๓. สงฺฆานุสฺสติกถาวณฺณนา

๑๕๔. อริยสงฺฆคุณาติ อารกตฺตา กิเลเสหิ, อนเย น อิริยนโต, อเย จ อิริยนโต, สเทวเกน จ โลเกน ‘‘สรณ’’นฺติ อรณียโต อริโย จ โส สงฺโฆ จ, อริยานํ วา สงฺโฆ อริยสงฺโฆ, ตสฺส คุณา.

๑๕๕. ยํ สมฺมาปฏิปทํ ปฏิปนฺโน ‘‘สุฏฺฐุ ปฏิปนฺโน’’ติ วุจฺจติ. สา อริยมคฺคปฏิปทา ปฏิปกฺขธมฺเม อนิวตฺติธมฺเม กตฺวา ปชหนโต ปโยชนาภาวา สยมฺปิ อนิวตฺติธมฺมา, อธิคนฺตพฺพสฺส จ นิพฺพานสฺส เอกํสโต อนุโลมีติ. ตโต เอว อปจฺจนีกา, อนุธมฺมภูตา จ, ตสฺสา จ ปฏิปนฺนตฺตา อริยสงฺโฆ ‘‘สุปฺปฏิปนฺโน’’ติ วุตฺโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘สุฏฺฐุ ปฏิปนฺโน’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘อนิวตฺติปฏิปท’’นฺติ อิมินา อุชุปฺปฏิปตฺตึ ทสฺเสติ. ปุนปฺปุนํ นิวตฺตเน หิ สติ อุชุปฺปฏิปตฺติ น โหติ. ‘‘อนุโลมปฏิปทํ อปจฺจนีกปฏิปท’’นฺติ อิมินา ญายปฺปฏิปตฺตึ. ปฏิปชฺชิตพฺพสฺส หิ นิพฺพานสฺส อนุโลมเนน, อปจฺจนีกตาย จสฺสา ญายโต. ‘‘ธมฺมานุธมฺมปฏิปท’’นฺติ อิมินา สามีจิปฺปฏิปตฺตึ อนุจฺฉวิกภาวทีปนโต. เอเตน ปฐมปทสฺส ปปญฺจนิทฺเทโส, อิตรานิ ตีณิ ปทานีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ.

ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชเนน กิจฺจสิทฺธิโต อริยภาวาวหํ สวนํ สกฺกจฺจสวนํ นามาติ วุตฺตํ ‘‘สกฺกจฺจํ สุณนฺตีติ สาวกา’’ติ, เตน อริยา เอว นิปฺปริยายโต สตฺถุ สาวกา นามาติ ทสฺเสติ. สีลทิฏฺฐิสามญฺญตายาติ อริเยน สีเลน, อริยาย จ ทิฏฺฐิยา สมานภาเวน. อริยานญฺหิ สีลทิฏฺฐิโย มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณํ วิย นินฺนานากรณํ มคฺเคนาคตตฺตา. เตน เต ยตฺถ กตฺถจิ ฐิตาปิ สํหตาว. เตนาห ‘‘สงฺฆาตภาวมาปนฺโน’’ติ. มายาสาเฐยฺยาทิปาปธมฺมสมุจฺเฉเทน อุชุ. ตโต เอว โคมุตฺตวงฺกาภาเวน อวงฺกา. จนฺทเลขาวงฺกาภาเวน อกุฏิลา. นงฺคลโกฏิวงฺกาภาเวน อชิมฺหา. อวงฺกาทิภาเวน วา อุชุ. ปริสุทฺธฏฺเฐน อริยา. อปณฺณกภาเวน ญายติ กมติ นิพฺพานํ, ตํ วา ญายติ ปฏิวิชฺฌียติ เอเตนาติ ญาโย. วฏฺฏทุกฺขนิยฺยานาย อนุจฺฉวิกตฺตา. อนุรูปตฺตา สามีจิ โอปายิกาติปิ สงฺขํ สมญฺญํ คตา สมฺมาปฏิปตฺติ, ตาย สมงฺคิตาย สุปฺปฏิปนฺนา ‘‘สมฺมา ปฏิปชฺชนฺตี’’ติ กตฺวา. วตฺตมานตฺโถ หิ อยํ ปฏิปนฺน-สทฺโท ยถา ‘‘โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน’’ติ (ปุ. ป. ๒๐๖). อตีตํ ปฏิปทนฺติ ยถาวุตฺตมคฺคสมฺมาปฏิปตฺตึ วทติ. อุภเยน จ สามญฺญนิทฺเทเสน, ‘‘สุปฺปฏิปนฺนา จ สุปฺปฏิปนฺนา จ สุปฺปฏิปนฺนา’’ติ เอกเสสนเยน วา คหิตานํ สมูโห ‘‘สุปฺปฏิปนฺโน’’ติ วุตฺโตติ ทสฺเสติ.

เอวํ อาทิปทตฺถนิทฺเทสภาเวน อิตรปทานํ อตฺถํ วตฺวา อิทานิ จตุนฺนมฺปิ ปทานํ อโวมิสฺสกํ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยถานุสิฏฺฐนฺติ สตฺถารา ยถา อนุสิฏฺฐํ, ตถา อนุสาสนีอนุรูปนฺติ อตฺโถ. อปณฺณกปฏิปทนฺติ อวิรชฺฌนกปฏิปทํ, อนวชฺชปฏิปตฺตินฺติ อตฺโถ. เอตฺถ จ สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย อปณฺณกปฏิปทํ ปฏิปนฺนตฺตาติ เอวํ สมฺพนฺธิตพฺพํ. ปุริมปเทน สมฺพนฺเธ ทุติยปทํ น วตฺตพฺพํ สิยา, นนุ จ ทุติยปเทน สมฺพนฺเธปิ ปฐมํ ปทํ น วตฺตพฺพํ สิยาติ? น ตสฺส ปฐมํ อเปกฺขิตตฺตา. สา ปน สาวกานํ อปณฺณกปฏิปทา ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปทาติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปนฺนตฺตา’’ติ วตฺตพฺพํ. อุภยสฺสาปิ วา สุปฺปฏิปนฺนภาวสาธนตฺตา อุภยํ วุตฺตํ. ตถา หิ ปิ-สทฺเทน อุภยํ สมุจฺจิโนติ.

กิเลสชิมฺหวเสน อนฺตทฺวยคาโหติ สพฺพโส ตํ ปหาย สมฺมาปฏิปทา กายาทิวงฺกปฺปหายินี อุชุปฺปฏิปตฺติ โหตีติ อาห ‘‘มชฺฌิมาย ปฏิปทาย…เป… อุชุปฺปฏิปนฺโน’’ติ.

ญาโย นาม ยุตฺตปฺปตฺตปฏิปตฺติ, นิพฺพานญฺจ, สพฺพสงฺขารสมถตาย อาทิตฺตํ เจลํ, สีสํ วา อชฺฌุเปกฺขิตฺวาปิ ปฏิปชฺชิตพฺพเมวาติ อาห ‘‘ญาโย วุจฺจติ นิพฺพาน’’นฺติ. นิพฺพายนกิริยามุเขน เจตฺถ นิพฺพานํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ, มคฺคญาณาทีหิ วา ญายติ ปฏิวิชฺฌียติ สจฺฉิกรียติ จาติ ญาโย นิพฺพานนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

คุณสมฺภาวนาย ปเรหิ กยิรมานํ ปจฺจุปฏฺฐานาทิสามีจิกมฺมํ อรหนฺตีติ สามีจิกมฺมารหา.

๑๕๖. ยทิทนฺติ อนฺโตคธลิงฺควจนเภโท นิปาโตติ ตสฺส วจนเภเทน อตฺถมาห ‘‘ยา อิมานี’’ติ. เอวนฺติ ปการตฺเถ นิปาโต, อิมินา ปกาเรนาติ อตฺโถ. เตน อิตรานิ ตีณิ ยุคฬานิ ทสฺสิตานิ โหนฺตีติ อาห ‘‘เอวํ จตฺตาริ ปุริสยุคฬานิ โหนฺตี’’ติ. เอตนฺติ เอตํ ‘‘ปุริสปุคฺคลา’’ติ พหุวจนวเสน วุตฺตํ ปทํ. ปุริสา จ เต ปุคฺคลา จ ปุริสปุคฺคลา. ตตฺถ ‘‘ปุริสา’’ติ อิมินา ปฐมาย ปกติยา คหณํ, ‘‘ปุคฺคลา’’ติ ปน ทุติยายปิ สตฺตสามญฺเญนาติ เอวํ วา เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. จตุนฺนํ ปจฺจยานํ กีทิสานํ? อาเนตฺวา หุนิตพฺพานนฺติ อธิการโต ปากโฏยมตฺโถ. ทาตพฺพนฺติ วา ปจฺจตฺตวจนํ ‘‘จตุนฺนํ ปจฺจยาน’’นฺติ ปทํ อเปกฺขิตฺวา สามิวเสน ปริณาเมตพฺพํ, อญฺญถา เยสํ เกสญฺจิ จตุนฺนํ ปจฺจยานํ ‘‘อาหุน’’นฺติ สมญฺญา สิยา. อาหุนํ อรหตีติ วา อาหุเนยฺโย. สกฺกาทีนมฺปิ วา อาหวนนฺติ สกฺกาทีหิปิ ทิยฺยมานํ ทานํ. ยตฺถ หุตํ มหปฺผลนฺติ ยสฺมึ อาวหนียคฺคิมฺหิ หุตํ ทธิอาทิ อาหุเนยฺยคฺคิคหปตคฺคิทกฺขิเณยฺยคฺคีสุ หุตโต อุฬารผลนฺติ เตสํ พฺราหฺมณานํ ลทฺธิ. หุตนฺติ ทินฺนํ. นิกายนฺตเรติ สพฺพตฺถิกวาทินิกาเย.

ฐเปตฺวา ๑๖๕ เตติ เต ปิยมนาเป ญาติมิตฺเต อปเนตฺวา, เตสํ อทตฺวาติ อธิปฺปาโย. เอส เอโส. เอกพุทฺธนฺตเร จ ทิสฺสตีติ เอกสฺมึ พุทฺธนฺตเร วีติวตฺเต ทิสฺสติ. จ-สทฺเทน กทาจิ อสงฺเขฺยยฺเยปิ กปฺเป วีติวตฺเตติ ทสฺเสติ. อพฺโพกิณฺณนฺติ ปฏิปกฺเขหิ อโวมิสฺสํ, กิริยาวิเสสกญฺเจตํ. ปิยมนาปตฺตกรธมฺมา นาม สีลาทโย, เต อริยสงฺเฆ สุปฺปติฏฺฐิตา. อยํ เหตฺถ อธิปฺปาโย – ญาติมิตฺตา วิปฺปยุตฺตา น จิรสฺเสว สมาคจฺฉนฺติ, อนวฏฺฐิตา จ เตสุ ปิยมนาปตา, น เอวมริยสงฺโฆ. ตสฺมา สงฺโฆว ปาหุเนยฺโยติ. ปุพฺพการนฺติ อคฺคกิริยํ. สพฺพปฺปกาเรนาติ อาทรคารวพหุมานาทินา, เทยฺยธมฺมสฺส สกฺกจฺจกรณาทินา จ สพฺเพน ปกาเรน. สฺวายํ ปาหวนีย-สทฺโท ‘‘ปาหุเนยฺโย’’ติ วุจฺจติ ปริยายภาเวน.

ทกฺขนฺติ เอตาย สตฺตา ยถาธิปฺเปตาหิ สมฺปตฺตีหิ วฑฺฒนฺตีติ ทกฺขิณา. ตถาภาวกรเณน ทกฺขิณํ อรหติ. ยถา อุฬาราติวิปุลุทฺรยลาเภน วิโสธิตํ นาม โหติ, เอวํ ทกฺขิณา วิปุลผลตายาติ วุตฺตํ ‘‘มหปฺผลกรณตาย วิโสเธตี’’ติ.

ปุญฺญตฺถิเกหิ อญฺชลิ กรณียา เอตฺถาติ อญฺชลิกรณีโย.

ยทิปิ ปาฬิยํ ‘‘อนุตฺตร’’นฺติ วุตฺตํ. นตฺถิ อิโต อุตฺตรํ วิสิฏฺฐนฺติ หิ อนุตฺตรํ. สมมฺปิสฺส ปน นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อสทิส’’นฺติ อาห. ขิตฺตํ วุตฺตํ พีชํ มหปฺผลภาวกรเณน ตายติ รกฺขติ, ขิปนฺติ วปนฺติ เอตฺถ พีชานีติ วา เขตฺตํ, เกทาราทิ, เขตฺตํ วิย เขตฺตํ, ปุญฺญานํ เขตฺตํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ. เสสํ พุทฺธานุสฺสติยํ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ.