเร รูปสฺสลหุตาทีนํ นิทฺเทสา จิตฺตสฺสลหุตาทีสุ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. ลกฺขณาทิโต ปเนตฺถ อทนฺธตาลกฺขณา รูปสฺส ลหุตา, รูปานํ ครุภาววิโนทนรสา, ลหุปริวตฺติตาปจฺจุปฏฺฐานา, ลหุรูปปทฏฺฐานา. อถทฺธตาลกฺขณา รูปสฺส มุทุตา, รูปานํ ถทฺธภาววิโนทนรสา, สพฺพกิริยาสุ อวิโรธิตาปจฺจุปฏฺฐานา, มุทุรูปปทฏฺฐานา. สรีรกิริยานุกูลกมฺมญฺญภาวลกฺขณา รูปสฺส กมฺมญฺญตา, อกมฺมญฺญตาวิโนทนรสา, อทุพฺพลภาวปจฺจุปฏฺฐานา, กมฺมญฺญรูปปทฏฺฐานา.

เอตา ปน ติสฺโส น อญฺญมญฺญํ วิชหนฺติ. เอวํ สนฺเตปิ โย อโรคิโน วิย รูปานํ ลหุภาโว, อทนฺธตาลหุปริวตฺติปฺปกาโร, รูปทนฺธตฺตกรธาตุกฺโขภปฏิปกฺขปจฺจยสมุฏฺฐาโน, โส รูปวิกาโร ‘รูปสฺสลหุตา’. โย สุปริมทฺทิตจมฺมสฺเสว รูปานํ มุทุภาโว สพฺพกิริยาวิเสเสสุ สรสวตฺตนภาโว วสวตฺตนภาวมทฺทวปฺปกาโร รูปถทฺธตฺตกรธาตุกฺโขภปฏิปกฺขปจฺจยสมุฏฺฐาโน, โส รูปวิกาโร ‘รูปสฺส มุทุตา’. โย ปน สุธนฺตสุวณฺณสฺเสว รูปานํ กมฺมญฺญภาโว สรีรกิริยานุกูลภาวปฺปกาโร สรีรกิริยานํ อนนุกูลกรธาตุกฺโขภปฏิปกฺขปจฺจยสมุฏฺฐาโน, โส รูปวิกาโร ‘รูปสฺส กมฺมญฺญตา’ติ. เอวเมตาสํ วิเสโส เวทิตพฺโพ.