นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

วิสุทฺธิมคฺค-มหาฏีกา

(ปฐโม ภาโค)

คนฺถารมฺภกถา

สทฺธมฺมรํสิมาลี โย, วิเนยฺยกมลากเร;

วิโพเธสิ มหาโมห-ตมํ หนฺตฺวาน สพฺพโส.

ญาณาติสยพิมฺพํ ตํ, วิสุทฺธกรุณารุณํ;

วนฺทิตฺวา นิรุปเกฺลสํ, พุทฺธาทิจฺจํ มโหทยํ.

โลกาโลกกรํ ธมฺมํ, คุณรสฺมิสมุชฺชลํ;

อริยสงฺฆญฺจ สมฺผุลฺลํ, วิสุทฺธกมลากรํ.

วนฺทนาชนิตํ ปุญฺญํ, อิติ ยํ รตนตฺตเย;

หตนฺตราโย สพฺพตฺถ, หุตฺวาหํ ตสฺส เตชสา.

สมฺปนฺนสีลาจาเรน, ธีมตา สุจิวุตฺตินา;

อชฺเฌสิโต ทาฐานาคตฺเถเรน ถิรเจตสา.

วิสุทฺธจริโต นาโถ, ยํ วิสุทฺธิมนุตฺตรํ;

ปตฺวา เทเสสิ กรุณาสมุสฺสาหิตมานโส.

ตสฺสา อธิคมูปาโย, วิสุทฺธนยมณฺฑิโต;

วิสุทฺธิมคฺโค โย วุตฺโต, สุวิสุทฺธปทกฺกโม.

สุวิสุทฺธํ อสํกิณฺณํ, นิปุณตฺถวินิจฺฉยํ;

มหาวิหารวาสีนํ, สมยํ อวิโลมยํ.

ตสฺส นิสฺสาย โปราณํ, กถามคฺคํ อนากุลํ;

ตนฺตินยานุคํ สุทฺธํ, กริสฺสามตฺถวณฺณนํ.

อิติ อากงฺขมานสฺส, สทฺธมฺมสฺส จิรฏฺฐิตึ;

วิภชนฺตสฺส ตสฺสตฺถํ, นิสามยถ สาธโวติ.

นิทานาทิกถาวณฺณนา

๑. สฺวายํ วิสุทฺธิมคฺโค ยํ สุตฺตปทํ นิสฺสาย ปฏฺฐปียติ, ตํ ตาว นิกฺขิปิตฺวา ตสฺส นิทานาทินิทฺธารณมุเขน นานปฺปการโต อตฺถํ สํวณฺเณตุํ ‘‘สีเล ปติฏฺฐายา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ธมฺมํ สํวณฺเณนฺเตน หิ อาทิโต ตสฺส นิทานํ วตฺตพฺพํ, ตโต ปโยชนํ ปิณฺฑตฺโถ ปทตฺโถ สมฺพนฺโธ อธิปฺปาโย โจทนา โสธนํ วตฺตพฺพํ. ตถา เจว อาจริเยน ปฏิปนฺนํ. เอตฺถ หิ ภควนฺตํ กิราติอาทิ เทสนาย นิทานปโยชนนิทฺธารณํ, วิสุทฺธิมคฺคํ ภาสิสฺสนฺติอาทิ ปิณฺฑตฺถนิทฺธารณํ, สีเล ฐตฺวาติอาทิ ปทตฺถสมฺพนฺธาธิปฺปายวิภาวนา, กึ สีลนฺติอาทิ โจทนา, ตโต ปรํ โสธนํ, สมาธิปญฺญากถาสุปิ เอเสว นโย. กสฺมา ปเนตฺถ วิสฺสชฺชนคาถา อาทิมฺหิ นิกฺขิตฺตา, น ปุจฺฉาคาถา. ปุจฺฉาปุพฺพิกา หิ วิสฺสชฺชนาติ? วุจฺจเต – ตทตฺถสฺส มงฺคลภาวโต, สาสนสฺส อาทิกลฺยาณาทิภาววิภาวนโต, ภยาทิอุปทฺทวนิวารเณน อนฺตรายวิธมนโต, อุปริ สํวณฺเณตพฺพธมฺมสงฺคหโต จาติ เวทิตพฺพํ.

เอตฺถาห – กสฺมา ปนายํ วิสุทฺธิมคฺคกถา วตฺถุปุพฺพิกา อารทฺธา, น สตฺถุโถมนาปุพฺพิกาติ? วุจฺจเต – วิสุํ อสํวณฺณนาทิภาวโต. สุมงฺคลวิลาสินีอาทโย วิย หิ ทีฆนิกายาทีนํ นายํ วิสุํ สํวณฺณนา, น ปกรณนฺตรํ วา อภิธมฺมาวตารสุมตาวตาราทิ วิย. ตาสํเยว ปน สุมงฺคลวิลาสินีอาทีนํ วิเสสภูตา. เตเนวาห ‘‘มชฺเฌ วิสุทฺธิมคฺโค’’ติอาทิ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.คนฺถารมฺภกถา; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.คนฺถารมฺภกถา; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.คนฺถารมฺภกถา; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.คนฺถารมฺภกถา). อถ วา โถมนาปุพฺพิกาปิ จายํ กถา น วตฺถุปุพฺพิกาวาติ ทฏฺฐพฺพํ. สาสเน หิ วตฺถุกิตฺตนํ น โลเก วิย เกวลํ โหติ, สาสนสมฺปตฺติกิตฺตนตฺตา ปน สตฺถุ อวิปรีตธมฺมเทสนาภาววิภาวเนน สตฺถุคุณสํกิตฺตนํ อุลฺลิงฺคนฺตเมว ปวตฺตติ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘เอตฺตาวตา ติสฺโส สิกฺขา’’ติอาทิ. โสตาปนฺนาทิภาวสฺส จ การณนฺติ เอตฺถ หิ อาทิ-สทฺเทน สพฺพสกทาคามิอนาคามิโน วิย สพฺเพปิ อรหนฺโต สงฺคยฺหนฺติ วิภาคสฺส อนุทฺธฏตฺตา. เตน ติณฺณมฺปิ โพธิสตฺตานํ นิพฺเพธภาคิยา สีลาทโย อิธ ‘‘สีเล ปติฏฺฐายา’’ติอาทิวจเนน สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. ติณฺณมฺปิ หิ เนสํ จริมภเว วิเสสโต สํสารภยิกฺขณํ, ยถาสกํ สีเล ปติฏฺฐาย สมถวิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา ตณฺหาชฏาวิชฏนปฏิปตฺติ จ สมานาติ. อถ วา ‘‘โส อิมํ วิชฏเย ชฏ’’นฺติ สาธารณวจเนน สาติสยํ, นิรติสยญฺจ ตณฺหาชฏาวิชฏนํ คหิตํ. ตตฺถ ยํ นิรติสยํ สวาสนปฺปหานตาย. เตน สตฺถุ ปหานสมฺปทา กิตฺติตา โหติ, ตนฺนิมิตฺตา ญาณสมฺปทา จ. ตทุภเยน นานนฺตริกตาย อานุภาวสมฺปทาทโยปีติ. เอวมฺปิ โถมนาปุพฺพิกายํ กถาติ เวทิตพฺพํ. อถ วา โถมนาปุพฺพิกา เอวายํ กถาติ ทฏฺฐพฺพํ, ‘‘สพฺพธมฺเมสุ อปฺปฏิหตญาณจาโร’’ติอาทินา สตฺถุ โถมนํ ปุรกฺขตฺวา สํวณฺณนาย อารทฺธตฺตา. สา ปนายํ ยสฺมา ปุจฺฉนฺตสฺส อชฺฌาสยานุรูปํ พฺยากรณสมตฺถตาย วิภาวนวเสน ปวตฺติตา, อาจิณฺณญฺเจตํ อาจริยสฺส ยทิทํ สํวณฺเณตพฺพธมฺมานุกูลํ สํวณฺณนารมฺเภ สตฺถุ อภิตฺถวนํ. ตสฺมา อิมินา การเณน เอวเมตฺถ โถมนา ปวตฺติตาติ. โถมนาการสฺส วุจฺจมานสฺส การณํ อุทฺธรนฺเตน ปฐมํ วิสฺสชฺชนคาถํ นิกฺขิปิตฺวา ตสฺสา นิทานโจทนามุเขน ปุจฺฉาคาถํ สรูปโต จ อตฺถโต จ ทสฺเสตฺวา ตสฺสา ปุจฺฉาย อวิปรีตพฺยากรณสมตฺถภาวาวโชตนํ ภควโต โถมนํ ปุรกฺขตฺวา ยถาธิปฺเปตธมฺมสํวณฺณนา กตา. เตนาห ‘‘สีเล ปติฏฺฐายา’’ติอาทิ. ตตฺถ คาถาย อตฺโถ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ.

อิตีติอาทีสุ อิตีติ อยํ อิติ-สทฺโท เหตุ ปริสมาปนาทิปทตฺถวิปริยายปการาวธารณนิทสฺสนาทิอเนกตฺถปฺปเภโท. ตถา เหส ‘‘รุปฺปตีติ โข, ภิกฺขเว, ตสฺมา ‘รูป’นฺติ วุจฺจตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๗๙) เหตุมฺหิ อาคโต. ‘‘ตสฺมาติห เม, ภิกฺขเว, ธมฺมทายาทา ภวถ, มา อามิสทายาทา. อตฺถิ เม ตุเมฺหสุ อนุกมฺปา ‘กินฺติ เม สาวกา ธมฺมทายาทา ภเวยฺยุํ, โน อามิสทายาทา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๙) ปริสมาปเน. ‘‘อิติ วา อิติ เอวรูปา นจฺจคีตวาทิตวิสูกทสฺสนา ปฏิวิรโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๑๙๗) อาทิอตฺเถ. ‘‘มาคณฺฑิโยติ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส สงฺขา สมญฺญา ปญฺญตฺติ โวหาโร นามํ นามกมฺมํ นามเธยฺยํ นิรุตฺติ พฺยญฺชนํ อภิลาโป’’ติอาทีสุ (มหานิ. ๗๓, ๗๕) ปทตฺถวิปริยาเย. ‘‘อิติ โข, ภิกฺขเว, สปฺปฏิภโย พาโล, อปฺปฏิภโย ปณฺฑิโต. สอุปทฺทโว พาโล, อนุปทฺทโว ปณฺฑิโต. สอุปสคฺโค พาโล, อนุปสคฺโค ปณฺฑิโต’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๑๒๔) ปกาเร. ‘‘อตฺถิ อิทปฺปจฺจยา ชรามรณนฺติ อิติ ปุฏฺเฐน สตา, อานนฺท, อตฺถีติสฺส วจนียํ, กึปจฺจยา ชรามรณนฺติ อิติ เจ วเทยฺย, ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ อิจฺจสฺส วจนีย’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๙๖) อวธารเณ, สนฺนิฏฺฐาเนติ อตฺโถ. ‘‘อตฺถีติ โข, กจฺจาน, อยเมโก อนฺโต, นตฺถีติ โข, กจฺจาน, อยํ ทุติโย อนฺโต’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๑๕; ๓.๙๐) นิทสฺสเน. อิธาปิ นิทสฺสเน ทฏฺฐพฺโพ, ปกาเรติปิ วตฺตุํ วฏฺฏเตว. ปฐโม ปน อิติ-สทฺโท ปริสมาปเน ทฏฺฐพฺโพ. หีติ อวธารเณ. อิทนฺติ อาสนฺนปจฺจกฺขวจนํ ยถาธิคตสฺส สุตฺตปทสฺส อภิมุขีกรณโต.

วุตฺตนฺติ อยํ วุตฺต-สทฺโท สอุปสคฺโค, อนุปสคฺโค จ วปฺปนวาปสมีกรณเกโสหารณชีวิตวุตฺติปมุตฺตภาวปาวจนปวตฺติตอชฺเฌสนกถนาทีสุ ทิสฺสติ. ตถา หิ อยํ –

‘‘คาโว ตสฺส ปชายนฺติ, เขตฺเต วุตฺตํ วิรูหติ;

วุตฺตานํ ผลมสฺนาติ, โย มิตฺตานํ น ทุพฺภตี’’ติ. –

อาทีสุ (ชา. ๒.๒๒.๑๙) วปฺปเน อาคโต. ‘‘โน จ โข ปฏิวุตฺต’’นฺติอาทีสุ (ปารา. ๒๘๙) อฏฺฐทนฺตกาทีหิ วาปสมีกรเณ. ‘‘กาปฏิโก มาณโว ทหโร วุตฺตสิโร’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๔๒๖) เกโสหารเณ. ‘‘ปนฺนโลโม ปรทตฺตวุตฺโต มิคภูเตน เจตสา วิหรตี’’ติอาทีสุ (จูฬว. ๓๓๒) ชีวิตวุตฺติยํ. ‘‘เสยฺยถาปิ นาม ปณฺฑุปลาโส พนฺธนา ปวุตฺโต อภพฺโพ หริตตฺถายา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๕๙; ปารา. ๙๒; ปาจิ. ๖๖๖; มหาว. ๑๒๙) พนฺธนโต ปมุตฺตภาเว. ‘‘เยสมิทํ เอตรหิ โปราณํ มนฺตปทํ คีตํ ปวุตฺตํ สมิหิต’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๘๕; ม. นิ. ๒.๔๒๗; มหาว. ๓๐๐) ปาวจนภาเวน ปวตฺติเต. โลเก ปน ‘‘วุตฺโต คุโณ วุตฺโต ปารายโน’’ติอาทีสุ อชฺเฌสเน. ‘‘วุตฺตํ โข ปเนตํ ภควตา ‘ธมฺมทายาทา เม, ภิกฺขเว, ภวถ, มา อามิสทายาทา’ติ’’อาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๐) กถเน. อิธาปิ กถเน เอว ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺมา ‘‘อิติ หิ เอวเมว อิทํ สุตฺตํ เทสิต’’นฺติ ยถานิกฺขิตฺตํ คาถํ เทสิตภาเวน นิทสฺเสติ. ตสฺสา วา เทสิตาการํ อวธาเรติ.

กสฺมาติ เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกํ. ปนาติ วจนาลงฺการมตฺตํ. อุภเยนาปิ การณํ ปุจฺฉติ. เอตนฺติ ยถาวุตฺตํ สุตฺตปทํ ปจฺจามสติ. วุตฺตนฺติ ปุจฺฉานิมิตฺตํ. ตทตฺถสฺส อตฺตโน พุทฺธิยํ วิปริวตฺตมานตํ อุปาทาย ‘‘อิท’’นฺติ วตฺวา ปุน ภควตา ภาสิตาการํ สนฺธาย ‘‘เอต’’นฺติ วุตฺตํ. สกเลน ปนาเนน วจเนน เทสนาย นิทานํ โชติตํ โหติ. ปรโต ตสฺสา เทสกเทสกาลปฏิคฺคาหเก วิภาเวตุํ ‘‘ภควนฺตํ กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กิราติ อนุสฺสวนตฺเถ นิปาโต. เตน วุจฺจมานสฺสตฺถสฺส อนุ อนุ สุยฺยมานตํ ทีเปติ. รตฺติภาเคติ รตฺติยา เอกสฺมึ โกฏฺฐาเส, มชฺฌิมยาเมติ อธิปฺปาโย. เวสฺสวณาทโย วิย อปากฏนามเธยฺยตฺตา อญฺญตโร. เทโว เอว เทวปุตฺโต. สํสยสมุคฺฆาฏตฺถนฺติ วิจิกิจฺฉาสลฺลสมุทฺธรณตฺถํ ปุจฺฉีติ โยชนา. ‘‘สํสยสมุคฺฆาฏตฺถ’’นฺติ จ อิมินา ปญฺจสุ ปุจฺฉาสุ อยํ วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉาติ ทสฺเสติ. เยน อตฺเถน ตณฺหา ‘‘ชฏา’’ติ วุตฺตา, ตเมว อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ชาลินิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สา หิ อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตปฺปเภโท อตฺตโน อวยวภูโต เอว ชาโล เอติสฺสา อตฺถีติ ‘‘ชาลินี’’ติ วุจฺจติ.

อิทานิสฺสา ชฏากาเรน ปวตฺตึ ทสฺเสตุํ ‘‘สา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ รูปาทีสุ อารมฺมเณสูติ ตสฺสา ปวตฺติฏฺฐานมาห, รูปาทิฉฬารมฺมณวินิมุตฺตสฺส ตณฺหาวิสยสฺส อภาวโต. เหฏฺฐุปริยวเสนาติ กทาจิ รูปารมฺมเณ กทาจิ ยาว ธมฺมารมฺมเณ กทาจิ ธมฺมารมฺมเณ กทาจิ ยาว รูปารมฺมเณติ เอวํ เหฏฺฐา, อุปริ จ ปวตฺติวเสน. เทสนากฺกเมน เจตฺถ เหฏฺฐุปริยตา ทฏฺฐพฺพา. กทาจิ กามภเว กทาจิ รูปภเว กทาจิ อรูปภเว กทาจิ วา อรูปภเว…เป… กทาจิ กามภเวติ เอวเมตฺถ เหฏฺฐุปริยวเสน ปวตฺติ เวทิตพฺพา. สพฺพสงฺขารานํ ขเณ ขเณ ภิชฺชนสภาวตฺตา อปราปรุปฺปตฺติ เอตฺถ สํสิพฺพนนฺติ อาห ‘‘ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโต’’ติ. ‘‘สํสิพฺพนฏฺเฐนา’’ติ อิทํ เยน สมฺพนฺเธน ชฏา วิยาติ ชฏาติ ชฏาตณฺหานํ อุปมูปเมยฺยตา, ตํทสฺสนํ. อยํ เหตฺถ อตฺโถ – ยถา ชาลิโน เวฬุคุมฺพสฺส สาขา, โกสสญฺจยาทโย จ อตฺตนา อตฺตโน อวยเวหิ สํสิพฺพิตา วินทฺธา ‘‘ชฏา’’ติ วุจฺจนฺติ, เอวํ ตณฺหาปิ สํสิพฺพนสภาเวนาติ, ‘‘สํสิพฺพิตฏฺเฐนา’’ติ วา ปาโฐ, อตฺตนาว อตฺตโน สํสิพฺพิตภาเวนาติ อตฺโถ. อยํ หิ ตณฺหา โกสการกิมิ วิย อตฺตนาว อตฺตานมฺปิ สํสิพฺพนฺตี ปวตฺตติ. เตนาห ภควา ‘‘รูปตณฺหา โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ, เอตฺเถสา ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ, เอตฺถ นิวิสมานา นิวิสตี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๔๐๐; ม. นิ. ๑.๘๖; วิภ. ๒๐๓). อิเม สตฺตา ‘‘มม อิท’’นฺติ ปริคฺคหิตํ วตฺถุํ อตฺตนิพฺพิเสสํ มญฺญมานา อพฺภนฺตริมํ กโรนฺติ. อพฺภนฺตรตฺโถ จ อนฺโตสทฺโทติ สกปริกฺขาเร อุปฺปชฺชมานาปิ ตณฺหา ‘‘อนฺโตชฏา’’ติ วุตฺตา. ปพฺพชิตสฺส ปตฺตาทิ, คหฏฺฐสฺส หตฺถิอาทิ สกปริกฺขาโร.

‘‘อตฺตา’’ติ ภวติ เอตฺถ อภิมาโนติ อตฺตภาโว, อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกํ. สรีรนฺติ เกจิ. มม อตฺตภาโว สุนฺทโร, อสุกสฺส วิย มม อตฺตภาโว ภเวยฺยาติ วา อาทินา สกอตฺตภาวาทีสุ ตณฺหาย อุปฺปชฺชมานากาโร เวทิตพฺโพ. อตฺตโน จกฺขาทีนิ อชฺฌตฺติกายตนานิ. อตฺตโน, ปเรสญฺจ รูปาทีนิ พาหิรายตนานิ. ปเรสํ สพฺพานิ วา, สปรสนฺตติปริยาปนฺนานิ วา จกฺขาทีนิ อชฺฌตฺติกายตนานิ. ตถา รูปาทีนิ พาหิรายตนานิ. ปริตฺตมหคฺคตภเวสุ ปวตฺติยาปิ ตณฺหาย อนฺโตชฏาพหิชฏาภาโว เวทิตพฺโพ. กามภโว หิ กสฺสจิปิ กิเลสสฺส อวิกฺขมฺภิตตฺตา กถญฺจิปิ อวิมุตฺโต อชฺฌตฺตคฺคหณสฺส วิเสสปจฺจโยติ ‘‘อชฺฌตฺตํ, อนฺโต’’ติ จ วุจฺจติ. ตพฺพิปริยายโต รูปารูปภโว ‘‘พหิทฺธา, พหี’’ติ จ. เตนาห ภควา ‘‘อชฺฌตฺตสํโยชโน ปุคฺคโล, พหิทฺธาสํโยชโน ปุคฺคโล’’ติ (อ. นิ. ๒.๓๗). วิสยเภเทน, ปวตฺติอาการเภเทน จ อเนกเภทภินฺนมฺปิ ตณฺหํ ชฏาภาวสามญฺเญน เอกนฺติ คเหตฺวา ‘‘ตาย เอวํ อุปฺปชฺชมานาย ชฏายา’’ติ วุตฺตํ. สา ปน ‘‘ปชา’’ติ วุตฺตสตฺตสนฺตานปริยาปนฺนา เอว หุตฺวา ปุนปฺปุนํ ตํ ชเฏนฺตี วินนฺธนฺตี ปวตฺตตีติ อาห ‘‘ชฏาย ชฏิตา ปชา’’ติ. ตถา หิ ปรมตฺถโต ยทิปิ อวยวพฺยติเรเกน สมุทาโย นตฺถิ, เอกเทโส ปน สมุทาโย นาม น โหตีติ อวยวโต สมุทายํ ภินฺนํ กตฺวา อุปมูปเมยฺยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา นาม เวฬุชฏาทีหิ…เป… สํสิพฺพิตา’’ติ อาห. อิมํ ชฏนฺติ สมฺพนฺโธ. ตีสุ ธาตูสุ เอกมฺปิ อเสเสตฺวา สํสิพฺพเนน เตธาตุกํ ชเฏตฺวา ฐิตํ. เตนสฺสา มหาวิสยตํ, วิชฏนสฺส จ สุทุกฺกรภาวมาห. ‘‘วิชเฏตุํ โก สมตฺโถ’’ติ อิมินา ‘‘วิชฏเย’’ติ ปทํ สตฺติอตฺถํ, น วิธิอาทิอตฺถนฺติ ทสฺเสติ.

เอวํ ‘‘อนฺโตชฏา’’ติอาทินา ปุฏฺโฐ ปน อสฺส เทวปุตฺตสฺส อิมํ คาถมาหาติ สมฺพนฺโธ. ‘‘เอทิโสว อิมํ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชยฺยา’’ติ สตฺถารํ คุณโต ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺพธมฺเมสุ อปฺปฏิหตญาณจาโร’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สพฺพธมฺเมสูติ อตีตาทิเภทภินฺเนสุ สพฺเพสุ เญยฺยธมฺเมสุ. อปฺปฏิหตญาณจาโรติ อนวเสสเญยฺยาวรณปฺปหาเนน นิสฺสงฺคจารตฺตา นวิหตญาณปวตฺติโก. เอเตน ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณตาวิภาวเนน อาทิโต ติณฺณํ อาเวณิกธมฺมานํ คหเณเนว ตเทกลกฺขณตาย ตทวินาภาวโต จ ภควโต เสสาเวณิกธมฺมานมฺปิ คหิตภาโว เวทิตพฺโพ. ทิพฺพนฺติ กามคุณาทีหิ กีฬนฺติ ลฬนฺติ, เตสุ วา วิหรนฺติ, วิชยสมตฺถตาโยเคน ปจฺจตฺถิเก วิเชตุํ อิจฺฉนฺติ, อิสฺสริยธนาทิสกฺการทานคฺคหณํ, ตํตํอตฺถานุสาสนญฺจ กโรนฺตา โวหรนฺติ, ปุญฺญาติสยโยคานุภาวปฺปตฺตาย ชุติยา โชตนฺติ, ยถาธิปฺเปตญฺจ วิสยํ อปฺปฏิฆาเตน คจฺฉนฺติ, ยถิจฺฉิตนิปฺผาทเน จ สกฺโกนฺตีติ เทวา. อถ วา เทวนียา ตํตํพฺยสนนิตฺถรณตฺถิเกหิ สรณํ ปรายณนฺติ คมนียา, อภิตฺถวนียา วา, โสภาวิเสสโยเคน กมนียาติ วา เทวา. เต ติวิธา – สมฺมุติเทวา อุปปตฺติเทวา วิสุทฺธิเทวาติ. ภควา ปน นิรติสยาย อภิญฺญากีฬาย อุตฺตเมหิ ทิพฺพพฺรหฺมอริยวิหาเรหิ สปรสนฺตานคตปญฺจวิธมารวิชยิจฺฉานิปฺผตฺติยา จิตฺติสฺสริยสตฺตธนาทิสมฺมาปฏิปตฺติ อเวจฺจปสาทสกฺการทานคฺคหณสงฺขาเตน, ธมฺมสภาวปุคฺคลชฺฌาสยานุรูปานุสาสนีสงฺขาเตน จ โวหาราติสเยน ปรมาย ปญฺญาสรีรปฺปภาสงฺขาตาย ชุติยา, อนญฺญสาธารณาย ญาณสรีรคติยา, มารวิชยสพฺพสพฺพญฺญุคุณปรหิตนิปฺผาทเนสุ อปฺปฏิหตาย สตฺติยา จ สมนฺนาคตตฺตา สเทวเกน โลเกน ‘‘สรณ’’นฺติ คมนียโต, อภิตฺถวนียโต, ภตฺติวเสน กมนียโต จ สพฺเพ เต เทเว เตหิ คุเณหิ อภิภุยฺย ฐิตตฺตา เตสํ เทวานํ เสฏฺโฐ อุตฺตโม เทโวติ เทวเทโว. สพฺพเทเวหิ ปูชนียตโร เทโวติ วา, วิสุทฺธิเทวภาวสฺส วา สพฺพญฺญุคุณาลงฺการสฺส วา อธิคตตฺตา อญฺเญสํ เทวานํ อติสเยน เทโวติ เทวเทโว.

อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สกฺกานํ, มหาพฺรหฺมานญฺจ คุณาภิภวนโต อธิโก อติสโย อติเรกตโร วา สกฺโก พฺรหฺมา จาติ สกฺกานํ อติสกฺโก พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา. ญาณปฺปหานเทสนาวิเสเสสุ สเทวเก โลเก เกนจิ อวิกฺขมฺภนียฏฺฐานตาย กุโตจิปิ อุตฺรสฺตาภาวโต จตูหิ เวสารชฺเชหิ วิสารโทติ จตุเวสารชฺชวิสารโท. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโต อิเม ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธาติ ตตฺร วต มํ สมโณ วา…เป… เวสารชฺชปฺปตฺโต วิหรามี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๕๐; อ. นิ. ๔.๘). ฐานาฐานญาณาทีหิ ทสหิ ญาณพเลหิ สมนฺนาคตตฺตา ทสพลธโร. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อิธ ตถาคโต ฐานญฺจ ฐานโต, อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๑๐.๒๑; วิภ. ๘๐๙). ยํ กิญฺจิ เญยฺยํ นาม, ตตฺถ สพฺพตฺเถว อนาวฏญาณตาย อนาวรณญาโณ. ตญฺจ สพฺพํ สมนฺตโต สพฺพาการโต หตฺถตเล อามลกํ วิย ปจฺจกฺขโต ทสฺสนสมตฺเถน ญาณจกฺขุนา สมนฺนาคตตฺตา สมนฺตจกฺขุ, สพฺพญฺญูติ อตฺโถ. อิเมหิ ปน ทฺวีหิ ปเทหิ ปจฺฉิมานิ เทฺว อสาธารณญาณานิ คหิตานิ. ภาคฺยวนฺตตาทีหิ การเณหิ ภควา. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต พุทฺธานุสฺสตินิทฺเทเส (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๓ อาทโย) วิตฺถารโต อาคมิสฺสติ.

เอตฺถ จ ‘‘สพฺพธมฺเมสุ อปฺปฏิหตญาณจาโร’’ติ อิมินา ติยทฺธารุฬฺหานํ ปุจฺฉานํ ภควโต พฺยากรณสมตฺถตาย ทสฺสิตาย กึ เทวตานมฺปิ ปุจฺฉํ พฺยากาตุํ สมตฺโถ ภควาติ อาสงฺกาย ตนฺนิวตฺตนตฺถํ ‘‘เทวเทโว’’ติ วุตฺตํ. เทวานํ อติเทโว สกฺโก เทวานมินฺโท เทวตานํ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชติ, ‘‘ตโต อิมสฺส โก วิเสโส’’ติ จินฺเตนฺตานํ ตนฺนิวตฺตนตฺถํ ‘‘สกฺกานํ อติสกฺโก’’ติ วุตฺตํ. สกฺเกนปิ ปุจฺฉิตมตฺถํ สนงฺกุมาราทโย พฺรหฺมาโน วิสฺสชฺเชนฺติ, ‘‘ตโต อิมสฺส โก อติสโย’’ติ จินฺเตนฺตานํ ตนฺนิวตฺตนตฺถํ ‘‘พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา’’ติ วุตฺตํ. อยํ จสฺส วิเสโส จตุเวสารชฺชทสพลญาเณหิ ปากโฏ ชาโตติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘จตุ…เป… ธโร’’ติ วุตฺตํ. อิมานิ จ ญาณานิ อิมสฺส ญาณทฺวยสฺส อธิคเมน สเหว สิทฺธานีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อนาวรณญาโณ สมนฺตจกฺขู’’ติ วุตฺตํ. ตยิทํ ญาณทฺวยํ ปุญฺญญาณสมฺภารูปจยสิทฺธาย ภคฺคโทสตาย สิทฺธนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภควา’’ติ อโวจาติ. เอวเมเตสํ ปทานํ คหเณ ปโยชนํ, อนุปุพฺพิ จ เวทิตพฺพา. ยํ ปเนตํ ปจฺฉิมํ อนาวรณญาณํ สพฺพญฺญุตญฺญาณนฺติ ญาณทฺวยํ, ตํ อตฺถโต อภินฺนํ. เอกเมว หิ ตํ ญาณํ วิสยปวตฺติมุเขน อญฺเญหิ อสาธารณภาวทสฺสนตฺถํ ทฺวิธา กตฺวา วุตฺตํ. อนวเสสสงฺขตาสงฺขตสมฺมุติธมฺมารมฺมณตาย สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ตตฺถาวรณาภาวโต นิสฺสงฺคจารมุปาทาย ‘‘อนาวรณญาณ’’นฺติปิ วุตฺตํ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต พุทฺธานุสฺสตินิทฺเทเส (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๓ อาทโย) วกฺขาม.

๒. มหนฺเต สีลกฺขนฺธาทิเก เอสี คเวสีติ มเหสิ, ภควา. เตน มเหสินา. วณฺณยนฺโตติ วิวรนฺโต วิตฺถาเรนฺโต. ยถาภูตนฺติ อวิปรีตํ. สีลาทิเภทนนฺติ สีลสมาธิปญฺญาทิวิภาคํ. สุทุลฺลภนฺติ อฏฺฐกฺขณวชฺชิเตน นวเมน ขเณน ลทฺธพฺพตฺตา สุฏฺฐุ ทุลฺลภํ. สีลาทิสงฺคหนฺติ สีลาทิกฺขนฺธตฺตยสงฺคหํ. อริยมคฺโค หิ ตีหิ ขนฺเธหิ สงฺคหิโต สปฺปเทสตฺตา นครํ วิย รชฺเชน, น ตโย ขนฺธา อริยมคฺเคน นิปฺปเทสตฺตา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘น โข, อาวุโส วิสาข, อริเยน อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน ตโย ขนฺธา สงฺคหิตา; ตีหิ จ โข, อาวุโส วิสาข, ขนฺเธหิ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค สงฺคหิโต’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๒). กิเลสโจเรหิ อปริปนฺถนียตาย เขมํ. อนฺตทฺวยปริวชฺชนโต, มายาทิกายวงฺกาทิปฺปหานโต จ อุชุํ. สพฺเพสํ สํกิเลสธมฺมานํ มารณวเสน คมนโต ปวตฺตนโต, นิพฺพานสฺส มคฺคนโต, นิพฺพานตฺถิเกหิ มคฺคิตพฺพโต จ มคฺคํ. วิสุทฺธิยาติ นิพฺพานาย, วิสุทฺธิภาวาย วา, อรหตฺตายาติ อตฺโถ.

ยถาภูตํ อชานนฺตาติ เอวํ สีลวิสุทฺธิอาทิวิสุทฺธิปรมฺปราย อธิคนฺตพฺโพ เอวรูโป เอวํกิจฺจโก เอวมตฺโถติ ยาถาวโต อนวพุชฺฌนฺตา. สกลสํกิเลสโต, สํสารโต จ สุทฺธึ วิมุตฺตึ กาเมนฺติ ปตฺเถนฺตีติ สุทฺธิกามา. อปิ-สทฺโท สมฺภาวเน. เตน น เกวลํ สีลมตฺเตน ปริตุฏฺฐา, อถ โข วิสุทฺธิกามาปิ สมานาติ ทสฺเสติ. อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. ภาวนาย ยุตฺตปยุตฺตตาย โยคิโน วายมนฺตาปิ วิสุทฺธึ อุทฺทิสฺส ปโยคํ ปรกฺกมํ กโรนฺตาปิ อุปายสฺส อนธิคตตฺตา วิสุทฺธึ นาธิคจฺฉนฺตีติ โยชนา. เตสนฺติ โยคีนํ. กามญฺจายํ วิสุทฺธิมคฺโค สมนฺตภทฺทกตฺตา สวนธารณปริจยาทิปสุตานํ สพฺเพสมฺปิ ปาโมชฺชกโร, โยคีนํ ปน สาติสยํ ปโมทเหตูติ อาห ‘‘เตสํ ปาโมชฺชกรณ’’นฺติ. พาหิรกนิกายนฺตรลทฺธีหิ อสมฺมิสฺสตาย สุฏฺฐุ วิสุทฺธวินิจฺฉยตฺตา สุวิสุทฺธวินิจฺฉยํ. มหาวิหารวาสีนนฺติ อตฺตโน อปสฺสยภูตํ นิกายํ ทสฺเสติ. เทสนานยนิสฺสิตนฺติ ธมฺมสํวณฺณนานยสนฺนิสฺสิตํ. เอตฺถ จ ‘‘เตสํ ปาโมชฺชกรณ’’นฺติอาทินา สพฺพสํกิเลสมลวิสุทฺธตาย วิสุทฺธึ นิพฺพานํ ปตฺเถนฺตานํ โยคีนํ เอกํเสน ตทาวหตฺตา ปาโมชฺชกโร ญาณุตฺตเรหิ สมฺมาปฏิปนฺเนหิ อธิฏฺฐิตตฺตา สุฏฺฐุ สมฺมา วิสุทฺธวินิจฺฉโย มหาวิหารวาสีนํ กถามคฺโคติ ทสฺเสติ. สกฺกจฺจํ เม ภาสโต สกฺกจฺจํ นิสามยถาติ โยเชตพฺพํ.

เอตฺถ จ ‘‘อิมิสฺสา ทานิ คาถายา’’ติ อิมินา วิสุทฺธิมคฺคภาสนสฺส นิสฺสยํ, ‘‘กถิตาย มเหสินา’’ติ อิมินา ตสฺส ปมาณภาวํ, ‘‘ยถาภูตํ อตฺถํ สีลาทิเภทน’’นฺติ อิมินา อวิปรีตปิณฺฑตฺถํ, ‘‘สุทุลฺลภํ…เป… โยคิโน’’ติ อิมินา นิมิตฺตํ, ‘‘เตสํ ปาโมชฺชกรณ’’นฺติ อิมินา ปโยชนํ, ‘‘วณฺณยนฺโต อตฺถํ, สุวิสุทฺธวินิจฺฉยํ มหาวิหารวาสีนํ เทสนานยนิสฺสิตํ, สกฺกจฺจ’’นฺติ จ อิมินา กรณปฺปการํ ทสฺเสตฺวา ‘‘วิสุทฺธิกามา สพฺเพปิ, นิสามยถ สาธโว’’ติ อิมินา ตตฺถ สกฺกจฺจสวเน สาธุชเน นิโยเชติ. สาธุกํ สวนปฏิพทฺธา หิ สาสนสมฺปตฺติ.

๓. วจนตฺถวิภาวเนน ปเวทิตวิสุทฺธิมคฺคสามญฺญตฺถสฺส วิสุทฺธิมคฺคกถา วุจฺจมานา อภิรุจึ อุปฺปาเทตีติ ปทตฺถโต วิสุทฺธิมคฺคํ วิภาเวตุํ ‘‘ตตฺถ วิสุทฺธี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ตตฺถาติ ยทิทํ ‘‘วิสุทฺธิมคฺคํ ภาสิสฺส’’นฺติ เอตฺถ วิสุทฺธิมคฺคปทํ วุตฺตํ, ตตฺถ. สพฺพมลวิรหิตนฺติ สพฺเพหิ ราคาทิมเลหิ, สพฺเพหิ สํกิเลสมเลหิ จ วิรหิตํ วิวิตฺตํ. ตโต เอว อจฺจนฺตปริสุทฺธํ, สพฺพทา สพฺพถา จ วิสุทฺธนฺติ อตฺโถ. ยถาวุตฺตํ วิสุทฺธึ มคฺคติ คเวสติ อธิคจฺฉติ เอเตนาติ วิสุทฺธิมคฺโค. เตนาห ‘‘มคฺโคติ อธิคมูปาโย วุจฺจตี’’ติ. วิสุทฺธิมคฺโคติ จ นิปฺปริยาเยน โลกุตฺตรมคฺโค เวทิตพฺโพ, ตทุปายตฺตา ปน ปุพฺพภาคมคฺโค, ตนฺนิสฺสโย กถาปพนฺโธ จ ตถา วุจฺจติ.

สฺวายํ วิสุทฺธิมคฺโค สตฺถารา เทสนาวิลาสโต, เวเนยฺยชฺฌาสยโต จ นานานเยหิ เทสิโต, เตสุ อยเมโก นโย คหิโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘โส ปนาย’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ กตฺถจีติ กิสฺมิญฺจิ สุตฺเต. วิปสฺสนามตฺตวเสเนวาติ อวธารเณน สมถํ นิวตฺเตติ. โส หิ ตสฺสา ปฏิโยคี, น สีลาทิ. มตฺต-สทฺเทน จ วิเสสนิวตฺติอตฺเถน สวิเสสํ สมาธึ นิวตฺเตติ. โส อุปจารปฺปนาเภโท วิปสฺสนายานิกสฺส เทสนาติ กตฺวา น สมาธิมตฺตํ. น หิ ขณิกสมาธึ วินา วิปสฺสนา สมฺภวติ. วิปสฺสนาติ จ ติวิธาปิ อนุปสฺสนา เวทิตพฺพา, น อนิจฺจานุปสฺสนาว. น หิ อนิจฺจทสฺสนมตฺเตน สจฺจาภิสมโย สมฺภวติ. ยํ ปน คาถายํ อนิจฺจลกฺขณสฺเสว คหณํ กตํ, ตํ ยสฺส ตเทว สุฏฺฐุตรํ ปากฏํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, ตาทิสสฺส วเสน. โสปิ หิ อิตรํ ลกฺขณทฺวยํ วิภูตตรํ กตฺวา สมฺมสิตฺวา วิเสสํ อธิคจฺฉติ, น อนิจฺจลกฺขณเมว.

สพฺเพ สงฺขาราติ สพฺเพ เตภูมกสงฺขารา, เต หิ สมฺมสนียา. อนิจฺจาติ น นิจฺจา อทฺธุวา อิตฺตรา ขณภงฺคุราติ. ปญฺญายาติ วิปสฺสนาปญฺญาย. ปสฺสติ สมฺมสติ. อถ ปจฺฉา อุทยพฺพยญาณาทีนํ อุปฺปตฺติยา อุตฺตรกาลํ. นิพฺพินฺทติ ทุกฺเขติ ตสฺมึเยว อนิจฺจาการโต ทิฏฺเฐ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา’’ติ วุตฺเต เตภูมเก ขนฺธปญฺจกสงฺขาเต ทุกฺเข นิพฺพินฺทติ นิพฺพิทาญาณํ ปฏิลภติ. เอส มคฺโค วิสุทฺธิยาติ เอส นิพฺพิทานุปสฺสนาสงฺขาโต วิราคาทีนํ การณภูโต นิพฺพานสฺส อธิคมูปาโย.

ฌานปญฺญาวเสนาติ สมถวิปสฺสนาวเสน. ฌานนฺติ เจตฺถ วิปสฺสนาย ปาทกภูตํ ฌานํ อธิปฺเปตํ. ยมฺหีติ ยสฺมึ ปุคฺคเล. ฌานญฺจ ปญฺญา จาติ เอตฺถายมตฺโถ – โย ปุคฺคโล ฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ตํ อุสฺสุกฺกาเปติ. ส เว นิพฺพานสนฺติเกติ โส พฺยตฺตํ นิพฺพานสฺส สมีเป เอกนฺตโต นิพฺพานํ อธิคจฺฉตีติ.

กมฺมนฺติ มคฺคเจตนา. สา หิ อปจยคามิตาย สตฺตานํ สุทฺธึ อาวหติ. วิชฺชาติ สมฺมาทิฏฺฐิ. สีลนฺติ สมฺมาวาจากมฺมนฺตา. ชีวิตมุตฺตมนฺติ สมฺมาอาชีโว. ธมฺโมติ อวเสสา จตฺตาโร อริยมคฺคธมฺมา. อถ วา กมฺมนฺติ สมฺมากมฺมนฺตสฺส คหณํ. ‘‘ยา จาวุโส วิสาข, สมฺมาทิฏฺฐิ, โย จ สมฺมาสงฺกปฺโป, อิเม ธมฺมา ปญฺญากฺขนฺเธ สงฺคหิตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๒) วจนโต. วิชฺชาติ สมฺมาทิฏฺฐิสมฺมาสงฺกปฺปานํ คหณํ. ธมฺโมติ สมาธิ ‘‘เอวํธมฺมา เต ภควนฺโต อเหสุ’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๓๗๘) วิย. ตคฺคหเณเนว ‘‘โย จาวุโส วิสาข, สมฺมาวายาโม, ยา จ สมฺมาสติ, โย จ สมฺมาสมาธิ, อิเม ธมฺมา สมาธิกฺขนฺเธ สงฺคหิตา’’ติ วจนโต สมฺมาวายามสตีนมฺปิ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ. สีลนฺติ สมฺมาวาจาชีวานํ. ชีวิตมุตฺตมนฺติ เอวรูปสฺส อริยปุคฺคลสฺส ชีวิตํ อุตฺตมํ ชีวิตนฺติ เอวเมตฺถ อฏฺฐงฺคิโก อริยมคฺโค วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.

สีลาทิวเสนาติ สีลสมาธิปญฺญาวีริยวเสน. สพฺพทาติ สมาทานโต ปภุติ สพฺพกาลํ. สีลสมฺปนฺโนติ จตุปาริสุทฺธิสีลสมฺปทาย สมฺปนฺโน สมนฺนาคโต. ปญฺญวาติ โลกิยโลกุตฺตราย ปญฺญาย สมนฺนาคโต. สุสมาหิโตติ ตํสมฺปยุตฺเตน สมาธินา สุฏฺฐุ สมาหิโต. อารทฺธวีริโยติ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย, กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทาย ปคฺคหิตวีริโย. ปหิตตฺโตติ นิพฺพานํ ปติเปสิตตฺตตาย กาเย จ ชีวิเต จ นิรเปกฺขจิตฺโต. โอฆนฺติ กาโมฆาทิจตุพฺพิธมฺปิ โอฆํ, สํสารมโหฆเมว วา.

เอกายโนติ เอกมคฺโค. มคฺคปริยาโย หิ อิธ อยน-สทฺโท, ตสฺมา เอกปถภูโต อยํ, ภิกฺขเว, มคฺโค, น เทฺวธาปถภูโตติ อตฺโถ. เอกํ วา นิพฺพานํ อยติ คจฺฉตีติ เอกายโน, เอเกน วา คณสงฺคณิกํ ปหาย วิเวกฏฺเฐน อยิตพฺโพ ปฏิปชฺชิตพฺโพติ เอกายโน, อยนฺติ เตนาติ วา อยโน, เอกสฺส เสฏฺฐสฺส ภควโต อยโนติ เอกายโน, เตน อุปฺปาทิตตฺตา, เอกสฺมึ วา อิมสฺมึเยว ธมฺมวินเย อยโนติ เอกายโน. สตฺตานํ วิสุทฺธิยาติ ราคาทิมเลหิ, อภิชฺฌาวิสมโลภาทิอุปกฺกิเลเสหิ จ สตฺตานํ วิสุทฺธตฺถาย วิสุชฺฌนตฺถาย. ยทิทนฺติ นิปาโต, เย อิเมติ อตฺโถ. ปุพฺเพ สรณลกฺขเณน มคฺคฏฺเฐน จ มคฺโคติ วุตฺตสฺเสว กายาทิวิสยเภเทน จตุพฺพิธตฺตา ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติ วุตฺตํ. สมฺมปฺปธานาทีสูติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อปฺปมาทาภิรติอาทีนํ สงฺคโห เวทิตพฺโพ. อปฺปมาทาภิรติอาทิวเสนาปิ หิ กตฺถจิ วิสุทฺธิมคฺโค เทสิโต. ยถาห –

‘‘อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ, ปมาเท ภยทสฺสิ วา;

อภพฺโพ ปริหานาย, นิพฺพานสฺเสว สนฺติเก’’ติ. (ธ. ป. ๓๒);

๔. ตตฺราติ ตสฺสํ คาถายํ. อุปริ วุจฺจมานา คาถาย วิตฺถารสํวณฺณนา นิทฺเทสปฏินิทฺเทสฏฺฐานิยา, ตโต สํขิตฺตตรา อตฺถวณฺณนา อุทฺเทสฏฺฐานิยาติ อาห ‘‘อยํ สงฺเขปวณฺณนา’’ติ. ยถาอุทฺทิฏฺฐสฺส หิ อตฺถสฺส นิทฺเทสปฏินิทฺเทสา สุกรา, สุโพธา จ โหนฺตีติ. สีเล ปติฏฺฐายาติ เอตฺถ สีเลติ กุสลสีเล. ยทิปิ ‘‘กตเม จ, ถปติ, อกุสลา สีลา’’ติอาทีสุ อกุสลา ธมฺมาปิ สีลนฺติ อาคตา. วุจฺจมานาย ปน จิตฺตปญฺญาภาวนาย อธิฏฺฐานาโยคฺยตาย กิริยสีลานมฺปิ อสมฺภโว, กุโต อิตเรสนฺติ กุสลสีลเมเวตฺถ อธิปฺเปตํ. สีลํ ปริปูรยมาโนติอาทีสุ ปริปูรยมาโนติ ปริปาเลนฺโต, ปริวฑฺเฒนฺโต วา, สพฺพภาเคหิ สํวรนฺโต, อวีติกฺกมนฺโต จาติ อตฺโถ. ตถาภูโต หิ ตํ อวิชหนฺโต ตตฺถ ปติฏฺฐิโต นาม โหติ. ‘‘สีเล’’ติ หิ อิทํ อาธาเร ภุมฺมํ. ปติฏฺฐายาติ ทุวิธา ปติฏฺฐา นิสฺสยูปนิสฺสยเภทโต. ตตฺถ อุปนิสฺสยปติฏฺฐา โลกิยา, อิตรา โลกุตฺตรา อภินฺทิตฺวา คหเณ. ภินฺทิตฺวา ปน คหเณ ยถา โลกิยจิตฺตุปฺปาเทสุ สหชาตานํ, ปุริมปจฺฉิมานญฺจ วเสน นิสฺสยูปนิสฺสยปติฏฺฐา สมฺภวติ, เอวํ โลกุตฺตเรสุ เหฏฺฐิมมคฺคผลสีลวเสน อุปนิสฺสยปติฏฺฐาปิ สมฺภวติ. ‘‘ปติฏฺฐายา’’ติ จ ปทสฺส ยทา อุปนิสฺสยปติฏฺฐา อธิปฺเปตา, ตทา ‘‘สทฺธํ อุปนิสฺสายา’’ติอาทีสุ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๒๓) วิย ปุริมกาลกิริยาวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เตนาห ‘‘ปุพฺเพว โข ปนสฺส กายกมฺมํ วจีกมฺมํ อาชีโว สุปริสุทฺโธ โหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๔๓๑). ยทา ปน นิสฺสยปติฏฺฐา อธิปฺเปตา, ตทา ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๐๔; ๓.๔๒๑; สํ. นิ. ๔.๖๐) วิย สมานกาลกิริยาวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สมฺมาวาจาทโย หิ อตฺตนา สมฺปยุตฺตานํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ สหชาตวเสเนว นิสฺสยปจฺจยา โหนฺตีติ.

นรติ เนตีติ นโร, ปุริโส. ยถา หิ ปฐมปกติภูโต สตฺโต, อิตราย ปกติยา เสฏฺฐฏฺเฐน ปุริ อุจฺเจ ฐาเน เสติ ปวตฺตตีติ ‘‘ปุริโส’’ติ วุจฺจติ, เอวํ นยนฏฺเฐน ‘‘นโร’’ติ วุจฺจติ. ปุตฺตภาตุภูโตปิ หิ ปุคฺคโล มาตุเชฏฺฐภคินีนํ เนตุฏฺฐาเน ติฏฺฐติ, ปเคว อิตโร อิตราสํ. นเรน โยคโต, นรสฺส อยนฺติ วา นารี, อิตฺถี. สาปิ เจตฺถ กามํ ตณฺหาชฏาวิชฏนสมตฺถตา อตฺถิ, ปธานเมว ปน สตฺตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘นโร’’ติ อาห ยถา ‘‘สตฺถา เทวมนุสฺสาน’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๑๕๗, ๒๕๕). อฏฺฐกถายํ ปน อวิภาเคน ปุคฺคลปริยาโย อยนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘นโรติ สตฺโต’’ติ วุตฺตํ. สปญฺโญติ วิปากภูตาย สห ปญฺญาย ปวตฺตตีติ สปญฺโญ. ตาย หิ อาทิโต ปฏฺฐาย สนฺตานวเสน พหุลํ ปวตฺตมานาย อยํ สตฺโต สวิเสสํ ‘‘สปญฺโญ’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหติ. วิปากปญฺญาปิ หิ สนฺตานวิเสสเนน ภาวนาปญฺญุปฺปตฺติยา อุปนิสฺสโย โหติ อเหตุกทฺวิเหตุกานํ ตทภาวโต. สมฺปชญฺญสงฺขาตาย จ ตํตํกิจฺจการิกาย ปญฺญาย วเสน ‘‘สปญฺโญ’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. อฏฺฐกถายํ ปน นิปก-สทฺเทน ปาริหาริกปญฺญา คยฺหตีติ วิปากปญฺญาวเสเนเวตฺถ อตฺโถ วุตฺโต. กมฺมชติเหตุกปฏิสนฺธิปญฺญายาติ กมฺมชาย ติเหตุกปฏิสนฺธิยํ ปญฺญายาติ เอวํ ติเหตุก-สทฺโท ปฏิสนฺธิ-สทฺเทน สมฺพนฺธิตพฺโพ, น ปญฺญา-สทฺเทน. น หิ ปญฺญา ติเหตุกา อตฺถิ. ปฏิสนฺธิโต ปภุติ ปวตฺตมานา ปญฺญา ‘‘ปฏิสนฺธิยํ ปญฺญา’’ติ วุตฺตา ตํมูลกตฺตา, น ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปวตฺตา เอว.

จินฺเตติ อารมฺมณํ อุปนิชฺฌายตีติ จิตฺตํ, สมาธิ. โส หิ สาติสยํ อุปนิชฺฌานกิจฺโจ. น หิ วิตกฺกาทโย วินา สมาธินา ตมตฺถํ สาเธนฺติ, สมาธิ ปน เตหิ วินาปิ สาเธตีติ. ปคุณพลวภาวาปาทเนน ปจฺจเยหิ จิตํ, ตถา สนฺตานํ จิโนตีติปิ จิตฺตํ, สมาธิ. ปฐมชฺฌานาทิวเสน จิตฺตวิจิตฺตตาย, อิทฺธิวิธาทิจิตฺตกรเณน จ สมาธิ จิตฺตนฺติ วินาปิ ปโรปเทเสนสฺส จิตฺตปริยาโย ลพฺภเตว. อฏฺฐกถายํ ปน จิตฺต-สทฺโท วิญฺญาเณ นิรุโฬฺหติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘จิตฺตสีเสน เหตฺถ สมาธิ นิทฺทิฏฺโฐ’’ติ. ยถาสภาวํ ปกาเรหิ ชานาตีติ ปญฺญา. สา ยทิปิ กุสลาทิเภทโต พหุวิธา. ‘‘ภาวย’’นฺติ ปน วจนโต ภาเวตพฺพา อิธาธิปฺเปตาติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิปสฺสน’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘ภาวย’’นฺติ จ อิทํ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ ‘‘จิตฺตญฺจ ภาวยํ, ปญฺญญฺจ ภาวย’’นฺติ. ตยิทํ ทฺวยํ กึ โลกิยํ, อุทาหุ โลกุตฺตรนฺติ? โลกุตฺตรนฺติ ทฏฺฐพฺพํ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทสโต. ตํ หิ ภาวยมาโน อริยมคฺคกฺขเณ ตณฺหาชฏํ สมุจฺเฉทวเสน วิชเฏตีติ วุจฺจติ, น โลกิยํ. นานนฺตริยภาเวน ปเนตฺถ โลกิยาปิ คหิตาว โหนฺติ โลกิยสมถวิปสฺสนาย วินา ตทภาวโต. สมถยานิกสฺส หิ อุปจารปฺปนาปฺปเภทํ สมาธึ อิตรสฺส ขณิกสมาธึ, อุภเยสมฺปิ วิโมกฺขมุขตฺตยํ วินา น กทาจิปิ โลกุตฺตราธิคโม สมฺภวติ. เตนาห ‘‘สมาธิญฺเจว วิปสฺสนญฺจ ภาวยมาโน’’ติ. ตตฺถ ยทา โลกิยา สมถวิปสฺสนา อธิปฺเปตา, ตทา ‘‘ภาวย’’นฺติ อิทํ ภาวนากิริยาย เหตุภาวกถนํ, ภาวนาเหตูติ อตฺโถ. ตํภาวนาเหตุกา หิ วิชฏนกิริยาติ. ยทา ปน โลกุตฺตรา อธิปฺเปตา, ตทา เกวลํ วตฺตมานภาวนิทฺเทโส. ตทุภยภาวนาสมกาลเมว หิ ตณฺหาชฏาวิชฏนํ.

‘‘อาตาปี นิปโก’’ติ อิทํ ยถาวุตฺตภาวนาย อุปการกธมฺมกิตฺตนํ. กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชนฺตสฺส หิ วีริยํ สติ สมฺปชญฺญนฺติ อิเม ตโย ธมฺมา พหูปการา. วีริยูปตฺถทฺธญฺหิ กมฺมฏฺฐานํ สติสมฺปชญฺญานุปาลิตํ น ปริปตติ, อุปริ จ วิเสสํ อาวหติ. ปติฏฺฐาสิทฺธิยา เจตฺถ สทฺธาสิทฺธิ, สทฺธูปนิสฺสยตฺตา สีลสฺส, วีริยาทิสิทฺธิยา จ. น หิ สทฺเธยฺยวตฺถุํ อสทฺทหนฺตสฺส ยถาวุตฺตวีริยาทโย สมฺภวนฺติ, ตถา สมาธิปิ. ยถา หิ เหตุภาวโต วีริยาทีหิ สทฺธาสิทฺธิ, เอวํ ผลภาวโต เตหิ สมาธิสิทฺธิ. วีริยาทีสุ หิ สมฺปชฺชมาเนสุ สมาธิ สมฺปนฺโนว โหติ อสมาหิตสฺส ตทภาวโต. กถํ ปเนตฺถ สติสิทฺธิ? นิปกคฺคหณโต. ติกฺขวิสทภาวปฺปตฺตา หิ สติ ‘‘เนปกฺก’’นฺติ วุจฺจติ. ยถาห ‘‘ปรเมน สติเนปกฺเกน สมนฺนาคโต’’ติ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เนปกฺกํ ปญฺญา’’ติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต. ตคฺคหเณเนว สติปิ คหิตาว โหติ. น หิ สติวิรหิตา ปญฺญา อตฺถีติ. อปเร ปน ‘‘สปญฺโญ’’ติ อิมินาว ปาริหาริกปญฺญาปิ คยฺหตีติ ‘‘นิปโก’’ติ ปทสฺส ‘‘สโต’’ติ อตฺถํ วทนฺติ. ยทิปิ กิเลสานํ ปหานํ อาตาปนํ, ตํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนมฺปิ อตฺเถว. อาตปฺปสทฺโท วิย ปน อาตาปสทฺโท วีริเยเยว นิรุโฬฺหติ อาห ‘‘อาตาปีติ วีริยวา’’ติ. อถ วา ปฏิปกฺขปฺปหาเน สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อพฺภุสฺสหนวเสน ปวตฺตมานสฺส วีริยสฺส สาติสยํ ตทาตาปนนฺติ วีริยเมว ตถา วุจฺจติ, น อญฺเญ ธมฺมา. อาตาปีติ จายมีกาโร ปสํสาย, อติสยสฺส วา ทีปโก. วีริยวาติ วา-สทฺโทปิ ตทตฺโถ เอว ทฏฺฐพฺโพ. เตน สมฺมปฺปธานสมงฺคิตา วุตฺตา โหติ. เตนาห ‘‘กิเลสานํ อาตาปนปริตาปนฏฺเฐนา’’ติ. อาตาปนคฺคหเณน เจตฺถ อารมฺภ ธาตุมาห อาทิโต วีริยารมฺโภติ กตฺวา, ปริตาปนคฺคหเณน นิกฺกมปรกฺกมธาตุโย สพฺพโส ปฏิปกฺขโต นิกฺขนฺตตํ, อุปรูปริ วิเสสปฺปตฺติญฺจ อุปาทาย. นิปยติ วิโสเสติ ปฏิปกฺขํ, ตโต วา อตฺตานํ นิปาติ รกฺขตีติ นิปโก, สมฺปชาโน. กมฺมฏฺฐานสฺส ปริหรเณ นิยุตฺตาติ ปาริหาริกา.

อภิกฺกมาทีนิ สพฺพกิจฺจานิ สาตฺถกสมฺปชญฺญาทิวเสน ปริจฺฉิชฺช เนตีติ สพฺพกิจฺจปริณายิกา. กมฺมฏฺฐานสฺส วา อุคฺคโห ปริปุจฺฉา ภาวนารมฺโภ มนสิการวิธิ, ตตฺถ จ สกฺกจฺจการิตา สาตจฺจการิตา สปฺปายการิตา นิมิตฺตกุสลตา ปหิตตฺตตา อนฺตราอสงฺโกโจ อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนา วีริยสมตาปาทนํ วีริยสมตาโยชนนฺติ เอวมาทีนํ สพฺเพสํ กิจฺจานํ ปริณายิกา สพฺพกิจฺจปริณายิกา. ภยํ อิกฺขตีติ ภิกฺขูติ สาธารณโต ภิกฺขุลกฺขณกถเนน ปฏิปตฺติยาว ภิกฺขุภาโว, น ภิกฺขกภินฺนปฏธราทิภาเวนาติ ทสฺเสติ. เอวํ หิ กตกิจฺจานํ สามเณราทีนํ, ปฏิปนฺนานญฺจ อปพฺพชิตานมฺปิ สงฺคโห กโต โหติ. อิธ ปน ปฏิปชฺชนกวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ภินฺทติ ปาปเก อกุสเล ธมฺเมติ วา ภิกฺขุ. โส อิมํ วิชฏเยติ โย นโร สปฺปญฺโญ สีเล ปติฏฺฐาย อาตาปี นิปโก จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยนฺติ วุตฺโต, โส ภิกฺขุ อิมํ ตณฺหาชฏํ วิชฏเยติ สมฺพนฺโธ. อิทานิ ตมฺปิ วิชฏนํ เวฬุคุมฺพวิชฏเนน อุปเมตฺวา ทสฺเสตุํ คาถาย ยถาวุตฺเต สีลาทิธมฺเม ‘‘อิมินา จ สีเลนา’’ติอาทินา ปจฺจามสติ. ตตฺถ ยสฺมา โยคาวจรสนฺตานคตา นานากฺขณิกา มิสฺสกา สีลาทิธมฺมา คาถาย คหิตา, ตสฺมา เต เอกจฺจํ คณฺหนฺโต ‘‘ฉหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต’’ติ อาห. น หิ เต ฉ ธมฺมา เอกสฺมึ สนฺตาเน เอกสฺมึ ขเณ ลพฺภนฺติ. ยสฺมา จ ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน คาถา ภาสิตา, ตสฺมา ปุคฺคลาธิฏฺฐานเมว อุปมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เสยฺยถาปิ นาม ปุริโส’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สุนิสิตนฺติ สุฏฺฐุ นิสิตํ, อติวิย ติขิณนฺติ อตฺโถ. สตฺถสฺส นิสานสิลายํ นิสิตตรภาวกรณํ, พาหุพเลน จสฺส อุกฺขิปนนฺติ อุภยมฺเปตํ อตฺถาปนฺนํ กตฺวา อุปมา วุตฺตาติ ตทุภยํ อุปเมยฺเย ทสฺเสนฺโต ‘‘สมาธิสิลายํ สุนิสิตํ…เป… ปญฺญาหตฺเถน อุกฺขิปิตฺวา’’ติ อาห. สมาธิคุเณน หิ ปญฺญาย ติกฺขภาโว. เตนาห ภควา ‘‘สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๕; ๔.๙๙; ๕.๑๐๗๑; เนตฺติ. ๔๐; มิ. ป. ๒.๑.๑๔). วีริยญฺจสฺสา อุปตฺถมฺภกํ ปคฺคณฺหนโต. วิชเฏยฺยาติ วิชเฏตุํ สกฺกุเณยฺย. วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาย หิ วตฺตมานาย โยคาวจโร ตณฺหาชฏํ วิชเฏตุํ สมตฺโถ นาม. วิชฏนํ เจตฺถ สมุจฺเฉทวเสน ปหานนฺติ อาห ‘‘สญฺฉินฺเทยฺย สมฺปทาเลยฺยา’’ติ. ทกฺขิณํ อรหตีติ ทกฺขิเณยฺโย, อคฺโค จ โส ทกฺขิเณยฺโย จาติ อคฺคทกฺขิเณยฺโย, อคฺคา วา ทกฺขิณา อคฺคทกฺขิณา, ตํ อรหตีติ อคฺคทกฺขิเณยฺโย.

๕. ตตฺราติ ตสฺสํ คาถายํ. อยนฺติ ‘‘นโร’’ติ จ ‘‘ภิกฺขู’’ติ จ วุตฺโต โยคาวจโร. ปุน ตตฺราติ ตสฺสํ ปญฺญายํ. อสฺสาติ ภิกฺขุโน. กตฺตริ เจตํ สามิวจนํ, อเนนาติ อตฺโถ. กรณียํ นตฺถิ วิเสสาธานสฺส ติเหตุกปฏิสนฺธิปญฺญาย อภาวโต. เตนาห ‘‘ปุริมกมฺมานุภาเวเนว หิสฺส สา สิทฺธา’’ติ. เตนาติ โยคินา. ภาวนายํ สตตปวตฺติตวีริยตาย สาตจฺจการินา. ปญฺญาวเสนาติ ยถาวุตฺตเนปกฺกสงฺขาตปญฺญาวเสน. ยํ กิญฺจิ กตฺตพฺพํ, ตสฺส สพฺพสฺส สมฺปชานวเสเนว กรณสีโล, ตตฺถ วา สมฺปชานกาโร เอตสฺส อตฺถิ, สมฺปชานสฺส วา อสมฺโมหสฺส การโก อุปฺปาทโกติ สมฺปชานการี, เตน สมฺปชานการินา. อตฺราติ อสฺสํ คาถายํ. สีลาทิสมฺปาทเน วีริยสฺส เตสํ องฺคภาวโต ตํ วิสุํ อคฺคเหตฺวา ‘‘สีลสมาธิปญฺญามุเขนา’’ติ วุตฺตํ.

‘‘วิสุทฺธิมคฺคํ ทสฺเสตี’’ติ อวิภาคโต เทสนาย ปิณฺฑตฺถํ วตฺวา ปุน ตํ วิภาคโต ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺตาวตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เอตฺตาวตาติ เอตฺตกาย เทสนาย. สิกฺขาติ สิกฺขิตพฺพฏฺเฐน สิกฺขา. สิกฺขนํ เจตฺถ อาเสวนํ ทฏฺฐพฺพํ. สีลาทิธมฺเมหิ สํวรณาทิวเสน อาเสวนฺโต เต สิกฺขตีติ วุจฺจติ. สาสนนฺติ ปฏิปตฺติสาสนํ. อุปนิสฺสโย พลวการณํ. วชฺชนํ อนุปคมนํ. เสวนา ภาวนา. ปฏิปกฺโขติ ปหายกปฏิปกฺโข. ยทิปิ คาถายํ ‘‘สีเล’’ติ สามญฺญโต วุตฺตํ, น ‘‘อธิสีเล’’ติ. ตํ ปน ตณฺหาชฏาวิชฏนสฺส ปติฏฺฐาภูตํ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘สีเลน อธิสีลสิกฺขา ปกาสิตา’’ติ. ภวคามิ หิ สีลํ สีลเมว, วิภวคามิ สีลํ อธิสีลสิกฺขา. สามญฺญโชตนา หิ วิเสเส อวติฏฺฐตีติ. เอส นโย เสสสิกฺขาสุปิ.

สีเลนาติ อธิสีลสิกฺขาภูเตน สีเลน. ตํ หิ อนญฺญสาธารณตาย สาสนสฺส อาทิกลฺยาณตํ ปกาเสติ, น ยมนิยมาทิมตฺตํ. เตน วุตฺตํ ‘‘สีลญฺจ สุวิสุทฺธํ, สพฺพปาปสฺส อกรณ’’นฺติ จ. กุสลานนฺติ มคฺคกุสลานํ. กุสลานนฺติ วา อนวชฺชานํ. เตน อริยผลธมฺมานมฺปิ สงฺคโห สิทฺโธ โหติ. สพฺพปาปสฺส อกรณนฺติ สพฺพสฺสาปิ สาวชฺชสฺส อกิริยา อนชฺฌาปชฺชนํ. เอเตน จาริตฺตวาริตฺตเภทสฺส สพฺพสฺส สีลสฺส คหณํ กตํ โหติ. กตฺตพฺพากรณมฺปิ หิ สาวชฺชเมวาติ. อาทิวจนโตติ คาถายํ วุตฺตสมาธิปญฺญานํ อาทิมฺหิ วจนโต. อาทิภาโว จสฺส ตมฺมูลกตฺตา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมานํ. อาทีนํ วา วจนํ อาทิวจนํ. อาทิสทฺเทน เจตฺถ ‘‘สีลํ สมาธิ ปญฺญา จ, วิมุตฺติ จ อนุตฺตรา’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๘๖) เอวมาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. สีลสฺส วิสุทฺธตฺตา วิปฺปฏิสาราทิเหตูนํ ทูรีกรณโต อวิปฺปฏิสาราทิคุณาวหํ. ‘‘อวิปฺปฏิสาราทิคุณาวหตฺตา’’ติ เอเตน น เกวลํ สีลสฺส กลฺยาณตาว วิภาวิตา, อถ โข อาทิภาโวปีติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา หิสฺส สุตฺเต (ปริ. ๓๖๖) อวิปฺปฏิสาราทีนํ วิมุตฺติญาณปริโยสานานํ ปรมฺปรปจฺจยตา วุตฺตา. สมาธินาติ อธิจิตฺตสิกฺขาภูเตน สมาธินา. สกลํ สาสนํ สงฺคเหตฺวา ปวตฺตาย คาถาย อาทิปเทน อาทิมฺหิ ปฏิปชฺชิตพฺพสฺส สีลสฺส, ตติยปเทน ปริโยสาเน ปฏิปชฺชิตพฺพาย ปญฺญาย คหิตตฺตา มชฺเฌ ปฏิปชฺชิตพฺโพ สมาธิ ปาริเสสโต ทุติยปเทน คยฺหตีติ ‘‘กุสลสฺส อุปสมฺปทาติอาทิวจนโต หิ สมาธิ สาสนสฺส มชฺเฌ’’ติ วุตฺตํ, น กุสลสทฺทสฺส สมาธิปริยายตฺตา. ปุพฺพูปนิสฺสยวโต หิ สมาหิตตาทิอฏฺฐงฺคสมนฺนาคเมน อภินีหารกฺขมตา สมาธิสฺส อิทฺธิวิธาทิคุณาวหตฺตํ, อคฺคมคฺคปญฺญาย อธิคตาย ยทตฺถํ ปพฺพชติ, ตํ ปริโยสิตนฺติ ปญฺญา สาสนสฺส ปริโยสานํ. เตนาห ภควา ‘‘สิกฺขานิสํสมิทํ, ภิกฺขเว, พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ สทฺธาธิปเตยฺยํ ปญฺญุตฺตรํ วิมุตฺติสาร’’นฺติ (อ. นิ. ๔.๒๔๕). สกํ จิตฺตํ สจิตฺตํ, สจิตฺตสฺส สพฺพโส กิเลสานํ สมุจฺฉินฺทเนน วิโสธนํ สจิตฺตปริโยทาปนํ. เอวํ ปน ปญฺญากิจฺเจ มตฺถกปฺปตฺเต อุตฺตริ กรณียาภาวโต สาสนสฺส ปญฺญุตฺตรตา เวทิตพฺพา. ตาทิภาวาวหนโตติ ยาทิโส อิฏฺเฐสุ, ลาภาทีสุ จ อนุนยาภาวโต, ตาทิโส อนิฏฺเฐสุ, อลาภาทีสุ จ ปฏิฆาภาวโต. ตโต เอว วา ยาทิโส อนาปาถคเตสุ อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ, ตาทิโส อาปาถคเตสุปีติ ตาที. ตสฺส ภาโว ตาทิภาโว, ตสฺส อาวหนโต. วาเตนาติ วาตเหตุ. น สมีรตีติ น จลติ. น สมิญฺชนฺตีติ น ผนฺทนฺติ, กุโต จลนนฺติ อธิปฺปาโย.

ตถาติ ยถา สีลาทโย อธิสีลสิกฺขาทีนํ ปกาสกา, ตถา เตวิชฺชตาทีนํ อุปนิสฺสยสฺสาติ เตสํ ปกาสนาการูปสํหารตฺโถ ตถา-สทฺโท. ยสฺมา สีลํ วิสุชฺฌมานํ สติสมฺปชญฺญพเลน, กมฺมสฺสกตญาณพเลน จ สํกิเลสมลโต วิสุชฺฌติ ปาริปูริญฺจ คจฺฉติ, ตสฺมา สีลสมฺปทา สิชฺฌมานา อุปนิสฺสยสมฺปตฺติภาเวน สติพลํ, ญาณพลญฺจ ปจฺจุปฏฺฐเปตีติ ตสฺสา วิชฺชตฺตยูปนิสฺสยตา เวทิตพฺพา สภาคเหตุสมฺปาทนโต. สติเนปกฺเกน หิ ปุพฺเพนิวาสวิชฺชาสิทฺธิ, สมฺปชญฺเญน สพฺพกิจฺเจสุ สุทิฏฺฐการิตาปริจเยน จุตูปปาตญาณานุพนฺธาย ทุติยวิชฺชาสิทฺธิ, วีติกฺกมาภาเวน สํกิเลสปฺปหานสพฺภาวโต วิวฏฺฏูปนิสฺสยตาวเสน อชฺฌาสยสุทฺธิยา ตติยวิชฺชาสิทฺธิ. ปุเรตรํ สิทฺธานํ สมาธิปญฺญานํ ปาริปูรึ วินา สีลสฺส อาสวกฺขยญาณูปนิสฺสยตา สุกฺขวิปสฺสกขีณาสเวหิ ทีเปตพฺพา. สมาธิปญฺญา วิย อภิญฺญาปฏิสมฺภิทานํ สีลํ น สภาคเหตูติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘น ตโต ปร’’นฺติ. ‘‘สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๕; ๔.๙๙; เนตฺติ. ๔๐; มิ. ป. ๒.๑.๑๔) วจนโต สมาธิสมฺปทา ฉฬภิญฺญตาย อุปนิสฺสโย. ปญฺญา วิย ปฏิสมฺภิทานํ สมาธิ น สภาคเหตูติ วุตฺตํ ‘‘น ตโต ปร’’นฺติ. ‘‘โยคา เว ชายเต ภูรี’’ติ (ธ. ป. ๒๘๒) วจนโต ปุพฺพโยเคน, ครุวาสเทสภาสากโอสลฺลอุคฺคหปริปุจฺฉาทีหิ จ ปริภาวิตา ปญฺญาสมฺปตฺติ ปฏิสมฺภิทาปเภทสฺส อุปนิสฺสโย ปจฺเจกโพธิสมฺมาสมฺโพธิโยปิ ปญฺญาสมฺปตฺติสนฺนิสฺสยาติ ปญฺญาย อนธิคนฺตพฺพสฺส วิเสสสฺส อภาวโต, ตสฺสา จ ปฏิสมฺภิทาปเภทสฺส เอกนฺติกการณโต เหฏฺฐา วิย ‘‘น ตโต ปร’’นฺติ อวตฺวา ‘‘น อญฺเญน การเณนา’’ติ วุตฺตํ.

เอตฺถ จ ‘‘สีลสมฺปตฺติญฺหิ นิสฺสายา’’ติ วุตฺตตฺตา ยสฺส สมาธิวิชมฺภนภูตา อนวเสสา ฉ อภิญฺญา น อิชฺฌนฺติ, ตสฺส อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทวเสน น สมาธิสมฺปทา อตฺถีติ. สติปิ วิชฺชานํ อภิญฺเญกเทสภาเว สีลสมฺปตฺติสมุทาคตา เอว ติสฺโส วิชฺชา คหิตา. ยถา หิ ปญฺญาสมฺปตฺติสมุทาคตา จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา อุปนิสฺสยสมฺปนฺนสฺส มคฺเคเนว อิชฺฌนฺติ, มคฺคกฺขเณ เอว ตาสํ ปฏิลภิตพฺพโต, เอวํ สีลสมฺปตฺติสมุทาคตา ติสฺโส วิชฺชา สมาธิสมฺปตฺติสมุทาคตา จ ฉ อภิญฺญา อุปนิสฺสยสมฺปนฺนสฺส มคฺเคเนว อิชฺฌนฺตีติ มคฺคาธิคเมเนว ตาสํ อธิคโม เวทิตพฺโพ. ปจฺเจกพุทฺธานํ, สมฺมาสมฺพุทฺธานญฺจ ปจฺเจกโพธิสมฺมาสมฺโพธิสมธิคมสทิสา หิ อิเมสํ อริยานํ อิเม วิเสสาธิคมาติ. วินยสุตฺตาภิธมฺเมสุ สมฺมาปฏิปตฺติยา เตวิชฺชตาทีนํ อุปนิสฺสยตาปิ ยถาวุตฺตวิธินา เวทิตพฺพา.

สมฺปนฺนสีลสฺส กามเสวนาภาวโต สีเลน ปฐมนฺตวิวชฺชนํ วุตฺตํ. เยภุยฺเยน หิ สตฺตา กามเหตุ ปาณาติปาตาทิวเสนาปิ อสุทฺธปโยคา โหนฺติ. ฌานสุขลาภิโน กายกิลมถสฺส สมฺภโว เอว นตฺถีติ สมาธินา ทุติยนฺตวิวชฺชนํ วุตฺตํ ฌานสมุฏฺฐานปณีตรูปผุฏกายตฺตา. ปญฺญายาติ มคฺคปญฺญาย. อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน หิ เอกํสโต อริยมคฺโคว มชฺฌิมา ปฏิปตฺติ นาม. เอวํ สนฺเตปิ โลกิยปญฺญาวเสนปิ อนฺตทฺวยวิวชฺชนํ วิภาเวตพฺพํ.

สีลํ ตํสมงฺคิโน กามสุคตีสุเยว นิพฺพตฺตาปนโต จตูหิ อปาเยหิ วิมุตฺติยา การณนฺติ อาห ‘‘สีเลน อปายสมติกฺกมนุปาโย ปกาสิโต โหตี’’ติ. น หิ ปาณาติปาตาทิปฏิวิรติ ทุคฺคติปริกิเลสํ อาวหติ. สมาธิ ตํสมงฺคิโน มหคฺคตภูมิยํเยว นิพฺพตฺตาปเนน สกลกามภวโต วิโมเจตีติ วุตฺตํ ‘‘สมาธินา กามธาตุสมติกฺกมนุปาโย ปกาสิโต โหตี’’ติ. น หิ กามาวจรกมฺมสฺส อนุพลปฺปทายีนํ กามจฺฉนฺทาทีนํ วิกฺขมฺภกํ ฌานํ กามธาตุปริกิเลสาวหํ โหติ. น เจตฺถ อุปจารชฺฌานํ นิทสฺเสตพฺพํ, อปฺปนาสมาธิสฺส อธิปฺเปตตฺตา. นาปิ ‘‘สีเลเนว อติกฺกมิตพฺพสฺส อปายภวสฺส สมาธินา อติกฺกมิตพฺพตา’’ติ วจโนกาโส. สุคติภวมฺปิ อติกฺกมนฺตสฺส ทุคฺคติสมติกฺกมเน กา กถาติ. สพฺพภวสมติกฺกมนุปาโยติ กามภวาทีนํ นวนฺนมฺปิ ภวานํ สมติกฺกมนุปาโย สีลสมาธีหิ อติกฺกนฺตาปิ ภวา อนติกฺกนฺตา เอว, การณสฺส อปหีนตฺตา. ปญฺญาย ปนสฺส สุปฺปหีนตฺตา เต สมติกฺกนฺตา เอว.

ตทงฺคปฺปหานวเสนาติ ทีปาโลเกเนว ตมสฺส ปุญฺญกิริยวตฺถุคเตน เตน เตน กุสลงฺเคน ตสฺส ตสฺส อกุสลงฺคสฺส ปหานวเสน. สมาธินา วิกฺขมฺภนปฺปหานวเสนาติ อุปจารปฺปนาเภเทน สมาธินา ปวตฺตินิวารเณน ฆฏปฺปหาเรเนว ชลตเล เสวาลสฺส เตสํ เตสํ นีวรณาทิธมฺมานํ ปหานวเสน. ปญฺญายาติ อริยมคฺคปญฺญาย. สมุจฺเฉทปฺปหานวเสนาติ จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ ภาวิตตฺตา ตํตํมคฺควโต อตฺตโน สนฺตาเน ‘‘ทิฏฺฐิคตานํ ปหานายา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๒๗๗) วุตฺตสฺส สมุทยปกฺขิยสฺส กิเลสคณสฺส อจฺจนฺตํ อปฺปวตฺติสงฺขาตสมุจฺฉินฺทนปฺปหานวเสน.

กิเลสานํ วีติกฺกมปฏิปกฺโขติ สํกิเลสธมฺมานํ, กมฺมกิเลสานํ วา โย กายวจีทฺวาเรสุ วีติกฺกโม อชฺฌาจาโร, ตสฺส ปฏิปกฺโข สีเลน ปกาสิโต โหติ, อวีติกฺกมสภาวตฺตา สีลสฺส. โอกาสาทานวเสน กิเลสานํ จิตฺเต กุสลปฺปวตฺตึ ปริยาทิยิตฺวา อุฏฺฐานํ ปริยุฏฺฐานํ. ตํ สมาธิ วิกฺขมฺเภตีติ อาห ‘‘สมาธินา ปริยุฏฺฐานปฏิปกฺโข ปกาสิโต โหตี’’ติ, สมาธิสฺส ปริยุฏฺฐานปฺปหายกตฺตา. อปฺปหีนภาเวน สนฺตาเน อนุ อนุ สยนโต การณลาเภ อุปฺปตฺติรหา อนุสยา, เต ปน อนุรูปํ การณํ ลทฺธา อุปฺปชฺชนารหา ถามคตา กามราคาทโย สตฺต กิเลสา เวทิตพฺพา. เต อริยมคฺคปญฺญาย สพฺพโส ปหียนฺตีติ อาห ‘‘ปญฺญาย อนุสยปฏิปกฺโข ปกาสิโต โหตี’’ติ.

กายทุจฺจริตาทิ ทุฏฺฐุ จริตํ, กิเลเสหิ วา ทูสิตํ จริตนฺติ ทุจฺจริตํ, ตเมว ยตฺถ อุปฺปนฺนํ, ตํ สนฺตานํ สํกิเลเสติ วิพาธติ, อุปตาเปติ จาติ สํกิเลโส, ตสฺส วิโสธนํ สีเลน ตทงฺควเสน ปหานํ วีติกฺกมปฏิปกฺขตฺตา สีลสฺส. ตณฺหาสํกิเลสสฺส วิโสธนํ วิกฺขมฺภนวเสน ปหานํ ปริยุฏฺฐานปฏิปกฺขตฺตา สมาธิสฺส, ตณฺหาย จสฺส อุชุวิปจฺจนิกภาวโต. ทิฏฺฐิสํกิเลสสฺส วิโสธนํ สมุจฺเฉทวเสน ปหานํ อนุสยปฏิปกฺขตฺตา ปญฺญาย, ทิฏฺฐิคตานญฺจ อยาถาวคาหีนํ ยาถาวคาหินิยา ปญฺญาย อุชุวิปจฺจนิกภาวโต.

การณนฺติ อุปนิสฺสยปจฺจโย. สีเลสุ ปริปูรการีติ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อาทิภูตตฺตา อาทิพฺรหฺมจริยกานํ ปาราชิกสงฺฆาทิเสสสงฺขาตานํ มหาสีลสิกฺขาปทานํ อวีติกฺกมนโต ขุทฺทานุขุทฺทกานํ อาปชฺชเน สหสาว เตหิ วุฏฺฐาเนน สีเลสุ ยํ กตฺตพฺพํ, ตํ ปริปูรํ สมตฺถํ กโรตีติ สีเลสุ ปริปูรการี. ตถา สกทาคามีติ ‘‘สีเลสุ ปริปูรการี’’ติ เอตํ อุปสํหรติ ตถา-สทฺเทน. เอเต หิ เทฺว อริยา สมาธิปาริปนฺถิกานํ กามราคพฺยาปาทานํ ปญฺญาปาริปนฺถิกสฺส สจฺจปฏิจฺฉาทกโมหสฺส สพฺพโส อสมูหตตฺตา สมาธึ, ปญฺญญฺจ ภาเวนฺตาปิ สมาธิปญฺญาสุ ยํ กตฺตพฺพํ, ตํ มตฺตโส ปมาเณน ปเทสมตฺตเมว กโรนฺตีติ สมาธิสฺมึ, ปญฺญาย จ มตฺตโส การิโน ‘‘สีเลสุ ปริปูรการิโน’’อิจฺเจว วุจฺจนฺติ. อนาคามี ปน กามราคพฺยาปาทานํ สมุจฺฉินฺนตฺตา สมาธิสฺมึ ปริปูรการี. อรหา สพฺพโส สมฺโมหสฺส สุสมูหตตฺตา ปญฺญาย ปริปูรการี.

วุตฺตํ เหตํ ภควตา (อ. นิ. ๓.๘๗) –

‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สีเลสุ ปริปูรการี โหติ, สมาธิสฺมึ มตฺตโส การี, ปญฺญาย มตฺตโส การี. โส ยานิ ตานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ, ตานิ อาปชฺชติปิ วุฏฺฐาติปิ. ตํ กิสฺส เหตุ? น หิ เมตฺถ, ภิกฺขเว, อภพฺพตา วุตฺตา. ยานิ จ โข ตานิ สิกฺขาปทานิ อาทิพฺรหฺมจริยกานิ พฺรหฺมจริยสารุปฺปานิ, ตตฺถ ธุวสีโล จ โหติ ฐิตสีโล จ, สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ. โส ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ. อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สีเลสุ…เป… โส ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตา สกทาคามี โหติ. สกิเทว อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กโรติ. อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สีเลสุ ปริปูรการี โหติ, สมาธิสฺมึ ปริปูรการี, ปญฺญาย มตฺตโส การี. โส ยานิ ตานิ…เป… สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ. โส ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ…เป… อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา. อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สีเลสุ ปริปูรการี โหติ, สมาธิสฺมึ ปริปูรการี, ปญฺญาย ปริปูรการี. โส ยานิ ตานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานิ…เป… สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ. โส อาสวานํ ขยา…เป… อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ.

‘‘กถ’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา สิกฺขาทิเก วิภชิตฺวา วุตฺตเมวตฺถํ นิคเมตุํ ‘‘เอว’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อญฺเญ จาติ ตโย วิเวกา, ตีณิ กุสลมูลานิ, ตีณิ วิโมกฺขมุขานิ, ตีณิ อินฺทฺริยานีติ เอวมาทโย, สิกฺขตฺติกาทีหิ อญฺเญ จ คุณตฺติกา. เอวรูปาติ ยาทิสกา สิกฺขตฺติกาทโย อิธ สีลาทีหิ ปกาสิตา โหนฺติ, เอทิสา.

เอตฺถ หิ วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิตสฺส สีลสฺส อิธาธิปฺเปตตฺตา สีเลน กายวิเวโก ปกาสิโต โหติ, สมาธินา จิตฺตวิเวโก, ปญฺญาย อุปธิวิเวโก. ตถา สีเลน อโทโส กุสลมูลํ ปกาสิตํ โหติ, ติติกฺขปฺปธานตาย, อปรูปฆาตสภาวตาย จ สีลสฺส. สมาธินา อโลโภ กุสลมูลํ, โลภปฏิปกฺขโต, อโลภปธานตาย จ สมาธิสฺส. ปญฺญาย ปน อโมโหเยว. สีเลน จ อนิมิตฺตวิโมกฺขมุขํ ปกาสิตํ โหติ. อโทสปฺปธานํ หิ สีลสมฺปทํ นิสฺสาย โทเส อาทีนวทสฺสิโน อนิจฺจานุปสฺสนา สุเขเนว อิชฺฌติ, อนิจฺจานุปสฺสนา จ อนิมิตฺตวิโมกฺขมุขํ. สมาธินา อปฺปณิหิตวิโมกฺขมุขํ. ปญฺญาย สุญฺญตวิโมกฺขมุขํ. อโลภปฺปธานํ หิ กามนิสฺสรณํ สมาธิสมฺปทํ นิสฺสาย กาเมสุ อาทีนวทสฺสิโน ทุกฺขานุปสฺสนา สุเขเนว อิชฺฌติ, ทุกฺขานุปสฺสนา จ อปฺปณิหิตวิโมกฺขมุขํ. ปญฺญาสมฺปทํ นิสฺสาย อนตฺตานุปสฺสนา สุเขเนว อิชฺฌติ, อนตฺตานุปสฺสนา จ สุญฺญตวิโมกฺขมุขํ. ตถา สีเลน อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ ปกาสิตํ โหติ. ตํ หิ สีเลสุ ปริปูรการิโน อฏฺฐมกสฺส อินฺทฺริยํ. สมาธินา อญฺญินฺทฺริยํ. ตํ หิ อุกฺกํสคตํ สมาธิสฺมึ ปริปูรการิโน อนาคามิโน, อคฺคมคฺคฏฺฐสฺส จ อินฺทฺริยํ. ปญฺญาย อญฺญาตาวินฺทฺริยํ ปกาสิตํ โหติ. ตทุปฺปตฺติยา หิ อรหา ปญฺญาย ปริปูรการีติ. อิมินา นเยน อญฺเญ จ เอวรูปา คุณตฺติกา สีลาทีหิ ปกาเสตพฺพา.

๑. สีลนิทฺเทสวณฺณนา

สีลสรูปาทิกถาวณฺณนา

๖. เอวนฺติ วุตฺตปฺปกาเรน. อเนกคุณสงฺคาหเกนาติ อธิสีลสิกฺขาทีนํ, อญฺเญสญฺจ อเนเกสํ คุณานํ สงฺคาหเกน. สีลสมาธิปญฺญามุเขนาติ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๒๗๗; เถรคา. ๖๗๖; เนตฺติ. ๕) วิย วิปสฺสนามตฺตาทิมุเขน สงฺเขปโต อเทเสตฺวา สีลสมาธิปญฺญามุเขน เทสิโตปิ, สตฺตตึสายปิ วา โพธิปกฺขิยธมฺมานํ วิสุทฺธิมคฺคนฺโตคธตฺตา ตตฺถ สีลสมาธิปญฺญา มุขํ ปมุขํ กตฺวา เทสิโตปิ. เอเตน สีลสมาธิปญฺญาสุ อวเสสโพธิปกฺขิยธมฺมานํ สภาวโต, อุปการโต จ อนฺโตคธภาโว ทีปิโตติ เวทิตพฺพํ. อติสงฺเขปเทสิโตเยว โหติ สภาววิภาคาทิโต อวิภาวิตตฺตา. นาลนฺติ น ปริยตฺตํ น สมตฺถํ. สพฺเพสนฺติ นาติสงฺเขปนาติวิตฺถารรุจีนมฺปิ, วิปญฺจิตญฺญุเนยฺยานมฺปิ วา. สงฺเขปเทสนา หิ สํขิตฺตรุจีนํ, อุคฺฆฏิตญฺญูนํเยว จ อุปการาย โหติ, น ปนิตเรสํ. อสฺส วิสุทฺธิมคฺคสฺส. ปุจฺฉนฏฺเฐน ปญฺหา, กิริยา กรณํ กมฺมํ, ปญฺหาว กมฺมํ ปญฺหากมฺมํ, ปุจฺฉนปโยโค.

กึ สีลนฺติ สรูปปุจฺฉา. เกนฏฺเฐน สีลนฺติ เกน อตฺเถน สีลนฺติ วุจฺจติ, ‘‘สีล’’นฺติ ปทํ กํ อภิเธยฺยํ นิสฺสาย ปวตฺตนฺติ อตฺโถ. ตยิทํ สีลํ สภาวโต, กิจฺจโต, อุปฏฺฐานาการโต, อาสนฺนการณโต จ กถํ ชานิตพฺพนฺติ อาห ‘‘กานสฺส ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานี’’ติ. ปฏิปตฺติ นาม ทิฏฺฐานิสํเส เอว โหตีติ อาห ‘‘กิมานิสํส’’นฺติ. กติวิธนฺติ ปเภทปุจฺฉา. วิภาควนฺตานํ หิ สภาววิภาวนํ วิภาคทสฺสนมุเขเนว โหตีติ. โวทานํ วิสุทฺธิ. สา จ สํกิเลสมลวิมุตฺติ. ตํ อิจฺฉนฺเตน ยสฺมา อุปายโกสลฺลตฺถินา อนุปายโกสลฺลํ วิย สํกิเลโส ชานิตพฺโพติ อาห ‘‘โก จสฺส สํกิเลโส’’ติ.

ตตฺราติ ตสฺมึ, ตสฺส วา ปญฺหากมฺมสฺส. วิสฺสชฺชนนฺติ วิวรณํ. ปุจฺฉิโต หิ อตฺโถ อวิภาวิตตฺตา นิคูโฬฺห มุฏฺฐิยํ กโต วิย ติฏฺฐติ. ตสฺส วิวรณํ วิสฺสชฺชนํ วิภูตภาวการณโต. ปาณาติปาตาทีหีติ เอตฺถ ปาโณติ โวหารโต สตฺโต, ปรมตฺถโต ชีวิตินฺทฺริยํ. ตสฺส สรเสเนว ปตนสภาวสฺส อนฺตเร เอว อติว ปาตนํ อติปาโต, สณิกํ ปติตุํ อทตฺวา สีฆํ ปาตนนฺติ อตฺโถ, อติกฺกมฺม วา สตฺถาทีหิ อภิภวิตฺวา ปาตนํ อติปาโต, ปาณฆาโต. อาทิสทฺเทน อทินฺนาทานาทึ สงฺคณฺหาติ. เตหิ ปาณาติปาตาทีหิ ทุสฺสีลฺยกมฺเมหิ. วิรมนฺตสฺสาติ สมาทานวิรติวเสน, สมฺปตฺตวิรติวเสน จ โอรมนฺตสฺส. วตฺตปฏิปตฺตินฺติ อุปชฺฌายวตฺตาทิวตฺตกรณํ. เจตนาทโย ธมฺมาติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ ปาฬิวเสน วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เจตยตีติ เจตนา, อตฺตนา สมฺปยุตฺตธมฺเมหิ สทฺธึ อารมฺมเณ อภิสนฺทหตีติ อตฺโถ. เจตนาย อนุกูลวเสเนว หิ ตํสมฺปยุตฺตา ธมฺมา อารมฺมเณ ปวตฺตนฺติ. เจตนา กามํ กุสลตฺติกสาธารณา, อิธ ปน สีลเจตนา อธิปฺเปตาติ กตฺวา ‘‘กุสลา’’ติ เวทิตพฺพา. เจตสิ นิยุตฺตํ เจตสิกํ, จิตฺตสมฺปยุตฺตนฺติ อตฺโถ. เจตนาย สติปิ เจตสิกตฺเต ‘‘เจตนา สีล’’นฺติ วิสุํ คหิตตฺตา ตทญฺญเมว วิรติอนภิชฺฌาทิกํ เจตสิกํ สีลํ ทฏฺฐพฺพํ โคพลีพทฺทญาเยน. สํวรณํ สํวโร. ยถา อกุสลา ธมฺมา จิตฺเต น โอตรนฺติ, ตถา ปิทหนํ. อวีติกฺกโม วีติกฺกมสฺส ปฏิปกฺขภูตา อวีติกฺกมวเสน ปวตฺตจิตฺตเจตสิกา. ตตฺถ เจตนา สีลํ นามาติอาทิ ยถาวุตฺตสฺส สุตฺตปทสฺส วิวรณํ. วิรมนฺตสฺส เจตนาติ วิรติสมฺปยุตฺตํ ปธานภูตํ เจตนมาห. ปูเรนฺตสฺส เจตนาติ วตฺตปฏิปตฺติอายูหินี. วิรมนฺตสฺส วิรตีติ วิรติยา ปธานภาวํ คเหตฺวา วุตฺตํ.

เอตฺถ หิ ยทา ‘‘ติวิธา, ภิกฺขเว, กายสญฺเจตนา กุสลํ กายกมฺม’’นฺติอาทิ (กถา. ๕๓๙) วจนโต ปาณาติปาตาทีนํ ปฏิปกฺขภูตา ตพฺพิรติวิสิฏฺฐา เจตนา ตถาปวตฺตา ปธานภาเวน ปาณาติปาตาทิปฏิวิรติสาธิกา โหติ, ตทา ตํสมฺปยุตฺตา วิรติอนภิชฺฌาทโย จ เจตนาปกฺขิกา วา, อพฺโพหาริกา วาติ อิมมตฺถํ สนฺธาย เจตนาสีลํ วุตฺตํ. ยทา ปน ปาณาติปาตาทีหิ สงฺโกจํ อาปชฺชนฺตสฺส ตโต วิรมณากาเรน ปวตฺตมานา เจตนาวิสิฏฺฐา วิรติ, อนภิชฺฌาทโย จ ตตฺถ ตตฺถ ปธานภาเวน กิจฺจสาธิกา โหนฺติ, ตทา ตํสมฺปยุตฺตา เจตนา วิรติอาทิปกฺขิกา วา โหติ, อพฺโพหาริกา วาติ อิมมตฺถํ สนฺธาย เจตสิกสีลํ วุตฺตํ.

อิทานิ สุตฺเต อาคตนเยน กุสลกมฺมปถวเสน เจตนาเจตสิกสีลานิ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปชหนฺตสฺสาติ สมาทานวเสน ‘‘อิโต ปฏฺฐาย น กริสฺสามี’’ติ สมฺปตฺตวตฺถุกานิปิ อนชฺฌาจรเณน ปชหนฺตสฺส. สตฺต กมฺมปถเจตนาติ ปาณาติปาตาทิปหานสาธิกา ปฏิปาฏิยา สตฺต กุสลกมฺมปถเจตนา. อภิชฺฌาทิวเสน ยํ ปรทารคมนาทิ กรียติ, ตสฺส ปหายกา อนภิชฺฌาทโย สีลนฺติ อาห ‘‘เจตสิกํ สีลํ นาม อนภิชฺฌา…เป… สมฺมาทิฏฺฐิธมฺมา’’ติ. ยถา หิ อภิชฺฌาพฺยาปาทวเสน มิจฺฉาจารปาณาติปาตาทโย กรียนฺติ, เอวํ มิจฺฉาทิฏฺฐิวเสนาปิ เต ปุตฺตมุขทสฺสนาทิอตฺถํ กรียนฺติ. เตสญฺจ ปชหนกา อนภิชฺฌาทโยติ. ปาติโมกฺขสํวโร จาริตฺตวาริตฺตวิภาคํ วินยปริยาปนฺนํ สิกฺขาปทสีลํ. สติสํวโร มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ อารกฺขา, สา จ ตถาปวตฺตา สติเยว. ญาณสํวโร ปญฺญา. ขนฺติสํวโร อธิวาสนา, สา จ ตถาปวตฺตา อโทสปธานา ขนฺธา, อโทโส เอว วา. วีริยสํวโร กามวิตกฺกาทีนํ วิโนทนวเสน ปวตฺตํ วีริยํ. ปาติโมกฺขสํวรสติสํวราทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ.

โสตานีติ ตณฺหาทิฏฺฐิอวิชฺชาทุจฺจริตอวสิฏฺฐกิเลสโสตานิ. ‘‘โสตานํ สํวรํ พฺรูมี’’ติ วตฺวา ‘‘ปญฺญาเยเต ปิธิยฺยเร’’ติ วจเนน โสตานํ สํวโร ปิทหนํ สมุจฺเฉทนํ ญาณนฺติ วิญฺญายติ.

อิทมตฺถิกตํ มนสิ กตฺวา เยน ญาเณน โยนิโส ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจยา ปฏิเสวียนฺติ. ตํ ปจฺจยปฏิเสวนมฺปิ ญาณสภาวตฺตา เอตฺเถว ญาณสํวเร เอว สโมธานํ สงฺคหํ คจฺฉติ. ขมติ อธิวาเสตีติ ขโม. อุปฺปนฺนนฺติ ตสฺมึ ตสฺมึ อารมฺมเณ ชาตํ นิพฺพตฺตํ. กามวิตกฺกนฺติ กามูปสํหิตํ วิตกฺกํ. นาธิวาเสตีติ จิตฺตํ อาโรเปตฺวา อพฺภนฺตเร น วาเสติ. อาชีวปาริสุทฺธิปีติ พุทฺธปฏิกุฏฺฐํ มิจฺฉาชีวํ ปหาย อนวชฺเชน ปจฺจยปริเยสเนน สิชฺฌนกํ อาชีวปาริสุทฺธิสีลมฺปิ เอตฺเถว วีริยสํวเร เอว สโมธานํ คจฺฉติ วีริยสาธนตฺตา. เอตฺถ จ ยถา ญาณํ ตณฺหาทิโสตานํ ปวตฺตินิวารณโต ปิทหนฏฺเฐน สํวรณโต สํวโร จ, ปรโต ปวตฺตนกคุณานํ อาธาราทิภาวโต สีลนฏฺเฐน สีลํ, เอวํ ขนฺติ อนธิวาสเนน อุปฺปชฺชนกกิเลสานํ อธิวาสเนน สํวรณโต สํวโร จ, ขมนเหตุ อุปฺปชฺชนกคุณานํ อาธาราทิภาวโต สีลนฏฺเฐน สีลํ, วีริยํ วิโนเทตพฺพานํ ปาปธมฺมานํ วิโนทเนน สํวรณโต สํวโร จ, วิโนทนเหตุ อุปฺปชฺชนกคุณานํ อาธาราทิภาวโต สีลนฏฺเฐน สีลนฺติ เวทิตพฺพํ. ยถา ปน ปาติโมกฺขสีลาทิ ตสฺส ตสฺส ปาปธมฺมสฺส ปวตฺติตุํ อปฺปทานวเสน สํวรณํ ปิทหนํ, ตํ อุปาทาย สํวโร, เอวํ อสมาทินฺนสีลสฺส อาคตวตฺถุโต วิรมณมฺปีติ อาห ‘‘ยา จ ปาปภีรุกานํ…เป… สํวรสีลนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ. น วีติกฺกมติ เอเตนาติ อวีติกฺกโม. ตถาปวตฺโต กุสลจิตฺตุปฺปาโท.

๗. อวเสเสสุ ปน ปเญฺหสุ. สมาธานํ สณฺฐปนํ. ทุสฺสีลฺยวเสน หิ ปวตฺตา กายกมฺมาทโย สมฺปติ, อายติญฺจ อหิตทุกฺขาวหา, น สมฺมา ฐปิตาติ อสณฺฐปิตา วิปฺปกิณฺณา วิสฏา จ นาม โหนฺติ, สุสีลฺยวเสน ปน ปวตฺตา ตพฺพิปริยายโต สณฺฐปิตา อวิปฺปกิณฺณา อวิสฏา จ นาม โหนฺติ ยถา ตํ โอกฺขิตฺตจกฺขุตา อพาหุปฺปจาลนาทิ. เตนาห ‘‘กายกมฺมาทีนํ สุสีลฺยวเสน อวิปฺปกิณฺณตาติ อตฺโถ’’ติ. เอเตน สมาธิกิจฺจโต สีลนํ วิเสเสติ. ตสฺส หิ สมาธานํ สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อวิกฺเขปเหตุตา. อิทํ กายกมฺมาทีนํ สณฺฐปนํ สํยมนํ. อุปธารณํ อธิฏฺฐานํ มูลภาโว. ตถา หิสฺส อาทิจรณาทิภาโว วุตฺโต. เตน ปถวีธาตุกิจฺจโต สีลนํ วิเสสิตํ โหติ. สา หิ สหชาตรูปธมฺมานํ สนฺธารณวเสน ปวตฺตติ. อิทํ ปน อนวชฺชธมฺมานํ มูลาธิฏฺฐานภาเวน. เตนาห ‘‘กุสลานํ ธมฺมาน’’นฺติอาทิ. ตตฺถ กุสลธมฺมา นาม สปุพฺพภาคา มหคฺคตานุตฺตรา ธมฺมา. อญฺเญ ปน อาจริยา. สิรฏฺโฐติ ยถา สิรสิ ฉินฺเน สพฺโพ อตฺตภาโว วินสฺสติ, เอวํ สีเล ภินฺเน สพฺพํ คุณสรีรํ วินสฺสติ. ตสฺมา ตสฺส อุตฺตมงฺคฏฺโฐ สีลฏฺโฐ. ‘‘สิโร สีส’’นฺติ วา วตฺตพฺเพ นิรุตฺตินเยน ‘‘สีล’’นฺติ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. สีตลฏฺโฐ ปริฬาหวูปสมนฏฺโฐ. เตน ต-การสฺส โลปํ กตฺวา นิรุตฺตินเยเนว ‘‘สีล’’นฺติ วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. ตถา หิทํ ปโยคสมฺปาทิตํ สพฺพกิเลสปริฬาหวูปสมกรํ โหติ. เอวมาทินาติ อาทิ-สทฺเทน สยนฺติ อกุสลา เอตสฺมึ สติ อปวิฏฺฐา โหนฺตีติ สีลํ, สุปนฺติ วา เตน วิหตุสฺสาหานิ สพฺพทุจฺจริตานีติ สีลํ, สพฺเพสํ วา กุสลธมฺมานํ ปเวสารหสาลาติ สีลนฺติ เอวมาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.

๘. ‘‘สีลนฏฺเฐน สีล’’นฺติ ปุพฺเพ สทฺทตฺถุทฺธาเรน ปกาสิโตปิ ภาวตฺโถ เอวาติ อาห ‘‘สีลนํ ลกฺขณํ ตสฺสา’’ติ. น หิ ตสฺส เจตนาทิเภทภินฺนสฺส อนวเสสโต สงฺคาหโก ตโต อญฺโญ อตฺโถ อตฺถิ, โย ลกฺขณภาเวน วุจฺเจยฺย. นนุ จ อเนกเภทสงฺคาหกํ สามญฺญลกฺขณํ นาม สิยา, น วิเสสลกฺขณนฺติ อนุโยคํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘สนิทสฺสนตฺตํ รูปสฺส, ยถา ภินฺนสฺสเนกธา’’ติ.

