๑. ติตฺถายตนสุตฺตวณฺณนา

๖๒. ทุติยสฺส ปฐเม ติตฺถายตนานีติ ติตฺถภูตานิ อายตนานิ, ติตฺถิยานํ วา อายตนานิ. ตตฺถ ติตฺถํ ชานิตพฺพํ, ติตฺถกรา ชานิตพฺพา, ติตฺถิยา ชานิตพฺพา, ติตฺถิยสาวกา ชานิตพฺพา. ติตฺถํ นาม ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย. ติตฺถิกรา นาม ตาสํ ทิฏฺฐีนํ อุปฺปาทกา. ติตฺถิยา นาม เยสํ ตา ทิฏฺฐิโย รุจฺจนฺติ ขมนฺติ. ติตฺถิยสาวกา นาม เตสํ ปจฺจยทายกา. อายตนนฺติ ‘‘กมฺโพโช อสฺสานํ อายตนํ, คุนฺนํ ทกฺขิณาปโถ อายตน’’นฺติ เอตฺถ สญฺชาติฏฺฐานํ อายตนํ นาม.

‘‘มโนรเม อายตเน, เสวนฺติ นํ วิหงฺคมา;

ฉายํ ฉายตฺถิโน ยนฺติ, ผลตฺถํ ผลโภชิโน’’ติ. (อ. นิ. ๕.๓๘) –

เอตฺถ สโมสรณฏฺฐานํ. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, วิมุตฺตายตนานี’’ติ (อ. นิ. ๕.๒๖) เอตฺถ การณํ. ตํ อิธ สพฺพมฺปิ ลพฺภติ. สพฺเพปิ หิ ทิฏฺฐิคติกา สญฺชายมานา อิเมสุเยว ตีสุ ฐาเนสุ สญฺชายนฺติ, สโมสรณมานาปิ เอเตสุเยว ตีสุ ฐาเนสุ สโมสรนฺติ สนฺนิปตนฺติ, ทิฏฺฐิคติกภาเว จ เนสํ เอตาเนว ตีณิ การณานีติ ติตฺถภูตานิ สญฺชาติอาทินา อตฺเถน อายตนานีติปิ ติตฺถายตนานิ. เตเนวตฺเถน ติตฺถิยานํ อายตนานีติปิ ติตฺถายตนานิ. สมนุยุญฺชิยมานานีติ กา นาเมตา ทิฏฺฐิโยติ เอวํ ปุจฺฉิยมานานิ. สมนุคาหิยมานานีติ กึการณา เอตา ทิฏฺฐิโย อุปฺปนฺนาติ เอวํ สมฺมา อนุคฺคาหิยมานานิ. สมนุภาสิยมานานีติ ปฏินิสฺสชฺเชถ เอตานิ ปาปกานิ ทิฏฺฐิคตานีติ เอวํ สมฺมา อนุสาสิยมานานิ. อปิจ ตีณิปิ เอตานิ อนุโยคปุจฺฉาเววจนาเนว. เตน วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ – ‘‘สมนุยุญฺชตีติ วา สมนุคฺคาหตีติ วา สมนุภาสตีติ วา เอเสเส เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเต ตญฺเญวา’’ติ.

ปรมฺปิ คนฺตฺวาติ อาจริยปรมฺปรา ลทฺธิปรมฺปรา อตฺตภาวปรมฺปราติ เอเตสุ ยํกิญฺจิ ปรมฺปรํ คนฺตฺวาปิ. อกิริยาย สณฺฐหนฺตีติ อกิริยมตฺเต สํติฏฺฐนฺติ. ‘‘อมฺหากํ อาจริโย ปุพฺเพกตวาที, อมฺหากํ ปาจริโย ปุพฺเพกตวาที, อมฺหากํ อาจริยปาจริโย ปุพฺเพกตวาที. อมฺหากํ อาจริโย อิสฺสรนิมฺมานวาที, อมฺหากํ ปาจริโย อิสฺสรนิมฺมานวาที, อมฺหากํ อาจริยปาจริโย อิสฺสรนิมฺมานวาที. อมฺหากํ อาจริโย อเหตุอปจฺจยวาที, อมฺหากํ ปาจริโย อเหตุอปจฺจยวาที, อมฺหากํ อาจริยปาจริโย อเหตุอปจฺจยวาที’’ติ เอวํ คจฺฉนฺตานิ หิ เอตานิ อาจริยปรมฺปรํ คจฺฉนฺติ นาม. ‘‘อมฺหากํ อาจริโย ปุพฺเพกตลทฺธิโก, อมฺหากํ ปาจริโย…เป… อมฺหากํ อาจริยปาจริโย อเหตุอปจฺจยลทฺธิโก’’ติ เอวํ คจฺฉนฺตานิ ลทฺธิปรมฺปรํ คจฺฉนฺติ นาม. ‘‘อมฺหากํ อาจริยสฺส อตฺตภาโว ปุพฺเพกตเหตุ, อมฺหากํ ปาจริยสฺส…เป… อมฺหากํ อาจริยปาจริยสฺส อตฺตภาโว อเหตุ อปจฺจโย’’ติ เอวํ คจฺฉนฺตานิ อตฺตภาวปรมฺปรํ คจฺฉนฺติ นาม. เอวํ ปน สุวิทูรมฺปิ คจฺฉนฺตานิ อกิริยมตฺเตเยว สณฺฐหนฺติ, เอโกปิ เอเตสํ ทิฏฺฐิคติกานํ กตฺตา วา กาเรตา วา น ปญฺญายติ.

