กามาวจรกุสลปทภาชนียํ
๑. อิทานิ ยถานิกฺขิตฺตาย มาติกาย สงฺคหิเต ธมฺเม ปเภทโต ทสฺเสตุํ กตเม ธมฺมา กุสลาติ อิทํ ปทภาชนียํ อารทฺธํ. ตตฺถ ยเทตํ ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหตีติ ปฐมํ กามาวจรกุสลํ ทสฺสิตํ, ตสฺส ตาว นิทฺเทเส ธมฺมววตฺถานวาโร สงฺคหวาโร สุญฺญตวาโรติ ตโย มหาวารา โหนฺติ. เตสุ ธมฺมววตฺถานวาโร อุทฺเทสนิทฺเทสวเสน ทฺวิธา ฐิโต. เตสุ อุทฺเทสวารสฺส ปุจฺฉา, สมยนิทฺเทโส, ธมฺมุทฺเทโส, อปฺปนาติ จตฺตาโร ปริจฺเฉทา. เตสุ ‘กตเม ธมฺมา กุสลา’ติ อยํ ปุจฺฉา นาม. ‘ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ…เป… ตสฺมึ สมเย’ติ อยํ สมยนิทฺเทโส นาม. ‘ผสฺโส โหติ…เป… อวิกฺเขโป โหตี’ติ อยํ ธมฺมุทฺเทโส นาม. ‘เย วา ปน ตสฺมึ สมเย อญฺเญปิ อตฺถิ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา อรูปิโน ธมฺมา อิเม ธมฺมา กุสลา’ติ อยํ อปฺปนา นาม.
เอวํ จตูหิ ปริจฺเฉเทหิ ฐิตสฺส อุทฺเทสวารสฺส ยฺวายํ ปฐโม ปุจฺฉาปริจฺเฉโท, ตตฺถ ‘กตเม ธมฺมา กุสลา’ติ อยํ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. ปญฺจวิธาหิ ปุจฺฉา – อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา, ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา, วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา, อนุมติปุจฺฉา, กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาติ. ตาสํ อิทํ นานตฺตํ –
กตมา อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา? ปกติยา ลกฺขณํ อญฺญาตํ โหติ, อทิฏฺฐํ อตุลิตํ อตีริตํ อวิภูตํ อวิภาวิตํ. ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ตุลนาย ตีรณาย วิภูตตฺถาย วิภาวนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ. อยํ อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา (มหานิ. ๑๕๐; จูฬนิ. ปุณฺณกมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑๒).
กตมา ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา? ปกติยา ลกฺขณํ ญาตํ โหติ, ทิฏฺฐํ ตุลิตํ ตีริตํ วิภูตํ วิภาวิตํ, โส อญฺเญหิ ปณฺฑิเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ. อยํ ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา (มหานิ. ๑๕๐; จูฬนิ. ปุณฺณกมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑๒).
กตมา วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา? ปกติยา สํสยปกฺขนฺโท โหติ, วิมติปกฺขนฺโท เทฺวฬฺหกชาโต – ‘เอวํ นุ โข, นนุ โข, กึ นุ โข, กถํ นุ โข’ติ. โส วิมติจฺเฉทนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ. อยํ วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา (มหานิ. ๑๕๐; จูฬนิ. ปุณฺณกมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑๒).
กตมา อนุมติปุจฺฉา? ภควา ภิกฺขูนํ อนุมติยา ปญฺหํ ปุจฺฉติ – ‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วา’ติ? ‘อนิจฺจํ, ภนฺเต’. ‘ยํ ปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วา ตํ สุขํ วา’ติ? ‘ทุกฺขํ, ภนฺเต’. ‘ยํ ปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ, กลฺลํ นุ ตํ สมนุปสฺสิตุํ เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’ติ? ‘โนเหตํ, ภนฺเต’ติ (สํ. นิ. ๓.๗๙; มหาว. ๒๑). อยํ อนุมติปุจฺฉา.
กตมา กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา? ภควา ภิกฺขูนํ กเถตุกมฺยตาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, สติปฏฺฐานา. กตเม จตฺตาโร’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๗๓)? อยํ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาติ.
ตตฺถ พุทฺธานํ ปุริมา ติสฺโส ปุจฺฉา นตฺถิ. กสฺมา? พุทฺธานญฺหิ ตีสุ อทฺธาสุ กิญฺจิ สงฺขตํ, อทฺธาวิมุตฺตํ วา อสงฺขตํ, อทิฏฺฐํ อนญฺญาตํ อโชติตํ อตุลิตํ อตีริตํ อวิภูตํ อวิภาวิตํ นาม นตฺถิ. เตน เตสํ อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา นตฺถิ. ยํ ปน ภควตา อตฺตโน ญาเณน ปฏิวิทฺธํ, ตสฺส อญฺเญน สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา สทฺธึ สํสนฺทนกิจฺจํ นตฺถิ. เตนสฺส ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา นตฺถิ. ยสฺมา ปเนส อกถํกถี ติณฺณวิจิกิจฺโฉ สพฺพธมฺเมสุ วิหตสํสโย, เตนสฺส วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา นตฺถิ. อิตรา เทฺว ปน ปุจฺฉา ภควโต อตฺถิ. ตาสุ อยํ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาติ เวทิตพฺพา.
ตตฺถ ‘กตเม’ติปเทน นิทฺทิสิตพฺพธมฺเม ปุจฺฉติ. ‘ธมฺมา กุสลา’ติ หิ วจนมตฺเตน ‘กึ กตา กึ วา กโรนฺตี’ติ น สกฺกา ญาตุํ. ‘กตเม’ติ วุตฺเต ปน เตสํ ปุฏฺฐภาโว ปญฺญายติ. เตน วุตฺตํ ‘กตเมติปเทน นิทฺทิสิตพฺพธมฺเม ปุจฺฉตี’ติ. ‘ธมฺมา กุสลา’ติปททฺวเยน ปุจฺฉาย ปุฏฺฐธมฺเม ทสฺเสติ. เตสํ อตฺโถ เหฏฺฐา ปกาสิโตว.
กสฺมา ปเนตฺถ มาติกายํ วิย ‘กุสลา ธมฺมา’ติ อวตฺวา ‘ธมฺมา กุสลา’ติ ปทานุกฺกโม กโตติ? ปเภทโต ธมฺมานํ เทสนํ ทีเปตฺวา ปเภทวนฺตทสฺสนตฺถํ. อิมสฺมิญฺหิ อภิธมฺเม ธมฺมาว เทเสตพฺพา. เต จ กุสลาทีหิ ปเภเทหิ อเนกปฺปเภทา. ตสฺมา ธมฺมาเยว อิธ เทเสตพฺพา. นายํ โวหารเทสนา. เต จ อเนกปฺปเภทโต เทเสตพฺพา, น ธมฺมมตฺตโต. ปเภทโต หิ เทสนา ฆนวินิพฺโภคปฏิสมฺภิทาญาณาวหา โหตีติ ‘กุสลา ธมฺมา’ติ เอวํ ปเภทโต ธมฺมานํ เทสนํ ทีเปตฺวา, อิทานิ เย เตน ปเภเทน เทเสตพฺพา ธมฺมา เต ทสฺเสตุํ, อยํ ‘กตเม ธมฺมา กุสลา’ติ ปทานุกฺกโม กโตติ เวทิตพฺโพ. ปเภทวนฺเตสุ หิ ทสฺสิเตสุ ปเภโท ทสฺสิยมาโน ยุชฺชติ สุวิญฺเญยฺโย จ โหตีติ.
อิทานิ ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตนฺติ. เอตฺถ –
สมเย นิทฺทิสิ จิตฺตํ, จิตฺเตน สมยํ มุนิ;
นิยเมตฺวาน ทีเปตุํ, ธมฺเม ตตฺถ ปเภทโต.
‘ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺต’นฺติ หิ นิทฺทิสนฺโต ภควา สมเย จิตฺตํ นิทฺทิสิ. กึการณา? เตน สมยนิยมิเตน จิตฺเตน ปริโยสาเน ‘ตสฺมึ สมเย’ติ เอวํ สมยํ นิยเมตฺวาน, อถ วิชฺชมาเนปิ สมยนานตฺเต ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ ตสฺมึเยว สมเย ผสฺโส โหติ, เวทนา โหตีติ เอวํ ตสฺมึ จิตฺตนิยมิเต สมเย เอเต สนฺตติสมูหกิจฺจารมฺมณฆนวเสน ทุรนุโพธปฺปเภเท ผสฺสเวทนาทโย ธมฺเม โพเธตุนฺติ อตฺโถ.
อิทานิ ‘ยสฺมึ สมเย’ติอาทีสุ อยมนุปุพฺพปทวณฺณนา. ยสฺมินฺติ อนิยมโต ภุมฺมนิทฺเทโส. สมเยติ อนิยมนิทฺทิฏฺฐปริทีปนํ. เอตฺตาวตา อนิยมโต สมโย นิทฺทิฏฺโฐ โหติ. ตตฺถ สมยสทฺโท –
สมวาเย ขเณ กาเล, สมูเห เหตุ ทิฏฺฐิสุ;
ปฏิลาเภ ปหาเน จ, ปฏิเวเธ จ ทิสฺสติ.
ตถา หิสฺส ‘‘อปฺเปว นาม เสฺวปิ อุปสงฺกเมยฺยาม กาลญฺจ สมยญฺจ อุปาทายา’’ติ (ที. นิ. ๑.๔๔๗) เอวมาทีสุ สมวาโย อตฺโถ. ‘‘เอโกว โข, ภิกฺขเว, ขโณ จ สมโย จ พฺรหฺมจริยวาสายา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๒๙) ขโณ. ‘‘อุณฺหสมโย ปริฬาหสมโย’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๓๕๘) กาโล. ‘‘มหาสมโย ปวนสฺมิ’’นฺติอาทีสุ สมูโห. ‘‘สมโยปิ โข เต, ภทฺทาลิ, อปฺปฏิวิทฺโธ อโหสิ – ภควา โข สาวตฺถิยํ วิหรติ, ภควาปิ มํ ชานิสฺสติ ‘ภทฺทาลิ นาม ภิกฺขุ สตฺถุสาสเน สิกฺขาย อปริปูรการี’ติ. อยมฺปิ โข เต, ภทฺทาลิ, สมโย อปฺปฏิวิทฺโธ อโหสี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๓๕) เหตุ. ‘‘เตน โข ปน สมเยน อุคฺคาหมาโน ปริพฺพาชโก สมณมุณฺฑิกาปุตฺโต สมยปฺปวาทเก ตินฺทุกาจีเร เอกสาลเก มลฺลิกาย อาราเม ปฏิวสตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๒๖๐) ทิฏฺฐิ.
‘‘ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ โย อตฺโถ, โย จตฺโถ สมฺปรายิโก;
อตฺถาภิสมยา ธีโร, ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจตี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๒๙) –
อาทีสุ ปฏิลาโภ. ‘‘สมฺมา มานาภิสมยา อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺสา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๘) ปหานํ. ‘‘ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺโฐ สงฺขตฏฺโฐ สนฺตาปฏฺโฐ วิปริณามฏฺโฐ อภิสมยฏฺโฐ’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๒.๘) ปฏิเวโธ. เอวมเนเกสุ สมเยสุ –
สมวาโย ขโณ กาโล, สมูโห เหตุเยว จ;
เอเต ปญฺจปิ วิญฺเญยฺยา, สมยา อิธ วิญฺญุนา.
‘ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสล’นฺติ อิมสฺมิญฺหิ กุสลาธิกาเร เตสุ นวสุ สมเยสุ เอเต สมวายาทโย ปญฺจ สมยา ปณฺฑิเตน เวทิตพฺพา.
เตสุ ปจฺจยสามคฺคี, สมวาโย ขโณ ปน;
เอโกว นวโม เญยฺโย, จกฺกานิ จตุโรปิ วา.
ยา หิ เอสา สาธารณผลนิปฺผาทกตฺเตน สณฺฐิตา ปจฺจยานํ สามคฺคี, สา อิธ สมวาโยติ ญาตพฺพา. ‘‘เอโกว โข, ภิกฺขเว, ขโณ จ สมโย จ พฺรหฺมจริยวาสายา’’ติ (อ. นิ. ๘.๒๙) เอวํ วุตฺโต ปน นวโมว ขโณ เอโก ขโณติ เวทิตพฺโพ. ยานิ วา ปเนตานิ ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, จกฺกานิ เยหิ สมนฺนาคตานํ เทวมนุสฺสานํ จตุจกฺกํ วตฺตตี’’ติ – เอตฺถ ‘ปติรูปเทสวาโส, สปฺปุริสูปนิสฺสโย, อตฺตสมฺมาปณิธิ, ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา’ติ (อ. นิ. ๔.๓๑) จตฺตาริ จกฺกานิ วุตฺตานิ, เอตานิ วา เอกชฺฌํ กตฺวา โอกาสฏฺเฐน ขโณติ เวทิตพฺพานิ. ตานิ หิ กุสลุปฺปตฺติยา โอกาสภูตานิ.
เอวํ สมวายญฺจ ขณญฺจ ญตฺวา อิตเรสุ –
ตํ ตํ อุปาทาย ปญฺญตฺโต, กาโล โวหารมตฺตโก;
ปุญฺโช ผสฺสาทิธมฺมานํ, สมูโหติ วิภาวิโต.
‘จิตฺตกาโล รูปกาโล’ติอาทินา หิ นเยน ธมฺเม วา, ‘อตีโต อนาคโต’ติอาทินา นเยน ธมฺมวุตฺตึ วา, ‘พีชกาโล องฺกุรกาโล’ติ อาทินา นเยน ธมฺมปฏิปาฏึ วา, ‘อุปฺปาทกาโล ชรากาโล’ติอาทินา นเยน ธมฺมลกฺขณํ วา, ‘เวทิยนกาโล สญฺชานนกาโล’ติอาทินา นเยน ธมฺมกิจฺจํ วา, ‘นฺหานกาโล ปานกาโล’ติอาทินา นเยน สตฺตกิจฺจํ วา, ‘คมนกาโล ฐานกาโล’ติอาทินา นเยน อิริยาปถํ วา, ‘ปุพฺพโณฺห สายโนฺห ทิวา รตฺตี’ติอาทินา นเยน จนฺทิมสูริยาทิปริวตฺตนํ วา, ‘อฑฺฒมาโส มาโส’ติอาทินา นเยน อโหรตฺตาทิสงฺขาตํ กาลสญฺจยํ วาติ – เอวํ ตํ ตํ อุปาทาย ปญฺญตฺโต กาโล นาม. โส ปเนส สภาวโต อวิชฺชมานตฺตา ปญฺญตฺติมตฺตโก เอวาติ เวทิตพฺโพ. โย ปเนส ผสฺสเวทนาทีนํ ธมฺมานํ ปุญฺโช, โส อิธ สมูโหติ วิภาวิโต. เอวํ กาลสมูเหปิ ญตฺวา อิตโร ปน –
เหตูติ ปจฺจโยเวตฺถ, ตสฺส ทฺวารวเสน วา;
อเนกภาโว วิญฺเญยฺโย, ปจฺจยานํ วเสน วา.
