๒. ธมฺมานุสฺสติกถาวณฺณนา

๑๔๖. ธมฺมานุสฺสตินฺติ เอตฺถ ปทตฺโถ, สภาวตฺโถ จ อาทิโต วุตฺโตเยวาติ ตํ อนามสิตฺวา ภาวนาวิธานเมว ทสฺเสตุํ ‘‘ธมฺมานุสฺสตึ ภาเวตุกาเมนาปี’’ติอาทิ อารทฺธํ. กสฺมา ปเนตฺถ พุทฺธานุสฺสติยํ วิย ‘‘อเวจฺจปฺปสาทสมนฺนาคเตนา’’ติ น วุตฺตํ. นนุ เอตา ปฏิปาฏิยา ฉ อนุสฺสติโย อริยสาวกานํ วเสน เทสนํ อารุฬฺหาติ? สจฺจเมตํ, เอวํ สนฺเตปิ ‘‘ปริสุทฺธสีลาทิคุณานํ ปุถุชฺชนานมฺปิ อิชฺฌนฺตี’’ติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อเวจฺจปฺปสาทสมนฺนาคเตนา’’ติ อิธ น วุตฺตํ, อริยสาวกานํ ปน สุเขน อิชฺฌนฺตีติ. ตถาปิ ปาฬิยํ อาคตตฺตา จ พุทฺธานุสฺสตินิทฺเทเส วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ, อยญฺจ วิจาโร ปรโต อาคมิสฺสเตว.

๑๔๗. ปริยตฺติธมฺโมปีติ ปิ-สทฺเทน โลกุตฺตรธมฺมํ สมฺปิณฺเฑติ. อิตเรสูติ สนฺทิฏฺฐิกาทิปเทสุ. โลกุตฺตรธมฺโมวาติ อวธารณํ นิปฺปริยาเยน สนฺทิฏฺฐิกาทิอตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ, ปริยายโต ปเนเต ปริยตฺติธมฺเมปิ สมฺภวนฺเตว. ตถา หิ ปริยตฺติธมฺโม พหุสฺสุเตน อาคตาคเมน ปรเมน สติเนปกฺเกน สมนฺนาคเตน ปญฺญวตา อาทิกลฺยาณตาทิวิเสสโต สยํ ทฏฺฐพฺโพติ สนฺทิฏฺฐิโก. อาจริยปยิรุปาสนาย วินา น ลพฺภาติ เจ? โลกุตฺตรธมฺเมปิ สมาเน กลฺยาณมิตฺตสนฺนิสฺสเยเนว สิชฺฌนโต, ตถา สตฺถุสนฺทสฺสเนปิ. ‘‘สนฺทิฏฺฐิยา ชยตี’’ติ อยํ ปนตฺโถ ติตฺถิยนิมฺมทฺทเน นิปฺปริยายโตว ลพฺภติ, กิเลสชเย ปริยายโต ปรมฺปราเหตุภาวโต. ‘‘สนฺทิฏฺฐํ อรหตี’’ติ อยมฺปิ อตฺโถ ลพฺภเตว, สพฺพโส สํกิเลสธมฺมานํ ปหานํ, โวทานธมฺมานํ ปริพฺรูหนญฺจ อุทฺทิสฺส ปวตฺตตฺตา. อยญฺจ อตฺโถ ‘‘เย โข ตฺวํ, โคตมิ, ธมฺเม ชาเนยฺยาสิ, อิเม ธมฺมา สราคาย สํวตฺตนฺติ โน วิราคาย, สญฺโญคาย สํวตฺตนฺติ โน วิสญฺโญคาย, สอุปาทานาย สํวตฺตนฺติ โน อนุปาทานาย. เอกํเสน, โคตมิ, ธาเรยฺยาสิ ‘เนโส ธมฺโม, เนโส วินโย, เนตํ สตฺถุสาสน’’’นฺติ (จูฬว. ๔๐๖; อ. นิ. ๘.๕๓), ‘‘ธมฺมาปิ โว, ภิกฺขเว, ปหาตพฺพา, ปเคว อธมฺมา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔๐) จ เอวมาทีหิ สุตฺตปเทหิ วิภาเวตพฺโพ. อกาลิกาธิคมุปายตาย อกาลิโก. วิชฺชมานตาปริสุทฺธตาหิ เอหิปสฺสวิธึ อรหตีติ เอหิปสฺสิโก. ตโต เอว วฏฺฏทุกฺขนิตฺถรณตฺถิเกหิ อตฺตโน จิตฺเต อุปนยนํ, จิตฺตสฺส วา ตตฺถ อุปนยนํ อรหตีติ โอปเนยฺยิโก. วิมุตฺตายตนสีเส ฐตฺวา ปริจเยน สมฺมเทว อตฺถเวทํ, ธมฺมเวทญฺจ ลภนฺเตหิ ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ. เอวํ สนฺทิฏฺฐิกาทิปเทสุ ปริยตฺติธมฺมมฺปิ ปกฺขิปิตฺวา มนสิกาโร ยุชฺชเตว.

