๒. ทุติยปณฺณาสกํ
(๖) ๑. โคตมีวคฺโค
๑. โคตมีสุตฺตวณฺณนา
๕๑. ฉฏฺฐสฺส ปฐเม สกฺเกสุ วิหรตีติ ปฐมคมเนน คนฺตฺวา วิหรติ. มหาปชาปตีติ ปุตฺตปชาย เจว ธีตุปชาย จ มหนฺตตฺตา เอวํลทฺธนามา. เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ ภควา กปิลปุรํ คนฺตฺวา ปฐมเมว นนฺทํ ปพฺพาเชสิ, สตฺตเม ทิวเส ราหุลกุมารํ. จุมฺพฏกกลเห (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๓๑; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๓๗) ปน อุภยนครวาสิเกสุ ยุทฺธตฺถาย นิกฺขนฺเตสุ สตฺถา คนฺตฺวา เต ราชาโน สญฺญาเปตฺวา อตฺตทณฺฑสุตฺตํ (สุ. นิ. ๙๔๑ อาทโย; มหานิ. ๑๗๐ อาทโย) กเถสิ. ราชาโน ปสีทิตฺวา อฑฺฒติยสเต อฑฺฒติยสเต กุมาเร อทํสุ, ตานิ ปญฺจ กุมารสตานิ สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชึสุ, อถ เนสํ ปชาปติโย สาสนํ เปเสตฺวา อนภิรตึ อุปฺปาทยึสุ. สตฺถา เตสํ อนภิรติยา อุปฺปนฺนภาวํ ญตฺวา เต ปญฺจสเต ทหรภิกฺขู กุณาลทหํ เนตฺวา อตฺตโน กุณาลกาเล นิสินฺนปุพฺเพ ปาสาณตเล นิสีทิตฺวา กุณาลชาตกกถาย (ชา. ๒.๒๑.กุณาลชาตก) เตสํ อนภิรตึ วิโนเทตฺวา สพฺเพปิ เต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาเปสิ, ปุน มหาวนํ อาเนตฺวา อรหตฺตผเลติ. เตสํ จิตฺตชานนตฺถํ ปุนปิ ปชาปติโย สาสนํ ปหิณึสุ. เต ‘‘อภพฺพา มยํ ฆราวาสสฺสา’’ติ ปฏิสาสนํ ปหิณึสุ. ตา ‘‘น ทานิ อมฺหากํ ฆรํ คนฺตุํ ยุตฺตํ, มหาปชาปติยา สนฺติกํ คนฺตฺวา ปพฺพชฺชํ อนุชานาเปตฺวา ปพฺพชิสฺสามา’’ติ ปญฺจสตาปิ มหาปชาปตึ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อยฺเย, อมฺหากํ ปพฺพชฺชํ อนุชานาเปถา’’ติ อาหํสุ. มหาปชาปตี ตา อิตฺถิโย คเหตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ. เสตจฺฉตฺตสฺส เหฏฺฐา รญฺโญ ปรินิพฺพุตกาเล อุปสงฺกมีติปิ วทนฺติเยว.
อลํ โคตมิ, มา เต รุจฺจีติ กสฺมา ปฏิกฺขิปิ, นนุ สพฺเพสมฺปิ พุทฺธานํ จตสฺโส ปริสา โหนฺตีติ? กามํ โหนฺติ, กิลเมตฺวา ปน อเนกวารํ ยาจิเต อนุญฺญาตํ ปพฺพชฺชํ ‘‘ทุกฺเขน ลทฺธา’’ติ สมฺมา ปริปาเลสฺสนฺตีติ ครุํ กตฺวา อนุญฺญาตุกาโม ปฏิกฺขิปิ. ปกฺกามีติ ปุน กปิลปุรเมว ปาวิสิ. ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวาติ โพธเนยฺยสตฺตานํ อุปนิสฺสยํ โอโลเกนฺโต ยถาชฺฌาสยเน วิหริตฺวา. จาริกํ ปกฺกามีติ มหาชนสงฺคหํ กโรนฺโต อุตฺตมาย พุทฺธสิริยา อโนปเมน พุทฺธวิลาเสน อตุริตจาริกํ ปกฺกามิ.
สมฺพหุลาหิ สากิยานีหิ สทฺธินฺติ อนฺโตนิเวสนมฺหิเยว ทสพลํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชฺชาเวสํ คเหตฺวา ปญฺจสตา สากิยานิโย ปพฺพชฺชาเวสํเยว คาหาเปตฺวา สพฺพาหิปิ ตาหิ สมฺพหุลาหิ สากิยานีหิ สทฺธึ. จาริกํ ปกฺกามีติ คมนํ อภินีหริ. คมนาภินีหรณกาเล ปน ตา สุขุมาลา ราชิตฺถิโย ปทสา คนฺตุํ น สกฺขิสฺสนฺตีติ สากิยโกลิยราชาโน โสวณฺณสิวิกาโย อุปฏฺฐาปยึสุ. ตา ปน ‘‘ยาเน อารุยฺห คจฺฉนฺตีติ สตฺถริ อคารโว กโต โหตี’’ติ เอกปณฺณาสโยชนิกํ ปทสาว ปฏิปชฺชึสุ. ราชาโนปิ ปุรโต จ ปจฺฉโต จ อารกฺขํ สํวิทหาเปตฺวา ตณฺฑุลสปฺปิเตลาทีนํ สกฏานิ ปูราเปตฺวา ‘‘คตฏฺฐาเน คตฏฺฐาเน อาหารํ ปฏิยาเทถา’’ติ ปุริเส เปสยึสุ. สูเนหิ ปาเทหีติ ตาสญฺหิ สุขุมาลตฺตา ปาเทสุ เอโก โผโฏ อุฏฺเฐติ, เอโก ภิชฺชติ. อุโภ ปาทา กตกฏฺฐิสมฺปริกิณฺณา วิย หุตฺวา อุทฺธุมาตา ชาตา. เตน วุตฺตํ – ‘‘สูเนหิ ปาเทหี’’ติ. พหิทฺวารโกฏฺฐเกติ ทฺวารโกฏฺฐกโต พหิ. กสฺมา ปเนวํ ฐิตาติ? เอวํ กิรสฺสา อโหสิ – ‘‘อหํ ตถาคเตน อนนุญฺญาตา สยเมว ปพฺพชฺชาเวสํ อคฺคเหสึ, เอวํ คหิตภาโว จ ปน เม สกลชมฺพุทีเป ปากโฏ ชาโต. สเจ สตฺถา ปพฺพชฺชํ อนุชานาติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. สเจ ปน นานุชานิสฺสติ, มหตี ครหา ภวิสฺสตี’’ติ วิหารํ ปวิสิตุํ อสกฺโกนฺตี โรทมานาว อฏฺฐาสิ.
กึ นุ ตฺวํ โคตมีติ กึ นุ ราชกุลานํ วิปตฺติ อุปฺปนฺนา, เกน ตฺวํ การเณน เอวํ วิวณฺณภาวํ ปตฺตา, สูเนหิ ปาเทหิ…เป… ฐิตาติ. อญฺเญนปิ ปริยาเยนาติ อญฺเญนปิ การเณน. พหุการา, ภนฺเตติอาทินา ตสฺสา คุณํ กเถตฺวา ปุน ปพฺพชฺชํ ยาจนฺโต เอวมาห. สตฺถาปิ ‘‘อิตฺถิโย นาม ปริตฺตปญฺญา, เอกยาจิตมตฺเตน ปพฺพชฺชาย อนุญฺญาตาย น มม สาสนํ ครุํ กตฺวา คณฺหิสฺสนฺตี’’ติ ติกฺขตฺตุํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อิทานิ ครุํ กตฺวา คาหาเปตุกามตาย สเจ, อานนฺท, มหาปชาปตี โคตมี อฏฺฐ ครุธมฺเม ปฏิคฺคณฺหาติ, สาว’สฺสา โหตุ อุปสมฺปทาติอาทิมาห. ตตฺถ สาวสฺสาติ สา เอว อสฺสา ปพฺพชฺชาปิ อุปสมฺปทาปิ โหตุ.
ตทหูปสมฺปนฺนสฺสาติ ตํทิวสํ อุปสมฺปนฺนสฺส. อภิวาทนํ ปจฺจุฏฺฐานํ อญฺชลิกมฺมํ สามีจิกมฺมํ กตฺตพฺพนฺติ โอมานาติมาเน อกตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน อภิวาทนํ, อาสนา ปจฺจุฏฺฐาย ปจฺจุคฺคมนวเสน ปจฺจุฏฺฐานํ, ทสนเข สโมธาเนตฺวา อญฺชลิกมฺมํ, อาสนปญฺญาปนพีชนาทิกํ อนุจฺฉวิกกมฺมสงฺขาตํ สามีจิกมฺมญฺจ กตพฺพํ. อภิกฺขุเก อาวาเสติ ยตฺถ วสนฺติยา อนนฺตราเยน โอวาทตฺถาย อุปสงฺกมนฏฺฐาเน โอวาททายโก อาจริโย นตฺถิ, อยํ อภิกฺขุโก อาวาโส นาม. เอวรูเป อาวาเส วสฺสํ น อุปคนฺตพฺพํ. อนฺวฑฺฒมาสนฺติ อนุโปสถิกํ. โอวาทูปสงฺกมนนฺติ โอวาทตฺถาย อุปสงฺกมนํ. ทิฏฺเฐนาติ จกฺขุนา ทิฏฺเฐน. สุเตนาติ โสเตน สุเตน. ปริสงฺกายาติ ทิฏฺฐสุตวเสน ปริสงฺกิเตน. ครุธมฺมนฺติ ครุกํ สงฺฆาทิเสสาปตฺตึ. ปกฺขมานตฺตนฺติ อนูนานิ ปนฺนรส ทิวสานิ มานตฺตํ. ฉสุ ธมฺเมสูติ วิกาลโภชนจฺฉฏฺเฐสุ สิกฺขาปเทสุ. สิกฺขิตสิกฺขายาติ เอกสิกฺขมฺปิ อขณฺฑํ กตฺวา ปูริตสิกฺขาย. อกฺโกสิตพฺโพ ปริภาสิตพฺโพติ ทสนฺนํ อกฺโกสวตฺถูนํ อญฺญตเรน อกฺโกสวตฺถุนา น อกฺโกสิตพฺโพ, ภยูปทํสนาย ยาย กายจิ ปริภาสาย น ปริภาสิตพฺโพ.
