.นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส.

องฺคุตฺตรนิกาเย

อฏฺฐกนิปาต-อฏฺฐกถา

๑. ปฐมปณฺณาสกํ

๑. เมตฺตาวคฺโค

๑. เมตฺตาสุตฺตวณฺณนา

๑. อฏฺฐกนิปาตสฺส ปฐเม อาเสวิตายาติ อาทเรน เสวิตาย. ภาวิตายาติ วฑฺฒิตาย. พหุลีกตายาติ ปุนปฺปุนํ กตาย. ยานิกตายาติ ยุตฺตยานสทิสกตาย. วตฺถุกตายาติ ปติฏฺฐานฏฺเฐน วตฺถุ วิย กตาย. อนุฏฺฐิตายาติ ปจฺจุปฏฺฐิตาย. ปริจิตายาติ สมนฺตโต จิตาย อุปจิตาย. สุสมารทฺธายาติ สุฏฺฐุ สมารทฺธาย สุกตาย. อานิสํสาติ คุณา. สุขํ สุปตีติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เอกาทสกนิปาเต วกฺขาม.

อปฺปมาณนฺติ ผรณวเสน อปฺปมาณํ. ตนู สํโยชนา โหนฺติ, ปสฺสโต อุปธิกฺขยนฺติ เมตฺตาปทฏฺฐานาย วิปสฺสนาย อนุกฺกเมน อุปธิกฺขยสงฺขาตํ อรหตฺตํ ปตฺตสฺส ทส สํโยชนา ปหียนฺตีติ อตฺโถ. อถ วา ตนู สํโยชนา โหนฺตีติ ปฏิฆญฺเจว ปฏิฆสมฺปยุตฺตสํโยชนา จ ตนุกา โหนฺติ. ปสฺสโต อุปธิกฺขยนฺติ เตสํเยว กิเลสูปธีนํ ขยสงฺขาตํ เมตฺตํ อธิคมวเสน ปสฺสนฺตสฺส. กุสลี เตน โหตีติ เตน เมตฺตายเนน กุสโล โหติ. สตฺตสณฺฑนฺติ สตฺตสงฺขาเตน สณฺเฑน สมนฺนาคตํ, สตฺตภริตนฺติ อตฺโถ. วิเชตฺวาติ อทณฺเฑน อสตฺเถน ธมฺเมเนว วิชินิตฺวา. ราชิสโยติ อิสิสทิสา ธมฺมิกราชาโน. ยชมานาติ ทานานิ ททมานา. อนุปริยคาติ วิจรึสุ.

อสฺสเมธนฺติอาทีสุ โปราณกราชกาเล กิร สสฺสเมธํ, ปุริสเมธํ, สมฺมาปาสํ, วาจาเปยฺยนฺติ จตฺตาริ สงฺคหวตฺถูนิ อเหสุํ, เยหิ ราชาโน โลกํ สงฺคณฺหึสุ. ตตฺถ นิปฺผนฺนสสฺสโต ทสมภาคคฺคหณํ สสฺสเมธํ นาม, สสฺสสมฺปาทเน เมธาวิตาติ อตฺโถ. มหาโยธานํ ฉมาสิกํ ภตฺตเวตนานุปฺปทานํ ปุริสเมธํ นาม, ปุริสสงฺคณฺหเน เมธาวิตาติ อตฺโถ. ทลิทฺทมนุสฺสานํ หตฺถโต เลขํ คเหตฺวา ตีณิ วสฺสานิ วินา วฑฺฒิยา สหสฺสทฺวิสหสฺสมตฺตธนานุปฺปทานํ สมฺมาปาสํ นาม. ตญฺหิ สมฺมา มนุสฺเส ปาเสติ หทเย พนฺธิตฺวา วิย ฐเปติ, ตสฺมา สมฺมาปาสนฺติ วุจฺจติ. ‘‘ตาต, มาตุลา’’ติอาทินา นเยน ปน สณฺหวาจาภณนํ วาจาเปยฺยํ นาม, ปิยวาจาติ อตฺโถ. เอวํ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ สงฺคหิตํ รฏฺฐํ อิทฺธญฺเจว โหติ, ผีตญฺจ, พหุอนฺนปานํ, เขมํ, นิรพฺพุทํ. มนุสฺสา มุทา โมทมานา อุเร ปุตฺเต นจฺเจนฺตา อปารุตฆรา วิหรนฺติ. อิทํ ฆรทฺวาเรสุ อคฺคฬานํ อภาวโต นิรคฺคฬนฺติ วุจฺจติ. อยํ โปราณิกา ปเวณิ.

อปรภาเค ปน โอกฺกากราชกาเล พฺราหฺมณา อิมานิ จตฺตาริ สงฺคหวตฺถูนิ อิมญฺจ รฏฺฐสมฺปตฺตึ ปริวตฺเตตฺวา อุทฺธํมูลกํ กตฺวา อสฺสเมธํ ปุริสเมธนฺติอาทิเก ปญฺจ ยญฺเญ นาม อกํสุ. เตสุ อสฺสเมตฺถ เมธนฺติ วเธนฺตีติ อสฺสเมโธ. ทฺวีหิ ปริยญฺเญหิ ยชิตพฺพสฺส เอกวีสติยูปสฺส เอกสฺมึ ปจฺฉิมทิวเสเยว สตฺตนวุติปญฺจปสุสตฆาตภึสนสฺส ฐเปตฺวา ภูมิญฺจ ปุริเส จ อวเสสสพฺพวิภวทกฺขิณสฺส ยญฺญสฺเสตํ อธิวจนํ. ปุริสเมตฺถ เมธนฺตีติ ปุริสเมโธ. จตูหิ ปริยญฺเญหิ ยชิตพฺพสฺส สทฺธึ ภูมิยา อสฺสเมเธ วุตฺตวิภวทกฺขิณสฺส ยญฺญสฺเสตํ อธิวจนํ. สมฺมเมตฺถ ปาสนฺตีติ สมฺมาปาโส. ทิวเส ทิวเส ยุคจฺฉิคฺคเฬ ปเวสนทณฺฑกสงฺขาตํ สมฺมํ ขิปิตฺวา ตสฺส ปติโตกาเส เวทึ กตฺวา สํหาริเมหิ ยูปาทีหิ สรสฺสตีนทิยา นิมุคฺโคกาสโต ปภุติ ปฏิโลมํ คจฺฉนฺเตน ยชิตพฺพสฺส สตฺรยาคสฺเสตํ อธิวจนํ. วาชเมตฺถ ปิวนฺตีติ วาชเปยฺโย. เอเกน ปริยญฺเญน สตฺตรสหิ ปสูหิ ยชิตพฺพสฺส เพลุวยูปสฺส สตฺตรสกทกฺขิณสฺส ยญฺญสฺเสตํ อธิวจนํ. นตฺถิ เอตฺถ อคฺคฬาติ นิรคฺคโฬ. นวหิ ปริยญฺเญหิ ยชิตพฺพสฺส สทฺธึ ภูมิยา จ ปุริเสหิ จ อสฺสเมเธ วุตฺตวิภวทกฺขิณสฺส สพฺพเมธปริยายนามสฺส อสฺสเมธวิกปฺปสฺเสตํ อธิวจนํ.

กลมฺปิ เต นานุภวนฺติ โสฬสินฺติ เต สพฺเพปิ มหายาคา เอกสฺส เมตฺตาจิตฺตสฺส วิปากมหนฺตตาย โสฬสึ กลํ น อคฺฆนฺติ, โสฬสมํ ภาคํ น ปาปุณนฺตีติ อตฺโถ. น ชินาตีติ น อตฺตนา ปรสฺส ชานึ กโรติ. น ชาปเยติ น ปเรน ปรสฺส ชานึ กาเรติ. เมตฺตํโสติ เมตฺตายมานจิตฺตโกฏฺฐาโส หุตฺวา. สพฺพภูตานนฺติ สพฺพสตฺเตสุ. เวรํ ตสฺส น เกนจีติ ตสฺส เกนจิ สทฺธึ อกุสลเวรํ วา ปุคฺคลเวรํ วา นตฺถิ.

๒. ปญฺญาสุตฺตวณฺณนา

๒. ทุติเย อาทิพฺรหฺมจริยิกายาติ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อาทิภูตาย. ปญฺญายาติ วิปสฺสนาย. ครุฏฺฐานิยนฺติ คารวุปฺปตฺติปจฺจยภูตํ ครุภาวนียํ. ติพฺพนฺติ พหลํ. ปริปุจฺฉตีติ อตฺถปาฬิอนุสนฺธิปุพฺพาปรํ ปุจฺฉติ. ปริปญฺหตีติ ปญฺหํ กโรติ, อิทญฺจิทญฺจ ปฏิปุจฺฉิสฺสามีติ วิตกฺเกติ. ทฺวเยนาติ ทุวิเธน. อนานากถิโกติ อนานตฺตกถิโก โหติ. อติรจฺฉานกถิโกติ นานาวิธํ ติรจฺฉานกถํ น กเถติ. อริยํ วา ตุณฺหีภาวนฺติ อริยตุณฺหีภาโว นาม จตุตฺถชฺฌานํ, เสสกมฺมฏฺฐานมนสิกาโรปิ วฏฺฏติ. ชานํ ชานาตีติ ชานิตพฺพกํ ชานาติ. ปสฺสํ ปสฺสตีติ ปสฺสิตพฺพกํ ปสฺสติ. ปิยตฺตายาติ ปิยภาวตฺถาย. ครุตฺตายาติ ครุภาวตฺถาย. ภาวนายาติ ภาวนตฺถาย คุณสมฺภาวนาย วา. สามญฺญายาติ สมณธมฺมตฺถาย. เอกีภาวายาติ นิรนฺตรภาวตฺถาย.

๓-๔. อปฺปิยสุตฺตทฺวยวณฺณนา

๓-๔. ตติเย อปฺปิยปสํสีติ อปฺปิยชนสฺส ปสํสโก วณฺณภาณี. ปิยครหีติ ปิยชนสฺส นินฺทโก ครหโก. จตุตฺเถ อนวญฺญตฺติกาโมติ ‘‘อโห วต มํ อญฺเญน อวชาเนยฺยุ’’นฺติ อนวชานนกาโม. อกาลญฺญูติ กถากาลํ น ชานาติ, อกาเล กเถติ. อสุจีติ อสุจีหิ กายกมฺมาทีหิ สมนฺนาคโต.

๕. ปฐมโลกธมฺมสุตฺตวณฺณนา

๕. ปญฺจเม โลกสฺส ธมฺมาติ โลกธมฺมา. เอเตหิ มุตฺตา นาม นตฺถิ, พุทฺธานมฺปิ โหนฺติ. เตเนวาห – โลกํ อนุปริวตฺตนฺตีติ อนุพนฺธนฺติ นปฺปชหนฺติ, โลกโต น นิวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. โลโก จ อฏฺฐ โลกธมฺเม อนุปริวตฺตตีติ อยญฺจ โลโก เอเต อนุพนฺธติ น ปชหติ, เตหิ ธมฺเมหิ น นิวตฺตตีติ อตฺโถ.

ลาโภ อลาโภติ ลาเภ อาคเต อลาโภ อาคโตเยวาติ เวทิตพฺโพ. อยสาทีสุปิ เอเสว นโย. อเวกฺขติ วิปริณามธมฺเมติ ‘‘วิปริณามธมฺมา อิเม’’ติ เอวํ อเวกฺขติ. วิธูปิตาติ วิธมิตา วิทฺธํสิตา. ปทญฺจ ญตฺวาติ นิพฺพานปทํ ชานิตฺวา. สมฺมปฺปชานาติ ภวสฺส ปารคูติ ภวสฺส ปารํ คโต นิปฺผตฺตึ มตฺถกํ ปตฺโต, นิพฺพานปทํ ญตฺวาว ตํ ปารํ คตภาวํ สมฺมปฺปชานาตีติ. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตํ.

๖. ทุติยโลกธมฺมสุตฺตวณฺณนา

๖. ฉฏฺเฐ โก วิเสโสติ กึ วิเสสการณํ. โก อธิปฺปยาโสติ โก อธิกปฺปโยโค. ปริยาทายาติ คเหตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา. อิธาปิ วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิตํ.

๗. เทวทตฺตวิปตฺติสุตฺตวณฺณนา

๗. สตฺตเม อจิรปกฺกนฺเตติ สงฺฆํ ภินฺทิตฺวา น จิรปกฺกนฺเต. อารพฺภาติ อาคมฺม ปฏิจฺจ สนฺธาย. อตฺตวิปตฺตินฺติ อตฺตโน วิปตฺตึ วิปนฺนาการํ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อภิภุยฺยาติ อภิภวิตฺวา มทฺทิตฺวา.

๘. อุตฺตรวิปตฺติสุตฺตวณฺณนา

๘. อฏฺฐเม วฏชาลิกายนฺติ เอวํนามเก วิหาเร. โส กิร วฏวเน นิวิฏฺฐตฺตา วฏชาลิกาติ สงฺขํ คโต. ปาตุรโหสีติ อิมมตฺถํ เทวรญฺโญ อาโรเจสฺสามีติ คนฺตฺวา ปากโฏ อโหสิ. อาทิพฺรหฺมจริยโกติ สิกฺขตฺตยสงฺคหสฺส สกลสาสนพฺรหฺมจริยสฺส อาทิภูโต.

๙. นนฺทสุตฺตวณฺณนา

๙. นวเม กุลปุตฺโตติ ชาติกุลปุตฺโต. พลวาติ ถามสมฺปนฺโน. ปาสาทิโกติ รูปสมฺปตฺติยา ปสาทชนโก. ติพฺพราโคติ พหลราโค. กิมญฺญตฺราติอาทีสุ อยมตฺโถ – กึ อญฺเญน การเณน กถิเตน, อยํ นนฺโท อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร โภชเน มตฺตญฺญู ชาคริยมนุยุตฺโต สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต, เยหิ นนฺโท สกฺโกติ ปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จริตุํ. สเจ อิเมหิ การเณหิ สมนฺนาคโต นาภวิสฺส, น สกฺกุเณยฺยาติ. อิติห ตตฺถาติ เอวํ ตตฺถ. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏเมว กถิตํ.

๑๐. การณฺฑวสุตฺตวณฺณนา

๑๐. ทสเม อญฺเญนาญฺญํ ปฏิจรตีติ อญฺเญน การเณน วจเนน วา อญฺญํ การณํ วจนํ วา ปฏิจฺฉาเทติ. พหิทฺธา กถํ อปนาเมตีติ พาหิรโต อญฺญํ อาคนฺตุกกถํ โอตาเรติ. อปเนยฺเยโสติ อปเนยฺโย นีหริตพฺโพ เอส. สมณทูสีติ สมณทูสโก. สมณปลาโปติ วีหีสุ วีหิปลาโป วิย นิสฺสารตาย สมเณสุ สมณปลาโป. สมณการณฺฑโวติ สมณกจวโร. พหิทฺธา นาเสนฺตีติ พหิ นีหรนฺติ. ยวกรเณติ ยวเขตฺเต. ผุณมานสฺสาติ อุจฺเจ ฐาเน ฐตฺวา มหาวาเต โอปุนิยมานสฺส. อปสมฺมชฺชนฺตีติ สารธญฺญานํ เอกโต ทุพฺพลธญฺญานํ เอกโต กรณตฺถํ ปุนปฺปุนํ อปสมฺมชฺชนฺติ, อปสมฺมชฺชนิสงฺขาเตน วาตคฺคาหินา สุปฺเปน วา วตฺเถน วา นีหรนฺติ. ททฺทรนฺติ ททฺทรสทฺทํ.

สํวาสายนฺติ สํวาเสน อยํ. วิชานาถาติ ชาเนยฺยาถ. สนฺตวาโจติ สณฺหวาโจ. ชนวตีติ ชนมชฺเฌ. รโห กโรติ กรณนฺติ กรณํ วุจฺจติ ปาปกมฺมํ, ตํ รโห ปฏิจฺฉนฺโน หุตฺวา กโรติ. สํสปฺปี จ มุสาวาทีติ สํสปฺปิตฺวา มุสาวาที, มุสา ภณนฺโต สํสปฺปติ ผนฺทตีติ อตฺโถ. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏเมว กเถตฺวา คาถาสุ วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตนฺติ.

เมตฺตาวคฺโค ปฐโม.

๒. มหาวคฺโค

๑. เวรญฺชสุตฺตวณฺณนา

๑๑. ทุติยสฺส ปฐเม อภิวาเทตีติ เอวมาทีนิ น สมโณ โคตโมติ เอตฺถ วุตฺตนกาเรน โยเชตฺวา เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ ‘‘น วนฺทติ นาสนา วุฏฺฐาติ, นาปิ ‘อิธ โภนฺโต นิสีทนฺตู’ติ เอวํ อาสเนน วา นิมนฺเตตี’’ติ. เอตฺถ หิ วา-สทฺโท วิภาวเน นาม อตฺเถ ‘‘รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วา’’ติอาทีสุ วิย. เอวํ วตฺวา อถ อตฺตโน อภิวาทนาทีนิ อกโรนฺตํ ภควนฺตํ ทิสฺวา อาห – ตยิทํ, โภ โคตม, ตเถวาติ. ยํ ตํ มยา สุตํ, ตํ ตเถว, ตํ สวนญฺจ เม ทสฺสนญฺจ สํสนฺทติ สเมติ, อตฺถโต เอกีภาวํ คจฺฉติ. น หิ ภวํ โคตโม…เป… อาสเนน วา นิมนฺเตตีติ. เอวํ อตฺตนา สุตํ ทิฏฺเฐน นิคเมตฺวา นินฺทนฺโต อาห – ตยิทํ, โภ โคตม, น สมฺปนฺนเมวาติ ตํ อภิวาทนาทีนํ อกรณํ อยุตฺตเมวาติ.

อถสฺส ภควา อตฺตุกฺกํสนปรวมฺภนโทสํ อนุปคมฺม กรุณาสีตเลน หทเยน ตํ อญฺญาณํ วิธมิตฺวา ยุตฺตภาวํ ทสฺเสตุกาโม นาหํ ตํ พฺราหฺมณาติอาทิมาห. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – อหํ, พฺราหฺมณ, อปฺปฏิหเตน สพฺพญฺญุตญฺญาณจกฺขุนา โอโลเกนฺโตปิ ตํ ปุคฺคลํ เอตสฺมึ สเทวกาทิเภเท โลเก น ปสฺสามิ, ยมหํ อภิวาเทยฺยํ วา ปจฺจุฏฺเฐยฺยํ วา อาสเนน วา นิมนฺเตยฺยํ. อนจฺฉริยํ วา เอตํ, สฺวาหํ อชฺช สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต เอวรูปํ นิปจฺจาการารหํ ปุคฺคลํ น ปสฺสามิ. อปิจ โข ยทาปาหํ สมฺปติชาโตว อุตฺตเรน มุโข สตฺตปทวีติหาเรน คนฺตฺวา สกลํ ทสสหสฺสิโลกธาตุํ โอโลเกสึ, ตทาปิ เอตสฺมึ สเทวกาทิเภเท โลเก ตํ ปุคฺคลํ น ปสฺสามิ, ยมหํ เอวรูปํ นิปจฺจการํ กเรยฺยํ. อถ โข มํ โสฬสกปฺปสหสฺสายุโก ขีณาสวมหาพฺรหฺมาปิ อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา ‘‘ตฺวํ โลเก มหาปุริโส, ตฺวํ สเทวกสฺส โลกสฺส อคฺโค จ เชฏฺโฐ จ เสฏฺโฐ จ, นตฺถิ ตยา อุตฺตริตโร’’ติ สญฺชาตโสมนสฺโส ปติมาเนสิ. ตทาปิ จาหํ อตฺตนา อุตฺตริตรํ อปสฺสนฺโต อาสภึ วาจํ นิจฺฉาเรสึ – ‘‘อคฺโคหมสฺมิ โลกสฺส, เชฏฺโฐหมสฺมิ โลกสฺส, เสฏฺโฐหมสฺมิ โลกสฺสา’’ติ. เอวํ สมฺปติชาตสฺสาปิ มยฺหํ อภิวาทนาทิรโห ปุคฺคโล นตฺถิ, สฺวาหํ อิทานิ สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต กํ อภิวาเทยฺยํ. ตสฺมา ตฺวํ, พฺราหฺมณ, มา ตถาคตา เอวรูปํ ปรมนิปจฺจการํ ปตฺถยิ. ยญฺหิ, พฺราหฺมณ, ตถาคโต อภิวาเทยฺย วา…เป… อาสเนน วา นิมนฺเตยฺย, มุทฺธาปิ ตสฺส ปุคฺคลสฺส รตฺติปริโยสาเน ปริปากสิถิลพนฺธนํ วณฺฏา มุตฺตตาลผลํ วิย คีวโต ฉิชฺชิตฺวา สหสาว ภูมิยํ นิปเตยฺย.

เอวํ วุตฺเตปิ พฺราหฺมโณ ทุปฺปญฺญตาย ตถาคตสฺส โลกเชฏฺฐภาวํ อสลฺลกฺเขนฺโต เกวลํ ตํ วจนํ อสหมาโน อาห – อรสรูโป ภวํ โคตโมติ. อยํ กิรสฺส อธิปฺปาโย – ยํ โลเก อภิวาทนปจฺจุฏฺฐานอญฺชลิกมฺมสามีจิกมฺมํ ‘‘สามคฺคิรโส’’ติ วุจฺจติ, ตํ โภโต โคตมสฺส นตฺถิ. ตสฺมา อรสรูโป ภวํ โคตโม, อรสชาติโก อรสสภาโวติ. อถสฺส ภควา จิตฺตมุทุภาวชนนตฺถํ อุชุวิปจฺจนีกภาวํ ปริหรนฺโต อญฺญถา ตสฺส วจนสฺส อตฺถํ อตฺตนิ สนฺทสฺเสนฺโต อตฺถิ เขฺวส, พฺราหฺมณ, ปริยาโยติอาทิมาห.

ตตฺถ อตฺถิ เขฺวสาติ อตฺถิ โข เอส. ปริยาโยติ การณํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อตฺถิ โข, พฺราหฺมณ, เอตํ การณํ, เยน การเณน มํ ‘‘อรสรูโป ภวํ โคตโม’’ติ วทมาโน ปุคฺคโล สมฺมา วเทยฺย, อวิตถวาทีติ สงฺขํ คจฺเฉยฺย. กตโม ปน โสติ? เย เต, พฺราหฺมณ, รูปรสา…เป… โผฏฺฐพฺพรสา, เต ตถาคตสฺส ปหีนาติ. กึ วุตฺตํ โหติ? เย เต ชาติวเสน วา อุปปตฺติวเสน วา เสฏฺฐสมฺมตานมฺปิ ปุถุชฺชนานํ รูปารมฺมณาทีนิ อสฺสาเทนฺตานํ อภินนฺทนฺตานํ รชฺชนฺตานํ อุปฺปชฺชนฺติ กามสุขสฺสาทสงฺขาตา รูปรสา, สทฺทรสา, คนฺธรสา, รสรสา, โผฏฺฐพฺพรสา, เย อิมํ โลกํ คีวาย พนฺธิตฺวา วิย อาวิญฺฉนฺติ, วตฺถารมฺมณาทิสามคฺคิยญฺจ อุปฺปนฺนตฺตา สามคฺคิรสาติ วุจฺจนฺติ. เต สพฺเพปิ ตถาคตสฺส ปหีนา. ‘‘มยฺหํ ปหีนา’’ติ วตฺตพฺเพปิ มมากาเรน อตฺตานํ อนุกฺขิปนฺโต ธมฺมํ เทเสติ, เทสนาวิลาโส วา เอส ตถาคตสฺส.

ตตฺถ ปหีนาติ จิตฺตสนฺตานโต วิคตา, ปชหิตา วา. เอตสฺมึ ปนตฺเถ กรเณ สามิวจนํ ทฏฺฐพฺพํ. อริยมคฺคสตฺเถน อุจฺฉินฺนํ ตณฺหาวิชฺชามยํ มูลํ เอเตสนฺติ อุจฺฉินฺนมูลา. ตาลวตฺถุ วิย เนสํ วตฺถุ กตนฺติ ตาลาวตฺถุกตา. ยถา หิ ตาลรุกฺขํ สมูลํ อุทฺธริตฺวา ตสฺส วตฺถุมตฺเต ตสฺมึ ปเทเส กเต น ปุน ตสฺส ตาลสฺส อุปฺปตฺติ ปญฺญายติ, เอวํ อริยมคฺคสตฺเถน สมูเล รูปาทิรเส อุทฺธริตฺวา เตสํ ปุพฺเพ อุปฺปนฺนปุพฺพภาเวน วตฺถุมตฺเต จิตฺตสนฺตาเน กเต สพฺเพปิ เต ตาลาวตฺถุกตาติ วุจฺจนฺติ. อวิรุฬฺหิธมฺมตฺตา วา มตฺถกจฺฉินฺนตาโล วิย กตาติ ตาลาวตฺถุกตา. ยสฺมา ปน เอวํ ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา โหนฺติ, ยถา เนสํ ปจฺฉาภาโว น โหติ, ตถา กตา โหนฺติ. ตสฺมา อาห – อนภาวํกตาติ. อายตึ อนุปฺปาทธมฺมาติ อนาคเต อนุปฺปชฺชนกสภาวา.

โน จ โข ยํ ตฺวํ สนฺธาย วเทสีติ ยญฺจ โข ตฺวํ สนฺธาย วเทสิ, โส ปริยาโย น โหติ. นนุ จ เอวํ วุตฺเต โย พฺราหฺมเณน วุตฺโต สามคฺคิรโส, ตสฺส อตฺตนิ วิชฺชมานตา อนุญฺญาตา โหตีติ? น โหติ. โย หิ นํ สามคฺคิรสํ กาตุํ ภพฺโพ หุตฺวา น กโรติ, โส ตทภาเวน อรสรูโปติ วตฺตพฺพตํ อรหติ. ภควา ปน อภพฺโพว เอตํ กาตุํ, เตนสฺส การเณ อภพฺพตํ ปกาเสนฺโต อาห – ‘‘โน จ โข ยํ ตฺวํ สนฺธาย วเทสี’’ติ. ยํ ปริยายํ สนฺธาย ตฺวํ มํ ‘‘อรสรูโป’’ติ วเทสิ, โส อเมฺหสุ เนว วตฺตพฺโพติ.

เอวํ พฺราหฺมโณ อตฺตนา อธิปฺเปตํ อรสรูปตํ อาโรเปตุํ อสกฺโกนฺโต อถาปรํ นิพฺโภโค ภวนฺติอาทิมาห. สพฺพปริยาเยสุ เจตฺถ วุตฺตนเยเนว โยชนากฺกมํ วิทิตฺวา สนฺธายภาสิตมตฺถํ เอวํ เวทิตพฺพํ – พฺราหฺมโณ ตเทว วโยวุทฺธานํ อภิวาทนาทิกมฺมํ โลเก ‘‘สามคฺคิปริโภโค’’ติ มญฺญมาโน ตทภาเวน จ ภควนฺตํ ‘‘นิพฺโภโค’’ติอาทิมาห. ภควา จ ยฺวายํ รูปาทีสุ สตฺตานํ ฉนฺทราคปริโภโค, ตทภาวํ อตฺตนิ สมฺปสฺสมาโน อปรํ ปริยายมนุชานิ.

ปุน พฺราหฺมโณ ยํ โลเก วโยวุทฺธานํ อภิวาทนาทิกุลสมุทาจารกมฺมํ โลกิยา กโรนฺติ, ตสฺส อกิริยํ สมฺปสฺสมาโน ภควนฺตํ อกิริยวาโทติ อาห. ภควา ปน ยสฺมา กายทุจฺจริตาทีนํ อกิริยํ วทติ, ตสฺมา ตํ อกิริยวาทิตํ อตฺตนิ สมฺปสฺสมาโน อปรํ ปริยายมนุชานิ. ตตฺถ ฐเปตฺวา กายทุจฺจริตาทีนิ อวเสสา อกุสลา ธมฺมา อเนกวิหิตา ปาปกา อกุสลา ธมฺมาติ เวทิตพฺพา.

ปุน พฺราหฺมโณ ตเทว อภิวาทนาทิกมฺมํ ภควติ อปสฺสนฺโต ‘‘อิมํ อาคมฺม อยํ โลกตนฺติ โลกปเวณี อุจฺฉิชฺชตี’’ติ มญฺญมาโน ภควนฺตํ อุจฺเฉทวาโทติ อาห. ภควา ปน ยสฺมา ปญฺจกามคุณิกราคสฺส เจว อกุสลจิตฺตทฺวยสมฺปยุตฺตสฺส จ โทสสฺส อนาคามิมคฺเคน อุจฺเฉทํ วทติ, สพฺพากุสลสมฺภวสฺส ปน โมหสฺส อรหตฺตมคฺเคน อุจฺเฉทํ วทติ, ฐเปตฺวา เต ตโย อวเสสานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ ยถานุรูปํ จตูหิ มคฺเคหิ อุจฺเฉทํ วทติ, ตสฺมา ตํ อุจฺเฉทวาทํ อตฺตนิ สมฺปสฺสมาโน อปรํ ปริยายมนุชานิ.

ปุน พฺราหฺมโณ ‘‘ชิคุจฺฉติ มญฺเญ สมโณ โคตโม อิทํ วโยวุทฺธานํ อภิวาทนาทิกุลสมุทาจารกมฺมํ, เตน ตํ น กโรตี’’ติ มญฺญมาโน ภควนฺตํ เชคุจฺฉีติ อาห. ภควา ปน ยสฺมา ชิคุจฺฉติ กายทุจฺจริตาทีหิ, ยานิ กายวจีมโนทุจฺจริตานิ เจว ยาว จ อกุสลานํ ลามกธมฺมานํ สมาปตฺติ สมาปชฺชนา สมงฺคิภาโว, ตํ สพฺพมฺปิ คูถํ วิย มณฺฑนกชาติโก ปุริโส ชิคุจฺฉติ หิรียติ, ตสฺมา ตํ เชคุจฺฉิตํ อตฺตนิ สมฺปสฺสมาโน อปรํ ปริยายมนุชานิ. ตตฺถ กายทุจฺจริเตนาติอาทิ กรณวจนํ อุปโยคตฺเถ ทฏฺฐพฺพํ.

ปุน พฺราหฺมโณ ตเทว อภิวาทนาทิกมฺมํ ภควติ อปสฺสนฺโต ‘‘อยํ อิทํ โลกเชฏฺฐกกมฺมํ วิเนติ วินาเสติ, อถ วา ยสฺมา เอตํ สามีจิกมฺมํ น กโรติ, ตสฺมา อยํ วิเนตพฺโพ นิคฺคณฺหิตพฺโพ’’ติ มญฺญมาโน ภควนฺตํ เวนยิโกติ อาห. ตตฺรายํ ปทตฺโถ – วินยตีติ วินโย, วินาเสตีติ วุตฺตํ โหติ. วินโย เอว เวนยิโก. วินยํ วา อรหตีติ เวนยิโก, นิคฺคหํ อรหตีติ วุตฺตํ โหติ. ภควา ปน ยสฺมา ราคาทีนํ วินยาย วูปสมาย ธมฺมํ เทเสติ, ตสฺมา เวนยิโก โหติ. อยเมว เจตฺถ ปทตฺโถ – วินยาย ธมฺมํ เทเสตีติ เวนยิโก. วิจิตฺรา หิ ตทฺธิตวุตฺติ. สฺวายํ ตํ เวนยิกภาวํ อตฺตนิ สมฺปสฺสมาโน อปรํ ปริยายมนุชานิ.

ปุน พฺราหฺมโณ ยสฺมา อภิวาทนาทีนิ สามีจิกมฺมานิ กโรนฺตา วโยวุทฺเธ โตเสนฺติ หาเสนฺติ, อกโรนฺตา ปน ตาเปนฺติ วิเหเสนฺติ โทมนสฺสํ เนสํ อุปฺปาเทนฺติ, ภควา จ ตานิ น กโรติ, ตสฺมา ‘‘อยํ วโยวุทฺเธ ตปตี’’ติ มญฺญมาโน สปฺปุริสาจารวิรหิตตฺตา วา ‘‘กปณปุริโส อย’’นฺติ มญฺญมาโน ภควนฺตํ ตปสฺสีติ อาห. ตตฺรายํ ปทตฺโถ – ตปตีติ ตโป, โรเสติ วิเหเสตีติ อตฺโถ. สามีจิกมฺมากรณสฺเสตํ อธิวจนํ. ตโป อสฺส อตฺถีติ ตปสฺสี. ทุติเย อตฺถวิกปฺเป พฺยญฺชนานิ อวิจาเรตฺวา โลเก กปณปุริโส ตปสฺสีติ วุจฺจติ. ภควา ปน เย อกุสลา ธมฺมา โลกํ ตปนโต ตปนียานิ วุจฺจนฺติ, เตสํ ปหีนตฺตา ยสฺมา ตปสฺสีติ สงฺขํ คโต. ตสฺมา ตํ ตปสฺสิตํ อตฺตนิ สมฺปสฺสมาโน อปรํ ปริยายมนุชานิ. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – ตปนฺตีติ ตปา, อกุสลธมฺมานเมตํ อธิวจนํ. เต ตเป อสฺสิ นิรสฺสิ ปหาสิ วิทฺธํสีติ ตปสฺสี.

ปุน พฺราหฺมโณ ตํ อภิวาทนาทิกมฺมํ เทวโลกคพฺภสมฺปตฺติยา เทวโลกปฏิสนฺธิปฏิลาภาย สํวตฺตตีติ มญฺญมาโน ภควติ จสฺส อภาวํ ทิสฺวา ภควนฺตํ อปคพฺโภติ อาห. โกธวเสน วา ภควโต มาตุกุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธิคฺคหเณ โทสํ ทสฺเสนฺโตปิ เอวมาห. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – คพฺภโต อปคโตติ อปคพฺโภ, อภพฺโพ เทวโลกูปปตฺตึ ปาปุณิตุนฺติ อธิปฺปาโย. หีโน วา คพฺโภ อสฺสาติ อปคพฺโภ. เทวโลกคพฺภปริพาหิรตฺตา อายตึ หีนคพฺภปฏิลาภภาคีติ. หีโน วาสฺส มาตุกุจฺฉิสฺมึ คพฺภวาโส อโหสีติ อธิปฺปาโย. ภควโต ปน ยสฺมา อายตึ คพฺภเสยฺยา อปคตา, ตสฺมา โส ตํ อปคพฺภตํ อตฺตนิ สมฺปสฺสมาโน อปรํ ปริยายมนุชานิ. ตตฺร จ ยสฺส โข, พฺราหฺมณ, อายตึ คพฺภเสยฺยา ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ ปหีนาติ เอเตสํ ปทานํ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ – ‘‘พฺราหฺมณ, ยสฺส ปุคฺคลสฺส อนาคเต คพฺภเสยฺยา ปุนพฺภเว จ อภินิพฺพตฺติ อนุตฺตเรน มคฺเคน วิหตการณตฺตา ปหีนา. คพฺภเสยฺยาคหเณน เจตฺถ ชลาพุชโยนิ คหิตา, ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติคฺคหเณน อิตรา ติสฺโส’’ปิ.

อปิจ คพฺภสฺส เสยฺยา คพฺภเสยฺยา. ปุนพฺภโว เอว อภินิพฺพตฺติ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ยถา จ วิญฺญาณฏฺฐิตีติ วุตฺเตปิ น วิญฺญาณโต อญฺญา ฐิติ อตฺถิ, เอวมิธาปิ น คพฺภโต อญฺญา เสยฺยา เวทิตพฺพา. อภินิพฺพตฺติ จ นาม ยสฺมา ปุนพฺภวภูตาปิ อปุนพฺภวภูตาปิ อตฺถิ, อิธ จ ปุนพฺภวภูตา อธิปฺเปตา, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘ปุนพฺภโว เอว อภินิพฺพตฺติ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺตี’’ติ.

