ธมฺมุทฺเทสวาโร

ฌานงฺคราสิวณฺณนา

วิตกฺเกตีติ วิตกฺโก; วิตกฺกนํ วา วิตกฺโก; อูหนนฺติ วุตฺตํ โหติ. สฺวายํ อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อภินิโรปนลกฺขโณ. โส หิ อารมฺมเณ จิตฺตํ อาโรเปติ. ยถา หิ โกจิ ราชวลฺลภํ ญาตึ วา มิตฺตํ วา นิสฺสาย ราชเคหํ อาโรหติ, เอวํ วิตกฺกํ นิสฺสาย จิตฺตํ อารมฺมณํ อาโรหติ. ตสฺมา โส อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อภินิโรปนลกฺขโณติ วุตฺโต. นาคเสนตฺเถโร ปนาห – อาโกฏนลกฺขโณ วิตกฺโก. ‘‘ยถา, มหาราช, เภรี อาโกฏิตา อถ ปจฺฉา อนุรวติ อนุสทฺทายติ, เอวเมว โข, มหาราช, ยถา อาโกฏนา เอวํ วิตกฺโก ทฏฺฐพฺโพ. ยถา ปจฺฉา อนุรวนา อนุสทฺทายนา เอวํ วิจาโร ทฏฺฐพฺโพ’’ติ (มิ. ป. ๒.๓.๑๔ โถกํ วิสทิสํ). สฺวายํ อาหนนปริยาหนนรโส. ตถา หิ เตน โยคาวจโร อารมฺมณํ วิตกฺกาหตํ วิตกฺกปริยาหตํ กโรตีติ วุจฺจติ. อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อานยนปจฺจุปฏฺฐาโน.

อารมฺมเณ เตน จิตฺตํ วิจรตีติ วิจาโร; วิจรณํ วา วิจาโร. อนุสญฺจรณนฺติ วุตฺตํ โหติ. สฺวายํ อารมฺมณานุมชฺชนลกฺขโณ. ตตฺถ สหชาตานุโยชนรโส. จิตฺตสฺส อนุปฺปพนฺธปจฺจุปฏฺฐาโน. สนฺเตปิ จ เนสํ กตฺถจิ อวิโยเค โอฬาริกฏฺเฐน ปุพฺพงฺคมฏฺเฐน จ ฆณฺฏาภิฆาโต วิย อภินิโรปนฏฺเฐน จ เจตโส ปฐมาภินิปาโต วิตกฺโก. สุขุมฏฺเฐน อนุมชฺชนสภาวฏฺเฐน จ ฆณฺฏานุรโว วิย อนุปฺปพนฺโธ วิจาโร. วิปฺผารวา เจตฺถ วิตกฺโก, ปฐมุปฺปตฺติกาเล ปริปฺผนฺทภูโต จิตฺตสฺส. อากาเส อุปฺปติตุกามสฺส ปกฺขิโน ปกฺขวิกฺเขโป วิย. ปทุมาภิมุขปาโต วิย จ คนฺธานุพทฺธเจตโส ภมรสฺส. สนฺตวุตฺติ วิจาโร นาติปริปฺผนฺทนภาโว จิตฺตสฺส, อากาเส อุปฺปติตสฺส ปกฺขิโน ปกฺขปฺปสารณํ วิย, ปริพฺภมนํ วิย จ ปทุมาภิมุขปติตสฺส ภมรสฺส ปทุมสฺส อุปริภาเค.

อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อากาเส คจฺฉโต มหาสกุณสฺส อุโภหิ ปกฺเขหิ วาตํ คเหตฺวา ปกฺเข สนฺนิสีทาเปตฺวา คมนํ วิย อารมฺมเณ เจตโส อภินิโรปนภาเวน ปวตฺโต วิตกฺโก. โส หิ เอกคฺโค หุตฺวา อปฺเปติ วาตคฺคหณตฺถํ ปกฺเข ผนฺทาปยมานสฺส คมนํ วิย. อนุมชฺชภาเวน ปวตฺโต วิจาโร. โส หิ อารมฺมณํ อนุมชฺชตีติ วุตฺตํ, ตํ อนุปฺปพนฺธเนน ปวตฺติยํ อติวิย ยุชฺชติ. โส ปน เนสํ วิเสโส ปฐมทุติยชฺฌาเนสุ ปากโฏ โหติ. อปิจ มลคฺคหิตํ กํสภาชนํ เอเกน หตฺเถน ทฬฺหํ คเหตฺวา อิตเรน หตฺเถน จุณฺณเตลวาลณฺฑุปเกน ปริมชฺชนฺตสฺส ทฬฺหคฺคหณหตฺโถ วิย วิตกฺโก, ปริมชฺชนหตฺโถ วิย วิจาโร. ตถา กุมฺภการสฺส ทณฺฑปฺปหาเรน จกฺกํ ภมยิตฺวา ภาชนํ กโรนฺตสฺส อุปฺปีฬนหตฺโถ วิย วิตกฺโก, อิโต จิโต จ สญฺจรณหตฺโถ วิย วิจาโร. ตถา มณฺฑลํ กโรนฺตสฺส มชฺเฌ สนฺนิรุมฺภิตฺวา ฐิตกณฺฏโก วิย อภินิโรปโน วิตกฺโก, พหิปริพฺภมนกณฺฏโก วิย อนุมชฺชมาโน วิจาโร.

ปิณยตีติ ปีติ. สา สมฺปิยายนลกฺขณา. กายจิตฺตปีณนรสา, ผรณรสา วา. โอทคฺยปจฺจุปฏฺฐานา. สา ปเนสา ขุทฺทิกาปีติ, ขณิกาปีติ, โอกฺกนฺติกาปีติ, อุพฺเพคาปีติ, ผรณาปีตีติ ปญฺจวิธา โหติ.

ตตฺถ ขุทฺทิกาปีติ สรีเร โลมหํสมตฺตเมว กาตุํ สกฺโกติ. ขณิกาปีติ ขเณ ขเณ วิชฺชุปฺปาทสทิสา โหติ. โอกฺกนฺติกาปีติ, สมุทฺทตีรํ วีจิ วิย, กายํ โอกฺกมิตฺวา โอกฺกมิตฺวา ภิชฺชติ. อุพฺเพคาปีติ พลวตี โหติ, กายํ อุทฺธคฺคํ กตฺวา อากาเส ลงฺฆาปนปฺปมาณปฺปตฺตา. ตถา หิ ปุณฺณวลฺลิกวาสี มหาติสฺสตฺเถโร ปุณฺณมทิวเส สายํ เจติยงฺคณํ คนฺตฺวา จนฺทาโลกํ ทิสฺวา มหาเจติยาภิมุโข หุตฺวา ‘อิมาย วต เวลาย จตสฺโส ปริสา มหาเจติยํ วนฺทนฺตี’ติ ปกติยา ทิฏฺฐารมฺมณวเสน พุทฺธารมฺมณํ อุพฺเพคํ ปีตึ อุปฺปาเทตฺวา สุธาตเล ปหฏจิตฺรเคณฺฑุโก วิย อากาเส อุปฺปติตฺวา มหาเจติยงฺคเณเยว อฏฺฐาสิ.

ตถา คิริกณฺฑกวิหารสฺส อุปนิสฺสเย วตฺตกาลกคาเม เอกา กุลธีตาปิ พลวพุทฺธารมฺมณาย อุพฺเพคาย ปีติยา อากาเส ลงฺเฆสิ. ตสฺสา กิร มาตาปิตโร สายํ ธมฺมสวนตฺถาย วิหารํ คจฺฉนฺตา ‘อมฺม, ตฺวํ ครุภารา, อกาเล วิจริตุํ น สกฺโกสิ, มยํ ตุยฺหํ ปตฺตึ กตฺวา ธมฺมํ โสสฺสามา’ติ อคมํสุ. สา คนฺตุกามาปิ เตสํ วจนํ ปฏิพาหิตุํ อสกฺโกนฺตี ฆเร โอหียิตฺวา ฆรทฺวาเร ฐตฺวา จนฺทาโลเกน คิริกณฺฑเก อากาสเจติยงฺคณํ โอโลเกนฺตี เจติยสฺส ทีปปูชํ อทฺทส. จตสฺโส จ ปริสา มาลาคนฺธาทีหิ เจติยปูชํ กตฺวา ปทกฺขิณํ กโรนฺติโย ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ คณสชฺฌายสทฺทํ อสฺโสสิ. อถสฺสา ‘ธญฺญา วติเม มนุสฺสา เย วิหารํ คนฺตฺวา เอวรูเป เจติยงฺคเณ อนุสญฺจริตุํ เอวรูปญฺจ มธุรํ ธมฺมกถํ โสตุํ ลภนฺตี’ติ มุตฺตราสิสทิสํ เจติยํ ปสฺสนฺติยา เอว อุพฺเพคาปีติ อุทปาทิ. สา อากาเส ลงฺฆิตฺวา มาตาปิตูนํ ปุริมตรํเยว อากาสโต เจติยงฺคเณ โอรุยฺห เจติยํ วนฺทิตฺวา ธมฺมํ สุณมานา อฏฺฐาสิ. อถ นํ มาตาปิตโร อาคนฺตฺวา ‘อมฺม, ตฺวํ กตเรน มคฺเคน อาคตาสี’ติ ปุจฺฉึสุ. สา ‘อากาเสน อาคตามฺหิ, น มคฺเคนา’ติ วตฺวา ‘อมฺม, อากาเสน นาม ขีณาสวา สญฺจรนฺติ, ตฺวํ กถํ อาคตา’ติ ปุฏฺฐา อาห – ‘มยฺหํ จนฺทาโลเกน เจติยํ โอโลเกนฺติยา ฐิตาย พุทฺธารมฺมณา พลวปีติ อุปฺปชฺชติ, อถาหํ เนว อตฺตโน ฐิตภาวํ น นิสินฺนภาวํ อญฺญาสึ, คหิตนิมิตฺเตเนว ปน อากาสํ ลงฺฆิตฺวา เจติยงฺคเณ ปติฏฺฐิตามฺหี’ติ. เอวํ อุพฺเพคาปีติ อากาเส ลงฺฆาปนปฺปมาณา โหติ.

ผรณปีติยา ปน อุปฺปนฺนาย สกลสรีรํ ธมิตฺวา ปูริตวตฺถิ วิย, มหตา อุทโกเฆน ปกฺขนฺทปพฺพตกุจฺฉิ วิย จ อนุปริปฺผุฏํ โหติ. สา ปเนสา ปญฺจวิธา ปีติ คพฺภํ คณฺหนฺตี ปริปากํ คจฺฉนฺตี ทุวิธํ ปสฺสทฺธึ ปริปูเรติ – กายปสฺสทฺธิญฺจ จิตฺตปสฺสทฺธิญฺจ. ปสฺสทฺธิ คพฺภํ คณฺหนฺตี ปริปากํ คจฺฉนฺตี ทุวิธํ สุขํ ปริปูเรติ – กายิกํ เจตสิกญฺจ. สุขํ คพฺภํ คณฺหนฺตํ ปริปากํ คจฺฉนฺตํ ติวิธํ สมาธึ ปริปูเรติ – ขณิกสมาธึ อุปจารสมาธึ อปฺปนาสมาธินฺติ. ตาสุ ฐเปตฺวา อปฺปนาสมาธิปูริกํ อิตรา เทฺวปิ อิธ ยุชฺชนฺติ.