สาติ คาถา. สมนฺตภทฺรกตฺตาติ สพฺพภาเคหิ สุนฺทรตฺตา. ธมฺมสฺสาติ สาสนธมฺมสฺส. กิญฺจาปิ อวยววินิมุตฺโต สมุทาโย นาม ปรมตฺถโต โกจิ นตฺถิ, เยสุ ปน อวยเวสุ สมุทายรูเปน อเวกฺขิเตสุ ‘‘คาถา’’ติ สมญฺญา, ตํ ตโต ภินฺนํ วิย กตฺวา สํสามิโวหารํ อาโรเปตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ปฐเมน ปาเทน อาทิกลฺยาณา’’ติอาทิมาห. ‘‘เอกานุสนฺธิก’’นฺติ อิทํ นาติพหุวิภาคํ ยถานุสนฺธินา เอกานุสนฺธิกํ สนฺธาย วุตฺตํ, อิตรสฺส ปน เตเนว เทเสตพฺพธมฺมวิภาเคน อาทิมชฺฌปริโยสานภาคา ลพฺภนฺตีติ. นิทาเนนาติ กาลเทสเทสกปริสาทิอปทิสนลกฺขเณน นิทานคนฺเถน. นิคมเนนาติ ‘‘อิทมโวจา’’ติอาทิเกน (สํ. นิ. ๑.๒๔๙), ‘‘อิติ ยํ ตํ วุตฺตํ, อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺต’’นฺติ (อ. นิ. ๑๐.๒๗) วา ยถาวุตฺตตฺถนิคมเนน.

อยํ กถา วิเสสโต สุตฺตปิฏกสํวณฺณนาติ กตฺวา สุตฺตปิฏกวเสน ธมฺมสฺส อาทิกลฺยาณาทิกํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สุตฺตปิฏกวินยปิฏกานํ วเสน ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สนิทานสอุปฺปตฺติกตฺตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สนิทานสอุปฺปตฺติกตฺตาติ ยถาวุตฺตนิทาเนน สนิทานตาย, สอฏฺฐุปฺปตฺติกตาย จ. เวเนยฺยานํ อนุรูปโตติ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา, ธมฺมเทสนาย จ ตํตํสิกฺขาปทภาเวน ปญฺญาปิยมานสฺส เวเนยฺยชฺฌาสยานุรูปํ ปวตฺติยมานสฺส อนุรูปโต. อตฺถสฺสาติ เทสิยมานสฺส จ สีลาทิอตฺถสฺส. ‘‘ตํ กิสฺส เหตุ (สํ. นิ. ๑.๒๔๙)? เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๓.๙๕) ตตฺถ ตตฺถ เหตูปมาคหเณน เหตุทาหรณยุตฺตโต.

เอวํ สุตฺตวินยวเสน ปริยตฺติธมฺมสฺส อาทิมชฺฌปริโยสานกลฺยาณตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตีณิ ปิฏกานิ เอกชฺฌํ คเหตฺวา ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สกโลปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สาสนธมฺโมติ –

‘‘สพฺพปาปสฺส อกรณํ, กุสลสฺส อุปสมฺปทา;

สจิตฺตปริโยทปนํ, เอตํ พุทฺธาน สาสน’’นฺติ. (ธ. ป. ๑๘๓; ที. นิ. ๒.๙๐) –

เอวํ วุตฺตสฺส สตฺถุสาสนสฺส ปกาสโก ปริยตฺติธมฺโม. สีเลน อาทิกลฺยาโณ สีลมูลกตฺตา สาสนสฺส. สมถาทีหิ มชฺเฌกลฺยาโณ เตสํ สาสนสมฺปตฺติยา เวมชฺฌภาวโต. นิพฺพาเนน ปริโยสานกลฺยาโณ ตทธิคมโต อุตฺตริกรณียาภาวโต. สาสเน สมฺมาปฏิปตฺติ นาม ปญฺญาย โหติ, ตสฺสา จ สีลํ, สมาธิ จ มูลนฺติ อาห ‘‘สีลสมาธีหิ อาทิกลฺยาโณ’’ติ. ปญฺญา ปน อนุโพธปฏิเวธวเสน ทุวิธาติ ตทุภยมฺปิ คณฺหนฺโต ‘‘วิปสฺสนามคฺเคหิ มชฺเฌกลฺยาโณ’’ติ อาห. ตสฺส นิปฺผตฺติ ผลํ, กิจฺจํ นิพฺพานสจฺฉิกิริยา, ตโต ปรํ กตฺตพฺพํ นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ผลนิพฺพาเนหิ ปริโยสานกลฺยาโณ’’ติ. ผลคฺคหเณน วา สอุปาทิเสสนิพฺพานมาห, อิตเรน อิตรํ, ตทุภยญฺจ สาสนสมฺปตฺติยา โอสานนฺติ อาห ‘‘ผลนิพฺพาเนหิ ปริโยสานกลฺยาโณ’’ติ.

พุทฺธสฺส สุโพธิตา สมฺมาสมฺพุทฺธตา, ตาย อาทิกลฺยาโณ ตปฺปภวตฺตา. สพฺพโส สํกิเลสปฺปหานํ โวทานํ, ปาริปูรี จ ธมฺมสุธมฺมตา, ตาย มชฺเฌกลฺยาโณ ตํสรีรตฺตา. สตฺถารา ยถานุสิฏฺฐํ ตถา ปฏิปตฺติ สงฺฆสุปฺปฏิปตฺติ, ตาย ปริโยสานกลฺยาโณ, ตาย สาสนสฺส โลเก สุปฺปติฏฺฐิตภาวโต. ตนฺติ สาสนธมฺมํ. ตถตฺตายาติ ยถตฺตาย ภควตา ธมฺโม เทสิโต, ตถตฺตาย ตถภาวาย. โส ปน อภิสมฺโพธิ ปจฺเจกโพธิ สาวกโพธีติ ติวิโธ, อิโต อญฺญถา นิพฺพานาธิคมสฺส อภาวโต. ตตฺถ สพฺพคุเณหิ อคฺคภาวโต, อิตรโพธิทฺวยมูลตาย จ ปฐมาย โพธิยา อาทิกลฺยาณตา, คุเณหิ เวมชฺฌภาวโต ทุติยาย มชฺเฌกลฺยาณตา, ตทุภยาวรตาย, ตโทสานตาย จ สาสนธมฺมสฺส ตติยาย ปริโยสานกลฺยาณตา วุตฺตา.