เอวํ อาคตกาลโต ปฏฺฐาย อรสรูปตาทีหิ อฏฺฐหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสนฺตมฺปิ พฺราหฺมณํ ภควา ธมฺมิสฺสโร ธมฺมราชา ธมฺมสามี ตถาคโต อนุกมฺปาย สีตเลเนว จกฺขุนา พฺราหฺมณํ โอเลเกนฺโต ยํ ธมฺมธาตุํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา เทสนาวิลาสปฺปตฺตา นาม โหติ, ตสฺสา ธมฺมธาตุยา สุปฺปฏิวิทฺธตฺตา วิคตวลาหเก นเภ ปุณฺณจนฺโท วิย จ สรทกาเล สูริโย วิย จ พฺราหฺมณสฺส หทยนฺธการํ วิธเมนฺโต ตานิเยว อกฺโกสวตฺถูนิ เตน เตน ปริยาเยน อญฺญถา ทสฺเสตฺวา ปุนปิ อตฺตโน กรุณาวิปฺผารํ อฏฺฐหิ โลกธมฺเมหิ อกมฺปิยภาเวน ปฏิลทฺธตาทิคุณลกฺขณํ ปถวิสมจิตฺตตํ อกุปฺปธมฺมตญฺจ ปกาเสนฺโต ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ เกวลํ ปลิตสิรขณฺฑทนฺตวลิตฺตจตาทีหิ อตฺตโน วุทฺธภาวํ สลฺลกฺเขติ, โน จ โข ชานาติ อตฺตานํ ชาติยา อนุคตํ ชราย อนุสฏํ พฺยาธิโน อธิภูตํ มรเณน อพฺภาหตํ อชฺช มริตฺวา ปุน เสฺวว อุตฺตานเสยฺยทารกภาวคมนียํ. มหนฺเตน โข ปน อุสฺสาเหน มม สนฺติกํ อาคโต, ตทสฺส อาคมนํ สาตฺถกํ โหตู’’ติ จินฺเตตฺวา อิมสฺมึ โลเก อตฺตโน อปฺปฏิสมํ ปุเรชาตภาวํ ทสฺเสนฺโต เสยฺยถาปิ, พฺราหฺมณาติอาทินา นเยน พฺราหฺมณสฺส ธมฺมเทสนํ วฑฺเฒสิ.

ตตฺถ เสยฺยถาปีติอาทีนํ เหฏฺฐา วุตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยํ ปน วิเสโส – เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว หิ เต กุกฺกุฏโปตกา ปกฺเข วิธุนนฺตา ตํขณานุรูปํ วิรวนฺตา นิกฺขมนฺติ. เอวํ นิกฺขมนฺตานญฺจ เตสํ โย ปฐมตรํ นิกฺขมติ, โส เชฏฺโฐติ วุจฺจติ. ตสฺมา ภควา ตาย อุปมาย อตฺตโน เชฏฺฐภาวํ สาเธตุกาโม พฺราหฺมณํ ปุจฺฉติ – โย นุ โข เตสํ กุกฺกุฏจฺฉาโปตกานํ…เป… กินฺติ สฺวาสฺส วจนีโยติ. ตตฺถ กุกฺกุฏจฺฉาปกานนฺติ กุกฺกุฏโปตกานํ. กินฺติ สฺวาสฺส วจนีโยติ โส กินฺติ วจนีโย อสฺส, กึ วตฺตพฺโพ ภเวยฺย เชฏฺโฐ วา กนิฏฺโฐ วาติ.

‘‘เชฏฺโฐ’’ติสฺส, โภ โคตม, วจนีโยติ, โภ โคตม, โส เชฏฺโฐ อิติ อสฺส วจนีโย. กสฺมาติ เจ? โส หิ เนสํ เชฏฺโฐติ, ยสฺมา โส เนสํ วุทฺธตโรติ อตฺโถ. อถสฺส ภควา โอปมฺมํ สมฺปฏิปาเทนฺโต เอวเมว โขติ อาห, ยถา โส กุกฺกุฏโปตโก, เอวํ อหมฺปิ. อวิชฺชาคตาย ปชายาติ อวิชฺชา วุจฺจติ อญฺญาณํ, ตตฺถ คตาย. ปชายาติ สตฺตธิวจนเมตํ, อวิชฺชาโกสสฺส อนฺโต ปวิฏฺเฐสุ สตฺเตสูปิ วุตฺตํ โหติ. อณฺฑภูตายาติ อณฺเฑ ภูตาย ปชาตาย สญฺชาตาย. ยถา หิ อณฺเฑ นิพฺพตฺตา เอกจฺเจ สตฺตา อณฺฑภูตาติ วุจฺจนฺติ, เอวมยํ สพฺพาปิ ปชา อวิชฺชณฺฑโกเส นิพฺพตฺตตฺตา อณฺฑภูตาติ วุจฺจติ. ปริโยนทฺธายาติ เตน อวิชฺชณฺฑโกเสน สมนฺตโต โอนทฺธาย พทฺธาย เวฐิตาย. อวิชฺชณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวาติ ตํ อวิชฺชามยํ อณฺฑโกสํ ภินฺทิตฺวา. เอโกว โลเกติ สกเลปิ โลกสนฺนิวาเส อหเมว เอโก อทุติโย. อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ อุตฺตรรหิตํ สพฺพเสฏฺฐํ สมฺมา สามญฺจ โพธึ, อถ วา ปสตฺถํ สุนฺทรญฺจ โพธึ. อรหตฺตมคฺคญาณสฺเสตํ นามํ, สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺสาปิ นามเมว. อุภยมฺปิ วฏฺฏติ. อญฺเญสํ อรหตฺตมคฺโค อนุตฺตรา โพธิ โหติ, น โหตีติ? น โหติ. กสฺมา? อสพฺพคุณทายกตฺตา. เตสญฺหิ กสฺสจิ อรหตฺตมคฺโค อรหตฺตผลเมว เทติ, กสฺสจิ ติสฺโส วิชฺชา, กสฺสจิ ฉ อภิญฺญา, กสฺสจิ จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา, กสฺสจิ สาวกปารมิญาณํ. ปจฺเจกพุทฺธานมฺปิ ปจฺเจกโพธิญาณเมว เทติ, พุทฺธานํ ปน สพฺพคุณสมฺปตฺตึ เทติ อภิเสโก วิย รญฺโญ สพฺพโลกิสฺสรภาวํ. ตสฺมา อญฺญสฺส กสฺสจิปิ อนุตฺตรา โพธิ น โหตีติ. อภิสมฺพุทฺโธติ อพฺภญฺญาสึ ปฏิวิชฺฌึ, ปตฺโตมฺหิ อธิคโตมฺหีติ วุตฺตํ โหติ.

อิทานิ ยเทตํ ภควตา ‘‘เอวเมว โข’’ติอาทินา นเยน วุตฺตํ โอปมฺมสมฺปฏิปาทนํ, ตํ เอวํ อตฺเถน สํสนฺทิตฺวา เวทิตพฺพํ – ยถา หิ ตสฺสา กุกฺกุฏิยา อตฺตโน อณฺเฑสุ อธิสยนาทิติวิธกิริยากรณํ, เอวํ โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺนสฺส โพธิสตฺตภูตสฺส ภควโต อตฺตโน สนฺตาเน อนิจฺจํ, ทุกฺขํ, อนตฺตาติ ติวิธานุปสฺสนากรณํ. กุกฺกุฏิยา ติวิธกิริยาสมฺปาทเนน อณฺฑานํ อปูติภาโว วิย โพธิสตฺตภูตสฺส ภควโต ติวิธานุปสฺสนาสมฺปาทเนน วิปสฺสนาญาณสฺส อปริหานิ. กุกฺกุฏิยา ติวิธกิริยากรเณน อณฺฑานํ อลฺลสิเนหปริยาทานํ วิย โพธิสตฺตภูตสฺส ภควโต ติวิธานุปสฺสนาสมฺปาทเนน ภวตฺตยานุคตนิกนฺติสิเนหปริยาทานํ. กุกฺกุฏิยา ติวิธกิริยากรเณน อณฺฑกปาลานํ ตนุภาโว วิย โพธิสตฺตภูตสฺส ภควโต ติวิธานุปสฺสนาสมฺปาทเนน อวิชฺชณฺฑโกสสฺส ตนุภาโว, กุกฺกุฏิยา ติวิธกิริยากรเณน กุกฺกุฏโปตกสฺส ปาทนขตุณฺฑกานํ ถทฺธขรภาโว วิย โพธิสตฺตภูตสฺส ภควโต ติวิธานุปสฺสนาสมฺปาทเนน วิปสฺสนาญาณสฺส ติกฺขขรวิปฺปสนฺนสูรภาโว. กุกฺกุฏิยา ติวิธกิริยากรเณน กุกฺกุฏโปตกสฺส ปริณามกาโล วิย โพธิสตฺตภูตสฺส ภควโต ติวิธานุปสฺสนาสมฺปาทเนน วิปสฺสนาญาณสฺส ปริณามกาโล วฑฺฒิกาโล คพฺภคฺคหณกาโล. กุกฺกุฏิยา ติวิธกิริยากรเณน กุกฺกุฏโปตกสฺส ปาทนขสิขาย วา มุขตุณฺฑเกน วา อณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา ปกฺเข ปปฺโผเฏตฺวา โสตฺถินา อภินิพฺภิทากาโล วิย ภควโต ติวิธานุปสฺสนาสมฺปาทเนน วิปสฺสนาญาณคพฺภํ คณฺหาเปตฺวา อนุปุพฺพาธิคเตน อรหตฺตมคฺเคน อวิชฺชณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา อภิญฺญาปกฺเข ปปฺโผเฏตฺวา โสตฺถินา สกลพุทฺธคุณสจฺฉิกตกาโล เวทิตพฺโพ.

อหญฺหิ, พฺราหฺมณ, เชฏฺโฐ เสฏฺโฐ โลกสฺสาติ, พฺราหฺมณ, ยถา เตสํ กุกฺกุฏโปตกานํ ปฐมตรํ อณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา อภินิพฺพตฺโต กุกฺกุฏโปตโก เชฏฺโฐ โหติ, เอวํ อวิชฺชาคตาย ปชาย ตํ อวิชฺชณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา ปฐมตรํ อริยาย ชาติยา ชาตตฺตา อหญฺหิ เชฏฺโฐ วุทฺธตโมติ สงฺขํ คโต, สพฺพคุเณหิ ปน อปฺปฏิสมตฺตา เสฏฺโฐติ.

เอวํ ภควา อตฺตโน อนุตฺตรํ เชฏฺฐเสฏฺฐภาวํ พฺราหฺมณสฺส ปกาเสตฺวา อิทานิ ยาย ปฏิปทาย ตํ อธิคโต, ตํ ปฏิปทํ ปุพฺพภาคโต ปภุติ ทสฺเสตุํ อารทฺธํ โข ปน เม, พฺราหฺมณาติอาทิมาห. ตตฺถ อารทฺธํ โข ปน เม, พฺราหฺมณ, วีริยํ อโหสีติ, พฺราหฺมณ, น มยา อยํ อนุตฺตโร เชฏฺฐเสฏฺฐภาโว กุสีเตน มุฏฺฐสฺสตินา สารทฺธกาเยน วิกฺขิตฺตจิเตน อธิคโต, อปิจ โข ตทธิคมาย อารทฺธํ โข ปน เม วีริยํ อโหสิ. โพธิมณฺเฑ นิสินฺเนน มยา จตุสมฺมปฺปธานเภทํ วีริยํ อารทฺธํ อโหสิ, ปคฺคหิตํ อสิถิลปฺปวตฺติตํ. อารทฺธตฺตาเยว จ เม ตํ อสลฺลีนํ อโหสิ. น เกวลญฺจ วีริยเมว, สติปิ เม อารมฺมณาภิมุขภาเวน อุปฏฺฐิตา อโหสิ, อุปฏฺฐิตตฺตาเยว จ อสมฺมุฏฺฐา. ปสฺสทฺโธ กาโย อสารทฺโธติ กายจิตฺตปฺปสฺสทฺธิวเสน กาโยปิ เม ปสฺสทฺโธ อโหสิ. ตตฺถ ยสฺมา นามกาเย ปสฺสทฺเธ รูปกาโยปิ ปสฺสทฺโธเยว โหติ, ตสฺมา ‘‘นามกาโย รูปกาโย’’ติ อวิเสเสตฺวาว ‘‘ปสฺสทฺโธ กาโย’’ติ วุตฺตํ. อสารทฺโธติ โส จ โข ปสฺสทฺธตฺตาเยว อสารทฺโธ, วิคตทรโถติ วุตฺตํ โหติ. สมาหิตํ จิตฺตํ เอกคฺคนฺติ จิตฺตมฺปิ เม สมฺมา อาหิตํ สุฏฺฐุ ฐปิตํ อปฺปิตํ วิย อโหสิ, สมาหิตตฺตา เอว จ เอกคฺคํ อจลํ นิปฺผนฺทนนฺติ. เอตฺตาวตา ฌานสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทา กถิตา โหติ.

อิทานิ อิมาย ปฏิปทาย อธิคตํ ปฐมชฺฌานํ อาทึ กตฺวา วิชฺชาตฺตยปริโยสานํ วิเสสํ ทสฺเสนฺโต โส โข อหนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ยํ ยาว วินิจฺฉยนเยน วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๖๙) วุตฺตเมว.

อยํ โข เม, พฺราหฺมณาติอาทีสุ ปน วิชฺชาติ วิทิตกรณฏฺเฐน วิชฺชา. กึ วิทิตํ กโรติ? ปุพฺเพนิวาสํ. อวิชฺชาติ ตสฺเสว ปุพฺเพนิวาสสฺส อวิทิตกรณฏฺเฐน ตปฺปฏิจฺฉาทกโมโห. ตโมติ เสฺวว โมโห ตปฺปฏิจฺฉาทกฏฺเฐน ตโม นาม. อาโลโกติ สา เอว วิชฺชา โอภาสกรณฏฺเฐน อาโลโกติ. เอตฺถ จ วิชฺชา อธิคตาติ อตฺโถ, เสสํ ปสํสาวจนํ. โยชนา ปเนตฺถ – อยํ โข เม วิชฺชา อธิคตา, ตสฺส เม อธิคตวิชฺชสฺส อวิชฺชา วิหตา, วินฏฺฐาติ อตฺโถ. กสฺมา? ยสฺมา วิชฺชา อุปฺปนฺนา. เอส นโย อิตรสฺมิมฺปิ ปททฺวเย. ยถา ตนฺติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ. สติยา อวิปฺปวาเสน อปฺปมตฺตสฺส วีริยาตาเปน อาตาปิโน กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขาตาย ปหิตตฺตสฺส เปสิตตฺตสฺสาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา อปฺปมตฺตสฺส อาตาปิโน ปหิตตฺตสฺส วิหรโต อวิชฺชา วิหญฺเญยฺย, วิชฺชา อุปฺปชฺเชยฺย ตโม วิหญฺเญยฺย, อาโลโก อุปฺปชฺเชยฺย, เอวเมว มม อวิชฺชา วิหตา, วิชฺชา อุปฺปนฺนา, ตโม วิหโต, อาโลโก อุปฺปนฺโน. เอตสฺส เม ปธานานุโยคสฺส อนุรูปเมว ผลํ ลทฺธนฺติ.

อยํ โข เม, พฺราหฺมณ, ปฐมา อภินิพฺภิทา อโหสิ กุกฺกุฏจฺฉาปกสฺเสว อณฺฑโกสมฺหาติ อยํ โข มม, พฺราหฺมณ, ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณมุขตุณฺฑเกน ปุพฺเพ นิวุตฺถขนฺธปฺปฏิจฺฉาทกํ อวิชฺชณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา ปฐมา อภินิพฺภิทา ปฐมา นิกฺขนฺติ ปฐมา อริยาชาติ อโหสิ กุกฺกุฏจฺฉาปกสฺเสว มุขตุณฺฑเกน วา ปาทนขสิขาย วา อณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา ตมฺหา อณฺฑโกสมฺหา อภินิพฺภิทา นิกฺขนฺติ กุกฺกุฏนิกาเย ปจฺจาชาตีติ. อยํ ตาว ปุพฺเพนิวาสกถายํ นโย.

จุตุปปาตกถาย ปน วิชฺชาติ ทิพฺพจกฺขุญาณวิชฺชา. อวิชฺชาติ จุตุปปาตปฺปฏิจฺฉาทิกา อวิชฺชา. ยถา ปน ปุพฺเพนิวาสกถายํ ‘‘ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณมุขตุณฺฑเกน ปุพฺเพ นิวุตฺถกฺขนฺธปฺปฏิจฺฉาทกํ อวิชฺชณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา’’ติ วุตฺตํ, เอวมิธ ‘‘จุตุปปาตญาณมุขตุณฺฑเกน จุตุปปาตปฺปฏิจฺฉาทกํ อวิชฺชณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา’’ติ วตฺตพฺพํ.

ยํ ปเนตํ ปจฺจเวกฺขณญาณปริคฺคหิตํ อาสวานํ ขยญาณาธิคมํ พฺราหฺมณสฺส ทสฺเสนฺโต อยํ โข เม, พฺราหฺมณ, ตติยา วิชฺชาติอาทิมาห, ตตฺถ วิชฺชาติ อรหตฺตมคฺควิชฺชา. อวิชฺชาติ จตุสจฺจปฺปฏิจฺฉาทิกา อวิชฺชา. อยํ โข เม, พฺราหฺมณ, ตติยา อภินิพฺภิทา อโหสีติ เอตฺถ อยํ โข มม, พฺราหฺมณ, อาสวานํ ขยญาณมุขตุณฺฑเกน จตุสจฺจปฏิจฺฉาทกํ อวิชฺชณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา ตติยา อภินิพฺภิทา ตติยา นิกฺขนฺติ ตติยา อริยชาติ อโหสิ กุกฺกุฏจฺฉาปกสฺเสว มุขตุณฺฑเกน วา ปาทนขสิขาย วา อณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา ตมฺหา อณฺฑโกสมฺหา อภินิพฺภิทา นิกฺขนฺติ กุกฺกุฏนิกาเย ปจฺจาชาตีติ.

เอตฺตาวตา กึ ทสฺเสสีติ? โส หิ, พฺราหฺมณ, กุกฺกุฏจฺฉาปโก อณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา ตโต นิกฺขมนฺโต สกิเมว ชายติ, อหํ ปน ปุพฺเพนิวุตฺถกฺขนฺธปฺปฏิจฺฉาทกํ อวิชฺชณฺฑโกสํ ภินฺทิตฺวา ปฐมํ ตาว ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณวิชฺชาย ชาโต. ตโต สตฺตานํ จุติปฏิสนฺธิปฺปฏิจฺฉาทกํ อวิชฺชณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา ทุติยํ ทิพฺพจกฺขุญาณวิชฺชาย ชาโต, ปุน จตุสจฺจปฺปฏิจฺฉาทกํ อวิชฺชณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา ตติยํ อาสวานํ ขยญาณวิชฺชาย ชาโต. เอวํ ตีหิ วิชฺชาหิ ติกฺขตฺตุํ ชาโตมฺหิ. สา จ เม ชาติ อริยา สุปริสุทฺธาติ อิทํ ทสฺเสติ. เอวํทสฺเสนฺโต จ ปุพฺเพนิวาสญาเณน อตีตํสญาณํ, ทิพฺพจกฺขุนา ปจฺจุปฺปนฺนานาคตํสญาณํ, อาสวกฺขเยน สกลโลกิยโลกุตฺตรคุณนฺติ เอวํ ตีหิ วิชฺชาหิ สพฺเพปิ สพฺพญฺญุคุเณ ปกาเสตฺวา อตฺตโน อริยาย ชาติยา เชฏฺฐเสฏฺฐภาวํ พฺราหฺมณสฺส ทสฺเสสิ.

