๑. พุทฺธานุสฺสติกถาวณฺณนา

๑๒๓. อสุภานนฺตรนฺติ อสุภกมฺมฏฺฐานานนฺตรํ. อนุสฺสตีสูติ อนุสฺสติกมฺมฏฺฐาเนสุ. ‘‘อนุ อนุ สติ อนุสฺสตี’’ติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโต’’ติ วตฺวา น เอตฺถ อนุ-สทฺทโยเคน สติ-สทฺโท อตฺถนฺตรวาจโกติ ทสฺเสตุํ ‘‘สติเยว อนุสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. เตน นายมนุ-สทฺโท ‘‘อุปลพฺภตี’’ติอาทีสุ อุป-สทฺโท วิย อนตฺถโก, นาปิ ‘‘สญฺชานนํ ปชานน’’นฺติอาทีสุ สํ-สทฺทาทโย วิย อตฺถนฺตรทีปโกติ ทสฺเสติ. ‘‘ปวตฺติตพฺพฏฺฐานมฺหิเยว วา ปวตฺตตฺตา’’ติ อิมินา จ อนุสฺสติยา อนุสฺสริตพฺพานุรูปตา วุตฺตา โหตีติ ปวตฺตกสฺเสว อนุรูปตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กุลปุตฺตสฺส อนุรูปา’’ติ วุตฺตํ, สทฺธาปพฺพชิตสฺส วา กุลปุตฺตสฺส. อนุรูปตา นาม ปวตฺติตพฺพฏฺฐานสฺส อนุรูปตาย เอว โหตีติ ปวตฺตกสฺเสว อนุรูปตา วุตฺตา, น อุภยสฺส. อนุรูปาติ จ ยุตฺตาติ อตฺโถ. พุทฺธนฺติ เย คุเณ อุปาทาย ภควติ ‘‘พุทฺโธ’’ติ ปญฺญตฺติ, เต คุเณ เอกชฺฌํ คเหตฺวา วุตฺตํ. เตนาห ‘‘พุทฺธคุณารมฺมณาย สติยา เอตมธิวจน’’นฺติ. อารพฺภาติ อาลมฺพิตฺวา. ธมฺมนฺติ ปริยตฺติธมฺเมน สทฺธึ นววิธมฺปิ โลกุตฺตรธมฺมํ. นนุ จ นิพฺพานํ วิสุํ กมฺมฏฺฐานภาเวน วกฺขติ? กิญฺจาปิ วกฺขติ, ธมฺมภาวสามญฺเญน ปน มคฺคผเลหิ สทฺธึ อิธ ปาฬิยา สงฺคหิตตฺตา ตสฺสาปิ ธมฺมานุสฺสติกมฺมฏฺฐาเน คหณํ ทฏฺฐพฺพํ, อสงฺขตามตาทิภาเวน ปน มคฺคผเลหิ วิสิฏฺฐตาย ตสฺส วิสุํ กมฺมฏฺฐานภาเวน คหณํ กตํ. สีลานุสฺสติอาทีนํ ปน ติสฺสนฺนํ อนุสฺสตีนํ วิสุํ กมฺมฏฺฐานภาเวน คหณํ โยคาวจรสฺส อตฺตโน เอว สีลสฺส จาคสฺส สทฺธาทีนญฺจ อนุสฺสติฏฺฐานภาเวน คเหตพฺพตฺตา. รูปกายํ คตาติ อตฺตโน กรชกายํ อารพฺภ อารมฺมณกรณวเสน ปวตฺตา. กาเยติ กาเย วิสยภูเต. โกฏฺฐาสนิมิตฺตารมฺมณายาติ เกสาทิโกฏฺฐาเสสุ ปฏิกฺกูลนิมิตฺตารมฺมณาย. อิโต ปุริมาสุ สตฺตสุ อนุสฺสตีสุ นตฺถิ นิมิตฺตุปฺปตฺติ, อิธ อตฺถีติ ทสฺสนตฺถํ นิมิตฺต-คฺคหณํ. ตถา อสฺสาสปสฺสาสนิมิตฺตารมฺมณายาติ เอตฺถาปิ. อุปสมนฺติ สพฺพสงฺขารูปสมํ, นิพฺพานนฺติ อตฺโถ.

๑๒๔. อเวจฺจ พุทฺธคุเณ ยาถาวโต ญตฺวา อุปฺปนฺโน ปสาโท อเวจฺจปฺปสาโท, อริยมคฺเคน อาคตปฺปสาโท, ตํสทิโสปิ วา โย ทิฏฺฐิคตวาเตหิ อจโล อสมฺปกมฺปิโย, เตน สมนฺนาคเตน. ตาทิสสฺส พุทฺธานุสฺสติภาวนา อิชฺฌติ, น อิตรสฺส. ปติรูปเสนาสเนติ ยถาวุตฺตอฏฺฐารสโทสวชฺชิเต ปญฺจงฺคสมนฺนาคเต เสนาสเน. รโหคเตนาติ รหสิ คเตน. เตน กายวิเวกํ ทสฺเสติ. ปฏิสลฺลีเนนาติ นานารมฺมณโต ปฏิสลฺลีเนน, พหิทฺธา ปุถุตฺตารมฺมณโต ปฏิกฺกมาเปตฺวา กมฺมฏฺฐาเน สลฺลีเนน, สุสิลิฏฺฐจิตฺเตนาติ อตฺโถ. เอวนฺติ อิมาย ปาฬิยา อาคตนเยน.

โส ภควาติ เอตฺถ โสติ โย โส สมตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพกิเลเส ภญฺชิตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ เทวานํ อติเทโว พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา โลกนาโถ ภาคฺยวนฺตตาทีหิ การเณหิ สเทวเก โลเก ‘‘ภควา’’ติ ปตฺถฏกิตฺติสทฺโท, โส. ภควาติ อิทํ สตฺถุ นามกิตฺตนํ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ภควาติ เนตํ นามํ มาตรา กต’’นฺติอาทิ (มหานิ. ๑๙๘, ๒๑๐; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๒). ปรโต ปน ภควาติ คุณกิตฺตนํ. อรหนฺติอาทีสุ นวสุ ฐาเนสุ ปจฺเจกํ อิติปิ-สทฺทํ โยเชตฺวา พุทฺธคุณา อนุสฺสริตพฺพาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิติปิ อรหํ…เป… อิติปิ ภควาติ อนุสฺสรตี’’ติ อาห. ‘‘อิติเปตํ ภูตํ อิติเปตํ ตจฺฉ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๖) วิย อิติ-สทฺโท อาสนฺนปจฺจกฺขกรณตฺโถ, ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ. เตน เนสํ พหุภาโว ทีปิโต, ตานิ จ คุณสลฺลกฺขณการณานิ ภาเวนฺเตน จิตฺตสฺส สมฺมุขีภูตานิ กาตพฺพานีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิมินา จ อิมินา จ การเณนาติ วุตฺตํ โหตี’’ติ อาห.

๑๒๕. ทูรตา นาม อาสนฺนตา วิย อุปาทายุปาทาย วุจฺจตีติ ปรมุกฺกํสคตํ ทูรภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สุวิทูรวิทูเร’’ติ อาห, สุฏฺฐุ วิทูรภาเวเนว วิทูเรติ อตฺโถ. สา ปนสฺส กิเลสโต ทูรตา เตสํ สพฺพโส ปหีนตฺตาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มคฺเคน กิเลสานํ วิทฺธํสิตตฺตา’’ติ. นนุ อญฺเญสมฺปิ ขีณาสวานํ เต ปหีนา เอวาติ อนุโยคํ มนสิ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘สวาสนาน’’นฺติ. น หิ ภควนฺตํ ฐเปตฺวา อญฺเญ สห วาสนาย กิเลเส ปหาตุํ สกฺโกนฺติ, เอเตน อญฺเญหิ อสาธารณํ ภควโต อรหตฺตนฺติ ทสฺสิตํ โหติ. กา ปนายํ วาสนา นาม? ปหีนกิเลสสฺสาปิ อปฺปหีนกิเลสสฺส ปโยคสทิสปโยคเหตุภูโต กิเลสนิหิโต สามตฺถิยวิเสโส อายสฺมโต ปิลินฺทวจฺฉสฺส (ปารา. ๖๒๑) วสลสมุทาจารนิมิตฺตํ วิย. กถํ ปน ‘‘อารกา’’ติ วุตฺเต ‘‘กิเลเสหี’’ติ อยมตฺโถ ลพฺภตีติ? สามญฺญโชตนาย วิเสเส อวฏฺฐานโต, วิเสสตฺถินา จ วิเสสสฺส อนุปโยเชตพฺพโต, ‘‘อารกาสฺส โหนฺติ ปาปกา อกุสลา ธมฺมา’’ติอาทีนิ (ม. นิ. ๑.๔๓๔) สุตฺตปทาเนตฺถ อุทาหริตพฺพานิ. อารกาติ เจตฺถ อา-การสฺส รสฺสตฺตํ, ก-การสฺส จ ห-การํ, สานุสารํ กตฺวา นิรุตฺตินเยน ‘‘อรห’’นฺติ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. วุตฺตเมวตฺถํ สุขคฺคหณตฺถํ ‘‘โส ตโต อารกา นามา’’ติ คาถาพนฺธมาห. ตตฺถ สมญฺชนสีโล สมงฺคี, น สมงฺคิตา อสมงฺคิตา อสมนฺนาคโม อสหวุตฺติตา.

๑๒๖. อนตฺถจรเณน กิเลสา เอว อรโยติ กิเลสารโย. ‘‘อรีนํ หตตฺตา อริหา’’ติ วตฺตพฺเพ นิรุตฺตินเยน ‘‘อรห’’นฺติ วุตฺตํ.

๑๒๗. ยญฺเจตํ สํสารจกฺกนฺติ สมฺพนฺโธ. รถจกฺกสฺส นาภิ วิย มูลาวยวภูตํ อนฺโต, พหิ จ สมวฏฺฐิตํ อวิชฺชาภวตณฺหามยํ ทฺวยนฺติ วุตฺตํ ‘‘อวิชฺชาภวตณฺหามยนาภี’’ติ. นาภิยา, เนมิยา จ สมฺพนฺธา อรสทิสา ปจฺจยผลภูเตหิ อวิชฺชาตณฺหาชรามรเณหิ สมฺพนฺธา ปุญฺญาทิสงฺขาราติ วุตฺตํ ‘‘ปุญฺญาทิอภิสงฺขาราร’’นฺติ. ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปริยนฺตภาเวน ปากฏํ ชรามรณนฺติ ตํ เนมิฏฺฐานิยํ กตฺวา อาห ‘‘ชรามรณเนมี’’ติ. ยถา จ รถจกฺกปวตฺติยา ปธานการณํ อกฺโข, เอวํ สํสารจกฺกปวตฺติยา อาสวสมุทโยติ อาห ‘‘อาสวสมุทยมเยน อกฺเขน วิชฺฌิตฺวา’’ติ. อาสวา เอว อวิชฺชาทีนํ การณตฺตา อาสวสมุทโย. ยถาห ‘‘อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๐๓). วิปากกฏตฺตารูปปฺปเภโท กามภวาทิโก ติภโว เอว รโถ, ตสฺมึ ติภวรเถ. อตฺตโน ปจฺจเยหิ สมํ, สพฺพโส วา อาทิโต ปฏฺฐาย โยชิตนฺติ สมาโยชิตํ. อาทิรหิตํ กาลํ ปวตฺตตีติ กตฺวา อนาทิกาลปฺปวตฺตํ.

‘‘ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ, ธาตุอายตนาน จ;

อพฺโพจฺฉินฺนํ วตฺตมานา, ‘สํสาโร’ติ ปวุจฺจตี’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๙๕ อปสาทนาวณฺณนา; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๖๐; อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๑๙๙) –

เอวํ วุตฺตสํสาโรว สํสารจกฺกํ. อเนนาติ ภควตา. โพธิมณฺเฑติ โพธิสงฺขาตสฺส ญาณสฺส มณฺฑภาวปฺปตฺเต ฐาเน, กาเล วา. วีริยปาเทหีติ สํกิเลสโวทานปกฺขิเยสุ สนฺนิรุมฺภนสนฺนิกฺขิปนกิจฺจตาย ทฺวิธา ปวตฺเตหิ อตฺตโน วีริยสงฺขาเตหิ ปาเทหิ. สีลปถวิยนฺติ ปติฏฺฐฏฺเฐน สีลเมว ปถวี, ตสฺสํ. ปติฏฺฐายาติ สมฺปาทนวเสน ปติฏฺฐหิตฺวา. สทฺธาหตฺเถนาติ อนวชฺชธมฺมาทานสาธนโต สทฺธาว หตฺโถ, เตน. กมฺมกฺขยกรนฺติ กายกมฺมาทิเภทสฺส สพฺพสฺสปิ กมฺมสฺส ขยกรณโต กมฺมกฺขยกรํ. ญาณผรสุนฺติ สมาธิสิลายํ สุนิสิตมคฺคญาณผรสุํ คเหตฺวา.

๑๒๘. เอวํ ‘‘อรานํ หตตฺตา’’ติ เอตฺถ วุตฺตอรฆาเต สํสารํ จกฺกํ วิย จกฺกนฺติ คเหตฺวา อตฺถโยชนํ กตฺวา อิทานิ ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนากฺกเมนปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อนมตคฺคํ สํสารวฏฺฏนฺติ อนุ อนุ อมตคฺคํ อวิญฺญาตโกฏิกํ สํสารมณฺฑลํ. เสสา ทส ธมฺมา สงฺขาราทโย ชาติปริโยสานา อรา. กถํ? นาภิยา อวิชฺชาย มูลโต, เนมิยา ชรามรเณน อนฺตโต สมฺพนฺธตฺตาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อวิชฺชามูลกตฺตา ชรามรณปริยนฺตตฺตา จา’’ติ. ทุกฺขาทีสูติ ทุกฺขสมุทยนิโรธมคฺเคสุ. ตตฺถ ทุกฺเข อญฺญาณํ ตทนฺโตคธตฺตา, ตปฺปฏิจฺฉาทนโต จ, เสเสสุ ปฏิจฺฉาทนโตว. ทุกฺขนฺติ เจตฺถ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ อธิปฺเปตนฺติ ตํ กามภวาทิวเสน ติธา ภินฺทิตฺวา ตถา ตปฺปฏิจฺฉาทิกํ อวิชฺชํ, อวิชฺชาทิปจฺจเย ตีสุ ภเวสุ สงฺขาราทิเก จ ปฏิปาฏิยา ทสฺเสนฺโต ‘‘กามภเว จ อวิชฺชา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ กามภเว อวิชฺชาติ กามภเว อาทีนวปฺปฏิจฺฉาทิกา อวิชฺชา. รูปภเว อรูปภเว อวิชฺชาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. กามภเว สงฺขารานนฺติ กามภูมิปริยาปนฺนานํ สงฺขารานํ, กามภเว วา นิปฺผาเทตพฺพา เย สงฺขารา, เตสํ กามภวูปปตฺตินิพฺพตฺตกสงฺขารานนฺติ อตฺโถ. ปจฺจโย โหตีติ ปุญฺญาภิสงฺขารานํ ตาว อารมฺมณปจฺจเยน เจว อุปนิสฺสยปจฺจเยน จาติ ทฺวิธา ปจฺจโย โหติ. อปุญฺญาภิสงฺขาเรสุ สหชาตสฺส สหชาตาทิวเสน, อสหชาตสฺส อนนฺตรสมนนฺตราทิวเสน, นานนฺตรสฺส ปน อารมฺมณวเสน เจว อุปนิสฺสยวเสน จ ปจฺจโย โหติ. อรูปภเว สงฺขารานนฺติ อาเนญฺชาภิสงฺขารานํ. ปจฺจโย โหติ อุปนิสฺสยวเสเนว. อิมสฺมึ ปนตฺเถ เอตฺถ วิตฺถาริยมาเน อติปฺปปญฺโจ โหติ, สยเมว จ ปรโต อาคมิสฺสตีติ น นํ วิตฺถารยาม.

ติณฺณํ อายตนานนฺติ จกฺขุโสตมนายตนานํ. เอกสฺสายตนสฺสาติ มนายตนสฺส. อิมินา นเยน ผสฺสาทีนมฺปิ วิภาโค เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ตตฺถ สา สา ตณฺหาติ รูปตณฺหาทิเภทา ตตฺถ ตตฺถ กามภวาทีสุ อุปฺปชฺชนกา ตณฺหา.

ตณฺหาทิมูลิกา กถา อติสํขิตฺตาติ ตํ, อุปาทานภเว จ วิภชิตฺวา วิตฺถาเรตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘กถ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘กาเม ปริภุญฺชิสฺสามี’’ติ อิมินา กามตณฺหาปวตฺติมาห. ตถา ‘‘สคฺคสมฺปตฺตึ อนุภวิสฺสามี’’ติอาทีหิ. สา ปน ตณฺหา ยสฺมา ภุสมาทานวเสน ปวตฺตมานา กามุปาทานํ นาม โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘กามุปาทานปจฺจยา’’ติ. ตเถวาติ กามุปาทานปจฺจยา เอว.

พฺรหฺมโลกสมฺปตฺตินฺติ รูปีพฺรหฺมโลเก สมฺปตฺตึ. ‘‘สพฺเพปิ เตภูมกา ธมฺมา กามนียฏฺเฐน กามา’’ติ (มหานิ. ๑; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘ โถก วิสทิสํ) วจนโต ภวราโคปิ กามุปาทานเมวาติ กตฺวา ‘‘กามุปาทานปจฺจยา เอว เมตฺตํ ภาเวตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เสสุปาทานมูลิกาสุปีติ เอตฺถายํ โยชนา – อิเธกจฺโจ ‘‘นตฺถิ ปโร โลโก’’ติ นตฺถิกทิฏฺฐึ คณฺหาติ, โส ทิฏฺฐุปาทานปจฺจยา กาเยน ทุจฺจริตํ จรตีติอาทิ วุตฺตนเยน โยเชตพฺพํ. อปโร ‘‘อสุกสฺมึ สมฺปตฺติภเว อตฺตา อุจฺฉิชฺชตี’’ติ อุจฺเฉททิฏฺฐึ คณฺหาติ, โส ตตฺรูปปตฺติยา กาเยน สุจริตํ จรตีติอาทิ วุตฺตนเยเนว โยเชตพฺพํ. อปโร ‘‘รูปี มโนมโย หุตฺวา อตฺตา อุจฺฉิชฺชตี’’ติ รูปูปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวติ. ภาวนาปาริปูริยาติ สพฺพํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อปโร ‘‘อรูปภเว อุปฺปชฺชิตฺวา อตฺตา อุจฺฉิชฺชตี’’ติ อรูปูปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวติ. ภาวนาปาริปูริยาติ สพฺพํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. เอตาหิเยว อตฺตวาทุปาทานมูลิกาปิ โยชนา สํวณฺณิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทวเสนาปิ โยชนา เวทิตพฺพา. อปโร ‘‘สีเลน สุทฺธี’’ติ ‘‘อสุทฺธิมคฺคํ สุทฺธิมคฺโค’’ติ ปรามสนฺโต สีลพฺพตุปาทานปจฺจยา กาเยน ทุจฺจริตํ จรตีติอาทินา สพฺพํ วุตฺตนเยเนว โยเชตพฺพํ.

อิทานิ ยฺวายํ สํสารจกฺกํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘กามภเว อวิชฺชา กามภเว สงฺขารานํ ปจฺจโย โหตี’’ติอาทินา อวิชฺชาทีนํ ปจฺจยภาโว, สงฺขาราทีนํ ปจฺจยุปฺปนฺนภาโว จ ทสฺสิโต, ตเมว ปฏิสมฺภิทามคฺคปาฬึ อาเนตฺวา นิคมนวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํ อย’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ยถา สงฺขารา เหตุนิพฺพตฺตา, เอวํ อวิชฺชาปิ กามาสวาทินา สเหตุกา เอวาติ อาห ‘‘อุโภเปเต เหตุสมุปฺปนฺนา’’ติ. ปจฺจยปริคฺคเหติ นามรูปสฺส ปจฺจยานํ อวิชฺชาทีนํ ปริจฺฉิชฺช คหเณ, นิปฺผาเทตพฺเพ ภุมฺมํ. ปญฺญาติ กงฺขาวิตรณวิสุทฺธิสงฺขาตา ปการโต ชานนา. ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทาวโพโธ. อิทญฺจ ธมฺมฏฺฐิติญาณํ ยสฺมา อทฺธาตฺตเย กงฺขามลวิตรณวเสน ปวตฺตติ, ตสฺมา ‘‘อตีตมฺปิ อทฺธาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เอเตเนว นเยนาติ เอเตน ‘‘อวิชฺชา เหตู’’ติอาทินา อวิชฺชายํ วุตฺเตน นเยน. ‘‘สงฺขารา เหตุ, วิญฺญาณํ เหตุสมุปฺปนฺน’’นฺติอาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๔๖) สพฺพปทานิ วิตฺถาเรตพฺพานิ.

สํขิปฺปนฺติ เอตฺถ อวิชฺชาทโย, วิญฺญาณาทโย จาติ สงฺเขโป, เหตุ, วิปาโก จ. เหตุ วิปาโกติ วา สํขิปฺปตีติ สงฺเขโป, อวิชฺชาทโย วิญฺญาณาทโย จ. สงฺเขปภาวสามญฺเญน ปน เอกวจนํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เต ปน สงฺเขปา อตีเต เหตุ, เอตรหิ วิปาโก, เอตรหิ เหตุ, อายตึ วิปาโกติ เอวํ กาลวิภาเคน จตฺตาโร ชาตา. เตนาห ‘‘ปุริมสงฺเขโป เจตฺถ อตีโต อทฺธา’’ติอาทิ. สงฺเขป-สทฺโท วา ภาคาธิวจนนฺติ อตีโต เหตุภาโค ปฐโม สงฺเขโป. เอส นโย เสเสสุปิ. ตณฺหุปาทานภวา คหิตาว โหนฺติ กิเลสกมฺมภาวสามญฺญโต, เตหิ วินา อวิชฺชาสงฺขารานํ สกิจฺจากรณโต จ. กมฺมํ ตณฺหา จ ตสฺส สหการีการณํ หุตฺวา วฏฺฏนตฺเถน กมฺมวฏฺฏํ.

วิญฺญาณนามรูปสฬายตนผสฺสเวทนานํ ชาติชราภงฺคาวตฺถา ‘‘ชาติชรามรณ’’นฺติ วุตฺตาติ อาห ‘‘ชาติชรามรณาปเทเสนวิญฺญาณาทีนํ นิทฺทิฏฺฐตฺตา’’ติ. อิเมติ วิญฺญาณาทโย. อายตึ วิปากวฏฺฏํ ปจฺจุปฺปนฺนเหตุโต ภาวีนํ อนาคตานํ คหิตตฺตา. เตติ อวิชฺชาทโย. อาการโตติ สรูปโต อวุตฺตาปิ ตสฺมึ ตสฺมึ สงฺคเห อากิรียนฺติ อวิชฺชาสงฺขาราทิคฺคหเณหิ ปกาสียนฺตีติ อาการา, อตีตเหตุอาทีนํ วา ปการา อาการา, ตโต อาการโต. วีสติวิธา โหนฺติ อตีเตเหตุปญฺจกาทิเภทโต.

สงฺขารวิญฺญาณานํ อนฺตรา เอโก สนฺธีติ เหตุโต ผลสฺส อวิจฺเฉทปฺปวตฺติภาวโต เหตุผลสมฺพนฺธภูโต เอโก สนฺธิ. ตถา ภวชาตีนมนฺตรา. เวทนาตณฺหานมนฺตรา ปน ผลโต เหตุโน อวิจฺเฉทปฺปวตฺติภาวโต ผลเหตุสมฺพนฺธภูโต เอโก สนฺธิ. ผลภูโตปิ หิ ธมฺโม อญฺญสฺส เหตุสภาวสฺส ธมฺมสฺส ปจฺจโย โหตีติ.

อิตีติ วุตฺตปฺปการปรามสนํ. เตนาห ‘‘จตุสงฺเขป’’นฺติอาทิ. สพฺพาการโตติ อิธ วุตฺเตหิ, อวุตฺเตหิ จ ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิภงฺเค (วิภ. ๒๒๕ อาทโย), อนนฺตนยสมนฺตปฏฺฐานาทีสุ จ อาคเตหิ สพฺเพหิ อากาเรหิ. ชานาตีติ อวพุชฺฌติ. ปสฺสตีติ ทสฺสนภูเตน ญาณจกฺขุนา ปจฺจกฺขโต ปสฺสติ. อญฺญาติ ปฏิวิชฺฌตีติ เตสํเยว เววจนํ. ตนฺติ ตํ ชานนํ. ญาตฏฺเฐนาติ ยถาสภาวโต ชานนฏฺเฐน. ปชานนฏฺเฐนาติ อนิจฺจาทีหิ ปกาเรหิ ปฏิวิชฺฌนฏฺเฐน.

อิทานิ ยทตฺถมิทํ ภวจกฺกํ อิธานีตํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมินา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เต ธมฺเมติ เต อวิชฺชาทิเก ธมฺเม. ยถาภูตํ ญตฺวาติ มหาวชิรญาเณน ยาถาวโต ชานิตฺวา. นิพฺพินฺทนฺโต พลววิปสฺสนาย วิรชฺชนฺโต วิมุจฺจนฺโต อริยมคฺเคหิ อเร หนีติ โยชนา. ตตฺถ ยทา ภควา วิรชฺชติ วิมุจฺจติ, ตทา อเร หนติ นาม. ตโต ปรํ ปน อภิสมฺพุทฺธกฺขณํ คเหตฺวา วุตฺตํ ‘‘หนิ วิหนิ วิทฺธํเสสี’’ติ.

๑๒๙. จกฺกวตฺติโน อเจตเน จกฺกรตเน อุปฺปนฺเน ตตฺเถว โลโก ปูชํ กโรติ, อญฺญตฺถ ปูชาวิเสสา ปจฺฉิชฺชนฺติ, กิมงฺคํ ปน สมฺมาสมฺพุทฺเธ อุปฺปนฺเนติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อุปฺปนฺเน ตถาคเต’’ติอาทิมาห. โก ปน วาโท อญฺเญสํ ปูชาวิเสสานนฺติ ยถาวุตฺตโต อญฺเญสํ อมเหสกฺเขหิ เทวมนุสฺเสหิ กริยมานานํ นาติอุฬารานํ ปูชาวิเสสานํ อรหภาเว กา นาม กถา. อตฺถานุรูปนฺติ อรหตฺตตฺถสฺส อนุรูปํ อนฺวตฺถํ.

๑๓๐. อสิโลกภเยนาติ อกิตฺติภเยน. รโห ปาปํ กโรนฺติ ‘‘มา นํ โกจิ ชญฺญา’’ติ เอส ภควา น กทาจิ กโรติ ปาปเหตูนํ โพธิมณฺเฑ เอว สุปฺปหีนตฺตา. อปโร นโย – อารกาติ อรหํ, สุวิทูรภาวโตอิจฺเจว อตฺโถ. กุโต ปน สุวิทูรภาวโตติ? เย อภาวิตกายา อภาวิตสีลา อภาวิตจิตฺตา อภาวิตปญฺญา, ตโต เอว อปฺปหีนราคโทสโมหา อริยธมฺมสฺส อโกวิทา อริยธมฺเม อวินีตา อริยธมฺมสฺส อทสฺสาวิโน อปฺปฏิปนฺนา มิจฺฉาปฏิปนฺนา จ, ตโต สุวิทูรภาวโต. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –

‘‘สงฺฆาฏิกณฺเณเจปิ เม, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ คเหตฺวา ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺโธ อสฺส ปาเท ปาทํ นิกฺขิปนฺโต, โส จ โหติ อภิชฺฌาลุ กาเมสุ ติพฺพสาราโค พฺยาปนฺนจิตฺโต ปทุฏฺฐมนสงฺกปฺโป มุฏฺฐสฺสติ อสมฺปชาโน อสมาหิโต วิพฺภนฺตจิตฺโต ปากตินฺทฺริโย. อถ โข โส อารกาว มยฺหํ, อหญฺจ ตสฺส. ตํ กิสฺส เหตุ? ธมฺมํ หิ โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ น ปสฺสติ, ธมฺมํ อปสฺสนฺโต มํ น ปสฺสตี’’ติ (อิติวุ. ๙๒).

ยถาวุตฺตปุคฺคลา หิ สเจปิ สายํ ปาตํ สตฺถุ สนฺติกาวจราว สิยุํ, น เต ตาวตา ‘‘สตฺถุ สนฺติกา’’ติ วตฺตพฺพา, ตถา สตฺถาปิ เนสํ. อิติ อสปฺปุริสานํ อารกา ทูเรติ อรหํ.

‘‘สมฺมา น ปฏิปชฺชนฺติ, เย นิหีนาสยา นรา;

อารกา เตหิ ภควา, ทูเร เตนารหํ มโต’’ติ.

ตถา อารกาติ อรหํ, อาสนฺนภาวโตติ อตฺโถ. กุโต ปน อาสนฺนภาวโตติ? เย ภาวิตกายา ภาวิตสีลา ภาวิตจิตฺตา ภาวิตปญฺญา, ตโต เอว ปหีนราคโทสโมหา อริยธมฺมสฺส โกวิทา อริยธมฺเม สุวินีตา อริยธมฺมสฺส ทสฺสาวิโน สมฺมาปฏิปนฺนา, ตโต อาสนฺนภาวโต. วุตฺตมฺปิ เจตํ ภควตา –

‘‘โยชนสเต เจปิ เม, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิหเรยฺย, โส จ โหติ อนภิชฺฌาลุ กาเมสุ น ติพฺพสาราโค อพฺยาปนฺนจิตฺโต อปฺปทุฏฺฐมนสงฺกปฺโป อุปฏฺฐิตสฺสติ สมฺปชาโน สมาหิโต เอกคฺคจิตฺโต สํวุตินฺทฺริโย. อถ โข โส สนฺติเกว มยฺหํ, อหญฺจ ตสฺส. ตํ กิสฺส เหตุ? ธมฺมํ หิ โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปสฺสติ, ธมฺมํ ปสฺสนฺโต มํ ปสฺสตี’’ติ (อิติวุ. ๙๒).

ตถารูปา หิ ปุคฺคลา สตฺถุ โยชนสหสฺสนฺตริกาปิ โหนฺติ, น ตาวตา เต ‘‘สตฺถุ ทูรจาริโน’’ติ วตฺตพฺพา, ตถา สตฺถาปิ เนสํ. อิติ สปฺปุริสานํ อารกา อาสนฺเนติ อรหํ.

เย สมฺมา ปฏิปชฺชนฺติ, สุปฺปณีตาธิมุตฺติกา;

อารกา เตหิ อาสนฺเน, เตนาปิ อรหํ ชิโน.

เย อิเม ราคาทโย ปาปธมฺมา ยสฺมึ สนฺตาเน อุปฺปชฺชนฺติ, ตสฺส ทิฏฺฐธมฺมิกมฺปิ สมฺปรายิกมฺปิ อนตฺถํ อาวหนฺติ. นิพฺพานคามินิยา ปฏิปทาย เอกํเสเนว อุชุวิปจฺจนีกภูตา จ, เต อตฺตหิตํ, ปรหิตญฺจ ปริปูเรตุํ สมฺมา ปฏิปชฺชนฺเตหิ สาธูหิ ทูรโต รหิตพฺพา ปริจฺจชิตพฺพา ปหาตพฺพาติ รหา นาม, เต จ ยสฺมา ภควโต โพธิมูเลเยว อริยมคฺเคน สพฺพโส ปหีนา สมุจฺฉินฺนา. ยถาห –

‘‘ตถาคตสฺส โข, พฺราหฺมณ, ราโค ปหีโน โทโส โมโห, สพฺเพปิ ปาปกา อกุสลา ธมฺมา ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา’’ติ (ปารา. ๙-๑๐ อตฺถโต สมานํ).

ตสฺมา สพฺพโส น สนฺติ เอตสฺส รหาติ อรโหติ วตฺตพฺเพ โอการสฺส สานุสารํ อ-การาเทสํ กตฺวา ‘‘อรห’’นฺติ วุตฺตํ.

ปาปธมฺมา รหา นาม, สาธูหิ รหิตพฺพโต;

เตสํ สุฏฺฐุ ปหีนตฺตา, ภควา อรหํ มโต.

เย เต สพฺพโส ปริญฺญาตกฺขนฺธา ปหีนกิเลสา ภาวิตมคฺคา สจฺฉิกตนิโรธา อรหนฺโต ขีณาสวา, เย จ เสกฺขา อปฺปตฺตมานสา อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ ปตฺถยมานา วิหรนฺติ, เย จ ปริสุทฺธปโยคา กลฺยาณชฺฌาสยา สทฺธาสีลสุตาทิคุณสมฺปนฺนา ปุคฺคลา, เตหิ น รหิตพฺโพ น ปริจฺจชิตพฺโพ, เต จ ภควตาติ อรหํ. ตถา หิ อริยปุคฺคลา สตฺถารา ทิฏฺฐธมฺมสฺส ปจฺจกฺขกรณโต สตฺถุ ธมฺมสรีเรน อวิรหิตา เอว โหนฺติ. ยถาห อายสฺมา ปิงฺคิโย –

‘‘ปสฺสามิ นํ มนสา จกฺขุนาว,

รตฺตินฺทิวํ พฺราหฺมณ อปฺปมตฺโต;

นมสฺสมาโน วิวเสมิ รตฺตึ,

เตเนว มญฺญามิ อวิปฺปวาสํ.

‘‘สทฺธา จ ปีติ จ มโน สติ จ,

นาเปนฺติเม โคตมสาสนมฺหา;

ยํ ยํ ทิสํ วชติ ภูริปญฺโญ,

ส เตน เตเนว นโตหมสฺมี’’ติ. (สุ. นิ. ๑๑๔๘-๑๑๔๙);

เตเนว จ เต อญฺญํ สตฺถารํ น อุทฺทิสนฺติ. ยถาห –

‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล อญฺญํ สตฺถารํ อุทฺทิเสยฺยาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๘; อ. นิ. ๑.๒๗๖).

กลฺยาณปุถุชฺชนาปิ เยภุยฺเยน สตฺถริ นิจฺจลสทฺธา เอว โหนฺติ. อิติ สุปฺปฏิปนฺเนหิ ปุริสวิเสเสหิ อวิรหิตพฺพโต, เตสญฺจ อวิรหนโต น สนฺติ เอตสฺส รหา ปริจฺจชนกา, นตฺถิ วา เอตสฺส รโห สาธูหิ ปริจฺจชิตพฺพตาติ อรหํ.

‘‘เย สจฺฉิกตสทฺธมฺมา, อริยา สุทฺธโคจรา;

น เตหิ รหิโต โหติ, นาโถ เตนารหํ มโต’’ติ.

รโหติ จ คมนํ วุจฺจติ, ภควโต จ นานาคตีสุ ปริพฺภมนสงฺขาตํ สํสาเร คมนํ นตฺถิ กมฺมกฺขยกเรน อริยมคฺเคน โพธิมูเลเยว สพฺพโส สสมฺภารสฺส กมฺมวฏฺฏสฺส วิทฺธํสิตตฺตา. ยถาห –

‘‘เยน เทวูปปตฺยสฺส, คนฺธพฺโพ วา วิหงฺคโม;

ยกฺขตฺตํ เยน คจฺเฉยฺยํ, มนุสฺสตฺตญฺจ อพฺพเช;

เต มยฺหํ อาสวา ขีณา, วิทฺธสฺตา วินฬีกตา’’ติ. (อ. นิ. ๔.๓๖);

เอวํ นตฺถิ เอตสฺส รโหคมนํ คตีสุ ปจฺจาชาตีติปิ อรหํ.

รโห วา คมนํ ยสฺส, สํสาเร นตฺถิ สพฺพโส;

ปหีนชาติมรโณ, อรหํ สุคโต มโต.

ปาสํสตฺตา วา ภควา อรหํ. อกฺขรจินฺตกา หิ ปสํสายํ อรห-สทฺทํ วณฺเณนฺติ. ปาสํสภาโว จ ภควโต อนญฺญสาธารโณ ยถาภุจฺจคุณาธิคโต สเทวเก โลเก สุปฺปติฏฺฐิโต. ตถา เหส อนุตฺตเรน สีเลน อนุตฺตเรน สมาธินา อนุตฺตราย ปญฺญาย อนุตฺตราย วิมุตฺติยา อสโม อสมสโม อปฺปฏิโม อปฺปฏิภาโค อปฺปฏิปุคฺคโลติ เอวํ ตสฺมึ ตสฺมึ คุเณ วิภชิตฺวา วุจฺจมาเน ปณฺฑิตปุริเสหิ เทเวหิ พฺรเหฺมหิ ภควตา วา ปน ปริโยสาเปตุํ อสกฺกุเณยฺยรูโป. อิติ ปาสํสตฺตาปิ ภควา อรหํ.

คุเณหิ สทิโส นตฺถิ, ยสฺมา โลเก สเทวเก;

ตสฺมา ปาสํสิยตฺตาปิ, อรหํ ทฺวิปทุตฺตโม.

เอวํ สพฺพถาปิ –

‘‘อารกา มนฺทพุทฺธีนํ, อารกา จ วิชานตํ;

รหานํ สุปฺปหีนตฺตา, วิทูนมรเหยฺยโต;

ภเวสุ จ รหาภาวา, ปาสํสา อรหํ ชิโน’’ติ.

๑๓๑. สมฺมาติ อวิปรีตํ. สามนฺติ สยเมว. สมฺพุทฺโธติ หิ เอตฺถ สํ-สทฺโท ‘‘สย’’นฺติ เอตสฺส อตฺถสฺส โพธโก ทฏฺฐพฺโพ. สพฺพธมฺมานนฺติ อนวเสสานํ เญยฺยธมฺมานํ. กถํ ปเนตฺถ สพฺพธมฺมาวโพโธ ลพฺภตีติ? เอกเทสสฺส อคฺคหณโต. ปเทสคฺคหเณ หิ อสติ คเหตพฺพสฺส นิปฺปเทสตาว วิญฺญายติ ยถา ‘‘ทิกฺขิโต น ททาตี’’ติ. เอวญฺจ กตฺวา อตฺถวิเสสานเปกฺขา กตฺตริ เอว พุทฺธสทฺทสิทฺธิ เวทิตพฺพา กมฺมวจนิจฺฉาย อภาวโต. ‘‘สมฺมา สามํ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ เอตฺตกเมว หิ อิธ สทฺทโต ลพฺภติ, ‘‘สพฺพธมฺมาน’’นฺติ ปน อตฺถโต ลพฺภมานํ คเหตฺวา วุตฺตํ. น หิ พุชฺฌนกิริยา อวิสยา ยุชฺชติ.

อิทานิ ตสฺสา วิสยํ ‘‘สพฺพธมฺเม’’ติ สามญฺญโต วุตฺตํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อภิญฺเญยฺเย ธมฺเม’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อภิญฺเญยฺเยติ อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณน ชานิตพฺเพ. เก ปน เตติ? จตุสจฺจธมฺเม. อภิญฺเญยฺยโต พุทฺโธติ อภิญฺเญยฺยภาวโต พุชฺฌิ. ปุพฺพภาเค วิปสฺสนาปญฺญาย, อธิคมกฺขเณ มคฺคปญฺญาย, อปรภาเค สพฺพญฺญุตญฺญาณาทีหิ อญฺญาสีติ อตฺโถ. อิโต ปเรสุปิ เอเสว นโย. ปริญฺเญยฺเย ธมฺเมติ ทุกฺขํ อริยสจฺจมาห. ปหาตพฺเพติ สมุทยปกฺขิเย. สจฺฉิกาตพฺเพติ นิพฺพานํ สนฺธายาห. พหุวจนนิทฺเทโส ปน โสปาทิเสสาทิกํ ปริยายสิทฺธํ เภทํ คเหตฺวา กโต, อุทฺเทโส วา อยํ จตุสจฺจธมฺมานนฺติ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘จกฺขุํ ทุกฺขสจฺจ’’นฺติอาทิ. อุทฺเทโส จ อวินิจฺฉิตตฺถปริจฺเฉทสฺส ธมฺมสฺส วเสน กรียติ. อุทฺเทเสน หิ อุทฺทิสิยมานานํ ธมฺมานํ อตฺถิตามตฺตํ วุจฺจติ, น ปริจฺเฉโทติ อปริจฺเฉเทน พหุวจเนน วุตฺตํ ยถา ‘‘อปฺปจฺจยา ธมฺมา, อสงฺขตา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๗-๘). สจฺฉิกาตพฺเพติ วา ผลวิมุตฺตีนมฺปิ คหณํ, น นิพฺพานสฺเสวาติ พหุวจนนิทฺเทโส กโต. เอวญฺจ ภาเวตพฺเพติ เอตฺถ ฌานานมฺปิ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ.

คาถายํ ภาเวตพฺพญฺจาติ เอตฺถ จ-สทฺโท อวุตฺตสมุจฺจยตฺโถ, เตน สจฺฉิกาตพฺพสฺส คหณํ เวทิตพฺพํ. ตสฺมา พุทฺโธสฺมีติ ยสฺมา จตฺตาริ สจฺจานิ มยา พุทฺธานิ, สจฺจวินิมุตฺตญฺจ กิญฺจิ เญยฺยํ นตฺถิ, ตสฺมา สพฺพมฺปิ เญยฺยํ พุทฺโธสฺมิ, อพฺภญฺญาสินฺติ อตฺโถ.

๑๓๒. เอวํ สจฺจวเสน สามญฺญโต วุตฺตมตฺถํ ทฺวารารมฺมเณหิ สทฺธึ ทฺวารปฺปวตฺตธมฺเมหิ, ขนฺธาทีหิ จ สจฺจวเสเนว วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อปิ จา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ มูลการณภาเวนาติ สนฺเตสุปิ อวิชฺชาทีสุ อญฺเญสุ การเณสุ เตสมฺปิ มูลภูตการณภาเวน. ตณฺหา หิ กมฺมสฺส วิจิตฺตภาวเหตุโต, สหายภาวูปคมนโต จ ทุกฺขวิจิตฺตตาย ปธานการณํ. สมุฏฺฐาปิกาติ อุปฺปาทิกา. ปุริมตณฺหาติ ปุริมภวสิทฺธา ตณฺหา. อุภินฺนนฺติ จกฺขุสฺส, ตํสมุทยสฺส จ. อปฺปวตฺตีติ อปฺปวตฺตินิมิตฺตํ. นิโรธปชานนาติ สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน นิโรธสฺส ปฏิวิชฺฌนา. เอเกกปทุทฺธาเรนาติ ‘‘จกฺขุํ จกฺขุสมุทโย’’ติอาทินา เอเกกโกฏฺฐาสนิทฺธารเณน. ตณฺหายปิ ปริญฺเญยฺยภาวสพฺภาวโต, อุปาทานกฺขนฺธนฺโตคธตฺตา จ ทุกฺขสจฺจสงฺคหํ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปตณฺหาทโย ฉ ตณฺหากายา’’ติ วุตฺตํ.

กสิณานีติ กสิณชฺฌานานิ. ทฺวตฺตึสาการาติ ทฺวตฺตึส โกฏฺฐาสา, ตทารมฺมณชฺฌานานิ จ. นว ภวาติ กามภวาทโย ตโย, สญฺญีภวาทโย ตโย, เอกโวการภวาทโย ตโยติ นว ภวา. จตฺตาริ ฌานานีติ อคฺคหิตารมฺมณวิเสสานิ จตฺตาริ รูปาวจรชฺฌานานิ, วิปากชฺฌานานํ วา เอตํ คหณํ. เอตฺถ จ กุสลธมฺมานํ อุปนิสฺสยภูตา ตณฺหา สมุฏฺฐาปิกา ปุริมตณฺหาติ เวทิตพฺพา. กิริยธมฺมานํ ปน ยตฺถ เต ตสฺส อตฺตภาวสฺส การณภูตา.

