ธมฺมุทฺเทสวาโร
ผสฺสปญฺจมกราสิวณฺณนา
ตสฺมึ สมเยติ อิทํ อนิยมนิทฺทิฏฺฐสฺส สมยสฺส นิยมโต ปฏินิทฺเทสวจนํ. ตสฺมา ‘ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, ตสฺมึเยว สมเย ผสฺโส โหติ…เป… อวิกฺเขโป โหตี’ติ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ยเถว จิตฺตํ เอวํ ผสฺสาทีสุปิ ผสฺโส โหติ. กึ โหติ? ‘กามาวจโร โหติ, กุสโล โหติ, อุปฺปนฺโน โหติ, โสมนสฺสสหคโต โหตี’ติอาทินา นเยน ลพฺภมานปทวเสน โยชนา กาตพฺพา. เวทนายญฺหิ ‘โสมนสฺสสหคตา’ติ ปญฺญินฺทฺริเย จ ‘ญาณสมฺปยุตฺต’นฺติ น ลพฺภติ, ตสฺมา ‘ลพฺภมานปทวเสนา’ติ วุตฺตํ. อิทํ อฏฺฐกถามุตฺตกํ อาจริยานํ มตํ; น ปเนตํ สารโต ทฏฺฐพฺพํ.
กสฺมา ปเนตฺถ ผสฺโสว ปฐมํ วุตฺโตติ? จิตฺตสฺส ปฐมาภินิปาตตฺตา. อารมฺมณสฺมิญฺหิ จิตฺตสฺส ปฐมาภินิปาโต หุตฺวา ผสฺโส อารมฺมณํ ผุสมาโน อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา ปฐมํ วุตฺโต. ผสฺเสน ปน ผุสิตฺวา เวทนาย เวทยติ, สญฺญาย สญฺชานาติ, เจตนาย เจเตติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ผุฏฺโฐ, ภิกฺขเว, เวเทติ, ผุฏฺโฐ สญฺชานาติ ผุฏฺโฐ เจเตตี’’ติ.
อปิจ, อยํ ผสฺโส นาม ยถา ปาสาทํ ปตฺวา ถมฺโภ นาม เสสทพฺพสมฺภารานํ พลวปจฺจโย, ตุลาสงฺฆาฏภิตฺติปาทกูฏโคปานสีปกฺขปาสกมุขวฏฺฏิโย ถมฺภาพทฺธา ถมฺเภ ปติฏฺฐิตา, เอวเมว สหชาตสมฺปยุตฺตธมฺมานํ พลวปจฺจโย โหติ. ถมฺภสทิโส หิ เอส. อวเสสา ทพฺพสมฺภารสทิสาติ. ตสฺมาปิ ปฐมํ วุตฺโต. อิทํ ปน อการณํ. เอกจิตฺตสฺมิญฺหิ อุปฺปนฺนธมฺมานํ ‘อยํ ปฐมํ อุปฺปนฺโน อยํ ปจฺฉา’ติ อิทํ วตฺตุํ น ลพฺภา. พลวปจฺจยภาเวปิ ผสฺสสฺส การณํ น ทิสฺสติ. เทสนาวาเรเนว ปน ผสฺโส ปฐมํ วุตฺโต. เวทนา โหติ ผสฺโส โหติ, สญฺญา โหติ ผสฺโส โหติ, เจตนา โหติ ผสฺโส โหติ, จิตฺตํ โหติ ผสฺโส โหติ, เวทนา โหติ สญฺญา โหติ, เจตนา โหติ วิตกฺโก โหตีติ อาหริตุมฺปิ หิ วฏฺเฏยฺย. เทสนาวาเรน ปน ผสฺโสว ปฐมํ วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. ยถา เจตฺถ เอวํ เสสธมฺเมสุปิ ปุพฺพาปรกฺกโม นาม น ปริเยสิตพฺโพ. วจนตฺถลกฺขณรสาทีหิ ปน ธมฺมา เอว ปริเยสิตพฺพา.
