๔. สรภสุตฺตวณฺณนา
๖๕. จตุตฺเถ ราชคเหติ เอวํนามเก นคเร. คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเตติ คิชฺฌสทิสานิสฺส กูฏานิ, คิชฺฌา วา ตสฺส กูเฏสุ วสนฺตีติ คิชฺฌกูโฏ, ตสฺมึ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต. เอเตนสฺส ราชคหํ โคจรคามํ กตฺวา วิหรนฺตสฺส วสนฏฺฐานํ ทสฺสิตํ. คิชฺฌกูฏสฺมิญฺหิ ตถาคตํ อุทฺทิสฺส วิหาโร การิโต, คิชฺฌกูฏวิหาโรเตฺววสฺส นามํ. ตตฺถายํ ตสฺมึ สมเย วิหรตีติ. สรโภ นาม ปริพฺพาชโก อจิรปกฺกนฺโต โหตีติ สรโภติ เอวํนามโก ปริพฺพาชโก อิมสฺมึ สาสเน ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว ปกฺกนฺโต โหติ, อธุนา วิพฺภนฺโตติ อตฺโถ. สมฺมาสมฺพุทฺเธ หิ โลเก อุปฺปนฺเน ติตฺถิยา นฏฺฐลาภสกฺการา อเหสุํ, ติณฺณํ รตนานํ มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ. ยถาห –
‘‘เตน โข ปน สมเยน ภควา สกฺกโต โหติ ครุกโต มานิโต ปูชิโต อปจิโต ลาภี จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ. อญฺญติตฺถิยา ปน ปริพฺพาชกา อสกฺกตา โหนฺติ อครุกตา อมานิตา อปูชิตา น ลาภิโน จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาราน’’นฺติ (อุทา.๑๔; สํ.นิ.๑.๒.๗๐).
เต เอวํ ปริหีนลาภสกฺการา ปญฺจสตมตฺตา เอกสฺมึ ปริพฺพาชการาเม สนฺนิปติตฺวา สมฺมนฺตยึสุ – ‘‘โภ, มยํ สมณสฺส โคตมสฺส อุปฺปนฺนกาลโต ปฏฺฐาย หตลาภสกฺการา ชาตา, สมณสฺส โคตมสฺส สาวกานญฺจสฺส เอกํ อวณฺณํ อุปธาเรถ, อวณฺณํ ปตฺถริตฺวา เอตสฺส สาสนํ ครหิตฺวา อมฺหากํ ลาภสกฺการํ อุปฺปาเทสฺสามา’’ติ. เต วชฺชํ โอโลเกนฺตา – ‘‘ตีสุ ทฺวาเรสุ อาชีเว จาติ จตูสุปิ ฐาเนสุ สมณสฺส โคตมสฺส วชฺชํ ปสฺสิตุํ น สกฺกา, อิมานิ จตฺตาริ ฐานานิ มุญฺจิตฺวา อญฺญตฺถ โอโลเกถา’’ติ อาหํสุ. อถ เนสํ อนฺตเร เอโก เอวมาห – ‘‘อหํ อญฺญํ น ปสฺสามิ, อิเม อนฺวฑฺฒมาสํ สนฺนิปติตฺวา ทฺวารวาตปานานิ ปิธาย สามเณรานมฺปิ ปเวสนํ น เทนฺติ. ชีวิตสทิสาปิ อุปฏฺฐากา ทฏฺฐุํ น ลภนฺติ, อาวฏฺฏนิมายํ โอสาเรตฺวา โอสาเรตฺวา ชนํ อาวฏฺเฏตฺวา อาวฏฺเฏตฺวา ขาทนฺติ. สเจ ตํ มยํ อาหริตุํ สกฺขิสฺสาม, เอวํ โน ลาภสกฺการอุฬาโร ภวิสฺสตี’’ติ. อปโรปิ เอวเมว วทนฺโต อุฏฺฐาสิ. สพฺเพ เอกวาทา อเหสุํ. ตโต อาหํสุ – ‘‘โย ตํ อาหริตุํ สกฺขิสฺสติ, ตํ มยํ อมฺหากํ สมเย เชฏฺฐกํ กริสฺสามา’’ติ.