สุขยตีติ สุขํ; ยสฺส อุปฺปชฺชติ ตํ สุขิตํ กโรตีติ อตฺโถ. สุฏฺฐุ วา ขาทติ, ขนติ จ กายจิตฺตาพาธนฺติ สุขํ. โสมนสฺสเวทนาเยตํ นามํ. ตสฺส ลกฺขณาทีนิ เวทนาปเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ.

อปโร นโย – สาตลกฺขณํ สุขํ, สมฺปยุตฺตานํ อุปพฺรูหนรสํ, อนุคฺคหณปจฺจุปฏฺฐานํ. สติปิ จ เนสํ ปีติสุขานํ กตฺถจิ อวิปฺปโยเค, อิฏฺฐารมฺมณปฏิลาภตุฏฺฐิ ปีติ; ปฏิลทฺธรสานุภวนํ สุขํ. ยตฺถ ปีติ ตตฺถ สุขํ. ยตฺถ สุขํ ตตฺถ น นิยมโต ปีติ. สงฺขารกฺขนฺธสงฺคหิตา ปีติ, เวทนากฺขนฺธสงฺคหิตํ สุขํ. กนฺตารขินฺนสฺส วนนฺโตทกทสฺสนสวเนสุ วิย ปีติ. วนจฺฉายาปเวสนอุทกปริโภเคสุ วิย สุขํ.

ยถา หิ ปุริโส มหากนฺตารมคฺคํ ปฏิปนฺโน ฆมฺมปเรโต ตสิโต ปิปาสิโต ปฏิปเถ ปุริสํ ทิสฺวา ‘กตฺถ ปานียํ อตฺถี’ติ ปุจฺเฉยฺย. โส ‘อฏวึ อุตฺตริตฺวา ชาตสฺสรวนสณฺโฑ อตฺถิ, ตตฺถ คนฺตฺวา ลภิสฺสสี’ติ วเทยฺย. โส ตสฺส กถํ สุตฺวา หฏฺฐปหฏฺโฐ ภเวยฺย. ตโต คจฺฉนฺโต ภูมิยํ ปติตานิ อุปฺปลทลนาลปตฺตาทีนิ ทิสฺวา สุฏฺฐุตรํ หฏฺฐปหฏฺโฐ หุตฺวา คจฺฉนฺโต อลฺลวตฺเถ อลฺลเกเส ปุริเส ปสฺเสยฺย, วนกุกฺกุฏโมราทีนํ สทฺทํ สุเณยฺย, ชาตสฺสรปริยนฺเต ชาตํ มณิชาลสทิสํ นีลวนสณฺฑํ ปสฺเสยฺย, สเร ชาตานิ อุปฺปลปทุมกุมุทาทีนิ ปสฺเสยฺย, อจฺฉํ วิปฺปสนฺนํ อุทกํ ปสฺเสยฺย. โส ภิยฺโย ภิยฺโย หฏฺฐปหฏฺโฐ หุตฺวา ชาตสฺสรํ โอตริตฺวา ยถารุจิ นฺหตฺวา จ ปิวิตฺวา จ ปฏิปฺปสฺสทฺธทรโถ ภิสมุฬาลโปกฺขราทีนิ ขาทิตฺวา นีลุปฺปลาทีนิ ปิฬนฺธิตฺวา มนฺทาลกมูลานิ ขนฺเธ กริตฺวา อุตฺตริตฺวา สาฏกํ นิวาเสตฺวา, อุทกสาฏกํ อาตเป กตฺวา, สีตจฺฉายาย มนฺทมนฺเท วาเต ปหรนฺเต นิปนฺโน ‘อโห สุขํ, อโห สุข’นฺติ วเทยฺย. เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ.

ตสฺส หิ ปุริสสฺส ชาตสฺสรวนสณฺฑสวนโต ปฏฺฐาย ยาว อุทกทสฺสนา หฏฺฐปหฏฺฐกาโล วิย ปุพฺพภาคารมฺมเณ หฏฺฐปหฏฺฐาการา ปีติ. นฺหตฺวา จ ปิวิตฺวา จ สีตจฺฉายาย มนฺทมนฺเท วาเต ปหรนฺเต ‘อโห สุขํ, อโห สุข’นฺติ วทโต นิปนฺนกาโล วิย พลวปฺปตฺตํ อารมฺมณรสานุภวนาการสณฺฐิตํ สุขํ. ตสฺมึ ตสฺมึ สมเย ปากฏภาวโต เจตํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยตฺถ ปน ปีติ สุขมฺปิ ตตฺถ อตฺถีติ วุตฺตเมเวตํ.

จิตฺตสฺเสกคฺคตาติ จิตฺตสฺส เอกคฺคภาโว; สมาธิสฺเสตํ นามํ. ลกฺขณาทีสุ ปนสฺส อฏฺฐกถายํ ตาว วุตฺตํ – ‘‘ปาโมกฺขลกฺขโณ จ สมาธิ อวิกฺเขปลกฺขโณ จ’’. ยถา หิ กูฏาคารกณฺณิกา เสสทพฺพสมฺภารานํ อาพนฺธนโต ปมุขา โหติ เอวเมว สพฺพกุสลธมฺมานํ สมาธิจิตฺเตน อิชฺฌนโต สพฺเพสมฺปิ เตสํ ธมฺมานํ สมาธิ ปาโมกฺโข โหติ. เตน วุตฺตํ –

‘‘ยถา, มหาราช, กูฏาคารสฺส ยา กาจิ โคปานสิโย สพฺพา ตา กูฏงฺคมา โหนฺติ, กูฏนินฺนา กูฏสโมสรณา, กูฏํ ตาสํ อคฺคมกฺขายติ, เอวเมว โข, มหาราช, เย เกจิ กุสลา ธมฺมา สพฺเพ เต สมาธินินฺนา โหนฺติ, สมาธิโปณา, สมาธิปพฺภารา, สมาธิ เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ (มิ. ป. ๒.๑.๑๔).

ยถา จ เสนงฺคํ ปตฺวา ราชา นาม ยตฺถ ยตฺถ เสนา โอสีทติ ตํ ตํ ฐานํ คจฺฉติ, ตสฺส คตคตฏฺฐาเน เสนา ปริปูรติ, ปรเสนา ภิชฺชิตฺวา ราชานเมว อนุวตฺตติ, เอวเมว สหชาตธมฺมานํ วิกฺขิปิตุํ วิปฺปกิริตุํ อปฺปทานโต สมาธิ อวิกฺเขปลกฺขโณ นาม โหตีติ.

อปโร ปน นโย – อยํ จิตฺตสฺเสกคฺคตาสงฺขาโต สมาธิ นาม อวิสารลกฺขโณ วา อวิกฺเขปลกฺขโณ วา, สหชาตธมฺมานํ, สมฺปิณฺฑนรโส นฺหานิยจุณฺณานํ อุทกํ วิย, อุปสมปจฺจุปฏฺฐาโน ญาณปจฺจุปฏฺฐาโน วา. ‘‘สมาหิโต ยถาภูตํ ชานาติ ปสฺสตี’’ติ หิ วุตฺตํ. วิเสสโต สุขปทฏฺฐาโน, นิวาเต ทีปจฺจีนํ ฐิติ วิย เจตโส ฐิตีติ ทฏฺฐพฺโพ.

อินฺทฺริยราสิวณฺณนา

สทฺทหนฺติ เอตาย, สยํ วา สทฺทหติ, สทฺทหนมตฺตเมว วา เอสาติ สทฺธา. สาว อสฺสทฺธิยสฺส อภิภวนโต อธิปติยฏฺเฐน อินฺทฺริยํ. อธิโมกฺขลกฺขเณ วา อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ อินฺทฺริยํ. สทฺธาว อินฺทฺริยํ สทฺธินฺทฺริยํ. สา ปเนสา สมฺปสาทนลกฺขณา จ สทฺธา สมฺปกฺขนฺทนลกฺขณา จ.

ยถา หิ รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส อุทกปฺปสาทโก มณิ อุทเก ปกฺขิตฺโต ปงฺกเสวาลปณกกทฺทมํ สนฺนิสีทาเปติ, อุทกํ อจฺฉํ กโรติ วิปฺปสนฺนํ อนาวิลํ, เอวเมว สทฺธา อุปฺปชฺชมานา นีวรเณ วิกฺขมฺเภติ, กิเลเส สนฺนิสีทาเปติ, จิตฺตํ ปสาเทติ, อนาวิลํ กโรติ. ปสนฺเนน จิตฺเตน โยคาวจโร กุลปุตฺโต ทานํ เทติ, สีลํ สมาทิยติ, อุโปสถกมฺมํ กโรติ, ภาวนํ อารภติ. เอวํ ตาว สทฺธา สมฺปสาทนลกฺขณาติ เวทิตพฺพา. เตนาห อายสฺมา นาคเสโน –

‘‘ยถา, มหาราช, ราชา จกฺกวตฺติ จตุรงฺคินิยา เสนาย สทฺธึ อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน ปริตฺตํ อุทกํ ตเรยฺย, ตํ อุทกํ หตฺถีหิ จ อสฺเสหิ จ รเถหิ จ ปตฺตีหิ จ สงฺขุภิตํ ภเวยฺย อาวิลํ ลุลิตํ กลลีภูตํ, อุตฺติณฺโณ จ ราชา จกฺกวตฺติ มนุสฺเส อาณาเปยฺย ‘ปานียํ ภเณ อาหรถ, ตํ ปิวิสฺสามี’ติ. รญฺโญ จ อุทกปฺปสาทโก มณิ ภเวยฺย. ‘เอวํ เทวา’ติ โข เต มนุสฺสา รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ตํ อุทกปฺปสาทกํ มณึ อุทเก ปกฺขิเปยฺยุํ. ตสฺมึ อุทเก ปกฺขิตฺตมตฺเต ปงฺกเสวาลปณกํ วิคจฺเฉยฺย, กทฺทโม จ สนฺนิสีเทยฺย, อจฺฉํ ภเวยฺย อุทกํ วิปฺปสนฺนํ อนาวิลํ, ตโต รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ปานียํ อุปนาเมยฺยุํ – ‘ปิวตุ เทโว ปานีย’นฺติ.

