๗. กถาวตฺถุสุตฺตวณฺณนา

๖๘. สตฺตเม กถาวตฺถูนีติ กถาการณานิ, กถาย ภูมิโย ปติฏฺฐาโยติ อตฺโถ. อตีตํ วา, ภิกฺขเว, อทฺธานนฺติ อตีตมทฺธานํ นาม กาโลปิ วฏฺฏติ ขนฺธาปิ. อนาคตปจฺจุปฺปนฺเนสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ อตีเต กสฺสโป นาม สมฺมาสมฺพุทฺโธ อโหสิ, ตสฺส กิกี นาม กาสิกราชา อคฺคุปฏฺฐาโก อโหสิ, วีสติ วสฺสสหสฺสานิ อายุ อโหสีติ อิมินา นเยน กเถนฺโต อตีตํ อารพฺภ กถํ กเถติ นาม. อนาคเต เมตฺเตยฺโย นาม พุทฺโธ ภวิสฺสติ, ตสฺส สงฺโข นาม ราชา อคฺคุปฏฺฐาโก ภวิสฺสติ, อสีติ วสฺสสหสฺสานิ อายุ ภวิสฺสตีติ อิมินา นเยน กเถนฺโต อนาคตํ อารพฺภ กถํ กเถติ นาม. เอตรหิ อสุโก นาม ราชา ธมฺมิโกติ อิมินา นเยน กเถนฺโต ปจฺจุปฺปนฺนํ อารพฺภ กถํ กเถติ นาม.

กถาสมฺปโยเคนาติ กถาสมาคเมน. กจฺโฉติ กเถตุํ ยุตฺโต. อกจฺโฉติ กเถตุํ น ยุตฺโต. เอกํสพฺยากรณียํ ปญฺหนฺติอาทีสุ, ‘‘จกฺขุ, อนิจฺจ’’นฺติ ปุฏฺเฐน, ‘‘อาม, อนิจฺจ’’นฺติ เอกํเสเนว พฺยากาตพฺพํ. เอเสว นโย โสตาทีสุ. อยํ เอกํสพฺยากรณีโย ปโญฺห. ‘‘อนิจฺจํ นาม จกฺขู’’ติ ปุฏฺเฐน ปน ‘‘น จกฺขุเมว, โสตมฺปิ อนิจฺจํ, ฆานมฺปิ อนิจฺจ’’นฺติ เอวํ วิภชิตฺวา พฺยากาตพฺพํ. อยํ วิภชฺชพฺยากรณีโย ปโญฺห. ‘‘ยถา จกฺขุ, ตถา โสตํ. ยถา โสตํ, ตถา จกฺขู’’ติ ปุฏฺเฐน ‘‘เกนฏฺเฐน ปุจฺฉสี’’ติ ปฏิปุจฺฉิตฺวา ‘‘ทสฺสนฏฺเฐน ปุจฺฉามี’’ติ วุตฺเต ‘‘น หี’’ติ พฺยากาตพฺพํ. ‘‘อนิจฺจฏฺเฐน ปุจฺฉามี’’ติ วุตฺเต, ‘‘อามา’’ติ พฺยากาตพฺพํ. อยํ ปฏิปุจฺฉาพฺยากรณีโย ปโญฺห. ‘‘ตํ ชีวํ ตํ สรีร’’นฺติอาทีนิ ปุฏฺเฐน ปน ‘‘อพฺยากตเมตํ ภควตา’’ติ ฐเปตพฺโพ, เอส ปโญฺห น พฺยากาตพฺโพ. อยํ ฐปนีโย ปโญฺห.

ฐานาฐาเน น สณฺฐาตีติ การณาการเณ น สณฺฐาติ. ตตฺรายํ นโย – สสฺสตวาที ยุตฺเตน การเณน ปโหติ อุจฺเฉทวาทึ นิคฺคเหตุํ, อุจฺเฉทวาที เตน นิคฺคยฺหมาโน ‘‘กึ ปนาหํ อุจฺเฉทํ วทามี’’ติ สสฺสตวาทิภาวเมว ทีเปติ, อตฺตโน วาเท ปติฏฺฐาตุํ น สกฺโกติ. เอวํ อุจฺเฉทวาทิมฺหิ ปโหนฺเต สสฺสตวาที, ปุคฺคลวาทิมฺหิ ปโหนฺเต สุญฺญตวาที, สุญฺญตวาทิมฺหิ ปโหนฺเต ปุคฺคลวาทีติ เอวํ ฐานาฐาเน น สณฺฐาติ นาม.