เอตฺถ หิ ปจฺจโยว เหตุ นาม, ตสฺส ทฺวารานํ วา ปจฺจยานํ วา วเสน อเนกภาโว เวทิตพฺโพ. กถํ? จกฺขุทฺวาราทีสุ หิ อุปฺปชฺชมานานํ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ จกฺขุรูปอาโลกมนสิการาทโย ปจฺจยา, มหาปกรเณ จ ‘‘เหตุปจฺจโย อารมฺมณปจฺจโย’’ติอาทินา นเยน จตุวีสติ ปจฺจยา วุตฺตา. เตสุ ฐเปตฺวา วิปากปจฺจยญฺจ ปจฺฉาชาตปจฺจยญฺจ, เสสา กุสลธมฺมานํ ปจฺจยา โหนฺติเยว. เต สพฺเพปิ อิธ เหตูติ อธิปฺเปตา. เอวมสฺส อิมินา ทฺวารวเสน วา ปจฺจยวเสน วา อเนกภาโว เวทิตพฺโพ. เอวเมเต สมวายาทโย ปญฺจ อตฺถา อิธ สมยสทฺเทน ปริคฺคหิตาติ เวทิตพฺพา.
‘กสฺมา ปน เอเตสุ ยํกิญฺจิ เอกํ อปริคฺคเหตฺวา สพฺเพสํ ปริคฺคโห กโต’ติ? ‘เตน เตน ตสฺส ตสฺส อตฺถวิเสสสฺส ทีปนโต. เอเตสุ หิ สมวายสงฺขาโต สมโย อเนกเหตุโต วุตฺตึ ทีเปติ. เตน เอกการณวาโท ปฏิเสธิโต โหติ. สมวาโย จ นาม สาธารณผลนิปฺผาทเน อญฺญมญฺญาเปกฺโข โหติ. ตสฺมา ‘เอโก กตฺตา นาม นตฺถี’ติ อิมมฺปิ อตฺถํ ทีเปติ. สภาเวน หิ การเณ สติ การณนฺตราเปกฺขา อยุตฺตาติ. เอวํ เอกสฺส กสฺสจิ การณสฺส อภาวทีปเนน ‘‘สยํกตํ สุขทุกฺข’’นฺติอาทิ ปฏิเสธิตํ โหติ.
ตตฺถ สิยา – ‘ยํ วุตฺตํ อเนกเหตุโต วุตฺตึ ทีเปตี’ติ, ตํ น ยุตฺตํ. ‘กึการณา’?‘อสามคฺคิยํ อเหตูนํ สามคฺคิยมฺปิ อเหตุภาวาปตฺติโต’. ‘น หิ เอกสฺมึ อนฺเธ ทฏฺฐุํ อสกฺโกนฺเต อนฺธสตํ ปสฺสตี’ติ. ‘โน น ยุตฺตํ; สาธารณผลนิปฺผาทกตฺเตน หิ ฐิตภาโว สามคฺคี; น อเนเกสํ สโมธานมตฺตํ. น จ อนฺธานํ ทสฺสนํ นาม สาธารณผลํ’. ‘กสฺมา’?‘อนฺธสเต สติปิ ตสฺส อภาวโต. จกฺขาทีนํ ปน ตํ สาธารณผลํ, เตสํ ภาเว ภาวโต. อสามคฺคิยํ อเหตูนมฺปิ จ สามคฺคิยํ เหตุภาโว สิทฺโธ. สฺวายํ อสามคฺคิยํ ผลาภาเวน, สามคฺคิยญฺจสฺส ภาเวน, เวทิตพฺโพ. จกฺขาทีนญฺหิ เวกลฺเล จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อภาโว, อเวกลฺเล จ ภาโว, ปจฺจกฺขสิทฺโธ โลกสฺสา’ติ. อยํ ตาว สมวายสงฺขาเตน สมเยน อตฺโถ ทีปิโต.
โย ปเนส อฏฺฐหิ อกฺขเณหิ ปริวชฺชิโต นวโม ขโณ, ปติรูปเทสวาสาทิโก จ จตุจกฺกสงฺขาโต โอกาสฏฺเฐน ขโณ วุตฺโต, โส มนุสฺสตฺตพุทฺธุปฺปาทสทฺธมฺมฏฺฐิติอาทิกํ ขณสามคฺคึ วินา นตฺถิ. มนุสฺสตฺตาทีนญฺจ กาณกจฺฉโปปมาทีหิ (ม. นิ. ๓.๒๕๒) ทุลฺลภภาโว. อิติ ขณสฺส ทุลฺลภตฺตา สุฏฺฐุตรํ ขณายตฺตํ โลกุตฺตรธมฺมานํ อุปการภูตํ กุสลํ ทุลฺลภเมว. เอวเมเตสุ ขณสงฺขาโต สมโย กุสลุปฺปตฺติยา ทุลฺลภภาวํ ทีเปติ. เอวํ ทีเปนฺเตน อเนน อธิคตขณานํ ขณายตฺตสฺเสว ตสฺส กุสลสฺส อนนุฏฺฐาเนน โมฆขณํ กุรุมานานํ ปมาทวิหาโร ปฏิเสธิโต โหติ. อยํ ขณสงฺขาเตน สมเยน อตฺโถ ทีปิโต.
โย ปเนตสฺส กุสลจิตฺตสฺส ปวตฺติกาโล นาม โหติ, โส อติปริตฺโต. สา จสฺส อติปริตฺตตา ‘‘ยถา จ, ภิกฺขเว, ตสฺส ปุริสสฺส ชโว, ยถา จ จนฺทิมสูริยานํ ชโว, ยถา จ ยา เทวตา จนฺทิมสูริยานํ ปุรโต ธาวนฺติ ตาสํ เทวตานํ ชโว, ตโต สีฆตรํ อายุสงฺขารา ขียนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๒๘) – อิมสฺส สุตฺตสฺส อฏฺฐกถาวเสน เวทิตพฺพา. ตตฺร หิ โส รูปชีวิตินฺทฺริยสฺส ตาว ปริตฺตโก กาโล วุตฺโต. ยาว ปฏุปฺปนฺนํ รูปํ ติฏฺฐติ ตาว โสฬส จิตฺตานิ อุปฺปชฺชิตฺวา ภิชฺชนฺติ. อิติ เตสํ กาลปริตฺตตาย อุปมาปิ นตฺถิ. เตเนวาห – ‘‘ยาวญฺจิทํ, ภิกฺขเว, อุปมาปิ น สุกรา ยาว ลหุปริวตฺตํ จิตฺต’’นฺติ (อ. นิ. ๑.๔๘). เอวเมเตสุ กาลสงฺขาโต สมโย กุสลจิตฺตปฺปวตฺติกาลสฺส อติปริตฺตตํ ทีเปติ. เอวํ ทีเปนฺเตน จาเนน อติปริตฺตกาลตาย, วิชฺชุลโตภาเสน มุตฺตาวุณนํ วิย, ทุปฺปฏิวิชฺฌมิทํ จิตฺตํ, ตสฺมา เอตสฺส ปฏิเวเธ มหาอุสฺสาโห จ อาทโร จ กตฺตพฺโพติ โอวาโท ทินฺโน โหติ. อยํ กาลสงฺขาเตน สมเยน อตฺโถ ทีปิโต.
สมูหสงฺขาโต ปน สมโย อเนเกสํ สหุปฺปตฺตึ ทีเปติ. ผสฺสาทีนญฺหิ ธมฺมานํ ปุญฺโช สมูโหติ วุตฺโต. ตสฺมิญฺจ อุปฺปชฺชมานํ จิตฺตํ สห เตหิ ธมฺเมหิ อุปฺปชฺชตีติ อเนเกสํ สหุปฺปตฺติ ทีปิตา. เอวํ ทีเปนฺเตน จาเนน เอกสฺเสว ธมฺมสฺส อุปฺปตฺติ ปฏิเสธิตา โหติ. อยํ สมูหสงฺขาเตน สมเยน อตฺโถ ทีปิโต.
เหตุสงฺขาโต ปน สมโย ปรายตฺตวุตฺติตํ ทีเปติ. ‘ยสฺมึ สมเย’ติ หิ ปทสฺส ยสฺมา ‘ยสฺมึ เหตุมฺหิ สติ’ อุปฺปนฺนํ โหตีติ อยมตฺโถ, ตสฺมา ‘เหตุมฺหิ สติ’ ปวตฺติโต ปรายตฺตวุตฺติตา ทีปิตา. เอวํ ทีเปนฺเตน จาเนน ธมฺมานํ สวสวตฺติตาภิมาโน ปฏิเสธิโต โหติ. อยํ เหตุสงฺขาเตน สมเยน อตฺโถ ทีปิโต.
ตตฺถ ‘ยสฺมึ สมเย’ติ กาลสงฺขาตสฺส สมยสฺส วเสน ‘ยสฺมึ กาเล’ติ อตฺโถ; สมูหสงฺขาตสฺส ‘ยสฺมึ สมูเห’ติ. ขณสมวายเหตุสงฺขาตานํ ‘ยสฺมึ ขเณ สติ, ยาย สามคฺคิยา สติ, ยมฺหิ เหตุมฺหิ สติ’ กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, ตสฺมึเยว สติ ‘ผสฺสาทโยปี’ติ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. อธิกรณญฺหิ กาลสงฺขาโต สมูหสงฺขาโต จ สมโย. ตตฺถ วุตฺตธมฺมานนฺติ อธิกรณวเสเนตฺถ ภุมฺมํ. ขณสมวายเหตุสงฺขาตสฺส จ สมยสฺส ภาเวน เตสํ ภาโว ลกฺขียตีติ ภาเวนภาวลกฺขณวเสเนตฺถ ภุมฺมํ.
กามาวจรนฺติ ‘‘กตเม ธมฺมา กามาวจรา? เหฏฺฐโต อวีจินิรยํ อุปริโต ปรนิมฺมิตวสวตฺตึ ปริยนฺตํ กตฺวา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๒๘๗) นเยน วุตฺเตสุ กามาวจรธมฺเมสุ ปริยาปนฺนํ. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – อุทฺทานโต เทฺว กามา, วตฺถุกาโม จ กิเลสกาโม จ. ตตฺถ กิเลสกาโม อตฺถโต ฉนฺทราโคว วตฺถุกาโม เตภูมกวฏฺฏํ. กิเลสกาโม เจตฺถ กาเมตีติ กาโม; อิตโร ปน กามิยตีติ กาโม. ยสฺมึ ปน ปเทเส ทุวิโธเปโส กาโม ปวตฺติวเสน อวจรติ, โส จตุนฺนํ อปายานํ, มนุสฺสานํ, ฉนฺนญฺจ เทวโลกานํ วเสน เอกาทสวิโธ ปเทโส. กาโม เอตฺถ อวจรตีติ กามาวจโร, สสตฺถาวจโร วิย. ยถา หิ ยสฺมึ ปเทเส สสตฺถา ปุริสา อวจรนฺติ, โส วิชฺชมาเนสุปิ อญฺเญสุ ทฺวิปทจตุปฺปเทสุ อวจรนฺเตสุ, เตสํ อภิลกฺขิตตฺตา ‘สสตฺถาวจโร’เตฺวว วุจฺจติ, เอวํ วิชฺชมาเนสุปิ อญฺเญสุ รูปาวจราทีสุ ตตฺถ อวจรนฺเตสุ, เตสํ อภิลกฺขิตตฺตา อยํ ปเทโส ‘กามาวจโร’เตฺวว วุจฺจติ. สฺวายํ ยถา รูปภโว รูปํ, เอวํ อุตฺตรปทโลปํ กตฺวา ‘กาโม’เตฺวว วุจฺจติ. เอวมิทํ จิตฺตํ อิมสฺมึ เอกาทสปเทสสงฺขาเต กาเม อวจรตีติ กามาวจรํ.
กิญฺจาปิ หิ เอตํ รูปารูปภเวสุปิ อวจรติ, ยถา ปน สงฺคาเม อวจรณโต สงฺคามาวจโรติ ลทฺธนามโก นาโค นคเร จรนฺโตปิ ‘สงฺคามาวจโร’เตฺวว วุจฺจติ, ถลชลจรา จ ปาณา อถเล อชเล จ ฐิตาปิ ‘ถลจรา ชลจรา’เตฺวว วุจฺจนฺติ, เอวมิทํ อญฺญตฺถ อวจรนฺตมฺปิ กามาวจรเมวาติ เวทิตพฺพํ. อารมฺมณกรณวเสน วา เอตฺถ กาโม อวจรตีติปิ กามาวจรํ. กามญฺเจส รูปารูปาวจเรสุปิ อวจรติ, ยถา ปน วทตีติ ‘วจฺโฉ’, มหิยํ เสตีติ ‘มหึโส’ติ วุตฺเต, น สตฺตา ยตฺตกา วทนฺติ, มหิยํ วา เสนฺติ สพฺเพสํ ตํ นามํ โหติ, เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ. อปิจ กามภวสงฺขาเต กาเม ปฏิสนฺธึ อวจาเรตีติปิ กามาวจรํ.
กุสลนฺติ กุจฺฉิตานํ สลนาทีหิ อตฺเถหิ กุสลํ. อปิจ อาโรคฺยฏฺเฐน อนวชฺชฏฺเฐน โกสลฺลสมฺภูตฏฺเฐน จ กุสลํ. ยเถว หิ ‘กจฺจิ นุ โภโต กุสล’นฺติ (ชา. ๑.๑๕.๑๔๖; ๒.๒๐.๑๒๙) รูปกาเย อนาตุรตาย อเคลญฺเญน นิพฺยาธิตาย อาโรคฺยฏฺเฐน กุสลํ วุตฺตํ, เอวํ อรูปธมฺเมปิ กิเลสาตุรตาย กิเลสเคลญฺญสฺส จ กิเลสพฺยาธิโน อภาเวน อาโรคฺยฏฺเฐน กุสลํ เวทิตพฺพํ. กิเลสวชฺชสฺส ปน กิเลสโทสสฺส กิเลสทรถสฺส จ อภาวา อนวชฺชฏฺเฐน กุสลํ. โกสลฺลํ วุจฺจติ ปญฺญา; โกสลฺลโต สมฺภูตตฺตา โกสลฺลสมฺภูตฏฺเฐน กุสลํ.