‘‘ยถา, มหาราช, อุทกํ เอวํ จิตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. ยถา เต มนุสฺสา เอวํ โยคาวจโร ทฏฺฐพฺโพ. ยถา ปงฺกเสวาลปณกํ กทฺทโม จ เอวํ กิเลสา ทฏฺฐพฺพา. ยถา อุทกปฺปสาทโก มณิ เอวํ สทฺธา ทฏฺฐพฺพา. ยถา อุทกปฺปสาทเก มณิมฺหิ ปกฺขิตฺตมตฺเต ปงฺกเสวาลปณกํ วิคจฺฉติ กทฺทโม จ สนฺนิสีทติ, อจฺฉํ ภวติ อุทกํ วิปฺปสนฺนํ อนาวิลํ, เอวเมว โข, มหาราช, สทฺธา อุปฺปชฺชมานา นีวรเณ วิกฺขมฺเภติ, วินีวรณํ จิตฺตํ โหติ อจฺฉํ วิปฺปสนฺนํ อนาวิล’’นฺติ (มิ. ป. ๒.๑.๑๐).

ยถา ปน กุมฺภิลมกรคาหรกฺขสาทิกิณฺณํ ปูรํ มหานทึ อาคมฺม ภีรุกชโน อุโภสุ ตีเรสุ ติฏฺฐติ. สงฺคามสูโร ปน มหาโยโธ อาคนฺตฺวา ‘กสฺมา ฐิตตฺถา’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘สปฺปฏิภยภาเวน โอตริตุํ น วิสหามา’ติ วุตฺเต สุนิสิตํ อสึ คเหตฺวา ‘มม ปจฺฉโต เอถ, มา ภายิตฺถา’ติ วตฺวา นทึ โอตริตฺวา อาคตาคเต กุมฺภิลาทโย ปฏิพาหิตฺวา โอริมตีรโต มนุสฺสานํ โสตฺถิภาวํ กโรนฺโต ปาริมตีรํ เนติ. ปาริมตีรโตปิ โสตฺถินา โอริมตีรํ อาเนติ. เอวเมว ทานํ ททโต สีลํ รกฺขโต อุโปสถกมฺมํ กโรโต ภาวนํ อารภโต สทฺธา ปุพฺพงฺคมา ปุเรจาริกา โหติ. เตน วุตฺตํ ‘สมฺปกฺขนฺทนลกฺขณา จ สทฺธา’ติ.

อปโร นโย – สทฺทหนลกฺขณา สทฺธา, โอกปฺปนลกฺขณา วา. ปสาทนรสา อุทกปฺปสาทกมณิ วิย, ปกฺขนฺทนรสา วา โอฆุตฺตรโณ วิย. อกาลุสิยปจฺจุปฏฺฐานา, อธิมุตฺติปจฺจุปฏฺฐานา วา. สทฺเธยฺยวตฺถุปทฏฺฐานา โสตาปตฺติยงฺคปทฏฺฐานา วา, สา หตฺถวิตฺตพีชานิ วิย ทฏฺฐพฺพา.

วีรสฺส ภาโว วีริยํ, วีรานํ วา กมฺมํ วีริยํ. วิธินา วา นเยน อุปาเยน อีรยิตพฺพํ ปวตฺตยิตพฺพนฺติ วีริยํ. ตเทว โกสชฺชสฺส อภิภวนโต อธิปติยฏฺเฐน อินฺทฺริยํ. ปคฺคหณลกฺขเณ วา อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ อินฺทฺริยํ. วีริยเมว อินฺทฺริยํ วีริยินฺทฺริยํ. ตํ ปเนตํ อุปตฺถมฺภนลกฺขณญฺจ วีริยํ ปคฺคหณลกฺขณญฺจ. ยถา หิ ชิณฺณฆรํ อาคนฺตุเกน ถูณุปตฺถมฺเภน ติฏฺฐติ, เอวเมว โยคาวจโร วีริยุปตฺถมฺเภน อุปตฺถมฺภิโต หุตฺวา สพฺพกุสลธมฺเมหิ น หายติ, น ปริหายติ. เอวํ ตาวสฺส อุปตฺถมฺภนลกฺขณตา เวทิตพฺพา. เตนาห เถโร นาคเสโน –

‘‘ยถา, มหาราช, ปุริโส เคเห ปตนฺเต ตมญฺเญน ทารุนา อุปตฺถมฺเภยฺย, อุปตฺถมฺภิตํ สนฺตํ เอวํ ตํ เคหํ น ปเตยฺย, เอวเมว โข มหาราช อุปตฺถมฺภนลกฺขณํ วีริยํ, วีริยุปตฺถมฺภิตา สพฺเพ กุสลา ธมฺมา น หายนฺติ น ปริหายนฺตี’’ติ (มิ. ป. ๒.๑.๑๒).

ยถา วา ปน ขุทฺทิกาย จ มหติกาย จ เสนาย สงฺคาเม ปวตฺเต ขุทฺทิกา เสนา โอลีเยยฺย, ตโต รญฺโญ อาโรเจยฺย, ราชา พลวาหนํ เปเสยฺย, เตน ปคฺคหิตา สกเสนา ปรเสนํ ปราเชยฺย, เอวเมว วีริยํ สหชาตสมฺปยุตฺตธมฺมานํ โอลียิตุํ โอสกฺกิตุํ น เทติ, อุกฺขิปติ, ปคฺคณฺหาติ. เตน วุตฺตํ ‘ปคฺคหณลกฺขณญฺจ วีริย’นฺติ.

อปโร นโย – อุสฺสาหลกฺขณํ วีริยํ, สหชาตานํ อุปตฺถมฺภนรสํ, อสํสีทนภาวปจฺจุปฏฺฐานํ, ‘‘สํวิคฺโค โยนิโส ปทหตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๑๓) วจนโต สํเวคปทฏฺฐานํ, วีริยารมฺภวตฺถุปทฏฺฐานํ วา. สมฺมา อารทฺธํ สพฺพาสํ สมฺปตฺตีนํ มูลํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

สรนฺติ เอตาย, สยํ วา สรติ, สรณมตฺตเมว วา เอสาติ สติ. สาว มุฏฺฐสฺสจฺจสฺส อภิภวนโต อธิปติยฏฺเฐน อินฺทฺริยํ, อุปฏฺฐานลกฺขเณ วา อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ อินฺทฺริยํ. สติ เอว อินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ. สา ปเนสา อปิลาปนลกฺขณา จ สติ อุปคฺคณฺหนลกฺขณา จ. ยถา หิ รญฺโญ ภณฺฑาคาริโก ทสวิธํ รตนํ โคปยนฺโต สายํปาตํ ราชานํ อิสฺสริยสมฺปตฺตึ สลฺลกฺขาเปติ สาเรติ, เอวเมว สติ กุสลํ ธมฺมํ สลฺลกฺขาเปติ สราเปติ. เตนาห เถโร –

‘‘ยถา, มหาราช, รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ภณฺฑาคาริโก ราชานํ จกฺกวตฺตึ สายํปาตํ ยสํ สราเปติ – ‘เอตฺตกา, เทว, หตฺถี, เอตฺตกา อสฺสา, เอตฺตกา รถา, เอตฺตกา ปตฺตี, เอตฺตกํ หิรญฺญํ, เอตฺตกํ สุวณฺณํ, เอตฺตกํ สพฺพํ สาปเตยฺยํ, ตํ เทโว สรตู’ติ, เอวเมว โข, มหาราช, สติ กุสเล ธมฺเม อปิลาเปติ – อิเม จตฺตาโร สติปฏฺฐานา, อิเม จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา, อิเม จตฺตาโร อิทฺธิปาทา, อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ, อิมานิ ปญฺจ พลานิ, อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคา, อยํ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, อยํ สมโถ, อยํ วิปสฺสนา, อยํ วิชฺชา, อยํ วิมุตฺติ, อิเม โลกุตฺตรา ธมฺมาติ. เอวํ โข, มหาราช, อปิลาปนลกฺขณา สตี’’ติ (มิ. ป. ๒.๑.๑๓).

ยถา ปน รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ปริณายกรตนํ รญฺโญ อหิเต จ หิเต จ ญตฺวา อหิเต อปยาเปติ, หิเต อุปยาเปติ, เอวเมว สติ หิตาหิตานํ ธมฺมานํ คติโย สมเนฺวสิตฺวา ‘อิเม กายทุจฺจริตาทโย ธมฺมา อหิตา’ติ อหิเต ธมฺเม อปนุเทติ, ‘อิเม กายสุจริตาทโย ธมฺมา หิตา’ติ หิเต ธมฺเม อุปคฺคณฺหาติ. เตนาห เถโร –

‘‘ยถา, มหาราช, รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ปริณายกรตนํ รญฺโญ หิตาหิเต ชานาติ ‘อิเม รญฺโญ หิตา อิเม อหิตา, อิเม อุปการา อิเม อนุปการา’ติ, ตโต อหิเต อปนุเทติ หิเต อุปคฺคณฺหาติ, เอวเมว โข, มหาราช, สติ อุปฺปชฺชมานา หิตาหิตานํ ธมฺมานํ คติโย สมเนฺวสติ ‘อิเม ธมฺมา หิตา อิเม ธมฺมา อหิตา, อิเม ธมฺมา อุปการา อิเม ธมฺมา อนุปการา’ติ, ตโต อหิเต ธมฺเม อปนุเทติ หิเต ธมฺเม อุปคฺคณฺหาติ. เอวํ โข, มหาราช, อุปคฺคณฺหนลกฺขณา สตี’’ติ (มิ. ป. ๒.๑.๑๓).

อปโร นโย – อปิลาปนลกฺขณา สติ, อสมฺโมสนรสา, อารกฺขปจฺจุปฏฺฐานา วิสยาภิมุขีภาวปจฺจุปฏฺฐานา วา, ถิรสญฺญาปทฏฺฐานา, กายาทิสติปฏฺฐานปทฏฺฐานา วา, อารมฺมเณ ทฬฺหํ ปติฏฺฐิตตฺตา ปน เอสิกา วิย, จกฺขุทฺวาราทิรกฺขณโต โทวาริโก วิย จ ทฏฺฐพฺพา.

อารมฺมเณ จิตฺตํ สมฺมา อธิยติ ฐเปตีติ สมาธิ. โสว วิกฺเขปสฺส อภิภวนโต อธิปติยฏฺเฐน อินฺทฺริยํ. อวิกฺเขปลกฺขเณ วา อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ อินฺทฺริยํ. สมาธิเยว อินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ. ลกฺขณาทีนิ ปนสฺส เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ.