ปริกปฺเป น สณฺฐาตีติ อิทํ ปญฺหปุจฺฉเนปิ ปญฺหกถเนปิ ลพฺภติ. กถํ? เอกจฺโจ หิ ‘‘ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ กณฺฐํ โสเธติ, โส อิตเรน ‘‘อิทํ นาม ตฺวํ ปุจฺฉิสฺสสี’’ติ วุตฺโต ญาตภาวํ ญตฺวา ‘‘น เอตํ, อญฺญํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ วทติ. ปญฺหํ ปุฏฺโฐปิ ‘‘ปญฺหํ กเถสฺสามี’’ติ หนุํ สํโสเธติ, โส อิตเรน ‘‘อิทํ นาม กเถสฺสสี’’ติ วุตฺโต ญาตภาวํ ญตฺวา ‘‘น เอตํ, อญฺญํ กเถสฺสามี’’ติ วทติ. เอวํ ปริกปฺเป น สณฺฐาติ นาม.

อญฺญาตวาเท น สณฺฐาตีติ อญฺญาตวาเท ชานิตวาเท น สณฺฐาติ. กถํ? เอกจฺโจ ปญฺหํ ปุจฺฉติ, ตํ อิตโร ‘‘มนาโป ตยา ปโญฺห ปุจฺฉิโต, กหํ เต เอส อุคฺคหิโต’’ติ วทติ. อิตโร ปุจฺฉิตพฺพนิยาเมเนว ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวาปิ ตสฺส กถาย ‘‘อปญฺหํ นุ โข ปุจฺฉิต’’นฺติ วิมตึ กโรติ. อปโร ปญฺหํ ปุฏฺโฐ กเถติ, ตมญฺโญ ‘‘สุฏฺฐุ เต ปโญฺห กถิโต, กตฺถ เต อุคฺคหิโต, ปญฺหํ กเถนฺเตน นาม เอวํ กเถตพฺโพ’’ติ วทติ. อิตโร กเถตพฺพนิยาเมเนว ปญฺหํ กเถตฺวาปิ ตสฺส กถาย ‘‘อปโญฺห นุ โข มยา กถิโต’’ติ วิมตึ กโรติ.

ปฏิปทาย น สณฺฐาตีติ ปฏิปตฺติยํ น ติฏฺฐติ, วตฺตํ อชานิตฺวา อปุจฺฉิตพฺพฏฺฐาเน ปุจฺฉตีติ อตฺโถ. อยํ ปโญฺห นาม เจติยงฺคเณ ปุจฺฉิเตน น กเถตพฺโพ, ตถา ภิกฺขาจารมคฺเค คามํ ปิณฺฑาย จรณกาเล. อาสนสาลาย นิสินฺนกาเล ยาคุํ วา ภตฺตํ วา คเหตฺวา นิสินฺนกาเล ปริภุญฺชิตฺวา นิสินฺนกาเล ทิวาวิหารฏฺฐานคมนกาเลปิ. ทิวาฏฺฐาเน นิสินฺนกาเล ปน โอกาสํ กาเรตฺวาว ปุจฺฉนฺตสฺส กเถตพฺโพ, อกาเรตฺวา ปุจฺฉนฺตสฺส น กเถตพฺโพ. อิทํ วตฺตํ อชานิตฺวา ปุจฺฉนฺโต ปฏิปทาย น สณฺฐาติ นาม. เอวํ สนฺตายํ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อกจฺโฉ โหตีติ, ภิกฺขเว, เอตํ อิมสฺมึ จ การเณ สติ อยํ ปุคฺคโล น กเถตุํ ยุตฺโต นาม โหติ.

ฐานาฐาเน สณฺฐาตีติ สสฺสตวาที ยุตฺเตน การเณน ปโหติ อุจฺเฉทวาทึ นิคฺคเหตุํ, อุจฺเฉทวาที เตน นิคฺคยฺหมาโนปิ ‘‘อหํ ตยา สตกฺขตฺตุํ นิคฺคยฺหมาโนปิ อุจฺเฉทวาทีเยวา’’ติ วทติ. อิมินา นเยน สสฺสตปุคฺคลสุญฺญตวาทาทีสุปิ นโย เนตพฺโพ. เอวํ ฐานาฐาเน สณฺฐาติ นาม. ปริกปฺเป สณฺฐาตีติ ‘‘ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ กณฺฐํ โสเธนฺโต ‘‘ตฺวํ อิมํ นาม ปุจฺฉิสฺสสี’’ติ วุตฺเต, ‘‘อาม, เอตํเยว ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ วทติ. ปญฺหํ กเถสฺสามีติ หนุํ สํโสเธนฺโตปิ ‘‘ตฺวํ อิมํ นาม กเถสฺสสี’’ติ วุตฺเต, ‘‘อาม, เอตํเยว กเถสฺสามี’’ติ วทติ. เอวํ ปริกปฺเป สณฺฐาติ นาม.

อญฺญาตวาเท สณฺฐาตีติ อิมํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สุฏฺฐุ เต ปโญฺห ปุจฺฉิโต, ปุจฺฉนฺเตน นาม เอวํ ปุจฺฉิตพฺพ’’นฺติ วุตฺเต สมฺปฏิจฺฉติ, วิมตึ น อุปฺปาเทติ. ปญฺหํ กเถตฺวาปิ ‘‘สุฏฺฐุ เต ปโญฺห กถิโต, กเถนฺเตน นาม เอวํ กเถตพฺพ’’นฺติ วุตฺเต สมฺปฏิจฺฉติ, วิมตึ น อุปฺปาเทติ. ปฏิปทาย สณฺฐาตีติ เคเห นิสีทาเปตฺวา ยาคุขชฺชกาทีนิ ทตฺวา ยาว ภตฺตํ นิฏฺฐาติ, ตสฺมึ อนฺตเร นิสินฺโน ปญฺหํ ปุจฺฉติ. สปฺปิอาทีนิ เภสชฺชานิ อฏฺฐวิธานิ ปานกานิ วตฺถจฺฉาทนมาลาคนฺธาทีนิ วา อาทาย วิหารํ คนฺตฺวา ตานิ ทตฺวา ทิวาฏฺฐานํ ปวิสิตฺวา โอกาสํ กาเรตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉติ. เอวญฺหิ วตฺตํ ญตฺวา ปุจฺฉนฺโต ปฏิปทาย สณฺฐาติ นาม. ตสฺส ปญฺหํ กเถตุํ วฏฺฏติ.

อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรตีติ อญฺเญน วจเนน อญฺญํ ปฏิจฺฉาเทติ, อญฺญํ วา ปุจฺฉิโต อญฺญํ กเถติ. พหิทฺธา กถํ อปนาเมตีติ อาคนฺตุกกถํ โอตาเรนฺโต ปุริมกถํ พหิทฺธา อปนาเมติ. ตตฺริทํ วตฺถุ – ภิกฺขู กิร สนฺนิปติตฺวา เอกํ ทหรํ, ‘‘อาวุโส, ตฺวํ อิมญฺจิมญฺจ อาปตฺตึ อาปนฺโน’’ติ อาหํสุ. โส อาห – ‘‘ภนฺเต, นาคทีปํ คโตมฺหี’’ติ. อาวุโส, น มยํ ตว นาคทีปคมเนน อตฺถิกา, อาปตฺตึ ปน อาปนฺโนติ ปุจฺฉามาติ. ภนฺเต, นาคทีปํ คนฺตฺวา มจฺเฉ ขาทินฺติ. อาวุโส, ตว มจฺฉขาทเนน กมฺมํ นตฺถิ, อาปตฺตึ กิรสิ อาปนฺโนติ. โส ‘‘นาติสุปกฺโก มจฺโฉ มยฺหํ อผาสุกมกาสิ, ภนฺเต’’ติ. อาวุโส, ตุยฺหํ ผาสุเกน วา อผาสุเกน วา กมฺมํ นตฺถิ, อาปตฺตึ อาปนฺโนสีติ. ภนฺเต, ยาว ตตฺถ วสึ, ตาว เม อผาสุกเมว ชาตนฺติ. เอวํ อาคนฺตุกกถาวเสน พหิทฺธา กถํ อปนาเมตีติ เวทิตพฺพํ.

