.นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส.
องฺคุตฺตรนิกาเย
นวกนิปาต-อฏฺฐกถา
๑. ปฐมปณฺณาสกํ
๑. สมฺโพธิวคฺโค
๑. สมฺโพธิสุตฺตวณฺณนา
๑. นวกนิปาตสฺส ปฐเม สมฺโพธิปกฺขิกานนฺติ จตุมคฺคสงฺขาตสฺส สมฺโพธิสฺส ปกฺเข ภวานํ, อุปการกานนฺติ อตฺโถ. ปาฬิยํ อาคเต นว ธมฺเม สนฺธาเยวํ ปุจฺฉติ. กา อุปนิสาติ โก อุปนิสฺสยปจฺจโย. อภิสลฺเลขนฺตีติ อภิสลฺเลขิกา. สมถวิปสฺสนาจิตฺตสฺส วิวรเณ สปฺปายา อุปการกาติ เจโตวิวรณสปฺปายา. อปฺปิจฺฉตํ อารพฺภ ปวตฺตา กถา อปฺปิจฺฉกถา. เสเสสุปิ เอเสว นโย.
อสุภา ภาเวตพฺพา ราคสฺส ปหานายาติ อยมตฺโถ สาลิลายโกปมาย วิภาเวตพฺโพ – เอโก หิ ปุริโส อสิตํ คเหตฺวา โกฏิโต ปฏฺฐาย สาลิกฺเขตฺเต สาลิโย ลายติ. อถสฺส วตึ ภินฺทิตฺวา คาโว ปวิสึสุ. โส อสิตํ ฐเปตฺวา ยฏฺฐึ อาทาย เตเนว มคฺเคน คาโว นีหริตฺวา วตึ ปากติกํ กตฺวา ปุนปิ อสิตํ อาทาย สาลิโย ลายิ. เอตฺถ สาลิกฺเขตฺตํ วิย พุทฺธสาสนํ ทฏฺฐพฺพํ, สาลิลายโก วิย โยคาวจโร, อสิตํ วิย ปญฺญา, ลายนกาโล วิย วิปสฺสนาย กมฺมกรณกาโล, ยฏฺฐิ วิย อสุภกมฺมฏฺฐานํ, วติ วิย สํวโร, วตึ ภินฺทิตฺวา คาวีนํ ปวิสนํ วิย สหสา อปฺปฏิสงฺขาย ปมาทํ อารพฺภ ราคสฺส อุปฺปชฺชนํ, อสิตํ ฐเปตฺวา ยฏฺฐึ อาทาย ปวิฏฺฐมคฺเคเนว คาโว นีหริตฺวา วตึ ปฏิปากติกํ กตฺวา ปุน โกฏิโต ปฏฺฐาย สาลิลายนํ วิย อสุภกมฺมฏฺฐาเนน ราคํ วิกฺขมฺเภตฺวา ปุน วิปสฺสนาย กมฺมํ อารภนกาโล. อิมมตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อสุภา ภาเวตพฺพา ราคสฺส ปหานายา’’ติ.
ตตฺถ ราคสฺสาติ ปญฺจกามคุณิกราคสฺส. เมตฺตาติ เมตฺตากมฺมฏฺฐานํ. พฺยาปาทสฺส ปหานายาติ วุตฺตนเยเนว อุปฺปนฺนสฺส โกปสฺส ปชหนตฺถาย. อานาปานสฺสตีติ โสฬสวตฺถุกา อานาปานสฺสติ. วิตกฺกุปจฺเฉทายาติ วุตฺตนเยเนว อุปฺปนฺนานํ วิตกฺกานํ อุปจฺเฉทนตฺถาย. อสฺมิมานสมุคฺฆาตายาติ อสฺมีติ อุปฺปชฺชนกสฺส มานสฺส สมุคฺฆาตตฺถาย. อนตฺตสญฺญา สณฺฐาตีติ อนิจฺจลกฺขเณ ทิฏฺเฐ อนตฺตลกฺขณํ ทิฏฺฐเมว โหติ. เอเตสุ หิ ตีสุ ลกฺขเณสุ เอกสฺมึ ทิฏฺเฐ อิตรทฺวยํ ทิฏฺฐเมว โหติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อนิจฺจสญฺญิโน, ภิกฺขเว, อนตฺตสญฺญา สณฺฐาตี’’ติ. ทิฏฺเฐว ธมฺเม นิพฺพานนฺติ ทิฏฺเฐเยว ธมฺเม อปจฺจยปรินิพฺพานญฺจ ปาปุณาตีติ อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตํ.
๒. นิสฺสยสุตฺตวณฺณนา
๒. ทุติเย นิสฺสยสมฺปนฺโนติ ปติฏฺฐาสมฺปนฺโน. สทฺธนฺติ โอกปฺปนสทฺธํ. วีริยนฺติ กายิกเจตสิกวีริยํ. ยํสาติ ยํ อสฺส. อริยาย ปญฺญายาติ สหวิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย. สงฺขายาติ ชานิตฺวา. เอกํ ปฏิเสวตีติ เสวิตพฺพยุตฺตกํ เสวติ. อธิวาเสตีติ อธิวาเสตพฺพยุตฺตกํ อธิวาเสติ. ปริวชฺเชตีติ ปริวชฺเชตพฺพยุตฺตกํ ปริวชฺเชติ. วิโนเทตีติ นีหริตพฺพยุตฺตกํ นีหรติ. เอวํ โข ภิกฺขูติ เอวํ โข ภิกฺขุ อุคฺคหปริปุจฺฉาวเสน เจว ธมฺมววตฺถานวเสน จ ปฏิเสวิตพฺพาทีนิ สุปฺปฏิวิทฺธานิ สุปจฺจกฺขานิ กตฺวา ปฏิเสวนฺโต อธิวาเสนฺโต ปริวชฺเชนฺโต วิโนเทนฺโต จ ภิกฺขุ นิสฺสยสมฺปนฺโน นาม โหตีติ.
๓. เมฆิยสุตฺตวณฺณนา
๓. ตติเย จาลิกายนฺติ เอวํนามเก นคเร. ตํ กิร จลมคฺคํ นิสฺสาย กตตฺตา โอโลเกนฺตานํ จลมานํ วิย อุปฏฺฐาติ, ตสฺมา จาลิกาติ สงฺขํ คตํ. จาลิยปพฺพเตติ โสปิ ปพฺพโต สพฺพเสตตฺตา กาฬปกฺขุโปสเถ โอโลเกนฺตานํ จลมาโน วิย อุปฏฺฐาติ, ตสฺมา จาลิยปพฺพโตติ วุตฺโต. ตตฺถ มหนฺตํ วิหารํ การยึสุ. อิติ ภควา ตํ นครํ นิสฺสาย จาลิกาปพฺพตมหาวิหาเร วิหรติ. ชนฺตุคามนฺติ เอวํนามกํ อปรมฺปิ ตสฺเสว วิหารสฺส โคจรคามํ. ชตฺตุคามนฺติปิ ปฐนฺติ. ปธานตฺถิกสฺสาติ ปธานกมฺมิกสฺส. ปธานายาติ สมณธมฺมกรณตฺถาย. อาคเมหิ ตาวาติ สตฺถา เถรสฺส วจนํ สุตฺวา อุปธาเรนฺโต ‘‘น ตาวสฺส ญาณํ ปริปกฺก’’นฺติ ญตฺวา ปฏิพาหนฺโต เอวมาห. เอกกมฺหิ ตาวาติ อิทํ ปนสฺส ‘‘เอวมยํ คนฺตฺวาปิ กมฺเม อนิปฺผชฺชมาเน นิราสงฺโก หุตฺวา เปมวเสน ปุน อาคจฺฉิสฺสตี’’ติ จิตฺตมทฺทวชนนตฺถํ อาห. นตฺถิ กิญฺจิ อุตฺตริ กรณียนฺติ จตูสุ สจฺเจสุ จตุนฺนํ กิจฺจานํ กตตฺตา อญฺญํ อุตฺตริ กรณียํ นาม นตฺถิ. กตสฺส วา ปฏิจโยติ อธิคตสฺส วา ปุน ปฏิจโยปิ นตฺถิ. น หิ ภาวิตมคฺโค ปุน ภาวียติ, น ปหีนกิเลสานํ ปุน ปหานํ อตฺถิ. ปธานนฺติ โข, เมฆิย, วทมานํ กินฺติ วเทยฺยามาติ ‘‘สมณธมฺมํ กโรมี’’ติ ตํ วทมานํ มยํ อญฺญํ กึ นาม วเทยฺยาม.
ทิวาวิหารํ นิสีทีติ ทิวาวิหารตฺถาย นิสีทิ. นิสีทนฺโต จ ยสฺมึ มงฺคลสิลาปฏฺเฏ ปุพฺเพ อนุปฏิปาฏิยา ปญฺจ ชาติสตานิ ราชา หุตฺวา อุยฺยานกีฬิกํ กีฬนฺโต ติวิธนาฏกปริวาโร นิสีทิ, ตสฺมึเยว นิสีทิ. อถสฺส นิสินฺนกาลโต ปฏฺฐาย สมณภาโว ชหิโต วิย อโหสิ, ราชเวสํ คเหตฺวา นาฏกวรปริวุโต เสตจฺฉตฺตสฺส เหฏฺฐา มหารเห ปลฺลงฺเก นิสินฺโน วิย ชาโต. อถสฺส ตํ สมฺปตฺตึ อสฺสาทยโต กามวิตกฺโก อุทปาทิ. โส ตสฺมึเยว ขเณ มหาโยเธหิ คหิเต เทฺว โจเร อาเนตฺวา ปุรโต ฐปิเต วิย อทฺทส. เตสุ เอกสฺส วธํ อาณาปนวเสนสฺส พฺยาปาทวิตกฺโก อุปฺปชฺชิ, เอกสฺส พนฺธนํ อาณาปนวเสน วิหึสาวิตกฺโก. เอวํ โส ลตาชาเลน รุกฺโข วิย มธุมกฺขิกาหิ มธุฆาตโก วิย อกุสลวิตกฺเกหิ ปริกฺขิตฺโต อโหสิ. ตํ สนฺธาย – อถ โข อายสฺมโต เมฆิยสฺสาติอาทิ วุตฺตํ. อนฺวาสตฺตาติ อนุพทฺธา สมฺปริวาริตา. เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ เอวํ ปาปวิตกฺเกหิ สมฺปริกิณฺโณ กมฺมฏฺฐานํ สปฺปายํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘อิทํ วต ทิสฺวา ทีฆทสฺสี ภควา ปฏิเสเธสี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘อิทํ การณํ ทสพลสฺส อาโรเจสฺสามี’’ติ นิสินฺนาสนโต วุฏฺฐาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ.
๔. นนฺทกสุตฺตวณฺณนา
๔. จตุตฺเถ อุปฏฺฐานสาลายนฺติ โภชนสาลายํ. เยนุปฏฺฐานสาลาติ สตฺถา นนฺทกตฺเถเรน มธุรสฺสเรน อารทฺธาย ธมฺมเทสนาย สทฺทํ สุตฺวา, ‘‘อานนฺท, โก เอโส อุปฏฺฐานสาลาย มธุรสฺสเรน ธมฺมํ เทเสตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ธมฺมกถิกนนฺทกตฺเถรสฺส อชฺช, ภนฺเต, วาโร’’ติ สุตฺวา ‘‘อติมธุรํ กตฺวา, อานนฺท, เอโส ภิกฺขุ ธมฺมํ กเถติ, มยมฺปิ คนฺตฺวา สุณิสฺสามา’’ติ วตฺวา เยนุปฏฺฐานสาลา เตนุปสงฺกมิ. พหิทฺวารโกฏฺฐเก อฏฺฐาสีติ ฉพฺพณฺณรสฺมิโย จีวรคพฺเภ ปฏิจฺฉาเทตฺวา อญฺญาตกเวเสน อฏฺฐาสิ. กถาปริโยสานํ อาคมยมาโนติ ‘‘อิทมโวจา’’ติ อิทํ กถาวสานํ อุทิกฺขมาโน ธมฺมกถํ สุณนฺโต อฏฺฐาสิเยว. อถายสฺมา อานนฺโท นิกฺขนฺเต ปฐเม ยาเม สตฺถุ สญฺญํ อทาสิ – ‘‘ปฐมยาโม อติกฺกนฺโต, ภนฺเต, โถกํ วิสฺสมถา’’ติ. สตฺถา ตตฺเถว อฏฺฐาสิ. อถายสฺมา อานนฺโท มชฺฌิมยาเมปิ นิกฺขนฺเต, ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห ปกติยา ขตฺติยสุขุมาลา, ปุน พุทฺธสุขุมาลาติ ปรมสุขุมาลา, มชฺฌิมยาโมปิ อติกฺกนฺโต, มุหุตฺตํ วิสฺสมถา’’ติ อาห. สตฺถา ตตฺเถว อฏฺฐาสิ. ตตฺถ ฐิตกสฺเสวสฺส อรุณคฺคํ ปญฺญายิตฺถ. อรุณุคฺคมนญฺจ เถรสฺส ‘‘อิทมโวจา’’ติ ปาเปตฺวา กถาปริโยสานญฺจ ทสพลสฺส ฉพฺพณฺณสรีรสฺมิวิสฺสชฺชนญฺจ เอกปฺปหาเรเนว อโหสิ. อคฺคฬํ อาโกเฏสีติ อคฺคนเขน ทฺวารกวาฏํ อาโกเฏสิ.