โอวโฏ ภิกฺขุนีนํ ภิกฺขูสุ วจนปโถติ โอวาทานุสาสนธมฺมกถาสงฺขาโต วจนปโถ ภิกฺขุนีนํ ภิกฺขูสุ โอวริโต ปิหิโต, น ภิกฺขุนิยา โกจิ ภิกฺขุ โอวทิตพฺโพ อนุสาสิตพฺโพ วา ‘‘ภนฺเต, โปราณกตฺเถรา อิทํ จีวรวตฺตํ ปูรยึสู’’ติ เอวํ ปน ปเวณิวเสน กเถตุํ วฏฺฏติ. อโนวโฏ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีสุ วจนปโถติ ภิกฺขูนํ ปน ภิกฺขุนีสุ วจนปโถ อนิวาริโต, ยถารุจิ โอวทิตุํ อนุสาสิตุํ ธมฺมกถํ กเถตุนฺติ อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปเนสา ครุธมฺมกถา สมนฺตปาสาทิกาย วินยสํวณฺณนาย (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๔๘) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา.
อิเม ปน อฏฺฐ ครุธมฺเม สตฺถุ สนฺติเก อุคฺคเหตฺวา เถเรน อตฺตโน อาโรจิยมาเน สุตฺวาว มหาปชาปติยา ตาว มหนฺตํ โทมนสฺสํ ขเณน ปฏิปฺปสฺสมฺภิ, อโนตตฺตทหโต อาภเตน สีตุทกสฺส ฆฏสเตน มตฺถเก ปริสิตฺตา วิย วิคตปริฬาหา อตฺตมนา หุตฺวา ครุธมฺมปฏิคฺคหเณน อุปฺปนฺนปีติปาโมชฺชํ อาวิกโรนฺตี เสยฺยถาปิ, ภนฺเตติอาทิกํ อุทานํ อุทาเนสิ.
กุมฺภตฺเถนเกหีติ กุมฺเภ ทีปํ ชาเลตฺวา เตน อาโลเกน ปรฆเร ภณฺฑํ วิจินิตฺวา เถนกโจเรหิ. เสตฏฺฐิกา นาม โรคชาตีติ เอโก ปาณโก นาฬมชฺฌคตํ กณฺฑํ วิชฺฌติ, เยน วิทฺธา กณฺฑา นิกฺขนฺตมฺปิ สาลิสีสํ ขีรํ คเหตุํ น สกฺโกติ. มญฺชิฏฺฐิกา นาม โรคชาตีติ อุจฺฉูนํ อนฺโตรตฺตภาโว.
มหโต ตฬากสฺส ปฏิกจฺเจว อาฬินฺติ อิมินา ปน เอตมตฺถํ ทสฺเสติ – ยถา มหโต ตฬากสฺส ปาฬิยา อพทฺธายปิ กิญฺจิ อุทกํ ติฏฺฐเตว, ปฐมเมว พทฺธาย ปน ยํ อพทฺธปจฺจยา น ติฏฺเฐยฺย, ตมฺปิ ติฏฺเฐยฺย, เอวเมว เย อิเม อนุปฺปนฺเน วตฺถุสฺมึ ปฏิกจฺเจว อนติกฺกมนตฺถาย ครุธมฺมา ปญฺญตฺตา, เตสุ อปญฺญตฺเตสุ มาตุคามสฺส ปพฺพชิตตฺตา ปญฺจ วสฺสสตานิ สทฺธมฺโม ติฏฺเฐยฺย. ปฏิกจฺเจว ปญฺญตฺตตฺตา ปน อปรานิปิ ปญฺจ วสฺสสตานิ ฐสฺสตีติ เอวํ ปฐมํ วุตฺตวสฺสสหสฺสเมว ฐสฺสติ. วสฺสสหสฺสนฺติ เจตํ ปฏิสมฺภิทาปเภทปฺปตฺตขีณาสวานํ วเสเนว วุตฺตํ, ตโต ปน อุตฺตริปิ สุกฺขวิปสฺสกขีณาสววเสน วสฺสสหสฺสํ, อนาคามิวเสน วสฺสสหสฺสํ, สกทาคามิวเสน วสฺสสหสฺสํ, โสตาปนฺนวเสน วสฺสสหสฺสนฺติ เอวํ ปญฺจวสฺสสหสฺสานิ ปฏิเวธสทฺธมฺโม ฐสฺสติ. ปริยตฺติธมฺโมปิ ตานิเยว. น หิ ปริยตฺติยา อสติ ปฏิเวโธ อตฺถิ, นาปิ ปริยตฺติยา สติ ปฏิเวโธ น โหติ. ลิงฺคํ ปน ปริยตฺติยา อนฺตรหิตายปิ จิรํ ปวตฺติสฺสตีติ.
๒. โอวาทสุตฺตวณฺณนา
๕๒. ทุติเย พหุสฺสุโตติ อิธ สกลสฺสปิ พุทฺธวจนสฺส วเสน พหุสฺสุตภาโว เวทิตพฺโพ. ครุธมฺมนฺติ กายสํสคฺคํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป. ภิกฺขุโนวาทกวินิจฺฉโย ปน สมนฺตปาสาทิกาย (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑๔๔ อาทโย) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
๓. สํขิตฺตสุตฺตวณฺณนา
๕๓. ตติเย สราคายาติ สราคตฺถาย. วิราคายาติ วิรชฺชนตฺถาย. สํโยคายาติ วฏฺเฏ สํโยคตฺถาย. วิสํโยคายาติ วฏฺเฏ วิสํโยคภาวตฺถาย. อาจยายาติ วฏฺฏสฺส วฑฺฒนตฺถาย. โน อปจยายาติ น วฏฺฏวิทฺธํสนตฺถาย. ทุพฺภรตายาติ ทุปฺโปสนตฺถาย. โน สุภรตายาติ น สุขโปสนตฺถาย. อิมสฺมึ สุตฺเต ปฐมวาเรน วฏฺฏํ กถิตํ, ทุติยวาเรน วิวฏฺฏํ กถิตํ. อิมินา จ ปน โอวาเทน โคตมี อรหตฺตํ ปตฺตาติ.
๔. ทีฆชาณุสุตฺตวณฺณนา
๕๔. จตุตฺเถ พฺยคฺฆปชฺชาติ อิทมสฺส ปเวณิ นาม วเสน อาลปนํ. ตสฺส หิ ปุพฺพปุริสา พฺยคฺฆปเถ ชาตาติ ตสฺมึ กุเล มนุสฺสา พฺยคฺฆปชฺชาติ วุจฺจนฺติ. อิสฺสตฺเถนาติ อิสฺสาสกมฺเมน. ตตฺรุปายายาติ ‘‘อิมสฺมึ กาเล อิทํ นาม กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ ชานเน อุปายภูตาย. วุทฺธสีลิโนติ วฑฺฒิตสีลา วุทฺธสมาจารา. อายนฺติ อาคมนํ. นาจฺโจคาฬฺหนฺติ นาติมหนฺตํ. นาติหีนนฺติ นาติกสิรํ. ปริยาทายาติ คเหตฺวา เขเปตฺวา. ตตฺถ ยสฺส วยโต ทิคุโณ อาโย, ตสฺส วโย อายํ ปริยาทาตุํ น สกฺโกติ.
‘‘จตุธา วิภเช โภเค, ปณฺฑิโต ฆรมาวสํ;
เอเกน โภเค ภุญฺเชยฺย, ทฺวีหิ กมฺมํ ปโยชเย;
จตุตฺถญฺจ นิธาเปยฺย, อาปทาสุ ภวิสฺสตี’’ติ. (ที. นิ. ๓.๒๖๕) –
เอวํ ปฏิปชฺชโต ปน วโย อายํ ปริยาทาตุํ น สกฺโกติเยว.
อุทุมฺพรขาทีวาติ ยถา อุทุมฺพรานิ ขาทิตุกาเมน ปกฺเก อุทุมฺพรรุกฺเข จาลิเต เอกปฺปหาเรเนว พหูนิ ผลานิ ปตนฺติ, โส ขาทิตพฺพยุตฺตกานิ ขาทิตฺวา อิตรานิ พหุตรานิ ปหาย คจฺฉติ, เอวเมวํ โย อายโต วยํ พหุตรํ กตฺวา วิปฺปกิรนฺโต โภเค ปริภุญฺชติ, โส ‘‘อุทุมฺพรขาทิกํวายํ กุลปุตฺโต โภเค ขาทตี’’ติ วุจฺจติ. อเชฏฺฐมรณนฺติ อนายกมรณํ. สมํ ชีวิกํ กปฺเปตีติ สมฺมา ชีวิกํ กปฺเปติ. สมชีวิตาติ สมชีวิตาย ชีวิตา. อปายมุขานีติ วินาสสฺส ฐานานิ.