เอโสติ สาสนธมฺโม. นีวรณวิกฺขมฺภนโตติ วิมุตฺตายตนสีเส ฐตฺวา สทฺธมฺมํ สุณนฺตสฺส นีวรณานํ วิกฺขมฺภนสมฺภวโต. วุตฺตํ เหตํ –

‘‘ยถา ยถาวุโส, ภิกฺขุโน สตฺถา วา ธมฺมํ เทเสติ, อญฺญตโร วา ครุฏฺฐานิโย สพฺรหฺมจารี, ตถา ตถา โส ตตฺถ ลภติ อตฺถเวทํ ลภติ ธมฺมเวท’’นฺติ (อ. นิ. ๕.๒๖).

‘‘ยสฺมึ, ภิกฺขเว, สมเย อริยสาวโก โอหิตโสโต ธมฺมํ สุณาติ, ปญฺจสฺส นีวรณานิ ตสฺมึ สมเย ปหีนานิ โหนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๑๙) –

จ อาทิ. สมถวิปสฺสนาสุขาวหนโตติ สมถสุขสฺส จ วิปสฺสนาสุขสฺส จ สมฺปาทนโต. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘โส วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุข’’นฺติอาทิ (ที. นิ. ๑.๒๗๙; ม. นิ. ๒.๑๓๘).

ตถา –

‘‘ยโต ยโต สมฺมสติ, ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ;

ลภตี ปีติปาโมชฺชํ, อมตํ ตํ วิชานตํ;

อมานุสี รตี โหติ, สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโต’’ติ จ. (ธ. ป. ๓๗๔, ๓๗๓);

ตถาปฏิปนฺโนติ ยถา สมถวิปสฺสนาสุขํ อาวหติ, ยถา วา สตฺถารา อนุสิฏฺฐํ, ตถา ปฏิปนฺโน สาสนธมฺโม. ตาทิภาวาวหนโตติ ฉฬงฺคุเปกฺขาวเสน อิฏฺฐาทีสุ ตาทิภาวสฺส โลกธมฺเมหิ อนุปเลปสฺส อาวหนโต. เอส ภควา วุตฺตนเยน ติวิธกลฺยาณํ ธมฺมํ เทเสนฺโต ยํ สาสนพฺรหฺมจริยํ, มคฺคพฺรหฺมจริยญฺจ ปกาเสติ, ตํ ยถานุรูปํ อตฺถสมฺปตฺติยา สาตฺถํ, พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา สพฺยญฺชนนฺติ โยชนา.

ตตฺถ อวิเสเสน ติสฺโส สิกฺขา, สกโล จ ตนฺติธมฺโม สาสนพฺรหฺมจริยํ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘กตเมสานํ โข, ภนฺเต, พุทฺธานํ ภควนฺตานํ พฺรหฺมจริยํ นจิรฏฺฐิติกํ อโหสี’’ติอาทิ (ปารา. ๑๘). สพฺพสิกฺขานํ มณฺฑภูตสิกฺขตฺตยสงฺคหิโต อริยมคฺโค มคฺคพฺรหฺมจริยํ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณีย’’นฺติ (มหาว. ๒๓; สํ. นิ. ๕.๑๘๖). ยถานุรูปนฺติ ยถารหํ. สิกฺขตฺตยสงฺคหํ หิ สาสนพฺรหฺมจริยํ อตฺถสมฺปตฺติยา สาตฺถํ. มคฺคพฺรหฺมจริเย วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. อตฺถสมฺปตฺติยาติ สมฺปนฺนตฺถตาย. สมฺปตฺติอตฺโถ หิ อิธ สห-สทฺโท. อิตรํ ปน ยถาวุตฺเตนตฺเถน สาตฺถํ, สพฺยญฺชนญฺจ. เย ปเนตฺถ ‘‘วจนสภาวํ สาตฺถํ, อตฺถสภาวํ สพฺยญฺชน’’นฺติ วิภชิตฺวา วทนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ, ตถา วิภตฺตสฺส ปริยตฺติธมฺมสฺส อภาวโต. สทฺทตฺถา หิ อภินฺนรูปา วิย หุตฺวา วินิโยคํ คจฺฉนฺติ. ตถา หิ เนสํ โลกิยามิสฺสีภาวํ ปฏิชานนฺติ. สติปิ วา เภเท ‘‘สพฺยญฺชน’’นฺติ เอตฺถ ยทิ ตุลฺยโยโค อธิปฺเปโต ‘‘สปุตฺโต อาคโต’’ติอาทีสุ วิย, เอวํ สติ ‘‘อตฺถปฏิสรณา, ภิกฺขเว, โหถ, มา พฺยญฺชนปฏิสรณา’’ติ อตฺถปฺปธานวาโท พาธิโต สิยา, อถ วิชฺชมานตามตฺตํ ‘‘สโลมโก สปกฺขโก’’ติอาทีสุ วิย พฺยญฺชนสมฺปตฺติ อคฺคหิตา สิยา. ตสฺมา อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ คเหตพฺโพ.