ตโต โกฏิโต ปฏฺฐาย ‘‘ตฺวํ สกฺขิสฺสสิ, ตฺวํ สกฺขิสฺสสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อหํ น สกฺขิสฺสามิ, อหํ น สกฺขิสฺสามี’’ติ พหูหิ วุตฺเต สรภํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ตฺวํ สกฺขิสฺสสิ อาจริยา’’ติ. โส อาห – ‘‘อครุ เอตํ อาหริตุํ, สเจ ตุเมฺห อตฺตโน กถาย ฐตฺวา มํ เชฏฺฐกํ กริสฺสถา’’ติ. อครุ เอตมาจริย อาหร, ตฺวํ กโตเยวาสิ อเมฺหหิ เชฏฺฐโกติ. โส อาห – ‘‘ตํ อาหรนฺเตน เถเนตฺวา วา วิลุมฺปิตฺวา วา อาหริตุํ น สกฺกา, สมณสฺส ปน โคตมสฺส สาวกสทิเสน หุตฺวา ตสฺส สาวเก วนฺทิตฺวา วตฺตปฏิวตฺตํ กตฺวา เตสํ ปตฺเต ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา อาหริตุํ สกฺกา. รุจฺจติ โว เอตสฺส เอตฺตกสฺส กิริยา’’ติ. ยํกิญฺจิ กตฺวา อาหริตฺวา จ โน เทหีติ. เตน หิ มํ ทิสฺวา อปสฺสนฺตา วิย ภเวยฺยาถาติ ปริพฺพาชกานํ สญฺญํ ทตฺวา ทุติยทิวเส ปาโตว อุฏฺฐาย คิชฺฌกูฏมหาวิหารํ คนฺตฺวา ทิฏฺฐทิฏฺฐานํ ภิกฺขูนํ ปญฺจปติฏฺฐิเตน ปาเท วนฺทิ. ภิกฺขู อาหํสุ – ‘‘อญฺเญ ปริพฺพาชกา จณฺฑา ผรุสา, อยํ ปน สทฺโธ ภวิสฺสติ ปสนฺโน’’ติ. ภนฺเต, ตุเมฺห ญตฺวา ยุตฺตฏฺฐานสฺมึเยว ปพฺพชิตา, มยํ ปน อนุปธาเรตฺวา อติตฺเถเนว ปกฺขนฺตา อนิยฺยานิกมคฺเค วิจรามาติ. โส เอวํ วตฺวา ทิฏฺเฐ ทิฏฺเฐ ภิกฺขู ปุนปฺปุนํ วนฺทติ, นฺหาโนทกาทีนิ ปฏิยาเทติ, ทนฺตกฏฺฐํ กปฺปิยํ กโรติ, ปาเท โธวติ มกฺเขติ, อติเรกภตฺตํ ลภิตฺวา ภุญฺชติ.
ตํ อิมินา นีหาเรน วสนฺตํ เอโก มหาเถโร ทิสฺวา, ‘‘ปริพฺพาชก, ตฺวํ สทฺโธ ปสนฺโน, กึ น ปพฺพชสี’’ติ. โก มํ, ภนฺเต, ปพฺพาเชสฺสติ. มยญฺหิ จิรกาลํ ภทนฺตานํ ปจฺจตฺถิกา หุตฺวา วิจริมฺหาติ. เถโร ‘‘สเจ ตฺวํ ปพฺพชิตุกาโม, อหํ ตํ ปพฺพาเชสฺสามี’’ติ วตฺวา ปพฺพาเชสิ. โส ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย นิรนฺตรํ วตฺตปฏิวตฺตมกาสิ. อถ นํ เถโร วตฺเต ปสีทิตฺวา นจิรสฺเสว อุปสมฺปาเทสิ. โส อุโปสถทิวเส ภิกฺขูหิ สทฺธึ อุโปสถคฺคํ ปวิสิตฺวา ภิกฺขู มหนฺเตน อุสฺสาเหน ปาติโมกฺขํ ปคฺคณฺหนฺเต ทิสฺวา ‘‘อิมินา นีหาเรน โอสาเรตฺวา โอสาเรตฺวา โลกํ ขาทนฺติ, กติปาเหน หริสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. โส ปริเวณํ คนฺตฺวา อุปชฺฌายํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, โก นาโม อยํ ธมฺโม’’ติ ปุจฺฉิ. ปาติโมกฺโข นาม, อาวุโสติ. อุตฺตมธมฺโม เอส, ภนฺเต, ภวิสฺสตีติ. อาม, อาวุโส, สกลสาสนธารณี อยํ สิกฺขาติ. ภนฺเต, สเจ เอส สิกฺขาธมฺโม อุตฺตโม, อิมเมว ปฐมํ คณฺหามีติ. คณฺหาวุโสติ เถโร สมฺปฏิจฺฉิ. โส คณฺหนฺโต ปริพฺพาชเก ปสฺสิตฺวา ‘‘กีทิสํ อาจริยา’’ติ ปุจฺฉิโต, ‘‘อาวุโส, มา จินฺตยิตฺถ, กติปาเหน อาหริสฺสามี’’ติ วตฺวา นจิรสฺเสว อุคฺคณฺหิตฺวา อุปชฺฌายํ อาห – ‘‘เอตฺตกเมว, ภนฺเต, อุทาหุ อญฺญมฺปิ อตฺถี’’ติ. เอตฺตกเมว, อาวุโสติ.