อุฏฺฐาตา กมฺมเธยฺเยสูติ กมฺมกรณฏฺฐาเนสุ อุฏฺฐานวีริยสมฺปนฺโน. วิธานวาติ วิทหนสมฺปนฺโน. โสตฺถานํ สมฺปรายิกนฺติ โสตฺถิภูตํ สมฺปรายิกํ. สจฺจนาเมนาติ พุทฺธตฺตาเยว พุทฺโธติ เอวํ อวิตถนาเมน. จาโค ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ จาโค จ เสสปุญฺญญฺจ ปวฑฺฒติ. อิมสฺมึ สุตฺเต สทฺธาทโย มิสฺสกา กถิตา. ปญฺจมํ อุตฺตานเมว.
๖. ภยสุตฺตวณฺณนา
๕๖. ฉฏฺเฐ คพฺโภติ คพฺภวาโส. ทิฏฺฐธมฺมิกาปีติ สนฺทิฏฺฐิกา คพฺภวาสสทิสา ปุนปิ มนุสฺสคพฺภา. สมฺปรายิกาปีติ ฐเปตฺวา มนุสฺสคพฺเภ เสสคพฺภา. อุภยํ เอเต กามา ปวุจฺจนฺตีติ ภยญฺจ ทุกฺขญฺจ, ภยญฺจ โรโค จ, ภยญฺจ คณฺโฑ จ, ภยญฺจ สลฺลญฺจ, ภยญฺจ สงฺโค จ, ภยญฺจ ปงฺโก จ, ภยญฺจ คพฺโภ จาติ เอวํ อุภยํ เอเต กามา ปวุจฺจนฺติ. สาตรูเปนาติ กามสุเขน. ปลิปถนฺติ วฏฺฏปลิปถํ. อติกฺกมฺมาติ อิมสฺมึ ฐาเน วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อสฺส ภิกฺขุโน อรหตฺตปฺปตฺตภาโว คหิโต. เอวรูปํ ปชํ ชาติชรูเปตํ ตีสุ ภเวสุ ผนฺทมานํ อเวกฺขตีติ สุตฺเต วฏฺฏํ กเถตฺวา คาถาสุ วิวฏฺฏํ กถิตนฺติ. สตฺตมฏฺฐมานิ อุตฺตานตฺถาเนว.
๙-๑๐. ปุคฺคลสุตฺตทฺวยวณฺณนา
๕๙-๖๐. นวเม อุชุภูโตติ กายวงฺกาทีนํ อภาเวน อุชุโก. ปญฺญาสีลสมาหิโตติ ปญฺญาย จ สีเลน จ สมนฺนาคโต. ยชมานานนฺติ ทานํ ททนฺตานํ. ปุญฺญเปกฺขานนฺติ ปุญฺญํ โอโลเกนฺตานํ คเวสนฺตานํ. โอปธิกนฺติ อุปธิวิปากํ, โอปธิภูตํ ฐานํ อปฺปมาณํ. ทสเม สมุกฺกฏฺโฐติ อุกฺกฏฺโฐ อุตฺตโม. สตฺตานนฺติ สพฺพสตฺตานํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
โคตมีวคฺโค ฉฏฺโฐ.
(๗) ๒. ภูมิจาลวคฺโค
๑. อิจฺฉาสุตฺตวณฺณนา
๖๑. สตฺตมสฺส ปฐเม ปวิวิตฺตสฺสาติ กายวิเวเกน วิวิตฺตสฺส. นิรายตฺตวุตฺติโนติ กตฺถจิ อนายตฺตวุตฺติโน วิปสฺสนากมฺมิกสฺส. ลาภายาติ จตุปจฺจยลาภาย. โสจี จ ปริเทวี จาติ โสกี จ ปริเทวี จ. โสจิจฺจ ปริเทวิจฺจาติปิ ปาโฐ. จุโต จ สทฺธมฺมาติ ตํขณํเยว วิปสฺสนาสทฺธมฺมา จุโต. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตํ.
๒. อลํสุตฺตวณฺณนา
๖๒. ทุติเย อลํ อตฺตโน อลํ ปเรสนฺติ อตฺตโน จ ปเรสญฺจ หิตปฏิปตฺติยํ สมตฺโถ ปริยตฺโต อนุจฺฉวิโก. ขิปฺปนิสนฺตีติ ขิปฺปํ อุปธาเรติ, ขนฺธธาตุอายตนาทีสุ กถิยมาเนสุ เต ธมฺเม ขิปฺปํ ชานาตีติ อตฺโถ. อิมสฺมึ สุตฺเต สมถวิปสฺสนา กถิตา. ปุคฺคลชฺฌาสเยน ปน เทสนาวิลาเสน เจตํ มตฺถกโต ปฏฺฐาย เหฏฺฐา โอตรนฺตํ กถิตนฺติ.
๓. สํขิตฺตสุตฺตวณฺณนา
๖๓. ตติเย เอวเมวาติ นิกฺการเณเนว. ยถา วา อยํ ยาจติ, เอวเมว. โมฆปุริสาติ มูฬฺหปุริสา ตุจฺฉปุริสา. อชฺเฌสนฺตีติ ยาจนฺติ. อนุพนฺธิตพฺพนฺติ อิริยาปถานุคมเนน อนุพนฺธิตพฺพํ มํ น วิชหิตพฺพํ มญฺญนฺติ. อาชานนตฺถํ อปสาเทนฺโต เอวมาห. เอส กิร ภิกฺขุ โอวาเท ทินฺเนปิ ปมาทเมว อนุยุญฺชติ, ธมฺมํ สุตฺวา ตตฺเถว วสติ, สมณธมฺมํ กาตุํ น อิจฺฉติ. ตสฺมา ภควา เอวํ อปสาเทตฺวา ปุน ยสฺมา โส อรหตฺตสฺส อุปนิสฺสยสมฺปนฺโน, ตสฺมา ตํ โอวทนฺโต ตสฺมาติห เต ภิกฺขุ เอวํ สิกฺขิตพฺพนฺติอาทิมาห. ตตฺถ อชฺฌตฺตํ เม จิตฺตํ ฐิตํ ภวิสฺสติ สุสณฺฐิตํ, น จ อุปฺปนฺนา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา จิตฺตํ ปริยาทาย ฐสฺสนฺตีติ อิมินา ตาวสฺส โอวาเทน นิยกชฺฌตฺตวเสน จิตฺเตกคฺคตามตฺโต มูลสมาธิ วุตฺโต.
ตโต ‘‘เอตฺตเกเนว สนฺตุฏฺฐึ อนาปชฺชิตฺวา เอวํ โส สมาธิ วฑฺเฒตพฺโพ’’ติ ทสฺเสตุํ ยโต โข เต ภิกฺขุ อชฺฌตฺตํ จิตฺตํ ฐิตํ โหติ สุสณฺฐิตํ, น จ อุปฺปนฺนา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐนฺติ, ตโต เต ภิกฺขุ เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘‘เมตฺตา เม เจโตวิมุตฺติ ภาวิตา ภวิสฺสติ…เป… สุสมารทฺธา’’ติ เอวมสฺส เมตฺตาวเสน ภาวนํ วฑฺเฒตฺวา ปุน ยโต โข เต ภิกฺขุ อยํ สมาธิ เอวํ ภาวิโต โหติ พหุลีกโต, ตโต ตฺวํ ภิกฺขุ อิมํ สมาธึ สวิตกฺกสวิจารมฺปิ ภาเวยฺยาสีติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – ยทา เต ภิกฺขุ อยํ มูลสมาธิ เอวํ เมตฺตาวเสน ภาวิโต โหติ, ตทา ตฺวํ ตาวตเกนปิ ตุฏฺฐึ อนาปชฺชิตฺวาว อิมํ มูลสมาธึ อญฺเญสุปิ อารมฺมเณสุ จตุกฺกปญฺจกชฺฌานานิ ปาปยมาโน ‘‘สวิตกฺกสวิจารมฺปี’’ติอาทินา นเยน ภาเวยฺยาสีติ.
เอวํ วตฺวา จ ปน อวเสสพฺรหฺมวิหารปุพฺพงฺคมมฺปิสฺส อญฺเญสุ อารมฺมเณสุ จตุกฺกปญฺจกชฺฌานภาวนํ กเรยฺยาสีติ ทสฺเสนฺโต ยโต โข เต ภิกฺขุ อยํ สมาธิ เอวํ ภาวิโต โหติ สุภาวิโต, ตโต เต ภิกฺขุ เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘‘กรุณา เม เจโตวิมุตฺตี’’ติอาทิมาห. เอวํ เมตฺตาปุพฺพงฺคมํ จตุกฺกปญฺจกชฺฌานภาวนํ ทสฺเสตฺวา ปุน กายานุปสฺสนาทิปุพฺพงฺคมํ ทสฺเสตุํ ยโต โข เต ภิกฺขุ อยํ สมาธิ เอวํ ภาวิโต โหติ สุภาวิโต, ตโต เต ภิกฺขุ เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘‘กาเย กายานุปสฺสี’’ติอาทึ วตฺวา ยโต โข เต ภิกฺขุ อยํ สมาธิ เอวํ ภาวิโต โหติ สุภาวิโต, ตโต ตฺวํ ภิกฺขุ เยน เยเนว คคฺฆสีติอาทิมาห. ตตฺถ คคฺฆสีติ คมิสฺสสิ. ผาสุํเยวาติ อิมินา อรหตฺตํ ทสฺเสติ. อรหตฺตปฺปตฺโต หิ สพฺพิริยาปเถสุ ผาสุ วิหรติ นาม.
