๔. ปถวีกสิณนิทฺเทสวณฺณนา
๕๑. ผาสุ โหตีติ อาวาสสปฺปายาทิลาเภน มนสิการผาสุตา ภาวนานุกูลตา โหติ. ปริโสเธนฺเตนาติ เตสํ เตสํ คณฺฐิฏฺฐานานํ ฉินฺทนวเสน วิโสเธนฺเตน. อกิลมนฺโตเยวาติ อกิลนฺตกาโย เอว. สติ หิ กายกิลมเถ สิยา กมฺมฏฺฐานมนสิการสฺส อนฺตราโยติ อธิปฺปาโย. คณฺฐิฏฺฐานนฺติ อตฺถโต, อธิปฺปายโต จ ทุพฺพินิเวธตาย คณฺฐิภูตํ ฐานํ. ฉินฺทิตฺวาติ ยาถาวโต อตฺถสฺส, อธิปฺปายสฺส จ วิภาวเนน ฉินฺทิตฺวา, วิภูตํ สุปากฏํ กตฺวาติ อธิปฺปาโย. สุวิสุทฺธนฺติ สุฏฺฐุ วิสุทฺธํ, นิคุมฺพํ นิชฺชฏนฺติ อตฺโถ.
อนนุรูปวิหารวณฺณนา
๕๒. อญฺญตเรนาติ อญฺญตเรนาปิ, ปเคว อเนเกหีติ อธิปฺปาโย. มหนฺตภาโว มหตฺตํ. ตถา เสเสสุ. โสณฺฑวา โสณฺฑี. ตถา ปณฺณนฺติอาทีสุ. โพธิองฺคณาทีสุ กาตพฺพํ อิธ ‘‘วตฺต’’นฺติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘ปานียฆฏํ วา ริตฺต’’นฺติ. นิฏฺฐิตายาติ ปวิฏฺฐปวิฏฺฐานํ ทาเนน ปริกฺขีณาย. ชิณฺณวิหาเรปิ ยตฺร ภิกฺขู เอวํ วทนฺติ ‘‘อายสฺมา, ยถาสุขํ สมณธมฺมํ กโรตุ, มยํ ปฏิชคฺคิสฺสามา’’ติ. เอวรูเป วิหาตพฺพนฺติ อยมฺปิ นโย ลพฺภติ, วุตฺตนยตฺตา ปน น วุตฺโต.
มหาปถวิหาเรติ มหาปถสมีเป วิหาเร. ภาชนทารุโทณิกาทีนีติ รชนภาชนานิ, รชนตฺถาย ทารุ, ทารุมยโทณิกา, รชนปจนฏฺฐานํ, โธวนผลกนฺติ เอวมาทีนิ. สากหาริกาติ สากหารินิโย อิตฺถิโย. วิสภาคสทฺโท กามคุณูปสํหิโต คีตสทฺโทติ วทนฺติ, เกวโลปิ อิตฺถิสทฺโท วิสภาคสทฺโท เอว. ตตฺราติ ปุปฺผวนฺเต วิหาเร. ตาทิโสเยวาติ ‘‘ตตฺถสฺส กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา’’ติอาทินา ยาทิโส ปณฺณวนฺเต วิหาเร อุปทฺทโว วุตฺโต, ตาทิโสเยว. ‘‘ปุปฺผหาริกาโย ปุปฺผํ โอจินนฺติโย’’ติ ปน วตฺตพฺพํ. อยมิธ วิเสโส.
ปตฺถนีเยติ ตตฺถ วสนฺเตสุ สมฺภาวนาวเสน อุปสงฺกมนาทินา ปตฺเถตพฺเพ. เตนาห ‘‘เลณสมฺมเต’’ติ. ทกฺขิณาคิรีติ มคธวิสเย ทกฺขิณาคิรีติ วทนฺติ.
วิสภาคารมฺมณานิ อิฏฺฐานิ, อนิฏฺฐานิ จ. อนิฏฺฐานํ หิ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ฆเฏหิ นิฆํสนฺติโย’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทพฺพูปกรณโยคฺคา รุกฺขา ทพฺพูปกรณรุกฺขา.
โย ปน วิหาโร. ขลนฺติ ธญฺญกรณฏฺฐานํ. คาโว รุนฺธนฺติ ‘‘สสฺสํ ขาทึสู’’ติ. อุทกวารนฺติ เกทาเรสุ สสฺสานํ ทาตพฺพอุทกวารํ. อยมฺปีติ มหาสงฺฆโภโคปิ วิหาโร. วาริยมานา กมฺมฏฺฐานิเกน ภิกฺขุนา.
สมุทฺทสามุทฺทิกนทีนิสฺสิตํ อุทกปฏฺฏนํ. มหานครานํ อายทฺวารภูตํ อฏวิมุขาทินิสฺสิตํ ถลปฏฺฏนํ. อปฺปสนฺนา โหนฺติ. เตนสฺส ตตฺถ ผาสุวิหาโร น โหตีติ อธิปฺปาโย. มญฺญมานา ราชมนุสฺสา.
สโมสรเณนาติ อิโต จิโต สญฺจรเณน. ปปาเตติ ปปาตสีเส ฐตฺวา คายิ ‘‘คีตสทฺเทน อิธาคตํ ปปาเต ปาเตตฺวา ขาทิสฺสามี’’ติ. เวเคน คเหตฺวาติ เวเคนาคนฺตฺวา ‘‘กุหึ ยาสี’’ติ ขนฺเธ คเหตฺวา.
ยตฺถาติ ยสฺมึ วิหาเร, วิหารสามนฺตา วา น สกฺกา โหติ กลฺยาณมิตฺตํ ลทฺธุํ, ตตฺถ วิหาเร โส อลาโภ มหาโทโสติ โยชนา.
ปนฺถนินฺติ ปนฺเถ นีโต ปวตฺติโตติ ปนฺถนี, มคฺคนิสฺสิโต วิหาโร. ตํ ปนฺถนึ. โสณฺฑินฺติ โสณฺฑิสหิโต วิหาโร โสณฺฑี, ตํ โสณฺฑึ. ตถา ปณฺณนฺติอาทีสุ. นครนิสฺสิตํ นครนฺติ วุตฺตํ อุตฺตรปทโลเปน ยถา ‘‘ภีมเสโน ภีโม’’ติ. ทารุนาติ ทารุนิสฺสิเตน สห. วิสภาเคนาติ โย วิสภาเคหิ วุสียติ, วิสภาคานํ วา นิวาโส, โส วิหาโร วิสภาโค. เตน วิสภาเคน สทฺธึ. ปจฺจนฺตนิสฺสิตญฺจ สีมานิสฺสิตญฺจ อสปฺปายญฺจ ปจฺจนฺตสีมาสปฺปายํ. ยตฺถ มิตฺโต น ลพฺภติ, ตมฺปีติ สพฺพตฺถ ฐาน-สทฺทาเปกฺขาย นปุํสกนิทฺเทโส. อิติ วิญฺญายาติ ‘‘ภาวนาย อนนุรูปานี’’ติ เอวํ วิชานิตฺวา.
อนุรูปวิหารวณฺณนา
๕๓. อยํ อนุรูโป นามาติ อยํ วิหาโร ภาวนาย อนุรูโป นาม. นาติทูรนฺติ โคจรฏฺฐานโต อฑฺฒคาวุตโต โอรภาคตาย น อติทูรํ. นาจฺจาสนฺนนฺติ ปจฺฉิเมน ปมาเณน โคจรฏฺฐานโต ปญฺจธนุสติกตาย น อติอาสนฺนํ. ตาย จ ปน นาติทูรนาจฺจาสนฺนตาย, โคจรฏฺฐานํ ปริสฺสยาทิรหิตมคฺคตาย จ คมนสฺส จ อาคมนสฺส จ ยุตฺตรูปตฺตา คมนาคมนสมฺปนฺนํ. ทิวสภาเค มหาชนสํกิณฺณตาภาเวน ทิวา อปฺปากิณฺณํ. อภาวตฺโถ หิ อยํ อปฺป-สทฺโท ‘‘อปฺปิจฺโฉ’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๓๖) วิย. รตฺติยํ ชนาลาปสทฺทาภาเวน รตฺตึ อปฺปสทฺทํ. สพฺพทาปิ ชนสนฺนิปาตนิคฺโฆสาภาเวน อปฺปนิคฺโฆสํ. อปฺปกสิเรนาติ อกสิเรน สุเขเนว. สีลาทิคุณานํ ถิรภาวปฺปตฺติยา เถรา. สุตฺตเคยฺยาทิ พหุ สุตํ เอเตสนฺติ พหุสฺสุตา. วาจุคฺคตกรเณน, สมฺมเทว ครูนํ สนฺติเก อาคมิตภาเวน จ อาคโต ปริยตฺติธมฺมสงฺขาโต อาคโม เอเตสนฺติ อาคตาคมา. สุตฺตาภิธมฺมสงฺขาตสฺส ธมฺมสฺส ธารเณน ธมฺมธรา. วินยสฺส ธารเณน วินยธรา. เตสํเยว ธมฺมวินยานํ มาติกาย ธารเณน มาติกาธรา. ตตฺถ ตตฺถ ธมฺมปริปุจฺฉาย ปริปุจฺฉติ. อตฺถปริปุจฺฉาย ปริปญฺหติ วีมํสติ วิจาเรติ. อิทํ, ภนฺเต, กถํ อิมสฺส โก อตฺโถติ ปริปุจฺฉนปริปญฺหาการทสฺสนํ. อวิวฏญฺเจว ปาฬิยา อตฺถํ ปเทสนฺตรปาฬิทสฺสเนน อาคมโต วิวรนฺติ. อนุตฺตานีกตญฺจ ยุตฺติวิภาวเนน อุตฺตานีกโรนฺติ. กงฺขฏฺฐานิเยสุ ธมฺเมสุ สํสยุปฺปตฺติยา เหตุตาย คณฺฐิฏฺฐานภูเตสุ ปาฬิปเทเสสุ ยาถาวโต วินิจฺฉยทาเนน กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺติ. เอตฺถ จ ‘‘นาติทูรํ, นาจฺจาสนฺนํ, คมนาคมนสมฺปนฺน’’นฺติ เอกํ องฺคํ, ‘‘ทิวา อปฺปากิณฺณํ, รตฺตึ อปฺปสทฺทํ อปฺปนิคฺโฆส’’นฺติ เอกํ, ‘‘อปฺปฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺส’’นฺติ เอกํ, ‘‘ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน วิหรนฺตสฺส…เป… ปริกฺขารา’’ติ เอกํ, ‘‘ตสฺมึ โข ปน เสนาสเน เถรา…เป… กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺตี’’ติ เอกํ. เอวํ ปญฺจ องฺคานิ เวทิตพฺพานิ.
ขุทฺทกปลิโพธวณฺณนา
๕๔. ขุทฺทกปลิโพธุปจฺเฉเท ปโยชนํ ปรโต อาคมิสฺสติ. อคฺคฬอนุวาตปริภณฺฑทานาทินา ทฬฺหีกมฺมํ วา. ตนฺตจฺเฉทาทีสุ ตุนฺนกมฺมํ วา กาตพฺพํ.
ภาวนาวิธานวณฺณนา
๕๕. สพฺพกมฺมฏฺฐานวเสนาติ อนุกฺกเมน นิทฺทิสิยมานสฺส จตฺตาลีสวิธสฺส สพฺพสฺส กมฺมฏฺฐานสฺส วเสน. ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺเตนาติ ปิณฺฑปาตปริโภคโต ปฏินิวตฺเตน, ปิณฺฑปาตภุตฺตาวินา โอนีตปตฺตปาณินาติ อตฺโถ. ภตฺตสมฺมทํ ปฏิวิโนเทตฺวาติ โภชนนิมิตฺตํ ปริสฺสมํ วิโนเทตฺวา. อาหาเร หิ อาสยํ ปวิฏฺฐมตฺเต ตสฺส อาคนฺตุกตาย เยภุยฺเยน สิยา สรีรสฺส โกจิ ปริสฺสโม, ตํ วูปสเมตฺวา. ตสฺมึ หิ อวูปสนฺเต สรีรเขเทน จิตฺตํ เอกคฺคตํ น ลเภยฺยาติ. ปวิวิตฺเตติ ชนวิวิตฺเต. สุขนิสินฺเนนาติ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อุชุํ กายํ ปณิธาย นิสชฺชาย สุขนิสินฺเนน. วุตฺตเญฺหตนฺติ ยํ ‘‘กตาย วา’’ติอาทินา ปถวิยา นิมิตฺตคฺคหณํ อิธ วุจฺจติ, วุตฺตํ เหตํ โปราณฏฺฐกถายํ.
อิทานิ ตํ อฏฺฐกถาปาฬึ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปถวีกสิณํ อุคฺคณฺหนฺโต’’ติอาทิมาห. ตตฺถายํ สงฺเขปตฺโถ – ปถวีกสิณํ อุคฺคณฺหนฺโตติ อุคฺคหนิมิตฺตภาเวน ปถวีกสิณํ คณฺหนฺโต อาทิยนฺโต, อุคฺคหนิมิตฺตภูตํ ปถวีกสิณํ อุปฺปาเทนฺโตติ อตฺโถ. อุปฺปาทนญฺเจตฺถ ตถานิมิตฺตสฺส อุปฏฺฐาปนํ ทฏฺฐพฺพํ. ปถวิยนฺติ วกฺขมานวิเสเส ปถวีมณฺฑเล. นิมิตฺตํ คณฺหาตีติ ตตฺถ จกฺขุนา อาทาสตเล มุขนิมิตฺตํ วิย ภาวนาญาเณน วกฺขมานวิเสสํ ปถวีนิมิตฺตํ คณฺหาติ. ‘‘ปถวิย’’นฺติ วตฺวาปิ มณฺฑลาเปกฺขาย นปุํสกนิทฺเทโส. กเตติ วกฺขมานวิธินา อภิสงฺขเตติ อตฺโถ. วา-สทฺโท อนิยมตฺโถ. อกเตติ ปากติเก ขลมณฺฑลาทิเก ปถวีมณฺฑเล. สานฺตเกติ สอนฺตเก เอว, สปริจฺเฉเท เอวาติ อตฺโถ. สาวธารณเญฺหตํ วจนํ. ตถา หิ เตน นิวตฺติตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โน อนนฺตเก’’ติ วุตฺตํ. สโกฏิเยติอาทีนิปิ ตสฺเสว เววจนานิ. สุปฺปมตฺเต วาติอาทีสุ สุปฺปสราวานิ สมปฺปมาณานิ อิจฺฉิตานิ. เกจิ ปน วทนฺติ ‘‘สราวมตฺตํ วิทตฺถิจตุรงฺคุลํ โหติ, สุปฺปมตฺตํ ตโต อธิกปฺปมาณนฺติ. กิตฺติมํ กสิณมณฺฑลํ เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน สราวมตฺตํ, อุปริมปริจฺเฉเทน สุปฺปมตฺตํ, น ตโต อโธ, อุทฺธํ วาติ ปริตฺตปฺปมาณเภทสงฺคณฺหนตฺถํ ‘สุปฺปมตฺเต วา สราวมตฺเต วา’ติ วุตฺต’’นฺติ. ยถาอุปฏฺฐิเต อารมฺมเณ เอกงฺคุลมตฺตมฺปิ วฑฺฒิตํ อปฺปมาณเมวาติ วุตฺโตวายมตฺโถ. เกจิ ปน ‘‘ฉตฺตมตฺตมฺปิ กสิณมณฺฑลํ กาตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ.
โส ตํ นิมิตฺตํ สุคฺคหิตํ กโรตีติ โส โยคาวจโร ตํ ปถวีมณฺฑลํ สุคฺคหิตํ นิมิตฺตํ กโรติ. ยทา จกฺขุํ อุมฺมีเลตฺวา โอโลเกตฺวา ตตฺถ นิมิตฺตํ คเหตฺวา นิมฺมีเลตฺวา อาวชฺเชนฺตสฺส อุมฺมีเลตฺวา โอโลกิตกฺขเณ วิย อุปฏฺฐาติ, ตทา สุคฺคหิตํ กโรติ นาม. อเถตฺถ สตึ สูปฏฺฐิตํ กตฺวา อพหิคเตน มานเสน ปุนปฺปุนํ สลฺลกฺเขนฺโต สูปธาริตํ อุปธาเรติ นาม. เอวํ อุปธาริตํ ปน นํ ปุนปฺปุนํ อาวชฺเชนฺโต มนสิ กโรนฺโต ตเมวารพฺภ อาเสวนํ ภาวนํ พหุลํ ปวตฺเตนฺโต สุววตฺถิตํ ววตฺถเปติ นาม. ตสฺมึ อารมฺมเณติ เอวํ สุคฺคหิตกรณาทินา สมฺมเทว อุปฏฺฐิเต ตสฺมึ ปถวีกสิณสญฺญิเต อารมฺมเณ. จิตฺตํ อุปนิพนฺธตีติ อตฺตโน จิตฺตํ อุปจารชฺฌานํ อุปเนตฺวา นิพนฺธติ อญฺญารมฺมณโต วินิวตฺตํ กโรติ. อทฺธา อิมายาติอาทิ อานิสํสทสฺสาวิตาทสฺสนํ.
อิทานิ ยถาทสฺสิตสฺส อฏฺฐกถาปาฐสฺส อตฺถปฺปกาสเนน สทฺธึ ภาวนาวิธึ วิภาเวตุกาโม อกเต ตาว นิมิตฺตคฺคหณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ เยน อตีตภเวปี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ อฏฺฐกถาปาเฐ. จตุกฺกปญฺจกชฺฌานานีติ จตุกฺกปญฺจกนยวเสน วทติ. ปุญฺญวโตติ ภาวนามยปุญฺญวโต. อุปนิสฺสยสมฺปนฺนสฺสาติ ตาทิเสเนว อุปนิสฺสเยน สมนฺนาคตสฺส. ขลมณฺฑเลติ มณฺฑลากาเร ธญฺญกรณฏฺฐาเน. ตํฐานปฺปมาณเมวาติ โอโลกิตฏฺฐานปฺปมาณเมว.
อวิราเธตฺวาติ อวิรชฺฌิตฺวา วุตฺตวิธินา เอว. นีลปีตโลหิตโอทาตสมฺเภทวเสนาติ นีลาทิวณฺณาหิ มตฺติกาหิ ปจฺเจกํ, เอกชฺฌญฺจ สํสคฺควเสน. คงฺคาวเหติ คงฺคาโสเต. สีหฬทีเป กิร ราวณคงฺคา นาม นที, ตสฺสา โสเตน ฉินฺนตฏฏฺฐาเน มตฺติกา อรุณวณฺณา. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘คงฺคาวเห มตฺติกาสทิสาย อรุณวณฺณายา’’ติ. อรุณวณฺณาย อรุณนิภาย, อรุณปฺปภาวณฺณายาติ อตฺโถ.
เอวํ กสิณโทเส ทสฺเสตฺวา อิทานิ กสิณกรณาทิเก เสสากาเร ทสฺเสตุํ ‘‘ตญฺจ โข’’ติอาทิ วุตฺตํ. สํหาริมนฺติ สํหริตพฺพํ คเหตฺวา จรณโยคฺคํ. ตตฺรฏฺฐกนฺติ ยตฺร กตํ, ตตฺเถว ติฏฺฐนกํ. วุตฺตปฺปมาณนฺติ ‘‘สุปฺปมตฺเต วา สราวมตฺเต วา’’ติ วุตฺตปฺปมาณํ. วฏฺฏนฺติ มณฺฑลสณฺฐานํ. ปริกมฺมกาเลติ นิมิตฺตุคฺคหณาย ภาวนากาเล. เอตเทวาติ ยํ วิทตฺถิจตุรงฺคุลวิตฺถารํ, เอตเทว ปมาณํ สนฺธาย ‘‘สุปฺปมตฺตํ วา สราวมตฺตํ วา’’ติ วุตฺตํ. สุปฺปํ หิ นาติมหนฺตํ, สราวญฺจ มหนฺตํ จาฏิปิธานปฺปโหนกนฺติ สมปฺปมาณํ โหติ.
๕๖. ตสฺมาติ ปริจฺเฉทตฺถาย วุตฺตตฺตา. เอวํ วุตฺตปมาณํ ปริจฺเฉทนฺติ ยถาวุตฺตปฺปมาณํ วิทตฺถิจตุรงฺคุลวิตฺถารํ ปริจฺเฉทํ กตฺวา, เอวํ วุตฺตปฺปมาณํ วา กสิณมณฺฑลํ วิสภาควณฺเณน ปริจฺเฉทํ กตฺวา. รุกฺขปาณิกาติ กุจนฺทนาทิรุกฺขปาณิกา อรุณวณฺณสฺส วิสภาควณฺณํ สมุฏฺฐเปติ. ตสฺมา ตํ อคฺคเหตฺวาติ วุตฺตํ. ปกติรุกฺขปาณิกา ปน ปาสาณปาณิกาคติกาว. นินฺนุนฺนตฏฺฐานาภาเวน เภรีตลสทิสํ กตฺวา. ตโต ทูรตเรติอาทิ ยถาวุตฺตโต ปเทสโต, ปีฐโต จ อญฺญสฺมึ อาทีนวทสฺสนํ. กสิณโทสาติ หตฺถปาณิปทาทโย อิธ กสิณโทสา.
วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘อฑฺฒเตยฺยหตฺถนฺตเร ปเทเส, วิทตฺถิจตุรงฺคุลปาทเก ปีเฐ’’ติ จ วุตฺตวิธินาว. กาเมสุ อาทีนวนฺติ ‘‘กามา นาเมเต อฏฺฐิกงฺกลูปมา นิรสฺสาทฏฺเฐน, ติณุกฺกูปมา อนุทหนฏฺเฐน, องฺคารกาสูปมา มหาภิตาปฏฺเฐน, สุปินกูปมา อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานฏฺเฐน, ยาจิตกูปมา ตาวกาลิกฏฺเฐน, รุกฺขผลูปมา สพฺพงฺคปจฺจงฺคปลิภญฺชนฏฺเฐน, อสิสูนูปมา อธิกุฏฺฏนฏฺเฐน, สตฺติสูลูปมา วินิวิชฺฌนฏฺเฐน, สปฺปสิรูปมา สปฏิภยฏฺเฐนา’’ติอาทินา (ปาจิ. อฏฺฐ. ๔๑๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๓๔) ‘‘อปฺปสฺสาทา กามา พหุทุกฺขา พหุปายาสา’’ติอาทินา (ปาจิ. ๔๑๗; ม. นิ. ๑.๒๓๔; ๒.๔๒) ‘‘กามสุขญฺจ นาเมตํ พหุปริสฺสยํ, สาสงฺกํ, สภยํ, สํกิลิฏฺฐํ, มีฬฺหปริโภคสทิสํ, หีนํ, คมฺมํ, โปถุชฺชนิกํ, อนริยํ, อนตฺถสํหิต’’นฺติอาทินา จ อเนกาการโวการํ วตฺถุกามกิเลสกาเมสุ อาทีนวํ โทสํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา. กามนิสฺสรเณติ กามานํ นิสฺสรณภูเต, เตหิ วา นิสฺสเฏ. อคฺคมคฺคสฺส ปาทกภาเวน สพฺพทุกฺขสมติกฺกมสฺส อุปายภูเต. เนกฺขมฺเมติ ฌาเน. ชาตาภิลาเสน สญฺชาตจฺฉนฺเทน. ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ วต ภควา อวิปรีตธมฺมเทสนตฺตา, สฺวากฺขาโต ธมฺโม เอกนฺตนิยฺยานิกตฺตา, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชนโต’’ติ เอวํ พุทฺธธมฺมสงฺฆคุณานุสฺสรเณน รตนตฺตยวิสยํ ปีติปาโมชฺชํ ชนยิตฺวา. เนกฺขมฺมํ ปฏิปชฺชติ เอตายาติ เนกฺขมฺมปฏิปทา, สอุปจารสฺส ฌานสฺส, วิปสฺสนาย, มคฺคสฺส, นิพฺพานสฺส จ อธิคมการณนฺติ อตฺโถ. ปุพฺเพ ปน ปฐมชฺฌานเมว เนกฺขมฺมนฺติ วุตฺตตฺตา วุตฺตาวเสสา สพฺเพปิ เนกฺขมฺมธมฺมา. ยถาห –
‘‘ปพฺพชฺชา ปฐมํ ฌานํ, นิพฺพานํ จ วิปสฺสนา;
สพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา, ‘เนกฺขมฺม’นฺติ ปวุจฺจเร’’ติ. (อิติวุ. อฏฺฐ. ๑๐๙);
ปวิเวกสุขรสสฺสาติ จิตฺตวิเวกาทิวิเวกชสฺส สุขรสสฺส. เอวเมเตหิ ปญฺจหิ ปเทหิ ‘‘อานิสํสทสฺสาวี’’ติอาทีนํ ปทานํ อตฺโถ ทสฺสิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. สเมน อากาเรนาติ อติอุมฺมีลนอติมนฺทาโลจนานิ วชฺเชตฺวา นาติอุมฺมีลนนาติมนฺทาโลจนสงฺขาเตน สเมน อาโลจนากาเรน. นิมิตฺตํ คณฺหนฺเตนาติ ปถวีกสิเณ จกฺขุนา คหิตนิมิตฺตํ มนสา คณฺหนฺเตน. ภาเวตพฺพนฺติ ตถาปวตฺตํ นิมิตฺตคฺคหณํ วฑฺเฒตพฺพํ อาเสวิตพฺพํ พหุลีกาตพฺพํ.
จกฺขุ กิลมติ อติสุขุมํ, อติภาสุรญฺจ รูปคตํ อุปนิชฺฌายโต วิย. อติวิภูตํ โหติ อตฺตโน สภาวาวิภาวโต. ตถา จ วณฺณโต วา ลกฺขณโต วา อุปติฏฺเฐยฺย. เตน วุตฺตํ ‘‘เตนสฺส นิมิตฺตํ นุปฺปชฺชตี’’ติ. อวิภูตํ โหติ คชนิมฺมีลเนน เปกฺขนฺตสฺส รูปคตํ วิย. จิตฺตญฺจ ลีนํ โหติ ทสฺสเน มนฺทพฺยาปารตาย โกสชฺชปาตโต. เตนาห ‘‘เอวมฺปิ นิมิตฺตํ นุปฺปชฺชตี’’ติ. อาทาสตเล มุขนิมิตฺตทสฺสินา วิยาติ ยถา อาทาสตเล มุขนิมิตฺตทสฺสี ปุริโส น ตตฺถ อติคาฬฺหํ อุมฺมีลติ, นาปิ อติมนฺทํ, น อาทาสตลสฺส วณฺณํ ปจฺจเวกฺขติ, นาปิ ลกฺขณํ มนสิ กโรติ. อถ โข สเมน อากาเรน โอโลเกนฺโต อตฺตโน มุขนิมิตฺตเมว ปสฺสติ, เอวเมว อยมฺปิ ปถวีกสิณํ สเมน อากาเรน โอโลเกนฺโต นิมิตฺตคฺคหณปฺปสุโตเยว โหติ, เตน วุตฺตํ ‘‘สเมน อากาเรนา’’ติอาทิ. น วณฺโณ ปจฺจเวกฺขิตพฺโพติ โย ตตฺถ ปถวีกสิเณ อรุณวณฺโณ, โส น จินฺเตตพฺโพ. จกฺขุวิญฺญาเณน ปน คหณํ น สกฺกา นิวาเรตุํ. เตเนเวตฺถ ‘‘น โอโลเกตพฺโพ’’ติ อวตฺวา ปจฺจเวกฺขณคฺคหณํ กตํ. น ลกฺขณํ มนสิ กาตพฺพนฺติ ยํ ตตฺถ ปถวีธาตุยา ถทฺธลกฺขณํ, ตํ น มนสิ กาตพฺพํ.
ทิสฺวา คเหตพฺพตฺตา ‘‘วณฺณํ อมุญฺจิตฺวา’’ติ วตฺวาปิ วณฺณวเสเนตฺถ อาโภโค น กาตพฺโพ, โส ปน วณฺโณ นิสฺสยคติโก กาตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘นิสฺสยสวณฺณํ กตฺวา’’ติ. นิสฺสเยน สมานาการสนฺนิสฺสิโต โส วณฺโณ ตาย ปถวิยา สมานคติกํ กตฺวา, วณฺเณน สเหว ‘‘ปถวี’’ติ มนสิ กาตพฺพนฺติ อตฺโถ. อุสฺสทวเสน ปณฺณตฺติธมฺเมติ ปถวีธาตุยา อุสฺสนฺนภาเวน สตฺติโต อธิกภาเวน สสมฺภารปถวิยํ ‘‘ปถวี’’ติ โย โลกโวหาโร, ตสฺมึ ปณฺณตฺติธมฺเม จิตฺตํ ปฏฺฐเปตฺวา ‘‘ปถวี, ปถวี’’ติ มนสิ กาตพฺพํ. ยทิ โลกโวหาเรน ปณฺณตฺติมตฺเต จิตฺตํ ฐเปตพฺพํ, นามนฺตรวเสนปิ ปถวี มนสิ กาตพฺพา ภเวยฺยาติ, โหตุ, โก โทโสติ ทสฺเสนฺโต ‘‘มหี เมทินี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยมิจฺฉตีติ ยํ นามํ วตฺตุํ อิจฺฉติ, ตํ วตฺตพฺพํ. ตญฺจ โข ยทสฺส สญฺญานุกูลํ โหติ ยํ นามํ อสฺส โยคิโน ปุพฺเพ ตตฺถ คหิตสญฺญาวเสน อนุกูลํ ปจุรตาย, ปคุณตาย วา อาคจฺฉติ, ตํ วตฺตพฺพํ. วตฺตพฺพนฺติ จ ปฐมสมนฺนาหาเร กสฺสจิ วจีเภโทปิ โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ, อาจริเยน วา วตฺตพฺพตํ สนฺธาย. กึ วา พหุนา, ปากฏภาโวเยเวตฺถ ปมาณนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. กาเลน อุมฺมีเลตฺวา กาเลน นิมฺมีเลตฺวาติ กิญฺจิ กาลํ จกฺขุํ อุมฺมีเลตฺวา นิมิตฺตคฺคหณวเสน ปถวีมณฺฑลํ โอโลเกตฺวา ปุน กิญฺจิ กาลํ จกฺขุํ นิมฺมีเลตฺวา อาวชฺชิตพฺพํ. เยนากาเรน โอโลเกตฺวา คหิตํ, เตนากาเรน ปุน ตํ สมนฺนาหริตพฺพํ.
๕๗. อาปาถมาคจฺฉตีติ มโนทฺวาริกชวนานํ โคจรภาวํ อุปคจฺฉติ. ตสฺส อุคฺคหนิมิตฺตสฺส. น ตสฺมึ ฐาเน นิสีทิตพฺพํ. กสฺมา? ยทิ อุคฺคหนิมิตฺเต ชาเตปิ ปถวีมณฺฑลํ โอโลเกตฺวา ภาเวติ, ปฏิภาคนิมิตฺตุปฺปตฺติ น สิยา. สมีปฏฺเฐน จ น โอโลเกตุํ น สกฺกา. เตน วุตฺตํ ‘‘อตฺตโน วสนฏฺฐานํ ปวิสิตฺวา’’ติอาทิ. นิสฺสทฺทภาวาย เอกปฏลิกูปาหนาคหณํ, ปริสฺสยวิโนทนตฺถํ กตฺตรทณฺฑคฺคหณํ. สเจ นสฺสติ, อถาเนน ภาเวตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. วกฺขมาเนสุ อสปฺปาเยสุ เกนจิเทว อสปฺปาเยน การณภูเตน. นิมิตฺตํ อาทายาติ ยถาชาตํ อุคฺคหนิมิตฺตํ คเหตฺวา. สมนฺนาหริตพฺพนฺติ อาวชฺชิตพฺพํ นิมิตฺตนฺติ อธิปฺปาโย, สมฺมา วา อนุ อนุ อาหริตพฺพํ กมฺมฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. ตกฺกาหตํ วิตกฺกาหตนฺติ ตกฺกนโต, สวิเสสํ ตกฺกนโต จ ‘‘ตกฺโก, วิตกฺโก’’ติ จ เอวํ ลทฺธนาเมน ภาวนาจิตฺตสมฺปยุตฺเตน สมฺมาสงฺกปฺเปน อาหนนปริยาหนนกิจฺเจน อปราปรํ วตฺตมาเนน กมฺมฏฺฐานํ อาหตํ, ปริยาหตญฺจ กาตพฺพํ, พลปฺปตฺตวิตกฺโก มนสิกาโร พหุลํ ปวตฺเตตพฺโพติ อตฺโถ. เอวํ กโรนฺตสฺสาติ เอวํ กมฺมฏฺฐานํ ตกฺกาหตํ วิตกฺกาหตํ กโรนฺตสฺส. ยถา ภาวนา ปุพฺเพนาปรํ วิเสสํ อาวหติ, เอวํ อนุยุญฺชนฺตสฺส. อนุกฺกเมนาติ ภาวนานุกฺกเมน. ยทา สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ สุวิสทานิ ติกฺขานิ ปวตฺตนฺติ, ตทา อสฺสทฺธิยาทีนํ ทูรีภาเวน สาติสยถามปฺปตฺเตหิ สตฺตหิ พเลหิ ลทฺธูปตฺถมฺภานิ วิตกฺกาทีนิ กามาวจราเนว ฌานงฺคานิ พหูนิ หุตฺวา ปาตุภวนฺติ. ตโต เอว เตสํ อุชุวิปจฺจนีกภูตา กามจฺฉนฺทาทโย สทฺธึ ตเทกฏฺเฐหิ ปาปธมฺเมหิ วิทูรี ภวนฺติ, ปฏิภาคนิมิตฺตุปฺปตฺติยา สทฺธึ ตํ อารพฺภ อุปจารชฺฌานํ อุปฺปชฺชติ. เตน วุตฺตํ ‘‘นีวรณานิ วิกฺขมฺภนฺตี’’ติอาทิ. ตตฺถ สนฺนิสีทนฺตีติ สมฺมเทว สีทนฺติ, อุปสมนฺตีติ อตฺโถ.
อิมสฺสาติ ปฏิภาคนิมิตฺตสฺส. องฺคุลิปทปาณิปทาทิโก กสิณโทโส. อาทาสมณฺฑลูปมาทีหิ อุคฺคหนิมิตฺตโต ปฏิภาคนิมิตฺตสฺส สุปริสุทฺธตํ, สณฺหสุขุมตญฺจ ทสฺเสติ. ตญฺจ โข ปฏิภาคนิมิตฺตํ เนว วณฺณวนฺตํ น สณฺฐานวนฺตํ อปรมตฺถสภาวตฺตา. อีทิสนฺติ วณฺณสณฺฐานวนฺตํ. ติลกฺขณพฺภาหตนฺติ อุปฺปาทาทิลกฺขณตฺตยานุปวิฏฺฐํ, อนิจฺจตาทิลกฺขณตฺตยงฺกิตํ วา. ยทิ น ปเนตํ ตาทิสํ วณฺณาทิวนฺตํ, กถํ ฌานสฺส อารมฺมณภาโวติ อาห ‘‘เกวลญฺหี’’ติอาทิ. สญฺญชนฺติ ภาวนาสญฺญาชนิตํ, ภาวนาสญฺญาย สญฺชาตมตฺตํ. น หิ อสภาวสฺส กุโตจิ สมุฏฺฐานํ อตฺถิ. เตนาห ‘‘อุปฏฺฐานาการมตฺต’’นฺติ.
๕๘. วิกฺขมฺภิตาเนว สนฺนิสินฺนาว, น ปน ตทตฺถํ อุสฺสาโห กาตพฺโพติ อธิปฺปาโย. ‘‘อุปจารสมาธินา’’ติ วุตฺเต อิตโรปิ สมาธิ อตฺถีติ อตฺถโต อาปนฺนนฺติ ตมฺปิ ทสฺเสตุํ ‘‘ทุวิโธ หิ สมาธี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ทฺวีหากาเรหีติ ฌานธมฺมานํ ปฏิปกฺขทูรีภาโว, ถิรภาวปฺปตฺติ จาติ อิเมหิ ทฺวีหิ การเณหิ. อิทานิ ตานิ การณานิ อวตฺถามุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘อุปจารภูมิยํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุปจารภูมิยนฺติ อุปจาราวตฺถายํ. ยทิปิ ตทา ฌานงฺคานิ ปฏุตรานิ มหคฺคตภาวปฺปตฺตานิ น อุปฺปชฺชนฺติ, เตสํ ปน ปฏิปกฺขธมฺมานํ วิกฺขมฺภเนน จิตฺตํ สมาธิยติ. เตนาห ‘‘นีวรณปฺปหาเนน จิตฺตํ สมาหิตํ โหตี’’ติ. ปฏิลาภภูมิยนฺติ ฌานสฺส อธิคมาวตฺถายํ. ตทา หิ อปฺปนาปตฺตานํ ฌานธมฺมานํ อุปฺปตฺติยา จิตฺตํ สมาธิยติ. เตนาห ‘‘องฺคปาตุภาเวนา’’ติ. จิตฺตํ สมาหิตํ โหตีติ สมฺพนฺโธ.
น ถามชาตานีติ น ชาตถามานิ, น ภาวนาพลํ ปตฺตานีติ อตฺโถ. จิตฺตนฺติ ฌานจิตฺตํ. เกวลมฺปิ รตฺตึ เกวลมฺปิ ทิวสํ ติฏฺฐตีติ สมาปตฺติเวลํ สนฺธายาห. อุปจารภูมิยํ นิมิตฺตวฑฺฒนํ ยุตฺตนฺติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘นิมิตฺตํ วฑฺเฒตฺวา’’ติ. ลทฺธปริหานีติ ลทฺธอุปจารชฺฌานปริหานิ. นิมิตฺเต อวินสฺสนฺเต ตทารมฺมณฌานมฺปิ อปริหีนเมว โหติ, นิมิตฺเต ปน อารกฺขาภาเวน วินฏฺเฐ ลทฺธํ ลทฺธํ ฌานมฺปิ วินสฺสติ ตทายตฺตวุตฺติโต. เตนาห ‘‘อารกฺขมฺหี’’ติอาทิ.
สตฺตสปฺปายวณฺณนา
๕๙. ‘‘ถาวรญฺจ โหตี’’ติ วตฺวา ยถา ถาวรํ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สติ อุปฏฺฐาติ, จิตฺตํ สมาธิยตี’’ติ วุตฺตํ. ยถาลทฺธญฺหิ นิมิตฺตํ ตตฺถ สตึ สูปฏฺฐิตํ กตฺวา เอกคฺคตํ วินฺทนฺตสฺส ถิรํ นาม โหติ, สุรกฺขิตญฺจ. สติ-คฺคหเณน เจตฺถ สมฺปชญฺญํ, สมาธิคฺคหเณน วีริยญฺจ สงฺคหิตํ โหติ นานนฺตริยภาวโต. ตตฺถาติ เตสุ อาวาเสสุ. ตีณิ ตีณีติ เอเกกสฺมึ อาวาเส อวุตฺถอวุตฺถฏฺฐาเน วสนนิยาเมน ตโย ตโย ทิวเส วสิตฺวา.
อุตฺตเรน วา ทกฺขิเณน วาติ วุตฺตํ คมนาคมเน สูริยาภิมุขภาวนิวารณตฺถนฺติ. สหสฺสธนุปฺปมาณํ ทิยฑฺฒโกสํ.
ทฺวตฺตึส ติรจฺฉานกถาติ ราชกถาทิเก (ที. นิ. ๑.๑๗; ม. นิ. ๒.๒๒๓; สํ. นิ. ๕.๑๐๘๐; อ. นิ. ๑๐.๖๙; ปาจิ. ๕๐๘) สนฺธายาห. ตา หิ ปาฬิยํ สรูปโต อนาคตาปิ อรญฺญปพฺพตนทีทีปกถา อิติ-สทฺเทน สงฺคเหตฺวา สคฺคโมกฺขานํ ติรจฺฉานภาวโต ‘‘ทฺวตฺตึส ติรจฺฉานกถา’’ติ วุตฺตา. ทสกถาวตฺถุนิสฺสิตนฺติ ‘‘อปฺปิจฺฉตา, สนฺตุฏฺฐิ, ปวิเวโก, อสํสคฺโค, วีริยารมฺโภ, สีล, สมาธิ, ปญฺญา, วิมุตฺติ, วิมุตฺติญาณทสฺสน’’นฺติ อิมานิ อปฺปิจฺฉกถาทีนํ วตฺถูนิ, ตนฺนิสฺสิตํ ภสฺสํ สปฺปายํ.
อติรจฺฉานกถิโกติ นติรจฺฉานกถิโก, ติรจฺฉานกถา วิธุรํ ธมฺมิกํ กมฺมฏฺฐานปฏิสํยุตฺตเมว กถํ กเถตีติ อธิปฺปาโย. สีลาทิคุณสมฺปนฺโนติ สีลสมาธิอาทิคุณสมฺปนฺโน. โย หิ สมาธิกมฺมฏฺฐานิโก, สมาธิกมฺมฏฺฐานสฺส วา ปารํ ปตฺโต, โส อิมสฺส โยคิโน สปฺปาโย. เตนาห ‘‘ยํ นิสฺสายา’’ติอาทิ. กายทฬฺหีพหุโลติ กายสฺส สนฺตปฺปนโปสนปฺปสุโต. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ยาวทตฺถํ อุทราวเทหกํ ภุญฺชิตฺวา เสยฺยสุขํ ปสฺสสุขํ มิทฺธสุขํ อนุยุตฺโต วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๐; ม. นิ. ๑.๑๘๖; อ. นิ. ๕.๒๐๖).
โภชนํ เยภุยฺเยน มธุรมฺพิลรสวเสน สตฺตานํ อุปโยคํ คจฺฉติ ทธิอาทีสุ ตถา ทสฺสนโต. กฏุกาทิรสา ปน เกวลํ อภิสงฺขารกา เอวาติ อาห ‘‘กสฺสจิ มธุรํ, กสฺสจิ อมฺพิลํ สปฺปายํ โหตี’’ติ.
ยสฺมึ อิริยาปเถ อาธารภูเต, วตฺตมาเน วา, ยสฺมึ วา อิริยาปเถ ปวตฺตมานสฺส. นิมิตฺตาเสวนพหุลสฺสาติ นิมิตฺเต อาเสวนาพหุลสฺส ปฏิภาคนิมิตฺเต วิสยภูเต ภาวนามนสิการํ พหุลํ อาเสวนฺตสฺส, นิมิตฺตสฺส วา โคจราเสวนวเสน อาเสวนาพหุลสฺส. เยน หิ ภาเวนฺตสฺส ภาวนาเสวนา, เตน โคจราเสวนาปิ อิจฺฉิตพฺพาติ.
ทสวิธอปฺปนาโกสลฺลวณฺณนา
๖๐. น โหติ อปฺปนา. เยน วิธินา อปฺปนายํ กุสโล โหติ, โส ทสวิโธ วิธิ อปฺปนาโกสลฺลํ, ตนฺนิพฺพตฺตํ วา ญาณํ. วตฺถุวิสทกิริยโตติ วตฺถูนํ วิสทภาวกรณโต อปฺปนาโกสลฺลํ อิจฺฉิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. เอวํ เสเสสุปิ.
๖๑. จิตฺตเจตสิกานํ หิ ปวตฺติฏฺฐานภาวโต สรีรํ, ตปฺปฏิพทฺธานิ จีวราทีนิ จ อิธ ‘‘วตฺถูนี’’ติ อธิปฺเปตานิ. ตานิ ยถา จิตฺตสฺส สุขาวหานิ โหนฺติ, ตถา กรณํ เตสํ วิสทภาวกรณํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อชฺฌตฺติกพาหิราน’’นฺติอาทิ. สรีรํ วาติ วา-สทฺโท อฏฺฐานปฺปยุตฺโต, สรีรํ เสทมลคฺคหิตํ วา อญฺเญน วา อวสฺสุตกิจฺเจน วิพาธิตนฺติ อธิปฺปาโย. เสนาสนํ วาติ วา-สทฺเทน ปตฺตาทีนมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. นนุ จายํ นโย ขุทฺทกปลิโพธุปจฺเฉเทน สงฺคหิโต, ปุน กสฺมา วุตฺโตติ? สจฺจํ สงฺคหิโต, โส จ โข ภาวนาย อารมฺภกาเล. อิธ ปน อารทฺธกมฺมฏฺฐานสฺส อุปจารชฺฌาเน ฐตฺวา อปฺปนาปริวาสํ วสนฺตสฺส กาลนฺตเร ชาเต ตถาปฏิปตฺติ อปฺปนาโกสลฺลาย วุตฺตา. อวิสเท สติ, วิสยภูเต วา. กถํ ภาวนมนุยุญฺชนฺตสฺส ตานิ วิสโย? อนฺตรนฺตรา ปวตฺตนกจิตฺตุปฺปาทวเสเนวํ วุตฺตํ. เต หิ จิตฺตุปฺปาทา จิตฺเตกคฺคตาย อปริสุทฺธภาวาย สํวตฺตนฺติ. จิตฺตเจตสิเกสุ นิสฺสยาทิปจฺจยภูเตสุ. ญาณมฺปีติ ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑเน. เตน ‘‘น เกวลํ ตํ วตฺถุเยว, อถ โข ตสฺมึ อปริสุทฺเธ ญาณมฺปิ อปริสุทฺธํ โหตี’’ติ ทสฺสิตํ. ตํสมฺปยุตฺตานํ ปน อปริสุทฺธตา อวุตฺตสิทฺธา, ญาณสฺส จ วิสุํ คหณํ อปฺปนาย พหุการตฺตา. ตถา หิ ฌานํ ‘‘ทนฺธาภิญฺญํ, ขิปฺปาภิญฺญ’’นฺติ ญาณมุเขน นิทฺทิฏฺฐํ. นิสฺสยนิสฺสโยปิ นิสฺสโยเตฺวว วุจฺจตีติ อาห ‘‘ทีปกปลฺลิกวฏฺฏิเตลานิ นิสฺสายา’’ติ. ญาเณ อวิสเท วิปสฺสนาภาวนา วิย สมาธิภาวนาปิ ปริทุพฺพลา โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปริสุทฺเธน ญาเณนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กมฺมฏฺฐานนฺติ สมถกมฺมฏฺฐานํ อาห. วุฑฺฒึ องฺคปาตุภาเวน, วิรูฬฺหึ คุณภาเวน, เวปุลฺลํ สพฺพโส วสิภาวปฺปตฺติยา เวทิตพฺพํ. วิสเท ปนาติ สุกฺกปกฺโข, ตสฺส วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๖๒. สมภาวกรณนฺติ กิจฺจโต อนูนาธิกภาวกรณํ. ยถาปจฺจยํ สทฺเธยฺยวตฺถุสฺมึ อธิโมกฺขกิจฺจสฺส ปฏุตรภาเวน, ปญฺญาย อวิสทตาย, วีริยาทีนํ จ สิถิลตาทินา สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ โหติ. เตนาห ‘‘อิตรานิ มนฺทานี’’ติ. ตโตติ ตสฺมา สทฺธินฺทฺริยสฺส พลวภาวโต, อิตเรสญฺจ มนฺทตฺตา. โกสชฺชปกฺเข ปติตุํ อทตฺวา สมฺปยุตฺตธมฺมานํ ปคฺคณฺหนํ อนุพลปฺปทานํ ปคฺคโห, ปคฺคโหว กิจฺจํ, ปคฺคหกิจฺจํ กาตุํ น สกฺโกตีติ สมฺพนฺธิตพฺพํ. อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา ฐานํ, อนิสฺสชฺชนํ วา อุปฏฺฐานํ, วิกฺเขปปฏิปกฺโข. เยน วา สมฺปยุตฺตา อวิกฺขิตฺตา โหนฺติ, โส อวิกฺเขโป. รูปคตํ วิย จกฺขุนา เยน ยาถาวโต วิสยสภาวํ ปสฺสติ, ตํ ทสฺสนกิจฺจํ กาตุํ น สกฺโกติ พลวตา สทฺธินฺทฺริเยน อภิภูตตฺตา. สหชาตธมฺเมสุ หิ อินฺทฏฺฐํ กาเรนฺตานํ สหปวตฺตมานานํ ธมฺมานํ เอกรสตาวเสเนว อตฺถสิทฺธิ, น อญฺญถา. ตสฺมาติ วุตฺตเมวตฺถํ การณภาเวน ปจฺจามสติ. ตนฺติ สทฺธินฺทฺริยํ. ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขเณนาติ ยสฺส สทฺเธยฺยวตฺถุโน อุฬารตาทิคุเณ อธิมุจฺจนสฺส สาติสยปฺปวตฺติยา สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ ชาตํ, ตสฺส ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนาทิวิภาคโต ยาถาวโต วีมํสเนน. เอวญฺหิ เอวํธมฺมตานเยน สภาวรสโต ปริคฺคยฺหมาเน สวิปฺผาโร อธิโมกฺโข น โหติ, ‘‘อยํ อิเมสํ ธมฺมานํ สภาโว’’ติ ปริชานนวเสน ปญฺญาพฺยาปารสฺส สาติสยตฺตา. ธุริยธมฺเมสุ หิ ยถา สทฺธาย พลวภาเว ปญฺญาย มนฺทภาโว โหติ, เอวํ ปญฺญาย พลวภาเว สทฺธาย มนฺทภาโว โหตีติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตํ ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขเณน หาเปตพฺพ’’นฺติ.
