๔. วชฺชิปุตฺตสุตฺตวณฺณนา

๘๕. จตุตฺเถ วชฺชิปุตฺตโกติ วชฺชิราชกุลสฺส ปุตฺโต. ทิยฑฺฒสิกฺขาปทสตนฺติ ปณฺณาสาธิกํ สิกฺขาปทสตํ. ตสฺมึ สมเย ปญฺญตฺตานิ สิกฺขาปทาเนว สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. โส กิร ภิกฺขุ อชฺชวสมฺปนฺโน อุชุชาติโก อวงฺโก อกุฏิโล, ตสฺมา ‘‘อหํ เอตฺตกานิ สิกฺขาปทานิ รกฺขิตุํ สกฺกุเณยฺยํ วา น วา’’ติ จินฺเตตฺวา สตฺถุ อาโรเจสิ. สกฺโกมหนฺติ สกฺโกมิ อหํ. โส กิร ‘‘เอตฺตเกสุ สิกฺขาปเทสุ สิกฺขนฺตสฺส อครุ ตีสุ สิกฺขาสุ สิกฺขิตุ’’นฺติ มญฺญมาโน เอวมาห. อถ ภควา ยถา นาม ปญฺญาส ติณกลาปิโย อุกฺขิปิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส กลาปิยสตํ พนฺธิตฺวา สีเส ฐเปยฺย, เอวเมว เอกิสฺสาปิ สิกฺขาย สิกฺขิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส อปรา เทฺวปิ สิกฺขา อุปริ ปกฺขิปนฺโต ตสฺมาติห ตฺวํ ภิกฺขูติอาทิมาห. สุขุมาโล กิร อุตฺตโร นาม ชานปทมนุสฺโส โลหปาสาทวิหาเร วสติ. อถ นํ ทหรภิกฺขู อาหํสุ – ‘‘อุตฺตร, อคฺคิสาลา โอวสฺสติ, ติณํ กปฺปิยํ กตฺวา เทหี’’ติ. ตํ อาทาย อฏวึ คนฺตฺวา เตน ลายิตํ ติณํเยว กรเฬ พนฺธิตฺวา ‘‘ปญฺญาส กรเฬ คเหตุํ สกฺขิสฺสสิ อุตฺตรา’’ติ อาหํสุ. โส ‘‘น สกฺขิสฺสามี’’ติ อาห. อสีตึ ปน สกฺขิสฺสสีติ? น สกฺขิสฺสามิ, ภนฺเตติ. เอกํ กรฬสตํ สกฺขิสฺสสีติ? อาม, ภนฺเต, คณฺหิสฺสามีติ. ทหรภิกฺขู กรฬสตํ พนฺธิตฺวา ตสฺส สีเส ฐปยึสุ. โส อุกฺขิปิตฺวา นิตฺถุนนฺโต คนฺตฺวา อคฺคิสาลาย สมีเป ปาเตสิ. อถ นํ ภิกฺขู ‘‘กิลนฺตรูโปสิ อุตฺตรา’’ติ อาหํสุ. อาม, ภนฺเต, ทหรา ภิกฺขู มํ วญฺเจสุํ, อิมํ เอกมฺปิ กรฬสตํ อุกฺขิปิตุํ อสกฺโกนฺตํ มํ ‘‘ปณฺณาส กรเฬ อุกฺขิปาหี’’ติ วทึสุ. อาม, อุตฺตร, วญฺจยึสุ ตนฺติ. เอวํ สมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ. อิธาปิ ติสฺโส สิกฺขา มิสฺสิกาว กถิตา.