๔. คยาสีสสุตฺตวณฺณนา
๖๔. จตุตฺเถ เอตทโวจาติ อตฺตโน ปธานภูมิยํ อุปฺปนฺนํ วิตกฺกํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อาโรเจตุํ – ‘‘ปุพฺพาหํ, ภิกฺขเว’’ติอาทิวจนํ อโวจ. โอภาสนฺติ ทิพฺพจกฺขุญาโณภาสํ. ญาณทสฺสนนฺติ ทิพฺพจกฺขุภูตํ ญาณสงฺขาตํ ทสฺสนํ. สนฺนิวุตฺถปุพฺพนฺติ เอกโต วสิตปุพฺพํ. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต ทิพฺพจกฺขุญาณํ, อิทฺธิวิธญาณํ, เจโตปริยญาณํ, ยถากมฺมุปคญาณํ, อนาคตํสญาณํ, ปจฺจุปฺปนฺนํสญาณํ, อตีตํสญาณํ, ปุพฺเพนิวาสญาณนฺติ อิมานิ ตาว อฏฺฐ ญาณานิ ปาฬิยํเยว อาคตานิ, เตหิ ปน สทฺธึ วิปสฺสนาญาณานิ จตฺตาริ มคฺคญาณานิ, จตฺตาริ ผลญาณานิ, จตฺตาริ ปจฺจเวกฺขณญาณานิ, จตฺตาริ ปฏิสมฺภิทาญาณานิ ฉ อสาธารณญาณานีติ เอตานิ ญาณานิ สโมธาเนตฺวา กเถนฺเตน เอวํ อิทํ สุตฺตํ กถิตํ นาม โหติ.
๕. อภิภายตนสุตฺตวณฺณนา
๖๕. ปญฺจเม อภิภายตนานีติ อภิภวนการณานิ. กึ อภิภวนฺติ? ปจฺจนีกธมฺเมปิ อารมฺมณานิปิ. ตานิ หิ ปฏิปกฺขภาเวน ปจฺจนีกธมฺเม อภิภวนฺติ, ปุคฺคลสฺส ญาณุตฺตริยตาย อารมฺมณานิ. อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญีติอาทีสุ ปน อชฺฌตฺตรูเป ปริกมฺมวเสน อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี นาม โหติ. อชฺฌตฺตญฺหิ นีลปริกมฺมํ กโรนฺโต เกเส วา ปิตฺเต วา อกฺขิตารกาย วา กโรติ. ปีตปริกมฺมํ กโรนฺโต เมเท วา ฉวิยา วา หตฺถตลปาทตเลสุ วา อกฺขีนํ ปีตฏฺฐาเน วา กโรติ. โลหิตปริกมฺมํ กโรนฺโต มํเส วา โลหิเต วา ชิวฺหาย วา อกฺขีนํ รตฺตฏฺฐาเน วา กโรติ. โอทาตปริกมฺมํ กโรนฺโต อฏฺฐิมฺหิ วา ทนฺเต วา นเข วา อกฺขีนํ เสตฏฺฐาเน วา กโรติ. ตํ ปน สุนีลกํ สุปีตกํ สุโลหิตกํ สุโอทาตํ น โหติ, อวิสุทฺธเมว โหติ.
เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตีติ ยสฺเสวํ ปริกมฺมํ อชฺฌตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, นิมิตฺตํ ปน พหิทฺธา, โส เอวํ อชฺฌตฺตํ ปริกมฺมสฺส พหิทฺธา จ อปฺปนาย วเสน ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตี’’ติ วุจฺจติ. ปริตฺตานีติ อวฑฺฒิตานิ. สุวณฺณทุพฺพณฺณานีติ สุวณฺณานิ วา โหนฺตุ ทุพฺพณฺณานิ วา, ปริตฺตวเสเนว อิทํ อภิภายตนํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตานิ อภิภุยฺยาติ ยถา นาม สมฺปนฺนคฺคหณิโก กฏจฺฉุมตฺตํ ภตฺตํ ลภิตฺวา ‘‘กึ เอตฺถ ภุญฺชิตพฺพํ อตฺถี’’ติ สํกฑฺฒิตฺวา เอกกพฬเมว กโรติ, เอวเมว ญาณุตฺตริโก ปุคฺคโล วิสทญาโณ ‘‘กิเมตฺถ ปริตฺตเก อารมฺมเณ สมาปชฺชิตพฺพํ อตฺถิ, นายํ มม ภาโร’’ติ ตานิ รูปานิ อภิภวิตฺวา สมาปชฺชติ, สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนเวตฺถ อปฺปนํ ปาเปตีติ อตฺโถ. ชานามิ ปสฺสามีติ อิมินา ปนสฺส อาโภโค กถิโต. โส จ โข สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตสฺส, น อนฺโตสมาปตฺติยํ. เอวํสญฺญี โหตีติ อาโภคสญฺญายปิ ฌานสญฺญายปิ เอวํสญฺญี โหติ. อภิภวนสญฺญา หิสฺส อนฺโตสมาปตฺติยมฺปิ อตฺถิ, อาโภคสญฺญา ปน สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตสฺเสว.
อปฺปมาณานีติ วฑฺฒิตปฺปมาณานิ, มหนฺตานีติ อตฺโถ. อภิภุยฺยาติ เอตฺถ จ ปน ยถา มหคฺฆโส ปุริโส เอกํ ภตฺตวฑฺฒิตกํ ลภิตฺวา ‘‘อญฺญาปิ โหตุ, อญฺญาปิ โหตุ, กึ เอสา มยฺหํ กริสฺสตี’’ติ น ตํ มหนฺตโต ปสฺสติ, เอวเมว ญาณุตฺตโร ปุคฺคโล วิสทญาโณ ‘‘กึ เอตฺถ สมาปชฺชิตพฺพํ, นยิทํ อปฺปมาณํ, น มยฺหํ จิตฺเตกคฺคตากรเณ ภาโร อตฺถี’’ติ อภิภวิตฺวา สมาปชฺชติ, สห นิมิตฺตุปฺปาทเนเวตฺถ อปฺปนํ ปาเปตีติ อตฺโถ.
อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญีติ อลาภิตาย วา อนตฺถิกตาย วา อชฺฌตฺตรูเป ปริกมฺมสญฺญาวิรหิโต.
เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตีติ ยสฺส ปริกมฺมมฺปิ นิมิตฺตมฺปิ พหิทฺธา อุปฺปนฺนํ, โส เอวํ พหิทฺธา ปริกมฺมสฺส เจว อปฺปนาย จ วเสน ‘‘อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตี’’ติ วุจฺจติ. เสสเมตฺถ จตุตฺถาภิภายตเน จ วุตฺตนยเมว. อิเมสุ ปน จตูสุ ปริตฺตํ วิตกฺกจริตวเสน อาคตํ, อปฺปมาณํ โมหจริตวเสน, สุวณฺณํ โทสจริตวเสน, ทุพฺพณฺณํ ราคจริตวเสน. เอเตสญฺหิ เอตานิ สปฺปายานิ. สา จ เนสํ สปฺปายตา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๔๓) จริยนิทฺเทเส วุตฺตา.
ปญฺจมอภิภายตนาทีสุ นีลานีติ สพฺพสงฺคาหิกวเสน วุตฺตํ. นีลวณฺณานีติ วณฺณวเสน. นีลนิทสฺสนานีติ นิทสฺสนวเสน. อปญฺญายมานวิวรานิ อสมฺภินฺนวณฺณานิ เอกนีลาเนว หุตฺวา ทิสฺสนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. นีลนิภาสานีติ อิทํ ปน โอภาสวเสน วุตฺตํ, นีโลภาสานิ นีลปฺปภายุตฺตานีติ อตฺโถ. เอเตน เนสํ สุวิสุทฺธตํ ทสฺเสติ. วิสุทฺธวณฺณวเสเนว หิ อิมานิ อภิภายตนานิ วุตฺตานิ. ‘‘นีลกสิณํ อุคฺคณฺหนฺโต นีลสฺมึ นิมิตฺตํ คณฺหาติ ปุปฺผสฺมึ วา วตฺถสฺมึ วา วณฺณธาตุยา วา’’ติอาทิกํ ปเนตฺถ กสิณกรณญฺจ ปริกมฺมญฺจ อปฺปนาวิธานญฺจ สพฺพํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๕๕) วิตฺถารโต วุตฺตเมวาติ.
๖. วิโมกฺขสุตฺตวณฺณนา
๖๖. วิโมกฺขาติ เกนฏฺเฐน วิโมกฺขา? อธิมุจฺจนฏฺเฐน. โก ปนายํ อธิมุจฺจนฏฺโฐ นาม? ปจฺจนีกธมฺเมหิ จ สุฏฺฐุ มุจฺจนฏฺโฐ, อารมฺมเณ จ อภิรติวเสน สุฏฺฐุ มุจฺจนฏฺโฐ, ปิตุองฺเก วิสฺสฏฺฐงฺคปจฺจงฺคสฺส ทารกสฺส สยนํ วิย อนิคฺคหิตภาเวน นิราสงฺกตาย อารมฺมเณ ปวตฺตีติ วุตฺตํ โหติ. อยํ ปนตฺโถ ปจฺฉิเม วิโมกฺเข นตฺถิ, ปุริเมสุ วิโมกฺเขสุ อตฺถิ.
รูปี รูปานิ ปสฺสตีติ เอตฺถ อชฺฌตฺตํ เกสาทีสุ นีลกสิณาทิวเสน อุปฺปาทิตํ รูปชฺฌานํ รูปํ, ตทสฺสตฺถีติ รูปี. พหิทฺธาปิ นีลกสิณาทีนิ รูปานิ ฌานจกฺขุนา ปสฺสติ. อิมินา อชฺฌตฺตพหิทฺธวตฺถุเกสุ กสิเณสุ อุปฺปาทิตชฺฌานสฺส ปุคฺคลสฺส จตฺตาริ รูปาวจรชฺฌานานิ ทสฺสิตานิ. อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญีติ อชฺฌตฺตํ น รูปสญฺญี, อตฺตโน เกสาทีสุ อนุปฺปาทิตรูปาวจรชฺฌาโนติ อตฺโถ. อิมินา พหิทฺธา ปริกมฺมํ กตฺวา พหิทฺธาว อุปฺปาทิตชฺฌานสฺส รูปาวจรชฺฌานานิ ทสฺสิตานิ.
สุภนฺเตว อธิมุตฺโต โหตีติ อิมินา สุวิสุทฺเธสุ นีลาทีสุ วณฺณกสิเณสุ ฌานานิ ทสฺสิตานิ. ตตฺถ กิญฺจาปิ อนฺโตอปฺปนาย ‘‘สุภ’’นฺติ อาโภโค นตฺถิ, โย ปน สุวิสุทฺธํ สุภํ กสิณํ อารมฺมณํ กตฺวา วิหรติ, โส ยสฺมา ‘‘สุภนฺติ อธิมุตฺโต โหตี’’ติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ, ตสฺมา เอวํ เทสนา กตา. ปฏิสมฺภิทามคฺเค ปน –
‘‘กถํ สุภนฺเตว อธิมุตฺโต โหตีติ วิโมกฺโข? อิธ ภิกฺขุ เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ …เป… วิหรติ. เมตฺตาย ภาวิตตฺตา สตฺตา อปฺปฏิกูลา โหนฺติ. กรุณาสหคเตน…เป… มุทิตาสหคเตน …เป… อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ…เป… วิหรติ. อุเปกฺขาย ภาวิตตฺตา สตฺตา อปฺปฏิกูลา โหนฺติ. เอวํ สุภนฺเตว อธิมุตฺโต โหตีติ วิโมกฺโข’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๒๑๒) วุตฺตํ.
สพฺพโส รูปสญฺญานนฺติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๗๖-๒๗๗) วุตฺตเมว. อยํ อฏฺฐโม วิโมกฺโขติ อยํ จตุนฺนํ ขนฺธานํ สพฺพโส วิสฺสฏฺฐตฺตา วิมุตฺตตฺตา อฏฺฐโม อุตฺตโม วิโมกฺโข นาม.
๗-๘. อนริยโวหารสุตฺตวณฺณนา
๖๗-๖๘. สตฺตเม อนริยโวหาราติ น อริยกถา สโทสกถา. ยาหิ เจตนาหิ เต โวหาเร โวหรนฺติ, ตาสํ เอตํ นามํ. อฏฺฐเม วุตฺตปฏิปกฺขนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๙. ปริสาสุตฺตวณฺณนา
๖๙. นวเม ขตฺติยปริสาติ ขตฺติยานํ ปริสานํ สนฺนิปาโต สมาคโม. เอส นโย สพฺพตฺถ. อเนกสตํ ขตฺติยปริสนฺติ พิมฺพิสารสมาคม-ญาติสมาคม-ลิจฺฉวิสมาคมาทิสทิสํ, อญฺเญสุ จกฺกวาเฬสุปิ ลพฺภเตว. สลฺลปิตปุพฺพนฺติ อาลาปสลฺลาโป กตปุพฺโพ. สากจฺฉาติ ธมฺมสากจฺฉาปิ สมาปชฺชิตปุพฺพา. ยาทิสโก เตสํ วณฺโณติ เต โอทาตาปิ โหนฺติ กาฬาปิ มงฺคุรจฺฉวีปิ, สตฺถา สุวณฺณวณฺโณ. อิทํ ปน สณฺฐานํ ปฏิจฺจ กถิตํ. สณฺฐานมฺปิ จ เกวลํ เตสํ ปญฺญายติเยว. น ปน ภควา มิลกฺขสทิโส โหติ, นาปิ อามุตฺตมณิกุณฺฑโล, พุทฺธเวเสเนว นิสีทติ. เตปิ อตฺตโน สมานสณฺฐานเมว ปสฺสนฺติ. ยาทิสโก เตสํ สโรติ เต ฉินฺนสฺสราปิ โหนฺติ คคฺคสฺสราปิ กากสฺสราปิ, สตฺถา พฺรหฺมสฺสโรว. อิทํ ปน ภาสนฺตรํ สนฺธาย กถิตํ. สเจปิ หิ สตฺถา ราชาสเน นิสินฺโน กเถติ, ‘‘อชฺช ราชา มธุเรน กเถตี’’ติ เนสํ โหติ. กเถตฺวา ปกฺกนฺเต ปน ภควติ ปุน ราชานํ อาคตํ ทิสฺวา ‘‘โก นุ โข อย’’นฺติ วีมํสา อุปฺปชฺชติ. ตตฺถ โก นุ โข อยนฺติ ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน อิทาเนว มาคธภาสาย สีหฬภาสาย มธุเรน อากาเรน กเถนฺโต โก นุ โข อยํ อนฺตรหิโต, กึ เทโว อุทาหุ มนุสฺโส’’ติ เอวํ วีมํสนฺตาปิ น ชานนฺตีติ อตฺโถ. กิมตฺถํ ปเนวํ อชานนฺตานํ ธมฺมํ เทเสตีติ? วาสนตฺถาย. เอวํ สุโตปิ หิ ธมฺโม อนาคเต ปจฺจโย โหตีติ อนาคตํ ปฏิจฺจ เทเสติ. อเนกสตํ พฺราหฺมณปริสนฺติอาทินํ โสณทณฺฑสมาคมาทิวเสน เจว อญฺญจกฺกวาฬวเสน จ สมฺภโว เวทิตพฺโพ.
๑๐. ภูมิจาลสุตฺตวณฺณนา
๗๐. ทสเม นิสีทนนฺติ อิธ จมฺมขณฺฑํ อธิปฺเปตํ. อุเทนํ เจติยนฺติ อุเทนยกฺขสฺส วสนฏฺฐาเน กตวิหาโร วุจฺจติ. โคตมกาทีสุปิ เอเสว นโย. ภาวิตาติ วฑฺฒิตา. พหุลีกตาติ ปุนปฺปุนํ กตา. ยานีกตาติ ยุตฺตยานํ วิย กตา. วตฺถุกตาติ ปติฏฺฐานฏฺเฐน วตฺถุ วิย กตา. อนุฏฺฐิตาติ อธิฏฺฐิตา. ปริจิตาติ สมนฺตโต จิตา สุวฑฺฒิตา. สุสมารทฺธาติ สุฏฺฐุ สมารทฺธา.
อิติ อนิยเมน กเถตฺวา ปุน นิยเมตฺวา ทสฺเสนฺโต ตถาคตสฺส โขติอาทิมาห. เอตฺถ กปฺปนฺติ อายุกปฺปํ. ตสฺมึ ตสฺมึ กาเล ยํ มนุสฺสานํ อายุปฺปมาณํ, ตํ ปริปุณฺณํ กโรนฺโต ติฏฺเฐยฺย. กปฺปาวเสสํ วาติ ‘‘อปฺปํ วา ภิยฺโย’’ติ วุตฺตวสฺสสตโต อติเรกํ วา. มหาสีวตฺเถโร ปนาห – ‘‘พุทฺธานํ อฏฺฐาเน คชฺชิตํ นาม นตฺถิ, ปุนปฺปุนํ สมาปชฺชิตฺวา มรณนฺติกเวทนํ วิกฺขมฺเภนฺโต ภทฺทกปฺปเมว ติฏฺเฐยฺย. กสฺมา ปน น ฐิโตติ? อุปาทินฺนกสรีรํ นาม ขณฺฑิจฺจาทีหิ อภิภุยฺยติ, พุทฺธา จ ขณฺฑิจฺจาทิภาวํ อปฺปตฺวา ปญฺจเม อายุโกฏฺฐาเส พหุชนสฺส ปิยมนาปกาเลเยว ปรินิพฺพายนฺติ. พุทฺธานุพุทฺเธสุ จ มหาสาวเกสุ ปรินิพฺพุเตสุ เอกเกเนว ขาณุเกน วิย ฐาตพฺพํ โหติ ทหรสามเณรปริวาเรน วา, ตโต ‘อโห พุทฺธานํ ปริสา’ติ หีเฬตพฺพตํ อาปชฺเชยฺย. ตสฺมา น ฐิโต’’ติ. เอวํ วุตฺเตปิ โย ปน วุจฺจติ ‘‘อายุกปฺโป’’ติ, อิทเมว อฏฺฐกถาย นิยามิตํ.
