โพธิปกฺขิยกถาวณฺณนา
๘๑๗. จตุนฺนํ มคฺคญาณานํ วเสน จตุญาณาย. อานุภาววิชานนตฺถนฺติ สติปฏฺฐานปาริปูริอาทิกสฺส อานุภาวสฺส โพธนตฺถํ.
ปริปุณฺณา โพธิปกฺขิยา เอตสฺสาติ ปริปุณฺณโพธิปกฺขิโย, มคฺโค. ตสฺส ภาโว ปริปุณฺณโพธิปกฺขิยภาโว. วุฏฺฐานพเลหิ สมฺปยุตฺตตาว วุฏฺฐานพลสมาโยโค, เย สํโยชนาทโย เยน ปฐมมคฺคาทินา ปหาตพฺพา.
๘๑๘. พุชฺฌนฏฺเฐน วา โพโธ, มคฺคจิตฺตุปฺปาโท. ตสฺส พุชฺฌนกิริยาย อนุคุณภาวโต ปกฺเข ภวาติ โพธิปกฺขิยา.
๘๑๙. เตสุ โพธิปกฺขิเยสุ. อารมฺมเณสูติ กายาทิอารมฺมเณสุ. โอกฺขนฺทิตฺวาติ อนุปวิสิตฺวา. ปกฺขนฺทิตฺวาติ ตสฺเสว เววจนํ. อุปฏฺฐานโตติ อสุภาการาทิคฺคหณวเสน อุปคนฺตฺวา อวฏฺฐานโต. กายาทีสุ อสุภาการาทิคฺคหณํ ปุพฺพภาคสติปฏฺฐานวเสน สุภสญฺญาทิปหานกิจฺจสาธนํ มคฺคสติปฏฺฐานวเสน เวทิตพฺพํ. ตตฺถ หิ เอกาว สติ จตุกิจฺจสาธนวเสน ปวตฺตติ.
๘๒๐. ปทหนฺตีติ วายมนฺติ, กายจิตฺตานิ ปคฺคณฺหนฺติ วา. อโสภาเหตูนํ สํกิเลสธมฺมานํ ปชหเนน, โสภาเหตูนญฺจ โวทานธมฺมานํ ภาวเนน โสภนํ, สุนฺทรนฺติ อตฺโถ. เสฏฺฐภาวาวหนโตติ ปาสํสตมภาวสาธนโต. ปธานภาวการณโตติ อุตฺตมภาวเหตุโต.
๘๒๑. ปุพฺเพ วุตฺเตนาติ อิทฺธิวิธญาณนิทฺเทเส (วิสุทฺธิ. ๒.๓๖๙) วุตฺเตน. อิชฺฌนฏฺโฐ นิปฺผชฺชนฏฺโฐ, ปฏิลาภสมฺปทา วา, เยน วา อิชฺฌนฺติ อิทฺธา วุทฺธา อุกฺกํสคตา โหนฺติ, ตํ อิชฺฌนํ. สมาธิปธานสงฺขารปมุขา มคฺคธมฺมา อิธ ‘‘อิทฺธี’’ติ อธิปฺเปตา. ปุพฺพงฺคมฏฺโฐ อธิปติปจฺจยภาโว. ตสฺมา โสตาปตฺติมคฺโค อิชฺฌตีติ อิทฺธิ, ตสฺมา สมฺปยุตฺตา ฉนฺทาทโย ปุพฺพงฺคมฏฺเฐน ปาโท. ตสฺสา เอว ผลภูตาย วุฏฺฐานคามินิยา ฉนฺทาทโย ปุพฺพภาคการณฏฺเฐน ปาโท. โสติ อิทฺธิปาโท. อิเม โลกุตฺตราวาติ อิเม ยถาวุตฺตา ฉนฺทาทโย อุตฺตรจูฬภาชนีเย อาคตนเยน โลกุตฺตรา เวทิตพฺพา. ฉนฺทาทิอธิปติวเสน ปฏิลทฺธธมฺมาปิ ผสฺสาทโย อิทฺธิปาทา โหนฺตีติ อตฺโถ. กามญฺเจตฺถ อิทฺธิปาโท โน อธิปติ, อธิปติ วา โน อิทฺธิปาโท นาม นตฺถิ, ยถา ปน เอกสฺมึ รชฺเช รชฺชารเหสุ จตูสุ ราชกุมาเรสุ เอกสฺมึ กาเล เอโกว รชฺชมนุสาสติ, น สพฺเพ, เอวํ เอกเมกสฺมึ จิตฺตุปฺปาเท เอโกว อธิปติ, อิทฺธิปาโท จ โหตีติ เวทิตพฺโพ.