ยถา หิ นีลาทิวเสน อเนกเภทภินฺนสฺสาปิ รูปายตนสฺส สนิทสฺสนตฺตํ วิเสสลกฺขณํ ตทญฺญธมฺมาสาธารณโต. น อนิจฺจตาทิ วิย, รุปฺปนํ วิย วา สามญฺญลกฺขณํ, เอวมิธาปิ ทฏฺฐพฺพํ. กึ ปเนตํ สนิทสฺสนตฺตํ นาม? ทฏฺฐพฺพตา จกฺขุวิญฺญาณสฺส โคจรภาโว. ตสฺส ปน รูปายตนโต อนญฺญตฺเตปิ อญฺเญหิ ธมฺเมหิ รูปายตนํ วิเสเสตุํ อญฺญํ วิย กตฺวา สห นิทสฺสเนน สนิทสฺสนนฺติ วุจฺจติ. ธมฺมสภาวสามญฺเญน หิ เอกีภูเตสุ ธมฺเมสุ โย นานตฺตกโร สภาโว, โส อญฺญํ วิย กตฺวา อุปจริตุํ ยุตฺโต. เอวํ หิ อตฺถวิเสสาวโพโธ โหตีติ. อถ วา ‘‘สห นิทสฺสเนนา’’ติ เอตฺถ ตพฺภาวตฺโถ สห-สทฺโท ยถา นนฺทิราคสหคตาติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๔; ปฏิ. ม. ๒.๓๐).

ทุสฺสีลฺยวิทฺธํสนรสนฺติ กายิกอสํวราทิเภทสฺส ทุสฺสีลฺยสฺส วิธมนกิจฺจํ. อนวชฺชรสนฺติ อคารยฺหสมฺปตฺติกํ อครหิตพฺพภาเวน สมฺปชฺชนกํ, อวชฺชปฏิปกฺขภาเวน วา สมฺปชฺชนกํ. ลกฺขณาทีสูติ ลกฺขณรสาทีสุ วุจฺจมาเนสุ กิจฺจเมว, สมฺปตฺติ วา รโสติ วุจฺจติ, น รสายตนรสาทีติ อธิปฺปาโย. เกจิ ปน ‘‘กิจฺจเมวา’’ติ อวธารณํ ตสฺส อิตรรสโต พลวภาวทสฺสนตฺถนฺติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ, กิจฺจเมว, สมฺปตฺติ เอว วา รโสติ อิมสฺส อตฺถสฺส อธิปฺเปตตฺตา.

โสเจยฺยปจฺจุปฏฺฐานนฺติ กายาทีหิ สุจิภาเวน ปจฺจุปฏฺฐาติ. คหณภาวนฺติ คเหตพฺพภาวํ. เตน อุปฏฺฐานาการฏฺเฐน ปจฺจุปฏฺฐานํ วุตฺตํ, ผลฏฺเฐน ปน อวิปฺปฏิสารปจฺจุปฏฺฐานํ, สมาธิปจฺจุปฏฺฐานํ วา. สีลํ หิ สมฺปติเยว อวิปฺปฏิสารํ ปจฺจุปฏฺฐาเปติ, ปรมฺปราย สมาธึ. อิมสฺส ปน อานิสํสผลสฺส อานิสํสกถายํ วกฺขมานตฺตา อิธ อคฺคหณํ ทฏฺฐพฺพํ. เกจิ ปน ผลสฺส อนิจฺฉิตตฺตา อิธ อคฺคหณนฺติ วทนฺติ, ตทยุตฺตํ ผลสฺส อเนกวิธตฺตา, โลกิยาทิสีลสฺสาปิ วิภชิยมานตฺตา. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘นิสฺสิตานิสฺสิตวเสนา’’ติอาทิ (วิสุทฺธิ. ๑.๑๐). ยถา ปถวีธาตุยา กมฺมาทิ ทูรการณํ, เสสภูตตฺตยํ อาสนฺนการณํ, ยถา จ วตฺถสฺส ตนฺตวายตุริเวมสลากาทิ ทูรการณํ, ตนฺตโว อาสนฺนการณํ, เอวํ สีลสฺส สทฺธมฺมสฺสวนาทิ ทูรการณํ, หิริโอตฺตปฺปมสฺส อาสนฺนการณนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘หิโรตฺตปฺปญฺจ ปนา’’ติอาทิ. หิโรตฺตปฺเป หีติอาทิ ตสฺส อาสนฺนการณภาวสาธนํ. ตตฺถ อุปฺปชฺชติ สมาทานวเสน, ติฏฺฐติ อวีติกฺกมวเสนาติ เวทิตพฺพํ.

สีลานิสํสกถาวณฺณนา

๙. อวิปฺปฏิสาราทีติ เอตฺถ วิปฺปฏิสารปฏิปกฺโข กุสลจิตฺตุปฺปาโท อวิปฺปฏิสาโร. โส ปน วิเสสโต ‘‘ลาภา วต เม, สุลทฺธํ วต เม, ยสฺส เม สุปริสุทฺธํ สีล’’นฺติ อตฺตโน สีลสฺส ปจฺจเวกฺขณวเสน ปวตฺโตติ เวทิตพฺโพ. อาทิ-สทฺเทน ปาโมชฺชโภคสมฺปตฺติกิตฺติสทฺทาทึ สงฺคณฺหาติ. อวิปฺปฏิสารตฺถานีติ อวิปฺปฏิสารปฺปโยชนานิ. กุสลานีติ อนวชฺชานิ. อวิปฺปฏิสารานิสํสานีติ อวิปฺปฏิสารุทฺทยานิ. เอเตน อวิปฺปฏิสาโร นาม สีลสฺส อุทฺทยมตฺตํ, สํวฑฺฒิตสฺส รุกฺขสฺส ฉายาปุปฺผสทิสํ. อญฺโญ เอว ปนาเนน นิปฺผาเทตพฺโพ สมาธิอาทิคุโณติ ทสฺเสติ.

สีลวโต สีลสมฺปทายาติ ปริสุทฺธํ ปริปุณฺณํ กตฺวา สีลสฺส สมฺปาทเนน สีลวโต, ตาย เอว สีลสมฺปทาย. อปฺปมาทาธิกรณนฺติ อปฺปมาทการณา. โภคกฺขนฺธนฺติ โภคราสึ. กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉตีติ ‘‘อิติปิ สีลวา, อิติปิ กลฺยาณธมฺโม’’ติ สุนฺทโร ถุติโฆโส อุฏฺฐหติ, โลกํ ปตฺถรติ. วิสารโทติ อตฺตนิ กิญฺจิ ครหิตพฺพํ อุปวทิตพฺพํ อปสฺสนฺโต วิคตสารชฺโช นิพฺภโย. อมงฺกุภูโตติ อวิลกฺโข. อสมฺมูโฬฺหติ ‘‘อกตํ วต เม กลฺยาณ’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๓.๒๔๘) วิปฺปฏิสาราภาวโต, กุสลกมฺมาทีนํเยว จ ตทา อุปฏฺฐานโต อมูโฬฺห ปสนฺนมานโส เอว กาลํกโรติ. กายสฺส เภทาติ อุปาทินฺนกฺขนฺธปริจฺจาคา, ชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉทา. ปรํ มรณาติ จุติโต อุทฺธํ. สุคตินฺติ สุนฺทรํ คตึ. เตน มนุสฺสคติปิ สงฺคยฺหติ. สคฺคนฺติ เทวคตึ. สา หิ รูปาทีหิ วิสเยหิ สุฏฺฐุ อคฺโคติ สคฺโค, โลกิยติ เอตฺถ อุฬารํ ปุญฺญผลนฺติ โลโกติ จ วุจฺจติ.

อากงฺเขยฺย เจติ ยทิ อิจฺเฉยฺย. ปิโย จ อสฺสนฺติ ปิยายิตพฺโพ ปิยจกฺขูหิ ปสฺสิตพฺโพ เปมนิโย ภเวยฺยนฺติ อตฺโถ. มนาโปติ สพฺรหฺมจารีนํ มนวฑฺฒนโก, เตสํ วา มเนน ปตฺตพฺโพ, เมตฺตจิตฺเตน ผริตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ. ครูติ ครุฏฺฐานิโย ปาสาณฉตฺตสทิโส. ภาวนีโยติ ‘‘อทฺธา อยมายสฺมา ชานํ ชานาติ, ปสฺสํ ปสฺสตี’’ติ สมฺภาวนีโย. สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการีติ จตุปาริสุทฺธิสีเลสุ เอว ปริปูรการี อสฺส, อนูนการี ปริปูรณากาเรน สมนฺนาคโต ภเวยฺย. ‘‘อาทินา นเยนา’’ติ เอเตน ‘‘อชฺฌตฺตํ เจโตสมถมนุยุตฺโต อนิรากตชฺฌาโน วิปสฺสนาย สมนฺนาคโต พฺรูเหตา สุญฺญาคาราน’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๖๕) เอวมาทิเก สีลโถมนสุตฺตาคเต สตฺตรส สีลานิสํเส สงฺคณฺหาติ.

อิทานิ น เกวลมิเม เอว อวิปฺปฏิสาราทโย, อถ โข อญฺเญปิ พหู สีลานิสํสา วิชฺชนฺตีติ เต ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ สาสเนติ อิมสฺมึ สกลโลกิยโลกุตฺตรคุณาวเห สตฺถุสาสเน. อาจารกุลปุตฺตานํ ยํ สีลํ วินา ปติฏฺฐา อวฏฺฐานํ นตฺถิ, ตสฺส เอวํ มหานุภาวสฺส สีลสฺส อานิสํสานํ ปริจฺเฉทํ ปริมาณํ โก วเท โก วตฺตุํ สกฺกุเณยฺยาติ อตฺโถ. เอเตน สพฺเพสํเยว โลกิยโลกุตฺตรานํ คุณานํ สีลเมว มูลภูตนฺติ ทสฺเสตฺวา ตโต ปรมฺปิ มลวิโสธเนน, ปริฬาหวูปสมเนน, สุจิคนฺธวายเนน, สคฺคนิพฺพานาธิคมูปายภาเวน, โสภาลงฺการสาธนตาย ภยวิธมเนน, กิตฺติปาโมชฺชชเนน จ สีลสทิสํ อญฺญํ สตฺตานํ หิตสุขาวหํ นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น คงฺคา’’ติอาทิกา คาถา อภาสิ.

ตตฺถ สรภูติ เอกา นที, ‘‘ยํ โลเก สรภู’’ติ วทนฺติ. นินฺนคา วาจิรวตีติ ‘‘อจิรวตี’’ติ เอวํนามิกา นที, วาติ สพฺพตฺถ วา-สทฺโท อนิยมตฺโถ. เตน อวุตฺตา โคธาวรีจนฺทภาคาทิกา สงฺคณฺหาติ. ปาณนฏฺเฐน ปาณีนํ สตฺตานํ ยํ มลํ สีลชลํ วิโสธยติ, ตํ มลํ วิโสเธตุํ น สกฺกุณนฺติ คงฺคาทโย นทิโยติ ปฐมคาถาย น-การํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. หาราติ มุตฺตาหารา. มณโยติ เวฬุริยาทิมณโย. อริยนฺติ วิสุทฺธํ. สีลสมุฏฺฐาโน กิตฺติสทฺโท คนฺโธ มโนหรภาวโต, ทิสาสุ อภิพฺยาปนโต จ ‘‘สีลคนฺโธ’’ติ วุตฺโต. โส หิ ปฏิวาเตปิ ปวตฺตติ. เตนาห ภควา ‘‘สตญฺจ คนฺโธ ปฏิวาตเมตี’’ติ (ธ. ป. ๕๔; อ. นิ. ๓.๘๐; มิ. ป. ๕.๔.๑). โทสานํ พลํ นาม วตฺถุชฺฌาจาโร, ตํ เตสํ กาตุํ อเทนฺตํ สีลํ โทสานํ พลํ ฆาเตตีติ เวทิตพฺพํ.

สีลปฺปเภทกถาวณฺณนา

๑๐. ‘‘กติวิธ’’นฺติ เอตฺถ วิธ-สทฺโท โกฏฺฐาสปริยาโย ‘‘เอกวิเธน รูปสงฺคโห’’ติอาทีสุ วิย, ปการตฺโถ วา, กติปฺปการํ กิตฺตกา สีลสฺส ปการเภทาติ อตฺโถ. สีลนลกฺขเณนาติ สีลนสงฺขาเตน สภาเวน.

จรนฺติ เตน สีเลสุ ปริปูรการิตํ อุปคจฺฉนฺตีติ จริตฺตํ, จริตฺตเมว จาริตฺตํ. วาริตโต เตน อตฺตานํ ตายนฺติ รกฺขนฺตีติ วาริตฺตํ. อธิโก สมาจาโร อภิสมาจาโร, ตตฺถ นิยุตฺตํ, โส วา ปโยชนํ เอตสฺสาติ อาภิสมาจาริกํ. อาทิ พฺรหฺมจริยสฺสาติ อาทิพฺรหฺมจริยํ, ตเทว อาทิพฺรหฺมจริยกํ. วิรมติ เอตาย, สยํ วา วิรมติ, วิรมณํ วา วิรติ, น วิรตีติ อวิรติ. นิสฺสยตีติ นิสฺสิตํ, น นิสฺสิตนฺติ อนิสฺสิตํ. ปริยนฺโต เอตสฺส อตฺถีติ ปริยนฺตํ, กาเลน ปริยนฺตํ กาลปริยนฺตํ, ยถาปริจฺฉินฺโน วา กาโล ปริยนฺโต เอตสฺสาติ กาลปริยนฺตํ. ยาว ปาณนํ ชีวนํ โกฏิ เอตสฺสาติ อาปาณโกฏิกํ. อตฺตโน ปจฺจเยหิ โลเก นิยุตฺตํ, ตตฺถ วา วิทิตนฺติ โลกิยํ. โลกํ อุตฺตรตีติ โลกุตฺตรํ.

ปจฺจยโต, ผลโต จ มชฺฌิมปณีเตหิ นิหีนํ, เตสํ วา คุเณหิ ปริหีนนฺติ หีนํ. อตฺตโน ปจฺจเยหิ ปธานภาวํ นีตนฺติ ปณีตํ. อุภินฺนเมว เวมชฺเฌ ภวํ มชฺฌิมํ. อตฺตาธิปติโต อาคตํ อตฺตาธิปเตยฺยํ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ตณฺหาย, ทิฏฺฐิยา วา ปรามฏฺฐํ ปธํสิตนฺติ ปรามฏฺฐํ. ตปฺปฏิกฺเขปโต อปรามฏฺฐํ. ปฏิปฺปสฺสทฺธกิเลสํ ปฏิปฺปสฺสทฺธํ. สิกฺขาสุ ชาตํ, เสกฺขสฺส อิทนฺติ วา เสกฺขํ. ปรินิฏฺฐิตสิกฺขากิจฺจตาย อเสกฺขธมฺมปริยาปนฺนํ อเสกฺขํ. ตทุภยปฏิกฺเขเปน เนวเสกฺขนาเสกฺขํ. หานํ ภชติ, หานภาโค วา เอตสฺส อตฺถีติ หานภาคิยํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อปฺปปริมาณตฺตา ปริยนฺตวนฺตํ, ปาริสุทฺธิวนฺตญฺจ สีลํ ปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลํ. อนปฺปปริมาณตฺตา อปริยนฺตํ, ปาริสุทฺธิวนฺตญฺจ สีลํ อปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลํ. สพฺพโส ปุณฺณํ, ปาริสุทฺธิวนฺตญฺจ สีลํ ปริปุณฺณปาริสุทฺธิสีลํ.

๑๑. วุตฺตนเยนาติ ‘‘สีลนฏฺเฐน สีล’’นฺติอาทินา (วิสุทฺธิ. ๑.๗) เหฏฺฐา วุตฺเตน นเยน. อิทํ กตฺตพฺพนฺติ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทปูรณนฺติ อิทํ อาภิสมาจาริกํ กตฺตพฺพํ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ เอวํ ปญฺญตฺตสฺส สิกฺขาปทสีลสฺส ปูรณํ. สิกฺขาปทสีลํ หิ ปูเรนฺโต สิกฺขาปทมฺปิ ปูเรติ ปาเลติ นาม. สิกฺขา เอว วา สิกฺขิตพฺพโต, ปฏิปชฺชิตพฺพโต จ สิกฺขาปทํ. ตสฺส ปูรณนฺติปิ โยเชตพฺพํ. อิทํ น กตฺตพฺพนฺติ ปฏิกฺขิตฺตสฺส อกรณนฺติ อิทํ ทุจฺจริตํ น กตฺตพฺพนฺติ ภควตา ปฏิกฺขิตฺตสฺส อกรณํ วิรมณํ. จรนฺติ ตสฺมินฺติ ตสฺมึ สีเล ตํสมงฺคิโน จรนฺตีติ สีลสฺส อธิกรณตํ วิภาเวนฺโต เตสํ ปวตฺติฏฺฐานภาวํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘สีเลสุ ปริปูรการิตาย ปวตฺตนฺตี’’ติ. วาริตนฺติ อิทํ น กตฺตพฺพนฺติ ปฏิกฺขิตฺตํ อกปฺปิยํ. ตายนฺตีติ อกรเณเนว ตายนฺติ. เตนาติ วาริตฺตสีลมาห. วาเรติ วา สตฺถา เอตฺถ, เอเตน วาติ วาริตํ, สิกฺขาปทํ. ตํ อวิโกเปนฺโต ตายนฺติ เตนาติ วาริตฺตํ. สทฺธาวีริยสาธนนฺติ สทฺธาย, อุฏฺฐานวีริเยน จ สาเธตพฺพํ. น หิ อสทฺโธ, กุสีโต จ วตฺตปฏิปตฺตึ ปริปูเรติ, สทฺโธ เอว สตฺถารา ปฏิกฺขิตฺเต อณุมตฺเตปิ วชฺเช ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสูติ อาห ‘‘สทฺธาสาธนํ วาริตฺต’’นฺติ.

อธิสีลสิกฺขาปริยาปนฺนตฺตา อภิวิสิฏฺโฐ สมาจาโรติ อภิสมาจาโรติ อาห ‘‘อุตฺตมสมาจาโร’’ติ. อภิสมาจาโรว อาภิสมาจาริกํ, ยถา เวนยิโกติ (อ. นิ. ๘.๑๑; ปารา. ๘) อธิปฺปาโย. อภิสมาจาโร อุกฺกฏฺฐนิทฺเทสโต มคฺคสีลํ, ผลสีลญฺจ, ตํ อารพฺภ อุทฺทิสฺส ตทตฺถํ ตปฺปโยชนํ ปญฺญตฺตํ อาภิสมาจาริกํ. สุปริสุทฺธานิ ตีณิ กายกมฺมานิ, จตฺตาริ วจีกมฺมานิ, สุปริสุทฺโธ อาชีโวติ อิทํ อาชีวฏฺฐมกํ. ตตฺถ กามํ อาชีวเหตุกโต สตฺตวิธทุจฺจริตโต วิรติ สมฺมาอาชีโวติ โสปิ สตฺตวิโธ โหติ, สมฺมาชีวตาสามญฺเญน ปน ตํ เอกํ กตฺวา วุตฺตํ. อถ วา ติวิธกุหนวตฺถุสนฺนิสฺสยโต มิจฺฉาชีวโต วิรตึ เอกชฺฌํ กตฺวา วุตฺโต ‘‘อาชีโว สุปริสุทฺโธ’’ติ. เสฏฺฐจริยภาวโต มคฺโค เอว พฺรหฺมจริยนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยํ, ตสฺส. อาทิภาวภูตนฺติ อาทิมฺหิ ภาเวตพฺพตํ นิปฺผาเทตพฺพตํ ภูตํ ปตฺตํ อาทิภาวภูตํ. กิญฺจาปิ เทสนานุกฺกเมน สมฺมาทิฏฺฐิ อาทิ, ปฏิปตฺติกฺกเมน ปน อาชีวฏฺฐมกสีลํ อาทีติ. ตสฺส สมฺปตฺติยาติ อาภิสมาจาริกสฺส สมฺปชฺชเนน ปริปูรเณน อาทิพฺรหฺมจริยกํ สมฺปชฺชติ. โย หิ ลหุกานิปิ อปฺปสาวชฺชานิ ปริวชฺเชติ, โส ครุกานิ มหาสาวชฺชานิ พหฺวาทีนวานิ ปริวชฺเชสฺสตีติ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ. สุตฺตํ ปน เอตมตฺถํ พฺยติเรกวเสน วิภาเวติ. ตตฺถ ธมฺมนฺติ สีลํ. ตํ หิ อุปริคุณวิเสสานํ ธารณฏฺเฐน ธมฺโมติ วุจฺจติ.

วิรติสีลสฺส อิตรสีเลน สติปิ สมฺปโยคาทิเก อสมฺมิสฺสกตาทสฺสนตฺถํ ‘‘เวรมณิมตฺต’’นฺติ วุตฺตํ.

‘‘นิสฺสิตานิสฺสิตวเสนา’’ติ เอตฺถ ลพฺภมานนิสฺสยํ ตาว ทสฺเสตุํ ‘‘นิสฺสโย’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตณฺหาจริเตน นิสฺสยิตพฺพโต ตณฺหาว ตณฺหานิสฺสโย. ตถา ทิฏฺฐินิสฺสโย. ทิฏฺฐิจริโต หิ อสติปิ ทิฏฺฐิยา ตณฺหาวิรเห ทิฏฺฐินิสฺสิโตว ปวตฺตติ. เทโวติ จตุมหาราชสกฺกสุยามาทิปากฏเทวมาห. เทวญฺญตโรติ อปากฏํ. ตณฺหํ เอว นิสฺสิตนฺติ ตณฺหานิสฺสิตํ. ตณฺหาย นิสฺสิตนฺติ จ เกจิ วทนฺติ. เตสํ ‘‘เทฺว นิสฺสยา’’ติอาทินา วิรุชฺฌติ. สุทฺธิทิฏฺฐิยาติ ‘‘อิติ สํสารสุทฺธิ ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ ปวตฺตทิฏฺฐิยา, โลกุตฺตรํ สีลนฺติ อธิปฺปาโย. ตสฺเสวาติ โลกุตฺตรสฺเสว สมฺภารภูตํ การณภูตํ, วิวฏฺฏูปนิสฺสยนฺติ อตฺโถ.

กาลปริจฺเฉทํ กตฺวาติ ‘‘อิมญฺจ รตฺตึ, อิมญฺจ ทิว’’นฺติอาทินา (อ. นิ. ๘.๔๑) วิย กาลวเสน ปริจฺเฉทํ กตฺวา. กาลปริจฺเฉทํ อกตฺวา สมาทินฺนมฺปิ อนฺตราวิจฺฉินฺนํ สมฺปตฺตวิรติวเสน ยาวชีวํ ปวตฺติตมฺปิ อาปาณโกฏิกํ น โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยาวชีวํ สมาทิยิตฺวา ตเถว ปวตฺติต’’นฺติ วุตฺตํ.

ลาภยสญาติองฺคชีวิตวเสนาติ ลาภยสานํ อนุปฺปนฺนานํ อุปฺปาทนวเสน, อุปฺปนฺนานํ รกฺขณวเสน เจว วฑฺฒนวเสน จ ญาติองฺคชีวิตานํ อวินาสนวเสน. กึ โส วีติกฺกมิสฺสตีติ โย วีติกฺกมาย จิตฺตมฺปิ น อุปฺปาเทติ, โส กายวาจาหิ วีติกฺกมิสฺสตีติ กึ อิทํ, นตฺเถตนฺติ อตฺโถ. ปฏิกฺเขเป หิ อยํ กึ-สทฺโท.

อารมฺมณภาเวน วโณ วิย อาสเว กามาสวาทิเก ปคฺฆรตีติ สมฺปโยคภาวาภาเวปิ สหาสเวหีติ สาสวํ. เตภูมกธมฺมชาตนฺติ สีลํ ตปฺปริยาปนฺนนฺติ อาห ‘‘สาสวํ สีลํ โลกิย’’นฺติ. ภววิเสสา สมฺปตฺติภวา. วินโยติ วินยปริยตฺติ, ตตฺถ วา อาคตสิกฺขาปทานิ. ปาโมชฺชํ ตรุณปีติ. ยถาภูตญาณทสฺสนํ สปจฺจยนามรูปทสฺสนํ, ตทธิฏฺฐานา วา ตรุณวิปสฺสนา. นิพฺพิทาติ นิพฺพิทาญาณํ. เตน พลววิปสฺสนมาห. วิราโค มคฺโค. วิมุตฺติ อรหตฺตผลํ. วิมุตฺติญาณทสฺสนํ ปจฺจเวกฺขณา. กถาติ วินยกถา. มนฺตนาติ วินยวิจารณา. อุปนิสาติ ยถาวุตฺตการณปรมฺปราสงฺขาโต อุปนิสฺสโย. โลกุตฺตรํ มคฺคผลจิตฺตสมฺปยุตฺตํ อาชีวฏฺฐมกสีลํ. ตตฺถ มคฺคสีลํ ภวนิสฺสรณาวหํ โหติ, ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส จ ภูมิ, ผลสีลํ ปน ปจฺจเวกฺขณาญาณสฺเสว ภูมิ.

๑๒. หีนาธิมุตฺติวเสน ฉนฺทาทีนมฺปิ หีนตา. ปณีตาธิมุตฺติวเสน ปณีตตา. ตทุภยเวมชฺฌตาวเสน มชฺฌิมตา. ยเถว หิ กมฺมํ อายูหนวเสน หีนาทิเภทภินฺนํ โหติ, เอวํ ฉนฺทาทโยปิ ปวตฺติอาการวเสน. โส จ เนสํ ปวตฺติอากาโร อธิมุตฺติเภเทนาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยสกามตายาติ กิตฺติสิโลกาภิรติยา, ปริวาริจฺฉาย วา. ‘‘กถํ นาม มาทิโส อีทิสํ กเรยฺยา’’ติ ปาปชิคุจฺฉาย อริยภาวํ นิสฺสาย. อนุปกฺกิลิฏฺฐนฺติ อตฺตุกฺกํสนปรวมฺภนาหิ, อญฺเญหิ จ อุปกฺกิเลเสหิ อนุปกฺกิลิฏฺฐํ. ภวโภคตฺถายาติ ภวสมฺปตฺติอตฺถญฺเจว โภคสมฺปตฺติอตฺถญฺจ. อตฺตโน วิโมกฺขตฺถาย ปวตฺติตนฺติ สาวกปจฺเจกโพธิสตฺตสีลมาห. สพฺพสตฺตานํ วิโมกฺขตฺถายาติ สพฺพสตฺตานํ สํสารพนฺธนโต วิโมจนตฺถาย. ปารมิตาสีลํ มหาโพธิสตฺตสีลํ. ยา กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหิตา มหาโพธึ อารพฺภ ปวตฺตา ปรมุกฺกํสคตโสเจยฺยสลฺเลขา เทสกาลสตฺตาทิวิกปฺปรหิตา สีลปารมิตา.

อนนุรูปนฺติ อสารุปฺปํ. อตฺตา เอว ครุ อธิปติ เอตสฺสาติ อตฺตครุ, ลชฺชาธิโก. อตฺตาธิปติโต อาคตํ อตฺตาธิปเตยฺยํ. โลโก อธิปติ ครุ เอตสฺสาติ โลกาธิปติ, โอตฺตปฺปาธิโก. ธมฺโม นามายํ มหานุภาโว เอกนฺตนิยฺยานิโก, โส จ ปฏิปตฺติยาว ปูเชตพฺโพ. ตสฺมา ‘‘นํ สีลสมฺปทาย ปูเชสฺสามี’’ติ เอวํ ธมฺมมหตฺตํ ปูเชตุกาเมน.

ปรามฏฺฐตฺตาติ ปราภววเสน อามฏฺฐตฺตา. ตณฺหาทิฏฺฐิโย หิ ‘‘อิมินาหํ สีเลน เทโว วา ภวิสฺสามิ เทวญฺญตโร วา, อิมินา เม สีเลน สํสารสุทฺธิ ภวิสฺสตี’’ติ ปวตฺตสฺส สีลํ ปรามสนฺติโย ตํ ปราภวํ ปาเปนฺติ มคฺคสฺส อนุปนิสฺสยภาวกรณโต. ปุถุชฺชนกลฺยาณกสฺสาติ ปุถุชฺชเนสุ กลฺยาณกสฺส. โส หิ ปุถุชฺชโนว หุตฺวา กลฺยาเณหิ สีลาทีหิ สมนฺนาคโต. ปรามสนกิเลสานํ วิกฺขมฺภนโต, สมุจฺฉินฺทนโต จ เตหิ น ปรามฏฺฐนฺติ อปรามฏฺฐํ. ตสฺส ตสฺส กิเลสทรถสฺส ปฏิปฺปสฺสมฺภนโต วูปสมนโต ปฏิปฺปสฺสทฺธํ.

กตปฏิกมฺมนฺติ วุฏฺฐานเทสนาหิ ยถาธมฺมํ กตปฏิการํ. เอวํ หิ ตํ สีลํ ปฏิปากติกเมว โหติ. เตนาห ‘‘ตํ วิสุทฺธ’’นฺติ. ‘‘กตปฏิกมฺม’’นฺติ อิมินา จ ‘‘น ปุเนวํ กริสฺส’’นฺติ อธิฏฺฐานมฺปิ สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘อจฺฉมํสํ นุ โข, สูกรมํสํ นุ โข’’ติอาทินา วตฺถุมฺหิ วา, ‘‘ปาจิตฺติยํ นุ โข, ทุกฺกฏํ นุ โข’’ติอาทินา อาปตฺติยา วา, ‘‘มยา ตํ วตฺถุ วีติกฺกนฺตํ นุ โข, น นุ โข วีติกฺกนฺต’’นฺติอาทินา อชฺฌาจาเร วา เวมติกสฺส สํสยาปนฺนสฺส. วิโสเธตพฺพํ ยถาธมฺมํ ปฏิกมฺเมน. วิมติ เอว เวมติกํ, ตสฺมึ เวมติเก สติ, วิมติยา อุปฺปนฺนายาติ อตฺโถ. วิมติ ปฏิวิเนตพฺพาติ สยํ วา ตํ วตฺถุํ วิจาเรตฺวา, วินยธเร วา ปุจฺฉิตฺวา กงฺขา วิโนเทตพฺพา. นิกฺกงฺเขน ปน กปฺปิยํ เจ กาตพฺพํ, อกปฺปิยํ เจ ฉฑฺเฑตพฺพํ. เตนาห ‘‘อิจฺจสฺส ผาสุ ภวิสฺสตี’’ติ.

‘‘จตูหิ อริยมคฺเคหี’’ติอาทินา มคฺคผลปริยาปนฺนํ สีลํ มคฺคผลสมฺปยุตฺตํ วุตฺตํ. สมุทาเยสุ ปวตฺตโวหารา อวยเวสุปิ ปวตฺตนฺตีติ. เสสนฺติ สพฺพํ โลกิยสีลํ.

ปกติปีติ สภาโวปิ. สุขสีโล สขิโล สุขสํวาโส. เตน ปริยาเยนาติ ปกติอตฺถวาจกตฺเถน. เอกจฺจํ อพฺยากตํ สีลํ อิธาธิปฺเปตสีเลน เอกสงฺคหนฺติ อกุสลสฺเสวายุชฺชมานตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ อกุสล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตถา หิ เสกฺขตฺติกํ อิธ คหิตํ, อิธ น อุปนีตํ กุสลตฺติกนฺติ อธิปฺปาโย. วุตฺตนเยเนวาติ วุตฺเตเนว นเยน กุสลตฺติกํ อคฺคเหตฺวา หีนตฺติกาทีนํ ปญฺจนฺนํ ติกานํ วเสน อสฺส สีลสฺส ติวิธตา เวทิตพฺพา.

๑๓. โยธาติ โย อิธ. วตฺถุวีติกฺกเมติ อาปตฺติยา วตฺถุโน วีติกฺกมเน อชฺฌาจาเร. กามสงฺกปฺปาทโย นว มหาวิตกฺกา มิจฺฉาสงฺกปฺปา. เอวรูปสฺสาติ เอทิสสฺส. ตสฺส หิ สีลวนฺเต อนุปสงฺกมิตฺวา ทุสฺสีเล เสวนฺตสฺส ตโต เอว เตสํ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชเนน ปณฺณตฺติวีติกฺกเม อโทสทสฺสาวิโน มิจฺฉาสงฺกปฺปพหุลตาย มนจฺฉฏฺฐานิ อินฺทฺริยานิ อรกฺขโต สีลํ เอกํเสเนว หานภาคิยํ โหติ, น ฐิติภาคิยํ, กุโต วิเสสาทิภาคิยตา. สีลสมฺปตฺติยาติ สีลปาริปูริยา จตุปาริสุทฺธิสีเลน. อฆฏนฺตสฺส อุตฺตรีติ อุตฺตริ วิเสสาธิคมาย อวายมนฺตสฺส. ฐิติภาคิยํ สีลํ ภวติ อสมาธิสํวตฺตนิยตฺตา. สมฺปาทิเต หิ สมาธิสฺมึ สีลสฺส สมาธิสํวตฺตนิยตา นิจฺฉิยติ. สมาธตฺถายาติ สมถวเสน สมาธานตฺถาย. นิพฺพิทนฺติ วิปสฺสนํ. พลววิปสฺสนาทสฺสนตฺถํ นิพฺพิทาคหณํ ตาวตาปิ สีลสฺส นิพฺเพธภาคิยภาวสิทฺธิโต.

ยานิ จ สิกฺขาปทานิ เนสํ รกฺขิตพฺพานีติ สมฺพนฺโธ, ตานิ ปน อสาธารณปญฺญตฺติโต อญฺญานิ. เนสนฺติ ‘‘รกฺขิตพฺพานี’’ติ ปทํ อเปกฺขิตฺวา กตฺตริ สามิวจนํ, เตหิ ภิกฺขูหีติ อตฺโถ. สติ วา อุสฺสาเหติ อุสฺสกฺกิตฺวา สีลานิ รกฺขิตุํ อุสฺสาเห สติ. ทสาติ สามเณเรหิ รกฺขิตพฺพสีลมาห ฆฏิการาทีนํ วิย. อฏฺฐาติ นจฺจาทิมาลาทิเวรมณึ เอกํ กตฺวา สพฺพปจฺฉิมวชฺชานิ อฏฺฐ.

อวีติกฺกโมติ ปญฺจนฺนํ สีลานํ อวีติกฺกโม. ปกติสีลนฺติ สภาวสีลํ. ตตฺรูปปตฺตินิยตํ หิ สีลํ อุตฺตรกุรุกานํ. มริยาทาจาริตฺตนฺติ ตสฺส ตสฺส สาวชฺชสฺส อกรเณ มริยาทภูตํ, ตตฺถ ตตฺถ กุลาทีสุ ปุพฺพปุริเสหิ ฐปิตํ จาริตฺตํ. กุลเทสปาสณฺฑธมฺโม หิ ‘‘อาจารสีล’’นฺติ อธิปฺเปตํ. ตตฺถ กุลธมฺโม ตาว พฺราหฺมณาทีนํ อมชฺชปานาทิ, เทสธมฺโม เอกจฺจชนปทวาสีนํ อหึสนาทิ, ปาสณฺฑธมฺโม ติตฺถิยานํ ยมนิยมาทิ. ติตฺถิยมตํ หิ ทิฏฺฐิปาเสน, ตณฺหาปาเสน จ เฑติ ปวตฺตติ, ปาสํ วา พาธํ อริยวินยสฺส เฑตีติ ‘‘ปาสณฺฑ’’นฺติ วุจฺจติ. ‘‘ปกติยา สีลวตี โหตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๐) วจนโต โพธิสตฺตมาตุ ปญฺจสิกฺขาปทสีลํ ปริปุณฺณเมว. อิทํ ปน อุกฺกํสคตํ โพธิสตฺตปิตริปิ จิตฺตุปฺปาทมตฺเตนปิ อสํกิลิฏฺฐํ ‘‘ธมฺมตาสีล’’นฺติ วุตฺตํ. กามคุณูปสํหิตนฺติ กามโกฏฺฐาเสสุ อสฺสาทูปสํหิตํ กามสฺสาทคธิตํ. ธมฺมตาสีลนฺติ ธมฺมตาย การณนิยาเมน อาคตํ สีลํ. สีลปารมึ หิ ปรมุกฺกํสํ ปาเปตฺวา กุจฺฉิคตสฺส มหาโพธิสตฺตสฺส สีลเตเชน คุณานุภาเวน โพธิสตฺตมาตุ สรเสเนว ปรมสลฺเลขปฺปตฺตํ สีลํ โหติ. มหากสฺสปาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน ภทฺทาทิเก สงฺคณฺหาติ. เต กิร สุจิรํ กาลํ สุปริสุทฺธสีลา เอว หุตฺวา อาคตา. เตนาห ‘‘สุทฺธสตฺตาน’’นฺติ. ตาสุ ตาสุ ชาตีสูติ สีลวราชมหึสราชาทิชาตีสุ. ปุพฺเพ ปุริมชาติยํ สิทฺโธ เหตุ เอตสฺสาติ ปุพฺพเหตุกสีลํ. อิทํ ปน ปกติสีลาทิสมาทาเนน วินา อวีติกฺกมลกฺขณํ สมฺปตฺตวิรติสงฺคหํ ทฏฺฐพฺพํ.

ยํ ภควตา เอวํ วุตฺตํ สีลนฺติ สมฺพนฺโธ. อิธาติ วกฺขมานสีลปริปูรกสฺส ปุคฺคลสฺส สนฺนิสฺสยภูตสาสนปริทีปนํ, อญฺญสาสนสฺส จ ตถาภาวปฏิเสธนํ. วุตฺตํ เหตํ ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ…เป… สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณภิ อญฺเญหี’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๔; ม. นิ. ๑.๑๓๙; อ. นิ. ๔.๒๔๑). ภิกฺขูติ ตสฺส สีลสฺส ปริปูรกปุคฺคลปริทีปนํ. ปาติโมกฺขสํวรสํวุโตติ อิทมสฺส ปาติโมกฺขสีเล ปติฏฺฐิตภาวปริทีปนํ. วิหรตีติ อิทมสฺส ตทนุรูปวิหารสมงฺคิภาวปริทีปนํ. อาจารโคจรสมฺปนฺโนติ อิทํ ปาติโมกฺขสํวรสฺส, อุปริอธิคนฺตพฺพคุณานญฺจ อุปการกธมฺมปริทีปนํ. อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวีติ อิทํ ปาติโมกฺขโต อจวนภาวปริทีปนํ. สมาทายาติ สิกฺขาปทานํ อนวเสสโต อาทานปริทีปนํ. สิกฺขตีติ สิกฺขาย สมงฺคิภาวปริทีปนํ. สิกฺขาปเทสูติ สิกฺขิตพฺพธมฺมปริทีปนํ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ.

โสติ ปาติโมกฺขสํวรสีเล ปติฏฺฐิตภิกฺขุ. เตน ยาทิสสฺส อินฺทฺริยสํวรสีลํ อิจฺฉิตพฺพํ, ตํ ทสฺเสติ. จกฺขุนาติ ยโต โส สํวโร, ตํ ทสฺเสติ. รูปนฺติ ยตฺถ โส สํวโร, ตํ ทสฺเสติ. ทิสฺวา น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหีติ สํวรสฺส อุปายํ ทสฺเสติ. ยตฺวาธิกรณ…เป… อนฺวาสฺสเวยฺยุนฺติ สํวรสฺส ปฏิปกฺขํ ตตฺถ อาทีนวํ ทสฺเสติ. สํวราย ปฏิปชฺชตีติ ปเคว สติยา อุปฏฺฐเปตพฺพตํ ทสฺเสติ. รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยนฺติ สติยา อุปฏฺฐาปนเมว จกฺขุนฺทฺริยสฺส อารกฺขาติ ทสฺเสติ. จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตีติ ตถาภูตา สติเยเวตฺถ สํวโรติ ทสฺเสติ. วีติกฺกมสฺส วเสนาติ สมฺพนฺโธ. ฉนฺนํ สิกฺขาปทานนฺติ ‘‘อาชีวเหตุ อาชีวการณา อสนฺตํ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปตี’’ติอาทินา อาคตานํ ฉนฺนํ ปาราชิกาทิปฏิสํยุตฺตานํ สิกฺขาปทานํ. สามนฺตชปฺปนาทินา ติวิเธน กุหนวตฺถุนา วิมฺหาปนํ กุหนา. อตฺตานํ, ทายกํ วา อุกฺขิปิตฺวา ยถา โส กิญฺจิ ททาติ, เอวํ กถนํ ลปนา. นิมิตฺตํ วุจฺจติ ปจฺจยทานสญฺญุปฺปาทกํ กายวจีกมฺมํ, เตน นิมิตฺเตน จรติ, นิมิตฺตํ วา กโรตีติ เนมิตฺติโก, ตสฺส ภาโว เนมิตฺติกตา. คนฺธาทโย วิย ลาภาย ปเรสํ อกฺโกสนาทินา นิปิสตีติ นิปฺเปโส, นิปฺเปโสว นิปฺเปสิโก, ตสฺส ภาโว นิปฺเปสิกตา. มหิจฺฉตาย อตฺตนา ลทฺธลาเภน ปรโต ลาภปริเยสนา ลาเภน ลาภํ นิชิคีสนตา. เอวมาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน อนุปฺปิยภาณิตาจาฏุกมฺยตาทึ สงฺคณฺหาติ. ปฏิสงฺขาเนน ปจฺจเวกฺขณาย ปริสุทฺโธ อสํกิลิฏฺโฐ ปฏิสงฺขานปริสุทฺโธ. จตฺตาโร ปจฺจยา ปริภุญฺชียนฺติ เอเตนาติ จตุปจฺจยปริโภโค, ตถาปวตฺตา อนวชฺชเจตนา.

ปาติโมกฺขสํวรสีลวณฺณนา

๑๔. ตตฺราติ เตสุ ปาติโมกฺขสํวราทีสุ. อาทิโต ปฏฺฐายาติ ‘‘อิธ ภิกฺขู’’ติอาทินา (วิภ. ๕๐๘; ที. นิ. ๑.๑๙๔) อาคตเทสนาย อาทิโต ปภุติ. วินิจฺฉยกถาติ ตตฺถ สํสยวิธมเนน วินิจฺฉยาวหา กถา. ปฐมสฺส อตฺถสฺส สพฺพสาธารณตฺตา อสาธารณํ ปพฺพชิตาเวณิกํ ปริยายํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ฉินฺนภินฺนปฏธราทิตาย วา’’ติ อาห. เอวํ หิสฺส ปริปุณฺณปาติโมกฺขสํวรโยคฺยตา ทสฺสิตา โหติ. ภินฺนปฏธราทิภาโว จ นาม ทลิทฺทสฺสาปิ นิคฺคหิตสฺส โหตีติ ตโต วิเสเสตุํ ‘‘สทฺธาปพฺพชิโต’’ติ วตฺวา ปฏิปตฺติยา โยคฺยภาวทสฺสนตฺถํ ‘‘กุลปุตฺโต’’ติ วุตฺตํ. อาจารกุลปุตฺโต วา หิ ปฏิปชฺชิตุํ สกฺโกติ ชาติกุลปุตฺโต วา. สิกฺขาปทสีลนฺติ จาริตฺตวาริตฺตปฺปเภทํ สิกฺขาปทวเสน ปญฺญตฺตํ สีลํ. โยติ อนิยมนิทฺเทโส โย โกจิ ปุคฺคโล. นนฺติ วินยปริยาปนฺนํ สีลํ. ตนฺติ ปุคฺคลํ. โมกฺเขติ สหการิการณภาวโต. อปาเย ภวานิ อาปายิกานิ. อาทิ-สทฺเทน ตทญฺญํ สพฺพสํสารทุกฺขํ สงฺคณฺหาติ. สํวรณํ กายวจีทฺวารานํ ปิทหนํ. เยน เต สํวุตา ปิหิตา โหนฺติ, โส สํวโร. ยสฺมา ปน โส สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ อวีติกฺกโม วีติกฺกมปฏิปกฺโขติ กตฺวา, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘กายิกวาจสิกสฺส อวีติกฺกมสฺเสตํ นาม’’นฺติ. ปาติโมกฺขสํวเรน สํวุโตติ ปาติโมกฺขสํวเรน ปิหิตกายวจีทฺวาโร. ตถาภูโต จ ยสฺมา ตํ อุเปโต เตน จ สมงฺคี นาม โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อุปคโต สมนฺนาคโตติ อตฺโถ’’ติ.

อปโร นโย – กิเลสานํ พลวภาวโต, ปาปกิริยาย สุกรภาวโต, ปุญฺญกิริยาย จ ทุกฺกรภาวโต พหุกฺขตฺตุํ อปาเยสุ ปตนสีโลติ ปาตี, ปุถุชฺชโน. อนิจฺจตาย วา ภวาทีสุ กมฺมเวคกฺขิตฺโต ฆฏิยนฺตํ วิย อนวฏฺฐาเนน ปริพฺภมนโต คมนสีโลติ ปาตี, มรณวเสน วา ตมฺหิ ตมฺหิ สตฺตนิกาเย อตฺตภาวสฺส ปาตนสีโลติ ปาตี, สตฺตสนฺตาโน, จิตฺตเมว วา. ตํ ปาตินํ สํสารทุกฺขโต โมกฺเขตีติ ปาติโมกฺขํ. จิตฺตสฺส หิ วิโมกฺเขน สตฺโต ‘‘วิมุตฺโต’’ติ วุจฺจติ. วุตฺตํ หิ ‘‘จิตฺตโวทานา วิสุชฺฌนฺตี’’ติ, ‘‘อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุตฺต’’นฺติ (มหาว. ๒๘) จ. อถ วา อวิชฺชาทินา เหตุนา สํสาเร ปตติ คจฺฉติ ปวตฺตตีติ ปาตี, ‘‘อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสํโยชนานํ สนฺธาวตํ สํสรต’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๒๔) หิ วุตฺตํ. ตสฺส ปาติโน สตฺตสฺส ตณฺหาทิสํกิเลสตฺตยโต โมกฺโข เอเตนาติ ปาติโมกฺขํ. ‘‘กณฺเฐกาโฬ’’ติอาทีนํ วิยสฺส สมาสสิทฺธิ เวทิตพฺพา. อถ วา ปาเตติ วินิปาเตติ ทุกฺเขติ ปาติ, จิตฺตํ. วุตฺตํ หิ ‘‘จิตฺเตน นียติ โลโก, จิตฺเตน ปริกสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๖๒). ตสฺส ปาติโน โมกฺโข เอเตนาติ ปาติโมกฺขํ, ปตติ วา เอเตน อปายทุกฺเข, สํสารทุกฺเข จาติ ปาตี, ตณฺหาทิสํกิเลโส. วุตฺตํ หิ ‘‘ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ (สํ. นิ. ๑.๕๕-๕๗), ตณฺหาทุติโย ปุริโส’’ติ (อิติวุ. ๑๕, ๑๐๕; อ. นิ. ๔.๙; มหานิ. ๑๙๑; จูฬนิ. ปารายนานุคีติคาถานิทฺเทส) จ อาทิ. ตโต ปาติโต โมกฺโขติ ปาติโมกฺขํ. อถ วา ปตติ เอตฺถาติ ปาตีนิ, ฉ อชฺฌตฺติกพาหิรานิ อายตนานิ. วุตฺตํ หิ ‘‘ฉสุ โลโก สมุปฺปนฺโน, ฉสุ กุพฺพติ สนฺถว’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๗๐; สุ. นิ. ๑๗๑). ตโต ฉอชฺฌตฺติกพาหิรายตนสงฺขาตโต ปาติโต โมกฺโขติ ปาติโมกฺขํ. อถ วา ปาโต วินิปาโต อสฺส อตฺถีติ ปาตี, สํสาโร. ตโต โมกฺโขติ ปาติโมกฺขํ, อถ วา สพฺพโลกาธิปติภาวโต ธมฺมิสฺสโร ภควา ‘‘ปตี’’ติ วุจฺจติ. มุจฺจติ เอเตนาติ โมกฺโข, ปติโน โมกฺโข เตน ปญฺญตฺตตฺตาติ ปติโมกฺโข, ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺขํ. สพฺพคุณานํ วา มูลภาวโต อุตฺตมฏฺเฐน ปติ จ โส ยถาวุตฺเตนตฺเถน โมกฺโข จาติ ปติโมกฺโข, ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺขํ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ปาติโมกฺขนฺติ มุขเมตํ ปมุขเมต’’นฺติ (มหาว. ๑๓๕) วิตฺถาโร.

อถ วา ป-อิติ ปกาเร, อตี-ติ อจฺจนฺตตฺเถ นิปาโต, ตสฺมา ปกาเรหิ อจฺจนฺตํ โมกฺเขตีติ ปาติโมกฺขํ. อิทํ หิ สีลํ สยํ ตทงฺควเสน, สมาธิสหิตํ ปญฺญาสหิตญฺจ วิกฺขมฺภนวเสน, สมุจฺเฉทวเสน จ อจฺจนฺตํ โมกฺเขติ โมเจตีติ ปาติโมกฺขํ, ปติ ปติ โมกฺโขติ วา ปติโมกฺโข, ตมฺหา ตมฺหา วีติกฺกมโทสโต ปจฺเจกํ โมกฺโขติ อตฺโถ, ปติโมกฺโข เอว ปาติโมกฺขํ. โมกฺโขติ วา นิพฺพานํ, ตสฺส โมกฺขสฺส ปฏิพิมฺพภูโตติ ปติโมกฺโข. สีลสํวโร หิ สูริยสฺส อรุณุคฺคมนํ วิย นิพฺพานสฺส อุทยภูโต ตปฺปฏิภาโค วิย ยถารหํ กิเลสนิพฺพาปนโต, ปติโมกฺโขเยว ปาติโมกฺขํ. อถ วา โมกฺขํ ปติ วตฺตติ, โมกฺขาภิมุขนฺติ วา ปติโมกฺขํ, ปติโมกฺขเมว ปาติโมกฺขนฺติ เอวเมตฺถ ปาติโมกฺข-สทฺทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิริยตีติ อตฺตภาวํ ปวตฺเตติ. ‘‘วิหรตี’’ติ อิมินา ปาติโมกฺขสํวรสีเล ฐิตสฺส ภิกฺขุโน อิริยาปถวิหาโร ทสฺสิโต. ปาฬิยนฺติ ฌานวิภงฺคปาฬิยํ (วิภ. ๕๐๘ อาทโย).

ตตฺถ กามํ สมณจารํ, สมณโคจรญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘อาจารโคจรสมฺปนฺโน’’ติ วุตฺตํ, ยถา ปน มคฺคํ อาจิกฺขนฺโต ‘‘วามํ มุญฺจ, ทกฺขิณํ คณฺหา’’ติ วชฺเชตพฺพปุพฺพกํ คเหตพฺพํ วเทยฺย, ยถา วา สสีสนฺหาเนน ปหีนเสทมลชลฺลิกสฺส มาลาคนฺธวิเลปนาทิวิภูสนสํวิธานํ ยุตฺตรูปํ, เอวํ ปหีนปาปธมฺมสฺส กลฺยาณธมฺมสมาโยโค ยุตฺตรูโปติ ‘‘อตฺถิ อาจาโร, อตฺถิ อนาจาโร’’ติ ทฺวยํ อุทฺทิสิตฺวา อนาจารํ ตาว วิภชิตุํ ‘‘ตตฺถ กตโม อนาจาโร’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กายิโก วีติกฺกโมติ ติวิธํ กายทุจฺจริตํ. วาจสิโก วีติกฺกโมติ จตุพฺพิธํ วจีทุจฺจริตํ. กายิกวาจสิโกติ ตทุภยํ.

เอวํ อาชีวฏฺฐมกสีลสฺส วีติกฺกโม ทสฺสิโต. อิทานิ มานสํ อนาจารํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพมฺปิ ทุสฺสีลฺยํ อนาจาโร’’ติ วตฺวา ตตฺถ เอกจฺจิยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิเธกจฺโจ เวฬุทาเนน วา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เวฬุทาเนนาติ ปจฺจยุปฺปาทนตฺเถน เวฬุทาเนน. ปตฺตทานาทีสุปิ เอเสว นโย. เวฬูติ มนุสฺสานํ ปโยชนาวโห โย โกจิ เวฬุทณฺโฑ. ปตฺตํ คนฺธิกาทีนํ คนฺธปลิเวฐนาทิอตฺถํ วา, ตาลนาฬิเกราทิปตฺตํ วา. ปุปฺผํ ยํ กิญฺจิ มนุสฺสานํ ปโยชนาวหํ. ตถา ผลํ. สินานํ สิรีสจุณฺณาทินฺหานิยจุณฺณํ. มตฺติกาปิ เอตฺเถว สงฺคหํ คจฺฉติ. ทนฺตกฏฺฐํ ยํ กิญฺจิ มุขโสธนตฺถํ ทนฺตโปนํ. จาฏุกมฺยตา อตฺตานํ ทาสํ วิย นีจฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ปรสฺส ขลิตวจนํ สณฺฐเปตฺวา ปิยกามตาย ปคฺคยฺหวจนํ. มุคฺคสูปฺยตาติ มุคฺคสูปสมตา สจฺจาลิเกน ชีวิตกปฺปนํ. ยถา หิ มุคฺคสูเป ปจฺจนฺเต พหู มุคฺคา ปจฺจนฺติ, กติปยา น ปจฺจนฺติ, เอวํ สจฺจาลิเกน ชีวิตกปฺปเน พหุ อลิกํ โหติ, อปฺปกํ สจฺจนฺติ. ปริภฏตีติ ปริภโฏ, ปเรสํ ทารเก ปริหรนฺโต. ปริภฏสฺส กมฺมํ ปาริภฏฺยํ, สา เอว ปาริภฏฺยตา, อลงฺกรณาทินา กุลทารกปริหรณสฺเสตํ นามํ. เตสํ เตสํ คิหีนํ คามนฺตรเทสนฺตราทีสุ สาสนปฏิสาสนหรณํ ชงฺฆเปสนิกํ. อญฺญตรญฺญตเรนาติ เอเตสํ วา เวฬุทานาทีนํ เวชฺชกมฺมภณฺฑาคาริกกมฺมปิณฺฑปฏิปิณฺฑกมฺมสงฺฆุปฺปาทเจติยุปฺปาทปฏฺฐปนาทีนํ วา มิจฺฉาชีเวน ชีวิตกปฺปนกกมฺมานํ เยน เกนจิ. พุทฺธปฏิกุฏฺเฐนาติ พุทฺเธหิ ครหิเตน ปฏิสิทฺเธน. มิจฺฉาชีเวนาติ น สมฺมาอาชีเวน. อยํ วุจฺจติ อนาจาโรติ อยํ สพฺโพปิ ‘‘อนาจาโร’’ติ กถียติ. อาจารนิทฺเทโส วุตฺตปฏิปกฺขนเยเนว เวทิตพฺโพ.

โคจรนิทฺเทเสปิ ปฐมํ อโคจรสฺส วจเน การณํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. โคจโรติ ปิณฺฑปาตาทีนํ อตฺถาย อุปสงฺกมิตุํ ยุตฺตฏฺฐานํ. อยุตฺตฏฺฐานํ อโคจโร. เวสิยา โคจโร อสฺสาติ เวสิยาโคจโร, มิตฺตสนฺถววเสน อุปสงฺกมิตพฺพฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. เวสิยา นาม รูปูปชีวินิโย, ตา มิตฺตสนฺถววเสน น อุปสงฺกมิตพฺพา, สมณภาวสฺส อนฺตรายกรตฺตา, ปริสุทฺธาสยสฺสาปิ ครหเหตุโต, ตสฺมา ทกฺขิณาทานวเสน สตึ อุปฏฺฐเปตฺวาว อุปสงฺกมิตพฺพา. วิธวา วุจฺจนฺติ มตปติกา, ปวุตฺถปติกา วา. ถุลฺลกุมาริกาติ มหลฺลิกา อนิวิฏฺฐกุมาริโย, ปณฺฑกาติ นปุํสกา. เต หิ อุสฺสนฺนกิเลสา อวูปสนฺตปริฬาหา โลกามิสสนฺนิสฺสิตกถาพหุลา, ตสฺมา น อุปสงฺกมิตพฺพา. ภิกฺขุนิโย นาม อุสฺสนฺนพฺรหฺมจริยา. ตถา ภิกฺขูปิ. เตสํ อญฺญมญฺญํ วิสภาควตฺถุภาวโต สนฺถววเสน อุปสงฺกมเน กติปาเหเนว พฺรหฺมจริยนฺตราโย สิยา, ตสฺมา น อุปสงฺกมิตพฺพา. คิลานปุจฺฉนาทิวเสน อุปสงฺกมเน สโตการินา ภวิตพฺพํ. ปานาคารนฺติ สุราปานฆรํ. ตํ โสณฺฑชเนหิ อวิวิตฺตํ โหติ. ตตฺถ เตหิ โสณฺฑตาทิวเสน น อุปสงฺกมิตพฺพํ พฺรหฺมจริยนฺตรายกรตฺตา. สํสฏฺโฐ วิหรติ ราชูหีติอาทีสุ ราชาโน นาม เย รชฺชมนุสาสนฺติ. ราชมหามตฺตา ราชิสฺสริยสทิสาย อิสฺสริยมตฺตาย สมนฺนาคตา. ติตฺถิยาติ วิปรีตทสฺสนา พาหิรกปริพฺพาชกา. ติตฺถิยสาวกาติ เตสุ ทฬฺหภตฺตา ปจฺจยทายกา. อนนุโลมิเกน สํสคฺเคนาติ ติสฺสนฺนํ สิกฺขานํ อนนุโลมิเกน ปจฺจนีกภูเตน สํสคฺเคน สํสฏฺโฐ วิหรติ, เยน พฺรหฺมจริยนฺตรายํ วา สลฺเลขปริหานึ วา ปาปุณาติ.

อิทานิ อปเรนปิ ปริยาเยน อโคจรํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยานิ วา ปน ตานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อสฺสทฺธานีติ พุทฺธาทีสุ สทฺธาวิรหิตานิ. ตโต เอว อปฺปสนฺนานิ, กมฺมกมฺมผลสทฺธาย วา อภาเวน อสฺสทฺธานิ. รตนตฺตยปฺปสาทาภาเวน อปฺปสนฺนานิ. อกฺโกสกปริภาสกานีติ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสกานิ เจว ภยทสฺสเนน สนฺตชฺชนกานิ จ. อตฺถํ น อิจฺฉนฺติ อนตฺถเมว อิจฺฉนฺตีติ อนตฺถกามานิ. หิตํ น อิจฺฉนฺติ อหิตเมว อิจฺฉนฺตีติ อหิตกามานิ. ผาสุ น อิจฺฉนฺติ อผาสุํเยว อิจฺฉนฺตีติ อผาสุกกามานิ. โยคกฺเขมํ นิพฺภยํ น อิจฺฉนฺติ, อโยคกฺเขมเมว อิจฺฉนฺตีติ อโยคกฺเขมกามานิ. ภิกฺขูนนฺติ เอตฺถ สามเณรานมฺปิ สงฺคโห. ภิกฺขุนีนนฺติ เอตฺถ สิกฺขมานสามเณรีนํ. สพฺเพสํ หิ สาสนิกานํ อนตฺถกามตาทีปนปทมิทํ วจนํ. ตถารูปานิ กุลานีติ ตาทิสานิ ขตฺติยกุลาทีนิ. เสวตีติ นิสฺสาย ชีวติ. ภชตีติ อุปสงฺกมติ. ปยิรุปาสตีติ ปุนปฺปุนํ อุปคจฺฉติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ เวสิยาทิโก, ราชาทิโก, อสฺสทฺธกุลาทิโก จ ตํ ตํ เสวนฺตสฺส ติปฺปกาโรปิ อยุตฺโต โคจโรติ อโคจโร. เอตฺถ หิ เวสิยาทิโก ปญฺจกามคุณนิสฺสยโต อโคจโร. ยถาห ‘‘โก จ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน อโคจโร ปรวิสโย? ยทิทํ ปญฺจ กามคุณา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๗๒). ราชาทิโก สมณธมฺมสฺส อนุปนิสฺสยโต, ลาภสกฺการาสนิวิจกฺกนิปฺโปถนทิฏฺฐิวิปตฺติเหตุโต จ. อสฺสทฺธกุลาทิโก สทฺธาหานิจิตฺตสนฺตาสาวหโต อโคจโร.

โคจรนิทฺเทเส ‘‘น เวสิยาโคจโร’’ติอาทีนิ วุตฺตปฏิปกฺขวเสน เวทิตพฺพานิ. โอปานภูตานีติ อุทปานภูตานิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส, ภิกฺขุนีสงฺฆสฺส จ จตุมหาปเถ ขตโปกฺขรณี วิย ยถาสุขํ โอคาหนกฺขมานิ. กาสาวปชฺโชตานีติ ภิกฺขูนํ, ภิกฺขุนีนญฺจ นิวตฺถปารุตกาสาวานํเยว ปภาหิ เอโกภาสานิ. อิสิวาตปฏิวาตานีติ เคหํ ปวิสนฺตานํ, นิกฺขมนฺตานญฺจ ภิกฺขุภิกฺขุนีสงฺขาตานํ อิสีนํ จีวรวาเตน เจว สมิญฺชนปสารณาทิชนิตสรีรวาเตน จ ปฏิวาตานิ ปวายิตานิ วินิทฺธุตกิพฺพิสานิ วา.

อิทานิ นิทฺเทเส อาคตนเยนาปิ อาจารโคจเร ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ปาติโมกฺขสีลนิทฺเทเส. อิมินาปิ นเยนาติ อิทานิ วุจฺจมานวิธินาปิ. สงฺฆคโตติ สงฺฆสนฺนิปาตํ คโต. อจิตฺตีการกโตติ อกตจิตฺตีกาโร, อกตคารโวติ อตฺโถ. ฆฏฺฏยนฺโตติ สรีเรน, จีวเรน วา ฆํสนฺโต. ปุรโตปิ ติฏฺฐติ อจิตฺตีการกโตติ สมฺพนฺธิตพฺพํ. ฐิตโกปีติ อุปริ ติฏฺฐนฺโต วิย อาสนฺนตรฏฺฐาเน ฐิตโกปิ ภณติ. พาหาวิกฺเขปโกติ พาหุํ วิกฺขิปนฺโต. อนุปาหนานนฺติ อนาทเร สามิวจนํ. สอุปาหโนติ อุปาหนารุโฬฺห. เถเร ภิกฺขู อนุปขชฺชาติ เถรานํ ภิกฺขูนํ ฐิตฏฺฐานํ อนุปวิสิตฺวา เตสํ อาสนฺนตรฏฺฐานํ อุปคนฺตฺวา. กฏฺฐํ ปกฺขิปติ อคฺคิกุณฺเฑ. โวกฺกมฺมาติ ปสฺสโต อติกฺกมิตฺวา. คูฬฺหานิ สภาวโต ปฏิจฺฉนฺนานิ สาณิปาการาทินา ปฏิจฺฉาทิตานิ. อนาปุจฺฉาติ อนาปุจฺฉิตฺวา. อสฺสาติ อนาจารสฺส.

อปิจ ภิกฺขูติอาทิ สพฺพสฺเสว ภิกฺขุโน อาจารทสฺสนวเสน ปวตฺตํ อฏฺฐกถาวจนํ, น นิทฺเทสปาฬิ. สทฺธาสีลสุตจาคาทิคุณเหตุโก ครุภาโว ครุกรณํ วา คารโว, สห คารเวนาติ สคารโว. ครุฏฺฐานิเยสุ คารวสารชฺชาทิวเสน ปฏิสฺสายนา ปติสฺสา, สปฺปติสฺสวปฏิปตฺติ. สห ปติสฺสายาติ สปฺปติสฺโส. สวิเสสํ หิริมนตาย, โอตฺตปฺปิภาเวน จ หิโรตฺตปฺปสมฺปนฺโน. เสขิยธมฺมปาริปูริวเสน สุนิวตฺโถ สุปารุโต. ปาสาทิเกนาติ ปสาทาวเหน, อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ เจตํ กรณวจนํ. เอเสว นโย อิโต ปเรสุปิ ฉสุ ปเทสุ. อภิกฺกนฺเตนาติ อภิกฺกเมน. อิริยาปถสมฺปนฺโนติ สมฺปนฺนอิริยาปโถ. เตน เสสอิริยาปถานมฺปิ ปาสาทิกตมาห. อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโรติ จกฺขุนฺทฺริยาทีสุ ฉสุ ทฺวาเรสุ สุสํวิหิตารกฺโข. โภชเน มตฺตญฺญูติ ปริภุญฺชิตพฺพโต โภชนสญฺญิเต จตุพฺพิเธปิ ปจฺจเย ปริเยสนปฏิคฺคหณปริโภคาทิวเสน สพฺพโส ปมาณญฺญู. ชาคริยมนุยุตฺโตติ ปุพฺพรตฺตาปรรตฺตํ ภาวนามนสิการสงฺขาตํ ชาคริยํ สาตจฺจการิตาวเสน อนุ อนุ ยุตฺโต ตตฺถ ยุตฺตปยุตฺโต. สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโตติอาทิ ยถาวุตฺตสฺส อาจารสฺส สมฺภารทสฺสนํ. ตตฺถ อปฺปิจฺโฉติ นิอิจฺโฉ. สนฺตุฏฺโฐติ ยถาลาภาทิวเสน สนฺโตเสน ตุฏฺโฐ. สกฺกจฺจการีติ อาทรการี. ครุจิตฺตีการพหุโลติ ครุฏฺฐานิเยสุ ครุกรณพหุโล. อยํ วุจฺจติ อาจาโรติ อยํ สคารวตาทิ อตฺถกาเมหิ อาจริตพฺพโต อาจาโร.

สีลาทีนํ คุณานํ อุปนิสฺสยภูโต อุปนิสฺสยโคจโร. สติสงฺขาโต จิตฺตสฺส อารกฺขภูโต เอว โคจโร อารกฺขโคจโร. กมฺมฏฺฐานสงฺขาโต จิตฺตสฺส อุปนิพนฺธนฏฺฐานภูโต โคจโร อุปนิพนฺธโคจโร. อปฺปิจฺฉตาทีหิ ทสหิ วิวฏฺฏนิสฺสิตาย กถาย วตฺถุภูเตหิ คุเณหิ สมนฺนาคโต ทสกถาวตฺถุคุณสมนฺนาคโต. ตโต เอว กลฺยาโณ สุนฺทโร มิตฺโตติ กลฺยาณมิตฺโต. ตสฺส ลกฺขณํ ปรโต อาคมิสฺสติ. อสฺสุตํ สุตฺตเคยฺยาทึ. สุณาตีติ สุตมยํ ญาณํ อุปฺปาเทติ. สุตํ ปริโยทาเปตีติ ตเมว ยถาสุตํ อวิสทตาย อปริโยทาตํ ปุนปฺปุนํ ปริปุจฺฉนาทินา วิโสเธติ นิชฺชฏํ นิคุมฺพํ กโรติ. ตตฺถ จ เย กงฺขฏฺฐานิยา ธมฺมา, เตสุ สํสยํ ฉินฺทนฺโต กงฺขํ วิตรติ. กมฺมกมฺมผเลสุ, รตนตฺตเย จ สมฺมาทิฏฺฐิยา อุชุกรเณน ทิฏฺฐึ อุชุํ กโรติ. ตโต เอว จ ทุวิธายปิ สทฺธาสมฺปทาย จิตฺตํ ปสาเทติ. อถ วา ยถาสุตํ ธมฺมํ ปริโยทเปตฺวา ตตฺถาคเต รูปารูปธมฺเม ปริคฺคเหตฺวา สปจฺจยํ นามรูปํ ปริคฺคณฺหนฺโต สตฺตทิฏฺฐิวงฺกวิธมเนน ทิฏฺฐึ อุชุํ กโรติ. ธมฺมานํ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนตามตฺตทสฺสเนน ตีสุปิ อทฺธาสุ กงฺขํ วิตรติ. ตโต ปรํ จ อุทยพฺพยญาณาทิวเสน วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อริยภูมึ โอกฺกมนฺโต อเวจฺจปสาเทน รตนตฺตเย จิตฺตํ ปสาเทติ. ตถาภูโตว ตสฺส กลฺยาณมิตฺตสฺส อนุสิกฺขเนน สทฺธาทีหิ คุเณหิ น หายติ, อญฺญทตฺถุ วฑฺฒเตว. เตนาห ‘‘ยสฺส วา’’ติอาทิ.

อนฺตรฆรนฺติ อนฺตเร อนฺตเร ฆรานิ เอตฺถ, ตํ เอตสฺสาติ วา ‘‘อนฺตรฆร’’นฺติ ลทฺธนามํ โคจรคามํ ปวิฏฺโฐ. ตตฺถ ฆเร ฆเร ภิกฺขาปริเยสนาย วีถึ ปฏิปนฺโน. โอกฺขิตฺตจกฺขูติ เหฏฺฐาขิตฺตจกฺขุ. กิตฺตเกน ปน โอกฺขิตฺตจกฺขุ โหตีติ อาห ‘‘ยุคมตฺตทสฺสาวี’’ติ. สุสํวุโตติ สํยโต. ยถา ปเนตฺถ สุสํวุโต นาม โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘น หตฺถึ โอโลเกนฺโต’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ยตฺถาติ เยสุ สติปฏฺฐาเนสุ. จิตฺตํ ภาวนาจิตฺตํ. อุปนิพนฺธตีติ อุปเนตฺวา นิพนฺธติ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘ยถา ถมฺเภ นิพนฺเธยฺย, วจฺฉํ ทมํ นโร อิธ;

พนฺเธยฺเยวํ สกํ จิตฺตํ, สติยารมฺมเณ ทฬฺห’’นฺติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๒๑๗; ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๔; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๗; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๖๕; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๖๓);

สติปฏฺฐานานํ อุปนิพนฺธโคจรภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สโก เปตฺติโก วิสโยติ อตฺตโน ปิตุ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สนฺตโก, เตน ทิฏฺโฐ ทสฺสิโต จ วิสโย.

อณุปฺปมาเณสูติ ปรมาณุปฺปมาเณสุ. อสญฺจิจฺจอาปนฺนเสขิยอกุสลจิตฺตุปฺปาทาทิเภเทสูติ อสญฺจิจฺจ อาปนฺนเสขิเยสุ อกุสลจิตฺตุปฺปาทาทิเภเทสูติ เอวํ อสญฺจิจฺจคฺคหณํ เสขิยวิเสสนํ ทฏฺฐพฺพํ. เสขิยคฺคหเณน เจตฺถ วตฺตกฺขนฺธกาทีสุ (จูฬว. ๓๕๖ อาทโย) อาคตวตฺตาทีนมฺปิ คหณํ. เตปิ หิ สิกฺขิตพฺพฏฺเฐน ‘‘เสขิยา’’ติ อิจฺฉิตา. ตถา หิ มาติกายํ ปาราชิกาทีนํ วิย เสขิยานํ ปริจฺเฉโท น กโต. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘อสญฺจิจฺจ อาปนฺนเสขิยา’’ติ อสญฺจิจฺจคฺคหณํ สมตฺถิตํ โหติ. น หิ มาติกายํ อาคเตสุ ปญฺจสตฺตติยา เสขิเยสุ โนสญฺญาวิโมกฺโข นาม อตฺถิ, อสญฺจิจฺจคฺคหเณเนว เจตฺถ อสติอชานนานมฺปิ สงฺคโห กโต. เกจิ ปเนตฺถ อสิญฺจิจฺจ อาปนฺนคฺคหเณน อจิตฺตกาปตฺติโย คหิตาติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ, ครุกาปตฺตีสุปิ กาสญฺจิ อจิตฺตกภาวสพฺภาวโต, อธิฏฺฐานาวิกมฺมสฺส, เทสนาวิกมฺมสฺเสว วา สพฺพลหุกสฺส วชฺชสฺส อิธาธิปฺเปตตฺตา. เตนาห ‘‘ยานิ ตานิ วชฺชานิ อปฺปมตฺตกานิ โอรมตฺตกานิ ลหุกานิ ลหุสมฺมตานี’’ติอาทิ. อาทิสทฺเทน ปาติโมกฺขสํวรวิสุทฺธตฺถํ อนติกฺกมนียานํ อนาปตฺติคมนียานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ภยทสฺสนสีโลติ ปรมาณุมตฺตํ วชฺชํ อฏฺฐสฏฺฐิโยชนสตสหสฺสุพฺเพธสิเนรุปพฺพตสทิสํ กตฺวา ทสฺสนสภาโว, สพฺพลหุกํ วา ทุพฺภาสิตมตฺตํ ปาราชิกสทิสํ กตฺวา ทสฺสนสภาโว. ยํ กิญฺจีติ มูลปญฺญตฺติอนุปญฺญตฺติสพฺพตฺถปญฺญตฺติปเทสปญฺญตฺติอาทิเภทํ ยํ กิญฺจิ สิกฺขิตพฺพํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ ปูเรตพฺพํ สีลํ. สมฺมา อาทายาติ สมฺมเทว สกฺกจฺจํ, สพฺพโส จ อาทิยิตฺวา. อยํ ปน อาจารโคจรสมฺปทา กึ ปาติโมกฺขสีเล ปริยาปนฺนา, อุทาหุ อปริยาปนฺนาติ? ปริยาปนฺนา. ยทิ เอวํ กสฺมา ปุน วุตฺตาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ.

อินฺทฺริยสํวรสีลวณฺณนา

๑๕. อินฺทฺริยสํวรสีลํ ปาติโมกฺขสํวรสีลสฺส สมฺภารภูตํ, ตสฺมึ สติเยว อิจฺฉิตพฺพนฺติ วุตฺตํ ‘‘โสติ ปาติโมกฺขสํวรสีเล ฐิโต ภิกฺขู’’ติ. สมฺปาทิเต หิ เอตสฺมึ ปาติโมกฺขสํวรสีลํ สุคุตฺตํ สุรกฺขิตเมว โหติ, สุสํวิหิตกณฺฏกวติ วิย สสฺสนฺติ. การณวเสนาติ อสาธารณการณสฺส วเสน. อสาธารณการณวเสน หิ ผลํ อปทิสียติ, ยถา ยวงฺกุโร เภริสทฺโทติ. นิสฺสยโวหาเรน วา เอตํ นิสฺสิตวจนํ, ยถา มญฺจา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺตีติ. รูปนฺติ รูปายตนํ. จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวาติ เอตฺถ ยทิ จกฺขุ รูปํ ปสฺเสยฺย, อญฺญวิญฺญาณสมงฺคิโนปิ ปสฺเสยฺยุํ, น เจตํ อตฺถิ, กสฺมา? อเจตนตฺตา จกฺขุสฺส. เตนาห ‘‘จกฺขุ รูปํ น ปสฺสติ อจิตฺตกตฺตา’’ติ. อถ วิญฺญาณํ รูปํ ปสฺเสยฺย, ติโรกุฏฺฏาทิคตมฺปิ นํ ปสฺเสยฺย อปฺปฏิฆภาวโต, อิทมฺปิ นตฺถิ สพฺพสฺส วิญฺญาณสฺส ทสฺสนาภาวโต. เตนาห ‘‘จิตฺตํ น ปสฺสติ อจกฺขุกตฺตา’’ติ. ตตฺถ ยถา จกฺขุสนฺนิสฺสิตํ วิญฺญาณํ ปสฺสติ, น ยํ กิญฺจิ. ตญฺจ เกนจิ กุฏฺฏาทินา อนฺตริเต น อุปฺปชฺชติ, ยตฺถ อาโลกสฺส วิพนฺโธ. ยตฺถ ปน น วิพนฺโธ ผลิกคพฺภปฏลาทิเก, ตตฺถ อนฺตริเตปิ อุปฺปชฺชเตว. เอวํ วิญฺญาณาธิฏฺฐิตํ จกฺขุ ปสฺสติ, น ยํ กิญฺจีติ วิญฺญาณาธิฏฺฐิตํ จกฺขุํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ‘‘จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา’’ติ.

ทฺวารารมฺมณสงฺฆฏฺเฏติ ทฺวารสฺส อารมฺมเณน สงฺฆฏฺเฏ สติ, จกฺขุสฺส รูปารมฺมเณ อาปาถคเตติ อธิปฺปาโย. ปสาทวตฺถุเกน จิตฺเตนาติ จกฺขุปสาทวตฺถุเกน ตนฺนิสฺสาย ปวตฺเตน วิญฺญาเณน, ยํ ‘‘จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติ วุจฺจติ. ปสฺสตีติ โอโลเกติ. จกฺขุปสาทสนฺนิสฺสเย หิ วิญฺญาเณ อาโลกานุคฺคหิตํ รูปารมฺมณํ สนฺนิสฺสยคุเณน โอภาเสนฺเต ตํสมงฺคิปุคฺคโล ‘‘รูปํ ปสฺสตี’’ติ วุจฺจติ. โอภาสนญฺเจตฺถ อารมฺมณสฺส ยถาสภาวโต วิภาวนํ, ยํ ‘‘ปจฺจกฺขโต คหณ’’นฺติ วุจฺจติ. อุสุนา ลกฺขสฺส เวเธ สิชฺฌนฺเต ตสฺส สมฺภารภูเตน ธนุนา วิชฺฌตีติ วจนํ วิย วิญฺญาเณน รูปทสฺสเน สิชฺฌนฺเต จกฺขุนา รูปํ ปสฺสตีติ อีทิสี สสมฺภารกถา นาเมสา โหติ. สสมฺภารา กถา สสมฺภารกถา, ทสฺสนสฺส การณสหิตาติ อตฺโถ. สสมฺภารสฺส วา ทสฺสนสฺส กถา สสมฺภารกถา. ตสฺมาติ ยสฺมา เกวเลน จกฺขุนา, เกวเลน วา วิญฺญาเณน รูปทสฺสนํ นตฺถิ, ตสฺมา.

อิตฺถิปุริสนิมิตฺตํ วาติ เอตฺถ อิตฺถิสนฺตานนิสฺสิตรูปมุเขน คยฺหมานํ สณฺฐานํ ถนมํสาวิสทตา นิมฺมสฺสุมุขตา เกสพนฺธนวตฺถคฺคหณํ อวิสทฏฺฐานคมนาทิ จ สพฺพํ ‘‘อิตฺถี’’ติ สญฺชานนสฺส การณภาวโต อิตฺถินิมิตฺตํ. วุตฺตวิปริยายโต ปุริสนิมิตฺตํ เวทิตพฺพํ. สุภนิมิตฺตาทิกํ วาติ เอตฺถ ราคุปฺปตฺติเหตุภูโต อิฏฺฐากาโร สุภนิมิตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน ปฏิฆนิมิตฺตาทีนํ สงฺคโห. โส ปน โทสุปฺปตฺติอาทิเหตุภูโต อนิฏฺฐาทิอากาโร เวทิตพฺโพ. กามญฺเจตฺถ ปาฬิยํ อภิชฺฌาโทมนสฺสาว สรูปโต อาคตา, อุเปกฺขานิมิตฺตสฺสาปิ ปน สงฺคโห อิจฺฉิตพฺโพ, อสมเปกฺขเนน อุปฺปชฺชนกโมหสฺสาปิ อสํวรภาวโต. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘มุฏฺฐสจฺจํ วา อญฺญาณํ วา’’ติ. อุเปกฺขานิมิตฺตนฺติ เจตฺถ อญฺญาณุเปกฺขาย วตฺถุภูตํ อารมฺมณํ, ตญฺจสฺส อสมเปกฺขนวเสน เวทิตพฺพํ. เอวํ สงฺเขปโต ราคโทสโมหานํ การณํ ‘‘สุภนิมิตฺตาทิก’’นฺติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘กิเลสวตฺถุภูตํ นิมิตฺต’’นฺติ. ทิฏฺฐมตฺเตเยว สณฺฐาตีติ ‘‘ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสตี’’ติ (อุทา. ๑๐) สุตฺเต วุตฺตนเยน วณฺณายตเน จกฺขุวิญฺญาเณน, วีถิจิตฺเตหิ จ คหิตมตฺเตเยว ติฏฺฐติ, น ตโต ปรํ กิญฺจิ สุภาทิอาการํ ปริกปฺเปติ. ปากฏภาวกรณโตติ ปริพฺยตฺตภาวกรณโต วิภูตภาวกรณโต. วิสภาควตฺถุโน หิ หตฺถาทิอวยเวสุ สุภาทิโต ปริกปฺเปนฺตสฺส อปราปรํ ตตฺถ อุปฺปชฺชมานา กิเลสา ปริพฺยตฺตา โหนฺตีติ เต เตสํ อนุพฺยญฺชนา นาม. เต ปน ยสฺมา ตถา ตถา สนฺนิวิฏฺฐานํ ภูตุปาทายรูปานํ สนฺนิเวสากาโร. น หิ ตํ มุญฺจิตฺวา ปรมตฺถโต หตฺถาทิ นาม โกจิ อตฺถิ. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘หตฺถปาท…เป… อาการํ น คณฺหาตี’’ติ. กึ ปน คณฺหาตีติ อาห ‘‘ยํ ตตฺถ ภูตํ, ตเทว คณฺหาตี’’ติ. ยํ ตสฺมึ สรีเร วิชฺชมานํ เกสโลมาทิ ภูตุปาทายมตฺตํ วา, ตเทว ยาถาวโต คณฺหาติ. ตตฺถ อสุภาการคหณสฺส นิทสฺสนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เจติยปพฺพตวาสี’’ติอาทินา มหาติสฺสตฺเถรวตฺถุํ อาหริ.

ตตฺถ สุมณฺฑิตปสาธิตาติ สุฏฺฐุ มณฺฑิตา ปสาธิตา จ. อาภรณาทีหิ อาหาริเมหิ มณฺฑนํ. สรีรสฺส อุจฺฉาทนาทิวเสน ปฏิสงฺขรณํ ปสาธนนฺติ วทนฺติ, อาภรเณหิ, ปน วตฺถาลงฺการาทีหิ จ อลงฺกรณํ ปสาธนํ. อูนฏฺฐานปูรณํ มณฺฑนํ. วิปลฺลตฺถจิตฺตาติ ราควเสน วิปรีตจิตฺตา. โอโลเกนฺโตติ เถโร กมฺมฏฺฐานมนสิกาเรเนว คจฺฉนฺโต สทฺทกณฺฏกตฺตา ปุพฺพภาคมนสิการสฺส หสิตสทฺทานุสาเรน ‘‘กิเมต’’นฺติ โอโลเกนฺโต. อสุภสญฺญนฺติ อฏฺฐิกสญฺญํ. อฏฺฐิกกมฺมฏฺฐานํ หิ เถโร ตทา ปริหรติ. อรหตฺตํ ปาปุณีติ เถโร กิร ตสฺสา หสนฺติยา ทนฺตฏฺฐิทสฺสเนเนว ปุพฺพภาคภาวนาย สุภาวิตตฺตา ปฏิภาคนิมิตฺตํ, สาติสยญฺจ อุปจารชฺฌานํ ลภิตฺวา ยถาฐิโตว ตตฺถ ปฐมชฺฌานํ อธิคนฺตฺวา ตํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา มคฺคปรมฺปราย อาสวกฺขยํ ปาปุณิ. ปุพฺพสญฺญํ อนุสฺสรีติ ปุพฺพกํ ยถารทฺธํ กาเลน กาลํ อนุยุญฺชิยมานํ อฏฺฐิกกมฺมฏฺฐานํ อนุสฺสริ สมนฺนาหริ. อนุมคฺคนฺติ อนุปถํ ตสฺสา ปทานุปทํ. เถรสฺส กิร ภาวนาย ปคุณภาวโต ทนฺตฏฺฐิทสฺสเนเนว ตสฺสา สกลสรีรํ อฏฺฐิกสงฺฆาตภาเวน อุปฏฺฐาสิ. น ตํ ‘‘อิตฺถี’’ติ วา ‘‘ปุริโส’’ติ วา สญฺชานิ. เตนาห ‘‘นาภิชานามิ…เป… มหาปเถ’’ติ.

‘‘ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยาสํวรสฺส เหตู’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยสฺส สติกวาเฏน ปิทหนตฺถายา’’ติ วุตฺตํ, น อสํวรสฺสาติ. ยทิทํ ยํ จกฺขุนฺทฺริยาสํวรสฺส เหตุ อภิชฺฌาทิอนฺวาสฺสวนํ ทสฺสิตํ, ตํ อสํวุตจกฺขุนฺทฺริยสฺเสว เหตุ ปวตฺตํ ทสฺสิตนฺติ กตฺวา วุตฺตํ. จกฺขุทฺวาริกสฺส หิ อภิชฺฌาทิอนฺวาสฺสวนสฺส ตํทฺวาริกวิญฺญาณสฺส วิย จกฺขุนฺทฺริยํ ปธานการณํ. จกฺขุนฺทฺริยสฺส อสํวุตตฺเต สติ เต อนฺวาสฺสวนฺตีติ อสํวริยมานจกฺขุนฺทฺริยเหตุโก โส อสํวโร ตถา วุตฺโตติ. ยตฺวาธิกรณนฺติ หิ ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยสฺส การณาติ อตฺโถ. กีทิสสฺส จ การณาติ? อสํวุตสฺส, กิญฺจ อสํวุตํ? ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยาสํวรสฺส เหตุ อภิชฺฌาทโย อนฺวาสฺสวนฺติ, ตสฺส สํวรายาติ อยเมตฺถ โยชนา.

ชวนกฺขเณ ปน สเจ ทุสฺสีลฺยํ วาติอาทิ ปุน อวจนตฺถํ อิเธว สพฺพํ วุตฺตนฺติ ฉสุ ทฺวาเรสุ ยถาสมฺภวํ เวทิตพฺพํ. น หิ ปญฺจทฺวาเร กายวจีทุจฺจริตสงฺขาตํ ทุสฺสีลฺยํ อตฺถิ, ตสฺมา ทุสฺสีลฺยาสํวโร มโนทฺวารวเสน, เสสาสํวโร ฉทฺวารวเสน โยเชตพฺโพ. มุฏฺฐสจฺจาทีนํ หิ สติปฏิปกฺขากุสลธมฺมาทิภาวโต สิยา ปญฺจทฺวาเร อุปฺปตฺติ, น เตฺวว กายิกวาจสิกวีติกฺกมภูตสฺส ทุสฺสีลฺยสฺส ตตฺถ อุปฺปตฺติ, ปญฺจทฺวาริกชวนานํ อวิญฺญตฺติชนกตฺตา. ทุสฺสีลฺยาทโย เจตฺถ ปญฺจ อสํวรา สีลสํวราทีนํ ปญฺจนฺนํ สํวรานํ ปฏิปกฺขภาเวน วุตฺตา. ตสฺมึ สตีติ ตสฺมึ อสํวเร สติ.

ยถา กินฺติ เยน ปกาเรน ชวเน อุปฺปชฺชมาโน อสํวโร ‘‘จกฺขุนฺทฺริเย อสํวโร’’ติ วุจฺจติ, ตํ นิทสฺสนํ กินฺติ อตฺโถ. ยถาติอาทินา นครทฺวาเร อสํวเร สติ ตํสมฺพนฺธานํ ฆราทีนํ อสํวุตตา วิย ชวเน อสํวเร สติ ตํสมฺพนฺธานํ ทฺวาราทีนํ อสํวุตตาติ เอวํ อญฺญาสํวเร อญฺญาสํวุตตา สามญฺญเมว นิทสฺเสติ, น ปุพฺพาปรสามญฺญํ, อนฺโตพหิสามญฺญํ วา. สติ วา ทฺวารภวงฺคาทิเก ปุน อุปฺปชฺชมานํ ชวนํ พาหิรํ วิย กตฺวา นครทฺวารสมานํ วุตฺตํ, อิตรญฺจ อนฺโตนคเร ฆราทิสมานํ. ปจฺจยภาเวน หิ ปุริมนิปฺผนฺนํ ชวนกาเล อสนฺตมฺปิ ภวงฺคาทิ จกฺขาทิ วิย ผลนิปฺผตฺติยา สนฺตํเยว นาม โหติ. น หิ ธรมานํเยว ‘‘สนฺต’’นฺติ วุจฺจติ. ‘‘พาหิรํ วิย กตฺวา’’ติ จ ปรมตฺถโต ชวนสฺส พาหิรภาเว, อิตรสฺส จ อพฺภนฺตรภาเว อสติปิ ‘‘ปภสฺสรมิทํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ, ตญฺจ โข อาคนฺตุเกหิ อุปกฺกิลิฏฺฐ’’นฺติอาทิ (อ. นิ. ๑.๔๙) วจนโต อาคนฺตุกภูตสฺส กทาจิ กทาจิ อุปฺปชฺชมานสฺส ชวนสฺส พาหิรภาโว, ตพฺพิธุรสภาวสฺส อิตรสฺส อพฺภนฺตรภาโว เอเกน ปริยาเยน โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ. ชวเน วา อสํวเร อุปฺปนฺเน ตโต ปรํ ทฺวารภวงฺคาทีนํ อสํวรเหตุภาวาปตฺติโต. อสํวรสฺส หิ อุปฺปตฺติยา ทฺวารภวงฺคาทีนํ ตสฺส เหตุภาโว ปญฺญายตีติ. นครทฺวารสทิเสน ชวเนน ปวิสิตฺวา ทุสฺสีลฺยาทิโจรานํ ทฺวารภวงฺคาทีสุ มุสนํ กุสลภณฺฑวินาสนํ กถิตํ. ยสฺมึ หิ ทฺวาเร อสํวโร อุปฺปชฺชติ, โส ตตฺถ ทฺวาราทีนํ สํวรูปนิสฺสยภาวํ อุปจฺฉินฺทนฺโตเยว ปวตฺตตีติ. ทฺวารภวงฺคาทีนํ ชวเนน สห สมฺพนฺโธ เอกสนฺตติปริยาปนฺนโต ทฏฺฐพฺโพ.

เอตฺถ จ จกฺขุทฺวาเร รูปารมฺมเณ อาปาถคเต นิยมิตาทิวเสน กุสลากุสลชวเน สตฺตกฺขตฺตุํ อุปฺปชฺชิตฺวา ภวงฺคํ โอติณฺเณ ตทนุรูปเมว มโนทฺวาริกชวเน ตสฺมึเยวารมฺมเณ สตฺตกฺขตฺตุํเยว อุปฺปชฺชิตฺวา ภวงฺคํ โอติณฺเณ ปุน ตสฺมึเยว ทฺวาเร ตเทวารมฺมณํ นิสฺสาย ‘‘อิตฺถี ปุริโส’’ติอาทินา ววตฺถเปนฺตํ ปสาทรชฺชนาทิวเสน สตฺตกฺขตฺตุํ ชวนํ ชวติ. เอวํ ปวตฺตมานํ ชวนํ สนฺธาย ‘‘ชวเน ทุสฺสีลฺยาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ตสฺมึ อสํวเร สติ ทฺวารมฺปิ อคุตฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

ตสฺมึ ปน ชวเน. สีลาทีสูติ สีลสํวรสติสํวรญาณสํวรขนฺติสํวรวีริยสํวเรสุ อุปฺปนฺเนสุ. ยถา หิ ปเคว สติอารกฺขํ อนุปฏฺฐเปนฺตสฺส ทุสฺสีลฺยาทีนํ อุปฺปตฺติ, เอวํ ปเคว สติอารกฺขํ อุปฏฺฐเปนฺตสฺส สีลาทีนํ อุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา. สทฺทาทีสุปิ ยถารหํ นิมิตฺตานุพฺยญฺชนานิ เวทิตพฺพานิ. โสตวิญฺญาเณน หิ สทฺทํ สุตฺวา ‘‘อิตฺถิสทฺโท’’ติ วา ‘‘ปุริสสทฺโท’’ติ วา อิฏฺฐานิฏฺฐาทิกํ วา กิเลสวตฺถุภูตํ นิมิตฺตํ น คณฺหาติ, สุตมตฺเต เอว สณฺฐาติ. โย จ คีตสทฺทาทิกสฺส กิเลสานํ อนุ อนุ พฺยญฺชนโต ‘‘อนุพฺยญฺชน’’นฺติ ลทฺธโวหาโร มนฺทตาราทิวเสน ววตฺถิโต ฉชฺชาทิเภทภินฺโน อากาโร, ตมฺปิ น คณฺหาตีติ. เอวํ คนฺธาทีสุปิ ยถารหํ วตฺตพฺพํ. มโนทฺวาเร ปน สาวชฺชนภวงฺคํ มโนทฺวารํ ตสฺมึ ทฺวาเร ธมฺมารมฺมเณ อาปาถคเต ตํ ชวนมนสาว วิญฺญาย วิชานิตฺวาติอาทินา โยเชตพฺพํ. กิเลโส อนุพนฺโธ เอตสฺสาติ กิเลสานุพนฺโธ, โส เอว นิมิตฺตาทิคาโห, ตโต ปริวชฺชนลกฺขณํ กิเลสานุพนฺธนิมิตฺตาทิคฺคาหปริวชฺชนลกฺขณํ. อาทิ-สทฺเทน อนุพฺยญฺชนํ สงฺคณฺหาติ.

อาชีวปาริสุทฺธิสีลวณฺณนา

๑๖. วุตฺเตติ อิเธว อุทฺเทสวเสน ปุพฺเพ วุตฺเต. ตถา หิ ‘‘อาชีวเหตุ ปญฺญตฺตานํ ฉนฺนํ สิกฺขาปทาน’’นฺติ ปทุทฺธารํ กตฺวา ตานิ ปาฬิวเสเนว ทสฺเสตุํ ‘‘ยานิ ตานี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ยานิ ตานิ เอวํ ปญฺญตฺตานิ ฉ สิกฺขาปทานีติ สมฺพนฺโธ. อาชีวเหตูติ ชีวิกนิมิตฺตํ, ‘‘เอวาหํ ปจฺจเยหิ อกิลมนฺโต ชีวิสฺสามี’’ติ อธิปฺปาเยน. อาชีวการณาติ ตสฺเสว เววจนํ. ปาปิจฺโฉติ ปาปิกาย อสนฺตคุณสมฺภาวนิจฺฉาย สมนฺนาคโต. อิจฺฉาปกโตติ อิจฺฉาย อปกโต อุปทฺทุโต, อภิภูโต วา. อสนฺตนฺติ อวิชฺชมานํ. อภูตนฺติ อนุปฺปนฺนํ. อนุปฺปนฺนตฺตา หิ ตสฺส ตํ อสนฺตนฺติ ปุริมสฺส ปจฺฉิมํ การณวจนํ. อุตฺตริมนุสฺสธมฺมนฺติ อุตฺตริมนุสฺสานํ อุกฺกฏฺฐปุริสานํ ธมฺมํ, มนุสฺสธมฺมโต วา อุตฺตริ อุกฺกฏฺฐํ. อุลฺลปตีติ อุคฺคตายุโก ลปติ. สีลํ หิ ภิกฺขุโน อายุ, ตํ ตสฺส ตถาลปนสมกาลเมว วิคจฺฉติ. เตนาห ‘‘อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ ปาราชิกสงฺขาตา อาปตฺติ อสฺส, ปาราชิกสญฺญิตสฺส วา วีติกฺกมสฺส อาปชฺชนํ อุลฺลปนนฺติ อตฺโถ. สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชตีติ สญฺจรณภาวํ อาปชฺชติ, อิตฺถิยา วา ปุริสมตึ, ปุริสสฺส วา อิตฺถิมตึ อาโรเจตีติ อธิปฺปาโย. ‘‘อิเมสํ ฉนฺนํ สิกฺขาปทานํ วีติกฺกมสฺส วเสนา’’ติ สมฺพนฺโธ เหฏฺฐา ทสฺสิโต เอว.

กุหนาติอาทีสูติ เหฏฺฐา อุทฺทิฏฺฐปาฬิยาว ปทุทฺธาโร. อยํ ปาฬีติ อยํ วิภงฺเค (วิภ. ๘๖๑) อาคตา นิทฺเทสปาฬิ.

๑๗. จีวราทิปจฺจยา ลพฺภนฺตีติ ลาภา. เต เอว สกฺกจฺจํ อาทรวเสน ทิยฺยมานา สกฺการา. ปตฺถฏยสตา กิตฺติสทฺโท. ตํ ลาภญฺจ สกฺการญฺจ กิตฺติสทฺทญฺจ. สนฺนิสฺสิตสฺสาติ เอตฺถ ตณฺหานิสฺสโย อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ปตฺถยนฺตสฺสา’’ติ. อสนฺตคุณทีปนกามสฺสาติ อสนฺเต อตฺตนิ อวิชฺชมาเน สทฺธาทิคุเณ สมฺภาเวตุกามสฺส. อสนฺตคุณสมฺภาวนตาลกฺขณา, ปฏิคฺคหเณ จ อมตฺตญฺญุตาลกฺขณา หิ ปาปิจฺฉตา. อิจฺฉาย อปกตสฺสาติ ปาปิกาย อิจฺฉาย สมฺมาอาชีวโต อเปโต กโตติ อปกโต. ตถาภูโต จ อาชีวูปทฺทเวน อุปทฺทุโตติ กตฺวา อาห ‘‘อุปทฺทุตสฺสาติ อตฺโถ’’ติ.

กุหนเมว ปจฺจยุปฺปาทนสฺส วตฺถูติ กุหนวตฺถุ. ติวิธมฺเปตํ ตตฺถ อาคตํ ตสฺส นิสฺสยภูตาย อิมาย ปาฬิยา ทสฺเสตุนฺติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ตทตฺถิกสฺเสวาติ เตหิ จีวราทีหิ อตฺถิกสฺเสว. ปฏิกฺขิปเนนาติ จีวราทีนํ ปฏิกฺขิปนเหตุ. อสฺสาติ ภเวยฺย. ปฏิคฺคหเณน จาติ จ-สทฺเทน ปุพฺเพ วุตฺตํ ปฏิกฺขิปนํ สมุจฺจิโนติ.

ภิยฺโยกมฺยตนฺติ พหุกามตํ. ยนฺติ กิริยาปรามสนํ, ตสฺมา ‘‘ธาเรยฺยา’’ติ เอตฺถ ยเทตํ สงฺฆาฏึ กตฺวา ธารณํ, เอตํ สมณสฺส สารุปฺปนฺติ โยชนา. ปาปณิกานีติ อาปณโต ฉฑฺฑิตานิ. นนฺตกานีติ อนฺตรหิตานิ โจฬขณฺฑานิ. อุจฺจินิตฺวาติ อุญฺฉเนน จินิตฺวา สงฺคเหตฺวา. อุญฺฉาจริยายาติ อุญฺฉาจริยาย ลทฺเธน. คิลานสฺส ปจฺจยภูตา เภสชฺชสงฺขาตา ชีวิตปริกฺขารา คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารา. ปูติมุตฺตนฺติ ปุราณสฺส, อปุราณสฺส จ สพฺพสฺส โคมุตฺตสฺเสตํ นามํ. ปูติมุตฺเตนาติ ปูติภาเวน มุตฺเตน ปเรหิ ฉฑฺฑิเตน, ปูติภูเตน วา โคมุตฺเตน. ธุตวาโทติ ปเรสมฺปิ ธุตคุณวาที. สมฺมุขีภาวาติ สมฺมุขโต วิชฺชมานตฺตา, ลพฺภมานตายาติ อตฺโถ.

อตฺตานํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาธิคมสฺส สามนฺเต กตฺวา ชปฺปนํ สามนฺตชปฺปนํ. มเหสกฺโขติ มหานุภาโว, อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาธิคเมนาติ อธิปฺปาโย. ‘‘มิตฺโต’’ติ สามญฺญโต วตฺวา ปุน ตํ วิเสเสติ ‘‘สนฺทิฏฺโฐ สมฺภตฺโต’’ติ. ทิฏฺฐมตฺโต หิ มิตฺโต สนฺทิฏฺโฐ. ทฬฺหภตฺติโก สมฺภตฺโต. สหาโยติ สห อายนโก, สขาติ อตฺโถ. สตฺตปทิโน หิ ‘‘สขา’’ติ วุจฺจนฺติ. วิหาโร ปาการปริจฺฉินฺโน สกโล อาวาโส. อฑฺฒโยโค ทีฆปาสาโท, ครุฬสณฺฐานปาสาโทติปิ วทนฺติ. ปาสาโท จตุรสฺสปาสาโท. หมฺมิยํ มุณฺฑจฺฉทนปาสาโท. กูฏาคารํ ทฺวีหิ กณฺณิกาหิ กตฺตพฺพปาสาโท. อฏฺโฏ ปฏิราชูนมฺปิ ปฏิพาหนโยโคฺย จตุปญฺจภูมโก ปฏิสฺสยวิเสโส. มาโฬ เอกกูฏสงฺคหิโต อเนกโกณวนฺโต ปฏิสฺสยวิเสโส. อุทฺทณฺโฑ อคพฺภิกา เอกทฺวารา ทีฆสาลาติ วทนฺติ. อปเร ปน ภณนฺติ – วิหาโร นาม ทีฆมุขปาสาโท. อฑฺฒโยโค เอกปสฺเสน ฉทนกเสนาสนํ. ตสฺส กิร เอกปสฺเส ภิตฺติ อุจฺจตรา โหติ, อิตรปสฺเส นีจา, เตน ตํ เอกปสฺสฉทนกํ โหติ. ปาสาโท อายตจตุรสฺสปาสาโท. หมฺมิยํ มุณฺฑจฺฉทนํ จนฺทิกงฺคณยุตฺตํ. คุหา เกวลา ปพฺพตคุหา. เลณํ ทฺวารพทฺธํ. กูฏาคารํ โย โกจิ กณฺณิกาพทฺธปาสาโท. อฏฺโฏ พหลภิตฺติเคหํ. ยสฺส โคปานสิโย อคฺคเหตฺวา อิฏฺฐกาหิ เอว ฉทนํ โหติ. อฏฺฏาลกากาเรน กรียตีติปิ วทนฺติ. มาโฬ วฏฺฏากาเรน กตเสนาสนํ. อุทฺทณฺโฑ เอโก ปฏิสฺสยวิเสโส. โย ‘‘ภณฺฑสาลา, อุโทสิต’’นฺติปิ วุจฺจติ. อุปฏฺฐานสาลา สนฺนิปตนฏฺฐานํ.

กุจฺฉิตรชภูตาย ปาปิจฺฉตาย นิรตฺถกํ กายวจีวิปฺผนฺทนิคฺคณฺหนํ โกรชํ, ตํ เอตสฺส อตฺถีติ โกรชิโก, โกหญฺเญน สํยตกาโย, อติวิย, อภิณฺหํ วา โกรชิโก โกรชิกโกรชิโก. อติปริสงฺกิโตติ เกจิ. อติวิย กุโห กุหกกุหโก, สาติสยวิมฺหาปโกติ อตฺโถ. อติวิย ลโป ลปนโก ลปกลปโก. มุขสมฺภาวิโกติ โกรชิกโกรชิกาทิภาเวน ปวตฺตวจเนหิ อตฺตโน มุขมตฺเตน อญฺเญหิ สมฺภาวิโก. โส เอวรูโป เอวรูปตาย เอว อตฺตานํ ปรํ วิย กตฺวา ‘‘อยํ สมโณ’’ติอาทีนิ กเถติ. คมฺภีรนฺติอาทิ ตสฺสา กถาย อุตฺตริมนุสฺสธมฺมปฏิพทฺธตาย วุตฺตํ.

สมฺภาวนาธิปฺปายกเตนาติ ‘‘กถํ นุ โข มํ ชโน ‘อริโย’ติ วา ‘วิเสสลาภี’ติ วา สมฺภาเวยฺยา’’ติ อิมินา อธิปฺปาเยน กเตน. คมนํ สณฺฐเปตีติ วิเสสลาภีนํ คมนํ วิย อตฺตโน คมนํ สกฺกจฺจํ ฐเปติ, สโต สมฺปชาโนว คจฺฉนฺโต วิย โหติ. ปณิธายาติ ‘‘อรหาติ มํ ชานนฺตู’’ติ จิตฺตํ สณฺฐเปตฺวา, ปตฺเถตฺวา วา. สมาหิโต วิยาติ ฌานสมาธินา สมาหิโต วิย. อาปาถกชฺฌายีติ มนุสฺสานํ อาปาถฏฺฐาเน สมาธิสมาปนฺโน วิย นิสีทนฺโต อาปาถเก ชนสฺส ปากฏฏฺฐาเน ฌายี. อิริยาปถสงฺขาตนฺติ อิริยาปถสณฺฐปนสงฺขาตํ.

ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาเตนาติ อโยนิโส อุปฺปาทิตานํ ปจฺจยานํ ปฏิเสวนนฺติ เอวํ กถิเตน, เตน วา ปจฺจยปฏิเสวเนน สงฺขาตพฺเพน กถิตพฺเพน. อญฺญํ วิย กตฺวา อตฺตโน สมีเป ภณนํ สามนฺตชปฺปิตํ. อา-การสฺส รสฺสตฺตํ กตฺวา ‘‘อฏฺฐปนา’’ติ วุตฺตํ. กุหนํ กุโห, ตสฺส อยนา ปวตฺติ กุหายนา, กุหสฺส วา ปุคฺคลสฺส อยนา คติ กิริยา กุหายนา. กุเหติ, กุเหน วา อิโตติ กุหิโต, กุหโก.