๒๐. มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธินิทฺเทสวณฺณนา

สมฺมสนญาณกถาวณฺณนา

๖๙๒. เอวํ มคฺคญฺจ อมคฺคญฺจ ญตฺวา ฐิตํ ญาณนฺติ อยํ อุปกฺกิเลสวินิมุตฺตา วีถิปฏิปนฺนา วิปสฺสนาปญฺญา อริยมคฺคสฺส ปุพฺพภาคมคฺโค, อยํ โอภาสาทิเภโท ทสวิโธ อุปกฺกิเลโส น มคฺโคติ เอวํ มคฺคญฺจ อมคฺคญฺจ ยาถาวโต ววตฺถเปตฺวา ฐิตํ ญาณํ.

อตีตาทิวเสน อเนกเภทภินฺเน ธมฺเม กลาปโต สงฺขิปิตฺวา สมฺมสนํ กลาปสมฺมสนํ, อยํ กิร ชมฺพุทีปวาสีนํ อภิลาโป. ‘‘ยํ กิญฺจิ รูป’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๑.๓๖๑; ๒.๑๑๓; ๓.๘๖; อ. นิ. ๔.๑๘๑) นเยน หิ ธมฺมานํ วิปสฺสนา นยวิปสฺสนา, อยํ กิร ตมฺพปณฺณิทีปวาสีนํ อภิลาโป. เตเนวาห ‘‘กลาปสมฺมสนสงฺขาตาย นยวิปสฺสนายา’’ติ. ตาว-สทฺโท กมตฺโถ, เตน สมฺมสนปฺปการานํ พหุเภทตํ ทีเปติ. พหุภาวโต หิ เตสํ ปฐมํ นยวิปสฺสนาย โยคารมฺภํ อนุสาสติ ‘‘นยวิปสฺสนาย ตาว โยโค กรณีโย’’ติ. กสฺมาติ โจทกวจนํ. ตสฺสายํ อธิปฺปาโย – ยทิ มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิ สมฺปาเทตพฺพา, อถ กสฺมา ‘‘นยวิปสฺสนาย อาทิโต โยโค กาตพฺโพ’’ติ วุตฺตนฺติ. อิตโร ตสฺสายํ อธิคมูปาโยติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อารทฺธวิปสฺสกสฺสา’’ติอาทิมาห. เตเนตํ ทสฺเสติ ‘‘วิปสฺสนาย สติ อุทยพฺพยญาณุปฺปาโท, อุทยพฺพยญาเณ สติ โอภาสาทิอุปกฺกิเลสสมฺภโว, ตโต มคฺคามคฺคววตฺถานํ, ตสฺมา ตสฺส อาทิโตว อารมฺภสฺส สมฺภโว นตฺถีติ วิปสฺสนา ปฐมํ อารทฺธพฺพา’’ติ. เอวมฺปิ ปฐมํ นยวิปสฺสนาว กสฺมา อารทฺธพฺพาติ อาห ‘‘วิปสฺสนาย จ กลาปสมฺมสนํ อาที’’ติ. ตญฺหิ อตีตาทิเภทภินฺนานํ ธมฺมานํ สงฺขิปิตฺวา ววตฺถานวเสน ปวตฺตนโต อาทิกมฺมิกสฺส สุกรํ สมฺมสนนฺติ อาทิภูตํ.

ตสฺมาติ อาทิภูตตฺตา. อถ วา ตสฺมาติ ยสฺมา อารทฺธวิปสฺสกสฺส…เป… กลาปสมฺมสนํ อาทิ, ตสฺมา. เอตนฺติ กลาปสมฺมสนํ. อปิจาติอาทิ กลาปสมฺมสนสฺเสว วิปสฺสนาย อาทิภาเว อุปจยเหตุทสฺสนํ. อุทยพฺพยญาณปริโยสานา ตีรณปริญฺญา, อสมฺปตฺเต เอว จ อุทยพฺพยญาเณ มคฺคามคฺคววตฺถานํ โหตีติ อาห ‘‘ตีรณปริญฺญาย วตฺตมานายา’’ติ. กลาปสมฺมสเน ตาว โยโค กาตพฺโพติ เอตฺถาปิ ตสฺเสว ปฐมารมฺเภ การณํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ยสฺมา กลาปสมฺมสนํ นาม เอกวิสุทฺธิยมฺปิ น อนฺโตคธํ, เอกจฺเจ จ ตํ อนามสิตฺวาว วิปสฺสนาจารํ วณฺเณนฺติ. เอวํ สนฺเตปิ ตํ สุตฺตนฺเตสุ เอกเทเสน, อนวเสสโต จ ทสฺสิตํ. ปฏิสมฺภิทายํ อาทิกมฺมิกานํ มนสิการสุกรตาย วิปสฺสนาย อาทิภาเวน ฐปิตํ. วิปสฺสนฺตสฺส จ โอภาสาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ มคฺคามคฺคญาณสมฺภโว, ตสฺมา ‘‘ตํ สมฺปาเทตุกาเมนา’’ติอาทินา อยํ วิจาโร กโตติ ทฏฺฐพฺพํ.

๖๙๓. ตตฺราติ ตสฺมึ ตีรณปริญฺญาย ญาตปริญฺญานนฺตรภาเว, ตาสุ วา ปริญฺญาสุ. วินิจฺฉโยติ สรูปโต, กิจฺจโต, ภูมิโต จ สนฺนิฏฺฐานํ. โลกุตฺตราปิ ปุริมสฺมึ สจฺจทฺวเย มคฺคสมฺปยุตฺตา ติวิธาปิ ปริญฺญา กิจฺจวเสน ลพฺภตีติ ‘‘โลกิยปริญฺญา’’ติ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ. สภาวธมฺมานํ ลกฺขณสลฺลกฺขณโต เญยฺยอภิมุขา ปญฺญา อภิญฺญาปญฺญา. ญาตฏฺเฐติ ญาตภาวนิมิตฺตํ. อภิญฺเญยฺยสฺส ชานนเหตุ ‘‘ญาณ’’นฺติ วุจฺจติ. ปริญฺญาปญฺญาติ อนิจฺจาทิลกฺขณานิ ปริจฺฉิชฺช ชานนปญฺญา. ตีรณฏฺเฐติ สมฺมสนภาวเหตุ. ปหานปญฺญาติ ปหาตพฺพสฺส ปชหนปญฺญา. เวทยิตาทิลกฺขณวิธุรตาย รุปฺปนลกฺขณํ ปจฺจตฺตลกฺขณํ วุตฺตํ. เตสํเยว ปจฺจตฺตลกฺขณสลฺลกฺขณวเสน คหิตธมฺมานํเยว. ยถา ปถวีผสฺสาทีนํ กกฺขฬผุสนาทิลกฺขณานิ ตีสุปิ ขเณสุ สลฺลกฺขิตพฺพานิ ปฏินิยตรูปตาย สภาวสิทฺธาเนว หุตฺวา คยฺหนฺติ, น เอวมนิจฺจตาทิลกฺขณานิ. ตานิ ปน ภงฺคุทยพฺพยปีฬาวสวตฺตนาการมุเขน คเหตพฺพโต สมาโรปิตรูปานิ วิย คยฺหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘สามญฺญลกฺขณํ อาโรเปตฺวา’’ติ. โลกิยปริญฺญานํเยว อธิปฺเปตตฺตา ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาว ‘‘ปหานปริญฺญา’’ติ วุตฺตา.

สงฺขารปฏิจฺเฉทโตติ นามรูปววตฺถานโต, ยา ‘‘ทิฏฺฐิวิสุทฺธี’’ติ วุตฺตา. เกจิ ปน ‘‘ขนฺธาทีนํ วิปสฺสนาย ภูมิภาวโต สพฺโพปิ ขนฺธาทิวิจาโร สงฺขารปริจฺเฉโท’’ติ วทนฺติ. ‘‘ปจฺจตฺตลกฺขณปฏิเวธสฺเสว อาธิปจฺจ’’นฺติ อิมินา นามรูปปจฺจยปริคฺคหปญฺญานํ ตีรณปหานาสมตฺถตํ ทสฺเสติ. ตาสมฺปิ ปน ‘‘นมนลกฺขณํ นามํ, รุปฺปนลกฺขณํ รูป’’นฺติ อรูปรูปานํ สาธารณาการสลฺลกฺขณวเสน ปวตฺติยา เอเกนากาเรน ตีรณปริยาโย, ทิฏฺฐิกงฺขาวิกฺขมฺภเนน ปหานปริยาโย ลพฺภตีติ สิยา ตีรณปหาเนสุปิ อาธิปจฺจนฺติ วทนฺติ. อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน ปน ยถา ทิฏฺฐิวิสุทฺธิยาว สงฺขารปริจฺเฉทตา, เอวํ ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาย เอว ตีรณปหานกิจฺจตา เวทิตพฺพา. เอวํ หิ ติสฺโสปิ ปริญฺญา ววตฺถิตา โหนฺติ, อญฺญถา สงฺกาโร สิยา. ตีรณปริญฺญาย ภูมิ ตตฺถ ปญฺญาย อนิจฺจตาทิลกฺขณสนฺตีรณโต. เตนาห ‘‘เอตสฺมึ…เป… อาธิปจฺจ’’นฺติ. กามํ อุทยพฺพยญาณมฺปิ กญฺจิ มิจฺฉาภินิเวสํ ปชหติ, ตสฺส ปน อถามคตตฺตา น สาติสยํ ปหานนฺติ วุตฺตํ ‘‘ภงฺคานุปสฺสนํ อาทึ กตฺวา อุปริ ปหานปริญฺญาย ภูมี’’ติ. อนิจฺจโต อนุปสฺสนฺโตติ อนิจฺจาการโต สงฺขาเร อนุปสฺสนฺโต สมฺมสนฺโต. นิจฺจสญฺญนฺติ ‘‘เต นิจฺจา สสฺสตา’’ติ ปวตฺตํ มิจฺฉาสญฺญํ. สญฺญาสีเสน ทิฏฺฐิจิตฺตานมฺปิ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ. เอเสว นโย อิโต ปเรสุปิ. นิพฺพินฺทนฺโตติ อนิจฺจานุปสฺสนาทิสมฺภูตาย นิพฺพิทานุปสฺสนาย สงฺขาเร นิพฺพิชฺชนวเสน ปสฺสนฺโต. นนฺทินฺติ สปฺปีติกตณฺหํ. วิรชฺชนฺโตติ วิราคานุปสฺสนาย วิรชฺชนวเสน ยถา สงฺขาเรสุ ราโค นุปฺปชฺชติ, เอวํ อนุปสฺสนฺโต. ตถาภูโต หิ ราคํ ปชหตีติ วุจฺจติ. นิโรเธนฺโตติ นิโรธานุปสฺสนาย ยถา สงฺขารา นิรุชฺฌนฺติเยว, น อายตึ ปุนพฺภววเสน อุปฺปชฺชนฺติ, เอวํ อนุปสฺสนฺโต. ตถาภูโต หิ สงฺขารานํ สมุทยํ ปชหติ นาม อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนโต. ปฏินิสฺสชฺชนฺโตติ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนาย ยถา สงฺขารา น ปุน อาทิยนฺติ, เอวํ โวสฺสชฺชนฺโต. เตนาห ‘‘อาทานํ ปชหตี’’ติ, นิจฺจาทิวเสน วา คหณํ วิสฺสชฺเชตีติ อตฺโถ. สาธิตตฺตาติ สมฺปาทิตตฺตา. อิตราติ ตีรณปหานปริญฺญา. เอวํ ปริญฺญา นิทฺทิสิตฺวา ปริญฺญากฺกมวเสนปิ กงฺขาวิตรณานนฺตรํ ‘‘กลาปสมฺมสเน โยโค กาตพฺโพ’’ติ ยฺวายมตฺโถ วุตฺโต, ตํ นิคมวเสน ปจฺจาหรนฺโต ‘‘เตน วุตฺต’’นฺติอาทิมาห, ตํ วุตฺตตฺถเมว.

๖๙๔. ตตฺราติ ตสฺมึ กลาปสมฺมสเน วิภาเวตพฺเพ, ตสฺส วา กลาปสมฺมสนสฺส อาทิภาเว. อยํ ปาฬีติ ทสฺสิยมานํ ปฏิสมฺภิทามคฺคปาฬิมาห. ตตฺถ สงฺขิปิตฺวา ววตฺถาเน ปญฺญาติ อตีตาทิเภทภินฺเน ธมฺเม เอกโต สงฺคเหตฺวา อนิจฺจาทิวเสน วินิจฺฉเย สาเธตพฺเพ ตํสาธนียา ปญฺญา. สมฺมสเน อนิจฺจตาทิวเสน ตีรเณ ญาณนฺติ ปวุจฺจติ, สา กถํ โหตีติ อตฺโถ. ววตฺถาเน สมฺมสเนติ จ นิปฺผาเทตพฺเพ ภุมฺมวจนํ. ยํ กิญฺจิ รูปนฺติอาทีนิ ปทานิ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถาเนว. สพฺพํ รูปํ อนิจฺจโต ววตฺถเปตีติอาทีนิ ปน ยสฺมา ปรโต วณฺณิยิสฺสนฺติ, ตสฺมา ตตฺเถว เนสํ อตฺถํ วิภาวยิสฺสาม.

ปาฬิววตฺถานํ ปน เอวํ เวทิตพฺพํ – เอตฺถ หิ อาทิกมฺมิกานํ วิปสฺสนามนสิการสุขตฺถํ ‘‘ยํ กิญฺจิ รูป’’นฺติอาทินา ปฐมํ ตาว ปญฺจกฺขนฺธา อตีตาทิวิภาคมุเขน คหิตา, เต ปน ขนฺธา ยสฺมา ทฺวารารมฺมเณหิ สทฺธึ ทฺวารปฺปวตฺตธมฺมวเสน วิภาคํ ลพฺภนฺติ, ตสฺมา ตทนนฺตรํ ทฺวารฉกฺกาทิวเสน ทส ฉกฺกา คหิตา. ยสฺมา ปน ลกฺขเณสุ อนตฺตลกฺขณํ ทุกฺขวิภาคํ, ตสฺมา ตสฺส วิภาวนาย ฉ ธาตุโย คหิตา. ตโต เยสุ กสิเณสุ อิโต พาหิรกานํ อตฺตาภินิเวโส, ตานิ อิเมสํ ฌานานํ อารมฺมณภาเวน อุปฏฺฐานาการมตฺตานีติ ทสฺสนตฺถํ ทส กสิณานิ คหิตานิ. ตโต ทุกฺขานุปสฺสนาย ปริวารภาเวน ปฏิกฺกูลาการวเสน ทฺวตฺตึส โกฏฺฐาสา คหิตา. ปุพฺเพ ขนฺธวเสน สงฺเขปโต คหิตา ธมฺมา นาติสงฺเขปวิตฺถารนเยน, วิตฺถารนเยน จ มนสิ กาตพฺพาติ ทสฺสนตฺถํ ทฺวาทสายตนานิ, อฏฺฐารส ธาตุโย จ คหิตา. เตสุ อิเม ธมฺมา สติปิ สุญฺญนิรีหอพฺยาปารภาเว ธมฺมสภาวโต อาธิปจฺจวเสน ปวตฺตนฺตีติ อนตฺตลกฺขณวิภาวนตฺถํ อินฺทฺริยานิ คหิตานิ. เอวํ อเนกเภทภินฺนาปิเม ธมฺมา ภูมิตฺตยปริยาปนฺนตาย ติวิธาว โหนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ ติสฺโส ธาตุโย คหิตา.

เอตฺตาวตา นิมิตฺตํ ทสฺเสตฺวา ปวตฺตํ ทสฺเสตุํ กามภวาทโย นว ภวา คหิตา. เอตฺตเก อภิญฺเญยฺยวิเสเส ปวตฺตมนสิการโกสลฺเลน สณฺหสุขุเมสุ นิพฺพตฺติตมหคฺคตธมฺเมสุ มนสิกาโร ปวตฺเตตพฺโพติ ทสฺสนตฺถํ ฌานปฺปมญฺญารุปฺปานิ คหิตานิ. ตตฺถ ฌานานิ นาม วุตฺตาวเสสารมฺมณานิ รูปาวจรชฺฌานานิ. ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนวิภาคโต อิเม ธมฺมา ภินฺทิตฺวา มนสิ กาตพฺพาติ ทสฺสนตฺถํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺคานิ คหิตานิ. ปจฺจยาการมนสิกาโร หิ ลกฺขณตฺตยํ สุเขน, สุฏฺฐุตรญฺจ วิภาเวติ, ตสฺมา ปจฺฉโต คหิโต. เอวเมเต สมฺมสนียภาเวน คหิตา ขนฺธาทิวเสน โกฏฺฐาสโต ปญฺจวีสติวิธา. ปเภทโต ปน อตีตาทิเภทํ อนามสิตฺวาว คยฺหมานา ทฺวีหิ อูนานิ เทฺวสตานิ โหนฺติ.

ตตฺถ อนิจฺจโต ววตฺถเปตีติอาทิโก ปฐโม ลกฺขณววตฺถาปนวาโร. อนิจฺจํ ขยฏฺเฐนาติอาทิโก ทุติโย เหตุวาโร ลกฺขณานํ เหตุกิตฺตนโต. อนิจฺจํ สงฺขตนฺติอาทิโก ปน เหตุปติฏฺฐาปนวาโร ปากฏภาวสลฺลกฺขณโต. ขยฏฺเฐนาติ หิ ขยสภาวโต ยสฺมา รูปํ ขยสภาวํ อุปฺปชฺชิตฺวา ขยํ วยํ เภทํ คจฺฉติ, ตสฺมา อนิจฺจนฺติ อตฺโถ. ภยฏฺเฐนาติ ภายิตพฺพภาวโต ยสฺมา รูปํ ปภงฺคุรตาย ภยานกํ, ตสฺมา ทุกฺขนฺติ. เตนาห ภควา ‘‘ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺข’’นฺติ (สํ. นิ. ๓๐.๑๕, ๔๕, ๔๖, ๗๖, ๘๕; ๒.๔.๑๔; ปฏิ. ม. ๒.๑๐). อสารกฏฺเฐนาติ อสารกภาวโต, อตฺตสารวิรหโตติ อตฺโถ. ตติยวาเร ปน ‘‘รูปํ อนิจฺจ’’นฺติ วตฺวา ตสฺส เหตุํ ปติฏฺฐาเปตุํ ‘‘สงฺขต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมา สเมจฺจ สมฺภูย ปจฺจเยหิ กตํ, อนุรูเป จ ปจฺจเย ปฏิจฺจ, น วินา เตหิ สมํ, สมฺมา จ อุปฺปนฺนํ, ตสฺมา ขยวยวิราคนิโรธธมฺมนฺติ. น หิ ปจฺจยนิพฺพตฺตํ อนิรุชฺฌนกํ นาม อตฺถิ. เตนาห ภควา ‘‘ยํ ตํ รูปํ ชาตํ ภูตํ สงฺขตํ ปโลกธมฺมํ, ตํ วต มา ปลุชฺชีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๗๙). เอเตน อนิจฺจา ปถวีธาตุ ปจฺจยนิพฺพตฺตตฺตา ตทญฺญํ ปจฺจยนิพฺพตฺตํ วิยาติ ทสฺเสติ. เอส นโย เสสธมฺเมสุปิ.

อิทานิ อนฺวยโต, พฺยติเรกโต จ สงฺขตธมฺมานํ อนิจฺจตํ ปติฏฺฐาเปตุํ ‘‘ชาติปจฺจยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อนิจฺจลกฺขณสฺเสว เจตฺถ ปติฏฺฐาปนํ ตสฺมึ ปติฏฺฐาปิเต เสสลกฺขณทฺวยสฺสปิ ปติฏฺฐาปนสิทฺธิโต.

อิมินา เปยฺยาเลน อิเม ธมฺมราสโย สํขิตฺตาติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ทฺวารารมฺมเณหิ สทฺธึ ทฺวารปฺปวตฺตา ธมฺมา, ปญฺจกฺขนฺธา’’ติ อิทํ อภิญฺเญยฺยนิทฺเทเส ‘‘จกฺขุํ, ภิกฺขเว, อภิญฺเญยฺย’’นฺติอาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๓; สํ. นิ. ๔.๔๖) ทฺวารารมฺมเณหิ สทฺธึ ทฺวารปฺปวตฺเต ธมฺเม ทสฺเสตฺวา เตสํ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ สงฺคหิตตํ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปํ อภิญฺเญยฺยํ…เป… วิญฺญาณํ อภิญฺเญยฺย’’นฺติ อาคตตฺตา วุตฺตํ. ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๑.๔๘) ปน ‘‘ยํ กิญฺจิ รูป’’นฺติอาทินา ปฐมํ ปญฺจกฺขนฺเธ ทสฺเสตฺวา ‘‘จกฺขุ’’นฺติอาทินา ทฺวารารมฺมเณหิ สทฺธึ ทฺวารปฺปวตฺตา ธมฺมา ทสฺสิตา. ตถาทสฺสเน การณํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว.