เอวํ วุตฺเต เวรญฺโช พฺราหฺมโณติ เอวํ ภควตา โลกานุกมฺปเกน พฺราหฺมณํ อนุกมฺปมาเนน นิคุหิตพฺเพปิ อตฺตโน อริยาย ชาติยา เชฏฺฐเสฏฺฐภาเว วิชฺชาตฺตยปกาสิกาย ธมฺมเทสนาย วุตฺเต ปีติวิปฺผารปริปุณฺณคตฺตจิตฺโต เวรญฺโช พฺราหฺมโณ ตํ ภควโต อริยาย ชาติยา เชฏฺฐเสฏฺฐภาวํ วิทิตฺวา ‘‘อีทิสํ นามาหํ สพฺพโลกเชฏฺฐํ สพฺพคุณสมนฺนาคตํ สพฺพญฺญุํ ‘อญฺเญสํ อภิวาทนาทิกมฺมํ น กโรตี’ติ อวจํ, ธิรตฺถุ วต, โภ, อญฺญาณ’’นฺติ อตฺตานํ ครหิตฺวา ‘‘อยํ ทานิ โลเก อริยาย ชาติยา ปุเรชาตฏฺเฐน เชฏฺโฐ, สพฺพคุเณหิ อปฺปฏิสมฏฺเฐน เสฏฺโฐ’’ติ นิฏฺฐํ คนฺตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – เชฏฺโฐ ภวํ โคตโม เสฏฺโฐ ภวํ โคตโมติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา ปุน ตํ ภควโต ธมฺมเทสนํ อพฺภนุโมทมาโน อภิกฺกนฺตํ โภ โคตมาติอาทิมาห. ตํ วุตฺตตฺถเมวาติ.

๒. สีหสุตฺตวณฺณนา

๑๒. ทุติเย อภิญฺญาตาติ ญาตา ปญฺญาตา ปากฏา. สนฺถาคาเรติ มหาชนสฺส วิสฺสมนตฺถาย กเต อคาเร. สา กิร สนฺถาคารสาลา นครมชฺเฌ อโหสิ, จตูสุ ฐาเนสุ ฐิตานํ ปญฺญายติ, จตูหิ ทิสาหิ อาคตมนุสฺสา ปฐมํ ตตฺถ วิสฺสมิตฺวา ปจฺฉา อตฺตโน อตฺตโน ผาสุกฏฺฐานํ คจฺฉนฺติ. ราชกุลานํ รชฺชกิจฺจสนฺถรณตฺถาย กตํ อคารนฺติปิ วทนฺติเยว. ตตฺถ หิ นิสีทิตฺวา ลิจฺฉวิราชาโน รชฺชกิจฺจํ สนฺถรนฺติ กโรนฺติ วิจาเรนฺติ. สนฺนิสินฺนาติ เตสํ นิสีทนตฺถญฺเญว ปญฺญตฺเตสุ มหารหวรปจฺจตฺถรเณสุ สมุสฺสิตเสตจฺฉตฺเตสุ อาสเนสุ สนฺนิสินฺนา. อเนกปริยาเยน พุทฺธสฺส วณฺณํ ภาสนฺตีติ ราชกุเล กิจฺจญฺเจว โลกตฺถจริยญฺจ วิจาเรตฺวา อเนเกหิ การเณหิ พุทฺธสฺส วณฺณํ ภาสนฺติ กเถนฺติ ทีเปนฺติ. ปณฺฑิตา หิ เต ราชาโน สทฺธา ปสนฺนา โสตาปนฺนาปิ สกทาคามิโนปิ อนาคามิโนปิ อริยสาวกา, เต สพฺเพปิ โลกิยชฏํ ฉินฺทิตฺวา พุทฺธาทีนํ ติณฺณํ รตนานํ วณฺณํ ภาสนฺติ. ตตฺถ ติวิโธ พุทฺธวณฺโณ นาม จริยวณฺโณ, สรีรวณฺโณ, คุณวณฺโณติ. ตตฺริเม ราชาโน จริยาย วณฺณํ อารภึสุ – ‘‘ทุกฺกรํ วต กตํ สมฺมาสมฺพุทฺเธน กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขยฺยานิ ทส ปารมิโย, ทส อุปปารมิโย, ทส ปรมตฺถปารมิโยติ สมตฺตึส ปารมิโย ปูเรนฺเตน, ญาตตฺถจริยํ, โลกตฺถจริยํ, พุทฺธจริยํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ปญฺจ มหาปริจฺจาเค ปริจฺจชนฺเตนา’’ติ อฑฺฒจฺฉกฺเกหิ ชาตกสเตหิ พุทฺธวณฺณํ กเถนฺตา ตุสิตภวนํ ปาเปตฺวา ฐปยึสุ.

ธมฺมสฺส วณฺณํ ภาสนฺตา ปน ‘‘เตน ภควตา ธมฺโม เทสิโต, นิกายโต ปญฺจ นิกายา, ปิฏกโต ตีณิ ปิฏกานิ, องฺคโต นว องฺคานิ, ขนฺธโต จตุราสีติธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานี’’ติ โกฏฺฐาสวเสน ธมฺมคุณํ กถยึสุ.

สงฺฆสฺส วณฺณํ ภาสนฺตา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ‘‘ปฏิลทฺธสทฺธา กุลปุตฺตา โภคกฺขนฺธญฺเจว ญาติปริวฏฺฏญฺจ ปหาย เสตจฺฉตฺตํ โอปรชฺชํ เสนาปติเสฏฺฐิภณฺฑาคาริกฏฺฐานนฺตราทีนิ อคเณตฺวา นิกฺขมฺม สตฺถุ วรสาสเน ปพฺพชนฺติ. เสตจฺฉตฺตํ ปหาย ปพฺพชิตานํ ภทฺทิยราชมหากปฺปินปุกฺกุสาติอาทีนํ ราชปพฺพชิตานํเยว พุทฺธกาเล อสีติสหสฺสานิ อเหสุํ. อเนกโกฏิสตํ ธนํ ปหาย ปพฺพชิตานํ ปน ยสกุลปุตฺตโสณเสฏฺฐิปุตฺตรฏฺฐปาลกุลปุตฺตาทีนํ ปริจฺเฉโท นตฺถิ. เอวรูปา จ เอวรูปา จ กุลปุตฺตา สตฺถุ สาสเน ปพฺพชนฺตี’’ติ ปพฺพชฺชาสงฺเขปวเสน สงฺฆคุเณ กถยึสุ.

สีโห เสนาปตีติ เอวํนามโก เสนาย อธิปติ. เวสาลิยญฺหิ สตฺต สหสฺสานิ สตฺต สตานิ สตฺต จ ราชาโน. เต สพฺเพปิ สนฺนิปติตฺวา สพฺเพสํ มนํ คเหตฺวา ‘‘รฏฺฐํ วิจาเรตุํ สมตฺถํ เอกํ วิจินถา’’ติ วิจินนฺตา สีหํ ราชกุมารํ ทิสฺวา ‘‘อยํ สกฺขิสฺสตี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา ตสฺส รตฺตมณิวณฺณํ กมฺพลปริโยนทฺธํ เสนาปติจฺฉตฺตํ อทํสุ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘สีโห เสนาปตี’’ติ. นิคณฺฐสาวโกติ นิคณฺฐสฺส นาฏปุตฺตสฺส ปจฺจยทายโก อุปฏฺฐาโก. ชมฺพุทีปตลสฺมิญฺหิ ตโย ชนา นิคณฺฐานํ อคฺคุปฏฺฐากา – นาฬนฺทายํ, อุปาลิ คหปติ, กปิลปุเร วปฺโป สกฺโก, เวสาลิยํ อยํ สีโห เสนาปตีติ. นิสินฺโน โหตีติ เสสราชูนํ ปริสาย อนฺตรนฺตเร อาสนานิ ปญฺญาปยึสุ, สีหสฺส ปน มชฺเฌ ฐาเนติ ตสฺมึ ปญฺญตฺเต มหารเห ราชาสเน นิสินฺโน โหติ. นิสฺสํสยนฺติ นิพฺพิจิกิจฺฉํ อทฺธา เอกํเสน, น เหเต ยสฺส วา ตสฺส วา อปฺเปสกฺขสฺส เอวํ อเนกสเตหิ การเณหิ วณฺณํ ภาสนฺติ.

เยน นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต เตนุปสงฺกมีติ นิคณฺโฐ กิร นาฏปุตฺโต ‘‘สจายํ สีโห กสฺสจิเทว สมณสฺส โคตมสฺส วณฺณํ กเถนฺตสฺส สุตฺวา สมณํ โคตมํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิสฺสติ, มยฺหํ ปริหานิ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา ปฐมตรํเยว สีหํ เสนาปตึ เอตทโวจ – ‘‘เสนาปติ อิมสฺมึ โลเก ‘อหํ พุทฺโธ อหํ พุทฺโธ’ติ พหู วิจรนฺติ. สเจ ตฺวํ กสฺสจิ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิตุกาโม อโหสิ, มํ ปุจฺเฉยฺยาสิ. อหํ เต ยุตฺตฏฺฐานํ เปเสสฺสามิ, อยุตฺตฏฺฐานโต นิวาเรสฺสามี’’ติ. โส ตํ กถํ อนุสฺสริตฺวา ‘‘สเจ มํ เปเสสฺสติ, คมิสฺสามิ. โน เจ, น คมิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เยน นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต, เตนุปสงฺกมิ.

อถสฺส วจนํ สุตฺวา นิคณฺโฐ มหาปพฺพเตน วิย พลวโสเกน โอตฺถโฏ ‘‘ยตฺถ ทานิสฺสาหํ คมนํ น อิจฺฉามิ, ตตฺเถว คนฺตุกาโม ชาโต, หโตหมสฺมี’’ติ อนตฺตมโน หุตฺวา ‘‘ปฏิพาหนุปายมสฺส กริสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา กึ ปน ตฺวนฺติอาทิมาห. เอวํ วทนฺโต วิจรนฺตํ โคณํ ทณฺเฑน ปหรนฺโต วิย ชลมานํ ปทีปํ นิพฺพาเปนฺโต วิย ภตฺตภริตํ ปตฺตํ นิกฺกุชฺชนฺโต วิย จ สีหสฺส อุปฺปนฺนปีตึ วินาเสสิ. คมิยาภิสงฺขาโรติ หตฺถิยานาทีนํ โยชาปนคนฺธมาลาทิคฺคหณวเสน ปวตฺโต ปโยโค. โส ปฏิปฺปสฺสมฺภีติ โส วูปสนฺโต.

ทุติยมฺปิ โขติ ทุติยวารมฺปิ. อิมสฺมิญฺจ วาเร พุทฺธสฺส วณฺณํ ภาสนฺตา ตุสิตภวนโต ปฏฺฐาย ยาว มหาโพธิปลฺลงฺกา ทสพลสฺส เหฏฺฐา ปาทตเลหิ อุปริ เกสคฺเคหิ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณอสีติอนุพฺยญฺชนพฺยามปฺปภานํ วเสน สรีรวณฺณํ กถยึสุ. ธมฺมสฺส วณฺณํ ภาสนฺตา ‘‘เอกปเทปิ เอกพฺยญฺชเนปิ อวขลิตํ นาม นตฺถี’’ติ สุกถิตวเสเนว ธมฺมคุณํ กถยึสุ. สงฺฆสฺส วณฺณํ ภาสนฺตา ‘‘เอวรูปํ ยสสิริวิภวํ ปหาย สตฺถุ สาสเน ปพฺพชิตา น โกสชฺชปกติกา โหนฺติ, เตรสสุ ปน ธุตงฺคคุเณสุ ปริปูรการิโน หุตฺวา สตฺตสุ อนุปสฺสนาสุ กมฺมํ กโรนฺติ, อฏฺฐตึสารมฺมณวิภตฺติโย วฬญฺเชนฺตี’’ติ ปฏิปทาวเสน สงฺฆคุเณ กถยึสุ.

ตติยวาเร ปน พุทฺธสฺส วณฺณํ ภาสมานา ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติ สุตฺตนฺตปริยาเยเนว พุทฺธคุเณ กถยึสุ, ‘‘สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม’’ติอาทินา สุตฺตนฺตปริยาเยเนว ธมฺมคุเณ, ‘‘สุปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ’’ติอาทินา สุตฺตนฺตปริยาเยเนว สงฺฆคุเณ จ กถยึสุ. ตโต สีโห จินฺเตสิ – ‘‘อิเมสญฺจ ลิจฺฉวิราชกุมารานํ ตติยทิวสโต ปฏฺฐาย พุทฺธธมฺมสงฺฆคุเณ กเถนฺตานํ มุขํ นปฺปโหติ, อทฺธา อโนมคุเณน สมนฺนาคตา โส ภควา, อิมํ ทานิ อุปฺปนฺนํ ปีตึ อวิชหิตฺวาว อหํ อชฺช สมฺมาสมฺพุทฺธํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ. อถสฺส ‘‘กึ หิ เม กริสฺสนฺติ นิคณฺฐา’’ติ วิตกฺโก อุทปาทิ. ตตฺถ กึ หิ เม กริสฺสนฺตีติ กึ นาม มยฺหํ นิคณฺฐา กริสฺสนฺติ. อปโลกิตา วา อนปโลกิตา วาติ อาปุจฺฉิตา วา อนาปุจฺฉิตา วา. น หิ เม เต อาปุจฺฉิตา ยานวาหนสมฺปตฺตึ, น จ อิสฺสริยวิเสสํ ทสฺสนฺติ, นาปิ อนาปุจฺฉิตา หริสฺสนฺติ, อผลํ เอเตสํ อาปุจฺฉนนฺติ อธิปฺปาโย.

เวสาลิยา นิยฺยาสีติ ยถา หิ คิมฺหกาเล เทเว วุฏฺเฐ อุทกํ สนฺทมานํ นทึ โอตริตฺวา โถกเมว คนฺตฺวา ติฏฺฐติ นปฺปวตฺตติ, เอวํ สีหสฺส ปฐมทิวเส ‘‘ทสพลํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ อุปฺปนฺนาย ปีติยา นิคณฺเฐน ปฏิพาหิตกาโล. ยถาปิ ทุติยทิวเส เทเว วุฏฺเฐ อุทกํ สนฺทมานํ นทึ โอตริตฺวา โถกํ คนฺตฺวา วาลิกาปุญฺชํ ปหริตฺวา อปฺปวตฺตํ โหติ, เอวํ สีหสฺส ทุติยทิวเส ‘‘ทสพลํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ อุปฺปนฺนาย ปีติยา นิคณฺเฐน ปฏิพาหิตกาโล. ยถา ตติยทิวเส เทเว วุฏฺเฐ อุทกํ สนฺทมานํ นทึ โอตริตฺวา ปุราณปณฺณสุกฺขทณฺฑกฏฺฐกจวราทีนิ ปริกฑฺฒนฺตํ วาลิกาปุญฺชํ ภินฺทิตฺวา สมุทฺทนินฺนเมว โหติ, เอวํ สีโห ตติยทิวเส ติณฺณํ วตฺถูนํ คุณกถํ สุตฺวา อุปฺปนฺเน ปีติปาโมชฺเช ‘‘อผลา นิคณฺฐา นิปฺผลา นิคณฺฐา, กึ เม อิเม กริสฺสนฺติ, คมิสฺสามหํ สตฺถุสนฺติก’’นฺติ มนํ อภินีหริตฺวา เวสาลิยา นิยฺยาสิ. นิยฺยนฺโต จ ‘‘จิรสฺสาหํ ทสพลสฺส สนฺติกํ คนฺตุกาโม ชาโต, น โข ปน เม ยุตฺตํ อญฺญาตกเวเสน คนฺตุ’’นฺติ ‘‘เยเกจิ ทสพลสฺส สนฺติกํ คนฺตุกามา, สพฺเพ นิกฺขมนฺตู’’ติ โฆสนํ กาเรตฺวา ปญฺจรถสตานิ โยชาเปตฺวา อุตฺตมรเถ ฐิโต เตหิ เจว ปญฺจหิ รถสเตหิ มหติยา จ ปริสาย ปริวุโต คนฺธปุปฺผจุณฺณวาสาทีนิ คาหาเปตฺวา นิยฺยาสิ. ทิวา ทิวสฺสาติ ทิวสสฺส จ ทิวา, มชฺฌนฺหิเก อติกฺกนฺตมตฺเต.

เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ อารามํ ปวิสนฺโต ทูรโตว อสีติ-อนุพฺยญฺชน-พฺยามปฺปภา-ทฺวตฺตึส-มหาปุริสลกฺขณานิ ฉพฺพณฺณฆนพุทฺธรสฺมิโย จ ทิสฺวา ‘‘เอวรูปํ นาม ปุริสํ เอวํ อาสนฺเน วสนฺตํ เอตฺตกํ กาลํ นาทฺทสํ, วญฺจิโต วตมฺหิ, อลาภา วต เม’’ติ จินฺเตตฺวา มหานิธึ ทิสฺวา ทลิทฺทปุริโส วิย สญฺชาตปีติปาโมชฺโช เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ. ธมฺมสฺส จานุธมฺมํ พฺยากโรนฺตีติ โภตา โคตเมน วุตฺตการณสฺส อนุการณํ กเถนฺติ. การณวจโน เหตฺถ ธมฺมสทฺโท ‘‘เหตุมฺหิ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติอาทีสุ (วิภ. ๗๒๐) วิย. การณนฺติ เจตฺถ ตถาปวตฺตสฺส สทฺทสฺส อตฺโถ อธิปฺเปโต ตสฺส ปวตฺติเหตุภาวโต. อตฺถปฺปยุตฺโต หิ สทฺทปฺปโยโค. อนุการณนฺติ เอโส เอว ปเรหิ ตถา วุจฺจมาโน. สหธมฺมิโก วาทานุวาโทติ. ปเรหิ วุตฺตการเณหิ สการโณ หุตฺวา ตุมฺหากํ วาโท วา ตโต ปรํ ตสฺส อนุวาโท วา โกจิ อปฺปมตฺตโกปิ วิญฺญูหิ ครหิตพฺพํ ฐานํ การณํ น อาคจฺฉติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – กึ สพฺพากาเรนปิ ตว วาเท คารยฺหํ การณํ นตฺถีติ. อนพฺภกฺขาตุกามาติ น อภูเตน วตฺตุกามา. อตฺถิ สีหปริยาโยติอาทีนํ อตฺโถ เวรญฺชกณฺเฑ อาคตนเยเนว เวทิตพฺโพ. ปรเมน อสฺสาเสนาติ จตุมคฺคจตุผลสงฺขาเตน อุตฺตเมน. อสฺสาสาย ธมฺมํ เทเสมีติ อสฺสาสนตฺถาย สนฺถมฺภนตฺถาย ธมฺมํ เทเสมิ. อิติ ภควา อฏฺฐหงฺเคหิ สีหสฺส เสนาปติสฺส ธมฺมํ เทเสสิ.

อนุวิจฺจการนฺติ อนุวิทิตฺวา จินฺเตตฺวา ตุลยิตฺวา กตฺตพฺพํ กโรหีติ วุตฺตํ โหติ. สาธุ โหตีติ สุนฺทโร โหติ. ตุมฺหาทิสสฺมิญฺหิ มํ ทิสฺวา มํ สรณํ คจฺฉนฺเต นิคณฺฐํ ทิสฺวา นิคณฺฐํ สรณํ คจฺฉนฺเต ‘‘กึ อยํ สีโห ทิฏฺฐทิฏฺฐเมว สรณํ คจฺฉตี’’ติ ครหา อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา อนุวิจฺจกาโร ตุมฺหาทิสานํ สาธูติ ทสฺเสติ. ปฏากํ ปริหเรยฺยุนฺติ เต กิร เอวรูปํ สาวกํ ลภิตฺวา ‘‘อสุโก นาม ราชา วา ราชมหามตฺโต วา เสฏฺฐิ วา อมฺหากํ สรณํ คโต สาวโก ชาโต’’ติ ปฏากํ อุกฺขิปิตฺวา นคเร โฆเสนฺตา อาหิณฺฑนฺติ. กสฺมา? เอวํ โน มหนฺตภาโว อาวิภวิสฺสตีติ จ. สเจ ปนสฺส ‘‘กิมหํ เอเตสํ สรณํ คโต’’ติ วิปฺปฏิสาโร อุปฺปชฺเชยฺย, ตมฺปิ โส ‘‘เอเตสํ เม สรณคตภาวํ พหู ชานนฺติ, ทุกฺขํ อิทานิ ปฏินิวตฺติตุ’’นฺติ วิโนเทตฺวา น ปฏิกฺกมิสฺสตีติ จ. เตนาห – ‘‘ปฏากํ ปริหเรยฺยุ’’นฺติ. โอปานภูตนฺติ ปฏิยตฺตอุทปาโน วิย ฐิตํ. กุลนฺติ ตว นิเวสนํ. ทาตพฺพํ มญฺเญยฺยาสีติ ปุพฺเพ ทสปิ วีสติปิ สฏฺฐิปิ ชเน อาคเต ทิสฺวา นตฺถีติ อวตฺวา เทสิ, อิทานิ มํ สรณํ คตการณมตฺเตเนว มา อิเมสํ เทยฺยธมฺมํ อุปจฺฉินฺทิ. สมฺปตฺตานญฺหิ ทาตพฺพเมวาติ โอวทิ. สุตํ เมตํ, ภนฺเตติ กุโต สุตนฺติ? นิคณฺฐานํ สนฺติกา. เต กิร กุลฆเรสุ เอวํ ปกาเสนฺติ ‘‘มยํ ยสฺส กสฺสจิ สมฺปตฺตสฺส ทาตพฺพนฺติ วทาม, สมโณ ปน โคตโม ‘มยฺหเมว ทานํ ทาตพฺพํ นาญฺเญสํ, มยฺหเมว สาวกานํ ทานํ ทาตพฺพํ, นาญฺเญสํ สาวกานํ, มยฺหเมว ทินฺนํ ทานํ มหปฺผลํ, นาญฺเญสํ, มยฺหเมว สาวกานํ ทินฺนํ มหปฺผลํ, นาญฺเญส’นฺติ เอวํ วทตี’’ติ. ตํ สนฺธาย อยํ ‘‘สุตํ เมต’’นฺติ อาห.

อนุปุพฺพึ กถนฺติ ทานานนฺตรํ สีลํ, สีลานนฺตรํ สคฺคํ, สคฺคานนฺตรํ มคฺคนฺติ เอวํ อนุปฏิปาฏิกถํ. ตตฺถ ทานกถนฺติ อิทํ ทานํ นาม สุขานํ นิทานํ, สมฺปตฺตีนํ มูลํ, โภคานํ ปติฏฺฐา, วิสมคตสฺส ตาณํ เลณํ คติ ปรายณํ, อิธโลกปรโลเกสุ ทานสทิโส อวสฺสโย ปติฏฺฐา อารมฺมณํ ตาณํ เลณํ คติ ปรายณํ นตฺถิ. อิทญฺหิ อวสฺสยฏฺเฐน รตนมยสีหาสนสทิสํ, ปติฏฺฐานฏฺเฐน มหาปถวีสทิสํ, อารมฺมณฏฺเฐน อาลมฺพนรชฺชุสทิสํ. อิทญฺหิ ทุกฺขนิตฺถรณฏฺเฐน นาวา, สมสฺสาสนฏฺเฐน สงฺคามสูโร, ภยปริตฺตาณฏฺเฐน สุสงฺขตนครํ, มจฺเฉรมลาทีหิ อนุปลิตฺตฏฺเฐน ปทุมํ, เตสํ นิทหนฏฺเฐน อคฺคิ, ทุราสทฏฺเฐน อาสิวิโส, อสนฺตาสนฏฺเฐน สีโห, พลวนฺตฏฺเฐน หตฺถี, อภิมงฺคลสมฺมตฏฺเฐน เสตวสโภ, เขมนฺตภูมิสมฺปาปนฏฺเฐน วลาหโก อสฺสราชา. ทานํ นาเมตํ มยา คตมคฺโค, มเยฺหโส วํโส, มยา ทส ปารมิโย ปูเรนฺเตน เวลามมหายญฺโญ, มหาโควินฺทมหายญฺโญ, มหาสุทสฺสนมหายญฺโญ, เวสฺสนฺตรมหายญฺโญติ, อเนกมหายญฺญา ปวตฺติตา, สสภูเตน ชลิตอคฺคิกฺขนฺเธ อตฺตานํ นิยฺยาเทนฺเตน สมฺปตฺตยาจกานํ จิตฺตํ คหิตํ. ทานญฺหิ โลเก สกฺกสมฺปตฺตึ เทติ มารสมฺปตฺตึ พฺรหฺมสมฺปตฺตึ, จกฺกวตฺติสมฺปตฺตึ, สาวกปารมีญาณํ, ปจฺเจกโพธิญาณํ, อภิสมฺโพธิญาณํ เทตีติ เอวมาทิทานคุณปฺปฏิสํยุตฺตํ กถํ.

ยสฺมา ปน ทานํ เทนฺโต สีลํ สมาทาตุํ สกฺโกติ, ตสฺมา ตทนนฺตรํ สีลกถํ กเถสิ. สีลกถนฺติ สีลํ นาเมตํ อวสฺสโย ปติฏฺฐา อารมฺมณํ ตาณํ เลณํ คติ ปรายณํ. สีลํ นาเมตํ มม วํโส, อหํ สงฺขปาลนาคราชกาเล ภูริทตฺตนาคราชกาเล จมฺเปยฺยนาคราชกาเล สีลวราชกาเล มาตุโปสกหตฺถิราชกาเล ฉทฺทนฺตหตฺถิราชกาเลติ อนนฺเตสุ อตฺตภาเวสุ สีลํ ปริปูเรสึ. อิธโลกปรโลกสมฺปตฺตีนญฺหิ สีลสทิโส อวสฺสโย ปติฏฺฐา อารมฺมณํ ตาณํ เลณํ คติ ปรายณํ นตฺถิ, สีลาลงฺการสทิโส อลงฺกาโร นตฺถิ, สีลปุปฺผสทิสํ ปุปฺผํ นตฺถิ, สีลคนฺธสทิโส คนฺโธ นตฺถิ. สีลาลงฺกาเรน หิ อลงฺกตํ สีลคนฺธานุลิตฺตํ สเทวโกปิ โลโก โอโลเกนฺโต ติตฺตึ น คจฺฉตีติ เอวมาทิสีลคุณปฺปฏิสํยุตฺตํ กถํ.

‘‘อิทํ ปน สีลํ นิสฺสาย อยํ สคฺโค ลพฺภตี’’ติ ทสฺเสตุํ สีลานนฺตรํ สคฺคกถํ กเถสิ. สคฺคกถนฺติ ‘‘อยํ สคฺโค นาม อิฏฺโฐ กนฺโต มนาโป, นิจฺจเมตฺถ กีฬา, นิจฺจํ สมฺปตฺติโย ลพฺภนฺติ, จาตุมหาราชิกา เทวา นวุติวสฺสสตสหสฺสานิ ทิพฺพสุขํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวนฺติ, ตาวตึสา ติสฺโส จ วสฺสโกฏิโย สฏฺฐิ จ วสฺสสตสหสฺสานี’’ติ เอวมาทิสคฺคคุณปฺปฏิสํยุตฺตํ กถํ. สคฺคสมฺปตฺตึ กถยนฺตานญฺหิ พุทฺธานํ มุขํ นปฺปโหติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘อเนกปริยาเยน ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, สคฺคกถํ กเถยฺย’’นฺติอาทิ (ม. นิ. ๓.๒๕๕).

เอวํ สคฺคกถาย ปโลเภตฺวา ปน หตฺถึ อลงฺกริตฺวา ตสฺส โสณฺฑํ ฉินฺทนฺโต วิย ‘‘อยมฺปิ สคฺโค อนิจฺโจ อทฺธุโว, น เอตฺถ ฉนฺทราโค กตฺตพฺโพ’’ติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อปฺปสฺสาทา กามา พหุทุกฺขา พหุปายาสา, อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโย’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓๕-๒๓๖; ๒.๔๒) นเยน กามานํ อาทีนวํ โอการํ สํกิเลสํ กเถสิ. ตตฺถ อาทีนโวติ โทโส. โอกาโรติ อวกาโร ลามกภาโว. สํกิเลโสติ เตหิ สตฺตานํ สํสาเร สํกิลิสฺสนํ. ยถาห – ‘‘สํกิลิสฺสนฺติ วต, โภ, สตฺตา’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๕๑).

เอวํ กามาทีนเวน ตชฺเชตฺวา เนกฺขมฺเม อานิสํสํ ปกาเสสิ. กลฺลจิตฺตนฺติ อโรคจิตฺตํ. สามุกฺกํสิกาติ สามํ อุกฺกํสิกา อตฺตนาเยว อุทฺธริตฺวา คหิตา, สยมฺภุญาเณน ทิฏฺฐา อสาธารณา อญฺเญสนฺติ อตฺโถ. กา ปน สาติ? อริยสจฺจเทสนา. เตเนวาห – ทุกฺขํ สมุทยํ นิโรธํ มคฺคนฺติ. วิรชํ วีตมลนฺติ ราครชาทีนํ อภาวา วิรชํ, ราคมลาทีนํ วิคตตฺตา วีตมลํ. ธมฺมจกฺขุนฺติ อิธ โสตาปตฺติมคฺโค อธิปฺเปโต. ตสฺส อุปฺปตฺติอาการทสฺสนตฺถํ ยํกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺมนฺติ อาห. ตญฺหิ นิโรธํ อารมฺมณํ กตฺวา กิจฺจวเสน เอวํ สพฺพสงฺขตํ ปฏิวิชฺฌนฺตํ อุปฺปชฺชติ. ทิฏฺโฐ อริยสจฺจธมฺโม เอเตนาติ ทิฏฺฐธมฺโม. เอส นโย เสเสสุปิ. ติณฺณา วิจิกิจฺฉา อเนนาติ ติณฺณวิจิกิจฺโฉ. วิคตา กถํกถา อสฺสาติ วิคตกถํกโถ. วิสารชฺชํ ปตฺโตติ เวสารชฺชปฺปตฺโต. กตฺถ? สตฺถุสาสเน. นาสฺส ปโร ปจฺจโย, น ปรํ สทฺธาย เอตฺถ วตฺตตีติ อปรปฺปจฺจโย.

ปวตฺตมํสนฺติ ปกติยา ปวตฺตํ กปฺปิยมํสํ มูลํ คเหตฺวา อนฺตราปเณ ปริเยสาหีติ อธิปฺปาโย. สมฺพหุลา นิคณฺฐาติ ปญฺจสตมตฺตา นิคณฺฐา. ถูลํ ปสุนฺติ ถูลํ มหาสรีรํ โคกณฺณมหึสสูกรสงฺขาตํ ปสุํ. อุทฺทิสฺสกตนฺติ อตฺตานํ อุทฺทิสิตฺวา กตํ, มาริตนฺติ อตฺโถ. ปฏิจฺจกมฺมนฺติ สฺวายํ ตํ มํสํ ปฏิจฺจ ตํ ปาณวธกมฺมํ ผุสติ. ตญฺหิ อกุสลํ อุปฑฺฒํ ทายกสฺส, อุปฑฺฒํ ปฏิคฺคาหกสฺส โหตีติ เนสํ ลทฺธิ. อปโร นโย – ปฏิจฺจกมฺมนฺติ อตฺตานํ ปฏิจฺจกตํ. อถ วา ปฏิจฺจกมฺมนฺติ นิมิตฺตกมฺมสฺเสตํ อธิวจนํ, ตํ ปฏิจฺจกมฺมํ เอตฺถ อตฺถีติ มํสมฺปิ ปฏิจฺจกมฺมนฺติ วุตฺตํ. อุปกณฺณเกติ กณฺณมูเล. อลนฺติ ปฏิกฺเขปวจนํ, กึ อิมินาติ อตฺโถ. น จ ปเนเตติ เอเต อายสฺมนฺโต ทีฆรตฺตํ อวณฺณกามา หุตฺวา อวณฺณํ ภาสนฺตาปิ อพฺภาจิกฺขนฺตา น ชิริทนฺติ, อพฺภกฺขานสฺส อนฺตํ น คจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. อถ วา ลชฺชนตฺเถ อิทํ ชิริทนฺตีติ ปทํ ทฏฺฐพฺพํ, น ลชฺชนฺตีติ อตฺโถ.

๓. อสฺสาชานียสุตฺตวณฺณนา

๑๓. ตติเย องฺเคหีติ คุณงฺเคหิ. ตสฺสํ ทิสายํ ชาโต โหตีติ ตสฺสํ สินฺธุนทีตีรทิสายํ ชาโต โหติ. อญฺเญปิ ภทฺรา อสฺสาชานียา ตตฺเถว ชายนฺติ. อลฺลํ วา สุกฺขํ วาติ อลฺลติณํ วา สุกฺขติณํ วา. นาญฺเญ อสฺเส อุพฺเพเชตาติ อญฺเญ อสฺเส น อุพฺเพเชติ น ปหรติ น ฑํสติ น กลหํ กโรติ. สาเฐยฺยานีติ สฐภาโว. กูเฏยฺยานีติ กูฏภาโว. ชิเมฺหยฺยานีติ ชิมฺหภาโว. วงฺเกยฺยานีติ วงฺกภาวา. อิจฺจสฺส จตูหิปิ ปเทหิ อสิกฺขิตภาโวว กถิโต. วาหีติ วหนสภาโว ทินฺโนวาทปฏิกโร. ยาว ชีวิตมรณปริยาทานาติ ยาว ชีวิตสฺส มรเณน ปริโยสานา. สกฺกจฺจํ ปริภุญฺชตีติ อมตํ วิย ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชติ. ปุริสถาเมนาติอาทีสุ ญาณถามาทโย กถิตา. สณฺฐานนฺติ โอสกฺกนํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิ.

๔. อสฺสขฬุงฺกสุตฺตวณฺณนา

๑๔. จตุตฺเถ ‘‘เปหี’’ติ วุตฺโตติ ‘‘คจฺฉา’’ติ วุตฺโต. ปิฏฺฐิโต รถํ ปวตฺเตตีติ ขนฺธฏฺฐิเกน ยุคํ อุปฺปีฬิตฺวา ปจฺฉิมภาเคน รถํ ปวฏฺเฏนฺโต โอสกฺกติ. ปจฺฉา ลงฺฆติ, กุพฺพรํ หนตีติ เทฺว ปจฺฉิมปาเท อุกฺขิปิตฺวา เตหิ ปหริตฺวา รถกุพฺพรํ ภินฺทติ. ติทณฺฑํ ภญฺชตีติ รถสฺส ปุรโต ตโย ทณฺฑกา โหนฺติ, เต ภญฺชติ. รถีสาย สตฺถึ อุสฺสชฺชิตฺวาติ สีสํ นาเมตฺวา ยุคํ ภูมิยํ ปาเตตฺวา สตฺถินา รถีสํ ปหริตฺวา. อชฺโฌมทฺทตีติ ทฺวีหิ ปุริมปาเทหิ อีสํ มทฺทนฺโต ติฏฺฐติ. อุพฺพฏุมํ รถํ กโรตีติ ถลํ วา กณฺฑกฏฺฐานํ วา รถํ อาโรเปติ. อนาทิยิตฺวาติ อมนสิกตฺวา อคณิตฺวา. มุขาธานนฺติ มุขฐปนตฺถาย ทินฺนํ อยสงฺขลิกํ. ขีลฏฺฐายีติ จตฺตาโร ปาเท ถมฺเภ วิย นิจฺจลํ ฐเปตฺวา ขีลฏฺฐานสทิเสน ฐาเนน ติฏฺฐติ. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏเมว กถิตํ.

