๒๑. ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธินิทฺเทสวณฺณนา

อุปกฺกิเลสวิมุตฺตอุทยพฺพยญาณกถาวณฺณนา

๗๓๗. วิปสฺสนาจารสฺส มตฺถกปฺปตฺติยา สงฺขารุเปกฺขาญาณํ สิขาปฺปตฺตา วิปสฺสนา. สิขาปฺปตฺติ ปนสฺส อุทยพฺพยญาณาทีนํ อตฺตฏฺฐมานํวเสน ชาตาติ อาห ‘‘อฏฺฐนฺนํ ปน ญาณานํ วเสน สิขาปฺปตฺตา วิปสฺสนา’’ติ. โอฬาริโกฬาริกสฺส สจฺจปฏิจฺฉาทกโมหตมสฺส วิคมเนน สจฺจปฺปฏิเวธานุกูลตฺตา ‘‘สจฺจานุโลมิกญาณ’’นฺติ อนุโลมญาณมาห. ตานิ ปน ญาณานิ สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘อฏฺฐนฺนนฺติ จา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อุทยพฺพยทสฺสเนน สงฺขารานํ อนิจฺจลกฺขณํ, ตทนุสาเรน อิตรลกฺขณานิ จ วิภาเวนฺตีเยว อุทยพฺพยานุปสฺสนา ปวตฺตตีติ กตฺวา ‘‘วีถิปฏิปนฺนวิปสฺสนาสงฺขาตํ อุทยพฺพยานุปสฺสนาญาณ’’นฺติ วุตฺตนฺติ เกจิ. ตยิทํ ตสฺส สพฺพโส ตีรณปริญฺญาภาวเมว มญฺญมาเนหิ วุตฺตํ. กิญฺจาปิ หิ อุทยพฺพยญาณํ ตีรณปริญฺญนฺโตคธเมว, อุทยพฺพยาทีนํ ปน ชานนฏฺเฐน, ปจฺจกฺขโต ทสฺสนฏฺเฐน จ ญาณทสฺสนานิ, อุทยพฺพยญาณาทีนิ. ตานิเยว ปฏิปกฺขโต วิสุทฺธตฺตา ญาณทสฺสนวิสุทฺธิ, สา เอว อริยมคฺโค ปฏิปชฺชติ เอตายาติ ปฏิปทา จาติ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ วุตฺตํ. ตํ ปน อุปฺปนฺนมตฺตํ อปฺปคุณํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปคุณญฺหิ นิจฺจสญฺญาทิปหานสิทฺธิยา ปหานปริญฺญาย อธิฏฺฐานภูตํ. ยโต ตทวิคเมน อฏฺฐารสสุ มหาวิปสฺสนาสุ เอกจฺจา อธิคตา เอว โหนฺติ. น หิ อุทยพฺพยานํ ปจฺจกฺขโต ปฏิเวเธน วินา สามญฺญาการานํ ตีรณมตฺเตน สาติสยํ ปฏิปกฺขปหานํ สมฺภวติ. อสติ จ ปฏิปกฺขปหาเน กุโต ญาณาทีนํ วชิรมิว อวิหตเวคตา, ติขิณวิสทาทิตา วา. ตสฺมา ปคุณภาวปฺปตฺตํ อุทยพฺพยญาณํ ปหานปริญฺญาปกฺขิยเมว ทฏฺฐพฺพํ. สพฺพสงฺขารานํ ภงฺคสฺเสว อนุปสฺสนา ภงฺคานุปสฺสนา, ตเทว ญาณํ ภงฺคานุปสฺสนาญาณํ. ยถาภูตทสฺสาวี ภายติ เอตสฺมาติ ภยํ, เตภูมกธมฺมา, เตสุ ภยโต อุปฏฺฐิเตสุ ภายิตพฺพาการคาหิญาณํ ภยตุปฏฺฐานญาณํ. มุญฺจิตุํ อิจฺฉตีติ มุญฺจิตุกมฺยํ, จิตฺตํ, ปุคฺคโล วา, ตสฺส ภาโว มุญฺจิตุกมฺยตา, ตเทว ญาณํ มุญฺจิตุกมฺยตาญาณํ. ปุน ปฏิสงฺขานากาเรน ปวตฺตํ ญาณํ ปฏิสงฺขานุปสฺสนาญาณํ. นิรเปกฺขตาย สงฺขารานํ อุเปกฺขนวเสน ปวตฺตญาณํ สงฺขารุเปกฺขาญาณํ. ตสฺมาติ ยสฺมา อุปกฺกิเลสวิมุตฺตํ อุทยพฺพยญาณาทินววิธญาณํ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิ, ตสฺมา.

๗๓๘. ‘‘อุปกฺกิเลสวิมุตฺต’’นฺติ วิเสสเนน วิภาวิตมตฺถํ อนวพุชฺฌนฺโต โจทโก ‘‘ปุน อุทยพฺพยญาเณ โยโค กิมตฺถิโย’’ติ ปุจฺฉติ. ตตฺถ กิมตฺถิโยติ กึ ปโยชโน นิรตฺถโก, ปเคว นิพฺพตฺติตตฺตา ปกฺกสฺส ปจนํ วิยาติ อธิปฺปาโย. อถ วา ลกฺขณสลฺลกฺขณาทิเหตุปฏิปาฏิคฺคหณวเสน ตมตฺถํ ญาเปตุกาโม อาจริโยว กเถตุกมฺยตาวเสน ‘‘กิมตฺถิโย’’ติ ปุจฺฉติ. ลกฺขณสลฺลกฺขณตฺโถติ อนิจฺจาทิลกฺขณานํ สมฺมเทว อุปธารณตฺโถ. ตตฺถ การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อุทยพฺพยญาณํ หี’’ติอาทิมาห. นนุ จ อุทยพฺพยญาณํ นาม สงฺขารานํ อุทยพฺพยเมว ปสฺสติ, น อนิจฺจาทิลกฺขณตฺตยํ, เตน กถํ อนิจฺจตาทิลกฺขณตฺตยสลฺลกฺขณํ โหตีติ? น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ ‘‘อุทยพฺพยญาณํ ลกฺขณตฺตยวิสยํ โหตี’’ติ. อุทยพฺพเย ปน ปฏิวิทฺเธ อนิจฺจลกฺขณํ ปากฏํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. ตโต ‘‘ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขํ. ยํ ทุกฺขํ, ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๕; ๔๕, ๗๗; ๔.๑, ๔; ปฏิ. ม. ๒.๑๐) อิตรลกฺขณมฺปิ. อถ วา อุทยพฺพยคฺคหเณน หุตฺวา อภาวากาโร, อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนากาโร, อวสวตฺตนากาโร จ วิภูตตโร โหตีติ การณภาเวน อุทยพฺพยญาเณ โยคสฺส ลกฺขณตฺตยสลฺลกฺขณตฺถตา เวทิตพฺพา, น สมฺมุเขเนว. เหฏฺฐาติ มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิโต เหฏฺฐา. ตญฺหิ โอภาสาทิอุปฺปตฺติเหตุตาย ติกฺขํ วิสทํ หุตฺวา ปวตฺตมฺปิ ทิฏฺฐิอาทีหิ อุปกฺกิลิฏฺฐตฺตา กุณฺฐํ อวิสทเมว ชาตํ. เตนาห ‘‘ทสหิ…เป… นาสกฺขี’’ติ.