โส ปุนทิวเส ยถานิวตฺถปารุโตว คหิตนีหาเรเนว ปตฺตํ คเหตฺวา คิชฺฌกูฏา นิกฺขมฺม ปริพฺพาชการามํ อคมาสิ. ปริพฺพาชกา ทิสฺวา ‘‘กีทิสํ, อาจริย, นาสกฺขิตฺถ มญฺเญ อาวฏฺฏนิมายํ อาหริตุ’’นฺติ ตํ ปริวารยึสุ. มา จินฺตยิตฺถ, อาวุโส, อาหฏา เม อาวฏฺฏนิมายา, อิโต ปฏฺฐาย อมฺหากํ ลาภสกฺกาโร มหา ภวิสฺสติ. ตุเมฺห อญฺญมญฺญํ สมคฺคา โหถ, มา วิวาทํ อกตฺถาติ. สเจ เต, อาจริย, สุคฺคหิตา, อเมฺหปิ นํ วาเจหีติ. โส อาทิโต ปฏฺฐาย ปาติโมกฺขํ โอสาเรสิ. อถ เต สพฺเพปิ – ‘‘เอถ, โภ, นคเร วิจรนฺตา สมณสฺส โคตมสฺส อวณฺณํ กเถสฺสามา’’ติ อนุคฺฆาฏิเตสุเยว นครทฺวาเรสุ ทฺวารสมีปํ คนฺตฺวา วิวเฏน ทฺวาเรน สพฺพปฐมํ ปวิสึสุ. เอวํ สลิงฺเคเนว อปกฺกนฺตํ ตํ ปริพฺพาชกํ สนฺธาย – ‘‘สรโภ นาม ปริพฺพาชโก อจิรปกฺกนฺโต โหตี’’ติ วุตฺตํ.