ยถา ตํ มาเรน ปริยุฏฺฐิตจิตฺโตติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ, ยถา มาเรน ปริยุฏฺฐิตจิตฺโต อชฺโฌตฺถฏจิตฺโต อญฺโญปิ โกจิ ปุถุชฺชโน ปฏิวิชฺฌิตุํ น สกฺกุเณยฺย, เอวเมว นาสกฺขิ ปฏิวิชฺฌิตุนฺติ อตฺโถ. มาโร หิ ยสฺส สพฺเพน สพฺพํ ทฺวาทส วิปลฺลาสา อปฺปหีนา, ตสฺส จิตฺตํ ปริยุฏฺฐาติ. เถรสฺส จ จตฺตาโร วิปลฺลาสา อปฺปหีนา, เตนสฺส มาโร จิตฺตํ ปริยุฏฺฐาสิ. โส ปน จิตฺตปริยุฏฺฐานํ กโรนฺโต กึ กโรตีติ? เภรวํ รูปารมฺมณํ วา ทสฺเสติ, สทฺทารมฺมณํ วา สาเวติ. ตโต สตฺตา ตํ ทิสฺวา วา สุตฺวา วา สตึ วิสฺสชฺเชตฺวา วิวฏมุขา โหนฺติ, เตสํ มุเขน หตฺถํ ปเวเสตฺวา หทยํ มทฺทติ, ตโต วิสญฺญาว หุตฺวา ติฏฺฐนฺติ. เถรสฺส ปเนส มุเข หตฺถํ ปเวเสตุํ กึ สกฺขิสฺสติ, เภรวารมฺมณํ ปน ทสฺเสสิ. ตํ ทิสฺวา เถโร นิมิตฺโตภาสํ นปฺปฏิวิชฺฌิ. ภควา ชานนฺโตเยว กิมตฺถํ ยาว ตติยํ อามนฺเตสีติ? ปรโต ‘‘ติฏฺฐตุ, ภนฺเต ภควา’’ติ ยาจิเต ‘‘ตุเยฺหเวตํ ทุกฺกฏํ, ตุเยฺหเวตํ อปรทฺธ’’นฺติ โทสาโรปเนน โส กตนุกรณตฺถํ.
มาโร ปาปิมาติ เอตฺถ สตฺเต อนตฺเถ นิโยเชนฺโต มาเรตีติ มาโร. ปาปิมาติ ตสฺเสว เววจนํ. โส หิ ปาปธมฺมสมนฺนาคตตฺตา ‘‘ปาปิมา’’ติ วุจฺจติ. กโณฺห, อนฺตโก, นมุจิ, ปมตฺตพนฺธูติปิ ตสฺเสว นามานิ. ภาสิตา โข ปเนสาติ อยญฺหิ ภควโต สมฺโพธิปตฺติยา อฏฺฐเม สตฺตาเห โพธิมณฺเฑเยว อาคนฺตฺวา ‘‘ภควา ยทตฺถํ ตุเมฺหหิ ปารมิโย ปูริตา, โส โว อตฺโถ อนุปฺปตฺโต, ปฏิวิทฺธํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, กึ เต โลกวิจารเณนา’’ติ วตฺวา ยถา อชฺช, เอวเมว ‘‘ปรินิพฺพาตุ ทานิ, ภนฺเต ภควา’’ติ ยาจิ. ภควา จสฺส ‘‘น ตาวาห’’นฺติอาทีนิ วตฺวา ปฏิกฺขิปิ. ตํ สนฺธาย – ‘‘ภาสิตา โข ปเนสา, ภนฺเต’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ วิยตฺตาติ มคฺควเสน พฺยตฺตา, ตเถว วินีตา, ตถา วิสารทา. พหุสฺสุตาติ เตปิฏกวเสน พหุ สุตํ เอเตสนฺติ พหุสฺสุตา. ตเมว ธมฺมํ ธาเรนฺตีติ ธมฺมธรา. อถ วา ปริยตฺติพหุสฺสุตา เจว ปฏิเวธพหุสฺสุตา จ. ปริยตฺติปฏิเวธธมฺมานํเยว ธารณโต ธมฺมธราติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺนาติ อริยธมฺมสฺส อนุธมฺมภูตํ วิปสฺสนาธมฺมํ ปฏิปนฺนา. สามีจิปฺปฏิปนฺนาติ อนุจฺฉวิกปฏิปทํ ปฏิปนฺนา. อนุธมฺมจาริโนติ อนุธมฺมํ จรณสีลา. สกํ อาจริยกนฺติ อตฺตโน อาจริยวาทํ. อาจิกฺขิสฺสนฺตีติอาทีนิ สพฺพานิ อญฺญมญฺญเววจนานิ. สหธมฺเมนาติ สเหตุเกน สการเณน วจเนน. สปฺปาฏิหาริยนฺติ ยาว นิยฺยานิกํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสสฺสนฺติ.
พฺรหฺมจริยนฺติ สิกฺขาตฺตยสงฺคหิตํ สกลํ สาสนพฺรหฺมจริยํ. อิทฺธนฺติ สมิทฺธํ ฌานสฺสาทวเสน. ผีตนฺติ วุทฺธิปตฺตํ สพฺพปาลิผุลฺลํ วิย อภิญฺญาสมฺปตฺติวเสน. วิตฺถาริกนฺติ วิตฺถตํ ตสฺมึ ตสฺมึ ทิสาภาเค ปติฏฺฐิตวเสน. พาหุชญฺญนฺติ พหูหิ ญาตํ ปฏิวิทฺธํ มหาชนาภิสมยวเสน. ปุถุภูตนฺติ สพฺพากาเรน ปุถุลภาวปฺปตฺตํ. กถํ? ยาว เทวมนุสฺเสหิ สุปฺปกาสิตนฺติ, ยตฺตกา วิญฺญุชาติกา เทวา เจว มนุสฺสา จ อตฺถิ, สพฺเพหิ สุฏฺฐุ ปกาสิตนฺติ อตฺโถ. อปฺโปสฺสุกฺโกติ นิราลโย. ตฺวญฺหิ ปาปิม อฏฺฐมสตฺตาหโต ปฏฺฐาย ‘‘ปรินิพฺพาตุ ทานิ, ภนฺเต ภควา, ปรินิพฺพาตุ สุคโต’’ติ วิรวนฺโต อาหิณฺฑิตฺถ. อชฺช ทานิ ปฏฺฐาย วิคตุสฺสาโห โหหิ, มา มยฺหํ ปรินิพฺพานตฺถํ วายามํ กโรหีติ วทติ.
สโต สมฺปชาโน อายุสงฺขารํ โอสฺสชฺชีติ สตึ สูปฏฺฐิตํ กตฺวา ญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา อายุสงฺขารํ วิสฺสชฺชิ ปชหิ. ตตฺถ น ภควา หตฺเถน เลฑฺฑุํ วิย อายุสงฺขารํ โอสฺสชิ, เตมาสมตฺตเมว ปน ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา ตโต ปรํ น สมาปชฺชิสฺสามีติ จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘โอสฺสชี’’ติ. อุสฺสชีติปิ ปาโฐ. มหาภูมิจาโลติ มหนฺโต ปถวีกมฺโป. ตทา กิร ทสสหสฺสี โลกธาตุ กมฺปิตฺถ. ภึสนโกติ ภยชนโก. เทวทุนฺทุภิโย จ ผลึสูติ เทวเภริโย ผลึสุ, เทโว สุกฺขคชฺชิตํ คชฺชิ, อกาลวิชฺชุลตา นิจฺฉรึสุ, ขณิกวสฺสํ วสฺสีติ วุตฺตํ โหติ.
อุทานํ อุทาเนสีติ กสฺมา อุทาเนสิ? โกจิ นาม วเทยฺย ‘‘ภควา ปจฺฉโต ปจฺฉโต อนุพนฺธิตฺวา ‘ปรินิพฺพาตุ, ภนฺเต’ติ อุปทฺทุโต ภเยน อายุสงฺขารํ วิสฺสชฺเชสี’’ติ, ตสฺโสกาโส มา โหตุ, ภีตสฺส หิ อุทานํ นาม นตฺถีติ ปีติเวควิสฺสฏฺฐํ อุทานํ อุทาเนสิ.
ตตฺถ สพฺเพสํ โสณสิงฺคาลาทีนมฺปิ ปจฺจกฺขภาวโต ตุลิตํ ปริจฺฉินฺนนฺติ ตุลํ. กึ ตํ? กามาวจรกมฺมํ. น ตุลํ, น วา ตุลํ สทิสมสฺส อญฺญํ โลกิยํ กมฺมํ อตฺถีติ อตุลํ. กึ ตํ? มหคฺคตกมฺมํ. อถ วา กามาวจรํ รูปาวจรํ ตุลํ, อรูปาวจรํ อตุลํ. อปฺปวิปากํ วา ตุลํ, พหุวิปากํ อตุลํ. สมฺภวนฺติ สมฺภวเหตุภูตํ, ราสิการกํ ปิณฺฑการกนฺติ อตฺโถ. ภวสงฺขารนฺติ ปุนพฺภวสงฺขารณกํ. อวสฺสชีติ วิสฺสชฺเชสิ. มุนีติ พุทฺธมุนิ. อชฺฌตฺตรโตติ นิยกชฺฌตฺตรโต. สมาหิโตติ อุปจารปฺปนาสมาธิวเสน สมาหิโต. อภินฺทิ กวจมิวาติ กวจํ วิย อภินฺทิ. อตฺตสมฺภวนฺติ อตฺตนิ สญฺชาตํ กิเลสํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สวิปากฏฺเฐน สมฺภวํ, ภวาภิสงฺขรณฏฺเฐน ภวสงฺขารนฺติ จ ลทฺธนามํ ตุลาตุลสงฺขาตํ โลกิยกมฺมญฺจ โอสฺสชิ, สงฺคามสีเส มหาโยโธ กวจํ วิย อตฺตสมฺภวํ กิเลสญฺจ อชฺฌตฺตรโต หุตฺวา สมาหิโต หุตฺวา อภินฺทีติ.