๗๓๙. อมนสิการาติ เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนํ. ‘‘กิสฺส อมนสิการา’’ติ หิ อิทํ ‘‘เกน ปฏิจฺฉนฺนตฺตา’’ติ ปุจฺฉิตสฺส ปฏิจฺฉาทกสฺส เหตุปุจฺฉา. สนฺตติยา หิสฺส ปฏิจฺฉนฺนตฺตา อนิจฺจลกฺขณํ น อุปฏฺฐาติ, สา จ สนฺตติ อุทยพฺพยามนสิกาเรน ปฏิจฺฉาทิกา ชาตา. อิริยาปเถหิ ปฏิจฺฉนฺนตฺตา ทุกฺขลกฺขณํ น อุปฏฺฐาติ, เต จ อิริยาปถา อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนามนสิกาเรน ปฏิจฺฉาทกา ชาตา. ฆเนน ปฏิจฺฉนฺนตฺตา อนตฺตลกฺขณํ น อุปฏฺฐาติ, เต จ ฆนา นานาธาตุวินิพฺโภคามนสิกาเรน ปฏิจฺฉาทกา ชาตาติ. อุทยพฺพยํ ปสฺสโต น อุทยาวตฺถา วยาวตฺถํ ปาปุณาติ, วยาวตฺถา วา อุทยาวตฺถํ. อญฺโญว อุทยกฺขโณ, อญฺโญว วยกฺขโณติ เอโกปิ ธมฺโม ขณวเสน เภทโต อุปฏฺฐาติ, ปเคว อตีตาทิโกติ อาห ‘‘อุทยพฺพยํ ปน…เป… อุปฏฺฐาตี’’ติ. ตตฺถ สนฺตติยา วิโกปิตายาติ ปุพฺพาปริเยน ปวตฺตมานานํ ธมฺมานํ อญฺโญญฺญภาวสลฺลกฺขเณน สนฺตติยา อุคฺฆาฏิตาย. น หิ สมฺมเทว อุทยพฺพยํ สลฺลกฺเขนฺตสฺส ธมฺมา สมฺพนฺธภาเวน อุปฏฺฐหนฺติ, อถ โข อโยสลากา วิย อสมฺพนฺธภาเวนาติ สุฏฺฐุตรํ อนิจฺจลกฺขณํ ปากฏํ โหติ.

อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนํ มนสิ กตฺวาติ ยถาปริคฺคหิตอุทยพฺพยวเสน สงฺขารานํ นิรนฺตรํ ปฏิปีฬิยมานตํ วิพาธิยมานตํ มนสิ กริตฺวา. อิริยาปเถ อุคฺฆาฏิเตติ อิริยาปเถ ลพฺภมานทุกฺขปฏิจฺฉาทกภาเว อุคฺฆาฏิเต. เอกสฺมิญฺหิ อิริยาปเถ อุปฺปนฺนสฺส ทุกฺขสฺส วิโนทกํ อิริยาปถนฺตรํ ตสฺส ปฏิจฺฉาทกํ วิย โหติ, เอวํ เสสาปีติ อิริยาปถานํ ตํตํทุกฺขปฏิจฺฉาทกภาเว ยาถาวโต ญาเต เตสํ ทุกฺขปฏิจฺฉาทกภาโว อุคฺฆาฏิโต นาม โหติ สงฺขารานํ นิรนฺตรํ ทุกฺขาภิตุนฺนตาย ปากฏภาวโต. เตนาห ‘‘ทุกฺขลกฺขณํ ยาถาวสรสโต อุปฏฺฐาตี’’ติ. นานาธาตุโยติ นานาวิธา ปถวีอาทิธาตุโย นานาวิเธ สภาวธมฺเม. วินิพฺภุชิตฺวาติ ‘‘อญฺญา ปถวีธาตุ, อญฺญา อาโปธาตู’’ติอาทินา, ‘‘อญฺโญ ผสฺโส, อญฺญา เวทนา’’ติอาทินา จ วิสุํ วิสุํ กตฺวา. ฆนวินิพฺโภเค กเตติ สมูหฆเน, กิจฺจารมฺมณฆเน จ ปเภทิเต. ยา เหสา อญฺญมญฺญูปตฺถทฺเธสุ สมุทิเตสุ รูปารูปธมฺเมสุ เอกตฺตาภินิเวสวเสน อปริมทฺทิตสงฺขาเรหิ คยฺหมานา สมูหฆนตา, ตถา เตสํ เตสํ ธมฺมานํ กิจฺจเภทสฺส สติปิ ปฏินิยตภาเว เอกโต คยฺหมานา กิจฺจฆนตา, ตถา สารมฺมณธมฺมานํ สติปิ อารมฺมณกรณเภเท เอกโต คยฺหมานา อารมฺมณฆนตา จ, ตา ธาตูสุ ญาเณน วินิพฺภุชิตฺวา ทิสฺสมานา หตฺเถน ปริมชฺชิยมาโน เผณปิณฺโฑ วิย วิลยํ คจฺฉนฺติ, ‘‘ยถาปจฺจยํ ปวตฺตมานา สุญฺญา เอเต ธมฺมา ธมฺมมตฺตา’’ติ อนตฺตลกฺขณํ ปากฏตรํ โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘นานาธาตุโย…เป… อุปฏฺฐาตี’’ติ.

๗๔๐. ธุวภาวปฏิกฺเขปโต น นิจฺจนฺติ อนิจฺจํ, ขนฺธปญฺจกํ. ยถาห ‘‘รูปํ โข, ราธ, อนิจฺจํ, เวทนา… สญฺญา… สงฺขารา… วิญฺญาณํ อนิจฺจ’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๑๗๒). ตตฺถ การณํ วทนฺโต ‘‘อุปฺปาทวยญฺญถตฺตภาวา’’ติ อาห. อุปฺปาโท นิพฺพตฺติลกฺขณํ, วโย วิปริณามลกฺขณํ, อญฺญถตฺตํ ชรา, เตสํ สพฺภาวโตติ อตฺโถ. หุตฺวา อภาวโตติ อุปฺปชฺชิตฺวา วินสฺสนโต. เอตฺถ จ ปุริเมน ชาติชรามรณสพฺภาวโต อนิจฺจนฺติ ทสฺเสติ, ทุติเยน ปากภาววิทฺธํสาภาวโต. ยสฺส ภาเวน ขนฺธปญฺจกํ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ วุจฺจติ, ตํ อนิจฺจลกฺขณนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อุปฺปาทวยญฺญถตฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เตน หิ ตํ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ ลกฺขียติ. อาการวิกาโรติ อาการวิกติ. อภาวากาโร หิ วิกติรูเปน ลพฺภติ, วิรูปตฺตา น อุปฺปาทากาโร. อาการวิกาโรติ วา อาการวิเสโส. หุตฺวา อภาโว หิ ปากภาวโต ภินฺโน วิทฺธํสาภาวตฺตา ตตฺถ จ อนิจฺจลกฺขณํ นิรุฬฺหํ. อนิจฺจากาโร หิ ทุกฺขานตฺตากาเรหิ วิย อุปฺปาทาการโต จ วิสิฏฺโฐ. ตถา หิ สทฺทสฺส วิทฺธํสาภาโว สงฺขตภาเวนปิ สาธียติ.