สาตฺถํ สพฺยญฺชนนฺติ เอตฺถ เนตฺตินเยนาปิ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺกาสน…เป… สพฺยญฺชน’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ ยทิปิ เนตฺติยํ พฺยญฺชนมุเขน พฺยญฺชนตฺถคฺคหณํ โหตีติ ‘‘อกฺขรํ ปท’’นฺติอาทินา (เนตฺติ. ๔ ทฺวาทสปท) พฺยญฺชนปทานิ ปฐมํ อุทฺทิฏฺฐานิ, อิธ ปน ปาฬิยํ ‘‘สาตฺถํ สพฺยญฺชน’’นฺติ อาคตตฺตา อตฺถปทานิเยว ปฐมํ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺกาสนปกาสนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สงฺเขปโต กาสนํ ทีปนํ สงฺกาสนํ ‘‘มญฺญมาโน ภิกฺขุ พทฺโธ มารสฺส, อมญฺญมาโน มุตฺโต’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๖๔) วิย. ตตฺตเกน หิ เตน ภิกฺขุนา ปฏิวิทฺธํ. เตนาห ‘‘อญฺญาตํ ภควา’’ติอาทิ. ปฐมํ กาสนํ ปกาสนํ. อาทิกมฺมสฺมึ หิ อยํ ปสทฺโท ‘‘ปญฺญเปติ ปฏฺฐเปตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๒๐) วิย. ติกฺขินฺทฺริยาเปกฺขํ เจตํ ปททฺวยํ อุทฺเทสภาวโต. ติกฺขินฺทฺริโย หิ สงฺเขปโต ปฐมญฺจ วุตฺตมตฺถํ ปฏิปชฺชติ. สํขิตฺตสฺส วิตฺถารวจนํ, สกึ วุตฺตสฺส ปุน วจนญฺจ วิวรณวิภชนานิ. ยถา ‘‘กุสลา ธมฺมา’’ติ สงฺเขปโต สกึเยว จ วุตฺตสฺส อตฺถสฺส ‘‘กตเม ธมฺมา กุสลา? ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺต’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๑) วิตฺถารโต วิวรณวเสน, วิภชนวเสน จ ปุน วจนํ. มชฺฌิมินฺทฺริยาเปกฺขเมตํ ปททฺวยํ นิทฺเทสภาวโต. วิวฏสฺส วิตฺถารตราภิธานํ, วิภตฺตสฺส จ ปกาเรหิ ญาปนํ เวเนยฺยานํ จิตฺตปริโตสนํ อุตฺตานีกรณปญฺญาปนานิ. ยถา ‘‘ผสฺโส โหตี’’ติอาทินา (ธ. ส. ๒) วิวฏวิภตฺตสฺส อตฺถสฺส ‘‘กตโม ตสฺมึ สมเย ผสฺโส? โย ตสฺมึ สมเย ผสฺโส ผุสนา สมฺผุสนา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๒) อุตฺตานีกิริยา, ปญฺญาปนา จ. มุทินฺทฺริยาเปกฺขเมตํ ปททฺวยํ ปฏินิทฺเทสภาวโต. ‘‘ปญฺญาปนปฏฺฐปนวิวรณวิภชนอุตฺตานีกรณปกาสนอตฺถปทสมาโยคโต’’ติปิ ปาโฐ.

กถํ ปนายํ ปาฐวิกปฺโป ชาโตติ? วุจฺจเต – เนตฺติปาฬิยํ อาคตนเยน ปุริมปาโฐ. ตตฺถ หิ –

‘‘สงฺกาสนา ปกาสนา,

วิวรณา วิภชนุตฺตานีกมฺมปญฺญตฺติ;

เอเตหิ ฉหิ ปเทหิ,

อตฺโถ กมฺมญฺจ นิทฺทิฏฺฐ’’นฺติ. (เนตฺติ. ๔ ทฺวาทสปท) –

เทสนาหารโยชนาย จ เอตสฺเสวตฺถสฺส ‘‘สงฺกาสนา ปกาสนา’’ติอาทินา อาคตํ. ปจฺฉิโม ปน ‘‘ปญฺญเปติ ปฏฺฐเปติ วิวรติ วิภชติ อุตฺตานีกโรติ ‘ปสฺสถา’ติ จาหา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๐) สุตฺเต อาคตนเยน พฺยญฺชนมตฺตกโต. เอวญฺจ เนสํ ทฺวินฺนํ ปาฐานํ วิเสโส, น อตฺถโต. ตถา หิ สงฺเขปโต ‘‘ปฐมํ ญาปนํ ปญฺญาปนํ, ปฐมเมว ฐปนํ ปฏฺฐปน’’นฺติ อิมานิ ปทานิ สงฺกาสนปกาสนปเทหิ อตฺถโต อวิสิฏฺฐานิ. ยญฺจ ปุริมปาเฐ ฉฏฺฐํ ปทํ ‘‘ปการโต ญาปน’’นฺติ ปญฺญาปนํ วุตฺตํ, ตํ ทุติยปาเฐ ปกาสนปเทน ‘‘นิพฺพิเสสํ ปการโต กาสน’’นฺติ กตฺวา. ยสฺมา ญาปนกาสนานิ อตฺถาวภาสนสภาวตาย อภินฺนานิ, สพฺเพสญฺจ เวเนยฺยานํ จิตฺตสฺส โตสนํ, พุทฺธิยา จ นิสานํ ยาถาวโต วตฺถุสภาวาวภาสเน ชายตีติ. เอวํ อตฺถปทรูปตฺตา ปริยตฺติอตฺถสฺส ยถาวุตฺตฉอตฺถปทสมาโยคโต สาตฺถํ สาสนํ.

