๓. นิกฺเขปกณฺโฑ
ติกนิกฺเขปกถา
๙๘๕. เอตฺตาวตา กุสลตฺติโก สพฺเพสํ กุสลาทิธมฺมานํ ปทภาชนนเยน วิตฺถาริโต โหติ. ยสฺมา ปน ยฺวายํ กุสลตฺติกสฺส วิภชนนโย วุตฺโต, เสสติกทุกานมฺปิ เอเสว วิภชนนโย โหติ – ยถา หิ เอตฺถ, เอวํ ‘กตเม ธมฺมา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา? ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ โสมนสฺสสหคตํ ญาณสมฺปยุตฺตํ รูปารมฺมณํ วา…เป… เย วา ปน ตสฺมึ สมเย อญฺเญปิ อตฺถิ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา อรูปิโน ธมฺมา ฐเปตฺวา เวทนาขนฺธํ, อิเม ธมฺมา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา’ติอาทินา อนุกฺกเมน สพฺพติกทุเกสุ สกฺกา ปณฺฑิเตหิ วิภาชนนยํ สลฺลกฺเขตุํ – ตสฺมา ตํ วิตฺถารเทสนํ นิกฺขิปิตฺวา, อญฺเญน นาติสงฺเขปนาติวิตฺถารนเยน สพฺพติกทุกธมฺมวิภาคํ ทสฺเสตุํ กตเม ธมฺมา กุสลาติ นิกฺเขปกณฺฑํ อารทฺธํ. จิตฺตุปฺปาทกณฺฑญฺหิ วิตฺถารเทสนา, อฏฺฐกถากณฺฑํ สงฺเขปเทสนา. อิทํ ปน นิกฺเขปกณฺฑํ จิตฺตุปฺปาทกณฺฑํ อุปาทาย สงฺเขโป, อฏฺฐกถากณฺฑํ อุปาทาย วิตฺถาโรติ สงฺขิตฺตวิตฺถารธาตุกํ โหติ. ตยิทํ, วิตฺถารเทสนํ นิกฺขิปิตฺวา เทสิตตฺตาปิ, เหฏฺฐา วุตฺตการณวเสนาปิ, นิกฺเขปกณฺฑํ นามาติ เวทิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ –
มูลโต ขนฺธโต จาปิ, ทฺวารโต จาปิ ภูมิโต;
อตฺถโต ธมฺมโต จาปิ, นามโต จาปิ ลิงฺคโต;
นิกฺขิปิตฺวา เทสิตตฺตา, นิกฺเขโปติ ปวุจฺจตีติ.
อิทญฺหิ ตีณิ กุสลมูลานีติอาทินา นเยน มูลโต นิกฺขิปิตฺวา เทสิตํ. ตํสมฺปยุตฺโต เวทนากฺขนฺโธติ ขนฺธโต. ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมนฺติ ทฺวารโต. กายทฺวารปฺปวตฺตญฺหิ กมฺมํ กายกมฺมนฺติ วุจฺจติ. สุขภูมิยํ, กามาวจเรติ ภูมิโต นิกฺขิปิตฺวา เทสิตํ. ตตฺถ ตตฺถ อตฺถธมฺมนามลิงฺคานํ วเสน เทสิตตฺตา อตฺถาทีหิ นิกฺขิปิตฺวา เทสิตํ นามาติ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ กุสลปทนิทฺเทเส ตาว ตีณีติ คณนปริจฺเฉโท. กุสลานิ จ ตานิ มูลานิ จ, กุสลานํ วา ธมฺมานํ เหตุปจฺจยปภวชนกสมุฏฺฐานนิพฺพตฺตกฏฺเฐน มูลานีติ กุสลมูลานิ. เอวํ อตฺถวเสน ทสฺเสตฺวา อิทานิ นามวเสน ทสฺเสตุํ อโลโภ อโทโส อโมโหติ อาห. เอตฺตาวตา ยสฺมา มูเลน มุตฺตํ กุสลํ นาม นตฺถิ, ตสฺมา จตุภูมกกุสลํ ตีหิ มูเลหิ ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา. ตํสมฺปยุตฺโตติ เตหิ อโลภาทีหิ สมฺปยุตฺโต. ตตฺถ อโลเภน สมฺปยุตฺเต สงฺขารกฺขนฺเธ, อโทสาโมหาปิ อโลเภน สมฺปยุตฺตสงฺขารกฺขนฺธคณนํเยว คจฺฉนฺติ. เสสทฺวยวเสน สมฺปโยเคปิ เอเสว นโย. อิติ จตุภูมกกุสลํ ปุน ตํสมฺปยุตฺตกจตุกฺขนฺธวเสน ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา. ตํสมุฏฺฐานนฺติ เตหิ อโลภาทีหิ สมุฏฺฐิตํ. อิมินาปิ นเยน ตเทว จตุภูมิกกุสลํ ติณฺณํ กมฺมทฺวารานํ วเสน ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา. เอวํ ตาว กุสลํ ตีสุ ฐาเนสุ ปริยาทิยิตฺวา ทสฺสิตํ.
๙๘๖. อกุสเลปิ เอเสว นโย. ทฺวาทสนฺนญฺหิ อกุสลจิตฺตานํ เอกมฺปิ มูเลน มุตฺตํ นาม นตฺถีติ มูเลน ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา. ตํสมฺปยุตฺตจตุกฺขนฺธโต จ อุทฺธํ อกุสลํ นาม นตฺถีติ ตาเนว ทฺวาทส อกุสลจิตฺตานิ จตุกฺขนฺธวเสน ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสสิ. ธมฺมราชา กายกมฺมาทิวเสน ปน เนสํ ปวตฺติสพฺภาวโต กมฺมทฺวารวเสน ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา. ยํ ปเนตฺถ ตเทกฏฺฐา จ กิเลสาติอาทิ วุตฺตํ, ตตฺถ เอกสฺมึ จิตฺเต ปุคฺคเล วา ฐิตนฺติ ‘เอกฏฺฐํ’. ตตฺถ เอกสฺมึ จิตฺเต ฐิตํ สหเชกฏฺฐํ นาม โหติ. เอกสฺมึ ปุคฺคเล ฐิตํ ปหาเนกฏฺฐํ นาม. เตน โลภาทินา อญฺเญน วา ตตฺถ ตตฺถ นิทฺทิฏฺเฐน สห เอกสฺมึ ฐิตนฺติ ตเทกฏฺฐํ. ตตฺถ ‘กตเม ธมฺมา สํกิลิฏฺฐสํกิเลสิกา? ตีณิ อกุสลมูลานิ – โลโภ โทโส โมโห, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา’ติ สํกิลิฏฺฐตฺติเก; ‘กตเม ธมฺมา หีนา? ตีณิ อกุสลมูลานิ – โลโภ โทโส โมโห, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา’ติ หีนตฺติเก ‘กตเม ธมฺมา อกุสลา? ตีณิ อกุสลมูลานิ – โลโภ โทโส โมโห, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา’ติ อิมสฺมึ กุสลตฺติเก; ‘กตเม ธมฺมา สํกิลิฏฺฐา? ตีณิ อกุสลมูลานิ – โลโภ โทโส โมโห, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา’ติ กิเลสโคจฺฉเก ‘กตเม ธมฺมา สรณา? ตีณิ อกุสลมูลานิ – โลโภ โทโส โมโห, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสาติ สรณทุเก’ติ – อิเมสุ เอตฺตเกสุ ฐาเนสุ ‘สหเชกฏฺฐํ’ อาคตํ.
ทสฺสเนนปหาตพฺพตฺติเก ปน ‘อิมานิ ตีณิ สํโยชนานิ, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา’ติ, ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกตฺติเกปิ ‘อิมานิ ตีณิ สํโยชนานิ, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา’ติ, ปุน ตตฺเถว ตีณิ สํโยชนานิ – สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโส, อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพา; ตเทกฏฺโฐ โลโภ โทโส โมโห, อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตู; ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา ตํสมฺปยุตฺโต เวทนาขนฺโธ…เป… วิญฺญาณกฺขนฺโธ, ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ, อิเม ธมฺมา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกาติ; สมฺมปฺปธานวิภงฺเค ‘‘ตตฺถ กตเม ปาปกา อกุสลา ธมฺมา? ตีณิ อกุสลมูลานิ – โลโภ โทโส โมโห, ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา’’ติ (วิภ. ๓๙๑) – อิเมสุ ปน เอตฺตเกสุ ฐาเนสุ ‘ปหาเนกฏฺฐํ’ อาคตนฺติ เวทิตพฺพํ.
๙๘๗. อพฺยากตปทนิทฺเทโส อุตฺตานตฺโถเยวาติ. อิมสฺมึ ติเก ตีณิ ลกฺขณานิ ติสฺโส ปญฺญตฺติโย กสิณุคฺฆาฏิมากาสํ อชฏากาสํ อากิญฺจญฺญายตนสฺส อารมฺมณํ นิโรธสมาปตฺติ จ น ลพฺภตีติ วุตฺตํ.
๙๘๘. เวทนาตฺติกนิทฺเทเส สุขภูมิยนฺติ เอตฺถ ยถา ตมฺพภูมิ กณฺหภูมีติ ตมฺพกณฺหภูมิโยว วุจฺจนฺติ, เอวํ สุขมฺปิ สุขภูมิ นาม. ยถา อุจฺฉุภูมิ สาลิภูมีติ อุจฺฉุสาลีนํ อุปฺปชฺชนฏฺฐานานิ วุจฺจนฺติ, เอวํ สุขสฺส อุปฺปชฺชนฏฺฐานํ จิตฺตมฺปิ สุขภูมิ นาม. ตํ อิธ อธิปฺเปตํ. ยสฺมา ปน สา กามาวจเร วา โหติ, รูปาวจราทีสุ วา, ตสฺมาสฺสา ตํ ปเภทํ ทสฺเสตุํ กามาวจเรติอาทิ วุตฺตํ. สุขเวทนํ ฐเปตฺวาติ ยา สา สุขภูมิยํ สุขเวทนา, ตํ ฐเปตฺวา. ตํสมฺปยุตฺโตติ ตาย ฐปิตาย สุขเวทนาย สมฺปยุตฺโต. เสสปททฺวเยปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพติ.
อิมสฺมึ ติเก ติสฺโส เวทนา, สพฺพํ รูปํ, นิพฺพานนฺติ อิทมฺปิ น ลพฺภติ. อยญฺหิ ติโก กุสลตฺติเก จ อลพฺภมาเนหิ อิเมหิ จ ตีหิ โกฏฺฐาเสหิ มุตฺตโก นาม. อิโต ปเรสุ ปน ติกทุเกสุ ปาฬิโต จ อตฺถโต จ ยํ วตฺตพฺพํ สิยา ตํ สพฺพํ ปทานุกฺกเมน มาติกากถายญฺเจว กุสลาทีนํ นิทฺเทเส จ วุตฺตเมว. ยํ ปน ยตฺถ วิเสสมตฺตํ ตเทว วกฺขาม.
๙๙๑. ตตฺถ วิปากตฺติเก ตาว กิญฺจาปิ อรูปธมฺมา วิย รูปธมฺมาปิ กมฺมสมุฏฺฐานา อตฺถิ, อนารมฺมณตฺตา ปน เต กมฺมสริกฺขกา น โหนฺตีติ สารมฺมณา อรูปธมฺมาว กมฺมสริกฺขกตฺตา วิปากาติ วุตฺตา, พีชสริกฺขกํ ผลํ วิย. สาลิพีชสฺมิญฺหิ วปิเต องฺกุรปตฺตาทีสุ นิกฺขนฺเตสุปิ สาลิผลนฺติ น วุจฺจติ. ยทา ปน สาลิสีสํ ปกฺกํ โหติ ปริณตํ, ตทา พีชสริกฺขโก สาลิ เอว สาลิผลนฺติ วุจฺจติ. องฺกุรปตฺตาทีนิ ปน พีชชาตานิ พีชโต นิพฺพตฺตานีติ วุจฺจนฺติ, เอวเมว รูปมฺปิ กมฺมชนฺติ วา อุปาทิณฺณนฺติ วา วตฺตุํ วฏฺฏติ.
๙๙๔. อุปาทิณฺณตฺติเก กิญฺจาปิ ขีณาสวสฺส ขนฺธา ‘อมฺหากํ มาตุลตฺเถโร อมฺหากํ จูฬปิตุตฺเถโร’ติ วทนฺตานํ ปเรสํ อุปาทานสฺส ปจฺจยา โหนฺติ, มคฺคผลนิพฺพานานิ ปน อคฺคหิตานิ อปรามฏฺฐานิ อนุปาทิณฺณาเนว. ตานิ หิ, ยถา ทิวสํ สนฺตตฺโต อโยคุโฬ มกฺขิกานํ อภินิสีทนสฺส ปจฺจโย น โหติ, เอวเมว เตชุสฺสทตฺตา ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน คหณสฺส ปจฺจยา น โหนฺติ. เตน วุตฺตํ – อิเม ธมฺมา อนุปาทิณฺณอนุปาทานิยาติ.
๙๙๘. อสํกิลิฏฺฐอสํกิเลสิเกสุปิ เอเสว นโย.
๑๐๐๐. วิตกฺกตฺติเก วิตกฺกสหชาเตน วิจาเรน สทฺธึ กุสลตฺติเก อลพฺภมานาว น ลพฺภนฺติ.
๑๐๐๓. ปีติสหคตตฺติเก ปีติอาทโย อตฺตนา สหชาตธมฺมานํ ปีติสหคตาทิภาวํ ทตฺวา สยํ ปิฏฺฐิวฏฺฏกา ชาตา. อิมสฺมิญฺหิ ติเก เทฺว โทมนสฺสสหคตจิตฺตุปฺปาทา ทุกฺขสหคตํ กายวิญฺญาณํ อุเปกฺขาเวทนา รูปํ นิพฺพานนฺติ – อิทมฺปิ น ลพฺภติ. อยญฺหิ ติโก กุสลตฺติเก จ อลพฺภมาเนหิ อิเมหิ จ ปญฺจหิ โกฏฺฐาเสหิ มุตฺตโก นาม.
๑๐๐๖. ทสฺสเนนปหาตพฺพตฺติเก สญฺโญชนานีติ พนฺธนานิ. สกฺกายทิฏฺฐีติ วิชฺชมานฏฺเฐน สติ ขนฺธปญฺจกสงฺขาเต กาเย; สยํ วา สตี ตสฺมึ กาเย ทิฏฺฐีติ ‘สกฺกายทิฏฺฐิ’. สีเลน สุชฺฌิตุํ สกฺกา, วเตน สุชฺฌิตุํ สกฺกา, สีลวเตหิ สุชฺฌิตุํ สกฺกาติ คหิตสมาทานํ ปน สีลพฺพตปรามาโส นาม.
๑๐๐๗. อิธาติ เทสาปเทเส นิปาโต. สฺวายํ กตฺถจิ โลกํ อุปาทาย วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๘๙). กตฺถจิ สาสนํ. ยถาห – ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ อิธ ทุติโย สมโณ’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๙; อ. นิ. ๔.๒๔๑). กตฺถจิ โอกาสํ. ยถาห –
‘‘อิเธว ติฏฺฐมานสฺส, เทวภูตสฺส เม สโต;
ปุนรายุ จ เม ลทฺโธ, เอวํ ชานาหิ มาริสา’’ติ. (ที. นิ. ๒.๓๖๙);
กตฺถจิ ปทปูรณมตฺตเมว. ยถาห – ‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, ภุตฺตาวี อสฺสํ ปวาริโต’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๐). อิธ ปน โลกํ อุปาทาย วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.
อสฺสุตวา ปุถุชฺชโนติ เอตฺถ ปน ‘อาคมาธิคมาภาวา เญยฺโย อสฺสุตวา อิติ’. ยสฺส หิ ขนฺธธาตุอายตนปจฺจยาการสติปฏฺฐานาทีสุ อุคฺคหปริปุจฺฉาวินิจฺฉยรหิตตฺตา ทิฏฺฐิปฏิเสธโก เนว ‘อาคโม’, ปฏิปตฺติยา อธิคนฺตพฺพสฺส อนธิคตตฺตา เนว ‘อธิคโม’ อตฺถิ, โส ‘อาคมาธิคมาภาวา เญยฺโย อสฺสุตวา อิติ’. สฺวายํ –
ปุถูนํ ชนนาทีหิ, การเณหิ ปุถุชฺชโน;
ปุถุชฺชนนฺโตคธตฺตา, ปุถุวายํ ชโน อิติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๕๑; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๓๐; จูฬนิ. อฏฺฐ. ๘๘; เนตฺติ. อฏฺฐ. ๕๖);
โส หิ ปุถูนํ นานปฺปการานํ กิเลสาทีนํ ชนนาทีหิ การเณหิ ปุถุชฺชโน. ยถาห – ‘‘ปุถุ กิเลเส ชเนนฺตีติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ อวิหตสกฺกายทิฏฺฐิกาติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ สตฺถารานํ มุขุลฺโลกิกาติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ สพฺพคตีหิ อวุฏฺฐิตาติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ นานาภิสงฺขาเร อภิสงฺขโรนฺตีติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ นานาโอเฆหิ วุยฺหนฺตีติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ นานาสนฺตาเปหิ สนฺตปฺปนฺตีติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ นานาปริฬาเหหิ ปริฑยฺหนฺตีติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ รตฺตา คิทฺธา คธิตา มุจฺฉิตา อชฺโฌสนฺนา ลคฺคา ลคฺคิตา ปลิพุทฺธาติ ปุถุชฺชนา. ปุถุ ปญฺจหิ นีวรเณหิ อาวุตา นิวุตา โอวุตา ปิหิตา ปฏิจฺฉนฺนา ปฏิกุชฺชิตาติ ปุถุชฺชนา’’ติ (มหานิ. ๙๔). ปุถูนํ วา คณนปถมตีตานํ อริยธมฺมปรมฺมุขานํ นีจธมฺมสมาจารานํ ชนานํ อนฺโตคธตฺตาปิ ปุถุชฺชนา. ปุถุ วา อยํ – วิสุํเยว สงฺขฺยํ คโต, วิสํสฏฺโฐ สีลสุตาทิคุณยุตฺเตหิ อริเยหิ – ชโนติปิ ปุถุชฺชโน. เอวเมเตหิ ‘อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน’ติ ทฺวีหิ ปเทหิ เย เต –
‘‘ทุเว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา;
อนฺโธ ปุถุชฺชโน เอโก, กลฺยาเณโก ปุถุชฺชโน’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๕๑; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๓๐; จูฬนิ. อฏฺฐ. ๘๘);
เทฺว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, เตสุ อนฺธปุถุชฺชโน วุตฺโต โหตีติ เวทิตพฺโพ.