เสยฺยถิทํ – ผุสตีติ ผสฺโส. สฺวายํ ผุสนลกฺขโณ, สงฺฆฏฺฏนรโส, สนฺนิปาตปจฺจุปฏฺฐาโน, อาปาถคตวิสยปทฏฺฐาโน.
อยญฺหิ อรูปธมฺโมปิ สมาโน อารมฺมเณ ผุสนากาเรเนว ปวตฺตตีติ ผุสนลกฺขโณ. เอกเทเสน จ อนลฺลียมาโนปิ รูปํ วิย จกฺขุํ, สทฺโท วิย จ โสตํ, จิตฺตํ อารมฺมณญฺจ สงฺฆฏฺเฏตีติ สงฺฆฏฺฏนรโส. วตฺถารมฺมณสงฺฆฏฺฏนโต วา อุปฺปนฺนตฺตา สมฺปตฺติอตฺเถนปิ รเสน สงฺฆฏฺฏนรโสติ เวทิตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ อฏฺฐกถายํ – ‘‘จตุภูมกผสฺโส หิ โนผุสนลกฺขโณ นาม นตฺถิ. สงฺฆฏฺฏนรโส ปน ปญฺจทฺวาริโกว โหติ. ปญฺจทฺวาริกสฺส หิ ผุสนลกฺขโณติปิ สงฺฆฏฺฏนรโสติปิ นามํ; มโนทฺวาริกสฺส ผุสนลกฺขโณเตฺวว นามํ, น สงฺฆฏฺฏนรโส’’ติ.
อิทญฺจ วตฺวา อิทํ สุตฺตํ อาภตํ – ‘‘ยถา, มหาราช, เทฺว เมณฺฑา ยุชฺเฌยฺยุํ, เตสุ ยถา เอโก เมณฺโฑ เอวํ จกฺขุ ทฏฺฐพฺพํ, ยถา ทุติโย เมณฺโฑ เอวํ รูปํ ทฏฺฐพฺพํ; ยถา เตสํ สนฺนิปาโต เอวํ ผสฺโส ทฏฺฐพฺโพ’’. เอวํ ผุสนลกฺขโณ จ ผสฺโส, สงฺฆฏฺฏนรโส จ. ‘‘ยถา, มหาราช, เทฺว สมฺมา วชฺเชยฺยุํ…เป… เทฺว ปาณี วชฺเชยฺยุํ, ยถา เอโก ปาณิ เอวํ จกฺขุ ทฏฺฐพฺพํ, ยถา ทุติโย ปาณิ เอวํ รูปํ ทฏฺฐพฺพํ, ยถา เตสํ สนฺนิปาโต เอวํ ผสฺโส ทฏฺฐพฺโพ. เอวํ ผุสนลกฺขโณ จ ผสฺโส สงฺฆฏฺฏนรโส จา’’ติ (มิ. ป. ๒.๓.๘) วิตฺถาโร.
ยถา วา ‘‘จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๓๕๒, ๑๓๕๔) จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ จกฺขุอาทินาเมน วุตฺตานิ, เอวมิธาปิ ตานิ จกฺขุอาทินาเมน วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ. ตสฺมา ‘เอวํ จกฺขุ ทฏฺฐพฺพ’นฺติอาทีสุ เอวํ จกฺขุวิญฺญาณํ ทฏฺฐพฺพนฺติ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอวํ สนฺเต จิตฺตารมฺมณสงฺฆฏฺฏนโต อิมสฺมิมฺปิ สุตฺเต กิจฺจฏฺเฐเนว รเสน สงฺฆฏฺฏนรโสติ สิทฺโธ โหติ.
ติกสนฺนิปาตสงฺขาตสฺส ปน อตฺตโน การณสฺส วเสน ปเวทิตตฺตา สนฺนิปาตปจฺจุปฏฺฐาโน. อยญฺหิ ตตฺถ ตตฺถ ‘‘ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส’’ติ เอวํ การณสฺส วเสน ปเวทิโตติ. อิมสฺส จ สุตฺตปทสฺส ติณฺณํ สงฺคติยา ผสฺโสติ อยมตฺโถ; น สงฺคติมตฺตเมว ผสฺโสติ.
เอวํ ปเวทิตตฺตา ปน เตเนวากาเรน ปจฺจุปฏฺฐาตีติ สนฺนิปาตปจฺจุปฏฺฐาโนติ วุตฺโต. ผลฏฺเฐน ปน ปจฺจุปฏฺฐาเนเนส เวทนาปจฺจุปฏฺฐาโน นาม โหติ. เวทนเญฺหส ปจฺจุปฏฺฐาเปติ อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ. อุปฺปาทยมาโน จ ยถา พหิทฺธา อุณฺหปจฺจยาปิ ลาขาสงฺขาตธาตุนิสฺสิตา อุสฺมา อตฺตโน นิสฺสเย มุทุภาวการี โหติ, น อตฺตโน ปจฺจยภูเตปิ พหิทฺธา วีตจฺจิตงฺคารสงฺขาเต อุณฺหภาเว, เอวํ วตฺถารมฺมณสงฺขาตอญฺญปจฺจโยปิ สมาโน, จิตฺตนิสฺสิตตฺตา อตฺตโน นิสฺสยภูเต จิตฺเต เอว เอส เวทนุปฺปาทโก โหติ, น อตฺตโน ปจฺจยภูเตปิ วตฺถุมฺหิ อารมฺมเณ วาติ เวทิตพฺโพ. ตชฺชาสมนฺนาหาเรน ปน อินฺทฺริเยน จ ปริกฺขเต วิสเย อนนฺตราเยน อุปฺปชฺชนโต เอส อาปาถคตวิสยปทฏฺฐาโนติ วุจฺจติ.
เวทยตีติ เวทนา. สา เวทยิตลกฺขณา, อนุภวนรสา อิฏฺฐาการสมฺโภครสา วา, เจตสิกอสฺสาทปจฺจุปฏฺฐานา, ปสฺสทฺธิปทฏฺฐานา.
‘จตุภูมิกเวทนา หิ โนเวทยิตลกฺขณา นาม นตฺถิ. อนุภวนรสตา ปน สุขเวทนายเมว ลพฺภตี’ติ วตฺวา ปุน ตํ วาทํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘สุขเวทนา วา โหตุ, ทุกฺขเวทนา วา, อทุกฺขมสุขเวทนา วา, สพฺพา อนุภวนรสา’ติ วตฺวา อยมตฺโถ ทีปิโต – อารมฺมณรสานุภวนฏฺฐานํ ปตฺวา เสสสมฺปยุตฺตธมฺมา เอกเทสมตฺตกเมว อนุภวนฺติ. ผสฺสสฺส หิ ผุสนมตฺตกเมว โหติ, สญฺญาย สญฺชานนมตฺตกเมว, เจตนาย เจตนามตฺตกเมว, วิญฺญาณสฺส วิชานนมตฺตกเมว. เอกํสโต ปน อิสฺสรวตาย วิสฺสวิตาย สามิภาเวน เวทนาว อารมฺมณรสํ อนุภวติ.
ราชา วิย หิ เวทนา, สูโท วิย เสสธมฺมา. ยถา สูโท นานารสโภชนํ สมฺปาเทตฺวา เปฬาย ปกฺขิปิตฺวา ลญฺฉนํ ทตฺวา รญฺโญ สนฺติเก โอตาเรตฺวา ลญฺฉนํ ภินฺทิตฺวา เปฬํ วิวริตฺวา สพฺพสูปพฺยญฺชเนหิ อคฺคคฺคํ อาทาย ภาชเน ปกฺขิปิตฺวา สโทสนิทฺโทสภาววีมํสนตฺถํ อชฺโฌหรติ, ตโต รญฺโญ นานคฺครสโภชนํ อุปนาเมติ. ราชา อิสฺสรวตาย วิสฺสวิตาย สามี หุตฺวา อิจฺฉิติจฺฉิตํ ภุญฺชติ. ตตฺถ หิ สูทสฺส ภตฺตวีมํสนมตฺตมิว อวเสสธมฺมานํ อารมฺมณรสสฺส เอกเทสานุภวนํ. ยถา หิ สูโท ภตฺเตกเทสมตฺตเมว วีมํสติ เอวํ เสสธมฺมาปิ อารมฺมณรเสกเทสเมว อนุภวนฺติ. ยถา ปน ราชา อิสฺสรวตาย วิสฺสวิตาย สามี หุตฺวา ยทิจฺฉกํ ภุญฺชติ, เอวํ เวทนาปิ อิสฺสรวตาย วิสฺสวิตาย สามิภาเวน อารมฺมณรสํ อนุภวติ. ตสฺมา อนุภวนรสาติ วุจฺจติ.