อถ วา ตุลนฺติ ตุเลนฺโต ตีเรนฺโต. อตุลญฺจ สมฺภวนฺติ นิพฺพานญฺเจว สมฺภวญฺจ. ภวสงฺขารนฺติ ภวคามิกมฺมํ. อวสฺสชิ มุนีติ ‘‘ปญฺจกฺขนฺธา อนิจฺจา, ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ นิโรโธ นิพฺพานํ นิจฺจ’’นฺติอาทินา (ปฏิ. ม. ๓.๓๗-๓๘) นเยน ตุลยนฺโต พุทฺธมุนิ ภเว อาทีนวํ, นิพฺพาเน จ อานิสํสํ ทิสฺวา ตํ ขนฺธานํ มูลภูตํ ภวสงฺขารํ กมฺมํ ‘‘กมฺมกฺขยาย สํวตฺตตี’’ติ (ม. นิ. ๒.๘๑; อ. นิ. ๔.๒๓๒-๒๓๓) เอวํ วุตฺเตน กมฺมกฺขยกเรน อริยมคฺเคน อวสฺสชิ. กถํ? อชฺฌตฺตรโต สมาหิโต, อภินฺทิ กวจมิวตฺตสมฺภวํ. โส หิ วิปสฺสนาวเสน อชฺฌตฺตรโต, สมถวเสน สมาหิโตติ เอวํ ปุพฺพภาคโต ปฏฺฐาย สมถวิปสฺสนาพเลน กวจมิว อตฺตภาวํ ปริโยนนฺธิตฺวา ฐิตํ, อตฺตนิ สมฺภวตฺตา ‘‘อตฺตสมฺภว’’นฺติ ลทฺธนามํ สพฺพกิเลสชาลํ อภินฺทิ. กิเลสาภาเวน จ กตํ กมฺมํ อปฺปฏิสนฺธิกตฺตา อวสฺสฏฺฐํ นาม โหตีติ เอวํ กิเลสปฺปหาเนน กมฺมํ ปชหิ. ปหีนกิเลสสฺส จ ภยํ นาม นตฺถิ, ตสฺมา อภีโตว อายุสงฺขารํ โอสฺสชฺชิ, อภีตภาวญาปนตฺถญฺจ อุทานํ อุทาเนสีติ เวทิตพฺโพ.
ยํ มหาวาตาติ เยน สมเยน ยสฺมึ วา สมเย มหาวาตา. วายนฺตีติ อุปกฺเขปกวาตา นาม อุฏฺฐหนฺติ, เต วายนฺตา สฏฺฐิสหสฺสาธิกนวโยชนสตสหสฺสพหลํ อุทกสนฺธารกวาตํ อุปจฺฉินฺทนฺติ, ตโต อากาเส อุทกํ ภสฺสติ, ตสฺมึ ภสฺสนฺเต ปถวี ภสฺสติ, ปุน วาโต อตฺตโน พเลน อนฺโตธมฺมกรเณ วิย อุทกํ อาพนฺธิตฺวา คณฺหาติ, ตโต อุทกํ อุคฺคจฺฉติ, ตสฺมึ อุคฺคจฺฉนฺเต ปถวี อุคฺคจฺฉติ. เอวํ อุทกํ กมฺปิตํ ปถวึ กมฺเปติ. เอตญฺจ กมฺปนํ ยาวชฺชกาลาปิ โหติเยว, พหุภาเวน ปน โอคจฺฉนุคฺคจฺฉนํ น ปญฺญายติ.
มหิทฺธิกา มหานุภาวาติ อิชฺฌนสฺส มหนฺตตาย มหิทฺธิกา, อนุภวิตพฺพสฺส มหนฺตตาย มหานุภาวา. ปริตฺตาติ ทุพฺพลา. อปฺปมาณาติ พลวา. โส อิมํ ปถวึ กมฺเปตีติ โส อิทฺธึ นิพฺพตฺเตตฺวา สํเวเชนฺโต มหาโมคฺคลฺลาโน วิย, วีมํสนฺโต วา มหานาคตฺเถรสฺส ภาคิเนยฺโย สงฺฆรกฺขิตสามเณโร วิย ปถวึ กมฺเปติ. สงฺกมฺเปตีติ สมนฺตโต กมฺเปติ. สมฺปกมฺเปตีติ ตสฺเสว เววจนํ. อิติ อิเมสุ อฏฺฐสุ ปถวิกมฺเปสุ ปฐโม ธาตุโกเปน, ทุติโย อิทฺธานุภาเวน, ตติยจตุตฺถา ปุญฺญเตเชน, ปญฺจโม ญาณเตเชน, ฉฏฺโฐ สาธุการทานวเสน, สตฺตโม การุญฺญสภาเวน, อฏฺฐโม อาโรทเนน. มาตุกุจฺฉึ โอกฺกมนฺเต จ ตโต นิกฺขมนฺเต จ มหาสตฺเต ตสฺส ปุญฺญเตเชน ปถวี อกมฺปิตฺถ, อภิสมฺโพธิยํ ญาณเตชาภิหตา หุตฺวา อกมฺปิตฺถ, ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน สาธุการภาวสณฺฐิตา สาธุการํ ททมานา อกมฺปิตฺถ, อายุสงฺขารโอสฺสชฺชเน การุญฺญสภาวสณฺฐิตา จิตฺตสงฺโขภํ อสหมานา อกมฺปิตฺถ, ปรินิพฺพาเน อาโรทนเวคตุนฺนา หุตฺวา อกมฺปิตฺถ. อยํ ปนตฺโถ ปถวิเทวตาย วเสน เวทิตพฺโพ. มหาภูตปถวิยา ปเนตํ นตฺถิ อเจตนตฺตา. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
ภูมิจาลวคฺโค สตฺตโม.
(๘) ๓. ยมกวคฺโค
๑-๒. สทฺธาสุตฺตทฺวยวณฺณนา
๗๑-๗๒. อฏฺฐมสฺส ปฐเม โน จ สีลวาติ น สีเลสุ ปริปูรการี. สมนฺตปาสาทิโกติ สมนฺตโต ปสาทชนโก. สพฺพาการปริปูโรติ สพฺเพหิ สมณากาเรหิ สมณธมฺมโกฏฺฐาเสหิ ปริปูโร. ทุติเย สนฺตาติ ปจฺจนีกสนฺตตาย สนฺตา. วิโมกฺขาติ ปจฺจนีกธมฺเมหิ วิมุตฺตตฺตา จ วิโมกฺขา.
๓-๙. มรณสฺสติสุตฺตทฺวยาทิวณฺณนา
๗๓-๗๙. ตติเย ภาเวถ โนติ ภาเวถ นุ. สาสนนฺติ อนุสิฏฺฐิ. อาสวานํ ขยายาติ อรหตฺตผลตฺถาย. จตุตฺเถ ปติหิตายาติ ปฏิปนฺนาย. โส มมสฺส อนฺตราโยติ โส มม ชีวิตนฺตราโยปิ, ปุถุชฺชนกาลกิริยํ กโรนฺตสฺส สคฺคนฺตราโยปิ มคฺคนฺตราโยปิ อสฺส. สตฺถกา วา เม วาตาติ สตฺถํ วิย องฺคมงฺคานิ กนฺตนฺตีติ สตฺถกา. ปญฺจมาทีนิ วุตฺตนยาเนว. นวเม สํสคฺคารามตาติ ปญฺจวิเธ สํสคฺเค อารามตา.
๑๐. กุสีตารมฺภวตฺถุสุตฺตวณฺณนา
๘๐. ทสเม กุสีตวตฺถูนีติ กุสีตสฺส อลสสฺส วตฺถูนิ ปติฏฺฐา, โกสชฺชการณานีติ อตฺโถ. กมฺมํ กตฺตพฺพํ โหตีติ จีวรวิจารณาทิกมฺมํ กตฺตพฺพํ โหติ. น วีริยํ อารภตีติ ทุวิธมฺปิ วีริยํ นารภติ. อปฺปตฺตสฺสาติ ฌานวิปสฺสนามคฺคผลธมฺมสฺส อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา. อนธิคตสฺสาติ ตสฺเสว อนธิคตสฺส อธิคมตฺถาย. อสจฺฉิกตสฺสาติ ตเทว อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกรณตฺถาย. อิทํ ปฐมนฺติ อิทํ ‘‘หนฺทาหํ นิปชฺชามี’’ติ เอวํ โอสีทนํ ปฐมํ กุสีตวตฺถุ. อิมินา นเยน สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. มาสาจิตกํ มญฺเญติ เอตฺถ ปน มาสาจิตํ นาม ตินฺตมาโส. ยถา ตินฺตมาโส ครุโก โหติ, เอวํ ครุโกติ อธิปฺปาโย. คิลานา วุฏฺฐิโต โหตีติ คิลาโน หุตฺวา ปจฺฉา วุฏฺฐิโต โหติ. อารมฺภวตฺถูนีติ วีริยการณานิ. เตสมฺปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
ยมกวคฺโค อฏฺฐโม.