อกฺขรปทพฺยญฺชนาการนิรุตฺตินิทฺเทสสมฺปตฺติยาติ เอตฺถ อุจฺจารณเวลายํ อปริโยสิเต ปเท วณฺโณ อกฺขรํ. ‘‘เอกกฺขรํ ปทํ อกฺขร’’นฺติ เอเก ‘‘อา เอวํ กิร ต’’นฺติอาทีสุ อา-การาทโย วิย. ‘‘วิสุทฺธกรณานํ มนสา เทสนาวาจาย อกฺขรณโต อกฺขร’’นฺติ อญฺเญ. วิภตฺติยนฺตํ อตฺถญาปนโต ปทํ. สงฺเขปโต วุตฺตํ ปทาภิหิตํ อตฺถํ พฺยญฺเชตีติ พฺยญฺชนํ, วากฺยํ. ‘‘กิริยาปทํ อพฺยยการกวิเสสนยุตฺตํ วากฺย’’นฺติ หิ วทนฺติ. ปการโต วากฺยวิภาโค อากาโร. อาการาภิหิตํ นิพฺพจนํ นิรุตฺติ. นิพฺพจนวิตฺถาโร นิสฺเสสุปเทสโต นิทฺเทโส. เอเตสํ อกฺขราทีนํ พฺยญฺชนปทานํ สมฺปตฺติยา สมฺปนฺนตาย สพฺยญฺชนํ.

ตตฺรายมสฺส อตฺถปทสมาโยโค, พฺยญฺชนสมฺปตฺติ จ – อกฺขเรหิ สงฺกาเสติ, ปเทหิ ปกาเสติ, พฺยญฺชเนหิ วิวรติ, อากาเรหิ วิภชติ, นิรุตฺตีหิ อุตฺตานีกโรติ, นิทฺเทเสหิ ปญฺญเปติ, ตถา อกฺขเรหิ อุคฺฆาเฏตฺวา ปเทหิ วิเนติ อุคฺฆฏิตญฺญุํ, พฺยญฺชเนหิ วิปญฺเจตฺวา อากาเรหิ วิเนติ วิปญฺจิตญฺญุํ, นิรุตฺตีหิ เนตฺวา นิทฺเทเสหิ วิเนติ เนยฺยํ. เอวญฺจายํ ธมฺโม อุคฺฆฏิยมาโน อุคฺฆฏิตญฺญุํ วิเนติ, วิปญฺจิยมาโน วิปญฺจิตญฺญุํ, นิยฺยมาโน เนยฺยํ. ตตฺถ อุคฺฆฏนา อาทิ, วิปญฺจนา มชฺเฌ, นยนมนฺเต. เอวํ ตีสุ กาเลสุ ติธา เทสิโต โทสตฺตยวิธมโน คุณตฺตยาวโห ติวิธเวเนยฺยวินยโนติ. เอวมฺปิ ติวิธกลฺยาโณยํ ธมฺโม อตฺถพฺยญฺชนปาริปูริยา ‘‘สาตฺโถ สพฺยญฺชโน’’ติ เวทิตพฺโพ ‘‘ปริปุณฺโณ, ปริสุทฺโธ’’ติ จ.

อตฺถคมฺภีรตาติอาทีสุ อตฺโถ นาม ตนฺติอตฺโถ. ธมฺโม ตนฺติ. ปฏิเวโธ ตนฺติยา, ตนฺติอตฺถสฺส จ ยถาภูตาวโพโธ. เทสนา มนสา ววตฺถาปิตาย ตนฺติยา เทสนา. เต ปเนเต อตฺถาทโย ยสฺมา สสาทีหิ วิย มหาสมุทฺโท มนฺทพุทฺธีหิ ทุกฺโขคาหา, อลพฺภเนยฺยปติฏฺฐา จ, ตสฺมา คมฺภีรา. อถ วา อตฺโถ นาม เหตุผลํ. ธมฺโม เหตุ. เทสนา ปญฺญตฺติ, ยถาธมฺมํ ธมฺมาภิลาโป, อนุโลมปฏิโลมสงฺเขปวิตฺถาราทิวเสน วา กถนํ. ปฏิเวโธ อภิสมโย, อตฺถานุรูปํ ธมฺเมสุ, ธมฺมานุรูปํ อตฺเถสุ, ปญฺญตฺติปถานุรูปํ ปญฺญตฺตีสุ อวโพโธ, เตสํ เตสํ วา ธมฺมานํ ปฏิวิชฺฌิตพฺโพ สลกฺขณสงฺขาโต อวิปรีตสภาโว. เตปิ เจเต อตฺถาทโย ยสฺมา อนุปจิตกุสลสมฺภาเรหิ ทุปฺปญฺเญหิ สสาทีหิ วิย มหาสมุทฺโท ทุกฺโขคาหา, อลพฺภเนยฺยปติฏฺฐา จ, ตสฺมา คมฺภีรา. เตสุ ปฏิเวธสฺสาปิ อตฺถสนฺนิสฺสิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘อตฺถคมฺภีรตาปฏิเวธคมฺภีรตาหิ สาตฺถ’’นฺติ อตฺถคุณทีปนโต. ตาสํ ธมฺมเทสนานํ พฺยญฺชนสนฺนิสฺสิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘ธมฺมคมฺภีรตาเทสนาคมฺภีรตาหิ สพฺยญฺชน’’นฺติ ตาสํ พฺยญฺชนสมฺปตฺติทีปนโต.