ทุติเย อตฺถวิกปฺเป อยํ อิธ อธิปฺเปตา เวทนา ยถา วา ตถา วา อารมฺมณสฺส อิฏฺฐาการเมว สมฺภุญฺชตีติ อิฏฺฐาการสมฺโภครสาติ วุตฺตา. เจตสิกอสฺสาทโต ปเนสา อตฺตโน สภาเวเนว อุปฏฺฐานํ สนฺธาย เจตสิกอสฺสาทปจฺจุปฏฺฐานาติ วุตฺตา. ยสฺมา ปน ‘‘ปสฺสทฺธิกาโย สุขํ เวเทติ’’ ตสฺมา ปสฺสทฺธิปทฏฺฐานาติ เวทิตพฺพา.
นีลาทิเภทํ อารมฺมณํ สญฺชานาตีติ สญฺญา. สา สญฺชานนลกฺขณา ปจฺจาภิญฺญาณรสา. จตุภูมิกสญฺญา หิ โนสญฺชานนลกฺขณา นาม นตฺถิ. สพฺพา สญฺชานนลกฺขณาว. ยา ปเนตฺถ อภิญฺญาเณน สญฺชานาติ สา ปจฺจาภิญฺญาณรสา นาม โหติ.
ตสฺสา, วฑฺฒกิสฺส ทารุมฺหิ อภิญฺญาณํ กตฺวา ปุน เตน อภิญฺญาเณน ตํ ปจฺจาภิชานนกาเล, ปุริสสฺส กาฬติลกาทิอภิญฺญาณํ สลฺลกฺเขตฺวา ปุน เตน อภิญฺญาเณน อสุโก นาม เอโสติ ตสฺส ปจฺจาภิชานนกาเล, รญฺโญ ปิฬนฺธนโคปกภณฺฑาคาริกสฺส ตสฺมึ ตสฺมึ ปิฬนฺธเน นามปณฺณกํ พนฺธิตฺวา ‘อสุกํ ปิฬนฺธนํ นาม อาหรา’ติ วุตฺเต ทีปํ ชาเลตฺวา รตนคพฺภํ ปวิสิตฺวา ปณฺณํ วาเจตฺวา ตสฺส ตสฺเสว ปิฬนฺธนสฺส อาหรณกาเล จ ปวตฺติ เวทิตพฺพา.
อปโร นโย – สพฺพสงฺคาหิกวเสน หิ สญฺชานนลกฺขณา สญฺญา. ปุนสญฺชานนปจฺจยนิมิตฺตกรณรสา, ทารุอาทีสุ ตจฺฉกาทโย วิย. ยถาคหิตนิมิตฺตวเสน อภินิเวสกรณปจฺจุปฏฺฐานา, หตฺถิทสฺสกอนฺธา วิย. อารมฺมเณ อโนคาฬฺหวุตฺติตาย อจิรฏฺฐานปจฺจุปฏฺฐานา วา, วิชฺชุ วิย. ยถาอุปฏฺฐิตวิสยปทฏฺฐานา, ติณปุริสเกสุ มิคโปตกานํ ‘ปุริสา’ติ อุปฺปนฺนสญฺญา วิย. ยา ปเนตฺถ ญาณสมฺปยุตฺตา โหติ สา สญฺญา ญาณเมว อนุวตฺตติ. สสมฺภารปถวีอาทีสุ เสสธมฺมา ปถวีอาทีนิ วิยาติ เวทิตพฺพา.