อริยานํ อทสฺสาวีติอาทีสุ อริยาติ อารกตฺตา กิเลเสหิ, อนเย น อิริยนโต, อเย อิริยนโต, สเทวเกน โลเกน จ อรณียโต พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ พุทฺธสาวกา จ วุจฺจนฺติ. พุทฺธา เอว วา อิธ อริยา. ยถาห – ‘‘สเทวเก, ภิกฺขเว, โลเก…เป… ตถาคโต อริโยติ วุจฺจตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๘).
สปฺปุริสาติ เอตฺถ ปน ปจฺเจกพุทฺธา ตถาคตสาวกา จ สปฺปุริสาติ เวทิตพฺพา. เต หิ โลกุตฺตรคุณโยเคน โสภนา ปุริสาติ สปฺปุริสา. สพฺเพว วา เอเต เทฺวธาปิ วุตฺตา. พุทฺธาปิ หิ อริยา จ สปฺปุริสา จ ปจฺเจกพุทฺธา พุทฺธสาวกาปิ. ยถาห –
‘‘โย เว กตญฺญู กตเวทิ ธีโร,
กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหติ;
ทุขิตสฺส สกฺกจฺจ กโรติ กิจฺจํ,
ตถาวิธํ สปฺปุริสํ วทนฺตี’’ติ. (ชา. ๒.๑๗.๗๘);
‘กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหตี’ติ เอตฺตาวตา หิ พุทฺธสาวโก วุตฺโต. กตญฺญุตาทีหิ ปจฺเจกพุทฺธา พุทฺธาติ. อิทานิ โย เตสํ อริยานํ อทสฺสนสีโล, น จ ทสฺสเน สาธุการี, โส อริยานํ อทสฺสาวีติ เวทิตพฺโพ. โส จกฺขุนา อทสฺสาวี ญาเณน อทสฺสาวีติ ทุวิโธ. เตสุ ญาเณน อทสฺสาวี อิธ อธิปฺเปโต. มํสจกฺขุนา หิ ทิพฺพจกฺขุนา วา อริยา ทิฏฺฐาปิ อทิฏฺฐาว โหนฺติ, เตสํ จกฺขูนํ วณฺณมตฺตคฺคหณโต, น อริยภาวโคจรโต. โสณสิงฺคาลาทโยปิ จกฺขุนา อริเย ปสฺสนฺติ, น จ เต อริยานํ ทสฺสาวิโน.
ตตฺริทํ วตฺถุ – จิตฺตลปพฺพตวาสิโน กิร ขีณาสวตฺเถรสฺส อุปฏฺฐาโก วุฑฺฒปพฺพชิโต เอกทิวสํ เถเรน สทฺธึ ปิณฺฑาย จริตฺวา เถรสฺส ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา ปิฏฺฐิโต อาคจฺฉนฺโต เถรํ ปุจฺฉิ – ‘อริยา นาม ภนฺเต กีทิสา’ติ? เถโร อาห – ‘อิเธกจฺโจ มหลฺลโก อริยานํ ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา วตฺตปฏิปตฺตึ กตฺวา สห จรนฺโตปิ เนว อริเย ชานาติ, เอวํทุชฺชานาวุโส, อริยา’ติ. เอวํ วุตฺเตปิ โส เนว อญฺญาสิ. ตสฺมา น จกฺขุนา ทสฺสนํ ‘ทสฺสนํ’, ญาณทสฺสนเมว ‘ทสฺสนํ’. ยถาห – ‘‘กึ เต วกฺกลิ อิมินา ปูติกาเยน ทิฏฺเฐน? โย โข, วกฺกลิ, ธมฺมํ ปสฺสติ, โส มํ ปสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๘๗). ตสฺมา จกฺขุนา ปสฺสนฺโตปิ, ญาเณน อริเยหิ ทิฏฺฐํ อนิจฺจาทิลกฺขณํ อปสฺสนฺโต, อริยาธิคตญฺจ ธมฺมํ อนธิคจฺฉนฺโต, อริยกรธมฺมานํ อริยภาวสฺส จ อทิฏฺฐตฺตา, ‘อริยานํ อทสฺสาวี’ติ เวทิตพฺโพ.
อริยธมฺมสฺส อโกวิโทติ สติปฏฺฐานาทิเภเท อริยธมฺเม อกุสโล. อริยธมฺเม อวินีโตติ, เอตฺถ ปน
ทุวิโธ วินโย นาม, เอกเมเกตฺถ ปญฺจธา;
อภาวโต ตสฺส อยํ, อวินีโตติ วุจฺจติ.
อยญฺหิ สํวรวินโย ปหานวินโยติ ทุวิโธ วินโย. เอตฺถ จ ทุวิเธปิ วินเย เอกเมโก วินโย ปญฺจธา ภิชฺชติ. สํวรวินโยปิ หิ สีลสํวโร สติสํวโร ญาณสํวโร ขนฺติสํวโร วีริยสํวโรติ ปญฺจวิโธ. ปหานวินโยปิ ตทงฺคปหานํ วิกฺขมฺภนปหานํ สมุจฺเฉทปหานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปหานํ นิสฺสรณปหานนฺติ ปญฺจวิโธ.
ตตฺถ ‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต’’ติ (วิภ. ๕๑๑) อยํ สีลสํวโร. ‘‘รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๑๓; ม. นิ. ๑.๒๙๕; สํ. นิ. ๔.๒๓๙; อ. นิ. ๓.๑๖) อยํ สติสํวโร.
‘‘ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ, (อชิตาติ ภควา)
สติ เตสํ นิวารณํ;
โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ,
ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๔๑) –
อยํ ญาณสํวโร นาม. ‘‘ขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺสา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔; อ. นิ. ๔.๑๑๔; ๖.๕๘) อยํ ขนฺติสํวโร. ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๖; อ. นิ. ๔.๑๑๔; ๖.๕๘) อยํ วีริยสํวโร. สพฺโพปิ จายํ สํวโร ยถาสกํ สํวริตพฺพานํ วิเนตพฺพานญฺจ กายทุจฺจริตาทีนํ สํวรณโต สํวโร, วินยนโต วินโยติ วุจฺจติ. เอวํ ตาว ‘สํวรวินโย’ ปญฺจธา ภิชฺชตีติ เวทิตพฺโพ.
ตถา ยํ นามรูปปริจฺเฉทาทีสุ วิปสฺสนาญาเณสุ ปฏิปกฺขภาวโต, ทีปาโลเกเนว ตมสฺส, เตน เตน วิปสฺสนาญาเณน ตสฺส ตสฺส อนตฺถสฺส ปหานํ, เสยฺยถิทํ – นามรูปววตฺถาเนน สกฺกายทิฏฺฐิยา, ปจฺจยปริคฺคเหน อเหตุวิสมเหตุทิฏฺฐีนํ, ตสฺเสว อปรภาเคน กงฺขาวิตรเณน กถํกถิภาวสฺส, กลาปสมฺมสเนน ‘อหํ มมา’ติ คาหสฺส, มคฺคามคฺคววตฺถาเนน อมคฺเค มคฺคสญฺญาย, อุทยทสฺสเนน อุจฺเฉททิฏฺฐิยา, วยทสฺสเนน สสฺสตทิฏฺฐิยา, ภยทสฺสเนน สภเย อภยสญฺญาย, อาทีนวทสฺสเนน อสฺสาทสญฺญาย, นิพฺพิทานุปสฺสนาย อภิรติสญฺญาย, มุจฺจิตุกมฺยตาญาเณน อมุจฺจิตุกามตาย, อุเปกฺขาญาเณน อนุเปกฺขาย, อนุโลเมน ธมฺมฏฺฐิติยํ นิพฺพาเน จ ปฏิโลมภาวสฺส, โคตฺรภุนา สงฺขารนิมิตฺตคฺคาหสฺส ปหานํ, เอตํ ‘ตทงฺคปหานํ’ นาม.
ยํ ปน อุปจารปฺปนาเภเทน สมาธินา ปวตฺติภาวนิวารณโต, ฆฏปฺปหาเรเนว อุทกปิฏฺเฐ เสวาลสฺส, เตสํ เตสํ นีวรณาทิธมฺมานํ ปหานํ, เอตํ ‘วิกฺขมฺภนปหานํ’ นาม. ‘‘ยํ จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ ภาวิตตฺตา ตํตํมคฺควโต อตฺตโน อตฺตโน สนฺตาเน ทิฏฺฐิคตานํ ปหานายา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๒๗๗) นเยน วุตฺตสฺส สมุทยปกฺขิกสฺส กิเลสคณสฺส อจฺจนฺตํ อปฺปวตฺติภาเวน ปหานํ, อิทํ ‘สมุจฺเฉทปหานํ’ นาม. ยํ ปน ผลกฺขเณ ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตํ กิเลสานํ, เอตํ ‘ปฏิปฺปสฺสทฺธิปหานํ’ นาม. ยํ สพฺพสงฺขตนิสฺสฏตฺตา ปหีนสพฺพสงฺขตํ นิพฺพานํ, เอตํ ‘นิสฺสรณปหานํ’ นาม. สพฺพมฺปิ เจตํ ปหานํ ยสฺมา จาคฏฺเฐน ปหานํ, วินยนฏฺเฐน วินโย, ตสฺมา ‘ปหานวินโย’ติ วุจฺจติ. ตํตํปหานวโต วา ตสฺส ตสฺส วินยสฺส สมฺภวโตเปตํ ปหานวินโยติ วุจฺจติ. เอวํ ปหานวินโยปิ ปญฺจธา ภิชฺชตีติ เวทิตพฺโพ.
เอวมยํ สงฺเขปโต ทุวิโธ, เภทโต จ ทสวิโธ วินโย, ภินฺนสํวรตฺตา, ปหาตพฺพสฺส จ อปฺปหีนตฺตา, ยสฺมา เอตสฺส อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส นตฺถิ, ตสฺมา อภาวโต ตสฺส, อยํ ‘อวินีโต’ติ วุจฺจตีติ. เอส นโย สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี สปฺปุริสธมฺมสฺส อโกวิโท สปฺปุริสธมฺเม อวินีโตติ เอตฺถาปิ. นินฺนานากรณเญฺหตํ อตฺถโต. ยถาห – ‘‘เยว เต อริยา เตว เต สปฺปุริสา, เยว เต สปฺปุริสา เตว เต อริยา. โย เอว โส อริยานํ ธมฺโม โส เอว โส สปฺปุริสานํ ธมฺโม, โย เอว โส สปฺปุริสานํ ธมฺโม โส เอว โส อริยานํ ธมฺโม. เยว เต อริยวินยา เตว เต สปฺปุริสวินยา, เยว เต สปฺปุริสวินยา เตว เต อริยวินยา. อริเยติ วา สปฺปุริเสติ วา, อริยธมฺเมติ วา สปฺปุริสธมฺเมติ วา, อริยวินเยติ วา สปฺปุริสวินเยติ วา, เอเสเส เอเก เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเต ตญฺเญวา’’ติ.
รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ อิเธกจฺโจ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ – ‘ยํ รูปํ โส อหํ, โย อหํ ตํ รูป’นฺติ รูปญฺจ อตฺตานญฺจ อทฺวยํ สมนุปสฺสติ. ‘‘เสยฺยถาปิ นาม เตลปฺปทีปสฺส ฌายโต ยา อจฺจิ โส วณฺโณ, โย วณฺโณ สา อจฺจีติ อจฺจิญฺจ วณฺณญฺจ อทฺวยํ สมนุปสฺสติ,’’ เอวเมว อิเธกจฺโจ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ เอวํ รูปํ อตฺตาติ ทิฏฺฐิปสฺสนาย ปสฺสติ. รูปวนฺตํ วา อตฺตานนฺติ ‘อรูปํ อตฺตา’ติ คเหตฺวา, ฉายาวนฺตํ รุกฺขํ วิย, ตํ รูปวนฺตํ สมนุปสฺสติ. อตฺตนิ วา รูปนฺติ ‘อรูปเมว อตฺตา’ติ คเหตฺวา, ปุปฺผมฺหิ คนฺธํ วิย, อตฺตนิ รูปํ สมนุปสฺสติ. รูปสฺมึ วา อตฺตานนฺติ ‘อรูปเมว อตฺตา’ติ คเหตฺวา, กรณฺฑเก มณึ วิย, อตฺตานํ รูปสฺมึ สมนุปสฺสติ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย.
ตตฺถ ‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’ติ สุทฺธรูปเมว อตฺตาติ กถิตํ. ‘รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ, อตฺตนิ วา รูปํ, รูปสฺมึ วา อตฺตานํ; เวทนํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’ติ อิเมสุ สตฺตสุ ฐาเนสุ ‘อรูปํ อตฺตา’ติ กถิตํ. เวทนาวนฺตํ วา อตฺตานํ, อตฺตนิ วา เวทนํ, เวทนาย วา อตฺตานนฺติ เอวํ จตูสุ ขนฺเธสุ ติณฺณํ ติณฺณํ วเสน ทฺวาทสสุ ฐาเนสุ ‘รูปารูปมิสฺสโก อตฺตา’ กถิโต. ตตฺถ ‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ เวทนํ… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’ติ อิเมสุ ปญฺจสุ ฐาเนสุ อุจฺเฉททิฏฺฐิ กถิตา. อวเสเสสุ สสฺสตทิฏฺฐิ. เอวเมตฺถ ปนฺนรส ภวทิฏฺฐิโย ปญฺจ วิภวทิฏฺฐิโย โหนฺติ. ตา สพฺพาปิ มคฺคาวรณา, น สคฺคาวรณา, ปฐมมคฺควชฺฌาติ เวทิตพฺพา.
๑๐๐๘. สตฺถริ กงฺขตีติ สตฺถุ สรีเร วา คุเณ วา อุภยตฺถ วา กงฺขติ. สรีเร กงฺขมาโน ‘ทฺวตฺตึสวรลกฺขณปฏิมณฺฑิตํ นาม สรีรํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขติ. คุเณ กงฺขมาโน ‘อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนชานนสมตฺถํ สพฺพญฺญุตญาณํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขติ. อุภยตฺถ กงฺขมาโน ‘อสีติอนุพฺยญฺชนพฺยามปฺปภานุรญฺชิตาย สรีรนิปฺผตฺติยา สมนฺนาคโต สพฺพเญยฺยชานนสมตฺถํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิโต โลกตารโก พุทฺโธ นาม อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขติ. อยญฺหิสฺส อตฺตภาเว คุเณ วา กงฺขนโต อุภยตฺถ กงฺขติ นาม. วิจิกิจฺฉตีติ อารมฺมณํ นิจฺเฉตุํ อสกฺโกนฺโต กิจฺฉติ กิลมติ. นาธิมุจฺจตีติ ตตฺเถว อธิโมกฺขํ น ลภติ. น สมฺปสีทตีติ จิตฺตํ อนาวิลํ กตฺวา ปสีทิตุํ น สกฺโกติ, คุเณสุ นปฺปสีทติ.
ธมฺเม กงฺขตีติอาทีสุ ปน ‘กิเลเส ปชหนฺตา จตฺตาโร อริยมคฺคา, ปฏิปฺปสฺสทฺธกิเลสานิ จตฺตาริ สามญฺญผลานิ, มคฺคผลานํ อารมฺมณปจฺจยภูตํ อมตํ มหานิพฺพานํ นาม อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขนฺโตปิ ‘อยํ ธมฺโม นิยฺยานิโก นุ โข อนิยฺยานิโก’ติ กงฺขนฺโตปิ ธมฺเม กงฺขติ นาม. ‘จตฺตาโร มคฺคฏฺฐกา จตฺตาโร ผลฏฺฐกาติ อิทํ สงฺฆรตนํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขนฺโตปิ, ‘อยํ สงฺโฆ สุปฺปฏิปนฺโน นุ โข ทุปฺปฏิปนฺโน’ติ กงฺขนฺโตปิ, ‘เอตสฺมึ สงฺฆรตเน ทินฺนสฺส วิปากผลํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขนฺโตปิ สงฺเฆ กงฺขติ นาม. ‘ติสฺโส ปน สิกฺขา อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขนฺโตปิ, ‘ติสฺโส สิกฺขา สิกฺขิตปจฺจเยน อานิสํโส อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขนฺโตปิ สิกฺขาย กงฺขติ นาม.
ปุพฺพนฺโต วุจฺจติ อตีตานิ ขนฺธธาตายตนานิ. อปรนฺโต อนาคตานิ. ตตฺถ อตีเตสุ ขนฺธาทีสุ ‘อตีตานิ นุ โข, น นุ โข’ติ กงฺขนฺโต ปุพฺพนฺเต กงฺขติ นาม. อนาคเตสุ ‘อนาคตานิ นุ โข, น นุ โข’ติ กงฺขนฺโต อปรนฺเต กงฺขติ นาม. อุภยตฺถ กงฺขนฺโต ปุพฺพนฺตาปรนฺเต กงฺขติ นาม. ‘ทฺวาทสปทิกํ ปจฺจยวฏฺฏํ อตฺถิ นุ โข นตฺถี’ติ กงฺขนฺโต อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ กงฺขติ นาม. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – อิเมสํ ชรามรณาทีนํ ปจฺจยา ‘อิทปฺปจฺจยา’. อิทปฺปจฺจยานํ ภาโว ‘อิทปฺปจฺจยตา’. อิทปฺปจฺจยา เอว วา ‘อิทปฺปจฺจยตา’; ชาติอาทีนเมตํ อธิวจนํ. ชาติอาทีสุ ตํ ตํ ปฏิจฺจ อาคมฺม สมุปฺปนฺนาติ ‘ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา’. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อิทปฺปจฺจยตาย จ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ จ ธมฺเมสุ กงฺขตีติ.