อตฺเถสุ ปเภทคตํ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา. อตฺถธมฺมนิรุตฺติปฏิสมฺภิทาสุ ปเภทคตํ ญาณํ ปฏิภานปฏิสมฺภิทาติ อิมิสฺสาปิ ปฏิสมฺภิทาย อตฺถวิสยตฺตา อาห ‘‘อตฺถปฏิภานปฏิสมฺภิทาวิสยโต สาตฺถ’’นฺติ, อตฺถสมฺปตฺติยา อสติ ตทภาวโต. ธมฺโมติ ตนฺติ. นิรุตฺตีติ ตนฺติปทานํ นิทฺธาเรตฺวา วจนํ. ตตฺถ ปเภทคตานิ ญาณานิ ธมฺมนิรุตฺติปฏิสมฺภิทาติ อาห ‘‘ธมฺมนิรุตฺติปฏิสมฺภิทาวิสยโต สพฺยญฺชนนฺติ, อสติ พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา ตทภาวโต. ปริกฺขกชนปฺปสาทกนฺติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท เหตุอตฺโถ. ยสฺมา ปริกฺขกชนานํ กึกุสลคเวสีนํ ปสาทาวหํ, ตสฺมา สาตฺถํ. อตฺถสมฺปนฺนนฺติ ผเลน เหตุโน อนุมานํ นทีปูเรน วิย อุปริ วุฏฺฐิปฺปวตฺติยา. สาตฺถกตา ปนสฺส ปณฺฑิตเวทนียตาย, สา ปรมคมฺภีรสณฺหสุขุมภาวโต เวทิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘คมฺภีโร ทุทฺทโส’’ติอาทิ (มหาว. ๘). โลกิยชนปฺปสาทกนฺติ สพฺยญฺชนนฺติ ยสฺมา โลกิยชนสฺส ปสาทาวหํ, ตสฺมา สพฺยญฺชนํ. โลกิยชโน หิ พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา ตุสฺสติ, อิธาปิ ผเลน เหตุโน อนุมานํ. สพฺยญฺชนตา ปนสฺส สทฺเธยฺยตาย, สา อาทิกลฺยาณาทิภาวโต เวทิตพฺพา.

อถ วา ปณฺฑิตเวทนียโต สาตฺถ’’นฺติ ปญฺญาปทฏฺฐานตาย อตฺถสมฺปนฺนตํ อาห, ตโต ปริกฺขกชนปฺปสาทกํ. สทฺเธยฺยโต สพฺยญฺชนนฺติ สทฺธาปทฏฺฐานตาย พฺยญฺชนสมฺปนฺนตํ, ตโต โลกิยชนปฺปสาทกนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. คมฺภีราธิปฺปายโต สาตฺถนฺติ อธิปฺปายโต อคาธาปารตาย อตฺถสมฺปนฺนํ อญฺญถา ตทภาวโต. อุตฺตานปทโต สพฺยญฺชนนฺติ สุโพธสทฺทตาย พฺยญฺชนสมฺปนฺนํ, ปรมคมฺภีรสฺสปิ อตฺถสฺส เวเนยฺยานํ สุวิญฺเญยฺยภาวาปาทนโต. สพฺโพเปส ปฐมสฺส อตฺถทฺวยสฺส ปเภโท ทฏฺฐพฺโพ, ตถา เจว ตตฺถ ตตฺถ สํวณฺณิตํ. ตถา เหตฺถ วิกปฺปสฺส, สมุจฺจยสฺส วา อคฺคหณํ. อุปเนตพฺพสฺสาติ ปกฺขิปิตพฺพสฺส โวทานตฺถสฺส อวุตฺตสฺส อภาวโต. สกลปริปุณฺณภาเวนาติ สพฺพภาเคหิ ปริปุณฺณตาย. อปเนตพฺพสฺสาติ สํกิเลสธมฺมสฺส.

ปฏิปตฺติยาติ สีลวิสุทฺธิยาทิสมฺมาปฏิปตฺติยา, ตนฺนิมิตฺตํ. อธิคมพฺยตฺติโตติ สจฺจปฏิเวเธน อธิคมเวยฺยตฺติยสพฺภาวโต สาตฺถํ กปิลวตาทิ วิย ตุจฺฉํ นิรตฺถกํ อหุตฺวา อตฺถสมฺปนฺนนฺติ กตฺวา. ปริยตฺติยาติ ปริยตฺติธมฺมปริจเยน. อาคมพฺยตฺติโตติ ทุรกฺขาตธมฺเมสุ ปริจยํ กโรนฺตสฺส วิย สมฺโมหํ อชเนตฺวา พาหุสจฺจเวยฺยตฺติยสพฺภาวโต สพฺยญฺจนํ. พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา หิ สติ อาคมพฺยตฺตีติ. สีลาทิปญฺจธมฺมกฺขนฺธยุตฺตโตติ สีลาทีหิ ปญฺจหิ ธมฺมโกฏฺฐาเสหิ อวิรหิตตฺตา. เกวลปริปุณฺณํ อนวเสเสน สมนฺตโต ปุณฺณํ ปูริตํ. นิรุปกฺกิเลสโตติ ทิฏฺฐิมานาทิอุปกฺกิเลสาภาวโต. นิตฺถรณตฺถายาติ วฏฺฏทุกฺขโต นิสฺสรณาย. โลกามิสนิรเปกฺขโตติ กถญฺจิปิ ตณฺหาสนฺนิสฺสยสฺส อนิสฺสยนโต.