สงฺขตภาโว จ อตฺถโต อุปฺปาทวนฺตตา. อุปฺปาโท จ ปากภาวสาธิตา ธรมานาวตฺถา. อิมินา นเยน ทุกฺขานตฺตาลกฺขณานิ เวทิตพฺพานิ. อปิจ ยถา นิจฺจปฏิกฺเขปโต อนิจฺจนฺติ นิจฺจาการปฏิกฺเขปโต ยถาวุตฺโต อภาวาการสงฺขาโต อนิจฺจากาโร อนิจฺจลกฺขณํ, เอวํ สุขปฏิกฺเขปโต ทุกฺขนฺติ สุขาการปฏิกฺเขปโต อภิณฺหปฏิปีฬนาการสงฺขาโต ทุกฺขากาโร ทุกฺขลกฺขณํ, ตถา อตฺตปฏิกฺเขปโต อนตฺตาติ อตฺตาการปฏิกฺเขปโต อวสวตฺตนาการสงฺขาโต อนตฺตากาโร อนตฺตลกฺขณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เต ยิเม ตโยปิ อาการา อสภาวธมฺมตฺตา ขนฺธปริยาปนฺนา น โหนฺติ. ขนฺเธหิ วินา อนุปลพฺภนียโต ขนฺธวินิมุตฺตาปิ น โหนฺติ. ขนฺเธ ปน อุปาทาย โวหารวเสน ลพฺภมานา ตทาทีนววิภาวนาย วิเสสการณภูตา ตชฺชาปญฺญตฺติวิเสสาติ เวทิตพฺพา.

ตยิทํ สพฺพมฺปีติ ยถาวุตฺตลกฺขณตฺตยญฺเจว ลกฺขิตพฺพญฺจ ขนฺธปญฺจกํ. ‘‘อุทยพฺพยานุปสฺสนาญาเณน ยาถาวสรสโต สลฺลกฺเขตี’’ติ อิทํ ตทตฺเถ ตพฺโพหารวเสน วุตฺตํ. อุทยพฺพยญาณตฺถญฺหิ ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนา ‘‘อุทยพฺพยญาณ’’นฺติ กถิตา. น หิ อุทยพฺพยญาณํ ทุกฺขลกฺขณาทิวิสยํ. ตพฺพิสยตฺเต วา อุทยพฺพยญาณเมว น สิยา, อุทยพฺพยญาณํ ปน ติกฺขํ, วิสทญฺจ กาตุกาเมน ลกฺขณตฺตยตีรณเมว กาตพฺพํ. ปริกมฺมสทิสเญฺหตํ ตสฺส. เอส นโย เสสญาเณสุปีติ.

อุปกฺกิเลสวิมุตฺตอุทยพฺพยญาณํ นิฏฺฐิตํ.

ภงฺคานุปสฺสนาญาณกถาวณฺณนา

๗๔๑. วหตีติ ปวตฺตติ. ญาณสฺส ติกฺขภาโว ภาวนาย ปคุณภาเวน. ปคุณา จ ภาวนา วิกฺเขปาภาวโต อารมฺมเณ อปฺปิตา วิย ปวตฺตตีติ ญาณสฺส ติกฺขภาเวน สงฺขารานํ ลหุอุปฏฺฐานตา ทสฺสิตา. สงฺขาเรสุ ปน อุทยพฺพยวเสน ลหุํ ลหุํ อุปฏฺฐหนฺเตสุ อุทยทสฺสนญฺจ ‘‘อุปฺปาทวโต วินาโส’’ติ ยาวเทว วยทสฺสนตฺถํ ตสฺส นิพฺพิทาวหตฺตาติ วเย เอวสฺส อาโภคสมนฺนาหาโร มนสิกาโร ปวตฺตติ, เตน อุปฺปาทาทึ มุญฺจิตฺวา วยเมวารพฺภ ญาณํ อุปฺปชฺชติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุปฺปาทํ วา’’ติอาทิ. ตตฺถ อุปฺปาทนฺติ นิพฺพตฺติวิการํ. ฐิตินฺติ ฐิติปฺปตฺตํ, ชรนฺติ อตฺโถ. ปวตฺตนฺติ อุปาทินฺนกปฺปวตฺตํ. นิมิตฺตนฺติ สงฺขารนิมิตฺตํ. ยํ สงฺขารานํ สมุทยาทิฆนวเสน, สกิจฺจปริจฺเฉทตาย จ สวิคฺคหานํ วิย อุปฏฺฐานํ, ตํ สงฺขารนิมิตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘ปวตฺตํ นาม สงฺขารานํ อวิจฺเฉเทน ปวตฺตนํ อุปฺปาโทว, นิมิตฺตํ นาม อุปฺปนฺนานํ วิชฺชมานตา ฐานปรมฺปรา, ตสฺมา อุปฺปาทเมว คณฺหาติ เจ, ปวตฺตํ คณฺหาติ นาม. ฐิตึเยว คณฺหาติ เจ, นิมิตฺตํ คณฺหาติ นามา’’ติ วทนฺติ, ตํ ‘‘อุปฺปาทํ วา’’ติอาทิวจเนน วิรุชฺฌติ. น หิ อสติ เภเท วิกปฺโป ยุตฺโต. น สมฺปาปุณาติ อคฺคหณโต. กึ ปน สมฺปาปุณาตีติ อาห ‘‘ขย…เป… สนฺติฏฺฐตี’’ติ. ตตฺถ นิโรธสทฺโท อนุปฺปาเทปิ ทิสฺสตีติ เภทสทฺเทน วิเสสิตํ, เภทสทฺโท วิเสสวาจโกปิ โหตีติ วยสทฺเทน วิเสสิตํ, โสปิ อนิโรธวาจโกปิ อตฺถีติ ขยสทฺเทน วิเสสิตํ, ขยวยเภทสงฺขาเต ขณิกนิโรเธติ อตฺโถ. สติ สนฺติฏฺฐตีติ สติสีเสน ญาณมาห. เอตสฺมึ ฐาเนติ อุปกฺกิเลสวินิมุตฺตสฺส อุทยพฺพยญาณสฺส ติกฺขภาวาปตฺติยํ วุตฺตนเยน อุทยมฺปิ มุญฺจิตฺวา วยสฺเสว มนสิการกาเล.

อารมฺมณปฏิสงฺขาติ รูปเวทนาทิอารมฺมณํ ขยวยวเสเนว ปฏิสงฺขาย. ยการโลเปน หิ นิทฺเทโส ‘‘สยํ อภิญฺญา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๘, ๔๐๕) วิย. ยถาวุตฺตสฺส วา อารมฺมณสฺส ขยวยเภทวเสน ปฏิสงฺขา อารมฺมณปฏิสงฺขา. ภงฺคานุปสฺสเนติ โย ตทารมฺมณสฺส จิตฺตสฺส ภงฺโค, ตสฺส อนุปสฺสเน. ปญฺญาติ ปการโต ชานนา. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ อิทาเนว สํวณฺณียติ.

๗๔๒. ยํ กิญฺจิ อารมฺมณนฺติ รูปํ ยาว ชรามรณนฺติ วิปสฺสิตพฺพภาเวน คหิตํ สพฺพํ สงฺขารคตมาห. ปฏิสงฺขานํ นาม ชานนํ, ตญฺจ ภงฺคานุปสฺสนาย อธิปฺเปตตฺตา ภงฺคโต ทสฺสนเมวาติ อาห ‘‘ชานิตฺวา ขยโต วยโต ทิสฺวาติ อตฺโถ’’ติ. ตสฺส ญาณสฺสาติ สมฺพนฺโธ.

รูปารมฺมณเมว รูปารมฺมณตา ยถา ‘‘เทโว เอว เทวตา’’ติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปารมฺมณํ จิตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. รูปารมฺมณตาติ วา ภุมฺมตฺเถ ปจฺจตฺตวจนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถ วา รูปารมฺมณภาเว’’ติ อาห. อปเรน จิตฺเตน ภงฺคํ อนุปสฺสตีติ วิปสฺสนาวิสยํ ภงฺคานุปสฺสนมาห. เอวญฺหิ ภงฺคานุปสฺสนา ปคุณา โหติ, อารมฺมณญฺจสฺส วิภูตตรํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. ญาตนฺติ อารมฺมณมาห อนุปสฺสนาวเสน ญาตตฺตา. ญาณนฺติ อนุปสฺสนาญาณํ. อุโภปิ วิปสฺสตีติ ตทุภยมฺปิ ขยโต วยโต วิปสฺสตีติ. อยํ เหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – รูปสฺส ยาว ชรามรณสฺส ขยโต วยโต ทสฺสนํ อารมฺมณปฏิสงฺขาตํ, ทสฺสนกญาณสฺส ขยโต วยโต ทสฺสนํ อารมฺมณปฏิสงฺขาย ภงฺคสฺส อนุปสฺสนนฺติ อุภยตฺถ ปญฺญา. ปุริมํ วา ตทภาเว อภาวโต ปจฺฉิมายํ ปกฺขิปิตฺวา ปจฺฉิมา เอว ปญฺญา วิปสฺสเน ญาณนฺติ.

เอตฺถาติ ‘‘ตสฺส จิตฺตสฺส…เป… ภงฺคํ อนุปสฺสตี’’ติ เอตฺถ. อเนเกหิ อากาเรหีติ อนิจฺจโต อนุปสฺสนาทีหิ อเนเกหิ อากาเรหิ. อนุ-สทฺโท ‘‘ภิยฺโย’’ติ เอตสฺมึ อตฺเถติ อาห ‘‘ปุนปฺปุนํ ปสฺสตี’’ติ.

อิธ สงฺขตธมฺโม นาม ชาติชรามรณปกติโก, ตสฺส ชาติ อาทิโกฏิ, ชรา มชฺฌิมโกฏิ, มรณํ โอสานโกฏิ. ตตฺถ กิญฺจาปิ อุปฺปาทาทิติวิธมฺปิ สงฺขตลกฺขณตาย อนิจฺจลกฺขณํ, ตถาปิ ชาติชราสุ ทิฏฺฐาสุ น ตถา อนิจฺจลกฺขณํ ปากฏํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ ยถา วยกฺขเณติ อาห ‘‘ภงฺโค นาม อนิจฺจตาย ปรมา โกฏี’’ติ, อุตฺตมา โกฏิ ปริโยสานโกฏีติ อตฺโถ. ยถา หิ ชราธมฺมํ, มรณธมฺมเมว จ ชายตีติ ชาติ อนิจฺจตาย อาทิ โกฏิ, ตถา ชาติธมฺมํ, มรณธมฺมเมว จ ชีรตีติ ชรา มชฺฌิมา โกฏิ, ชาติธมฺมํ, ชราธมฺมเมว จ ภิชฺชตีติ ภงฺโค ปรมา โกฏีติ. อนิจฺจโต อนุปสฺสตีติ น กลาปโต สมฺมสนฺโต วิย ‘‘อนิจฺจํ ขยฏฺเฐนา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๔๘) อนุมานวเสน, นาปิ อารทฺธวิปสฺสโก วิย อุทยคฺคหณปุพฺพกวยทสฺสนวเสน, อถ โข อุทยพฺพยญาณานุภาเวน ปจฺจกฺขโต อุปฏฺฐิเตสุ อุทยวเยสุ วุตฺตนเยน อุทยํ มุญฺจิตฺวา ภงฺคทสฺสนวเสเนว อนิจฺจโต อนุปสฺสติ, เอวํ อนุปสฺสโต ปนสฺส นิจฺจคาหสฺส เลโสปิ นตฺถีติ อาห ‘‘โน นิจฺจโต’’ติ. ตถา เหส นิจฺจสญฺญํ ปชหตีติ วุจฺจติ. เอตฺถ จ ‘‘อนิจฺจโต เอว อนุปสฺสตี’’ติ เอว-กาโร ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐติ เตน นิวตฺติตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘โน นิจฺจโต’’ติ วุตฺตํ. น เจตฺถ ทุกฺขโต อนุปสฺสนาทินิวตฺตนมาสงฺกิตพฺพํ ปฏิโยคีนิวตฺตนปรตฺตา, เอว-การสฺส อุปริ เทสนารุฬฺหตฺตา จ ตาสํ. ทุกฺขโต อนุปสฺสตีติอาทีสุปิ เอเสว นโย.

อนิจฺจโต ตาว อนุปสฺสนา ภงฺคานุปสฺสกสฺส ยุตฺตา ‘‘ภงฺโค นาม อนิจฺจตาย ปรมา โกฏี’’ติ, ทุกฺขาทิโต ปน กถนฺติ อาห ‘‘อนิจฺจสฺส ทุกฺขตฺตา’’ติอาทิ. เอเตน ยํ อนิจฺจํ, ตํ เอกนฺตโต ทุกฺขํ อนตฺตา, ตโต จ น อภินนฺทนิยาทิรูปํ. ตสฺมา อุปริ นิพฺพตฺเตตพฺพโต ญาณปริกมฺมตฺถญฺจ อิตราสมฺปิ ฉนฺนํ อนุปสฺสนานํ วเสน อนุปสฺสตีติ ทสฺเสติ. เกจิ ปเนตฺถ ‘‘อนิจฺจโต อนุปสฺสติ, โน นิจฺจโตติอาทินา วิสุํ ทสฺสนกิจฺจํ นตฺถิ, ภงฺคทสฺสเนเนว สพฺพํ ทิฏฺฐํ โหตี’’ติ วทนฺติ, ตํ ภงฺคานุปสฺสนาย มตฺถกปฺปตฺติยํ ยุตฺตํ, ตโต ปน ปุพฺพภาเค อเนกาการโวการา อนุปสฺสนา อิจฺฉิตพฺพาว. อญฺญถา ‘‘อนิจฺจโต อนุปสฺสตี’’ติอาทิกา (ปฏิ. ม. ๑.๕๑) ปาฬิ, ‘‘อเนเกหิ อากาเรหิ ปุนปฺปุนํ ปสฺสตี’’ติ อาคตา ตสฺสา อฏฺฐกถา จ วิโรธิตา สิยา. ตเทว อนิจฺจโต ทิฏฺฐเมว สพฺพสงฺขารคตํ.

น ตํ อภินนฺทิตพฺพนฺติ ตํ สงฺขารคตํ ตณฺหาทิฏฺฐาภินนฺทนวเสน ‘‘เอตํ มม, เอโส เม อตฺตา’’ติ น อภินนฺทิตพฺพํ. น ตตฺถ รญฺชิตพฺพนฺติ ตตฺถ สงฺขารคเต รญฺชนวเสน น ปวตฺติตพฺพํ, กามราโค, ภวราโค วา น ปวตฺเตตพฺโพติ อตฺโถ. ราคํ นิโรเธตีติ ราคํ วิกฺขมฺภนนิโรธํ ปาเปติ, วิกฺขมฺเภตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘โลกิเกเนว ตาว ญาเณนา’’ติ. สติ จ วิกฺขมฺภเน กถํ สมุทโยติ อาห ‘‘โน สมุเทติ, สมุทยํ น กโรตี’’ติ.

เอวํ วิรตฺโตติ เอวํ ภงฺคานุปสฺสนานุสาเรน วิรตฺโต. ยถา ทิฏฺฐํ สมฺปติ อุปฏฺฐิตํ สงฺขารคตํ นิโรเธติ นิโรธํ มนสิ กโรติ, อทิฏฺฐมฺปิ อตีตานาคตํ อนฺวยญาณวเสน ยถา อิทํ เอตรหิ, เอวํ อิตเรปีติ อนุมินนฺโต นิโรเธติ มนสิกตสฺสาปิ นิโรธํ กโรติ. โน สมุเทตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย, โน สมุทยํ มนสิ กโรตีติ อตฺโถ.

เอวํ ปฏิปนฺโนติ เอวํ วุตฺตปฺปกาเรน อนิจฺจานุปสฺสนาทิวเสน ปฏิปนฺโน. สทฺธึ ขนฺธาภิสงฺขาเรหิ กิเลสานํ ปริจฺจชนโตติ ขนฺเธหิ, อภิสงฺขาเรหิ จ สห กิเลสานํ ปชหนโต. กิเลเส หิ ปชหนฺโต ตนฺนิมิตฺตกกมฺมํ, ตโต นิพฺพตฺตนเก ขนฺเธ จ ปชหติ นาม. สงฺขตโทสทสฺสเนนาติ สงฺขตธมฺเมสุ อนิจฺจทุกฺขตาทิอาทีนวทสฺสเนน. ตพฺพิปรีเตติ นิจฺจสุขาทิสภาเว. ตนฺนินฺนตายาติ ตทธิมุตฺตตาย. ปฏินิสฺสคฺคสทฺโท ปริจฺจาคตฺโถ, ปกฺขนฺทนตฺโถ จาติ ปฏินิสฺสคฺคสฺส ทุวิธตา วุตฺตา. ตตฺถ ปกฺขนฺทนํ อธิมุจฺจนํ. ยถาวุตฺเตนาติ ตทงฺคาทิปฺปหานปฺปกาเรน, ตนฺนินฺนปฺปกาเรน จ. นิพฺพตฺตนวเสนาติ อุปฺปาทนวเสน. นิพฺพตฺเตนฺโต หิ กิเลเส อาทิยตีติ เต อนิพฺพตฺเตนฺโต กิเลเส น อาทิยติ นาม. อโทสทสฺสิตาวเสนาติ โทสานํ อทสฺสาวิภาเวน. สงฺขตารมฺมณํ อาทิยตีติ โยชนา. อนาทีนวทสฺสิตาย หิ สงฺขาเร อาทิยตีติ อาทีนวทสฺสิตาย เต น อาทิยติ น คณฺหาติ.

๗๔๓. อสฺสาติ โยคิโน. เตหิ ญาเณหีติ อนิจฺจานุปสฺสนาทิญาเณหิ. ตนฺติ ปหานํ. นิจฺจสญฺญนฺติ นิจฺจคาหํ, สญฺญาสีเสน นิทฺเทโส. สุขสญฺญํ อตฺตสญฺญนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สปฺปีติกํ ตณฺหนฺติ สอุปฺปิลาวิตํ อภิปตฺถนํ.

๗๔๔. ‘‘วตฺถุสงฺกมนา’’ติ เอตฺถ วิปสฺสนาย ปวตฺติฏฺฐานภาวโต รูปาทิอารมฺมณํ ‘‘วตฺถู’’ติ อธิปฺเปตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘รูปสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สงฺกมนาติ วิปสฺสนาภาวสามญฺญโต เอกตฺตนเยน วุตฺตํ, อญฺญถา อญฺญเทว รูปภงฺควิสยํ ญาณํ, อญฺญเทว ตทารมฺมณจิตฺตภงฺควิสยนฺติ กุโต สงฺกมนา. ปญฺญาวิวฏฺฏนายปิ เอเสว นโย. ปญฺญายาติ อุทยพฺพยทสฺสนวเสน ปวตฺตมานาย วิปสฺสนาปญฺญาย. วยสฺเสว คหณวเสน อุทยโต วินิวฏฺฏนา. เตนาห ‘‘อุทยํ ปหาย วเย สนฺติฏฺฐนา’’ติ. ‘‘อนนฺตรเมว อาวชฺชนสมตฺถตา’’ติ อิมินา ภงฺคานุปสฺสนาย ปคุณพลวภาวมาห.

๗๔๕. อุโภติ ทิฏฺฐาทิฏฺฐภาเวน เทฺวปิ อารมฺมณานิ. เอกววตฺถนาติ ขณภงฺคุรตาย สมานาติ ววตฺถาปนา.

สํวิชฺชมานมฺหีติ ปจฺจกฺขโต อุปลพฺภมาเน ปจฺจุปฺปนฺเน. วิสุทฺธทสฺสโนติ ภงฺคทสฺสนสฺส ปริพนฺธวิธมเนน วิสุทฺธญาโณ, สุวิสุทฺธภงฺคทสฺสโนติ อตฺโถ. ตทนฺวยํ เนตีติ ตสฺส ปจฺจุปฺปนฺนสงฺขารภงฺคทสฺสิโน ญาณสฺส อนฺวยํ อนุคตภูตํ ญาณํ ปวตฺเตติ. กตฺถ ปน ปวตฺเตตีติ อาห ‘‘อตีตนาคเต’’ติ, อตีเต, อนาคเต จ สงฺขารคเต. สพฺเพปีติอาทิ ตสฺส ปวตฺตนาการทสฺสนํ.