ปชานาตีติ ปญฺญา. กึ ปชานาติ? ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติอาทินา นเยน อริยสจฺจานิ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘ปญฺญาเปตีติ ปญฺญา’ติ วุตฺตํ. กินฺติ ปญฺญาเปตีติ? อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ ปญฺญาเปติ. สาว อวิชฺชาย อภิภวนโต อธิปติยฏฺเฐน อินฺทฺริยํ. ทสฺสนลกฺขเณ วา อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ อินฺทฺริยํ. ปญฺญาว อินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ. สา ปเนสา โอภาสนลกฺขณา จ ปญฺญา ปชานนลกฺขณา จ. ยถา หิ จตุภิตฺติเก เคเห รตฺติภาเค ทีเป ชลิเต อนฺธกาโร นิรุชฺฌติ อาโลโก ปาตุภวติ, เอวเมว โอภาสนลกฺขณา ปญฺญา. ปญฺโญภาสสโม โอภาโส นาม นตฺถิ. ปญฺญวโต หิ เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺนสฺส ทสสหสฺสิโลกธาตุ เอกาโลกา โหติ. เตนาห เถโร –

‘‘ยถา, มหาราช, ปุริโส อนฺธกาเร เคเห ปทีปํ ปเวเสยฺย, ปวิฏฺโฐ ปทีโป อนฺธการํ วิทฺธํเสติ, โอภาสํ ชเนติ, อาโลกํ วิทํเสติ, ปากฏานิ จ รูปานิ กโรติ, เอวเมว โข, มหาราช, ปญฺญา อุปฺปชฺชมานา อวิชฺชนฺธการํ วิทฺธํเสติ, วิชฺโชภาสํ ชเนติ, ญาณาโลกํ วิทํเสติ, ปากฏานิ จ อริยสจฺจานิ กโรติ. เอวํ โข, มหาราช, โอภาสนลกฺขณา ปญฺญา’’ติ (มิ. ป. ๒.๑.๑๕).

ยถา ปน เฉโก ภิสกฺโก อาตุรานํ สปฺปายาสปฺปายานิ โภชนานิ ชานาติ, เอวํ ปญฺญา อุปฺปชฺชมานา กุสลากุสเล เสวิตพฺพาเสวิตพฺเพ หีนปฺปณีตกณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคอปฺปฏิภาเค ธมฺเม ปชานาติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ธมฺมเสนาปตินา – ‘‘ปชานาติ ปชานาตีติ โข, อาวุโส, ตสฺมา ปญฺญวาติ วุจฺจติ. กิญฺจ ปชานาติ? อิทํ ทุกฺขนฺติ ปชานาตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๔๙) วิตฺถาเรตพฺพํ. เอวมสฺสา ปชานนลกฺขณตา เวทิตพฺพา.

อปโร นโย – ยถาสภาวปฏิเวธลกฺขณา ปญฺญา; อกฺขลิตปฏิเวธลกฺขณา วา กุสลิสฺสาสขิตฺตอุสุปฏิเวโธ วิย. วิสโยภาสรสา ปทีโป วิย. อสมฺโมหปจฺจุปฏฺฐานา อรญฺญคตสุเทสโก วิย.

มนตีติ มโน; วิชานาตีติ อตฺโถ. อฏฺฐกถาจริยา ปนาหุ – นาฬิยา มินมาโน วิย, มหาตุลาย ธารยมาโน วิย จ, อารมฺมณํ มินติ ปชานาตีติ มโนติ. ตเทว มนนลกฺขเณ อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ อินฺทฺริยํ. มโนว อินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ. เหฏฺฐา วุตฺตจิตฺตสฺเสเวตํ เววจนํ.

ปีติโสมนสฺสสมฺปโยคโต โสภนํ มโน อสฺสาติ สุมโน. สุมนสฺส ภาโว โสมนสฺสํ. สาตลกฺขเณ อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ อินฺทฺริยํ. โสมนสฺสเมว อินฺทฺริยํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ. เหฏฺฐา วุตฺตเวทนาเยเวตํ เววจนํ.

ชีวนฺติ เตน ตํสมฺปยุตฺตกา ธมฺมาติ ชีวิตํ. อนุปาลนลกฺขเณ อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ อินฺทฺริยํ. ชีวิตเมว อินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ. ตํ ปวตฺตสนฺตตาธิปเตยฺยํ โหติ. ลกฺขณาทีหิ ปน อตฺตนา อวินิภุตฺตานํ ธมฺมานํ อนุปาลนลกฺขณํ ชีวิตินฺทฺริยํ, เตสํ ปวตฺตนรสํ, เตสํเยว ฐปนปจฺจุปฏฺฐานํ, ยาปยิตพฺพธมฺมปทฏฺฐานํ. สนฺเตปิ จ อนุปาลนลกฺขณาทิมฺหิ วิธาเน อตฺถิกฺขเณเยว ตํ เต ธมฺเม อนุปาเลติ อุทกํ วิย อุปฺปลาทีนิ, ยถาสกํปจฺจยุปฺปนฺเนปิ จ ธมฺเม ปาเลติ ธาตี วิย กุมารํ, สยํปวตฺติตธมฺมสมฺพนฺเธเนว จ ปวตฺตติ นิยามโก วิย, น ภงฺคโต อุทฺธํ ปวตฺตยติ อตฺตโน จ ปวตฺตยิตพฺพานญฺจ อภาวา, น ภงฺคกฺขเณ ฐเปติ สยํ ภิชฺชมานตฺตา ขียมาโน วิย วฏฺฏิสิเนโห ทีปสิขํ. น จ อนุปาลนปวตฺตนฏฺฐปนานุภาววิรหิตํ ยถาวุตฺตกฺขเณ ตสฺส ตสฺส สาธนโตติ ทฏฺฐพฺพํ.

มคฺคงฺคราสิวณฺณนา

สมฺมาทิฏฺฐิอาทีสุ ทสฺสนฏฺเฐน สมฺมาทิฏฺฐิ. อภินิโรปนฏฺเฐน สมฺมาสงฺกปฺโป, ปคฺคหนฏฺเฐน สมฺมาวายาโม, อุปฏฺฐานฏฺเฐน สมฺมาสติ, อวิกฺเขปนฏฺเฐน สมฺมาสมาธีติ เวทิตพฺโพ. วจนตฺถโต ปน สมฺมา ปสฺสติ, สมฺมา วา ตาย ปสฺสนฺตีติ สมฺมาทิฏฺฐิ. สมฺมา สงฺกปฺเปติ, สมฺมา วา เตน สงฺกปฺเปนฺตีติ สมฺมาสงฺกปฺโป. สมฺมา วายาเมติ, สมฺมา วา เตน วายมนฺตีติ สมฺมาวายาโม. สมฺมา สรติ, สมฺมา วา ตาย สรนฺตีติ สมฺมาสติ. สมฺมา สมาธิยติ, สมฺมา วา เตน สมาธิยนฺตีติ สมฺมาสมาธิ. อปิจ, ปสตฺถา สุนฺทรา วา ทิฏฺฐิ สมฺมาทิฏฺฐีติ. อิมินาปิ นเยน เตสํ วจนตฺโถ เวทิตพฺโพ. ลกฺขณาทีนิ ปน เหฏฺฐา วุตฺตาเนว.

พลราสิวณฺณนา

สทฺธาพลาทีสุปิ สทฺธาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว. อกมฺปิยฏฺเฐน ปน พลนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวเมเตสุ อสฺสทฺธิเย น กมฺปตีติ สทฺธาพลํ. โกสชฺเช น กมฺปตีติ วีริยพลํ. มุฏฺฐสฺสจฺเจ น กมฺปตีติ สติพลํ. อุทฺธจฺเจ น กมฺปตีติ สมาธิพลํ. อวิชฺชาย น กมฺปตีติ ปญฺญาพลํ. อหิริเก น กมฺปตีติ หิริพลํ. อโนตฺตปฺเป น กมฺปตีติ โอตฺตปฺปพลนฺติ. อยํ อุภยปทวเสน อตฺถวณฺณนา โหติ.

ตตฺถ ปุริมานิ ปญฺจ เหฏฺฐา ลกฺขณาทีหิ ปกาสิตาเนว. ปจฺฉิมทฺวเย กายทุจฺจริตาทีหิ หิริยตีติ หิรี; ลชฺชาเยตํ อธิวจนํ. เตหิ เอว โอตฺตปฺปตีติ โอตฺตปฺปํ; ปาปโต อุพฺเพคสฺเสตํ อธิวจนํ. เตสํ นานากรณทีปนตฺถํ ‘สมุฏฺฐานํ อธิปติ ลชฺชา ภยลกฺขเณน จา’ติ อิมํ มาติกํ ฐเปตฺวา อยํ วิตฺถารกถา วุตฺตา.

อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานา หิรี นาม; พหิทฺธาสมุฏฺฐานํ โอตฺตปฺปํ นาม. อตฺตาธิปติ หิรี นาม; โลกาธิปติ โอตฺตปฺปํ นาม. ลชฺชาสภาวสณฺฐิตา หิรี นาม; ภยสภาวสณฺฐิตํ โอตฺตปฺปํ นาม. สปฺปติสฺสวลกฺขณา หิรี นาม; วชฺชภีรุกภยทสฺสาวิลกฺขณํ โอตฺตปฺปํ นาม.

ตตฺถ อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานํ หิรึ จตูหิ การเณหิ สมุฏฺฐาเปติ – ชาตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา, วยํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา, สูรภาวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา, พาหุสจฺจํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา. กถํ? ‘ปาปกรณํ นาเมตํ น ชาติสมฺปนฺนานํ กมฺมํ, หีนชจฺจานํ เกวฏฺฏาทีนํ อิทํ กมฺมํ. มาทิสสฺส ชาติสมฺปนฺนสฺส อิทํ กมฺมํ กาตุํ น ยุตฺต’นฺติ, เอวํ ตาว ชาตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปาณาติปาตาทิปาปํ อกโรนฺโต หิรึ สมุฏฺฐาเปติ. ตถา ‘ปาปกรณํ นาเมตํ ทหเรหิ กตฺตพฺพํ กมฺมํ, มาทิสสฺส วเย ฐิตสฺส อิทํ กมฺมํ กาตุํ น ยุตฺต’นฺติ, เอวํ วยํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปาณาติปาตาทิปาปํ อกโรนฺโต หิรึ สมุฏฺฐาเปติ. ตถา ‘ปาปกมฺมํ นาเมตํ ทุพฺพลชาติกานํ กมฺมํ, น สูรภาวานํ. มาทิสสฺส สูรภาวสมฺปนฺนสฺส อิทํ กมฺมํ กาตุํ น ยุตฺต’นฺติ, เอวํ สูรภาวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปาณาติปาตาทิปาปํ อกโรนฺโต หิรึ สมุฏฺฐาเปติ. ตถา ‘ปาปกมฺมํ นาเมตํ อนฺธพาลานํ กมฺมํ, น ปณฺฑิตานํ. มาทิสสฺส ปณฺฑิตสฺส พหุสฺสุตสฺส อิทํ กมฺมํ กาตุํ น ยุตฺต’นฺติ, เอวํ พาหุสจฺจํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปาณาติปาตาทิปาปํ อกโรนฺโต หิรึ สมุฏฺฐาเปติ. เอวํ อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานหิรึ จตูหิ การเณหิ สมุฏฺฐาเปติ. สมุฏฺฐาเปตฺวา จ ปน อตฺตโน จิตฺเต หิรึ ปเวเสตฺวา ปาปกมฺมํ น กโรติ. เอวํ อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานา หิรี นาม โหติ.

กถํ พหิทฺธาสมุฏฺฐานํ โอตฺตปฺปํ นาม? สเจ ตฺวํ ปาปกมฺมํ กริสฺสสิ จตูสุ ปริสาสุ ครหปฺปตฺโต ภวิสฺสสิ.