๘๒๒. อสฺสทฺธิยํ สทฺธาปฏิปกฺขา อกุสลา ธมฺมา, อวตฺถุคโต ปสาทปติรูปโก มิจฺฉาธิโมกฺโข วา. โกสชฺชํ ถินมิทฺธปธาโน อกุสลจิตฺตุปฺปาโท. ปมาโท สติสมฺโมโส ตถาปวตฺตา อกุสลา ขนฺธา. อภิภวนสงฺขาเตน อธิปติยฏฺเฐนาติ อสฺสทฺธิยาทีนํ อภิภวนโต อภิภวนนฺติ วตฺตพฺเพน อธิโมกฺขปคฺคหอุปฏฺฐานอวิกฺเขปปชานนสฺส เอกลกฺขเณน สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ อธิปติยฏฺเฐน. อสฺสทฺธิยาทีหิ จาติ จ-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ อฏฺฐานปฺปยุตฺโต, ตสฺมา อกมฺปิยฏฺเฐน จ สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ ถิรภาเวน จ พลนฺติ เอวเมตฺถ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ.
๘๒๓. พุชฺฌนกสตฺตสฺสาติ จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ ปฏิวิชฺฌนกสตฺตสฺส. โย เหโส โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ อุปฺปชฺชมานาย สติอาทิธมฺมสามคฺคิยา กรณภูตาย พุชฺฌติ กิเลสสนฺตานนิทฺทาย อุฏฺฐหติ, จตฺตาริ วา อริยสจฺจานิ ปฏิวิชฺฌติ, นิพฺพานเมว วา สจฺฉิกโรตีติ โพธีติ วุจฺจติ อริยสาวโก, ตสฺส โพธิสฺส พุชฺฌนกสตฺตสฺส องฺคาติ โพชฺฌงฺคา. นิยฺยานิกฏฺเฐนาติ วฏฺฏโต นิสฺสรณฏฺเฐน.
๘๒๔. ปุพฺพภาเค นานาจิตฺเตสุ ลพฺภนฺตีติ สมฺพนฺโธ. จุทฺทสวิเธนาติ อานาปานอิริยาปถจตุสมฺปชญฺญปฏิกฺกูลมนสิการธาตุมนสิการปพฺพานิ, นว สิวถิกปพฺพานิ จาติ เอวํ จุทฺทสวิเธน. กายํ ปริคฺคณฺหโต จ กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ ลพฺภติ, น เวทนาทโย ปริคฺคณฺหโต. เอส นโย เสเสสุปิ. ‘‘สุขํ เวทน’’นฺติอาทินาติ วา ‘‘สามิส’’นฺติอาทินาติ วา ‘‘นิรามิส’’นฺติอาทินาติ วา เอวํ นววิเธน. สราคโทสโมหสํขิตฺตมหคฺคตสมาหิตสอุตฺตรวิมุตฺตปทานํ สปฏิปกฺขานํ วเสน โสฬสวิเธน. นีวรณุปาทานกฺขนฺธายตนโพชฺฌงฺคสจฺจปพฺพานํ วเสน ปญฺจวิเธน. อิมสฺมึ อตฺตภาเวติ ปจฺจุปฺปนฺเน อตฺตภาเว. อนุปฺปนฺนปุพฺพนฺติ อตฺตโน อภูตปุพฺพํ. ปรสฺส อุปฺปนฺนํ อกุสลํ ทิสฺวา ตนฺนิมิตฺตญฺจ วธพนฺธารหาทีนีติ อธิปฺปาโย. ตสฺสาติ ตาทิสสฺส. ภวติ หิ ตํสทิเสปิ ตพฺโพหาโร ยถา ‘‘ตานิเยว โอสธานี’’ติ. ตสฺส ปหานายาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ฌานวิปสฺสนา อิโต อญฺญสฺมึ อตฺตภาเว อุปฺปนฺนปุพฺพาปิ สิยุนฺติ วุตฺตํ ‘‘อิมสฺมึ อตฺตภาเว อนุปฺปนฺนปุพฺพ’’นฺติ, ฉนฺทิทฺธิปาทสมฺมาวาจานํเยว คหณํ. เตสุ วุตฺเตสุ เสสิทฺธิปาทเสสวิรติโย อตฺถโต วุตฺตาว โหนฺตีติ ลกฺขณหารวเสน อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอวํ นานาจิตฺเตสุ ลพฺภนฺติ ปุพฺพภาเค เอเต สติปฏฺฐานสมฺมปฺปธานอิทฺธิปาทา. จตุนฺนํ ญาณานนฺติ จตุนฺนํ อริยมคฺคญาณานํ. กามํ สพฺเพปิ โพธิปกฺขิยธมฺมา มคฺคจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนาว, ตถาปิ สาติสโย สมฺมปฺปธานพฺยาปาโร มคฺคกฺขเณติ วุตฺตํ ‘‘ผลกฺขเณ ฐเปตฺวา จตฺตาโร สมฺมปฺปธาเน’’ติ. อวเสสา เตตฺตึส ลพฺภนฺติ, เต จ โข ปริยายโต, น นิปฺปริยายโตติ อธิปฺปาโย.
๘๒๕. เสเสสุ ปนาติ อิทฺธิปาทาทีสุ ปญฺจสุ โกฏฺฐาเสสุ. ยถา สติวีริเยสุ ‘‘สติปฏฺฐานํ สมฺมปฺปธาน’’นฺติ สงฺขิปนวเสน หาปนํ, ‘‘กายานุปสฺสนา’’ติอาทิวิภาคทสฺสนวเสน วฑฺฒนํ อตฺถิ, อีทิสํ หาปนวฑฺฒนํ นตฺถีติ อตฺโถ.
๘๒๖. อิทานิ สพฺเพสุ เอว ยถารหํ ลพฺภมานวิภาคทสฺสนตฺถํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ เตสูติ สตฺตตึสาย โพธิปกฺขิยธมฺเมสุ. ฉทฺธาติ เอกธา เทฺวธา จตุธา ปญฺจธา อฏฺฐธา นวธาติ เอวํ ฉปฺปกาเรน เต ภวนฺติ.
ฉนฺทิทฺธิปาทาทิวเสนาติ ฉนฺโท ฉนฺทิทฺธิปาทวเสเนว, จิตฺตํ จิตฺติทฺธิปาทวเสเนว, ปีติปสฺสทฺธิอุเปกฺขา โพชฺฌงฺควเสเนว, สงฺกปฺปาทโย มคฺควเสเนวาติ เอวํ นว เอกวิธาว โหนฺติ.
จุทฺทเสว อสมฺภินฺนาติ สติ วีริยํ ฉนฺโท จิตฺตํ ปญฺญา สทฺธา สมาธิ ปีติ ปสฺสทฺธิ อุเปกฺขา สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺโต สมฺมาอาชีโวติ อิเม อสมฺภินฺนา ปทนฺตรสมฺเภเทน วินา อคฺคหิตคฺคหเณน คยฺหมานา จุทฺทเสว จ สภาวธมฺมา. จุทฺทสาติ จ อุกฺกํสปริจฺเฉเทน วุตฺตํ. ตญฺจ โข ปฐมชฺฌานิกมคฺคจิตฺตุปฺปาทวเสน, ทุติยชฺฌานิเก ปน สมฺมาสงฺกปฺปาภาวโต เตรส, ตติยจตุตฺถปญฺจมชฺฌานิเกสุ ปีติสมฺโพชฺฌงฺคาภาวโต ทฺวาทส โหนฺติ. ‘‘สตฺตตึสปฺปเภทโต’’ติ อิทมฺปิ อุกฺกํสวเสเนว วุตฺตํ, อวกํสโต ปน วุตฺตนเยน เอกสฺมึ ขเณ ฉตฺตึส, ปญฺจตึส โหนฺติ, จตุนฺนํ อธิปตีนํ เอกชฺฌํ อนุปฺปชฺชนโต เอกสฺมึ ขเณ เอกสฺเสว อิทฺธิปาทสฺส สมฺภโวติ ทฺวตฺตึส จ โหนฺตีติ เวทิตพฺพํ.
สตฺตตึสปเภทโต กถนฺติ อาห ‘‘สกิจฺจนิปฺผาทนโต’’ติอาทิ, เอกจฺจสฺส สภาวโต เอกสฺสาปิ อตฺตโน อานุภาวานุรูปกายานุปสฺสนาทิตํตํกิจฺจสาธนโตติ อตฺโถ. สรูเปน จ วุตฺติโตติ อเภทสฺส จิตฺติทฺธิปาทาทิกสฺส สรูเปเนว ปวตฺตนโต จ.
เอตฺถาติ ญาณทสฺสนวิสุทฺธิยํ. กสฺมา ปน โพธิปกฺขิเยสุ ฌานโกฏฺฐาโส น คหิโต, นนุ ฌานรหิโต อริยมคฺโค นตฺถีติ? สจฺจํ นตฺถิ, ตโต เอว น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ ‘‘โพธิปกฺขิเยสุ ฌานํ น คหิต’’นฺติ ลกฺขณูปนิชฺฌานลกฺขณสฺส ฌานสฺส มคฺคคฺคหเณเนว คหิตตฺตา. ตญฺหิ สนฺธาย ‘‘ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวตี’’ติอาทิ (ธ. ส. ๒๗๗, ๓๔๓ อาทโย) วุตฺตํ. อารมฺมณูปนิชฺฌานลกฺขณสฺส ปเนตฺถ สมฺภโว เอว นตฺถิ. อปโร นโย – กสฺมา ปน โพธิปกฺขิเยสุ ฌานโกฏฺฐาโส น คหิโต, นนุ ฌานรหิโต อริยมคฺโค นตฺถิ, น จ ตํ ปฏิปทา วิย เอกนฺตปุพฺพภาคิยํ, นาปิ เอกจฺจปฏิสมฺภิทา วิย มคฺคนิสฺสนฺโท, อถ โข มคฺคจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺโน, ยโต ‘‘โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวตี’’ติ (ธ. ส. ๒๗๗, ๓๔๓ อาทโย) วุตฺตํ, มคฺคมคฺคปริวารธมฺมา จ โพธิปกฺขิยธมฺมาติ? วุจฺจเต – ยํ ตาว วุตฺตํ ฌานรหิโต อริยมคฺโค นตฺถี’’ติ, ตตฺถ น อริยมคฺคสมฺปโยคมตฺเตน ฌานสฺส โพธิปกฺขิยตา ลพฺภติ อติปฺปสงฺคโต. อาหาราทีนมฺปิ หิ โพธิปกฺขิยตา อาปชฺเชยฺยาติ. เอเตน มคฺคจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนตา โพธิปกฺขิยภาวสฺส อการณนฺติ ทสฺสิตํ โหติ.
ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘มคฺคมคฺคปริวารธมฺมา จ โพธิปกฺขิยา’’ติ, ตตฺถ ปริวารฏฺโฐ กึ สหปวตฺติอตฺโถ, อุทาหุ ปริกฺขารฏฺโฐติ? ยทิ ปุริโม ปกฺโข, โส ปเคว นิลฺโลจิโต. อถ ทุติโย, อิทํ วิจาเรตพฺพํ. กถํ ปวตฺตมานํ ฌานํ มคฺคสฺส ปริกฺขาโร? ยทิ สหชาตาทิปจฺจยภาเวน, เอวํ สติ ผสฺสาทีนมฺปิ มคฺคปริกฺขารตา อาปชฺชติ. อถ ปฏิปกฺขวิธํสเนน, น สพฺเพ ฌานธมฺมา ปฏิปกฺขวิธํสนสมตฺถา. น หิ วิจาโร, เวทนา จ กสฺสจิ สํกิเลสธมฺมสฺส อุชุปฏิปกฺขภาเวน ปวตฺตนฺติ. ยํ ปน เปฏเก ‘‘สุขํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจสฺส, วิจาโร วิจิกิจฺฉาย ปฏิปกฺโข’’ติ วุตฺตํ, ตํ ปริยาเยน วุตฺตํ. น หิ สุขํ สยํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจสฺส ปฏิปกฺโข, ปฏิปกฺขสฺส ปน สมาธิสฺส ปจฺจยตาย ปฏิปกฺโข. น จ วิจาโร ปญฺญา วิย, อธิโมกฺโข วิย วา วิจิกิจฺฉาย ปฏิปกฺโข, ปฏิปกฺขสฺส ปฏิรูปตาย ปน ปฏิปกฺโข วุตฺโต. ตถา ปีติปิ น พฺยาปาทสฺส อโทโส วิย อุชุปฏิปกฺโข, อโทสสมฺปโยคโต ปน ปฏิปกฺโข วุตฺโต. เตน วุตฺตํ ‘‘ตํ ปริยาเยน วุตฺต’’นฺติ. วิตกฺกสมาธโย เอว ปน ฌานธมฺเมสุ อุชุกํ ปฏิปกฺขวิธํสนสมตฺถาติ ปฏิปกฺขวิทฺธํสนสมตฺถสฺส ปริปุณฺณสฺส ฌานโกฏฺฐาสสฺส อภาวโต น จสฺส โพธิปกฺขิเยสุ สงฺคโห กโต. ยสฺมา ปน สมฺมาสงฺกปฺโป, สมฺมาสมาธิ จ มคฺคปริยาปนฺนา ฌานธมฺมา, ตสฺมา เต สนฺธาย ตํสมฺปยุตฺตตาย วา อิตเรปิ คเหตฺวา ปริยาเยน วุตฺตํ ปาฬิยํ ‘‘ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวติ นิยฺยานิก’’นฺติอาทิ (ธ. ส. ๒๗๗).