อภิหรตีติ อิโต จิโต จ สุตฺตํ อาหริตฺวา อวตฺถรติ. เตปิฏกติสฺสตฺเถโร วิย. ปุพฺเพ กิร ภิกฺขู มหาเจติยงฺคเณ สนฺนิปติตฺวา สงฺฆกิจฺจํ กตฺวา ภิกฺขูนํ โอวาทํ ทตฺวา อญฺญมญฺญํ ปญฺหสากจฺฉํ กโรนฺติ. ตตฺถายํ เถโร ตีหิ ปิฏเกหิ ตโต ตโต สุตฺตํ อาหริตฺวา ทิวสภาเค เอกมฺปิ ปญฺหํ นิฏฺฐาเปตุํ น เทติ. อภิมทฺทตีติ การณํ อาหริตฺวา มทฺทติ. อนุปชคฺฆตีติ ปเรน ปเญฺห ปุจฺฉิเตปิ กถิเตปิ ปาณึ ปหริตฺวา มหาหสิตํ หสติ, เยน ปรสฺส ‘‘อปุจฺฉิตพฺพํ นุ โข ปุจฺฉึ, อกเถตพฺพํ นุ โข กเถสิ’’นฺติ วิมติ อุปฺปชฺชติ. ขลิตํ คณฺหาตีติ อปฺปมตฺตกํ มุขโทสมตฺตํ คณฺหาติ, อกฺขเร วา ปเท วา พฺยญฺชเน วา ทุรุตฺเต ‘‘เอวํ นาเมตํ วตฺตพฺพ’’นฺติ อุชฺฌายมาโน วิจรติ. สอุปนิโสติ สอุปนิสฺสโย สปจฺจโย.

โอหิตโสโตติ ฐปิตโสโต. อภิชานาติ เอกํ ธมฺมนฺติ เอกํ กุสลธมฺมํ อภิชานาติ อริยมคฺคํ. ปริชานาติ เอกํ ธมฺมนฺติ เอกํ ทุกฺขสจฺจธมฺมํ ตีรณปริญฺญาย ปริชานาติ. ปชหติ เอกํ ธมฺมนฺติ เอกํ สพฺพากุสลธมฺมํ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ. สจฺฉิกโรติ เอกํ ธมฺมนฺติ เอกํ อรหตฺตผลธมฺมํ นิโรธเมว วา ปจฺจกฺขํ กโรติ. สมฺมาวิมุตฺตึ ผุสตีติ สมฺมา เหตุนา นเยน การเณน อรหตฺตผลวิโมกฺขํ ญาณผสฺเสน ผุสติ.