ครหิสฺสนฺติ ตํ วิญฺญู, อสุจึ นาคริโก ยถา;

วชฺชิโต สีลวนฺเตหิ, กถํ ภิกฺขุ กริสฺสสีติ.

เอวํ ปจฺจเวกฺขนฺโต หิ พหิทฺธาสมุฏฺฐิเตน โอตฺตปฺเปน ปาปกมฺมํ น กโรติ. เอวํ พหิทฺธาสมุฏฺฐานํ โอตฺตปฺปํ นาม โหติ.

กถํ อตฺตาธิปติ หิรี นาม? อิเธกจฺโจ กุลปุตฺโต อตฺตานํ อธิปตึ เชฏฺฐกํ กตฺวา ‘มาทิสสฺส สทฺธาปพฺพชิตสฺส พหุสฺสุตสฺส ธุตงฺคธรสฺส น ยุตฺตํ ปาปกมฺมํ กาตุ’นฺติ ปาปํ น กโรติ. เอวํ อตฺตาธิปติ หิรี นาม โหติ. เตนาห ภควา – ‘‘โส อตฺตานํเยว อธิปตึ เชฏฺฐกํ กริตฺวา อกุสลํ ปชหติ กุสลํ ภาเวติ, สาวชฺชํ ปชหติ อนวชฺชํ ภาเวติ, สุทฺธมตฺตานํ ปริหรตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๔๐).

กถํ โลกาธิปติ โอตฺตปฺปํ นาม? อิเธกจฺโจ กุลปุตฺโต โลกํ อธิปตึ เชฏฺฐกํ กตฺวา ปาปกมฺมํ น กโรติ. ยถาห – ‘‘มหา โข ปนายํ โลกสนฺนิวาโส. มหนฺตสฺมึ โข ปน โลกสนฺนิวาเส สนฺติ สมณพฺราหฺมณา อิทฺธิมนฺโต ทิพฺพจกฺขุกา ปรจิตฺตวิทุโน, เต ทูรโตปิ ปสฺสนฺติ, อาสนฺนาปิ น ทิสฺสนฺติ, เจตสาปิ จิตฺตํ ปชานนฺติ, เตปิมํ เอวํ ชานิสฺสนฺติ ‘ปสฺสถ โภ อิมํ กุลปุตฺตํ, สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต สมาโน โวกิณฺโณ วิหรติ ปาปเกหิ อกุสเลหิ ธมฺเมหี’ติ. สนฺติ เทวตา อิทฺธิมนฺตินิโย ทิพฺพจกฺขุกา ปรจิตฺตวิทุนิโย. ตา ทูรโตปิ ปสฺสนฺติ, อาสนฺนาปิ น ทิสฺสนฺติ, เจตสาปิ จิตฺตํ ปชานนฺติ, ตาปิ มํ ชานิสฺสนฺติ ‘ปสฺสถ โภ อิมํ กุลปุตฺตํ, สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต สมาโน โวกิณฺโณ วิหรติ ปาปเกหิ อกุสเลหิ ธมฺเมหี’ติ… โส โลกํเยว อธิปตึ เชฏฺฐกํ กตฺวา อกุสลํ ปชหติ กุสลํ ภาเวติ, สาวชฺชํ ปชหติ อนวชฺชํ ภาเวติ, สุทฺธมตฺตานํ ปริหรตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๔๖). เอวํ โลกาธิปติ โอตฺตปฺปํ นาม โหติ.

ลชฺชาสภาวสณฺฐิตา หิรี, ภยสภาวสณฺฐิตํ โอตฺตปฺปนฺติ. เอตฺถ ปน ลชฺชาติ ลชฺชนากาโร; เตน สภาเวน สณฺฐิตา หิรี. ภยนฺติ อปายภยํ; เตน สภาเวน สณฺฐิตํ โอตฺตปฺปํ. ตทุภยมฺปิ ปาปปริวชฺชเน ปากฏํ โหติ. เอกจฺโจ หิ, ยถา นาม เอโก กุลปุตฺโต อุจฺจารปสฺสาวาทีนิ กโรนฺโต ลชฺชิตพฺพยุตฺตกํ เอกํ ทิสฺวา ลชฺชนาการปฺปตฺโต ภเวยฺย หีฬิโต, เอวเมว อชฺฌตฺตํ ลชฺชิธมฺมํ โอกฺกมิตฺวา ปาปกมฺมํ น กโรติ. เอกจฺโจ อปายภยภีโต หุตฺวา ปาปกมฺมํ น กโรติ.

ตตฺริทํ โอปมฺมํ – ยถา หิ ทฺวีสุ อโยคุเฬสุ เอโก สีตโล ภเวยฺย คูถมกฺขิโต, เอโก อุโณฺห อาทิตฺโต. ตตฺถ ปณฺฑิโต สีตลํ คูถมกฺขิตตฺตา ชิคุจฺฉนฺโต น คณฺหาติ, อิตรํ ฑาหภเยน. ตตฺถ สีตลสฺส คูถมกฺขนชิคุจฺฉาย อคณฺหนํ วิย อชฺฌตฺตํ ลชฺชิธมฺมํ โอกฺกมิตฺวา ปาปสฺส อกรณํ. อุณฺหสฺส ฑาหภเยน อคณฺหนํ วิย อปายภเยน ปาปสฺส อกรณํ เวทิตพฺพํ.

สปฺปติสฺสวลกฺขณา หิรี, วชฺชภีรุกภยทสฺสาวิลกฺขณํ โอตฺตปฺปนฺติ. อิทมฺปิ ทฺวยํ ปาปปริวชฺชเน เอว ปากฏํ โหติ. เอกจฺโจ หิ ชาติมหตฺตปจฺจเวกฺขณา สตฺถุมหตฺตปจฺจเวกฺขณา ทายชฺชมหตฺตปจฺจเวกฺขณา สพฺรหฺมจารีมหตฺตปจฺจเวกฺขณาติ จตูหิ การเณหิ สปฺปติสฺสวลกฺขณํ หิรึ สมุฏฺฐาเปตฺวา ปาปํ น กโรติ. เอกจฺโจ อตฺตานุวาทภยํ ปรานุวาทภยํ ทณฺฑภยํ ทุคฺคติภยนฺติ จตูหิ การเณหิ วชฺชภีรุกภยทสฺสาวิลกฺขณํ โอตฺตปฺปํ สมุฏฺฐาเปตฺวา ปาปํ น กโรติ. ตตฺถ ชาติมหตฺตปจฺจเวกฺขณาทีนิ เจว อตฺตานุวาทภยาทีนิ จ วิตฺถาเรตฺวา กเถตพฺพานิ.

มูลราสิวณฺณนา

น ลุพฺภนฺติ เอเตน, สยํ วา น ลุพฺภติ, อลุพฺภนมตฺตเมว วา ตนฺติ อโลโภ. อโทสาโมเหสุปิ เอเสว นโย. เตสุ อโลโภ อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อเคธลกฺขโณ, อลคฺคภาวลกฺขโณ วา กมลทเล ชลพินฺทุ วิย. อปริคฺคหณรโส มุตฺตภิกฺขุ วิย. อนลฺลีนภาวปจฺจุปฏฺฐาโน อสุจิมฺหิ ปติตปุริโส วิย. อโทโส อจณฺฑิกฺกลกฺขโณ, อวิโรธลกฺขโณ วา อนุกูลมิตฺโต วิย. อาฆาตวินยรโส ปริฬาหวินยรโส วา จนฺทนํ วิย. โสมฺมภาวปจฺจุปฏฺฐาโน ปุณฺณจนฺโท วิย. อโมโห ลกฺขณาทีหิ เหฏฺฐา ปญฺญินฺทฺริยปเท วิภาวิโต เอว.

อิเมสุ ปน ตีสุ อโลโภ มจฺเฉรมลสฺส ปฏิปกฺโข, อโทโส ทุสฺสีลฺยมลสฺส, อโมโห กุสเลสุ ธมฺเมสุ อภาวนาย ปฏิปกฺโข. อโลโภ เจตฺถ ทานเหตุ, อโทโส สีลเหตุ, อโมโห ภาวนาเหตุ. เตสุ จ อโลเภน อนธิกํ คณฺหาติ, ลุทฺธสฺส อธิกคฺคหณโต. อโทเสน อนูนํ, ทุฏฺฐสฺส อูนคฺคหณโต. อโมเหน อวิปรีตํ, มูฬฺหสฺส วิปรีตคฺคหณโต.

อโลเภน เจตฺถ วิชฺชมานํ โทสํ โทสโต ธาเรนฺโต โทเส ปวตฺตติ; ลุทฺโธ หิ โทสํ ปฏิจฺฉาเทติ. อโทเสน วิชฺชมานํ คุณํ คุณโต ธาเรนฺโต คุเณ ปวตฺตติ; ทุฏฺโฐ หิ คุณํ มกฺเขติ. อโมเหน ยาถาวสภาวํ ยาถาวสภาวโต ธาเรนฺโต ยาถาวสภาเว ปวตฺตติ. มูโฬฺห หิ ‘ตจฺฉํ อตจฺฉนฺติ อตจฺฉํ จ ตจฺฉ’นฺติ คณฺหาติ. อโลเภน จ ปิยวิปฺปโยคทุกฺขํ น โหติ, ลุทฺธสฺส ปิยสภาวโต ปิยวิปฺปโยคาสหนโต จ. อโทเสน อปฺปิยสมฺปโยคทุกฺขํ น โหติ, ทุฏฺฐสฺส หิ อปฺปิยสภาวโต อปฺปิยสมฺปโยคาสหนโต จ. อโมเหน อิจฺฉิตาลาภทุกฺขํ น โหติ, อมูฬฺหสฺส หิ ‘ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา’ติเอวมาทิปจฺจเวกฺขณสมฺภวโต (ที. นิ. ๓.๓๔; อ. นิ. ๙.๓๐).

อโลเภน เจตฺถ ชาติทุกฺขํ น โหติ, อโลภสฺส ตณฺหาปฏิปกฺขโต ตณฺหามูลกตฺตา จ ชาติทุกฺขสฺส. อโทเสน ชราทุกฺขํ น โหติ, ติกฺขโทสสฺส ขิปฺปํ ชราสมฺภวโต. อโมเหน มรณทุกฺขํ น โหติ, สมฺโมหมรณญฺหิ ทุกฺขํ, น เจตํ อมูฬฺหสฺส โหติ. อโลเภน จ คหฏฺฐานํ, อโมเหน ปพฺพชิตานํ, อโทเสน ปน สพฺเพสมฺปิ สุขสํวาสตา โหติ.