ตถา อมนสิกาเรนาติ เยนากาเรน ภาวนมนุยุญฺชนฺตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ โหติ, เตนากาเรน ภาวนาย อนนุยุญฺชนโตติ วุตฺตํ โหติ. อิธ ทุวิเธน สทฺธินฺทฺริยสฺส พลวภาโว, อตฺตโน วา ปจฺจยวิเสสโต กิจฺจุตฺตริเยน, วีริยาทีนํ วา มนฺทกิจฺจตาย. ตตฺถ ปฐมวิกปฺเป หาปนวิธิ ทสฺสิโต, ทุติยวิกปฺเป ปน ยถา มนสิ กโรโต วีริยาทีนํ มนฺทกิจฺจตาย สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ ชาตํ, ตถา อมนสิกาเรน วีริยาทีนํ ปฏุกิจฺจภาวาวเหน มนสิกาเรน สทฺธินฺทฺริยํ เตหิ สมรสํ กโรนฺเตน หาเปตพฺพํ. อิมินา นเยน เสสินฺทฺริเยสุปิ หาปนวิธิ เวทิตพฺโพ.
วกฺกลิตฺเถรวตฺถูติ โส หิ อายสฺมา สทฺธาธิมุตฺตตาย กตาธิกาโร สตฺถุ รูปกายทสฺสนปฺปสุโต เอว หุตฺวา วิหรนฺโต สตฺถารา ‘‘กึ เต, วกฺกลิ, อิมินา ปูติกาเยน ทิฏฺเฐน? โย โข, วกฺกลิ, ธมฺมํ ปสฺสติ, โส มํ ปสฺสตี’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๓.๘๗) โอวทิตฺวา กมฺมฏฺฐาเน นิโยชิโตปิ ตํ อนนุยุญฺชนฺโต ปณามิโต อตฺตานํ วินิปาเตตุํ ปปาตฏฺฐานํ อภิรุหิ. อถ นํ สตฺถา ยถานิสินฺโนว โอภาสํ วิสชฺเชนฺโต อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา –
‘‘ปาโมชฺชพหุโล ภิกฺขุ, ปสนฺโน พุทฺธสาสเน;
อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ, สงฺขารูปสมํ สุข’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๘๑) –
คาถํ วตฺวา ‘‘เอหิ วกฺกลี’’ติ อาห. โส เตน อมเตเนว อภิสิตฺโต หฏฺฐตุฏฺโฐ หุตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปสิ. สทฺธาย ปน พลวภาวโต วิปสฺสนาวีถึ น โอตริ. ตํ ญตฺวา ภควา อินฺทฺริยสมตํ ปฏิปาเทนฺโต กมฺมฏฺฐานํ โสเธตฺวา อทาสิ. โส สตฺถารา ทินฺนนเยน วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ ‘‘วกฺกลิตฺเถรวตฺถุ เจตฺถ นิทสฺสน’’นฺติ.
อิตรกิจฺจเภทนฺติ อุปฏฺฐานาทิกิจฺจวิเสสํ. ปสฺสทฺธาทีติ อาทิ-สทฺเทน สมาธิอุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. หาเปตพฺพนฺติ ยถา สทฺธินฺทฺริยสฺส พลวภาโว ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขเณน หายติ, เอวํ วีริยินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตตา ปสฺสทฺธิอาทิภาวนาย หายติ, สมาธิปกฺขิยตฺตา ตสฺสา. ตถา หิ สา สมาธินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตตํ โกสชฺชปาตโต รกฺขนฺตี วีริยาทิภาวนา วิย วีริยินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตตํ อุทฺธจฺจปาตโต รกฺขนฺตี เอกํสโต หาเปติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปสฺสทฺธาทิภาวนาย หาเปตพฺพ’’นฺติ.
โสณตฺเถรสฺส วตฺถูติ (มหาว. ๒๔๓) สุกุมารสฺส โสณตฺเถรสฺส วตฺถุ. โส หิ อายสฺมา สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา สีตวเน วิหรนฺโต ‘‘มม สรีรํ สุขุมาลํ, น จ สกฺกา สุเขเนว สุขํ อธิคนฺตุํ, กายํ กิลเมตฺวาปิ สมณธมฺโม กาตพฺโพ’’ติ ฐานจงฺกมเมว อธิฏฺฐาย ปธานมนุยุญฺชนฺโต ปาทตเลสุ โผเฏสุ อุฏฺฐิเตสุปิ เวทนํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา ทฬฺหํ วีริยํ กโรนฺโต อจฺจารทฺธวีริยตาย วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ นาสกฺขิ. สตฺถา ตตฺถ คนฺตฺวา วีโณวาเทน โอวทิตฺวา วีริยสมตาโยชนวิธึ ทสฺเสนฺโต กมฺมฏฺฐานํ โสเธตฺวา คิชฺฌกูฏํ คโต. เถโรปิ สตฺถารา ทินฺนนเยน วีริยสมตํ โยเชนฺโต วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘โสณตฺเถรสฺส วตฺถุ ทสฺเสตพฺพ’’นฺติ.
เสเสสุปีติ สติสมาธิปญฺญินฺทฺริเยสุปิ. เอกสฺสาติ เอเกกสฺส. สามญฺญนิทฺเทโสวายํ ทฏฺฐพฺโพ. เอวํ ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ ปจฺเจกํ อธิมตฺตตาย ปน หาปนวเสน สมตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตตฺถ เยสํ วิเสสโต อสาธารณโต, สาธารณโต จ สมตา อิจฺฉิตพฺพา, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิเสสโต ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถาติ เอเตสุ ปญฺจสุ อินฺทฺริเยสุ. สมตนฺติ สทฺธาปญฺญานํ อญฺญมญฺญํ อนูนานธิกภาวํ. ตถา สมาธิวีริยานํ. ยถา หิ สทฺธาปญฺญานํ วิสุํ วิสุํ ธุริยธมฺมภูตานํ กิจฺจโต อญฺญมญฺญานติวตฺตนํ วิเสสโต อิจฺฉิตพฺพเมว, ยโต เนสํ สมธุรตาย อปฺปนา สมฺปชฺชตีติ, เอวํ สมาธิวีริยานํ โกสชฺชอุทฺธจฺจปกฺขิกานํ สมรสตาย สติ อญฺญมญฺญูปตฺถมฺภนโต สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อนฺตทฺวยปาตาภาเวน สมฺมเทว อปฺปนา อิชฺฌติ.
‘‘พลวสทฺโธ หี’’ติอาทิ นิทสฺสนวเสน วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – โย พลวติยา สทฺธาย สมนฺนาคโต อวิสทญาโณ, โส มุทฺธปฺปสนฺโน โหติ, น อเวจฺจปฺปสนฺโน. ตถา หิ โส อวตฺถุสฺมึ ปสีทติ เสยฺยถาปิ ติตฺถิยสาวกา. เกราฏิกปกฺขนฺติ สาเฐยฺยปกฺขํ ภชติ. สทฺธาหีนาย ปญฺญาย อติธาวนฺโต ‘‘เทยฺยวตฺถุปริจฺจาเคน วินา จิตฺตุปฺปาทมตฺเตนปิ ทานมยํ ปุญฺญํ โหตี’’ติอาทีนิ ปริกปฺเปติ เหตุปฏิรูปเกหิ วญฺจิโต. เอวํภูโต ปน สุกฺขตกฺกวิลุตฺตจิตฺโต ปณฺฑิตานํ วจนํ นาทิยติ, สญฺญตฺตึ น คจฺฉติ. เตนาห ‘‘เภสชฺชสมุฏฺฐิโต วิย โรโค อเตกิจฺโฉ โหตี’’ติ. ยถา เจตฺถ สทฺธาปญฺญานํ อญฺญมญฺญวิรโห น อตฺถาวโห อนตฺถาวโห จ, เอวมิธาปิ สมาธิวีริยานํ อญฺญมญฺญวิรโห น อวิกฺเขปาวโห วิกฺเขปาวโห จาติ เวทิตพฺพํ. โกสชฺชํ อภิภวติ, เตน อปฺปนํ น ปาปุณาตีติ อธิปฺปาโย. อุทฺธจฺจํ อภิภวตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตทุภยนฺติ ตํ สทฺธาปญฺญาทฺวยํ, สมาธิวีริยทฺวยญฺจ. สมํ กาตพฺพนฺติ สมรสํ กาตพฺพํ.
สมาธิกมฺมิกสฺสาติ สมถกมฺมฏฺฐานิกสฺส. เอวนฺติ เอวํ สนฺเต, สทฺธาย เตสํ พลวภาเว สตีติ อตฺโถ. สทฺทหนฺโตติ ‘‘ปถวี ปถวี’’ติ มนสิกรณมตฺเตน กถํ ฌานุปฺปตฺตีติ อจินฺเตตฺวา ‘‘อทฺธา สมฺมาสมฺพุทฺเธน วุตฺตวิธิ อิชฺฌิสฺสตี’’ติ สทฺทหนฺโต สทฺธํ ชเนนฺโต. โอกปฺเปนฺโตติ อารมฺมณํ อนุปวิสิตฺวา วิย อธิมุจฺจนวเสน โอกปฺเปนฺโต ปกฺขนฺทนฺโต. เอกคฺคตา พลวตี วฏฺฏติ สมาธิปธานตฺตา ฌานสฺส. อุภินฺนนฺติ สมาธิปญฺญานํ, สมาธิกมฺมิกสฺส สมาธิโน อธิมตฺตตาปิ อิจฺฉิตพฺพาติ อาห ‘‘สมตายปี’’ติ, สมภาเวนาปีติ อตฺโถ. อปฺปนาติ อิธาธิปฺเปตอปฺปนา. ตถา หิ ‘‘โหติเยวา’’ติ สาสงฺกํ วทติ, โลกุตฺตรปฺปนา ปน เตสํ สมภาเวเนว อิจฺฉิตา. ยถาห – ‘‘สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ ภาเวตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๒.๑, ๕).
ยทิ วิเสสโต สทฺธาปญฺญานํ, สมาธิวีริยานญฺจ สมตา อิจฺฉิตา, กถํ สตีติ อาห ‘‘สติ ปน สพฺพตฺถ พลวตี วฏฺฏตี’’ติ. สพฺพตฺถาติ ลีนุทฺธจฺจปกฺเขสุ ปญฺจสุ อินฺทฺริเยสุ. อุทฺธจฺจปกฺขิเย คณฺหนฺโต ‘‘สทฺธาวีริยปญฺญาน’’นฺติ อาห. อญฺญถาปีติ จ คเหตพฺพา สิยา. ตถา หิ ‘‘โกสชฺชปกฺเขน สมาธินา’’ อิจฺเจว วุตฺตํ, น ‘‘ปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาหี’’ติ. สา สติ. สพฺเพสุ ราชกมฺเมสุ นิยุตฺโต สพฺพกมฺมิโก. เตน การเณน สพฺพตฺถ อิจฺฉิตพฺพตฺเถน. อาห อฏฺฐกถายํ. สพฺพตฺถ นิยุตฺตา สพฺพตฺถิกา, สพฺเพน วา ลีนุทฺธจฺจปกฺขิเยน โพชฺฌงฺคคฺคหเณน อตฺเถตพฺพา สพฺพตฺถิยา, สพฺพตฺถิยาว สพฺพตฺถิกา. จิตฺตนฺติ กุสลจิตฺตํ. ตสฺส หิ สติ ปฏิสรณํ ปรายณํ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย. เตนาห ‘‘อารกฺขปจฺจุปฏฺฐานา’’ติอาทิ.
๖๓. จิตฺเตกคฺคตานิมิตฺตสฺสาติ จิตฺเตกคฺคตาย นิมิตฺตสฺส, จิตฺเตกคฺคตาสงฺขาตสฺส จ นิมิตฺตสฺส. จิตฺตสฺส หิ สมาหิตาการํ สลฺลกฺเขตฺวา สมถนิมิตฺตํ รกฺขนฺโตเยว กสิณนิมิตฺตํ รกฺขติ. ตสฺมา ปถวีกสิณาทิกสฺสาติ อาทิ-สทฺเทน น เกวลํ ปฏิภาคนิมิตฺตสฺเสว, อถ โข สมถนิมิตฺตสฺสาปิ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ. ตนฺติ รกฺขณโกสลฺลํ. อิธ อปฺปนาโกสลฺลกถายํ ‘‘นิมิตฺตโกสลฺล’’นฺติ อธิปฺเปตํ, กรณภาวนาโกสลฺลานํ ปเคว สิทฺธตฺตาติ อธิปฺปาโย.
๖๔. อติสิถิลวีริยตาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน ปโมทนสํเวชนวิปริยาเย สงฺคณฺหาติ. ลีนนฺติ สงฺกุจิตํ โกสชฺชปกฺขปติตํ. จิตฺตนฺติ ภาวนาจิตฺตํ. ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทโย ภาเวตีติ เอตฺถ ‘‘ตโย’’ติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ยถา ปน เต ภาเวตพฺพา, ตํ สยเมว วกฺขติ.
ปริตฺตนฺติ อปฺปกํ. อุชฺชาเลตุกาโมติ ปทีเปตุกาโม. อุทกวาตํ ทเทยฺยาติ อุทกมิสฺสํ วาตํ อุปเนยฺย. อกาโลติ นกาโล, อยุตฺตกาโล วา. สติอาทิธมฺมสามคฺคิสงฺขาตาย โพธิยา พุชฺฌติ เอตายาติ กตฺวา, ตํสมงฺคิโน วา พุชฺฌตีติ โพธิโน โยคิโน องฺคนฺติ โพชฺฌงฺโค, ปสตฺโถ, สุนฺทโร วา โพชฺฌงฺโค สมฺโพชฺฌงฺโค. กายจิตฺตทรถวูปสมลกฺขณา ปสฺสทฺธิเยว สมฺโพชฺฌงฺโค ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค, ตสฺส ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส. สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคาทีสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปน วิเสโส – สมาธิสฺส ตาว ปทตฺถลกฺขณานิ เหฏฺฐา อาคตาเนว. อุปปตฺติโต อิกฺขตีติ อุเปกฺขา. สา ปนายํ อตฺถโต ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาว อิธ โพชฺฌงฺคุเปกฺขา เวทิตพฺพา. ทุสมุฏฺฐาปยนฺติ สมุฏฺฐาเปตุํ อุปฺปาเทตุํ อสกฺกุเณยฺยํ. ธมฺมานํ, ธมฺเมสุ วา วิจโย ธมฺมวิจโย, ปญฺญาติ อตฺโถ. วีรสฺส ภาโว, กมฺมํ วา, วิธินา วา อีเรตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ วีริยํ, อุสฺสาโห. ปีเณติ กายํ, จิตฺตํ จ สนฺตปฺเปตีติ ปีติ.
ยํ ยํ สกํ ยถาสกํ, อตฺตโน อตฺตโนติ อตฺโถ. อาหารวเสนาติ ปจฺจยวเสน. ภาวนาติ อุปฺปาทนา, วฑฺฒนา จ. กุสลากุสลาติ โกสลฺลสมฺภูตฏฺเฐน กุสลา, ตปฺปฏิปกฺขโต อกุสลา. เย อกุสลา, เต สาวชฺชา. เย กุสลา, เต อนวชฺชา. อกุสลา หีนา, อิตเร ปณีตา. กุสลาปิ วา หีเนหิ ฉนฺทาทีหิ อารทฺธา หีนา, อิตเร ปณีตา. กณฺหาติ กาฬกา จิตฺตสฺส อปภสฺสรภาวกรณา, สุกฺกาติ โอทาตา จิตฺตสฺส ปภสฺสรภาวกรณา. กณฺหาภิชาติเหตุโต วา กณฺหา, สุกฺกาภิชาติเหตุโต สุกฺกา. เต เอว สปฺปฏิภาคา. กณฺหา หิ อุชุวิปจฺจนีกตาย สุกฺเกหิ สปฺปฏิภาคา. ตถา สุกฺกาปิ อิตเรหิ. อถ วา กณฺหา จ สุกฺกา จ สปฺปฏิภาคา จ กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา. สุขา หิ เวทนา ทุกฺขาย เวทนาย สปฺปฏิภาคา, ทุกฺขา จ เวทนา สุขาย สปฺปฏิภาคาติ. อนุปฺปนฺนสฺสาติ อนิพฺพตฺตสฺส. อุปฺปาทายาติ อุปฺปาทนตฺถาย. อุปฺปนฺนสฺสาติ นิพฺพตฺตสฺส. ภิยฺโยภาวายาติ ปุนปฺปุนภาวาย. เวปุลฺลายาติ วิปุลภาวาย. ภาวนายาติ วฑฺฒิยา. ปาริปูริยาติ ปริปูรณตฺถาย.
ตตฺถาติ ‘‘อตฺถิ ภิกฺขเว’’ติอาทินา ทสฺสิตปาเฐ. สภาวสามญฺญลกฺขณปฏิเวธวเสนาติ เอกชฺฌํ กตฺวา คหเณ อนวชฺชสุขวิปากาทิกสฺส วิสุํ วิสุํ ปน ผุสนาทิกสฺส สภาวลกฺขณสฺส, อนิจฺจาทิกสฺส สามญฺญลกฺขณสฺส จ ปฏิวิชฺฌนวเสน. ปวตฺตมนสิกาโรติ กุสลาทีนํ ตํตํสภาวลกฺขณาทิกสฺส ยาถาวโต อวพุชฺฌนวเสน อุปฺปนฺนชวนจิตฺตุปฺปาโท. โส หิ อวิปรีตมนสิการตาย ‘‘โยนิโสมนสิกาโร’’ติ วุตฺโต. ตทาโภคตาย อาวชฺชนาปิ ตคฺคติกาว. รุปฺปนลกฺขณาทิกมฺปิ อิธ สามญฺญลกฺขเณเนว สงฺคหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. กุสลกิริยาย อาทิอารมฺภวเสน ปวตฺตวีริยํ ธิติสภาวตาย ‘‘ธาตู’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อารมฺภธาตูติ ปฐมวีริยํ วุจฺจตี’’ติ. ลทฺธาเสวนํ วีริยํ พลปฺปตฺตํ หุตฺวา ปฏิปกฺขํ วิธมตีติ อาห ‘‘โกสชฺชโต นิกฺขนฺตตฺตา ตโต พลวตร’’นฺติ. อธิมตฺตาธิมตฺตตรานํ ปฏิปกฺขธมฺมานํ วิธมนสมตฺถํ ปฏุปฏุตราทิภาวปฺปตฺตํ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ปรํ ปรํ ฐานํ อกฺกมนโต ตโตปิ พลวตร’’นฺติ. ติฏฺฐติ ปวตฺตติ เอตฺถาติ ฐานิยา, ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ฐานิยา ปีติสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานิยา. ฐาตพฺโพ วา ฐานิโย, ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค ฐานิโย เอเตสูติ ปีติสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานิยา, อปราปรํ วตฺตมานา ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสมฺปยุตฺตา ธมฺมา. ยสฺมา ปน เตสุ ปีติเยว ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส วิเสสการณํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปีติยา เอว เอตํ นาม’’นฺติ. อุปฺปาทกมนสิกาโรติ ยถา มนสิ กโรโต อนุปฺปนฺโน ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺโน จ วฑฺฒติ, ตถา ปวตฺตมนสิกาโร.