เอตทตฺถา, ภิกฺขเว, กถาติ, ภิกฺขเว, ยา เอสา กถาสมฺปโยเคนาติ กถา ทสฺสิตา, สา เอตทตฺถา, อยํ ตสฺสา กถาย ภูมิ ปติฏฺฐา. อิทํ วตฺถุ ยทิทํ อนุปาทา จิตฺตสฺส วิโมกฺโขติ เอวํ สพฺพปเทสุ โยชนา เวทิตพฺพา. เอตทตฺถา มนฺตนาติ ยา อยํ กจฺฉากจฺเฉสุ ปุคฺคเลสุ กจฺเฉน สทฺธึ มนฺตนา, สาปิ เอตทตฺถาเยว. เอตทตฺถา อุปนิสาติ โอหิตโสโต สอุปนิโสติ เอวํ วุตฺตา อุปนิสาปิ เอตทตฺถาเยว. เอตทตฺถํ โสตาวธานนฺติ ตสฺสา อุปนิสาย โสตาวธานํ, ตมฺปิ เอตทตฺถเมว. อนุปาทาติ จตูหิ อุปาทาเนหิ อคฺคเหตฺวา. จิตฺตสฺส วิโมกฺโขติ อรหตฺตผลวิโมกฺโข. อรหตฺตผลตฺถาย หิ สพฺพเมตนฺติ สุตฺตนฺตํ วินิวตฺเตตฺวา อุปริ คาถาหิ กูฏํ คณฺหนฺโต เย วิรุทฺธาติอาทิมาห.

ตตฺถ วิรุทฺธาติ วิโรธสงฺขาเตน โกเปน วิรุทฺธา. สลฺลปนฺตีติ สลฺลาปํ กโรนฺติ. วินิวิฏฺฐาติ อภินิวิฏฺฐา หุตฺวา. สมุสฺสิตาติ มานุสฺสเยน สุฏฺฐุ อุสฺสิตา. อนริยคุณมาสชฺชาติ อนริยคุณกถํ คุณมาสชฺช กเถนฺติ. คุณํ ฆฏฺเฏตฺวา กถา หิ อนริยกถา นาม, น อริยกถา, ตํ กเถนฺตีติ อตฺโถ. อญฺโญญฺญวิวเรสิโนติ อญฺญมญฺญสฺส ฉิทฺทํ อปราธํ คเวสมานา. ทุพฺภาสิตนฺติ ทุกฺกถิตํ. วิกฺขลิตนฺติ อปฺปมตฺตกํ มุขโทสขลิตํ. สมฺปโมหํ ปราชยนฺติ อญฺญมญฺญสฺส อปฺปมตฺเตน มุขโทเสน สมฺปโมหญฺจ ปราชยญฺจ. อภินนฺทนฺตีติ ตุสฺสนฺติ. นาจเรติ น จรติ น กเถติ. ธมฺมฏฺฐปฏิสํยุตฺตาติ ยา จ ธมฺเม ฐิเตน กถิตกถา, สา ธมฺมฏฺฐา เจว โหติ เตน จ ธมฺเมน ปฏิสํยุตฺตาติ ธมฺมฏฺฐปฏิสํยุตฺตา. อนุนฺนเตน มนสาติ อนุทฺธเตน เจตสา. อปฬาโสติ ยุคคฺคาหปฬาสวเสน อปฬาโส หุตฺวา. อสาหโสติ ราคโทสโมหสาหสานํ วเสน อสาหโส หุตฺวา.

อนุสูยายมาโนติ น อุสูยมาโน. ทุพฺภฏฺเฐ นาปสาทเยติ ทุกฺกถิตสฺมึ น อปสาเทยฺย. อุปารมฺภํ น สิกฺเขยฺยาติ การณุตฺตริยลกฺขณํ อุปารมฺภํ น สิกฺเขยฺย. ขลิตญฺจ น คาหเยติ อปฺปมตฺตกํ มุขขลิตํ ‘‘อยํ เต โทโส’’ติ น คาหเยยฺย. นาภิหเรติ นาวตฺถเรยฺย. นาภิมทฺเทติ เอกํ การณํ อาหริตฺวา น มทฺเทยฺย. น วาจํ ปยุตํ ภเณติ สจฺจาลิกปฏิสํยุตฺตํ วาจํ น ภเณยฺย. อญฺญาตตฺถนฺติ ชานนตฺถํ. ปสาทตฺถนฺติ ปสาทชนนตฺถํ. น สมุสฺเสยฺย มนฺตเยติ น มานุสฺสเยน สมุสฺสิโต ภเวยฺย. น หิ มานุสฺสิตา หุตฺวา ปณฺฑิตา กถยนฺติ, มาเนน ปน อนุสฺสิโตว หุตฺวา มนฺตเย กเถยฺย ภาเสยฺยาติ.