กสฺมา ปเนตฺถ อิเม ธมฺมราสโย สํขิตฺตาติ ปาฬิยํ วิตฺถารโต อาคตตฺตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘วุตฺตํ เหต’’นฺติอาทิมาห. เตเนวาห ‘‘ตํ ตตฺถ…เป… สํขิตฺต’’นฺติ. ตตฺถ ตนฺติ อภิญฺเญยฺยํ. เอตฺถาติ อภิญฺเญยฺยนิทฺเทเส. ‘‘วิญฺญาณํ มโน ธมฺมา’’ติอาทินา ตตฺถ ตตฺถ โกฏฺฐาเส เย โลกุตฺตรธมฺมา อาคตา. เกจิ ปน ‘‘เอตฺถาติ ปฏิสมฺภิทาย’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ. สมฺมสนุปคา เอว หิ ธมฺมา ปฏิสมฺภิทายํ คหิตา สมฺมสนวารสฺส อธิปฺเปตตฺตา, น อภิญฺเญยฺยนิทฺเทเส (ปฏิ. ม. ๑.๓; สํ. นิ. ๔.๔๖) วิย สพฺเพว อภิญฺเญยฺยา ธมฺมา. เย รูปารูปธมฺมา. ยสฺสาติ โยคิโน. เตสุ เตน สมฺมสนํ อารภิตพฺพํ ยถาปากฏํ วิปสฺสนาภินิเวโสติ กตฺวา. ปจฺฉา ปน อนุปฏฺฐหนฺเตปิ อุปาเยน อุปฏฺฐหาเปตฺวา อนวเสสโตว สมฺมสิตพฺพา.

๖๙๕. ‘‘อตีตํ รูปํ อนิจฺจ’’นฺติอาทินา อนิจฺจโต สมฺมสนสฺส อตีตาทิวิภาคา ปวตฺติฏฺฐานภูตาติ อาห ‘‘เอกาทสหิ โอกาเสหี’’ติ. ววตฺถาปนํ นาม สนฺนิฏฺฐานํ. อนิจฺจโต สนฺนิฏฺฐานญฺเจตฺถ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ วิปสฺสนาวาติ อาห ‘‘อนิจฺจนฺติ สมฺมสตี’’ติ.

กถนฺติ สมฺมสนากาโร ปุจฺฉิโตติ ตํ ปรโต อิเธว ปาฬิยํ ทุติยวาเร วุตฺตนเยเนวาติ สงฺเขเปเนว วิสฺสชฺเชติ. อิทานิ ตมตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ หี-ติ เหตุอตฺเถ นิปาโต. ยสฺมา ‘‘รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อนิจฺจํ ขยฏฺเฐนา’’ติ เอวํ วุตฺตํ, ตสฺมา อิมินา วุตฺตนเยน อนิจฺจนฺติ สมฺมสตีติ โยชนา.

เอวมฺปิ สงฺเขโปเยวาติ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘เอสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อตีเตติ อตีเต ภเว. อาทิกมฺมิกสฺส หิ อิทํ สมฺมสนวิธานํ, ตสฺมา ภววเสน อทฺธาเภโท อธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘นยิมํ ภวํ สมฺปตฺตนฺตี’’ติ. เอตฺถ อิติ-สทฺโท เหตุอตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ อตีตภเว ปริยาปนฺนํ รูปํ, ตํ อตีเตเยว ภเว ขีณํ, ตโต น อิมํ ภวํ สมฺปตฺตํ, ตสฺมา อนิจฺจํ ขยฏฺเฐน ขยสภาวตฺตาติ สมฺมสตีติ. เอส นโย ยํ อนาคตนฺติอาทีสุปิ.

ยํ พหิทฺธา, ตมฺปิ พหิทฺธา เอว ขียติ, น อชฺฌตฺตภาวํ คจฺฉตีติ อนิจฺจํ ขยฏฺเฐนาติ, ยํ โอฬาริกํ, ตมฺปิ ตตฺเถว ขียตีติ อนิจฺจํ ขยฏฺเฐนาติอาทินา โยเชตพฺพํ.

อิทํ สพฺพมฺปีติ อิทํ อตีตาทิเภทสฺส รูปสฺส สมฺมสนโต สพฺพํ เอกาทสวิธมฺปิ สมฺมสนํ เอกํ สมฺมสนํ อนิจฺจโต สมฺมสนนฺติ กตฺวา.

ตนฺติ ตํ เอกาทสวิธมฺปิ รูปํ. สปฺปฏิภยตายาติ ภยานกตาย. ภยาวหํ โหตีติ อปฺปหีนวิปลฺลาสสฺส ‘‘อหํ วินสฺสามิ, มม สนฺตกํ วินสฺสตี’’ติ จินฺเตนฺตสฺส ภยชนกํ โหติ. สีโหปมสุตฺเต เทวานํ วิยาติ สีโหปมสุตฺเต เทสิยมาเน เทวานํ วิย. ตตฺถ หิ –

‘‘ยทา ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ…เป… โส ธมฺมํ เทเสติ ‘อิติ รูปํ, อิติ รูปสฺส สมุทโย, อิติ รูปสฺส อตฺถงฺคโม. อิติ เวทนา… อิติ สญฺญา… อิติ สงฺขารา… อิติ วิญฺญาณํ, อิติ วิญฺญาณสฺส สมุทโย, อิติ วิญฺญาณสฺส อตฺถงฺคโม’ติ. เยปิ เต, ภิกฺขเว, เทวา ทีฆายุกา วณฺณวนฺโต สุขพหุลา อุจฺเจสุ วิมาเนสุ จิรฏฺฐิติกา, เตปิ ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนํ สุตฺวา เยภุยฺเยน ภยํ สํเวคํ สนฺตาสํ อาปชฺชนฺติ ‘อนิจฺจาว กิร โภ มยํ สมานา นิจฺจมฺหาติ อมญฺญิมฺห, อทฺธุวาว…เป… อสสฺสตาว กิร โภ มยํ สมานา สสฺสตมฺหาติ อมญฺญิมฺห, มยมฺปิ กิร โภ อนิจฺจา อทฺธุวา อสสฺสตา สกฺกายปริยาปนฺนา’’’ติ (สํ. นิ. ๓.๗๘; อ. นิ. ๔.๓๓) –

เอวํ เทวานํ ภยุปฺปตฺติ อาคตา.

ขนฺธปญฺจกํ, ตเทกเทโส วา อตฺตวาทีหิ ‘‘อตฺตา’’ติ ปริกปฺปียติ, ตญฺจ เอกนฺตโต อนิจฺจํ, ทุกฺขญฺจาติ อาห ‘‘ยญฺหิ อนิจฺจํ, ตํ ทุกฺข’’นฺติอาทิ. ตีสุ ทุกฺขตาสุ สงฺขารทุกฺขตาว พฺยาปินี, ‘‘ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺข’’นฺติ จ อธิปฺเปตาติ วุตฺตํ ‘‘อนิจฺจตํ วา อุทยพฺพยปฏิปีฬนํ วา’’ติ. อตฺตา อภวิสฺสาติ ‘‘การโก เวทโก สยํวสี’’ติ เอวํภูโต อตฺตา อภวิสฺสาติ อธิปฺปาโย. เอวญฺหิ สติ รูปสฺส อาพาธาย สํวตฺตนํ อยุชฺชมานกํ สิยา. ยถา รูปกฺขนฺเธ อเภทโต ติวิธํ สมฺมสนํ, เภทโต เตตฺตึสวิธํ, เอวํ เวทนากฺขนฺธาทีสุปีติ อิมมตฺถํ ‘‘เอส นโย’’ติ อติทิสติ. เตน ขนฺธวเสน ตาว เภทโต ปญฺจสฏฺฐิอธิกา สตํ สมฺมสนวารา ทสฺสิตา โหนฺติ. อิมินา นเยน ทฺวารฉกฺกาทีสุปิ ยถารหํ สมฺมสนเภโท เวทิตพฺโพ.

๖๙๖. นิยมโต สงฺขตาทิเภทํ โหตีติ เอกํเสน สงฺขตตาทิวิเสสวนฺตํ โหติ อสงฺขตาทิสภาเว อนิจฺจตาย อสมฺภวโต. อสฺสาติ อนิจฺจสฺส. ปริยายทสฺสนตฺถนฺติ เววจนทสฺสนตฺถํ, ตํ ปน ‘‘ขยธมฺม’’นฺติอาทีนํ วเสน เวทิตพฺพํ, น ปุริมานํ ติณฺณํ. น หิ ตเทว ตสฺส ปริยาโย โหติ, นาปิ สงฺขตปฏิจฺจสมุปฺปนฺนปทานิ หุตฺวา อภาวทีปนโต ปากภาวทีปนโต. ปากภาวทีปเนน ปน อนิจฺจตาย สาธนปกฺเข ติฏฺฐนฺติ. เตเนว หิ สพฺเพสํ ปทานํ ปริยายตาภาวโต ‘‘นานากาเรหิ วา’’ติ วิกปฺปนฺตรํ คหิตํ. มนสิการปฺปวตฺตีทสฺสนตฺถนฺติ อนิจฺจตาย อุปพฺรูหนมนสิการปวตฺติทสฺสนตฺถํ.

จตฺตารีสาการอนุปสฺสนากถาวณฺณนา

๖๙๗. โสติ โยคาวจโร. ตสฺสาติ ยถาวุตฺตเภทสฺส อนิจฺจตาทิสมฺมสนสฺส. ถิรภาวตฺถายาติ ทฬฺหภาวตฺถาย อนิจฺจาทิอาการสฺส ปุนปฺปุนํ มนสิกาโร วิย พหุลีการภาวโต. ยํ ตํ ภควตา เอตสฺส วิภงฺเค อนิจฺจาทิสมฺมสนํ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. อนุโลมิกนฺติ อริยมคฺคาธิคมสฺส อนุกูลํ. ขนฺตินฺติ ญาณขนฺตึ. ญาณญฺหิ วิสยสภาวํ โอคาเหตฺวา ววตฺถาเน ขมติ สหตีติ ขนฺตีติ วุจฺจติ. สมฺมตฺตนิยามนฺติ อริยมคฺคํ. โส หิ สมฺมาทิฏฺฐิอาทิสมฺมตฺตญฺเจว อนิวตฺติธมฺมตาย นิยาโม จาติ วุจฺจติ. ‘‘อาทินา นเยนา’’ติ อิมินา ‘‘ปญฺจกฺขนฺเธ ทุกฺขโต ปสฺสนฺโต อนุโลมิกํ ขนฺตึ ปฏิลภติ, ขนฺธานํ นิโรโธ สุขํ นิพฺพานนฺติ ปสฺสนฺโต สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๓.๓๘) เอวมาทิโก ปาฐเสโส โรคาทิปฏิปกฺขโยชนาวเสน วิตฺถาเรตพฺโพ. ‘‘ขนฺธานํ นิโรโธ นิจฺจํ นิพฺพาน’’นฺติ วจเนน สงฺขารานํ ทุกฺขโรคตาทิปฏิปกฺโข นิพฺพานสฺส สุขาโรคฺยาทิภาโว ‘‘อาทินา นเยนา’’ติ เอตฺถ นยคฺคหเณน ทีปิโตติ. อวเสโส สพฺโพ ปาโฐ ปกาสิโต เอว โหตีติ.

กามญฺเจตํ จตฺตารีสาย อากาเรหิ สมฺมสนํ อนุโลมญาเณ ภาเวตพฺพวิธานํ. เตนาห ‘‘อนุโลมญาณํ วิภชนฺเตน…เป… วุตฺต’’นฺติ, อิโต ปฏฺฐาย ปน กตปริจยสฺเสว กิจฺจาวหํ โหตีติ อิธาปิ วุตฺตนฺตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ตสฺสาปีติ น เกวลํ กลาปสมฺมสนสฺเสว, อถ โข ยถาทสฺสิตสฺส จตฺตาลีสปฺปเภทสฺส อนิจฺจาทิสมฺมสนสฺสปิ. ตญฺหิ อนุโลมิกขนฺติปฏิลาภาย, สมฺมตฺตนิยาโมกฺกมนาย จ สํวตฺตนโต เอกํสโต อิจฺฉิตพฺพํ. วุตฺตญฺหิ –

‘‘โส วต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ กญฺจิ สงฺขารํ นิจฺจโต สมนุปสฺสนฺโต อนุโลมิกาย ขนฺติยา สมนฺนาคโต ภวิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ, อนุโลมิกาย ขนฺติยา อสมนฺนาคโต สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ, สมฺมตฺตนิยามํ อโนกฺกมมาโน โสตาปตฺติผลํ วา…เป… อรหตฺตํ วา สจฺฉิกริสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. โส วต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สพฺพสงฺขาเร อนิจฺจโต สมนุปสฺสนฺโต’’ติ (อ. นิ. ๖.๙๘; ปฏิ. ม. ๓.๓๖) –

อาทิ สุกฺกปกฺโข วิตฺถาเรตพฺโพ. ตถา ‘‘โส วต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ กญฺจิ สงฺขารํ สุขโต, ทุกฺขโต, กญฺจิ ธมฺมํ อตฺตโต, อนตฺตโต’’ติ (ปฏิ. ม. ๓.๓๖) วิตฺถาเรตพฺโพ.

๖๙๘. เอเกกํ ขนฺธํ อนิจฺจาทิสมฺมสนสฺส วเสน สมฺมสตีติ สมฺพนฺโธ. ตสฺส ปน สมฺมสนสฺส ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ สาธารณตาย ‘‘เอเกกํ ขนฺธ’’นฺติ วุตฺตํ. อนจฺจนฺติกตายาติ อจฺจนฺติกตาภาวโต, อสสฺสตตายาติ อตฺโถ. สสฺสตญฺหิ อจฺจนฺติกํ ปราย โกฏิยา อภาวโต. อาทิอนฺตวนฺตตายาติ ปุพฺพาปรโกฏิวนฺตตาย, อุทยพฺพยธมฺมโตติ อตฺโถ. อนิจฺจโต สมฺมสตีติ สมฺพนฺโธ. เอส นโย สพฺพตฺถ.

อนิจฺจโตติ จ อทฺธุวโต. เอตญฺหิ น นิจฺจํ, ขณิกตาย อสทาภาวิตาย วา น อิจฺจํ น อุปคนฺตพฺพนฺติ อนิจฺจํ. อุปฺปาทวยปฏิปีฬนตายาติ อุปฺปาเทน, วเยน จ ปติ ปติ ขเณ ขเณ ตํสมงฺคิโน วิพาธนสภาวตฺตา, เตหิ วา สยเมว วิพาเธตพฺพตฺตา. อุทยพฺพยวนฺโต หิ ธมฺมา อภิณฺหํ เตหิ ปฏิปีฬิตา เอว โหนฺติ, ยา ปีฬนา ‘‘สงฺขารทุกฺขตา’’ติ วุจฺจติ. ทุกฺขวตฺถุตายาติ ติวิธสฺสาปิ ทุกฺขสฺส, สํสารทุกฺขสฺส จ อธิฏฺฐานภาวโต. ปจฺจยยาปนียตายาติ ยถารหํ ปจฺจเยหิ ยาเปตพฺพตาย. โรคมูลตายาติ มูลพฺยาธิ วิย อนุพนฺธพฺยาธีนํ มูลภาวโต, ปททฺวเยนาปิ ยาปฺยโรคสทิสโตติ ทสฺเสติ. ยาปฺยพฺยาธิ หิ โรโค อิตโร อาพาโธติ. ทุกฺขตาสูลโยคิตายาติ ติวิธทุกฺขตาสงฺขาเตน รุชฺชเนน ยุชฺชตาย. กิเลสาสุจิปคฺฆรณตายาติ ยถารหมารมฺมณวเสน, สมนฺนาคมวเสน จ ราคาทิกิเลสาสุจิวิสฺสนฺทนโต. อหุตฺวา สมฺภวโต อุปฺปตฺติยา อุทฺธุมาตตา.

อนฺโตตุทนตายาติ อพฺภนฺตเร ตุทนโต. ทุกฺขเวทนาทโย วิย หิ อิเม สงฺขารา อตฺตภาวสฺส อพฺภนฺตรคตา เอว อุทยพฺพยวเสน ตุทนฺติ. อริยมคฺคสณฺฑาเสน วินา นีหริตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย ทุนฺนีหรณียตา ตณฺหาทิฏฺฐาภินิเวสทฬฺหภาวโต. อฆนฺติ ปาปํ วิย อริยชเนหิ วิครหิตพฺพํ. สตฺตานํ อนตฺถชนนโต อวฑฺฒิอาวหํ, ปาปสฺส จ วตฺถุภูตํ ขนฺธปญฺจกนฺติ อาห ‘‘วิครห…เป… อฆโต’’ติ. อเสริภาวชนกตายาติ ปรวสตาชนนโต. ยถา คิลาโน อญฺเญหิ สํเวสนวุฏฺฐาปนาทินา ปรปฏิพทฺธสรีรวุตฺติโก อเสรี, เอวเมเตปิ อเสริภาวชนกา. อวสตายาติ อวสวตฺตนโต. ยถา ปโรสตนฺโต ปุริโส ปรสฺส วสํ น คจฺฉติ, เอวํ สุภสุขาทิภาเวน วเส วตฺเตตุํ อสกฺกุเณยฺยโต. อวิเธยฺยตายาติ ‘‘มา ชีรถ, มา มียถา’’ติอาทินา วิธาตุํ อสกฺกุเณยฺยโต. ปลุชฺชนตายาติ พฺยาธิอาทีหิ ปกาเรหิ ฉิชฺชนโต วินสฺสนโต. เตหิ เอว วา อาพฺยสนโต. พฺยสนตฺโถ หิ โลกสทฺโท, ปสทฺโท ภุสตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. พฺยาธิอาทีหิ จ ขนฺธานํ พฺยสนนฺติ. พฺยสนาวหภาเวน เอตีติ อีติ, อาคนฺตุกานํ อกุสลปกฺขิยานํ พฺยสนเหตูนํ เอตํ อธิวจนํ. ขนฺธา จ เอทิสาติ อาห ‘‘อเนกพฺยสนาวหตาย อีติโต’’ติ.

อุปทฺทวตีติ อุปทฺทโว, อนตฺถํ ชเนนฺโต อภิภวติ อชฺโฌตฺถรตีติ อตฺโถ, ราชทณฺฑาทีนํ เอตํ อธิวจนํ. ขนฺธา จ เอทิสาติ วุตฺตํ ‘‘อวิทิตานํ…เป… อุปทฺทวโต’’ติ. ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกภยาวหโต, อภยปฏิปกฺขโต จ ขนฺธา ภยนฺติ อาห ‘‘สพฺพภยานํ…เป… ภยโต’’ติ. พหิทฺธา ญาติพฺยสนาทีหิ, อชฺฌตฺตํ ราคาทีหิ อนตฺเถหิ อุปสชฺชนฏฺเฐน, อุปสคฺคสทิสตาย จ อุปสคฺโค. อุปสคฺโคติ จ เทวตูปสํหารวเสน ปวตฺโต พฺยาธิอาทิอนตฺโถ. โส อตฺถกาเมน มุหุตฺตมฺปิ น อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อเนเกหิ…เป… อุปสคฺคโต’’ติ. โทสูปสฏฺฐตายาติ อารมฺมณโต, สมฺปโยคโต จ ราคาทิโทเสหิ อุเปตตาย. โลกธมฺมา ลาภาทิเหตุกา อนุนยปฏิฆา, เตหิ, พฺยาธิอาทีหิ จ อนวฏฺฐิตตา ปจลิตตา.

อุปกฺกเมนาติ อตฺตโน, ปรสฺส วา ปโยเคน. สรเสนาติ สภาเวน. ปภงฺคุปคมนสีลตา ภิทุรตา. สพฺพาวตฺถนิปาติตายาติ รุกฺขผลํ วิย อติตรุณกาลโต ปฏฺฐาย สพฺพาสุ อวตฺถาสุ นิปตนสีลตาย. อนิปตสฺสปิ สพฺเพน สพฺพํ อสารตาย ถิรภาวสฺส อภาวตาย. ถิรญฺหิ ธุวํ นาม โหติ. ตายิตุํ รกฺขิตุํ อสมตฺถตาย น ตายโนติ อตายโน, ตพฺภาโว อตายนตา. ตาณาสีสาย อุปคตสฺส อลพฺภเนยฺยเขมตา. ทุกฺขภีติยา อุปลียนาธิปฺปาเยน อลฺลียิตุํ. ทุกฺขนิวตฺตนํ เลณกิจฺจํ. ชาติอาทิภยานํ หึสนํ วิธมนํ ภยสารกตฺตํ. ยถาปริกปฺปิเตหีติ ปรมตฺถโต อวิชฺชมาเนหิ พาเลหิ ปริกปฺปิตปฺปกาเรหิ. ริตฺตตายาติ วิวิตฺตตาย, วิรหิตตายาติ อตฺโถ. อนฺโตสาราภาโว ริตฺตตา. สา เอว จ ตุจฺฉตาติ อาห ‘‘ริตฺตตาเยว ตุจฺฉโต’’ติ. อปฺปกตฺตาติ ปริตฺตตฺตา, ลามกตฺตา วา. ธุวสาราภาวาทีหิ สทฺธึ อตฺตสาราภาวํ ริตฺตปเทน วตฺวา นิพฺพตฺติตมตฺตสาราภาวเมว สุญฺญปเทน ทสฺเสตุํ ‘‘สามิ…เป… สุญฺญโต’’ติ วุตฺตํ. ยถา เกนจิ สามิอาทิลกฺขเณน อตฺตนา สุญฺญา เอเต, เอวํ สยมฺปิ อตํสภาโวติ อาห ‘‘สยญฺจ…เป… อนตฺตโต’’ติ. น อตฺตาติ หิ อนตฺตาติ.