ปริปุจฺฉกตาติ ปริโยคาเหตฺวา ปุจฺฉกภาโว. ปญฺจปิ หิ นิกาเย อุคฺคเหตฺวา อาจริเย ปริยุปาสิตฺวา ตสฺส ตสฺส อตฺถํ ปริปุจฺฉนฺตสฺส, เต วา สห อฏฺฐกถาย ปริโยคาเหตฺวา ยํ ยํ ตตฺถ คณฺฐิฏฺฐานํ, ตํ ตํ ‘‘อิทํ, ภนฺเต, กถํ, อิมสฺส โก อตฺโถ’’ติ ปุจฺฉนฺตสฺส ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชตีติ. วตฺถุวิสทกิริยา อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนา สงฺเขปโต, วิตฺถารโต จ ปกาสิตา เอว. ตตฺถ ปน สมาธิสํวตฺตนิยภาเวน อาคตา, อิธ ปญฺญาสํวตฺตนิยภาเวน. ยทคฺเคน หิ สมาธิสํวตฺตนิกา, ตทคฺเคน ปญฺญาสํวตฺตนิกา สมาธิสฺส ญาณปจฺจุปฏฺฐานโต. ‘‘สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๙๙; ๕.๑๐๗๑) วุตฺตํ. ทุปฺปญฺญปุคฺคลปริวชฺชนา นาม ทุปฺปญฺญานํ มนฺทพุทฺธีนํ ภตฺตนิกฺขิตฺตกากมํสนิกฺขิตฺตสุนขสทิสานํ โมมูหปุคฺคลานํ ทูรโต ปริจฺจชนา. ปญฺญวนฺตปุคฺคลเสวนา นาม ปญฺญาย กตาธิการานํ สจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทีสุ กุสลานํ อริยานํ, วิปสฺสนากมฺมิกานํ วา มหาปญฺญานํ กาเลน กาลํ อุปสงฺกมนํ. คมฺภีรญาณจริยปจฺจเวกฺขณาติ คมฺภีรญาเณหิ จริตพฺพานํ ขนฺธายตนธาตาทีนํ, สจฺจปจฺจยาการาทิทีปนานํ วา สุญฺญตาปฏิสํยุตฺตานํ สุตฺตนฺตานํ ปจฺจเวกฺขณา. ตทธิมุตฺตตาติ ปญฺญาธิมุตฺตตา, ปญฺญาย นินฺนโปณปพฺภารตาติ อตฺโถ.
อปายาทีติ อาทิ-สทฺเทน ชาติอาทึ อตีเต วฏฺฏมูลกํ ทุกฺขํ, อนาคเต วฏฺฏมูลกํ ทุกฺขํ, ปจฺจุปฺปนฺเน อาหารปริเยฏฺฐิมูลกญฺจ ทุกฺขํ สงฺคณฺหาติ. วีริยายตฺตสฺส โลกิยโลกุตฺตรวิเสสสฺส อธิคโม เอว อานิสํโส, ตสฺส ทสฺสนสีลตา วีริยายตฺต…เป… ทสฺสิตา. สปุพฺพภาโค นิพฺพานคามิมคฺโค คมนวีถิ คนฺตพฺพา ปฏิปชฺชิตพฺพา ปฏิปทาติ กตฺวา. ทายกานํ มหปฺผลภาวกรเณน ปิณฺฑาปจายนตาติ ปจฺจยทายกานํ อตฺตนิ การสฺส อตฺตโน สมฺมาปฏิปตฺติยา มหปฺผลการภาวสฺส กรเณน ปิณฺฑสฺส ภิกฺขาย ปฏิปูชนา. อิตรถาติ อามิสปูชาย. กุสีตปุคฺคลปริวชฺชนตาติ อลสานํ ภาวนาย นามมตฺตมฺปิ อชานนฺตานํ กายทฬฺหีพหุลานํ ยาวทตฺถํ ภุญฺชิตฺวา เสยฺยสุขาทิอนุยุญฺชนกานํ ติรจฺฉานกถิกานํ ปุคฺคลานํ ทูรโต ปริจฺจชนา. อารทฺธวีริยปุคฺคลเสวนตาติ ‘‘ทิวสํ จงฺกเมน นิสชฺชายา’’ติอาทินา (วิภ. ๕๑๙; อ. นิ. ๓.๑๖) ภาวนารมฺภวเสน อารทฺธวีริยานํ ทฬฺหปรกฺกมานํ ปุคฺคลานํ กาเลน กาลํ อุปสงฺกมนา. สมฺมปฺปธานปจฺจเวกฺขณตาติ จตุพฺพิธสมฺมปฺปธานานุภาวสฺส ปจฺจเวกฺขณตา. ตทธิมุตฺตตาติ ตสฺมึ วีริยสมฺโพชฺฌงฺเค อธิมุตฺติ สพฺพิริยาปเถสุ นินฺนโปณปพฺภารตา. เอตฺถ จ ถินมิทฺธวิโนทนกุสีตปุคฺคลปริวชฺชนอารทฺธวีริยปุคฺคลเสวนตทธิมุตฺตตา ปฏิปกฺขวิธมนปจฺจยูปสํหารวเสน, อปายาทิภยปจฺจเวกฺขณาทโย สมุตฺเตชนวเสน วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทกา ทฏฺฐพฺพา.
พุทฺธาทีสุ ปสาทสิเนหาภาเวน ถุสขรหทยา ลูขปุคฺคลา, ตพฺพิปริยาเยน สินิทฺธปุคฺคลา เวทิตพฺพา. พุทฺธาทีนํ คุณปริทีปนา สมฺปสาทนียสุตฺตาทโย (ที. นิ. ๓.๑๔๑ อาทโย) ปสาทนียสุตฺตนฺตา. อิเมหิ อากาเรหีติ ยถาวุตฺเตหิ กุสลาทีนํ สภาวสามญฺญลกฺขณปฏิวิชฺฌนาทิอากาเรหิ เจว ปริปุจฺฉกตาทิอากาเรหิ จ. เอเต ธมฺเมติ เอเต กุสลาทีสุ โยนิโสมนสิการาทิเก เจว ธมฺมตฺถญฺญุตาทิเก จ.
๖๕. อจฺจารทฺธวีริยตาทีหีติ อติวิย ปคฺคหิตวีริยตาทีหิ. อาทิ-สทฺเทน สํเวชนปโมทนาทึ สงฺคณฺหาติ. อุทฺธตนฺติ สมาธิอาทีนํ มนฺทตาย อวูปสนฺตํ. ทุวูปสมยนฺติ วูปสเมตุํ สมาธาตุํ อสกฺกุเณยฺยํ.
ตํ อาการํ สลฺลกฺเขตฺวาติ เยนากาเรน อสฺส โยคิโน ปสฺสทฺธิ สมาธิ อุเปกฺขาติ อิเม ปสฺสทฺธิอาทโย ธมฺมา ปุพฺเพ ยถารหํ ตสฺมึ ตสฺมึ กาเล อุปฺปนฺนปุพฺพา, ตํ จิตฺตตํสมฺปยุตฺตธมฺมานํ ปสฺสทฺธาการํ, สมาหิตาการํ, อชฺฌุเปกฺขิตาการญฺจ อุปลกฺเขตฺวา อุปธาเรตฺวา. ตีสุปิ ปเทสูติ ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, กายปฺปสฺสทฺธี’’ติอาทินา อาคเตสุ ตีสุปิ วาเกฺยสุ, เตหิ วา ปกาสิเตสุ ตีสุ ธมฺมโกฏฺฐาเสสุ. ยถาสมาหิตาการํ สลฺลกฺเขตฺวา คยฺหมาโน สมโถ เอว สมถนิมิตฺตนฺติ อาห ‘‘สมถนิมิตฺตนฺติ จ สมถสฺเสเวตมธิวจน’’นฺติ. นานารมฺมเณ ปริพฺภมเนน วิวิธํ อคฺคํ เอตสฺสาติ พฺยคฺโค, วิกฺเขโป. ตถา หิ โส อนวฏฺฐานรโส, ภนฺตตาปจฺจุปฏฺฐาโน จ วุตฺโต. เอกคฺคตาภาวโต พฺยคฺคปฏิปกฺโขติ อพฺยคฺโค, สมาธิ. โส เอว นิมิตฺตนฺติ ปุพฺเพ วิย วตฺตพฺพํ. เตนาห ‘‘อวิกฺเขปฏฺเฐน จ ตสฺเสว อพฺยคฺคนิมิตฺตนฺติ อธิวจน’’นฺติ.
สรีราวตฺถํ ญตฺวา มตฺตโส ปริภุตฺโต ปณีตาหาโร กายลหุตาทีนํ สมุฏฺฐาปเนน ปสฺสทฺธิยา ปจฺจโย โหติ, ตถา อุตุสปฺปายํ, อิริยาปถสปฺปายญฺจ เสวิตํ, ปโยโค จ กายิโก ปวตฺติโตติ อาห ‘‘ปณีตโภชนเสวนตา’’ติอาทิ. ปโยคสมตาทีนํ อภาเวน สทรถกายจิตฺตา ปุคฺคลา สารทฺธปุคฺคลา. วุตฺตวิปริยาเยน ปสฺสทฺธกายา ปุคฺคลา เวทิตพฺพา.
นิรสฺสาทสฺสาติ ภาวนสฺสาทรหิตสฺส. ภาวนา หิ วีถิปฏิปนฺนา ปุพฺเพนาปรํ วิเสสวตี ปวตฺตมานา จิตฺตสฺส อสฺสาทํ อุปสมสุขํ อาวหติ, ตทภาวโต นิรสฺสาทํ จิตฺตํ โหติ. สทฺธาสํเวควเสนาติ สทฺธาวเสน, สํเวควเสน จ. สมฺปหํสนตาติ สมฺมเทว ปหํสนตา สํเวชนปุพฺพกปสาทุปฺปาทเนน ภาวนา จิตฺตสฺส โตสนา. สมฺมาปวตฺตสฺสาติ ลีนุทฺธจฺจวิรเหน, สมถวีถิปฏิปตฺติยา จ สมํ, สวิเสสญฺจ ปวตฺติยา สมฺมเทว ปวตฺตสฺส ภาวนาจิตฺตสฺส. อชฺฌุเปกฺขนตาติ ปคฺคหนิคฺคหสมฺปหํสเนสุ อพฺยาวฏตา. ฌานวิโมกฺขปจฺจเวกฺขณตาติ ปฐมาทีนิ ฌานานิ ปจฺจนีกธมฺเมหิ สุฏฺฐุ วิมุตฺตตาทินา เตเยว วิโมกฺขา เตสํ ‘‘เอวํ ภาวนา, เอวํ สมาปชฺชนา, เอวํ อธิฏฺฐานํ, เอวํ วุฏฺฐานํ, เอวํ สํกิเลโส, เอวํ โวทาน’’นฺติ ปติ ปติ อเวกฺขณา.
สตฺตมชฺฌตฺตตาติ สตฺเตสุ ปิยฏฺฐานิเยสุปิ คหฏฺฐปพฺพชิเตสุ มชฺฌตฺตากาโร อชฺฌุเปกฺขนา. สงฺขารมชฺฌตฺตตาติ อชฺฌตฺติเกสุ จกฺขาทีสุ, พาหิเรสุ ปตฺตจีวราทีสุ มชฺฌตฺตากาโร อชฺฌุเปกฺขนา. สตฺตสงฺขารานํ มมายนํ สตฺตสงฺขารเกลายนํ. อิเมหากาเรหีติ อิเมหิ ยถาวุตฺเตหิ กายจิตฺตานํ ปสฺสทฺธาการสลฺลกฺขณาทิอากาเรหิ เจว สปฺปายาหารเสวนาทิอากาเรหิ จ. เอเต ธมฺเมติ เอเต ปสฺสทฺธิอาทิธมฺเม.
๖๖. ปญฺญาปโยคมนฺทตายาติ ปญฺญาพฺยาปารสฺส อปฺปภาเวน. ยถา หิ ทานสีลานิ อโลภาโทสปฺปธานานิ, เอวํ ภาวนา อโมหปฺปธานา วิเสสโต อปฺปนาวหา. ตตฺถ ยทา ปญฺญา น พลวตี โหติ, ตทา ภาวนาจิตฺตสฺส อนภิสงฺขโต วิย อาหาโร ปุริสสฺส อภิรุจึ น ชเนติ, เตน ตํ นิรสฺสาทํ โหติ. ยทา จ ภาวนา ปุพฺเพนาปรํ วิเสสาวหา น โหติ สมฺมเทว อวีถิปฏิปตฺติยา, ตทา อุปสมสุขสฺส อลาเภน จิตฺตํ นิรสฺสาทํ โหติ. ตทุภยํ สนฺธายาห ‘‘ปญฺญาปโยคมนฺทตายา’’ติอาทิ. นนฺติ จิตฺตํ. ชาติชราพฺยาธิมรณานิ ยถารหํ สุคติยํ, ทุคฺคติยญฺจ โหนฺตีติ ตทญฺญเมว ปญฺจวิธพนฺธนาทิขุปฺปิปาสาทิอญฺญมญฺญวิพาธนาทิเหตุกํ อปายทุกฺขํ ทฏฺฐพฺพํ. ตยิทํ สพฺพํ เตสํ เตสํ สตฺตานํ ปจฺจุปฺปนฺนภวนิสฺสิตํ คหิตนฺติ อตีเต, อนาคเต จ กาเล วฏฺฏมูลกทุกฺขานิ วิสุํ คหิตานิ. เย ปน สตฺตา อาหารูปชีวิโน, ตตฺถ จ อุฏฺฐานผลูปชีวิโน, เตสํ อญฺเญหิ อสาธารณํ ชีวิตทุกฺขํ อฏฺฐมํ สํเวควตฺถุ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
อสฺสาติ จิตฺตสฺส. อลีนนฺติอาทีสุ โกสชฺชปกฺขิยานํ ธมฺมานํ อนธิมตฺตตาย อลีนํ. อุทฺธจฺจปกฺขิกานํ ธมฺมานํ อนธิมตฺตตาย อนุทฺธตํ. ปญฺญาปโยคสมฺปตฺติยา, อุปสมสุขาธิคเมน จ อนิรสฺสาทํ. ปุพฺเพนาปรํ สวิเสสํ ตโต เอว อารมฺมเณ สมปฺปวตฺตํ, สมถวีถิปฏิปนฺนญฺจ. ตตฺถ อลีนตาย ปคฺคเห, อนุทฺธตตาย นิคฺคเห, อนิรสฺสาทตาย สมฺปหํสเน น พฺยาปารํ อาปชฺชติ. อลีนานุทฺธตตาย หิ อารมฺมเณ สมปฺปวตฺตํ อนิรสฺสาทตาย สมถวีถิปฏิปนฺนํ. สมปฺปวตฺติยา วา อลีนํ อนุทฺธตํ, สมถวีถิปฏิปตฺติยา อนิรสฺสาทนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
เนกฺขมฺมปฏิปทนฺติ ฌานปฏิปตฺตึ. สมาธิอธิมุตฺตตาติ สมาธินิพฺพตฺตเน ฌานาธิคเม ยุตฺตปฺปยุตฺตตา. สา ปน ยสฺมา สมาธึ ครุํ กตฺวา ตตฺถ นินฺนโปณปพฺภารภาเวน ปวตฺติยา โหติ, ตสฺมา ‘‘สมาธิครู’’ติอาทิ วุตฺตํ.
๖๗. ปฏิลทฺเธ นิมิตฺตสฺมึ เอวํ หิ สมฺปาทยโต อปฺปนาโกสลฺลํ อิมํ อปฺปนา สมฺปวตฺตตีติ สมฺพนฺโธ. สาติ อปฺปนา. หิตฺวา หีติ หิ-สทฺโท เหตุอตฺโถ. ยสฺมา ฐานเมตํ น วิชฺชติ, ตสฺมา จิตฺตปฺปวตฺติอาการํ ภาวนาจิตฺตสฺส ลีนุทฺธตาทิวเสน ปวตฺติอาการํ สลฺลกฺขยํ อุปธาเรนฺโต. สมตํ วีริยสฺเสว วีริยสฺส สมาธินา สมรสตํเยว โยชเยถ. กถํ ปน โยชเยถาติ อาห ‘‘อีสกมฺปี’’ติอาทิ. ตตฺถ ลยนฺติ ลีนภาวํ, สงฺโกจนฺติ อตฺโถ. ยนฺตนฺติ คจฺฉนฺตํ, ปคฺคเณฺหเถว สมภาวายาติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘อจฺจารทฺธํ นิเสเธตฺวา สมเมว ปวตฺตเย’’ติ. กถํ ปน สมเมว ปวตฺตเยติ อาห ‘‘เรณุมฺหี’’ติอาทิ. ยถาติ เรณุอาทีสุ ยถา มธุกราทีนํ ปวตฺติ อุปมาภาเวน อฏฺฐกถายํ สมฺมวณฺณิตา, เอวํ ลีนุทฺธตภาเวหิ โมจยิตฺวา วีริยสมตาโยชเนน นิมิตฺตาภิมุขํ มานสํ ปฏิปาทเย ปฏิภาคนิมิตฺตาภิมุขํ ภาวนาจิตฺตํ สมฺปาเทยฺยาติ อตฺโถ.
นิมิตฺตาภิมุขปฏิปาทนวณฺณนา
๖๘. ตตฺราติ ตสฺมึ ‘‘เรณุมฺหี’’ติอาทินา วุตฺตคาถาทฺวเย. อตฺถทีปนา อุปมูปเมยฺยตฺถวิภาวนา. อเฉโกติ อกุสโล. ปกฺขนฺโทติ ธาวิตุํ อารทฺโธ. วิกสนกฺขเณเยว สรสํ กุสุมปราคํ โหติ, ปจฺฉา วาตาทีหิ ปริปตติ, วิรสํ วา โหติ. ตสฺมา นิวตฺตเน เรณุ ขียตีติ อาห ‘‘ขีเณ เรณุมฺหิ สมฺปาปุณาตี’’ติ. ปุปฺผราสินฺติ รุกฺขสาขาสุ นิสฺสิตํ ปุปฺผสญฺจยํ.
สลฺลกตฺตอนฺเตวาสิเกสูติ สลฺลกตฺตอาจริยสฺส อนฺเตวาสิเกสุ. อุทกถาลคเตติ อุทกถาลิยํ ฐปิเต. สตฺถกมฺมนฺติ สิราเวธนาทิสตฺถกมฺมํ. ผุสิตุมฺปิ อุปฺปลปตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. สเมนาติ ปุริมกา วิย ครุํ, มนฺทญฺจ ปโยคํ อกตฺวา สมปฺปมาเณน ปโยเคน. ตตฺถาติ อุปฺปลปตฺเต. ปริโยทาตสิปฺโปติ สุวิสุทฺธสิปฺโป นิปฺผนฺนสิปฺโป.
มกฺกฏกสุตฺตนฺติ ลูตสุตฺตํ. นิยามโก นาวาสารถี. ลงฺการนฺติ กิลญฺชาทิมยํ นาวากฏสารกํ. เตเลน อฉฑฺเฑนฺโต นาฬึ ปูเรตีติ สราวาทิคเตน เตเลน อฉฑฺเฑนฺโต สุขุมจฺฉิทฺทกํ เตลนาฬึ ปูเรติ. เอวเมวาติ ยถา เต อาทิโต วุตฺตมธุกรสลฺลกตฺตอนฺเตวาสิสุตฺตากฑฺฒกนิยามกเตลปูรกา เวเคน ปโยคํ กโรนฺติ, เอวเมว โย ภิกฺขุ ‘‘สีฆํ อปฺปนํ ปาปุณิสฺสามี’’ติ คาฬฺหํ วีริยํ กโรติ, โย มชฺเฌ วุตฺตมธุกราทโย วิย วีริยํ น กโรติ, อิเม เทฺวปิ วีริยสมตาภาเวน อปฺปนํ ปาปุณิตุํ น สกฺโกนฺติ. โย ปน อวสาเน วุตฺตมธุกราทโย วิย สมปฺปโยโค, อยํ อปฺปนํ ปาปุณิตุํ สกฺโกติ วีริยสมตาโยคโตติ อุปมาสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ. เตน วุตฺตํ ‘‘เอโก ภิกฺขู’’ติอาทิ. ลีนํ ภาวนาจิตฺตนฺติ อธิปฺปาโย.
ปฐมชฺฌานกถาวณฺณนา
๖๙. เอวนฺติ วุตฺตปฺปกาเรน. วีริยสมตาโยชนวเสน วีถิปฏิปนฺนํ ภาวนามานสํ ปฏิภาคนิมิตฺเตเยว ฐปนวเสน นิมิตฺตาภิมุขํ ปฏิปาทยโต อสฺส โยคิโน. อิชฺฌิสฺสตีติ สมิชฺฌิสฺสติ, อุปฺปชฺชิสฺสตีติ อตฺโถ. อนุโยควเสนาติ ภาวนาวเสน. เสสานีติ เสสานิ ตีณิ, จตฺตาริ วา. ปกติจิตฺเตหีติ ปากติเกหิ กามาวจรจิตฺเตหิ. พลว…เป… จิตฺเตกคฺคตานิ ภาวนาพเลน ปฏุตรสภาวปฺปตฺติยา. ปริกมฺมตฺตาติ ปฏิสงฺขารกตฺตา. ยทิ อาสนฺนตฺตา อุปจารตา, โคตฺรภุโน เอว อุปจารสมญฺญา สิยาติ อาห ‘‘สมีปจาริตฺตา วา’’ติ. อนจฺจาสนฺโนปิ หิ นาติทูรปวตฺตี สมีปจารี นาม โหติ. อปฺปนํ อุเปจฺจ จรนฺตีติ อุปจารานิ. อิโต ปุพฺเพ ปริกมฺมานนฺติ นานาวชฺชนวีถิยํ ปริกมฺมานํ. เอตฺถาติ เอเตสุ ปริกมฺมุปจารานุโลมสญฺญิเตสุ. สพฺพนฺติมนฺติ ตติยํ, จตุตฺถํ วา. ปริตฺตโคตฺตาภิภวนโตติ ปริตฺตสฺส โคตฺตสฺส อภิภวนโต. คํตายตีติ หิ โคตฺตํ, ‘‘ปริตฺต’’นฺติ ปวตฺตมานํ อภิธานํ, พุทฺธิญฺจ เอกํสิกวิสยตาย รกฺขตีติ ปริตฺตโคตฺตํ. ยถา หิ พุทฺธิ อารมฺมณภูเตน อตฺเถน วินา น ปวตฺตติ, เอวํ อภิธานํ อภิเธยฺยภูเตน. ตสฺมา โส ตานิ ตายติ รกฺขตีติ วุจฺจติ. ตํ ปน มหคฺคตานุตฺตรวิธุรํ กามตณฺหาย โคจรภูตํ กามาวจรธมฺมานํ อาเวณิกรูปํ ทฏฺฐพฺพํ. มหคฺคตโคตฺเตปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ภาวนโตติ อุปฺปาทนโต.
อวิเสเสน สพฺเพสํ สพฺพา สมญฺญาติ ปฐมนโย คหิตคฺคหณํ โหตีติ อาห ‘‘อคฺคหิตคฺคหเณนา’’ติอาทิ. นานาวชฺชนปริกมฺมเมว ปริกมฺมนฺติ อธิปฺปาเยน ‘‘ปฐมํ วา อุปจาร’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. จตุตฺถํ อปฺปนาจิตฺตํ, ปญฺจมํ วา อปฺปนาจิตฺตํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยน สเจ จตุตฺถํ โคตฺรภุ โหตีติ อตฺโถ. ปญฺจมํ วาติ วา-สทฺโท อนิยเม. สฺวายํ อนิยโม อิมินา การเณนาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตญฺจ โข ขิปฺปาภิญฺญทนฺธาภิญฺญวเสนา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ขิปฺปาภิญฺญสฺส จตุตฺถํ อปฺเปติ, ทนฺธาภิญฺญสฺส ปญฺจมํ. กสฺมา ปน จตุตฺถํ, ปญฺจมํ วา อปฺเปติ, น ตโต ปรนฺติ อาห ‘‘ตโต ปรํ ชวนํ ปตตี’’ติ. ตโต ปญฺจมโต ปรํ ฉฏฺฐํ, สตฺตมญฺจ ชวนํ ปตนฺตํ วิย โหติ ปริกฺขีณชวตฺตาติ อธิปฺปาโย.
ยถา อลทฺธาเสวนํ ปฐมชวนํ ทุพฺพลตฺตา โคตฺรภุํ น อุปฺปาเทติ, ลทฺธาเสวนํ ปน พลวภาวโต ทุติยํ, ตติยํ วา โคตฺรภุํ อุปฺปาเทติ, เอวํ ลทฺธาเสวนตาย พลวภาวโต ฉฏฺฐํ, สตฺตมมฺปิ อปฺเปตีติ เถรสฺส อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ตสฺมา ฉฏฺเฐปิ สตฺตเมปิ อปฺปนา โหตี’’ติ. ตนฺติ เถรสฺส วจนํ. สุตฺตสุตฺตานุโลมอาจริยวาเทหิ อนุปตฺถมฺภิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘อตฺตโนมติมตฺต’’นฺติ. ‘‘ปุริมา ปุริมา กุสลา ธมฺมา’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๑๒) ปน สุตฺตปทมการณํ อาเสวนปจฺจยลาภสฺส พลวภาเว อเนกนฺติกตฺตา. ตถา หิ อลทฺธาเสวนาปิ ปฐมเจตนา ทิฏฺฐธมฺมเวทนียา โหติ, ลทฺธาเสวนา ทุติยเจตนา ยาว ฉฏฺฐเจตนา อปราปริยเวทนียา. จตุตฺถปญฺจเมสุเยวาติอาทิ วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส ยุตฺติทสฺสนมุเขน นิคมนตฺถํ วุตฺตํ. ตตฺถ ยทิ ฉฏฺฐสตฺตมํ ชวนํ ปติตํ นาม โหติ ปริกฺขีณชวตฺตา, กถํ สตฺตมชวนเจตนา อุปปชฺชเวทนียา, อานนฺตริยา จ โหตีติ? นายํ วิเสโส อาเสวนปจฺจยลาเภน พลปฺปตฺติยา. กิญฺจรหิ กิริยาวตฺถาวิเสสโต. กิริยาวตฺถา หิ อารมฺภมชฺฌปริโยสานวเสน ติวิธา. ตตฺถ จ ปริโยสานาวตฺถาย สนฺนิฏฺฐาปกเจตนาภาเวน อุปปชฺชเวทนียาทิตา โหติ, น พลวภาเวนาติ ทฏฺฐพฺพํ. ปฏิสนฺธิยา อนนฺตรปจฺจยภาวิโน วิปากสนฺตานสฺส อนนฺตรปจฺจยภาเวน ตถา อภิสงฺขตตฺตาติ จ วทนฺติ. ตสฺมา ฉฏฺฐสตฺตมานํ ปปาตาภิมุขตาย ปริกฺขีณชวตา น สกฺกา นิวาเรตุํ. ตถา หิ ‘‘ยถา หิ ปุริโส’’ติอาทิ วุตฺตํ.
สา จ ปน อปฺปนา. อทฺธานปริจฺเฉโทติ กาลปริจฺเฉโท. โส ปเนตฺถ สตฺตสุ ฐาเนสุ กตฺถจิ อปริมาณจิตฺตกฺขณตาย, กตฺถจิ อติอิตฺตรขณตาย นตฺถีติ วุตฺโต. น เหตฺถ สมฺปุณฺณชวนวีถิ อทฺธา ลพฺภติ. เตเนวาห ‘‘เอตฺถ มคฺคานนฺตรผล’’นฺติอาทิ. เสสฏฺฐาเนสูติ ปฐมปฺปนา, โลกิยาภิญฺญา, มคฺคกฺขโณ, นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส ผลกฺขโณติ เอเตสุ จตูสุ ฐาเนสุ.
เอตฺตาวตาติ เอตฺตเกน ภาวนากฺกเมน เอส โยคาวจโร ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. เอวํ วิหรตา จ อเนน ตเทว ปฐมํ ฌานํ อธิคตํ โหติ ปถวีกสิณนฺติ สมฺพนฺโธ.
๗๐. ตตฺถาติ ตสฺมึ ฌานปาเฐ. วิวิจฺจิตฺวาติ วิสุํ หุตฺวา. เตนาห ‘‘วินา หุตฺวา อปกฺกมิตฺวา’’ติ, ปชหนวเสน อปสกฺกิตฺวาติ อตฺโถ. วิวิจฺเจว กาเมหีติ เอตฺถ ‘‘วิวิจฺจา’’ติ อิมินา วิเวจนํ ฌานกฺขเณ กามานํ อภาวมตฺตํ วุตฺตํ. ‘‘วิวิจฺเจวา’’ติ ปน อิมินา เอกํสโต กามานํ วิเวเจตพฺพตาทีปเนน ตปฺปฏิปกฺขตา ฌานสฺส, กามวิเวกสฺส จ ฌานาธิคมูปายตา ทสฺสิตา โหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปฐมํ ฌาน’’นฺติอาทึ วตฺวา ตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘กถ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘อนฺธกาเร สติ ปทีโปภาโส วิยา’’ติ เอเตน ยถา ปทีโปภาสาภาเวน รตฺติยํ อนฺธการาภิภโว, เอวํ ฌานาภาเวน สตฺตสนฺตติยํ กามาภิภโวติ ทสฺเสติ.
เอตนฺติ ปุพฺพปเทเยว อวธารณวจนํ. น โข ปน เอวํ ทฏฺฐพฺพํ ‘‘กาเมหิ เอวา’’ติ อวธารณสฺส อกตตฺตา. นิสฺสรนฺติ นิคฺคจฺฉนฺติ เอเตน, เอตฺถ วาติ นิสฺสรณํ. เก นิคฺคจฺฉนฺติ? กามา, เตสํ กามานํ นิสฺสรณํ ปหานํ ตนฺนิสฺสรณํ, ตโต. กถํ ปน สมาเน วิกฺขมฺภเน กามานเมเวตํ นิสฺสรณํ, น พฺยาปาทาทีนนฺติ โจทนํ ยุตฺติโต, อาคมโต จ โสเธตุํ ‘‘กามธาตู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กามธาตุสมติกฺกมนโตติ สกลสฺสปิ กามภวสฺส สมติกฺกมปฏิปทาภาวโต. เตน อิมสฺส ฌานสฺส กามปริญฺญาภาวมาห. กามราคปฏิปกฺขโตติ วกฺขมานวิภาคสฺส กิเลสกามสฺส ปจฺจตฺถิกภาวโต. เตน ยถา เมตฺตา พฺยาปาทสฺส, กรุณา วิหึสาย, เอวมิทํ ฌานํ กามราคสฺส อุชุวิปจฺจนีกภูตนฺติ ทสฺเสติ. เอวมตฺตโน ปวตฺติยา, วิปากปฺปวตฺติยา จ กามราคโต, กามธาตุโต จ วินิวตฺตสภาวตฺตา อิทํ ฌานํ วิเสสโต กามานเมว นิสฺสรณํ. สฺวายมตฺโถ ปาฐคโต เอวาติ อาห ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ. กามญฺเจตมตฺถํ ทีเปตุํ ปุริมปเทเยว อวธารณํ คหิตํ, อุตฺตรปเทปิ ปน ตํ คเหตพฺพเมว ตถา อตฺถสมฺภวโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘อุตฺตรปเทปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิโตติ กามจฺฉนฺทโต. เอส นิยโม. สาธารณวจเนนาติ อวิเสสวจเนน. ตทงฺควิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทปฺปฏิปสฺสทฺธินิสฺสรณวิเวกา ตทงฺควิเวกาทโย. จิตฺตกายอุปธิวิเวกา จิตฺตวิเวกาทโย. ตโย เอว อิธ ฌานกถายํ ทฏฺฐพฺพา สมุจฺเฉทวิเวกาทีนํ อสมฺภวโต.
นิทฺเทเสติ มหานิทฺเทเส (มหานิ. ๑, ๗). ตตฺถ หิ ‘‘อุทฺทานโต เทฺว กามา – วตฺถุกามา กิเลสกามา จา’’ติ อุทฺทิสิตฺวา ‘‘ตตฺถ กตเม วตฺถุกามา? มนาปิยา รูปา…เป… มนาปิยา โผฏฺฐพฺพา’’ติอาทินา วตฺถุกามา นิทฺทิฏฺฐา. เต ปน กามียนฺตีติ กามาติ เวทิตพฺพา. ตตฺเถวาติ นิทฺเทเส เอว. วิภงฺเคติ ฌานวิภงฺเค (วิภ. ๕๖๔). ปตฺถนากาเรน ปวตฺโต ทุพฺพโล โลโภ ฉนฺทนฏฺเฐน ฉนฺโท, ตโต พลวา รญฺชนฏฺเฐน ราโค, ตโตปิ พลวตโร พหลราโค ฉนฺทราโค. นิมิตฺตานุพฺยญฺชนานิ สงฺกปฺเปติ เอเตนาติ สงฺกปฺโป, ตถาปวตฺโต โลโภ, ตโต พลวา รญฺชนฏฺเฐน ราโค, สงฺกปฺปนวเสเนว ปวตฺโต ตโตปิ พลวตโร สงฺกปฺปราโคติ. สฺวายํ ปเภโท เอกสฺเสว โลภสฺส ปวตฺติอาการวเสน, อวตฺถาเภทวเสน จ เวทิตพฺโพ ยถา ‘‘วจฺโฉ ทมฺโม พลีพทฺโท’’ติ. อิเม กิเลสกามา. กาเมนฺตีติ กามา, กาเมนฺติ เอเตหีติ วา.
เอวญฺหิ สตีติ เอวํ อุภเยสมฺปิ กามานํ สงฺคเห สติ. วตฺถุกาเมหิปีติ ‘‘วตฺถุกาเมหิ วิวิจฺเจวา’’ติปิ อตฺโถ ยุชฺชตีติ เอวํ ยุชฺชมานตฺถนฺตรสมุจฺจยตฺโถ ปิ-สทฺโท, น กิเลสกามสมุจฺจยตฺโถ. กสฺมา? อิมสฺมึ อตฺเถ กิเลสกาเมหิ วิเวกสฺส ทุติยปเทน วุตฺตตฺตา. เตนาติ วตฺถุกามวิเวเกน. กายวิเวโก วุตฺโต โหติ ปุตฺตทาราทิปริคฺคหวิเวกทีปนโต. ปุริเมนาติ กายวิเวเกน. เอตฺถาติ ‘‘วิวิจฺเจว กาเมหิ, วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหี’’ติ เอตสฺมึ ปททฺวเย, อิโต วา นิทฺธาริเต วิเวกทฺวเย. อกุสล-สทฺเทน ยทิปิ กิเลสกามา, สพฺพากุสลาปิ วา คหิตา, สพฺพถา ปน กิเลสกาเมหิ วิเวโก วุตฺโตติ อาห ‘‘ทุติเยน กิเลสกาเมหิ วิเวกวจนโต’’ติ. ทุติเยนาติ จ จิตฺตวิเวเกนาติ อตฺโถ. เอเตสนฺติ ยถาวุตฺตานํ ทฺวินฺนํ ปทานํ, นิทฺธารเณ เจตํ สามิวจนํ. ตณฺหาทิสํกิเลสานํ วตฺถุโน ปหานํ สํกิเลสวตฺถุปฺปหานํ. โลลภาโว นาม ตตฺถ ตตฺถ รูปาทีสุ ตณฺหุปฺปาโท, ตสฺส เหตุ วตฺถุกามา เอว เวทิตพฺพา. พาลภาโว อวิชฺชา, ทุจฺจินฺติตจินฺติตาทิ วา, ตสฺส อโยนิโสมนสิกาโร, สพฺเพปิ วา อกุสลา ธมฺมา เหตุ. กามคุณาธิคมเหตุปิ ปาณาติปาตาทิอสุทฺธปโยโค โหตีติ ตพฺพิเวเกน ปโยคสุทฺธิ วิภาวิตา. ตณฺหาสํกิเลสโสธเนน, วิวฏฺฏูปนิสฺสยสํวฑฺฒเนน จ อชฺฌาสยวิโสธนํ อาสยโปสนํ. กาเมสูติ นิทฺธารเณ ภุมฺมํ.
อเนกเภโทติ กามาสวกามราคสํโยชนาทิวเสน, รูปตณฺหาทิวเสน จ อเนกปฺปเภโท. กามจฺฉนฺโทเยวาติ กามสภาโวเยว ฉนฺโท, น กตฺตุกมฺยตาฉนฺโท, นาปิ กุสลจฺฉนฺโทติ อธิปฺปาโย. ฌานปฏิปกฺขโตติ ฌานสฺส ปฏิปกฺขภาวโต ตํเหตุ ตนฺนิมิตฺตํ วิสุํ วุตฺโต. อกุสลภาวสามญฺเญน อคฺคเหตฺวา วิสุํ สรูเปน คหิโต. ยทิ กิเลสกาโมว ปุริมปเท วุตฺโต, กถํ พหุวจนนฺติ อาห ‘‘อเนกเภทโต’’ติอาทิ.
อญฺเญสมฺปิ ทิฏฺฐิมานอหิริกาโนตฺตปฺปาทีนํ, ตํสหิตผสฺสาทีนญฺจ. อุปริ วุจฺจมานานิ ฌานงฺคานิ อุปริฌานงฺคานิ, เตสํ อตฺตโน ปจฺจนีกานํ ปฏิปกฺขภาวทสฺสนโต ตปฺปจฺจนีกนีวรณวจนํ. นีวรณานิ หิ ฌานงฺคปจฺจนีกานิ เตสํ ปวตฺตินิวารณโต. สมาธิ กามจฺฉนฺทสฺส ปฏิปกฺโข ราคปฺปณิธิยา อุชุวิปจฺจนีกภาวโต, นานารมฺมเณหิ ปโลภิตสฺส ปริพฺภมนฺตสฺส จิตฺตสฺส สมาธานโต จ. ปีติ พฺยาปาทสฺส ปฏิปกฺขา ปาโมชฺเชน สมานโยคกฺเขมตฺตา. วิตกฺโก ถินมิทฺธสฺส ปฏิปกฺโข โยนิโส สงฺกปฺปนวเสน สวิปฺผารปวตฺติโต. สุขํ อวูปสมานุตาปสภาวสฺส อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจสฺส ปฏิปกฺขํ วูปสนฺตสีตลสภาวตฺตา. วิจาโร วิจิกิจฺฉาย ปฏิปกฺโข อารมฺมเณ อนุมชฺชนวเสน ปญฺญาปฏิรูปสภาวตฺตา. มหากจฺจานตฺเถเรน เทสิตํ ปิฏกานํ สํวณฺณนา เปฏกํ, ตสฺมึ เปฏเก.
ปญฺจกามคุณเภทวิสยสฺสาติ รูปาทิปญฺจกามคุณวิเสสวิสยสฺส. อาฆาตวตฺถุเภทาทิวิสยานนฺติ พฺยาปาทวิเวกวจเนน ‘‘อนตฺถํ เม อจรี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๔๐; อ. นิ. ๙.๒๙; วิภ. ๙๖๐) อาทิอาฆาตวตฺถุเภทวิสยสฺส โทสสฺส, โมหาธิเกหิ ถินมิทฺธาทีหิ วิเวกวจเนน ปฏิจฺฉาทนวเสน ทุกฺขาทิปุพฺพนฺตาทิเภทวิสยสฺส โมหสฺส วิกฺขมฺภนวิเวโก วุตฺโต. กามราคพฺยาปาทตเทกฏฺฐถินมิทฺธาทิวิกฺขมฺภกญฺเจตํ สพฺพากุสลปฏิปกฺขสภาวตฺตา. สพฺพกุสลานํ เตน สภาเวน สพฺพากุสลปฺปหายกํ โหติ, โหนฺตมฺปิ กามราคาทิวิกฺขมฺภนสภาวเมว โหติ ตํสภาวตฺตาติ อวิเสเสตฺวา นีวรณากุสลมูลาทีนํ ‘‘วิกฺขมฺภนวิเวโก วุตฺโต โหตี’’ติ อาห.
๗๑. ยถาปจฺจยํ ปวตฺตมานานํ สภาวธมฺมานํ นตฺถิ กาจิ วสวตฺติตาติ วสวตฺติภาวนิวารณตฺถํ ‘‘วิตกฺกนํ วิตกฺโก’’ติ วุตฺตํ. ตยิทํ ‘‘วิตกฺกนํ อีทิสมิท’’นฺติ อารมฺมณสฺส ปริกปฺปนนฺติ อาห ‘‘อูหนนฺติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. ยสฺมา จิตฺตํ วิตกฺกพเลน อารมฺมณํ อภินิรุฬฺหํ วิย โหติ, ตสฺมา โส อารมฺมณาภินิโรปนลกฺขโณ วุตฺโต. ยถา หิ โกจิ ราชวลฺลภํ, ตํสมฺพนฺธินํ มิตฺตํ วา นิสฺสาย ราชเคหํ อาโรหติ อนุปวิสติ, เอวํ วิตกฺกํ นิสฺสาย จิตฺตํ อารมฺมณํ อาโรหติ. ยทิ เอวํ, กถํ อวิตกฺกํ จิตฺตํ อารมฺมณํ อาโรหตีติ? วิตกฺกพเลเนว. ยถา หิ โส ปุริโส ปริจเยน เตน วินาปิ นิราสงฺโก ราชเคหํ ปวิสติ, เอวํ ปริจเยน วิตกฺเกน วินาปิ อวิตกฺกํ จิตฺตํ อารมฺมณํ อาโรหติ. ปริจเยนาติ จ สนฺตาเน ปวตฺตวิตกฺกภาวนาสงฺขาเตน ปริจเยน. วิตกฺกสฺส หิ สนฺตาเน อภิณฺหํ ปวตฺตสฺส วเสน จิตฺตสฺส อารมฺมณาภิรุหณํ จิรปริจิตํ. เตน ตํ กทาจิ วิตกฺเกน วินาปิ ตตฺถ ปวตฺตเตว. ยถา ตํ ญาณสหิตํ หุตฺวา สมฺมสนวเสน จิรปริจิตํ กทาจิ ญาณวิรหิตมฺปิ สมฺมสนวเสน ปวตฺตติ, ยถา วา กิเลสสหิตํ หุตฺวา ปวตฺตํ สพฺพโส กิเลสรหิตมฺปิ ปริจเยน กิเลสวาสนาวเสน ปวตฺตติ, เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ. อาทิโต, อภิมุขํ วา หนนํ อาหนนํ. ปริโต, ปริวตฺเตตฺวา วา อาหนนํ ปริยาหนนํ. ‘‘รูปํ รูปํ, ปถวี ปถวี’’ติ อาโกเฏนฺตสฺส วิย ปวตฺติ ‘‘อาหนนํ, ปริยาหนน’’นฺติ จ เวทิตพฺพํ. อานยนํ จิตฺตสฺส อารมฺมเณ อุปนยนํ, อากฑฺฒนํ วา.
อนุสญฺจรณํ อนุปริพฺภมนํ. สฺวายํ วิเสโส สนฺตานมฺหิ ลพฺภมาโน เอว สนฺตาเน ปากโฏ โหตีติ ทฏฺฐพฺโพ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อนุมชฺชนํ อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อนุมสนํ, ปริมชฺชนนฺติ อตฺโถ. ตถา หิ วิจาโร ‘‘ปริมชฺชนหตฺโถ วิย, สญฺจรณหตฺโถ วิยา’’ติ จ วุตฺโต. ตตฺถาติ อารมฺมเณ. สหชาตานํ อนุโยชนํ อารมฺมเณ อนุวิจารณสงฺขาตอนุมชฺชนวเสเนว เวทิตพฺพํ. อนุปฺปพนฺธนํ อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อวิจฺฉินฺนสฺส วิย ปวตฺติ. ตถา หิ โส ‘‘อนุสนฺธานตา’’ติ (ธ. ส. ๘) นิทฺทิฏฺโฐ. เตเนว จ ‘‘ฆณฺฑานุรโว วิย, ปริพฺภมนํ วิยา’’ติ จ วุตฺโต.
กตฺถจีติ ปฐมชฺฌาเน, ปริตฺตจิตฺตุปฺปาเทสุ จ. วิจารโต โอฬาริกฏฺเฐน, วิจารสฺเสว จ ปุพฺพงฺคมฏฺเฐน อนุรวโต โอฬาริโก, ตสฺส จ ปุพฺพงฺคโม ฆณฺฑาภิฆาโต วิย วิตกฺโก. ยถา หิ ฆณฺฑาภิฆาโต ปฐมาภินิปาโต โหติ, เอวํ อารมฺมณาภิมุขนิโรปนฏฺเฐน วิตกฺโก เจตโส ปฐมาภินิปาโต โหติ. อภิฆาต-คฺคหเณน เจตฺถ อภิฆาตโช สทฺโท คหิโตติ เวทิตพฺโพ. วิปฺผารวาติ วิจลนยุตฺโต สปริปฺผนฺโท. ปริพฺภมนํ วิย ปริสฺสยาภาววีมํสนตฺถํ. อนุปฺปพนฺเธน ปวตฺติยนฺติ อุปจาเร วา อปฺปนายํ วา สนฺตาเนน ปวตฺติยํ. ตตฺถ หิ วิตกฺโก นิจฺจโล หุตฺวา อารมฺมณํ อนุปวิสิตฺวา วิย ปวตฺตติ, น ปฐมาภินิปาเต. ปากโฏ โหตีติ วิตกฺกสฺส วิเสโส อภินิโรปนากาโร โอฬาริกตฺตา ปฐมชฺฌาเน ปากโฏ โหติ, ตทภาวโต ปญฺจกนเย ทุติยชฺฌาเน วิจารสฺส วิเสโส อนุมชฺชนากาโร ปากโฏ โหติ.
วาลณฺฑุปกํ เอฬกโลมาทีหิ กตจุมฺพฏกํ. อุปฺปีฬนหตฺโถติ ปิณฺฑสฺส อุปฺปีฬนหตฺโถ. ตสฺเสว อิโต จิโต จ สญฺจรณหตฺโถ. มณฺฑลนฺติ กํสภาชนาทีสุ กิญฺจิ มณฺฑลํ วฏฺฏเลขํ กโรนฺตสฺส. ยถา ปุปฺผผลสาขาทิอวยววินิมุตฺโต อวิชฺชมาโนปิ รุกฺโข ‘‘สปุปฺโผ สผโล’’ติ โวหรียติ, เอวํ วิตกฺกาทิองฺควินิมุตฺตํ อวิชฺชมานมฺปิ ฌานํ ‘‘สวิตกฺกํ สวิจาร’’นฺติ โวหรียตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘รุกฺโข วิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ฌานภาวนาย ปุคฺคลวเสน เทเสตพฺพตฺตา ‘‘อิธ ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติอาทินา ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน ฌานานิ อุทฺทิฏฺฐานีติ. ยทิปิ วิภงฺเค ปุคฺคลาธิฏฺฐานา เทสนา กตา, อตฺโถ ปน ตตฺราปิ วิภงฺเคปิ ยถา อิธ ‘‘อิมินา จ วิตกฺเกนา’’ติอาทินา ธมฺมวเสน วุตฺโต, เอวเมว ทฏฺฐพฺโพ, ปรมตฺถโต ปุคฺคลสฺเสว อภาวโตติ อธิปฺปาโย. อตฺโถ…เป… ทฏฺฐพฺโพ ฌานสมงฺคิโน วิตกฺกวิจารสมงฺคิตาทสฺสเนน, ฌานสฺเสว จ สวิตกฺกสวิจารตาย วุตฺตตฺตาติ เอวํ วา เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
วิเวกาติ วิเวกา เหตุภูตาติ วิเวก-สทฺทสฺส ภาวสาธนตํ สนฺธายาห. วิเวเกติ กตฺตุสาธนตํ, กมฺมสาธนตํ วา. ‘‘วิวิตฺโต’’ติ หิ อิมินา นีวรเณหิ วินาภูโต เตหิ วิเวจิโตติ จ สาธนทฺวยมฺปิ สงฺคหิตเมวาติ.
๗๒. ปีณยตีติ ตปฺเปติ, วฑฺเฒติ วา. สมฺปิยายนลกฺขณาติ ปริตุสฺสนลกฺขณา. ปีณนรสาติ ปริพฺรูหนรสา. ผรณรสาติ ปณีตรูเปหิ กายสฺส พฺยาปนรสา. อุทคฺคภาโว โอทคฺยํ. ขุทฺทิกา ลหุํ โลมหํสนมตฺตํ กตฺวา ภินฺนา น ปุน อุปฺปชฺชติ. ขณิกา พหุลํ อุปฺปชฺชติ. อุพฺเพคโต ผรณา นิจฺจลตฺตา, จิรฏฺฐิติกตฺตา จ ปณีตตรา. เจติยงฺคณํ คนฺตฺวาติ ปุณฺณวลฺลิกวิหาเร เจติยงฺคณํ คนฺตฺวา. ปกติยา ทิฏฺฐารมฺมณวเสนาติ ปุพฺเพ มหาเจติยํ คหิตารมฺมณวเสน. จิตฺรเคณฺฑุโก วิจิตฺรากาเรน กตเคณฺฑุโก. อุปนิสฺสเยติ สมีเป, ตสฺส วา วิหารสฺส นิสฺสยภูเต, โคจรฏฺฐานภูเตติ อตฺโถ.
ฆราชิเรติ เคหงฺคเณ. ปพฺพตสิขเร กตเจติยํ ‘‘อากาสเจติย’’นฺติ วุตฺตํ. คหิตนิมิตฺเตเนวาติ เจติยวนฺทนํ, ธมฺมสฺสวนญฺจ อุทฺทิสฺส ‘‘ธญฺญา วติเม’’ติอาทินา คหิตกุสลนิมิตฺเตเนว การณภูเตน. คหิตํ วา นิมิตฺตํ เอเตนาติ คหิตนิมิตฺตํ, วุตฺตากาเรน ปวตฺตจิตฺตํ, เตน คหิตนิมิตฺเตเนว จิตฺเตน สห. ปกฺขนฺทนฺติ อนุปวิฏฺฐํ. อนุปริปฺผุฏนฺติ อนุ อนุ สมนฺตโต ผุฏํ, สพฺพโส อนุวิสฏนฺติ อตฺโถ.
ปสฺสทฺธิยา นิมิตฺตภาเวน คพฺภํ คณฺหนฺตี. ปริปาจนวเสน ปริปากํ คจฺฉนฺตี. อปฺปนาสมฺปยุตฺตาว ปีติ อปฺปนาสมาธิปูริกา. ขณิกสมาธิปูริกา จ อุปจารสมาธิปูริกา จ อปฺปนาสมาธิสฺส วิทูรตราติ ตทุภยํ อนามสนฺโต ‘‘ตาสุ ยา อปฺปนาสมาธิสฺสา’’ติอาทิมาห. สมาธิสมฺปโยคํ คตาติ ปุพฺเพ อุปจารสมาธินา สมฺปยุตฺตา หุตฺวา อนุกฺกเมน วฑฺฒิตฺวา อปฺปนาสมาธินา สมฺปโยคํ คตา.
๗๓. สุขยตีติ สุขํ, อตฺตนา สมฺปยุตฺตธมฺเม ลทฺธสฺสาเท กโรตีติ อตฺโถ. สฺวายํ กตฺตุนิทฺเทโส ปริยายลทฺโธ ธมฺมโต อญฺญสฺส กตฺตุ นิวตฺตนตฺโถ, นิปฺปริยาเยน ปน ภาวสาธนเมว ลพฺภตีติ ‘‘สุขนํ สุข’’นฺติ วุตฺตํ. อิฏฺฐสภาวตฺตา ตํสมงฺคีปุคฺคลํ, สมฺปยุตฺตธมฺเม วา อตฺตนิ สาทยตีติ สาตํ ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา. สาตํ ‘‘มธุร’’นฺติ วทนฺติ. สาตํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ สาตลกฺขณํ. อุปพฺรูหนํ สมฺปยุตฺตธมฺมานํ สํวฑฺฒนํ. ทุกฺขํ วิย อวิสฺสชฺเชตฺวา อทุกฺขมสุขา วิย อนชฺฌุเปกฺขิตฺวา อนุ อนุ คณฺหนํ, อุปการิตา วา อนุคฺคโห. กตฺถจิ ปฐมชฺฌานาทิเก. ปฏิลาภตุฏฺฐีติ ปฏิลาภวเสน อุปฺปชฺชนกตุฏฺฐิ. ปฏิลทฺธรสานุภวนนฺติ ปฏิลทฺธสฺส อารมฺมณรสสฺส อนุภวนนฺติ สภาวโต ปีติสุขานิ วิภชิตฺวา ทสฺเสติ. ยตฺถ ปีติ, ตตฺถ สุขนฺติ วิตกฺกสฺส วิย อิตเรน ปีติยา สุเขน อจฺจนฺตสํโยคมาห. ‘‘ยตฺถ สุขํ, ตตฺถ น นิยมโต ปีตี’’ติ วิจารสฺส วิย วิตกฺเกน สุขสฺส ปีติยา อนจฺจนฺตสํโยคํ. เตน อจฺจนฺตานจฺจนฺตสํโยคิตาย ปีติสุขานํ วิเสสํ ทสฺเสติ. กํ ตาเรนฺติ เอตฺถาติ กนฺตารํ, นิรุทกมรุฏฺฐานํ. วนเมว วนนฺตํ. ตสฺมึ ตสฺมึ สมเยติ อิฏฺฐารมฺมณสฺส ปฏิลาภสมเย, ปฏิลทฺธสฺส รสานุภวนสมเย, วนจฺฉายาทีนํ สวนทสฺสนสมเย, ปเวสปริโภคสมเย จ. ปากฏภาวโตติ ยถากฺกมํ ปีติสุขานํ วิภูตภาวโต.
วิเวกชํ ปีติสุขนฺติ เอตฺถ ปุริมสฺมึ อตฺเถ วิเวกชนฺติ ฌานํ วุตฺตํ. ปีติสุขสทฺทโต จ อตฺถิอตฺถวิเสสโต ‘‘อสฺส ฌานสฺส, อสฺมึ วา ฌาเน’’ติ เอตฺถ อ-กาโร ทฏฺฐพฺโพ. ทุติเย ปีติสุขเมว วิเวกชํ. ‘‘วิเวกชํปีติสุข’’นฺติ จ อญฺญปทตฺถสมาโส, ปจฺจตฺตนิทฺเทสสฺส จ อโลโป กโต. โลเป วา สติ ‘‘วิเวกชปีติสุข’’นฺติ ปาโฐติ อยํ วิเสโส.
อุปสมฺปชฺชาติ เอตฺถ อุป-สํ-สทฺทา ‘‘อุปลพฺภติ, สํภุญฺชตี’’ติอาทีสุ วิย นิรตฺถกาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อุปคนฺตฺวา’’ติอาทึ วตฺวา ปุน เตสํ สาตฺถกภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อุปสมฺปาทยิตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตสฺมา ปตฺวา, สาเธตฺวาติ วา อตฺโถ. อิริยนฺติ กิริยํ. วุตฺติอาทีนิ ตสฺเสว เววจนานิ. ปาลนาติ หิ เอกํ อิริยาปถพาธนํ อิริยาปถนฺตเรหิ รกฺขณา.
ปญฺจงฺควิปฺปหีนาทิวณฺณนา
๗๔. ปญฺจ องฺคานิ วิกฺขมฺภนวเสน ปหีนานิ เอตสฺสาติ ปญฺจงฺควิปฺปหีนํ. ‘‘อคฺยาหิโต’’ติ เอตฺถ อาหิต-สทฺทสฺส วิย วิปฺปหีน-สทฺทสฺเสตฺถ ปรวจนํ ทฏฺฐพฺพํ, ปญฺจหิ องฺเคหิ วิปฺปหีนนฺติ วา ปญฺจงฺควิปฺปหีนํ. นนุ อญฺเญปิ อกุสลา ธมฺมา อิมินา ฌาเนน ปหียนฺติ, อถ กสฺมา ปญฺจงฺควิปฺปหีนตาว วุจฺจตีติ อาห ‘‘กิญฺจาปี’’ติอาทิ. ฌานลาภิโนปิ อฌานสมงฺคิกาเล ฌานปฏิปกฺขโลภจิตฺตาทีนํ ปวตฺติสพฺภาวโต ‘‘ฌานกฺขเณ’’ติ วุตฺตํ. ปหียนฺตีติ วิคจฺฉนฺติ, นปฺปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. เอกตฺตารมฺมเณติ ปถวีกสิณาทิวเสน เอกสภาเว, เอกคฺคตาสงฺขาเต เอกตฺตาวเห วา อารมฺมเณ. ตนฺติ ตํ นานาวิสยปโลภิตํ จิตฺตํ. กามธาตุปฺปหานายาติ นานาวิสยสมูปพฺยูฬฺหาย กามธาตุยา ปหานาย สมติกฺกมาย ปฏิปทํ ฌานํ นปฺปฏิปชฺชติ. นิรนฺตรนฺติ วิกฺเขเปน อนนฺตริตํ, สหิตนฺติ อตฺโถ. อกมฺมญฺญนฺติ อกมฺมนียํ, ภาวนากมฺมสฺส อโยคฺยนฺติ อตฺโถ. อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจปเรตนฺติ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺเจน อภิภูตํ. ปริพฺภมติ อนวฏฺฐานโต, อวฏฺฐานสฺส สมาธานสฺส อภาวโตติ อตฺโถ. วิจิกิจฺฉาย อุปหตนฺติ สาติสยสฺส วิจารสฺส อภาวโต ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ นุ โข ภควา, น นุ โข’’ติ, ‘‘ปถวี ปถวี’’ติอาทินา มนสิกาเรน, ‘‘ฌานํ สิยา นุ โข, น นุ โข’’ติอาทินา จ ปวตฺตาย วิจิกิจฺฉาย อุปหตํ. นาโรหติ อปฺปฏิปตฺตินิมิตฺตตฺตา. วิเสเสน ฌานนฺตรายกรตฺตาติ สมาธิอาทีนํ อุชุวิปจฺจนีกภาเวน ฌานาธิคมสฺส อนฺตรายกรณโต.
เตหีติ ฌานาธิคมสฺส ปจฺจยภูเตหิ วิตกฺกวิจาเรหิ. อวิกฺเขปาย สมฺปาทิตปฺปโยคสฺสาติ ตโต เอวํ สมาธานาย นิปฺผาทิตภาวนาปโยคสฺส. เจตโส ปโยคสมฺปตฺติสมฺภวาติ ยถาวุตฺตภาวนาปโยคสมฺปตฺติสมุฏฺฐานา. ปีติ ปีณนํ ภาวนาวเสน ตปฺปนํ. อุปพฺรูหนํ ภาวนาวเสน ปริวุทฺธึ เจตโส กโรตีติ สมฺพนฺโธ. นนฺติ จิตฺตํ. สเสสสมฺปยุตฺตธมฺมนฺติ อวสิฏฺฐผสฺสาทิธมฺมสหิตํ, สมํ สมฺมา จ อาธิยตีติ สมฺพนฺโธ. อินฺทฺริยสมตาวเสน สมํ, ปฏิปกฺขธมฺมานํ. ทูรีภาเว ลีนุทฺธจฺจาภาเวน สมฺมา จ ฐเปตีติ อตฺโถ. เอกคฺคตา หิ สมาธานกิจฺเจน จิตฺตํ, สมฺปยุตฺตธมฺเม จ อตฺตานํ อนุวตฺตาเปนฺตี ฌานกฺขเณ สาติสยํ สมาหิเต กโรตีติ. อุปฺปตฺติวเสนาติ ยถาปจฺจยํ อุปฺปชฺชนวเสน. เอเตสุ วิตกฺกาทีสุ ฌานํ อุปฺปนฺนํ นาม โหติ ตตฺเถว ฌานโวหารโต. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. ‘‘ยถา ปนา’’ติอาทินาปิ อุปมาวเสน ตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กโรติ.
ปกติจิตฺตโตติ ปากติกกามาวจรจิตฺตโต. สุวิสเทนาติ สุฏฺฐุ วิสเทน, ปฏุตเรนาติ อตฺโถ. สพฺพาวนฺตนฺติ สพฺพาวยววนฺตํ, อนวเสสนฺติ อตฺโถ. อปฺผุฏนฺติ อสมฺผุฏฺฐํ. อารมฺมเณสุ ผุสิตาติ อปฺปนาวเสน ปวตฺตมานา จิตฺเตกคฺคตา สมนฺตโต อารมฺมณํ ผรนฺตี วิย โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ. กสฺมา ปเนตฺถ ฌานปาเฐ อคฺคหิตา จิตฺเตกคฺคตา คหิตาติ อนุโยคํ สนฺธาย ‘‘ตตฺถ จิตฺเตกคฺคตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถาติ เตสุ ฌานงฺเคสุ. น นิทฺทิฏฺฐาติ สรูปโต น นิทฺทิฏฺฐา, สามญฺญโต ปน ฌานคฺคหเณน คหิตา. เอวํ วุตฺตตฺตาติ สรูเปเนว วุตฺตตฺตา, องฺคเมว จิตฺเตกคฺคตาติ สมฺพนฺโธ. เยน อธิปฺปาเยนาติ เยน วิตกฺกาทีหิ สห วตฺตนฺตํ ธมฺมํ ทีเปตุํ ตสฺส ปกาสนาธิปฺปาเยน ‘‘สวิตกฺกํ สวิจาร’’นฺติอาทินา อุทฺเทโส กโต. โส เอว อธิปฺปาโย เตน ภควตา วิภงฺเค ‘‘จิตฺเตกคฺคตา’’ติ นิทฺทิสนฺเตน ปกาสิโต. ตสฺมา สา ฌานปาเฐ อคฺคหิตาติ น จินฺเตตพฺพํ.
ติวิธกลฺยาณวณฺณนา
๗๕. อาทิมชฺฌปริโยสานวเสนาติ ฌานสฺส อาทิมชฺฌปริโยสานวเสน. ลกฺขณวเสนาติ เตสํเยว อปฺปนายํ ลกฺขิตพฺพภาววเสน.
ตตฺราติ ตสฺมึ กลฺยาณตาลกฺขณานํ วิภาวเน. ปฏิปทาวิสุทฺธีติ ปฏิปชฺชติ ฌานํ เอตายาติ ปฏิปทา, โคตฺรภุปริโยสาโน ปุพฺพภาคิโย ภาวนานโย. ปริปนฺถโต วิสุชฺฌนํ วิสุทฺธิ, ปฏิปทาย วิสุทฺธิ ปฏิปทาวิสุทฺธิ. สา ปนายํ ยสฺมา ฌานสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ลพฺภติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปฏิปทาวิสุทฺธิ อาที’’ติ. อุเปกฺขานุพฺรูหนาติ วิโสเธตพฺพตาทีนํ อภาวโต ฌานปริยาปนฺนาย ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาย กิจฺจนิปฺผตฺติยา อนุพฺรูหนา. สา ปนายํ วิเสสโต ฌานสฺส ฐิติกฺขเณ ลพฺภติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุเปกฺขานุพฺรูหนา มชฺเฌ’’ติ. สมฺปหํสนาติ ตตฺถ ธมฺมานํ อนติวตฺตนาทิสาธกสฺส ญาณสฺส กิจฺจนิปฺผตฺติวเสน ปริโยทปนา. สา ปน ยสฺมา ฌานสฺส โอสานกฺขเณ ปากฏา โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สมฺปหํสนา ปริโยสาน’’นฺติ. อิมานิ ตีณิ ลกฺขณานีติ ปริปนฺถโต จิตฺตสฺส วิสุชฺฌนากาโร, มชฺฌิมสฺส สมถนิมิตฺตสฺส ปฏิปชฺชนากาโร, ตตฺถ ปกฺขนฺทนากาโรติ อิมานิ ตีณิ ฌานสฺส อาทิโต อุปฺปาทกฺขเณ อปฺปนาปตฺติลกฺขณานิ เตหิ อากาเรหิ วินา อปฺปนาปตฺติยา อภาวโต, อสติ จ อปฺปนาย ตทภาวโต. อาทิกลฺยาณญฺเจว วิสุทฺธิปฏิปทตฺตา. ยถาวุตฺเตหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคตตฺตา, สมฺปนฺนลกฺขณตฺตา จ ติลกฺขณสมฺปนฺนญฺจ. อิมินา นเยน มชฺฌปริโยสานลกฺขณานญฺจ โยชนา เวทิตพฺพา.
สมฺภรียติ ฌานํ เอเตนาติ สมฺภาโร, นานาวชฺชนปริกมฺมํ. สห สมฺภาเรนาติ สสมฺภาโร, โส เอว สสมฺภาริโก. อุปจาโรติ เอกาวชฺชนูปจารมาห. ปคฺคหาทิกิจฺจสฺส ปุพฺพภาเค ภาวนาย เอว สาธิตตฺตา ยา ตตฺถ เอกาวชฺชนูปจาเร สิทฺธา อชฺฌุเปกฺขนา, สา ฌานกฺขเณ ปริพฺรูหิตา นาม โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อุเปกฺขานุพฺรูหนา นาม อปฺปนา’’ติ. ยถาธิคตํ ฌานํ นิสฺสาย โย ปหฏฺฐากาโร จิตฺตสฺส ปริโตโส, ตํ ปจฺจเวกฺขณาวเสน ปวตฺตํ สนฺธายาห ‘‘สมฺปหํสนา นาม ปจฺจเวกฺขณา’’ติ. เอเกติ อภยคิริวาสิโน. เต หิ เอวํ ปฏิปทาวิสุทฺธิอาทิเก วณฺณยนฺติ, ตทยุตฺตํ. ตถา หิ สติ อชฺฌานธมฺเมหิ ฌานสฺส คุณสํกิตฺตนํ นาม กตํ โหติ. น หิ ภูมนฺตรํ ภูมนฺตรปริยาปนฺนํ โหติ. ปาฬิยา เจตํ วิรุทฺธนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เอกตฺตคตํ จิตฺตนฺติ อินฺทฺริยานํ เอกรสภาเวน, เอกคฺคตาย จ สิขาปฺปตฺติยา ตทนุคุณํ เอกตฺตํ คตนฺติ เอกตฺตคตํ, สสมฺปยุตฺตํ อปฺปนาปตฺตจิตฺตํ. ตสฺเสว ปฏิปทาวิสุทฺธิปกฺขนฺทตาทิ อนนฺตรเมว วุจฺจติ. ตสฺมาติ ยสฺมา เอกสฺมึเยว อปฺปนาจิตฺตกฺขเณ ปฏิปทาวิสุทฺธิอาทิ ปาฬิยํ วุตฺตํ, ตสฺมา อาคมนวเสนาติ ปริกมฺมาคมนวเสน. อนติวตฺตนาทีติ อาทิ-สทฺเทน อินฺทฺริเยกรสตาตทุปควีริยวาหนาเสวนานิ สงฺคณฺหาติ. ปริโยทาปกสฺสาติ ปริโสธกสฺส ปภสฺสรภาวกรสฺส. อนติวตฺตนาทิภาวสาธนเมว เจตฺถ ญาณสฺส กิจฺจนิปฺผตฺติ เวทิตพฺพา.
ตสฺมินฺติ ตสฺมึ วาเร, จตุปญฺจจิตฺตปริมาณาย อปฺปนาวีถิยนฺติ อตฺโถ. ตโต ปริปนฺถโต. จิตฺตํ วิสุชฺฌตีติ ยทิปิ อาคมนํ คเหตุํ อวิเสเสน วิย วุตฺตํ, ปริกมฺมวิสุทฺธิโต ปน อปฺปนาวิสุทฺธิ สาติสยาว. เตนาห ‘‘วิสุทฺธตฺตา’’ติอาทิ. อาวรณวิรหิตํ หุตฺวาติ เยนาวรเณน อาวฏตฺตา จิตฺตํ ตโต ปุพฺเพ มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ ปฏิปชฺชิตุํ น สกฺโกติ, เตน วิวิตฺตํ หุตฺวา, ตํ วิกฺขมฺเภตฺวาติ อตฺโถ. ลีนุทฺธจฺจสงฺขาตานํ อุภินฺนํ อนฺตานํ อนุปคมเนน มชฺฌิโม, สวิเสสํ ปจฺจนีกธมฺมานํ วูปสมนโต สมโถ, โยคิโน สุขวิเสสานํ การณภาวโต นิมิตฺตญฺจาติ มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ. เตนาห ‘‘สมปฺปวตฺโต อปฺปนาสมาธิเยวา’’ติ. ตทนนฺตรํ ปน ปุริมจิตฺตนฺติ ตสฺส อปฺปนาจิตฺตสฺส อนนฺตรปจฺจยภูตํ ปุริมํ จิตฺตํ, โคตฺรภุจิตฺตนฺติ อตฺโถ. เอกสนฺตติปริณามนเยนาติ ยถา ‘‘ตเทว ขีรํ ทธิสมฺปนฺน’’นฺติ, เอวํ สติปิ ปริตฺตมหคฺคตภาวเภเท, ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนภาวเภเท จ เอกิสฺสา เอว สนฺตติยา ปริณามูปคมนนเยน เอกตฺตนยวเสน. ตถตฺตนฺติ ตถภาวํ อปฺปนาสมาธิวเสน สมาหิตภาวํ. เอวํ ปฏิปนฺนตฺตาติ วุตฺตากาเรน ปฏิปชฺชมานตฺตา. ยสฺมิญฺหิ ขเณ ตถตฺตํ มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ ปฏิปชฺชติ, ตสฺมึเยว ขเณ ตถตฺตุปคมเนน อปฺปนาสมาธินา สมาหิตภาวูปคมเนน ตตฺถ ปกฺขนฺทติ นาม. ปุริมจิตฺเตติ อปฺปนาจิตฺตสฺส ปุริมสฺมึ จิตฺเต โคตฺรภุจิตฺเต. วิชฺชมานาการนิปฺผาทิกาติ ตสฺมึ จิตฺเต วิชฺชมานานํ ปริปนฺถวิสุทฺธิมชฺฌิมสมถปฏิปตฺติปกฺขนฺทนาการานํ นิปฺผาทิกา, เตนากาเรน นิปฺผชฺชมานาติ อตฺโถ. เตเยว หิ อาการา ปจฺจยวิเสสโต ฌานกฺขเณ นิปฺผชฺชมานา ‘‘ปฏิปทาวิสุทฺธี’’ติ ลทฺธสมญฺญา ฌานสฺส ตํ วิเสสํ นิปฺผาเทนฺตา วิย วุตฺตา. อุปฺปาทกฺขเณเยวาติ อตฺตลาภเวลายเมว. ยทิ เอวํ, กถํ เต อาการา นิปฺผชฺชนฺตีติ อาห ‘‘อาคมนวเสนา’’ติ.
ตสฺสาติ จิตฺตสฺส. ‘‘วิสุทฺธํ จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขตี’’ติ ปาฬิยํ (ปฏิ. ม. ๑.๑๕๘) ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน อาคตาติ ‘‘พฺยาปารํ อกโรนฺโต’’ติ อาห. สมถปฏิปตฺติตถตฺตุปคมนญฺจ อิธ สมถภาวาปตฺติเยวาติ อาห ‘‘สมถภาวูปคมเนนา’’ติ. กิเลสสํสคฺคํ ปหาย เอกตฺเตน อุปฏฺฐิตสฺสาติ ปุพฺเพ ‘‘กถํ นุ โข กิเลสสํสคฺคํ ปชเหยฺย’’นฺติ ปฏิปนฺนสฺส อิทานิ สมถปฏิปตฺติยา ตสฺส ปหีนตฺตา กิเลสสงฺคณิกาภาเวน เอกตฺเตน อุปฏฺฐิตสฺส ฌานจิตฺตสฺส. ปริปนฺถวิสุทฺธิมชฺฌิมสมถปฏิปตฺติปกฺขนฺทเนหิ วุทฺธิปฺปตฺติยา อนุพฺรูหิเต ฌานจิตฺเต ลทฺโธกาสา ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขา สมฺปยุตฺเตสุ สมวาหิตภาเวน ปวตฺตมานา เต อนุพฺรูเหนฺตี วิย โหตีติ อาห ‘‘ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาย กิจฺจวเสน อุเปกฺขานุพฺรูหนา เวทิตพฺพา’’ติ.
เย ปเนเต ยุคนทฺธธมฺมาติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ ตสฺมึ ฌานจิตฺเต. อญฺญมญฺญานติวตฺตนวเสน กิจฺจกรณโต ยุเค นทฺธา พทฺธา วิย ยุคนทฺธา. วิมุตฺติรเสนาติ วิมุจฺจนกิจฺเจน, วิมุจฺจนสมฺปตฺติยา วา. เอส โยคี. วาหยตีติ ปวตฺเตติ. อสฺสาติ ฌานจิตฺตสฺส. ตสฺมึ ขเณติ ภงฺคกฺขเณ. อุปฺปาทกฺขเณ อตีเต หิ ฐิติกฺขณโต ปฏฺฐาย อาเสวนา ปวตฺตติ นาม. เต อาการาติ อญฺญมญฺญานติวตฺตนาทโย ตตฺถ ธมฺมานํ ปวตฺติอาการา. อาเสวนาปิ หิ อาเสวนปจฺจยภาวีนํ ธมฺมานํ ปวตฺติอากาโรเยว. สํกิเลสโวทาเนสูติ สมาธิปญฺญานํ สมรสตาย อกรณํ ภาวนาย สํกิเลโส, กรณํ โวทานํ. ตถา เสเสสุปิ. เอวเมเตสุ สํกิเลสโวทาเนสุ ตํ ตํ อาทีนวํ โทสํ อานิสํสํ คุณํ ปุเรตรํ ปาฏิหาริยญาเณน ทิสฺวา ยถา อญฺญมญฺญานติวตฺตนาทโย โหนฺติ, ตถา ภาวนาย สมฺปหํสิตตฺตา เตเนว ญาเณน วิโสธิตตฺตา. วิโสธนํ เหตฺถ สมฺปหํสนํ. เต อาการา ยสฺมา นิปฺผนฺนา, ตสฺมา ‘‘ธมฺมานํ…เป… เวทิตพฺพาติ วุตฺต’’นฺติ ลกฺขณสํวณฺณนาย อาทิมฺหิ วุตฺตํ นิคมนวเสน ทสฺเสติ.
‘‘ยสฺมา อุเปกฺขาวเสน ญาณํ ปากฏํ โหตี’’ติ โก สมฺพนฺโธ. กสฺมา สมฺปหํสนาว ปริโยสานนฺติ วุตฺตา, น อุเปกฺขานุพฺรูหนาติ โจทนํ สนฺธาย ‘‘ตตฺถ ยสฺมา อุเปกฺขาวเสน ญาณํ ปากฏํ โหตี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ ภาวนาจิตฺเต. อุเปกฺขาวเสน ญาณํ ปากฏํ โหตีติ อปฺปนากาเล ภาวนาย สมปฺปวตฺติยา, ปฏิปกฺขสฺส จ ปหานโต ปคฺคหาทีสุ พฺยาปารสฺส อกาตพฺพโต อชฺฌุเปกฺขนาว โหติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘สมเย จิตฺตสฺส อชฺฌุเปกฺขนา, วิสุทฺธํ จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขตี’’ติ จ อาทิ. สา ปนายํ อชฺฌุเปกฺขนา ญาณสฺส กิจฺจสิทฺธิยา โหติ, วิเสสโต ญาณสาธนตฺตา อปฺปนาพฺยาปารสฺสาติ ผเลน การณานุมานญาเยน. ยสฺมา อุเปกฺขาวเสน ญาณํ ปากฏํ โหติ, ตสฺมา ญาณกิจฺจภูตา สมฺปหํสนา ปริโยสานนฺติ วุตฺตาติ สมฺพนฺโธ.
อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ ปาฬิยา สมตฺเถตุํ ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตถาปคฺคหิตํ จิตฺตนฺติ ยถา ภาวนาจิตฺตํ โกสชฺชปกฺเข น ปตติ, ตถา วีริยสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานิยานํ ธมฺมานํ พหุลีการวเสน ปคฺคหิตํ. สาธุกํ อชฺฌุเปกฺขตีติ ปคฺคณฺหนฺเตนาปิ สมาธิสฺส วีริยสมตาโยชนวเสน ปคฺคหิตตฺตา สกฺกจฺจํ อชฺฌุเปกฺขติ, ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขา โอกาสํ ลภติ. ตํ ปน อชฺฌุเปกฺขนํ อุเปกฺขาวเสน ปุพฺเพ ปวตฺตปาริหาริยปญฺญาวเสน อปฺปนาปญฺญาย กิจฺจาธิกตาติ อาห ‘‘ปญฺญาวเสน ปญฺญินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหตี’’ติ. ตสฺส อธิมตฺตตฺตา เอว อชฺฌุเปกฺขนฺตสฺเสว นานาสภาเวหิ นีวรณปมุเขหิ กิเลเสหิ อปฺปนาจิตฺตํ วิมุจฺจติ. วิโมกฺขวเสน วิมุจฺจนวเสน. ปญฺญาวเสนาติ ปุพฺเพ ปวตฺตปาริหาริยปญฺญาวเสน. วิมุตฺตตฺตาติ นานากิเลเสหิ วิมุตฺตตฺตา เอว. เต ธมฺมา สทฺธาทโย, วิเสสโต สทฺธาปญฺญาวีริยสมาธโย จ เอกรสา สมานกิจฺจา โหนฺติ. เอวมยํ อินฺทฺริยานํ เอกรสฏฺเฐน ภาวนา นิปฺผชฺชมานา ญาณพฺยาปาโรติ อาห ‘‘ญาณกิจฺจภูตา สมฺปหํสนา ปริโยสาน’’นฺติ. เอวํ ติวิธาย ปฏิปทาวิสุทฺธิยา ลทฺธวิเสสาย ติวิธาย อุเปกฺขานุพฺรูหนาย สาติสยํ ปญฺญินฺทฺริยสฺส อธิมุตฺตภาเวน จตุพฺพิธาปิ สมฺปหํสนา สิชฺฌตีติ อาคมนุเปกฺขา ญาณกิจฺจวเสน ทสปิ อาการา ฌาเน เอว เวทิตพฺพา.
คณนานุปุพฺพตาติ คณนานุปุพฺพตาย, คณนานุปุพฺพตามตฺตํ วา ปฐมนฺติ อิทนฺติ อตฺโถ. เตน เทสนากฺกมํ อุลฺลิงฺเคติ. ‘‘ปฐมํ อุปฺปนฺนนฺติ ปฐม’’นฺติ อิมินา ปฏิปตฺติกฺกมํ, อุปฺปนฺนนฺติ หิ อธิคตนฺติ อตฺโถ. ‘‘ปฐมํ สมาปชฺชิตพฺพนฺติ ปฐม’’นฺติ อิทํ ปน น เอกนฺตลกฺขณนฺติ อฏฺฐกถายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๖๐) ปฏิสิทฺธตฺตา อิธ น คหิตํ. อารมฺมณูปนิชฺฌานํ ลกฺขณูปนิชฺฌานนฺติ ทุวิเธ ฌาเน อิธาธิปฺเปตชฺฌานเมว ทสฺเสตุํ ‘‘อารมฺมณูปนิชฺฌานโต’’ติ วุตฺตํ. ปถวีกสิณสงฺขาตสฺส อตฺตโน อตฺตโน อารมฺมณสฺส รูปํ วิย จกฺขุนา อุปนิชฺฌายนโต. ปจฺจนีกฌาปนโตติ นีวรณาทีนํ ปจฺจนีกธมฺมานํ ทหนโต วิกฺขมฺภนวเสน ปชหนโต. สกลฏฺเฐนาติ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน กเต วา อกเต วา ปริจฺฉิชฺช คหิเต ปถวีภาเค ปถวีมณฺฑเล สกลารมฺมณกรณฏฺเฐน. น หิ ตสฺส เอกเทสมารมฺมณํ กรียติ. ปถวีกสิณสนฺนิสฺสยตาย นิมิตฺตํ ปถวีกสิณํ ยถา ‘‘มญฺจา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺตี’’ติ. ตํสหจรณโต ฌานํ ปถวีกสิณํ ยถา ‘‘กุนฺตา ปจรนฺตี’’ติ.
จิรฏฺฐิติสมฺปาทนวณฺณนา
๗๖. ลกฺขฏฺฐาเน ฐิตํ สเรน วาลํ วิชฺฌตีติ วาลเวธี. อิธ ปน อเนกธา ภินฺนสฺส วาลสฺส อํสุํ วิชฺฌนฺโต ‘‘วาลเวธี’’ติ อธิปฺเปโต. เตน วาลเวธินา. สูเทนาติ ภตฺตกาเรน. ‘‘อาการา ปริคฺคเหตพฺพา’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สุกุสโลติ สุฏฺฐุ เฉโก. ธนุคฺคโหติ อิสฺสาโส. กมฺมนฺติ โยคฺยํ. อกฺกนฺตปทานนฺติ วิชฺฌนกาเล อกฺกมนวเสน ปวตฺตปทานํ. อาการนฺติ ธนุชิยาสรานํ คหิตาการํ. ปริคฺคเณฺหยฺยาติ อุปธาเรยฺย. โภชนสปฺปายาทโยติ อาทิ-สทฺโท อวุตฺตาการานมฺปิ สงฺคาหโก ทฏฺฐพฺโพ. เตน อุตุภาวนานิมิตฺตาทีนมฺปิ ปริคฺคณฺหนํ วุตฺตํ โหติ. ตสฺมินฺติ ตสฺมึ ตรุณสมาธิมฺหิ.
ภตฺตารนฺติ สามินํ, ภตฺตเวตนาทีหิ โปสกนฺติ อตฺโถ. ปริวิสนฺโตติ โภเชนฺโต. ตสฺส รุจฺจิตฺวา ภุญฺชนาการํ สลฺลกฺเขตฺวา ตสฺส อุปนาเมนฺโตติ โยชนา. อยมฺปิ โยคี. อธิคตกฺขเณ โภชนาทโย อากาเรติ ปุพฺเพ ฌานสฺส อธิคตกฺขเณ กิจฺจสาธเก โภชนาทิคเต อากาเร. คเหตฺวาติ ปริคฺคเหตฺวา สลฺลกฺเขตฺวา. นฏฺเฐ นฏฺเฐ สมาธิมฺหิ ปุนปฺปุนํ อปฺปนาย.
มหานสวิชฺชาปริจเยน ปณฺฑิโต. ตตฺถ วิสทญาณตาย พฺยตฺโต. ฐานุปฺปตฺติกกโอสลฺลโยเคน กุสโล. นานจฺจเยหีติ นานจฺจเยหิ นานาสภาเวหิ, นานารเสหีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อมฺพิลคฺเคหี’’ติอาทิ. สูเปหีติ พฺยญฺชเนหิ. อมฺพิลคฺเคหีติ อมฺพิลโกฏฺฐาเสหิ, เย วา อมฺพิลรสา หุตฺวา อคฺคภูตา, เตหิ จตุรมฺพิลาทิมิสฺเสหิ. เอส นโย ติตฺตกคฺคาทีสุปิ. ขาริเกหีติ วาติงฺคณกฬีราทิมิสฺเสหิ. นิมิตฺตนฺติ อาการํ รุจฺจนวเสน ภุญฺชนาการํ. อุคฺคณฺหาตีติ อุปรูปริ คณฺหาติ อุปธาเรติ. อิมสฺส วา สูเปยฺยสฺส อตฺถาย หตฺถํ อภิหรติ. อภิหารานนฺติ อภิมุเขน หริตพฺพานํ ปณฺณาการานํ, ปูชาภิหารานํ วา. นิมิตฺตํ อุคฺคณฺหาตีติ ‘‘เอวํ เม จิตฺตํ สมาหิตํ อโหสี’’ติ นิมิตฺตํ คณฺหาติ สลฺลกฺเขติ.
สมาธิปริปนฺถานนฺติ สมาธิสฺส ปริปนฺถภูตานํ. ธมฺมานนฺติ กามจฺฉนฺทาทินีวรณธมฺมานํ. สุวิโสธิตตฺตาติ สุฏฺฐุ วิโสธิตตฺตา, วิกฺขมฺภนวเสเนว สมฺมเทว ปหีนตฺตาติ อตฺโถ. กามาทีนวปจฺจเวกฺขณาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน อสุภมนสิการเนกฺขมฺมานิสํสปจฺจเวกฺขณาทีนิ สงฺคณฺหาติ. เนกฺขมฺมคุณทสฺสเนนาปิ หิ ตสฺส วิพนฺธภูเต กามจฺฉนฺเท อาทีนโว วิเสสโต ปากโฏ โหตีติ. กายทุฏฺฐุลฺลนฺติ กายทรถํ สารทฺธกายตํ. เตน กายจิตฺตานํ สารมฺภนิมิตฺตสฺส พฺยาปาทนีวรณสฺส น วิโสธนมาห. อารมฺภธาตุมนสิการาทีติ อาทิ-สทฺเทน วีริยสมฺโพชฺฌงฺคนิมิตฺตานํ, อาโลกสญฺญาทีนญฺจ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. สมถนิมิตฺตมนสิการาทีติ อาทิ-สทฺเทน สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานิยานํ ธมฺมานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อญฺเญปิ สมาธิปริปนฺเถติ วิจิกิจฺฉาฏฺฐานิเย, มทมานาทิเก จ สนฺธายาห. อาสยนฺติ วสนกสุสิรํ. สุปริสุทฺธนฺติ อาสงฺกนียตฺตาภาเวน สุฏฺฐุ ปริสุทฺธํ. เอตฺถาห – นนุ จายํ ปเคว กามาทีนวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา สมถปฏิปทํ ปฏิปนฺโน อุปจารกฺขเณเยว ฌาเนน นีวรณานิ วิกฺขมฺภิตานิ, อถ กสฺมา ปุน กามาทีนวปจฺจเวกฺขณาทิ คหิตนฺติ? สจฺจเมตํ. ตํ ปน ปหานมตฺตนฺติ ฌานสฺส จิรฏฺฐิติยา อติสยปหานตฺถํ ปุน คหิตํ.
อุทฺธจฺจ มิทฺธนฺติ กุกฺกุจฺจํ, ถินญฺจ ตเทกฏฺฐตาย คหิตเมวาติ กตฺวา วุตฺตํ. สุทฺธนฺตคโตติ สุปริสุทฺธปริยนฺตํ สพฺพโส วิโสธิตโกณปริยนฺตํ อุยฺยานํ คโต. ตหึ รเมติ ตสฺมึ ฌาเน รเมยฺย ทิวสภาคมฺปิ ฌานสมงฺคี เอว ภเวยฺย.
จิตฺตภาวนาเวปุลฺลตฺถนฺติ สมาธิภาวนาย วิปุลภาวาย. ยถา หิ ภาวนาวเสน นิมิตฺตสฺส อุปฺปตฺติ, เอวมสฺส ภาวนาวเสเนว วฑฺฒนมฺปิ. ตสฺมา เอกงฺคุลาทิวเสน นิมิตฺตํ วฑฺเฒนฺตสฺส ปุนปฺปุนํ พหุลีกาเรน ฌานํ ภาวนาปิ วุทฺธึ วิรุฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชติ. เตน วุตฺตํ ‘‘จิตฺตภาวนาเวปุลฺลตฺถญฺจ ยถาลทฺธํ ปฏิภาคนิมิตฺตํ วฑฺเฒตพฺพ’’นฺติ. ตสฺสาติ ปฏิภาคนิมิตฺตสฺส.
นิมิตฺตวฑฺฒนนยวณฺณนา
๗๗. ตตฺราติ สามิอตฺเถ ภุมฺมวจนํ, ตสฺสาติ อตฺโถ. อวฑฺเฒตฺวาติ ยถา กุมฺภกาโร มตฺติกาย ปตฺตํ กโรนฺโต ปฐมํ อปริจฺฉินฺทิตฺวาว ปตฺตํ วฑฺเฒติ, เอวํ ปตฺตวฑฺฒนโยเคน ปตฺตวฑฺฒนยุตฺติยา อวฑฺเฒตฺวา ปูวิกสฺส ปูววฑฺฒนํ. ภตฺตสฺส อุปริ ภตฺตปกฺขิปนํ ภตฺตวฑฺฒนํ. วตฺถสฺส ตินฺตสฺส อญฺฉนาทิ ทุสฺสวฑฺฒนํ. ปจฺเจกํ โยค-สทฺโท โยเชตพฺโพ. อปริจฺฉินฺทิตฺวา น วฑฺเฒตพฺพํ สปริจฺเฉเท เอว ภาวนาปวตฺติโต. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘สานฺตเก โน อนนฺตเก’’ติ (วิสุทฺธิ. ๑.๕๕).
หํสโปตกาติ ชวนหํสโปตกา. อุกฺกูลํ อุนฺนตฏฺฐานํ. วิกูลํ นินฺนฏฺฐานํ. นทีโสเตน กตํ วิทุคฺคํ นทีวิทุคฺคํ. วิสมากาเรน ฐิโต ปพฺพตปเทโส ปพฺพตวิสโม.
ถูลานิ หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ ปจฺจเวกฺขณาพาหุลฺเลน วิภูตภาวโต. ทุพฺพลานิ หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ ปคุณพลวภาวสฺส อนาปาทิกตฺตา. อุปริ อุสฺสุกฺกนายาติ ภาวนาย อุปริ อาโรหนาย, ทุติยชฺฌานาธิคมายาติ อตฺโถ.
ปพฺพเตยฺยาติ ปพฺพเต พหุลจารินี. อเขตฺตญฺญูติ อโคจรญฺญู. สมาธิปริปนฺถานํ วิโสธนานภิญฺญาตาย พาโล. ฌานสฺส ปคุณภาวาปาทนเวยฺยตฺติยสฺส อภาเวน อพฺยตฺโต. อุปริฌานสฺส ปทฏฺฐานภาวานวโพเธน อเขตฺตญฺญู. สพฺพถาปิ สมาปตฺติโกสลฺลาภาเวน อกุสโล. สมาธินิมิตฺตสฺส วา อนาเสวนาย พาโล. อภาวนาย อพฺยตฺโต. อพหุลีกาเรน อเขตฺตญฺญู. สมฺมเทว อนธิฏฺฐานโต อกุสโลติ โยเชตพฺพํ. อุภโต ภฏฺโฐติ อุภยโต ฌานโต ภฏฺโฐ. โส หิ อปฺปคุณตาย น สุปฺปติฏฺฐิตตาย สอุสฺสาโหปิ วินาสโต, อสามตฺถิยโต จ ฌานทฺวยโต ปริหีโน. จิณฺณวสินาติ อาเสวิตวสินา.
ปญฺจวสีกถาวณฺณนา
๗๘. วสนํ วสีติ ธาตุนิทฺเทสตาย กิริยานิทฺเทโสติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘วสิโย’’ติ, ยถารุจิ ปวตฺติโยติ อตฺโถ. อาวชฺชนาย วสี, อาวชฺชนาวเสน วา วสี อาวชฺชนวสี. ฌานํ อาวชฺชิตุํ ยตฺถ ยตฺถ ปเทเส อิจฺฉา ยตฺถิจฺฉกํ. ยทา ยทา, ยสฺมึ ยสฺมึ วา ฌานงฺเค อิจฺฉา ยทิจฺฉกํ. ยาว ยาว อิจฺฉา ยาวทิจฺฉกํ, ท-กาโร ปทสนฺธิกโร. ‘‘ยาวา’’ติ จ อิทํ พหูนํ ชวนวารานํ นิรนฺตรํ วิย ตถาปวตฺตนํ สนฺธาย วุตฺตํ, น เอกเมว. โส หิ ปริจฺฉินฺนจิตฺตกฺขโณติ. อาวชฺชนาย ทนฺธายิตตฺตํ นตฺถีติ วุตฺตนเยน ยตฺถ กตฺถจิ ฐาเน ยทา ยทา ยํ กิญฺจิ ฌานงฺคํ อาวชฺเชนฺตสฺส ยถิจฺฉิตํ กาลํ อาวชฺชนาย อาวชฺชนปฺปวตฺติยา ทนฺธายิตตฺตํ วิตฺถายิตตฺตํ, จิรายิตตฺตํ วา นตฺถิ. เอวํ อาวชฺชนวสี สิทฺธา นาม โหตีติ อตฺโถ. เสสาติ วุฏฺฐานอธิฏฺฐานปจฺจเวกฺขณาวสิโย.
องฺคสมุทายภาวโต ฌานสฺส ฌาเน อาวชฺชนวสึ นิปฺผาเทตุกาเมน ปฏิปาฏิยา ฌานงฺคานิ อาวชฺเชตพฺพานีติ อาห ‘‘ปฐมํ วิตกฺกํ อาวชฺชยโต’’ติ. ยทิปิ อาวชฺชนเมเวตฺถ อิจฺฉิตํ อาวชฺชนวสิยา อธิปฺเปตตฺตา, อาวชฺชนาย ปน อุปฺปนฺนาย ชวเนหิ ภวิตพฺพํ. ตานิ จ โข อาวชฺชนตปฺปรตาย จิตฺตาภินีหารสฺส ยถาวชฺชิตฌานงฺคารมฺมณานิ กติปยาเนว โหนฺติ, น ปริปุณฺณานีติ วุตฺตํ ‘‘วิตกฺการมฺมณาเนว จตฺตาริ ปญฺจ วา ชวนานิ ชวนฺตี’’ติ. จตฺตาริ ติกฺขินฺทฺริยสฺส. ปญฺจ นาติติกฺขินฺทฺริยสฺสาติ ทฏฺฐพฺพํ. นิรนฺตรนฺติ วิสภาเคหิ นิรนฺตรํ. อยํ ปนาติ ภวงฺคทฺวยนฺตริตา จตุชวนจิตฺตา ยถาวุตฺตา อาวชฺชนวสี. อญฺเญสํ วา ธมฺมเสนาปติอาทีนํ. เอวรูเป กาเลติ อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย ลหุตรํ อาวชฺชนวสีนิพฺพตฺตนกาเล. สา จ โข อิตฺตรา ปริตฺตกาลา, น สตฺถุ ยมกมหาปาฏิหาริเย วิย จิรตรปฺปพนฺธวตี. ตถา หิ ตํ สาวเกหิ อสาธารณํ วุตฺตํ. อธิคเมน สมํ สสมฺปยุตฺตสฺส ฌานสฺส สมฺมา อาปชฺชนํ ปฏิปชฺชนํ สมาปชฺชนํ, ฌานสมงฺคิตา.