สารชฺชมานรูโปติ หรายมาโน โอตฺตปฺปมาโน. โทมนสฺสสารชฺชํ ปนสฺส นตฺถิ. เอตฺตกมฺปิ โน นปฺปฏิภาเสยฺยาติ ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตสฺส อปฺปฏิภานํ นาม นตฺถิ. เอตฺตกมฺปิ น กเถยฺยนฺติ ทสฺเสติ. สาธุ สาธูติ เถรสฺส ธมฺมเทสนํ สมฺปหํสนฺโต อาห. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ ‘‘สุคหิตา จ เต ธมฺมเทสนา สุกถิตา จา’’ติ. กุลปุตฺตานนฺติ อาจารกุลปุตฺตานญฺเจว ชาติกุลปุตฺตานญฺจ. อริโย จ ตุณฺหิภาโวติ ทุติยชฺฌานสมาปตฺตึ สนฺธาเยวมาห. อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนายาติ สงฺขารปริคฺคหวิปสฺสนาญาณสฺส. จตุปฺปาทโกติ อสฺสโคณคทฺรภาทิโก. อิทํ วตฺวาติ อิมํ จตูหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ ธมฺมํ กถยิตฺวา. วิหารํ ปาวิสีติ คนฺธกุฏึ ปวิฏฺโฐ.
กาเลน ธมฺมสฺสวเนติ กาเล กาเล ธมฺมสฺสวนสฺมึ. ธมฺมสากจฺฉายาติ ปญฺหกถาย. คมฺภีรํ อตฺถปทนฺติ คมฺภีรํ คุฬฺหํ รหสฺสํ อตฺถํ. ปญฺญายาติ สหวิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย. สมฺมสนปฏิเวธปญฺญาปิ อุคฺคหปริปุจฺฉาปญฺญาปิ วฏฺฏติเยว. ปตฺโต วา ปชฺชติ วาติ อรหตฺตํ ปตฺโต วา ปาปุณิสฺสติ วาติ เอวํ คุณสมฺภาวนาย สมฺภาเวติ. อปฺปตฺตมานสาติ อปฺปตฺตอรหตฺตา, อรหตฺตํ วา อปฺปตฺตํ มานสํ เอเตสนฺติปิ อปฺปตฺตมานสา. ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารนฺติ เอตฺถ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาโร โลกิโยปิ วฏฺฏติ โลกุตฺตโรปิ.
๕. พลสุตฺตวณฺณนา
๕. ปญฺจเม อวิชฺชาโกสชฺชสาวชฺชอสฺสทฺธิเยสุ อกมฺปนโต ปญฺญาพลาทีนิ ทฏฺฐพฺพานิ. อกุสลสงฺขาตาติ อกุสลาติ ญาตา. เอส นโย สพฺพตฺถ. นาลมริยาติ อริยภาวํ กาตุํ อสมตฺถา, อริยานํ วา อนนุจฺฉวิกา. โวทิฏฺฐาติ สุฏฺฐุ ทิฏฺฐา. โวจริตาติ มโนทฺวาเร สมุทาจารปฺปตฺตา. อตฺถิกสฺสาติ ธมฺมเทสนาย อตฺถิกสฺส. อาชีวิกาภยนฺติ ชีวิตวุตฺติภยํ. อสิโลกภยนฺติ ครหาภยํ. ปริสาสารชฺชภยนฺติ ปริสํ ปตฺวา สารชฺชํ โอกฺกมนภยํ. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตํ.
๖. เสวนาสุตฺตวณฺณนา
๖. ฉฏฺเฐ ชีวิตปริกฺขาราติ ชีวิตสมฺภารา. สมุทาเนตพฺพาติ สมาหริตพฺพา. กสิเรน สมุทาคจฺฉนฺตีติ ทุกฺเขน อุปฺปชฺชนฺติ. รตฺติภาคํ วา ทิวสภาคํ วาติ เอตฺถ รตฺติภาเค ญตฺวา รตฺติภาเคเยว ปกฺกมิตพฺพํ, รตฺตึ จณฺฑวาฬาทิปริปนฺเถ สติ อรุณุคฺคมนํ อาคเมตพฺพํ. ทิวสภาเค ญตฺวา ทิวา ปกฺกมิตพฺพํ, ทิวา ปริปนฺเถ สติ สูริยตฺถงฺคมนํ อาคเมตพฺพํ. สงฺขาปีติ สามญฺญตฺถสฺส ภาวนาปาริปูริอาคมนํ ชานิตฺวา. โส ปุคฺคโลติ ปทสฺส ปน ‘‘นานุพนฺธิตพฺโพ’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. อนาปุจฺฉาติ อิธ ปน ตํ ปุคฺคลํ อนาปุจฺฉา ปกฺกมิตพฺพนฺติ อตฺโถ. อปิ ปนุชฺชมาเนนาติ อปิ นิกฺกฑฺฒิยมาเนน. เอวรูโป หิ ปุคฺคโล สเจปิ ทารุกลาปสตํ วา อุทกฆฏสตํ วา วาลิกาฆฏสตํ วา ทณฺฑํ อาโรเปติ, มา อิธ วสีติ นิกฺกฑฺฒาเปติ วา, ตํ ขมาเปตฺวาปิ ยาวชีวํ โส อนุพนฺธิตพฺโพว, น วิชหิตพฺโพ.
๗. สุตวาสุตฺตวณฺณนา
๗. สตฺตเม ปญฺจ ฐานานิ อชฺฌาจริตุนฺติ ปญฺจ การณานิ อติกฺกมิตุํ. ปาณนฺติ อนฺตมโส กุนฺถกิปิลฺลิกํ. อทินฺนนฺติ อนฺตมโส ติณสลากมฺปิ ปรสนฺตกํ. เถยฺยสงฺขาตนฺติ เถยฺยจิตฺเตน. สนฺนิธิการกํ กาเม ปริภุญฺชิตุนฺติ สนฺนิธึ กตฺวา ฐเปตฺวา วตฺถุกามกิเลสกาเม ปริภุญฺชิตุํ อภพฺโพ. อกปฺปิยํ กามคุณํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. พุทฺธํ ปจฺจกฺขาตุนฺติ ‘‘น พุทฺโธ อย’’นฺติ เอวํ ปฏิกฺขิปิตุํ. ธมฺมาทีสุปิ เอเสว นโย. เอวํ ตาว อฏฺฐกถาย อาคตํ. ปาฬิยํ ปน อิมสฺมึ สุตฺเต อคติคมนานิ กถิตานิ.
๘-๑๐. สชฺฌสุตฺตาทิวณฺณนา
๘-๑๐. อฏฺฐเม พุทฺธาทีนํ ปจฺจกฺขานํ กถิตํ. นวเม ปุถุชฺชเนน สทฺธึ คหิตตฺตา ‘‘อาหุเนยฺยา’’ติ วุตฺตํ. ทสเม โคตฺรภูติ โสตาปตฺติมคฺคสฺส อนนฺตรปจฺจเยน สิขาปตฺตพลววิปสฺสนาจิตฺเตน สมนฺนาคโต. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
สมฺโพธวคฺโค ปฐโม.
๒. สีหนาทวคฺโค
๑. สีหนาทสุตฺตวณฺณนา
๑๑. ทุติยสฺส ปฐเม เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ ‘‘สเจ สตฺถา จาริกํ ปกฺกมิตุกาโม อสฺส, อิมสฺมึ กาเล ปกฺกเมยฺย. หนฺทาหํ จาริกํ คมนตฺถาย สตฺถารํ อาปุจฺฉามี’’ติ จินฺเตตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต อุปสงฺกมิ. อายสฺมา มํ, ภนฺเตติ โส กิร ภิกฺขุ เถรํ มหตา ภิกฺขุปริวาเรน คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อิเม ภิกฺขู ตถาคตํ ปหาย สาริปุตฺตํ ปริวาเรตฺวา นิกฺขนฺตา, คมนวิจฺเฉทมสฺส กริสฺสามี’’ติ อฏฺฐาเน โกปํ พนฺธิตฺวา เอวมาห. ตตฺถ อาสชฺชาติ ฆฏฺเฏตฺวา. อปฺปฏินิสฺสชฺชาติ อกฺขมาเปตฺวา อจฺจยํ อเทเสตฺวา. กิสฺมึ ปน โส การเณ อาฆาตํ พนฺธีติ? เถรสฺส กิร ทสพลํ วนฺทิตฺวา อุฏฺฐาย คจฺฉโต จีวรกณฺโณ ตสฺส สรีรํ ผุสิ, วาโต ปหรีติปิ วทนฺติ. เอตฺตเกน อาฆาตํ พนฺธิตฺวา เถรํ มหตา ปริวาเรน คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา อุสูยมาโน ‘‘คมนวิจฺเฉทมสฺส กริสฺสามี’’ติ เอวมาห. เอหิ ตฺวํ ภิกฺขูติ สตฺถา ตสฺส ภิกฺขุโน วจนํ สุตฺวา ‘‘น ตํ ภิกฺขุ สาริปุตฺโต ปหรีติ วุตฺเต, ‘ภนฺเต, ตุเมฺห อตฺตโน อคฺคสาวกสฺเสว ปกฺขํ วหถ, น มยฺห’นฺติ มยิ มโนปโทสํ กตฺวา อปาเย นิพฺพตฺเตยฺยา’’ติ ญตฺวา ‘‘สาริปุตฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา อิมมตฺถํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ เอกํ ภิกฺขุํ อามนฺเตตฺวา เอวมาห. อวาปุรณํ อาทายาติ กุญฺจิกํ คเหตฺวา. สีหนาทนฺติ เสฏฺฐนาทํ ปมุขนาทํ อปฺปฏิวตฺติยนาทํ. เอวํ ทฺวีหิ มหาเถเรหิ อาโรจิโต ภิกฺขุสงฺโฆ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานานิ ปหาย สตฺถุ สนฺติกํ อคมาสิ. ขียนธมฺมนฺติ กถาธมฺมํ.
คูถคตนฺติ คูถเมว. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ปถวีสเมนาติ อกุชฺฌนฏฺเฐน ปถวิยา สมาเนน. น หิ ปถวี ‘‘มยิ สุจึ นิกฺขิปนฺตี’’ติ โสมนสฺสํ กโรติ, น ‘‘อสุจึ นิกฺขิปนฺตี’’ติ โทมนสฺสํ. มยฺหมฺปิ เอวรูปํ จิตฺตนฺติ ทสฺเสติ. วิปุเลนาติ อปริตฺเตน. มหคฺคเตนาติ มหนฺตภาวํ คเตน. อปฺปมาเณนาติ วฑฺฒิตปฺปมาเณน. อเวเรนาติ อกุสลเวรปุคฺคลเวรรหิเตน. อพฺยาปชฺเฌนาติ นิทฺทุกฺเขน วิคตโทมนสฺเสน. โส อิธาติ โส อนุปฏฺฐิตกายานุปสฺสนาสติปฏฺฐาโน ภิกฺขุ เอวํ กเรยฺย, มาทิโส กถํ เอวรูปํ กริสฺสติ, ภนฺเตติ ปฐมํ สีหนาทํ นทิ. เอวํ สพฺพตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา.
รโชหรณนฺติ รชสมฺมชฺชนโจฬกํ, ปาทปุญฺฉนฺติ, ตสฺเสว นามํ. กโฬปิหตฺโถติ ปจฺฉิหตฺโถ อุกฺขลิหตฺโถ วา. นนฺตกวาสีติ อนฺตจฺฉินฺนปิโลติกวสโน. สูรโตติ สุจิสีโล โสรจฺเจน สมนฺนาคโต. สุทนฺโตติ สุฏฺฐุ ทมถํ อุปคโต. สุวินีโตติ สุฏฺฐุ สิกฺขิโต. น กญฺจิ หึสตีติ วิสาณาทีสุ คณฺหนฺตมฺปิ ปิฏฺฐึ ปริมชฺชนฺตมฺปิ น กญฺจิ วิเหเฐติ. อุสภฉินฺนวิสาณสเมนาติ อุสภสฺส ฉินฺนวิสาณสฺส จิตฺตสทิเสน.
อฏฺฏีเยยฺยาติ อฏฺโฏ ปีฬิโต ภเวยฺย. หราเยยฺยาติ ลชฺเชยฺย. ชิคุจฺเฉยฺยาติ ชิคุจฺฉํ อาปชฺเชยฺย.