๕. มลสุตฺตวณฺณนา

๑๕. ปญฺจเม อสชฺฌายมลาติ อุคฺคหิตมนฺตานํ อสชฺฌายกรณํ มลํ นาม โหติ. อนุฏฺฐานมลา ฆราติ อุฏฺฐานวีริยาภาโว ฆรานํ มลํ นาม. วณฺณสฺสาติ สรีรวณฺณสฺส. รกฺขโตติ ยํกิญฺจิ อตฺตโน สนฺตกํ รกฺขนฺตสฺส. อวิชฺชา ปรมํ มลนฺติ ตโต เสสากุสลธมฺมมลโต อฏฺฐสุ ฐาเนสุ อญฺญาณภูตา วฏฺฏมูลสงฺขาตา พหลนฺธการอวิชฺชา ปรมํ มลํ. ตโต หิ มลตรํ นาม นตฺถิ. อิมสฺมิมฺปิ สุตฺเต วฏฺฏเมว กถิตํ.

๖. ทูเตยฺยสุตฺตวณฺณนา

๑๖. ฉฏฺเฐ ทูเตยฺยนฺติ ทูตกมฺมํ. คนฺตุมรหตีติ ตํ ทูเตยฺยสงฺขาตํ สาสนํ ธาเรตฺวา หริตุํ อรหติ. โสตาติ โย ตํ อสฺส สาสนํ เทติ, ตสฺส โสตา. สาเวตาติ ตํ อุคฺคณฺหิตฺวา ‘‘อิทํ นาม ตุเมฺหหิ วุตฺต’’นฺติ ปฏิสาเวตา. อุคฺคเหตาติ สุคฺคหิตํ กตฺวา อุคฺคเหตา. ธาเรตาติ สุธาริตํ กตฺวา ธาเรตา. วิญฺญาติ อตฺถานตฺถสฺส อตฺถํ ชานิตา. วิญฺญาเปตาติ ปรํ วิชานาเปตา. สหิตา สหิตสฺสาติ อิทํ สหิตํ, อิทํ อสหิตนฺติ เอวํ สหิตาสหิตสฺส กุสโล, อุปคตานุปคเตสุ เฉโก สาสนํ อาโรเจนฺโต สหิตํ สลฺลกฺเขตฺวา อาโรเจติ. น พฺยถตีติ เวธติ น ฉมฺภติ. อสนฺทิทฺธนฺติ นิสฺสนฺเทหํ วิคตสํสยํ. ปุจฺฉิโตติ ปญฺหตฺถาย ปุจฺฉิโต.

๗-๘. พนฺธนสุตฺตทฺวยวณฺณนา

๑๗-๑๘. สตฺตเม รุณฺเณนาติ รุทิเตน. อากปฺเปนาติ นิวาสนปารุปนาทินา วิธาเนน. วนภงฺเคนาติ วนโต ภญฺชิตฺวา อาหเฏน ปุปฺผผลาทิปณฺณากาเรน. อฏฺฐเมปิ เอเสว นโย.

๙. ปหาราทสุตฺตวณฺณนา

๑๙. นวเม ปหาราโทติ เอวํนามโก. อสุรินฺโทติ อสุรเชฏฺฐโก. อสุเรสุ หิ เวปจิตฺติ ราหุ ปหาราโทติ อิเม ตโย เชฏฺฐกา. เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ ทสพลสฺส อภิสมฺพุทฺธทิวสโต ปฏฺฐาย ‘‘อชฺช คมิสฺสามิ เสฺว คมิสฺสามี’’ติ เอกาทส วสฺสานิ อติกฺกมิตฺวา ทฺวาทสเม วสฺเส สตฺถุ เวรญฺชายํ วสนกาเล ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สนฺติกํ คมิสฺสามี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘มม ‘อชฺช เสฺว’ติ ทฺวาทส วสฺสานิ ชาตานิ, หนฺทาหํ อิทาเนว คจฺฉามี’’ติ ตงฺขณํเยว อสุรคณปริวุโต อสุรภวนา นิกฺขมิตฺวา ทิวา ทิวสฺส เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, เอกมนฺตํ อฏฺฐาสีติ โส กิร ‘‘ตถาคตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา เอว ธมฺมํ สุณิสฺสามี’’ติ อาคโต, ตถาคตสฺส ปน ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย พุทฺธคารเวน ปุจฺฉิตุํ อสกฺโกนฺโต อปิ สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. ตโต สตฺถา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ปหาราโท มยิ อกเถนฺเต ปฐมตรํ กเถตุํ น สกฺขิสฺสติ, จิณฺณวสิฏฺฐาเนเยว นํ กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ เอกํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ.

อถ นํ ปุจฺฉนฺโต อปิ ปน ปหาราทาติอาทิมาห. ตตฺถ อภิรมนฺตีติ รตึ วินฺทนฺติ, อนุกฺกณฺฐมานา วสนฺตีติ อตฺโถ. โส ‘‘ปริจิณฺณฏฺฐาเนเยว มํ ภควา ปุจฺฉตี’’ติ อตฺตมโน หุตฺวา อภิรมนฺติ, ภนฺเตติ อาห. อนุปุพฺพนินฺโนติอาทีนิ สพฺพานิ อนุปฏิปาฏิยา นินฺนภาวสฺส เววจนานิ. น อายตเกเนว ปปาโตติ น ฉินฺนตฏมหาโสพฺโภ วิย อาทิโตว ปปาโต. โส หิ ตีรโต ปฏฺฐาย เอกงฺคุลทฺวงฺคุลวิทตฺถิรตนยฏฺฐิอุสภอฑฺฒคาวุตคาวุตอฑฺฒโยชนาทิวเสน คมฺภีโร หุตฺวา คจฺฉนฺโต สิเนรุปาทมูเล จตุราสีติโยชนสหสฺสคมฺภีโร หุตฺวา ฐิโตติ ทสฺเสติ.

ฐิตธมฺโมติ ฐิตสภาโว. กุณเปนาติ เยน เกนจิ หตฺถิอสฺสาทีนํ กเฬวเรน. ถลํ อุสฺสาเรตีติ หตฺเถน คเหตฺวา วิย วีจิปหาเรเนว ถลํ ขิปติ.

คงฺคายมุนาติ อิธ ฐตฺวา อิมาสํ นทีนํ อุปฺปตฺติกถํ กเถตุํ วฏฺฏติ. อยํ ตาว ชมฺพุทีโป ทสสหสฺสโยชนปริมาโณ, ตตฺถ จตุสหสฺสโยชนปริมาโณ ปเทโส อุทเกน อชฺโฌตฺถโฏ มหาสมุทฺโทติ สงฺขํ คโต, ติสหสฺสโยชนปฺปมาเณ มนุสฺสา วสนฺติ, ติสหสฺสโยชนปฺปมาเณ หิมวา ปติฏฺฐิโต อุพฺเพเธน ปญฺจโยชนสติโก จตุราสีติกูฏสหสฺสปฏิมณฺฑิโต สมนฺตโต สนฺทมานปญฺจสตนทีวิจิตฺโต, ยตฺถ อายามวิตฺถาเรน จ คมฺภีรโต จ ปณฺณาสปณฺณาสโยชนา ทิยฑฺฒโยชนสตปริมณฺฑลา อโนตตฺตทโห กณฺณมุณฺฑทโห รถการทโห ฉทฺทนฺตทโห กุณาลทโห มนฺทากินิทโห สีหปฺปปาตทโหติ สตฺต มหาสรา ปติฏฺฐหนฺติ.

เตสุ อโนตตฺโต สุทสฺสนกูฏํ จิตฺตกูฏํ กาฬกูฏํ คนฺธมาทนกูฏํ เกลาสกูฏนฺติ อิเมหิ ปญฺจหิ ปพฺพเตหิ ปริกฺขิตฺโต. ตตฺถ สุทสฺสนกูฏํ โสวณฺณมยํ ทฺวิโยชนสตุพฺเพธํ อนฺโตวงฺกํ กากมุขสณฺฐานํ ตเมว สรํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ติฏฺฐติ, จิตฺตกูฏํ สพฺพรตนมยํ, กาฬกูฏํ อญฺชนมยํ, คนฺธมาทนกูฏํ สานุมยํ อพฺภนฺตเร มุคฺควณฺณํ, มูลคนฺโธ สารคนฺโธ เผคฺคุคนฺโธ ตจคนฺโธ ปปฏิกาคนฺโธ รสคนฺโธ ปตฺตคนฺโธ ปุปฺผคนฺโธ ผลคนฺโธ คนฺธคนฺโธติ อิเมหิ ทสหิ คนฺเธหิ อุสฺสนฺนํ, นานปฺปการโอสธสญฺฉนฺนํ กาฬปกฺขอุโปสถทิวเส อาทิตฺตมิว องฺคารํ ชลนฺตํ ติฏฺฐติ, เกลาสกูฏํ รชตมยํ. สพฺพานิ สุทสฺสเนน สมานุพฺเพธสณฺฐานานิ ตเมว สรํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ฐิตานิ. ตานิ สพฺพานิ เทวานุภาเวน นาคานุภาเวน จ วสฺสนฺติ, นทิโย เจเตสุ สนฺทนฺติ. ตํ สพฺพมฺปิ อุทกํ อโนตตฺตเมว ปวิสติ. จนฺทิมสูริยา ทกฺขิเณน วา อุตฺตเรน วา คจฺฉนฺตา ปพฺพตนฺตเรน ตตฺถ โอภาสํ กโรนฺติ, อุชุํ คจฺฉนฺตา น กโรนฺติ. เตเนวสฺส อโนตตฺโต ติสงฺขา อุทปาทิ.

ตตฺถ มโนหรสิลาตลานิ นิมฺมจฺฉกจฺฉปานิ ผลิกสทิสนิมฺมโลทกานิ นฺหานติตฺถานิ สุปฏิยตฺตานิ โหนฺติ, เยสุ พุทฺธา ขีณาสวา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ อิทฺธิมนฺตา จ อิสโย นฺหายนฺติ, เทวยกฺขาทโย อุทกกีฬํ กีฬนฺติ.

ตสฺส จตูสุ ปสฺเสสุ สีหมุขํ, หตฺถิมุขํ, อสฺสมุขํ, อุสภมุขนฺติ จตฺตาริ มุขานิ โหนฺติ, เยหิ จตสฺโส นทิโย สนฺทนฺติ. สีหมุเขน นิกฺขนฺตนทีตีเร สีหา พหุตรา โหนฺติ, หตฺถิมุขาทีหิ หตฺถิอสฺสอุสภา. ปุรตฺถิมทิสโต นิกฺขนฺตนที อโนตตฺตํ ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา อิตรา ติสฺโส นทิโย อนุปคมฺม ปาจีนหิมวนฺเตเนว อมนุสฺสปถํ คนฺตฺวา มหาสมุทฺทํ ปวิสติ. ปจฺฉิมทิสโต จ อุตฺตรทิสโต จ นิกฺขนฺตนทิโยปิ ตเถว ปทกฺขิณํ กตฺวา ปจฺฉิมหิมวนฺเตเนว อุตฺตรหิมวนฺเตเนว จ อมนุสฺสปถํ คนฺตฺวา มหาสมุทฺทํ ปวิสนฺติ. ทกฺขิณมุขโต นิกฺขนฺตนที ปน ตํ ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา อุตฺตเรน อุชุกํ ปาสาณปิฏฺเฐเนว สฏฺฐิ โยชนานิ คนฺตฺวา ปพฺพตํ ปหริตฺวา อุฏฺฐาย ปริกฺเขเปน ติคาวุตปฺปมาณา อุทกธารา หุตฺวา อากาเสน สฏฺฐิ โยชนานิ คนฺตฺวา ติยคฺคเฬ นาม ปาสาเณ ปติตา, ปาสาโณ อุทกธาราเวเคน ภินฺโน. ตตฺถ ปญฺญาสโยชนปฺปมาณา ติยคฺคฬา นาม มหาโปกฺขรณี ชาตา, โปกฺขรณิยา กูลํ ภินฺทิตฺวา ปาสาณํ ปวิสิตฺวา สฏฺฐิ โยชนานิ คตา. ตโต ฆนปถวึ ภินฺทิตฺวา อุมฺมงฺเคน สฏฺฐิ โยชนานิ คนฺตฺวา คิญฺฌํ นาม ติรจฺฉานปพฺพตํ ปหริตฺวา หตฺถตเล ปญฺจงฺคุลิสทิสา ปญฺจ ธารา หุตฺวา ปวตฺตติ. สา ติกฺขตฺตุํ อโนตตฺตํ ปทกฺขิณํ กตฺวา คตฏฺฐาเน อาวตฺตคงฺคาติ วุจฺจติ. อุชุกํ ปาสาณปิฏฺเฐน สฏฺฐิ โยชนานิ คตฏฺฐาเน กณฺหคงฺคา, อากาเสน สฏฺฐิ โยชนานิ คตฏฺฐาเน อากาสคงฺคา, ติยคฺคฬปาสาเณ ปญฺญาสโยชโนกาเส ฐิตา ติยคฺคฬโปกฺขรณี, กูลํ ภินฺทิตฺวา ปาสาณํ ปวิสิตฺวา สฏฺฐิ โยชนานิ คตฏฺฐาเน พหลคงฺคาติ, อุมงฺเคน สฏฺฐิ โยชนานิ คตฏฺฐาเน อุมงฺคคงฺคาติ วุจฺจติ. วิญฺฌํ นาม ติรจฺฉานปพฺพตํ ปหริตฺวา ปญฺจ ธารา หุตฺวา ปวตฺตนฏฺฐาเน ปน คงฺคา, ยมุนา, อจิรวตี, สรภู, มหีติ ปญฺจ สงฺขํ คตา. เอวเมตา ปญฺจ มหานทิโย หิมวนฺตโต ปวตฺตนฺตีติ เวทิตพฺพา.

สวนฺติโยติ ยา กาจิ สวมานา คจฺฉนฺตี มหานทิโย วา กุนฺนทิโย วา. อปฺเปนฺตีติ อลฺลียนฺติ โอสรนฺติ. ธาราติ วุฏฺฐิธารา. ปูรตฺตนฺติ ปุณฺณภาโว. มหาสมุทฺทสฺส หิ อยํ ธมฺมตา – ‘‘อิมสฺมึ กาเล เทโว มนฺโท ชาโต, ชาลกฺขิปาทีนิ อาทาย มจฺฉกจฺฉเป คณฺหิสฺสามา’’ติ วา ‘‘อิมสฺมึ กาเล มหนฺตา วุฏฺฐิ, ลภิสฺสาม นุ โข ปิฏฺฐิปสารณฏฺฐาน’’นฺติ วา วตฺตุํ น สกฺกา. ปฐมกปฺปิกกาลโต ปฏฺฐาย หิ ยํ สิเนรุเมขลํ อาหจฺจ อุทกํ ฐิตํ, ตโต เอกงฺคุลมตฺตมฺปิ อุทกํ เนว เหฏฺฐา โอสีทติ, น อุทฺธํ อุตฺตรติ. เอกรโสติ อสมฺภินฺนรโส.

มุตฺตาติ ขุทฺทกมหนฺตวฏฺฏทีฆาทิเภทา อเนกวิธา. มณีติ รตฺตนีลาทิเภโท อเนกวิโธ. เวฬุริโยติ วํสวณฺณสิรีสปุปฺผวณฺณาทิเภโท อเนกวิโธ. สงฺโขติ ทกฺขิณาวฏฺฏตมฺพกุจฺฉิกธมนสงฺขาทิเภโท อเนกวิโธ. สิลาติ เสตกาฬมุคฺควณฺณาทิเภโท อเนกวิธา. ปวาฬนฺติ ขุทฺทกมหนฺตรตฺตฆนรตฺตาทิเภทํ อเนกวิธํ. มสารคลฺลนฺติ กพรมณิ. นาคาติ อูมิปิฏฺฐวาสิโนปิ วิมานฏฺฐกา นาคาปิ.

อฏฺฐ ปหาราทาติ สตฺถา อฏฺฐปิ ธมฺเม วตฺตุํ สกฺโกติ, โสฬสปิ พาตฺตึสปิ จตุสฏฺฐิปิ สหสฺสมฺปิ, ปหาราเทน ปน อฏฺฐ กถิตา, อหมฺปิ เตเหว สริกฺขเก กตฺวา กเถสฺสามีติ จินฺเตตฺวา เอวมาห. อนุปุพฺพสิกฺขาติอาทีสุ อนุปุพฺพสิกฺขาย ติสฺโส สิกฺขา คหิตา, อนุปุพฺพกิริยาย เตรส ธุตงฺคานิ, อนุปุพฺพปฏิปทาย สตฺต อนุปสฺสนา อฏฺฐารส มหาวิปสฺสนา อฏฺฐตึส อารมฺมณวิภตฺติโย สตฺตตึส โพธปกฺขิยธมฺมา. น อายตเกเนว อญฺญาปฏิเวโธติ มณฺฑูกสฺส อุปฺปติตฺวา คมนํ วิย อาทิโตว สีลปูรณาทึ อกตฺวา อรหตฺตปฺปฏิเวโธ นาม นตฺถิ, ปฏิปาฏิยา ปน สีลสมาธิปญฺญาโย ปูเรตฺวาว สกฺกา อรหตฺตํ ปตฺตุนฺติ อตฺโถ.

อารกาวาติ ทูเรเยว. น เตน นิพฺพานธาตุยา อูนตฺตํ วา ปูรตฺตํ วาติ อสงฺเขฺยยฺเยปิ กปฺเป พุทฺเธสุ อนุปฺปนฺเนสุ เอกสตฺโตปิ ปรินิพฺพาตุํ น สกฺโกติ, ตทาปิ ‘‘ตุจฺฉา นิพฺพานธาตู’’ติ น สกฺกา วตฺตุํ. พุทฺธกาเล จ ปน เอเกกสฺมึ สมาคเม อสงฺเขฺยยฺยาปิ สตฺตา อมตํ อาราเธนฺติ, ตทาปิ น สกฺกา วตฺตุํ – ‘‘ปูรา นิพฺพานธาตู’’ติ.

๑๐. อุโปสถสุตฺตวณฺณนา

๒๐. ทสเม นิสินฺโน โหตีติ อุโปสถกรณตฺถาย อุปาสิกาย รตนปาสาเท นิสินฺโน. นิสชฺช ปน ภิกฺขูนํ จิตฺตานิ โอโลเกนฺโต เอกํ ทุสฺสีลปุคฺคลํ ทิสฺวา ‘‘สจาหํ อิมสฺมึ ปุคฺคเล นิสินฺเนเยว ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิสฺสามิ, สตฺตธา ตสฺส มุทฺธา ผลิสฺสตี’’ติ ตสฺส อนุกมฺปาย ตุณฺหีเยว อโหสิ. อภิกฺกนฺตาติ อติกฺกนฺตา ปริกฺขีณา. อุทฺธสฺเต อรุเณติ อุคฺคเต อรุณสีเส. นนฺทิมุขิยาติ ตุฏฺฐมุขิยา. อปริสุทฺธา, อานนฺท, ปริสาติ ‘‘อสุกปุคฺคโล อปริสุทฺโธ’’ติ อวตฺวา ‘‘อปริสุทฺธา, อานนฺท, ปริสา’’ติ อาห. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

มหาวคฺโค ทุติโย.

๓. คหปติวคฺโค

๑. ปฐมอุคฺคสุตฺตวณฺณนา

๒๑. ตติยสฺส ปฐเม ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทีติ ตสฺส กิร ฆเร ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ ปญฺจ อาสนสตานิ นิจฺจํ ปญฺญตฺตาเนว โหนฺติ, เตสุ อญฺญตรสฺมึ อาสเน นิสีทิ. ตํ สุณาหีติ เต สุณาหิ, ตํ วา อฏฺฐวิธํ อจฺฉริยธมฺมํ สุณาหิ. จิตฺตํ ปสีทีติ ‘‘พุทฺโธ นุ โข น พุทฺโธ นุ โข’’ติ วิตกฺกมตฺตมฺปิ น อุปฺปชฺชิ, อยเมว พุทฺโธติ จิตฺตุปฺปาโท ปสนฺโน อนาวิโล อโหสิ. สกานิ วา ญาติกุลานีติ อตฺตโน ยาปนมตฺตํ ธนํ คเหตฺวา ญาติฆรานิ คจฺฉตุ. กสฺส โว ทมฺมีติ กตรปุริสสฺส ตุเมฺห ททามิ, อาโรเจถ เม อตฺตโน อธิปฺปายํ. อปฺปฏิวิภตฺตาติ ‘‘เอตฺตกํ ทสฺสามิ เอตฺตกํ น ทสฺสามิ, อิทํ ทสฺสามิ อิทํ น ทสฺสามี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทนฺเตน หิ ปฏิวิภตฺตา นาม โหติ, มยฺหํ ปน น เอวํ. อถ โข สงฺฆิกา วิย คณสนฺตกา วิย จ สีลวนฺเตหิ สทฺธึ สาธารณาเยว. สกฺกจฺจํเยว ปยิรุปาสามีติ สหตฺถา อุปฏฺฐหามิ, จิตฺตีกาเรน อุปสงฺกมามิ.

อนจฺฉริยํ โข ปน มํ, ภนฺเตติ, ภนฺเต, ยํ มํ เทวตา อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ อาโรเจนฺติ, อิทํ น อจฺฉริยํ. ยํ ปนาหํ ตโตนิทานํ จิตฺตสฺส อุณฺณตึ นาภิชานามิ, ตํ เอว อจฺฉริยนฺติ วทติ. สาธุ สาธุ, ภิกฺขูติ เอตฺถ กิญฺจาปิ ภิกฺขุํ อามนฺเตติ, อุปาสกสฺเสว ปน เวยฺยากรณสมฺปหํสเน เอส สาธุกาโรติ เวทิตพฺโพ.

๒. ทุติยอุคฺคสุตฺตวณฺณนา

๒๒. ทุติเย นาควเนติ ตสฺส กิร เสฏฺฐิโน นาควนํ นาม อุยฺยานํ, โส ตตฺถ ปุเรภตฺตํ คนฺธมาลาทีนิ คาหาเปตฺวา อุยฺยานกีฬิกํ กีฬิตุกาโม คนฺตฺวา ปริจาริยมาโน ภควนฺตํ อทฺทส. สห ทสฺสเนเนวสฺส ปุริมนเยเนว จิตฺตํ ปสีทิ, สุราปาเนน จ อุปฺปนฺนมนฺโท ตงฺขณํเยว ปหียิ. ตํ สนฺธาเยวมาห. โอโณเชสินฺติ อุทกํ หตฺเถ ปาเตตฺวา อทาสึ. อสุโกติ อมุโก. สมจิตฺโตว เทมีติ ‘‘อิมสฺส โถกํ, อิมสฺส พหุก’’นฺติ เอวํ จิตฺตนานตฺตํ น กโรมิ, เทยฺยธมฺมํ ปน เอกสทิสํ กโรมีติ ทสฺเสติ. อาโรเจนฺตีติ อากาเส ฐตฺวา อาโรเจนฺติ. นตฺถิ ตํ สํโยชนนฺติ อิมินา อุปาสโก อตฺตโน อนาคามิผลํ พฺยากโรติ.

๓. ปฐมหตฺถกสุตฺตวณฺณนา

๒๓. ตติเย หตฺถโก อาฬวโกติ ภควตา อาฬวกยกฺขสฺส หตฺถโต หตฺเถหิ สมฺปฏิจฺฉิตตฺตา หตฺถโกติ ลทฺธนาโม ราชกุมาโร. สีลวาติ ปญฺจสีลทสสีเลน สีลวา. จาควาติ จาคสมฺปนฺโน. กจฺจิตฺถ, ภนฺเตติ, ภนฺเต, กจฺจิ เอตฺถ ภควโต พฺยากรณฏฺฐาเน. อปฺปิจฺโฉติ อธิคมปฺปิจฺฉตาย อปฺปิจฺโฉ.

๔. ทุติยหตฺถกสุตฺตวณฺณนา

๒๔. จตุตฺเถ ปญฺจมตฺเตหิ อุปาสกสเตหีติ โสตาปนฺนสกทาคามีนํเยว อริยสาวกอุปาสกานํ ปญฺจหิ สเตหิ ปริวุโต ภุตฺตปาตราโส คนฺธมาลวิเลเปนจุณฺณานิ คเหตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ. สงฺคหวตฺถูนีติ สงฺคณฺหนการณานิ. เตหาหนฺติ เตหิ อหํ. ตํ ทาเนน สงฺคณฺหามีติ นงฺคลพลิพทฺทภตฺตพีชาทีนิ เจว คนฺธมาลมูลาทีนิ จ ทตฺวา สงฺคณฺหามิ. เปยฺยวชฺเชนาติ อมฺม, ตาต, ภาตร, ภคินีติอาทิเกน กณฺณสุเขน มุทุเกน ปิยวจเนน สงฺคณฺหามิ. อตฺถจริยายาติ ‘‘อิมสฺส ทาเนน วา ปิยวจเนน วา กิจฺจํ นตฺถิ, อตฺถจริยาย สงฺคณฺหิตพฺพยุตฺตโก อย’’นฺติ ญตฺวา อุปฺปนฺนกิจฺจนิตฺถรณสงฺขาตาย อตฺถจริยาย สงฺคณฺหามิ. สมานตฺตตายาติ ‘‘อิมสฺส ทานาทีหิ กิจฺจํ นตฺถิ, สมานตฺตตาย สงฺคณฺหิตพฺโพ อย’’นฺติ เอกโต ขาทนปิวนนิสชฺชาทีหิ อตฺตนา สมานํ กตฺวา สงฺคณฺหามิ. ทลิทฺทสฺส โข โน ตถา โสตพฺพํ มญฺญนฺตีติ ทลิทฺทสฺส กิญฺจิ ทาตุํ วา กาตุํ วา อสกฺโกนฺตสฺส, ยถา ทลิทฺทสฺส โน ตถา โสตพฺพํ มญฺญนฺติ, มม ปน โสตพฺพํ มญฺญนฺติ, ทินฺโนวาเท ติฏฺฐนฺติ, น เม อนุสาสนึ อติกฺกมิตพฺพํ มญฺญนฺติ. โยนิ โข ตฺยายนฺติ อุปาโย โข เต อยํ. อิเมสุ ปน ทฺวีสุปิ สุตฺเตสุ สตฺถารา สีลจาคปญฺญา มิสฺสกา กถิตาติ เวทิตพฺพา.

๕-๖. มหานามสุตฺตาทิวณฺณนา

๒๕-๒๖. ปญฺจเม อตฺถูปปริกฺขิตา โหตีติ อตฺถานตฺถํ การณาการณํ อุปปริกฺขิตา โหติ. ฉฏฺเฐ สทฺธาสีลจาคา มิสฺสกา กถิตา.

๗. ปฐมพลสุตฺตวณฺณนา

๒๗. สตฺตเม อุชฺฌตฺติพลาติ อุชฺฌานพลา. พาลานญฺหิ ‘‘ยํ อสุโก อิทญฺจิทญฺจ อาห, มํ โส อาห, น อญฺญ’’นฺติ เอวํ อุชฺฌานเมว พลํ. นิชฺฌตฺติพลาติ ‘‘น อิทํ เอวํ, เอวํ นาเมต’’นฺติ อตฺถานตฺถนิชฺฌาปนํเยว พลํ. ปฏิสงฺขานพลาติ ปจฺจเวกฺขณพลา. ขนฺติพลาติ อธิวาสนพลา.

๘. ทุติยพลสุตฺตวณฺณนา

๒๘. อฏฺฐเม พลานีติ ญาณพลานิ. อาสวานํ ขยํ ปฏิชานาตีติ อรหตฺตํ ปฏิชานาติ. อนิจฺจโตติ หุตฺวา อภาวากาเรน. ยถาภูตนฺติ ยถาสภาวโต. สมฺมปฺปญฺญายาติ สหวิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย. องฺคารกาสูปมาติ สนฺตาปนฏฺเฐน องฺคารกาสุยา อุปมิตา อิเม กามาติ. วิเวกนินฺนนฺติ ผลสมาปตฺติวเสน นิพฺพานนินฺนํ. วิเวกฏฺฐนฺติ กิเลเสหิ วชฺชิตํ ทูรีภูตํ วา. เนกฺขมฺมาภิรตนฺติ ปพฺพชฺชาภิรตํ. พฺยนฺติภูตนฺติ วิคตนฺตภูตํ เอกเทเสนาปิ อนลฺลีนํ วิสํยุตฺตํ วิสํสฏฺฐํ. อาสวฏฺฐานิเยหีติ สมฺปโยควเสน อาสวานํ การณภูเตหิ, กิเลสธมฺเมหีติ อตฺโถ. อถ วา พฺยนฺติภูตนฺติ วิคตวายนฺติ อตฺโถ. กุโต? สพฺพโส อาสวฏฺฐานิเยหิ ธมฺเมหิ, สพฺเพหิ เตภูมกธมฺเมหีติ อตฺโถ. อิมสฺมึ สุตฺเต อริยมคฺโค โลกิยโลกุตฺตโร กถิโต.

๙. อกฺขณสุตฺตวณฺณนา

๒๙. นวเม ขเณ กิจฺจานิ กโรตีติ ขณกิจฺโจ, โอกาสํ ลภิตฺวาว กิจฺจานิ กโรตีติ อตฺโถ. ธมฺโมติ จตุสจฺจธมฺโม. โอปสมิโกติ กิเลสูปสมาวโห. ปรินิพฺพายิโกติ กิเลสปรินิพฺพานกโร. จตุมคฺคญาณสงฺขาตํ สมฺโพธึ คจฺฉติ สมฺปาปุณาตีติ สมฺโพธคามี. ทีฆายุกํ เทวนิกายนฺติ อิทํ อสญฺญํ เทวนิกายํ สนฺธาย วุตฺตํ. อวิญฺญาตาเรสูติ อติวิย อวิญฺญูสุ.

สุปฺปเวทิเตติ สุกถิเต. อนฺตรายิกาติ อนฺตรายกรา. ขโณ เว มา อุปจฺจคาติ อยํ ลทฺโธ ขโณ มา อติกฺกมิ. อิธ เจว นํ วิราเธตีติ สเจ โกจิ ปมตฺตจารี อิธ อิมํ ขณํ ลภิตฺวาปิ สทฺธมฺมสฺส นิยามตํ อริยมคฺคํ วิราเธติ น สมฺปาเทติ. อตีตตฺโถติ หาปิตตฺโถ. จิรตฺตํ อนุตปิสฺสตีติ จิรรตฺตํ โสจิสฺสติ. ยถา หิ ‘‘อสุกฏฺฐาเน ภณฺฑํ สมุปฺปนฺน’’นฺติ สุตฺวา เอโก วาณิโช น คจฺเฉยฺย, อญฺเญ คนฺตฺวา คเณฺหยฺยุํ, เตสํ ตํ อฏฺฐคุณมฺปิ ทสคุณมฺปิ ภเวยฺย. อถ อิตโร ‘‘มม อตฺโถ อติกฺกนฺโต’’ติ อนุตเปยฺย, เอวํ โย อิธ ขณํ ลภิตฺวา อปฺปฏิปชฺชนฺโต สทฺธมฺมสฺส นิยามตํ วิราเธติ, โส อยํ วาณิโชว อตีตตฺโถ จิรํ อนุตปิสฺสติ โสจิสฺสติ. กิญฺจ ภิยฺโย อวิชฺชานิวุโตติ ตถา. ปจฺจวิทุนฺติ ปฏิวิชฺฌึสุ. สํวราติ สีลสํวรา. มารเธยฺยปรานุเคติ มารเธยฺยสงฺขาตํ สํสารํ อนุคเต. ปารงฺคตาติ นิพฺพานํ คตา. เย ปตฺตา อาสวกฺขยนฺติ เย อรหตฺตํ ปตฺตา. เอวมิธ คาถาสุ วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตํ.

๑๐. อนุรุทฺธมหาวิตกฺกสุตฺตวณฺณนา

๓๐. ทสเม เจตีสูติ เจตินามกานํ ราชูนํ นิวาสฏฺฐานตฺตา เอวํลทฺธโวหาเร รฏฺเฐ. ปาจีนวํสทาเยติ ทสพลสฺส วสนฏฺฐานโต ปาจีนทิสาย ฐิเต วํสทาเย นีโลภาเสหิ เวฬูหิ สญฺฉนฺเน อรญฺเญ. เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทีติ เถโร กิร ปพฺพชิตฺวา ปฐมอนฺโตวสฺสมฺหิเยว สมาปตฺติลาภี หุตฺวา สหสฺสโลกธาตุทสฺสนสมตฺถํ ทิพฺพจกฺขุญาณํ อุปฺปาเทสิ. โส สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา เอวมาห – ‘‘อิธาหํ, อาวุโส สาริปุตฺต, ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน สหสฺสโลกํ โอโลเกมิ. อารทฺธํ โข ปน เม วีริยํ อสลฺลีนํ, อุปฏฺฐิตา สติ อสมฺมุฏฺฐา, ปสฺสทฺโธ กาโย อสารทฺโธ, สมาหิตํ จิตฺตํ เอกคฺคํ. อถ จ ปน เม อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ น วิมุจฺจตี’’ติ. อถ นํ เถโร อาห – ‘‘ยํ โข เต, อาวุโส อนุรุทฺธ, เอวํ โหติ ‘อหํ ทิพฺเพน จกฺขุนา…เป… โอโลเกมี’ติ, อิทํ เต มานสฺมึ. ยมฺปิ เต, อาวุโส, อนุรุทฺธ เอวํ โหติ ‘อารทฺธํ โข ปน เม วีริยํ…เป… เอกคฺค’นฺติ, อิทํ เต อุทฺธจฺจสฺมึ. ยมฺปิ เต, อาวุโส อนุรุทฺธ, เอวํ โหติ ‘อถ จ ปน เม อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ น วิมุจฺจตี’ติ, อิทํ เต กุกฺกุจฺจสฺมึ. สาธุ วตายสฺมา อนุรุทฺโธ อิเม ตโย ธมฺเม ปหาย อิเม ตโย ธมฺเม อมนสิกริตฺวา อมตาย ธาตุยา จิตฺตํ อุปสํหรตู’’ติ เอวมสฺส เถโร กมฺมฏฺฐานํ กเถสิ. โส กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา สตฺถารํ อาปุจฺฉิตฺวา เจติรฏฺฐํ คนฺตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺโต อฏฺฐมาสํ จงฺกเมน วีตินาเมสิ. โส ปธานเวคนิมฺมถิตตฺตา กิลนฺตกาโย เอกสฺส เวฬุคุมฺพสฺส เหฏฺฐา นิสีทิ. อถสฺสายํ เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ, เอส มหาปุริสวิตกฺโก อุปฺปชฺชีติ อตฺโถ.

อปฺปิจฺฉสฺสาติ เอตฺถ ปจฺจยปฺปิจฺโฉ, อธิคมปฺปิจฺโฉ, ปริยตฺติอปฺปิจฺโฉ, ธุตงฺคปฺปิจฺโฉติ จตฺตาโร อปฺปิจฺฉา. ตตฺถ ปจฺจยปฺปิจฺโฉ พหุํ เทนฺเต อปฺปํ คณฺหาติ, อปฺปํ เทนฺเต อปฺปตรํ คณฺหาติ, น อนวเสสคฺคาหี โหติ. อธิคมปฺปิจฺโฉ มชฺฌนฺติกตฺเถโร วิย อตฺตโน อธิคมํ อญฺเญสํ ชานิตุํ น เทติ. ปริยตฺติอปฺปิจฺโฉ เตปิฏโกปิ สมาโน น พหุสฺสุตภาวํ ชานาเปตุกาโม โหติ สาเกตติสฺสตฺเถโร วิย. ธุตงฺคปฺปิจฺโฉ ธุตงฺคปริหรณภาวํ อญฺเญสํ ชานิตุํ น เทติ เทฺวภาติกตฺเถเรสุ เชฏฺฐตฺเถโร วิย. วตฺถุ วิสุทฺธิมคฺเค กถิตํ. อยํ ธมฺโมติ เอวํ สนฺตคุณนิคุหเนน จ ปฏิคฺคหเณ มตฺตญฺญุตาย จ อปฺปิจฺฉสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ นวโลกุตฺตรธมฺโม สมฺปชฺชติ, โน มหิจฺฉสฺส. เอวํ สพฺพตฺถ โยเชตพฺพํ.

สนฺตุฏฺฐสฺสาติ จตูสุ ปจฺจเยสุ ตีหิ สนฺโตเสหิ สนฺตุฏฺฐสฺส. ปวิวิตฺตสฺสาติ กายจิตฺตอุปธิวิเวเกหิ วิวิตฺตสฺส. ตตฺถ กายวิเวโก นาม คณสงฺคณิกํ วิโนเทตฺวา อารมฺภวตฺถุวเสน เอกีภาโว. เอกีภาวมตฺเตเนว กมฺมํ น นิปฺผชฺชตีติ กสิณปริกมฺมํ กตฺวา อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตติ, อยํ จิตฺตวิเวโก นาม. สมาปตฺติมตฺเตเนว กมฺมํ น นิปฺผชฺชตีติ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อยํ สพฺพาการโต อุปธิวิเวโก นาม. เตนาห ภควา – ‘‘กายวิเวโก จ วิเวกฏฺฐกายานํ เนกฺขมฺมาภิรตานํ, จิตฺตวิเวโก จ ปริสุทฺธจิตฺตานํ ปรมโวทานปฺปตฺตานํ, อุปธิวิเวโก จ นิรุปธีนํ ปุคฺคลานํ วิสงฺขารคตาน’’นฺติ (มหานิ. ๗, ๔๙).

สงฺคณิการามสฺสาติ คณสงฺคณิกาย เจว กิเลสสงฺคณิกาย จ รตสฺส. อารทฺธวีริยสฺสาติ กายิกเจตสิกวีริยวเสน อารทฺธวีริยสฺส. อุปฏฺฐิตสฺสติสฺสาติ จตุสติปฏฺฐานวเสน อุปฏฺฐิตสฺสติสฺส. สมาหิตสฺสาติ เอกคฺคจิตฺตสฺส. ปญฺญวโตติ กมฺมสฺสกตปญฺญาย ปญฺญวโต.

สาธุ สาธูติ เถรสฺส วิตกฺกํ สมฺปหํเสนฺโต เอวมาห. อิมํ อฏฺฐมนฺติ สตฺต นิธี ลทฺธปุริสสฺส อฏฺฐมํ เทนฺโต วิย, สตฺต มณิรตนานิ, สตฺต หตฺถิรตนานิ, สตฺต อสฺสรตนานิ ลทฺธปุริสสฺส อฏฺฐมํ เทนฺโต วิย สตฺต มหาปุริสวิตกฺเก วิตกฺเกตฺวา ฐิตสฺส อฏฺฐมํ อาจิกฺขนฺโต เอวมาห. นิปฺปปญฺจารามสฺสาติ ตณฺหามานทิฏฺฐิปปญฺจรหิตตฺตา นิปฺปปญฺจสงฺขาเต นิพฺพานปเท อภิรตสฺส. อิตรํ ตสฺเสว เววจนํ. ปปญฺจารามสฺสาติ ยถาวุตฺเตสุ ปปญฺเจสุ อภิรตสฺส. อิตรํ ตสฺเสว เววจนํ.

ยโตติ ยทา. ตโตติ ตทา. นานารตฺตานนฺติ นิลปีตโลหิโตทาตวณฺเณหิ นานารชเนหิ รตฺตานํ. ปํสุกูลนฺติ เตวีสติยา เขตฺเตสุ ฐิตปํสุกูลจีวรํ. ขายิสฺสตีติ ยถา ตสฺส ปุพฺพณฺหสมยาทีสุ ยสฺมึ สมเย ยํ อิจฺฉติ, ตสฺมึ สมเย ตํ ปารุปนฺตสฺส โส ทุสฺสกรณฺฑโก มนาโป หุตฺวา ขายติ, เอวํ ตุยฺหมฺปิ จีวรสนฺโตสมหาอริยวํเสน ตุฏฺฐสฺส วิหรโต ปํสุกูลจีวรํ ขายิสฺสติ อุปฏฺฐหิสฺสติ. รติยาติ รติอตฺถาย. อปริตสฺสายาติ ตณฺหาทิฏฺฐิปริตสฺสนาหิ อปริตสฺสนตฺถาย. ผาสุวิหารายาติ สุขวิหารตฺถาย. โอกฺกมนาย นิพฺพานสฺสาติ อมตํ นิพฺพานํ โอตรณตฺถาย.

ปิณฺฑิยาโลปโภชนนฺติ คามนิคมราชธานีสุ ชงฺฆาพลํ นิสฺสาย ฆรปฏิปาฏิยา จรนฺเตน ลทฺธปิณฺฑิยาโลปโภชนํ. ขายิสฺสตีติ ตสฺส คหปติโน นานคฺครสโภชนํ วิย อุปฏฺฐหิสฺสติ. สนฺตุฏฺฐสฺส วิหรโตติ ปิณฺฑปาตสนฺโตสมหาอริยวํเสน สนฺตุฏฺฐสฺส วิหรโต. รุกฺขมูลเสนาสนํ ขายิสฺสตีติ ตสฺส คหปติโน เตภูมกปาสาเท คนฺธกุสุมวาสสุคนฺธํ กูฏาคารํ วิย รุกฺขมูลํ อุปฏฺฐหิสฺสติ. สนฺตุฏฺฐสฺสาติ เสนาสนสนฺโตสมหาอริยวํเสน สนฺตุฏฺฐสฺส. ติณสนฺถารโกติ ติเณหิ วา ปณฺเณหิ วา ภูมิยํ วา ผลกปาสาณตลานิ วา อญฺญตรสฺมึ สนฺถตสนฺถโต. ปูติมุตฺตนฺติ ยํกิญฺจิ มุตฺตํ. ตงฺขเณ คหิตมฺปิ ปูติมุตฺตเมว วุจฺจติ ทุคฺคนฺธตฺตา. สนฺตุฏฺฐสฺส วิหรโตติ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารสนฺโตเสน สนฺตุฏฺฐสฺส วิหรโต.

อิติ ภควา จตูสุ ฐาเนสุ อรหตฺตํ ปกฺขิปนฺโต กมฺมฏฺฐานํ กเถตฺวา ‘‘กตรเสนาสเน นุ โข วสนฺตสฺส กมฺมฏฺฐานํ สปฺปายํ ภวิสฺสตี’’ติ อาวชฺเชนฺโต ‘‘ตสฺมิญฺเญว วสนฺตสฺสา’’ติ ญตฺวา เตน หิ ตฺวํ, อนุรุทฺธาติอาทิมาห. ปวิวิตฺตสฺส วิหรโตติ ตีหิ วิเวเกหิ วิวิตฺตสฺส วิหรนฺตสฺส. อุยฺโยชนิกปฏิสํยุตฺตนฺติ อุยฺโยชนิเกเหว วจเนหิ ปฏิสํยุตฺตํ, เตสํ อุปฏฺฐานคมนกํเยวาติ อตฺโถ. ปปญฺจนิโรเธติ นิพฺพานปเท. ปกฺขนฺทตีติ อารมฺมณกรณวเสน ปกฺขนฺทติ. ปสีทตีติอาทีสุปิ อารมฺมณวเสเนว ปสีทนสนฺติฏฺฐนมุจฺจนา เวทิตพฺพา. อิติ ภควา เจติรฏฺเฐ ปาจีนวํสทาเย อายสฺมโต อนุรุทฺธสฺส กถิเต อฏฺฐ มหาปุริสวิตกฺเก ปุน เภสกฬาวนมหาวิหาเร นิสีทิตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส วิตฺถาเรน กเถสิ.

มโนมเยนาติ มเนน นิพฺพตฺติตกาโยปิ มโนมโยติ วุจฺจติ มเนน คตกาโยปิ, อิธ มเนน คตกายํ สนฺธาเยวมาห. ยถา เม อหุ สงฺกปฺโปติ ยถา มยฺหํ วิตกฺโก อโหสิ, ตโต อุตฺตริ อฏฺฐมํ มหาปุริสวิตกฺกํ ทสฺเสนฺโต ตโต อุตฺตรึ เทสยิ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

คหปติวคฺโค ตติโย.

๔. ทานวคฺโค

๑. ปฐมทานสุตฺตวณฺณนา

๓๑. จตุตฺถสฺส ปฐเม อาสชฺช ทานํ เทตีติ ปตฺวา ทานํ เทติ. อาคตํ ทิสฺวา ตํ มุหุตฺตํเยว นิสีทาเปตฺวา สกฺการํ กตฺวา ทานํ เทติ, ทสฺสามีติ น กิลเมติ. ภยาติ ‘‘อยํ อทายโก อการโก’’ติ ครหภยา, อปายภยา วา. อทาสิ เมติ มยฺหํ ปุพฺเพ เอส อิทํ นาม อทาสีติ เทติ. ทสฺสติ เมติ อนาคเต อิทํ นาม ทสฺสตีติ เทติ. สาหุ ทานนฺติ ทานํ นาม สาธุ สุนฺทรํ พุทฺธาทีหิ ปณฺฑิเตหิ ปสตฺถนฺติ เทติ. จิตฺตาลงฺการจิตฺตปริกฺขารตฺถํ ทานํ เทตีติ สมถวิปสฺสนาจิตฺตสฺส อลงฺการตฺถญฺเจว ปริกฺขารตฺถญฺจ เทติ. ทานญฺหิ จิตฺตํ มุทุํ กโรติ. เยน ลทฺโธ, โส ‘‘ลทฺธํ เม’’ติ มุทุจิตฺโต โหติ. เยน ทินฺนํ, โสปิ ‘‘ทินฺนํ มยา’’ติ มุทุจิตฺโต โหติ. อิติ อุภินฺนํ จิตฺตํ มุทุํ กโรติ. เตเนว ‘‘อทนฺตทมน’’นฺติ วุจฺจติ. ยถาห –

‘‘อทนฺตทมนํ ทานํ, อทานํ ทนฺตทูสกํ;

ทาเนน ปิยวาจาย, อุนฺนมนฺติ นมนฺติ จา’’ติ.

อิเมสุ ปน อฏฺฐสุ ทาเนสุ จิตฺตาลงฺการทานเมว อุตฺตมนฺติ.

๒. ทุติยทานสุตฺตวณฺณนา

๓๒. ทุติเย สทฺธาติ ยาย สทฺธาย ทานํ เทติ, สา สทฺธา. หิริยนฺติ ยาย หิริยา ทานํ เทติ, สาว อธิปฺเปตา. กุสลญฺจ ทานนฺติ อนวชฺชญฺจ ทานํ. ทิวิยนฺติ ทิวงฺคมํ.

๓. ทานวตฺถุสุตฺตวณฺณนา

๓๓. ตติเย ทานวตฺถูนีติ ทานการณานิ. ฉนฺทา ทานํ เทตีติ เปเมน ทานํ เทติ. โทสาติ โทเสน กุทฺโธ หุตฺวา ยํ อตฺถิ, ตํ เวเคน คณฺหิตฺวา เทติ. โมหาติ โมเหน มูโฬฺห เทติ. ภยาติ ครหภเยน วา อปายภเยน วา, ตสฺส ตสฺเสว วา ปน ภเยน เทติ. กุลวํสนฺติ กุลปเวณึ.

๔. เขตฺตสุตฺตวณฺณนา

๓๔. จตุตฺเถ น มหปฺผลํ โหตีติ ธญฺญผเลน มหปฺผลํ น โหติ. น มหสฺสาทนฺติ ยมฺปิสฺส ผลํ โหติ, ตสฺส อสฺสาโท น มหา โหติ มนฺทสฺสาทํ น มธุรํ. น ผาติเสยฺยนฺติ เสยฺยาปิสฺส น โหติ วุฑฺฒิ, ตสฺส มหนฺตํ วีหิถมฺภสนฺนิเวสํ น โหตีติ อตฺโถ. อุนฺนามนินฺนามีติ ถลนินฺนวเสน วิสมตลํ. ตตฺถ ถเล อุทกํ น สณฺฐาติ, นินฺเน อติพหุ ติฏฺฐติ. ปาสาณสกฺขริกนฺติ ปตฺถริตฺวา ฐิตปิฏฺฐิปาสาเณหิ จ ขุทฺทกปาสาเณหิ จ สกฺขราหิ จ สมนฺนาคตํ. อูสรนฺติ อุพฺภินฺนโลณํ. น จ คมฺภีรสิตนฺติ ถทฺธภูมิตาย คมฺภีรานุคตํ, นงฺคลมคฺคํ กตฺวา กสิตุํ น สกฺกา โหติ, อุตฺตานนงฺคลมคฺคเมว โหติ. น อายสมฺปนฺนนฺติ น อุทกาคมนสมฺปนฺนํ. น อปายสมฺปนฺนนฺติ ปจฺฉาภาเค อุทกนิคฺคมนมคฺคสมฺปนฺนํ น โหติ. น มาติกาสมฺปนฺนนฺติ น ขุทฺทกมหนฺตีหิ อุทกมาติกาหิ สมฺปนฺนํ โหติ. น มริยาทสมฺปนฺนนฺติ น เกทารมริยาทาหิ สมฺปนฺนํ. น มหปฺผลนฺติอาทีนิ สพฺพานิ วิปากผลวเสเนว เวทิตพฺพานิ.

สมฺปนฺเนติ ปริปุณฺเณ สมฺปตฺติยุตฺเต. ปวุตฺตา พีชสมฺปทาติ สมฺปนฺนํ พีชํ โรปิตํ. เทเว สมฺปาทยนฺตมฺหีติ เทเว สมฺมา วสฺสนฺเต. อนีติสมฺปทา โหตีติ กีฏกิมิอาทิปาณกอีติยา อภาโว เอกา สมฺปทา โหติ. วิรูฬฺหีติ วฑฺฒิ ทุติยา สมฺปทา โหติ. เวปุลฺลนฺติ วิปุลภาโว ตติยา สมฺปทา โหติ. ผลนฺติ ปริปุณฺณผลํ จตุตฺถี สมฺปทา โหติ. สมฺปนฺนสีเลสูติ ปริปุณฺณสีเลสุ. โภชนสมฺปทาติ สมฺปนฺนํ วิวิธโภชนํ. สมฺปทานนฺติ ติวิธํ กุสลสมฺปทํ. อุปเนตีติ สา โภชนสมฺปทา อุปนยติ. กสฺมา? สมฺปนฺนญฺหิสฺส ตํ กตํ, ยสฺมาสฺส ตํ กตกมฺมํ สมฺปนฺนํ ปริปุณฺณนฺติ อตฺโถ. สมฺปนฺนตฺถูธาติ สมฺปนฺโน อตฺถุ อิธ. วิชฺชาจรณสมฺปนฺโนติ ตีหิ วิชฺชาหิ จ ปญฺจทสหิ จรณธมฺเมหิ จ สมนฺนาคโต. ลทฺธาติ เอวรูโป ปุคฺคโล จิตฺตสฺส สมฺปทํ อเวกลฺลปริปุณฺณภาวํ ลภิตฺวา. กโรติ กมฺมสมฺปทนฺติ ปริปุณฺณกมฺมํ กโรติ. ลภติ จตฺถสมฺปทนฺติ อตฺถญฺจ ปริปุณฺณํ ลภติ. ทิฏฺฐิสมฺปทนฺติ วิปสฺสนาทิฏฺฐึ. มคฺคสมฺปทนฺติ โสตาปตฺติมคฺคํ. ยาติ สมฺปนฺนมานโสติ ปริปุณฺณจิตฺโต หุตฺวา อรหตฺตํ ยาติ. สา โหติ สพฺพสมฺปทาติ สา สพฺพทุกฺเขหิ วิมุตฺติ สพฺพสมฺปทา นาม โหตีติ.

๕. ทานูปปตฺติสุตฺตวณฺณนา

๓๕. ปญฺจเม ทานูปปตฺติโยติ ทานปจฺจยา อุปปตฺติโย. ทหตีติ ฐเปติ. อธิฏฺฐาตีติ ตสฺเสว เววจนํ. ภาเวตีติ วฑฺเฒติ. หีเน วิมุตฺตนฺติ หีเนสุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ วิมุตฺตํ. อุตฺตริ อภาวิตนฺติ ตโต อุตฺตริมคฺคผลตฺถาย อภาวิตํ. ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตตีติ ยํ ฐานํ ปตฺเถตฺวา กุสลํ กตํ, ตตฺถ นิพฺพตฺตนตฺถาย สํวตฺตติ. วีตราคสฺสาติ มคฺเคน วา สมุจฺฉินฺนราคสฺส สมาปตฺติยา วา วิกฺขมฺภิตราคสฺส. ทานมตฺเตเนว หิ พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติตุํ น สกฺกา, ทานํ ปน สมาธิวิปสฺสนาจิตฺตสฺส อลงฺการปริวารํ โหติ. ตโต ทาเนน มุทุจิตฺโต พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘วีตราคสฺส โน สราคสฺสา’’ติ.

๖. ปุญฺญกิริยวตฺถุสุตฺตวณฺณนา

๓๖. ฉฏฺเฐ ปุญฺญกิริยานิ จ ตานิ เตสํ เตสํ อานิสํสานํ วตฺถูนิ จาติ ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ. ทานาทีนญฺหิ ลกฺขเณ จิตฺตํ ฐเปตฺวา ‘‘เอวรูปํ นาม อเมฺหหิ ทานํ ทาตพฺพํ, สีลํ รกฺขิตพฺพํ, ภาวนา ภาเวตพฺพา’’ติ สตฺตา ปุญฺญานิ กโรนฺติ. ทานเมว ทานมยํ, ทานเจตนาสุ วา ปุริมเจตนาโต นิปฺผนฺนา สนฺนิฏฺฐาปกเจตนา ทานมยํ สีลาทีหิ สีลมยาทีนิ วิย. เสสทฺวเยสุปิ เอเสว นโย. ปริตฺตํ กตํ โหตีติ โถกํ มนฺทํ กตํ โหติ. นาภิสมฺโภตีติ น นิปฺผชฺชติ. อกตํ โหตีติ ภาวนายโยโคเยว อนารทฺโธ โหตีติ อตฺโถ. มนุสฺสโทภคฺยนฺติ มนุสฺเสสุ สมฺปตฺติรหิตํ ปญฺจวิธํ นีจกุลํ. อุปปชฺชตีติ ปฏิสนฺธิวเสน อุปคจฺฉติ, ตตฺถ นิพฺพตฺตตีติ อตฺโถ. มตฺตโส กตนฺติ ปมาเณน กตํ, โถกํ น พหุ. มนุสฺสโสภคฺยนฺติ มนุสฺเสสุ สุภคภาวํ ติวิธกุลสมฺปตฺตึ. อธิมตฺตนฺติ อธิกปฺปมาณํ พลวํ วา. อธิคณฺหนฺตีติ อภิภวิตฺวา คณฺหนฺติ, วิสิฏฺฐตรา เชฏฺฐกา โหนฺตีติ อตฺโถ.

๗. สปฺปุริสทานสุตฺตวณฺณนา