‘ญาณสมฺปยุตฺตํ’ ตาว เอวํ โหตุ; ญาณวิปฺปยุตฺตํ กถนฺติ. ตมฺปิ รุฬฺหีสทฺเทน กุสลเมว. ยถา หิ ตาลปณฺเณหิ อกตฺวา กิลญฺชาทีหิ กตมฺปิ ตํสริกฺขตฺตา รุฬฺหีสทฺเทน ตาลวณฺฏนฺเตฺวว วุจฺจติ, เอวํ ‘ญาณวิปฺปยุตฺต’มฺปิ กุสลนฺเตฺวว เวทิตพฺพํ. นิปฺปริยาเยน ปน ‘ญาณสมฺปยุตฺตํ’ อาโรคฺยฏฺเฐน อนวชฺชฏฺเฐน โกสลฺลสมฺภูตฏฺเฐนาติ ติวิเธนปิ กุสลนฺติ นามํ ลภติ, ญาณวิปฺปยุตฺตํ ทุวิเธเนว. อิติ ยญฺจ ชาตกปริยาเยน ยญฺจ พาหิติกสุตฺตปริยาเยน ยญฺจ อภิธมฺมปริยาเยน กุสลํ กถิตํ สพฺพํ ตํ ตีหิปิ อตฺเถหิ อิมสฺมึ จิตฺเต ลพฺภติ.
ตเทตํ ลกฺขณาทิวเสน อนวชฺชสุขวิปากลกฺขณํ, อกุสลวิทฺธํสนรสํ, โวทานปจฺจุปฏฺฐานํ, โยนิโสมนสิการปทฏฺฐานํ. อวชฺชปฏิปกฺขตฺตา วา อนวชฺชลกฺขณเมว กุสลํ, โวทานภาวรสํ, อิฏฺฐวิปากปจฺจุปฏฺฐานํ, ยถาวุตฺตปทฏฺฐานเมว. ลกฺขณาทีสุ หิ เตสํ เตสํ ธมฺมานํ สภาโว วา สามญฺญํ วา ลกฺขณํ นาม. กิจฺจํ วา สมฺปตฺติ วา รโส นาม. อุปฏฺฐานากาโร วา ผลํ วา ปจฺจุปฏฺฐานํ นาม. อาสนฺนการณํ ปทฏฺฐานํ นาม. อิติ ยตฺถ ยตฺถ ลกฺขณาทีนิ วกฺขาม ตตฺถ ตตฺถ อิมินาว นเยน เตสํ นานตฺตํ เวทิตพฺพํ.
จิตฺตนฺติ อารมฺมณํ จินฺเตตีติ จิตฺตํ; วิชานาตีติ อตฺโถ. ยสฺมา วา ‘จิตฺต’นฺติ สพฺพจิตฺตสาธารโณ เอส สทฺโท, ตสฺมา ยเทตฺถ โลกิยกุสลากุสลกิริยจิตฺตํ, ตํ ชวนวีถิวเสน อตฺตโน สนฺตานํ จิโนตีติ จิตฺตํ. วิปากํ กมฺมกิเลเสหิ จิตนฺติ จิตฺตํ. อปิจ สพฺพมฺปิ ยถานุรูปโต จิตฺตตาย จิตฺตํ. จิตฺตกรณตาย จิตฺตนฺติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ยสฺมา อญฺญเทว สราคํ จิตฺตํ, อญฺญํ สโทสํ, อญฺญํ สโมหํ; อญฺญํ กามาวจรํ, อญฺญํ รูปาวจราทิเภทํ; อญฺญํ รูปารมฺมณํ, อญฺญํ สทฺทาทิอารมฺมณํ; รูปารมฺมเณสุ จาปิ อญฺญํ นีลารมฺมณํ, อญฺญํ ปีตาทิอารมฺมณํ; สทฺทาทิอารมฺมเณสุปิ เอเสว นโย; สพฺเพสุปิ เจเตสุ อญฺญํ หีนํ อญฺญํ มชฺฌิมํ อญฺญํ ปณีตํ; หีนาทีสุปิ อญฺญํ ฉนฺทาธิปเตยฺยํ, อญฺญํ วีริยาธิปเตยฺยํ อญฺญํ จิตฺตาธิปเตยฺยํ, อญฺญํ วีมํสาธิปเตยฺยํ, ตสฺมา อสฺส อิเมสํ สมฺปยุตฺตภูมิอารมฺมณหีนมชฺฌิมปณีตาธิปตีนํ วเสน จิตฺตตา เวทิตพฺพา. กามญฺเจตฺถ เอกเมว เอวํ จิตฺตํ น โหติ, จิตฺตานํ ปน อนฺโตคธตฺตา เอเตสุ ยํกิญฺจิ เอกมฺปิ จิตฺตตาย จิตฺตนฺติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. เอวํ ตาว จิตฺตตาย จิตฺตํ.
กถํ จิตฺตกรณตายาติ? โลกสฺมิญฺหิ จิตฺตกมฺมโต อุตฺตริ อญฺญํ จิตฺตํ นาม นตฺถิ. ตสฺมิมฺปิ จรณํ นาม จิตฺตํ อติจิตฺตเมว โหติ. ตํ กโรนฺตานํ จิตฺตการานํ ‘เอวํวิธานิ เอตฺถ รูปานิ กาตพฺพานี’ติ จิตฺตสญฺญา อุปฺปชฺชติ. ตาย จิตฺตสญฺญาย เลขาคหนรญฺชนอุชฺโชตนวตฺตนาทินิปฺผาทิกา จิตฺตกิริยา อุปฺปชฺชนฺติ, ตโต จรณสงฺขาเต จิตฺเต อญฺญตรํ วิจิตฺตรูปํ นิปฺผชฺชติ. ตโต ‘อิมสฺส รูปสฺส อุปริ อิทํ โหตุ, เหฏฺฐา อิทํ, อุภยปสฺเส อิท’นฺติ จินฺเตตฺวา ยถาจินฺติเตน กเมน เสสจิตฺตรูปนิปฺผาทนํ โหติ, เอวํ ยํกิญฺจิ โลเก วิจิตฺตํ สิปฺปชาตํ สพฺพํ ตํ จิตฺเตเนว กริยติ, เอวํ อิมาย กรณวิจิตฺตตาย ตสฺส ตสฺส จิตฺตสฺส นิปฺผาทกํ จิตฺตมฺปิ ตเถว จิตฺตํ โหติ. ยถาจินฺติตสฺส วา อนวเสสสฺส อนิปฺผชฺชนโต ตโตปิ จิตฺตเมว จิตฺตตรํ. เตนาห ภควา –
‘‘ทิฏฺฐํ โว, ภิกฺขเว, จรณํ นาม จิตฺตนฺติ? ‘เอวํ, ภนฺเต’. ตมฺปิ โข, ภิกฺขเว, จรณํ นาม จิตฺตํ จิตฺเตเนว จินฺติตํ. เตนปิ โข, ภิกฺขเว, จรเณน จิตฺเตน จิตฺตํเยว จิตฺตตร’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๑๐๐).
ตถา ยเทตํ เทวมนุสฺสนิรยติรจฺฉานเภทาสุ คตีสุ กมฺมลิงฺคสญฺญาโวหาราทิเภทํ อชฺฌตฺติกํ จิตฺตํ ตมฺปิ จิตฺตกตเมว. กายกมฺมาทิเภทญฺหิ ทานสีลวิหึสาสาเฐยฺยาทินยปฺปวตฺตํ กุสลากุสลกมฺมํ จิตฺตนิปฺผาทิตํ กมฺมนานตฺตํ. กมฺมนานตฺเตเนว จ ตาสุ ตาสุ คตีสุ หตฺถปาทกณฺณอุทรคีวามุขาทิสณฺฐานภินฺนํ ลิงฺคนานตฺตํ. ลิงฺคนานตฺตโต ยถาคหิตสณฺฐานวเสน ‘อยํ อิตฺถี อยํ ปุริโส’ติ อุปฺปชฺชมานาย สญฺญาย สญฺญานานตฺตํ. สญฺญานานตฺตโต สญฺญานุรูเปน ‘อิตฺถี’ติ วา ‘ปุริโส’ติ วา โวหรนฺตานํ โวหารนานตฺตํ. โวหารนานตฺตวเสน ปน ยสฺมา ‘อิตฺถี ภวิสฺสามิ ปุริโส ภวิสฺสามิ, ขตฺติโย ภวิสฺสามิ พฺราหฺมโณ ภวิสฺสามี’ติ เอวํ ตสฺส ตสฺส อตฺตภาวสฺส ชนกํ กมฺมํ กรียติ, ตสฺมา โวหารนานตฺตโต กมฺมนานตฺตํ. ตํ ปเนตํ กมฺมนานตฺตํ ยถาปตฺถิตํ ภวํ นิพฺพตฺเตนฺตํ ยสฺมา คติวเสน นิพฺพตฺเตติ ตสฺมา กมฺมนานตฺตโต คตินานตฺตํ. กมฺมนานตฺเตเนว จ เตสํ เตสํ สตฺตานํ ตสฺสา ตสฺสา คติยา อปาทกทฺวิปาทกาทิตา, ตสฺสา ตสฺสา อุปปตฺติยา อุจฺจนีจาทิตา, ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺตภาเว สุวณฺณทุพฺพณฺณาทิตา, โลกธมฺเมสุ ลาภาลาภาทิตา จ ปญฺญายติ. ตสฺมา สพฺพเมตํ เทวมนุสฺสนิรยติรจฺฉานเภทาสุ คตีสุ กมฺมลิงฺคสญฺญาโวหาราทิเภทํ อชฺฌตฺติกํ จิตฺตํ จิตฺเตเนว กตนฺติ เวทิตพฺพํ. สฺวายมตฺโถ อิมสฺส สงฺคีติอนารุฬฺหสฺส สุตฺตสฺส วเสน เวทิตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘กมฺมนานตฺตปุถุตฺตปฺปเภทววตฺถานวเสน ลิงฺคนานตฺตปุถุตฺตปฺปเภทววตฺถานํ ภวติ, ลิงฺคนานตฺตปุถุตฺตปฺปเภทววตฺถานวเสน สญฺญานานตฺตปุถุตฺตปฺปเภทววตฺถานํ ภวติ, สญฺญานานตฺตปุถุตฺตปฺปเภทววตฺถานวเสน โวหารนานตฺตปุถุตฺตปฺปเภทววตฺถานํ ภวติ, โวหารนานตฺตปุถุตฺตปฺปเภทววตฺถานวเสน กมฺมนานตฺตปุถุตฺตปฺปเภทววตฺถานํ ภวติ. กมฺมนานากรณํ ปฏิจฺจ สตฺตานํ คติยา นานากรณํ ปญฺญายติ – อปทา ทฺวิปทา จตุปฺปทา พหุปฺปทา, รูปิโน อรูปิโน, สญฺญิโน อสญฺญิโน เนวสญฺญีนาสญฺญิโน. กมฺมนานากรณํ ปฏิจฺจ สตฺตานํ อุปปตฺติยา นานากรณํ ปญฺญายติ – อุจฺจนีจตา หีนปณีตตา สุคตทุคฺคตตา. กมฺมนานากรณํ ปฏิจฺจ สตฺตานํ อตฺตภาเว นานากรณํ ปญฺญายติ – สุวณฺณทุพฺพณฺณตา สุชาตทุชฺชาตตา สุสณฺฐิตทุสฺสณฺฐิตตา. กมฺมนานากรณํ ปฏิจฺจ สตฺตานํ โลกธมฺเม นานากรณํ ปญฺญายติ – ลาภาลาเภ ยสายเส นินฺทาปสํสายํ สุขทุกฺเข’’ติ.
อปรมฺปิ วุตฺตํ –
กมฺมโต ลิงฺคโต เจว, ลิงฺคสญฺญา ปวตฺตเร;
สญฺญาโต เภทํ คจฺฉนฺติ, อิตฺถายํ ปุริโสติ วา.
‘‘กมฺมุนา วตฺตเต โลโก, กมฺมุนา วตฺตเต ปชา;
กมฺมนิพนฺธนา สตฺตา, รถสฺสาณีว ยายโต’’. (ม. นิ. ๒.๔๖๐; สุ. นิ. ๖๕๙);
กมฺเมน กิตฺตึ ลภเต ปสํสํ,
กมฺเมน ชานิญฺจ วธญฺจ พนฺธํ;
ตํ กมฺมนานากรณํ วิทิตฺวา,
กสฺมา วเท นตฺถิ กมฺมนฺติ โลเก. (กถา. ๗๘๕);
‘‘กมฺมสฺสกา มาณว สตฺตา กมฺมทายาทา กมฺมโยนี กมฺมพนฺธู กมฺมปฏิสรณา; กมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หีนปฺปณีตตายา’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๘๙).
เอวํ อิมาย กรณจิตฺตตายปิ จิตฺตสฺส จิตฺตตา เวทิตพฺพา. สพฺพานิปิ หิ เอตานิ วิจิตฺรานิ จิตฺเตเนว กตานิ. อลทฺโธกาสสฺส ปน จิตฺตสฺส ยํ วา ปน อวเสสปจฺจยวิกลํ ตสฺส เอกจฺจจิตฺตกรณาภาวโต ยเทตํ จิตฺเตน กตํ อชฺฌตฺติกํ จิตฺตํ วุตฺตํ, ตโตปิ จิตฺตเมว จิตฺตตรํ. เตนาห ภควา –
‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกนิกายมฺปิ สมนุปสฺสามิ เอวํ จิตฺตํ ยถยิทํ, ภิกฺขเว, ติรจฺฉานคตา ปาณา… เตหิปิ โข, ภิกฺขเว, ติรจฺฉานคเตหิ ปาเณหิ จิตฺตํเยว จิตฺตตร’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๑๐๐).