ปุริสปุคฺคโลติ สตฺโต. กามญฺจ ปุริโสติปิ วุตฺเต ปุคฺคโลติปิ วุตฺเต สตฺโตเยว วุตฺโต โหติ, อยํ ปน สมฺมุติกถา นาม โย ยถา ชานาติ, ตสฺส ตถา วุจฺจติ. ปฏิสํเวเทตีติ อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปนฺนํ ชานาติ ปฏิสํวิทิตํ กโรติ, อนุภวติ วา. ปุพฺเพกตเหตูติ ปุพฺเพกตการณา, ปุพฺเพกตกมฺมปจฺจเยเนว ปฏิสํเวเทตีติ อตฺโถ. อิมินา กมฺมเวทนญฺจ กิริยเวทนญฺจ ปฏิกฺขิปิตฺวา เอกํ วิปากเวทนเมว สมฺปฏิจฺฉนฺติ. เย วา อิเม ปิตฺตสมุฏฺฐานา อาพาธา เสมฺหสมุฏฺฐานา วาตสมุฏฺฐานา สนฺนิปาติกา อุตุปริณามชา วิสมปริหารชา โอปกฺกมิกา อาพาธา กมฺมวิปากชา อาพาธาติ อฏฺฐ โรคา วุตฺตา, เตสุ สตฺต ปฏิกฺขิปิตฺวา เอกํ วิปากเวทนํเยว สมฺปฏิจฺฉนฺติ. เยปิเม ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ อุปปชฺชเวทนียํ อปรปริยายเวทนียนฺติ ตโย กมฺมราสโย วุตฺตา, เตสุปิ เทฺว ปฏิพาหิตฺวา เอกํ อปรปริยายกมฺมํเยว สมฺปฏิจฺฉนฺติ. เยปิเม ทิฏฺฐธมฺมเวทนีโย วิปาโก อุปปชฺชเวทนีโย อปรปริยายเวทนีโยติ ตโย วิปากราสโย วุตฺตา, เตสุปิ เทฺว ปฏิพาหิตฺวา เอกํ อปรปริยายวิปากเมว สมฺปฏิจฺฉนฺติ. เยปิเม กุสลเจตนา อกุสลเจตนา วิปากเจตนา กิริยเจตนาติ จตฺตาโร เจตนาราสโย วุตฺตา, เตสุปิ ตโย ปฏิพาหิตฺวา เอกํ วิปากเจตนํเยว สมฺปฏิจฺฉนฺติ.

อิสฺสรนิมฺมานเหตูติ อิสฺสรนิมฺมานการณา, อิสฺสเรน นิมฺมิตตฺตา ปฏิสํเวเทตีติ อตฺโถ. อยํ หิ เตสํ อธิปฺปาโย – อิมา ติสฺโส เวทนา ปจฺจุปฺปนฺเน อตฺตนา กตมูลเกน วา อาณตฺติมูลเกน วา ปุพฺเพกเตน วา อเหตุอปจฺจยา วา ปฏิสํเวทิตุํ นาม น สกฺกา, อิสฺสรนิมฺมานการณาเยว ปน อิมา ปฏิสํเวเทตีติ. เอวํวาทิโน ปเนเต เหฏฺฐา วุตฺเตสุ อฏฺฐสุ โรเคสุ เอกมฺปิ อสมฺปฏิจฺฉิตฺวา สพฺเพ ปฏิพาหนฺติ, เหฏฺฐา วุตฺเตสุ จ ตีสุ กมฺมราสีสุ ตีสุ วิปากราสีสุ จตูสุ เจตนาราสีสุ เอกมฺปิ อสมฺปฏิจฺฉิตฺวา สพฺเพปิ ปฏิพาหนฺติ.