ภงฺคสงฺขาเต นิโรเธ, น นิพฺพานสงฺขาเตติ อธิปฺปาโย. เอสาติ ยา อารมฺมณนฺวเยน อุโภ ทิฏฺฐาทิฏฺเฐ ขณภงฺคุรตาย เอกภาเวน ววตฺถาปนา, เอสา วยลกฺขเณ วิปริณามลกฺขเณ วิปสฺสนา ภงฺคานุปสฺสนาติ อตฺโถ.

๗๔๖. อารมฺมณญฺจ ปฏิสงฺขาติอาทิ ภงฺคานุปสฺสนาย ทุปฺปฏิวิชฺฌตฺตา วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส ทฬฺหีกรณํ. ตยิทํ ภงฺคทสฺสนํ สงฺขารานํ อวสวตฺตนาวโพธเนน อนตฺตลกฺขณปฏิเวธายาติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สุญฺญโต จ อุปฏฺฐาน’’นฺติ อาห. อารมฺมณสฺส หิ ภงฺคารมฺมณจิตฺตสฺส จ ภงฺคมนุปสฺสโต วิเสสโต สงฺขารา สุญฺญา หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ. เตนาห ‘‘ตสฺเสว’’นฺติอาทิ.

น จตฺถิ อญฺโญติ เอตฺถ อิมสฺมึ โลเก อญฺโญ ขนฺธวินิมุตฺโต อตฺตา นาม โกจิ นตฺถิ. เตสํ ขยํ ปสฺสตีติ เตสํ ธมฺมานํ ขเณ ขเณ อุปฏฺฐหนฺตํ ภงฺคํ ปสฺสติ. ยถาวุตฺตาย อปฺปมาทปฏิปตฺติยา อปฺปมตฺโต. ยถา กึ? มณึว วิชฺฌํ วชิเรน โยนิโส ยถา นาม กุสโล ปุริโส อุปาเยน มณึ วิชฺฌนฺโต มณิสฺส ฉิทฺทเมว ปสฺสติ มนสิ กโรติ, น มณิสฺส วณฺณาทึ, เอวเมว สงฺขารานํ นิรนฺตรํ ภงฺคเมว โยนิโส มนสิ กโรติ, น สงฺขาเรติ อธิปฺปาโย. ยถา วา วชิเรน มณึ วิชฺฌนฺตสฺส วิทฺธฏฺฐานํ น ปุน รุหติ, เอวํ วชิรสทิเสน ภงฺคานุปสฺสนาญาเณน ภงฺเค ทิฏฺเฐ น ปุน นิจฺจคาโห รุหติ, เอวํ ภงฺคเมว ปสฺสตีติ อตฺโถ.

ยา จ อารมฺมณปฏิสงฺขาติ ‘‘รูปารมฺมณตา จิตฺตํ อุปฺปชฺชิตฺวา ภิชฺชติ, ตํ อารมฺมณํ ปฏิสงฺขา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๑) เอวมาคตา ยา จ อารมฺมณปฏิสงฺขา, ‘‘ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคํ อนุปสฺสตี’’ติ เอวํ วุตฺตา ยา จ ภงฺคานุปสฺสนา, ‘‘สงฺขาราว ภิชฺชนฺติ, เตสํ เภโท มรณํ, น อญฺโญ โกจิ อตฺถี’’ติ เอวํ วุตฺตํ ยญฺจ สุญฺญโต อุปฏฺฐานํ, อยํ เอวํ ติธา วุตฺตาปิ อธิปญฺญาวิปสฺสนา นามาติ อตฺโถ.

๗๔๗. อนิจฺจานุปสฺสนาทีสูติ อนิจฺจทุกฺขานตฺตานุปสฺสนาสุ. นิพฺพิทาทีสูติ นิพฺพิทาวิราคนิโรธปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนาสุ. ตโย อุปฏฺฐาเนติ อนิจฺจาทิวเสน ติวิเธ อุปฏฺฐาเน. ขยโต วยโต อุปฏฺฐานญฺหิ อนิจฺจโต อุปฏฺฐานํ, ภยโต อุปฏฺฐานํ ทุกฺขโต, สุญฺญโต อุปฏฺฐานํ อนตฺตโตติ. ทิฏฺฐีสูติ ทิฏฺฐินิมิตฺตํ น เวธติ. ตา หิ อสํหีรตาย น จลติ.

๗๔๘. ทุพฺพลภาชนสฺส วิยาติ ตินฺตอามมตฺติกาภาชนสฺส วิย เภทเมว ปสฺสตีติ สมฺพนฺโธ. เอตฺถ จ ทุพฺพลภาชนูปมา สรสภิทุรตาทสฺสนตฺถํ, วิปฺปกิริยมานสุขุมรชูปมา อญฺญมญฺญํ อสมฺพนฺธตาทสฺสนตฺถํ, ภิชฺชิยมานติลูปมา ขเณ ขเณ ภิชฺชนกภาวทสฺสนตฺถนฺติ ทฏฺฐพฺพา. เภทเมวาติ วินาสเมว ปสฺสติ อุปฺปาทาทีนํ อคฺคหณโต. เอวเมวาติ ยถา อุทกพุพฺพุฬกานิ อุทกตลาทิปจฺจยํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนานิ น จิรฏฺฐิติกานิ สีฆํ สีฆํ ภิชฺชนฺติ, เอวเมว สพฺเพ รูปารูปธมฺมา กมฺมาทิปจฺจยํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนา ขณฏฺฐิติกา สีฆํ สีฆํ ภิชฺชนฺตีติ เภทเมว ปสฺสติ. ตุริตตุริตญฺหิ เนสํ เภททสฺสนตฺถํ ‘‘ภิชฺชนฺติ ภิชฺชนฺตี’’ติ อาเมฑิตวจนํ.

มรีจิปิ อิตฺตรกาลิกาว, นิสฺสยปพนฺธวเสน ปน จิรตรุปฏฺฐานนฺติ ‘‘ยถา ปสฺเส มรีจิก’’นฺติ วุตฺตํ, น อยาถาวุปฏฺฐานโตว. โลกนฺติ ขนฺธโลกํ. มจฺจุราชา น ปสฺสติ อรหตฺตาธิคเมน ปุนพฺภวาภาวโต.

๗๔๙. ภวทิฏฺฐิปฺปหานนฺติ สสฺสตทิฏฺฐิยา วิกฺขมฺภนํ. น หิ นิรนฺตรํ ภงฺคเมว ปสฺสโต สสฺสตทิฏฺฐิยา อวสโร อตฺถิ. ตโต เอว ชีวิเต นิราลยตฺตา ชีวิตนิกนฺติปริจฺจาโค. สทาติ สพฺพกาลํ รตฺตินฺทิวํ. ภาวนาย ยุตฺตปฺปยุตฺตตา. อิจฺฉาจารานํ ทูรีภาวโต วิสุทฺธาชีวิตา. อุสฺสุกฺกปฺปหานํ กิจฺจากิจฺเจสุ อพฺยาวฏตา ติพฺพสํเวคตฺตา. วิคตภยตา กุโตจิปิ นิพฺภยตา อตฺตสิเนหาภาวโต. ขนฺติโสรจฺจปฏิลาโภ อนิจฺจตาย สุทิฏฺฐตฺตา. ปนฺตเสนาสเนสุ อธิกุสเลสุ จ อรติยา, กามคุเณสุ รติยา จ สหนโต อภิภวนโต อรติรติสหนตา.

อิมานิ อฏฺฐคฺคุณมุตฺตมานีติ ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ. ม-กาโร จ ปทสนฺธิกโร, ภวทิฏฺฐิปฺปหานาทิเก อิเม อฏฺฐ อุตฺตมานิสํเสติ อตฺโถ. ตหินฺติ ตตฺถ ภงฺคานุปสฺสนายนฺติ อตฺโถ.

ภงฺคานุปสฺสนาญาณํ นิฏฺฐิตํ.

ภยตุปฏฺฐานญาณกถาวณฺณนา

๗๕๐. สพฺพสงฺขารานนฺติ เตภูมกานํ สพฺพสงฺขารานํ. อธิการวเสน หิ ปเทสสพฺพวิสโย อิธ สพฺพสทฺโท. อาเสวนฺตสฺสาติ อาทรวเสน เสวนฺตสฺส ปวตฺเตนฺตสฺส. ภาเวนฺตสฺสาติ วฑฺเฒนฺตสฺส พฺรูเหนฺตสฺส. พหุลีกโรนฺตสฺสาติ ปุนปฺปุนํ กโรนฺตสฺส ยุญฺชนฺตสฺส. ปเภทกาติ ขเณ ขเณ ภิชฺชนวเสน ปเภทกา. อาชีวิกา พฺยาธิอาทินิมิตฺตํ มริตุกามสฺส, อมริตุกามสฺสาปิ สูรสฺส ภายิตพฺพมฺปิ น ภยโต อุปฏฺฐาตีติ ‘‘สุเขน ชีวิตุกามสฺส ภีรุกปุริสสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ยถา ภีรุกชาติกสฺส สีหาทโย สนฺตาสนิมิตฺตํ ภยานกภาวโต, ตถา โยคิโน ภงฺคโต ทิสฺสมานา สงฺขาราติ อาห ‘‘สีห…เป… อุปฏฺฐหนฺตี’’ติ. ปจฺจุปฺปนฺนาติ อทฺธาปจฺจุปฺปนฺนา โอฬาริกา ทีฆตรปพนฺธา, ขณปจฺจุปฺปนฺนา สุขุมตรา อิตฺตรกาลา, สนฺตติปจฺจุปฺปนฺนา มชฺฌิมา อิธ อาทิโต ปริคฺคเหตพฺพา. ภยโต ภายิตพฺพโต อุปติฏฺฐนเกสุ ญาณํ ภยตุปฏฺฐานญาณํ.

ยถา อิตฺถิยา ปุตฺตานํ สีสสฺส ฉินฺนตา ฉิชฺชมานตา คยฺหมานา ภยาวหา, เอวํ โยคิโน ติยทฺธคตานํ สงฺขารานํ นิโรธา คยฺหมานาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกิสฺสา กิร อิตฺถิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ยถา ปูติภูตํ โอทนาทิ น สภาเวน ติฏฺฐติ วินสฺสติ, เอวํ ยสฺสา อิตฺถิยา วิชาตวิชาตา ปุตฺตา น ชีวนฺติ มรนฺติ เอว, สา ‘‘ปูติปชา’’ติ วุตฺตา. ปูติปชาคฺคหณญฺเจตฺถ วิเสสโต คพฺภคตมรณจินฺตาทสฺสเนน โยคิโน อนาคตสงฺขารนิโรธสนฺนิฏฺฐานทสฺสนตฺถํ. อตีตปจฺจุปฺปนฺนสงฺขารนิโรโธ หิสฺส สุปากโฏ เอวาติ น โส อุปมาย สาเธตพฺโพ. อนฺติมภวิกสฺส จ โยคิโน สตฺตกฺขตฺตุํ ปรมาทิภาวิโน อตีเต ทุกฺขพหุตาย, อนาคตทุกฺขปริตฺตตาย จ ทสฺสนตฺถํ พหุปชาว อิตฺถี นิทสฺสิตา.

ตตฺถ ยถา ตสฺสา นว ปุตฺตา มตา, เอวํ อชฺฌตฺตาทิปฺปเภทา อตีตา สงฺขารา, วุสิตปุพฺพา วา นว สตฺตาวาสา ทฏฺฐพฺพา, มียมานปุตฺโต วิย ปจฺจุปฺปนฺนา สงฺขารา, ปวตฺตมาโน วา สตฺตาวาโส ทฏฺฐพฺโพ. อชาตปุตฺโต วิย อนาคตา สงฺขารา, ภาวี วา สตฺตาวาโส ทฏฺฐพฺโพ. เอวมวฏฺฐิเต ยเทเก ทสปุตฺตมาตรํ อคฺคเหตฺวา นวปุตฺตมาตุคฺคหณํ สาตฺถกนฺติ วทนฺติ, ตทปาหตํ โหติ. ทารกานํ มรณสฺส จิรกาลิกตฺตา มรณานุสฺสรณนฺติ วุตฺตํ. คพฺภคโต อปฺปจฺจกฺขตาย ภาวีปกฺเขเยว ติฏฺฐตีติ อธิปฺปาเยน กุจฺฉิคโต อนาคตสงฺขารฏฺฐานิโย วุตฺโต. เอตสฺมึ ขเณติ ภงฺคทสฺสนมุเขน สงฺขารานํ ภยานกภาเวน อุปฏฺฐานกฺขเณ.

๗๕๑. น ภายติ ญาณสฺส ภายนากาเรน อปฺปวตฺตนโต. ปฏิฆจิตฺตุปฺปาทวเสน หิ ภายนํ, ญาณํ ปน ภายิตพฺพวตฺถุํ ภายิตพฺพนฺติ ยาถาวโต ชานาติ. เตนาห ‘‘อตีตา…เป… ตีรณมตฺตเมวา’’ติ, ติสฺโส องฺคารกาสุโย อติตาเปน ติกฺขมชฺฌมุทุเภทาติ อธิปฺปาโย. กามภวาทีนญฺหิ ติณฺณํ ภวานํ นิทสฺสนภาเวน ตาสํ คหณํ, ตถา ขทิราทิสูลตฺตยสฺส อปฺปณีตาทิภาวโต. เตนาห ‘‘เกวลํ หี’’ติอาทิ. อสฺสาติ ญาณสฺส. พฺยสนาปนฺนาติ นานาวิธวิปุลานตฺถปติตา. ภยโตติ ภายิตพฺพโต.