๑๐๐๙. สีเลนาติ โคสีลาทินา. วเตนาติ โควตาทินาว. สีลพฺพเตนาติ ตทุภเยน. สุทฺธีติ กิเลสสุทฺธิ; ปรมตฺถสุทฺธิภูตํ วา นิพฺพานเมว. ตเทกฏฺฐาติ อิธ ปหาเนกฏฺฐํ ธุรํ. อิมิสฺสา จ ปาฬิยา ทิฏฺฐิกิเลโส วิจิกิจฺฉากิเลโสติ เทฺวเยว อาคตา. โลโภ โทโส โมโห มาโน ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อิเม ปน อฏฺฐ อนาคตา. อาหริตฺวา ปน ทีเปตพฺพา. เอตฺถ หิ ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสุ ปหียมานาสุ อปายคมนีโย โลโภ โทโส โมโห มาโน ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ สพฺเพปิเม ปหาเนกฏฺฐา หุตฺวา ปหียนฺติ. สหเชกฏฺฐํ ปน อาหริตฺวา ทีเปตพฺพํ. โสตาปตฺติมคฺเคน หิ จตฺตาริ ทิฏฺฐิสหคตานิ วิจิกิจฺฉาสหคตญฺจาติ ปญฺจ จิตฺตานิ ปหียนฺติ. ตตฺถ ทฺวีสุ อสงฺขาริกทิฏฺฐิจิตฺเตสุ ปหียนฺเตสุ เตหิ สหชาโต โลโภ โมโห อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อิเม กิเลสา สหเชกฏฺฐวเสน ปหียนฺติ. เสสทิฏฺฐิกิเลโส จ วิจิกิจฺฉากิเลโส จ ปหาเนกฏฺฐวเสน ปหียนฺติ. ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺตสสงฺขาริกจิตฺเตสุปิ ปหียนฺเตสุ เตหิ สหชาโต โลโภ โมโห ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อิเม กิเลสา สหเชกฏฺฐวเสน ปหียนฺติ. เสสทิฏฺฐิกิเลโส จ วิจิกิจฺฉากิเลโส จ ปหาเนกฏฺฐวเสน ปหียนฺติ. เอวํ ปหาเนกฏฺฐสฺมึเยว สหเชกฏฺฐํ ลพฺภตีติ อิทํ สหเชกฏฺฐํ อาหริตฺวา ทีปยึสุ.
ตํสมฺปยุตฺโตติ เตหิ ตเทกฏฺเฐหิ อฏฺฐหิ กิเลเสหิ สมฺปยุตฺโต. วินิพฺโภคํ วา กตฺวา เตน โลเภน เตน โทเสนาติ เอวํ เอเกเกน สมฺปยุตฺตตา ทีเปตพฺพา. ตตฺถ โลเภ คหิเต, โมโห มาโน ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อยํ สงฺขารกฺขนฺเธ กิเลสคโณ โลภสมฺปยุตฺโต นาม. โทเส คหิเต, โมโห ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อยํ กิเลสคโณ โทสสมฺปยุตฺโต นาม. โมเห คหิเต, โลโภ โทโส มาโน ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อยํ กิเลสคโณ โมหสมฺปยุตฺโต นาม. มาเน คหิเต, เตน สหุปฺปนฺโน โลโภ โมโห ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อยํ กิเลสคโณ มานสมฺปยุตฺโต นาม. อิมินา อุปาเยน เตน ถิเนน เตน อุทฺธจฺเจน เตน อหิริเกน เตน อโนตฺตปฺเปน สมฺปยุตฺโต ตํสมฺปยุตฺโตติ โยชนา กาตพฺพา. ตํสมุฏฺฐานนฺติ เตน โลเภน…เป… เตน อโนตฺตปฺเปน สมุฏฺฐิตนฺติ อตฺโถ.
อิเม ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพาติ เอตฺถ ทสฺสนํ นาม โสตาปตฺติมคฺโค; เตน ปหาตพฺพาติ อตฺโถ. ‘กสฺมา ปน โสตาปตฺติมคฺโค ทสฺสนํ นาม ชาโต’ติ? ‘ปฐมํ นิพฺพานทสฺสนโต’. ‘นนุ โคตฺรภุ ปฐมตรํ ปสฺสตี’ติ? ‘โน น ปสฺสติ; ทิสฺวาปิ กตฺตพฺพกิจฺจํ ปน น กโรติ, สํโยชนานํ อปฺปหานโต. ตสฺมา ปสฺสตี’ติ น วตฺตพฺโพ. ยตฺถ กตฺถจิ ราชานํ ทิสฺวาปิ ปณฺณาการํ ทตฺวา กิจฺจนิปฺผตฺติยา อทิฏฺฐตฺตา ‘อชฺชาปิ ราชานํ น ปสฺสามี’ติ วทนฺโต เจตฺถ ชานปทปุริโส นิทสฺสนํ.
๑๐๑๑. อวเสโส โลโภติ ทสฺสเนน ปหีนาวเสโส. โลโภ โทสโมเหสุปิ เอเสว นโย. ทสฺสเนน หิ อปายคมนียาว ปหีนา. เตหิ ปน อญฺเญ ทสฺเสตุํ อิทํ วุตฺตํ. ‘ตเทกฏฺฐา’ติ เตหิ ปาฬิยํ อาคเตหิ ตีหิ กิเลเสหิ สมฺปโยคโตปิ ปหานโตปิ เอกฏฺฐา ปญฺจ กิเลสา. เนว ทสฺสเนน น ภาวนายาติ อิทํ สํโยชนาทีนํ วิย เตหิ มคฺเคหิ อปฺปหาตพฺพตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยํ ปน ‘‘โสตาปตฺติมคฺคญาเณน อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส นิโรเธน สตฺต ภเว ฐเปตฺวา อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ, นามญฺจ รูปญฺจ เอตฺเถเต นิรุชฺฌนฺตี’’ติอาทินา นเยน กุสลาทีนมฺปิ ปหานํ อนุญฺญาตํ, ตํ เตสํ มคฺคานํ อภาวิตตฺตา เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เต อุปนิสฺสยปจฺจยานํ กิเลสานํ ปหีนตฺตา ปหีนาติ อิมํ ปริยายํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
๑๐๑๓. ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกตฺติเก อิเม ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกาติ นิฏฺฐเปตฺวา, ปุน ‘ตีณิ สํโยชนานี’ติอาทิ ปหาตพฺเพ ทสฺเสตฺวา, ตเทกฏฺฐภาเวน เหตู เจว สเหตุเก จ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘กิญฺจาปิ ทสฺสเนน ปหาตพฺเพสุ เหตูสุ โลภสหคโต โมโห โลเภน สเหตุโก โหติ, โทสสหคโต โมโห โทเสน, โลภโทสา จ โมเหนาติ ปหาตพฺพเหตุกปเทเปเต สงฺคหํ คจฺฉนฺติ, วิจิกิจฺฉาสหคโต ปน โมโห อญฺญสฺส สมฺปยุตฺตเหตุโน อภาเวน เหตุเยว, น สเหตุโกติ ตสฺส ปหานํ ทสฺเสตุํ อิเม ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตู’ติ วุตฺตํ.
๑๐๑๘. ทุติยปเท อุทฺธจฺจสหคตสฺส โมหสฺส ปหานํ ทสฺเสตุํ อิเม ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตูติ วุตฺตํ. โส หิ อตฺตนา สมฺปยุตฺตธมฺเม สเหตุเก กตฺวา ปิฏฺฐิวฏฺฏโก ชาโต, วิจิกิจฺฉาสหคโต วิย อญฺญสฺส สมฺปยุตฺตเหตุโน อภาวา ปหาตพฺพเหตุกปทํ น ภชติ. ตติยปเท อวเสสา อกุสลาติ ปุน อกุสลคฺคหณํ วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสหคตานํ โมหานํ สงฺคหตฺถํ กตํ. เต หิ สมฺปยุตฺตเหตุโน อภาวา ปหาตพฺพเหตุกา นาม น โหนฺติ.
๑๐๒๙. ปริตฺตารมฺมณตฺติเก อารพฺภาติ อารมฺมณํ กตฺวา. สยญฺหิ ปริตฺตา วา โหนฺตุ มหคฺคตา วา, ปริตฺตธมฺเม อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปนฺนา ปริตฺตารมฺมณา, มหคฺคเต อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปนฺนา มหคฺคตารมฺมณา, อปฺปมาเณ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปนฺนา อปฺปมาณารมฺมณา. เต ปน ปริตฺตาปิ โหนฺติ มหคฺคตาปิ อปฺปมาณาปิ.
๑๐๓๕. มิจฺฉตฺตตฺติเก อานนฺตริกานีติ อนนฺตราเยน ผลทายกานิ; มาตุฆาตกกมฺมาทีนเมตํ อธิวจนํ. เตสุ หิ เอกสฺมิมฺปิ กมฺเม กเต ตํ ปฏิพาหิตฺวา อญฺญํ กมฺมํ อตฺตโน วิปากสฺส โอกาสํ กาตุํ น สกฺโกติ. สิเนรุปฺปมาเณปิ หิ สุวณฺณถูเป กตฺวา จกฺกวาฬมตฺตํ วา รตนมยปาการํ วิหารํ กาเรตฺวา ตํ ปูเรตฺวา นิสินฺนสฺส พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ยาวชีวํ จตฺตาโร ปจฺจเย ททโตปิ ตํ กมฺมํ เอเตสํ กมฺมานํ วิปากํ ปฏิพาเหตุํ น สกฺโกติ เอว. ยา จ มิจฺฉาทิฏฺฐิ นิยตาติ อเหตุกวาทอกิริยวาทนตฺถิกวาเทสุ อญฺญตรา. ตญฺหิ คเหตฺวา ฐิตํ ปุคฺคลํ พุทฺธสตมฺปิ พุทฺธสหสฺสมฺปิ โพเธตุํ น สกฺโกติ.
๑๐๓๘. มคฺคารมฺมณตฺติเก อริยมคฺคํ อารพฺภาติ โลกุตฺตรมคฺคํ อารมฺมณํ กตฺวา. เต ปน ปริตฺตาปิ โหนฺติ มหคฺคตาปิ.
๑๐๓๙. มคฺคเหตุกนิทฺเทเส ปฐมนเยน ปจฺจยฏฺเฐน เหตุนา มคฺคสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ สเหตุกภาโว ทสฺสิโต. ทุติยนเยน มคฺคภูเตน สมฺมาทิฏฺฐิสงฺขาเตน เหตุนา เสสมคฺคงฺคานํ สเหตุกภาโว ทสฺสิโต. ตติยนเยน มคฺเค อุปฺปนฺนเหตูหิ สมฺมาทิฏฺฐิยา สเหตุกภาโว ทสฺสิโตติ เวทิตพฺโพ.
๑๐๔๐. อธิปตึ กริตฺวาติ อารมฺมณาธิปตึ กตฺวา. เต จ โข ปริตฺตธมฺมาว โหนฺติ. อริยสาวกานญฺหิ อตฺตโน มคฺคํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขณกาเล อารมฺมณาธิปติ ลพฺภติ. เจโตปริยญาเณน ปน อริยสาวโก ปรสฺส มคฺคํ ปจฺจเวกฺขมาโน ครุํ กโรนฺโตปิ อตฺตนา ปฏิวิทฺธมคฺคํ วิย ครุํ น กโรติ. ‘ยมกปาฏิหาริยํ กโรนฺตํ ตถาคตํ ทิสฺวา ตสฺส มคฺคํ ครุํ กโรติ น กโรตี’ติ? กโรติ, น ปน อตฺตโน มคฺคํ วิย. อรหา น กิญฺจิ ธมฺมํ ครุํ กโรติ ฐเปตฺวา มคฺคํ ผลํ นิพฺพานนฺติ. เอตฺถาปิ อยเมวตฺโถ. วีมํสาธิปเตยฺยนฺติ อิทํ สหชาตาธิปตึ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ฉนฺทญฺหิ เชฏฺฐกํ กตฺวา มคฺคํ ภาเวนฺตสฺส ฉนฺโท อธิปติ นาม โหติ, น มคฺโค. เสสธมฺมาปิ ฉนฺทาธิปติโน นาม โหนฺติ, น มคฺคาธิปติโน. จิตฺเตปิ เอเสว นโย. วีมํสํ ปน เชฏฺฐกํ กตฺวา มคฺคํ ภาเวนฺตสฺส วีมํสาธิปติ เจว โหติ มคฺโค จาติ. เสสธมฺมา มคฺคาธิปติโน นาม โหนฺติ. วีริเยปิ เอเสว นโย.
๑๐๔๑. อุปฺปนฺนตฺติกนิทฺเทเส ชาตาติ นิพฺพตฺตา, ปฏิลทฺธตฺตภาวา. ภูตาติอาทีนิ เตสํเยว เววจนานิ. ชาตา เอว หิ ภาวปฺปตฺติยา ภูตา. ปจฺจยสํโยเค ชาตตฺตา สญฺชาตา. นิพฺพตฺติลกฺขณปฺปตฺตตฺตา นิพฺพตฺตา. อุปสคฺเคน ปน ปทํ วฑฺเฒตฺวา อภินิพฺพตฺตาติ วุตฺตา. ปากฏีภูตาติ ปาตุภูตา. ปุพฺพนฺตโต อุทฺธํ ปนฺนาติ อุปฺปนฺนา. อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺเฒตฺวา สมุปฺปนฺนาติ วุตฺตา. นิพฺพตฺตฏฺเฐเนว อุทฺธํ ฐิตาติ อุฏฺฐิตา. ปจฺจยสํโยเค อุฏฺฐิตาติ สมุฏฺฐิตา. ปุน อุปฺปนฺนาติวจเน การณํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อุปฺปนฺนํเสน สงฺคหิตาติ อุปฺปนฺนโกฏฺฐาเสน คณนํ คตา. รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ อิทํ เนสํ สภาวทสฺสนํ. ทุติยปทนิทฺเทโส วุตฺตปฏิเสธนเยน เวทิตพฺโพ. ตติยปทนิทฺเทโส อุตฺตานตฺโถเยว.
อยํ ปน ติโก ทฺวินฺนํ อทฺธานํ วเสน ปูเรตฺวา ทสฺสิโต. ลทฺโธกาสสฺส หิ กมฺมสฺส วิปาโก ทุวิโธ – ขณปฺปตฺโต, จ อปฺปตฺโต จ. ตตฺถ ‘ขณปฺปตฺโต’ อุปฺปนฺโน นาม. ‘อปฺปตฺโต’ จิตฺตานนฺตเร วา อุปฺปชฺชตุ, กปฺปสตสหสฺสาติกฺกเม วา. ธุวปจฺจยฏฺเฐน นตฺถิ นาม น โหติ, อุปฺปาทิโน ธมฺมา นาม ชาโต. ยถา หิ – ‘‘ติฏฺฐเตว สายํ, โปฏฺฐปาท, อรูปี อตฺตา สญฺญามโย. อถ อิมสฺส ปุริสสฺส อญฺญา จ สญฺญา อุปฺปชฺชนฺติ อญฺญา จ สญฺญา นิรุชฺฌนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๔๑๙). เอตฺถ อารุปฺเป กามาวจรสญฺญาปวตฺติกาเล กิญฺจาปิ มูลภวงฺคสญฺญา นิรุทฺธา กามาวจรสญฺญาย ปน นิรุทฺธกาเล อวสฺสํ สา อุปฺปชฺชิสฺสตีติ อรูปสงฺขาโต อตฺตา นตฺถีติ สงฺขฺยํ อคนฺตฺวา ‘ติฏฺฐเตว’ นามาติ ชาโต. เอวเมว ลทฺโธกาสสฺส กมฺมสฺส วิปาโก ทุวิโธ…เป… ธุวปจฺจยฏฺเฐน นตฺถิ นาม น โหติ, อุปฺปาทิโน ธมฺมา นาม ชาโต.
ยทิ ปน อายูหิตํ กุสลากุสลกมฺมํ สพฺพํ วิปากํ ทเทยฺย, อญฺญสฺส โอกาโส น ภเวยฺย. ตํ ปน ทุวิธํ โหติ – ธุววิปากํ, อธุววิปากญฺจ. ตตฺถ ปญฺจ อานนฺตริยกมฺมานิ, อฏฺฐ สมาปตฺติโย, จตฺตาโร อริยมคฺคาติ เอตํ ‘ธุววิปากํ’ นาม. ตํ ปน ขณปฺปตฺตมฺปิ อตฺถิ, อปฺปตฺตมฺปิ. ตตฺถ ‘ขณปฺปตฺตํ’ อุปฺปนฺนํ นาม. ‘อปฺปตฺตํ’ อนุปฺปนฺนํ นาม. ตสฺส วิปาโก จิตฺตานนฺตเร วา อุปฺปชฺชตุ กปฺปสตสหสฺสาติกฺกเม วา. ธุวปจฺจยฏฺเฐน อนุปฺปนฺนํ นาม น โหติ, อุปฺปาทิโน ธมฺมา นาม ชาตํ. เมตฺเตยฺยโพธิสตฺตสฺส มคฺโค อนุปฺปนฺโน นาม, ผลํ อุปฺปาทิโน ธมฺมาเยว นาม ชาตํ.
๑๐๔๔. อตีตตฺติกนิทฺเทเส อตีตาติ ขณตฺตยํ อติกฺกนฺตา. นิรุทฺธาติ นิโรธปฺปตฺตา. วิคตาติ วิภวํ คตา, วิคจฺฉิตา วา. วิปริณตาติ ปกติวิชหเนน วิปริณามํ คตา. นิโรธสงฺขาตํ อตฺถํ คตาติ อตฺถงฺคตา. อพฺภตฺถงฺคตาติ อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺฒิตํ. อุปฺปชฺชิตฺวา วิคตาติ นิพฺพตฺติตฺวา วิคจฺฉิตา. ปุน อตีตวจเน การณํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. ปรโต อนาคตาทีสุปิ เอเสว นโย. อตีตํเสน สงฺคหิตาติ อตีตโกฏฺฐาเสน คณนํ คตา. กตเม เตติ? รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ. ปรโต อนาคตาทีสุปิ เอเสว นโย.
๑๐๔๗. อตีตารมฺมณตฺติกนิทฺเทเส อตีเต ธมฺเม อารพฺภาติอาทีสุ ปริตฺตมหคฺคตาว ธมฺมา เวทิตพฺพา. เต หิ อตีตาทีนิ อารพฺภ อุปฺปชฺชนฺติ.