เจตยตีติ เจตนา สทฺธึ อตฺตนา สมฺปยุตฺตธมฺเม อารมฺมเณ อภิสนฺทหตีติ อตฺโถ. สา เจตยิตลกฺขณา, เจตนาภาวลกฺขณาติ อตฺโถ. อายูหนรสา. จตุภูมิกเจตนา หิ โนเจตยิตลกฺขณา นาม นตฺถิ. สพฺพา เจตยิตลกฺขณาว. อายูหนรสตา ปน กุสลากุสเลสุ เอว โหติ. กุสลากุสลกมฺมายูหนฏฺฐานญฺหิ ปตฺวา เสสสมฺปยุตฺตธมฺมานํ เอกเทสมตฺตกเมว กิจฺจํ โหติ. เจตนา ปน อติเรกอุสฺสาหา อติเรกวายามา, ทิคุณุสฺสาหา ทิคุณวายามา. เตนาหุ โปราณา – ‘‘ถาวริยสภาวสณฺฐิตา จ ปเนสา เจตนา’’ติ. ถาวริโยติ เขตฺตสามี วุจฺจติ. ยถา เขตฺตสามี ปุริโส ปญฺจปณฺณาส พลิปุริเส คเหตฺวา ‘ลายิสฺสามี’ติ เอกโต เขตฺตํ โอตรติ. ตสฺส อติเรโก อุสฺสาโห อติเรโก วายาโม, ทิคุโณ อุสฺสาโห ทิคุโณ วายาโม โหติ, ‘นิรนฺตรํ คณฺหถา’ติอาทีนิ วทติ, สีมํ อาจิกฺขติ, เตสํ สุราภตฺตคนฺธมาลาทีนิ ชานาติ, มคฺคํ สมกํ หรติ. เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ. เขตฺตสามิปุริโส วิย หิ เจตนา. ปญฺจปณฺณาส พลิปุริสา วิย จิตฺตงฺควเสน อุปฺปนฺนา ปญฺจปณฺณาส กุสลา ธมฺมา. เขตฺตสามิปุริสสฺส ทิคุณุสฺสาหทิคุณวายามกรณกาโล วิย กุสลากุสลกมฺมายูหนฏฺฐานํ ปตฺวา เจตนาย ทิคุณุสฺสาโห ทิคุณวายาโม โหติ. เอวมสฺสา อายูหนรสตา เวทิตพฺพา.
สา ปเนสา สํวิทหนปจฺจุปฏฺฐานา. สํวิทหมานา หิ อยํ อุปฏฺฐาติ, สกิจฺจปรกิจฺจสาธกา, เชฏฺฐสิสฺสมหาวฑฺฒกีอาทโย วิย. ยถา หิ เชฏฺฐสิสฺโส อุปชฺฌายํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา สยํ อธียมาโน อิตเรปิ ทารเก อตฺตโน อตฺตโน อชฺฌยนกมฺเม ปวตฺตยติ, ตสฺมิญฺหิ อธียิตุํ อารทฺเธ เตปิ อธียนฺติ, ตทนุวตฺติตาย. ยถา จ มหาวฑฺฒกี สยํ ตจฺฉนฺโต อิตเรปิ ตจฺฉเก อตฺตโน อตฺตโน ตจฺฉนกมฺเม ปวตฺตยติ, ตสฺมิญฺหิ ตจฺฉิตุํ อารทฺเธ เตปิ ตจฺฉนฺติ, ตทนุวตฺติตาย. ยถา จ โยธนายโก สยํ ยุชฺฌมาโน อิตเรปิ โยเธ สมฺปหารวุตฺติยํ ปวตฺตยติ, ตสฺมิญฺหิ ยุชฺฌิตุํ อารทฺเธ เตปิ อนิวตฺตมานา ยุชฺฌนฺติ, ตทนุวตฺติตาย. เอวเมสาปิ อตฺตโน กิจฺเจน อารมฺมเณ ปวตฺตมานา อญฺเญปิ สมฺปยุตฺตธมฺเม อตฺตโน อตฺตโน กิริยาย ปวตฺเตติ. ตสฺสา หิ อตฺตโน กิจฺจํ อารทฺธาย, ตํสมฺปยุตฺตาปิ อารภนฺติ. เตน วุตฺตํ – ‘สกิจฺจปรกิจฺจสาธกา, เชฏฺฐสิสฺสมหาวฑฺฒกีอาทโย วิยา’ติ. อจฺจายิกกมฺมานุสฺสรณาทีสุ จ ปนายํ สมฺปยุตฺตานํ อุสฺสาหนภาเวน ปวตฺตมานา ปากฏา โหตีติ เวทิตพฺพา.