ปวตฺติทุกฺขตายาติ ภวปวตฺติทุกฺขภาวโต. ภวปวตฺติ จ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ อนิจฺจาทิอากาเรน ปวตฺตนเมว, โส จ อาทีนโว. ยถาห ‘‘ยํ, ภิกฺขเว, ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา. อยํ, ภิกฺขเว, ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ อาทีนโว’’ติ. เตนาห ‘‘ทุกฺขสฺส จ อาทีนวตายา’’ติ. อาทีนนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส ยถา ‘‘เอกมนฺต’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๑๖๕), อติวิย กปณนฺติ อตฺโถ. ภุสตฺโถ หิ อยํ อา-กาโร. ยถา ‘‘ทฺวิธา ฉิทฺทกํ วิจฺฉิทฺทก’’นฺติ เอตฺถ ทฺวิ-สทฺทสฺส อตฺเถ วิ-สทฺโท, เอวมิธาปีติ อาห ‘‘เทฺวธา ปริณามปกติตาย วิปริณามธมฺมโต’’ติ. วิปริณาโม จ วิปรีตสภาวาปตฺติ. ทุพฺพลตายาติ สรสภิทุรตาย พลาภาวโต. ทุพฺพลมฺปิ กิญฺจิ มุทุกมฺมญฺญาภาเวน ทุปฺปธํสิยา. อิเม ปน สุปธํสิยา เอวาติ อาห ‘‘เผคฺคุ วิย สุขภญฺชนียตาย จา’’ติ. อฆสฺส ปาปสฺส เหตุตา อฆเหตุตา. ขนฺธปฏิพทฺธเมว หิ สพฺพํ กิพฺพิสนฺติ. อิเม รูปาทโย สุขเหตุ, น ทุกฺขเหตูติ ชนิตวิสฺสาสานํ หนนสีลตาย, ขนฺเธสุ หิ ‘‘เอตํ มมา’’ติ คาหวเสน สตฺตา พฺยสนํ ปาปุณนฺติ, วิสฺสาสํ วา หนนฺตีติ วิสฺสาสฆาติโน, ตพฺภาวโต.

วิคตภวตายาติ อปคตวฑฺฒิตาย. วิภวตณฺหา, วิภวทิฏฺฐิ จ วิภโว อุตฺตรปทโลเปน, ตโต วิภวโต, ปิตุสทิสสฺส วา สภาวเหตุโน วิภวโต วินาสโต สมฺภูตตาย. อาสวานํ อารมฺมณาทินา ปจฺจยภาโว อาสวปทฏฺฐานตา. พีชาทิโก อสาธารโณ เหตุ, ภูตสลิลาทิโก สาธารโณ ปจฺจโย. เอส นโย อชฺฌตฺเตปิ. เตหิ สเมจฺจ สมฺภูย กโต สงฺขโต. มจฺจุมารสฺส อธิฏฺฐานภาเวน, กิเลสมารสฺส ปจฺจยภาเวน สํวฑฺฒนโต อามิสภูตตา, ขนฺธาปิ ขนฺธานํ อามิสภูตา ปจฺจยภาเวน สํวฑฺฒนโต, ตทนฺโตคธา อภิสงฺขารา. เทวปุตฺตมารสฺส ปน ‘‘มเมต’’นฺติ อธิมานวเสน อามิสภาโวติ ขนฺธาทิมารานมฺปิ อิเมสํ ยถารหํ อามิสภูตตา วตฺตพฺพา. ธมฺมสทฺโท ‘‘ชาติธมฺมาน’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๓๗๓; ปฏิ. ม. ๑.๓๓) วิย ปกติอตฺโถ, ‘‘ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติอาทีสุ (วิภ. ๗๑๘ อาทโย) วิย เหตุอตฺโถ จาติ อาห ‘‘ชาติชราพฺยาธิมรณปกติตาย, โสกปริเทวอุปายาสเหตุตายา’’ติ. สํกิเลสตฺตยคฺคหเณน ตเทกฏฺฐานํ ทสนฺนํ กิเลสวตฺถูนมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตทารมฺมณาปิ หิ ธมฺมา ตทนติวตฺตนโต สํกิเลสิกา เอว. ตถา ขุทฺทา, ตณฺหา, ชฏาทีสุ สรีรสฺส, สํกิเลสสฺส จ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.

จตฺตารีสาปิ สมฺมสนานิ ตีสุ อนุปสฺสนาสุ อนฺโตคธาเนวาติ ตทนฺโตคธภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺถ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อนิจฺจานุปสฺสนานิ สรูปโต, ปริยายโต จ อนิจฺจภาววิภาวนโต. เอส นโย อิตเรสุปิ. ‘‘อสารกโต’’ติ อิทํ นิจฺจสาราภาววิภาวนํ.

เอตฺตาวตา กลาปโต ธมฺเม สงฺคเหตฺวา นยโต สมฺมสนมตฺตํ ทสฺสิตํ, น ตาว อนุปทธมฺมวิปสฺสนา วิหิตาติ ‘‘สมฺมสนารมฺภวิธาน’’นฺติ. วุตฺตํ.

อินฺทฺริยติกฺขการณนวกกถาวณฺณนา

๖๙๙. เอกจฺจสฺส ติกฺขินฺทฺริยสฺส มหาปญฺญสฺส นยวิปสฺสนาวเสเนว อุทยพฺพยญาณํ อุปฺปชฺชติ, อิตรสฺส นุปฺปชฺชติ. ตํ สนฺธาย ‘‘ยสฺส ปน…เป… น สมฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ. อุทยพฺพยญาณุปฺปตฺติ หิ อิธ นยวิปสฺสนาย สมฺปชฺชนนฺติ อธิปฺเปตํ. เตน ‘‘นวหากาเรหิ อินฺทฺริยานิ ติกฺขานิ ภวนฺติ…เป… อนฺตรา จ อพฺโพสาเนนา’’ติ เอวํ วุตฺตานํ นวนฺนํ อาการานํ วเสน อินฺทฺริยานิ ติกฺขานิ กตฺวา สปฺปายานิ เสวมาเนน สมฺมสิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ.

เตนาติ โยคินา. นวหากาเรหีติ วกฺขมาเนหิ นวหิ อากาเรหิ. อินฺทฺริยานีติ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ. ติกฺขานีติ ติขิณานิ วิสทานิ สูรานิ. อุปฺปนฺนุปฺปนฺนานนฺติ ขเณ ขเณ อุปฺปนฺนานํ อุปฺปนฺนานํ. สงฺขารานนฺติ วิปสฺสิยมานานํ รูปารูปธมฺมานํ. ขยเมวาติ ปฐมํ อุปฺปาทํ ทิสฺวา ตํ มุญฺจิตฺวา ขยเมว ภงฺคเมว ปสฺสติ. ตสฺส ตถาขยทสฺสนปสุตสฺส วิปสฺสนาปญฺญา ติกฺขา สูรา วหติ, อิตรานิ จ อินฺทฺริยานิ. ตตฺถาติ ขยทสฺสเน. สกฺกจฺจกิริยายาติ อาทรการิตาย, ยถา ขยทสฺสนปรเมเนว วิปสฺสนาญาณํ ปวตฺตติ, เอวํ ตํ อาทรชาโต สมฺปาเทติ. สาตจฺจกิริยายาติ อวิจฺเฉทกิริยาย, ยถา วิปสฺสนาญาณํ ขยทสฺสนวเสน นิรนฺตรเมว ปวตฺตติ, เอวํ ยุตฺตปฺปยุตฺโต นํ สมฺปาเทติ. สปฺปายกิริยายาติ อนุรูปกิริยาย อาวาสาทิสตฺตวิธสปฺปายาเสวนกิริยาย. นิมิตฺตคฺคาเหนาติ ยถา มนสิกโรนฺตสฺส วิปสฺสนาสมาธิ อุปฺปนฺโน, ตสฺส อาการสฺส สลฺลกฺขณวเสน สมถนิมิตฺตคฺคหเณน สมฺปาเทตีติ สมฺพนฺโธ. อนุปวตฺตนตายาติ อนุรูปโต ปวตฺตเนน ภาวนาจิตฺตสฺส ลีนภาเว ปีติวีริยธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคานํ อุทฺธตภาเว ปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคานํ พฺรูหเนนาติ อตฺโถ. กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขตนฺติ อตฺตโน กาเย อสุจิภาเวน พาหิรกอวิญฺญาณกกุณเป วิย ชีวิเต อหิตาวหปจฺจตฺถิเก วิย นิรเปกฺขจิตฺตํ อุปฏฺฐเปติ. ตตฺถ จ อภิภุยฺย เนกฺขมฺเมนาติ ตสฺมึ กายจิตฺเต อนเปกฺขภาเวน อินฺทฺริยานํ ติกฺขภาวาปาทเนน อุปฺปนฺนํ อุปฺปนฺนํ ทุกฺขํ วีริเยน อภิภวิตฺวา ภาวนํ สมฺปาเทติ. อนฺตราติ ยถาธิปฺเปตาย ภาวนาสิทฺธิยา อนฺตราว. อพฺโพสาเนนาติ อสงฺโกจเนน.

เอวํ วุตฺตานนฺติ เอวํ ‘‘นวหากาเรหิ อินฺทฺริยานิ ติกฺขานิ ภวนฺตี’’ติอาทินา อฏฺฐกถายํ วุตฺตานํ. เอตฺถ จ ยถา นาม สุขุมานํ มุตฺตาปวาฬาทีนํ วิชฺฌเน สุขุมตเรน เวธเนน ภวิตพฺพํ, เอวเมว สณฺหสุขุมานํ รูปารูปธมฺมานํ, ปจฺจยสฺส จ ปริคฺคณฺหเน ติกฺเขน ญาเณน ภวิตพฺพํ. เตสํ ปน ขยวยทสฺสเน ติกฺขตเรน ภวิตพฺพํ. ติกฺขตรตา จสฺส นิสานสิลายํ สณฺหมฏฺฐตาย กรเณน วิย ผรสุธาราย นิสิตภาวาปาทเนน อินฺทฺริยานํ ติกฺขภาวาปาทเนน สาเธตพฺพา. ตญฺจ เยหิ นวหิ อากาเรหิ โหติ, เตสุ ขณิกานํ สงฺขารานํ ขเณ ขเณ ภิชฺชนาการทสฺสนํ ปฐมํ วุตฺตํ ‘‘อุปฺปนฺนุปฺปนฺนานํ สงฺขารานํ ขยเมว ปสฺสตี’’ติ. อสติ ญาณสฺส ติกฺขตรภาเว ตทภาวโต เสสินฺทฺริยติกฺขตา ตสฺส สมฺภารภาวโต วุตฺตา, อวินาภาวโต วา. สกฺกจฺจกิริยาทิคฺคหณํ ปน ตสฺส อุปายทสฺสนํ. อสปฺปายานิ โภชนาทีนิ อนุปยุชฺชนาทิวเสน วชฺเชตฺวา สปฺปายานิ มตฺตโส เสวมาเนน. รูปารูปธมฺมานํ อจฺจนฺตวิธุรตาย เอกชฺฌํ อสมฺมสิตพฺพตฺตา, ตถา สมฺมสนสฺส จ อิธ อนธิปฺเปตตฺตา ‘‘กาเลน รูปํ สมฺมสิตพฺพํ, กาเลน อรูป’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถาปิ จ รูปสฺส โอฬาริกตาย สุวิญฺเญยฺยตฺตา ปฐมํ สมฺมสิตพฺพตา วุตฺตา. นิพฺพตฺติ ปสฺสิตพฺพาติ ปฐมํ ตาว อาคมานุสารโต อนุมานวเสน ทฏฺฐพฺพา. ตโต ปรํ อนุกฺกเมน พลปฺปตฺเต ภาวนาญาเณ ปจฺจกฺขโตปิ ทิสฺสตีติ.

รูปนิพฺพตฺติปสฺสนาการกถาวณฺณนา

๗๐๐. สพฺเพสนฺติ กามาวจราทิอณฺฑชาทิเภทภินฺนานํ สพฺเพสํ สตฺตานํ. ปฐมํ กมฺมโต นิพฺพตฺตติ ตํมูลกตฺตา อุตุชาทิรูปานํ. ปรโต ปวตฺตนกกายทสกาทิวเสน ลพฺภมานํ ปพนฺธตฺตยํ, สนฺตติสีสํ วา สนฺธาย ‘‘ติสนฺตติวเสนา’’ติ วุตฺตํ.

ทนฺธํ มนฺทํ จิเรน นิโรโธ เอตสฺสาติ ทนฺธนิโรธํ สตฺตรสจิตฺตกฺขณายุกตฺตา. เตนาห ‘‘ครุปริวตฺตี’’ติ. เตนาติ ตสฺมา, ยสฺมา ‘‘ตโต สีฆตรํ โข, ภิกฺขเว, อายุสงฺขารา ขียนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๒๘) วจนโต รูปธมฺมาปิ อิตฺตรกาลา เอว, อรูปธมฺมา ปน เตหิ สาติสยํ อิตฺตรกาลา, ตสฺมา อาห ภควาติ อตฺโถ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วิจาริตเมว. เตหิ สทิสาติ จิตฺตสฺส อุปฺปาทภงฺคกฺขเณหิ สทิสา. สพฺเพสมฺปิ หิ สงฺขารานํ อุปฺปาทภงฺคกฺขเณสุ วิสทิสตา นตฺถิ, สมานกาลาว เต. ฐานปฺปตฺตนฺติ ฐิติกฺขณปฺปตฺตํ. เตนาติ ทุติยภวงฺคจิตฺเตน. วตฺถุรูปํ เอกสฺส จิตฺตสฺส นิสฺสโย หุตฺวา อญฺญสฺส น โหติ ฐเปตฺวา มรณาสนฺนํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เตน สทฺธิ’’นฺติอาทิ.

เอวํ ปฏิสนฺธิโต ปฏฺฐาย ยาว จุติจิตฺตสฺส อุปฺปตฺติ, ตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ นิโรธํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺสา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ฐานกฺขเณติ ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺส ฐิติกฺขเณ. ยาว ปวตฺติ นาม อตฺถีติ ยาว สํสารปฺปวตฺติ นาม อตฺถิ, ยาว วา จิตฺตสฺส ปวตฺติ นาม อตฺถิ. อสญฺญูปปตฺติยญฺหิ นตฺถิ จิตฺตปฺปวตฺตีติ. รูปูปปตฺติยํ สํเสทชา โอปปาติกสทิสาติ โอปปาติกานํเยว คหณํ. โอปปาติกานมฺปีติ ปิ-สทฺเทน วา สํเสทเช สมฺปิณฺเฑติ. สตฺตสนฺตติวเสนาติ จกฺขุทสกาทีนํ สตฺตนฺนํ สนฺตติสีสานํ วเสน.

๗๐๑. ตตฺถาติ กมฺมโต รูปปวตฺติยํ. นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยภูตํเยว อิธ กมฺมนฺติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘กมฺมํ นาม กุสลากุสลเจตนา’’ติ. ชีวิตนวกํ จกฺขุทสกาทิอนฺโตคธเมว กตฺวา ‘‘สมสตฺตติรูป’’นฺติ วุตฺตํ. ตํ วา จกฺขุทสกาทิ วิย สุขปริคฺคหํ น โหตีติ. ตเทวาติ ยถาวุตฺตํ วิปากกฺขนฺธกฏตฺตารูปมาห. กมฺมญฺหิ กมฺมชสฺส ชนกํ, ปริปาจกมฺปิ โหติ ชีวิตินฺทฺริยสฺส, กมฺมชคฺคิโน จ วเสน อนุรกฺขณสพฺภาวโต, อาหาราทิปฏิลาภเหตุตาย อุปตฺถมฺภกนิมิตฺตโต จ. เตนาห ‘‘อุปตฺถมฺภกปจฺจโยปิ โหตี’’ติ. อุปตฺถมฺภกปจฺจยตา จสฺส อุปนิสฺสยปจฺจยวเสเนว เวทิตพฺพา. กมฺมํ ปจฺจโย เอตสฺสาติ กมฺมปจฺจยํ, ตเทว จิตฺตํ, ตํ สมุฏฺฐานํ เอตสฺสาติ กมฺมปจฺจยจิตฺตสมุฏฺฐานํ. วิปากเจตสิกานมฺปิ กมฺมปจฺจยจิตฺตสมุฏฺฐานตา วตฺตพฺพา, น วา วตฺตพฺพา กมฺมสมุฏฺฐานกมฺมปจฺจยคฺคหเณน คหิตตฺตา. ฐานปฺปตฺตา โอชา อญฺญํ โอชฏฺฐมกํ สมุฏฺฐาเปติ อาหารานุคเต สรีเรติ คเหตพฺพํ.

ตตฺราปีติ กมฺมสมุฏฺฐานาหารสมุฏฺฐาเนปิ โอชฏฺฐมเก. จตสฺโส วา ปญฺจ วา ปวตฺติโย ฆเฏตีติ สทิสสนฺตติวเสน จตสฺโส วา ปญฺจ วา รูปกลาปปฺปวตฺติโย สนฺตาเนติ. พาหิรปจฺจยวิเสเสน ปน วิสทิสา พหูปิ ปวตฺติโย ฆเฏตีติ วทนฺติ. ยถา กมฺมปจฺจยาหารสมุฏฺฐาเน ปเวณิฆฏนา, เอวํ กมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺฐาเนปีติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานํ นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ จ ยถา ตตฺถ ตตฺถ โกฏฺฐาเส ปรมฺปรปฺปวตฺตึ ทสฺเสนฺเตน อกมฺมชา ทุติยาทิปวตฺติโย อสมฺเภเทน ทสฺสิตา, เอวํ กมฺมชาหารสมุฏฺฐานอุตุวเสน, กมฺมชอุตุสมุฏฺฐานาหารวเสน, กมฺมปจฺจยจิตฺตชาหารอุตุสมุฏฺฐานอุตุอาหารวเสน จ สมฺเภทวเสนาปิ รูปปฺปวตฺติ ทสฺเสตพฺพาติ วทนฺติ. ตตฺถ กมฺมชโต ปวตฺตอาหารา วิเสสปจฺจยลาเภ สติ ยถาวุตฺตปริมาณาหิ ปวตฺตีหิ อุทฺธมฺปิ ปวตฺติโย น ฆเฏนฺตีติ น สกฺกา วตฺตุํ. ตถา หิ ‘‘ทส ทฺวาทส วาเร ปวตฺตึ ฆเฏตี’’ติ (วิสุทฺธิ. ๒.๗๐๓), ‘‘เอวํ ทีฆมฺปิ อทฺธานํ อนุปาทินฺนปกฺเข ฐตฺวาปิ อุตุสมุฏฺฐานํ ปวตฺตติ เอวา’’ติ (วิสุทฺธิ. ๒.๗๐๔) จ วกฺขติ.

๗๐๒. ชนกาชนกา มตาติ ปุริมกา ติโกฏฺฐาสสงฺคหิตา ชนกา, ปจฺฉิมโกฏฺฐาสิกา ‘‘โสฬสา’’ติ วุตฺตา อชนกาติ มตา ญาตา. กุสลกิริยโตติ กุสลโต จ กิริยโต จ. อิริยาย กายิกกิริยาย ปวตฺติฏฺฐานตาย ปถภาวโต อิริยาปโถ, คมนาทิ, อตฺถโต ตทวตฺถา รูปปฺปวตฺติ. กามญฺเจตฺถ รูปวินิมุตฺโต อิริยาปโถ, วิญฺญตฺติ จ นตฺถิ, ตถาปิ น สพฺพํ รูปสมุฏฺฐาปกจิตฺตํ อิริยาปถูปตฺถมฺภกํ, วิญฺญตฺติวิการุปฺปาทกญฺจ โหติ. ยํ ปน จิตฺตํ วิญฺญตฺติชนกํ, ตํ เอกํสโต อิตรสฺส ชนกํ อวินาภาวโต, ตถา อิริยาปถูปตฺถมฺภกํ รูปสฺส. เอตสฺส วิเสสสฺส ทสฺสนตฺถํ ‘‘รูปํ, อิริยาปถํ, วิญฺญตฺติญฺจา’’ติ สมุจฺจโย กโต. วิปากวชฺชานีติ เอตฺถ วิปากาภิญฺญาทฺวยวชฺชานีติ วตฺตพฺพํ ตทญฺเญสํเยว เสสคฺคหเณน คเหตพฺพตฺตา. น วา วตฺตพฺพํ เสสคฺคหเณเนว อภิญฺญาจิตฺตานมฺปิ นิวตฺเตตพฺพโต. น วิญฺญตฺตึ ชนยนฺติ มหคฺคตกุสลาทีนํ สนฺตภาเวน อวิปฺผาริกภาวโต. วิปฺผาริกเมว หิ กามาวจรกุสลาทิวิญฺญตฺตึ สมุฏฺฐาเปติ, อิริยาปถูปตฺถมฺภกานิ ปน โหนฺติ สติปิ สนฺตภาเว ฌานเวเคน สอุสฺสาหตฺตา, ยโต เตสํ ชวนกิจฺจตา. ปญฺจ ภวงฺคจิตฺตานีติ สมฺพนฺโธ. รูปเมว ชนยนฺติ, น อิริยาปถํ นิรุสฺสาหสนฺตภาเวน ปริทุพฺพลภาวโต. กิริยามยจิตฺเตหิ อวิมิสฺสภวงฺคปฺปวตฺติกาเล ขนฺธาทิสรีราวยวานํ นิจฺจลภาเวนาวฏฺฐานํ. ตถา หิ อพฺโพกิณฺเณ ภวงฺเค ปวตฺตมาเน องฺคานิ โอสีทนฺติ ปวิฏฺฐานิ วิย โหนฺติ. ‘‘ทฺวตฺตึสา’’ติ ปน อาทินา วุตฺเตสุ ชาครณจิตฺเตสุ วตฺตมาเนสุ องฺคานิ อุปตฺถทฺธานิ ยถาปวตฺตอิริยาปถภาเวเนว ปวตฺตนฺตีติ. เทฺวปญฺจวิญฺญาณานิ สพฺพทุพฺพลตาย รูปํ น ชเนนฺติ. ปฏิสนฺธิจิตฺตํ วตฺถุทุพฺพลตาย. ขีณาสวานํ จุติจิตฺตนฺติ เอตฺถ –

‘‘กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ, รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ, เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ, เตสํ จวนฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ, โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตี’’ติ (ยม. ๒.สงฺขารยมก.๘๘) –

ปน วจนโต อญฺเญสมฺปิ จุติจิตฺตํ รูปํ น สมุฏฺฐาเปตีติ วิญฺญายติ. น หิ รูปสมุฏฺฐาปกจิตฺตสฺส คพฺภคตตาทิวิพนฺธาภาเว กายสงฺขาราสมุฏฺฐาปเน การณํ อตฺถิ, น จ ยุตฺตํ จุโต จ จิตฺตสมุฏฺฐานรูปญฺจสฺส ปวตฺตติ, นาปิ ‘‘จุติจิตฺตํ รูปํ สมุฏฺฐาเปตี’’ติ ปาฬิ อตฺถิ, ‘‘ขีณาสวาน’’นฺติ, ปน วิเสสนํ อปฺปฏิสนฺธิกนิโรเธน นิรุชฺฌนฺตสฺส เตสํ จุติจิตฺตสฺส รูปสมุฏฺฐาปนํ ปากฏนฺติ กตฺวา กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. โสฬส จิตฺตานีติ ปริจฺฉิชฺช คหณํ เตสํ รูปชนเน เอกํสโต นิยเมตพฺพตฺตา, อญฺญานิ ปน พหูนิ อรูเป อุปฺปนฺนานิ อโนกาสคตตฺตา รูปํ น ชเนนฺติเยว. น ฐิติกฺขเณ, ภงฺคกฺขเณ วา รูปํ ชเนนฺตีติ สมฺพนฺโธ. อุปฺปาทกฺขเณ ปน พลวํ อนนฺตราทิปจฺจยลาภโต.