ตํ ทิวสํ ปน ภควา ปจฺจูสสมเย โลกํ โอโลเกนฺโต อิทํ อทฺทส – ‘‘อชฺช สรโภ ปริพฺพาชโก นคเร วิจริตฺวา ปกาสนียกมฺมํ กริสฺสติ, ติณฺณํ รตนานํ อวณฺณํ กเถนฺโต วิสํ สิญฺจิตฺวา ปริพฺพาชการามํ คมิสฺสติ, อหมฺปิ ตตฺเถว คมิสฺสามิ, จตสฺโสปิ ปริสา ตตฺเถว โอสริสฺสนฺติ. ตสฺมึ สมาคเม จตุราสีติ ปาณสหสฺสานิ อมตปานํ ปิวิสฺสนฺตี’’ติ. ตโต ‘‘ตสฺส โอกาโส โหตุ, ยถารุจิยา อวณฺณํ ปตฺถรตู’’ติ จินฺเตตฺวา อานนฺทตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘อานนฺท, อฏฺฐารสสุ มหาวิหาเรสุ ภิกฺขุสงฺฆสฺส มยา สทฺธึเยว ปิณฺฑาย จริตุํ อาโรเจหี’’ติ. เถโร ตถา อกาสิ. ภิกฺขู ปตฺตจีวรมาทาย สตฺถารเมว ปริวารยึสุ. สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆํ อาทาย ทฺวารคามสมีเปเยว ปิณฺฑาย จริ. สรโภปิ ปริพฺพาชเกหิ สทฺธึ นครํ ปวิฏฺโฐ ตตฺถ ตตฺถ ปริสมชฺเฌ ราชทฺวารวีถิจตุกฺกาทีสุ จ คนฺตฺวา ‘‘อญฺญาโต มยา สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ ธมฺโม’’ติอาทีนิ อภาสิ. ตํ สนฺธาย โส ราชคเห ปริสติ เอวํ วาจํ ภาสตีติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อญฺญาโตติ ญาโต อวพุทฺโธ, ปากฏํ กตฺวา อุคฺคหิโตติ ทีเปติ. อญฺญายาติ ชานิตฺวา. อปกฺกนฺโตติ สลิงฺเคเนว อปกฺกนฺโต. สเจ หิ สมณสฺส โคตมสฺส สาสเน โกจิ สาโร อภวิสฺส, นาหํ อปกฺกมิสฺสํ. ตสฺส ปน สาสนํ อสารํ นิสฺสารํ, อาวฏฺฏนิมายํ โอสาเรตฺวา สมณา โลกํ ขาทนฺตีติ เอวมตฺถํ ทีเปนฺโต เอวมาห.
อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขูติ อถ เอวํ ตสฺมึ ปริพฺพาชเก ภาสมาเน อรญฺญวาสิโน ปญฺจสตา ภิกฺขู ‘‘อสุกฏฺฐานํ นาม สตฺถา ปิณฺฑาย จริตุํ คโต’’ติ อชานนฺตา ภิกฺขาจารเวลายํ ราชคหํ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. เต สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อสฺโสสุนฺติ สุณึสุ. เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ ‘‘อิมํ การณํ ทสพลสฺส อาโรเจสฺสามา’’ติ อุปสงฺกมึสุ.
สิปฺปินิกาตีรนฺติ สิปฺปินิกาติ เอวํนามิกาย นทิยา ตีรํ. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวนาติ กายงฺควาจงฺคานิ อโจเปตฺวา อพฺภนฺตเร ขนฺตึ ธาเรตฺวา จิตฺเตเนว อธิวาเสสีติ อตฺโถ. เอวํ อธิวาเสตฺวา ปุน จินฺเตสิ – ‘‘กึ นุ โข อชฺช มยา สรภสฺส วาทํ มทฺทิตุํ คจฺฉนฺเตน เอกเกน คนฺตพฺพํ, อุทาหุ ภิกฺขุสงฺฆปริวุเตนา’’ติ. อถสฺส เอตทโหสิ – สจาหํ ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต คมิสฺสามิ, มหาชโน เอวํ จินฺเตสฺสติ – ‘‘สมโณ โคตโม วาทุปฺปตฺติฏฺฐานํ คจฺฉนฺโต ปกฺขํ อุกฺขิปิตฺวา คนฺตฺวา ปริสพเลน อุปฺปนฺนํ วาทํ มทฺทติ, ปรวาทีนํ สีสํ อุกฺขิปิตุํ น เทตี’’ติ. น โข ปน มยฺหํ อุปฺปนฺเน วาเท ปรํ คเหตฺวา มทฺทนกิจฺจํ อตฺถิ, อหเมว คนฺตฺวา มทฺทิสฺสามิ. อนจฺฉริยํ เจตํ ยฺวาหํ อิทานิ พุทฺธภูโต อตฺตโน อุปฺปนฺนํ วาทํ มทฺเทยฺยํ, จริยํ จรณกาเล อเหตุกปฏิสนฺธิยํ นิพฺพตฺเตนาปิ หิ มยา วหิตพฺพํ ธุรํ อญฺโญ วหิตุํ สมตฺโถ นาม นาโหสิ. อิมสฺส ปนตฺถสฺส สาธนตฺถํ –
‘‘ยโต ยโต ครุ ธุรํ, ยโต คมฺภีรวตฺตนี;
ตทาสฺสุ กณฺหํ ยุญฺเชนฺติ, สฺวาสฺสุ ตํ วหเต ธุร’’นฺติ. (ชา. ๑.๑.๒๙) –
อิทํ กณฺหชาตกํ อาหริตพฺพํ. อตีเต กิร เอโก สตฺถวาโห เอกิสฺสา มหลฺลิกาย เคเห นิวาสํ คณฺหิ. อถสฺส เอกิสฺสา เธนุยา รตฺติภาคสมนนฺตเร คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสิ. สา เอกํ วจฺฉกํ วิชายิ. มหลฺลิกาย วจฺฉกํ ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย ปุตฺตสิเนโห อุทปาทิ. ปุนทิวเส สตฺถวาหปุตฺโต – ‘‘ตว เคหเวตนํ คณฺหาหี’’ติ อาห. มหลฺลิกา ‘‘มยฺหํ อญฺเญน กิจฺจํ น อตฺถิ, อิมเมว วจฺฉกํ เทหี’’ติ อาห. คณฺห, อมฺมาติ. สา ตํ คณฺหิตฺวา ขีรํ ปาเยตฺวา ยาคุภตฺตติณาทีนิ ททมานา โปเสสิ. โส วุทฺธิมนฺวาย ปริปุณฺณรูโป พลวีริยสมฺปนฺโน อโหสิ สมฺปนฺนาจาโร, กาฬโก นาม นาเมน. อเถกสฺส สตฺถวาหสฺส ปญฺจหิ สกฏสเตหิ อาคจฺฉนฺตสฺส อุทกภินฺนฏฺฐาเน สกฏจกฺกํ ลคฺคิ. โส ทสปิ วีสมฺปิ ตึสมฺปิ โยเชตฺวา นีหราเปตุํ อสกฺโกนฺโต กาฬกํ อุปสงฺกมิตฺวา อาห – ‘‘ตาต, ตว เวตนํ ทสฺสามิ, สกฏํ เม อุกฺขิปิตฺวา เทหี’’ติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา ตํ อาทาย – ‘‘อญฺโญ อิมินา สทฺธึ ธุรํ วหิตุํ สมตฺโถ นตฺถี’’ติ ธุรสกเฏ โยตฺตํ พนฺธิตฺวา ตํ เอกกํเยว โยเชสิ. โส ตํ สกฏํ อุกฺขิปิตฺวา ถเล ปติฏฺฐาเปตฺวา เอเตเนว นิหาเรน ปญฺจ สกฏสตานิ นีหริ. โส สพฺพปจฺฉิมสกฏํ นีหริตฺวา โมจิยมาโน ‘‘สุ’’นฺติ กตฺวา สีสํ อุกฺขิปิ.
สตฺถวาโห ‘‘อยํ เอตฺตกานิ สกฏานิ อุกฺขิปนฺโต เอวํ น อกาสิ, เวตนตฺถํ มญฺเญ กโรตี’’ติ สกฏคณนาย กหาปเณ คเหตฺวา ปญฺจสตภณฺฑิกํ ตสฺส คีวาย พนฺธาเปสิ. โส อญฺเญสํ อตฺตโน สนฺติกํ อลฺลียิตุํ อเทนฺโต อุชุกํ เคหเมว อคมาสิ. มหลฺลิกา ทิสฺวา โมเจตฺวา กหาปณภาวํ ญตฺวา ‘‘กสฺมา, ปุตฺต, เอวมกาสิ, มา ตฺวํ ‘มยา กมฺมํ กตฺวา อาภเตน อยํ ชีวิสฺสตี’ติ สญฺญมกาสี’’ติ วตฺวา โคณํ อุโณฺหทเกน นฺหาเปตฺวา เตเลน อพฺภญฺชิตฺวา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย ปุน มา เอวมกาสี’’ติ โอวทิ. เอวํ สตฺถา ‘‘จริยํ จรณกาเล อเหตุกปฏิสนฺธิยํ นิพฺพตฺเตนาปิ หิ มยา วหิตพฺพธุรํ อญฺโญ วหิตุํ สมตฺโถ นาม นาโหสี’’ติ จินฺเตตฺวา เอกโกว อคมาสิ. ตํ ทสฺเสตุํ อถ โข ภควา สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ ปฏิสลฺลานาติ ปุถุตฺตารมฺมเณหิ จิตฺตํ ปฏิสํหริตฺวา สลฺลานโต, ผลสมาปตฺติโตติ อตฺโถ. เตนุปสงฺกมีติ ปริพฺพาชเกสุ สกลนคเร ปกาสนียกมฺมํ กตฺวา นครา นิกฺขมฺม ปริพฺพาชการาเม สนฺนิปติตฺวา ‘‘สเจ, อาวุโส สรภ, สมโณ โคตโม อาคมิสฺสติ, กึ กริสฺสสี’’ติ. สมเณ โคตเม เอกํ กโรนฺเต อหํ เทฺว กริสฺสามิ, เทฺว กโรนฺเต จตฺตาริ, จตฺตาริ กโรนฺเต ปญฺจ, ปญฺจ กโรนฺเต ทส, ทส กโรนฺเต วีสติ, วีสติ กโรนฺเต ตึสํ, ตึสํ กโรนฺเต จตฺตาลีสํ, จตฺตาลีสํ กโรนฺเต ปญฺญาสํ, ปญฺญาสํ กโรนฺเต สตํ, สตํ กโรนฺเต สหสฺสํ กริสฺสามีติ เอวํ อญฺญมญฺญํ สีหนาทกถํ สมุฏฺฐาเปตฺวา นิสินฺเนสุ อุปสงฺกมิ.
อุปสงฺกมนฺโต ปน ยสฺมา ปริพฺพาชการามสฺส นครมชฺเฌเนว มคฺโค, ตสฺมา สุรตฺตทุปฏฺฏํ นิวาเสตฺวา สุคตมหาจีวรํ ปารุปิตฺวา วิสฺสฏฺฐพโล ราชา วิย เอกโกว นครมชฺเฌน อคมาสิ. มิจฺฉาทิฏฺฐิกา ทิสฺวา ‘‘ปริพฺพาชกา สมณสฺส โคตมสฺส ปกาสนียกมฺมํ กโรนฺตา อวณฺณํ ปตฺถรึสุ, โส เอเต อนุวตฺติตฺวา สญฺญาเปตุํ คจฺฉติ มญฺเญ’’ติ อนุพนฺธึสุ. สมฺมาทิฏฺฐิกาปิ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปตฺตจีวรํ อาทาย เอกโกว นิกฺขนฺโต, อชฺช สรเภน สทฺธึ มหาธมฺมสงฺคาโม ภวิสฺสติ. มยมฺปิ ตสฺมึ สมาคเม กายสกฺขิโน ภวิสฺสามา’’ติ อนุพนฺธึสุ. สตฺถา ปสฺสนฺตสฺเสว มหาชนสฺส ปริพฺพาชการามํ อุปสงฺกมิ.
ปริพฺพาชกา รุกฺขานํ ขนฺธวิฏปสาขนฺตเรหิ สมุคฺคจฺฉนฺตา ฉพฺพณฺณฆนพุทฺธรสฺมิโย ทิสฺวา ‘‘อญฺญทา เอวรูโป โอภาโส นาม นตฺถิ, กึ นุ โข เอต’’นฺติ อุลฺโลเกตฺวา ‘‘สมโณ โคตโม อาคจฺฉตี’’ติ อาหํสุ. ตํ สุตฺวาว สรโภ ชาณุกนฺตเร สีสํ ฐเปตฺวา อโธมุโข นิสีทิ. เอวํ ตสฺมึ สมเย ภควา ตํ อารามํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. ตถาคโต หิ ชมฺพุทีปตเล อคฺคกุเล ชาตตฺตา อคฺคาสนารโหติสฺส สพฺพตฺถ อาสนํ ปญฺญตฺตเมว โหติ. เอวํ ปญฺญตฺเต มหารเห พุทฺธาสเน นิสีทิ.
เต ปริพฺพาชกา สรภํ ปริพฺพาชกํ เอตทโวจุนฺติ สมฺมาสมฺพุทฺเธ กิร สรเภน สทฺธึ เอตฺตกํ กเถนฺเตเยว ภิกฺขุสงฺโฆ สตฺถุ ปทานุปทิโก หุตฺวา ปริพฺพาชการามํ สมฺปาปุณิ, จตสฺโสปิ ปริสา ปริพฺพาชการาเมเยว โอสรึสุ. ตโต เต ปริพฺพาชกา ‘‘อจฺฉริยํ สมณสฺส โคตมสฺส กมฺมํ, สกลนครํ วิจริตฺวา อวณฺณํ ปตฺถริตฺวา ปกาสนียกมฺมํ กตฺวา อาคตานํ เวรีนํ ปฏิสตฺตูนํ ปจฺจามิตฺตานํ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา โถกมฺปิ วิคฺคาหิกกถํ น กเถสิ, อาคตกาลโต ปฏฺฐาย สตปากเตเลน มกฺเขนฺโต วิย อมตปานํ ปาเยนฺโต วิย มธุรกถํ กเถตี’’ติ สพฺเพปิ สมฺมาสมฺพุทฺธํ อนุวตฺตนฺตา เอตทโวจุํ.
ยาเจยฺยาสีติ อายาเจยฺยาสิ ปตฺเถยฺยาสิ ปิเหยฺยาสิ. ตุณฺหีภูโตติ ตุณฺหีภาวํ อุปคโต. มงฺกุภูโตติ นิตฺเตชตํ อาปนฺโน. ปตฺตกฺขนฺโธติ โอนตคีโว. อโธมุโขติ เหฏฺฐามุโข. สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโตติ ‘‘อหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, สพฺเพ ธมฺมา มยา อภิสมฺพุทฺธา’’ติ เอวํ ปฏิชานโต ตว. อนภิสมฺพุทฺธาติ อิเม นาม ธมฺมา ตยา อนภิสมฺพุทฺธา. ตตฺถาติ เตสุ อนภิสมฺพุทฺธาติ เอวํ ทสฺสิตธมฺเมสุ. อญฺเญน วา อญฺญํ ปฏิจริสฺสตีติ อญฺเญน วา วจเนน อญฺญํ วจนํ ปฏิจฺฉาเทสฺสติ, อญฺญํ ปุจฺฉิโต อญฺญํ กเถสฺสตีติ อธิปฺปาโย. พหิทฺธา กถํ อปนาเมสฺสตีติ พหิทฺธา อญฺญํ อาคนฺตุกกถํ อาหรนฺโต ปุริมกถํ อปนาเมสฺสติ. อปฺปจฺจยนฺติ อนภิรทฺธึ อตุฏฺฐาการํ ปาตุกริสฺสตีติ ปากฏํ กริสฺสติ. เอตฺถ จ อปฺปจฺจเยน โทมนสฺสํ วุตฺตํ, ปุริเมหิ ทฺวีหิ มนฺทพลวเภโท โกโธเยว.
เอวํ ภควา ปฐมเวสารชฺเชน สีหนาทํ นทิตฺวา ปุน ทุติยาทีหิ นทนฺโต โย โข มํ ปริพฺพาชกาติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺส โข ปน เต อตฺถาย ธมฺโม เทสิโตติ ยสฺส มคฺคสฺส วา ผลสฺส วา อตฺถาย ตยา จตุสจฺจธมฺโม เทสิโต. โส น นิยฺยาตีติ โส ธมฺโม น นิยฺยาติ น นิคฺคจฺฉติ, น ตํ อตฺถํ สาเธตีติ วุตฺตํ โหติ. ตกฺกรสฺสาติ โย นํ กโรติ, ตสฺส ปฏิปตฺติปูรกสฺส ปุคฺคลสฺสาติ อตฺโถ. สมฺมา ทุกฺขกฺขยายาติ เหตุนา นเยน การเณน สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส ขยาย. อถ วา ยสฺส โข ปน เต อตฺถาย ธมฺโม เทสิโตติ ยสฺส เต อตฺถาย ธมฺโม เทสิโต. เสยฺยถิทํ – ราคปฏิฆาตตฺถาย อสุภกมฺมฏฺฐานํ, โทสปฏิฆาตตฺถาย เมตฺตาภาวนา, โมหปฏิฆาตตฺถาย ปญฺจ ธมฺมา, วิตกฺกุปจฺเฉทาย อานาปานสฺสติ. โส น นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายาติ โส ธมฺโม โย นํ ยถาเทสิตํ กโรติ, ตสฺส ตกฺกรสฺส สมฺมา เหตุนา นเยน การเณน วฏฺฏทุกฺขกฺขยาย น นิยฺยาติ น นิคฺคจฺฉติ, ตํ อตฺถํ น สาเธตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. เสยฺยถาปิ สรโภ ปริพฺพาชโกติ ยถา อยํ สรโภ ปริพฺพาชโก ปชฺฌายนฺโต อปฺปฏิภาโน นิสินฺโน, เอวํ นิสีทิสฺสตีติ.