‘อารมฺมณํ จินฺเตตี’ติ จิตฺตนฺติ นเยน จิตฺตสฺส วจนตฺโถ วุตฺโต เอว. ลกฺขณาทิโต ปน วิชานนลกฺขณํ จิตฺตํ, ปุพฺพงฺคมรสํ, สนฺทหนปจฺจุปฏฺฐานํ, นามรูปปทฏฺฐานํ. จตุภูมกจิตฺตญฺหิ โนวิชานนลกฺขณํ นาม นตฺถิ. สพฺพํ วิชานนลกฺขณเมว. ทฺวารํ ปน ปตฺวา อารมฺมณวิภาวนฏฺฐาเน จิตฺตํ ปุพฺพงฺคมํ ปุเรจาริกํ โหติ. จกฺขุนา หิ ทิฏฺฐํ รูปารมฺมณํ จิตฺเตเนว วิชานาติ…เป… มเนน วิญฺญาตํ ธมฺมารมฺมณํ จิตฺเตเนว วิชานาติ. ยถา หิ นครคุตฺติโก นาม นครมชฺเฌ สิงฺฆาฏเก นิสีทิตฺวา ‘อยํ เนวาสิโก อยํ อาคนฺตุโก’ติ อาคตาคตํ ชนํ อุปธาเรติ ววตฺถเปติ – เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ มหาเถเรน – ‘‘ยถา, มหาราช, นครคุตฺติโก นาม มชฺเฌ นครสฺส สิงฺฆาฏเก นิสินฺโน ปุรตฺถิมโต ทิสโต ปุริสํ อาคจฺฉนฺตํ ปสฺเสยฺย… ปจฺฉิมโต… ทกฺขิณโต… อุตฺตรโต ทิสโต ปุริสํ อาคจฺฉนฺตํ ปสฺเสยฺย, เอวเมว โข, มหาราช, ยํ จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ตํ วิญฺญาเณน วิชานาติ, ยํ โสเตน สทฺทํ สุณาติ, ฆาเนน คนฺธํ ฆายติ, ชิวฺหาย รสํ สายติ, กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสติ, มนสา ธมฺมํ วิชานาติ, ตํ วิญฺญาเณน วิชานาตี’’ติ (มิ. ป. ๒.๓.๑๒). เอวํ ทฺวารํ ปตฺวา อารมฺมณวิภาวนฏฺฐาเน จิตฺตเมว ปุพฺพงฺคมํ ปุเรจาริกํ. ตสฺมา ปุพฺพงฺคมรสนฺติ วุจฺจติ.
ตเทตํ ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ อุปฺปชฺชมานํ ปุริมํ ปุริมํ นิรนฺตรํ กตฺวา สนฺทหนเมว อุปฏฺฐาตีติ สนฺทหนปจฺจุปฏฺฐานํ. ปญฺจโวการภเว ปนสฺส นิยมโต นามรูปํ, จตุโวการภเว นามเมว ปทฏฺฐานํ. ตสฺมา นามรูปปทฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ.