๑๐๕๐. อชฺฌตฺตตฺติกนิทฺเทเส เตสํ เตสนฺติ ปททฺวเยน สพฺพสตฺเต ปริยาทิยติ. อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตนฺติ อุภยํ นิยกชฺฌตฺตาธิวจนํ. นิยตาติ อตฺตนิ ชาตา. ปาฏิปุคฺคลิกาติ ปาฏิเยกฺกสฺส ปาฏิเยกฺกสฺส ปุคฺคลสฺส สนฺตกา. อุปาทิณฺณาติ สรีรฏฺฐกา. เต หิ กมฺมนิพฺพตฺตา วา โหนฺตุ มา วา, อาทินฺนคหิตปรามฏฺฐวเสน ปน อิธ อุปาทิณฺณาติ วุตฺตา.
๑๐๕๑. ปรสตฺตานนฺติ อตฺตานํ ฐเปตฺวา อวเสสสตฺตานํ. ปรปุคฺคลานนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตสทิสเมว. ตทุภยนฺติ ตํ อุภยํ.
๑๐๕๓. อชฺฌตฺตารมฺมณตฺติกสฺส ปฐมปเท ปริตฺตมหคฺคตา ธมฺมา เวทิตพฺพา. ทุติเย อปฺปมาณาปิ. ตติเย ปริตฺตมหคฺคตาว. อปฺปมาณา ปน กาเลน พหิทฺธา กาเลน อชฺฌตฺตํ อารมฺมณํ น กโรนฺติ. สนิทสฺสนตฺติกนิทฺเทโส อุตฺตาโนเยวาติ.
ทุกนิกฺเขปกถา
๑๐๖๒. ทุเกสุ อโทสนิทฺเทเส เมตฺตายนวเสน เมตฺติ. เมตฺตากาโร เมตฺตายนา. เมตฺตาย อยิตสฺส เมตฺตาสมงฺคิโน จิตฺตสฺส ภาโว เมตฺตายิตตฺตํ. อนุทยตีติ อนุทฺทา, รกฺขตีติ อตฺโถ. อนุทฺทากาโร อนุทฺทายนา. อนุทฺทายิตสฺส ภาโว อนุทฺทายิตตฺตํ. หิตสฺส เอสนวเสน หิเตสิตา. อนุกมฺปนวเสน อนุกมฺปา. สพฺเพหิปิ อิเมหิ ปเทหิ อุปจารปฺปนาปฺปตฺตา เมตฺตาว วุตฺตา. เสสปเทหิ โลกิยโลกุตฺตโร อโทโส กถิโต.
๑๐๖๓. อโมหนิทฺเทเส ทุกฺเข ญาณนฺติ ทุกฺขสจฺเจ ปญฺญา. ทุกฺขสมุทเยติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ ทุกฺเข ญาณํ สวนสมฺมสนปฏิเวธปจฺจเวกฺขณาสุ วตฺตติ. ตถา ทุกฺขสมุทเย. นิโรเธ ปน สวนปฏิเวธปจฺจเวกฺขณาสุ เอว. ตถา ปฏิปทาย. ปุพฺพนฺเตติ อตีตโกฏฺฐาเส. อปรนฺเตติ อนาคตโกฏฺฐาเส. ปุพฺพนฺตาปรนฺเตติ ตทุภเย. อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ ญาณนฺติ อยํ ปจฺจโย, อิทํ ปจฺจยุปฺปนฺนํ, อิทํ ปฏิจฺจ อิทํ นิพฺพตฺตนฺติ, เอวํ ปจฺจเยสุ จ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺเมสุ จ ญาณํ.
๑๐๖๕. โลภนิทฺเทเสปิ เหฏฺฐา อนาคตานํ ปทานํ อยมตฺโถ – รญฺชนวเสน ราโค. พลวรญฺชนฏฺเฐน สาราโค. วิสเยสุ สตฺตานํ อนุนยนโต อนุนโย. อนุรุชฺฌตีติ อนุโรโธ, กาเมตีติ อตฺโถ. ยตฺถ กตฺถจิ ภเว สตฺตา เอตาย นนฺทนฺติ, สยํ วา นนฺทตีติ นนฺที. นนฺที จ สา รญฺชนฏฺเฐน ราโค จาติ นนฺทีราโค. ตตฺถ เอกสฺมึ อารมฺมเณ สกึ อุปฺปนฺนา ตณฺหา ‘นนฺที’. ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชมานา ‘นนฺทีราโค’ติ วุจฺจติ. จิตฺตสฺส สาราโคติ โย เหฏฺฐา พลวรญฺชนฏฺเฐน สาราโคติ วุตฺโต, โส น สตฺตสฺส, จิตฺตสฺเสว สาราโคติ อตฺโถ.
อิจฺฉนฺติ เอตาย อารมฺมณานีติ อิจฺฉา. พหลกิเลสภาเวน มุจฺฉนฺติ เอตาย ปาณิโนติ มุจฺฉา. คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา คหณวเสน อชฺโฌสานํ. อิมินา สตฺตา คิชฺฌนฺติ, เคธํ อาปชฺชนฺตีติ เคโธ; พหลฏฺเฐน วา เคโธ. ‘‘เคธํ วา ปวนสณฺฑ’’นฺติ หิ พหลฏฺเฐเนว วุตฺตํ. อนนฺตรปทํ อุปสคฺควเสน วฑฺฒิตํ. สพฺพโตภาเคน วา เคโธติ ปลิเคโธ. สญฺชนฺติ เอเตนาติ สงฺโค; ลคฺคนฏฺเฐน วา สงฺโค. โอสีทนฏฺเฐน ปงฺโก. อากฑฺฒนวเสน เอชา. ‘‘เอชา อิมํ ปุริสํ ปริกฑฺฒติ ตสฺส ตสฺเสว ภวสฺส อภินิพฺพตฺติยา’’ติ หิ วุตฺตํ. วญฺจนฏฺเฐน มายา. วฏฺฏสฺมึ สตฺตานํ ชนนฏฺเฐน ชนิกา. ‘‘ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ จิตฺตมสฺส วิธาวตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๕๕-๕๗) หิ วุตฺตํ. วฏฺฏสฺมึ สตฺเต ทุกฺเขน สํโยชยมานา ชเนตีติ สญฺชนนี. ฆฏนฏฺเฐน สิพฺพินี. อยญฺหิ วฏฺฏสฺมึ สตฺเต จุติปฏิสนฺธิวเสน สิพฺพติ ฆเฏติ, ตุนฺนกาโร วิย ปิโลติกาย ปิโลติกํ; ตสฺมา ฆฏนฏฺเฐน สิพฺพินีติ วุตฺตา. อเนกปฺปการํ วิสยชาลํ ตณฺหาวิปฺผนฺทิตนิเวสสงฺขาตํ วา ชาลมสฺสา อตฺถีติ ชาลินี.
อากฑฺฒนฏฺเฐน สีฆโสตา สริตา วิยาติ สริตา. อลฺลฏฺเฐน วา สริตา. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘สริตานิ สิเนหิตานิ จ โสมนสฺสานิ ภวนฺติ ชนฺตุโน’’ติ (ธ. ป. ๓๔๑). อลฺลานิ เจว สินิทฺธานิ จาติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ. วิสตาติ วิสตฺติกา. วิสฏาติ วิสตฺติกา. วิสาลาติ วิสตฺติกา. วิสกฺกตีติ วิสตฺติกา. วิสํวาทิกาติ วิสตฺติกา. วิสํหรตีติ วิสตฺติกา. วิสมูลาติ วิสตฺติกา. วิสผลาติ วิสตฺติกา. วิสปริโภคาติ วิสตฺติกา. วิสตา วา ปน สา ตณฺหา รูเป สทฺเท คนฺเธ รเส โผฏฺฐพฺเพ ธมฺเม กุเล คเณ วิตฺถตาติ วิสตฺติกา (มหานิ. ๓). อนยพฺยสนปาปนฏฺเฐน กุมฺมานุพนฺธสุตฺตกํ วิยาติ สุตฺตํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘สุตฺตกนฺติ โข, ภิกฺขเว, นนฺทีราคสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๙). รูปาทีสุ วิตฺถตฏฺเฐน วิสฏา. ตสฺส ตสฺส ปฏิลาภตฺถาย สตฺเต อายูหาเปตีติ อายูหินี. อุกฺกณฺฐิตุํ อปฺปทานโต สหายฏฺเฐน ทุติยา. อยญฺหิ สตฺตานํ วฏฺฏสฺมึ อุกฺกณฺฐิตุํ น เทติ, คตคตฏฺฐาเน ปิยสหาโย วิย อภิรมาเปติ. เตน วุตฺตํ –
‘‘ตณฺหาทุติโย ปุริโส, ทีฆมทฺธาน สํสรํ;
อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ, สํสารํ นาติวตฺตตี’’ติ. (อ. นิ. ๔.๙; อิติวุ. ๑๕; มหานิ. ๑๙๑; จูฬนิ. ปารายนานุคีติคาถานิทฺเทส ๑๐๗);
ปณิธานกวเสน ปณิธิ. ภวเนตฺตีติ ภวรชฺชุ. เอตาย หิ สตฺตา, รชฺชุยา คีวาย พทฺธา โคณา วิย, อิจฺฉิติจฺฉิตฏฺฐานํ นิยฺยนฺติ. ตํ ตํ อารมฺมณํ วนติ ภชติ อลฺลียตีติ วนํ. วนติ ยาจตีติ วา วนํ. วนโถติ พฺยญฺชเนน ปทํ วฑฺฒิตํ. อนตฺถทุกฺขานํ วา สมุฏฺฐาปนฏฺเฐน คหนฏฺเฐน จ วนํ วิยาติ ‘วนํ’; พลวตณฺหาเยตํ นามํ. คหนตรฏฺเฐน ปน ตโต พลวตโร ‘วนโถ’ นาม. เตน วุตฺตํ –
‘‘วนํ ฉินฺทถ มา รุกฺขํ, วนโต ชายเต ภยํ;
เฉตฺวา วนญฺจ วนถญฺจ, นิพฺพนา โหถ ภิกฺขโว’’ติ. (ธ. ป. ๒๘๓);
สนฺถวนวเสน สนฺถโว; สํสคฺโคติ อตฺโถ. โส ทุวิโธ – ตณฺหาสนฺถโว มิตฺตสนฺถโว จ. เตสุ อิธ ตณฺหาสนฺถโว อธิปฺเปโต. สิเนหวเสน สิเนโห. อาลยกรณวเสน อเปกฺขตีติ อเปกฺขา. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘อิมานิ เต เทว จตุราสีตินครสหสฺสานิ กุสาวตีราชธานีปมุขานิ. เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ชเนหิ, ชีวิเต อเปกฺขํ กโรหี’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๖๖). อาลยํ กโรหีติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ. ปาฏิเยกฺเก ปาฏิเยกฺเก อารมฺมเณ พนฺธตีติ ปฏิพนฺธุ. ญาตกฏฺเฐน วา ปาฏิเยกฺโก พนฺธูติปิ ปฏิพนฺธุ. นิจฺจสนฺนิสฺสิตฏฺเฐน หิ สตฺตานํ ตณฺหาสโม พนฺธุ นาม นตฺถิ.
อารมฺมณานํ อสนโต อาสา. อชฺโฌตฺถรณโต เจว ติตฺตึ อนุปคนฺตฺวาว ปริภุญฺชนโต จาติ อตฺโถ. อาสิสนวเสน อาสิสนา. อาสิสิตสฺส ภาโว อาสิสิตตฺตํ. อิทานิ ตสฺสา ปวตฺติฏฺฐานํ ทสฺเสตุํ รูปาสาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อาสิสนวเสน อาสาติ อาสาย อตฺถํ คเหตฺวา รูเป อาสา รูปาสาติ เอวํ นวปิ ปทานิ เวทิตพฺพานิ. เอตฺถ จ ปุริมานิ ปญฺจ ปญฺจกามคุณวเสน วุตฺตานิ. ปริกฺขารโลภวเสน ฉฏฺฐํ. ตํ วิเสสโต ปพฺพชิตานํ. ตโต ปรานิ ตีณิ อติตฺติยวตฺถุวเสน คหฏฺฐานํ. น หิ เตสํ ธนปุตฺตชีวิเตหิ อญฺญํ ปิยตรํ อตฺถิ. ‘เอตํ มยฺหํ เอตํ มยฺห’นฺติ วา ‘อสุเกน เม อิทํ ทินฺนํ อิทํ ทินฺน’นฺติ วา เอวํ สตฺเต ชปฺปาเปตีติ ชปฺปา. ปรโต เทฺว ปทานิ อุปสคฺเคน วฑฺฒิตานิ. ตโต ปรํ อญฺเญนากาเรน วิภชิตุํ อารทฺธตฺตา ปุน ชปฺปาติ วุตฺตํ. ชปฺปนากาโร ชปฺปนา. ชปฺปิตสฺส ภาโว ชปฺปิตตฺตํ. ปุนปฺปุนํ วิสเย ลุมฺปติ อากฑฺฒตีติ โลลุโป. โลลุปสฺส ภาโว โลลุปฺปํ. โลลุปฺปากาโร โลลุปฺปายนา. โลลุปฺปสมงฺคิโน ภาโว โลลุปฺปายิตตฺตํ.
ปุจฺฉญฺชิกตาติ ยาย ตณฺหาย ลาภฏฺฐาเนสุ, ปุจฺฉํ จาลยมานา สุนขา วิย, กมฺปมานา วิจรนฺติ, ตํ ตสฺสา กมฺปนตณฺหาย นามํ. สาธุ มนาปมนาเป วิสเย กาเมตีติ สาธุกาโม. ตสฺส ภาโว สาธุกมฺยตา. มาตา มาตุจฺฉาติอาทิเก อยุตฺตฏฺฐาเน ราโคติ อธมฺมราโค. ยุตฺตฏฺฐาเนปิ พลวา หุตฺวา อุปฺปนฺนโลโภ วิสมโลโภ. ‘‘ราโค วิสม’’นฺติอาทิวจนโต (วิภ. ๙๒๔) วา ยุตฺตฏฺฐาเน วา อยุตฺตฏฺฐาเน วา อุปฺปนฺโน ฉนฺทราโค อธมฺมฏฺเฐน ‘อธมฺมราโค’, วิสมฏฺเฐน ‘วิสมโลโภ’ติ เวทิตพฺโพ.
อารมฺมณานํ นิกามนวเสน นิกนฺติ. นิกามนากาโร นิกามนา. ปตฺถนาวเสน ปตฺถนา. ปิหายนวเสน ปิหนา. สุฏฺฐุ ปตฺถนา สมฺปตฺถนา. ปญฺจสุ กามคุเณสุ ตณฺหา กามตณฺหา. รูปารูปภเว ตณฺหา ภวตณฺหา. อุจฺเฉทสงฺขาเต วิภเว ตณฺหา วิภวตณฺหา. สุทฺเธ รูปภวสฺมึเยว ตณฺหา รูปตณฺหา. อรูปภเว ตณฺหา อรูปตณฺหา. อุจฺเฉททิฏฺฐิสหคโต ราโค ทิฏฺฐิราโค. นิโรเธ ตณฺหา นิโรธตณฺหา. รูเป ตณฺหา รูปตณฺหา. สทฺเท ตณฺหา สทฺทตณฺหา. คนฺธตณฺหาทีสุปิ เอเสว นโย. โอฆาทโย วุตฺตตฺถาว.
กุสลธมฺเม อาวรตีติ อาวรณํ. ฉาทนวเสน ฉาทนํ. สตฺเต วฏฺฏสฺมึ พนฺธตีติ พนฺธนํ. จิตฺตํ อุปคนฺตฺวา กิลิสฺสติ สํกิลิฏฺฐํ กโรตีติ อุปกฺกิเลโส. ถามคตฏฺเฐน อนุเสตีติ อนุสโย. อุปฺปชฺชมานา จิตฺตํ ปริยุฏฺฐาตีติ ปริยุฏฺฐานํ; อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทาเนน กุสลจารํ คณฺหาตีติ อตฺโถ. ‘‘โจรา มคฺเค ปริยุฏฺฐึสุ ธุตฺตา มคฺเค ปริยุฏฺฐึสู’’ติอาทีสุ (จูฬว. ๔๓๐) หิ มคฺคํ คณฺหึสูติ อตฺโถ. เอวมิธาปิ คหณฏฺเฐน ปริยุฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ. ปลิเวฐนฏฺเฐน ลตา วิยาติ ลตา. ‘‘ลตา อุพฺภิชฺช ติฏฺฐตี’’ติ (ธ. ป. ๓๔๐) อาคตฏฺฐาเนปิ อยํ ตณฺหา ลตาติ วุตฺตา. วิวิธานิ วตฺถูนิ อิจฺฉตีติ เววิจฺฉํ. วฏฺฏทุกฺขสฺส มูลนฺติ ทุกฺขมูลํ. ตสฺเสว ทุกฺขสฺส นิทานนฺติ ทุกฺขนิทานํ. ตํ ทุกฺขํ อิโต ปภวตีติ ทุกฺขปฺปภโว. พนฺธนฏฺเฐน ปาโส วิยาติ ปาโส. มารสฺส ปาโส มารปาโส. ทุรุคฺคิลนฏฺเฐน พฬิสํ วิยาติ พฬิสํ. มารสฺส พฬิสํ มารพฬิสํ. ตณฺหาภิภูตา มารสฺส วิสยํ นาติกฺกมนฺติ, เตสํ อุปริ มาโร วสํ วตฺเตตีติ อิมินา ปริยาเยน มารสฺส วิสโยติ มารวิสโย. สนฺทนฏฺเฐน ตณฺหาว นที ตณฺหานที. อชฺโฌตฺถรณฏฺเฐน ตณฺหาว ชาลํ ตณฺหาชาลํ. ยถา สุนขา คทฺทุลพทฺธา ยทิจฺฉกํ นียนฺติ, เอวํ ตณฺหาพทฺธา สตฺตาปีติ ทฬฺหพนฺธนฏฺเฐน คทฺทุลํ วิยาติ คทฺทุลํ. ตณฺหาว คทฺทุลํ ตณฺหาคทฺทุลํ. ทุปฺปูรณฏฺเฐน ตณฺหาว สมุทฺโท ตณฺหาสมุทฺโท.