วิเสสโต เจตฺถ อโลเภน เปตฺติวิสเย อุปปตฺติ น โหติ. เยภุยฺเยน หิ สตฺตา ตณฺหาย เปตฺติวิสยํ อุปปชฺชนฺติ, ตณฺหาย จ ปฏิปกฺโข อโลโภ. อโทเสน นิรเย อุปปตฺติ น โหติ. โทเสน หิ จณฺฑชาติตาย โทสสทิสํ นิรยํ อุปปชฺชนฺติ. โทสสฺส จ ปฏิปกฺโข อโทโส. อโมเหน ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺติ น โหติ. โมเหน หิ นิจฺจสมฺมูฬฺหํ ติรจฺฉานโยนึ อุปปชฺชนฺติ. โมหสฺส ปฏิปกฺโข จ อโมโห. เอเตสุ จ อโลโภ ราควเสน อุปคมนสฺส อภาวกโร, อโทโส โทสวเสน อปคมนสฺส, อโมโห โมหวเสน อมชฺฌตฺตภาวสฺส.

ตีหิปิ เจเตหิ ยถาปฏิปาฏิยา เนกฺขมฺมสญฺญา อพฺยาปาทสญฺญา อวิหึสาสญฺญาติ อิมา ติสฺโส. อสุภสญฺญา อปฺปมาณสญฺญา ธาตุสญฺญาติ อิมา จ ติสฺโส สญฺญาโย โหนฺติ. อโลเภน ปน กามสุขลฺลิกานุโยคอนฺตสฺส, อโทเสน อตฺตกิลมถานุโยคอนฺตสฺส ปริวชฺชนํ โหติ; อโมเหน มชฺฌิมาย ปฏิปตฺติยา ปฏิปชฺชนํ. ตถา อโลเภน อภิชฺฌากายคนฺถสฺส ปเภทนํ โหติ, อโทเสน พฺยาปาทกายคนฺถสฺส, อโมเหน เสสคนฺถทฺวยสฺส. ปุริมานิ จ เทฺว สติปฏฺฐานานิ ปุริมานํ ทฺวินฺนํ อานุภาเวน, ปจฺฉิมานิ ปจฺฉิมสฺเสว อานุภาเวน อิชฺฌนฺติ.

อโลโภ เจตฺถ อาโรคฺยสฺส ปจฺจโย โหติ; อลุทฺโธ หิ โลภนียมฺปิ อสปฺปายํ น เสวติ, เตน โข อโรโค โหติ. อโทโส โยพฺพนสฺส; อทุฏฺโฐ หิ วลิปลิตาวเหน โทสคฺคินา อฑยฺหมาโน ทีฆรตฺตํ ยุวา โหติ. อโมโห ทีฆายุกตาย; อมูโฬฺห หิ หิตาหิตํ ญตฺวา อหิตํ ปริวชฺชนฺโต หิตญฺจ ปฏิเสวมาโน ทีฆายุโก โหติ.

อโลโภ เจตฺถ โภคสมฺปตฺติยา ปจฺจโย โหติ, อลุทฺธสฺส หิ จาเคน โภคปฏิลาโภ. อโทโส มิตฺตสมฺปตฺติยา, เมตฺตาย มิตฺตานํ ปฏิลาภโต เจว อปริหานโต จ. อโมโห อตฺตสมฺปตฺติยา, อมูโฬฺห หิ อตฺตโน หิตเมว กโรนฺโต อตฺตานํ สมฺปาเทติ. อโลโภ จ ทิพฺพวิหารสฺส ปจฺจโย โหติ, อโทโส พฺรหฺมวิหารสฺส, อโมโห อริยวิหารสฺส.

อโลเภน เจตฺถ สกปกฺเขสุ สตฺตสงฺขาเรสุ นิพฺพุโต โหติ, เตสํ วินาเสน อภิสงฺคเหตุกสฺส ทุกฺขสฺส อภาวา; อโทเสน ปรปกฺเขสุ, อทุฏฺฐสฺส หิ เวรีสุปิ เวริสญฺญาย อภาวโต; อโมเหน อุทาสีนปกฺเขสุ, อมูฬฺหสฺส สพฺพาภิสงฺคตาย อภาวโต.

อโลเภน จ อนิจฺจทสฺสนํ โหติ; ลุทฺโธ หิ อุปโภคาสาย อนิจฺเจปิ สงฺขาเร อนิจฺจโต น ปสฺสติ. อโทเสน ทุกฺขทสฺสนํ; อโทสชฺฌาสโย หิ ปริจฺจตฺตอาฆาตวตฺถุปริคฺคโห สงฺขาเรเยว ทุกฺขโต ปสฺสติ. อโมเหน อนตฺตทสฺสนํ; อมูโฬฺห หิ ยาถาวคหณกุสโล อปริณายกํ ขนฺธปญฺจกํ อปริณายกโต พุชฺฌติ. ยถา จ เอเตหิ อนิจฺจทสฺสนาทีนิ เอวเมเตปิ อนิจฺจทสฺสนาทีหิ โหนฺติ. อนิจฺจทสฺสเนน หิ อโลโภ โหติ, ทุกฺขทสฺสเนน อโทโส, อนตฺตทสฺสเนน อโมโห โหติ. โก หิ นาม ‘อนิจฺจมิท’นฺติ สมฺมา ญตฺวา ตสฺสตฺถาย ปิหํ อุปฺปาเทยฺย, สงฺขาเร วา ‘ทุกฺข’นฺติ ชานนฺโต อปรมฺปิ อจฺจนฺตติขิณํ โกธทุกฺขํ อุปฺปาเทยฺย, อตฺตสุญฺญตญฺจ พุชฺฌิตฺวา ปุน สมฺโมหมาปชฺเชยฺยาติ?

กมฺมปถราสิวณฺณนา

นาภิชฺฌายตีติ อนภิชฺฌา. กายิกเจตสิกสุขํ อิธโลกปรโลกหิตํ คุณานุภาวปฏิลทฺธํ กิตฺติสทฺทญฺจ น พฺยาปาเทตีติ อพฺยาปาโท. สมฺมา ปสฺสติ, โสภนา วา ทิฏฺฐีติ สมฺมาทิฏฺฐิ. อโลภาทีนํเยว ตานิ นามานิ. เหฏฺฐา ปเนเต ธมฺมา มูลวเสน คหิตา, อิธ กมฺมปถวเสนาติ เวทิตพฺพา.

โลกปาลทุกวณฺณนา

หิโรตฺตปฺปานิปิ เหฏฺฐา พลวเสน คหิตานิ, อิธ โลกปาลวเสน. โลกญฺหิ อิเม เทฺว ธมฺมา ปาลยนฺติ. ยถาห –

‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, สุกฺกา ธมฺมา โลกํ ปาเลนฺติ. กตเม เทฺว? หิรี จ โอตฺตปฺปญฺจ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว สุกฺกา ธมฺมา โลกํ ปาเลนฺติ. สเจ, ภิกฺขเว, เทฺว สุกฺกา ธมฺมา โลกํ น ปาเลยฺยุํ, นยิธ ปญฺญาเยถ มาตาติ วา, มาตุจฺฉาติ วา, มาตุลานีติ วา, อาจริยภริยาติ วา, ครูนํ ทาราติ วา. สมฺเภทํ โลโก อคมิสฺส ยถา อเชฬกา กุกฺกุฏสูกรา โสณสิงฺคาลา. ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, อิเม เทฺว สุกฺกา ธมฺมา โลกํ ปาเลนฺติ, ตสฺมา ปญฺญายติ มาตาติ วา มาตุจฺฉาติ วา มาตุลานีติ วา อาจริยภริยาติ วา ครูนํ ทาราติ วา’’ติ (อ. นิ. ๒.๙).

ปสฺสทฺธาทิยุคลวณฺณนา

กายสฺส ปสฺสมฺภนํ กายปสฺสทฺธิ. จิตฺตสฺส ปสฺสมฺภนํ จิตฺตปสฺสทฺธิ. กาโยติ เจตฺถ เวทนาทโย ตโย ขนฺธา. อุโภปิ ปเนตา เอกโต กตฺวา กายจิตฺตทรถวูปสมลกฺขณา กายจิตฺตปสฺสทฺธิโย, กายจิตฺตทรถนิมฺมทฺทนรสา, กายจิตฺตานํ อปริปฺผนฺทสีติภาวปจฺจุปฏฺฐานา, กายจิตฺตปทฏฺฐานา. กายจิตฺตานํ อวูปสมกรอุทฺธจฺจาทิกิเลสปฏิปกฺขภูตาติ ทฏฺฐพฺพา.

กายสฺส ลหุภาโว กายลหุตา. จิตฺตสฺส ลหุภาโว จิตฺตลหุตา. ตา กายจิตฺตครุภาววูปสมลกฺขณา, กายจิตฺตครุภาวนิมฺมทฺทนรสา, กายจิตฺตานํ อทนฺธตาปจฺจุปฏฺฐานา, กายจิตฺตปทฏฺฐานา. กายจิตฺตานํ ครุภาวกรถินมิทฺธาทิกิเลสปฏิปกฺขภูตาติ ทฏฺฐพฺพา.

กายสฺส มุทุภาโว กายมุทุตา. จิตฺตสฺส มุทุภาโว จิตฺตมุทุตา. ตา กายจิตฺตถทฺธภาววูปสมลกฺขณา, กายจิตฺตถทฺธภาวนิมฺมทฺทนรสา, อปฺปฏิฆาตปจฺจุปฏฺฐานา, กายจิตฺตปทฏฺฐานา. กายจิตฺตานํ ถทฺธภาวกรทิฏฺฐิมานาทิกิเลสปฏิปกฺขภูตาติ ทฏฺฐพฺพา.

กายสฺส กมฺมญฺญภาโว กายกมฺมญฺญตา. จิตฺตสฺส กมฺมญฺญภาโว จิตฺตกมฺมญฺญตา. ตา กายจิตฺตอกมฺมญฺญภาววูปสมลกฺขณา, กายจิตฺตานํ อกมฺมญฺญภาวนิมฺมทฺทนรสา, กายจิตฺตานํ อารมฺมณกรณสมฺปตฺติปจฺจุปฏฺฐานา, กายจิตฺตปทฏฺฐานา. กายจิตฺตานํ อกมฺมญฺญภาวกราวเสสนีวรณปฏิปกฺขภูตาติ ทฏฺฐพฺพา. ตา ปสาทนียวตฺถูสุ ปสาทาวหา, หิตกิริยาสุ วินิโยคกฺเขมภาวาวหา สุวณฺณวิสุทฺธิ วิยาติ ทฏฺฐพฺพา.

กายสฺส ปาคุญฺญภาโว กายปาคุญฺญตา. จิตฺตสฺส ปาคุญฺญภาโว จิตฺตปาคุญฺญตา. ตา กายจิตฺตานํ อเคลญฺญภาวลกฺขณา, กายจิตฺตเคลญฺญนิมฺมทฺทนรสา, นิราทีนวปจฺจุปฏฺฐานา, กายจิตฺตปทฏฺฐานา. กายจิตฺตเคลญฺญกรอสฺสทฺธิยาทิกิเลสปฏิปกฺขภูตาติ ทฏฺฐพฺพา.

กายสฺส อุชุกภาโว กายุชุกตา. จิตฺตสฺส อุชุกภาโว จิตฺตุชุกตา. ตา กายจิตฺตานํ อชฺชวลกฺขณา, กายจิตฺตกุฏิลภาวนิมฺมทฺทนรสา, อชิมฺหตาปจฺจุปฏฺฐานา, กายจิตฺตปทฏฺฐานา. กายจิตฺตานํ กุฏิลภาวกรมายาสาเฐยฺยาทิกิเลสปฏิปกฺขภูตาติ ทฏฺฐพฺพา.