สงฺขารนิมิตฺตนฺติ ‘‘สงฺขารานํ สมูหาทิฆนวเสน, สกิจฺจปริจฺเฉทตาย จ สวิคฺคหานํ วิย อุปฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺโตวายมตฺโถ. สงฺขารานํ ปน ตถา อุปฏฺฐานํ สงฺขารวินิมุตฺตํ น โหตีติ อาห ‘‘อตีตา…เป… อธิวจน’’นฺติ. มรณเมวาติ ภงฺคเมว. เตนาติ ภงฺคทสฺสเนน. ขเณ ขเณ ภงฺคเมว ปสฺสโต หิ นิมิตฺตสญฺญิตํ สงฺขารคตํ อนิจฺจตาย วุตฺตนเยน สปฺปฏิภยํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. ปวตฺตํ นาม กามํ สพฺพา ภวปวตฺติ, มตฺถกปฺปตฺตาย ปน ภงฺคานุปสฺสนาย สพฺพภเวสุ อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนสฺส สุฏฺฐุตรํ อุปฏฺฐานโต สนฺตสุขาภิมตาปิ ภวา ทุกฺขสภาวตาย ภยโต อุปฏฺฐหนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ปวตฺตนฺติ รูปารูปภวปวตฺตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุภยนฺติ นิมิตฺตํ, ปวตฺตญฺจ. ทฺวยมฺปิ หิ ตํ อตฺตสุญฺญเมว หุตฺวา อุปฏฺฐหตีติ.

ภยตุปฏฺฐานญาณํ นิฏฺฐิตํ.

อาทีนวานุปสฺสนาญาณกถาวณฺณนา

๗๕๒. ตาณนฺติ สงฺขารเหตุกา อนตฺตโต รกฺขณํ. เนว ปญฺญายติ สพฺพภวาทีนํ สาทีนวตาย เอกสทิสตฺตา. เลณนฺติ ตสฺส ปริหรณตาณาย อุปลียนํ. คตีติ ตทตฺถํ คนฺตพฺพฏฺฐานํ. ปฏิสรณนฺติ ตสฺเสว ปฏิสรณฏฺฐานํ. ปตฺถนาติ อาสีสนา น โหติ. เอเตน ‘‘เนตํ มมา’’ติ ตณฺหาคาหาภาวมาห. ปรามาโสติ ทิฏฺฐิปรามาโส. เตน ‘‘เอโส เม อตฺตา’’ติ ทิฏฺฐิคาหาภาวมาห. ตณฺหาคาหาภาเวเนว เจตฺถ ‘‘เอโสหมสฺมี’’ติ มานคาหาภาโวปิ วุตฺโตเยว โหติ, วา-สทฺทคฺคหเณน วา.

อิทานิ ปตฺถนาทีนมภาเว การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตโย ภวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตโย ภวา องฺคารกาสุโย วิย ชาติอาทิทุกฺขาธิฏฺฐานภาเวน มหาภิตาปตาย. จตฺตาโร มหาภูตา กฏฺฐมุขปูติมุขอคฺคิมุขสตฺถมุขสงฺขาตา โฆรวิสอาสีวิสา วิย กายสฺส ถทฺธตาวิสฺสนฺทนทาหจฺเฉททุกฺขวิธานโต วิเสสโต, อวิเสสโต ปน อาสยโต, วิสวิการโต, อนตฺถทานโต, ทุรุปจารโต, ทุราสทโต, อกตญฺญุโต, อวิเสสการิโต, อเนกาทีนวูปทฺทวโต จ. ‘‘จตฺตาโร อาสีวิสา อุคฺคเตชา โฆรวิสาติ โข, ภิกฺขเว, จตุนฺเนตํ มหาภูตานํ อธิวจน’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๒๓๘) หิ วุตฺตํ. ปญฺจกฺขนฺธา เอกกฺขนฺธเภเท อญฺญกฺขนฺธานวฏฺฐานโต. อญฺญมญฺญาฆาตนโต, มรณทุกฺขาวหนโต จ อุกฺขิตฺตาสิกวธกา วิย. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘อุกฺขิตฺตาสิโก วธโกติ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจนฺเนตํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อธิวจน’’นฺติ. ฉ อชฺฌตฺติกายตนานิ อตฺตตฺตนิยภาเวน คหิตานิปิ ตโต ริตฺตภาวโต สุญฺญคาโม วิย โภชนาทิคยฺหุปคเมตฺถ อตฺถีติ ปวิฏฺฐสุญฺญคาโม วิย. ตถา หิ วุตฺตํ –

‘‘สุญฺญคาโมติ โข, ภิกฺขเว, ฉนฺเนตํ อชฺฌตฺติกานํ อายตนานํ อธิวจนํ. จกฺขุโต เจปิ นํ, ภิกฺขเว, ปณฺฑิโต พฺยตฺโต เมธาวี อุปปริกฺเขยฺย, ริตฺตกญฺเญว ขายติ, ตุจฺฉกญฺเญว ขายติ, สุญฺญกญฺเญว ขายตี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๓๘) –

อาทิ. ฉ พาหิรายตนานิ คามฆาตกโจรา วิย สพฺพถาปิ ฆาตกภาวโต. เตเนวาห ‘‘โจรา คามฆาตกาติ โข, ภิกฺขเว, ฉนฺเนตํ พาหิรานํ อายตนานํ อธิวจนํ. จกฺขุ, ภิกฺขเว, หญฺญติ มนาปามนาเปสุ รูเปสู’’ติอาทิ. ราคคฺคิอาทีหิ เอกาทสหิ อคฺคีหิ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘จกฺขุ, ภิกฺขเว, อาทิตฺตํ. เกน อาทิตฺตํ? ราคคฺคินา โทสคฺคินา โมหคฺคินา ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๘) –

อาทิ. สงฺขารานํ คณฺฑาทิสทิสตา เหฏฺฐา วุตฺตาเยว. นิรสฺสาทาติ อสฺสาเทตพฺพรหิตา ทุกฺขสภาวตฺตา. นิรสาติ สมฺปตฺติรหิตา วิปตฺติปริโยสานตฺตา. สพฺพตฺถ ยถา เหฏฺฐา นิรสฺสาทา นิรสา มหาอาทีนวราสิภูตา หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺตีติ สมฺพนฺโธ, เอวํ อุปริปิ ‘‘สวาฬกมิว วนคหน’’นฺติอาทีสุ ตํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ.

สสทฺทูลาติ สพฺยคฺฆา. คาหา กุมฺภิลาทโย. รกฺขโส ทกรกฺขโส. ‘‘นิรสํ นิรสฺสาท’’นฺติ อิมินา อาทีนวสฺส อพฺโพกิณฺณตํ ทสฺเสติ. ตถา หิสฺส โยคิโน สพฺเพสุ ภวาทีสุ สพฺเพปิ สงฺขารา นิสฺสคฺคโต นิรนฺตรํ สปฺปฏิภยาว หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ. ยญฺจ สปฺปฏิภยํ, ตํ สาทีนวํ. เตนาห ‘‘ตสฺเสว’’นฺติอาทิ.

ยนฺติ อาทีนวญาณํ. อิทํ วุตฺตนฺติ อิทํ ทสวตฺถุกํ ทฺวาทสวารปฏิมณฺฑิตํ อนฺวยพฺยติเรกวเสน ตสฺเสว ปทภาชนํ ปฏิสมฺภิทายํ วุตