ตติยชฺฌานกถาวณฺณนา
๘๒. อุปฺปิลาวิตนฺติ กามญฺจายํ ปริคฺคเหสุ อปริจฺจตฺตเปมสฺส อนาทีนวทสฺสิโน ตณฺหาสหคตาย ปีติยา ปวตฺติอากาโร, อิธ ปน ทุติยชฺฌานปีติ อธิปฺเปตา. ตถาปิ สพฺพโส ปีติยํ อวิรตฺตํ, สาปิ อนุพนฺเธยฺยาติ วุตฺตํ. อุปฺปิลาวิตํ วิยาติ วา อุปฺปิลาวิตํ. อาทีนวํ หิ ตตฺถ ปากฏตรํ กตฺวา ทสฺเสตุํ เอวํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
๘๓. วิรชฺชนํ วิราโค. ตํ ปน วิรชฺชนํ นิพฺพินฺทนมุเขน หีฬนํ วา ตปฺปฏิพทฺธราคปฺปหานํ วาติ ตทุภยํ ทสฺเสตุํ ‘‘วุตฺตปฺปการาย ปีติยา ชิคุจฺฉนํ วา สมติกฺกโม วา’’ติ อาห. วุตฺตปฺปการายาติ ‘‘ยเทว ตตฺถ ปีตี’’ติอาทินา วุตฺตปฺปการาย. สมฺปิณฺฑนํ สมุจฺจโย.
มคฺโคติ อุปาโย. ตทธิคมายาติ ตติยมคฺคาธิคมาย.
๘๔. อุปปตฺติโตติ สมวาหิตภาเวน ปติรูปโต. ฌานุเปกฺขาปิ สมวาหิตเมว อนฺโตนีตํ กตฺวา ปวตฺตตีติ อาห ‘‘สมํ ปสฺสตี’’ติ. วิสทายาติ ปริพฺยตฺตาย สํกิเลสวิคเมน. วิปุลายาติ มหติยา สาติสยํ มหคฺคตภาวปฺปตฺติยา. ถามคตายาติ ปีติวิคเมน ถิรภาวปฺปตฺตาย.
ปริสุทฺธปกติ ขีณาสวปกติ นิกฺกิเลสตา. สตฺเตสุ กมฺมสฺสกตาทสฺสนเหตุโก สมภาวทสฺสนากาโร มชฺฌตฺตากาโร พฺรหฺมวิหารุเปกฺขา.
สหชาตธมฺมานนฺติ นิทฺธารเณ สามิวจนํ. สมปฺปวตฺติยา ภาวนาย วีถิปฏิปนฺนาย อลีนานุทฺธตา นิรสฺสาทตาย ปคฺคหนิคฺคหสมฺปหํสเนสุ พฺยาปาราภาวโต สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ มชฺฌตฺตาการภูตา โพชฺฌงฺคุเปกฺขา.
อุเปกฺขานิมิตฺตนฺติ เอตฺถ ลีนุทฺธจฺจปกฺขปาตรหิตํ มชฺฌตฺตํ วีริยํ อุเปกฺขา. ตเทว ตํ อาการํ คเหตฺวา ปวตฺเตตพฺพสฺส ตาทิสสฺส วีริยสฺส นิมิตฺตภาวโต อุเปกฺขานิมิตฺตํ ภาวนาย สมปฺปวตฺติกาเล อุเปกฺขียตีติ อุเปกฺขา, วีริยเมว อุเปกฺขา วีริยุเปกฺขา.
‘‘ปฐมํ ฌานํ ปฏิลาภตฺถาย นีวรเณ…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺตึ ปฏิลาภตฺถาย อากิญฺจญฺญายตนสญฺญํ ปฏิสงฺขา สนฺติฏฺฐนา ปญฺญา สงฺขารุเปกฺขาสุ ญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๗) เอวมาคตา อิมา อฏฺฐ สมาธิวเสน อุปฺปชฺชนฺติ. ‘‘โสตาปตฺติมคฺคํ ปฏิลาภตฺถาย อุปฺปาทํ ปวตฺตํ นิมิตฺตํ อายูหนํ ปฏิสนฺธึ คตึ นิพฺพตฺตึ อุปปตฺตึ ชาตึ ชรํ พฺยาธึ มรณํ โสกํ ปริเทวํ อุปายาสํ. โสตาปตฺติผลสมาปตฺตตฺถาย อุปฺปาทํ ปวตฺตํ…เป… อรหตฺตมคฺคํ ปฏิลาภตฺถาย อุปฺปาทํ…เป… อุปายาสํ…เป… อรหตฺตผลสมาปตฺตตฺถาย สุญฺญตาวิหารสมาปตฺตตฺถาย อนิมิตฺตวิหารสมาปตฺตตฺถาย อุปฺปาทํ ปวตฺตํ นิมิตฺตํ อายูหนํ ปฏิสนฺธึ คตึ นิพฺพตฺตึ อุปปตฺตึ ชาตึ ชรํ พฺยาธึ มรณํ โสกํ ปริเทวํ อุปายาสํ ปฏิสงฺขา สนฺติฏฺฐนา ปญฺญา สงฺขารุเปกฺขาสุ ญาณ’’นฺติ เอวมาคตา อิมา ทส วิปสฺสนาวเสน อุปฺปชฺชนฺติ. เอตฺถ จ ปฐมชฺฌานาทีหิ วิกฺขมฺภิตานิ นีวรณวิตกฺกวิจาราทีนิ ปฏิสงฺขาย สภาวโต อุปปริกฺขิตฺวา สนฺนิฏฺฐานวเสน ติฏฺฐมานา นีวรณาทิปฏิสงฺขาสนฺติฏฺฐนา ทิฏฺฐาทีนวตฺตา เตสํ คหเณ อุปฺปาทเน อชฺฌุเปกฺขนฺตี วิปสฺสนาปญฺญา คหเณ มชฺฌตฺตภูตา อุเปกฺขา.
ตตฺถ อุปฺปาทนฺติ ปุริมกมฺมปจฺจยา ขนฺธานํ อิธ อุปฺปตฺติมาห. ปวตฺตนฺติ ตถาอุปฺปนฺนสฺส ปวตฺตึ. นิมิตฺตนฺติ สพฺพมฺปิ เตภูมกสงฺขารคตํ นิมิตฺตภาเวน อุปฏฺฐานโต. อายูหนนฺติ อายตึ ปฏิสนฺธิเหตุภูตํ กมฺมํ. ปฏิสนฺธินฺติ อายตึ อุปฺปตฺตึ. คตินฺติ ยาย คติยา สา ปฏิสนฺธิ โหติ. นิพฺพตฺตินฺติ ขนฺธานํ นิพฺพตฺตนํ. อุปปตฺตินฺติ ‘‘สมาปนฺนสฺส วา อุปปนฺนสฺส วา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๗๒) เอตฺถ ‘‘อุปปนฺนสฺสา’’ติ วุตฺตวิปากปฺปวตฺตึ. ชาตินฺติ ชราทีนํ ปจฺจยภูตํ ภวปจฺจยา ชาตึ. ชราพฺยาธิมรณาทโย ปากฏา เอว. เอตฺถ จ อุปฺปาทาทโย ปญฺเจว สงฺขารุเปกฺขาญาณสฺส วิสยวเสน วุตฺตา, เสสา เตสํ เววจนวเสน. ‘‘นิพฺพตฺติ, ชาตี’’ติ อิทญฺหิ ทฺวยํ อุปฺปาทสฺส เจว ปฏิสนฺธิยา จ เววจนํ, ‘‘คติ, อุปปตฺติ จา’’ติ อิทํ ทฺวยํ ปวตฺตสฺส, ชราทโย นิมิตฺตสฺสาติ เวทิตพฺพํ. อปฺปณิหิตวิโมกฺขวเสน มคฺคุปฺปตฺติเหตุภูตา จตสฺโส, ตถา ผลสมาปตฺติยา จตสฺโส, สุญฺญตวิหารอนิมิตฺตวิหารวเสน เทฺวติ ทส สงฺขารุเปกฺขา.
ยาติ วิปสฺสนาปญฺญา. ยทตฺถีติ ยํ อนิจฺจาทิลกฺขณตฺตยํ อุปลพฺภติ. ยํ ภูตนฺติ ยํ ปจฺจยนิพฺพตฺตตฺตา ภูตํ ขนฺธปญฺจกํ. ตํ ปชหตีติ อนิจฺจานุปสฺสนาทีหิ นิจฺจสญฺญาทโย ปชหนฺโต สมฺมเทว ทิฏฺฐาทีนวตฺตา ตปฺปฏิพทฺธจฺฉนฺทราคปฺปหาเนน ปชหติ, ยถา อายตึ อาทานํ น โหติ, ตถา ปฏิปตฺติยา ปชหติ. ตถาภูโต จ ตตฺถ อุเปกฺขํ ปฏิลภติ. วิจินเนติ อนิจฺจาทิวเสน สมฺมสเนปิ.
สมฺปยุตฺตธมฺมานํ สมปฺปวตฺติเหตุตาย สมวาหิตภูตา. นีวรณวิตกฺกวิจาราทิสพฺพปจฺจนีเกหิ วิมุตฺตตฺตา สพฺพปจฺจนีกปริสุทฺธา. เตสํ วูปสนฺตตฺตา ปจฺจนีกวูปสมเนปิ อพฺยาปารภูตา อพฺยาปารภาเวน ปวตฺตา, อพฺยาปารตํ วา ปตฺตา.
ยทิ อตฺถโต เอกา, กถมยํ เภโทติ อาห ‘‘เตน เตนา’’ติอาทิ. ตสฺมาติ ยสฺมา สติปิ สภาวโต อเภเท เยหิ ปน ปจฺจยวิเสเสหิ สฺวายมิมาสํ อวตฺถาเภโท, เตสํ เอกชฺฌํ อปฺปวตฺติโต น ตาสํ อเภโท, เอกชฺฌํ วา ปวตฺติ, ตสฺมา. เตนาห ‘‘ยตฺถ ฉฬงฺคุเปกฺขา’’ติอาทิ.
เอกีภาโวติ เอกตา. สติปิ มชฺฌตฺตาภาวสามญฺเญ วิสยเภเทน ปนสฺสา เภโท. ยมตฺถํ สนฺธาย ‘‘กิจฺจวเสน ทฺวิธา ภินฺนา’’ติ วุตฺตํ, ตํ วิตฺถารโต ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา หี’’ติอาทิมาห. อยํ วิปสฺสนุเปกฺขา. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ปาฬิยํ ‘‘ยทตฺถิ ยํ ภูตํ, ตํ ปชหติ, อุเปกฺขํ ปฏิลภตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๗๑; อ. นิ. ๗.๕๕). ตตฺถ ยทตฺถิ ยํ ภูตนฺติ ขนฺธปญฺจกํ, ตํ มุญฺจิตุกมฺยตาญาเณน ปชหติ. ทิฏฺฐโสวตฺติกตฺตยสฺส สพฺพลกฺขณวิจินเน วิย ทิฏฺฐลกฺขณตฺตยสฺส ภูตสฺส สงฺขารลกฺขณวิจินเน อุเปกฺขํ ปฏิลภติ. สงฺขารานํ อนิจฺจาทิลกฺขณสฺส สุทิฏฺฐตฺตา เตสํ วิจินเน มชฺฌตฺตภูตาย วิปสฺสนุเปกฺขาย สิทฺธาย ตถา ทิฏฺฐาทีนวานํ เตสํ คหเณปิ อชฺฌุเปกฺขนา สิทฺธาว โหติ, สพฺพโส วิสงฺขารนินฺนตฺตา อชฺฌาสยสฺส.
อนาโภครสาติ ปณีตสุเขปิ ตสฺมึ อวนติปฏิปกฺขกิจฺจาติ อตฺโถ. อพฺยาปารปจฺจุปฏฺฐานาติ สติปิ สุขปารมิปฺปตฺติยํ ตสฺมึ สุเข อพฺยาวฏา หุตฺวา ปจฺจุปติฏฺฐติ, สมฺปยุตฺตานํ วา ตตฺถ อพฺยาปารํ ปจฺจุปฏฺฐเปตีติ อตฺโถ. สมฺปยุตฺตธมฺมานํ โขภํ, อุปฺปิลวญฺจ อาวหนฺเตหิ วิตกฺกาทีหิ อภิภูตตฺตา อปริพฺยตฺตํ. ตตฺถ ตตฺรมชฺฌตฺตตาย กิจฺจํ. ตทภาวโต อิธ ปริพฺยตฺตํ.
นิฏฺฐิตา ‘‘อุเปกฺขโก จ วิหรตี’’ติ เอตสฺส
สพฺพโส อตฺถวณฺณนา.
๘๕. ‘‘สรตีติ สโต’’ติ ปทสฺส กตฺตุสาธนตมาห. สมฺปชานาตีติ สมฺมเทว ปชานาติ. สรณํ จินฺตนํ อุปฏฺฐานํ ลกฺขณเมติสฺสาติ สรณลกฺขณา. สมฺมุสฺสนปฏิปกฺโข อสมฺมุสฺสนํ, ตํ กิจฺจํ เอติสฺสาติ อสมฺมุสฺสนรสา. กิเลเสหิ อารกฺขา หุตฺวา ปจฺจุปติฏฺฐติ, ตโต วา อารกฺขํ ปจฺจุปฏฺฐเปตีติ อารกฺขปจฺจุปฏฺฐานา. อสมฺมุยฺหนํ สมฺมเทว ปชานนํ, สมฺโมหปฏิปกฺโข วา อสมฺโมโห. ตีรณํ กิจฺจสฺส ปารคมนํ. ปวิจโย วีมํสา.
กามํ อุปจารชฺฌานาทีนิ อุปาทาย ปฐมทุติยชฺฌานานิปิ สุขุมาเนว, อิมํ ปน อุปริฌานํ อุปาทาย ‘‘โอฬาริกตฺตา’’ติ วุตฺตํ. สา จ โอฬาริกตา วิตกฺกาทิถูลงฺคตาย เวทิตพฺพา. เกจิ ‘‘พหุเจตสิกตายา’’ติ จ วทนฺติ. คติ สุขา โหติ ตตฺถ ฌาเนสูติ อธิปฺปาโย. อพฺยตฺตํ ตตฺถ สติสมฺปชญฺญกิจฺจํ ‘‘อิทํ นาม ทุกฺกรํ กรียตี’’ติ วตฺตพฺพสฺส อภาวโต. โอฬาริกงฺคปฺปหาเนน สุขุมตฺตาติ อยมตฺโถ กามํ ทุติยชฺฌาเนปิ สมฺภวติ, ตถาปิ เยภุยฺเยน อวิปฺปโยคีภาเวน วตฺตมาเนสุ ปีติสุเขสุ ปีติสงฺขาตสฺส โอฬาริกงฺคสฺส ปหาเนน สุขุมตาย อิธ สาติสโย สติสมฺปชญฺญพฺยาปาโรติ วุตฺตํ ‘‘ปุริสสฺสา’’ติอาทิ. ปุนเทว ปีตึ อุปคจฺเฉยฺยาติ หานภาคิยํ ฌานํ สิยา ทุติยชฺฌานเมว สมฺปชฺเชยฺยาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปีติสมฺปยุตฺตเมว สิยา’’ติ. ‘‘อิทญฺจ อติมธุรํ สุข’’นฺติ ตติยชฺฌานสุขํ สนฺธายาห. อติมธุรตา จสฺส ปหาโสทคฺยสภาวาย ปีติยา อภาเวเนว เวทิตพฺพา. อิทนฺติ ‘‘สโต, สมฺปชาโน’’ติ ปททฺวยํ.
ตสฺมา เอตมตฺถํ ทสฺเสนฺโตติ ยสฺมา ตสฺส ฌานสมงฺคิโน ยํ นามกาเยน สมฺปยุตฺตํ สุขํ, ตํ โส ปฏิสํเวเทยฺย. ยํ วา ตนฺติ อถ วา ยํ ตํ ยถาวุตฺตํ นามกายสมฺปยุตฺตํ สุขํ. ตํสมุฏฺฐาเนน ตโต สมุฏฺฐิเตน อติปณีเตน รูเปน อสฺส ฌานสมงฺคิโน รูปกาโย ยสฺมา ผุโฏ. ยสฺส รูปกายสฺส ผุฏตฺตา ฌานา วุฏฺฐิโตปิ ฌานสมงฺคี กายิกํ สุขํ ปฏิสํเวเทยฺย. ตสฺมา เอตํ เจตสิกกายิกสุขปฏิสํเวทนสงฺขาตํ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทตีติ อาหา’’ติ โยชนา. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – นามกาเยน เจตสิกสุขํ, กายิกสุขเหตุรูปสมุฏฺฐาปเนน กายิกสุขญฺจ ฌานสมงฺคี ปฏิสํเวเทตีติ วุจฺจติ. ผุฏตฺตาติ พฺยาปิตตฺตาติ อตฺโถ. ยถา หิ อุทเกน ผุฏสรีรสฺส ตาทิเส นาติปจฺจนีเก วาตาทิโผฏฺฐพฺเพ ผุเฏ สุขํ อุปฺปชฺชติ, เอวเมเตหิ ผุฏสรีรสฺสาติ. อปโร นโย – สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทตีติ เอตฺถ กถมาโภเคน วินา สุขปฏิสํเวทนาติ โจทนายํ ‘‘กิญฺจาปิ…เป… เอวํ สนฺเตปี’’ติ. ยสฺมา ตสฺส นามกาเยน สมฺปยุตฺตํ สุขํ, ตสฺมา สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทตีติ โยชนา. อิทานิ สหาปิ อาโภเคน สุขปฏิสํเวทนํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ วา ต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
๘๖. ยนฺติ เหตุอตฺเถ นิปาโต, ยสฺมาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ยํฌานเหตู’’ติ. ‘‘อาจิกฺขนฺตี’’ติอาทีนิ ปทานิ กิตฺตนตฺถานีติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘ปสํสนฺตีติ อธิปฺปาโย’’ติ. กินฺตีติ ปสํสนาการปุจฺฉา. เอทิเสสุ ฐาเนสุ สติคฺคหเณเนว สมฺปชญฺญมฺปิ คหิตํ โหตีติ อิธ ปาฬิยํ สติยา เอว คหิตตฺตา เอวํ อุปฏฺฐิตสติตาย ‘‘สติมา’’ อิจฺเจว วุตฺตํ, ‘‘สมฺปชาโน’’ติ เหฏฺฐา วุตฺตตฺตา วา.
ฌานกฺขเณ เจตสิกสุขเมว ลพฺภตีติ ‘‘สุขํ นามกาเยน ปฏิสํเวเทตี’’ติ จ วุตฺตํ. ตติยนฺติ คณนานุปุพฺพตาติ อิโต ปฏฺฐาย ทุติยตติยชฺฌานกถาหิ อวิเสโส, วิเสโส จ วุตฺโตติ.