๑๐๖๖. โทสนิทฺเทเส อนตฺถํ เม อจรีติ อวุฑฺฒึ เม อกาสิ. อิมินา อุปาเยน สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อฏฺฐาเน วา ปน อาฆาโตติ อการเณ โกโป – เอกจฺโจ หิ ‘เทโว อติวสฺสตี’ติ กุปฺปติ, ‘น วสฺสตี’ติ กุปฺปติ, ‘สูริโย ตปฺปตี’ติ กุปฺปติ, ‘น ตปฺปตี’ติ กุปฺปติ, วาเต วายนฺเตปิ กุปฺปติ, อวายนฺเตปิ กุปฺปติ, สมฺมชฺชิตุํ อสกฺโกนฺโต โพธิปณฺณานํ กุปฺปติ, จีวรํ ปารุปิตุํ อสกฺโกนฺโต วาตสฺส กุปฺปติ, อุปกฺขลิตฺวา ขาณุกสฺส กุปฺปติ อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ – อฏฺฐาเน วา ปน อาฆาโต ชายตีติ. ตตฺถ เหฏฺฐา นวสุ ฐาเนสุ สตฺเต อารพฺภ อุปฺปนฺนตฺตา กมฺมปถเภโท โหติ. อฏฺฐานาฆาโต ปน สงฺขาเรสุ อุปฺปนฺโน กมฺมปถเภทํ น กโรติ. จิตฺตํ อาฆาเตนฺโต อุปฺปนฺโนติ จิตฺตสฺส อาฆาโต. ตโต พลวตโร ปฏิฆาโต. ปฏิหญฺญนวเสน ปฏิฆํ. ปฏิวิรุชฺฌตีติ ปฏิวิโรโธ. กุปฺปนวเสน โกโป. ปโกโป สมฺปโกโปติ อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺฒิตํ. ทุสฺสนวเสน โทโส. ปโทโส สมฺปโทโสติ อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺฒิตํ. จิตฺตสฺส พฺยาปตฺตีติ จิตฺตสฺส วิปนฺนตา, วิปริวตฺตนากาโร. มนํ ปทูสยมาโน อุปฺปชฺชตีติ มโนปโทโส. กุชฺฌนวเสน โกโธ. กุชฺฌนากาโร กุชฺฌนา. กุชฺฌิตสฺส ภาโว กุชฺฌิตตฺตํ.
อิทานิ อกุสลนิทฺเทเส วุตฺตนยํ ทสฺเสตุํ โทโส ทุสฺสนาติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺมา ‘‘โย เอวรูโป จิตฺตสฺส อาฆาโต…เป… กุชฺฌิตตฺต’’นฺติ จ อิธ วุตฺโต, ‘‘โทโส ทุสฺสนา’’ติอาทินา นเยน เหฏฺฐา วุตฺโต, อยํ วุจฺจติ โทโสติ. เอวเมตฺถ โยชนา กาตพฺพา. เอวญฺหิ สติ ปุนรุตฺติโทโส ปฏิเสธิโต โหติ. โมหนิทฺเทโส อโมหนิทฺเทเส วุตฺตปฏิปกฺขนเยน เวทิตพฺโพ. สพฺพากาเรน ปเนส วิภงฺคฏฺฐกถายํ อาวิ ภวิสฺสติ.
๑๐๗๙. เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สเหตุกาติ เตหิ เหตุธมฺเมหิ เย อญฺเญ เหตุธมฺมา วา นเหตุธมฺมา วา เต สเหตุกา. อเหตุกปเทปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ เหตุ เหตุเยว จ โหติ, ติณฺณํ วา ทฺวินฺนํ วา เอกโต อุปฺปตฺติยํ สเหตุโก จ. วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสหคโต ปน โมโห เหตุ อเหตุโก. เหตุสมฺปยุตฺตทุกนิทฺเทเสปิ เอเสว นโย.
๑๐๙๑. สงฺขตทุกนิทฺเทเส ปุริมทุเก วุตฺตํ อสงฺขตธาตุํ สนฺธาย โย เอว โส ธมฺโมติ เอกวจนนิทฺเทโส กโต. ปุริมทุเก ปน พหุวจนวเสน ปุจฺฉาย อุทฺธฏตฺตา อิเม ธมฺมา อปฺปจฺจยาติ ปุจฺฉานุสนฺธินเยน พหุวจนํ กตํ. อิเม ธมฺมา สนิทสฺสนาติอาทีสุปิ เอเสว นโย.
๑๑๐๑. เกนจิ วิญฺเญยฺยทุกนิทฺเทเส จกฺขุวิญฺเญยฺยาติ จกฺขุวิญฺญาเณน วิชานิตพฺพา. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ เกนจิ วิญฺเญยฺยาติ จกฺขุวิญฺญาณาทีสุ เกนจิ เอเกน จกฺขุวิญฺญาเณน วา โสตวิญฺญาเณน วา วิชานิตพฺพา. เกนจิ น วิญฺเญยฺยาติ เตเนว จกฺขุวิญฺญาเณน วา โสตวิญฺญาเณน วา น วิชานิตพฺพา. ‘เอวํ สนฺเต ทฺวินฺนมฺปิ ปทานํ อตฺถนานตฺตโต ทุโก โหตี’ติ เหฏฺฐา วุตฺตตฺตา ‘เย เต ธมฺมา จกฺขุวิญฺเญยฺยา น เต ธมฺมา โสตวิญฺเญยฺยา’ติ อยํ ทุโก น โหติ. รูปํ ปน จกฺขุวิญฺเญยฺยํ สทฺโท น จกฺขุวิญฺเญยฺโยติ อิมมตฺถํ คเหตฺวา ‘เย เต ธมฺมา จกฺขุวิญฺเญยฺยา น เต ธมฺมา โสตวิญฺเญยฺยา, เย วา ปน เต ธมฺมา โสตวิญฺเญยฺยา น เต ธมฺมา จกฺขุวิญฺเญยฺยา’ติ อยเมโก ทุโกติ เวทิตพฺโพ. เอวํ เอเกกอินฺทฺริยมูลเก จตฺตาโร จตฺตาโร กตฺวา วีสติ ทุกา วิภตฺตาติ เวทิตพฺพา.
กึ ปน ‘มโนวิญฺญาเณน เกนจิ วิญฺเญยฺยา เกนจิ น วิญฺเญยฺยา’ นตฺถิ? เตเนตฺถ ทุกา น วุตฺตาติ? โน นตฺถิ, ววตฺถานาภาวโต ปน น วุตฺตา. น หิ, ยถา จกฺขุวิญฺญาเณน อวิญฺเญยฺยา เอวาติ ววตฺถานํ อตฺถิ, เอวํ มโนวิญฺญาเณนาปีติ ววตฺถานาภาวโต เอตฺถ ทุกา น วุตฺตา. มโนวิญฺญาเณน ปน เกนจิ วิญฺเญยฺยา เจว อวิญฺเญยฺยา จาติ อยมตฺโถ อตฺถิ. ตสฺมา โส อวุตฺโตปิ ยถาลาภวเสน เวทิตพฺโพ. มโนวิญฺญาณนฺติ หิ สงฺขฺยํ คเตหิ กามาวจรธมฺเมหิ กามาวจรธมฺมา เอว ตาว เกหิจิ วิญฺเญยฺยา เกหิจิ อวิญฺเญยฺยา. เตหิเยว รูปาวจราทิธมฺมาปิ เกหิจิ วิญฺเญยฺยา เกหิจิ อวิญฺเญยฺยา. รูปาวจเรหิปิ กามาวจรา เกหิจิ วิญฺเญยฺยา เกหิจิ อวิญฺเญยฺยา. เตเหว รูปาวจราทโยปิ เกหิจิ วิญฺเญยฺยา เกหิจิ อวิญฺเญยฺยา. อรูปาวจเรหิ ปน กามาวจรา รูปาวจรา อปริยาปนฺนา จ เนว วิญฺเญยฺยา. อรูปาวจรา ปน เกหิจิ วิญฺเญยฺยา เกหิจิ อวิญฺเญยฺยา. เตปิ จ เกจิเทว วิญฺเญยฺยา เกจิ อวิญฺเญยฺยา. อปริยาปนฺเนหิ กามาวจราทโย เนว วิญฺเญยฺยา. อปริยาปนฺนา ปน นิพฺพาเนน อวิญฺเญยฺยตฺตา เกหิจิ วิญฺเญยฺยา เกหิจิ อวิญฺเญยฺยา. เตปิ จ มคฺคผลานํ อวิญฺเญยฺยตฺตา เกจิเทว วิญฺเญยฺยา เกจิ อวิญฺเญยฺยาติ.
๑๑๐๒. อาสวนิทฺเทเส ปญฺจกามคุณิโก ราโค กามาสโว นาม. รูปารูปภเวสุ ฉนฺทราโค ฌานนิกนฺติ สสฺสตทิฏฺฐิสหชาโต ราโค ภววเสน ปตฺถนา ภวาสโว นาม. ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย ทิฏฺฐาสโว นาม. อฏฺฐสุ ฐาเนสุ อญฺญาณํ อวิชฺชาสโว นาม. ตตฺถ ตตฺถ อาคเตสุ ปน อาสเวสุ อสมฺโมหตฺถํ เอกวิธาทิเภโท เวทิตพฺโพ. อตฺถโต เหเต จิรปาริวาสิยฏฺเฐน อาสวาติ เอวํ เอกวิธาว โหนฺติ. วินเย ปน ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตายา’’ติ (ปารา. ๓๙) ทุวิเธน อาคตา. สุตฺตนฺเต สฬายตเน ตาว ‘‘ตโยเม, อาวุโส, อาสวา – กามาสโว ภวาสโว อวิชฺชาสโว’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๒๑) ติวิเธน อาคตา. นิพฺเพธิกปริยาเย ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อาสวา นิรยคมนียา, อตฺถิ อาสวา ติรจฺฉานโยนิคมนียา, อตฺถิ อาสวา เปตฺติวิสยคมนียา, อตฺถิ อาสวา มนุสฺสโลกคมนียา, อตฺถิ อาสวา เทวโลกคมนียา’’ติ (อ. นิ. ๖.๖๓) ปญฺจวิเธน อาคตา. ฉกฺกนิปาเต อาหุเนยฺยสุตฺเต – ‘‘อตฺถิ อาสวา สํวรา ปหาตพฺพา, อตฺถิ อาสวา ปฏิเสวนา ปหาตพฺพา, อตฺถิ อาสวา อธิวาสนา ปหาตพฺพา, อตฺถิ อาสวา ปริวชฺชนา ปหาตพฺพา, อตฺถิ อาสวา วิโนทนา ปหาตพฺพา, อตฺถิ อาสวา ภาวนา ปหาตพฺพา’’ติ (อ. นิ. ๖.๕๘) ฉพฺพิเธน อาคตา. สพฺพาสวปริยาเย (ม. นิ. ๑.๑๔ อาทโย) ‘ทสฺสนปหาตพฺเพหิ’ สทฺธึ สตฺตวิเธน อาคตา. อิธ ปเนเต กามาสวาทิเภทโต จตุพฺพิเธน อาคตา. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – ปญฺจกามคุณสงฺขาเต กาเม อาสโว ‘กามาสโว’. รูปารูปสงฺขาเต กมฺมโต จ อุปปตฺติโต จ ทุวิเธปิ ภเว อาสโว ‘ภวาสโว’. ทิฏฺฐิ เอว อาสโว ‘ทิฏฺฐาสโว’. อวิชฺชาว อาสโว ‘อวิชฺชาสโว’.
๑๑๐๓. กาเมสูติ ปญฺจสุ กามคุเณสุ. กามจฺฉนฺโทติ กามสงฺขาโต ฉนฺโท, น กตฺตุกมฺยตาฉนฺโท, น ธมฺมจฺฉนฺโท. กามนวเสน รชฺชนวเสน จ กาโมเยว ราโค กามราโค. กามนวเสน นนฺทนวเสน จ กาโมว นนฺทีติ กามนนฺที. เอวํ สพฺพตฺถ กามตฺถํ วิทิตฺวา ตณฺหายนฏฺเฐน กามตณฺหา, สิเนหนฏฺเฐน กามสิเนโห, ปริฑยฺหนฏฺเฐน กามปริฬาโห, มุจฺฉนฏฺเฐน กามมุจฺฉา, คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐาปนฏฺเฐน กามชฺโฌสานนฺติ เวทิตพฺพํ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ อฏฺฐหิ ปเทหิ วิภตฺโต กามาสโว นาม วุจฺจติ.
๑๑๐๔. ภเวสุ ภวฉนฺโทติ รูปารูปภเวสุ ภวปตฺถนาวเสเนว ปวตฺโต ฉนฺโท ‘ภวฉนฺโท’. เสสปทานิปิ อิมินาว นเยน เวทิตพฺพานิ.
๑๑๐๕. สสฺสโต โลโกติ วาติอาทีหิ ทสหากาเรหิ ทิฏฺฐิปฺปเภโทว วุตฺโต. ตตฺถ สสฺสโต โลโกติ เอตฺถ ขนฺธปญฺจกํ โลโกติ คเหตฺวา ‘อยํ โลโก นิจฺโจ ธุโว สพฺพกาลิโก’ติ คณฺหนฺตสฺส ‘สสฺสต’นฺติ คหณาการปฺปวตฺตา ทิฏฺฐิ. อสสฺสโตติ ตเมว โลกํ ‘อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสตี’ติ คณฺหนฺตสฺส อุจฺเฉทคหณาการปฺปวตฺตา ทิฏฺฐิ. อนฺตวาติ ปริตฺตกสิณลาภิโน ‘สุปฺปมตฺเต วา สราวมตฺเต วา’ กสิเณ สมาปนฺนสฺส อนฺโตสมาปตฺติยํ ปวตฺติตรูปารูปธมฺเม โลโกติ จ กสิณปริจฺเฉทนฺเตน จ ‘อนฺตวา’ติ คณฺหนฺตสฺส ‘อนฺตวา โลโก’ติ คหณาการปฺปวตฺตา ทิฏฺฐิ. สา สสฺสตทิฏฺฐิปิ โหติ อุจฺเฉททิฏฺฐิปิ. วิปุลกสิณลาภิโน ปน ตสฺมึ กสิเณ สมาปนฺนสฺส อนฺโตสมาปตฺติยํ ปวตฺติตรูปารูปธมฺเม โลโกติ จ กสิณปริจฺเฉทนฺเตน จ ‘อนนฺโต’ติ คณฺหนฺตสฺส ‘อนนฺตวา โลโก’ติ คหณาการปฺปวตฺตา ทิฏฺฐิ. สา สสฺสตทิฏฺฐิปิ โหติ, อุจฺเฉททิฏฺฐิปิ.
ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ เภทนธมฺมสฺส สรีรสฺเสว ‘ชีว’นฺติ คหิตตฺตา สรีเร อุจฺฉิชฺชมาเน ‘ชีวมฺปิ อุจฺฉิชฺชตี’ติ อุจฺเฉทคหณาการปฺปวตฺตา ทิฏฺฐิ. ทุติยปเท สรีรโต อญฺญสฺส ชีวสฺส คหิตตฺตา สรีเร อุจฺฉิชฺชมาเนปิ ‘ชีวํ น อุจฺฉิชฺชตี’ติ สสฺสตคหณาการปฺปวตฺตา ทิฏฺฐิ. โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติอาทีสุ สตฺโต ตถาคโต นาม. โส ปรํ มรณา โหตีติ คณฺหโต ปฐมา สสฺสตทิฏฺฐิ. น โหตีติ คณฺหโต ทุติยา อุจฺเฉททิฏฺฐิ. โหติ จ น จ โหตีติ คณฺหโต ตติยา เอกจฺจสสฺสตทิฏฺฐิ. เนว โหติ น นโหตีติ คณฺหโต จตุตฺถา อมราวิกฺเขปทิฏฺฐิ. อิเม ธมฺมา อาสวาติ อิเม กามาสวญฺจ ภวาสวญฺจ ราควเสน เอกโต กตฺวา, สงฺเขปโต ตโย, วิตฺถารโต จตฺตาโร ธมฺมา อาสวา นาม.
โย ปน พฺรหฺมานํ วิมานกปฺปรุกฺขอาภรเณสุ ฉนฺทราโค อุปฺปชฺชติ, โส กามาสโว โหติ น โหตีติ? น โหติ. กสฺมา? ปญฺจกามคุณิกสฺส ราคสฺส อิเธว ปหีนตฺตา. เหตุโคจฺฉกํ ปน ปตฺวา โลโภ เหตุ นาม โหติ. คนฺถโคจฺฉกํ ปตฺวา อภิชฺฌากายคนฺโถ นาม. กิเลสโคจฺฉกํ ปตฺวา โลโภ กิเลโส นาม โหติ. ทิฏฺฐิสหชาโต ปน ราโค กามาสโว โหติ น โหตีติ? น โหติ; ทิฏฺฐิราโค นาม โหติ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ทิฏฺฐิราครตฺเต ปุริสปุคฺคเล ทินฺนทานํ น มหปฺผลํ โหติ, น มหานิสํส’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๒๙).
อิเม ปน อาสเว กิเลสปฏิปาฏิยาปิ อาหริตุํ วฏฺฏติ, มคฺคปฏิปาฏิยาปิ. กิเลสปฏิปาฏิยา กามาสโว อนาคามิมคฺเคน ปหียติ, ภวาสโว อรหตฺตมคฺเคน, ทิฏฺฐาสโว โสตาปตฺติมคฺเคน, อวิชฺชาสโว อรหตฺตมคฺเคน. มคฺคปฏิปาฏิยา โสตาปตฺติมคฺเคน ทิฏฺฐาสโว ปหียติ, อนาคามิมคฺเคน กามาสโว, อรหตฺตมคฺเคน ภวาสโว อวิชฺชาสโว จาติ.
๑๑๒๑. สํโยชเนสุ มานนิทฺเทเส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโนติ อุตฺตมฏฺเฐน ‘อหํ เสยฺโย’ติ เอวํ อุปฺปนฺนมาโน. สทิโสหมสฺมีติ มาโนติ สมสมฏฺเฐน ‘อหํ สทิโส’ติ เอวํ อุปฺปนฺนมาโน. หีโนหมสฺมีติ มาโนติ ลามกฏฺเฐน ‘อหํ หีโน’ติ เอวํ อุปฺปนฺนมาโน. เอวํ เสยฺยมาโน สทิสมาโน หีนมาโนติ อิเม ตโย มานา ติณฺณํ ชนานํ อุปฺปชฺชนฺติ. เสยฺยสฺสาปิ หิ ‘อหํ เสยฺโย สทิโส หีโน’ติ ตโย มานา อุปฺปชฺชนฺติ. สทิสสฺสาปิ, หีนสฺสาปิ. ตตฺถ เสยฺยสฺส เสยฺยมาโนว ยาถาวมาโน, อิตเร เทฺว อยาถาวมานา. สทิสสฺส สทิสมาโนว…เป… หีนสฺส หีนมาโนว ยาถาวมาโน, อิตเร เทฺว อยาถาวมานา. อิมินา กึ กถิตํ? เอกสฺส ตโย มานา อุปฺปชฺชนฺตีติ กถิตํ. ขุทฺทกวตฺถุเก ปน ปฐมกมานภาชนีเย เอโก มาโน ติณฺณํ ชนานํ อุปฺปชฺชตีติ กถิโต.
มานกรณวเสน มาโน. มญฺญนา มญฺญิตตฺตนฺติ อาการภาวนิทฺเทสา. อุสฺสิตฏฺเฐน อุนฺนติ. ยสฺสุปฺปชฺชติ ตํ ปุคฺคลํ อุนฺนาเมติ, อุกฺขิปิตฺวา ฐเปตีติ อุนฺนโม. สมุสฺสิตฏฺเฐน ธโช. อุกฺขิปนฏฺเฐน จิตฺตํ สมฺปคฺคณฺหาตีติ สมฺปคฺคาโห. เกตุ วุจฺจติ พหูสุ ธเชสุ อจฺจุคฺคตธโช. มาโนปิ ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชมาโน อปราปเร อุปาทาย อจฺจุคฺคตฏฺเฐน เกตุ วิยาติ ‘เกตุ’. เกตุํ อิจฺฉตีติ เกตุกมฺยํ, ตสฺส ภาโว เกตุกมฺยตา. สา ปน จิตฺตสฺส, น อตฺตโน. เตน วุตฺตํ – ‘เกตุกมฺยตา จิตฺตสฺสา’ติ. มานสมฺปยุตฺตญฺหิ จิตฺตํ เกตุํ อิจฺฉติ. ตสฺส จ ภาโว เกตุกมฺยตา; เกตุสงฺขาโต มาโนติ.
๑๑๒๖. อิสฺสานิทฺเทเส ยา ปรลาภสกฺการครุการมานนวนฺทนปูชนาสุ อิสฺสาติ ยา เอเตสุ ปเรสํ ลาภาทีสุ ‘กึ อิมินา อิเมส’นฺติ ปรสมฺปตฺติขิยฺยนลกฺขณา อิสฺสา. ตตฺถ ลาโภติ จีวราทีนํ จตุนฺนํ ปจฺจยานํ ปฏิลาโภ. อิสฺสุกี หิ ปุคฺคโล ปรสฺส ตํ ลาภํ ขิยฺยติ, ‘กึ อิมสฺส อิมินา’ติ น อิจฺฉติ. สกฺกาโรติ เตสํเยว ปจฺจยานํ สุกตานํ สุนฺทรานํ ปฏิลาโภ. ครุกาโรติ ครุกิริยา, ภาริยกรณํ. มานนนฺติ มเนน ปิยกรณํ. วนฺทนนฺติ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทนํ. ปูชนาติ คนฺธมาลาทีหิ ปูชนา. อิสฺสายนวเสน อิสฺสา. อิสฺสากาโร อิสฺสายนา. อิสฺสายิตภาโว อิสฺสายิตตฺตํ. อุสูยาทีนิ อิสฺสาทิเววจนานิ.
อิมิสฺสา ปน อิสฺสาย ขิยฺยนลกฺขณํ อาคาริเกนาปิ อนาคาริเกนาปิ ทีเปตพฺพํ. อาคาริโก หิ เอกจฺโจ กสิวณิชฺชาทีสุ อญฺญตเรน อาชีเวน อตฺตโน ปุริสการํ นิสฺสาย ภทฺทกํ ยานํ วา วาหนํ วา รตนํ วา ลภติ. อปโร ตสฺส อลาภตฺถิโก เตน ลาเภน น ตุสฺสติ. ‘กทา นุ โข เอส อิมาย สมฺปตฺติยา ปริหายิตฺวา กปโณ หุตฺวา จริสฺสตี’ติ จินฺเตตฺวา เอเกน การเณน ตสฺมึ ตาย สมฺปตฺติยา ปริหีเน อตฺตมโน โหติ. อนาคาริโกปิ เอโก อิสฺสามนโก อญฺญํ อตฺตโน สุตปริยตฺติอาทีนิ นิสฺสาย อุปฺปนฺนลาภาทิสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ‘กทา นุ โข เอโส อิเมหิ ลาภาทีหิ ปริหายิสฺสตี’ติ จินฺเตตฺวา, ยทา ตํ เอเกน การเณน ปริหีนํ ปสฺสติ, ตทา อตฺตมโน โหติ. เอวํ ปรสมฺปตฺติขิยฺยนลกฺขณา ‘อิสฺสา’ติ เวทิตพฺพา.
๑๑๒๗. มจฺฉริยนิทฺเทเส วตฺถุโต มจฺฉริยทสฺสนตฺถํ ‘ปญฺจ มจฺฉริยานิ อาวาสมจฺฉริย’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อาวาเส มจฺฉริยํ อาวาสมจฺฉริยํ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.
อาวาโส นาม สกลาราโมปิ ปริเวณมฺปิ เอโกวรโกปิ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานาทีนิปิ. เตสุ วสนฺตา สุขํ วสนฺติ ปจฺจเย ลภนฺติ. เอโก ภิกฺขุ วตฺตสมฺปนฺนสฺเสว เปสลสฺส ภิกฺขุโน ตตฺถ อาคมนํ น อิจฺฉติ. อาคโตปิ ‘ขิปฺปํ คจฺฉตู’ติ จินฺเตติ. อิทํ ‘อาวาสมจฺฉริยํ’ นาม. ภณฺฑนการกาทีนํ ปน ตตฺถ วาสํ อนิจฺฉโต อาวาสมจฺฉริยํ นาม น โหติ.
กุลนฺติ อุปฏฺฐากกุลมฺปิ ญาติกุลมฺปิ. ตตฺถ อญฺญสฺส อุปสงฺกมนํ อนิจฺฉโต กุลมจฺฉริยํ โหติ. ปาปปุคฺคลสฺส ปน อุปสงฺกมนํ อนิจฺฉนฺโตปิ มจฺฉรี นาม น โหติ. โส หิ เตสํ ปสาทเภทาย ปฏิปชฺชติ. ปสาทํ รกฺขิตุํ สมตฺถสฺเสว ปน ภิกฺขุโน ตตฺถ อุปสงฺกมนํ อนิจฺฉนฺโต มจฺฉรี นาม โหติ.
ลาโภติ จตุปจฺจยลาโภว. ตํ อญฺญสฺมึ สีลวนฺเตเยว ลภนฺเต ‘มา ลภตู’ติ จินฺเตนฺตสฺส ลาภมจฺฉริยํ โหติ. โย ปน สทฺธาเทยฺยํ วินิปาเตติ, อปริโภคทุปฺปริโภคาทิวเสน วินาเสติ, ปูติภาวํ คจฺฉนฺตมฺปิ อญฺญสฺส น เทติ, ตํ ทิสฺวา ‘สเจ อิมํ เอส น ลเภยฺย, อญฺโญ สีลวา ลเภยฺย, ปริโภคํ คจฺเฉยฺยา’ติ จินฺเตนฺตสฺส มจฺฉริยํ นาม นตฺถิ.
วณฺโณ นาม สรีรวณฺโณปิ คุณวณฺโณปิ. ตตฺถ สรีรวณฺเณ มจฺฉริปุคฺคโล ‘ปโร ปาสาทิโก รูปวา’ติ วุตฺเต ตํ น กเถตุกาโม โหติ. คุณวณฺณมจฺฉรี สีเลน ธุตงฺเคน ปฏิปทาย อาจาเรน วณฺณํ น กเถตุกาโม โหติ.
ธมฺโมติ ปริยตฺติธมฺโม จ ปฏิเวธธมฺโม จ. ตตฺถ อริยสาวกา ปฏิเวธธมฺมํ น มจฺฉรายนฺติ, อตฺตนา ปฏิวิทฺธธมฺเม สเทวกสฺส โลกสฺส ปฏิเวธํ อิจฺฉนฺติ. ตํ ปน ปฏิเวธํ ‘ปเร ชานนฺตู’ติ อิจฺฉนฺติ. ตนฺติธมฺเมเยว ปน ธมฺมมจฺฉริยํ นาม โหติ. เตน สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ยํ คุฬฺหํ คนฺถํ วา กถามคฺคํ วา ชานาติ ตํ อญฺญํ น ชานาเปตุกาโม โหติ. โย ปน ปุคฺคลํ อุปปริกฺขิตฺวา ธมฺมานุคฺคเหน, ธมฺมํ วา อุปปริกฺขิตฺวา ปุคฺคลานุคฺคเหน น เทติ, อยํ ธมฺมมจฺฉรี นาม น โหติ.
ตตฺถ เอกจฺโจ ปุคฺคโล โลโล โหติ, กาเลน สมโณ โหติ, กาเลน พฺราหฺมโณ, กาเลน นิคณฺโฐ. โย หิ ภิกฺขุ ‘อยํ ปุคฺคโล ปเวณิอาคตํ ตนฺตึ สณฺหํ สุขุมํ ธมฺมนฺตรํ ภินฺทิตฺวา อาลุฬิสฺสตี’ติ น เทติ, อยํ ปุคฺคลํ อุปปริกฺขิตฺวา ธมฺมานุคฺคเหน น เทติ นาม. โย ปน ‘อยํ ธมฺโม สโณฺห สุขุโม, สจายํ ปุคฺคโล คณฺหิสฺสติ อญฺญํ พฺยากริตฺวา อตฺตานํ อาวิกตฺวา นสฺสิสฺสตี’ติ น เทติ, อยํ ธมฺมํ อุปปริกฺขิตฺวา ปุคฺคลานุคฺคเหน น เทติ นาม. โย ปน ‘สจายํ อิมํ ธมฺมํ คณฺหิสฺสติ, อมฺหากํ สมยํ ภินฺทิตุํ สมตฺโถ ภวิสฺสตี’ติ น เทติ, อยํ ธมฺมมจฺฉรี นาม โหติ.
อิเมสุ ปญฺจสุ มจฺฉริเยสุ อาวาสมจฺฉริเยน ตาว ยกฺโข วา เปโต วา หุตฺวา ตสฺเสว อาวาสสฺส สงฺการํ สีเสน อุกฺขิปิตฺวา วิจรติ. กุลมจฺฉริเยน ตสฺมึ กุเล อญฺเญสํ ทานมานนาทีนิ กโรนฺเต ทิสฺวา ‘ภินฺนํ วติทํ กุลํ มมา’ติ จินฺตยโต โลหิตมฺปิ มุขโต อุคฺคจฺฉติ, กุจฺฉิวิเรจนมฺปิ โหติ, อนฺตานิปิ ขณฺฑาขณฺฑานิ หุตฺวา นิกฺขมนฺติ. ลาภมจฺฉริเยน สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา สนฺตเก ลาเภ มจฺฉรายิตฺวา ปุคฺคลิกปริโภคํ วิย ปริภุญฺชิตฺวา ยกฺโข วา เปโต วา มหาอชคโร วา หุตฺวา นิพฺพตฺตติ. สรีรวณฺณคุณวณฺณมจฺฉเรน ปริยตฺติธมฺมมจฺฉริเยน จ อตฺตโนว วณฺณํ วณฺเณติ, ปเรสํ วณฺเณ ‘กึ วณฺโณ เอโส’ติ ตํ ตํ โทสํ วทนฺโต ปริยตฺติธมฺมญฺจ กสฺสจิ กิญฺจิ อเทนฺโต ทุพฺพณฺโณ เจว เอฬมูโค จ โหติ.
อปิจ อาวาสมจฺฉริเยน โลหเคเห ปจฺจติ. กุลมจฺฉริเยน อปฺปลาโภ โหติ. ลาภมจฺฉริเยน คูถนิรเย นิพฺพตฺตติ. วณฺณมจฺฉริเยน ภเว ภเว นิพฺพตฺตสฺส วณฺโณ นาม น โหติ. ธมฺมมจฺฉริเยน กุกฺกุฬนิรเย นิพฺพตฺตตีติ.
มจฺฉรายนวเสน มจฺเฉรํ. มจฺฉรายนากาโร มจฺฉรายนา. มจฺฉเรน อยิตสฺส มจฺเฉรสมงฺคิโน ภาโว มจฺฉรายิตตฺตํ. ‘มยฺหเมว โหนฺตุ มา อญฺญสฺสา’ติ สพฺพาปิ อตฺตโน สมฺปตฺติโย พฺยาเปตุํ น อิจฺฉตีติ วิวิจฺโฉ. วิวิจฺฉสฺส ภาโว เววิจฺฉํ, มุทุมจฺฉริยสฺเสตํ นามํ. กทริโย วุจฺจติ อนาทโร. ตสฺส ภาโว กทริยํ. ถทฺธมจฺฉริยสฺเสตํ นามํ. เตน หิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ปรมฺปิ ปเรสํ ททมานํ นิวาเรติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
กทริโย ปาปสงฺกปฺโป, มิจฺฉาทิฏฺฐิ อนาทโร;
ททมานํ นิวาเรติ, ยาจมานาน โภชนนฺติ. (สํ. นิ. ๑.๑๓๒);
ยาจเก ทิสฺวา กฏุกภาเวน จิตฺตํ อญฺจติ สงฺโกเจตีติ กฏุกญฺจุโก. ตสฺส ภาโว กฏุกญฺจุกตา. อปโร นโย – กฏุกญฺจุกตา วุจฺจติ กฏจฺฉุคฺคาโห. สมติตฺติกปุณฺณาย หิ อุกฺขลิยา ภตฺตํ คณฺหนฺโต สพฺพโตภาเคน สงฺกุฏิเตน อคฺคกฏจฺฉุนา คณฺหาติ, ปูเรตฺวา คเหตุํ น สกฺโกติ; เอวํ มจฺฉริปุคฺคลสฺส จิตฺตํ สงฺกุจติ. ตสฺมึ สงฺกุจิเต กาโยปิ ตเถว สงฺกุจติ, ปฏิกุฏติ, ปฏินิวตฺตติ, น สมฺปสาริยตีติ มจฺเฉรํ ‘กฏุกญฺจุกตา’ติ วุตฺตํ.
อคฺคหิตตฺตํ จิตฺตสฺสาติ ปเรสํ อุปการกรเณ ทานาทินา อากาเรน ยถา น สมฺปสาริยติ, เอวํ อาวริตฺวา คหิตภาโว จิตฺตสฺส. ยสฺมา ปน มจฺฉริปุคฺคโล อตฺตโน สนฺตกํ ปเรสํ อทาตุกาโม โหติ ปรสนฺตกํ คณฺหิตุกาโม, ตสฺมา ‘อิทํ อจฺฉริยํ มยฺหเมว โหตุ, มา อญฺญสฺสา’ติ ปวตฺติวเสนสฺส อตฺตสมฺปตฺตินิคูหนลกฺขณตา อตฺตสมฺปตฺติคฺคหณลกฺขณตา วา เวทิตพฺพา. เสสํ อิมสฺมึ โคจฺฉเก อุตฺตานตฺถเมว.
อิมานิ ปน สํโยชนานิ กิเลสปฏิปาฏิยาปิ อาหริตุํ วฏฺฏติ มคฺคปฏิปาฏิยาปิ. กิเลสปฏิปาฏิยา กามราคปฏิฆสํโยชนานิ อนาคามิมคฺเคน ปหียนฺติ, มานสํโยชนํ อรหตฺตมคฺเคน, ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสีลพฺพตปรามาสา โสตาปตฺติมคฺเคน, ภวราคสํโยชนํ อรหตฺตมคฺเคน, อิสฺสามจฺฉริยานิ โสตาปตฺติมคฺเคน, อวิชฺชา อรหตฺตมคฺเคน. มคฺคปฏิปาฏิยา ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสีลพฺพตปรามาสอิสฺสามจฺฉริยานิ โสตาปตฺติมคฺเคน ปหียนฺติ, กามราคปฏิฆา อนาคามิมคฺเคน, มานภวราคอวิชฺชา อรหตฺตมคฺเคนาติ.
๑๑๔๐. คนฺถโคจฺฉเก นามกายํ คนฺเถติ, จุติปฏิสนฺธิวเสน วฏฺฏสฺมึ ฆเฏตีติ กายคนฺโถ. สพฺพญฺญุภาสิตมฺปิ ปฏิกฺขิปิตฺวา สสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ อิมินา อากาเรน อภินิวิสตีติ อิทํสจฺจาภินิเวโส. ยสฺมา ปน อภิชฺฌากามราคานํ วิเสโส อตฺถิ, ตสฺมา อภิชฺฌากายคนฺถสฺส ปทภาชเน ‘‘โย กาเมสุ กามจฺฉนฺโท กามราโค’’ติ อวตฺวา โย ราโค สาราโคติอาทิ วุตฺตํ. อิมินา ยํ เหฏฺฐา วุตฺตํ ‘พฺรหฺมานํ วิมานาทีสุ ฉนฺทราโค กามาสโว น โหติ, คนฺถโคจฺฉกํ ปตฺวา อภิชฺฌากายคนฺโถ โหตี’ติ ตํ สุวุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ปรโต กิเลสโคจฺฉเกปิ เอเสว นโย. ฐเปตฺวา สีลพฺพตปรามาสนฺติ อิทํ ยสฺมา สีลพฺพตปรามาโส ‘อิทเมว สจฺจ’นฺติอาทินา อากาเรน นาภินิวิสติ, ‘สีเลน สุทฺธี’ติอาทินา เอว ปน อภินิวิสติ, ตสฺมา มิจฺฉาทิฏฺฐิภูตมฺปิ ตํ ปฏิกฺขิปนฺโต ‘ฐเปตฺวา’ติ อาห.
๑๑๖๒. นีวรณโคจฺฉกสฺส ถินมิทฺธนิทฺเทเส จิตฺตสฺส อกลฺลตาติ จิตฺตสฺส คิลานภาโว. คิลาโน หิ อกลฺลโกติ วุจฺจติ. วินเยปิ วุตฺตํ – ‘‘นาหํ, ภนฺเต, อกลฺลโก’’ติ (ปารา. ๑๕๑). อกมฺมญฺญตาติ จิตฺตเคลญฺญสงฺขาโตว อกมฺมญฺญตากาโร. โอลียนาติ โอลียนากาโร. อิริยาปถิกจิตฺตญฺหิ อิริยาปถํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺตํ, รุกฺเข วคฺคุลิ วิย, ขีเล ลคฺคิตผาณิตวารโก วิย จ, โอลียติ. ตสฺส ตํ อาการํ สนฺธาย โอลียนาติ วุตฺตํ. ทุติยปทํ อุปสคฺควเสน วฑฺฒิตํ. ลีนนฺติ อวิปฺผาริกตาย ปฏิกุฏิตํ. อิตเร เทฺว อาการภาวนิทฺเทสา. ถินนฺติ สปฺปิปิณฺโฑ วิย อวิปฺผาริกตาย ฆนภาเวน ฐิตํ. ถิยนาติ อาการนิทฺเทโส. ถิยิตภาโว ถิยิตตฺตํ, อวิปฺผารวเสเนว ถทฺธตาติ อตฺโถ.