เมทกถาลิกนฺติ เมทกถาลิกา วุจฺจติ สูนการเกหิ ยูสนิกฺขมนตฺถาย ตตฺถ ตตฺถ กตฉิทฺทา ถาลิกา. ปริหเรยฺยาติ มํสสฺส ปูเรตฺวา อุกฺขิปิตฺวา คจฺเฉยฺย. ฉิทฺทาวฉิทฺทนฺติ ปริตฺตมหนฺเตหิ ฉิทฺเทหิ สมนฺนาคตํ. อุคฺฆรนฺตนฺติ อุปริมุเขหิ ฉิทฺเทหิ นิกฺขมมานยูสํ. ปคฺฆรนฺตนฺติ อโธมุเขหิ นิกฺขมมานยูสํ. เอวมสฺส สกลสรีรํ ยูสมกฺขิตํ ภเวยฺย. ฉิทฺทาวฉิทฺทนฺติ นวหิ วณมุเขหิ ปริตฺตมหนฺต ฉิทฺทํ. เอวเมตฺถ อฏฺฐมนวเมหิ ทฺวีหิ องฺเคหิ เถโร อตฺตโน สรีเร นิจฺฉนฺทราคตํ กเถสิ.
อถ โข โส ภิกฺขูติ เอวํ เถเรน นวหิ การเณหิ สีหนาเท นทิเต อถ โส ภิกฺขุ. อจฺจโยติ อปราโธ. มํ อจฺจคมาติ มํ อติกฺกมฺม อภิภวิตฺวา ปวตฺโต. ปติคฺคณฺหตูติ ขมตุ. อายตึ สํวรายาติ อนาคเต สํวรณตฺถาย, ปุน เอวรูปสฺส อปราธสฺส อกรณตฺถาย. ตคฺฆาติ เอกํเสน. ยถาธมฺมํ ปฏิกโรสีติ ยถา ธมฺโม ฐิโต, ตเถว กโรสิ, ขมาเปสีติ วุตฺตํ โหติ. ตํ เต มยํ ปฏิคฺคณฺหามาติ ตํ ตว อปราธํ มยํ ขมาม. วุทฺธิเหสา ภิกฺขุ อริยสฺส วินเยติ เอสา ภิกฺขุ อริยสฺส วินเย พุทฺธสฺส ภควโต สาสเน วุฑฺฒิ นาม. กตมา? อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกริตฺวา อายตึ สํวราปชฺชนา. เทสนํ ปน ปุคฺคลาธิฏฺฐานํ กโรนฺโต โย อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกโรติ, อายตึ สํวรํ อาปชฺชตีติ อาห. ผลตีติ สเจ หิ เถโร น ขเมยฺย, ตสฺส ภิกฺขุโน ตตฺเถว สตฺตธา มุทฺธา ผเลยฺย. ตสฺมา ภควา เอวมาห. สเจ มํ โสติ สเจ มํ อยํ ภิกฺขุ ขมาหีติ เอวํ วทติ. ขมตุ จ เม โสติ อยมฺปิ จายสฺมา มยฺหํ ขมตูติ เอวํ เถโร ตสฺส อจฺจยํ ปฏิคฺคณฺหิตฺวา สยมฺปิ ตํ สตฺถุ สมฺมุเข ขมาเปสีติ.
๒. สอุปาทิเสสสุตฺตวณฺณนา
๑๒. ทุติเย สอุปาทิเสสนฺติ สอุปาทานเสสํ. อนุปาทิเสสนฺติ อุปาทานเสสรหิตํ นิคฺคหณํ. มตฺตโส การีติ ปมาณการี น ปริปูรการี. น ตาวายํ, สาริปุตฺต, ธมฺมปริยาโย ปฏิภาสีติ อปฺปฏิภานํ นาม ภควโต นตฺถิ, น ตาวาหํ อิมํ ธมฺมปริยายํ กเถสินฺติ อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ. มายิมํ ธมฺมปริยายํ สุตฺวา ปมาทํ อาหรึสูติ ‘‘มยํ กิร จตูหิ อปาเยหิ มุตฺตา’’ติ อุปริ อรหตฺตตฺถาย วีริยํ อกโรนฺตา มา ปมาทํ อาปชฺชึสุ. ปญฺหาธิปฺปาเยน ภาสิโตติ ตยา ปุจฺฉิตปญฺหสฺส สภาเวน กถิโตติ ทสฺเสติ. อิเมสํ ปน นวนฺนํ ปุคฺคลานํ ภเวสุ ฉนฺทราควิโนทนตฺถํ เอตเมว อตฺถุปฺปตฺตึ กตฺวา – ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อปฺปมตฺตโกปิ คูโถ ทุคฺคนฺโธ โหติ, เอวเมว โข ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, อปฺปมตฺตกมฺปิ ภวํ น วณฺเณมิ อนฺตมโส อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตมฺปี’’ติ อิมํ สุตฺตํ (อ. นิ. ๑.๓๒๑) อภาสิ. น เกวลญฺจ เอเตสํเยว นวนฺนํ ปุคฺคลานํ คติ นิพทฺธา, เยสํ ปน กุลานํ ตีณิ สรณานิ ปญฺจ สีลานิ เอกํ สลากภตฺตํ เอกํ ปกฺขิยภตฺตํ เอกํ วสฺสาวาสิกํ เอกา โปกฺขรณี เอโก อาวาโส, เอวรูปานิ นิพทฺธปุญฺญานิ อตฺถิ. เตสมฺปิ คติ นิพทฺธา, โสตาปนฺนสทิสาเนว ตานิ กุลานิ.
๓. โกฏฺฐิกสุตฺตวณฺณนา
๑๓. ตติเย ทิฏฺฐธมฺมเวทนียนฺติ อิมสฺมึ เยวตฺตภาเว วิปจฺจนกกมฺมํ. สมฺปรายเวทนียนฺติ ทุติเย อตฺตภาเว วิปจฺจนกกมฺมํ. สุขเวทนียนฺติ สุขเวทนาชนกกมฺมํ. ทุกฺขเวทนียนฺติ ทุกฺขเวทนาชนกกมฺมํ. ปริปกฺกเวทนียนฺติ ลทฺธวิปากวารํ. อปริปกฺกเวทนียนฺติ อลทฺธวิปากวารํ. พหุเวทนียนฺติ พหุวิปากทายกํ. อปฺปเวทนียนฺติ น พหุวิปากทายกํ. อเวทนียนฺติ วิปากเวทนาย อทายกํ. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตํ.
๔. สมิทฺธิสุตฺตวณฺณนา
๑๔. จตุตฺเถ สมิทฺธีติ อตฺตภาวสมิทฺธตาย เอวํลทฺธนาโม เถรสฺส สทฺธิวิหาริกตฺเถโร. กิมารมฺมณาติ กึปจฺจยา. สงฺกปฺปวิตกฺกาติ สงฺกปฺปภูตา วิตกฺกา. นามรูปารมฺมณาติ นามรูปปจฺจยา. อิมินา จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธา ภูตุปาทายรูปญฺจ วิตกฺกานํ ปจฺจโยติ ทสฺเสติ. กฺว นานตฺตํ คจฺฉนฺตีติ กสฺมึ ฐาเน นานาสภาวตํ เวมตฺตํ คจฺฉนฺติ. ธาตุสูติ รูปธาตุอาทีสุ. อญฺโญเยว หิ รูปวิตกฺโก, อญฺเญ สทฺทวิตกฺกาทโยติ. ผสฺสสมุทยาติ สมฺปยุตฺตผสฺสปจฺจยา. เวทนาสโมสรณาติ ติสฺโส เวทนา สโมสรณา. เอตฺตเกน กุสลากุสลมิสฺสกา กถิตา. สมาธิปฺปมุขาติอาทโย ปน อปจยปกฺขิกาติ เวทิตพฺพา. ตตฺถ ปุพฺพงฺคมฏฺเฐน เชฏฺฐกฏฺเฐน วา สมาธิ ปมุขํ เอเตสนฺติ สมาธิปฺปมุขา. เชฏฺฐกการณฏฺเฐน สติ อธิปเตยฺยา เอเตสนฺติ สตาธิปเตยฺยา. มคฺคปญฺญา อุตฺตรา เอเตสนฺติ ปญฺญุตฺตรา. ผลวิมุตฺตึ ปตฺวา สารปฺปตฺตา โหนฺตีติ วิมุตฺติสารา. อารมฺมณวเสน อมตํ นิพฺพานํ โอคาหิตฺวา ตตฺถ ปติฏฺฐิตาติ อมโตคธา. เตน จ มา มญฺญีติ เตน วิสฺสชฺชเนน ‘‘อหํ อคฺคสาวเกน ปุจฺฉิเต ปเญฺห วิสฺสชฺเชสิ’’นฺติ มา มานํ วา ทปฺปํ วา อกาสิ.
๕-๖. คณฺฑสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๕-๑๖. ปญฺจเม ตีณิ จตฺตาริ วสฺสานิ วสฺสคณา, อเนเก วสฺสคณา อุปฺปนฺนา อสฺสาติ อเนกวสฺสคณิโก. ตสฺสสฺสูติ ตสฺส ภเวยฺยุํ. อเภทนมุขานีติ น เกนจิ ภินฺทิตฺวา กตานิ, เกวลํ กมฺมสมุฏฺฐิตาเนว วณมุขานิ. เชคุจฺฉิยํเยวาติ ชิคุจฺฉิตพฺพเมว ปฏิกูลเมว. จาตุมหาภูติกสฺสาติ จตุมหาภูตมยสฺส. โอทนกุมฺมาสูปจยสฺสาติ โอทเนน เจว กุมฺมาเสน จ อุปจิตสฺส วฑฺฒิตสฺส. อนิจฺจุจฺฉาทนปริมทฺทนเภทนวิทฺธํสนธมฺมสฺสาติ หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจธมฺมสฺส, ทุคฺคนฺธวิฆาตตฺถาย ตนุวิเลปเนน อุจฺฉาทนธมฺมสฺส, องฺคปจฺจงฺคาพาธวิโนทนตฺถาย ขุทฺทกสมฺพาหเนน ปริมทฺทนธมฺมสฺส, ทหรกาเล วา อูรูสุ สยาเปตฺวา คพฺภวาเสน ทุสฺสณฺฐิตานํ เตสํ เตสํ องฺคปจฺจงฺคานํ สณฺฐานสมฺปาทนตฺถํ อญฺฉนปีฬนาทิวเสน ปริมทฺทนธมฺมสฺส, เอวํ ปริหริตสฺสาปิ จ เภทนวิทฺธํสนธมฺมสฺส, ภิชฺชนวิกิรณสภาวสฺเสวาติ อตฺโถ. เอตฺถ จ อนิจฺจปเทน เจว เภทนวิทฺธํสนปเทหิ จสฺส อตฺถงฺคโม กถิโต, เสเสหิ สมุทโย. นิพฺพินฺทถาติ อุกฺกณฺฐถ ปชหถ อิมํ กายนฺติ ทสฺเสติ. เอวมิมสฺมึ สุตฺเต พลววิปสฺสนา กถิตา. ฉฏฺฐํ วุตฺตนยเมว. สญฺญาสีเสน ปเนตฺถ ญาณเมว กถิตํ.
๗-๘. กุลสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๗-๑๘. สตฺตเม น มนาเปน ปจฺจุฏฺเฐนฺตีติ มนวฑฺฒเนน มนํ อลฺลียนากาเรน อาสนา วุฏฺฐาย ปจฺจุคฺคมนํ น กโรนฺติ. น มนาเปน อภิวาเทนฺตีติ น ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทนฺติ. อสกฺกจฺจํ เทนฺตีติ อจิตฺตีกาเรน เทนฺติ. โน สกฺกจฺจนฺติ สหตฺถา น เทนฺติ. น อุปนิสีทนฺติ ธมฺมสวนายาติ ‘‘ธมฺมํ สุณิสฺสามา’’ติ น สมีเป นิสีทนฺติ. น สุสฺสูสนฺตีติ ฆฏปิฏฺเฐ อาสิตฺตอุทกํ วิย วิวฏฺเฏตฺวา คจฺฉติ. อฏฺฐเม เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน เมตฺตาภาวนํ ปกฺขิปิตฺวา นวงฺคสมนฺนาคโตติ วุตฺตํ.
๙. เทวตาสุตฺตวณฺณนา
๑๙. นวเม วิปฺปฏิสารินิโยติ วิปฺปฏิสาริตํ มงฺกุภาวํ อาปชฺชิมฺห. หีนํ กายนฺติ อุปริเทวโลกํ อุปาทาย เหฏฺฐิโม หีโนติ วุจฺจติ. โน จ โข ยถาสตฺติ ยถาพลํ สํวิภชิมฺหาติ อตฺตโน สตฺติยา จ พลสฺส จ อนุรูเปน สีลวนฺตานํ สํวิภาคํ กตฺวา น ภุญฺชิมฺหา.