(๙) ๔. สติวคฺโค
๑-๒. สติสมฺปชญฺญสุตฺตวณฺณนา
๘๑-๘๒. นวมสฺส ปฐมํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. ทุติเย สทฺโธติ ทุวิธาย สทฺธาย สมนฺนาคโต. โน จุปสงฺกมิตาติ น อุปฏฺฐหติ. โน จ ปริปุจฺฉิตาติ อตฺถานตฺถํ การณาการณํ ปริปุจฺฉิตา น โหติ. สมนฺนาคโตติ สามิอตฺเถ ปจฺจตฺตํ, สมนฺนาคตสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. เอกนฺตปฏิภานา ตถาคตํ ธมฺมเทสนา โหตีติ ตถาคตสฺส เอกนฺตปฏิภานา ธมฺมเทสนา โหติ, เอกนฺเตเนว ปฏิภาติ อุปฏฺฐาตีติ อตฺโถ.
๓. มูลกสุตฺตวณฺณนา
๘๓. ตติเย สพฺเพ ธมฺมาติ ปญฺจกฺขนฺธา. ฉนฺทมูลกาติ อชฺฌาสยจฺฉนฺโท กตฺตุกมฺยตาฉนฺโท ตํ มูลํ เอเตสนฺติ ฉนฺทมูลกา. มนสิการโต สมฺภวนฺตีติ มนสิการสมฺภวา. ผสฺสโต สมุเทนฺติ ราสี ภวนฺตีติ ผสฺสสมุทยา. เวทนาย สโมสรนฺตีติ เวทนาสโมสรณา. สมาธิ เอเตสํ ปมุโขติ สมาธิปฺปมุขา. เชฏฺฐกฏฺเฐน สติ อธิปติ เอเตสนฺติ สตาธิปเตยฺยา, สติเชฏฺฐกาติ อตฺโถ. ปญฺญา อุตฺตรา เอเตสนฺติ ปญฺญุตฺตรา. วิมุตฺติ เอว สาโร เอเตสนฺติ วิมุตฺติสารา. เอตฺถ จ ฉนฺทมูลกาทโย จตฺตาโรปิ โลกิยา กถิตา, เสสา โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกาติ.
๔. โจรสุตฺตวณฺณนา
๘๔. จตุตฺเถ มหาโจโรติ รชฺชนฺตเร ทุพฺภิตุํ สมตฺโถ มหาโจโร. ปริยาปชฺชตีติ ปริยาทานํ คจฺฉติ. น จิรฏฺฐิติโก โหตีติ อทฺธานํ ปาเลนฺโต ฐาตุํ น สกฺโกติ. อปฺปหรนฺตสฺส ปหรตีติ อตฺตโน อเวริเน อปฺปหรนฺเต คุณสมฺปนฺเน จ มหลฺลเก จ ตรุณทารเก จ อปฺปหริตพฺพยุตฺตเก ปหรติ. อนวเสสํ อาทิยตีติ นิสฺเสสํ คณฺหาติ. พฺยตฺตโจรานญฺหิ อิทํ วตฺตํ – ปรสฺส ทฺวีสุ สาฏเกสุ เอโก คเหตพฺโพ, เอกสฺมึ สนฺเต ทุพฺพลํ ทตฺวา ถิโร คเหตพฺโพ. ปุฏภตฺตตณฺฑุลาทีสุ เอกํ โกฏฺฐาสํ ทตฺวา เอโก คเหตพฺโพติ. อจฺจาสนฺเน กมฺมํ กโรตีติ คามนิคมราชธานีนํ อาสนฺนฏฺฐาเน โจริกกมฺมํ กโรติ. น จ นิธานกุสโล โหตีติ ยํ ลทฺธํ, ตํ ทกฺขิเณยฺเย นิทหิตุํ เฉโก น โหติ, ปรโลกมคฺคํ น โสเธติ.
๕. สมณสุตฺตวณฺณนา
๘๕. ปญฺจเม ยํ สมเณนาติ ยํ คุณชาตํ สมเณน ปตฺตพฺพํ. วุสีมตาติ พฺรหฺมจริยวาสํวุเตน. มุตฺโต โมเจมิ พนฺธนาติ อหํ สพฺพพนฺธเนหิ มุตฺโต หุตฺวา มหาชนมฺปิ ราคาทิพนฺธนโต โมเจมิ. ปรมทนฺโตติ อญฺเญน เกนจิ อสิกฺขาปิโต อโจทิโต สยมฺภุญาเณน ปฏิวิชฺฌิตฺวา ปรมทมเถน ทนฺตตฺตา ปรมทนฺโต นาม. ปรินิพฺพุโตติ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต.
๖. ยสสุตฺตวณฺณนา
๘๖. ฉฏฺเฐ มา จ มยา ยโสติ ยโส จ มยา สทฺธึ มา คญฺฉิ. อกสิรลาภีติ วิปุลลาภี. สีลปญฺญาณนฺติ สีลญฺเจว ญาณญฺจ. สงฺคมฺมาติ สนฺนิปติตฺวา. สมาคมฺมาติ สมาคนฺตฺวา. สงฺคณิกวิหารนฺติ คณสงฺคณิกวิหารํ. น หิ นูนเมติ น หิ นูน อิเม. ตถา หิ ปนเมติ ตถา หิ ปน อิเม. องฺคุลิปโตทเกหีติ องฺคุลิปโตทยฏฺฐึ กตฺวา วิชฺฌเนน. สญฺชคฺฆนฺเตติ มหาหสิตํ หสนฺเต. สํกีฬนฺเตติ เกฬึ กโรนฺเต.
๗. ปตฺตนิกุชฺชนสุตฺตวณฺณนา
๘๗. สตฺตเม นิกฺกุชฺเชยฺยาติ เตน ทินฺนสฺส เทยฺยธมฺมสฺส อปฺปฏิคฺคหณตฺถํ ปตฺตนิกฺกุชฺชนกมฺมวาจาย นิกุชฺเชยฺย, น อโธมุขฐปเนน. อลาภายาติ จตุนฺนํ ปจฺจยานํ อลาภตฺถาย. อนตฺถายาติ อุปทฺทวาย อวฑฺฒิยา. อุกฺกุชฺเชยฺยาติ อุกฺกุชฺชนกมฺมวาจาย อุกฺกุชฺเชยฺย.
๘. อปฺปสาทปเวทนียสุตฺตวณฺณนา
๘๘. อฏฺฐเม อปฺปสาทํ ปเวเทยฺยุนฺติ อปฺปสนฺนภาวํ ชานาเปยฺยุํ. อปฺปสาทํ ปเวเทนฺเตน ปน กึ กาตพฺพนฺติ? นิสินฺนาสนโต น อุฏฺฐาตพฺพํ น วนฺทิตพฺพํ น ปจฺจุคฺคมนํ กาตพฺพํ, น เทยฺยธมฺโม ทาตพฺโพ. อโคจเรติ ปญฺจวิเธ อโคจเร.
๙. ปฏิสารณียสุตฺตวณฺณนา
๘๙. นวเม ธมฺมิกญฺจ คิหิปฏิสฺสวนฺติ ‘‘อิมํ เตมาสํ อิเธว วสิตพฺพ’’นฺติ วุตฺโต ‘‘เอวํ โหตู’’ติอาทินา นเยน ปฏิสฺสวํ. น สจฺจาเปตีติ วุตฺตํ น สจฺจํ กโรติ วิสํวาเทติ.
๑๐. สมฺมาวตฺตนสุตฺตวณฺณนา
๙๐. ทสเม ปจฺเจกฏฺฐาเนติ อธิปติฏฺฐาเน เชฏฺฐกฏฺฐาเน. ตญฺหิ เชฏฺฐกํ กตฺวา กิญฺจิ สงฺฆกมฺมํ กาตุํ น ลภติ. น จ เตน มูเลน วุฏฺฐาเปตพฺโพติ ตํ มูลํ กตฺวา อพฺภานกมฺมํ กาตุํ น ลภติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
สติวคฺโค นวโม.
(๑๐) ๕. สามญฺญวคฺโค
๙๑. อิโต ปรํ อถ โข โพชฺฌา อุปาสิกาติอาทีสุ โพชฺฌา อุปาสิกา, สิริมา อุปาสิกา, ปทุมา อุปาสิกา, สุตนา อุปาสิกา, มนุชา อุปาสิกา, อุตฺตรา อุปาสิกา, มุตฺตา อุปาสิกา, เขมา อุปาสิกา, รุจี อุปาสิกา, จุนฺที ราชกุมารี, พิมฺพี อุปาสิกา, สุมนา ราชกุมารี, มลฺลิกา เทวี, ติสฺสา อุปาสิกา, ติสฺสามาตา อุปาสิกา, โสณา อุปาสิกา, โสณาย มาตา อุปาสิกา, กาณา อุปาสิกา, กาณมาตา อุปาสิกา, อุตฺตรา นนฺทมาตา, วิสาขา มิคารมาตา, ขุชฺชุตฺตรา อุปาสิกา, สามาวตี อุปาสิกา, สุปฺปวาสา โกลิยธีตา, สุปฺปิยา อุปาสิกา, นกุลมาตา คหปตานีติ อิมาสํ เอตฺตกานํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อุโปสถกมฺมเมว กถิตํ. อิจฺฉนฺเตน วิตฺถาเรตฺวา กเถตพฺพํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.