อเหตุอปจฺจยาติ เหตุญฺจ ปจฺจยญฺจ วินา, อการเณเนว ปฏิสํเวเทตีติ อตฺโถ. อยญฺหิ เนสํ อธิปฺปาโย – อิมา ติสฺโส เวทนา ปจฺจุปฺปนฺเน อตฺตนา กตมูลเกน วา อาณตฺติมูลเกน วา ปุพฺเพกเตน วา อิสฺสรนิมฺมานเหตุนา วา ปฏิสํเวทิตุํ นาม น สกฺกา, อเหตุอปจฺจยาเยว ปน อิมา ปฏิสํเวเทตีติ. เอวํวาทิโน ปเนเต เหฏฺฐา วุตฺเตสุ โรคาทีสุ เอกมฺปิ อสมฺปฏิจฺฉิตฺวา สพฺพํ ปฏิพาหนฺติ.

เอวํ สตฺถา มาติกํ นิกฺขิปิตฺวา อิทานิ ตํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ตตฺร, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ เอวํ วทามีติ ลทฺธิปติฏฺฐาปนตฺถํ เอวํ วทามีติ ทสฺเสติ. ลทฺธิญฺหิ อปฺปติฏฺฐาเปตฺวา นิคฺคยฺหมานา ลทฺธิโต ลทฺธึ สงฺกมนฺติ, โภ โคตม, น มยํ ปุพฺเพกตวาทํ วทามาติอาทีนิ วทนฺติ. ลทฺธิยา ปน ปติฏฺฐาปิตาย สงฺกมิตุํ อลภนฺตา สุนิคฺคหิตา โหนฺติ, อิติ เนสํ ลทฺธิปติฏฺฐาปนตฺถํ เอวํ วทามีติ อาห. เตนหายสฺมนฺโตติ เตน หิ อายสฺมนฺโต. กึ วุตฺตํ โหติ – ยทิ เอตํ สจฺจํ, เอวํ สนฺเต เตน ตุมฺหากํ วาเทน. ปาณาติปาติโน ภวิสฺสนฺติ ปุพฺเพกตเหตูติ เย เกจิ โลเก ปาณํ อติปาเตนฺติ, สพฺเพ เต ปุพฺเพกตเหตุ ปาณาติปาติโน ภวิสฺสนฺติ. กึการณา? น หิ ปาณาติปาตกมฺมํ อตฺตนา กตมูลเกน น อาณตฺติมูลเกน น อิสฺสรนิมฺมานเหตุนา น อเหตุอปจฺจยา สกฺกา ปฏิสํเวเทตุํ, ปุพฺเพกตเหตุเยว ปฏิสํเวเทตีติ อยํ โว ลทฺธิ. ยถา จ ปาณาติปาติโน, เอวํ ปาณาติปาตา วิรมนฺตาปิ ปุพฺเพกตเหตุเยว วิรมิสฺสนฺตีติ. อิติ ภควา เตสํเยว ลทฺธึ คเหตฺวา เตสํ นิคฺคหํ อาโรเปติ. อิมินา นเยน อทินฺนาทายิโนติอาทีสุปิ โยชนา เวทิตพฺพา.

สารโต ปจฺจาคจฺฉตนฺติ สารภาเวน คณฺหนฺตานํ. ฉนฺโทติ กตฺตุกมฺยตาฉนฺโท. อิทํ วา กรณียํ อิทํ วา อกรณียนฺติ เอตฺถ อยํ อธิปฺปาโย – อิทํ วา กรณียนฺติ กตฺตพฺพสฺส กรณตฺถาย, อิทํ วา อกรณียนฺติ อกตฺตพฺพสฺส อกรณตฺถาย กตฺตุกมฺยตา วา ปจฺจตฺตปุริสกาโร วา น โหติ. ฉนฺทวายาเมสุ วา อสนฺเตสุ ‘‘อิทํ กตฺตพฺพ’’นฺติปิ ‘‘อิทํ น กตฺตพฺพ’’นฺติปิ น โหติ. อิติ กรณียากรณีเย โข ปน สจฺจโต เถตโต อนุปลพฺภิยมาเนติ เอวํ กตฺตพฺเพ จ อกตฺตพฺเพ จ ภูตโต ถิรโต อปญฺญายมาเน อลพฺภมาเน. ยทิ หิ กตฺตพฺพํ กาตุํ อกตฺตพฺพโต จ วิรมิตุํ ลเภยฺย, กรณียากรณียํ สจฺจโต เถตโต อุปลพฺเภยฺย. ยสฺมา ปน อุภยมฺปิ ตํ เอส นุปลพฺภติ, ตสฺมา ตํ สจฺจโต เถตโต น อุปลพฺภติ, เอวํ ตสฺมึ จ อนุปลพฺภิยมาเนติ อตฺโถ. มุฏฺฐสฺสตีนนฺติ นฏฺฐสฺสตีนํ วิสฺสฏฺฐสฺสตีนํ. อนารกฺขานํ วิหรตนฺติ ฉสุ ทฺวาเรสุ นิรารกฺขานํ วิหรนฺตานํ. น โหติ ปจฺจตฺตํ สหธมฺมิโก สมณวาโทติ เอวํ ภูตานํ ตุมฺหากํ วา อญฺเญสํ วา มยํ สมณาติ ปจฺจตฺตํ สการโณ สมณวาโท น โหติ น อิชฺฌติ. สมณาปิ หิ ปุพฺเพกตการณาเยว โหนฺติ, อสฺสมณาปิ ปุพฺเพกตการณาเยวาติ. สหธมฺมิโกติ สการโณ. นิคฺคโห โหตีติ มม นิคฺคโห โหติ, เต ปน นิคฺคหิตา โหนฺตีติ.