เอวํ ตีหิ ปเทหิ สีหนาทํ นทิตฺวา เทสนํ นิวตฺเตนฺตสฺเสว ตถาคตสฺส ตสฺมึ ฐาเน สนฺนิปติตา จตุราสีติปาณสหสฺสปริมาณา ปริสา อมตปานํ ปิวิ, สตฺถา ปริสาย อมตปานสฺส ปีตภาวํ ญตฺวา เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปกฺกามิ. ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ อถ โข ภควาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สีหนาทนฺติ เสฏฺฐนาทํ อภีตนาทํ อปฺปฏินาทํ. เวหาสํ ปกฺกามีติ อภิญฺญาปาทกํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย อธิฏฺฐาย สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน อากาสํ ปกฺขนฺทิ. เอวํ ปกฺขนฺโท จ ปน ตํขณญฺเญว คิชฺฌกูฏมหาวิหาเร ปติฏฺฐาสิ.
วาจาย สนฺนิโตทเกนาติ วจนปโตเทน. สญฺชมฺภริมกํสูติ สมฺภริตํ นิรนฺตรผุฏํ อกํสุ, อุปริ วิชฺฌึสูติ วุตฺตํ โหติ. พฺรหารญฺเญติ มหารญฺเญ. สีหนาทํ นทิสฺสามีติ สีหสฺส นทโต อาการํ ทิสฺวา ‘‘อยมฺปิ ติรจฺฉานคโต, อหมฺปิ, อิมสฺส จตฺตาโร ปาทา, มยฺหมฺปิ, อหมฺปิ เอวเมว สีหนาทํ นทิสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. โส สีหสฺส สมฺมุขา นทิตุํ อสกฺโกนฺโต ตสฺมึ โคจราย ปกฺกนฺเต เอกโก นทิตุํ อารภิ. อถสฺส สิงฺคาลสทฺโทเยว นิจฺฉริ. เตน วุตฺตํ – สิงฺคาลกํเยว นทตีติ. เภรณฺฑกนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. อปิจ ภินฺนสฺสรํ อมนาปสทฺทํ นทตีติ วุตฺตํ โหติ. เอวเมว โข ตฺวนฺติ อิมินา โอปมฺเมน ปริพฺพาชกา ตถาคตํ สีหสทิสํ กตฺวา สรภํ สิงฺคาลสทิสํ อกํสุ. อมฺพุกสญฺจรีติ ขุทฺทกกุกฺกุฏิกา. ปุริสกรวิตํ รวิสฺสามีติ มหากุกฺกุฏํ รวนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อิมสฺสปิ เทฺว ปาทา เทฺว ปกฺขา, มยฺหมฺปิ ตเถว, อหมฺปิ เอวรูปํ รวิตํ รวิสฺสามี’’ติ สา ตสฺส สมฺมุขา รวิตุํ อสกฺโกนฺตี ตสฺมึ ปกฺกนฺเต รวมานา กุกฺกุฏิการวํเยว รวิ. เตน วุตฺตํ – อมฺพุกสญฺจริรวิตํเยว รวตีติ. อุสโภติ โคโณ. สุญฺญายาติ ตุจฺฉาย เชฏฺฐกวสเภหิ วิรหิตาย. คมฺภีรํ นทิตพฺพํ มญฺญตีติ เชฏฺฐกวสภสฺส นาทสทิสํ คมฺภีรนาทํ นทิตพฺพํ มญฺญติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.