อุปฺปนฺนํ โหตีติ เอตฺถ วตฺตมานภูตาปคโตกาสกตภูมิลทฺธวเสน อุปฺปนฺนํ นาม อเนกปฺปเภทํ. ตตฺถ สพฺพมฺปิ อุปฺปาทชราภงฺคสมงฺคีสงฺขาตํ วตฺตมานุปฺปนฺนํ นาม. อารมฺมณรสํ อนุภวิตฺวา นิรุทฺธํ, อนุภูตาปคตสงฺขาตํ กุสลากุสลํ, อุปฺปาทาทิตฺตยํ อนุปฺปตฺวา นิรุทฺธํ, ภูตาปคตสงฺขาตํ, เสสสงฺขตญฺจ ภูตาปคตุปฺปนฺนํ นาม. ‘‘ยานิสฺส ตานิ ปุพฺเพ กตานิ กมฺมานี’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๔๘) เอวมาทินา นเยน วุตฺตํ กมฺมํ อตีตมฺปิ สมานํ, อญฺญํ วิปากํ ปฏิพาหิตฺวา อตฺตโน วิปากสฺโสกาสํ กตฺวา ฐิตตฺตา, ตถา กโตกาสญฺจ วิปากํ อนุปฺปนฺนมฺปิ สมานํ เอวํ กเต โอกาเส เอกนฺเตน อุปฺปชฺชนโต โอกาสกตุปฺปนฺนํ นาม. ตาสุ ตาสุ ภูมีสุ อสมูหตํ อกุสลํ ภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ นาม. เอตฺถ จ ภูมิยา ภูมิลทฺธสฺส จ นานตฺตํ เวทิตพฺพํ. ภูมีติ วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตา เตภูมกา ปญฺจกฺขนฺธา. ภูมิลทฺธํ นาม เตสุ ขนฺเธสุ อุปฺปตฺตารหํ กิเลสชาตํ. เตน เหสา ภูมิ ลทฺธา นาม โหติ, ตสฺมา ภูมิลทฺธนฺติ วุจฺจติ. เอวเมเตสุ จตูสุ อุปฺปนฺเนสุ อิธ ‘วตฺตมานุปฺปนฺนํ’ อธิปฺเปตํ.
ตตฺรายํ วจนตฺโถ – ปุพฺพนฺตโต อุทฺธํ อุปฺปาทาทิอภิมุขํ ปนฺนนฺติ อุปฺปนฺนํ. ‘อุปฺปนฺน’-สทฺโท ปเนส อตีเต ปฏิลทฺเธ สมุฏฺฐิเต อวิกฺขมฺภิเต อสมุจฺฉินฺเน ขณตฺตยคเตติ อเนเกสุ อตฺเถสุ ทิสฺสติ. อยญฺหิ ‘‘เตน โข ปน, ภิกฺขเว, สมเยน กกุสนฺโธ ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๔๓) เอตฺถ อตีเต อาคโต. ‘‘อายสฺมโต อานนฺทสฺส อติเรกจีวรํ อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติ (ปารา. ๔๖๑) เอตฺถ ปฏิลทฺเธ. ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อุปฺปนฺนํ มหาเมฆํ ตเมนํ มหาวาโต อนฺตราเยว อนฺตรธาเปตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๕๗) เอตฺถ สมุฏฺฐิเต. ‘‘อุปฺปนฺนํ คมิยจิตฺตํ ทุปฺปฏิวิโนทนียํ (อ. นิ. ๕.๑๖๐; ปริ. ๓๒๕); อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน ปาปเก อกุสเล ธมฺเม ฐานโส อนฺตรธาเปตี’’ติ (ปารา. ๑๖๕) เอตฺถ อวิกฺขมฺภิเต. ‘‘อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวนฺโต พหุลีกโรนฺโต อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน ปาปเก อกุสเล ธมฺเม ฐานโส อนฺตราเยว อนฺตรธาเปตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๕๖-๑๕๗) เอตฺถ อสมุจฺฉินฺเน. ‘‘อุปฺปชฺชมานํ อุปฺปนฺนนฺติ? อามนฺตา’’ติ (ยม. ๒.จิตฺตยมก.๘๑) เอตฺถ ขณตฺตยคเต. สฺวายมิธาปิ ขณตฺตยคเตว ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺมา ‘อุปฺปนฺนํ โหตี’ติ เอตฺถ ขณตฺตยคตํ โหติ, วตฺตมานํ โหติ, ปจฺจุปฺปนฺนํ โหตีติ. อยํ สงฺเขปตฺโถ.
จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหตีติ เจตํ เทสนาสีสเมว. น ปน จิตฺตํ เอกกเมว อุปฺปชฺชติ. ตสฺมา ยถา ราชา อาคโตติ วุตฺเต น ปริสํ ปหาย เอกโกว อาคโต, ราชปริสาย ปน สทฺธึเยว อาคโตติ ปญฺญายติ, เอวมิทมฺปิ ปโรปณฺณาสกุสลธมฺเมหิ สทฺธึเยว อุปฺปนฺนนฺติ เวทิตพฺพํ. ปุพฺพงฺคมฏฺเฐน ปน ‘‘จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ’’จฺเจว วุตฺตํ.
โลกิยธมฺมญฺหิ ปตฺวา จิตฺตํ เชฏฺฐกํ จิตฺตํ ธุรํ จิตฺตํ ปุพฺพงฺคมํ โหติ. โลกุตฺตรธมฺมํ ปตฺวา ปญฺญา เชฏฺฐิกา ปญฺญา ธุรา ปญฺญา ปุพฺพงฺคมา. เตเนว ภควา วินยปริยายํ ปตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต ‘กึผสฺโสสิ, กึเวทโนสิ, กึสญฺโญสิ, กึเจตโนสี’ติ อปุจฺฉิตฺวา ‘‘กึจิตฺโต ตฺวํ ภิกฺขู’’ติ จิตฺตเมว ธุรํ กตฺวา ปุจฺฉติ. ‘‘อเถยฺยจิตฺโต อหํ ภควา’’ติ จ วุตฺเต ‘อนาปตฺติ อเถยฺยผสฺสสฺสา’ติอาทีนิ อวตฺวา ‘‘อนาปตฺติ ภิกฺขุ อเถยฺยจิตฺตสฺสา’’ติ วทติ.
น เกวลญฺจ วินยปริยายํ, อญฺญมฺปิ โลกิยเทสนํ เทเสนฺโต จิตฺตเมว ธุรํ กตฺวา เทเสติ. ยถาห – ‘‘เย เกจิ, ภิกฺขเว, ธมฺมา อกุสลา อกุสลภาคิยา อกุสลปกฺขิกา สพฺเพเต มโนปุพฺพงฺคมา. มโน เตสํ ธมฺมานํ ปฐมํ อุปฺปชฺชติ’’ (อ. นิ. ๑.๕๖).
‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา, มโนเสฏฺฐา มโนมยา;
มนสา เจ ปทุฏฺเฐน, ภาสติ วา กโรติ วา;
ตโต นํ ทุกฺขมเนฺวติ, จกฺกํว วหโต ปทํ.
‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา, มโนเสฏฺฐา มโนมยา;
มนสา เจ ปสนฺเนน, ภาสติ วา กโรติ วา;
ตโต นํ สุขมเนฺวติ, ฉายาว อนปายินี’’. (ธ. ป. ๑,๒);
‘‘จิตฺเตน นียติ โลโก, จิตฺเตน ปริกสฺสติ;
จิตฺตสฺส เอกธมฺมสฺส, สพฺเพว วสมนฺวคู’’. (สํ. นิ. ๑.๖๒);
‘‘จิตฺตสํกิเลสา, ภิกฺขเว, สตฺตา สํกิลิสฺสนฺติ จิตฺตโวทานา วิสุชฺฌนฺติ’’ (สํ. นิ. ๓.๑๐๐);
‘‘ปภสฺสรมิทํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ, ตญฺจ โข อาคนฺตุเกหิ อุปกฺกิเลเสหิ อุปกฺกิลิฏฺฐํ’’ (อ. นิ. ๑.๔๙);
‘‘จิตฺเต, คหปติ, อรกฺขิเต กายกมฺมมฺปิ อรกฺขิตํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ อรกฺขิตํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ อรกฺขิตํ โหติ; จิตฺเต, คหปติ, รกฺขิเต…เป… จิตฺเต, คหปติ, พฺยาปนฺเน…เป… จิตฺเต, คหปติ, อพฺยาปนฺเน…เป… จิตฺเต, คหปติ, อวสฺสุเต…เป… จิตฺเต, คหปติ, อนวสฺสุเต กายกมฺมมฺปิ อนวสฺสุตํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ อนวสฺสุตํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ อนวสฺสุตํ โหตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๑๐).
เอวํ โลกิยธมฺมํ ปตฺวา จิตฺตํ เชฏฺฐกํ โหติ, จิตฺตํ ธุรํ โหติ, จิตฺตํ ปุพฺพงฺคมํ โหตีติ เวทิตพฺพํ. อิเมสุ ปน สุตฺเตสุ เอกํ วา เทฺว วา อคฺคเหตฺวา สุตฺตานุรกฺขณตฺถาย สพฺพานิปิ คหิตานีติ เวทิตพฺพานิ.
โลกุตฺตรธมฺมํ ปุจฺฉนฺโต ปน ‘กตรผสฺสํ อธิคโตสิ, กตรเวทนํ กตรสญฺญํ กตรเจตนํ กตรจิตฺต’นฺติ อปุจฺฉิตฺวา, ‘กตรปญฺญํ ตฺวํ ภิกฺขุ อธิคโต’สิ, ‘กึ ปฐมํ มคฺคปญฺญํ, อุทาหุ ทุติยํ…เป… ตติยํ…เป… จตุตฺถํ มคฺคปญฺญํ อธิคโต’ติ ปญฺญํ เชฏฺฐิกํ ปญฺญํ ธุรํ กตฺวา ปุจฺฉติ. ปญฺญุตฺตรา สพฺเพ กุสลา ธมฺมา น ปริหายนฺติ. ปญฺญา ปน กิมตฺถิยา (ม. นิ. ๑.๔๕๑)? ‘‘ปญฺญวโต, ภิกฺขเว, อริยสาวกสฺส ตทนฺวยา สทฺธา สณฺฐาติ, ตทนฺวยํ วีริยํ สณฺฐาติ, ตทนฺวยา สติ สณฺฐาติ, ตทนฺวโย สมาธิ สณฺฐาตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๕๑๕) เอวมาทีนิ ปเนตฺถ สุตฺตานิ ทฏฺฐพฺพานิ. อิติ โลกุตฺตรธมฺมํ ปตฺวา ปญฺญา เชฏฺฐิกา โหติ ปญฺญา ธุรา ปญฺญา ปุพฺพงฺคมาติ เวทิตพฺพา. อยํ ปน โลกิยเทสนา. ตสฺมา จิตฺตํ ธุรํ กตฺวา เทเสนฺโต ‘‘จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติ อาห.
โสมนสฺสสหคตนฺติ สาตมธุรเวทยิตสงฺขาเตน โสมนสฺเสน สห เอกุปฺปาทาทิภาวํ คตํ. อยํ ปน ‘สหคต’-สทฺโท ตพฺภาเว โวกิณฺเณ นิสฺสเย อารมฺมเณ สํสฏฺเฐติ อิเมสุ อตฺเถสุ ทิสฺสติ. ตตฺถ ‘‘ยายํ ตณฺหา โปโนพฺภวิกา นนฺทิราคสหคตา’’ติ (วิภ. ๒๐๓) ตพฺภาเว เวทิตพฺโพ; นนฺทิราคภูตาติ อตฺโถ. ‘‘ยา, ภิกฺขเว, วีมํสา โกสชฺชสหคตา โกสชฺชสมฺปยุตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๘๓๒) โวกิณฺเณ เวทิตพฺโพ; อนฺตรนฺตรา อุปฺปชฺชมาเนน โกสชฺเชน โวกิณฺณาติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ‘‘อฏฺฐิกสญฺญาสหคตํ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๘) นิสฺสเย เวทิตพฺโพ; อฏฺฐิกสญฺญํ นิสฺสาย อฏฺฐิกสญฺญํ ภาเวตฺวา ปฏิลทฺธนฺติ อตฺโถ. ‘‘ลาภี โหติ รูปสหคตานํ วา สมาปตฺตีนํ อรูปสหคตานํ วา’’ติ (ปุ. ป. ๓-๕) อารมฺมเณ; เวทิตพฺโพ รูปารูปารมฺมณานนฺติ อตฺโถ. ‘‘อิทํ สุขํ อิมาย ปีติยา สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺต’’นฺติ (วิภ. ๕๗๘) สํสฏฺเฐ. อิมสฺมิมฺปิ ปเท อยเมวตฺโถ อธิปฺเปโต. โสมนสฺสสํสฏฺฐญฺหิ อิธ โสมนสฺสสหคตนฺติ วุตฺตํ.
‘สํสฏฺฐ’-สทฺโทปิ เจส สทิเส อวสฺสุเต มิตฺตสนฺถเว สหชาเตติ พหูสุ อตฺเถสุ ทิสฺสติ. อยญฺหิ ‘‘กิเส ถูเล วิวชฺเชตฺวา สํสฏฺฐา โยชิตา หยา’’ติ (ชา. ๒.๒๒.๗๐) เอตฺถ สทิเส อาคโต. ‘‘สํสฏฺฐาว ตุเมฺห อยฺเย วิหรถา’’ติ (ปาจิ. ๗๒๗) อวสฺสุเต. ‘‘คิหิ สํสฏฺโฐ วิหรตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๓) มิตฺตสนฺถเว. ‘‘อิทํ สุขํ อิมาย ปีติยา สหคตํ โหติ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺต’’นฺติ สหชาเต. อิธาปิ สหชาเต อธิปฺเปโต. ตตฺถ ‘สหคตํ’ อสหชาตํ อสํสฏฺฐํ อสมฺปยุตฺตํ นาม นตฺถิ. สหชาตํ ปน สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ โหติปิ, น โหติปิ. รูปารูปธมฺเมสุ หิ เอกโต ชาเตสุ รูปํ อรูเปน สหชาตํ โหติ, น สํสฏฺฐํ, น สมฺปยุตฺตํ; ตถา อรูปํ รูเปน; รูปญฺจ รูเปน; อรูปํ ปน อรูเปน สทฺธึ นิยมโตว สหคตํ สหชาตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตเมว โหตีติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘โสมนสฺสสหคต’นฺติ.
ญาณสมฺปยุตฺตนฺติ ญาเณน สมฺปยุตฺตํ, สมํ เอกุปฺปาทาทิปฺปกาเรหิ ยุตฺตนฺติ อตฺโถ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ สิยา ตํ มาติกาวณฺณนาย เวทนาตฺติเก วุตฺตนยเมว. ตสฺมา เอกุปฺปาทา เอกนิโรธา เอกวตฺถุกา เอการมฺมณาติ อิมินา ลกฺขเณเนตํ สมฺปยุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อุกฺกฏฺฐนิทฺเทโส เจส. อรูเป ปน วินาปิ เอกวตฺถุกภาวํ สมฺปโยโค ลพฺภติ.
เอตฺตาวตา กึ กถิตํ? กามาวจรกุสเลสุ โสมนสฺสสหคตํ ติเหตุกํ ญาณสมฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกํ มหาจิตฺตํ กถิตํ. ‘‘กตเม ธมฺมา กุสลา’’ติ หิ อนิยมิตปุจฺฉาย จตุภูมกกุสลํ คหิตํ. ‘กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหตี’ติ วจเนน ปน เตภูมกํ กุสลํ ปริจฺจชิตฺวา, อฏฺฐวิธํ กามาวจรกุสลเมว คหิตํ. ‘โสมนสฺสสหคต’นฺติ วจเนน ตโต จตุพฺพิธํ อุเปกฺขาสหคตํ ปริจฺจชิตฺวา จตุพฺพิธํ โสมนสฺสสหคตเมว คหิตํ. ‘ญาณสมฺปยุตฺต’นฺติ วจเนน ตโต ทุวิธํ ญาณวิปฺปยุตฺตํ ปริจฺจชิตฺวา เทฺว ญาณสมฺปยุตฺตาเนว คหิตานิ. อสงฺขาริกภาโว ปน อนาภฏฺฐตาเยว น คหิโต. กิญฺจาปิ น คหิโต, ปรโต ปน ‘สสงฺขาเรนา’ติ วจนโต อิธ ‘อสงฺขาเรนา’ติ อวุตฺเตปิ อสงฺขาริกภาโว เวทิตพฺโพ. สมฺมาสมฺพุทฺโธ หิ อาทิโตว อิทํ มหาจิตฺตํ ภาเชตฺวา ทสฺเสตุํ นิยเมตฺวาว อิมํ เทสนํ อารภีติ เอวเมตฺถ สนฺนิฏฺฐานํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ.
อิทานิ ตเมว จิตฺตํ อารมฺมณโต ทสฺเสตุํ รูปารมฺมณํ วาติอาทิมาห. ภควา หิ อรูปธมฺมํ ทสฺเสนฺโต วตฺถุนา วา ทสฺเสติ, อารมฺมเณน วา, วตฺถารมฺมเณหิ วา, สรสภาเวน วา. ‘‘จกฺขุสมฺผสฺโส…เป… มโนสมฺผสฺโส; จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา…เป… มโนสมฺผสฺสชา เวทนา; จกฺขุวิญฺญาณํ…เป… มโนวิญฺญาณ’’นฺติอาทีสุ หิ วตฺถุนา อรูปธมฺมา ทสฺสิตา. ‘‘รูปสญฺญา…เป… ธมฺมสญฺญา, รูปสญฺเจตนา…เป… ธมฺมสญฺเจตนา’’ติอาทีสุ อารมฺมเณน. ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณํ, ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส…เป… มนญฺจ ปฏิจฺจ ธมฺเม จ อุปฺปชฺชติ มโนวิญฺญาณํ, ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๖๐) วตฺถารมฺมเณหิ. ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา, ภิกฺขเว, สงฺขารา, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณ’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๑) สรสภาเวน อรูปธมฺมา ทสฺสิตา. อิมสฺมึ ปน ฐาเน อารมฺมเณน ทสฺเสนฺโต ‘รูปารมฺมณํ’ วาติอาทิมาห.
ตตฺถ จตุสมุฏฺฐานํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ รูปเมว รูปารมฺมณํ. ทฺวิสมุฏฺฐาโน อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺโน สทฺโทว สทฺทารมฺมณํ. จตุสมุฏฺฐาโน อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺโน คนฺโธว คนฺธารมฺมณํ. จตุสมุฏฺฐาโน อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺโน รโสว รสารมฺมณํ. จตุสมุฏฺฐานํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ โผฏฺฐพฺพเมว โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ. เอกสมุฏฺฐานา ทฺวิสมุฏฺฐานา ติสมุฏฺฐานา จตุสมุฏฺฐานา นกุโตจิสมุฏฺฐานา อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนา จิตฺตเจตสิกา, ตถา นวตฺตพฺพา จ, วุตฺตาวเสสา จิตฺตโคจรสงฺขาตา ธมฺมาเยว ธมฺมารมฺมณํ. เย ปน อนาปาถคตา รูปาทโยปิ ธมฺมารมฺมณมิจฺเจว วทนฺติ เต อิมินา สุตฺเตน ปฏิกฺขิปิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อิเมสํ โข, อาวุโส, ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ นานาวิสยานํ นานาโคจรานํ น อญฺญมญฺญสฺส โคจรวิสยํ ปจฺจนุโภนฺตานํ มโน ปฏิสรณํ มโน เนสํ โคจรวิสยํ ปจฺจนุโภตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๕๕).
เอเตสญฺหิ รูปารมฺมณาทีนิ โคจรวิสโย นาม. ตานิ มเนน ปจฺจนุภวิยมานานิปิ รูปารมฺมณาทีนิเยวาติ อยมตฺโถ สิทฺโธ โหติ. ทิพฺพจกฺขุญาณาทีนญฺจ รูปาทิอารมฺมณตฺตาปิ อยมตฺโถ สิทฺโธเยว โหติ. อนาปาถคตาเนว หิ รูปารมฺมณาทีนิ ทิพฺพจกฺขุอาทีนํ อารมฺมณานิ, น จ ตานิ ธมฺมารมฺมณานิ ภวนฺตีติ วุตฺตนเยเนว อารมฺมณววตฺถานํ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ เอเกกํ อารมฺมณํ ทฺวีสุ ทฺวีสุ ทฺวาเรสุ อาปาถมาคจฺฉติ. รูปารมฺมณญฺหิ จกฺขุปสาทํ ฆฏฺเฏตฺวา ตงฺขณญฺเญว มโนทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉติ; ภวงฺคจลนสฺส ปจฺจโย โหตีติ อตฺโถ. สทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพารมฺมเณสุปิ เอเสว นโย. ยถา หิ สกุโณ อากาเสนาคนฺตฺวา รุกฺขคฺเค นิลียมาโนว รุกฺขสาขญฺจ ฆฏฺเฏติ, ฉายา จสฺส ปถวิยํ ปฏิหญฺญติ สาขาฆฏฺฏนฉายาผรณานิ อปุพฺพํ อจริมํ เอกกฺขเณเยว ภวนฺติ, เอวํ ปจฺจุปฺปนฺนรูปาทีนํ จกฺขุปสาทาทิฆฏฺฏนญฺจ ภวงฺคจลนสมตฺถตาย มโนทฺวาเร อาปาถคมนญฺจ อปุพฺพํ อจริมํ เอกกฺขเณเยว โหติ. ตโต ภวงฺคํ วิจฺฉินฺทิตฺวา จกฺขุทฺวาราทีสุ อุปฺปนฺนานํ อาวชฺชนาทีนํ โวฏฺฐพฺพนปริโยสานานํ อนนฺตรา เตสํ อารมฺมณานํ อญฺญตรสฺมึ อิทํ มหาจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ.
สุทฺธมโนทฺวาเร ปน ปสาทฆฏฺฏนกิจฺจํ นตฺถิ. ปกติยา ทิฏฺฐสุตฆายิตสายิตผุฏฺฐวเสเนว เอตานิ อารมฺมณานิ อาปาถมาคจฺฉนฺติ. กถํ? อิเธกจฺโจ กตสุธากมฺมํ หริตาลมโนสิลาทิวณฺณวิจิตฺตํ ปคฺคหิตนานปฺปการธชปฏากํ มาลาทามวินทฺธํ ทีปมาลาปริกฺขิตฺตํ อติมโนรมาย สิริยา วิโรจมานํ อลงฺกตปฏิยตฺตํ มหาเจติยํ ปทกฺขิณํ กตฺวา โสฬสสุ ปาทปิฏฺฐิกาสุ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห อุลฺโลเกนฺโต พุทฺธารมฺมณํ ปีตึ คเหตฺวา ติฏฺฐติ. ตสฺส เอวํ เจติยํ ปสฺสิตฺวา พุทฺธารมฺมณํ ปีตึ นิพฺพตฺเตตฺวา อปรภาเค ยตฺถ กตฺถจิ คตสฺส รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐาเนสุ นิสินฺนสฺส อาวชฺชมานสฺส อลงฺกตปฏิยตฺตํ มหาเจติยํ จกฺขุทฺวาเร อาปาถมาคตสทิสเมว โหติ, ปทกฺขิณํ กตฺวา เจติยวนฺทนกาโล วิย โหติ. เอวํ ตาว ทิฏฺฐวเสน รูปารมฺมณํ อาปาถมาคจฺฉติ.
มธุเรน ปน สเรน ธมฺมกถิกสฺส วา ธมฺมํ กเถนฺตสฺส, สรภาณกสฺส วา สเรน ภณนฺตสฺส สทฺทํ สุตฺวา อปรภาเค ยตฺถ กตฺถจิ นิสีทิตฺวา อาวชฺชมานสฺส ธมฺมกถา วา สรภญฺญํ วา โสตทฺวาเร อาปาถมาคตํ วิย โหติ, สาธุการํ ทตฺวา สุณนกาโล วิย โหติ. เอวํ สุตวเสน สทฺทารมฺมณํ อาปาถมาคจฺฉติ.
สุคนฺธํ ปน คนฺธํ วา มาลํ วา ลภิตฺวา อาสเน วา เจติเย วา คนฺธารมฺมเณน จิตฺเตน ปูชํ กตฺวา อปรภาเค ยตฺถ กตฺถจิ นิสีทิตฺวา อาวชฺชมานสฺส ตํ คนฺธารมฺมณํ ฆานทฺวาเร อาปาถมาคตํ วิย โหติ, ปูชากรณกาโล วิย โหติ. เอวํ ฆายิตวเสน คนฺธารมฺมณํ อาปาถมาคจฺฉติ.
ปณีตํ ปน ขาทนียํ วา โภชนียํ วา สพฺรหฺมจารีหิ สทฺธึ สํวิภชิตฺวา ปริภุญฺชิตฺวา อปรภาเค ยตฺถ กตฺถจิ กุทฺรูสกาทิโภชนํ ลภิตฺวา ‘อสุกกาเล ปณีตํ โภชนํ สพฺรหฺมจารีหิ สทฺธึ สํวิภชิตฺวา ปริภุตฺต’นฺติ อาวชฺชมานสฺส ตํ รสารมฺมณํ ชิวฺหาทฺวาเร อาปาถมาคตํ วิย โหติ, ปริภุญฺชนกาโล วิย โหติ. เอวํ สายิตวเสน รสารมฺมณํ อาปาถมาคจฺฉติ.
มุทุกํ ปน สุขสมฺผสฺสํ มญฺจํ วา ปีฐํ วา อตฺถรณปาปุรณํ วา ปริภุญฺชิตฺวา อปรภาเค ยตฺถ กตฺถจิ ทุกฺขเสยฺยํ กปฺเปตฺวา ‘อสุกกาเล เม มุทุกํ มญฺจปีฐํ อตฺถรณปาวุรณํ ปริภุตฺต’นฺติ อาวชฺชมานสฺส ตํ โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ กายทฺวาเร อาปาถมาคตํ วิย โหติ. สุขสมฺผสฺสํ เวทยิตกาโล วิย โหติ. เอวํ ผุฏฺฐวเสน โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ อาปาถมาคจฺฉติ. เอวํ สุทฺธมโนทฺวาเร ปสาทฆฏฺฏนกิจฺจํ นตฺถิ. ปกติยา ทิฏฺฐสุตฆายิตสายิตผุฏฺฐวเสเนว เอตานิ อารมฺมณานิ อาปาถมาคจฺฉนฺตีติ เวทิตพฺพานิ.
อิทานิ ปกติยา ทิฏฺฐาทีนํ วเสน อาปาถคมเน อยมปโรปิ อฏฺฐกถามุตฺตโก นโย โหติ. ทิฏฺฐํ สุตํ อุภยสมฺพนฺธนฺติ อิเม ตาว ทิฏฺฐาทโย เวทิตพฺพา. ตตฺถ ‘ทิฏฺฐํ’ นาม ปญฺจทฺวารวเสน คหิตปุพฺพํ. ‘สุต’นฺติ ปจฺจกฺขโต อทิสฺวา อนุสฺสววเสน คหิตา รูปาทโยว. เตหิ ทฺวีหิปิ สมฺพนฺธํ ‘อุภยสมฺพนฺธํ’ นาม. อิติ อิเมสมฺปิ ทิฏฺฐาทีนํ วเสน เอตานิ มโนทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉนฺตีติ เวทิตพฺพานิ. ตตฺถ ทิฏฺฐวเสน ตาว อาปาถคมนํ เหฏฺฐา ปญฺจหิ นเยหิ วุตฺตเมว.
เอกจฺโจ ปน สุณาติ – ‘ภควโต ปุญฺญาติสยนิพฺพตฺตํ เอวรูปํ นาม รูปํ, อติมธุโร สทฺโท, กิสฺมิญฺจิ ปเทเส เกสญฺจิ ปุปฺผานํ อติมนุญฺโญ คนฺโธ, เกสญฺจิ ผลานํ อติมธุโร รโส, เกสญฺจิ ปาวุรณาทีนํ อติสุโข สมฺผสฺโส’ติ. ตสฺส, จกฺขุปสาทาทิฆฏฺฏนํ วินา, สุตมตฺตาเนว ตานิ มโนทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉนฺติ. อถสฺส ตํ จิตฺตํ ตสฺมึ รูเป วา สทฺเท วา ปสาทวเสน คนฺธาทีสุ อริยานํ ทาตุกามตาวเสน อญฺเญหิ ทินฺเนสุ อนุโมทนาวเสน วา ปวตฺตติ. เอวํ สุตวเสน เอตานิ มโนทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉนฺติ.
อปเรน ปน ยถาวุตฺตานิ รูปาทีนิ ทิฏฺฐานิ วา สุตานิ วา โหนฺติ. ตสฺส ‘อีทิสํ รูปํ อายตึ อุปฺปชฺชนกพุทฺธสฺสาปิ ภวิสฺสตี’ติอาทินา นเยน จกฺขุปสาทาทิฆฏฺฏนํ วินา ทิฏฺฐสุตสมฺพนฺเธเนว ตานิ มโนทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉนฺติ. อถสฺส เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เตสุ อญฺญตรารมฺมณํ อิทํ มหาจิตฺตํ ปวตฺตติ. เอวํ อุภยสมฺพนฺธวเสน เอตานิ มโนทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉนฺติ.
อิทมฺปิ จ มุขมตฺตเมว. สทฺธารุจิอาการปริวิตกฺกทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติอาทีนํ ปน วเสน วิตฺถารโต เอเตสํ มโนทฺวาเร อาปาถคมนํ เวทิตพฺพเมว. ยสฺมา ปน เอวํ อาปาถํ อาคจฺฉนฺตานิ ภูตานิปิ โหนฺติ อภูตานิปิ, ตสฺมา อยํ นโย อฏฺฐกถายํ น คหิโต. เอวํ เอเกการมฺมณํ ชวนํ ทฺวีสุ ทฺวีสุ ทฺวาเรสุ อุปฺปชฺชตีติ เวทิตพฺพํ. รูปารมฺมณญฺหิ ชวนํ จกฺขุทฺวาเรปิ อุปฺปชฺชติ มโนทฺวาเรปิ. สทฺทาทิอารมฺมเณสุปิ เอเสว นโย.
ตตฺถ มโนทฺวาเร อุปฺปชฺชมานํ รูปารมฺมณํ ชวนํ ทานมยํ สีลมยํ ภาวนามยนฺติ ติวิธํ โหติ. เตสุ เอเกกํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมนฺติ ติวิธเมว โหติ. สทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพธมฺมารมฺมเณสุปิ เอเสว นโย.
ตตฺถ รูปํ ตาว อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปชฺชมานํ เอตํ มหากุสลจิตฺตํ นีลปีตโลหิโตทาตวณฺเณสุ ปุปฺผวตฺถธาตูสุ อญฺญตรํ สุภนิมิตฺตสงฺขาตํ อิฏฺฐํ กนฺตํ มนาปํ รชนียํ วณฺณํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปชฺชติ. นนุ เจตํ อิฏฺฐารมฺมณํ โลภสฺส วตฺถุ? กถํ เอตํ จิตฺตํ กุสลํ นาม ชาตนฺติ? นิยมิตวเสน ปริณามิตวเสน สมุทาจารวเสน อาภุชิตวเสนาติ. ยสฺส หิ ‘กุสลเมว มยา กตฺตพฺพ’นฺติ กุสลกรเณ จิตฺตํ นิยมิตํ โหติ, อกุสลปฺปวตฺติโต นิวตฺเตตฺวา กุสลกรเณเยว ปริณามิตํ, อภิณฺหกรเณน กุสลสมุทาจาเรเนว สมุทาจริตํ, ปติรูปเทสวาสสปฺปุริสูปนิสฺสยสทฺธมฺมสวนปุพฺเพกตปุญฺญตาทีหิ จ อุปนิสฺสเยหิ โยนิโส จ อาโภโค ปวตฺตติ, ตสฺส อิมินา นิยมิตวเสน ปริณามิตวเสน สมุทาจารวเสน อาภุชิตวเสน จ กุสลํ นาม ชาตํ โหติ.
อารมฺมณวเสน ปเนตฺถ โสมนสฺสสหคตภาโว เวทิตพฺโพ. อิฏฺฐารมฺมณสฺมิญฺหิ อุปฺปนฺนตฺตา เอตํ โสมนสฺสสหคตํ ชาตํ. สทฺธาพหุลตาทีนิเปตฺถ การณานิเยว. อสฺสทฺธานญฺหิ มิจฺฉาทิฏฺฐีนญฺจ เอกนฺตอิฏฺฐารมฺมณภูตํ ตถาคตรูปมฺปิ ทิสฺวา โสมนสฺสํ นุปฺปชฺชติ. เย จ กุสลปฺปวตฺติยํ อานิสํสํ น ปสฺสนฺติ เตสํ ปเรหิ อุสฺสาหิตานํ กุสลํ กโรนฺตานมฺปิ โสมนสฺสํ นุปฺปชฺชติ. ตสฺมา สทฺธาพหุลตา วิสุทฺธทิฏฺฐิตา อานิสํสทสฺสาวิตาติ. เอวมฺเปตฺถ โสมนสฺสสหคตภาโว เวทิตพฺโพ. อปิจ เอกาทสธมฺมา ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ – พุทฺธานุสฺสติ ธมฺมานุสฺสติ สงฺฆานุสฺสติ สีลานุสฺสติ จาคานุสฺสติ เทวตานุสฺสติ อุปสมานุสฺสติ ลูขปุคฺคลปริวชฺชนตา สินิทฺธปุคฺคลเสวนตา ปสาทนียสุตฺตนฺตปจฺจเวกฺขณตา ตทธิมุตฺตตาติ. อิเมหิปิ การเณเหตฺถ โสมนสฺสสหคตภาโว เวทิตพฺโพ. อิเมสํ ปน วิตฺถาโร โพชฺฌงฺควิภงฺเค (วิภ. อฏฺฐ. ๓๖๗ โพชฺฌงฺคปพฺพวณฺณนา, ๔๖๘-๔๖๙) อาวิ ภวิสฺสติ.
กมฺมโต, อุปปตฺติโต, อินฺทฺริยปริปากโต, กิเลสทูรีภาวโตติ อิเมหิ ปเนตฺถ การเณหิ ญาณสมฺปยุตฺตตา เวทิตพฺพา. โย หิ ปเรสํ ธมฺมํ เทเสติ อนวชฺชานิ สิปฺปายตนกมฺมายตนวิชฺชาฏฺฐานานิ สิกฺขาเปติ ธมฺมกถิกํ สกฺการํ กตฺวา ธมฺมํ กถาเปติ, ‘อายตึ ปญฺญวา ภวิสฺสามี’ติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปตฺวา นานปฺปการํ ทานํ เทติ, ตสฺส เอวรูปํ กมฺมํ อุปนิสฺสาย กุสลํ อุปฺปชฺชมานํ ญาณสมฺปยุตฺตํ อุปฺปชฺชติ. อพฺยาปชฺเช โลเก อุปฺปนฺนสฺส วาปิ ‘‘ตสฺส ตตฺถ สุขิโน ธมฺมปทา ปิลวนฺติ… ทนฺโธ, ภิกฺขเว, สตุปฺปาโท, อถ โส สตฺโต ขิปฺปํเยว วิเสสคามี โหตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๙๑) อิมินา นเยน อุปปตฺตึ นิสฺสายปิ อุปฺปชฺชมานํ กุสลํ ญาณสมฺปยุตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ตถา อินฺทฺริยปริปากํ อุปคตานํ ปญฺญาทสกปฺปตฺตานํ อินฺทฺริยปริปากํ นิสฺสายปิ กุสลํ อุปฺปชฺชมานํ ญาณสมฺปยุตฺตํ อุปฺปชฺชติ. เยหิ ปน กิเลสา วิกฺขมฺภิตา เตสํ กิเลสทูรีภาวํ นิสฺสายปิ อุปฺปชฺชมานํ กุสลํ ญาณสมฺปยุตฺตํ อุปฺปชฺชติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘โยคา เว ชายตี ภูริ, อโยคา ภูริสงฺขโย’’ติ (ธ. ป. ๒๘๒).
เอวํ กมฺมโต อุปปตฺติโต อินฺทฺริยปริปากโต กิเลสทูรีภาวโตติ อิเมหิ การเณหิ ญาณสมฺปยุตฺตตา เวทิตพฺพา.
อปิจ สตฺต ธมฺมา ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ – ปริปุจฺฉกตา, วตฺถุวิสทกิริยา, อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนา, ทุปฺปญฺญปุคฺคลปริวชฺชนา, ปญฺญวนฺตปุคฺคลเสวนา, คมฺภีรญาณจริยปจฺจเวกฺขณา, ตทธิมุตฺตตาติ. อิเมหิปิ การเณหิ ญาณสมฺปยุตฺตตา เวทิตพฺพา. อิเมสํ ปน วิตฺถาโร โพชฺฌงฺควิภงฺเค (วิภ. อฏฺฐ. ๓๖๗ โพชฺฌงฺคปพฺพวณฺณนา) อาวิ ภวิสฺสติ.
เอวํ ญาณสมฺปยุตฺตํ หุตฺวา อุปฺปนฺนญฺเจตํ อสงฺขาเรน อปฺปโยเคน อนุปายจินฺตนาย อุปฺปนฺนตฺตา อสงฺขารํ นาม ชาตํ. ตยิทํ รชนียวณฺณารมฺมณํ หุตฺวา อุปฺปชฺชมานเมว ติวิเธน นิยเมน อุปฺปชฺชติ – ทานมยํ วา โหติ, สีลมยํ วา, ภาวนามยํ วา.
กถํ? ยทา หิ นีลปีตโลหิโตทาเตสุ ปุปฺผาทีสุ อญฺญตรํ ลภิตฺวา วณฺณวเสน อาภุชิตฺวา ‘วณฺณทานํ มยฺห’นฺติ พุทฺธรตนาทีนิ ปูเชติ, ตทา ทานมยํ โหติ. ตตฺริทํ วตฺถุ – ภณฺฑาคาริกสงฺฆมิตฺโต กิร เอกํ สุวณฺณขจิตํ วตฺถํ ลภิตฺวา อิทมฺปิ วตฺถํ สุวณฺณวณฺณํ, สมฺมาสมฺพุทฺโธปิ สุวณฺณวณฺโณ, สุวณฺณวณฺณํ วตฺถํ สุวณฺณวณฺณสฺเสว อนุจฺฉวิกํ, อมฺหากญฺจ วณฺณทานํ ภวิสฺสตีติ มหาเจติเย อาโรเปสิ. เอวรูเป กาเล ทานมยํ โหตีติ เวทิตพฺพํ. ยทา ปน ตถารูปเมว เทยฺยธมฺมํ ลภิตฺวา ‘มยฺหํ กุลวํโส, กุลตนฺติ กุลปฺปเวณี เอสา, กุลวตฺตํ เอต’นฺติ พุทฺธรตนาทีนิ ปูเชติ ตทา สีลมยํ โหติ. ยทา ปน ตาทิเสเนว วตฺถุนา รตนตฺตยสฺส ปูชํ กตฺวา ‘อยํ วณฺโณ ขยํ คจฺฉิสฺสติ, วยํ คจฺฉิสฺสตี’ติ ขยวยํ ปฏฺฐเปติ, ตทา ภาวนามยํ โหติ.
ทานมยํ ปน หุตฺวา วตฺตมานมฺปิ ยทา ตีณิ รตนานิ สหตฺเถน ปูเชนฺตสฺส ปวตฺตตฺติ, ตทา กายกมฺมํ โหติ. ยทา ตีณิ รตนานิ ปูเชนฺโต ปุตฺตทารทาสกมฺมกรโปริสาทโยปิ อาณาเปตฺวา ปูชาเปติ ตทา วจีกมฺมํ โหติ. ยทา ตเทว วุตฺตปฺปการํ วิชฺชมานกวตฺถุํ อารพฺภ วณฺณทานํ ทสฺสามีติ จินฺเตติ ตทา มโนกมฺมํ โหติ. วินยปริยายํ ปตฺวา หิ ‘ทสฺสามิ กริสฺสามี’ติ วาจา ภินฺนา โหตีติ (ปารา. ๖๕๙) อิมินา ลกฺขเณน ทานํ นาม โหติ. อภิธมฺมปริยายํ ปตฺวา ปน วิชฺชมานกวตฺถุํ อารพฺภ ‘ทสฺสามี’ติ มนสา จินฺติตกาลโต ปฏฺฐาย กุสลํ โหติ. อปรภาเค กาเยน วา วาจาย วา กตฺตพฺพํ กริสฺสตีติ วุตฺตํ. เอวํ ทานมยํ กายวจีมโนกมฺมวเสเนว ติวิธํ โหติ.
ยทา ปน ตํ วุตฺตปฺปการํ วตฺถุํ ลภิตฺวา กุลวํสาทิวเสน สหตฺถา รตนตฺตยํ ปูเชติ ตทา สีลมยํ กายกมฺมํ โหติ. ยทา กุลวํสาทิวเสเนว ปุตฺตทาราทโย อาณาเปตฺวา ปูชาเปติ ตทา วจีกมฺมํ โหติ. ยทา ‘มยฺหํ กุลวํโส, กุลตนฺติ กุลปฺปเวณี เอสา, กุลวตฺตเมต’นฺติ วิชฺชมานกวตฺถุํ อารพฺภ ‘วณฺณทานํ ทสฺสามี’ติ จินฺเตติ ตทา มโนกมฺมํ โหติ. เอวํ สีลมยํ กายวจีมโนกมฺมวเสน ติวิธํ โหติ.
ยทา ปน ตํ วุตฺตปฺปการํ วตฺถุํ ลภิตฺวา ตีณิ รตนานิ ปูเชตฺวา จงฺกมนฺโต ขยวยํ ปฏฺฐเปติ ตทา ภาวนามยํ กายกมฺมํ โหติ. วาจาย สมฺมสนํ ปฏฺฐเปนฺตสฺส วจีกมฺมํ โหติ, กายงฺควาจงฺคานิ อโจเปตฺวา มนสาว สมฺมสนํ ปฏฺฐเปนฺตสฺส มโนกมฺมํ โหติ. เอวํ ภาวนามยํ กายวจีมโนกมฺมวเสน ติวิธํ โหติ. เอวเมตํ รูปารมฺมณํ กุสลํ ติวิธปุญฺญกิริยวตฺถุวเสน นวหิ กมฺมทฺวาเรหิ ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา. สทฺทารมฺมณาทีสุปิ เอเสว นโย.