ยถา ปถวีอาทโย รูปธมฺมา จิตฺตเหตุกา จิตฺตสมุฏฺฐานา, เอวํ เวทนาทโยปีติ วุตฺตํ ‘‘จิตฺตสมุฏฺฐานํ นาม ตโย อรูปิโน ขนฺธา, สทฺทนวก’’นฺติอาทิ. เตเนวาห – ‘‘กตเม ธมฺมา จิตฺตสมุฏฺฐานา? เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺตี’’ติ (ธ. ส. ๑๒๐๑, ๑๕๓๕). ตตฺถ กายวิญฺญตฺติอาทีนํ จิตฺตสมุฏฺฐานตา ปริยายโต วุตฺตาติ เวทิตพฺพา เตสํ อนิปฺผนฺนตฺตา. ‘‘เอวํ วุตฺตํ จตุสมุฏฺฐานรูป’’นฺติ อิมินา อตํสมุฏฺฐานสฺเสว จิตฺตชรูปสฺส จิตฺตปจฺจยตา ทสฺสิตา. ยถา ปน กมฺมปจฺจยํ ทสฺสิตํ, เอวํ จิตฺตปจฺจเย คยฺหมาเน ตํสมุฏฺฐานรูปสฺส, สหชาตเวทนาทีนญฺจ จิตฺตปจฺจยตา สิยา. จิตฺตสมุฏฺฐานจิตฺตปจฺจเย ปน อสงฺกรโต ทสฺเสตุํ ปจฺฉาชาตปจฺจยวเสเนว จิตฺตปจฺจยํ อุทฺธฏนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. จิตฺตสมุฏฺฐานอุตุอาหาเรหิ กมฺมสมุฏฺฐานอุตุอาหารา พลวนฺโต โหนฺตีติ เตสํ วเสน จตุปญฺจปวตฺติฆฏนํ วุตฺตํ, จิตฺตสมุฏฺฐานานํ ปน วเสน ทฺวตฺติปฺปวตฺติฆฏนํ ตํปากติกจิตฺตวเสน, มหคฺคตานุตฺตรจิตฺตวเสน ปน พหุตราปิ ปวตฺติโย อิจฺฉิตพฺพา. ตํนิพฺพตฺตานํ จิตฺตชรูปานํ อุฬารปณีตภาวโต.

๗๐๓. ‘‘อุปาทินฺนํ กมฺมชรูปํ ปจฺจยํ ลภิตฺวา’’ติ เอเตน พหิทฺธา อนุปาทินฺนโอชา รูปาหรณกิจฺจํ น กโรตีติ ทสฺเสติ. ปจฺจยลาโภ จสฺส กมฺมชภูตสนฺนิสฺสยตาวเสนาติ อาห ‘‘ตตฺถ ปติฏฺฐายา’’ติ. ตตฺถ กมฺมปจฺจยจิตฺตสมุฏฺฐานาทิรูปสฺสปิ กมฺมมูลกตฺตา สิยา กมฺมชปริยาโยติ ตํนิวตฺตนตฺถํ ‘‘อุปาทินฺน’’นฺติ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ. อาหารปจฺจยสฺส อาหาโร น เกวลํ อุปตฺถมฺภโกว, อถ โข ชนโกปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘จตุสมุฏฺฐานรูป’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘ทส ทฺวาทส วาเร’’ติ วตฺวา กถํ อิมสฺเสว ทส ทฺวาทส วาเร ปวตฺติฆฏนาติ อนุโยคํ สนฺธายาห ‘‘เอกทิวสํ ปริภุตฺตาหาโร’’ติอาทิ. ทารกสฺส สรีรํ ผริตฺวาติ นาภิมูลานุคตาหิ รสหรณีหิ ผริตฺวา, อญฺญถา ชลาพุอนฺตริเก กาเย มกฺขนาวเสน น สมฺมาวินิโยโค อาหารสฺส สมฺภวตีติ.

อุปาทินฺนโก อนุปาทินฺนโกติ ทุวิเธ อาหาเร ปุพฺเพ อนุปาทินฺนโก อาหารปจฺจยอาหาโร ทสฺสิโตติ อิตรํ ทสฺเสตุํ ‘‘กมฺมชาหาโร’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ กมฺมปจฺจยาหารสมุฏฺฐาเน วุตฺตนยเมว. เตนาห ‘‘จตสฺโส วา ปญฺจ วา ปวตฺติโย ฆเฏตี’’ติ. อาหารปจฺจยอุตุโนปิ อุตุปจฺจยาหารสฺส วิย ทส ทฺวาทส วาเร ปวตฺติฆฏนา เวทิตพฺพา. วุตฺตนยตฺตา น อุทฺธตนฺติ วทนฺติ. เสสานนฺติ กมฺมจิตฺตอุตุสมุฏฺฐานานํ ติสนฺตติรูปานํ. กพฬีการาหาโร หิ อญฺญาหารสมุฏฺฐิตสฺส, ติสนฺตติรูปานญฺจ อุปตฺถมฺภกวเสน อตฺตนา อุปฺปาทิตสฺส ชนโก หุตฺวา ปจฺจโย โหติ. เอวํ อาหารปจฺจโย โหนฺโตเยว อตฺถิอวิคตวเสนาปิ ปจฺจโย โหติ, นิสฺสยภาโว ปน ปฏฺฐานนเยน นตฺถิ. อาหารปจฺจยา ปวตฺตมานานิ รูปานิ อาหารนิสฺสยานิ นาม โหนฺตีติ สุตฺตนฺตนเยน วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. ปรโต อุตุโน นิสฺสยโชตนายปิ เอเสว นโย.

๗๐๔. กมฺมสมุฏฺฐานาทิวเสน จตุพฺพิธายปิ เตโชธาตุยา รูปุปฺปาทเน สมตฺถภาวโต ‘‘อุตุ นาม จตุสมุฏฺฐานา เตโชธาตู’’ติ วุตฺตํ. เอส ทุวิโธ โหตีติ เอส อุตุ เตโชธาตุภาวาวิเสเสปิ ติกฺขมนฺทตาวิเสเสน อุโณฺห, สีโตติ ทุวิโธ โหติ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วิจาริตเมว. ยทิปิ อุตุ อุปาทินฺนเกน วินาปิ รูปํ สมุฏฺฐาเปติ, อินฺทฺริยพทฺเธ ปน เตน วินา ตสฺส รูปุปฺปาทนํ นตฺถีติ อาห ‘‘อุปาทินฺนกํ ปจฺจยํ ลภิตฺวา’’ติ. เตนาห ‘‘จตุสมุฏฺฐาโน อุตู’’ติ. อุตุสมุฏฺฐาโนเยว หิ อุตุ อุปาทินฺนเกน วินา รูปํ สมุฏฺฐาเปติ. อุตุปจฺจยํ นาม จตุสมุฏฺฐานิกํ รูปํ. ยญฺหิ อุตุสมุฏฺฐานํ ปนฺนรสวิธํ รูปํ, ยญฺจ ตทญฺญติสนฺตติรูปํ, ตสฺส สพฺพสฺสปิ สภาโค อุตุอุปตฺถมฺภกปจฺจโย โหตีติ. ยสฺมา วิสภาโค อุตุ หิมาทิ วิย ปทุมาทีนํ วิสทิสรูปุปฺปตฺติเหตุภูตํ ปุริมรูปํ วินาเสนฺตํ วิย โหติ, ตสฺมา สภาคํ, วิสภาคญฺจ เอกชฺฌํ คเหตฺวา วุตฺตํ ‘‘อุตุ จตุสมุฏฺฐานิกรูปานํ ปวตฺติยา จ วินาสสฺส จ ปจฺจโย โหตี’’ติ.

ทีฆมฺปิ อทฺธานนฺติ ‘‘ทส ทฺวาทส วาเร’’ติ อญฺญสฺส วุตฺตปริจฺเฉทโต ทีฆมฺปิ กาลํ. อุตุ หิ สภาคสนฺตติวเสน ลทฺธปจฺจยํ จิรตรมฺปิ กาลํ สทิสาการํ รูปปฺปวตฺตึ สนฺตาเนติ อุปาทินฺนกสนฺนิสฺสเยน วินา, ปเคว อิตรถา. เตนาห ‘‘อนุปาทินฺนปกฺเข ฐตฺวาปี’’ติ, มํสวินิมุตฺตเกสโลมนขจมฺมขิลติลกาทิวเสน ชีวมานสรีเร อญฺญตฺถ มตกเฬวราทิวเสนาติ อธิปฺปาโย. รูปสฺส นิพฺพตฺติยา ทิฏฺฐาย ตสฺส ภงฺโคปิ ทิฏฺโฐเยว โหติ อิตฺตรกาลตฺตา ธมฺมปฺปวตฺติยาติ อาห ‘‘นิพฺพตฺตึ ปสฺสนฺโต กาเลน รูปํ สมฺมสติ นามา’’ติ. น หิ นิพฺพตฺติมตฺตทสฺสนํ สมฺมสนํ นาม โหติ, อุทยพฺพยทสฺสนญฺจ อธิกตนฺติ. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ นิพฺพตฺติคฺคหเณสุ.

อรูปนิพฺพตฺติปสฺสนาการกถาวณฺณนา

๗๐๕. โลกิยจิตฺตุปฺปาทวเสเนวาติ อวธารณํ อิตรสฺส อวิสยตฺตา.

นิพฺพตฺตติ ตํตํภววเสน. ตเทว เอกูนวีสติปฺปเภทํ จิตฺตํ ภวงฺควเสน นิพฺพตฺตตีติ สมฺพนฺโธ. ตถา จุติวเสน ตทารมฺมณวเสนาติ เอตฺถาปิ. ตตฺถาติ เตสุ เอกูนวีสติจิตฺตุปฺปาเทสุ. อนนฺตรจิตฺตโต ปฏฺฐายาติอาทินาปิ ปวตฺติเยว วุตฺตา.

โส ปน ปฏิสนฺธิจิตฺตานํเยว ปวตฺติยํ ปวตฺตนากาโรติ สุทฺธปฺปวตฺติจิตฺตานํ อุปฺปตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปวตฺเต ปนา’’ติอาทิมาห. อสมฺภินฺนตฺตาติ อวินฏฺฐตฺตา. ‘‘อสมฺภินฺนตฺตา จกฺขุสฺสา’’ติอาทินา สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘จกฺขุปสาทสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ฐิติปฺปตฺตเมวา’’ติ อิมินา ยถา นิรุชฺฌมานํ รูปํ กสฺสจิ ปจฺจโย น โหติ, เอวํ อุปฺปชฺชมานมฺปีติ ทสฺเสติ. จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชตีติ สมฺพนฺโธ. เอวํ เสเสสุปิ. กามาวจรกุสลากุสลกิริยจิตฺเตสุ เอกํ วา ปญฺจ, สตฺต วา ชวนานิ หุตฺวา อุปฺปชฺชตีติ สมฺพนฺโธ. อุเปกฺขาสหคตาเหตุกํ จิตฺตํ วาติ วา-สทฺทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. โวฏฺฐพฺพนญฺหิ สนฺธาย เอวํ วุตฺตํ, ตํ ปน ทุติยโมฆวารวเสน เวทิตพฺพํ. ปญฺจ ชวนานิ สุตฺตมุจฺฉิตาทิกาเล, สตฺต ปากติกกาเล เวทิตพฺพานิ. ชวนารมฺมณานุรูปนฺติ ‘‘ติเหตุกํ เจ ชวนํ, ติเหตุกํ, ทฺวิเหตุกํ วา’’ติอาทินา, ‘‘อิฏฺฐํ เจ อารมฺมณํ, โสมนสฺสสหคต’’นฺติอาทินา จ ชวนสฺส, อารมฺมณสฺส จ อนุรูปํ. เสสทฺวาเรสูติ โสตทฺวาราทิเสสทฺวาเรสุ.

อนุกฺกเมนาติ อุทยพฺพยญาณาธิคมานุกฺกเมน ปญฺญาภาวนํ สมฺปาเทติ อรหตฺตํ อธิคจฺฉติ.

รูปสตฺตกสมฺมสนกถาวณฺณนา

๗๐๖. รูเปสุ มนสิการสตฺตกํ รูปสตฺตกํ, รูปธมฺเมสุ สตฺตหากาเรหิ มนสิ กาโรตีติ อตฺโถ. เอวํ อรูปสตฺตกมฺปิ เวทิตพฺพํ. อิเมหิ อากาเรหีติ อิเมหิ อาทานนิกฺเขปนมนสิการาทิปฺปกาเรหิ, อิเมหิ วา ยถาวุตฺตโกฏฺฐาเสหิ. อาโรเปตฺวาติ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา.

อาทานนิกฺเขปนโตติ ภวสฺส คหณวิสฺสชฺชนโต, ชาติโต, มรณโต จาติ อตฺโถ. วโยวุฑฺฒตฺถคามิโตติ วยสา วุฑฺฒสฺส อตฺถคามิภาวโต, อตฺถงฺคมโต อิจฺเจว อตฺโถ. อาหารโตติ อาหารเหตุ, รูปสฺส ปจฺจยภูตอาหารโตติ อตฺโถ. อยโลหาทิภูมิปาสาณาทิเภทํ วิวิธวณฺณสณฺฐานํ กมฺมานเปกฺขํ สภาวสิทฺธํ รูปํ ธมฺมตารูปํ. สตฺตาติ สตฺตธา สตฺตหากาเรหิ. วิปสฺสตีติ ตํ ตํ โกฏฺฐาสํ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา วิปสฺสติ สมฺมสติ.

‘‘ภาราทานํ ทุขํ โลเก’’ติ วจนโต ขนฺธภารสฺส อาทิโต คหณนฺติ กตฺวา ‘‘อาทานนฺติ ปฏิสนฺธี’’ติ อาห. ‘‘สพฺเพว นิกฺขิปิสฺสนฺติ, ภูตา โลเก สมุสฺสย’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๒๒๐; สํ. นิ. ๑.๑๘๖) ปน วจนโต ขนฺธภารนิกฺเขโปติ กตฺวา ‘‘นิกฺเขปนนฺติ จุตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘โย จิรํ ชีวติ, โส วสฺสสต’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๗; สํ. นิ. ๑.๑๔๕-๑๔๖; อ. นิ. ๗.๗๔) วจนโต ตโต อูนาธิกภาโว อปฺปมาณนฺติ วุตฺตํ ‘‘เอกํ วสฺสสตํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา’’ติ. เอตฺถนฺตเร สพฺเพ สงฺขาราติ เอตสฺมึ อาทานนิกฺเขปนฺตเร ปวตฺตา สพฺเพ ภูตุปาทายรูปปฺปเภทา สงฺขารา. รูปธมฺเมสุ หิ อิทํ สมฺมสนวิธานนฺติ. ‘‘อนิจฺจา’’ติ คหิตมตฺตํ ยุตฺติโต หทเย ปติฏฺฐาปนตฺถํ ‘‘กสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุปฺปาทวยวตฺติโตติ อุปฺปชฺชนวเสน, นิรุชฺฌนวเสน จ ปวตฺตนโต, อหุตฺวา สมฺภวโต หุตฺวา วยูปคมนโตติ อตฺโถ. วิปริณามโตติ สนฺตานสฺส ปุริมุตฺตรวิสทิสภาวโตติ วทนฺติ. ตํ วสฺสสตปริจฺฉินฺเน รูเป อิทํ สมฺมสนนฺติ อธิปฺปาเยเนว วุตฺตํ สิยา, ชรามรเณน วิปริณาเมตพฺพโตติ อตฺโถ. อสติปิ ธมฺมเภเท อวตฺถาเภโท อิจฺฉิตพฺโพ. น หิ อุปฺปาทาวตฺถา เอว ภงฺคาวตฺถาติ ยุตฺตา. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ชราย เจว มรเณน จาติ เทฺวธา ปริณามปกติตายา’’ติ. สภาววิคโม เอว วา เอตฺถ วิปริณาโม. ขณิกตา ตาวกาลิกตา. นิจฺจสภาวาภาโว เอว นิจฺจปฏิกฺเขโป. อนิจฺจธมฺมา หิ เตเนว อตฺตโน สภาเวน ชานนฺตานํ นิจฺจตํ ปฏิกฺขิปนฺติ นาม. ยโต น นิจฺจนฺติ อนิจฺจํ, อุปฺปาทกฺขเณ ยทวตฺถา สงฺขารา, น ตทวตฺถา ฐิติกฺขเณติ อวตฺถนฺตรปฺปตฺติยา ญายติ เตสํ กิลมนากาโรติ อาห ‘‘ฐิติยํ ชราย กิลมนฺตี’’ติ, สฺวายมตฺโถ ปากฏชราย เวทิตพฺโพ. เย ปน สงฺขารานํ ฐิตึ น สมฺปฏิจฺฉนฺติ, ตตฺถ วตฺตพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. ธมฺมานํ สภาโว นาม ทุรติกฺกโม ชรานนฺตรํ ภงฺโคติ อาห ‘‘ชรํ ปตฺวา อวสฺสํ ภิชฺชนฺตี’’ติ. ตสฺมาติ ยสฺมา อุปฺปาทชราภงฺควเสน สงฺขารานํ นิรนฺตรพาธตา, ตโต จ เนสํ ทุสฺสหตาย ทุกฺขมตา, ติสฺสนฺนํ ทุกฺขตานํ, สํสารทุกฺขสฺส จ อธิฏฺฐานตาย ทุกฺขวตฺถุตา, ตสฺมา. อภิณฺห…เป… ทุกฺขาติ โยชนา.

‘‘สุขปฏิกฺเขปโต’’ติ อิทํ วุตฺตนยเมว. ฐิตึ มา ปาปุณนฺตุ, อุปฺปชฺชมานากาเรเนว ปวตฺตนฺตูติ อธิปฺปาโย. ‘‘อุปฺปนฺนา’’ติ อิมินา อุปฺปาทกฺขณสมงฺคิตา วุตฺตา. ฐานปฺปตฺตา มา ชีรนฺตูติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ อตฺถโต ฐิติ เอว ชราติ? สจฺจเมตํ, ชราวเสน ปน โย กิลมโถ, โส อิธ ชราคฺคหเณน คหิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. มา ภิชฺชนฺตูติ นิจฺจตํ อาสีสติ. กสฺสจิ ธมฺมิสฺสรสฺสาปิ ภควโต วสวตฺติภาโว นตฺถิ. น หิ ลกฺขณญฺญถตฺตํ เกนจิ กาตุํ สกฺกา. ภาวญฺญถตฺตเมว หิ อิทฺธิวิสโย. สุญฺญา สงฺขารา เตน ตีสุ ฐาเนสุ วสวตฺตนากาเรน. ตสฺมาติ วุตฺตการณปรามสนํ. สุญฺญโตติ นิวาสีการกเวทกอธิฏฺฐายกวิรเหน ตโต สุญฺญโต, น นิสฺสภาวโตติ เอกจฺจปริกปฺปิตสภาวสุญฺญโต. อสฺสามิกโตติ สามิภูตสฺส กสฺสจิ อภาวโต. เอเตน อนตฺตนิยตํ ทสฺเสติ. อวสวตฺติโตติ ยถาวุตฺตวสวตฺติภาวาภาวโต. อตฺตปฏิกฺเขปโตติ ปรปริกปฺปิตสฺส อตฺตโน ปฏิกฺขิปนโต. ‘‘สุญฺญโต’’ติอาทินา หิ ธมฺมานํ พาหิรกปริกปฺปิตอตฺตวิรโห วุตฺโต, อิมินา ปน อตํสภาวโต อตฺตา น โหตีติ.

๗๐๗. เอตฺถ จ ‘‘อุปฺปาทวยวตฺติโต’’ติอาทินา จตูหิ การเณหิ อนิจฺจา, ‘‘อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนโต’’ติอาทินา จตูหิ การเณหิ ทุกฺขา, ‘‘สุญฺญโต’’ติอาทินา จตูหิ การเณหิ อนตฺตาติ รูปธมฺเม นิรุฬฺหํ ลกฺขณตฺตยํ ปุพฺเพ อตฺตนา อสลฺลกฺขิตํ สลฺลกฺเขตฺวา สมฺมสนฺโต ตํ ตตฺถ อาโรเปตีติ วุจฺจติ. ตถา ปนาเนน อาทานนิกฺเขปนวเสน สมฺมสิตตฺตา อาห ‘‘รูเป ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา’’ติ.

ตตฺถ จ ยสฺมา อนิจฺจลกฺขณคฺคหณปุพฺพกํ ทุกฺขลกฺขณคฺคหณํ, ทุกฺขลกฺขณคฺคหณปุพฺพกํ วา อนตฺตลกฺขณคฺคหณํ. อนิจฺจลกฺขณญฺเจตฺถ รูปเภเทน ทสฺสิยมานํ ยโถฬาริกโต ทีเปตพฺพนฺติ ตํ วสฺสสตปริจฺเฉเทน ปฐมํ ทสฺเสนฺเตน วสฺสสตํ ฐิตสฺส ‘‘ทส วา วีสติ วา’’ติอาทินา วิภชิตฺวา อนุกฺกเมน ยาวอุทฺธรณาทิโกฏฺฐาสวเสน รูปสฺส ภงฺคํ ทิสฺวา ตโต ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา’’ติ ติลกฺขณาโรปนํ วโยวุฑฺฒตฺถงฺคมโต สมฺมสนนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตเมว วสฺสสต’’นฺติอาทินา วยวเสน รูปสฺส สมฺมสนวิธิ อารทฺโธ. ตตฺถ ยสฺมา โอฬาริกวเสเนวายํ อาทิโต รูปเภโท คยฺหติ, ตสฺมา น วสฺสสตํ สมโกฏฺฐาสวเสน วิภตฺตํ, มชฺฌิมาวตฺถาย วา ตถารูปตฺตา มชฺฌิมวเย เอกํ วสฺสํ วฑฺฒิตํ.

๗๐๘. มนฺทตาพาหุลฺเลน ปวตฺตํ วสฺสานํ ทสกํ มนฺททสกํ. เอส นโย เสเสสุปิ.

ตทาติ ปฐเม วสฺสทสเก. โสติ ปุคฺคโล. จปโลติ อนวฏฺฐิตกิริยตาย ตรโล. เตน โมมูหภาวโต วิเสเสติ. น เหส นวมทสเก วิย โมมูหภาเวน มนฺโท, อถ โข จปลตายาติ. เตนาห ‘‘กุมารโก’’ติ. ตติเย ทสเก มํสปาริปูริยา ยถารหํ ฉวิวณฺโณ วิปฺปสีทตีติ อาห ‘‘วณฺณายตนํ เวปุลฺลํ ปาปุณาตี’’ติ. จตุตฺเถ ทสเก อฏฺฐีนํ, นฺหารูนญฺจ ถิรภาวปฺปตฺติยา พลญฺจ ถาโม จ เวปุลฺลํ ปาปุณาติ. ปญฺจเม ทสเก โยพฺพนมทสฺส ทูรีภาเวน เยภุยฺเยน กิเลสตนุตาย ปญฺญา ยถารหํ สุวิสทา โหติ. ขิฑฺฑาย รติ ขิฑฺฑารติ. กปลฺลิกาทินิสฺสยวิเสเสน ปทีปสฺส สุทฺธตาทิ วิย นิสฺสยวิเสเสน ปญฺจมฉฏฺฐทสเกสุ ปญฺญาย พุทฺธิหานิโย เวทิตพฺพา. ปุรโต ปพฺภาโร โหติ กฏิสนฺธิคีวาสนฺธีนํ วเสน รสฺสสฺสาปิ, ปเคว ทีฆสฺส. ปพฺภาโรติ จ ครุภาเวน ปลมฺพโก. โมมูโห โหติ สติปญฺญาวิปฺปวาสโต. สยนพหุโลว โหติ ฐานาทิวเสน สรีรภารํ วหิตุํ อสกฺโกนฺโต.

๗๐๙. ติณฺณํ ติณฺณํ วสฺสานนฺติ เยภุยฺยตาย วุตฺตํ. จตุวสฺสิโกปิ หิ เอโก โกฏฺฐาโส โหตีติ. ทฺวิสตํ โกฏฺฐาเส กตฺวา เอเกกอยนวเสนาติปิ เวทิตพฺพํ.

วสฺสาเน ปวตฺตรูปนฺติ สมฺพนฺโธ.

ตํ ปน วสฺสานํ ทฺวิธา สมตฺตํ, น ปุพฺเพ วิย จตุมาสนฺติ อาห ‘‘เทฺวมาส’’นฺติ. อจฺจนฺตสํโยเค เจตํ อุปโยควจนํ. โส ปน วสฺสาโน อุตุ สาวณโปฏฺฐปาทมาสา, อสฺสยุชกตฺติกมาสา สรโท, มิคสิรผุสฺสมาสา เหมนฺโต, มาฆผคฺคุนมาสา สิสิโร, จิตฺตเวสาขมาสา วสนฺโต, เชฏฺฐาสฬฺหมาสา คิโมฺห อุตูติ เวทิตพฺโพ. ฉ โกฏฺฐาเส กตฺวาติ ทสทสนาฏิกาวเสน ฉ โกฏฺฐาเส กตฺวา.

๗๑๐. อภิมุขํ ปุรโต กมนํ อภิกฺกโม. ปฏินิวตฺตนวเสน กมนํ ปฏิกฺกโม. อามุขํ โลกนํ อาโลกนํ. วิวิธํ อิโต จิโต จ โลกนํ วิโลกนํ. หตฺถปาทานํ สงฺกุจนํ สมิญฺชนํ. อายมนํ ปสารณํ.

ปาทุทฺธรณกาเลติ ทุติยปาทุทฺธรณกาเล. ปาทสฺสาติ อุทฺธฏปาทสฺส. โอมตฺตาติ สตฺติโต หีนปฺปมาณา. เตนาห ‘‘มนฺทา’’ติ. อิตราติ เตโชวาโยธาตุโย. ยถา ปาทสฺส อุทฺธรณํ สิชฺฌติ, ตถา ปวตฺตจิตฺตสมุฏฺฐานรูเปสุ เอกํสโต เตโชวาโยธาตูนํ อธิมตฺตตา อิจฺฉิตพฺพา สลฺลหุกสภาวตาย ตาสํ. ตโต เอว จ อิตราสํ โอมตฺตตา ครุสภาวตฺตา. ตํสมฺพนฺธตฺตา ปน เสสํ ติสมุฏฺฐานรูปํ ตคฺคติกเมว โหติ. กายวจีวิญฺญตฺติปวตฺติยํ วาโยปถวีอธิมตฺตตา อิมสฺส อตฺถสฺส นิทสฺสนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปุรโต หรเณ, ปจฺฉโต หรเณ จ อุทฺธรเณ วิย สลฺลหุกสภาวรูปปฺปวตฺตีติ ตาสํเยว ทฺวินฺนํ ธาตูนํ อธิมตฺตตา อิจฺฉิตพฺพาติ อาห ‘‘ตถา อติหรณวีติหรเณสู’’ติ. ยถา อุทฺธรณาทีสุ สลฺลหุกสภาวตฺตา ปจฺฉิมานํ ทฺวินฺนํ ธาตูนํ กิจฺจํ อธิกํ โหติ, อิตราสํ หีนํ, เอวํ โวสฺสชฺชนาทีสุ ตีสุ ครุสภาวตฺตา ปุริมานํ ทฺวินฺนํ กิจฺจํ อธิกํ โหติ, อิตราสํ หีนนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โวสฺสชฺชเน’’ติอาทิ.

ตทุปาทายรูปานีติ ตา ธาตุโย นิสฺสาย ปวตฺตอุปาทารูปานิ. เอตฺเถวาติ อุทฺธรเณเยว. เตนาห ‘‘อติหรณํ อปฺปตฺวา’’ติ. อิตีติ เอวํ. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ ตสฺมึ อุทฺธรณาทิโกฏฺฐาเส. ปพฺพํปพฺพนฺติอาทิ เตสํ ธมฺมานํ โกฏฺฐาสนฺตรสงฺกราภาวทสฺสนํ. ตฏตฏายนฺตาติ ตฏตฏายนฺติ วิย, เตน เนสํ ปวตฺติกฺขณสฺส อิตฺตรตํ ทสฺเสติ.

๗๑๑. อสฺสาติ สมฺมสนสฺส. ทารุติณุกฺกาทีสูติ ทารุอุกฺกาติณุกฺกาทีสุ. ‘‘กึ อนฺธพาล เอกฆนํ สตตํ สพฺพทาภาวึ เอกนฺติ มญฺญสี’’ติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘กิเมตฺถ มนาป’’นฺติ. อิทมฺปีติ ยทิทํ เตลวฏฺฏิกฺขเยน ปทีปสฺส อปญฺญายนํ วุตฺตํ, อิทมฺปิ. องฺคุลงฺคุลนฺตเรติ องฺคุลิยา มิตํ องฺคุลนฺติ องฺคุลปฺปมาเณ ปเทเสติ อตฺโถ. ตนฺตุโน อวยวเลสภูตํ ปรมสุขุมภาวปฺปตฺตํ อํสุํ สนฺธายาห ‘‘อํสุํ ปน มุญฺจิตฺวา’’ติ.

ตตฺถาติอาทิ อุปมาสํสนฺทนํ. ตตฺถ กามํ อุปเมยฺเย วิย อุปมายํ ปากโฏ กาลเภโท นตฺถิ, เอกโกฏฺฐาสคตํ ปน โกฏฺฐาสนฺตรํ น ปาปุณาตีติ เอตฺตาวตา อุปมาภาโว เวทิตพฺโพ. อุปมายมฺปิ วา ตาว ยาวาติ กาลสฺส เภทมตฺตา ลพฺภเตวาติ ตสฺสา คหเณ กาลเภทวเสนาปิ อุปมา โยเชตพฺพา.

๗๑๒. ปุพฺเพ อาทานนิกฺเขปาทิวเสน จตุสนฺตติรูปํ สงฺฆริตฺวา ทสฺสิตํ, อิทานิ อาหารสมุฏฺฐานาทิวเสน ภินฺทิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ตเทว รูปํ วิสงฺขริตฺวา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ วิสงฺขริตฺวา วิภชิตฺวา. ‘‘วิสงฺฆริตฺวา’’ติ วา ปาโฐ, อยเมวตฺโถ. อาหารมยนฺติ อาหาเรน นิพฺพตฺตํ. ฌตฺตนฺติ มิลาตํ. กิลนฺตนฺติ ขินฺนํ. ธาตนฺติ ติตฺตํ. ปีณิตนฺติ มํสูปจยสมฺปตฺติยา ปีณิตํ. ตโต เอว มุทุ. สินิทฺธนฺติ สินิทฺธจฺฉวิตาย สณฺหํ. ตโต เอว ผสฺสวนฺตํ.

๗๑๓. อุณฺหกาเล สมุฏฺฐิตํ รูปนฺติ อุณฺหสนฺตาเปน สนฺตตฺตํ รูปํ สนฺธายาห. สีตอุตุนาติ สปฺปาเยน สีตอุตุนา.

๗๑๔. อายตนทฺวารวเสนาติ อายตนสงฺขาตทฺวารวเสน. กมฺมทฺวารนิวตฺตนตฺถํ อายตนคฺคหณํ. กายทฺวาเรติ ปสาทกายทฺวาเร. มโนทฺวารํ นาม สาวชฺชนํ ภวงฺคํ. ตสฺส นิสฺสยภาวโต หทยวตฺถุํ สนฺธาย นิสฺสิตโวหาเรน ‘‘มโนทฺวาเร’’ติ วุตฺตํ, ยตฺถ มโนทฺวารุปฺปตฺติ.

๗๑๕. โสมนสฺสิตโทมนสฺสิตวเสนาติ โสมนสฺสิตโทมนสฺสิตปุคฺคลวเสน, โสมนสฺสิตโทมนสฺสิตกาลวเสน วา.

อยมตฺโถติ อยํ อิทานิ วุจฺจมาโน สงฺขารานํ อติอิตฺตรขณตาสงฺขาโต อตฺโถ.

ชีวิตนฺติ ชีวิตินฺทฺริยํ. สุขทุกฺขาติ สุขทุกฺขเวทนา. อุเปกฺขาปิ หิ สุขทุกฺขาสุ เอว อนฺโตคธา อิฏฺฐานิฏฺฐภาวโต. อตฺตภาโวติ ชีวิตเวทนาวิญฺญาณานิ ฐเปตฺวา อวสิฏฺฐธมฺมา วุตฺตา. สญฺญาติ เกจิ. เกวลาติ อตฺตนา นิจฺจภาเวน วา อโวมิสฺสา. เอกจิตฺตสมายุตฺตาติ เอเกเกน จิตฺเตน สหิตา. ลหุโส วตฺตเต ขโณติ วุตฺตนเยน เอกจิตฺตกฺขณิกตาย ลหุโก อติอิตฺตโร ชีวิตาทีนํ ขโณ วตฺตติ.

จุลฺลาสีติสหสฺสานิ กปฺปนฺติ จตุราสีติสหสฺสปริมาณํ กปฺปํ, อจฺจนฺตสํโยเค เอตํ อุปโยควจนํ. กปฺปนฺติ จ สามญฺญวเสน เอกวจนํ. มรูติ เทวา. ทฺวีหิ จิตฺเตหิ สโมหิตาติ เอวํ จิรชีวิโนปิ เต ทฺวีหิ จิตฺเตหิ สหิตา หุตฺวา น ติฏฺฐนฺติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เตสมฺปิ สนฺตาเน ชีวิตาทีนิ ทฺวีหิ จิตฺเตหิ สห น ติฏฺฐนฺติ, เอเกน จิตฺเตน สห อุปฺปนฺนานิ เตเนว สห นิรุชฺฌนโต ยาว ทุติยา น ติฏฺฐนฺตีติ.

เย นิรุทฺธา มรนฺตสฺสาติ จวนฺตสฺส สตฺตสฺส จุติจิตฺเตน สทฺธึ นิรุทฺธาติ วตฺตพฺพา เย ขนฺธา. ติฏฺฐมานสฺส วา อิธาติ เย วา อิธ ปวตฺติยํ ติฏฺฐนฺตสฺส ธรนฺตสฺส ภงฺคปฺปตฺติยา นิรุทฺธกฺขนฺธา. สพฺเพปิ สทิสา เต สพฺเพปิ เอกสทิสา อตฺถงฺคตา อปฺปฏิสนฺธิกา ปุน อาคนฺตฺวา ปฏิสนฺธานาภาเวน วิคตา. ยถา หิ จุติกฺขนฺธา น นิพฺพตฺตนฺติ, เอวํ ตโต ปุพฺเพปิ ขนฺธา. ตสฺมา เอกจิตฺตกฺขณิกํ สตฺตานํ ชีวิตนฺติ อธิปฺปาโย.

อนนฺตรา จ เย ภคฺคาติ เย สงฺขารา อนนฺตรเมว ภคฺคา นิรุทฺธา. เย จ ภคฺคา อนาคเตติ เย จ สงฺขารา อนาคเต ภคฺคา ภญฺชนสีลา ภิชฺชิสฺสนฺติ. ตทนฺตรา นิรุทฺธานนฺติ เตสํ อตีตานาคตานํ อนฺตรา เวมชฺเฌ ปจฺจุปฺปนฺนตํ ปตฺวา นิรุทฺธานํ ภคฺคานํ. เวสมํ นตฺถิ ลกฺขเณติ เตสํ ติวิธานมฺปิ ภงฺคลกฺขณนิมิตฺตํ วิสมตา วิสทิสตา นตฺถิ.

อนิพฺพตฺเตน น ชาโตติ อนุปฺปนฺเนน จิตฺเตน ชาโต น โหติ, อชาโต นาม โหติ. ปจฺจุปฺปนฺเนน วตฺตมาเนน จิตฺเตน ชีวติ ชีวมาโน นาม โหติ. จิตฺตภงฺคา มโต โลโกติ จุติจิตฺตสฺส วิย สพฺพสฺสปิ ตสฺส ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคปฺปตฺติยา อยํ โลโก ปรมตฺถโต มโต นาม โหติ นิรุทฺธสฺส อปฺปฏิสนฺธิกตฺตา. เอวํ สนฺเตปิ ปญฺญตฺติ ปรมตฺถิยา ยายํ ตํ ตํ สนฺตํ สนิสฺสยํ จิตฺตํ อุปาทาย ‘‘ติสฺโส ชีวติ, ผุสฺโส ชีวตี’’ติ เอวํ วจนปฺปวตฺติยา วิสยภูตา สนฺตานปญฺญตฺติ, สา เอตฺถ ปรมตฺถิยา ปรมตฺถภูตา. ตถา หิ วทนฺติ ‘‘นามโคตฺตํ น ชีรตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๗๖).

อนิธานคตา ภคฺคาติ เย ภคฺคา, น เต กตฺถจิ นิธานํ คตา, อถ โข อภาวเมว คตา. ปุญฺโช นตฺถิ อนาคเต ยโต อาคจฺเฉยฺยุํ วตฺตมานภาวํ. นิพฺพตฺตา เยปีติ เย ปฏิลทฺธตฺตภาวา ปจฺจุปฺปนฺนา, เตปิ อารคฺเค สาสปูปมา ติฏฺฐนฺติ. ยถา นาม สูจิยํ ฐิตายํ สาสโป ขิตฺโต ตสฺสา สิขํ ผุฏฺฐมตฺโต วิคจฺฉติ น ติฏฺฐติ, เอวํ สงฺขารา อุปฺปชฺชิตฺวา ภิชฺชนฺติ, น เตสํ อวฏฺฐานํ อตฺถีติ.

ภงฺโค เนสํ ปุรกฺขโตติ เตสํ นิพฺพตฺตธมฺมานํ ภงฺโค นาม ปุรโต เอว กโต, เอกํสภาวี น อปสกฺกตีติ อตฺโถ. ปุราเณหีติ ปุริมเกหิ อตีเตหิ.

อทสฺสนโตติ อปสฺสิตพฺพโต. อายนฺตีติ อาคจฺฉนฺติ. ‘‘อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ อิมินาปิ กุโตจิ ราสิโต อาคมนาภาวเมวาห. ภคฺคา คจฺฉนฺตุทสฺสนนฺติ ภคฺคาปิ กตฺถจิ อุปคมนาภาวโต สพฺเพน สพฺพํ อทสฺสนํ อภาวเมว คจฺฉนฺติ. ตตฺถ นิทสฺสนมาห ‘‘วิชฺชุปฺปาโท…เป… วยนฺติ จา’’ติ.

๗๑๖. ‘‘วิวฏฺฏกปฺปโต ปฏฺฐาย อุปฺปชฺชนกรูป’’นฺติ อิมินา สยเมว อุปฺปชฺชนกธมฺมตาย ‘‘ธมฺมตารูป’’นฺติ อนฺวตฺถนามตํ ทสฺเสติ. อยโลหาทีสุ อโย นาม กาฬโลหํ. โลหํ นาม ชาติโลหํ วิชาติโลหํ กิตฺติมโลหํ ปิสาจโลหนฺติ จตุพฺพิธํ. ตตฺถ อโย รชตํ สุวณฺณํ ติปุ สีสํ ตมฺพโลหํ เวกนฺตกโลหนฺติ อิมานิ สตฺต ชาติโลหานิ. นาคนาสิกโลหํ วิชาติโลหํ. กํสโลหํ วฏฺฏโลหํ หารกูฏนฺติ ตีณิ กิตฺติมโลหานิ. โมรกฺขกาทิ ปิสาจโลหํ. ตตฺถ ตมฺพโลหํ เวกนฺตกนฺติ อิเมหิ ทฺวีหิ ชาติโลเหหิ สทฺธึ เสสํ สพฺพมฺปิ อิธ ‘‘โลห’’นฺติ คหิตนฺติ. ติปูติ เสตติปุ. สีสนฺติ กาฬติปุ. สุวณฺณํ อากรุปฺปนฺนรสวิทฺธาทิเภทํ. มุตฺตา สามุทฺทิกมุตฺตาทิ. มณีติ เวฬุริยโลหิตงฺคมสารคลฺลานิ ฐเปตฺวา อวเสโส สพฺโพ มณิวิเสโส. เวฬุริโย วํสวณฺณมณิ. สงฺโข สามุทฺทิกสงฺโข. สิลาติ กาฬสิลาปณฺฑุสิลาทิเภทา สพฺพาปิ รตนสมฺมตสิลา. ปวาฬํ นาม วฏฺฏุมํ วิทฺธมํ. โลหิตงฺคํ รตฺตมณิ. มสารคลฺลํ กพรมณิ. ภูมิอาทโย ปากฏาว. ตทสฺสาติ ตํ ธมฺมตารูปํ อสฺส โยคิโน.

ตรุณปลฺลววณฺณนฺติ อมฺพาทีนํ ตรุณปลฺลเวน สมานวณฺณํ. สภาครูปสนฺตตินฺติ วณฺณาทินา สมานภาคํ รูปสนฺตานํ. อนุปฺปพนฺธาปยมานนฺติ เหตุผลปรมฺปราย สมฺพนฺธนวเสน ปวตฺตนฺติ.

โสติ โยคี. ตนฺติ อโสกรุกฺขปณฺณํ. ปริคฺคเหตฺวาติ ญาเณน ปริจฺฉิชฺช คเหตฺวา. อิมินา นเยนาติ อิมินา อโสกปณฺเณ วุตฺเตน นเยน. สพฺพมฺปิ อยโลหาทิเภทํ ธมฺมตารูปํ. ตมฺปิ หิ สีตกาเล สีตลํ, อุณฺหกาเล สูริยสนฺตาเปน อุณฺหตรํ โหติ. ตตฺถ สีตภาเวน ปวตฺตํ รูปํ อุณฺหํ อุณฺหภาเวน ปวตฺตํ รูปํ สีตํ น ปาปุณาติ. ตตฺถ ตตฺเถว ตฏตฏายนฺตํ ภิชฺชตีติอาทินา โยเชตพฺพํ.

อรูปสตฺตกสมฺมสนกถาวณฺณนา

๗๑๗. กลาปโตติ อรูปธมฺมกลาปโต.

ยสฺมา ตตฺถ ผสฺสปญฺจมกา ธมฺมา สพฺพจิตฺตุปฺปาทสาธารณา สุปากฏา, สุวิญฺเญยฺยา จ, ตสฺมา เตสํ วเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘กลาปโตติ ผสฺสปญฺจมกา ธมฺมา’’ติ อาห. เย อิเม สมฺมสเน อุปฺปนฺนา ผสฺสปญฺจมกา ธมฺมา, สพฺเพ เต วินฏฺฐาติ สมฺพนฺโธ.

ปวตฺตํ จิตฺตนฺติ สตฺตสุ ฐาเนสุ สมฺมสนวเสน ปวตฺตํ จิตฺตํ. สมฺมสนฺโตติ เอกชฺฌํ คเหตฺวา สมฺมสนฺโต. ตํ ยุตฺตตรนฺติ ตํ อริยวํสกถายํ วุตฺตํ ยุตฺตตรํ อาสนฺนภาเวน วิภูตตรํ รูปสตฺตเก สมฺมสนํ สห คเหตฺวา สมฺมสนสฺส วุตฺตตฺตา. อปิจ รูปสตฺตเก สมฺมสนสฺส รูปธมฺเมสุ สาติสยํ ฆนวินิพฺโภคํ กตฺวา ปวตฺตตฺตา ตพฺพิสยํ อรูปสมฺมสนํ สาติสยํ อนิจฺจาทิลกฺขณปฺปฏิเวธาย สมฺปวตฺตตีติ ตํ ยุตฺตตรํ, น ปน อปุพฺพเกสาทิสมฺมสนํ กตฺวา ตพฺพิสยํ ปวตฺติตํ. ตถา สติ กมฺมฏฺฐานํ นวํ นวํ เอว สิยา, ปุพฺเพ คหิตํ สมฺมสนวิสยํ ฉฑฺเฑตฺวา อญฺญสฺส สมฺมสนวิสยสฺส คณฺหนโต. เสสานิปีติ ยมกโต สมฺมสนาทีนิปิ. เตเนวาติ อริยวํสกถานเยเนว.

๗๑๘. ตมฺปิ จิตฺตนฺติ อาทานนิกฺเขปโต สมฺมสนวเสน ปวตฺตจิตฺตุปฺปาทมฺปิ. จิตฺตสีเสน หิ นิทฺเทโส. เอส นโย สพฺพตฺถ. ยมกโต สมฺมสติ นาม นามรูปธมฺเม อารพฺภ ยุคฬวเสน สมฺมสนสฺส ปวตฺตนโต. อยญฺหิ ปุพฺเพ รูปสตฺตกวเสน สมฺมสิตฺวา ฐิโตปิ อิทานิ อาทานนิกฺเขปาทิวเสน สมฺมสิตฺวาว ตํ สมฺมสติ. ขณิกโต สมฺมสนาทีสุปิ เอเสว นโย.

๗๑๙. เอตมฺปีติ เอตํ จตุตฺถสมฺมสนจิตฺตมฺปิ. ปฐมจิตฺตนฺติ อาทานนิกฺเขปาทิวเสน รูปํ สมฺมสิตจิตฺตํ, ยํ รูปปริคฺคาหกจิตฺตนฺติ อธิปฺเปตํ. สมฺมสิตสมฺมสิตจิตฺตสมฺมสเนน เตสํ ขณิกภาวสฺส วิภาวนโต อิทํ สมฺมสนํ ‘‘ขณิกโต สมฺมสน’’นฺติ วุตฺตํ.

๗๒๐. อิทเมว จ สมฺมสนํ ทิคุณิตํ อเนกสมฺมสนปฏิปาฏิสมฺภวโต ‘‘ปฏิปาฏิโต สมฺมสน’’นฺติ วุตฺตํ. วฏฺเฏยฺยาติ สมฺภเวยฺย. ตถา สติ ปฏิปาฏิสมฺมสนปสุตา เอว ภาวนา สิยา, น มูลกมฺมฏฺฐานุปการี, น จายํ สมาปตฺติจาโร. ยสฺมา จ ตตฺตเกน รูปธมฺเมสุ, อรูปธมฺเมสุ จ อนิจฺจาทิลกฺขณานิ สุฏฺฐุ วิภูตานิ โหนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ยาว ทสมจิตฺตสมฺมสนา…เป… ฐเปตพฺพ’’นฺติ. ฐเปตพฺพนฺติ จ น เอกาทสมํ ทฺวาทสเมน สมฺมสิตพฺพนฺติ ปฏิปาฏิโต สมฺมสนสฺส ปริจฺเฉททสฺสนปรํ, น ตโต สมฺมสนโต โอรมนทสฺสนปรํ, ตสฺมา ปุนปิ รูปํ ปริคฺคเหตฺวา ยาว ทสมจิตฺตสมฺมสนา ภาวนมนุยุญฺชเตว. วุตฺตนฺติ อริยวํสกถายํ วุตฺตํ.

๗๒๑. วิสุํ สมฺมสนนโย นาม นตฺถีติ อนิจฺจาทิมนสิการวินิมุตฺโต อญฺโญ วิปสฺสนามนสิกาโร นตฺถิ. วิปสฺสนาย จ ทิฏฺฐิอาทิวิกฺขมฺภนา อิธ ทิฏฺฐิอุคฺฆาฏนาทโยติ อธิปฺเปตา. วิปสฺสนาย เอว หิ ปวตฺติวิเสเสน ทิฏฺฐิอุคฺฆาฏนาทโย อิชฺฌนฺตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยํ ปเนต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ สตฺตสญฺญาติ สตฺตา อตฺถีติ อุปฺปชฺชนกสญฺญา. ทุพฺพลาย อตฺตทิฏฺฐิยา สหคตสญฺญาติปิ วทนฺติ. สตฺตสญฺญํ อุคฺฆาฏิตจิตฺเตนาติ สตฺตสญฺญาย วิกฺขมฺภนวเสน ปวตฺตจิตฺเตน ทิฏฺฐิ นุปฺปชฺชติ, สญฺญาวิปลฺลาสเหตุอุปฺปชฺชนกา จิตฺตทิฏฺฐิวิปลฺลาสา ตทภาเวน โหนฺตีติ. มาโน นาม โย ทิฏฺฐูปนิสฺสโย อปายคมนีโย, โส ทิฏฺฐิยา วิกฺขมฺภิตาย วิกฺขมฺภิโต เอว โหติ, ทิฏฺฐิยา สมุจฺฉินฺนาย สมุจฺฉิชฺชนโตติ อาห ‘‘ทิฏฺฐิอุคฺฆาฏิต…เป… มาโน นุปฺปชฺชตี’’ติ. มาโน วิกฺขมฺภิยมาโน ตณฺหาย ปวตฺตึ นิวาเรติ, อภิมตวิสเยสุ เอว ตณฺหาย ปวตฺตนโตติ วุตฺตํ ‘‘มานสมุคฺฆาฏิต…เป… ตณฺหา นุปฺปชฺชตี’’ติ. ตณฺหาติ อิธ สุขุมา นิกนฺติ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘ตณฺหาย…เป… ปริยาทินฺนา นาม โหตี’’ติ.

อยํ นโยติ อิทานิ วุจฺจมาโน สมฺมสนวิธิ.

มม วิปสฺสนาติ อิมสฺสาปิ อตฺตนิยสญฺญิตาย วิปสฺสนาย สามิภูโต อตฺตา ปรามสียตีติ ทิฏฺฐิคาหตาติ ตถา ‘‘คณฺหโต หิ ทิฏฺฐิสมุคฺฆาฏนํ นาม น โหตี’’ติ วุตฺตํ. กามญฺจายํ ทิฏฺฐิวิสุทฺธิกงฺขาวิตรณวิสุทฺธิสมธิคเมน วิสุทฺธทิฏฺฐิโก, มคฺเคน ปน อสมุคฺฆาฏิตตฺตา อโนฬาริกาย จ ทิฏฺฐิยา วเสเนวํ วุตฺตํ.

สุฏฺฐูติ สมฺมา. มนาปนฺติ จ กิริยาวิเสสนํ, มนวฑฺฒนากาเรนาติ อตฺโถ. อุภเยนาปิ วิปสฺสนาวิสยํ อธิมานมาห. เตน วุตฺตํ ‘‘มานสมุคฺฆาโฏ นาม น โหตี’’ติ.

วิปสฺสิตุํ สกฺโกมีติ ตตฺถ สมตฺถตาปเทเสน คุณวิเสสโยคโต วิปสฺสนาย อสฺสาเทตพฺพตา ทสฺสียติ, จิตฺตํ วิปสฺสิตุํ สกฺโกมิ. ตสฺมา วิปสฺสนฺโต เอว กาลํ วีตินาเมสฺสามีติ วิปสฺสนํ อสฺสาเทนฺตสฺสาติ โยชนา.

ยสฺมา ทิฏฺฐิสมุคฺฆาฏนํ นาเมตฺถ วิเสสโต อนตฺตานุปสฺสนาย โหติ, ตสฺมา ตํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘สเจ สงฺขารา’’ติอาทินา อนตฺตานุปสฺสนาวิธึ วตฺวา ยสฺมา ปน อนตฺตโต อนุปสฺสนฺเตน สงฺขารา อนิจฺจโตปิ ทุกฺขโตปิ อนุปสฺสิตพฺพา เอว ตทุปพฺรูหนโต, ตสฺมา ‘‘หุตฺวา อภาวฏฺเฐนา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ยสฺมา มานสมุคฺฆาฏนํ นาม อนิจฺจานุปสฺสนาย โหติ. ขเณ ขเณ ภิชฺชนเก สงฺขาเร ปสฺสนฺตสฺส กุโต มานสฺส อวสโร. อนิจฺจสญฺญา ภาเวตพฺพา อสฺมิมานสมุคฺฆาฏายาติ หิ วุตฺตํ.

ยสฺมา นิกนฺติปริยาทานํ นาม ทุกฺขานุปสฺสนาย โหติ. น หิ สภาวโต, ทุกฺขวตฺถุโต จ ทุกฺขภูเต สงฺขาเร ปสฺสนฺตสฺส ตตฺถ อีสกมฺปิ อภิรโต โหติ. อสฺสาทานุปสฺสิโน หิ ตตฺถ ตณฺหา อุปฺปชฺเชยฺย. เสสํ อนตฺตลกฺขเณ วุตฺตนยเมว. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขปตฺโถ – วุตฺตนเยน ปฏิปาฏิโต สมฺมสนํ ปสุตสฺส โยคิโน ยทา อนตฺตานุปสฺสนา ติกฺขา สูรา วิสทา ปวตฺตติ, อิตรา เทฺวปิ ตทนุคติกา, ตทาเนน ทิฏฺฐิอุคฺฆาฏนํ กตํ โหติ. อตฺตทิฏฺฐิมูลิกา หิ สพฺพา ทิฏฺฐิโย. อนตฺตานุปสฺสนา จ อตฺตทิฏฺฐิยา อุชุปฏิปกฺขา.

ยทา ปน อนิจฺจานุปสฺสนา ติกฺขา สูรา วิสทา ปวตฺตติ, อิตรา เทฺวปิ ตทนุคติกา, ตทาเนน มานสมุคฺฆาฏนํ กตํ โหติ. สติ หิ นิจฺจคาเห มานชปฺปนา ‘‘อิทํ นิจฺจํ, อิทํ ธุว’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๑.๕๐๑) พกพฺรหฺมุโน วิย. อนิจฺจานุปสฺสนา จ นิจฺจคาหสฺส อุชุปฏิปกฺขา.

ยทา ปน ทุกฺขานุปสฺสนา ติกฺขา สูรา วิสทา ปวตฺตติ, อิตรา เทฺวปิ ตทนุคติกา, ตทาเนน นิกนฺติปริยาทานํ กตํ โหติ. สติ หิ สุขสญฺญาย ตณฺหาคาโหว, ทุกฺขานุปสฺสนา จ นิกนฺติยา อุชุปฏิปกฺขา. เอวํ ติสฺสนฺนํ อนุปสฺสนานํ กิจฺจวิเสสวเสน ทิฏฺฐิอุคฺฆาฏนาทีนิ โหนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อิติ อยํ วิปสฺสนา อตฺตโน อตฺตโน ฐาเนเยว ติฏฺฐตี’’ติ. อนุปสฺสนานํ ยถารหํ สกกิจฺจกรณญฺหิ สกฏฺฐาเนเยว ฐานํ, ตสฺมา วิสุํ สมฺมสนนโย นตฺถีติ น วตฺตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.

๗๒๒. สพฺพาการโตติ อิธ วิย เอกเทเสน อวตฺวา สพฺพาการโต สรูปโต, กิจฺจโต จ อนวเสสโต วตฺตพฺพา. อิเธวาติ ตีรณปริญฺญายเมว. เอกจฺจานํเยเวตฺถ อนุปสฺสนานํ ปฏิลาโภติ อาห ‘‘เอกเทสํ ปฏิวิชฺฌนฺโต’’ติ, ตา ปน สยเมว สรูปโต ทสฺเสสฺสติ. ตปฺปฏิปกฺเข ธมฺเมติ ยา อนุปสฺสนา อิธ สมฺภวนฺติ, ตาสํ ปฏิปกฺเข ธมฺเม นิจฺจสญฺญาทิเก ปชหติ วิกฺขมฺเภติ.

ขยานุปสฺสนนฺติ สงฺขารานํ ขณภงฺคานุปสฺสนํ. ภาเวนฺโตติ วฑฺเฒนฺโต. ฆนสญฺญนฺติ สนฺตติสมูหกิจฺจารมฺมณานํ วเสน เอกตฺตคฺคหณํ. ขยานุปสฺสนนฺติ หุตฺวา อภาวานุปสฺสนนฺติ วทนฺติ. ยาย ปญฺญาย ฆนวินิพฺโภคํ กตฺวา ‘‘อนิจฺจํ ขยฏฺเฐนา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๔๘) ปสฺสติ, สา ขยานุปสฺสนา. ภงฺคานุปสฺสนโต ปฏฺฐาย ตสฺสา ปาริปูรีติ ฆนสญฺญาย ปหานํ โหติ, ตโต ปุพฺเพ อปริปุณฺณตาย ตํ น โหติ. เอวมญฺญตฺถาปีติ ปริปุณฺณาปริปุณฺณตา ปหานตีรณปริญฺญาสุ วิปสฺสนาปญฺญาย ทฏฺฐพฺพา. ปจฺจกฺขโต, อนฺวยโต จ สงฺขารานํ ภงฺคํ ทิสฺวา ตตฺเถว ภงฺคสงฺขาเต นิโรเธ อธิมุตฺตตา วยานุปสฺสนา, ตาย อายูหนํ ปชหติ. ยทตฺถํ, ยาย จ อายูหติ, ตสฺมึ ปวตฺเต ตณฺหาย จสฺส จิตฺตํ น นมตีติ. เตน วุตฺตํ ‘‘วยานุปสฺสนํ ภาเวนฺโต อายูหนํ ปชหตี’’ติ. ชาตสฺส ชรามรเณหิ ทฺวิธา ปริณามทสฺสนํ, รูปสตฺตกาทิวเสน วา ปริคฺคหิตสฺส ตํตํปริจฺเฉทโต ปรํ อญฺญภาวทสฺสนํ วิปริณามานุปสฺสนา, ตาย ธุวสญฺญํ ถิรภาวคหณํ ปชหติ.

อนิมิตฺตานุปสฺสนาทโย อนิจฺจานุปสฺสนาทโย เอว. นิมิตฺตนฺติ สนฺตติยํ, สมูเห จ เอกตฺตสญฺญาย คยฺหมานํ กาลนฺตราวฏฺฐายิภาเวน, นิจฺจภาเวน จ สงฺขารานํ สกิจฺจปริจฺเฉทตาย สวิคฺคหํ วิย อุปฏฺฐานมตฺตํ. ปณิธินฺติ สุขปตฺถนํ, ราคาทิปณิธึ วา, อตฺถโต ตณฺหาวเสน สงฺขาเรสุ นินฺนตํ. อภินิเวสนฺติ อตฺตาภินิเวสํ. เอเตสญฺหิ นิมิตฺตาทีนํ ปฏิปกฺขภาเวน อนิจฺจานุปสฺสนาทโย อนิมิตฺตาทินาเมหิ วุตฺตาติ อนิจฺจานุปสฺสนาทีหิ ปหาตพฺพา นิจฺจสญฺญาทโย วิย นิมิตฺตคฺคาหาทโยว ปฏิปกฺขาติ ทฏฺฐพฺพา. รูปาทิอารมฺมณํ ญตฺวา ตทารมฺมณสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคํ ทิสฺวา สงฺขารา เอว ภิชฺชนฺติ, สงฺขารานํ มรณํ, น อญฺโญ โกจิ อตฺถีติ ภงฺควเสน สุญฺญตํ คเหตฺวา ปวตฺตา วิปสฺสนา อธิปญฺญา จ สา ธมฺเมสุ จ วิปสฺสนาติ อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนา, ตาย นิจฺจสาราทิอาทานวเสน ปวตฺตํ อภินิเวสํ สตณฺหํ ทิฏฺฐึ ปชหติ. ยถาภูตญาณทสฺสนํ นาม สปฺปจฺจยนามรูปทสฺสนํ. เตน ‘‘อโหสึ นุ โข อหมตีตมทฺธาน’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๑๘; สํ. นิ. ๒.๒๐) เอวมาทิกํ, ‘‘อิสฺสรโต โลโก สมฺภวตี’’ติ เอวมาทิกญฺจ สมฺโมหาภินิเวสํ ปชหติ. ภยตุปฏฺฐานวเสน อุปฺปนฺนํ สพฺพภวาทีสุ อาทีนวทสฺสนญาณํ อาทีนวานุปสฺสนา, ตาย กสฺสจิปิ อาลยนิสฺสยอทสฺสนโต อาลยาภินิเวสํ ตถาปวตฺตํ ตณฺหํ ปชหติ. สงฺขารานํ มุญฺจนสฺส อุปายภูตํ ปฏิสงฺขาญาณํ ปฏิสงฺขานุปสฺสนา, ตาย อนิจฺจาทีสุ อปฺปฏิสงฺขาตตฺตา ปฏิสงฺขานสฺส ปฏิปกฺขภูตํ อวิชฺชํ ปชหติ. สงฺขารุเปกฺขา, อนุโลมญาณญฺจ วิวฏฺฏานุปสฺสนา. ตสฺสา หิ วเสน ตสฺส ปทุมปลาเส อุทกพินฺทุ วิย สพฺพสงฺขาเรหิ จิตฺตํ ปติลียติ ปติกุฏติ, ตสฺมา ตาย สํโยคาภินิเวสํ กามสํโยคาทิกิเลสปฺปวตฺตึ ปชหติ. อนิจฺจานุปสฺสนาทโย สตฺต อนุปสฺสนา เหฏฺฐา อตฺถโต วิภตฺตาติ, ปรโต จ สํวณฺณียนฺตีติ อิธ น วุตฺตา.

ตาสูติ อฏฺฐารสสุ มหาวิปสฺสนาสุ. อิมินาติ โยคินา. ตสฺมาติ อนิจฺจาทิลกฺขณตฺตยวเสน สงฺขารานํ ทิฏฺฐตฺตา. ตํทสฺสนญฺหิ อนิจฺจาทิอนุปสฺสนาติ. ปฏิวิทฺธาติ ปฏิลทฺธา. ยทคฺเคน หิ ญาเณน สวิสโย ปฏิวิทฺโธ, ตทคฺเคน ตํ ปฏิลทฺธํ นาม โหติ. พฺยญฺชนเมว นานํ ยถา ‘‘รุกฺโข ปาทโป ตรู’’ติ. ตาปิ อนิมิตฺตาปณิหิตสุญฺญตานุปสฺสนา.

สพฺพาปิ วิปสฺสนา, ตสฺมา เอกเทเสน ปฏิวิทฺธา โหนฺตีติ อธิปฺปาโย. กงฺขาวิตรณวิสุทฺธิยา เอว สงฺคหิตํ, ตสฺมา ตํ ปเคว สิทฺธนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อิทมฺปิ ทฺวยํ ปฏิวิทฺธเมว โหตี’’ติ. เสเสสุ นิพฺพิทานุปสฺสนาทีสุ ทสสุ. ‘‘กิญฺจิ ปฏิวิทฺธํ กิญฺจิ อปฺปฏิวิทฺธ’’นฺติ อิมินา เตสํ เอกเทสปฏิเวธมาห. อนิจฺจานุปสฺสนาย หิ สิทฺธาย นิโรธานุปสฺสนา, ขยานุปสฺสนา, วยานุปสฺสนา, วิปริณามานุปสฺสนา จ เอกเทเสน สิทฺธา นาม โหนฺติ, ทุกฺขานุปสฺสนาย สิทฺธาย นิพฺพิทานุปสฺสนา, อาทีนวานุปสฺสนา จ, อนตฺตานุปสฺสนาย สิทฺธาย อิตราติ.

อุทยพฺพยญาณกถาวณฺณนา

๗๒๓. ปรโต ปฏิปทาญาณทสฺสนกถายํ อพฺภาทิวิคเมน อากาสสฺส วิย, ปงฺกมลวิคเมน อุทกสฺส วิย, กาฬกาปคเมน สุวณฺณสฺส วิย สํกิเลสวิคเมน ญาณสฺส ปริสุทฺธีติ อาห ‘‘นิจฺจสญฺญาทีนํ ปหาเนน วิสุทฺธญาโณ’’ติ. อเนกาการโวการสงฺขาเรสุ ลกฺขณตฺตยสลฺลกฺขณสมฺมสนสฺส กตตฺตา วุตฺตํ ‘‘สมฺมสนญาณสฺส ปารํ คนฺตฺวา’’ติ. ตตฺถ สมฺมสนญาณสฺสาติ นยวิปสฺสนาสงฺขาตสฺส กลาปสมฺมสนญาณสฺส. ตสฺเสว หิ ถิรภาวาย อิตเร สมฺมสนวิเสสาติ วทนฺติ. สมฺมสนญาณสฺสาติ วา กลาปสมฺมสนาทิสมฺมสนญาณสฺส. อนุปทธมฺมวิปสฺสนาย สทิสา หิ สา. ตาย หิ ทิฏฺฐิอุคฺฆาฏนาทิ สมฺภวตีติ. วิตฺถารโต ภาวนาวิธานํ ปรโต วตฺตุกาโม ‘‘สงฺเขปโต ตาว อารภตี’’ติ อาห. สงฺเขปโต หิ อารมฺโภ อาทิกมฺมิกสฺส สุกโร. ตตฺราติ สงฺเขเปน อารมฺเภ.

กถนฺติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. ยํ ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนานํ…เป… อุทยพฺพยานุปสฺสเน ญาณ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ กถํ ญาตพฺพนฺติ เจติ อตฺโถ. สนฺตติปจฺจุปฺปนฺเน, ขณปจฺจุปฺปนฺเน วา ธมฺเม อุทยพฺพยทสฺสนาภินิเวโส กาตพฺโพ, น อตีตานาคเตติ วุตฺตํ ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนานํ ธมฺมาน’’นฺติ. อุทยทสฺสนญฺเจตฺถ ยาวเทว วยทสฺสนตฺถนฺติ วยทสฺสนสฺส ปธานตํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิปริณามานุปสฺสเน ปญฺญา’’ติ วตฺวา ตํ ปน วยทสฺสนํ อุทยทสฺสนปุพฺพกนฺติ อาห ‘‘อุทยพฺพยานุปสฺสเน ญาณ’’นฺติ.

ชาตนฺติ นิพฺพตฺตํ ปฏิลทฺธตฺตภาวํ. อยํ หิ ชาตสทฺโท ขณตฺตยสมงฺคิตํ สนฺธาย วุตฺโต ‘‘เย ธมฺมา ชาตา ภูตา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๐๔๖) วิย, น อตีตํ

‘‘เย เต ชาตา น เต สนฺติ, เย น ชาตา ตตฺเถว เต;

ลทฺธตฺตภาวา โน ภคฺคา, เตว สนฺติ สภาวโต’’ติ. –

อาทีสุ วิย, นาปิ ชาตตามตฺตํ ‘‘ยํ ตํ ชาตํ ภูตํ สงฺขต’’นฺติอาทีสุ วิย. เตนาห ‘‘ชาตํ รูปํ ปจฺจุปฺปนฺน’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๒๐๗; สํ. นิ. ๕.๓๗๙), ปจฺจุปฺปนฺนรูปํ นาม ชาตํ ขณตฺตยปริยาปนฺนนฺติ อตฺโถ. ตํ ปน อาทิโต ทุปฺปริคฺคหนฺติ สนฺตติปจฺจุปฺปนฺนวเสน วิปสฺสนาภินิเวโส กาตพฺโพ. ตสฺสาติ รูปสฺส. ปจฺจยลกฺขณปปญฺจํ อนามสิตฺวา นิพฺพตฺติลกฺขณํ อุทโยติ นิพฺพตฺตนสญฺญิตํ สงฺขตลกฺขณํ อุทโย อุปฺปาโท. วิปริณามลกฺขณํ วโยติ วิปริณามสญฺญิตํ สงฺขตลกฺขณํ วโย วินาโส. อนุปสฺสนาญาณนฺติ ยา อุทยสฺส, วยสฺส จ อนุเปกฺขนา, ตํ ญาณํ. กิญฺจาปิ กลาปสมฺมสนาทีสุ ชาติชรามรณสีเสน ชาติชรามรณวนฺโต ธมฺมา วุตฺตา, อิธ ปน อุทยพฺพยญาณนิทฺเทเส ‘‘ชาติ ปจฺจุปฺปนฺนา, ตสฺสา นิพฺพตฺติลกฺขณํ อุทโย, วิปริณามลกฺขณํ วโย’’ติอาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๔๙) วุจฺจมาเน ชาติชรามรณานํ ชาติชรามรณวนฺตตา, นิปฺผนฺนตา จ อนุญฺญาตา วิย โหตีติ ตํ ปริหริตุํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺเคสุ ภวปริโยสานาว เทสนา กตา.

โสติ โยคี. อิมินา ปาฬินเยนาติ อิมาย ‘‘ชาตํ รูปํ ปจฺจุปฺปนฺน’’นฺติอาทินา ทสฺสิตาย ปาฬิคติยา. ชาตินฺติ น ปสูตึ, น จ ปฐมาภินิพฺพตฺติมตฺตํ, อถ โข อุปฺปาทํ นิพฺพตฺติวิการํ. สฺวายํ วิกาโร ยสฺมา สงฺขารานํ อภินวาวฏฺฐานชรา วิย นวภาวาปคโมติ อาห ‘‘อภินวาการ’’นฺติ. สมนุปสฺสตีติ สมฺพนฺโธ. อนุปฺปนฺนสฺส ราสิ วา นิจโย วา นตฺถิ ยโต อาคจฺเฉยฺย อุปฺปชฺชมานํ อลทฺธตฺตภาวสฺส สพฺเพน สพฺพํ อวิชฺชมานตฺตา. เตนาห ‘‘อุปฺปชฺชมาน…เป… นตฺถี’’ติ. ยถา อนาคเต อทฺธนิ อิเม ธมฺมา สพฺเพน สพฺพํ นตฺถิ, เอวํ อตีเตปิ อทฺธนีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘นิรุชฺฌมานสฺสาปี’’ติอาทึ วตฺวา อวิชฺชมานานํเยว รูปารูปธมฺมานํ เหตุปจฺจยสมวาเย อุปฺปาโท, อุปฺปชฺชิตฺวา จ สพฺพโส อภาวูปคโมติ อิมมตฺถํ สมุทายคตํ ตเทกเทสภูตาย อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ราสิโตติ ราสิภาเวน สมุสฺสิโต ปุญฺโช ราสิ. ยถา ตถา ปิณฺฑิภูโต นิจโย. ภูมิยํ นิทหิตฺวา ฐปิตํ นิธานํ. อุปวีเณติ เอเตนาติ อุปวีณํ, วีณาวาทนํ.

๗๒๔. เอวํ สงฺเขปโต อุทยพฺพยมนสิการวิธึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘ปุน ยานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อวิชฺชาสมุทยาติ อวิชฺชาย อุปฺปาทา, อตฺถิภาวาติ อตฺโถ. นิโรธวิโรธีหิ อุปฺปาโท อตฺถิภาววาจโกปิ โหตีติ วุตฺโตวายมตฺโถ. ตสฺมา ปุริมภวสิทฺธาย อวิชฺชาย สติ อิมสฺมึ ภเว รูปสฺส อุปฺปาโท โหตีติ อตฺโถ. ปจฺจยสมุทยฏฺเฐนาติ ปจฺจยสฺส อุปฺปนฺนภาเวน, อตฺถิภาวโตติ อตฺโถ. อวิชฺชาทีหิ จ ตีหิ อตีตกาลิกานิ เตสํ สหการีการณภูตานิ อุปาทานาทีนิปิ คหิตาเนวาติ ทฏฺฐพฺพํ.

ปวตฺติปจฺจเยสุ กพฬีการาหารสฺส พลวตาย โส เอว คหิโต ‘‘อาหารสมุทยา’’ติ. ตสฺมึ ปน คหิเต ปวตฺติปจฺจยตาสามญฺเญน อุตุจิตฺตานิปิ คหิตาเนว โหนฺตีติ จตุสมุฏฺฐานิกรูปสฺส ปจฺจยโต อุทยทสฺสนํ วิภาวิตเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. อวิชฺชาตณฺหุปนิสฺสยสหิเตเนว กมฺมุนา รูปกายสฺส นิพฺพตฺติ. อสติ จ อวิชฺชุปนิสฺสยาย ภวนิกนฺติยา ชาติยา อสมฺภโว เอวาติ. ยถา จ รูปสฺส อวิชฺชาตณฺหุปนิสฺสยตา, เอวํ เวทนาทีนมฺปิ ทฏฺฐพฺพา. อาหาโร ปน อุปฺปนฺนสฺส รูปสฺส โปสโก, กพฬีการาหารสฺส อธิปฺเปตตฺตา, กามธาตาธิฏฺฐานตฺตา จ เทสนาย. อุกฺกํสนิทฺเทเสน วา อาหารคฺคหณํ. ‘‘นิพฺพตฺติลกฺขณ’’นฺติอาทินา กาลวเสน อุทยทสฺสนมาห. ตตฺถ อทฺธานวเสน ปเคว อุทยํ ปสฺสิตฺวา ฐิโต อิธ สนฺตติวเสน ทิสฺวา อนุกฺกเมน ขณวเสน ปสฺสติ. ปญฺจ ลกฺขณานีติ อวิชฺชา ตณฺหา กมฺมํ อาหาโรติ อิเมสํ ปจฺจยานํ อตฺถิตาสงฺขาตลกฺขณานิ เจว รูปสฺส นิพฺพตฺติลกฺขณญฺจาติ อิมานิ ปญฺจ ลกฺขณานิ. เตสํ อตฺถิตา หิ รูปสฺส อุทโย ลกฺขียติ เอเตหีติ ลกฺขณานีติ วุจฺจนฺติ. นิพฺพตฺติ ปน สงฺขตลกฺขณเมวาติ.

อวิชฺชานิโรธา รูปนิโรโธติ อคฺคมคฺคญาเณน อวิชฺชาย อนุปฺปาทนิโรธโต อนาคตสฺส รูปสฺส อนุปฺปาทนิโรโธ โหติ ปจฺจยาภาเว อภาวโต. ปจฺจยนิโรธฏฺเฐนาติ อวิชฺชาสงฺขาตสฺส อนาคเต อุปฺปชฺชนกรูปปจฺจยสฺส นิรุทฺธภาเวน. ตณฺหานิโรธา กมฺมนิโรธาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อาหารนิโรธาติ ปวตฺติปจฺจยสฺส กพฬีการาหารสฺส อภาเว. รูปนิโรโธติ ตํสมุฏฺฐานรูปสฺส อภาโว โหติ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ. วิปริณามลกฺขณนฺติ ภงฺคกาลวเสน เตสํ วยทสฺสนํ. ตสฺมา ตํ อทฺธาวเสน ปเคว ปสฺสิตฺวา ฐิโต อิธ สนฺตติวเสน ทิสฺวา อนุกฺกเมน ขณวเสน ปสฺสติ. ปญฺจ ลกฺขณานีติ อิธ อวิชฺชาทีนํ จตุนฺนํ ปจฺจยานํ อนุปฺปาทนิโรโธ, รูปสฺส ขณนิโรโธ จาติ อิมานิ ปญฺจ ลกฺขณานิ. เตสญฺหิ อนุปฺปาทนิโรโธ, รูปสฺส อจฺจนฺตนิโรโธ ลกฺขียติ เอเตหีติ ลกฺขณานีติ วุจฺจนฺติ.

วิปริณาโม สงฺขตลกฺขณเมว. เอส นโย เวทนากฺขนฺธาทีสุ. อยํ ปน วิเสโส – ‘‘ผุฏฺโฐ เวเทติ, ผุฏฺโฐ สญฺชานาติ, ผุฏฺโฐ เจเตตี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๙๓), ‘‘ผสฺสปจฺจยา เวทนา, จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา, สญฺญา, เจตนา’’ติ, จ วจนโต ผสฺโส เวทนา (วิภ. ๒๓๑) สญฺญา สงฺขารกฺขนฺธานํ ปวตฺติปจฺจโย, ตํนิโรธา จ เตสํ นิโรโธ, มหาปทาน (ที. นิ. ๒.๖๐) มหานิทานสุตฺเตสุ, อภิธมฺเม จ อญฺญมญฺญปจฺจยวาเร ‘‘นามรูปปจฺจยา วิญฺญาณ’’นฺติ (กถา. ๗๑๙) วจนโต นามรูปํ วิญฺญาณสฺส ปวตฺติปจฺจโย, ตํนิโรธา ตสฺส นิโรโธติ วุตฺตํ ‘‘ผสฺสสมุทยา เวทนาสมุทโย’’ติอาทิ.

เอตฺถ จ เกจิ ตาว อาหุ ‘‘อรูปกฺขนฺธานํ อุทยพฺพยทสฺสนํ อทฺธาสนฺตติวเสเนว, น ขณวเสนา’’ติ. เตสํ มเตน ขณโต อุทยพฺพยทสฺสนเมว น สิยา. อปเร ปนาหุ ‘‘ปจฺจยโต อุทยพฺพยทสฺสเน อตีตาทิวิภาคํ อนามสิตฺวา สพฺพสาธารณโต อวิชฺชาทิปจฺจยา เวทนาสมฺภวํ ลพฺภมานตํ ปสฺสติ, น อุปฺปาทํ. อวิชฺชาทิอภาเว จ ตสฺสา อสมฺภวํ อลพฺภมานตํ ปสฺสติ, น ภงฺคํ. ขณโต อุทยพฺพยทสฺสเน ปจฺจุปฺปนฺนานํ อุปฺปาทํ, ภงฺคญฺจ ปสฺสตี’’ติ, ตํ ยุตฺตํ. สนฺตติวเสน หิ รูปารูปธมฺเม อุทยโต, วยโต จ มนสิ กโรนฺตสฺส อนุกฺกเมน ภาวนาย พลปฺปตฺตกาเล ญาณสฺส ติกฺขวิสทภาวปฺปตฺติยา ขณโต อุทยพฺพยา อุปฏฺฐหนฺตีติ. อยญฺหิ ปฐมํ ปจฺจยโต อุทยพฺพยํ มนสิ กโรนฺโต อวิชฺชาทิเก ปจฺจยธมฺเม วิสฺสชฺเชตฺวา อุทยพฺพยวนฺเต ขนฺเธ คเหตฺวา เตสํ ปจฺจยโต อุทยพฺพยทสฺสนมุเขน ขณโตปิ อุทยพฺพยํ มนสิ กโรติ.

ตสฺส ยทา ญาณํ ติกฺขํ วิสทํ หุตฺวา ปวตฺตติ, ตทา รูปารูปธมฺมา ขเณ ขเณ อุปฺปชฺชนฺตา, ภิชฺชนฺตา จ หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘เอวมฺปิ รูปสฺส อุทโย’’ติอาทิ. ตตฺถ เอวมฺปิ รูปสฺส อุทโยติ เอวํ วุตฺตนเยน อวิชฺชาสมุทยาปิ. ตณฺหา…เป… กมฺม…เป… อาหารสมุทยาปิ รูปสฺส สมฺภโว. เอวมฺปิ รูปสฺส วโยติ เอวํ วุตฺตนเยเนว อวิชฺชานิโรธาปิ ตณฺหา…เป… อาหารนิโรธาปิ รูปสฺส วโย อนุปฺปาโทติ ปจฺจยโต วิตฺถาเรน มนสิการํ กโรติ. เอวมฺปิ รูปํ อุเทตีติ เอวํ วุตฺตนเยน นิพฺพตฺติลกฺขณํ ปสฺสนฺโตปิ กมฺมสมุฏฺฐานรูปมฺปิ อาหารอุตุจิตฺตสมุฏฺฐานรูปมฺปิ อุเทติ อุปฺปชฺชติ นิปฺปชฺชตีติ. เอวํ วุตฺตนเยเนว วิปริณามลกฺขณํ ปสฺสนฺโต กมฺมสมุฏฺฐานรูปมฺปิ อาหารอุตุจิตฺตสมุฏฺฐานรูปมฺปิ เวติ นิรุชฺฌตีติ ขณโต วิตฺถาเรน มนสิการํ กโรตีติ โยชนา.

๗๒๕. เอวํ มนสิ กโรโต น ยาว อุทยพฺพยญาณํ อุปฺปชฺชติ, ตาว อุทยพฺพยา สุฏฺฐุ ปากฏา น โหนฺตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘อิติ กิริเม ธมฺมา…เป… ปฏิเวนฺตี’’ติ, นยทสฺสนวเสน วา เอวํ วุตฺตํ. ปฐมญฺหิ ปจฺจุปฺปนฺนธมฺมานํ อุทยพฺพยํ ทิสฺวา อถ อตีตานาคเต นยํ เนติ. ทุกฺขาทิสจฺจปฺปเภทา, อนุโลมาทิปฏิจฺจสมุปฺปาทปฺปเภทา, เอกตฺตาทินยปฺปเภทา, อนิจฺจตาทิลกฺขณปฺปเภทา จ สจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทนยลกฺขณปฺปเภทา. ปฏิจฺจสมุปฺปาทคฺคหเณเนว เจตฺถ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนธมฺมานมฺปิ คหณํ, เตสมฺปิ อตฺตโน ผลํ ปติ ปฏิจฺจ สมุปฺปาทภาวโต.

๗๒๖. ยนฺติ กรเณ ปจฺจตฺตวจนํ, เยน ญาเณนาติ อตฺถํ วทนฺติ. ยนฺติ วา กิริยาปรามสนํ. ขนฺธานํ สมุทยํ ปสฺสติ, ขนฺธานํ นิโรธํ ปสฺสตีติ เอตฺถ ยเทตํ ทสฺสนนฺติ อตฺโถ. ยํ ปนาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ ยถา อวิชฺชาทิสมุทยนิโรธโต ขนฺธานํ สมุทยนิโรธสฺส อญฺญตฺตา ‘‘อวิชฺชาสมุทยา รูปสมุทโย’’ติอาทิวจนเภโท (ปฏิ. ม. ๑.๕๐) กโต, น เอวํ นิพฺพตฺติวิปริณามลกฺขเณหิ ขนฺธานํ อุทยพฺพยสฺส เภโท อตฺถิ อภินฺนาธิกรณตฺตาติ ‘‘นิพฺพตฺติลกฺขณวิปริณามลกฺขณานิ ปสฺสนฺโต ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ ปสฺสตี’’ติ วจนเภทํ อกตฺวา วุตฺตํ. อุปฺปตฺติกฺขเณเยว หีติ หิ-สทฺโท เหตุอตฺโถ. ยสฺมา อุปฺปาทกฺขเณเยว นิพฺพตฺติลกฺขณํ, ภงฺคกฺขเณเยว จ วิปริณามลกฺขณํ, ตสฺมา ตานิ ปสฺสนฺโต ขณโต ขนฺธานํ อุทยพฺพเย ปสฺสติ นามาติ ‘‘ยํ ปนา’’ติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กโรติ.

๗๒๗. อิจฺจสฺเสวนฺติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท เหตุอตฺโถ. ยสฺมา ‘‘อวิชฺชา สมุทยา’’ติอาทิ ปจฺจยโต ขนฺธานํ อุทยพฺพยทสฺสนํ, ‘‘นิพฺพตฺติลกฺขณ’’นฺติอาทิ ขณโต, ตสฺมาติ อตฺโถ. อสฺสาติ โยคิโน. เอวนฺติ วุตฺตปฺปการปรามสนํ. เย ปน ‘‘อิจฺจสฺส ปจฺจยโต’’ติ ปฐนฺติ, เตสํ อิตีติ วุตฺตปฺปการปรามสนํ. ชนกาวโพธโตติ ขนฺธานํ ชนกสฺส อวิชฺชาทิปจฺจยสฺส อวพุชฺฌนโต. ชาติทุกฺขาวโพธโตติ ชาติสงฺขาตสฺส ทุกฺขสฺส อวพุชฺฌนโต. ทุกฺขสจฺจํ ปากฏํ โหติ เอกเทสทสฺสเนน ปพฺพตสมุทฺทาทิทสฺสนกานํ วิย. มรณทุกฺขาวโพธโตติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ‘‘ปจฺจยานุปฺปาเทนา’’ติ เอเตน ปจฺจยานํ อนุปฺปาทนิโรโธ อิธ ปจฺจยนิโรโธติ ทสฺเสติ. ปจฺจยวตนฺติ ปจฺจยโต อุปฺปชฺชนกานํ. ยญฺจสฺส อุทยพฺพยทสฺสนนฺติ ยํ อสฺส โยคิโน ปจฺจยโต, ขณโต จ อุทยพฺพยานํ ทสฺสนํ. ตตฺถ อสมฺโมโห, ตปฺปธาโน วา วิตกฺกาทิธมฺมปุญฺโช มคฺโค วายํ โลกิโกติ นิยฺยานานุโลมโต โลกิโก มคฺโค เอวายํ. อิติ ตสฺมา มคฺคสจฺจํ ปากฏํ โหติ สภาวาวโพธโต. เตนาห ‘‘ตตฺร สมฺโมหวิฆาตโต’’ติ, ตทงฺควเสนาติ อตฺโถ. อถ วา ยถาวุตฺโต สมฺมาทิฏฺฐิสงฺขาโต มคฺโค อริยมคฺคสฺส อุปายภูโต อสมฺโมหสภาโว อตฺตานมฺปิ ปกาเสติ ปทีโป วิยาติ มคฺคสจฺจํ ปากฏํ โหติ. สฺวายํ ปากฏภาโว โมหนฺธการวิธมเนนาติ อาห ‘‘ตตฺร สมฺโมหวิฆาตโต’’ติ.