เอวํ ปุพฺเพกตวาทิโน นิคฺคเหตฺวา อิทานิ อิสฺสรนิมฺมานวาทิโน นิคฺคเหตุํ ตตฺร, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ ปุพฺเพกตวาเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ, ตถา อเหตุกวาเทปิ.

เอวํ อิเมสํ ติตฺถายตนานํ ปรมฺปิ คนฺตฺวา อกิริยาย สณฺฐหนภาเวน ตุจฺฉภาวํ อนิยฺยานิกภาวํ, อสารภาเวน ถุสโกฏฺฏนสทิสตํ อาปชฺชนภาเวน อคฺคิสญฺญาย ธมมานขชฺชุปนกสริกฺขตํ ตํทิฏฺฐิกานํ ปุริมสฺสปิ มชฺฌิมสฺสปิ ปจฺฉิมสฺสปิ อตฺถทสฺสนตาย อภาเวน อนฺธเวณูปมตํ สทฺทมตฺเตเนว ตานิ คเหตฺวา สารทิฏฺฐิกานํ ปถวิยํ ปติตสฺส เพลุวปกฺกสฺส ททฺทภายิตสทฺทํ สุตฺวา ‘‘ปถวี สํวฏฺฏมานา อาคจฺฉตี’’ติ สญฺญาย ปลายนฺเตน สสเกน สริกฺขภาวญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อตฺตนา เทสิตสฺส ธมฺมสฺส สารภาวญฺเจว นิยฺยานิกภาวญฺจ ทสฺเสตุํ อยํ โข ปน, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ อนิคฺคหิโตติ อญฺเญหิ อนิคฺคหิโต นิคฺคเหตุํ อสกฺกุเณยฺโย. อสํกิลิฏฺโฐติ นิกฺกิเลโส ปริสุทฺโธ, ‘‘สํกิลิฏฺฐํ นํ กริสฺสามา’’ติ ปวตฺเตหิปิ ตถา กาตุํ อสกฺกุเณยฺโย. อนุปวชฺโชติ อุปวาทวินิมุตฺโต. อปฺปฏิกุฏฺโฐติ ‘‘กึ อิมินา หรถ น’’นฺติ เอวํ อปฺปฏิพาหิโต, อนุปกฺกุฏฺโฐ วา. วิญฺญูหีติ ปณฺฑิเตหิ. อปณฺฑิตานญฺหิ อชานิตฺวา กเถนฺตานํ วจนํ อปฺปมาณํ. ตสฺมา วิญฺญูหีติ อาห.

อิทานิ ตสฺส ธมฺมสฺส ทสฺสนตฺถํ ‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว’’ติ ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมา ฉ ธาตุโย’’ติอาทินา นเยน มาติกํ นิกฺขิปิตฺวา ยถาปฏิปาฏิยา วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต ปุน อิมา ฉ ธาตุโยติอาทิมาห. ตตฺถ ธาตุโยติ สภาวา. นิชฺชีวนิสฺสตฺตภาวปฺปกาสโก หิ สภาวฏฺโฐ ธาตฺวฏฺโฐ นาม. ผสฺสายตนานีติ วิปากผสฺสานํ อากรฏฺเฐน อายตนานิ. มโนปวิจาราติ วิตกฺกวิจารปาเทหิ อฏฺฐารสสุ ฐาเนสุ มนสฺส อุปวิจารา.

ปถวีธาตูติ ปติฏฺฐาธาตุ. อาโปธาตูติ อาพนฺธนธาตุ. เตโชธาตูติ ปริปาจนธาตุ. วาโยธาตูติ วิตฺถมฺภนธาตุ. อากาสธาตูติ อสมฺผุฏฺฐธาตุ. วิญฺญาณธาตูติ วิชานนธาตุ. เอวมิทํ ธาตุกมฺมฏฺฐานํ อาคตํ. ตํ โข ปเนตํ สงฺเขปโต อาคตฏฺฐาเน สงฺเขปโตปิ วิตฺถารโตปิ กเถตุํ วฏฺฏติ. วิตฺถารโต อาคตฏฺฐาเน สงฺเขปโต กเถตุํ น วฏฺฏติ, วิตฺถารโตว วฏฺฏติ. อิมสฺมึ ปน ติตฺถายตนสุตฺเต อิทํ สงฺเขปโต ฉธาตุวเสน กมฺมฏฺฐานํ อาคตํ. ตํ อุภยถาปิ กเถตุํ วฏฺฏติ.

สงฺเขปโต ฉธาตุวเสน กมฺมฏฺฐานํ ปริคฺคณฺหนฺโตปิ เอวํ ปริคฺคณฺหาติ – ปถวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตูติ อิมานิ จตฺตาริ มหาภูตานิ, อากาสธาตุ อุปาทารูปํ. เอกสฺมึ จ อุปาทารูเป ทิฏฺเฐ เสสานิ เตวีสติ ทิฏฺฐาเนวาติ สลฺลกฺเขตพฺพานิ. วิญฺญาณธาตูติ จิตฺตํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ โหติ, เตน สหชาตา เวทนา เวทนากฺขนฺโธ, สญฺญา สญฺญากฺขนฺโธ, ผสฺโส จ เจตนา จ สงฺขารกฺขนฺโธติ อิเม จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธา นาม. จตฺตาริ ปน มหาภูตานิ จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทารูปํ รูปกฺขนฺโธ นาม. ตตฺถ จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธา นามํ, รูปกฺขนฺโธ รูปนฺติ นามญฺจ รูปญฺจาติ เทฺวเยว ธมฺมา โหนฺติ, ตโต อุทฺธํ สตฺโต วา ชีโว วา นตฺถีติ เอวํ เอกสฺส ภิกฺขุโน สงฺเขปโต ฉธาตุวเสน อรหตฺตสมฺปาปกํ กมฺมฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ.

วิตฺถารโต ปริคฺคณฺหนฺโต ปน จตฺตาริ มหาภูตานิ ปริคฺคณฺหิตฺวา อากาสธาตุปริคฺคหานุสาเรน เตวีสติ อุปาทารูปานิ ปริคฺคณฺหาติ. อถ เนสํ ปจฺจยํ อุปปริกฺขนฺโต ปุน จตฺตาเรว มหาภูตานิ ทิสฺวา เตสุ ปถวีธาตุ วีสติโกฏฺฐาสา, อาโปธาตุ ทฺวาทส, เตโชธาตุ จตฺตาโร, วาโยธาตุ ฉโกฏฺฐาสาติ โกฏฺฐาสวเสน สโมธาเนตฺวา ทฺวาจตฺตาลีส มหาภูตานิ จ ววตฺถเปตฺวา เตสุ เตวีสติ อุปาทารูปานิ ปกฺขิปิตฺวา ปญฺจสฏฺฐิ รูปานิ ววตฺถเปติ. ตานิ จ วตฺถุรูเปน สทฺธึ ฉสฏฺฐิ โหนฺตีติ ฉสฏฺฐิ รูปานิ ปสฺสติ. วิญฺญาณธาตุ ปน โลกิยจิตฺตวเสน เอกาสีติ จิตฺตานิ. ตานิ สพฺพานิปิ วิญฺญาณกฺขนฺโธ นาม โหติ. เตหิ สหชาตา เวทนาทโยปิ ตตฺตกาเยวาติ เอกาสีติ เวทนา เวทนากฺขนฺโธ, เอกาสีติ สญฺญา สญฺญากฺขนฺโธ, เอกาสีติ เจตนา สงฺขารกฺขนฺโธติ อิเม จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธา เตภูมกวเสน คยฺหมานา จตุวีสาธิกานิ ตีณิ ธมฺมสตานิ โหนฺตีติ อิติ อิเม จ อรูปธมฺมา ฉสฏฺฐิ จ รูปธมฺมาติ สพฺเพปิ สโมธาเนตฺวา นามญฺจ รูปญฺจาติ เทฺวว ธมฺมา โหนฺติ, ตโต อุทฺธํ สตฺโต วา ชีโว วา นตฺถีติ นามรูปวเสน ปญฺจกฺขนฺเธ ววตฺถเปตฺวา เตสํ ปจฺจยํ ปริเยสนฺโต อวิชฺชาปจฺจยา ตณฺหาปจฺจยา กมฺมปจฺจยา อาหารปจฺจยาติ เอวํ ปจฺจยํ ทิสฺวา ‘‘อตีเตปิ อิเมหิ ปจฺจเยหิ อิทํ วฏฺฏํ ปวตฺติตฺถ, อนาคเตปิ เอเตหิ ปจฺจเยหิ ปวตฺติสฺสติ, เอตรหิปิ เอเตหิเยว ปวตฺตตี’’ติ ตีสุ กาเลสุ กงฺขํ วิตริตฺวา อนุกฺกเมน ปฏิปชฺชมาโน อรหตฺตํ ปาปุณาติ. เอวํ วิตฺถารโตปิ ฉธาตุวเสน อรหตฺตสมฺปาปกํ กมฺมฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ.

จกฺขุ ผสฺสายตนนฺติ สุวณฺณาทีนํ สุวณฺณาทิอากโร วิย เทฺว จกฺขุวิญฺญาณานิ เทฺว สมฺปฏิจฺฉนานิ ตีณิ สนฺตีรณานีติ อิเมหิ สตฺตหิ วิญฺญาเณหิ สหชาตานํ สตฺตนฺนํ ผสฺสานํ สมุฏฺฐานฏฺเฐน อากโรติ อายตนํ. โสตํ ผสฺสายตนนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. มโน ผสฺสายตนนฺติ เอตฺถ ปน ทฺวาวีสติ วิปากผสฺสา โยเชตพฺพา. อิติ หิทํ ฉผสฺสายตนานํ วเสน กมฺมฏฺฐานํ อาคตํ. ตํ สงฺเขปโตปิ วิตฺถารโตปิ กเถตพฺพํ. สงฺเขปโต ตาว – เอตฺถ หิ ปุริมานิ ปญฺจ อายตนานิ อุปาทารูปํ, เตสุ ทิฏฺเฐสุ อวเสสํ อุปาทารูปํ ทิฏฺฐเมว โหติ. ฉฏฺฐํ อายตนํ จิตฺตํ, ตํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ โหติ, เตน สหชาตา เวทนาทโย เสสา ตโย อรูปกฺขนฺธาติ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว สงฺเขปโต จ วิตฺถารโต จ อรหตฺตสมฺปาปกํ กมฺมฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ.

จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวาติ จกฺขุวิญฺญาเณน รูปํ ปสฺสิตฺวา. โสมนสฺสฏฺฐานิยนฺติ โสมนสฺสสฺส การณภูตํ. อุปวิจรตีติ ตตฺถ มนํ จาเรนฺโต อุปวิจรติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ อิฏฺฐํ วา โหตุ อนิฏฺฐํ วา, ยํ รูปํ ทิสฺวา โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, ตํ โสมนสฺสฏฺฐานิยํ นาม. ยํ ทิสฺวา โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, ตํ โทมนสฺสฏฺฐานิยํ นาม. ยํ ทิสฺวา อุเปกฺขา อุปฺปชฺชติ, ตํ อุเปกฺขาฏฺฐานิยํ นามาติ เวทิตพฺพํ. สทฺทาทีสุปิ เอเสว นโย. อิติ อิทํ สงฺเขปโต กมฺมฏฺฐานํ อาคตํ. ตํ โข ปเนตํ สงฺเขปโต อาคตฏฺฐาเน สงฺเขปโตปิ วิตฺถารโตปิ กเถตุํ วฏฺฏติ. วิตฺถารโต อาคตฏฺฐาเน สงฺเขปโต กเถตุํ น วฏฺฏติ. อิมสฺมึ ปน ติตฺถายตนสุตฺเต อิทํ สงฺเขปโต อฏฺฐารสมโนปวิจารวเสน กมฺมฏฺฐานํ อาคตํ. ตํ สงฺเขปโตปิ วิตฺถารโตปิ กเถตุํ วฏฺฏติ.

ตตฺถ สงฺเขปโต ตาว – จกฺขุ โสตํ ฆานํ ชิวฺหา กาโย, รูปํ สทฺโท คนฺโธ รโสติ อิมานิ นว อุปาทารูปานิ, เตสุ ทิฏฺเฐสุ เสสํ อุปาทารูปํ ทิฏฺฐเมว โหติ. โผฏฺฐพฺพํ ตีณิ มหาภูตานิ, เตหิ ทิฏฺเฐหิ จตุตฺถํ ทิฏฺฐเมว โหติ. มโน วิญฺญาณกฺขนฺโธ, เตน สหชาตา เวทนาทโย ตโย อรูปกฺขนฺธาติ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว สงฺเขปโต จ วิตฺถารโต จ อรหตฺตสมฺปาปกํ กมฺมฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ.

อริยสจฺจานีติ อริยภาวกรานิ, อริยปฏิวิทฺธานิ วา สจฺจานิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปเนตํ ปทํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๕๒๙) ปกาสิตํ. ฉนฺนํ, ภิกฺขเว, ธาตูนนฺติ อิทํ กิมตฺถํ อารทฺธํ? สุขาวโพธนตฺถํ. ยสฺส หิ ตถาคโต ทฺวาทสปทํ ปจฺจยาวฏฺฏํ กเถตุกาโม โหติ, ตสฺส คพฺภาวกฺกนฺติ วฏฺฏํ ทสฺเสติ. คพฺภาวกฺกนฺติ วฏฺฏสฺมึ หิ ทสฺสิเต กเถตุมฺปิ สุขํ โหติ ปรํ อวโพเธ อุตุมฺปีติ สุขาวโพธนตฺถํ อิทมารทฺธนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ฉนฺนํ ธาตูนนฺติ เหฏฺฐา วุตฺตานํเยว ปถวีธาตุอาทีนํ. อุปาทายาติ ปฏิจฺจ. เอเตน ปจฺจยมตฺตํ ทสฺเสติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘ฉธาตุปจฺจยา คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ โหตี’’ติ. กสฺส ฉนฺนํ ธาตูนํ ปจฺจเยน, กึ มาตุ, อุทาหุ ปิตูติ? น มาตุ น ปิตุ, ปฏิสนฺธิคฺคณฺหนกสตฺตสฺเสว ปน ฉนฺนํ ธาตูนํ ปจฺจเยน คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ นาม โหติ. คพฺโภ จ นาเมส นิรยคพฺโภ ติรจฺฉานโยนิคพฺโภ เปตฺติวิสยคพฺโภ มนุสฺสคพฺโภ เทวคพฺโภติ นานปฺปกาโร โหติ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน มนุสฺสคพฺโภ อธิปฺเปโต. อวกฺกนฺติ โหตีติ โอกฺกนฺติ นิพฺพตฺติ ปาตุภาโว โหติ, กถํ โหตีติ? ติณฺณํ สนฺนิปาเตน. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘ติณฺณํ โข ปน, ภิกฺขเว, สนฺนิปาตา คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ โหติ. กตเมสํ ติณฺณํ? อิธ มาตาปิตโร จ สนฺนิปติตา โหนฺติ, มาตา จ น อุตุนี โหติ, คนฺธพฺโพ จ น ปจฺจุปฏฺฐิโต โหติ. เนว ตาว คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ โหติ. อิธ มาตาปิตโร จ สนฺนิปติตา โหนฺติ, มาตา จ อุตุนี โหติ, คนฺธพฺโพ จ น ปจฺจุปฏฺฐิโต โหติ, เนว ตาว คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ โหติ. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, มาตาปิตโร จ สนฺนิปติตา โหนฺติ, มาตา จ อุตุนี โหติ, คนฺธพฺโพ จ ปจฺจุปฏฺฐิโต โหติ. เอวํ ติณฺณํ สนฺนิปาตา คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ โหตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๐๘).

โอกฺกนฺติยา สติ นามรูปนฺติ ‘‘วิญฺญาณปจฺจยา นามรูป’’นฺติ วุตฺตฏฺฐาเน วตฺถุทสกํ กายทสกํ ภาวทสกํ ตโย อรูปิโน ขนฺธาติ เตตฺตึส ธมฺมา คหิตา, อิมสฺมึ ปน ‘‘โอกฺกนฺติยา สติ นามรูป’’นฺติ วุตฺตฏฺฐาเน วิญฺญาณกฺขนฺธมฺปิ ปกฺขิปิตฺวา คพฺภเสยฺยกานํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ จตุตฺตึส ธมฺมา คหิตาติ เวทิตพฺพา. นามรูปปจฺจยา สฬายตนนฺติอาทีหิ ยเถว โอกฺกนฺติยา สติ นามรูปปาตุภาโว ทสฺสิโต, เอวํ นามรูเป สติ สฬายตนปาตุภาโว, สฬายตเน สติ ผสฺสปาตุภาโว, ผสฺเส สติ เวทนาปาตุภาโว ทสฺสิโต.

เวทิยมานสฺสาติ เอตฺถ เวทนํ อนุภวนฺโตปิ เวทิยมาโนติ วุจฺจติ ชานนฺโตปิ. ‘‘เวทิยามหํ, ภนฺเต, เวทิยตีติ มํ สงฺโฆ ธาเรตู’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) เอตฺถ หิ อนุภวนฺโต เวทิยมาโน นาม, ‘‘สุขํ เวทนํ เวทิยมาโน สุขํ เวทนํ เวทิยามีติ ปชานาตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๑๓; ที. นิ. ๒.๓๘๐; วิภ. ๓๖๓) เอตฺถ ชานนฺโต. อิธาปิ ชานนฺโตว อธิปฺเปโต. อิทํ ทุกฺขนฺติ ปญฺญเปมีติ เอวํ ชานนฺตสฺส สตฺตสฺส ‘‘อิทํ ทุกฺขํ เอตฺตกํ ทุกฺขํ, นตฺถิ อิโต อุทฺธํ ทุกฺข’’นฺติ ปญฺญเปมิ โพเธมิ ชานาเปมิ. อยํ ทุกฺขสมุทโยติอาทีสุปิ เอเสว นโย.

ตตฺถ ทุกฺขาทีสุ อยํ สนฺนิฏฺฐานกถา – ฐเปตฺวา หิ ตณฺหํ เตภูมกา ปญฺจกฺขนฺธา ทุกฺขํ นาม, ตสฺเสว ปภาวิกา ปุพฺพตณฺหา ทุกฺขสมุทโย นาม, เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ สจฺจานํ อนุปฺปตฺตินิโรโธ ทุกฺขนิโรโธ นาม, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา นาม. อิติ ภควา โอกฺกนฺติยา สติ นามรูปนฺติ กเถนฺโตปิ เวทิยมานสฺส ชานมานสฺเสว กเถสิ, นามรูปปจฺจยา สฬายตนนฺติ กเถนฺโตปิ, สฬายตนปจฺจยา ผสฺโสติ กเถนฺโตปิ, ผสฺสปจฺจยา เวทนาติ กเถนฺโตปิ, เวทิยมานสฺส โข ปนาหํ, ภิกฺขเว, อิทํ ทุกฺขนฺติ ปญฺญเปมีติ กเถนฺโตปิ, อยํ ทุกฺขสมุทโยติ, อยํ ทุกฺขนิโรโธติ, อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ปญฺญเปมีติ กเถนฺโตปิ เวทิยมานสฺส ชานมานสฺเสว กเถสิ.

อิทานิ ตานิ ปฏิปาฏิยา ฐปิตานิ สจฺจานิ วิตฺถาเรนฺโต กตมญฺจ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตํ สพฺพํ สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๕๓๗) วิตฺถาริตเมว. ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อยํ ปน วิเสโส – ตตฺถ ‘‘ทุกฺขสมุทยํ อริยสจฺจํ ยายํ ตณฺหา โปโนพฺภวิกา’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๓; ที. นิ. ๒.๔๐๐; วิภ. ๒๐๓) อิมาย ตนฺติยา อาคตํ, อิธ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติ ปจฺจยาการวเสน. ตตฺถ จ ทุกฺขนิโรธํ อริยสจฺจํ ‘‘โย ตสฺสาเยว ตณฺหาย อเสสวิราคนิโรโธ’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๔; ที. นิ. ๒.๔๐๑; วิภ. ๒๐๔) อิมาย ตนฺติยา อาคตํ, อิธ ‘‘อวิชฺชายเตฺวว อเสสวิราคนิโรธา’’ติ ปจฺจยาการนิโรธวเสน.

ตตฺถ อเสสวิราคนิโรธาติ อเสสวิราเคน จ อเสสนิโรเธน จ. อุภยมฺเปตํ อญฺญมญฺญเววจนเมว. สงฺขารนิโรโธติ สงฺขารานํ อนุปฺปตฺตินิโรโธ โหติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อิเมหิ ปน ปเทหิ ยํ อาคมฺม อวิชฺชาทโย นิรุชฺฌนฺติ, อตฺถโต ตํ นิพฺพานํ ทีปิตํ โหติ. นิพฺพานญฺหิ อวิชฺชานิโรโธติปิ สงฺขารนิโรโธติปิ เอวํ เตสํ เตสํ ธมฺมานํ นิโรธนาเมน กถียติ. เกวลสฺสาติ สกลสฺส. ทุกฺขกฺขนฺธสฺสาติ วฏฺฏทุกฺขราสิสฺส. นิโรโธ โหตีติ อปฺปวตฺติ โหติ. ตตฺถ ยสฺมา อวิชฺชาทีนํ นิโรโธ นาม ขีณากาโรปิ วุจฺจติ อรหตฺตมฺปิ นิพฺพานมฺปิ, ตสฺมา อิธ ขีณาการทสฺสนวเสน ทฺวาทสสุ ฐาเนสุ อรหตฺตํ, ทฺวาทสสุเยว นิพฺพานํ กถิตนฺติ เวทิตพฺพํ. อิทํ วุจฺจตีติ เอตฺถ นิพฺพานเมว สนฺธาย อิทนฺติ วุตฺตํ. อฏฺฐงฺคิโกติ น อฏฺฐหิ องฺเคหิ วินิมุตฺโต อญฺโญ มคฺโค นาม อตฺถิ. ยถา ปน ปญฺจงฺคิกํ ตูริยนฺติ วุตฺเต ปญฺจงฺคมตฺตเมว ตูริยนฺติ วุตฺตํ โหติ, เอวมิธาปิ อฏฺฐงฺคิกมตฺตเมว มคฺโค โหตีติ เวทิตพฺโพ. อนิคฺคหิโตติ น นิคฺคหิโต. นิคฺคณฺหนฺโต หิ หาเปตฺวา วา ทสฺเสติ วฑฺเฒตฺวา วา ตํ ปริวตฺเตตฺวา วา. ตตฺถ ยสฺมา จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ‘‘น อิมานิ จตฺตาริ, เทฺว วา ตีณิ วา’’ติ เอวํ หาเปตฺวาปิ ‘‘ปญฺจ วา ฉ วา’’ติ เอวํ วฑฺเฒตฺวาปิ ‘‘น อิมานิ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ, อญฺญาเนว จตฺตาริ อริยสจฺจานี’’ติ ทสฺเสตุํ น สกฺกา. ตสฺมา อยํ ธมฺโม อนิคฺคหิโต นาม. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.