สรตีติ สติ. สมฺปชานาตีติ สมฺปชญฺญํ; สมนฺตโต ปกาเรหิ ชานาตีติ อตฺโถ. สาตฺถกสมฺปชญฺญํ สปฺปายสมฺปชญฺญํ โคจรสมฺปชญฺญํ อสมฺโมหสมฺปชญฺญนฺติ อิเมสํ จตุนฺนํ ปนสฺส วเสน เภโท เวทิตพฺโพ. ลกฺขณาทีนิ จ เตสํ สตินฺทฺริยปญฺญินฺทฺริเยสุ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ. อิติ เหฏฺฐา วุตฺตเมเวตํ ธมฺมทฺวยํ ปุน อิมสฺมึ ฐาเน อุปการวเสน คหิตํ.

กามจฺฉนฺทาทโย ปจฺจนีกธมฺเม สเมตีติ สมโถ. อนิจฺจาทิวเสน วิวิเธหิ อากาเรหิ ธมฺเม ปสฺสตีติ วิปสฺสนา. ปญฺญาเวสา อตฺถโต. อิเมสมฺปิ ทฺวินฺนํ ลกฺขณาทีนิ เหฏฺฐา วุตฺตาเนว. อิธ ปเนเต ยุคนทฺธวเสน คหิตา.

สหชาตธมฺเม ปคฺคณฺหาตีติ ปคฺคาโห. อุทฺธจฺจสงฺขาตสฺส วิกฺเขปสฺส ปฏิปกฺขภาวโต น วิกฺเขโปติ อวิกฺเขโป. เอเตสมฺปิ ลกฺขณาทีนิ เหฏฺฐา วุตฺตาเนว. อิธ ปเนตํ ทฺวยํ วีริยสมาธิโยชนตฺถาย คหิตนฺติ เวทิตพฺพํ.

เยวาปนกวณฺณนา

เย วา ปน ตสฺมึ สมเย อญฺเญปิ อตฺถิ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา อรูปิโน ธมฺมา, อิเม ธมฺมา กุสลาติ ‘ผสฺโส โหติ…เป… อวิกฺเขโป โหตี’ติ น เกวลํ ปทปฏิปาฏิยา อุทฺทิฏฺฐา อิเม ปโรปณฺณาสธมฺมา เอว, อถ โข ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ ติเหตุกํ โสมนสฺสสหคตํ ปฐมํ อสงฺขาริกํ มหาจิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, ตสฺมึ สมเย เย วา ปน อญฺเญปิ เตหิเยว ผสฺสาทีหิ สมฺปยุตฺตา หุตฺวา ปวตฺตมานา อตฺถิ, อตฺตโน อตฺตโน อนุรูปํ ปจฺจยํ ปฏิจฺจ สมุปฺปนฺนา รูปาภาเวน อรูปิโน, สภาวโต อุปลพฺภมานา ธมฺมา สพฺเพปิ อิเม ธมฺมา กุสลา.

เอตฺตาวตา จิตฺตงฺควเสน ปาฬิยํ อารุเฬฺห ปโรปณฺณาสธมฺเม ทีเปตฺวา เยวาปนกวเสน อปเรปิ นว ธมฺเม ธมฺมราชา ทีเปติ. เตสุ เตสุ หิ สุตฺตปเทสุ ‘ฉนฺโท อธิโมกฺโข มนสิกาโร ตตฺรมชฺฌตฺตตา กรุณา มุทิตา กายทุจฺจริตวิรติ วจีทุจฺจริตวิรติ มิจฺฉาชีววิรตี’ติ อิเม นว ธมฺมา ปญฺญายนฺติ. อิมสฺมิญฺจาปิ มหาจิตฺเต กตฺตุกมฺยตากุสลธมฺมจฺฉนฺโท อตฺถิ, จิตฺตงฺควเสน ปน ปาฬิยํ น อารุโฬฺห. โส อิธ เยวาปนกวเสน คหิโต.

อธิโมกฺโข อตฺถิ, มนสิกาโร อตฺถิ, ตตฺรมชฺฌตฺตตา อตฺถิ. เมตฺตาปุพฺพภาโค อตฺถิ; โส อโทเส คหิเต คหิโต เอว โหติ. กรุณาปุพฺพภาโค อตฺถิ, มุทิตาปุพฺพภาโค อตฺถิ. อุเปกฺขาปุพฺพภาโค อตฺถิ; โส ปน ตตฺรมชฺฌตฺตตาย คหิตาย คหิโตว โหติ. สมฺมาวาจา อตฺถิ, สมฺมากมฺมนฺโต อตฺถิ. สมฺมาอาชีโว อตฺถิ; จิตฺตงฺควเสน ปน ปาฬิยํ น อารุโฬฺห. โสปิ อิธ เยวาปนกวเสน คหิโต.

อิเมสุ ปน นวสุ ฉนฺโท อธิโมกฺโข มนสิกาโร ตตฺรมชฺฌตฺตตาติ อิเม จตฺตาโรว เอกกฺขเณ ลพฺภนฺติ, เสสา นานากฺขเณ. ยทา หิ อิมินา จิตฺเตน มิจฺฉาวาจํ ปชหติ, วิรติวเสน สมฺมาวาจํ ปูเรติ, ตทา ฉนฺทาทโย จตฺตาโร, สมฺมาวาจา จาติ อิเม ปญฺจ เอกกฺขเณ ลพฺภนฺติ. ยทา มิจฺฉากมฺมนฺตํ ปชหติ, วิรติวเสน สมฺมากมฺมนฺตํ ปูเรติ…เป… มิจฺฉาอาชีวํ ปชหติ, วิรติวเสน สมฺมาอาชีวํ ปูเรติ…เป… ยทา กรุณาย ปริกมฺมํ กโรติ…เป… ยทา มุทิตาย ปริกมฺมํ กโรติ, ตทา ฉนฺทาทโย จตฺตาโร, มุทิตาปุพฺพภาโค จาติ อิเม ปญฺจ เอกกฺขเณ ลพฺภนฺติ. อิโต ปน มุญฺจิตฺวา, ทานํ เทนฺตสฺส สีลํ ปูเรนฺตสฺส โยเค กมฺมํ กโรนฺตสฺส จตฺตาริ อปณฺณกงฺคาเนว ลพฺภนฺติ.

เอวเมเตสุ นวสุ เยวาปนกธมฺเมสุ ‘ฉนฺโท’ติ กตฺตุกมฺยตาเยตํ อธิวจนํ. ตสฺมา โส กตฺตุกมฺยตาลกฺขโณ ฉนฺโท, อารมฺมณปริเยสนรโส, อารมฺมเณน อตฺถิกตาปจฺจุปฏฺฐาโน. ตเทวสฺส ปทฏฺฐานํ. อารมฺมณสฺส คหเณ จายํ เจตโส หตฺถปฺปสารณํ วิย ทฏฺฐพฺโพ.

อธิมุจฺจนํ ‘อธิโมกฺโข’. โส สนฺนิฏฺฐานลกฺขโณ, อสํสปฺปนรโส, นิจฺฉยปจฺจุปฏฺฐาโน สนฺนิฏฺฐาตพฺพธมฺมปทฏฺฐาโน. อารมฺมเณ นิจฺจลภาเวน อินฺทขีโล วิย ทฏฺฐพฺโพ.

กิริยา กาโร, มนสฺมึ กาโร ‘มนสิกาโร’. ปุริมมนโต วิสทิสํ มนํ กโรตีติปิ มนสิกาโร. สฺวายํ อารมฺมณปฏิปาทโก วีถิปฏิปาทโก ชวนปฏิปาทโกติ ติปฺปกาโร. ตตฺถ อารมฺมณปฏิปาทโก มนสฺมึ กาโรติ มนสิกาโร. โส สารณลกฺขโณ, สมฺปยุตฺตานํ อารมฺมเณ สมฺปโยชนรโส, อารมฺมณาภิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐาโน, สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺโน. อารมฺมณปฏิปาทกตฺเตน สมฺปยุตฺตานํ สารถิ วิย ทฏฺฐพฺโพ. วีถิปฏิปาทโกติ ปน ปญฺจทฺวาราวชฺชนสฺเสตํ อธิวจนํ. ชวนปฏิปาทโกติ มโนทฺวาราวชฺชนสฺส. น เต อิธ อธิปฺเปตา.

เตสุ ธมฺเมสุ มชฺฌตฺตตา ‘ตตฺรมชฺฌตฺตตา’. สา จิตฺตเจตสิกานํ สมวาหิตลกฺขณา, อูนาธิกนิวารณรสา, ปกฺขปาตุปจฺเฉทนรสา วา; มชฺฌตฺตภาวปจฺจุปฏฺฐานา. จิตฺตเจตสิกานํ อชฺฌุเปกฺขนวเสน สมปฺปวตฺตานํ อาชาเนยฺยานํ อชฺฌุเปกฺขนสารถิ วิย ทฏฺฐพฺพา.

‘กรุณามุทิตา’ พฺรหฺมวิหารนิทฺเทเส อาวิ ภวิสฺสนฺติ. เกวลญฺหิ ตา อปฺปนปฺปตฺตา รูปาวจรา, อิธ กามาวจราติ อยเมว วิเสโส.

กายทุจฺจริตโต วิรติ ‘กายทุจฺจริตวิรติ’. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ลกฺขณาทิโต ปเนตา ติสฺโสปิ กายทุจฺจริตาทิวตฺถูนํ อวีติกฺกมลกฺขณา; อมทฺทนลกฺขณาติ วุตฺตํ โหติ. กายทุจฺจริตาทิวตฺถุโต สงฺโกจนรสา, อกิริยปจฺจุปฏฺฐานา, สทฺธาหิโรตฺตปฺปอปฺปิจฺฉตาทิคุณปทฏฺฐานา. ปาปกิริยโต จิตฺตสฺส วิมุขีภาวภูตาติ ทฏฺฐพฺพา.

อิติ ผสฺสาทีนิ ฉปฺปญฺญาส เยวาปนกวเสน วุตฺตานิ นวาติ สพฺพานิปิ อิมสฺมึ ธมฺมุทฺเทสวาเร ปญฺจสฏฺฐิ ธมฺมปทานิ ภวนฺติ. เตสุ เอกกฺขเณ กทาจิ เอกสฏฺฐิ ภวนฺติ, กทาจิ สมสฏฺฐิ. ตานิ หิ สมฺมาวาจาปูรณาทิวเสน. อุปฺปตฺติยํ ปญฺจสุ ฐาเนสุ เอกสฏฺฐิ ภวนฺติ. เตหิ มุตฺเต เอกสฺมึ ฐาเน สมสฏฺฐิ ภวนฺติ. ฐเปตฺวา ปน เยวาปนเก ปาฬิยํ ยถารุตวเสน คยฺหมานานิ ฉปฺปญฺญาสาว โหนฺติ. อคฺคหิตคฺคหเณน ปเนตฺถ ผสฺสปญฺจกํ, วิตกฺโก วิจาโร ปีติ จิตฺเตกคฺคตา, ปญฺจินฺทฺริยานิ, หิริพลํ โอตฺตปฺปพลนฺติ เทฺว พลานิ, อโลโภ อโทโสติ เทฺว มูลานิ, กายปสฺสทฺธิจิตฺตปสฺสทฺธิอาทโย ทฺวาทส ธมฺมาติ สมตึส ธมฺมา โหนฺติ.