๑๑๖๓. กายสฺสาติ ขนฺธตฺตยสงฺขาตสฺส นามกายสฺส. อกลฺลตา อกมฺมญฺญตาติ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. เมโฆ วิย อากาสํ กายํ โอนยฺหตีติ โอนาโห. สพฺพโตภาเคน โอนาโห ปริโยนาโห. อพฺภนฺตเร สโมรุนฺธตีติ อนฺโตสโมโรโธ. ยถา หิ นคเร รุนฺธิตฺวา คหิเต มนุสฺสา พหิ นิกฺขมิตุํ น ลภนฺติ, เอวมฺปิ มิทฺเธน สโมรุทฺธา ธมฺมา วิปฺผารวเสน นิกฺขมิตุํ น ลภนฺติ. ตสฺมา อนฺโตสโมโรโธติ วุตฺตํ. เมธตีติ มิทฺธํ; อกมฺมญฺญภาเวน วิหึสตีติ อตฺโถ. สุปนฺติ เตนาติ โสปฺปํ. อกฺขิทลาทีนํ ปจลภาวํ กโรตีติ ปจลายิกา. สุปนา สุปิตตฺตนฺติ อาการภาวนิทฺเทสา. ยํ ปน เตสํ ปุรโต โสปฺปปทํ ตสฺส ปุนวจเน การณํ วุตฺตเมว. อิทํ วุจฺจติ ถินมิทฺธนีวรณนฺติ อิทํ ถินญฺจ มิทฺธญฺจ เอกโต กตฺวา อาวรณฏฺเฐน ถินมิทฺธนีวรณนฺติ วุจฺจติ. ยํ เยภุยฺเยน เสกฺขปุถุชฺชนานํ นิทฺทาย ปุพฺพภาคอปรภาเคสุ อุปฺปชฺชติ ตํ อรหตฺตมคฺเคน สมุจฺฉิชฺชติ. ขีณาสวานํ ปน กรชกายสฺส ทุพฺพลภาเวน ภวงฺโคตรณํ โหติ, ตสฺมึ อสมฺมิสฺเส วตฺตมาเน เต สุปนฺติ, สา เนสํ นิทฺทา นาม โหติ. เตนาห ภควา – ‘‘อภิชานามิ โข ปนาหํ, อคฺคิเวสฺสน, คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส จตุคฺคุณํ สงฺฆาฏึ ปญฺญเปตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สโต สมฺปชาโน นิทฺทํ โอกฺกมิตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๘๗). เอวรูโป ปนายํ กรชกายสฺส ทุพฺพลภาโว น มคฺควชฺโฌ, อุปาทินฺนเกปิ อนุปาทินฺนเกปิ ลพฺภติ. อุปาทินฺนเก ลพฺภมาโน ยทา ขีณาสโว ทีฆมคฺคํ คโต โหติ, อญฺญตรํ วา ปน กมฺมํ กตฺวา กิลนฺโต, เอวรูเป กาเล ลพฺภติ. อนุปาทินฺนเก ลพฺภมาโน ปณฺณปุปฺเผสุ ลพฺภติ. เอกจฺจานญฺหิ รุกฺขานํ ปณฺณานิ สูริยาตเปน ปสาริยนฺติ รตฺตึ ปฏิกุฏนฺติ, ปทุมปุปฺผาทีนิ สูริยาตเปน ปุปฺผนฺติ, รตฺตึ ปุน ปฏิกุฏนฺติ. อิทํ ปน มิทฺธํ อกุสลตฺตา ขีณาสวานํ น โหตีติ.
ตตฺถ สิยา – ‘‘น มิทฺธํ อกุสลํ. กสฺมา? รูปตฺตา. รูปญฺหิ อพฺยากตํ. อิทญฺจ รูปํ. เตเนเวตฺถ ‘กายสฺส อกลฺลตา อกมฺมญฺญตา’ติ กายคฺคหณํ กต’’นฺติ. ยทิ ‘กายสฺสา’ติ วุตฺตมตฺเตเนเวตํ รูปํ, กายปสฺสทฺธาทโยปิ ธมฺมา รูปเมว ภเวยฺยุํ. ‘สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทติ’ (ธ. ส. ๑๖๓; ที. นิ. ๑.๒๓๐) ‘กาเยน เจว ปรมสจฺจํ สจฺฉิกโรตี’ติ (ม. นิ. ๒.๑๘๓; อ. นิ. ๔.๑๑๓) สุขปฏิสํเวทนปรมตฺถสจฺจสจฺฉิกรณานิปิ รูปกาเยเนว สิยุํ. ตสฺมา น วตฺตพฺพเมตํ ‘รูปํ มิทฺธ’นฺติ. นามกาโย เหตฺถ กาโย นาม. ยทิ นามกาโย, อถ กสฺมา ‘โสปฺปํ ปจลายิกา’ติ วุตฺตํ? น หิ นามกาโย สุปติ, น จ ปจลายตีติ. ‘ลิงฺคาทีนิ วิย อินฺทฺริยสฺส, ตสฺส ผลตฺตา. ยถา หิ ‘อิตฺถิลิงฺคํ อิตฺถินิมิตฺตํ อิตฺถิกุตฺตํ อิตฺถากปฺโป’ติ อิมานิ ลิงฺคาทีนิ อิตฺถินฺทฺริยสฺส ผลตฺตา วุตฺตานิ, เอวํ อิมสฺสาปิ นามกายเคลญฺญสงฺขาตสฺส มิทฺธสฺส ผลตฺตา โสปฺปาทีนิ วุตฺตานิ. มิทฺเธ หิ สติ ตานิ โหนฺตีติ. ผลูปจาเรน, มิทฺธํ อรูปมฺปิ สมานํ ‘โสปฺปํ ปจลายิกา สุปนา สุปิตตฺต’นฺติ วุตฺตํ.
‘อกฺขิทลาทีนํ ปจลภาวํ กโรตีติ ปจลายิกา’ติ วจนตฺเถนาปิ จายมตฺโถ สาธิโตเยวาติ น รูปํ มิทฺธํ. โอนาหาทีหิปิ จสฺส อรูปภาโว ทีปิโตเยว. น หิ รูปํ นามกายสฺส ‘โอนาโห ปริโยนาโห อนฺโตสโมโรโธ’ โหตีติ. ‘นนุ จ อิมินาว การเณเนตํ รูปํ? น หิ อรูปํ กสฺสจิ โอนาโห, น ปริโยนาโห, น อนฺโตสโมโรโธ โหตี’ติ. ยทิ เอวํ, อาวรณมฺปิ น ภเวยฺย. ตสฺมา. ยถา กามจฺฉนฺทาทโย อรูปธมฺมา อาวรณฏฺเฐน นีวรณา, เอวํ อิมสฺสาปิ โอนาหนาทิอตฺเถน โอนาหาทิตา เวทิตพฺพา. อปิจ ‘‘ปญฺจ นีวรเณ ปหาย เจตโส อุปกฺกิเลเส ปญฺญาย ทุพฺพลีกรเณ’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๔๖; สํ. นิ. ๕.๒๓๓) วจนโตเปตํ อรูปํ. น หิ รูปํ จิตฺตุปกฺกิเลโส, น ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณํ โหตีติ.
กสฺมา น โหติ? นนุ วุตฺตํ –
‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, เอเก สมณพฺราหฺมณา สุรํ ปิวนฺติ เมรยํ, สุราเมรยปานา อปฺปฏิวิรตา, อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม สมณพฺราหฺมณานํ อุปกฺกิเลโส’’ติ (อ. นิ. ๔.๕๐).
อปรมฺปิ วุตฺตํ ‘‘ฉ โขเม, คหปติปุตฺต, อาทีนวา สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานานุโยเค – สนฺทิฏฺฐิกา ธนชานิ, กลหปฺปวฑฺฒนี, โรคานํ อายตนํ, อกิตฺติสญฺชนนี, โกปีนนิทํสนี, ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณีเตฺวว ฉฏฺฐํ ปทํ ภวตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๒๔๘). ปจฺจกฺขโตปิ เจตํ สิทฺธเมว. ยถา มชฺเช อุทรคเต, จิตฺตํ สํกิลิสฺสติ, ปญฺญา ทุพฺพลา โหติ, ตสฺมา มชฺชํ วิย มิทฺธมฺปิ จิตฺตสํกิเลโส เจว ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณญฺจ สิยาติ. น, ปจฺจยนิทฺเทสโต. ยทิ หิ มชฺชํ สํกิเลโส ภเวยฺย, โส ‘‘อิเม ปญฺจ นีวรเณ ปหาย เจตโส อุปกฺกิเลเส’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๙๗) วา, ‘‘เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ปญฺจิเม จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสา, เยหิ อุปกฺกิเลเสหิ อุปกฺกิลิฏฺฐํ จิตฺตํ น เจว มุทุ โหติ, น จ กมฺมนิยํ, น จ ปภสฺสรํ, ปภงฺคุ จ, น จ สมฺมา สมาธิยติ อาสวานํ ขยาย. กตเม ปญฺจ? กามจฺฉนฺโท, ภิกฺขเว, จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๑๔) วา, ‘‘กตเม จ, ภิกฺขเว, จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสา? อภิชฺฌา วิสมโลโภ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส’’ติ (ม. นิ. ๑.๗๑) วา – เอวมาทีสุ อุปกฺกิเลสนิทฺเทเสสุ นิทฺเทสํ อาคจฺเฉยฺย. ยสฺมา ปน ตสฺมึ ปีเต อุปกฺกิเลสา อุปฺปชฺชนฺติ เย จิตฺตสํกิเลสา เจว ปญฺญาย จ ทุพฺพลีกรณา โหนฺติ, ตสฺมา ตํ เตสํ ปจฺจยตฺตา ปจฺจยนิทฺเทสโต เอวํ วุตฺตํ. มิทฺธํ ปน สยเมว จิตฺตสฺส สํกิเลโส เจว ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณญฺจาติ อรูปเมว มิทฺธํ.
กิญฺจ ภิยฺโย? สมฺปโยควจนโต. ‘‘ถินมิทฺธนีวรณํ อวิชฺชานีวรเณน นีวรณญฺเจว นีวรณสมฺปยุตฺตญฺจา’’ติ (ธ. ส. ๑๑๗๖) หิ วุตฺตํ. ตสฺมา สมฺปโยควจนโต นยิทํ รูปํ. น หิ รูปํ สมฺปยุตฺตสงฺขฺยํ ลภตีติ. อถาปิ สิยา – ‘ยถาลาภวเสเนตํ วุตฺตํ. ยถา หิ ‘‘สิปฺปิสมฺพุกมฺปิ สกฺขรกถลมฺปิ มจฺฉคุมฺพมฺปิ จรนฺตมฺปิ ติฏฺฐนฺตมฺปี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๔๙; ม. นิ. ๑.๔๓๓) เอวํ เอกโต กตฺวา ยถาลาภวเสน วุตฺตํ. สกฺขรกถลญฺหิ ติฏฺฐติ เยว น จรติ, อิตรทฺวยํ ติฏฺฐติปิ จรติปิ. เอวมิธาปิ มิทฺธํ นีวรณเมว, น สมฺปยุตฺตํ, ถินํ นีวรณมฺปิ สมฺปยุตฺตมฺปีติ สพฺพํ เอกโต กตฺวา ยถาลาภวเสน ‘‘นีวรณญฺเจว นีวรณสมฺปยุตฺตญฺจา’’ติ วุตฺตํ. มิทฺธํ ปน ยถา สกฺขรกถลํ ติฏฺฐเตว น จรติ, เอวํ นีวรณเมว, น สมฺปยุตฺตํ. ตสฺมา รูปเมว มิทฺธนฺติ. น, รูปภาวาสิทฺธิโต. สกฺขรกถลญฺหิ น จรตีติ วินาปิ สุตฺเตน สิทฺธํ. ตสฺมา ตตฺถ ยถาลาภวเสนตฺโถ โหตุ. มิทฺธํ ปน รูปนฺติ อสิทฺธเมตํ. น สกฺกา ตสฺส อิมินา สุตฺเตน รูปภาโว สาเธตุนฺติ มิทฺธสฺส รูปภาวาสิทฺธิโต น อิทํ ยถาลาภวเสน วุตฺตนฺติ อรูปเมว มิทฺธํ.
กิญฺจ ภิยฺโย? ‘จตฺตตฺตา’ติอาทิวจนโต. วิภงฺคสฺมิญฺหิ ‘‘วิคตถินมิทฺโธติ ตสฺส ถินมิทฺธสฺส จตฺตตฺตา วนฺตตฺตา มุตฺตตฺตา ปหีนตฺตา ปฏินิสฺสฏฺฐตฺตา, เตน วุจฺจติ วิคตถินมิทฺโธ’’ติ (วิภ. ๕๔๗) จ, ‘‘อิทํ จิตฺตํ อิมมฺหา ถินมิทฺธา โสเธติ วิโสเธติ ปริโสเธติ โมเจติ วิโมเจติ ปริโมเจติ, เตน วุจฺจติ ถินมิทฺธา จิตฺตํ ปริโสเธติ’’ จาติ (วิภ. ๕๕๑) – เอวํ ‘จตฺตตฺตา’ติอาทิ วุตฺตํ. น จ ‘รูปํ’ เอวํ วุจฺจติ, ตสฺมาปิ อรูปเมว มิทฺธนฺติ. น, จิตฺตชสฺสาสมฺภววจนโต. ติวิธญฺหิ มิทฺธํ – จิตฺตชํ อุตุชํ อาหารชญฺจ. ตสฺมา ยํ ตตฺถ จิตฺตชํ ตสฺส วิภงฺเค ฌานจิตฺเตหิ อสมฺภโว วุตฺโต, น อรูปภาโว สาธิโตติ รูปเมว มิทฺธนฺติ. น, รูปภาวาสิทฺธิโตว. มิทฺธสฺส หิ รูปภาเว สิทฺเธ สกฺกา เอตํ ลทฺธุํ. ตตฺถ จิตฺตชสฺสาสมฺภโว วุตฺโต. โส เอว จ น สิชฺฌตีติ อรูปเมว มิทฺธํ.
กิญฺจ ภิยฺโย? ปหานวจนโต. ภควตา หิ ‘‘ฉ, ภิกฺขเว, ธมฺเม ปหาย ภพฺโพ ปฐมชฺฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหริตุํ; กตเม ฉ? กามจฺฉนฺทํ, พฺยาปาทํ, ถินมิทฺธํ, อุทฺธจฺจํ, กกฺกุจฺจํ, วิจิกิจฺฉํ; กาเมสุ โข ปนสฺส อาทีนโว สมฺมปญฺญาย สุทิฏฺโฐ โหตี’’ติ (อ. นิ. ๖.๗๓) จ, ‘‘อิเม ปญฺจ นีวรเณ ปหาย พลวติยา ปญฺญาย อตฺตตฺถํ วา ปรตฺถํ วา ญสฺสตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๕๑) จ อาทีสุ มิทฺธสฺสาปิ ปหานํ วุตฺตํ. น จ รูปํ ปหาตพฺพํ. ยถาห – ‘‘รูปกฺขนฺโธ อภิญฺเญยฺโย, ปริญฺเญยฺโย, น ปหาตพฺโพ, น ภาเวตพฺโพ น สจฺฉิกาตพฺโพ’’ติ (วิภ. ๑๐๓๑) อิมสฺสาปิ ปหานวจนโต อรูปเมว มิทฺธนฺติ. น, รูปสฺสาปิ ปหานวจนโต. ‘‘รูปํ, ภิกฺขเว, น ตุมฺหากํ, ตํ ปชหถา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔๗; สํ. นิ. ๓.๓๓). เอตฺถ หิ รูปสฺสาปิ ปหานํ วุตฺตเมว. ตสฺมา อการณเมตนฺติ. น, อญฺญถา วุตฺตตฺตา. ตสฺมิญฺหิ สุตฺเต ‘‘โย, ภิกฺขเว, รูเป ฉนฺทราควินโย ตํ ตตฺถ ปหาน’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๒๕) เอวํ ฉนฺทราคปฺปหานวเสน รูปสฺส ปหานํ วุตฺตํ, น ยถา ‘‘ฉ ธมฺเม ปหาย ปญฺจ นีวรเณ ปหายา’’ติ เอวํ ปหาตพฺพเมว วุตฺตนฺติ, อญฺญถา วุตฺตตฺตา, น รูปํ มิทฺธํ. ตสฺมา ยาเนตานิ ‘‘โส อิเม ปญฺจ นีวรเณ ปหาย เจตโส อุปกฺกิเลเส’’ติอาทีนิ สุตฺตานิ วุตฺตานิ, เอเตหิ เจว อญฺเญหิ จ สุตฺเตหิ อรูปเมว มิทฺธนฺติ เวทิตพฺพํ. ตถา หิ –
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาวรณา นีวรณา เจตโส อชฺฌารุหา ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา. กตเม ปญฺจ? กามจฺฉนฺโท, ภิกฺขเว, อาวรโณ นีวรโณ…เป… ถินมิทฺธํ, ภิกฺขเว, อาวรณํ นีวรณํ เจตโส อชฺฌารุหํ ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณ’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๒๒๐) จ, ‘‘ถินมิทฺธนีวรณํ, ภิกฺขเว, อนฺธกรณํ อจกฺขุกรณํ อญฺญาณกรณํ ปญฺญานิโรธิกํ วิฆาตปกฺขิกํ อนิพฺพานสํวตฺตนิก’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๒๒๑) จ, ‘‘เอวเมว โข, พฺราหฺมณ, ยสฺมึ สมเย ถินมิทฺธปริยุฏฺฐิเตน เจตสา วิหรติ ถินมิทฺธปเรเตนา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๖) จ, ‘‘อโยนิโส, ภิกฺขเว, มนสิกโรโต อนุปฺปนฺโน เจว กามจฺฉนฺโท อุปฺปชฺชติ…เป… อนุปฺปนฺนญฺเจว ถินมิทฺธํ อุปฺปชฺชตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๑๖) จ, ‘‘เกวโลหายํ, ภิกฺขเว, อกุสลราสิ ยทิทํ ปญฺจ นีวรณา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๗๑) จ –
เอวมาทีนิ จ อเนกานิ เอตสฺส อรูปภาวโชตกาเนว สุตฺตานิ วุตฺตานิ. ยสฺมา เจตํ อรูปํ ตสฺมา อารุปฺเปปิ อุปฺปชฺชติ. วุตฺตเญฺหตํ มหาปกรเณ ปฏฺฐาเน – ‘‘นีวรณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นีวรโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ, น ปุเรชาตปจฺจยา’’ติ เอตสฺส วิภงฺเค ‘‘อารุปฺเป กามจฺฉนฺทนีวรณํ ปฏิจฺจ ถินมิทฺธํ… อุทฺธจฺจํ อวิชฺชานีวรณ’’นฺติ (ปฏฺฐา. ๓.๘.๘) สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ. ตสฺมา สนฺนิฏฺฐานเมตฺถ คนฺตพฺพํ อรูปเมว มิทฺธนฺติ.