กึ ปเนตํ จิตฺตํ ปุริมนิทฺทิฏฺฐจิตฺเตน สทฺธึ เอกเมว อุทาหุ อญฺญนฺติ? เอกเมว. อถ กสฺมา ปุริมนิทฺทิฏฺฐํ ปุน วุตฺตนฺติ? อวิจาริตํ เอตํ อฏฺฐกถายํ. อยํ ปเนตฺถ ยุตฺติ – ยถา หิ รูปาทีนิ อุปาทาย ปญฺญตฺตา สูริยาทโย น อตฺถโต รูปาทีหิ อญฺเญ โหนฺติ, เตเนว ยสฺมึ สมเย สูริโย อุเทติ ตสฺมึ สมเย ตสฺส เตชสงฺขาตํ รูปมฺปีติ. เอวํ วุจฺจมาเนปิ น รูปาทีหิ อญฺโญ สูริโย นาม อตฺถิ. น ตถา จิตฺตํ; ผสฺสาทโย ธมฺเม อุปาทาย ปญฺญาปิยติ; อตฺถโต ปเนตํ เตหิ อญฺญเมว. เตน ‘ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ เอกํเสเนว ตสฺมึ สมเย ผสฺสาทีหิ อตฺถโต อญฺญเมว ตํ โหตี’ติ อิมสฺสตฺถสฺส ทีปนตฺถาย เอตํ ปุน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ยถา จ ‘‘ยสฺมึ สมเย รูปูปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวติ…เป… ปถวีกสิณํ, ตสฺมึ สมเย ผสฺโส โหติ เวทนา โหตี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๖๐) ปน ภาเวนฺเตน ววตฺถาปิเต สมเย โย ภาเวติ น โส อตฺถโต อุปฺปชฺชติ นาม, เตเนว ตตฺถ ยถา ‘‘ผสฺโส โหติ เวทนา โหตี’’ติ วุตฺตํ, น เอวํ ‘‘โย ภาเวติ โส โหตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติอาทีสุ ปน จิตฺเตน ววตฺถาปิเต สมเย สมยววตฺถาปิตํ จิตฺตํ น ตถา อตฺถโต นุปฺปชฺชติ. ยเถว ปน ตทา ‘ผสฺโส โหติ เวทนา โหติ’, ตถา ‘จิตฺตมฺปิ โหตี’ติ อิมสฺสปิ อตฺถสฺส ทีปนตฺถมิทํ ปุน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อิทํ ปเนตฺถ สนฺนิฏฺฐานํ – อุทฺเทสวาเร สงฺคณฺหนตฺถํ นิทฺเทสวาเร จ วิภชนตฺถํ ปุริเมน หิ ‘จิตฺต’-สทฺเทน เกวลํ สมโย ววตฺถาปิโต. ตสฺมึ ปน จิตฺเตน ววตฺถาปิตสมเย เย ธมฺมา โหนฺติ เตสํ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ผสฺโส โหตี’’ติอาทิ อารทฺธํ. จิตฺตญฺจาปิ ตสฺมึ สมเย โหติเยว. ตสฺมา ตสฺสาปิ สงฺคณฺหนตฺถเมตํ ปุน วุตฺตํ. อิมสฺมิญฺจ ฐาเน เอตสฺมึ อวุจฺจมาเน ‘‘กตมํ ตสฺมึ สมเย จิตฺต’’นฺติ น สกฺกา ภเวยฺย นิทฺเทสวาเร วิภชิตุํ. เอวมสฺส วิภชนํเยว ปริหาเยถ. ตสฺมา ตสฺส นิทฺเทสวาเร วิภชนตฺถมฺปิ เอตญฺจ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ยสฺมา วา ‘‘อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติ เอตฺถ จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ เอตํ เทสนาสีสเมว, ‘น ปน จิตฺตํ เอกเมว อุปฺปชฺชตี’ติ อฏฺฐกถายํ วิจาริตํ, ตสฺมา จิตฺตํ ‘‘อุปฺปนฺน’’นฺติ เอตฺถาปิ จิตฺตมตฺตเมว อคฺคเหตฺวา ปโรปณฺณาสกุสลธมฺเมหิ สทฺธึเยว จิตฺตํ คหิตํ. เอวํ ตตฺถ สงฺเขปโต สพฺเพปิ จิตฺตเจตสิกธมฺเม คเหตฺวา อิธ สรูเปน ปเภทโต ทสฺเสตุํ ‘‘ผสฺโส โหตี’’ติอาทิ อารทฺธํ. อิติ ผสฺสาทโย วิย จิตฺตมฺปิ วุตฺตเมวาติ เวทิตพฺพํ.