เภริสทฺทาทีสุ หิ รชนียสทฺทํ อารมฺมณํ กตฺวา เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว ตีหิ นิยเมเหตํ กุสลํ อุปฺปชฺชติ. ตตฺถ สทฺทํ กนฺทมูลํ วิย อุปฺปาเฏตฺวา นีลุปฺปลหตฺถกํ วิย จ หตฺเถ ฐเปตฺวา ทาตุํ นาม น สกฺกา, สวตฺถุกํ ปน กตฺวา เทนฺโต สทฺททานํ เทติ นาม. ตสฺมา ยทา ‘สทฺททานํ ทสฺสามี’ติ เภริมุทิงฺคาทีสุ อญฺญตรตูริเยน ติณฺณํ รตนานํ อุปหารํ กโรติ, ‘สทฺททานํ เม’ติ เภริอาทีนิ ฐปาเปติ, ธมฺมกถิกภิกฺขูนํ สรเภสชฺชเตลผาณิตาทีนิ เทติ, ธมฺมสวนํ โฆเสติ, สรภญฺญํ ภณติ, ธมฺมกถํ กเถติ, อุปนิสินฺนกกถํ อนุโมทนกถํ กโรติ, ตทา ทานมยํเยว โหติ. ยทา เอตเทว วิธานํ กุลวํสาทิวเสน วตฺตวเสน กโรติ ตทา สีลมยํ โหติ. ยทา สพฺพมฺเปตํ กตฺวา อยํ เอตฺตโก สทฺโท พฺรหฺมโลกปฺปมาโณปิ หุตฺวา ‘ขยํ คมิสฺสติ, วยํ คมิสฺสตี’ติ สมฺมสนํ ปฏฺฐเปติ ตทา ภาวนามยํ โหติ.
ตตฺถ ทานมยํ ตาว ยทา เภริอาทีนิ คเหตฺวา สหตฺถา อุปหารํ กโรติ, นิจฺจุปหารตฺถาย ฐเปนฺโตปิ สหตฺถา ฐเปติ, ‘สทฺททานํ เม’ติ ธมฺมสวนํ โฆเสตุํ คจฺฉติ, ธมฺมกถํ สรภญฺญํ กาตุํ วา คจฺฉติ, ตทา กายกมฺมํ โหติ. ยทา ‘คจฺฉถ, ตาตา, อมฺหากํ สทฺททานํ ติณฺณํ รตนานํ อุปหารํ กโรถา’ติ อาณาเปติ, ‘สทฺททานํ เม’ติ เจติยงฺคเณสุ ‘อิมํ เภรึ, อิมํ มุทิงฺคํ ฐเปถา’ติ อาณาเปติ, สยเมว ธมฺมสวนํ โฆเสติ, ธมฺมกถํ กเถติ, สรภญฺญํ ภณติ, ตทา วจีกมฺมํ โหติ. ยทา กายงฺควาจงฺคานิ อโจเปตฺวา ‘สทฺททานํ ทสฺสามี’ติ วิชฺชมานกวตฺถุํ มนสา ปริจฺจชติ, ตทา มโนกมฺมํ โหติ.
สีลมยมฺปิ ‘สทฺททานํ นาม มยฺหํ กุลวํโส กุลตนฺติ กุลปฺปเวณี’ติ เภริอาทีหิ สหตฺถา อุปหารํ กโรนฺตสฺส, เภริอาทีนิ สหตฺถา เจติยงฺคณาทีสุ ฐเปนฺตสฺส, ธมฺมกถิกานํ สรเภสชฺชํ สหตฺถา ททนฺตสฺส, วตฺตสีเสน ธมฺมสวนโฆสนธมฺมกถากถนสรภญฺญภณนตฺถาย จ คจฺฉนฺตสฺส กายกมฺมํ โหติ. ‘สทฺททานํ นาม อมฺหากํ กุลวํโส กุลตนฺติ กุลปฺปเวณี, คจฺฉถ, ตาตา, พุทฺธรตนาทีนํ อุปหารํ กโรถา’ติ อาณาเปนฺตสฺส กุลวํสวเสเนว อตฺตนา ธมฺมกถํ วา สรภญฺญํ วา กโรนฺตสฺส จ วจีกมฺมํ โหติ. ‘สทฺททานํ นาม มยฺหํ กุลวํโส สทฺททานํ ทสฺสามี’ติ กายงฺควาจงฺคานิ อโจเปตฺวา มนสาว วิชฺชมานกวตฺถุํ ปริจฺจชนฺตสฺส มโนกมฺมํ โหติ.
ภาวนามยมฺปิ ยทา จงฺกมนฺโต สทฺเท ขยวยํ ปฏฺฐเปติ ตทา กายกมฺมํ โหติ. กายงฺคํ ปน อโจเปตฺวา วาจาย สมฺมสนฺตสฺส วจีกมฺมํ โหติ. กายงฺควาจงฺคํ อโจเปตฺวา มนสาว สทฺทายตนํ สมฺมสนฺตสฺส มโนกมฺมํ โหติ. เอวํ สทฺทารมฺมณมฺปิ กุสลํ ติวิธปุญฺญกิริยวตฺถุวเสน นวหิ กมฺมทฺวาเรหิ ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา.
มูลคนฺธาทีสุปิ รชนียคนฺธํ อารมฺมณํ กตฺวา เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว ตีหิ นิยเมเหตํ กุสลํ อุปฺปชฺชติ. ตตฺถ ยทา มูลคนฺธาทีสุ ยํกิญฺจิ คนฺธํ ลภิตฺวา คนฺธวเสน อาภุชิตฺวา ‘คนฺธทานํ มยฺห’นฺติ พุทฺธรตนาทีนิ ปูเชติ, ตทา ทานมยํ โหตีติ สพฺพํ วณฺณทาเน วุตฺตนเยเนว วิตฺถารโต เวทิตพฺพํ. เอวํ คนฺธารมฺมณมฺปิ กุสลํ ติวิธปุญฺญกิริยวตฺถุวเสน นวหิ กมฺมทฺวาเรหิ ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา.
มูลรสาทีสุ ปน รชนียรสํ อารมฺมณํ กตฺวา เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว ตีหิ นิยเมเหตํ กุสลํ อุปฺปชฺชติ. ตตฺถ ยทา มูลรสาทีสุ ยํกิญฺจิ รชนียํ รสวตฺถุํ ลภิตฺวา รสวเสน อาภุชิตฺวา ‘รสทานํ มยฺห’นฺติ เทติ ปริจฺจชติ, ตทา ทานมยํ โหตีติ สพฺพํ วณฺณทาเน วุตฺตนเยเนว วิตฺถารโต เวทิตพฺพํ. สีลมเย ปเนตฺถ ‘สงฺฆสฺส อทตฺวา ปริภุญฺชนํ นาม อมฺหากํ น อาจิณฺณ’นฺติ ทฺวาทสนฺนํ ภิกฺขุสหสฺสานํ ทาเปตฺวา สาทุรสํ ปริภุตฺตสฺส ทุฏฺฐคามณิอภยรญฺโญ วตฺถุํ อาทึ กตฺวา มหาอฏฺฐกถายํ วตฺถูนิ อาคตานิ. อยเมว วิเสโส. เอวํ รสารมฺมณมฺปิ กุสลํ ติวิธปุญฺญกิริยวตฺถุวเสน นวหิ กมฺมทฺวาเรหิ ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา.
โผฏฺฐพฺพารมฺมเณปิ ปถวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตูติ ตีณิ มหาภูตานิ โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ นาม. อิมสฺมึ ฐาเน เอเตสํ วเสน โยชนํ อกตฺวา มญฺจปีฐาทิวเสน กาตพฺพา. ยทา หิ มญฺจปีฐาทีสุ ยํกิญฺจิ รชนียํ โผฏฺฐพฺพวตฺถุํ ลภิตฺวา โผฏฺฐพฺพวเสน อาภุชิตฺวา ‘โผฏฺฐพฺพทานํ มยฺห’นฺติ เทติ ปริจฺจชติ, ตทา ทานมยํ โหตีติ สพฺพํ วณฺณทาเน วุตฺตนเยเนว วิตฺถารโต เวทิตพฺพํ. เอวํ โผฏฺฐพฺพารมฺมณมฺปิ กุสลํ ติวิธปุญฺญกิริยวตฺถุวเสน นวหิ กมฺมทฺวาเรหิ ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา.
ธมฺมารมฺมเณ ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ, ตีณิ ลกฺขณานิ, ตโย อรูปิโน ขนฺธา, ปนฺนรส สุขุมรูปานิ, นิพฺพานปญฺญตฺตีติ อิเม ธมฺมายตเน ปริยาปนฺนา จ, อปริยาปนฺนา จ, ธมฺมา ธมฺมารมฺมณํ นาม. อิมสฺมึ ปน ฐาเน เอเตสํ วเสน โยชนํ อกตฺวา โอชทานปานทานชีวิตทานวเสน กาตพฺพา. โอชาทีสุ หิ รชนียํ ธมฺมารมฺมณํ อารมฺมณํ กตฺวา เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว ตีหิ นิยเมเหตํ กุสลํ อุปฺปชฺชติ.
ตตฺถ ยทา ‘โอชทานํ มยฺห’นฺติ สปฺปินวนีตาทีนิ เทติ, ปานทานนฺติ อฏฺฐ ปานานิ เทติ, ชีวิตทานนฺติ สลากภตฺตสงฺฆภตฺตาทีนิ เทติ, อผาสุกานํ ภิกฺขูนํ เภสชฺชํ เทติ, เวชฺชํ ปจฺจุปฏฺฐาเปติ, ชาลํ ผาลาเปติ, กุมีนํ วิทฺธํสาเปติ, สกุณปญฺชรํ วิทฺธํสาเปติ, พนฺธนโมกฺขํ การาเปติ, มาฆาตเภรึ จราเปติ, อญฺญานิปิ ชีวิตปริตฺตาณตฺถํ เอวรูปานิ กมฺมานิ กโรติ ตทา ทานมยํ โหติ. ยทา ปน ‘โอชทานปานทานชีวิตทานานิ มยฺหํ กุลวํโส กุลตนฺติ กุลปฺปเวณี’ติ วตฺตสีเสน โอชทานาทีนิ ปวตฺเตติ ตทา สีลมยํ โหติ. ยทา ธมฺมารมฺมณสฺมึ ขยวยํ ปฏฺฐเปติ ตทา ภาวนามยํ โหติ.
ทานมยํ ปน หุตฺวา ปวตฺตมานมฺปิ ยทา โอชทานปานทานชีวิตทานานิ สหตฺถา เทติ, ตทา กายกมฺมํ โหติ. ยทา ปุตฺตทาราทโย อาณาเปตฺวา ทาเปติ, ตทา วจีกมฺมํ โหติ. ยทา กายงฺควาจงฺคานิ อโจเปตฺวา โอชทานปานทานชีวิตทานวเสน วิชฺชมานกวตฺถุํ ‘ทสฺสามี’ติ มนสา จินฺเตติ, ตทา มโนกมฺมํ โหติ.
ยทา ปน วุตฺตปฺปการํ วิชฺชมานกวตฺถุํ กุลวํสาทิวเสน สหตฺถา เทติ, ตทา สีลมยํ กายกมฺมํ โหติ. ยทา กุลวํสาทิวเสเนว ปุตฺตทาราทโย อาณาเปตฺวา ทาเปติ, ตทา วจีกมฺมํ โหติ. ยทา กุลวํสาทิวเสเนว วุตฺตปฺปการํ วิชฺชมานกวตฺถุํ ‘ทสฺสามี’ติ มนสาว จินฺเตติ, ตทา มโนกมฺมํ โหติ.
จงฺกมิตฺวา ธมฺมารมฺมเณ ขยวยํ ปฏฺฐเปนฺตสฺส ปน ภาวนามยํ กายกมฺมํ โหติ. กายงฺคํ อโจเปตฺวา วาจาย ขยวยํ ปฏฺฐเปนฺตสฺส วจีกมฺมํ โหติ. กายงฺควาจงฺคานิ อโจเปตฺวา มนสาว ธมฺมารมฺมเณ ขยวยํ ปฏฺฐเปนฺตสฺส มโนกมฺมํ โหติ. เอวํ ภาวนามยํ กายวจีมโนกมฺมวเสน ติวิธํ โหติ. เอวเมตํ ธมฺมารมฺมณมฺปิ กุสลํ ติวิธปุญฺญกิริยวตฺถุวเสน นวหิ กมฺมทฺวาเรหิ ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา.
เอวมิทํ จิตฺตํ นานาวตฺถูสุ นานารมฺมณวเสน ทีปิตํ. อิทํ ปน เอกวตฺถุสฺมิมฺปิ นานารมฺมณวเสน ลพฺภติเยว. กถํ? จตูสุ หิ ปจฺจเยสุ จีวเร ฉ อารมฺมณานิ ลพฺภนฺติ – นวรตฺตสฺส หิ จีวรสฺส วณฺโณ มนาโป โหติ ทสฺสนีโย, อิทํ วณฺณารมฺมณํ. ปริโภคกาเล ปฏปฏสทฺทํ กโรติ, อิทํ สทฺทารมฺมณํ. โย ตตฺถ กาฬกจฺฉกาทิคนฺโธ, อิทํ คนฺธารมฺมณํ. รสารมฺมณํ ปน ปริโภครสวเสน กถิตํ. ยา ตตฺถ สุขสมฺผสฺสตา, อิทํ โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ. จีวรํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนา สุขา เวทนา, ธมฺมารมฺมณํ. ปิณฺฑปาเต รสารมฺมณํ นิปฺปริยาเยเนว ลพฺภติ. เอวํ จตูสุ ปจฺจเยสุ นานารมฺมณวเสน โยชนํ กตฺวา ทานมยาทิเภโท เวทิตพฺโพ.
อิมสฺส ปน จิตฺตสฺส อารมฺมณเมว นิพทฺธํ, วินา อารมฺมเณน อนุปฺปชฺชนโต. ทฺวารํ ปน อนิพทฺธํ. กสฺมา? กมฺมสฺส อนิพทฺธตฺตา. กมฺมสฺมิญฺหิ อนิพทฺเธ ทฺวารมฺปิ อนิพทฺธเมว โหติ.
กามาวจรกุสลํ ทฺวารกถา
กายกมฺมทฺวารกถา
อิมสฺส ปนตฺถสฺส ปกาสนตฺถํ อิมสฺมึ ฐาเน มหาอฏฺฐกถายํ ทฺวารกถา กถิตา. ตตฺถ ตีณิ กมฺมานิ, ตีณิ กมฺมทฺวารานิ, ปญฺจ วิญฺญาณานิ, ปญฺจ วิญฺญาณทฺวารานิ, ฉ ผสฺสา, ฉ ผสฺสทฺวารานิ, อฏฺฐ อสํวรา, อฏฺฐ อสํวรทฺวารานิ, อฏฺฐ สํวรา, อฏฺฐ สํวรทฺวารานิ, ทส กุสลกมฺมปถา, ทส อกุสลกมฺมปถาติ, อิทํ เอตฺตกํ ทฺวารกถาย มาติกาฐปนํ นาม.
ตตฺถ กิญฺจาปิ ตีณิ กมฺมานิ ปฐมํ วุตฺตานิ, ตานิ ปน ฐเปตฺวา อาทิโต ตาว ตีณิ กมฺมทฺวารานิ ภาเชตฺวา ทสฺสิตานิ. กตมานิ ตีณิ? กายกมฺมทฺวารํ, วจีกมฺมทฺวารํ, มโนกมฺมทฺวารนฺติ.
ตตฺถ จตุพฺพิโธ กาโย – อุปาทินฺนโก, อาหารสมุฏฺฐาโน, อุตุสมุฏฺฐาโน, จิตฺตสมุฏฺฐาโนติ. ตตฺถ จกฺขายตนาทีนิ ชีวิตินฺทฺริยปริยนฺตานิ อฏฺฐ กมฺมสมุฏฺฐานรูปานิปิ, กมฺมสมุฏฺฐานาเนว จตสฺโส ธาตุโย วณฺโณ คนฺโธ รโส โอชาติ อฏฺฐ อุปาทินฺนกกาโย นาม. ตาเนว อฏฺฐ อาหารชานิ อาหารสมุฏฺฐานิกกาโย นาม. อฏฺฐ อุตุชานิ อุตุสมุฏฺฐานิกกาโย นาม. อฏฺฐ จิตฺตชานิ จิตฺตสมุฏฺฐานิกกาโย นาม.
เตสุ กายกมฺมทฺวารนฺติ เนว อุปาทินฺนกกายสฺส นามํ น อิตเรสํ. จิตฺตสมุฏฺฐาเนสุ ปน อฏฺฐสุ รูเปสุ เอกา วิญฺญตฺติ อตฺถิ, อิทํ กายกมฺมทฺวารํ นาม. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘กตมํ ตํ รูปํ กายวิญฺญตฺติ? ยา กุสลจิตฺตสฺส วา, อกุสลจิตฺตสฺส วา, อพฺยากตจิตฺตสฺส วา, อภิกฺกมนฺตสฺส วา ปฏิกฺกมนฺตสฺส วา, อาโลเกนฺตสฺส วา วิโลเกนฺตสฺส วา, สมิญฺเชนฺตสฺส วา ปสาเรนฺตสฺส วา, กายสฺส ถมฺภนา สนฺถมฺภนา สนฺถมฺภิตตฺตํ, วิญฺญตฺติ วิญฺญาปนา วิญฺญาปิตตฺตํ, อิทํ ตํ รูปํ กายวิญฺญตฺตี’’ติ (ธ. ส. ๗๒๐). ‘อภิกฺกมิสฺสามิ ปฏิกฺกมิสฺสามี’ติ หิ จิตฺตํ อุปฺปชฺชมานํ รูปํ สมุฏฺฐาเปติ. ตตฺถ ยา ปถวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ ตนฺนิสฺสิโต วณฺโณ คนฺโธ รโส โอชาติ อิเมสํ อฏฺฐนฺนํ รูปกลาปานํ อพฺภนฺตเร จิตฺตสมุฏฺฐานา วาโยธาตุ, สา อตฺตนา สหชาตํ รูปกายํ สนฺถมฺเภติ สนฺธาเรติ จาเลติ อภิกฺกมาเปติ ปฏิกฺกมาเปติ.
ตตฺถ เอกาวชฺชนวีถิยํ สตฺตสุ ชวเนสุ ปฐมจิตฺตสมุฏฺฐิตา วาโยธาตุ อตฺตนา สหชาตํ รูปกายํ สนฺถมฺเภตุํ สนฺธาเรตุํ สกฺโกติ, อปราปรํ ปน จาเลตุํ น สกฺโกติ. ทุติยาทีสุปิ เอเสว นโย. สตฺตมจิตฺเตน ปน สมุฏฺฐิตา วาโยธาตุ เหฏฺฐา ฉหิ จิตฺเตหิ สมุฏฺฐิตํ วาโยธาตุํ อุปตฺถมฺภนปจฺจยํ ลภิตฺวา อตฺตนา สหชาตํ รูปกายํ สนฺถมฺเภตุํ สนฺธาเรตุํ จาเลตุํ อภิกฺกมาเปตุํ ปฏิกฺกมาเปตุํ อาโลกาเปตุํ วิโลกาเปตุํ สมฺมิญฺชาเปตุํ ปสาราเปตุํ สกฺโกติ. เตน คมนํ นาม ชายติ, อาคมนํ นาม ชายติ, คมนาคมนํ นาม ชายติ. ‘โยชนํ คโต ทสโยชนํ คโต’ติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชาเปติ.
ยถา หิ สตฺตหิ ยุเคหิ อากฑฺฒิตพฺเพ สกเฏ ปฐมยุเค ยุตฺตโคณา ยุคํ ตาว สนฺถมฺเภตุํ สนฺธาเรตุํ สกฺโกนฺติ, จกฺกํ ปน นปวฏฺเฏนฺติ; ทุติยาทีสุปิ เอเสว นโย; สตฺตมยุเค ปน โคเณ โยเชตฺวา ยทา เฉโก สารถิ ธุเร นิสีทิตฺวา โยตฺตานิ อาทาย สพฺพปุริมโต ปฏฺฐาย ปโตทลฏฺฐิยา โคเณ อาโกเฏติ, ตทา สพฺเพว เอกพลา หุตฺวา ธุรญฺจ สนฺธาเรนฺติ จกฺกานิ จ ปวฏฺเฏนฺติ. ‘สกฏํ คเหตฺวา ทสโยชนํ วีสติโยชนํ คตา’ติ วตฺตพฺพตํ อาปาเทนฺติ – เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ โย จิตฺตสมุฏฺฐานิกกาโย น โส วิญฺญตฺติ, จิตฺตสมุฏฺฐานาย ปน วาโยธาตุยา สหชาตํ รูปกายํ สนฺถมฺเภตุํ สนฺธาเรตุํ จาเลตุํ ปจฺจโย ภวิตุํ สมตฺโถ เอโก อาการวิกาโร อตฺถิ, อยํ วิญฺญตฺติ นาม. สา อฏฺฐ รูปานิ วิย น จิตฺตสมุฏฺฐานา. ยถา ปน อนิจฺจาทิเภทานํ ธมฺมานํ ชรามรณตฺตา, ‘‘ชรามรณํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจํ สงฺขต’’นฺติอาทิ (สํ. นิ. ๒.๒๐) วุตฺตํ, เอวํ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ วิญฺญตฺติตาย สาปิ จิตฺตสมุฏฺฐานา นาม โหติ.
วิญฺญาปนตฺตา ปเนสา วิญฺญตฺตีติ วุจฺจติ. กึ วิญฺญาเปตีติ? เอกํ กายิกกรณํ. จกฺขุปถสฺมิญฺหิ ฐิโต หตฺถํ วา ปาทํ วา อุกฺขิปติ, สีสํ วา ภมุกํ วา จาเลติ, อยํ หตฺถาทีนํ อากาโร จกฺขุวิญฺเญยฺโย โหติ. วิญฺญตฺติ ปน น จกฺขุวิญฺเญยฺยา มโนวิญฺเญยฺยา เอว. จกฺขุนา หิ หตฺถวิการาทิวเสน วิปฺผนฺทมานํ วณฺณารมฺมณเมว ปสฺสติ. วิญฺญตฺตึ ปน มโนทฺวาริกจิตฺเตน จินฺเตตฺวา ‘อิทญฺจิทญฺจ เอส กาเรติ มญฺเญ’ติ ชานาติ.
ยถา หิ อรญฺเญ นิทาฆสมเย อุทกฏฺฐาเน มนุสฺสา ‘อิมาย สญฺญาย อิธ อุทกสฺส อตฺถิภาวํ ชานิสฺสนฺตี’ติ รุกฺขคฺเค ตาลปณฺณาทีนิ พนฺธาเปนฺติ, สุราปานทฺวาเร ธชํ อุสฺสาเปนฺติ, อุจฺจํ วา ปน รุกฺขํ วาโต ปหริตฺวา จาเลติ, อนฺโตอุทเก มจฺเฉ จลนฺเต อุปริ พุพฺพุฬกานิ อุฏฺฐหนฺติ, มโหฆสฺส คตมคฺคปริยนฺเต ติณปณฺณกสฏํ อุสฺสาริตํ โหติ. ตตฺถ ตาลปณฺณธชสาขาจลนพุพฺพุฬกติณปณฺณกสเฏ ทิสฺวา ยถา จกฺขุนา อทิฏฺฐมฺปิ ‘เอตฺถ อุทกํ ภวิสฺสติ, สุรา ภวิสฺสติ, อยํ รุกฺโข วาเตน ปหโต ภวิสฺสติ, อนฺโตอุทเก มจฺโฉ ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ ฐานํ อชฺโฌตฺถริตฺวา โอโฆ คโต ภวิสฺสตี’ติ มโนวิญฺญาเณน ชานาติ, เอวเมว วิญฺญตฺติปิ น จกฺขุวิญฺเญยฺยา มโนวิญฺเญยฺยาว. จกฺขุนา หิ หตฺถวิการาทิวเสน วิปฺผนฺทมานํ วณฺณารมฺมณเมว ปสฺสติ. วิญฺญตฺตึ ปน มโนทฺวาริกจิตฺเตน จินฺเตตฺวา ‘อิทญฺจิทญฺจ เอส กาเรติ มญฺเญ’ติ ชานาติ.
น เกวลญฺเจสา วิญฺญาปนโตว วิญฺญตฺติ นาม. วิญฺเญยฺยโตปิ ปน วิญฺญตฺติเยว นาม. อยญฺหิ ปเรสํ อนฺตมโส ติรจฺฉานคตานมฺปิ ปากฏา โหติ. ตตฺถ ตตฺถ สนฺนิปติตา หิ โสณสิงฺคาลกากโคณาทโย ทณฺฑํ วา เลฑฺฑุํ วา คเหตฺวา ปหรณากาเร ทสฺสิเต ‘อยํ โน ปหริตุกาโม’ติ ญตฺวา เยน วา เตน วา ปลายนฺติ. ปาการกุฏฺฏาทิอนฺตริกสฺส ปน ปรสฺส อปากฏกาโลปิ อตฺถิ. กิญฺจาปิ ตสฺมึ ขเณ อปากฏา สมฺมุขีภูตานํ ปน ปากฏตฺตา วิญฺญตฺติเยว นาม โหติ.
จิตฺตสมุฏฺฐานิเก ปน กาเย จลนฺเต ติสมุฏฺฐานิโก จลติ น จลตีติ? โสปิ ตเถว จลติ. ตํคติโก ตทนุวตฺตโกว โหติ. ยถา หิ อุทเก คจฺฉนฺเต อุทเก ปติตานิ สุกฺขทณฺฑกติณปณฺณาทีนิปิ อุทกคติกาเนว ภวนฺติ, ตสฺมึ คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺติ, ติฏฺฐนฺเต ติฏฺฐนฺติ – เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ. เอวเมสา จิตฺตสมุฏฺฐาเนสุ รูเปสุ วิญฺญตฺติ กายกมฺมทฺวารํ นามาติ เวทิตพฺพา.
ยา ปน ตสฺมึ ทฺวาเร สิทฺธา เจตนา ยาย ปาณํ หนติ, อทินฺนํ อาทิยติ, มิจฺฉาจารํ จรติ, ปาณาติปาตาทีหิ วิรมติ, อิทํ กายกมฺมํ นาม. เอวํ ปรวาทิมฺหิ สติ กาโย ทฺวารํ, ตมฺหิ ทฺวาเร สิทฺธา เจตนา กายกมฺมํ ‘กุสลํ วา อกุสลํ วา’ติ ฐเปตพฺพํ. ปรวาทิมฺหิ ปน อสติ ‘อพฺยากตํ วา’ติ ติกํ ปูเรตฺวาว ฐเปตพฺพํ. ตตฺถ ยถา นครทฺวารํ กตฏฺฐาเนเยว ติฏฺฐติ, องฺคุลมตฺตมฺปิ อปราปรํ น สงฺกมติ, เตน เตน ปน ทฺวาเรน มหาชโน สญฺจรติ, เอวเมว ทฺวาเร ทฺวารํ น สญฺจรติ, กมฺมํ ปน ตสฺมึ ตสฺมึ ทฺวาเร อุปฺปชฺชนโต จรติ. เตนาหุ โปราณา –
ทฺวาเร จรนฺติ กมฺมานิ, น ทฺวารา ทฺวารจาริโน;
ตสฺมา ทฺวาเรหิ กมฺมานิ, อญฺญมญฺญํ ววตฺถิตาติ.
ตตฺถ กมฺเมนาปิ ทฺวารํ นามํ ลภติ, ทฺวาเรนาปิ กมฺมํ. ยถา หิ วิญฺญาณาทีนํ อุปฺปชฺชนฏฺฐานานิ วิญฺญาณทฺวารํ ผสฺสทฺวารํ อสํวรทฺวารํ สํวรทฺวารนฺติ นามํ ลภนฺติ, เอวํ กายกมฺมสฺส อุปฺปชฺชนฏฺฐานํ กายกมฺมทฺวารนฺติ นามํ ลภติ. วจีมโนกมฺมทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย. ยถา ปน ตสฺมึ ตสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา สิมฺพลิเทวตา ปลาสเทวตา ปุจิมนฺทเทวตา ผนฺทนเทวตาติ เตน เตน รุกฺเขน นามํ ลภติ, เอวเมว กายทฺวาเรน กตํ กมฺมมฺปิ กายกมฺมนฺติ ทฺวาเรน นามํ ลภติ. วจีกมฺมมโนกมฺเมสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ อญฺโญ กาโย, อญฺญํ กมฺมํ, กาเยน ปน กตตฺตา ตํ กายกมฺมนฺติ วุจฺจติ. เตนาหุ อฏฺฐกถาจริยา –
กาเยน เจ กตํ กมฺมํ, กายกมฺมนฺติ วุจฺจติ;
กาโย จ กายกมฺมญฺจ, อญฺญมญฺญํ ววตฺถิตา.
สูจิยา เจ กตํ กมฺมํ, สูจิกมฺมนฺติ วุจฺจติ;
สูจิ จ สูจิกมฺมญฺจ, อญฺญมญฺญํ ววตฺถิตา.
วาสิยา เจ กตํ กมฺมํ, วาสิกมฺมนฺติ วุจฺจติ;
วาสิ จ วาสิกมฺมญฺจ, อญฺญมญฺญํ ววตฺถิตา.
ปุริเสน เจ กตํ กมฺมํ, ปุริสกมฺมนฺติ วุจฺจติ;