๑๑๖๖. กุกฺกุจฺจนิทฺเทเส อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญิตาติอาทีนิ มูลโต กุกฺกุจฺจทสฺสนตฺถํ วุตฺตานิ. เอวํสญฺญิตาย หิ กเต วีติกมฺเม, นิฏฺฐิเต วตฺถุชฺฌาจาเร, ปุน สญฺชาตสติโนปิ ‘ทุฏฺฐุ มยา กต’นฺติ เอวํ อนุตปฺปมานสฺส ปจฺฉานุตาปวเสเนตํ อุปฺปชฺชติ. เตน ตํ มูลโต ทสฺเสตุํ ‘อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญิตา’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อกปฺปิยโภชนํ กปฺปิยสญฺญี หุตฺวา ปริภุญฺชติ, อกปฺปิยมํสํ กปฺปิยมํสสญฺญี หุตฺวา, อจฺฉมํสํ สูกรมํสนฺติ, ทีปิมํสํ วา มิคมํสนฺติ ขาทติ; กาเล วีติวตฺเต กาลสญฺญาย, ปวาเรตฺวา อปฺปวาริตสญฺญาย, ปตฺตสฺมึ รเช ปติเต ปฏิคฺคหิตสญฺญาย ภุญฺชติ – เอวํ ‘อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญาย’ วีติกฺกมํ กโรติ นาม. สูกรมํสํ ปน อจฺฉมํสสญฺญาย ขาทมาโน, กาเล จ วิกาลสญฺญาย ภุญฺชมาโน ‘กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญิตาย’ วีติกฺกมํ กโรติ นาม. อนวชฺชํ ปน กิญฺจิเทว วชฺชสญฺญิตาย, วชฺชญฺจ อนวชฺชสญฺญิตาย กโรนฺโต ‘อนวชฺเช วชฺชสญฺญาย วชฺเช จ อนวชฺชสญฺญาย’ วีติกฺกมํ กโรติ นาม. ยสฺมา ปเนตํ ‘‘อกตํ วต เม กลฺยาณํ, อกตํ กุสลํ, อกตํ ภีรุตฺตาณํ, กตํ ปาปํ, กตํ ลุทฺทํ, กตํ กิพฺพิส’’นฺติ เอวํ อนวชฺเช วชฺชสญฺญิตายปิ กเต วีติกฺกเม อุปฺปชฺชติ, ตสฺมาสฺส อญฺญมฺปิ วตฺถุํ อนุชานนฺโต ยํ เอวรูปนฺติอาทิมาห.
ตตฺถ กุกฺกุจฺจปทํ วุตฺตตฺถเมว. กุกฺกุจฺจายนากาโร กุกฺกุจฺจายนา. กุกฺกุจฺเจน อยิตสฺส ภาโว กุกฺกุจฺจายิตตฺตํ. เจตโส วิปฺปฏิสาโรติ เอตฺถ กตากตสฺส สาวชฺชานวชฺชสฺส วา อภิมุขคมนํ ‘วิปฺปฏิสาโร’ นาม. ยสฺมา ปน โส กตํ วา ปาปํ อกตํ น กโรติ, อกตํ วา กลฺยาณํ กตํ น กโรติ, ตสฺมา วิรูโป กุจฺฉิโต วา ปฏิสาโรติ ‘วิปฺปฏิสาโร’. โส ปน เจตโส, น สตฺตสฺสาติ ญาปนตฺถํ ‘เจตโส’ วิปฺปฏิสาโรติ วุตฺตํ. อยมสฺส สภาวนิทฺเทโส. อุปฺปชฺชมานํ ปน กุกฺกุจฺจํ อารคฺคมิว กํสปตฺตํ มนํ วิลิขมานเมว อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา มโนวิเลโขติ วุตฺตํ. อยมสฺส กิจฺจนิทฺเทโส. ยํ ปน วินเย ‘‘อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภควตา ปฏิกฺขิตฺตํ อนุวสิตฺวา อนุวสิตฺวา อาวสถปิณฺฑํ ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ กุกฺกุจฺจายนฺโต น ปฏิคฺคเหสีติ (ปาจิ. ๒๐๔) กุกฺกุจฺจํ อาคตํ, น ตํ นีวรณํ. น หิ อรหโต ‘ทุฏฺฐุ มยา อิทํ กต’นฺติ เอวํ อนุตาโป อตฺถิ. นีวรณปติรูปกํ ปเนตํ ‘กปฺปติ น กปฺปตี’ติ วีมํสนสงฺขาตํ วินยกุกฺกุจฺจํ นาม.
๑๑๗๖. ‘‘กตเม ธมฺมา นีวรณา เจว นีวรณสมฺปยุตฺตา จา’’ติ ปทสฺส นิทฺเทเส ยสฺมา ถินมิทฺธํ อญฺญมญฺญํ น วิชหติ, ตสฺมา ถินมิทฺธนีวรณํ อวิชฺชานีวรเณน นีวรณญฺเจว นีวรณสมฺปยุตฺตญฺจาติ อภินฺทิตฺวา วุตฺตํ. ยสฺมา ปน อุทฺธจฺเจ สติปิ กุกฺกุจฺจสฺส อภาวา กุกฺกุจฺเจน วินาปิ อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา ตํ ภินฺทิตฺวา วุตฺตํ. ยญฺจ เยน สมฺปโยคํ น คจฺฉติ, ตํ น โยชิตนฺติ เวทิตพฺพํ.
อิเม ปน นีวรเณ กิเลสปฏิปาฏิยาปิ อาหริตุํ วฏฺฏติ มคฺคปฏิปาฏิยาปิ. กิเลสปฏิปาฏิยา กามจฺฉนฺทพฺยาปาทา อนาคามิมคฺเคน ปหียนฺติ, ถินมิทฺธุทฺธจฺจานิ อรหตฺตมคฺเคน, กุกฺกุจฺจวิจิกิจฺฉา โสตาปตฺติมคฺเคน, อวิชฺชา อรหตฺตมคฺเคน. มคฺคปฏิปาฏิยา โสตาปตฺติมคฺเคน กุกฺกุจฺจวิจิกิจฺฉา ปหียนฺติ, อนาคามิมคฺเคน กามจฺฉนฺทพฺยาปาทา, อรหตฺตมคฺเคน ถินมิทฺธุทฺธจฺจาวิชฺชาติ.
๑๑๘๒. ปรามาสโคจฺฉเก เต ธมฺเม ฐเปตฺวาติ ปุจฺฉาสภาเคน พหุวจนํ กตํ.
๑๒๑๙. อุปาทานนิทฺเทเส วตฺถุสงฺขาตํ กามํ อุปาทิยตีติ กามุปาทานํ กาโม จ โส อุปาทานญฺจาติปิ กามุปาทานํ. อุปาทานนฺติ ทฬฺหคฺคหณํ. ทฬฺหตฺโถ หิ เอตฺถ อุปสทฺโท อุปายาสอุปกฏฺฐาทีสุ วิย. ตถา ทิฏฺฐิ จ สา อุปาทานญฺจาติ ทิฏฺฐุปาทานํ. ทิฏฺฐึ อุปาทิยตีติ ทิฏฺฐุปาทานํ. ‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๓๑) หิ ปุริมทิฏฺฐึ อุตฺตรทิฏฺฐิ อุปาทิยหิ. ตถา สีลพฺพตํ อุปาทิยตีติ สีลพฺพตุปาทานํ. สีลพฺพตญฺจ ตํ อุปาทานญฺจาติปิ สีลพฺพตุปาทานํ. โคสีลโควตาทีนิ หิ ‘เอวํ สุทฺธี’ติ อภินิเวสโต สยเมว อุปาทานานิ. ตถา, วทนฺติ เอเตนาติ ‘วาโท’; อุปาทิยนฺติ เอเตนาติ ‘อุปาทานํ’. กึ วทนฺติ, อุปาทิยนฺติ วา? อตฺตานํ. อตฺตโน วาทุปาทานํ อตฺตวาทุปาทานํ; ‘อตฺตวาทมตฺตเมว วา อตฺตา’ติ อุปาทิยนฺติ เอเตนาติ อตฺตวาทุปาทานํ.
๑๒๒๐. โย กาเมสุ กามจฺฉนฺโทติ เอตฺถาปิ วตฺถุกามาว อนวเสสโต กามาติ อธิปฺเปตา. ตสฺมา วตฺถุกาเมสุ กามจฺฉนฺโท อิธ กามุปาทานนฺติ อนาคามิโนปิ ตํ สิทฺธํ โหติ. ปญฺจกามคุณวตฺถุโก ปนสฺส กามราโคว นตฺถีติ.
๑๒๒๑. ทิฏฺฐุปาทานนิทฺเทเส นตฺถิ ทินฺนนฺติ. ทินฺนํ นาม อตฺถิ, สกฺกา กสฺสจิ กิญฺจิ ทาตุนฺติ ชานาติ; ทินฺนสฺส ปน ผลํ วิปาโก นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ ยิฏฺฐนฺติ. ยิฏฺฐํ วุจฺจติ มหายาโค. ตํ ยชิตุํ สกฺกาติ ชานาติ; ยิฏฺฐสฺส ปน ผลํ วิปาโก นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ หุตนฺติ อาหุนปาหุนมงฺคลกิริยา. ตํ กาตุํ สกฺกาติ ชานาติ; ตสฺส ปน ผลํ วิปาโก นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ, สุกตทุกฺกฏานนฺติ เอตฺถ ทส กุสลกมฺมปถา สุกตกมฺมานิ นาม. ทส อกุสลกมฺมปถา ทุกฺกฏกมฺมานิ นาม. เตสํ อตฺถิภาวํ ชานาติ ผลํ วิปาโก ปน นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ อยํ โลโกติ ปรโลเก ฐิโต อิมํ โลกํ นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ ปรโลโกติ อิธ โลเก ฐิโต ปรโลกํ นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ มาตา นตฺถิ ปิตาติ มาตาปิตูนํ อตฺถิภาวํ ชานาติ, เตสุ กตปจฺจเยน โกจิ ผลํ วิปาโก นตฺถีติ คณฺหาติ. นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกาติ จวนกอุปปชฺชนกา สตฺตา นตฺถีติ คณฺหาติ. สมฺมคฺคตา สมฺมา ปฏิปนฺนาติ อนุโลมปฏิปทํ ปฏิปนฺนา ธมฺมิกสมณพฺราหฺมณา โลกสฺมึ นตฺถีติ คณฺหาติ. เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตีติ อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ อตฺตนาว อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณน ญตฺวา ปเวทนสมตฺโถ สพฺพญฺญู พุทฺโธ นาม นตฺถีติ คณฺหาติ.
อิมานิ ปน อุปาทานานิ กิเลสปฏิปาฏิยาปิ อาหริตุํ วฏฺฏติ มคฺคปฏิปาฏิยาปิ. กิเลสปฏิปาฏิยา กามุปาทานํ จตูหิ มคฺเคหิ ปหียติ, เสสานิ ตีณิ โสตาปตฺติมคฺเคน. มคฺคปฏิปาฏิยา โสตาปตฺติมคฺเคน ทิฏฺฐุปาทานาทีนิ ปหียนฺติ, จตูหิ มคฺเคหิ กามุปาทานนฺติ.
๑๒๓๕. กิเลสโคจฺฉเก กิเลสา เอว กิเลสวตฺถูนิ. วสนฺติ วา เอตฺถ อขีณาสวา สตฺตา โลภาทีสุ ปติฏฺฐิตตฺตาติ ‘วตฺถูนิ’. กิเลสา จ เต ตปฺปติฏฺฐานํ สตฺตานํ วตฺถูนิ จาติ ‘กิเลสวตฺถูนิ’. ยสฺมา เจตฺถ อนนฺตรปจฺจยาทิภาเวน อุปฺปชฺชมานา กิเลสาปิ วสนฺติ เอว นาม, ตสฺมา กิเลสานํ วตฺถูนีติปิ ‘กิเลสวตฺถูนิ’.
๑๒๓๖. ตตฺถ กตโม โลโภ? โย ราโค สาราโคติ อยํ ปน โลโภ เหตุโคจฺฉเก คนฺถโคจฺฉเก อิมสฺมึ กิเลสโคจฺฉเกติ ตีสุ ฐาเนสุ อติเรกปทสเตน นิทฺทิฏฺโฐ. อาสวสํโยชนโอฆโยคนีวรณอุปาทานโคจฺฉเกสุ อฏฺฐหิ อฏฺฐหิ ปเทหิ นิทฺทิฏฺโฐ. สฺวายํ อติเรกปทสเตน นิทฺทิฏฺฐฏฺฐาเนปิ อฏฺฐหิ อฏฺฐหิ ปเทหิ นิทฺทิฏฺฐฏฺฐาเนปิ นิปฺปเทสโตว คหิโตติ เวทิตพฺโพ. เตสุ เหตุคนฺถนีวรณอุปาทานกิเลสโคจฺฉเกสุ จตุมคฺควชฺฌา ตณฺหา เอเกเนว โกฏฺฐาเสน ฐิตา. อาสวสํโยชนโอฆโยเคสุ จตุมคฺควชฺฌาปิ เทฺว โกฏฺฐาสา หุตฺวา ฐิตา. กถํ? อาสเวสุ กามาสโว ภวาสโวติ, สํโยชเนสุ กามราคสํโยชนํ ภวราคสํโยชนนฺติ, โอเฆสุ กาโมโฆ ภโวโฆติ, โยเคสุ กามโยโค ภวโยโคติ.
อิมานิ ปน กิเลสวตฺถูนิ กิเลสปฏิปาฏิยาปิ อาหริตุํ วฏฺฏติ มคฺคปฏิปาฏิยาปิ. กิเลสปฏิปาฏิยา โลโภ จตูหิ มคฺเคหิ ปหียติ, โทโส อนาคามิมคฺเคน, โมหมานา อรหตฺตมคฺเคน, ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉา โสตาปตฺติมคฺเคน, ถินาทีนิ อรหตฺตมคฺเคน. มคฺคปฏิปาฏิยา โสตาปตฺติมคฺเคน ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉา ปหียนฺติ, อนาคามิมคฺเคน โทโส, อรหตฺตมคฺเคน เสสา สตฺตาติ.
๑๒๘๗. กามาวจรนิทฺเทเส เหฏฺฐโตติ เหฏฺฐาภาเคน. อวีจินิรยนฺติ วา อคฺคิชาลานํ วา สตฺตานํ วา ทุกฺขเวทนาย วีจิ, อนฺตรํ, ฉิทฺทํ เอตฺถ นตฺถีติ อวีจิ. สุขสงฺขาโต อโย เอตฺถ นตฺถีติ นิรโย. นิรติอตฺเถนปิ นิรสฺสาทตฺเถนปิ นิรโย. ปริยนฺตํ กริตฺวาติ ตํ อวีจิสงฺขาตํ นิรยํ อนฺตํ กตฺวา. อุปริโตติ อุปริภาเคน. ปรนิมฺมิตวสวตฺติเทเวติ ปรนิมฺมิเตสุ กาเมสุ วสํ วตฺตนโต เอวํลทฺธโวหาเร เทเว. อนฺโต กริตฺวาติ อนฺโต ปกฺขิปิตฺวา. ยํ เอตสฺมึ อนฺตเรติ เย เอตสฺมึ โอกาเส. เอตฺถาวจราติ อิมินา ยสฺมา เอตสฺมึ อนฺตเร อญฺเญปิ จรนฺติ กทาจิ กตฺถจิ สมฺภวโต, ตสฺมา เตสํ อสงฺคณฺหนตฺถํ ‘อวจรา’ติ วุตฺตํ. เตน เย เอตสฺมึ อนฺตเร โอคาฬฺหา หุตฺวา จรนฺติ สพฺพตฺถ สทา จ สมฺภวโต, อโธภาเค จรนฺติ อวีจินิรยสฺส เหฏฺฐา ภูตุปาทายปวตฺติภาเวน, เตสํ สงฺคโห กโต โหติ. เต หิ อวคาฬฺหาว จรนฺติ, อโธภาเคว จรนฺตีติ อวจรา. เอตฺถ ปริยาปนฺนาติ อิมินา ปน ยสฺมา เอเต เอตฺถาวจรา อญฺญตฺถาปิ อวจรนฺติ, น ปน ตตฺถ ปริยาปนฺนา โหนฺติ, ตสฺมา เตสํ อญฺญตฺถาปิ อวจรนฺตานํ ปริคฺคโห กโต โหติ. อิทานิ เต เอตฺถ ปริยาปนฺนธมฺเม ราสิสุญฺญตปจฺจยภาวโต เจว สภาวโต จ ทสฺเสนฺโต ขนฺธาติอาทิมาห.
๑๒๘๙. รูปาวจรนิทฺเทเส พฺรหฺมโลกนฺติ ปฐมชฺฌานภูมิสงฺขาตํ พฺรหฺมฏฺฐานํ. เสสเมตฺถ กามาวจรนิทฺเทเส วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. สมาปนฺนสฺส วาติอาทีสุ ปฐมปเทน กุสลชฺฌานํ วุตฺตํ, ทุติเยน วิปากชฺฌานํ, วุตฺตํ ตติเยน กิริยชฺฌานํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.