เตสุ สมตึสาย ธมฺเมสุ อฏฺฐารส ธมฺมา อวิภตฺติกา โหนฺติ, ทฺวาทส สวิภตฺติกา. กตเม อฏฺฐารส? ผสฺโส สญฺญา เจตนา วิจาโร ปีติ ชีวิตินฺทฺริยํ, กายปสฺสทฺธิอาทโย ทฺวาทส ธมฺมาติ อิเม อฏฺฐารส อวิภตฺติกา. เวทนา จิตฺตํ วิตกฺโก จิตฺเตกคฺคตา, สทฺธินฺทฺริยํ วีริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ, หิริพลํ โอตฺตปฺปพลํ, อโลโภ อโทโสติ อิเม ทฺวาทส ธมฺมา สวิภตฺติกา. เตสุ สตฺต ธมฺมา ทฺวีสุ ฐาเนสุ วิภตฺตา, เอโก ตีสุ, เทฺว จตูสุ, เอโก ฉสุ, เอโก สตฺตสุ ฐาเนสุ วิภตฺโต.

กถํ? จิตฺตํ วิตกฺโก สทฺธา หิรี โอตฺตปฺปํ อโลโภ อโทโสติ อิเม สตฺต ทฺวีสุ ฐาเนสุ วิภตฺตา.

เอเตสุ หิ จิตฺตํ ตาว ผสฺสปญฺจกํ ปตฺวา จิตฺตํ โหตีติ วุตฺตํ, อินฺทฺริยานิ ปตฺวา มนินฺทฺริยนฺติ. วิตกฺโก ฌานงฺคานิ ปตฺวา วิตกฺโก โหตีติ วุตฺโต, มคฺคงฺคานิ ปตฺวา สมฺมาสงฺกปฺโปติ. สทฺธา อินฺทฺริยานิ ปตฺวา สทฺธินฺทฺริยํ โหตีติ วุตฺตา, พลานิ ปตฺวา สทฺธาพลนฺติ. หิรี พลานิ ปตฺวา หิริพลํ โหตีติ วุตฺตา, โลกปาลทุกํ ปตฺวา หิรีติ. โอตฺตปฺเปปิ เอเสว นโย. อโลโภ มูลํ ปตฺวา อโลโภ โหตีติ วุตฺโต, กมฺมปถํ ปตฺวา อนภิชฺฌาติ. อโทโส มูลํ ปตฺวา อโทโส โหตีติ วุตฺโต, กมฺมปถํ ปตฺวา อพฺยาปาโทติ. อิเม สตฺต ทฺวีสุ ฐาเนสุ วิภตฺตา.

เวทนา ปน ผสฺสปญฺจกํ ปตฺวา เวทนา โหตีติ วุตฺตา, ฌานงฺคานิ ปตฺวา สุขนฺติ, อินฺทฺริยานิ ปตฺวา โสมนสฺสินฺทฺริยนฺติ. เอวํ เอโก ธมฺโม ตีสุ ฐาเนสุ วิภตฺโต.

วีริยํ ปน อินฺทฺริยานิ ปตฺวา วีริยินฺทฺริยํ โหตีติ วุตฺตํ, มคฺคงฺคานิ ปตฺวา สมฺมาวายาโมติ, พลานิ ปตฺวา วีริยพลนฺติ, ปิฏฺฐิทุกํ ปตฺวา ปคฺคาโหติ. สติปิ อินฺทฺริยานิ ปตฺวา สตินฺทฺริยํ โหตีติ วุตฺตา, มคฺคงฺคานิ ปตฺวา สมฺมาสตีติ, พลานิ ปตฺวา สติพลนฺติ, ปิฏฺฐิทุกํ ปตฺวา สติ โหตีติ วุตฺตา. เอวํ อิเม เทฺว ธมฺมา จตูสุ ฐาเนสุ วิภตฺตา.

สมาธิ ปน ฌานงฺคานิ ปตฺวา จิตฺตสฺเสกคฺคตา โหตีติ วุตฺโต, อินฺทฺริยานิ ปตฺวา สมาธินฺทฺริยนฺติ, มคฺคงฺคานิ ปตฺวา สมฺมาสมาธีติ. พลานิ ปตฺวา สมาธิพลนฺติ, ปิฏฺฐิทุกํ ปตฺวา สมโถ อวิกฺเขโปติ. เอวมยํ เอโก ธมฺโม ฉสุ ฐาเนสุ วิภตฺโต.

ปญฺญา ปน อินฺทฺริยานิ ปตฺวา ปญฺญินฺทฺริยํ โหตีติ วุตฺตา, มคฺคงฺคานิ ปตฺวา สมฺมาทิฏฺฐีติ, พลานิ ปตฺวา ปญฺญาพลนฺติ, มูลานิ ปตฺวา อโมโหติ, กมฺมปถํ ปตฺวา สมฺมาทิฏฺฐีติ, ปิฏฺฐิทุกํ ปตฺวา สมฺปชญฺญํ วิปสฺสนาติ. เอวํ เอโก ธมฺโม สตฺตสุ ฐาเนสุ วิภตฺโต.

สเจ ปน โกจิ วเทยฺย – ‘เอตฺถ อปุพฺพํ นาม นตฺถิ, เหฏฺฐา คหิตเมว คณฺหิตฺวา ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน ปทํ ปูริตํ, อนนุสนฺธิกา กถา อุปฺปฏิปาฏิยา โจเรหิ อาภตภณฺฑสทิสา, โคยูเถน คตมคฺเค อาลุลิตติณสทิสา อชานิตฺวา กถิตา’ติ, โส ‘มาเหว’นฺติ ปฏิเสเธตฺวา วตฺตพฺโพ – ‘พุทฺธานํ เทสนา อนนุสนฺธิกา นาม นตฺถิ, สานุสนฺธิกา ว โหติ. อชานิตฺวา กถิตาปิ นตฺถิ, สพฺพา ชานิตฺวา กถิตาเยว. สมฺมาสมฺพุทฺโธ หิ เตสํ เตสํ ธมฺมานํ กิจฺจํ ชานาติ, ตํ ญตฺวา กิจฺจวเสน วิภตฺตึ อาโรเปนฺโต อฏฺฐารส ธมฺมา เอเกกกิจฺจาติ ญตฺวา เอเกกสฺมึ ฐาเน วิภตฺตึ อาโรเปสิ. สตฺต ธมฺมา เทฺวเทฺวกิจฺจาติ ญตฺวา ทฺวีสุ ทฺวีสุ ฐาเนสุ วิภตฺตึ อาโรเปสิ. เวทนา ติกิจฺจาติ ญตฺวา ตีสุ ฐาเนสุ วิภตฺตึ อาโรเปสิ. วีริยสตีนํ จตฺตาริ จตฺตาริ กิจฺจานีติ ญตฺวา จตูสุ จตูสุ ฐาเนสุ วิภตฺตึ อาโรเปสิ. สมาธิ ฉกิจฺโจติ ญตฺวา ฉสุ ฐาเนสุ วิภตฺตึ อาโรเปสิ. ปญฺญา สตฺตกิจฺจาติ ญตฺวา สตฺตสุ ฐาเนสุ วิภตฺตึ อาโรเปสิ’.

ตตฺริทํ โอปมฺมํ – เอโก กิร ปณฺฑิโต ราชา รโหคโต จินฺเตสิ – ‘อิมํ ราชกุลสนฺตกํ น ยถา วา ตถา วา ขาทิตพฺพํ, สิปฺปานุจฺฉวิกํ เวตนํ วฑฺเฒสฺสามี’ติ. โส สพฺเพ สิปฺปิเก สนฺนิปาตาเปตฺวา ‘เอเกกสิปฺปชานนเก ปกฺโกสถา’ติ อาห. เอวํ ปกฺโกสิยมานา อฏฺฐารส ชนา อุฏฺฐหึสุ. เตสํ เอเกกํ ปฏิวีสํ ทาเปตฺวา วิสฺสชฺเชสิ. ‘เทฺว เทฺว สิปฺปานิ ชานนฺตา อาคจฺฉนฺตู’ติ วุตฺเต ปน สตฺต ชนา อาคมํสุ. เตสํ เทฺว เทฺว ปฏิวีเส ทาเปสิ. ‘ตีณิ สิปฺปานิ ชานนฺตา อาคจฺฉนฺตู’ติ วุตฺเต เอโกว อาคจฺฉิ. ตสฺส ตโย ปฏิวีเส ทาเปสิ. ‘จตฺตาริ สิปฺปานิ ชานนฺตา อาคจฺฉนฺตู’ติ วุตฺเต เทฺว ชนา อาคมํสุ. เตสํ จตฺตาริ จตฺตาริ ปฏิวีเส ทาเปสิ. ‘ปญฺจ สิปฺปานิ ชานนฺตา อาคจฺฉนฺตู’ติ วุตฺเต เอโกปิ นาคจฺฉิ. ‘ฉ สิปฺปานิ ชานนฺตา อาคจฺฉนฺตู’ติ วุตฺเต เอโกว อาคจฺฉิ. ตสฺส ฉ ปฏิวีเส ทาเปสิ. ‘สตฺต สิปฺปานิ ชานนฺตา อาคจฺฉนฺตู’ติ วุตฺเต เอโกว อาคจฺฉิ. ตสฺส สตฺต ปฏิวีเส ทาเปสิ.

ตตฺถ ปณฺฑิโต ราชา วิย อนุตฺตโร ธมฺมราชา. สิปฺปชานนกา วิย จิตฺตจิตฺตงฺควเสน อุปฺปนฺนา ธมฺมา. สิปฺปานุจฺฉวิกเวตนวฑฺฒนํ วิย กิจฺจวเสน เตสํ เตสํ ธมฺมานํ วิภตฺติอาโรปนํ.

สพฺเพปิ ปเนเต ธมฺมา ผสฺสปญฺจกวเสน ฌานงฺควเสน อินฺทฺริยวเสน มคฺควเสน พลวเสน มูลวเสน กมฺมปถวเสน โลกปาลวเสน ปสฺสทฺธิวเสน ลหุตาวเสน มุทุตาวเสน กมฺมญฺญตาวเสน ปาคุญฺญตาวเสน อุชุกตาวเสน สติสมฺปชญฺญวเสน สมถวิปสฺสนาวเสน ปคฺคาหาวิกฺเขปวเสนาติ สตฺตรส ราสโย โหนฺตีติ.

ธมฺมุทฺเทสวารกถา นิฏฺฐิตา.