๑๐. เวลามสุตฺตวณฺณนา
๒๐. ทสเม อปิ นุ เต, คหปติ, กุเล ทานํ ทียตีติ นยิทํ ภควา ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ สนฺธาย ปุจฺฉติ. เสฏฺฐิสฺส หิ ฆเร ภิกฺขุสงฺฆสฺส นิจฺจํ ปณีตทานํ ทียติ, น ตํ สตฺถา น ชานาติ. โลกิยมหาชนสฺส ปน ทิยฺยมานทานํ อตฺถิ, ตํ ลูขํ โหติ, เสฏฺฐิสฺส จิตฺตํ น ปีเณติ. ตํ ปุจฺฉามีติ ปุจฺฉติ. กณาชกนฺติ สกุณฺฑกภตฺตํ, สกุณฺฑเกหิปิ กณิกตณฺฑุเลเหว ปกฺกํ. พิฬงฺคทุติยนฺติ กญฺชิยทุติยํ. อสกฺกจฺจํ เทตีติ อสกฺกริตฺวา เทติ. อจิตฺตีกตฺวาติ อจิตฺตีกาเรน ทกฺขิเณยฺย อคารเวน เทติ. อสหตฺถา เทตีติ สหตฺเถน อทตฺวา ปรหตฺเถน เทติ, อาณตฺติมตฺตเมว กโรตีติ อตฺโถ. อปวิทฺธํ เทตีติ น นิรนฺตรํ เทติ, สํวจฺฉริกํ โสณฺฑพลิ วิย โหติ. อนาคมนทิฏฺฐิโก เทตีติ น กมฺมญฺจ ผลญฺจ สทฺทหิตฺวา เทติ.
ยตฺถ ยตฺถาติ ตีสุ กุลสมฺปทาสุ ยสฺมึ ยสฺมึ กุเล. น อุฬาราย ภตฺตโภคายาติอาทีสุ นานคฺครสสุคนฺธสาลิโภชเน อุปนีเต จิตฺตํ น นมติ, ‘‘หรเถตํ โรควฑฺฒน’’นฺติ วตฺวา เยน วา เตน วา ฑาเกน สทฺธึ สกุณฺฑกภตฺตํ อมตํ วิย สมฺปิยายมาโน ภุญฺชติ. กาสิกาทีสุ วรวตฺเถสุ อุปนีเตสุ ‘‘หรเถตานิ นิวาเสนฺตสฺส ปฏิจฺฉาเทตุมฺปิ น สกฺโกนฺติ, คตฺเตสุปิ น สณฺฐหนฺตี’’ติ วตฺวา นาฬิเกรสาฏกมูลตจสทิสานิ ปน ถูลวตฺถานิ ‘‘อิมานิ นิวาเสนฺโต นิวตฺถภาวมฺปิ ชานาติ, ปฏิจฺฉาเทตพฺพมฺปิ ปฏิจฺฉาเทนฺตี’’ติ สมฺปิยายมาโน นิวาเสติ. หตฺถิยานอสฺสยานรถยานสุวณฺณสิวิกาทีสุ อุปนีเตสุ ‘‘หรเถตานิ จลาจลานิ, น สกฺกา เอตฺถ นิสีทิตุ’’นฺติ วตฺวา ชชฺชรรถเก อุปนีเต ‘‘อยํ นิจฺจโล, เอตฺถ สุขํ นิสีทิตุ’’นฺติ ตํ สาทิยติ. น อุฬาเรสุ ปญฺจสุ กามคุเณสูติ อลงฺกตปฏิยตฺตา รูปวติโย อิตฺถิโย ทิสฺวา ‘‘ยกฺขินิโย มญฺเญ, เอตา ขาทิตุกามา, กึ เอตาหี’’ติ ยถาผาสุเกเนว วีตินาเมติ. น สุสฺสูสนฺตีติ โสตุํ น อิจฺฉนฺติ, น สทฺทหนฺตีติ อตฺโถ. น โสตํ โอทหนฺตีติ กถิตสฺส สวนตฺถํ น โสตปสาทํ โอทหนฺติ. สกฺกจฺจนฺติอาทีนิ วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺพานิ.
เวลาโมติ ชาติโคตฺตรูปโภคสทฺธาปญฺญาทีหิ มริยาทเวลํ อติกฺกนฺเตหิ อุฬาเรหิ คุเณหิ สมนฺนาคตตฺตา เอวํลทฺธนาโม. โส เอวรูปํ ทานํ อทาสิ มหาทานนฺติ เอตฺถ อยํ อนุปุพฺพีกถา – โส กิร อตีเต พาราณสิยํ ปุโรหิตเคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, เวลามกุมาโรติสฺส นามํ อกํสุ. โส โสฬสวสฺสกาเล พาราณสิราชกุมาเรน สทฺธึ สิปฺปุคฺคหณตฺถํ ตกฺกสิลํ อคมาสิ. เต อุโภปิ ทิสาปาโมกฺขสฺส อาจริยสฺส สนฺติเก สิปฺปํ ปฏฺฐปยึสุ. ยถา จ เต, เอวํ อญฺเญปิ ชมฺพุทีเป จตุราสีติสหสฺสราชกุมารา. โพธิสตฺโต อตฺตนา คหิตฏฺฐาเน ปิฏฺฐิอาจริโย หุตฺวา จตุราสีติ ราชกุมารสหสฺสานิ สิกฺขาเปติ, สยมฺปิ โสฬสวสฺเสหิ คเหตพฺพสิปฺปํ ตีหิ วสฺเสหิ อุคฺคณฺหิ. อาจริโย ‘‘เวลามกุมารสฺส สิปฺปํ ปคุณ’’นฺติ ญตฺวา, ‘‘ตาตา, เวลาโม มยา ญาตํ สพฺพํ ชานาติ, ตุเมฺห สพฺเพปิ สมคฺคา คนฺตฺวา เอตสฺส สนฺติเก สิปฺปํ อุคฺคณฺหถา’’ติ จตุราสีติ กุมารสหสฺสานิ โพธิสตฺตสฺส นิยฺยาเทสิ.
โพธิสตฺโต อาจริยํ วนฺทิตฺวา จตุราสีติ กุมารสหสฺสปริวาโร นิกฺขมิตฺวา เอกํ อาสนฺนนครํ ปตฺวา นครสามิกํ ราชกุมารํ อุคฺคณฺหาเปตฺวา ตสฺส สิปฺเป ปคุเณ ชาเต ตํ ตตฺเถว นิวตฺเตสิ. เอเตนุปาเยน จตุราสีติ นครสหสฺสานิ คนฺตฺวา จตุราสีติยา ราชกุมารานํ สิปฺปํ ปคุณํ กาเรตฺวา ตสฺมึ ตสฺมึ นคเร ตํ ตํ นิวตฺเตตฺวา พาราณสิราชกุมารํ อาทาย พาราณสึ ปจฺจาคญฺฉิ. มนุสฺสา กุมารํ ปริโยสิตสิปฺปํ รชฺเช อภิสิญฺจึสุ, เวลามสฺส ปุโรหิตฏฺฐานํ อทํสุ. เตปิ จตุราสีติสหสฺสราชกุมารา สเกสุ สเกสุ รชฺเชสุ อภิเสกํ ปตฺวา อนุสํวจฺฉรํ พาราณสิรญฺโญ อุปฏฺฐานํ อาคจฺฉนฺติ. เต ราชานํ ทิสฺวา เวลามสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘อาจริย, อเมฺห รชฺเชสุ ปติฏฺฐิตา, วเทยฺยาถ เยนตฺโถ’’ติ วตฺวา คจฺฉนฺติ. เตสํ คมนาคมนกาเล สกฏสนฺทมานิกคาวิโคณกุกฺกุฏสูกราทโย คณฺหนฺตานํ ชนปโท อติวิย อุปทฺทุโต โหติ, มหาชโน สนฺนิปติตฺวา ราชงฺคเณ กนฺทติ.
ราชา เวลามํ ปกฺโกสิตฺวา, ‘‘อาจริย, อุปทฺทุโต ชนปโท, ราชาโน คมนาคมนกาเล มหาวิโลปํ กโรนฺติ, มนุสฺสา สนฺธาเรตุํ น สกฺโกนฺติ, ชนปทปีฬาย อุปสมํ เอกํ อุปายํ กโรถา’’ติ. สาธุ มหาราช, อุปายํ กริสฺสามิ, ตุมฺหากํ ยตฺตเกน ชนปเทน อตฺโถ, ตํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา คณฺหถาติ. ราชา ตถา อกาสิ. เวลาโม จตุราสีติยา ราชสหสฺสานํ ชนปเท วิจาเรตฺวา จกฺกนาภิยํ อเร วิย รญฺโญ ชนปทสฺมึ โอโรเปสิ. ตโต ปฏฺฐาย เต ราชาโน อาคจฺฉนฺตาปิ คจฺฉนฺตาปิ อตฺตโน อตฺตโน ชนปเทเนว สญฺจรนฺติ, อมฺหากํ ชนปโทติ วิโลปํ น กโรนฺติ. ราชคารเวน รญฺโญ ชนปทมฺปิ น ปีเฬนฺติ. ชนปทา สนฺนิสินฺนา นิสฺสทฺทา นิรวา อเหสุํ. สพฺเพ ราชาโน หฏฺฐตุฏฺฐา ‘‘เยน โว, อาจริย, อตฺโถ, ตํ อมฺหากํ วเทถา’’ติ ปวารยึสุ.
เวลาโม สีสํนฺหาโต อตฺตโน อนฺโตนิเวสเน สตฺตรตนปริปูรานํ คพฺภานํ ทฺวารานิ วิวราเปตฺวา ยาว สตฺตมา กุลปริวฏฺฏา ฐปิตํ ธนํ โอโลเกตฺวา อายวยํ อุปธาเรตฺวา ‘‘มยา สกลชมฺพุทีปํ โขเภนฺเตน ทานํ ทาตุํ วฏฺฏตี’’ติ รญฺโญ อาโรเจตฺวา คงฺคาตีเร ทฺวาทสโยชนิกา อุทฺธนปนฺติโย กาเรตฺวา ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน สปฺปิมธุผาณิตเตลติลตณฺฑุลาทีนํ ฐปนตฺถาย มหาโกฏฺฐาคารานิ ปติฏฺฐาเปตฺวา ‘‘เอเกกสฺมึ ฐาเน เอตฺตกา เอตฺตกา ชนา สํวิทหถ, ยํกิญฺจิ มนุสฺสานํ ลทฺธพฺพํ นาม อตฺถิ, ตโต เอกสฺมิมฺปิ อสติ มยฺหํ อาโรเจยฺยาถา’’ติ มนุสฺเส สํวิธาย ‘‘อสุกทิวสโต ปฏฺฐาย เวลามพฺราหฺมณสฺส ทานํ ภุญฺชนฺตู’’ติ นคเร เภรึ จราเปตฺวา ‘‘ทานคฺคํ ปรินิฏฺฐิต’’นฺติ ทานยุตฺเตหิ อาโรจิเต สหสฺสคฺฆนกํ วตฺถํ นิวาเสตฺวา ปญฺจสตคฺฆนกํ เอกํสํ กตฺวา สพฺพาลงฺการภูสิโต ทานวีมํสนตฺถาย ผลิกวณฺณสฺส อุทกสฺส สุวณฺณภิงฺคารํ ปูเรตฺวา ‘‘อิมสฺมึ โลเก สเจ อิมํ ทานํ ปฏิคฺคเหตุํ ยุตฺตรูปา ทกฺขิเณยฺยปุคฺคลา อตฺถิ, อิทํ อุทกํ นิกฺขมิตฺวา ปถวึ คณฺหาตุ. สเจ นตฺถิ, เอวเมว ติฏฺฐตู’’ติ สจฺจกิริยํ กตฺวา ภิงฺคารํ อโธมุขํ อกาสิ. อุทกํ ธมกรเณน คหิตํ วิย อโหสิ. โพธิสตฺโต ‘‘สุญฺโญ วต, โภ, ชมฺพุทีโป, เอกปุคฺคโลปิ ทกฺขิณํ ปฏิคฺคเหตุํ ยุตฺตรูโป นตฺถี’’ติ วิปฺปฏิสารํ อกตฺวา ‘‘สเจ ทายกสฺส วเสนายํ ทกฺขิณา วิสุชฺฌิสฺสติ, อุทกํ นิกฺขมิตฺวา ปถวึ คณฺหาตู’’ติ จินฺเตสิ. ผลิกวณฺณสทิสํ อุทกํ นิกฺขมิตฺวา ปถวึ คณฺหิ. ‘‘อิทานิ ทานํ ทสฺสามี’’ติ ทานคฺคํ ปตฺวา ทานํ โอโลเกตฺวา ยาคุเวลาย ยาคุํ, ขชฺชกเวลาย ขชฺชกํ, โภชนเวลาย โภชนํ ทาเปสิ. เอเตเนว นีหาเรน ทิวเส ทิวเส ทานํ ทียติ.
ตสฺมึ โข ปน ทานคฺเค ‘‘อิทํ นาม อตฺถิ, อิทํ นาม นตฺถี’’ติ วตฺตพฺพํ นตฺถิ. อิทานิ ตํ ทานํ เอตฺตกมตฺเตเนว น นิฏฺฐํ คมิสฺสตีติ รตฺตสุวณฺณํ นีหราเปตฺวา สุวณฺณปาติโย กาเรตฺวา จตุราสีติสุวณฺณปาติสหสฺสาทีนํ อตฺถาย จตุราสีติราชสหสฺสานํ สาสนํ ปหิณิ. ราชาโน ‘‘จิรสฺสํ วต มยํ อาจริเยน อนุคฺคหิตา’’ติ สพฺพํ สมฺปาเทตฺวา เปเสสุํ. ทาเน ทิยฺยมาเนเยว สตฺต วสฺสานิ สตฺต มาสา อติกฺกนฺตา. อถ พฺราหฺมโณ ‘‘หิรญฺญํ ภาเชตฺวา ทานํ ทสฺสามี’’ติ มหนฺเต โอกาเส ทานํ สชฺชาเปสิ. สชฺชาเปตฺวา จตุราสีติ สุวณฺณปาติสหสฺสานิ อาทึ กตฺวา โกฏิโต ปฏฺฐาย อทาสิ.