สีฆนฺติ เอตฺถ สมาปชฺชิตุกามตานนฺตรํ ทฺวีสุ ภวงฺเคสุ อุปฺปนฺเนสุ ภวงฺคํ อุปจฺฉินฺทิตฺวา อุปฺปนฺนาวชฺชนานนฺตรํ สมาปชฺชนํ สีฆํ สมาปชฺชนสมตฺถตา. อยญฺจ มตฺถกปฺปตฺตา สมาปชฺชนวสี สตฺถุ ธมฺมเทสนายํ ลพฺภติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘โส โข อหํ, อคฺคิเวสฺสน, ตสฺสา เอว กถาย ปริโยสาเน ตสฺมึเยว ปุริมสฺมึ สมาธินิมิตฺเต อชฺฌตฺตเมว จิตฺตํ สณฺฐเปมิ สนฺนิสาเทมิ เอโกทึ กโรมิ สมาทหามิ เยนสฺสุทํ นิจฺจกปฺปํ วิหรามี’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๘๗). อิโต สีฆตรา หิ สมาปชฺชนวสี นาม นตฺถิ. ชุณฺหาย รตฺติยา นโวโรปิเตหิ เกเสหิ กโปตกนฺทรายํ วิหรนฺตสฺส อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ยกฺเขน มหนฺตมฺปิ ปพฺพตกูฏํ ปทาเลตุํ สมตฺเถ ปหาเร สีเส ทินฺเน สมาปชฺชนมฺเปตฺถ นิทสฺเสตพฺพํ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘ตทา เถโร ตสฺส ปหรณสมเย สมาปตฺตึ อปฺเปสี’’ติ (วิสุทฺธิ. ๒.๓๗๔). ปาฬิยํ ปน ‘‘อญฺญตรํ สมาธึ สมาปชฺชิตฺวา นิสินฺโน’’ติ (อุทา. ๓๔) วุตฺตํ. อิเม ปน เถรา ‘‘สมาปตฺติโต วุฏฺฐานสมกาลํ เตน ปหาโร ทินฺโน’’ติ วทนฺติ.
อจฺฉรามตฺตนฺติ องฺคุลิโผฏมตฺตํ ขณํ. ฐเปตุนฺติ เสตุ วิย สีฆโสตาย นทิยา โอฆํ เวเคน ปวตฺติตุํ อทตฺวา ยถาวุตฺตกฺขณํ ฌานํ ฐเปตุํ สมตฺถตา. อภิภุยฺย ฐปนํ, อธิฏฺฐานํ วิยาติ วา อธิฏฺฐานํ. ตตฺถ วสี อธิฏฺฐานวสี. ตเถว ลหุํ วุฏฺฐาตุนฺติ อจฺฉรามตฺตํ วา ทสจฺฉรามตฺตํ วา ลหุํ ขณํ ฌานสมงฺคี หุตฺวา ฌานโต วุฏฺฐาตุํ สมตฺถตา. ภวงฺคจิตฺตุปฺปตฺติเยว เหตฺถ ฌานโต วุฏฺฐานํ นาม. เอตฺถ จ ยถา ‘‘เอตฺตกเมว ขณํ ฌานํ ฐเปสฺสามี’’ติ ปุพฺพปริกมฺมวเสน อธิฏฺฐานสมตฺถตา อธิฏฺฐานวสี, เอวํ ‘‘เอตฺตกเมว ขณํ ฌานสมงฺคี หุตฺวา ฌานโต วุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ ปุพฺพปริกมฺมวเสน วุฏฺฐานสมตฺถตา วุฏฺฐานวสี เวทิตพฺพา, ยา สมาปตฺติ ‘‘วุฏฺฐานกุสลตา’’ติ วุจฺจติ. ตทุภยทสฺสนตฺถนฺติ อธิฏฺฐานวุฏฺฐานวสีทสฺสนตฺถํ.
ตตฺถาติ ตสฺมึ นิมฺมิตปพฺพเต ตสฺส วิวเร. กิญฺจาปิ เอกํเยว ตํ อภิญฺญาจิตฺตํ เยน ปพฺพตํ นิมฺมิเนยฺย, อภิญฺญาปาทกสฺส ปน ฌานสฺส ลหุตรํ ฐปนํ, วุฏฺฐานญฺจ อิธ นิทสฺสิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘เอตฺตกา อิทฺธิมนฺตา เอกํ อุปฏฺฐากํ ครุฬโต รกฺขิตุํ น สกฺขึสู’’ติ คารยฺหา อสฺสาม.
อาวชฺชนานนฺตรานีติ อาวชฺชนวสีภาวาย ยถากฺกมํ วิตกฺกาทีนํ ฌานงฺคานํ อาวชฺชนาย ปรโต ยานิ ชวนานิ ปวตฺตานิ, ตานิ เตสํ ปจฺจเวกฺขณานิ. ยทคฺเคน อาวชฺชนวสีสิทฺธิ, ตทคฺเคน ปจฺจเวกฺขณาวสีสิทฺธิ เวทิตพฺพา.
ทุติยชฺฌานกถาวณฺณนา
๗๙. นีวรณปฺปหานสฺส ตปฺปฐมตาย อาสนฺนนีวรณปจฺจตฺถิกา. ถูลํ นาม วิปุลมฺปิ เผคฺคุ วิย สุขภญฺชนียนฺติ อาห ‘‘โอฬาริกตฺตา องฺคทุพฺพลา’’ติ. สนฺตโต มนสิ กริตฺวาติ ปฐมชฺฌานํ วิย อโนฬาริกงฺคตฺตา, สนฺตธมฺมสมงฺคิตาย จ ‘‘สนฺต’’นฺติ มนสิ กตฺวา. เย หิ ธมฺมา ทุติยชฺฌาเน ปีติสุขาทโย, กามํ เต ปฐมชฺฌาเนปิ สนฺติ, เตหิ ปน เต สนฺตตรา เจว ปณีตตรา จ ภวนฺตีติ. นิกนฺตินฺติ นิกามนํ, อเปกฺขนฺติ อตฺโถ. ปริยาทายาติ เขเปตฺวา. จตฺตาริ ปญฺจาติ วา-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ. ทุติยชฺฌานํ เอตสฺส อตฺถีติ ทุติยชฺฌานิกํ. วุตฺตปฺปการาเนวาติ ปฐมชฺฌาเน วุตฺตปฺปการานิเยว, ปริกมฺมาทินามกานีติ อตฺโถ.
๘๐. วูปสมาติ วูปสมเหตุ, วูปสโมติ เจตฺถ ปหานํ อธิปฺเปตํ, ตญฺจ วิตกฺกวิจารานํ. อติกฺกโม อตฺถโต ทุติยชฺฌานกฺขเณ อนุปฺปาโทติ อาห ‘‘สมติกฺกมา’’ติอาทิ. กตเมสํ ปเนตฺถ วิตกฺกวิจารานํ วูปสโม อธิปฺเปโต, กึ ปฐมชฺฌานิกานํ, อุทาหุ ทุติยชฺฌานิกานนฺติ. กิญฺเจตฺถ ยทิ ปฐมชฺฌานิกานํ, นตฺถิ เตสํ วูปสโม. น หิ กทาจิ ปฐมชฺฌานํ วิตกฺกวิจารรหิตํ อตฺถิ. อถ ทุติยชฺฌานิกานํ, เอวมฺปิ นตฺเถว วูปสโม, สพฺเพน สพฺพํ เตสํ ตตฺถ อภาวโตติ? วุจฺจเต – เยหิ วิตกฺกวิจาเรหิ ปฐมชฺฌานสฺส โอฬาริกตา, เตสํ สมติกฺกมา ทุติยสฺส ฌานสฺส สมธิคโม, น สภาวโต อโนฬาริกานํ ผสฺสาทีนํ สมติกฺกมาติ อยมตฺโถ ‘‘วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา’’ติ เอเตน ทีปิโต. ตสฺมา ‘‘กึ ปฐมชฺฌานิกานํ วิตกฺกวิจารานํ วูปสโม อิธาธิปฺเปโต, อุทาหุ ทุติยชฺฌานิกาน’’นฺติ เอทิสี โจทนา อโนกาสาว. ยสฺมา ทิฏฺฐาทีนวสฺส ตํตํฌานกฺขเณ อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนํ วูปสมนํ อธิปฺเปตํ. วิตกฺกาทโย เอว ฌานงฺคภูตา ตถา กรียนฺติ, น ตํสมฺปยุตฺตา ผสฺสาทโย, ตสฺมา วิตกฺกาทีนํเยว วูปสมาทิวจนํ ญายาคตํ. ยสฺมา ปน วิตกฺกาทีนํ วิย ตํสมฺปยุตฺตธมฺมานมฺปิ เอเตน ‘‘เอตํ โอฬาริก’’นฺติ อาทีนวทสฺสนํ สุตฺเต อาคตํ, ตสฺมา อวิเสเสน วิตกฺกาทีนํ, ตํสหคตานญฺจ วูปสมาทิเก วตฺตพฺเพ วิตกฺกาทีนํเยว วูปสโม วุจฺจมาโน อธิกวจนํ อญฺญํ อตฺถํ โพเธตีติ กตฺวา กิญฺจิ วิเสสํ ทีเปตีติ ทสฺเสตุํ อฏฺฐกถายํ ‘‘โอฬาริกสฺส ปนา’’ติอาทิ คหิตนฺติ อิธ ‘‘เยหิ วิตกฺกวิจาเรหี’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘ปีติยา จ วิราคา’’ติอาทีสุปิ เอเสว นโย. ตสฺมา วิตกฺกวิจารปีติสุขสมติกฺกมวจนานิ โอฬาริโกฬาริกงฺคสมติกฺกมา ทุติยาทิอธิคมทีปกานีติ เตสํ เอกเทสภูตํ วิตกฺกวิจารสมติกฺกมวจนํ ตํทีปกํ วุตฺตํ. วิสุํ วิสุํ ฐิเตปิ หิ วิตกฺกวิจารสมติกฺกมวจนาทิเก ปเหยฺยงฺคนิทฺเทสตาสามญฺเญน จิตฺเตน สมูหโต คหิเต วิตกฺกวิจารวูปสมวจนสฺส ตเทกเทสตา ทฏฺฐพฺพา. อยญฺจ อตฺโถ อวยเวน สมุทาโยปลกฺขณนเยน วุตฺโต. อถ วา วิตกฺกวิจารวูปสมวจเนเนว ตํสมติกฺกมา ทุติยาธิคมทีปเกน ปีติวิราคาทิวจนานํ ปีติอาทิสมติกฺกมา ตติยาทิอธิคมทีปกตา ทีปิตา โหตีติ ตสฺส ตํทีปกตา วุตฺตา.
นิยกชฺฌตฺตมธิปฺเปตํ น อชฺฌตฺตชฺฌตฺตาทิ. ตตฺถ การณมาห ‘‘วิภงฺเค ปนา’’ติอาทิ. นีลวณฺณโยคโต นีลวตฺถํ วิยาติ นีลโยคโต วตฺถํ นีลํ วิยาติ อธิปฺปาโย. เยน สมฺปสาทเนน โยคา ฌานํ สมฺปสาทนํ. ตสฺมึ ทสฺสิเต ‘‘สมฺปสาทนํ ฌาน’’นฺติ สมานาธิกรณนิทฺเทเสเนว ตํโยคา ฌาเน ตํสทฺทปฺปวตฺติ ทสฺสิตาติ อวิโรโธ ยุตฺโต. เอโกทิภาเว กถนฺติ เอโกทิมฺหิ ทสฺสิเต เอโกทิภาวํ ฌานนฺติ สมานาธิกรณนิทฺเทเสเนว ฌานสฺส เอโกทิวฑฺฒนตา วุตฺตา โหตีติ เจ? ‘‘เอโกทิภาว’’นฺติ ปทํ อุทฺธริตฺวา เอโกทิสฺส นิทฺเทโส น กาตพฺโพ สิยาติ เอโกทิภาวสทฺโท เอว สมาธิมฺหิ ปวตฺโต สมฺปสาทนสทฺโท วิย ฌาเน ปวตฺตตีติ ยุตฺตํ. อิมสฺมิญฺจ อตฺถวิกปฺเปติ ‘‘เจตโส สมฺปสาทยตี’’ติ เอตสฺมึ ปกฺเข ‘‘เจตโส’’ติ จ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ. ปุริมสฺมินฺติ ‘‘สมฺปสาทนโยคโต ฌานํ สมฺปสาทน’’นฺติ วุตฺตปกฺเข. เจตโสติ สมฺพนฺเธ สามิวจนํ.
เสฏฺโฐปิ โลเก ‘‘เอโก’’ติ วุจฺจติ ‘‘ยาว ปเร เอกาหํ เต กโรมี’’ติอาทีสุ. เอโก อทุติโย ‘‘เอกากีภิ ขุทฺทเกหิ ชิต’’นฺติอาทีสุ อสหายตฺโถปิ เอก-สทฺโท ทิฏฺโฐติ อาห ‘‘เอโก อสหาโย หุตฺวา’’ติ. สทฺธาทโยปิ กามํ สมฺปยุตฺตธมฺมานํ สาธารณโต, อสาธารณโต จ ปจฺจยา โหนฺติเยว, สมาธิ ปน ฌานกฺขเณ สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อวิกฺเขปลกฺขเณ อินฺทฏฺฐกรเณน สาติสยํ ปจฺจโย โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สมฺปยุตฺตธมฺเม…เป… อธิวจน’’นฺติ อาห.
‘‘สมฺปสาทนํ, เจตโส เอโกทิภาว’’นฺติ วิเสสนทฺวยํ ฌานสฺส อติสยวจนิจฺฉาวเสน คหิตํ. สฺวายมติสโย ยถา อิมสฺมึ ฌาเน ลพฺภติ, น ตถา ปฐมชฺฌาเนติ อิมํ วิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘นนุ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อารมฺมเณ อาหนนปริยาหนนวเสน, อนุมชฺชนอนุโยชนวเสน จ ปวตฺตมานา ธมฺมา สติปิ นีวรณปฺปหาเนน กิเลสกาลุสฺสิยาปคเม สมฺปยุตฺตานํ กญฺจิ โขภํ กโรนฺตา วิย เตหิ จ เต น สนฺนิสินฺนา โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘วิตกฺกวิจารกฺโขเภน น สุปฺปสนฺน’’นฺติ. ขุทฺทิกา อูมิโย วีจิโย. มหติโย ตรงฺคา. สติปิ อินฺทฺริยสมตฺเต, วีริยสมตาย จ เตเนว โขเภน, สมฺปสาทาภาเวน จ สมาธิปิ น สุฏฺฐุ ปากโฏ พหเล วิย ชเล มจฺโฉ. ยถาวุตฺตกฺโขโภ เอว ปลิโพโธ. เอวํ วุตฺเตนาติ ยสฺสา สทฺธาย วเสน สมฺปสาทนํ, ยสฺสา จ จิตฺเตกคฺคตาย วเสน เอโกทิภาวนฺติ จ ฌานํ วุตฺตํ. ตาสํ เอว ‘‘สทฺทหนา’’ติอาทินา ปวตฺติอาการสฺส วิเสสวิภาวนาวเสน วุตฺเตน. เตน วิภงฺคปาเฐน. ‘‘สมฺปสาทนโยคโต, สมฺปสาทนโต วา สมฺปสาทนํ, เอโกทึ ภาเวตีติ เอโกทิภาวนฺติ ฌานํ วุตฺต’’นฺติ เอวํ ปวตฺตา อยํ อตฺถวณฺณนา น วิรุชฺฌติ. ยถา ปน อวิโรโธ, โส วุตฺโต เอว.
๘๑. สนฺตาติ สมํ นิโรธํ คตา. สมิตาติ ภาวนาย สมํ คมิตา นิโรธิตา. วูปสนฺตาติ ตโต เอว สุฏฺฐุ อุปสนฺตา. อตฺถงฺคตาติ อตฺถํ วินาสํ คตา. อพฺภตฺถงฺคตาติ อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺเฒตฺวา วุตฺตํ. อปฺปิตาติ วินาสํ คมิตา. โสสิตาติ ปวตฺติสงฺขาตสฺส สนฺตานสฺส อภาเวน โสสํ สุกฺขภาวํ อิตา. พฺยนฺติกตาติ วิคตนฺตกตา.
อยมตฺโถติ ภาวนาย ปหีนตฺตา วิตกฺกวิจารานํ อภาโว. โจทเกน วุตฺตมตฺถํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ปริหริตุํ ‘‘เอวเมตํ สิทฺโธวายมตฺโถ’’ติ วตฺวา ‘‘น ปเนต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เอตนฺติ ‘‘วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา’’ติ เอตํ วจนํ. ตทตฺถทีปกนฺติ ตสฺส วิตกฺกวิจาราภาวมตฺตสงฺขาตสฺส อตฺถสฺส ทีปกํ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ทุติยชฺฌานาทิอธิคมูปายทีปเกน อชฺฌตฺตสมฺปสาทนตาย, เจตโส เอโกทิภาวตาย จ เหตุทีปเกน, อวิตกฺกอวิจารภาวเหตุทีปเกน จ วิตกฺกวิจารวูปสมวจเนเนว วิตกฺกวิจาราภาโว ทีปิโตติ กึ ปุน อวิตกฺกอวิจารวจเนน กเตนาติ? น, อทีปิตตฺตา. น หิ วิตกฺกวิจารวูปสมวจเนน วิตกฺกวิจารานํ อปฺปวตฺติ วุตฺตา โหติ. วิตกฺกวิจาเรสุ หิ ตณฺหาปฺปหานํ เอเตสํ วูปสมนํ, เย จ สงฺขาเรสุ ตณฺหาปฺปหานํ กโรนฺติ, เตสุ มคฺเคสุ, ปหีนตเณฺหสุ จ ผเลสุ สงฺขารปวตฺติ โหติ เอว, เอวเมวิธาปิ วิกฺขมฺภิตวิตกฺกวิจารตณฺหสฺส ทุติยชฺฌานสฺส วิตกฺกวิจารสมฺปโยโค ปุริเมน น นิวาริโต สิยาติ ตํนิวารณตฺถํ, อาวชฺชิตุกามตาทิอติกฺกโมว เตสํ วูปสโมติ ทสฺสนตฺถญฺจ ‘‘อวิตกฺกํ อวิจาร’’นฺติ วุตฺตํ. ปฐมมฺปีติ ปฐมํ ฌานมฺปิ.
‘‘ทุติยํ อุปฺปนฺนนฺติปิ ทุติย’’นฺติ วตฺตุํ วฏฺฏติเยว. น ตถา อิมสฺส วิตกฺกวิจาราติ ยถา ปฐมชฺฌานสฺส อุปจารกฺขเณ นีวรณานิ ปหียนฺติ, ตถา อิมสฺส ทุติยชฺฌานสฺส อุปจารกฺขเณ วิตกฺกวิจารา น ปหียนฺติ อสํกิลิฏฺฐสภาวตฺตา, อุปจารภาวนาย จ เต ปหาตุํ อสมตฺถภาวโต. ยทิปิ ตาย เตสุ ตณฺหา ปหียติ, น ปน สวิเสสํ. สวิเสสญฺหิ ตตฺถ ตณฺหาปฺปหานํ อปฺปนาย เอว โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อปฺปนากฺขเณเยวา’’ติอาทิ. ปหานงฺคตาปิ อติสยปฺปหานวเสเนว เวทิตพฺพา ยถา นีวรณานํ ปฐมชฺฌานสฺส. ตสฺมาติ ยสฺมา ติวงฺคเมเวตํ ฌานํ, ตสฺมา. ตนฺติ วิภงฺเค วจนํ. รถสฺส ปณฺฑุกมฺพลํ วิย สมฺปสาโท ฌานสฺส ปริกฺขาโร, น ฌานงฺคนฺติ อาห ‘‘สปริกฺขารํ ฌานํ ทสฺเสตุ’’นฺติ.
ตติยชฺฌานกถาวณฺณนา
๘๒. อุปฺปิลาวิตนฺติ กามญฺจายํ ปริคฺคเหสุ อปริจฺจตฺตเปมสฺส อนาทีนวทสฺสิโน ตณฺหาสหคตาย ปีติยา ปวตฺติอากาโร, อิธ ปน ทุติยชฺฌานปีติ อธิปฺเปตา. ตถาปิ สพฺพโส ปีติยํ อวิรตฺตํ, สาปิ อนุพนฺเธยฺยาติ วุตฺตํ. อุปฺปิลาวิตํ วิยาติ วา อุปฺปิลาวิตํ. อาทีนวํ หิ ตตฺถ ปากฏตรํ กตฺวา ทสฺเสตุํ เอวํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
๘๓. วิรชฺชนํ วิราโค. ตํ ปน วิรชฺชนํ นิพฺพินฺทนมุเขน หีฬนํ วา ตปฺปฏิพทฺธราคปฺปหานํ วาติ ตทุภยํ ทสฺเสตุํ ‘‘วุตฺตปฺปการาย ปีติยา ชิคุจฺฉนํ วา สมติกฺกโม วา’’ติ อาห. วุตฺตปฺปการายาติ ‘‘ยเทว ตตฺถ ปีตี’’ติอาทินา วุตฺตปฺปการาย. สมฺปิณฺฑนํ สมุจฺจโย.
มคฺโคติ อุปาโย. ตทธิคมายาติ ตติยมคฺคาธิคมาย.
๘๔. อุปปตฺติโตติ สมวาหิตภาเวน ปติรูปโต. ฌานุเปกฺขาปิ สมวาหิตเมว อนฺโตนีตํ กตฺวา ปวตฺตตีติ อาห ‘‘สมํ ปสฺสตี’’ติ. วิสทายาติ ปริพฺยตฺตาย สํกิเลสวิคเมน. วิปุลายาติ มหติยา สาติสยํ มหคฺคตภาวปฺปตฺติยา. ถามคตายาติ ปีติวิคเมน ถิรภาวปฺปตฺตาย.
ปริสุทฺธปกติ ขีณาสวปกติ นิกฺกิเลสตา. สตฺเตสุ กมฺมสฺสกตาทสฺสนเหตุโก สมภาวทสฺสนากาโร มชฺฌตฺตากาโร พฺรหฺมวิหารุเปกฺขา.
สหชาตธมฺมานนฺติ นิทฺธารเณ สามิวจนํ. สมปฺปวตฺติยา ภาวนาย วีถิปฏิปนฺนาย อลีนานุทฺธตา นิรสฺสาทตาย ปคฺคหนิคฺคหสมฺปหํสเนสุ พฺยาปาราภาวโต สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ มชฺฌตฺตาการภูตา โพชฺฌงฺคุเปกฺขา.