อนุพุทฺโธติ พุชฺฌิตพฺพธมฺมสฺส อนุรูปโต พุทฺโธ. เตนาติ ตสฺมา. ยสฺมา สามญฺญโต, วิเสสโต จ เอเกกปทุทฺธาเรน สพฺพธมฺเม พุทฺโธ, ตสฺมา วุตฺตํ. กินฺติ อาห ‘‘สมฺมา สามญฺจ สพฺพธมฺมานํ พุทฺธตฺตา’’ติ, สพฺพสฺสปิ เญยฺยสฺส สพฺพาการโต อวิปรีตํ สยเมว อภิสมฺพุทฺธตฺตาติ อตฺโถ. อิมินาสฺส ปโรปเทสรหิตสฺส สพฺพากาเรน สพฺพธมฺมาวโพธนสมตฺถสฺส อากงฺขปฺปฏิพทฺธวุตฺติโน อนาวรณญาณสงฺขาตสฺส สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส อธิคโม ทสฺสิโต.

นนุ จ สพฺพญฺญุตญฺญาณโต อญฺญํ อนาวรณญาณํ, อญฺญถา ‘‘ฉ อสาธารณญาณานิ พุทฺธญาณานี’’ติ (ปฏิ. ม. มาติกา ๑.๗๓) วจนํ วิรุชฺเฌยฺยาติ? น วิรุชฺฌติ, วิสยปวตฺติเภทวเสน อญฺเญหิ อสาธารณภาวทสฺสนตฺถํ เอกสฺเสว ญาณสฺส ทฺวิธา วุตฺตตฺตา. เอกเมว หิ ตํ ญาณํ อนวเสสสงฺขตาสงฺขตสมฺมุติธมฺมวิสยตาย สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ตตฺถ จ อาวรณาภาวโต นิสฺสงฺคจารมุปาทาย ‘‘อนาวรณญาณ’’นฺติ วุตฺตํ. ยถาห ปฏิสมฺภิทายํ ‘‘สพฺพํ สงฺขตมสงฺขตํ อนวเสสํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ตตฺถ อาวรณํ นตฺถีติ อนาวรณญาณ’’นฺติอาทิ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๙). ตสฺมา นตฺถิ เนสํ อตฺถโต เภโท, เอกนฺเตน เจตํ เอวมิจฺฉิตพฺพํ. อญฺญถา สพฺพญฺญุตานาวรณญาณานํ สาธารณตา, อสพฺพธมฺมารมฺมณตา จ อาปชฺเชยฺย. น หิ ภควโต ญาณสฺส อณุมตฺตมฺปิ อาวรณํ อตฺถิ, อนาวรณญาณสฺส จ อสพฺพธมฺมารมฺมณภาเว ยตฺถ ตํ น ปวตฺตติ, ตตฺถาวรณสพฺภาวโต อนาวรณภาโวเยว น สิยา. อถ วา ปน โหตุ อญฺญเมว อนาวรณญาณํ สพฺพญฺญุตญฺญาณโต, อิธ ปน สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตวุตฺติตาย อนาวรณญาณนฺติ สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว อธิปฺเปตํ. ตสฺส จาธิคเมน ภควา ‘‘สพฺพญฺญู, สพฺพวิทู, สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ จ วุจฺจติ น สกึเยว สพฺพธมฺมาวโพธโต. ตถา จ วุตฺตํ ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๑.๑๖๒) ‘‘วิโมกฺขนฺติกเมตํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ โพธิยา มูเล สห สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ปฏิลาภา สจฺฉิกา ปญฺญตฺติ ยทิทํ ‘‘พุทฺโธ’’ติ. สพฺพธมฺมาวโพธนสมตฺถญาณสมธิคเมน หิ ภควโต สนฺตาเน อนวเสสธมฺเม ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถตา อโหสีติ.

เอตฺถาห – กึ ปนิทํ ญาณํ ปวตฺตมานํ สกึเยว สพฺพสฺมึ วิสเย ปวตฺตติ, อุทาหุ กเมนาติ? กิญฺเจตฺถ – ยทิ ตาว สกึเยว สพฺพสฺมึ วิสเย ปวตฺตติ, อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนอชฺฌตฺตพหิทฺธาทิเภทภินฺนานํ สงฺขตธมฺมานํ, อสงฺขตสมฺมุติธมฺมานญฺจ เอกชฺฌํ อุปฏฺฐาเน ทูรโต จิตฺตปฏํ เปกฺขนฺตสฺส วิย ปฏิวิภาเคนาวโพโธ น สิยา, ตถา จ สติ ‘‘สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ วิปสฺสนฺตานํ อนตฺตากาเรน วิย สพฺพธมฺมา อนิรูปิตรูเปน ภควโต ญาณสฺส วิสยา โหนฺตีติ อาปชฺชติ. เยปิ ‘‘สพฺพเญยฺยธมฺมานํ ฐิตลกฺขณวิสยํ วิกปฺปรหิตํ สพฺพกาลํ พุทฺธานํ ญาณํ ปวตฺตติ, เตน เต ‘สพฺพวิทู’ติ วุจฺจนฺติ, เอวญฺจ กตฺวา ‘จรํ สมาหิโต นาโค, ติฏฺฐนฺโตปิ สมาหิโต’ติ อิทมฺปิ วจนํ สุวุตฺตํ โหตี’’ติ วทนฺติ, เตสมฺปิ วุตฺตโทสานาติวตฺติ, ฐิตลกฺขณารมฺมณตาย จ อตีตานาคตสมฺมุติธมฺมานํ ตทภาวโต เอกเทสวิสยเมว ภควโต ญาณํ สิยา. ตสฺมา สกึเยว ญาณํ ปวตฺตตีติ น ยุชฺชติ.

อถ กเมน สพฺพสฺมึ วิสเย ญาณํ ปวตฺตติ? เอวมฺปิ น ยุชฺชติ. น หิ ชาติภูมิสภาวาทิวเสน, ทิสาเทสกาลาทิวเสน จ อเนกเภทภินฺเน เญยฺเย กเมน คยฺหมาเน ตสฺส อนวเสสปฏิเวโธ สมฺภวติ, อปริยนฺตภาวโต เญยฺยสฺส. เย ปน ‘‘อตฺถสฺส อวิสํวาทนโต เญยฺยสฺส เอกเทสํ ปจฺจกฺขํ กตฺวา ‘เสเสปิ เอว’นฺติ อธิมุจฺจิตฺวา ววตฺถาปเนน สพฺพญฺญู ภควา, ตญฺจ ญาณํ น อนุมานิกํ สํสยาภาวโต. สํสยานุพทฺธํ หิ โลเก อนุมานญาณ’’นฺติ วทนฺติ, เตสมฺปิ ตํ น ยุตฺตํ. สพฺพสฺส หิ อปฺปจฺจกฺขภาเว อตฺถาวิสํวาทเนน เญยฺยสฺส เอกเทสํ ปจฺจกฺขํ กตฺวา ‘‘เสเสปิ เอว’’นฺติ อธิมุจฺจิตฺวา ววตฺถาปนสฺส อสมฺภวโต. ยญฺหิ ตํ เสสํ, ตํ อปฺปจฺจกฺขนฺติ.

อถ ตมฺปิ ปจฺจกฺขํ, ตสฺส เสสภาโว เอว น สิยาติ? สพฺพเมตํ อการณํ. กสฺมา? อวิสยวิจารณภาวโต. วุตฺตํ เหตํ ภควตา ‘‘พุทฺธวิสโย, ภิกฺขเว, อจินฺเตยฺโย น จินฺเตตพฺโพ. โย จินฺเตยฺย, อุมฺมาทสฺส วิฆาตสฺส ภาคี อสฺสา’’ติ (อ. นิ. ๔.๗๗). อิทํ ปเนตฺถ สนฺนิฏฺฐานํ – ยํกิญฺจิ ภควตา ญาตุํ อิจฺฉิตํ สกลํ, เอกเทโส วา, ตตฺถ อปฺปฏิหตวุตฺติตาย ปจฺจกฺขโต ญาณํ ปวตฺตติ, นิจฺจสมาธานญฺจ วิกฺเขปาภาวโต. ญาตุํ อิจฺฉิตสฺส จ สกลสฺส อวิสยภาเว ตสฺส อากงฺขปฺปฏิพทฺธวุตฺติตา น สิยา, เอกนฺเตเนว สา อิจฺฉิตพฺพา ‘‘สพฺเพ ธมฺมา พุทฺธสฺส ภควโต อาวชฺชนปฺปฏิพทฺธา อากงฺขปฺปฏิพทฺธา มนสิการปฺปฏิพทฺธา จิตฺตุปฺปาทปฺปฏิพทฺธา’’ติ วจนโต. อตีตานาคตวิสยมฺปิ ภควโต ญาณํ อนุมานาคมตกฺกคฺคหณวิรหิตตฺตา ปจฺจกฺขเมว.

นนุ จ เอตสฺมึ ปกฺเข ยทา สกลํ ญาตุํ อิจฺฉิตํ, ตทา สกึเยว สกลวิสยตาย อนิรูปิตรูเปน ภควโต ญาณํ ปวตฺเตยฺยาติ วุตฺตโทสานาติวตฺติเยวาติ? น, ตสฺส วิโสธิตตฺตา. วิโสธิโต หิ โส พุทฺธวิสโย อจินฺเตยฺโยติ. อญฺญถา ปจุรชนญาณสมานวุตฺติตาย พุทฺธานํ ภควนฺตานํ ญาณสฺส อจินฺเตยฺยตา น สิยา. ตสฺมา สกลธมฺมารมฺมณมฺปิ ตํ เอกธมฺมารมฺมณํ วิย สุววตฺถาปิเตเยว เต ธมฺเม กตฺวา ปวตฺตตีติ อิทเมตฺถ อจินฺเตยฺยํ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ยาวตกํ เญยฺยํ, ตาวตกํ ญาณํ. ยาวตกํ ญาณํ, ตาวตกํ เญยฺยํ. เญยฺยปริยนฺติกํ ญาณํ, ญาณปริยนฺติกํ เญยฺย’’นฺติ (มหานิ. ๖๙; จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕). เอวเมกชฺฌํ, วิสุํ, สกึ, กเมน วา อิจฺฉานุรูปํ สมฺมา สามญฺจ สพฺพธมฺมานํ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺโธ.

๑๓๓. วิชฺชาหีติ เอตฺถ วินฺทิยํ วินฺทตีติ วิชฺชา, ยาถาวโต อุปลพฺภตีติ อตฺโถ. อตฺตโน วา ปฏิปกฺขสฺส วิชฺฌนฏฺเฐน วิชฺชา, ตโมกฺขนฺธาทิกสฺส ปทาลนฏฺเฐนาติ อตฺโถ. ตโต เอว อตฺตโน วิสยสฺส วิทิตกรณฏฺเฐนปิ วิชฺชา. สมฺปนฺนตฺตาติ สมนฺนาคตตฺตา, ปริปุณฺณตฺตา วา, อวิกลตฺตาติ อตฺโถ. ติสฺสนฺนํ, อฏฺฐนฺนํ จ วิชฺชานํ ตตฺถ ตตฺถ สุตฺเต คหณํ วิเนยฺยชฺฌาสยวเสนาติ ทฏฺฐพฺพํ. สตฺต สทฺธมฺมา นาม สทฺธา หิรี โอตฺตปฺปํ พาหุสจฺจํ วีริยํ สติ ปญฺญา จ. เย สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อิธ ภิกฺขุ สทฺโธ โหตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๑๐.๑๑). จตฺตาริ ฌานานีติ ยานิ กานิจิ จตฺตาริ รูปาวจรชฺฌานานิ.

กสฺมา ปเนตฺถ สีลาทโย ปนฺนรเสว ‘‘จรณ’’นฺติ วุตฺตาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘อิเมเยว หี’’ติอาทิ. เตน เตสํ สิกฺขตฺตยสงฺคหโต นิพฺพานุปคมเน เอกํสโต สาธนภาวมาห. อิทานิ ตทตฺถสาธนาย อาคมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถาหา’’ติอาทิมาห. ภควาติอาทิ วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส นิคมนวเสน วุตฺตํ.

นนุ จายํ วิชฺชาจรณสมฺปทา สาวเกสุปิ ลพฺภตีติ? กิญฺจาปิ ลพฺภติ, น ปน ตถา, ยถา ภควโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ วิชฺชาสมฺปทา’’ติอาทิ วุตฺตํ. จรณธมฺมปริยาปนฺนตฺตา กรุณาพฺรหฺมวิหารสฺส, โส เจตฺถ มหคฺคตภาวปฺปตฺตา สาธารณภาโวติ อาห ‘‘จรณสมฺปทา มหาการุณิกตํ ปูเรตฺวา ฐิตา’’ติ. ยถา สตฺตานํ อนตฺถํ ปริวชฺเชตฺวา อตฺเถ นิโยชนํ ปญฺญาย วินา น โหติ, เอวํ เนสํ อตฺถานตฺถชานนํ สตฺถุ กรุณาย วินา น โหตีติ อุภยมฺปิ อุภยตฺถ สกิจฺจกเมว สิยา. ยตฺถ ปน ยสฺสา ปธานภาโว, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โส สพฺพญฺญุตายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยถา ตํ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโนติ ยถา อญฺโญปิ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน, เตน วิชฺชาจรณสมฺปนฺนสฺเสวายํ อาเวณิกา ปฏิปตฺตีติ ทสฺเสติ. สา ปนายํ สตฺถุ วิชฺชาจรณสมฺปทา สาสนสฺส นิยฺยานิกตาย สาวกานํ สมฺมาปฏิปตฺติยา เอกนฺตการณนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘เตนสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

เอตฺถ จ วิชฺชาสมฺปทาย สตฺถุ ปญฺญามหตฺตํ ปกาสิตํ โหติ, จรณสมฺปทาย กรุณามหตฺตํ. เตสุ ปญฺญาย ภควโต ธมฺมรชฺชปฺปตฺติ, กรุณาย ธมฺมสํวิภาโค. ปญฺญาย สํสารทุกฺขนิพฺพิทา, กรุณาย สํสารทุกฺขสหนํ. ปญฺญาย ปรทุกฺขปริชานนํ, กรุณาย ปรทุกฺขปติการารมฺโภ. ปญฺญาย ปรินิพฺพานาภิมุขภาโว, กรุณาย ตทธิคโม. ปญฺญาย สยํ ตรณํ, กรุณาย ปเรสํ ตารณํ. ปญฺญาย พุทฺธภาวสิทฺธิ, กรุณาย พุทฺธกิจฺจสิทฺธิ. กรุณาย วา โพธิสตฺตภูมิยํ สํสาราภิมุขภาโว, ปญฺญาย ตตฺถ อนภิรติ. ตถา กรุณาย ปเรสํ อภึสาปนํ, ปญฺญาย สยํ ปเรหิ อภายนํ. กรุณาย ปรํ รกฺขนฺโต อตฺตานํ รกฺขติ, ปญฺญาย อตฺตานํ รกฺขนฺโต ปรํ รกฺขติ. ตถา กรุณาย อปรนฺตโป, ปญฺญาย อนตฺตนฺตโป. เตน อตฺตหิตาย ปฏิปนฺนาทีสุ จตูสุ ปุคฺคเลสุ จตุตฺถปุคฺคลภาโว สิทฺโธ โหติ. ตถา กรุณาย โลกนาถตา, ปญฺญาย อตฺตนาถตา. กรุณาย จสฺส นินฺนตาภาโว, ปญฺญาย อุนฺนมาภาโว. ตถา กรุณาย สพฺพสตฺเตสุ ชนิตานุคฺคโห ปญฺญานุคตตฺตา น จ น สพฺพตฺถ วิรตฺตจิตฺโต, ปญฺญาย สพฺพธมฺเมสุ วิรตฺตจิตฺโต กรุณานุคตตฺตา น จ น สพฺพสตฺตานุคฺคหาย ปวตฺโต. ยถา หิ กรุณา ภควโต สิเนหโสกวิรหิตา, เอวํ ปญฺญา อหํการมมํการวินิมุตฺตาติ อญฺญมญฺญวิโสธิตา ปรมวิสุทฺธา คุณวิเสสา วิชฺชาจรณสมฺปทาหิ ปกาสิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

๑๓๔. คมนมฺปิ หิ คตนฺติ วุจฺจติ ‘‘คเต ฐิเต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๑๔; ๒.๓๗๖). โสภนนฺติ สุภํ. สุภภาโว วิสุทฺธตาย, วิสุทฺธตา โทสวิคเมนาติ อาห ‘‘ปริสุทฺธมนวชฺช’’นฺติ. คมนญฺจ นาม พหุวิธนฺติ อิธาธิปฺเปตํ คมนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อริยมคฺโค’’ติ อาห. โส หิ นิพฺพานสฺส คติ อธิคโมติ กตฺวา ‘‘คตํ, คมน’’นฺติ จ วุจฺจติ. อิทานิ ตสฺเสว คหเณ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘เตน เหสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เขมํ ทิสนฺติ นิพฺพานํ. อสชฺชมาโนติ ปริปนฺถาภาเวน สุคติคมเนปิ อสชฺชนฺโต สงฺคํ อกโรนฺโต, ปเคว อิตรตฺถ. อถ วา เอกาสเน นิสีทิตฺวา ขิปฺปภิญฺญาวเสเนว จตุนฺนมฺปิ มคฺคานํ ปฏิลทฺธภาวโต อสชฺชมาโน อสชฺชนฺโต คโต. ยํ คมนํ คจฺฉนฺโต สพฺพมนตฺถํ อปหรติ, สพฺพญฺจ อนุตฺตรํ สมฺปตฺตึ อาวหติ, ตเทว โสภนํ นาม. เตน จ ภควา คโตติ อาห ‘‘อิติ โสภนคมนตฺตา สุคโต’’ติ โสภนตฺโถ สุ-สทฺโทติ กตฺวา.

อสุนฺทรานํ ทุกฺขานํ สงฺขารปฺปวตฺตีนํ อภาวโต อจฺจนฺตสุขตฺตา เอกนฺตโต สุนฺทรํ นาม อสงฺขตา ธาตูติ อาห ‘‘สุนฺทรญฺเจส ฐานํ คโต อมตํ นิพฺพาน’’นฺติ. เตนาห ภควา ‘‘นิพฺพานํ ปรมํ สุข’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๒๑๕; ธ. ป. ๒๐๓-๒๐๔). สมฺมาติ สุฏฺฐุ. สุฏฺฐุ คมนญฺจ นาม ปฏิปกฺเขน อนภิภูตสฺส คมนนฺติ อาห ‘‘ปหีเน กิเลเส ปุน อปจฺจาคจฺฉนฺโต’’ติ. อิทญฺจ สิขาปฺปตฺตํ สมฺมาคมนํ, ยาย อาคมนียปฏิปทาย สิทฺธํ, สาปิ สมฺมาคมนเมวาติ เอวมฺปิ ภควา สุคโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘สมฺมา วา คโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. สมฺมาปฏิปตฺติยาติ สมฺมาสมฺโพธิยา สมฺปาปเน อวิปรีตปฏิปตฺติยา. ‘‘สพฺพโลกสฺส หิตสุขเมว กโรนฺโต’’ติ เอเตน มหาโพธิยา ปฏิปทา อวิภาเคน สพฺพสตฺตานํ สพฺพทา หิตสุขาวหภาเวเนว ปวตฺตตีติ ทสฺเสติ. ‘‘สสฺสตํ อุจฺเฉทนฺติ อิเม อนฺเต อนุปคจฺฉนฺโต คโต’’ติ เอเตน ปฏิจฺจสมุปฺปาทคตึ ทสฺเสติ. ‘‘กามสุขํ อตฺตกิลมถนฺติ อิเม อนุปคจฺฉนฺโต คโต’’ติ เอเตน อริยมคฺคคตึ ทสฺเสติ.

ตตฺราติ ยุตฺตฏฺฐาเน ยุตฺตสฺเสว ภาสเน นิปฺผาเทตพฺเพ, สาเธตพฺเพ เจตํ ภุมฺมํ. อภูตนฺติ อภูตตฺถํ. อตฺถมุเขน หิ วาจาย อภูตตา, ภูตตา วา. อตจฺฉนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. อภูตนฺติ วา อสนฺตํ อวิชฺชมานํ. อตจฺฉนฺติ อตถาการํ อญฺญถาสนฺตํ. อนตฺถสญฺหิตนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิเกน, สมฺปรายิเกน วา อนตฺเถน สญฺหิตํ, อนตฺถาวหํ. น อตฺโถติ อนตฺโถ, อตฺถสฺส ปฏิปกฺโข, อภาโว จ, เตน สญฺหิตํ, ปิสุณวาจํ, สมฺผปฺปลาปญฺจาติ อตฺโถ. เอวเมตฺถ จตุพฺพิธสฺสาปิ วจีทุจฺจริตสฺส สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. เอตฺถ จ ปฐมา วาจา สีลวนฺตํ ‘‘ทุสฺสีโล’’ติ, อจณฺฑาลาทิเมว ‘‘จณฺฑาโล’’ติอาทินา ภาสมานสฺส ทฏฺฐพฺพา. ทุติยา ทุสฺสีลํ ‘‘ทุสฺสีโล’’ติ, จณฺฑาลาทิเมว ‘‘จณฺฑาโล’’ติอาทินา อวินเยน ภาสมานสฺส. ตติยา เนรยิกาทิกสฺส เนรยิกาทิภาววิภาวนีกถา ยถา ‘‘อาปายิโก เทวทตฺโต เนรยิโก’’ติอาทิกา (จูฬว. ๓๔๘). จตุตฺถี ‘‘เวทวิหิเตน ยญฺญวิธินา ปาณาติปาตาทิกตํ สุคตึ อาวหตี’’ติ โลกสฺส พฺยาโมหนกถา. ปญฺจมี ภูเตน เปสุญฺญูปสํหาราทิกถา. ฉฏฺฐา ยุตฺตปฺปตฺตฏฺฐาเน ปวตฺติตา ทานสีลาทิกถา เวทิตพฺพา. เอวํ สมฺมา คทตฺตาติ ยถาวุตฺตํ อภูตาทึ วชฺเชตฺวา ภูตํ ตจฺฉํ อตฺถสญฺหิตํ ปิยํ มนาปํ ตโต เอว สมฺมา สุฏฺฐุ คทนโต สุคโต ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา. อาปาถคมนมตฺเตน กสฺสจิ อปฺปิยมฺปิ หิ ภควโต วจนํ ปิยํ มนาปเมว อตฺถสิทฺธิยา โลกสฺส หิตสุขาวหตฺตา.

อปิจ โสภนํ คตํ คมนํ เอตสฺสาติ สุคโต. ภควโต หิ เวเนยฺยชนุปสงฺกมนํ เอกนฺเตน เตสํ หิตสุขนิปฺผาทนโต โสภนํ ภทฺทกํ. ตถา ลกฺขณานุพฺยญฺชนปฏิมณฺฑิตรูปกายตาย ทุตวิลมฺพิตขลิตานุกฑฺฒนนิปฺปีฬนุกฺกุฏิกกุฏิลากุลตาทิโทสรหิตวิลาสิตราชหํสวสภวารณมิคราชคมนํ กายคมนํ, ญาณคมนญฺจ วิปุลนิมฺมลกรุณาสติวีริยาทิคุณวิเสสสหิตํ อภินีหารโต ยาว มหาโพธิ อนวชฺชตาย, สตฺตานํ หิตสุขาวหตาย จ โสภนเมว. อถ วา สยมฺภูญาเณน สกลมฺปิ โลกํ ปริญฺญาภิสมยวเสน ปริชานนฺโต สมฺมา คโต อวคโตติ สุคโต. ตถา โลกสมุทยํ ปหานาภิสมยวเสน ปชหนฺโต อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปาเทนฺโต สมฺมา คโต อตีโตติ สุคโต. โลกนิโรธํ นิพฺพานํ สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน สมฺมา คโต อธิคโตติ สุคโต. โลกนิโรธคามินึ ปฏิปทํ ภาวนาภิสมยวเสน สมฺมา คโต ปฏิปนฺโนติ สุคโต. ตถา ยํ อิมสฺส สเทวกสฺส โลกสฺส ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา, สพฺพํ ตํ หตฺถตเล อามลกํ วิย สมฺมา ปจฺจกฺขโต คโต อพฺภญฺญาสีติ สุคโต.

๑๓๕. สพฺพถาติ สพฺพปฺปกาเรน. โย โย โลโก ยถา ยถา เวทิตพฺโพ, ตถา ตถา. เต ปน ปกาเร ทสฺเสตุํ ‘‘สภาวโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สภาวโตติ ทุกฺขสภาวโต. สพฺโพ หิ โลโก ทุกฺขสภาโว. ยถาห ‘‘สํขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา’’ติ (มหาว. ๑๔; ที. นิ. ๒.๓๘๗). สมุทยโตติ ยโต โส สมุเทติ, ตโต ตณฺหาทิโต. นิโรธโตติ ยตฺถ โส นิรุชฺฌติ, ตโต วิสงฺขารโต. นิโรธูปายโตติ เยน วิธินา โส นิโรโธ ปตฺตพฺโพ, ตโต อริยมคฺคโต, อิโต อญฺญสฺส ปการสฺส อภาวา.

อิติ ‘‘สพฺพถา โลกํ อเวที’’ติ วตฺวา ตทตฺถสาธกํ สุตฺตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยตฺถ โข อาวุโส’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘น ชายตี’’ติอาทินา อุชุกํ ชาติอาทีนิ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘น จวติ น อุปปชฺชตี’’ติ ปททฺวเยน อปราปรํ จวนุปปชฺชนานิ ปฏิกฺขิปติ. เกจิ ปน ‘‘น ชายตีติอาทิ คพฺภเสยฺยกวเสน วุตฺตํ, อิตรํ โอปปาติกวเสนา’’ติ วทนฺติ. ตนฺติ ชาติอาทิรหิตํ. คมเนนาติ ปทสา คมเนน. ญาเตยฺยนฺติ ชานิตพฺพํ. ‘‘ญาตาย’’นฺติ วา ปาโฐ, ญาตา อยํ นิพฺพานตฺถิโกติ อธิปฺปาโย.

กามํ ปาทคมเนน คนฺตฺวา โลกสฺสนฺตํ ญาตุํ, ทฏฺฐุํ, ปตฺตุํ วา น สกฺกา, อปิจ ปริมิตปริจฺฉินฺนฏฺฐาเน ตํ ปญฺญาเปตฺวา ทสฺเสมีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สสญฺญิมฺหีติ สญฺญาสหิเต. ตโต เอว สมนเก สวิญฺญาณเก. อวิญฺญาณเก ปน อุตุสมุฏฺฐานรูปสมุทายมตฺเต ปญฺญาเปตุํ น สกฺกาติ อธิปฺปาโย. โลกนฺติ ขนฺธาทิโลกํ. โลกนิโรธนฺติ ตสฺส โลกสฺส นิรุชฺฌนํ, นิพฺพานเมว วา. อเทสมฺปิ หิ ตํ เยสํ นิโรโธ, เตสํ วเสน อุปจารโต, เทสโตปิ นิทฺทิสียติ ยถา ‘‘จกฺขุํ โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ, เอตฺเถสา ตณฺหา ปหียมานา ปหียติ, เอตฺถ นิรุชฺฌมานา นิรุชฺฌตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๔๐๑; ม. นิ. ๑.๑๓๔; วิภ. ๒๐๔).

คมเนนาติ ปากติกคมเนน. โลกสฺสนฺโตติ สงฺขารโลกสฺส อนฺโต อนฺตกิริยาเหตุภูตํ นิพฺพานํ. กุทาจนนฺติ กทาจิปิ. อปตฺวาติ อคฺคมคฺเคน อนธิคนฺตฺวา. ปโมจนนฺติ ปมุตฺติ นิสฺสรณํ. ตสฺมาติ ยสฺมา โลกสฺสนฺตํ อปตฺวา วฏฺฏทุกฺขโต มุตฺติ นตฺถิ, ตสฺมา. หเวติ นิปาตมตฺตํ. โลกวิทูติ สภาวาทิโต สพฺพํ โลกํ ชานนฺโต. สุเมโธติ สุนฺทรปญฺโญ. โลกนฺตคูติ ปริญฺญาภิสมเยน โลกํ วิทิตฺวา ปหานาภิสมเยน โลกนฺตคู. มคฺคพฺรหฺมจริยวาสสฺส ปรินิฏฺฐิตตฺตา วุสิตพฺรหฺมจริโย. สพฺเพสํ กิเลสานํ สมิตตฺตา, จตุสจฺจธมฺมานํ วา อภิสมิตตฺตา สมิตาวี. นาสีสติ น ปตฺเถติ. ยถา อิมํ โลกํ, เอวํ ปรญฺจ โลกํ อปฺปฏิสนฺธิกตฺตา.

๑๓๖. เอวํ ยทิปิ โลกวิทุตา อนวเสสโต ทสฺสิตา สภาวโต ทสฺสิตตฺตา, โลโก ปน เอกเทเสเนว วุตฺโตติ ตํ อนวเสสโต ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจ ตโย โลกา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อินฺทฺริยพทฺธานํ ขนฺธานํ สมูโห, สนฺตาโน จ สตฺตโลโก. รูปาทีสุ สตฺตวิสตฺตตาย สตฺโต, โลกียนฺติ เอตฺถ กุสลากุสลํ, ตพฺพิปาโก จาติ โลโกติ. อนินฺทฺริยพทฺธานํ รูปาทีนํ สมูโห, สนฺตาโน จ โอกาสโลโก โลกิยนฺติ เอตฺถ ตสา, ถาวรา จ, เตสญฺจ โอกาสภูโตติ. ตทาธารตาย เหส ‘‘ภาชนโลโก’’ติปิ วุจฺจติ. อุภเยปิ ขนฺธา สงฺขารโลโก ปจฺจเยหิ สงฺขรียนฺติ, ลุชฺชนฺติ ปลุชฺชนฺติ จาติ. อาหารฏฺฐิติกาติ ปจฺจยฏฺฐิติกา, ปจฺจยายตฺตวุตฺติกาติ อตฺโถ. ปจฺจยตฺโถ เหตฺถ อาหาร-สทฺโท ‘‘อยมาหาโร อนุปฺปนฺนสฺส วา กามจฺฉนฺทสฺส อุปฺปาทายา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๒๓๒) วิย. เอวํ หิ ‘‘สพฺเพ สตฺตา’’ติ อิมินา อสญฺญสตฺตาปิ ปริคฺคหิตา โหนฺติ. สา ปนายํ อาหารฏฺฐิติกตา นิปฺปริยายโต สงฺขารธมฺโม, น สตฺตธมฺโมติ อาห ‘‘อาหารฏฺฐิติกาติ อาคตฏฺฐาเน สงฺขารโลโก เวทิตพฺโพ’’ติ.

ยทิ เอวํ ‘‘สพฺเพ สตฺตา’’ติ อิทํ กถนฺติ? ปุคฺคลาธิฏฺฐานา เทสนาติ นายํ โทโส. ยถา อญฺญตฺถาปิ ‘‘เอกธมฺเม, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สมฺมา นิพฺพินฺทมาโน สมฺมา วิรชฺชมาโน สมฺมา วิมุจฺจมาโน สมฺมา ปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมทตฺถํ อภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ. กตมสฺมึ เอกธมฺเม? สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๒๗). ทิฏฺฐิคติกานํ สสฺสตาทิวเสน ‘‘อตฺตา, โลโก’’ติ จ ปริกปฺปนา เยภุยฺเยน สตฺตวิสยา, น สงฺขารวิสยาติ อาห ‘‘สสฺสโต โลโกติ วา อสสฺสโต โลโกติ วา อาคตฏฺฐาเน สตฺตโลโก เวทิตพฺโพ’’ติ.

ยาวตา จนฺทิมสูริยา ปริหรนฺตีติ ยตฺตเก ฐาเน จนฺทิมสูริยา ปริวตฺตนฺติ ปริพฺภมนฺติ. ทิสา ภนฺติ วิโรจมานาติ เตสํ ปริพฺภมเนเนว ตา ทิสา ปภสฺสรา หุตฺวา วิโรจนฺติ. ตาว สหสฺสธา โลโกติ ตตฺตกํ สหสฺสปฺปกาโร โอกาสโลโก, สหสฺสโลกธาตุโยติ อตฺโถ. ‘‘ตาว สหสฺสวา’’ติ วา ปาโฐ.

ตมฺปีติ ตํ ติวิธมฺปิ โลกํ. ตถา หิสฺส สพฺพถาปิ วิทิโตติ สมฺพนฺโธ. เอโก โลโกติ ‘‘สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา’’ติ ยาย ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย กถาย สพฺเพสํ สงฺขารานํ ปจฺจยายตฺตวุตฺติตา วุตฺตา, ตาย สพฺโพ สงฺขารโลโก เอโก เอกวิโธ ปการนฺตรสฺส อภาวโต. เทฺว โลกาติอาทีสุปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. นาม-คฺคหเณน เจตฺถ นิพฺพานสฺส อคฺคหณํ, ตสฺส อโลกสภาวตฺตา. นนุ จ ‘‘อาหารฏฺฐิติกา’’ติ เอตฺถ ปจฺจยายตฺตวุตฺติตาย มคฺคผลธมฺมานมฺปิ โลกตา อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ, ปริญฺเญยฺยานํ ทุกฺขสจฺจธมฺมานํ อิธ ‘‘โลโก’’ติ อธิปฺเปตตฺตา. อถ วา ‘‘น ลุชฺชติ น ปลุชฺชตี’’ติ โย คหิโต ตถา น โหติ, โส โลโกติ ตํคหณรหิตานํ โลกุตฺตรานํ นตฺถิ โลกตา. อุปาทานานํ อารมฺมณภูตา ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา. ทสายตนานีติ ทส รูปายตนานิ.

เอตฺถ จ ‘‘อาหารฏฺฐิติกา’’ติ ปจฺจยายตฺตวุตฺติตาวจเนน สงฺขารานํ อนิจฺจตา. ตาย จ ‘‘ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขํ. ยํ ทุกฺขํ, ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๕) วจนโต ทุกฺขานตฺตตา จ ปกาสิตา โหนฺตีติ ตีณิปิ สามญฺญลกฺขณานิ คหิตานิ. นามนฺติ จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธา, เต จ อตฺถโต ผสฺสาทโย. รูปนฺติ ภูตุปาทายรูปานิ, ตานิ จ อตฺถโต ปถวีอาทโยติ อวิเสเสเนว สลกฺขณโต สงฺขารา คหิตา. ตคฺคหเณเนว เย เตสํ วิเสสา กุสลาทโย, เหตุอาทโย จ, เตปิ คหิตา เอว โหนฺตีติ อาห ‘‘อิติ อยํ สงฺขารโลโกปิ สพฺพถา วิทิโต’’ติ.

อาคมฺม จิตฺตํ เสติ เอตฺถาติ อาสโย มิคาสโย วิย. ยถา มิโค โคจราย คนฺตฺวา ปจฺจาคนฺตฺวา ตตฺเถว วนคหเน สยตีติ โส ตสฺส อาสโย, เอวํ อญฺญถา ปวตฺติตฺวาปิ จิตฺตํ อาคมฺม ยตฺถ เสติ, โส ตสฺส อาสโยติ วุจฺจติ. โส ปน สสฺสตทิฏฺฐิอาทิวเสน จตุพฺพิโธ. วุตฺตญฺจ –

‘‘สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิ จ, ขนฺติ เจวานุโลมิกา;

ยถาภูตญฺจ ยํ ญาณํ, เอตํ อาสยสทฺทิต’’นฺติ.

ตตฺถ สพฺพทิฏฺฐีนํ สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐีหิ สงฺคหิตตฺตา สพฺเพปิ ทิฏฺฐิคติกา สตฺตา อิมา เอว เทฺว ทิฏฺฐิโย สนฺนิสฺสิตา. ยถาห ‘‘ทฺวยนิสฺสิโต ขฺวายํ, กจฺจาน, โลโก เยภุยฺเยน อตฺถิตญฺจ นตฺถิตญฺจา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๕). อตฺถิตาติ หิ สสฺสตคฺคาโห อธิปฺเปโต, นตฺถิตาติ อุจฺเฉทคฺคาโห. อยํ ตาว วฏฺฏนิสฺสิตานํ ปุถุชฺชนานํ อาสโย. วิวฏฺฏนิสฺสิตานํ ปน สุทฺธสตฺตานํ อนุโลมิกา ขนฺติ, ยถาภูตญาณนฺติ ทุวิโธ อาสโย.

อาสยํ ชานาตีติ จตุพฺพิธมฺปิ สตฺตานํ อาสยํ ชานาติ. ชานนฺโต จ เตสํ ทิฏฺฐิคตานํ, เตสญฺจ ญาณานํ อปฺปวตฺติกฺขเณปิ ชานาติ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘กามํ เสวนฺตญฺเญว ชานาติ ‘อยํ ปุคฺคโล กามครุโก กามาสโย กามาธิมุตฺโต’ติ, กามํ เสวนฺตญฺเญว ชานาติ ‘อยํ ปุคฺคโล เนกฺขมฺมครุโก เนกฺขมฺมาสโย เนกฺขมฺมาธิมุตฺโต’ติ’’อาทิ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๓).

อปฺปหีนภาเวน สนฺตาเน อนุ อนุ สยนฺตีติ อนุสยา, อนุรูปํ การณํ ลภิตฺวา อุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. เอเตน เนสํ การณลาเภ อุปฺปชฺชนารหตํ ทสฺเสติ. อปฺปหีนา หิ กิเลสา การณลาเภ สติ อุปฺปชฺชนฺติ. เก ปน เต? ราคาทโย สตฺต อนาคตา กิเลสา, อตีตา, ปจฺจุปฺปนฺนา จ ตํสภาวตฺตา ตถา วุจฺจนฺติ. น หิ ธมฺมานํ กาลเภเทน สภาวเภโท อตฺถิ. ตํ สตฺตวิธํ อนุสยํ ตสฺส ตสฺส สตฺตสฺส สนฺตาเน ปโรปรภาเวน ปวตฺตมานํ ชานาติ.

จริตนฺติ สุจริตทุจฺจริตํ. ตํ หิ วิภงฺเค (วิภ. ๘๑๔, ๘๑๗) จริตนิทฺเทเส นิทฺทิฏฺฐํ. อถ วา จริตนฺติ จริยา เวทิตพฺพา. ตา ปน ราคโทสโมหสทฺธาพุทฺธิวิตกฺกวเสน ฉ มูลจริยา, ตาสํ อปริยนฺโต อนฺตรเภโท, สํสคฺคเภโท ปน เตสฏฺฐิวิโธ. ตํ จริตํ สภาวโต สํกิเลสโวทานโต สมุฏฺฐานโต ผลโต นิสฺสนฺทโตติ เอวมาทินา ปกาเรน ชานาติ.

อธิมุตฺติ อชฺฌาสยธาตุ. สา ทุวิธา หีนาธิมุตฺติ ปณีตาธิมุตฺตีติ. ยาย หีนาธิมุตฺติกา สตฺตา หีนาธิมุตฺติเกเยว เสวนฺติ, ปณีตาธิมุตฺติกา จ ปณีตาธิมุตฺติเกเยว. สา อชฺฌาสยธาตุ อชฺฌาสยสภาโว อธิมุตฺติ. ตํ อธิมุตฺตึ ชานาติ ‘‘อิมสฺส อธิมุตฺติ หีนา, อิมสฺส ปณีตา’’ติ, ตตฺถาปิ ‘‘อิมสฺส มุทุ, อิมสฺส มุทุตรา, อิมสฺส มุทุตมา’’ติอาทินา. อินฺทฺริยานํ หิ ติกฺขมุทุภาวาทินา ยถารหํ อธิมุตฺติยา ติกฺขมุทุภาวาทิโก เวทิตพฺโพ. ตถา หิ วุตฺตํ สมฺโมหวิโนทนียํ (วิภ. อฏฺฐ. ๘๑๘, ๘๒๐) ‘‘เหฏฺฐา คหิตาปิ อธิมุตฺติ อิธ สตฺตานํ ติกฺขินฺทฺริยมุทินฺทฺริยภาวทสฺสนตฺถํ ปุน คหิตา’’ติ.

อปฺปรชํ อกฺขํ เอเตสนฺติ อปฺปรชกฺขา, อปฺปํ วา รชํ ปญฺญามเย อกฺขิมฺหิ เอเตสนฺติ อปฺปรชกฺขา, อนุสฺสทราคาทิรชา สตฺตา, เต อปฺปรชกฺเข. มหารชกฺเขติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อุสฺสทราคาทิรชา มหารชกฺขา.

ติกฺขินฺทฺริเยติ ติขิเณหิ สทฺธาทีหิ อินฺทฺริเยหิ สมนฺนาคเต. มุทินฺทฺริเยติ มุทุเกหิ สทฺธาทีหิ อินฺทฺริเยหิ สมนฺนาคเต. อุปนิสฺสยอินฺทฺริยานิ นาม อิธาธิปฺเปตานิ. สฺวากาเรติ สุนฺทรากาเร กลฺยาณปกติเก, วิวฏฺฏชฺฌาสเยติ อตฺโถ. สุวิญฺญาปเยติ สมฺมตฺตนิยามํ วิญฺญาเปตุํ สุกเร สทฺเธ, ปญฺญวนฺเต จ. ภพฺเพ อภพฺเพติ เอตฺถ ภพฺเพติ กมฺมาวรณกิเลสาวรณวิปากาวรณรหิเต. วุตฺตวิปริยาเยน ทฺวาการทุวิญฺญาปยาภพฺพา เวทิตพฺพา. เอตฺถ จ ‘‘อิมสฺส ราครโช อปฺโป, อิมสฺส โทสรโช อปฺโป’’ติอาทินา อปฺปรชกฺเขสุ ชานนํ เวทิตพฺพํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ตสฺมาติ ยสฺมา ภควา อปริมาเณ สตฺเต อาสยาทิโต อนวเสเสตฺวา ชานาติ, ตสฺมา อสฺส ภควโต สตฺตโลโกปิ สพฺพถา วิทิโต.

นนุ จ สตฺเตสุ ปมาณาทิปิ ชานิตพฺโพ อตฺถีติ? อตฺถิ. ตสฺส ปน ชานนํ น นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธายาติ อิธ น คหิตํ, ภควโต ปน ตมฺปิ สุวิทิตํ สุววตฺถาปิตเมว, ปโยชนาภาวา เทสนํ นารุฬฺหํ. เตน วุตฺตํ –

‘‘อถ โข ภควา ปริตฺตํ นขสิขายํ ปํสุํ อาโรเปตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, กตมํ นุ โข พหุตรํ – โย วายํ มยา ปริตฺโต นขสิขายํ ปํสุ อาโรปิโต, อยํ วา มหาปถวี’’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๕.๑๑๒๑).

๑๓๗. โอกาสโลโกปิ สพฺพถา วิทิโตติ สมฺพนฺโธ. จกฺกวาฬนฺติ โลกธาตุ. สา หิ เนมิมณฺฑลสทิเสน จกฺกวาฬปพฺพเตน สมนฺตโต ปริกฺขิตฺตตฺตา ‘‘จกฺกวาฬ’’นฺติ วุจฺจติ. จตุตึสสตานิ จาติ จตุอธิกานิ ตึสสตานิ, ตีณิสหสฺสานิ, จตฺตาริสตานิ จาติ อตฺโถ. อฑฺฒุฑฺฒานีติ อุปฑฺฒจตุตฺถานิ, ตีณิสตานิ, ปญฺญาสญฺจาติ อตฺโถ. นหุตานีติ ทสสหสฺสานิ. สงฺขาตาติ กถิตา. สณฺฐิตีติ เหฏฺฐา, อุปริโต จาติ สพฺพโส ฐิติ.

เอวํ สณฺฐิเตติ เอวมวฏฺฐิเต. เอตฺถาติ จกฺกวาเฬ. อจฺจุคฺคโต ตาวเทวาติ ตตฺตกเมว จตุราสีติ โยชนสหสฺสานิเยว อุพฺเพโธ. น เกวลํ เจตฺถ อุพฺเพโธว, อถ โข อายามวิตฺถาราปิสฺส ตตฺตกาเยว. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘สิเนรุ, ภิกฺขเว, ปพฺพตราชา จตุราสีติ โยชนสหสฺสานิ อายาเมน, จตุราสีติ โยชนสหสฺสานิ วิตฺถาเรนา’’ติ (อ. นิ. ๗.๖๖).

ตโตติ สิเนรุสฺส เหฏฺฐา, อุปริ จ วุตฺตปฺปมาณโต. อุปฑฺฒุปฑฺเฒนาติ อุปฑฺเฒน อุปฑฺเฒน. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ทฺวาจตฺตาลีส โยชนสหสฺสานิ สมุทฺเท อชฺโฌคาโฬฺห ตตฺตกเมว จ อุปริ อุคฺคโต ยุคนฺธรปพฺพโต, เอกวีส โยชนสหสฺสานิ สมุทฺเท อชฺโฌคาโฬฺห ตตฺตกเมว จ อุปริ อุคฺคโต อีสธโร ปพฺพโตติ อิมินา นเยน เสเสสุปิ อุปฑฺฒุปฑฺฒปมาณตา เวทิตพฺพา. ยถา มหาสมุทฺโท ยาว จกฺกวาฬปาทมูลา อนุปุพฺพนินฺโน, เอวํ ยาว สิเนรุปาทมูลาติ เหฏฺฐา สิเนรุปมาณโต อุปฑฺฒปมาโณปิ ยุคนฺธรปพฺพโต ปถวิยํ สุปฺปติฏฺฐิโต, เอวํ อีสธราทโยปีติ ทฏฺฐพฺพํ. วุตฺตํ เหตํ ‘‘มหาสมุทฺโท, ภิกฺขเว, อนุปุพฺพนินฺโน อนุปุพฺพโปโณ อนุปุพฺพปพฺภาโร’’ติ (อุทา. ๔๕; จูฬว. ๓๘๔; อ. นิ. ๘.๑๙). สิเนรุยุคนฺธราทีนํ อนฺตเร สีทนฺตรสมุทฺทา นาม. เต วิตฺถารโต ยถากฺกมํ สิเนรุอาทีนํ อจฺจุคฺคตสมานปริมาณาติ วทนฺติ. พฺรหาติ มหนฺโต.

สิเนรุสฺส สมนฺตโตติ ปริกฺขิปนวเสน สิเนรุสฺส สมนฺตโต ฐิตา. สิเนรุํ ตาว ปริกฺขิปิตฺวา ฐิโต ยุคนฺธโร, ตํ ปริกฺขิปิตฺวา อีสธโร. เอวํ ตํ ตํ ปริกฺขิปิตฺวา ฐิตา ‘‘สิเนรุสฺส สมนฺตโต’’ติ วุตฺตา.

โยชนานํ สตานุจฺโจ, หิมวา ปญฺจ ปพฺพโตติ หิมวา ปพฺพโต ปญฺจ โยชนานํ สตานิ อุจฺโจ อุพฺเพโธ. นควฺหยาติ นค-สทฺเทน อวฺหาตพฺพา รุกฺขาภิธานา. ปญฺญาสโยชนกฺขนฺธสาขายามาติ’ อุพฺเพธโต ปญฺญาสโยชนกฺขนฺธายามา, อุพฺเพธโต, สมนฺตโต จ ปญฺญาสโยชนสาขายามา จ. ตโต เอว สตโยชนวิตฺถิณฺณา, ตาวเทว จ อุคฺคตา. ยสฺสานุภาเวนาติ ยสฺสา มหนฺตตา กปฺปฏฺฐายิตาทิปฺปกาเรน ปภาเวน.

ครุฬานํ สิมฺพลิรุกฺโข สิเนรุสฺส ทุติยปริภณฺเฑ ปติฏฺฐิโต.

สิรีเสนาติ ปจฺจตฺเต กรณวจนํ. สตฺตมนฺติ ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ, สิรีโส ภวติ สตฺตโมติ อตฺโถ.

ตตฺถ จณฺฑมณฺฑลํ เหฏฺฐา, สูริยมณฺฑลํ อุปริ. ตสฺส อาสนฺนภาเวน จนฺทมณฺฑลํ อตฺตโน ฉายาย วิกลภาเวน อุปฏฺฐาติ. ตานิ โยชนนฺตริกานิ ยุคนฺธรคฺคปมาเณ อากาเส วิจรนฺติ. อสุรภวนํ สิเนรุสฺส เหฏฺฐา. อวีจิ ชมฺพุทีปสฺส. ชมฺพุทีโป สกฏสณฺฐาโน. อปรโคยานํ อาทาสสณฺฐาโน. ปุพฺพวิเทโห อทฺธจนฺทสณฺฐาโน. อุตฺตรกุรุ ปีฐสณฺฐาโน. ตํตํนิวาสีนํ, ตํตํปริวารทีปวาสีนญฺจ มนุสฺสานํ มุขมฺปิ ตํตํสณฺฐานนฺติ วทนฺติ. ตทนฺตเรสูติ เตสํ จกฺกวาฬานํ อนฺตเรสุ. ติณฺณํ หิ ปตฺตานํ อญฺญมญฺญอาสนฺนภาเวน ฐปิตานํ อนฺตรสทิเส ติณฺณํ ติณฺณํ จกฺกวาฬานํ อนฺตเร เอเกโก โลกนฺตรนิรโย.

อนนฺตานีติ อปริมาณานิ, ‘‘เอตฺตกานี’’ติ อญฺเญหิ มินิตุํ อสกฺกุเณยฺยานิ. ภควา อนนฺเตน พุทฺธญาเณน อเวทิ ‘‘อนนฺโต อากาโส, อนนฺโต สตฺตนิกาโย, อนนฺตานิ จกฺกวาฬานี’’ติ ติวิธมฺปิ อนนฺตํ พุทฺธญาณํ ปริจฺฉินฺทติ สยมฺปิ อนนฺตตฺตา. ยาวตกํ หิ เญยฺยํ, ตาวตกํ ญาณํ. ยาวตกํ ญาณํ, ตาวตกํ เญยฺยํ. เญยฺยปริยนฺติกํ ญาณํ, ญาณปริยนฺติกํ เญยฺยนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อนนฺเตน พุทฺธญาเณน อเวที’’ติ. อนนฺตตา จสฺส อนนฺตเญยฺยปฏิวิชฺฌเนเนว เวทิตพฺพา ตตฺถ อปฺปฏิหตจารตฺตา. นนุ เจตฺถ วิวฏฺฏาทีนมฺปิ วิทิตตา วตฺตพฺพาติ? สจฺจํ วตฺตพฺพํ, สา ปน ปรโต อภิญฺญากถายํ อาคมิสฺสตีติ อิธ น คหิตา.

๑๓๘. อตฺตนาติ นิสฺสกฺกวจนเมตํ. คุเณหิ อตฺตนา วิสิฏฺฐตรสฺสาติ สมฺพนฺโธ. ตร-คฺคหณํ เจตฺถ ‘‘อนุตฺตโร’’ติ ปทสฺส อตฺถนิทฺเทสตาย กตํ, น วิสิฏฺฐสฺส กสฺสจิ อตฺถิตาย. สเทวเก หิ โลเก สทิสกปฺโปปิ นาม โกจิ ตถาคตสฺส นตฺถิ, กุโต สทิโส. วิสิฏฺเฐ ปน กา กถา. กสฺสจีติ กสฺสจิปิ. อภิภวตีติ สีลสมฺปทาย อุปนิสฺสยภูตานํ หิโรตฺตปฺปเมตฺตากรุณานํ, วิเสสปจฺจยานํ สทฺธาสติวีริยปญฺญานญฺจ อุกฺกํสปฺปตฺติยา สมุทาคมโต ปฏฺฐาย อนญฺญสาธารโณ สวาสนปฏิปกฺขสฺส ปหีนตฺตา อุกฺกํสปารมิปฺปตฺโต สตฺถุ สีลคุโณ. เตน ภควา สเทวกํ โลกํ อญฺญทตฺถุ อภิภุยฺย ปวตฺตติ, น สยํ เกนจิ อภิภุยฺยตีติ อธิปฺปาโย. เอวํ สมาธิคุณาทีสุปิ ยถารหํ วตฺตพฺพํ. สีลาทโย เจเต โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา เวทิตพฺพา. วิมุตฺติญาณทสฺสนํ ปน โลกิยํ กามาวจรเมว.

ยทิ เอวํ, กถํ เตน สเทวกํ โลกํ อภิภวตีติ? ตสฺสาปิ อานุภาวโต อสทิสตฺตา. ตมฺปิ หิ วิสยโต, ปวตฺติโต, ปวตฺติ อาการโต จ อุตฺตริตรเมว. ตํ หิ อนญฺญสาธารณํ สตฺถุ วิมุตฺติคุณํ อารพฺภ ปวตฺตติ, ปวตฺตมานญฺจ อตกฺกาวจรํ ปรมคมฺภีรํ สณฺหสุขุมํ สวิสยํ ปฏิปกฺขธมฺมานํ สุปฺปหีนตฺตา สุฏฺฐุ ปากฏํ วิภูตตรํ กตฺวา ปวตฺตติ, สมฺมเทว จ วสีภาวสฺส ปาปิตตฺตา, ภวงฺคปริวาสสฺส จ อติปริตฺตกตฺตา ลหุํ ลหุํ ปวตฺตตีติ.

เอวํ สีลาทิคุเณหิ ภควโต อุตฺตริตรสฺส อภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สทิสสฺสาปิ อภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อสโม’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อสโมติ เอกสฺมึ กาเล นตฺถิ เอตสฺส สีลาทิคุเณน สมา สทิสาติ อสโม. ตถา อสเมหิ อตีตานาคตพุทฺเธหิ สโม, อสมา วา สมา เอตสฺสาติ อสมสโม. สีลาทิคุเณน นตฺถิ เอตสฺส ปฏิมาติ อปฺปฏิโม. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ตตฺถ อุปมามตฺตํ ปฏิมา, สทิสูปมา ปฏิภาโค, ยุคคฺคาหวเสน ฐิโต ปฏิปุคฺคโล เวทิตพฺโพ.

น โข ปนาหํ สมนุปสฺสามีติ มม สมนฺตจกฺขุนา หตฺถตเล อามลกํ วิย สพฺพโลกํ ปสฺสนฺโตปิ ตตฺถ สเทวเก…เป… ปชาย อตฺตนา อตฺตโต สีลสมฺปนฺนตรํ สมฺปนฺนตรสีลํ กญฺจิ ปุคฺคลํ น โข ปน ปสฺสามิ, ตาทิสสฺส อภาวโตติ อธิปฺปาโย. อคฺคปฺปสาทสุตฺตาทีนีติ เอตฺถ –

‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, สตฺตา อปทา วา ทฺวิปทา วา จตุปฺปทา วา พหุปฺปทา วา รูปิโน วา อรูปิโน วา สญฺญิโน วา อสญฺญิโน วา เนวสญฺญินาสญฺญิโน วา, ตถาคโต เตสํ อคฺคมกฺขายติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ. เย, ภิกฺขเว, พุทฺเธ ปสนฺนา, อคฺเค เต ปสนฺนา. อคฺเค โข ปน ปสนฺนานํ อคฺโค วิปาโก โหตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๔; ๕.๓๒; ๑๐.๑๕; อิติวุ๙๐) –

อิทํ อคฺคปฺปสาทสุตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน –

‘‘สเทวเก…เป… สเทวมนุสฺสาย ตถาคโต อภิภู อนภิภูโต อญฺญทตฺถุทโส วสวตฺตี, ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔; ที. นิ. ๓.๑๘๘) –

เอวมาทีนิ สุตฺตปทานิ เวทิตพฺพานิ. อาทิกา คาถาโยติ เอตฺถ –

‘‘อหํ หิ อรหา โลเก, อหํ สตฺถา อนุตฺตโร;

เอโกมฺหิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, สีติภูโตสฺมิ นิพฺพุโต. (มหาว. ๑๑; ม. นิ. ๑.๒๘๕; ๒.๓๔๑);

‘‘ทนฺโต ทมยตํ เสฏฺโฐ, สนฺโต สมยตํ อิสิ;

มุตฺโต โมจยตํ อคฺโค, ติณฺโณ ตารยตํ วโร. (อิติวุ. ๑๑๒);

‘‘นยิมสฺมึ โลเก ปรสฺมึ วา ปน,

พุทฺเธน เสฏฺโฐ สทิโส จ วิชฺชติ;

ยมาหุ ทกฺขิเณยฺยานํ อคฺคตํ คโต,

ปุญฺญตฺถิกานํ วิปุลผเลสิน’’นฺติ. (วิ. ว. ๑๐๔๗; กถา. ๗๙๙) –

เอวมาทิกา คาถา วิตฺถาเรตพฺพา.

๑๓๙. ทเมตีติ สเมติ, กายสมาทีหิ โยเชตีติ อตฺโถ. ตํ ปน กายสมาทีหิ โยชนํ ยถารหํ ตทงฺควินยาทีสุ ปติฏฺฐาปนํ โหตีติ อาห ‘‘วิเนตีติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. ทเมตุํ ยุตฺตาติ ทมนารหา. อมนุสฺสปุริสาติ เอตฺถ น มนุสฺสาติ อมนุสฺสา. ตํสทิสตา เอตฺถ โชตียติ, เตน มนุสฺสตฺตมตฺตํ นตฺถิ, อญฺญํ สมานนฺติ ยกฺขาทโย ‘‘อมนุสฺสา’’ติ อธิปฺเปตา, น เย เกจิ มนุสฺเสหิ อญฺเญ. ตถา หิ ติรจฺฉานปุริสานํ วิสุํ คหณํ กตํ, ยกฺขาทโย เอว จ นิทฺทิฏฺฐา. อปลาโล หิมวนฺตวาสี. จูโฬทรมโหทรา นาคทีปวาสิโน. อคฺคิสิขธูมสิขา สีหฬทีปวาสิโน. นิพฺพิสา กตา โทสวิสสฺส วิโนทเนน. เตนาห ‘‘สรเณสุ จ สีเลสุ จ ปติฏฺฐาปิตา’’ติ. กูฏทนฺตาทโยติ อาทิ-สทฺเทน โฆฏมุขอุปาลิคหปติอาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. สกฺกเทวราชาทโยติ อาทิ-สทฺเทน อชกลาปยกฺขพกพฺรหฺมาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อิทํ เจตฺถ สุตฺตนฺติ อิทํ เกสิสุตฺตํ. วินีตา วิจิเตฺรหิ วินยนูปาเยหีติ เอตสฺมึ อตฺเถ วิตฺถาเรตพฺพํ ยถารหํ สณฺหาทีหิ อุปาเยหิ วินยสฺส ทีปนโต.

วิสุทฺธสีลาทีนํ ปฐมชฺฌานาทีนีติ ‘‘วิสุทฺธสีลสฺส ปฐมชฺฌานํ, ปฐมชฺฌานลาภิโน ทุติยชฺฌาน’’นฺติอาทินา ตสฺส ตสฺส อุปรูปริ วิเสสํ อาจิกฺขนฺโตติ สมฺพนฺโธ. โสตาปนฺนาทีนนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ‘‘ทนฺเตปิ ทเมติเยวา’’ติ อิทํ ปุพฺเพ ‘‘สพฺเพน สพฺพํ ทมถํ อนุปคตา ปุริสทมฺมา’’ติ วุตฺตาติ กตฺวา วุตฺตํ. เย ปน วิปฺปกตทมฺมภาวา สพฺพถา ทเมตพฺพตํ นาติวตฺตา, เต สตฺเต สนฺธาย ‘‘ทนฺเตปิ ทเมติเยวา’’ติ วุตฺตํ. เตปิ หิ ปุริสทมฺมา เอวาติ, ยโต เน สตฺถา ทเมติ.

อตฺถปทนฺติ อตฺถาภิพฺยญฺชกปทํ, วากฺยนฺติ อตฺโถ. วาเกฺยน หิ อตฺถาภิพฺยตฺติ, น นามาทิปทมตฺเตน. เอกปทภาเวน จ อนญฺญสาธารโณ สตฺถุ ปุริสทมฺมสารถิภาโว ทสฺสิโต โหติ. เตนาห ‘‘ภควา หี’’ติอาทิ. อฏฺฐ ทิสาติ อฏฺฐ สมาปตฺติโย. ตา หิ อญฺญมญฺญสมฺพนฺธาปิ อสํกิณฺณภาเวน ทิสฺสนฺติ อปทิสฺสนฺตีติ ทิสา, ทิสา วิยาติ วา ทิสา. อสชฺชมานาติ น สชฺชมานา วสีภาวปฺปตฺติยา นิสฺสงฺคจารา. ธาวนฺติ ชวนวุตฺติโยคโต. เอกํเยว ทิสํ ธาวติ, อตฺตโน กายํ อปริวตฺเตนฺโตติ อธิปฺปาโย. สตฺถารา ปน ทมิตา ปุริสทมฺมา เอกิริยาปเถเนว อฏฺฐ ทิสา ธาวนฺติ. เตนาห ‘‘เอกปลฺลงฺเกเนว นิสินฺนา’’ติ. อฏฺฐ ทิสาติ จ นิทสฺสนมตฺตเมตํ, โลกิเยหิ อคตปุพฺพํ นิโรธสมาปตฺติทิสํ, อมตทิสญฺจ ปกฺขนฺทนโต.

๑๔๐. ทิฏฺฐธมฺโม วุจฺจติ ปจฺจกฺโข อตฺตภาโว, ตตฺถ นิยุตฺโตติ ทิฏฺฐธมฺมิโก, อิธโลกตฺโถ. กมฺมกิเลสวเสน สมฺปเรตพฺพโต สมฺมา คนฺตพฺพโต สมฺปราโย, ปรโลโก, ตตฺถ นิยุตฺโตติ สมฺปรายิโก, ปรโลกตฺโถ. ปรโม อุตฺตโม อตฺโถ ปรมตฺโถ, นิพฺพานํ. เตหิ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ. ยถารหนฺติ ยถานุรูปํ. เตสุ อตฺเถสุ โย โย ปุคฺคโล ยํ ยํ อรหติ, ตทนุรูปํ. อนุสาสตีติ วิเนติ ตสฺมึ อตฺเถ ปติฏฺฐเปติ, สห อตฺเถน วตฺตตีติ สตฺโถ, ภณฺฑมูเลน วาณิชฺชาย เทสนฺตรํ คจฺฉนฺโต ชนสมูโห. หิตุปเทสาทิวเสน ปริปาเลตพฺโพ สาสิตพฺโพ โส เอตสฺส อตฺถีติ สตฺถา, สตฺถวาโห. โส วิย ภควาติ อาห ‘‘สตฺถา วิยาติ สตฺถา, ภควา สตฺถวาโห’’ติ.

อิทานิ ตมตฺถํ นิทฺเทสปาฬินเยน ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา สตฺถวาโห’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สตฺเถติ สตฺถิเก ชเน. กํ ตาเรนฺติ เอตฺถาติ กนฺตาโร, นิรุทโก อรญฺญปฺปเทโส. รุฬฺหีวเสน ปน อิตโรปิ อรญฺญปฺปเทโส ตถา วุจฺจติ. โจรกนฺตารนฺติ โจเรหิ อธิฏฺฐิตกนฺตารํ. ตถา วาฬกนฺตารํ. ทุพฺภิกฺขกนฺตารนฺติ ทุลฺลภภิกฺขํ กนฺตารํ. ตาเรตีติ อเขมนฺตฏฺฐานํ อติกฺกาเมติ. อุตฺตาเรตีติอาทิ อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺเฒตฺวา วุตฺตํ. อถ วา อุตฺตาเรตีติ เขมนฺตภูมึ อุปเนนฺโต ตาเรติ. นิตฺตาเรตีติ อเขมนฺตฏฺฐานโต นิกฺขาเมนฺโต ตาเรติ. ปตาเรตีติ ปริคฺคเหตฺวา ตาเรติ, หตฺเถน ปริคฺคเหตฺวา วิย ตาเรตีติ อตฺโถ. สพฺพมฺเปตํ ตารณุตฺตารณาทิเขมฏฺฐาเน ฐปนเมวาติ อาห ‘‘เขมนฺตภูมึ สมฺปาเปตี’’ติ. สตฺเตติ เวเนยฺยสตฺเต. มหาคหนตาย, มหานตฺถตาย, ทุนฺนิตฺถรณตาย จ ชาติเยว กนฺตาโร ชาติกนฺตาโร, ตํ ชาติกนฺตารํ.

อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทวเสนาติ อุกฺกฏฺฐสตฺตปริจฺเฉทวเสน. เทวมนุสฺสา เอว หิ อุกฺกฏฺฐสตฺตา, น ติรจฺฉานาทโย. ภพฺพปุคฺคลปริจฺเฉทวเสนาติ สมฺมตฺตนิยาโมกฺกมนสฺส โยคฺยปุคฺคลสฺส ปริจฺฉินฺทนวเสน. เอตนฺติ ‘‘เทวมนุสฺสาน’’นฺติ เอตํ วจนํ. ภควโตติ นิสฺสกฺกวจนํ ยถา ‘‘อุปชฺฌายโต อชฺเฌตี’’ติ, ภควโต สนฺติเกติ วา อตฺโถ. อุปนิสฺสยสมฺปตฺตินฺติ ติเหตุกปฏิสนฺธิอาทิกํ มคฺคผลาธิคมสฺส พลวการณํ.

คคฺครายาติ คคฺคราย นาม รญฺโญ เทวิยา, ตาย วา การิตตฺตา ‘‘คคฺครา’’ติ ลทฺธนามาย. สเร นิมิตฺตํ อคฺคเหสีติ ‘‘ธมฺโม เอโส วุจฺจตี’’ติ ธมฺมสญฺญาย สเร นิมิตฺตํ คณฺหิ, คณฺหนฺโต จ ปสนฺนจิตฺโต ปริสปริยนฺเต นิปชฺชิ. สนฺนิรุมฺภิตฺวา อฏฺฐาสีติ ตสฺส สีเส ทณฺฑสฺส ฐปิตภาวํ อปสฺสนฺโต ตตฺถ ทณฺฑํ อุปฺปีเฬตฺวา อฏฺฐาสิ. มณฺฑูโกปิ ทณฺเฑ ฐปิเตปิ อุปฺปีฬิเตปิ ธมฺมคเตน ปสาเทน วิสฺสรมกโรนฺโตว กาลมกาสิ. เทวโลเก นิพฺพตฺตสตฺตานํ อยํ ธมฺมตา, ยา ‘‘กุโตหํ อิธ นิพฺพตฺโต, ตตฺถ กึ นุ โข กมฺมมกาสิ’’นฺติ อาวชฺชนา. ตสฺมา อตฺตโน ปุริมภวสฺส ทิฏฺฐตฺตา อาห ‘‘อเร อหมฺปิ นาม อิธนิพฺพตฺโต’’ติ. ภควโต ปาเท วนฺทิ กตญฺญุตาสํวฑฺฒิเตน เปมคารวพหุมาเนน.

ภควา ชานนฺโตว มหาชนสฺส กมฺมผลํ, พุทฺธานุภาวญฺจ ปจฺจกฺขํ กาตุกาโม ‘‘โก เม วนฺทตี’’ติ คาถาย ปุจฺฉิ. ตตฺถ โกติ เทวนาคยกฺขคนฺธพฺพาทีสุ โก, กตโมติ อตฺโถ. เมติ มม. ปาทานีติ ปาเท. อิทฺธิยาติ อิมาย เอวรูปาย เทวิทฺธิยา. ‘‘ยสสา’’ติ อิมินา เอทิเสน ปริวาเรน, ปริจฺเฉเทน จ. ชลนฺติ วิชฺโชตมาโน. อภิกฺกนฺเตนาติ อติวิย กนฺเตน กมนีเยน สุนฺทเรน. วณฺเณนาติ ฉวิวณฺเณน สรีรวณฺณนิภาย. สพฺพา โอภาสยํ ทิสาติ สพฺพา ทสปิ ทิสา ปภาเสนฺโต, จนฺโท วิย, สูริโย วิย จ เอโกภาสํ เอกาโลกํ กโรนฺโตติ อตฺโถ.

เอวํ ปน ภควตา ปุจฺฉิโต เทวปุตฺโต อตฺตานํ ปเวเทนฺโต ‘‘มณฺฑูโกหํ ปุเร อาสิ’’นฺติ คาถมาห. ตตฺถ ปุเรติ ปุริมชาติยํ. ‘‘อุทเก’’ติ อิทํ ตทา อตฺตโน อุปฺปตฺติฏฺฐานทสฺสนํ. ‘‘อุทเก มณฺฑูโก’’ติ เอเตน อุทฺธมายิกาทิกสฺส ถเล มณฺฑูกสฺส นิวตฺตนํ กตํ โหติ. คาโว จรนฺติ เอตฺถาติ โคจโร, คุนฺนํ ฆาเสสนฏฺฐานํ. อิธ ปน โคจโร วิยาติ โคจโร, วาริ อุทกํ โคจโร เอตสฺสาติ วาริโคจโร. อุทกจารีปิ หิ โกจิ กจฺฉปาทิ อวาริโคจโรปิ โหตีติ ‘‘วาริโคจโร’’ติ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ. ตว ธมฺมํ สุณนฺตสฺสาติ พฺรหฺมสฺสเรน กรวีกรุตมญฺชุนา เทเสนฺตสฺส ตว ธมฺมํ ‘‘ธมฺโม เอโส วุจฺจตี’’ติ สเร นิมิตฺตคฺคาหวเสน สุณนฺตสฺส. อนาทเร เจตํ สามิวจนํ. อวธิ วจฺฉปาลโกติ วจฺเฉ รกฺขนฺโต โคปาลทารโก มม สมีปํ อาคนฺตฺวา ทณฺฑโมลุพฺภ ติฏฺฐนฺโต มม สีเส ทณฺฑํ สนฺนิรุมฺภิตฺวา มํ มาเรสีติ อตฺโถ.

สิตํ กตฺวาติ ‘‘ตถา ปริตฺตตเรนาปิ ปุญฺญานุภาเวน เอวํ อติวิย อุฬารา โลกิยโลกุตฺตรา สมฺปตฺติโย ลพฺภนฺตี’’ติ ปีติโสมนสฺสชาโต ภาสุรตรธวลวิปฺผุรนฺตทสฺสนกิรณาวลีหิ ภิยฺโยโส มตฺตาย ตํ ปเทสํ โอภาเสนฺโต สิตํ กตฺวา. ปีติโสมนสฺสวเสน หิ โส –

‘‘มุหุตฺตํ จิตฺตปสาทสฺส, อิทฺธึ ปสฺส ยสญฺจ เม;

อานุภาวญฺจ เม ปสฺส, วณฺณํ ปสฺส ชุติญฺจ เม.

‘‘เย จ เต ทีฆมทฺธานํ, ธมฺมํ อสฺโสสุํ โคตม;

ปตฺตา เต อจลฏฺฐานํ, ยตฺถ คนฺตฺวา น โสจเร’’ติ. (วิ. ว. ๘๕๙-๘๖๐);

อิมา เทฺว คาถา วตฺวา ปกฺกามิ.

๑๔๑. ยํ ปน กิญฺจีติ เอตฺถ ยนฺติ อนิยมิตวจนํ. ตถา กิญฺจีติ. ปนาติ วจนาลงฺการมตฺตํ. ตสฺมา ยํ กิญฺจีติ เญยฺยสฺส อนวเสสปริยาทานํ กตํ โหติ. ปนาติ วา วิเสสตฺถทีปโก นิปาโต. เตน ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ อิมินา สงฺเขปโต, วิตฺถารโต จ สตฺถุ จตุสจฺจาภิสมฺโพโธ วุตฺโต. ‘‘พุทฺโธ’’ติ ปน อิมินา ตทญฺญสฺสปิ เญยฺยสฺสาวโพโธ. ปุริเมน วา สตฺถุ ปฏิเวธญาณานุภาโว, ปจฺฉิเมน เทสนาญาณานุภาโว. ปีติ อุปริ วุจฺจมาโน วิเสโส โชตียติ. สพฺพโส ปฏิปกฺเขหิ วิมุจฺจตีติ วิโมกฺโข, อคฺคมคฺโค. ตสฺส อนฺโต อคฺคผลํ, ตตฺถ ภวํ ตสฺมึ ลทฺเธ ลทฺธพฺพโต วิโมกฺขนฺติกญาณํ, สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สทฺธึ สพฺพมฺปิ พุทฺธญาณํ. เอวํ ปวตฺโตติ เอตฺถ –

‘‘สพฺพญฺญุตาย พุทฺโธ, สพฺพทสฺสาวิตาย พุทฺโธ, อนญฺญเนยฺยตาย พุทฺโธ, วิสวิตาย พุทฺโธ, ขีณาสวสงฺขาเตน พุทฺโธ, นิรุปเลปสงฺขาเตน พุทฺโธ, เอกนฺตวีตราโคติ พุทฺโธ, เอกนฺตวีตโทโสติ พุทฺโธ, เอกนฺตวีตโมโหติ พุทฺโธ, เอกนฺตนิกฺกิเลโสติ พุทฺโธ, เอกายนมคฺคํ คโตติ พุทฺโธ, เอโก อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ พุทฺโธ, อพุทฺธิวิหตตฺตา พุทฺธิปฏิลาภา พุทฺโธ. พุทฺโธติ เนตํ นามํ มาตรา กตํ, น ปิตรา กตํ, น ภาตรา กตํ, น ภคินิยา กตํ, น มิตฺตามจฺเจหิกตํ, น ญาติสาโลหิเตหิ กตํ, น สมณพฺราหฺมเณหิ กตํ, น เทวตาหิ กตํ. วิโมกฺขนฺติกเมตํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ โพธิยา มูเล สห สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ปฏิลาภา สจฺฉิกา ปญฺญตฺติ ยทิทํ พุทฺโธ’’ติ (มหานิ. ๑๙๒) –

อยํ นิทฺเทสปาฬินโย. ยสฺมา เจตฺถ ตสฺสา ปฏิสมฺภิทาปาฬิยา เภโท นตฺถิ, ตสฺมา ทฺวีสุ เอเกนาปิ อตฺถสิทฺธีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ปฏิสมฺภิทานโย วา’’ติ อนิยมตฺโถ วา-สทฺโท วุตฺโต.