ตตฺถ รูปิยปูรานีติ รชตตฏฺฏิรชตผาลรชตมาสเกหิ ปูรานิ. ปาติโย ปน ขุทฺทิกาติ น สลฺลกฺเขตพฺพา, เอกกรีสปฺปมาเณ ภูมิภาเค จตสฺโสว ปาติโย ฐปยึสุ. ปาติมกุฬํ นวรตนํ โหติ, มุขวฏฺฏิโต ปฏฺฐาย อฏฺฐรตนํ, ปาติมุขวฏฺฏิยา ฉยุตฺโต อาชญฺญรโถ อนุปริยายติ, ททมาโน ปาติยา พาหิรนฺเตน วคฺควคฺเค ปฏิคฺคาหเก ฐเปตฺวา ปฐมํ ปาติยา ปกฺขิตฺตํ ทตฺวา ปจฺฉา สนฺธิสนฺธิโต วิโยเชตฺวา ปาตินฺติ เอวํ จตุราสีติ ปาติสหสฺสานิ อทาสิ. รูปิยปาติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถปิ จ สุวณฺณปูรานีติ สุวณฺณตฏฺฏิสุวณฺณผาลสุวณฺณมาสเกหิ ปูรานิ. หิรญฺญปูรานีติ สตฺตวิธรตนปูรานิ. โสวณฺณาลงฺการานีติ สุวณฺณาลงฺการานิ. กํสูปธารณานีติ รชตมยขีรปฏิจฺฉกานิ. ตาสํ ปน เธนูนํ สิงฺคานิ สุวณฺณโกสกปริโยนทฺธานิ อเหสุํ, คีวาย สุมนทามํ ปิฬนฺธึสุ, จตูสุ ปาเทสุ นุปูรานิ, ปิฏฺฐิยํ วรทุกูลํ ปารุตํ, กณฺเฐ สุวณฺณฆณฺฏํ พนฺธึสุ. วตฺถโกฏิสหสฺสานีติ โลกโวหารโต วีสติวตฺถยุคานิ เอกา โกฏิ, อิธ ปน ทส สาฏกาติ วุตฺตํ. โขมสุขุมานนฺติอาทิมฺหิ โขมาทีสุ ยํ ยํ สุขุมํ, ตํ ตเทว อทาสิ. ยานิ ปเนตานิ อิตฺถิทานํ อุสภทานํ มชฺชทานํ สมชฺชาทานนฺติ อทานสมฺมตานิ, ตานิปิ เอส ‘‘เวลามสฺส ทานมุเข อิทํ นาม นตฺถี’’ติ วจนปถํ ปจฺฉินฺทิตุํ ปริวารตฺถาย อทาสิ. นชฺโช มญฺเญ วิสฺสนฺทนฺตีติ นทิโย วิย วิสฺสนฺทนฺติ.
อิมินา สตฺถา เวลามสฺส ทานํ กเถตฺวา, ‘‘คหปติ, เอตํ มหาทานํ นาญฺโญ อทาสิ, อหํ อทาสึ. เอวรูปํ ปน ทานํ ททนฺโตปิ อหํ ปฏิคฺคเหตุํ ยุตฺตรูปํ ปุคฺคลํ นาลตฺถํ, ตฺวํ มาทิเส พุทฺเธ โลกสฺมึ ทิฏฺฐมาเน ทานํ ททมาโน กสฺมา จินฺเตสี’’ติ เสฏฺฐิสฺส เทสนํ วฑฺเฒนฺโต สิยา โข ปน เตติอาทิมาห. นนุ จ ยานิ ตทา อเหสุํ รูปเวทนาสญฺญาสงฺขารวิญฺญาณานิ, ตานิ นิรุทฺธานิ? กสฺมา ‘‘อหํ เตน สมเยน เวลาโม พฺราหฺมโณ’’ติ อาหาติ? ปเวณิยา อวิจฺฉินฺนตฺตา. ตานิ หิ รูปาทีนิ นิรุชฺฌมานานิ อิเมสํ ปจฺจเย ทตฺวา นิรุทฺธานิ อปราปรํ อวิจฺฉินฺนํ ปเวณึ คเหตฺวา เอวมาห. น ตํ โกจิ ทกฺขิณํ โสเธตีติ โกจิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา อุฏฺฐาย ตํ ทกฺขิณํ โสเธตีติ วตฺตพฺโพ นาโหสิ. ตญฺหิ ทกฺขิณํ โสเธนฺโต อุตฺตมโกฏิยา พุทฺโธ, เหฏฺฐิมโกฏิยา ธมฺมเสนาปติสาริปุตฺตตฺเถรสทิโส สาวโก โสเธยฺย.
ทิฏฺฐิสมฺปนฺนนฺติ ทสฺสนสมฺปนฺนํ โสตาปนฺนํ. อิทํ ตโต มหปฺผลตรนฺติ อิทํ โสตาปนฺนสฺส ทินฺนทานํ โลกิยมหาชนสฺส สตฺตมาสาธิกานิ สตฺต สํวจฺฉรานิ เอตฺตกํ หิรญฺญสุวณฺณํ ปริจฺจชนฺเตน ทินฺนทานโต มหปฺผลํ.
โย จ สตํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺนานนฺติ เอตฺถ เอกสฺส สกทาคามิสฺส วเสน เอกุตฺตรสตํ โสตาปนฺเน กตฺวา โสตาปนฺนคณนา เวทิตพฺพา. อิมินา อุปาเยน สพฺพวาเรสุ เหฏฺฐา เหฏฺฐา อาคเต อนนฺตเรน สตคุณํ กตฺวา ปุคฺคลคณนา เวทิตพฺพา.
พุทฺธปฺปมุขนฺติ เอตฺถ สมฺมาสมฺพุทฺธํ สงฺฆตฺเถรํ กตฺวา นิสินฺโน สงฺโฆ พุทฺธปฺปมุโข สงฺโฆติ เวทิตพฺโพ. จาตุทฺทิสํ สงฺฆํ อุทฺทิสฺสาติ เอตฺถ จาตุทฺทิสํ สงฺฆํ อุทฺทิสฺส กตวิหาโร นาม ยตฺถ เจติยํ ปติฏฺฐิตํ โหติ, ธมฺมสฺสวนํ กรียติ, จตูหิ ทิสาหิ อนุทิสาหิ จ ภิกฺขู อาคนฺตฺวา อปฺปฏิปุจฺฉิตฺวาเยว ปาเท โธวิตฺวา กุญฺจิกาย ทฺวารํ วิวริตฺวา เสนาสนํ ปฏิชคฺคิตฺวา วสิตฺวา ยถาผาสุกํ คจฺฉนฺติ. โส อนฺตมโส จตุรตนิยา ปณฺณสาลาปิ โหตุ, จาตุทฺทิสํ สงฺฆํ อุทฺทิสฺส กตวิหาโรเตฺวว วุจฺจติ.
สรณํ คจฺเฉยฺยาติ เอตฺถ มคฺเคนาคตํ อนิวตฺตนสรณํ อธิปฺเปตํ. อปเร ปนาหุ – อตฺตานํ นิยฺยาเทตฺวา ทินฺนตฺตา สรณาคมนํ ตโต มหปฺผลตรนฺติ วุตฺตํ. สิกฺขาปทานิ สมาทิเยยฺยาติ ปญฺจ สีลานิ คเณฺหยฺย. สีลมฺปิ มคฺเคน อาคตํ อนิวตฺตนสีลเมว กถิตํ. อปเร ปนาหุ – สพฺพสตฺตานํ อภยทานสฺส ทินฺนตฺตา สีลํ ตโต มหปฺผลตรนฺติ วุตฺตํ. คนฺโธหนมตฺตนฺติ คนฺธอูหนมตฺตํ, ทฺวีหงฺคุลีหิ คณฺฑปิณฺฑํ คเหตฺวา อุปสิงฺฆนมตฺตํ. อปเร ปน ‘‘คทฺโทหนมตฺต’’นฺติ ปาฬึ วตฺวา คาวิยา เอกวารํ ถนอญฺฉนมตฺตนฺติ อตฺถํ วทนฺติ. เมตฺตจิตฺตนฺติ สพฺพสตฺตานํ หิตานุผรณจิตฺตํ. ตํ ปน อปฺปนาวเสเนว คหิตํ. อนิจฺจสญฺญนฺติ มคฺคสฺส อนนฺตรปจฺจยภาเวน สิขาปตฺตพลววิปสฺสนํ.
อุปมาโต ปน อิมานิ ทานาทีนิ ปุญฺญานิ เอวํ เวทิตพฺพานิ – สเจปิ หิ ชมฺพุทีปํ เภริตลสทิสํ สมตลํ กตฺวา โกฏิโต ปฏฺฐาย ปลฺลงฺเก อตฺถริตฺวา อริยปุคฺคเล นิสีทาเปยฺย, ตตฺถ โสตาปนฺนานํ ทส ปนฺติโย อสฺสุ, สกทาคามีนํ ปญฺจ, อนาคามีนํ อฑฺฒเตยฺยา, ขิณาสวานํ ทิยฑฺฒา, ปจฺเจกพุทฺธานํ เอกา ปนฺติ ภเวยฺย, สมฺมาสมฺพุทฺโธ เอกโกว. เอตฺตกสฺส ชนสฺส ทินฺนทานโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ทินฺนเมว มหปฺผลํ. อิตรํ ปน –
‘‘วิหารทานํ ปณิปาโต, สิกฺขา เมตฺตาย ภาวนา;
ขยโต สมฺมสนฺตสฺส, กลํ นาคฺฆติ โสฬสึ’’.
เตเนว ภควา ปรินิพฺพานสมเย ‘‘ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปตฺติ อนุตฺตรา ปูชา’’ติ อาห. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
สีหนาทวคฺโค ทุติโย.
๓. สตฺตาวาสวคฺโค
๑. ติฐานสุตฺตวณฺณนา
๒๑. ตติยสฺส ปฐเม อุตฺตรกุรุกาติ อุตฺตรกุรุวาสิโน. อธิคฺคณฺหนฺตีติ อธิภวนฺติ, อธิกา วิสิฏฺฐา เชฏฺฐกา โหนฺติ. อมมาติ นิตฺตณฺหา. อฏฺฐกถายํ ปน นิทฺทุกฺขาติ วุตฺตํ. อปริคฺคหาติ ‘‘อิทํ มยฺห’’นฺติ ปริคฺคหรหิตา. นิยตายุกาติ เตสญฺหิ นิพทฺธํ อายุ วสฺสสหสฺสเมว, คติปิ นิพทฺธา, ตโต จวิตฺวา สคฺเคเยว นิพฺพตฺตนฺติ. สติมนฺโตติ เทวตานญฺหิ เอกนฺตสุขิตาย สติ ถิรา น โหติ, เนรยิกานํ เอกนฺตทุกฺขิตาย. อิเมสํ ปน โวกิณฺณสุขทุกฺขตฺตา สติ ถิรา โหติ. อิธ พฺรหฺมจริยวาโสติ ชมฺพุทีเป พุทฺธปจฺเจกพุทฺธานํ อุปฺปชฺชนโต อฏฺฐงฺคิกมคฺคพฺรหฺมจริยวาโสปิ อิเธว โหติ.
๒. อสฺสขฬุงฺกสุตฺตวณฺณนา
๒๒. ทุติเย ชวสมฺปนฺโนติ ปทชเวน สมฺปนฺโน. น วณฺณสมฺปนฺโนติ น สรีรวณฺเณน สมฺปนฺโน. ปุริสขฬุงฺเกสุ ชวสมฺปนฺโนติ ญาณชเวน สมฺปนฺโน. น วณฺณสมฺปนฺโนติ น คุณวณฺเณน สมฺปนฺโน. เสสํ ปาฬินเยเนว เวทิตพฺพํ. ยเญฺหตฺถ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ ติกนิปาตวณฺณนายํ วุตฺตเมว.
๓. ตณฺหามูลกสุตฺตวณฺณนา
๒๓. ตติเย ตณฺหํ ปฏิจฺจาติ เทฺว ตณฺหา เอสนตณฺหา เอสิตตณฺหา จ. ยาย ตณฺหาย อชปถสงฺกุปถาทีนิ ปฏิปชฺชิตฺวา โภเค เอสติ คเวสติ, อยํ เอสนตณฺหา นาม. ยา เตสุ เอสิเตสุ คเวสิเตสุ ปฏิลทฺเธสุ ตณฺหา, อยํ เอสิตตณฺหา นาม. อิธ ปน เอสนตณฺหา ทฏฺฐพฺพา. ปริเยสนาติ รูปาทิอารมฺมณปริเยสนา. สา หิ เอสนตณฺหาย สติ โหติ. ลาโภติ รูปาทิอารมฺมณปฏิลาโภ. โส หิ ปริเยสนาย สติ โหติ.
วินิจฺฉโย ปน ญาณตณฺหาทิฏฺฐิวิตกฺกวเสน จตุพฺพิโธ. ตตฺถ ‘‘สุขวินิจฺฉยํ ชญฺญา, สุขวินิจฺฉยํ ญตฺวา อชฺฌตฺตํ สุขมนุยุญฺเชยฺยา’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๒๓) อยํ ญาณวินิจฺฉโย. ‘‘วินิจฺฉยาติ เทฺว วินิจฺฉยา ตณฺหาวินิจฺฉโย จ ทิฏฺฐิวินิจฺฉโย จา’’ติ (มหานิ. ๑๐๒) เอวํ อาคตานิ อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตานิ ตณฺหาวินิจฺฉโย. ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย ทิฏฺฐิวินิจฺฉโย. ‘‘ฉนฺโท โข, เทวานมินฺท, วิตกฺกนิทาโน’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๕๘) อิมสฺมึ ปน สุตฺเต อิธ วินิจฺฉโยติ วุตฺโต วิตกฺโกเยว อาคโต. ลาภํ ลภิตฺวา หิ อิฏฺฐานิฏฺฐํ สุนฺทราสุนฺทรํ วิตกฺเกเนว วินิจฺฉินนฺติ ‘‘เอตฺตกํ เม รูปารมฺมณตฺถาย ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ สทฺธารมฺมณตฺถาย, เอตฺตกํ มยฺหํ ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ ปรสฺส, เอตฺตกํ ปริภุญฺชิสฺสามิ, เอตฺตกํ นิทหิสฺสามี’’ติ. เตน วุตฺตํ – ลาภํ ปฏิจฺจ วินิจฺฉโยติ.
ฉนฺทราโคติ เอวํ อกุสลวิตกฺเกน วิตกฺกิเต วตฺถุสฺมึ ทุพฺพลราโค จ พลวราโค จ อุปฺปชฺชติ. อิทญฺหิ อิธ ฉนฺโทติ ทุพฺพลราคสฺสาธิวจนํ. อชฺโฌสานนฺติ อหํ มมนฺติ พลวสนฺนิฏฺฐานํ. ปริคฺคโหติ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน ปริคฺคหกรณํ. มจฺฉริยนฺติ ปเรหิ สาธารณภาวสฺส อสหนตา. เตเนวสฺส โปราณา เอวํ วจนตฺถํ วทนฺติ – ‘‘อิทํ อจฺฉริยํ มยฺหเมว โหตุ, มา อญฺญสฺส อจฺฉริยํ โหตูติ ปวตฺตตฺตา มจฺฉริยนฺติ วุจฺจตี’’ติ. อารกฺโขติ ทฺวารปิทหนมญฺชูสาโคปนาทิวเสน สุฏฺฐุ รกฺขนํ. อธิกโรตีติ อธิกรณํ, การณสฺเสตํ นามํ. อารกฺขาธิกรณนฺติ ภาวนปุํสกํ, อารกฺขาเหตูติ อตฺโถ. ทณฺฑาทานาทีสุ ปรนิเสธนตฺถํ ทณฺฑสฺส อาทานํ ทณฺฑาทานํ. เอกโต ธาราทิโน สตฺถสฺส อาทานํ สตฺถาทานํ. กลโหติ กายกลโหปิ วาจากลโหปิ. ปุริโม วิคฺคโห, ปจฺฉิโม วิวาโท (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๐๓). ตุวํตุวนฺติ อคารววเสน ตุวํตุวํวจนํ.
๔. สตฺตาวาสสุตฺตวณฺณนา
๒๔. จตุตฺเถ สตฺตาวาสาติ สตฺตานํ อาวาสา, วสนฏฺฐานานีติ อตฺโถ. ตตฺถ สุทฺธาวาสาปิ สตฺตาวาโสว, อสพฺพกาลิกตฺตา ปน น คหิตา. สุทฺธาวาสา หิ พุทฺธานํ ขนฺธาวารฏฺฐานสทิสา, อสงฺเขยฺยกปฺเป พุทฺเธสุ อนิพฺพตฺเตสุ ตํ ฐานํ สุญฺญํ โหติ. อิติ อสพฺพกาลิกตฺตา น คหิตา. เสสเมตฺถ วิญฺญาณฏฺฐิตีสุ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
๕. ปญฺญาสุตฺตวณฺณนา
๒๕. ปญฺจเม ยโตติ ยสฺมึ กาเล. สุปริจิตํ โหตีติ สุฏฺฐุ อุปจิตํ สุวฑฺฒิตํ โหติ. กลฺลํ วจนายาติ ยุตฺตํ วตฺตุํ. วีตราคนฺติ วิคตราคํ. อสราคธมฺมนฺติ น สรชฺชนสภาวํ. อนาวตฺติธมฺมนฺติ อนาวตฺตนสภาวํ อนิพฺพตฺตารหํ, อปฺปฏิสนฺธิกภาเวเนว นิรุชฺฌนสภาวนฺติ อตฺโถ. อิมสฺมึ สุตฺเต ขีณาสโวว กถิโต.
๖. สิลายูปสุตฺตวณฺณนา
๒๖. ฉฏฺเฐ จนฺทิกาปุตฺโตติ มาตุ นามวเสน ปญฺญาโต จนฺทิกาปุตฺตตฺเถโร. เจตสา จิตฺตํ โหตีติ จิตฺตวารปริยาเยน จิตฺตวารปริยาโย จิโต วฑฺฒิโต โหติ. เจตสา จิตฺตํ สุปริจิตนฺติ จิตฺตวารปริยาเยน จิตฺตวารปริยาโย อุปรูปริ สุจิโต สุวฑฺฒิโต โหติ. เนวสฺส จิตฺตํ ปริยาทิยนฺตีติ ตานิ อารมฺมณานิ ตสฺส ขีณาสวสฺส จิตฺตุปฺปาทํ คเหตฺวา เขเปตฺวา ฐาตุํ น สกฺโกนฺติ. อมิสฺสีกตนฺติ ตานิ อารมฺมณานิ อนลฺลีนตฺตา เตหิ อมิสฺสีกตํ. อาเนญฺชปฺปตฺตนฺติ อนิญฺชนภาวํ นิปฺผนฺทนภาวํ ปตฺตํ.
สิลายูโปติ สิลาถมฺโภ. โสฬสกุกฺกุโกติ ทีฆโต โสฬสหตฺโถ. เหฏฺฐาเนมงฺคมาติ อาวาฏสฺส เหฏฺฐาคตา. อุปริ เนมสฺสาติ อุปริ อาวาฏสฺส. สุนิขาตตฺตาติ อยมุสเลหิ โกฏฺเฏตฺวา โกฏฺเฏตฺวา สุฏฺฐุ นิขาตตฺตา. เอวเมว โขติ เอตฺถ สิลายูโป วิย ขีณาสโว ทฏฺฐพฺโพ, มหาวาตา วิย ฉสุ ทฺวาเรสุ อุปฺปชฺชนกา กิเลสา, จตูหิ ทิสาหิ อาคนฺตฺวา วาตานํ สิลายูปํ จาเลตุํ อสมตฺถภาโว วิย ฉสุ ทฺวาเรสุ อุปฺปชฺชนกกิเลสานํ ขีณาสวสฺส จิตฺตํ จาเลตุํ อสมตฺถภาโว เวทิตพฺโพ. อิมสฺมิมฺปิ สุตฺเต ขีณาสโวว กถิโต.
๗-๘. เวรสุตฺตทฺวยวณฺณนา
๒๗-๒๘. สตฺตเม ภยํ เวรํ ปสวตีติ จิตฺตุตฺราสภยญฺจ ปุคฺคลเวรญฺจ ปฏิลภติ. เจตสิกนฺติ จิตฺตนิสฺสิตํ. ทุกฺขนฺติ กายวตฺถุกํ. โทมนสฺสนฺติ ปฏิฆสมฺปยุตฺตทุกฺขํ. อิมสฺมึ สุตฺเต โสตาปตฺติมคฺโค กถิโต. อฏฺฐมํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส กถิตํ, อิมสฺมึ ปน โสตาปนฺโนว กถิโตติ วุตฺตํ.
๙. อาฆาตวตฺถุสุตฺตวณฺณนา
๒๙. นวเม อาฆาตวตฺถูนีติ อาฆาตการณานิ. อาฆาตํ พนฺธตีติ โกปํ พนฺธติ อุปฺปาเทติ.
๑๐-๑๑. อาฆาตปฏิวินยสุตฺตาทิวณฺณนา
๓๐-๓๑. ทสเม อาฆาตปฏิวินยาติ อาฆาตสฺส ปฏิวินยการณานิ. ตํ กุเตตฺถ ลพฺภาติ ‘‘ตํ อนตฺถจรณํ มา อโหสี’’ติ เอตสฺมึ ปุคฺคเล กุโต ลพฺภา, เกน การเณน สกฺกา ลทฺธุํ, ‘‘ปโร นาม ปรสฺส อตฺตโน จิตฺตรุจิยา อนตฺถํ กโรตี’’ติ เอวํ จินฺเตตฺวา อาฆาตํ ปฏิวิเนติ. อถ วา สจาหํ โกปํ กเรยฺยํ, ตํ โกปกรณํ เอตฺถ ปุคฺคเล กุโต ลพฺภา, เกน การเณน ลทฺธพฺพนฺติ อตฺโถ. กุโต ลาภาติปิ ปาโฐ. สจาหํ เอตฺถ โกปํ กเรยฺยํ, ตสฺมึ เม โกปกรเณ กุโต ลาภา ลาภา, นาม เก สิยุนฺติ อตฺโถ. อิมสฺมิญฺจ อตฺเถ ตนฺติ นิปาตมตฺตเมว โหติ. เอกาทสเม อนุปุพฺพนิโรธาติ อนุปฏิปาฏินิโรธา. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
สตฺตาวาสวคฺโค ตติโย.
๔. มหาวคฺโค
๑-๒. อนุปุพฺพวิหารสุตฺตาทิวณฺณนา
๓๒-๓๓. จตุตฺถสฺส ปฐเม อนุปุพฺพวิหาราติ อนุปฏิปาฏิยา สมาปชฺชิตพฺพวิหารา. ทุติเย ยตฺถ กามา นิรุชฺฌนฺตีติ ยสฺมึ ฐาเน กามา วูปสมฺมนฺติ. นิโรเธตฺวาติ อปฺปฏิวตฺเต กตฺวา. นิจฺฉาตาติ ตณฺหาทิฏฺฐิจฺฉาตานํ อภาเวน นิจฺฉาตา. นิพฺพุตาติ อตฺตปริตาปนกิเลสานํ อภาเวน นิพฺพุตา. ติณฺณาติ กามโต ติณฺณา. ปารํคตาติ กาเม ปารํ คตา. ตทงฺเคนาติ เตน ฌานงฺเคน. เอตฺถ กามา นิรุชฺฌนฺตีติ เอตฺถ ปฐมชฺฌาเน กามา นิรุชฺฌนฺติ. เต จาติ เย ปฐมชฺฌานํ สมาปชฺชนฺติ, เต กาเม นิโรเธตฺวา นิโรเธตฺวา วิหรนฺติ นาม. ปญฺชลิโกติ ปคฺคหิตอญฺชลิโก หุตฺวา. ปยิรุปาเสยฺยาติ อุปฏฺฐาเปยฺย. อิมินา อุปาเยน สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๓. นิพฺพานสุขสุตฺตวณฺณนา
๓๔. ตติเย อุทายีติ ลาฬุทายิตฺเถโร. เอตเทว เขฺวตฺถาติ เอตเทว โข เอตฺถ. กามสหคตาติ กามนิสฺสิตา. สมุทาจรนฺตีติ มโนทฺวาเร สญฺจรนฺติ. อาพาธายาติ อาพาธนาย ปีฬนาย. ปริยาเยนาติ การเณน. เอวํ สพฺพวาเรสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิมสฺมึ สุตฺเต อเวทยิตสุขํ นาม กถิตํ.
๔. คาวีอุปมาสุตฺตวณฺณนา
๓๕. จตุตฺเถ ปพฺพเตยฺยาติ ปพฺพตจารินี. น สุปฺปติฏฺฐิตํ ปติฏฺฐาเปตฺวาติ ยถา สุปฺปติฏฺฐิตา โหติ, เอวํ น ปติฏฺฐาเปตฺวา. ตํ นิมิตฺตนฺติ ตํ ปฐมชฺฌานสงฺขาตํ นิมิตฺตํ. น สฺวาธิฏฺฐิตํ อธิฏฺฐาตีติ ยถา สุฏฺฐุ อธิฏฺฐิตํ โหติ, น เอวํ อธิฏฺฐาติ. อนภิหึสมาโนติ อโปเถนฺโต อวิเหเฐนฺโต. มุทุ จิตฺตํ โหติ กมฺมญฺญนฺติ ยถา วิปสฺสนาจิตฺตํ โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ มุทุ กมฺมกฺขมํ กมฺมโยคฺคํ โหติ, เอวมสฺส อภิญฺญาปาทกํ จตุตฺถชฺฌานจิตฺตํ มุทุ โหติ กมฺมญฺญํ. อปฺปมาโณ สมาธีติ จตุพฺรหฺมวิหารสมาธิปิ มคฺคผลสมาธิปิ อปฺปมาโณ สมาธิ นาม, อิธ ปน ‘‘อปฺปมาณํ อปฺปมาณารมฺมณ’’นฺติ อิมินา ปริยาเยน สุปฺปคุณสมาธิ อปฺปมาณสมาธีติ ทฏฺฐพฺโพ. โส อปฺปมาเณน สมาธินา สุภาวิเตนาติ อิมสฺมึ ฐาเน อยํ ภิกฺขุ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต. อิทานิ ขีณาสวสฺส อภิญฺญาปฏิปาฏึ ทสฺเสนฺโต ยสฺส ยสฺส จาติอาทิมาห.
๕. ฌานสุตฺตวณฺณนา
๓๖. ปญฺจเม อาสวานํ ขยนฺติ อรหตฺตํ. ยเทว ตตฺถ โหติ รูปคตนฺติ ตสฺมึ ปฐมชฺฌานกฺขเณ วตฺถุวเสน วา จิตฺตสมุฏฺฐานิกาทิวเสน วา ยํ รูปํ นาม ปวตฺตติ. เวทนาคตาทีนิ สมฺปยุตฺตเวทนาทีนํ วเสน เวทิตพฺพานิ. เต ธมฺเมติ เต รูปาทโย ปญฺจกฺขนฺธธมฺเม. อนิจฺจโตติอาทีสุ หุตฺวา อภาวากาเรน อนิจฺจโต, ปฏิปีฬนากาเรน ทุกฺขโต, รุชฺชนากาเรน โรคโต, อนฺโตทุสฺสนฏฺเฐน คณฺฑโต, อนุปวิฏฺฐฏฺเฐน อนุกนฺตนฏฺเฐน จ สลฺลโต, ทุกฺขฏฺเฐน อฆโต, อาพาธนฏฺเฐน อาพาธโต, อสกฏฺเฐน ปรโต, ปลุชฺชนฏฺเฐน ปโลกโต, อสฺสามิกฏฺเฐน สุญฺญโต, อวสวตฺตนฏฺเฐน อนตฺตโต. สมนุปสฺสตีติ พลววิปสฺสนาปญฺญาย ปสฺสติ.
เตหิ ธมฺเมหีติ เตหิ ปญฺจกฺขนฺธธมฺเมหิ. ปฏิวาเปตีติ นิพฺพานวเสน นิวตฺเตติ. อมตาย ธาตุยาติ นิพฺพานธาตุยา. จิตฺตํ อุปสํหรตีติ ญาเณน อานิสํสํ ทิสฺวา โอตาเรติ. สนฺตนฺติ ปจฺจนีกสนฺตตาย สนฺตํ. ปณีตนฺติ อตปฺปกํ. โส ตตฺถ ฐิโต อาสวานํ ขยํ ปาปุณาตีติ โส ตสฺมึ ปฐมชฺฌาเน ฐิโต ตํ พลววิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ. อปโร นโย – โส เตหิ ธมฺเมหีติ ยสฺมา อนิจฺจโตติอาทีสุ อนิจฺจโต ปโลกโตติ ทฺวีหิ ปเทหิ อนิจฺจลกฺขณํ กถิตํ, ทุกฺขโตติอาทีหิ ฉหิ ทุกฺขลกฺขณํ, ปรโต, สุญฺญโต, อนตฺตโตติ ตีหิ อนตฺตลกฺขณํ. ตสฺมา โส เตหิ เอวํ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา ทิฏฺเฐหิ อนฺโตสมาปตฺติยํ ปญฺจกฺขนฺธธมฺเมหิ. จิตฺตํ ปฏิวาเปตีติ จิตฺตํ ปฏิสํหรติ โมเจติ อปเนติ. อุปสํหรตีติ วิปสฺสนาจิตฺตํ ตาว สวนวเสน ถุติวเสน ปริยตฺติวเสน ปญฺญตฺติวเสน จ สนฺตํ นิพฺพานนฺติ เอวํ อสงฺขตาย อมตาย ธาตุยา อุปสํหรติ. มคฺคจิตฺตํ นิพฺพานํ อารมฺมณกรณวเสเนว ‘‘เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีต’’นฺติ น เอวํ วทติ. อิมินา ปนากาเรน ตํ ปฏิวิชฺฌนฺโต ตตฺถ จิตฺตํ อุปสํหรตีติ อตฺโถ.
โส ตตฺถ ฐิโตติ ตสฺสา ติลกฺขณารมฺมณาย วิปสฺสนาย ฐิโต. อาสวานํ ขยํ ปาปุณาตีติ อนุกฺกเมน จตฺตาโร มคฺเค ภาเวตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ. เตเนว ธมฺมราเคนาติ สมถวิปสฺสนาธมฺเม ฉนฺทราเคน. ธมฺมนนฺทิยาติ ตสฺเสว เววจนํ. สมถวิปสฺสนาสุ หิ สพฺพโส ฉนฺทราคํ ปริยาทาตุํ สกฺโกนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อสกฺโกนฺโต อนาคามี โหติ.
ติณปุริสรูปเก วาติ ติณโปตฺถกรูเป วา. ทูเร กณฺเฑ ปาเตตีติ ทูเรปาตี. อวิราธิตํ วิชฺฌตีติ อกฺขณเวธี. ยเทว ตตฺถ โหติ เวทนาคตนฺติ อิธ รูปํ น คหิตํ. กสฺมา? สมติกฺกนฺตตฺตา. อยญฺหิ เหฏฺฐา รูปาวจรชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา รูปํ อติกฺกมิตฺวา อรูปาวจรสมาปตฺตึ สมาปนฺโนติ สมถวเสนาปิ อเนน รูปํ สมติกฺกนฺตํ, เหฏฺฐา รูปํ สมฺมสิตฺวา ตํ อติกฺกมฺม อิทานิ อรูปํ สมฺมสตีติ วิปสฺสนาวเสนาปิ อเนน รูปํ อติกฺกนฺตํ. อารุปฺเป ปน สพฺพโสปิ รูปํ นตฺถีติ ตํ สนฺธายปิ รูปํ น คหิตํ. อถ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ กสฺมา น คหิตนฺติ? สุขุมตฺตา. ตสฺมิญฺหิ จตฺตาโรปิ อรูปกฺขนฺธา สุขุมา น สมฺมสนูปคา. เตเนวาห – ‘‘อิติ โข, ภิกฺขเว, ยาวตา สญฺญาสมาปตฺติ ตาวตา อญฺญาปฏิเวโธ’’ติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยาวตา สจิตฺตกสมาปตฺติ นาม อตฺถิ, ตาวตา โอฬาริเก ธมฺเม สมฺมสโต อญฺญาปฏิเวโธ โหติ, อรหตฺตํ สมฺปชฺชติ. เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ปน สุขุมตฺตา สญฺญาสมาปตฺตีติ น วุจฺจติ. ฌายีเหเตติ ฌายีหิ ฌานาภิรเตหิ เอตานิ. วุฏฺฐหิตฺวาติ ตโต สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย. สมกฺขาตพฺพานีติ สมฺมา อกฺขาตพฺพานิ, ‘‘สนฺตานิ ปณีตานี’’ติ เอวํ เกวลํ อาจิกฺขิตพฺพานิ โถเมตพฺพานิ วณฺเณตพฺพานีติ.
๖. อานนฺทสุตฺตวณฺณนา
๓๗. ฉฏฺเฐ สมฺพาเธติ ปญฺจกามคุณสมฺพาเธ. โอกาสาธิคโมติ โอกาสสฺส อธิคโม. สตฺตานํ วิสุทฺธิยาติ สตฺตานํ วิสุทฺธึ ปาปนตฺถาย. สมติกฺกมายาติ สมติกฺกมนตฺถาย. อตฺถงฺคมายาติ อตฺถํ คมนตฺถาย. ญายสฺส อธิคมายาติ สหวิปสฺสนกสฺส มคฺคสฺส อธิคมนตฺถาย. นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายาติ อปจฺจยนิพฺพานสฺส ปจฺจกฺขกรณตฺถาย. ตเทว นาม จกฺขุํ ภวิสฺสตีติ ตญฺเญว ปสาทจกฺขุ อสมฺภินฺนํ ภวิสฺสติ. เต รูปาติ ตเทว รูปารมฺมณํ อาปาถํ อาคมิสฺสติ. ตญฺจายตนํ โน ปฏิสํเวทิสฺสตีติ ตญฺจ รูปายตนํ น ชานิสฺสติ. เสเสสุปิ เอเสว นโย.
อุทายีติ กาฬุทายิตฺเถโร. สญฺญีเมว นุ โขติ สจิตฺตโกเยว นุ โข. มกาโร ปทสนฺธิมตฺตํ. กึสญฺญีติ กตรสญฺญาย สญฺญี หุตฺวา. สพฺพโส รูปสญฺญานนฺติ อิทํ กสฺมา คณฺหิ, กึ ปฐมชฺฌานาทิสมงฺคิโน รูปาทิปฏิสํเวทนา โหตีติ? น โหติ, ยาว ปน กสิณรูปํ อารมฺมณํ โหติ, ตาว รูปํ สมติกฺกนฺตํ นาม น โหติ. อสมติกฺกนฺตตฺตา ปจฺจโย ภวิตุํ สกฺขิสฺสติ. สมติกฺกนฺตตฺตา ปน ตํ นตฺถิ นาม โหติ, นตฺถิตาย ปจฺจโย ภวิตุํ น สกฺโกตีติ ทสฺเสตุํ อิทเมว คณฺหิ.
ชฏิลวาสิกาติ ชฏิลนครวาสินี. น จาภินโตติอาทีสุ ราควเสน น อภินโต, โทสวเสน น อปนโต. สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน กิเลเส นิคฺคณฺหิตฺวา วาเรตฺวา ฐิโต, กิเลสานํ ปน ฉินฺนนฺเต อุปฺปนฺโนติ น สสงฺขารนิคฺคยฺหวาริตคโต. วิมุตฺตตฺตา ฐิโตติ กิเลเสหิ วิมุตฺตตฺตาเยว ฐิโต. ฐิตตฺตา สนฺตุสิโตติ ฐิตตฺตาเยว สนฺตุฏฺโฐ นาม ชาโต. สนฺตุสิตตฺตา โน ปริตสฺสตีติ สนฺตุฏฺฐตฺตาเยว ปริตาสํ นาปชฺชติ. อยํ, ภนฺเต อานนฺท, สมาธิ กึ ผโลติ อิมินา อยํ เถรี ตาลผลญฺเญว คเหตฺวา ‘‘อิทํ ผลํ กึ ผลํ นามา’’ติ ปุจฺฉมานา วิย อรหตฺตผลสมาธึ คเหตฺวา ‘‘อยํ, ภนฺเต อานนฺท, สมาธิ กึ ผโล วุตฺโต ภควตา’’ติ ปุจฺฉติ. อญฺญาผโล วุตฺโตติ อญฺญา วุจฺจติ อรหตฺตํ, อรหตฺตผลสมาธิ นาเมโส วุตฺโต ภควตาติ อตฺโถ. เอวํสญฺญีปีติ อิมาย อรหตฺตผลสญฺญาย สญฺญีปิ ตทายตนํ โน ปฏิสํเวเทตีติ เอวํ อิมสฺมึ สุตฺเต อรหตฺตผลสมาธิ กถิโตติ.
๗. โลกายติกสุตฺตวณฺณนา
๓๘. สตฺตเม โลกายติกาติ โลกายตวาทกา. สตตนฺติ สทา. สมิตนฺติ นิรนฺตรํ. ติฏฺฐเตตนฺติ ติฏฺฐตุ เอตํ, มา เอตํ ปฏฺฐเปถ, โก โว เอเตน อตฺโถ. ธมฺมํ โว พฺราหฺมณา เทเสสฺสามีติ อหํ โว จตุสจฺจธมฺมํ เทเสสฺสามิ.
ทฬฺหธมฺโมติ ทฬฺหธนุํ คเหตฺวา ฐิโต. ธนุคฺคโหติ อิสฺสาโส. ทฬฺหธนุ นาม ทฺวิสหสฺสถามํ วุจฺจติ. ทฺวิสหสฺสถามํ นาม ยสฺส อาโรปิตสฺส ชิยาพทฺโธ โลหสีสาทีนํ ภาโร ทณฺเฑ คเหตฺวา ยาว กณฺฑปฺปมาณา อุกฺขิตฺตสฺส ปถวิโต มุจฺจติ. สิกฺขิโตติ ทส ทฺวาทส วสฺสานิ อาจริยกุเล อุคฺคหิตสิปฺโป. กตหตฺโถติ เอโก สิปฺปเมว อุคฺคณฺหาติ, กตหตฺโถ น โหติ อยํ ปน กตหตฺโถ จิณฺณวสิภาโว. กตูปาสโนติ ราชกุลาทีสุ ทสฺสิตสิปฺโป. ลหุเกน อสเนนาติ อนฺโต สุสิรํ กตฺวา ตูลาทีหิ ปูเรตฺวา กตลกฺขปริกมฺเมน สลฺลหุกกณฺเฑน. เอวํ กตญฺหิ เอกอุสภคามี เทฺว อุสภานิปิ คจฺฉติ…เป… อฏฺฐุสภคามี โสฬส อุสภานิปิ คจฺฉติ. อปฺปกสิเรนาติ นิทฺทุกฺเขน. อติปาเตยฺยาติ อติกฺกเมยฺย. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา โส ธนุคฺคโห ตํ วิทตฺถิจตุรงฺคุลํ ฉายํ สีฆเมว อติกฺกาเมติ, เอวํ สกลจกฺกวาฬํ สีฆํ สีฆํ อติกฺกมนสมตฺเถน ชเวน สมนฺนาคโต. สนฺธาวนิกายาติ ปทสา ธาวเนน. เอวมาหํสูติ เอวํ วทนฺติ.
๘. เทวาสุรสงฺคามสุตฺตวณฺณนา
๓๙. อฏฺฐเม สมุปพฺยูโฬฺห อโหสีติ ปจฺจุปฏฺฐิโต อโหสิ. สงฺคาเมยฺยามาติ สงฺคามํ กเรยฺยาม ยุชฺเฌยฺยาม. อปยึสุเยวาติ ปลายึสุเยว. อุตฺตเรนาภิมุขาติ อุตฺตรามุขา หุตฺวา. อภิยนฺเต วาติ อนุพนฺธนฺติเยว. ภีรุตฺตานคเตนาติ ภีรุตฺตานํ ภยนิวารณํ ปติฏฺฐานํ คเตน. อกรณียาติ ยุทฺเธน กิญฺจิ อกตฺตพฺพา. กสฺมา ปน เนสํ สงฺคาโม โหตีติ? อสุรา หิ ปุพฺเพ ตาวตึสวาสิโน, เต จิตฺตปาฏลิยา ปุปฺผนกาเล ทิพฺพปาริจฺฉตฺตกปุปฺผํ อนุสฺสรนฺติ. ตโต อุปฺปนฺนโกธา ‘‘คณฺหถ เทเว’’ติ สมฺมุขสมฺมุขฏฺฐาเนเนว สิเนรุํ อภิรุหนฺติ, เทวาปิ นิกฺขมนฺติ. เตสํ โคปาลกทารกานํ อญฺญมญฺญํ ทณฺฑเกหิ ปหรณสทิสํ ยุทฺธํ โหติ. สกฺโก เทวราชา เหฏฺฐา ปญฺจสุ ฐาเนสุ อารกฺขํ ฐเปตฺวา อุปริ เทวปุรํ ปริวาเรตฺวา อตฺตสทิสา วชิรหตฺถา ปฏิมา ฐปาเปสิ. อสุรา เหฏฺฐา ปญฺจ ฐานานิ ปฏิพาหิตฺวา อภิรุฬฺหา อินฺทปฏิมาโย ทิสฺวา นิวตฺติตฺวา อสุรปุรเมว คจฺฉนฺติ.
ทกฺขิเณนาภิมุขาติ ทกฺขิณามุขา หุตฺวา. อปทํ วธิตฺวาติ นิปฺปทํ นิรวเสสํ วธิตฺวา. อทสฺสนํ คโตติ มาโรปิ วฏฺฏปาทกํ กตฺวา รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส จิตฺตํ ชานาติ, ตเทว วิปสฺสนาปาทกํ กตฺวา สมาปนฺนสฺส จิตฺตํ ชานาติ. อรูปาวจรสมาปตฺติ ปน วฏฺฏปาทา วา โหตุ วิปสฺสนาปาทา วา, ตํ สมาปนฺนสฺส มาโร จิตฺตํ น ชานาติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อทสฺสนํ คโต ปาปิมโต’’ติ.
๙. นาคสุตฺตวณฺณนา
๔๐. นวเม อารญฺญกสฺสาติ อรญฺญวาสิโน. โคจรปสุตสฺสาติ โคจรคฺคหณตฺถาย คจฺฉนฺตสฺส. หตฺถิกลภาติ มหนฺตา มหนฺตา นาคา. หตฺถิจฺฉาปาติ ตรุณโปตกา. โอภคฺโคภคฺคนฺติ นาเมตฺวา นาเมตฺวา ฐปิตํ. โอคาหํ โอติณฺณสฺสาติ โอคาหิตพฺพตฺตา โอคาหนฺติ ลทฺธนามํ อุทกติตฺถํ โอติณฺณสฺส. โอคาหา อุตฺติณฺณสฺสาติ อุทกติตฺถโต อุตฺติณฺณสฺส. วูปกฏฺโฐติ วูปกฏฺโฐ หุตฺวา. อิทานิ ยสฺมา ทสพลสฺส หตฺถินาเคน กิจฺจํ นตฺถิ, สาสเน ปน ตํสริกฺขกํ ปุคฺคลํ ทสฺเสตุํ อิทมาหฏํ, ตสฺมา ตํ ปุคฺคลํ ทสฺเสนฺโต เอวเมว โขติอาทิมาห.
๑๐. ตปุสฺสสุตฺตวณฺณนา
๔๑. ทสเม มลฺเลสูติ มลฺลรฏฺเฐ. อิเธว ตาว ตฺวํ, อานนฺท, โหตีติ อิธ ภควา ‘‘ตปุสฺสคหปติโน อิธ ฐิเตน อานนฺเทน สทฺธึ กถาสลฺลาโป ภวิสฺสติ, ตโตนิทานํ อหํ มหนฺตํ ธมฺมปริยายํ เทเสสฺสามี’’ติ ญตฺวา อาห. อุปสงฺกมีติ โส กิร ภุตฺตปาตราโส ‘‘ทสพลสฺส อุปฏฺฐานํ คมิสฺสามี’’ติ นิกฺขมนฺโต ทูรโตว เถรํ ทิสฺวา เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ. ปปาโต วิย ขายติ, ยทิทํ เนกฺขมฺมนฺติ ยมิทํ ปพฺพชฺชาสงฺขาตํ เนกฺขมฺมํ, ตํ อมฺหากํ มหาปปาโต วิย โอคาหิตฺวา อุปฏฺฐาติ. เนกฺขมฺเม จิตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ ปพฺพชฺชาย จิตฺตํ อารมฺมณวเสน ปกฺขนฺทติ, ตเทว อารมฺมณํ กตฺวา ปสีทติ, ตเทว ปติฏฺฐาติ, ปจฺจนีกธมฺเมหิ จ วิมุจฺจติ. ‘เอตํ สนฺต’นฺติ ปสฺสโตติ เอตํ เนกฺขมฺมํ สนฺตํ วิคตทรถปริฬาหนฺติ เอวํ ปสฺสนฺตานํ ภิกฺขูนํ. พหุนา ชเนน วิสภาโคติ ตยิทํ พหุนา มหาชเนน สทฺธึ ภิกฺขูนํ วิสภาคํ, อสทิสนฺติ อตฺโถ.
กถาปาภตนฺติ กถามูลํ. ตสฺส มยฺหํ, อานนฺท, เนกฺขมฺเม จิตฺตํ น ปกฺขนฺทตีติ ตสฺส เอวํ วิตกฺเกนฺตสฺสาปิ มยฺหํ ปพฺพชฺชาย จิตฺตํ น โอตรติ. ‘‘เอตํ สนฺต’’นฺติ ปสฺสโตติ ‘‘สาธุ เนกฺขมฺม’’นฺติ ปริวิตกฺกนวเสน ‘‘เอตํ เนกฺขมฺมํ สนฺต’’นฺติ ปสฺสนฺตสฺสปิ. อนาเสวิโตติ น อาเสวิโต น ผสฺสิโต น สจฺฉิกโต. อธิคมฺมาติ อธิคนฺตฺวา ปตฺวา สจฺฉิกตฺวา. ตมาเสเวยฺยนฺติ ตํ อานิสํสํ เสเวยฺยํ ภเชยฺยํ. ยํ เมติ เยน การเณน มยฺหํ. อธิคมฺมาติ อธิคนฺตฺวา. สฺวาสฺส เม โหติ อาพาโธติ โส มยฺหํ อาพาธนฏฺเฐน อาพาโธ โหติ. อวิตกฺเก จิตฺตํ น ปกฺขนฺทตีติ อวิตกฺกวิจาเร ทุติยชฺฌาเน อารมฺมณวเสน จิตฺตํ น ปกฺขนฺทติ. วิตกฺเกสูติ วิตกฺกวิจาเรสุ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
มหาวคฺโค จตุตฺโถ.
๕. สามญฺญวคฺโค
๑. สมฺพาธสุตฺตวณฺณนา
๔๒. ปญฺจมสฺส ปฐเม อุทายีติ กาฬุทายิตฺเถโร. อวิทฺวาติ อญฺญาสิ. ภูริเมธโสติ มหาปญฺโญ. โย ฌานมพุชฺฌีติ โย ฌานํ อพุชฺฌิ. ปฏิลีนนิสโภติ เอกีภาววเสน ปฏิลีโน เจว อุตฺตมฏฺเฐน จ นิสโภ. มุนีติ พุทฺธมุนิ. ปริยาเยนาติ เอเกน การเณน. กามสมฺพาธสฺส หิ อภาวมตฺเตเนว ปฐมชฺฌานํ โอกาสาธิคโม นาม, น สพฺพถา สพฺพํ. ตตฺราปตฺถิ สมฺพาโธติ ตสฺมิมฺปิ ปฐมชฺฌาเน สมฺพาโธ ปฏิปีฬนํ อตฺถิเยว. ตตฺราปิตฺถีติปิ ปาโฐ. กิญฺจ ตตฺถ สมฺพาโธติ ตสฺมึ ปน ฌาเน กึ สมฺพาโธ นาม. อยเมตฺถ สมฺพาโธติ อยํ วิตกฺกวิจารานํ อนิรุทฺธภาโว สมฺพาโธ สํปีฬา นาม. อิมินา อุปาเยน สพฺพวาเรสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. นิปฺปริยาเยนาติ น เอเกน การเณน, อถ โข อาสวกฺขโย นาม สพฺพสมฺพาธานํ ปหีนตฺตา สพฺเพน สพฺพํ โอกาสาธิคโม นามาติ.
๒. กายสกฺขิสุตฺตวณฺณนา
๔๓. ทุติเย ยถา ยถา จ ตทายตนนฺติ เยน เยน การเณน เยน เยนากาเรน ตํ ปฐมชฺฌานสงฺขาตํ อายตนํ โหติ. ตถา ตถา นํ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรตีติ เตน เตน การเณน เตน เตนากาเรน ตํ สมาปตฺตึ สหชาตนามกาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, สมาปชฺชตีติ อตฺโถ. กายสกฺขิ วุตฺโต ภควตา ปริยาเยนาติ ยสฺมา เตน นามากาเยน ปฐมชฺฌานํ สจฺฉิกตํ, ตสฺมา อิมินา ปริยาเยน กายสกฺขิ วุตฺโต. นิปฺปริยาเยนาติ ยตฺตกํ กาเยน สจฺฉิกาตพฺพํ, สพฺพสฺส กตตฺตา อยํ นิปฺปริยาเยน กายสกฺขิ นาม.
๓. ปญฺญาวิมุตฺตสุตฺตวณฺณนา
๔๔. ตติเย ปญฺญาย จ นํ ปชานาตีติ ตํ ปฐมชฺฌานวิปสฺสนาปญฺญาย ชานาติ. อิธาปิ ปริยายนิปฺปริยายา ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพา. ยถา จ อิธ, เอวํ อิโต ปเรสุปิ.
๔. อุภโตภาควิมุตฺตสุตฺตวณฺณนา
๔๕. จตุตฺถํ อุภเยน เวทิตพฺพํ. เอตฺถ จ อุภโตภาควิมุตฺโตติ อุภโตภาเคหิ สมถวิปสฺสนานํ ปจฺจนีกกิเลเสหิ วิมุตฺโต. ปริโยสาเน ปน สมาปตฺติยา รูปกายโต, อริยมคฺเคน นามกายโต วิมุตฺโตเยว อุภโตภาควิมุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.
๕-๑๐. สนฺทิฏฺฐิกธมฺมสุตฺตาทิวณฺณนา
๔๖-๕๑. ปญฺจมาทีสุ สนฺทิฏฺฐิโกติ สยํ ปสฺสิตพฺพโก. นิพฺพานนฺติ กิเลสนิพฺพานํ. ปรินิพฺพานนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. ตทงฺคนิพฺพานนฺติ ปฐมชฺฌานาทินา เตน เตน องฺเคน นิพฺพานํ. ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานนฺติ อิสฺมึเยว อตฺตภาเว นิพฺพานํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
สามญฺญวคฺโค ปญฺจโม.
ปฐมปณฺณาสกํ นิฏฺฐิตํ.
๒. ทุติยปณฺณาสกวณฺณนา
๕๒. อิโต ปเรสุ เขมนฺติ นิรุปทฺทวํ. เขมปฺปตฺโตติ เขมภาวํ ปตฺโต. สิกฺขาทุพฺพลฺยานีติ สิกฺขาย ทุพฺพลภาวกรณานิ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
มโนรถปูรณิยา องฺคุตฺตรนิกาย-อฏฺฐกถาย
นวกนิปาตสฺส สํวณฺณนา นิฏฺฐิตา.