๗๒๘. ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา’’ติอาทิโก อนุโลโม ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ปวตฺติยา อนุโลมนโต. ‘‘อวิชฺชาสมุทยา’’ติอาทินา อวิชฺชาทีสุ สนฺเตสูติ อยมตฺโถ วุตฺโตติ อาห ‘‘อิมสฺมึ สติ อิทํ โหตีติ อวโพธโต’’ติ. ปวตฺติยา วิโลมนโต ‘‘อวิชฺชายเตฺวว อเสสวิราคนิโรธา’’ติอาทิโก ปฏิโลโม ปฏิจฺจสมุปฺปาโท. เต จ สงฺขตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ‘‘ชรามรณํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺน’’นฺติอาทิวจนโต (สํ. นิ. ๒.๒๐). ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนสฺส จ ปากฏตา ปจฺจยาการปากฏตาย เอว ‘‘อิมสฺเสตํ ผล’’นฺติ อวโพธโต.

๗๒๙. ปุริมปุริมานํ นิโรโธ อุตฺตรุตฺตรานํ อุปฺปาทานุพนฺโธติ อยมตฺโถ ปจฺจยโต อุทยทสฺสเนน สิชฺฌมาโน เอกตฺตนยาธิคมาย โหติ. ยโต ‘‘อญฺโญ กโรติ, อญฺโญ ปฏิสํเวทยตี’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๒.๑๗) โวหารสิทฺธิยา อุจฺเฉททิฏฺฐิยา อโนกาสตา. เตนาห ‘‘เหตุผลสมฺพนฺเธนา’’ติอาทิ. สงฺขารา ขเณ ขเณ อุปฺปชฺชนฺตีติ อยมตฺโถ ขณโต อุทยทสฺสเนน สิชฺฌมาโน นานตฺตนยาธิคมาย โหติ. ยโต ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนานํ สภาวเภทาวโพธโต ‘‘โส กโรติ, โส ปฏิสํเวทยตี’’ติอาทินยปฺปวตฺตาย สสฺสตทิฏฺฐิยา อโนกาสตา. เตนาห ‘‘ขณโต อุทยทสฺสเนนา’’ติอาทิ. ปจฺจยโต อุทยพฺพยทสฺสเนน ปจฺจเย สติ ผลสฺส ภาโว, อสติ อภาโวติ อิมสฺส อตฺถสฺส สิทฺธิยา อตฺถิตามตฺเตเนว เต ธมฺมา การณนฺติ อพฺยาปารนโย ปากโฏ โหติ. ยโต อตฺตทิฏฺฐิยา อโนกาสตา วสวตฺติตาย อลพฺภเนยฺยโต. เตน วุตฺตํ ‘‘ธมฺมาน’’นฺติอาทิ. อวสวตฺติภาโว ปรายตฺตตา, สา จ สปฺปจฺจยตาย เวทิตพฺพา. ปจฺจยโต อุทยทสฺสเนน เตหิ เตหิ ปจฺจเยหิ อิเม ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปชฺชมานา จ ปจฺจยานุรูปเมว อุปฺปชฺชนฺตีติ เหตุผลสฺส เหตุอนุรูปโต สิทฺธิยา อกิริยทิฏฺฐิยา อโนกาสตาวาติ อาห ‘‘ปจฺจยโต ปนา’’ติอาทิ. สติ การเณ กุโต อกิริยวาโท. กโรตีติ หิ การณํ.

๗๓๐. ปจฺจยโต อุทยํ ปสฺสโต ปจฺจเย สติ สภาเว สติ ผลสฺส สมฺภโวติ อตฺถิตามตฺเตน อุปการกตาติ สงฺขตานํ นิรีหตา, อสติ จ อภาโวติ ปจฺจยาธีนวุตฺติตา จ วิญฺญายมานา อตฺตสุญฺญตํ วิภาเวตีติ อาห ‘‘ปจฺจยโต จสฺส…เป… ตาวโพธโต’’ติ. อนิจฺจลกฺขณํ ปากฏํ โหติ ขณโต อุทยพฺพยทสฺสเนน สงฺขารานํ อุทยพฺพยโต ปริจฺฉินฺนตาย วิญฺญายมานตฺตา. เตนาห ‘‘หุตฺวา อภาวาวโพธโต’’ติ. อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนญฺหิ หุตฺวา อภาโว. ปุพฺพนฺตาปรนฺตวิเวโก อตีตานาคตภาวสุญฺญตา. น หิ สงฺขารา ขณตฺตยโต ปุพฺเพ, ปจฺฉา จ วิชฺชนฺติ, ตสฺมา ปุพฺพนฺตาปรนฺตวิเวกาวโพธโตติ อาทิอนฺตวนฺตตาปฏิเวธโตติ อตฺโถ. ทุกฺขลกฺขณมฺปิ ปากฏํ โหติ อุทยพฺพยทสฺสเนนาติ สมฺพนฺโธ. อุปฺปชฺชิตฺวา ภิชฺชนฺตา สงฺขารา อุปฺปาทโต อุทฺธํ ชราภงฺคาวตฺถนฺตรุปฺปตฺติยา นิรนฺตรํ วิพาธียนฺเตว. สา จ เนสํ วิพาธิยมานตา สมฺมา อุทยพฺพยทสฺสเนน วิภูตา โหตีติ อาห ‘‘ทุกฺข…เป… โพธโต’’ติ.

สภาวลกฺขณมฺปีติ อุทยพฺพยทสฺสเนน น เกวลํ อนิจฺจทุกฺขลกฺขณเมว, อถ โข ปถวีผสฺสาทีนํ กกฺขฬผุสนาทิสญฺญิตํ สภาวสงฺขาตํ ลกฺขณมฺปิ ปากภาววิทฺธํ สภาวาวจฺฉินฺนํ ปากฏํ โหติ. เตนาห ‘‘อุทยพฺพยปริจฺฉินฺนาวโพธโต’’ติ. สภาวลกฺขเณติ สภาวสญฺญิเต ลกฺขเณ, ตํตํธมฺมานํ สลกฺขเณ. สงฺขตลกฺขณสฺส ตาวกาลิกตฺตมฺปีติ อุปฺปาทาทิสงฺขตลกฺขณสฺส อุปฺปาทกฺขณาทิปริตฺตกาลิกตาปิ ขณนฺตรานวฏฺฐานโต ตสฺส. เตนาห ‘‘อุทยกฺขเณ’’ติอาทิ. อุทยวยมตฺตคฺคหณญฺเจตฺถ อุทยพฺพยทสฺสนวเสเนว อิมสฺส ญาณสฺส ปวตฺตนโต, น ฐิติกฺขณสฺส อภาวา.

๗๓๑. น เกวลญฺจ นิจฺจนวา, อถ โข ปริตฺตกาลฏฺฐายิโน. กถนฺติ อาห ‘‘สูริยุคฺคมเน’’ติอาทิ. ตตฺถ อุทเก ทณฺเฑน กตเลขา อุทเก ทณฺฑราชิ. อุสฺสาวพินฺทุอาทโย ปญฺจ กิจฺจาปิ อุตฺตรุตฺตริ อติปริตฺตฏฺฐายิภาวทสฺสนตฺถํ นิทสฺสิตา, ตถาปิ เต ทนฺธนิโรธา เอว นิทสฺสิตา, ตโตปิ ลหุตรนิโรธตฺตา สงฺขารานํ. ตถา หิ คมนสฺสาทานํ เทวปุตฺตานํ เหฏฺฐุปริยาเยน ปฏิมุขํ ธาวนฺตานํ สิรสิ ปาเท จ พนฺธขุรธารา สนฺนิปาตโตปิ สีฆตโร รูปธมฺมานํ นิโรโธ วุตฺโต, ปเคว อรูปธมฺมานํ. น เกวลํ นิจฺจนวา, นาปิ ปริตฺตกาลฏฺฐายิโนว, อถ โข อสารา. กถนฺติ อาห ‘‘มายา’’ติอาทิ. มายาทโย หิ มณิอาทิวเสน ทิสฺสมานา อตํสภาวตาย อสารา. ตตฺถ มนฺโตสธภาวิตา อินฺทชาลาทิกา มายา. มิคตณฺหิกา มรีจิ. สุปินเมว สุปินนฺตํ. มณฺฑลากาเรน อาวิชฺฌิยมานํ อลาตเมว อลาตจกฺกํ. คนฺธพฺพเทวปุตฺตานํ กีฬนิจฺฉาวเสน นครํ วิย อากาเส อุปฏฺฐานมตฺตํ คนฺธพฺพนครํ.

เอตฺตาวตาติ ยฺวายํ ‘‘ชาตํ รูปํ ปจฺจุปฺปนฺน’’นฺติอาทิปาฬินยานุสาเรน (ปฏิ. ม. ๑.๔๙), ‘‘ยํ กิญฺจิ รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺน’’นฺติอาทิปาฬินยานุสาเรน (ม. นิ. ๑.๓๔๗, ๓๖๑; ๒.๑๑๓; ๓.๘๖, ๘๙; ปฏิ. ม. ๑.๔๘) วา ยาว อุทยพฺพยปฏิเวธา ภาวนาวิธิ อารทฺโธ, เอตฺตาวตา. กลาปสมฺมสนาทิโกปิ หิ สพฺโพ ภาวนาวิธิ อุทยพฺพยญาณุปฺปาทนสฺเสว, น ปริสปริสรีรกรพนฺโธติ. วยธมฺมเมวาติ ภิชฺชนสภาวเมว. วยํ อุเปติ อตฺตโน ธมฺมตาย. ยญฺหิ อุปกฺกเมน วินสฺสตีติ วุจฺจติ, ตมฺปิ อตฺตโน ธมฺมตาย เอว วินสฺสติ อเหตุกตฺตา วินาสสฺส. อุปกฺกมเหตุ ปน วิสทิสุปฺปาโท โหติ. อิมินา อากาเรนาติ ‘‘ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๖; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) หิ วุตฺตํ, ตสฺมา วยํ อนาลมฺพิตฺวาปิ ‘‘วยธมฺมเมว อุปฺปชฺชตี’’ติ อุทยสฺส, ‘‘อุปฺปนฺนญฺจ อิทํ วยํ อุเปตี’’ติ วยสฺส จ อิมินา ยถาวุตฺเตน ปจฺจกฺขกรณากาเรน. อธุนา อุปฺปนฺนํ, น ตาว พลปฺปตฺตนฺติ อาห ‘‘ตรุณวิปสฺสนาญาณ’’นฺติ. กลาปสมฺมสนาทิวเสน ปวตฺตํ สมฺมสนํ น นิปฺปริยาเยน วิปสฺสนาสมญฺญํ ลภติ, อุทยพฺพยานุปสฺสนาทิวเสน ปวตฺตเมว ลภตีติ อาห ‘‘ยสฺสาธิคมา อารทฺธวิปสฺสโกติ สงฺขํ คจฺฉตี’’ติ.

วิปสฺสนุปกฺกิเลสกถาวณฺณนา

๗๓๒. อิมาย อุทยพฺพยานุปสฺสนาสงฺขาตาย ตรุณวิปสฺสนาย วเสน, น อารทฺธวิปสฺสนานํ ภงฺคานุปสฺสนาทิสงฺขาตาย ตรุณวิปสฺสนาย, นาปิ นิพฺพิทานุปสฺสนาทิสงฺขาตาย พลววิปสฺสนาย วเสนาติ อตฺโถ. น หิ ตทา วิปสฺสนุปกฺกิเลสา อุปฺปชฺชนฺตีติ. อารทฺธวิปสฺสกสฺสาติ จ อารทฺธวิปสฺสกสฺเสวาติ เอว-กาโร ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ. เตนาห ‘‘วิปสฺสนุปกฺกิเลสา หี’’ติอาทิ. ทิฏฺฐิคาหาทิวตฺถุภาเวน วิปสฺสนํ อุปกฺกิเลสนฺตีติ วิปสฺสนุปกฺกิเลสา. ‘‘อริยสาวกสฺสา’’ติ อิทํ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน วุตฺตํ พลววิปสฺสนาปตฺตสฺสาปิ อนุปฺปชฺชนโต. วิปฺปฏิปนฺนกสฺสาติ สีลวิปตฺติอาทิวเสน ยถา ตถา วิปฺปฏิปนฺนกสฺส. ตสฺส ปน ปฏิปตฺติยา ครหิตพฺพตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิปฺปฏิปนฺนกสฺสา’’ติ อาห. จ-สทฺโท อุปริปททฺวเยปิ โยเชตพฺโพ. นิกฺขิตฺตกมฺมฏฺฐานสฺสาติ วิปสฺสนํ อารภิตฺวา อนฺตรา โวสานํ อาปนฺนสฺส. กุสีตปุคฺคลสฺสาติ สีลสมฺปนฺนสฺเสว โกสชฺเชน ภาวนํ อนนุยุญฺชนฺตสฺส. อถ วา วิปฺปฏิปนฺนกสฺสาติ วิปสฺสนาภาวนาสงฺขาตาย สมฺมาปฏิปตฺติยา อภาเวน วิครหิตปฏิปตฺติกสฺส. วิปสฺสนาปฏิปตฺติเยว หิ สสมฺภารา ปุพฺพภาเค สมฺมาปฏิปตฺติ, ตทญฺญา วิปฺปฏิปตฺติ, สา จ ตตฺถ นิกฺขิตฺตธุรสฺส โหติ. นิกฺขิตฺตธุรตา จ โกสชฺเชนาติ วุตฺตํ ‘‘นิกฺขิตฺตกมฺมฏฺฐานสฺส กุสีตปุคฺคลสฺสา’’ติ. ยุตฺตปฺปยุตฺตสฺสาติ โยเคน ญาเณน ภาวนมนุยุญฺชนฺตสฺส. สา ปน ยุตฺตปฺปยุตฺตตา สมถวเสนาปิ โหตีติ อาห ‘‘อารทฺธวิปสฺสกสฺสา’’ติ. อุปฺปชฺชนฺติเยว น นุปฺปชฺชนฺติ อญฺญถา มคฺคามคฺคญาณสฺเสว อสมฺภวโต.

โอภาสาทีสุ ‘‘อริยธมฺโม’’ติ ปวตฺตํ อุทฺธจฺจํ วิกฺเขโป ธมฺมุทฺธจฺจํ, เตน ธมฺมุทฺธจฺเจน วิปสฺสนาวีถิโต อุกฺกมเนน วิรูปํ คหิตํ ปวตฺติตํ มานสํ ธมฺมุทฺธจฺจวิคฺคหิตมานสํ. โอภาโส ธมฺโมติ การณูปจาเรนาห, อีทิสํ โอภาสํ วิสฺสชฺเชนฺโต มม อริยมคฺโคติ อตฺโถ. โอภาสํ อาวชฺชติ ‘‘นิพฺพาน’’นฺติ วา ‘‘มคฺโค’’ติ วา ‘‘ผล’’นฺติ วา. นิพฺพานนฺติ คณฺหนฺโต ตตฺถ ปวตฺตธมฺเม มคฺคผลภาเวน คณฺหาติ, ญาณาทิเก ปน มคฺคผลภาเวเนว คณฺหาติ. ตโต วิกฺเขโป อุทฺธจฺจนฺติ ตโต โอภาสเหตุ โย วิกฺเขโป, ตํ อุทฺธจฺจนฺติ อตฺโถ. ‘‘อุทฺธจฺเจน วิคฺคหิตมานโส’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘อนิจฺจโต’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ตตฺถ อนิจฺจ…เป… นปฺปชานาติ ‘‘มคฺคํ ปตฺโตสฺมี’’ติ สญฺญาย อนิจฺจตาทิวเสน มนสิการสฺเสว อภาวโต. อยญฺจ อตฺโถ –

‘‘โย หิ โกจิ, อาวุโส, ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา มม สนฺติเก อรหตฺตปฺปตฺตึ พฺยากโรติ, สพฺโพ โส จตูหิ มคฺเคหิ, เอเตสํ วา อญฺญตเรน. กตเมหิ จตูหิ? อิธาวุโส, ภิกฺขุ สมถปุพฺพงฺคมํ วิปสฺสนํ ภาเวติ, ตสฺส สมถปุพฺพงฺคมํ วิปสฺสนํ ภาวยโต มคฺโค สญฺชายติ, โส ตํ มคฺคํ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรติ. ตสฺส ตํ มคฺคํ อาเสวโต…เป… กโรโต สํโยชนานิ ปหียนฺติ อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ.

‘‘ปุน จปรํ, อาวุโส, ภิกฺขุ วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมํ สมถํ ภาเวติ…เป… สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ ภาเวติ…เป….

‘‘ปุน จปรํ, อาวุโส, ภิกฺขุโน ธมฺมุทฺธจฺจวิคฺคหิตํ มานสํ โหติ, โหติ โส, อาวุโส, สมโย ยํ ตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตเมว สนฺติฏฺฐติ สนฺนิสีทติ เอโกทิ โหติ สมาธิยติ, ตสฺส มคฺโค สญฺชายติ…เป… อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๗๐) –

อิมินา สุตฺตปเทเนว เวทิตพฺโพ. เอตฺถ หิ จตุตฺถมคฺควิสฺสชฺชเน ยถาวุตฺตมคฺคผลนิพฺพานธมฺมา ธมฺโม. ตตฺถ อุทฺธจฺจํ ‘‘อธิคตมคฺคาทิโกหมสฺมี’’ติ อมคฺคาทีสุ วิกฺเขโป ธมฺมุทฺธจฺจํ, เตน อุปทฺทุตํ วิคฺคหิตมานสํ โหติ. นิกนฺติ โอภาสาทีสุ อเปกฺขา สุขุมรูปา ตณฺหา, สา วิปสฺสนาภิรติอากาเรน อุปฏฺฐหนฺตี อธิมานิเกน ‘‘ธมฺโม’’ติ คยฺหตีติ อาห ‘‘นิกนฺติ ‘ธมฺโม’ติ นิกนฺตึ อาวชฺชตี’’ติ.

๗๓๓. วิปสฺสโนภาโสติ วิปสฺสนาจิตฺตสมุฏฺฐิตํ, สสนฺตติปติตํ อุตุสมุฏฺฐานญฺจ ภาสุรํ รูปํ. ตตฺถ วิปสฺสนาจิตฺตสมุฏฺฐิตํ โยคิโน สรีรฏฺฐเมว ปภสฺสรํ หุตฺวา ติฏฺฐติ, อิตรํ สรีรํ มุญฺจิตฺวา ญาณานุภาวานุรูปํ สมนฺตโต ปตฺถรติ, ตํ ตสฺเสว ปญฺญายติ, เตน ผุฏฺโฐกาเส รูปคตมฺปิ ปสฺสติ, ปสฺสนฺโต จ จกฺขุวิญฺญาเณน ปสฺสติ, อุทาหุ มโนวิญฺญาเณนาติ วีมํสิตพฺพนฺติ วทนฺติ. ทิพฺพจกฺขุลาภิโน วิย ตํ มโนวิญฺญาณวิญฺเญยฺยเมวาติ วุตฺตํ วิย ทิสฺสตีติ. วิปสฺสนาวีถิ นาม ปฏิปาฏิยา ปวตฺตมานา วิปสฺสนาว. อุกฺกนฺตา นาม โหติ โยคินา ‘‘มคฺคปฺปตฺโตมฺหี’’ติ อธิมาเนน วิสฺสฏฺฐตฺตา, ตสฺส วา โยคิโน วิปสฺสนา ตโต เอว วีถิ อุกฺกนฺตา นาม โหติ. มูลกมฺมฏฺฐานนฺติ วิปสฺสนเมวาห.

เวมตฺตตายาติ อปฺปวิปุลตาวเสน วิสทิสตาย. อสฺสาติ โอภาสสฺส. ทฺวีหิ กุฏฺเฏหิ ปริจฺฉินฺนํ เคหํ ทฺวิกุฏฺฏเคหํ. ตสฺส กิร อพฺภนฺตเรปิ เอกา ภิตฺติ โหติ พหิปิ, อุภินฺนํ อนฺตเร อนุปริยายปถํ โหติ, สายเนฺห ตตฺถ สนฺถริตานิ ปญฺจวณฺณานิ กุสุมานิ, วิสทญาณสฺส โอภาเสน ผริตฏฺฐาเน รูปคตญฺจ ทิพฺพจกฺขุโน วิย ปญฺญายนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ภนฺเต มยฺห’’นฺติอาทิ.

เอวํ โอภาสสฺส เวมตฺตตาย วตฺถุํ ทสฺเสตฺวา จิรกาลวิปฺปลมฺพเน วตฺถุํ ทสฺเสตุํ ‘‘อยํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อยํ ปน วิปสฺสนุปกฺกิเลโสติ วกฺขมานปฺปการํ สนฺธายาห, น สพฺพํ. โสติ โส สมถวิปสฺสนาลาภี อธิมานิโก.