เอวํ อาทิกลฺยาณตาทิอปเทเสน สตฺถุ ปุริมเวสารชฺชทฺวยวเสน ธมฺมสฺส สฺวากฺขาตตํ วิภาเวตฺวา อิทานิ ปจฺฉิมเวสารชฺชทฺวยวเสนาปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อตฺถวิปลฺลาสาภาวโต วา สุฏฺฐุ อกฺขาโตติ สฺวากฺขาโต’’ติ วตฺวา ตมตฺถํ พฺยติเรกมุเขน วิภาเวนฺโต ‘‘ยถา หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ วิปลฺลาสมาปชฺชตีติ เตสํ ธมฺเม ‘‘อนฺตรายิกา’’ติ วุตฺตธมฺมานํ วิปากาทีนํ อนฺตรายิกตฺตาภาวโต เอกํเสน อปายูปปตฺติเหตุตาย อภาวโต. นิยฺยานิกตฺตาภาวโตติ อตมฺมยตาภาวโต, สํสารโต จ นิยฺยานิกาติ วุตฺตธมฺมานํ เอกจฺจยญฺญกิริยาปกติปุริสนฺตรญฺญาณาทีนํ ตโต นิยฺยานิกตฺตาภาวโต วิปรีโต เอว โหติ. เตนาติ อตฺถสฺส วิปลฺลาสาปชฺชเนน. เต อญฺญติตฺถิยา. ตถาภาวานติกฺกมนโตติ กมฺมนฺตรายาทีนํ ปญฺจนฺนํ อนฺตรายิกภาวสฺส อริยมคฺคธมฺมานํ นิยฺยานิกภาวสฺส กทาจิปิ อนติวตฺตนโต.

นิพฺพานานุรูปาย ปฏิปตฺติยาติ อธิคนฺตพฺพสฺส สพฺพสงฺขตวินิสฺสฏสฺส นิพฺพานสฺส อนุรูปาย สพฺพสงฺขารนิสฺสรณูปายภูตาย สปุพฺพภาคาย สมฺมาปฏิปตฺติยา อกฺขาตตฺตาติ โยชนา. ปฏิปทานุรูปสฺสาติ สพฺพทุกฺขนิยฺยานิกภูตา อารมฺมณกรณมตฺเตนาปิ กิเลเสหิ อนามสนียา ยาทิสี ปฏิปทา, ตทนุรูปสฺส. สุปญฺญตฺตาติ สีลาทิกฺขนฺธตฺตยสงฺคหิตา สมฺมาทิฏฺฐิอาทิปฺปเภทา มิจฺฉาทิฏฺฐิอาทีนํ ปหายิกภาเวน สุฏฺฐุ สมฺมเทว วิหิตา. สํสนฺทติ กิเลสมลวิสุทฺธิตาย สเมติ. เอวํ มคฺคนิพฺพานานํ ปฏิปทาปฏิปชฺชนียภาเวหิ อญฺญมญฺญานุรูปตาย สฺวากฺขาตตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ติวิธสฺสาปิ โลกุตฺตรธมฺมสฺส ปจฺเจกํ สฺวากฺขาตตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อริยมคฺโค เจตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อนฺตทฺวยนฺติ สสฺสตุจฺเฉทํ, กามสุขอตฺตกิลมถานุโยคํ, ลีนุทฺธจฺจํ, ปติฏฺฐานายูหนนฺติ เอวํ ปเภทํ อนฺตทฺวยํ. อนุปคมฺมาติ อนุปคนฺตฺวา, อนุปคมนเหตุ วา. ปฏิปสฺสทฺธกิเลสานีติ สุฏฺฐุ วูปสนฺตกิเลสานิ, ปฏิปสฺสทฺธิปฺปหานวเสน สมฺมเทว ปหีนโทสานิ. สสฺสตาทิสภาววเสนาติ ‘‘สสฺสตญฺจ โว, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสสฺสามิ อมตญฺจ ตาณญฺจ เลณญฺจา’’ติอาทินา เตสุ เตสุ สุตฺเตสุ สสฺสตาทิภาวกิตฺตนวเสน.

๑๔๘. ‘‘ราคาทีนํ อภาวํ กโรนฺเตน อริยปุคฺคเลน สามํ ทฏฺฐพฺโพ’’ติ อิมินา ‘‘อริยมคฺเคน มม ราคาทโย ปหีนา’’ติ สยํ อตฺตนา อนญฺญเนยฺเยน ทฏฺฐพฺโพติ สนฺทิฏฺฐิ, สนฺทิฏฺฐิ เอว สนฺทิฏฺฐิโก.

เตน เตน อริยสาวเกน ปรสทฺธาย ปรสฺส สทฺทหเนน ปรเนยฺเยน คนฺตพฺพตํ หิตฺวา ญาเปตพฺพตํ ปหาย ปจฺจเวกฺขณญาเณน กรณภูเตน. ปสตฺถา ทิฏฺฐิ สนฺทิฏฺฐิ ยถา สมฺโพชฺฌงฺโค. อริยมคฺโค อตฺตนา สมฺปยุตฺตาย สนฺทิฏฺฐิยา กิเลเส ชยติ, อริยผลํ ตาย เอว อตฺตโน การณภูตาย, นิพฺพานํ อารมฺมณกรเณน อตฺตโน วิสยีภูตาย สนฺทิฏฺฐิยา กิเลเส ชยตีติ โยชนา.

ภาวนาภิสมยวเสน มคฺคธมฺโม. สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน นิพฺพานธมฺโม. ผลมฺปิ เหฏฺฐิมํ สกทาคามิวิปสฺสนาทีนํ ปจฺจยภาเวน อุปริ มคฺคาธิคมสฺส อุปนิสฺสยภาวโต ปริยายโต ‘‘ทิสฺสมาโน วฏฺฏภยํ นิวตฺเตตี’’ติ วตฺตพฺพตํ ลภติ.

๑๔๙. นาสฺส กาโลติ นาสฺส อาคเมตพฺโพ กาโล อตฺถิ. ยถา หิ โลกิยกุสลสฺส ‘‘อุปปชฺเช, อปรปริยาเย’’ติอาทินา ผลทานํ ปติ อาคเมตพฺโพ กาโล อตฺถิ, น เอวเมตสฺสาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘น ปญฺจาหา’’ติอาทิ. ปกฏฺโฐติ ทูโร. ผลทานํ ปติ กาโล ปกฏฺโฐ อสฺสาติ กาลิโก, กาลนฺตรผลทายี. เตนาห ‘‘อตฺตโน ผลทาเน’’ติ. ปตฺโตติ อุปนีโต. อิทนฺติ ‘‘อกาลิโก’’ติ ปทํ.

๑๕๐. วิธินฺติ วิธานํ, ‘‘เอหิ ปสฺสา’’ติ เอวํปวตฺตวิธิวจนํ. วิชฺชมานตฺตาติ ปรมตฺถโต อุปลพฺภมานตฺตา. ปริสุทฺธตฺตาติ กิเลสมลวิรเหน สพฺพถา วิสุทฺธตฺตา. อมนุญฺญมฺปิ กทาจิ ปโยชนวเสน ยถาสภาวปฺปกาสเนน ทสฺเสตพฺพํ ภเวยฺยาติ ตทภาวํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มนุญฺญภาวปฺปกาสเนนา’’ติ.

๑๕๑. อุปเนตพฺโพติ อุปเนยฺโย, อุปเนยฺโยว โอปเนยฺยิโกติ อิมสฺส อตฺถสฺส อธิปฺเปตตฺตา อาห ‘‘อุปเนตพฺโพติ โอปเนยฺยิโก’’ติ. จิตฺเต อุปนยนํ อุปฺปาทนนฺติ อาห ‘‘อิทํ สงฺขเต โลกุตฺตรธมฺเม ยุชฺชตี’’ติ. จิตฺเต อุปนยนนฺติ ปน อารมฺมณภูตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณภาวูปนยเน อธิปฺเปเต อสงฺขเตปิ ยุชฺเชยฺย ‘‘อารมฺมณกรณสงฺขาตํ อุปนยนํ อรหตีติ โอปเนยฺยิโก’’ติ. อลฺลียนนฺติ ผุสนํ. นิพฺพานํ อุปเนติ อริยปุคฺคลนฺติ อธิปฺปาโย.

๑๕๒. วิญฺญูหีติ วิทูหิ, ปฏิวิทฺธสจฺเจหีติ อตฺโถ. เต ปน เอกํสโต อุคฺฆฏิตญฺญูอาทโย โหนฺตีติ อาห ‘‘อุคฺฆฏิตญฺญูอาทีหี’’ติ. ‘‘ปจฺจตฺต’’นฺติ เอตสฺส ‘‘ปติ อตฺตนี’’ติ ภุมฺมวเสน อตฺโถ คเหตพฺโพติ อาห ‘‘อตฺตนิ อตฺตนี’’ติ. เวทิตพฺโพติ วุตฺตํ, กถํ เวทิตพฺโพติ อาห ‘‘ภาวิโต เม’’ติอาทิ. ตตฺถ ‘‘เม’’ติ อิมินา ‘‘ปจฺจตฺต’’นฺติ ปเทน วุตฺตมตฺถํ อนฺวยโต ทสฺเสตฺวา ปุน พฺยติเรเกน ทสฺเสตุํ ‘‘น หี’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว. ‘‘วิญฺญูหี’’ติ อิทํ อนฺโตคธาวธารณนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘พาลานํ ปน อวิสโย เจสา’’ติ อาห.

เอวํ อาทิกลฺยาณตาทินา อญฺญมญฺญสฺส อนุรูปเทสนาย ธมฺมสฺส สฺวากฺขาตตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปุริมสฺส ปุริมสฺส ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ ปทํ การณวจนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สนฺทิฏฺฐิกตฺตาติ ยสฺมา อยํ ธมฺโม วุตฺตนเยน สามํ ทฏฺฐพฺโพ, สนฺทิฏฺฐิยา กิเลเส วิทฺธํเสติ, สนฺทสฺสนญฺจ อรหติ, ตสฺมา สฺวากฺขาโต ทุรกฺขาเต ติตฺถิยธมฺเม ตทภาวโต. อิมินา นเยน เสสปเทสุปิ ยถารหํ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

๑๕๓. ตสฺเสวนฺติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ พุทฺธานุสฺสติยํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ.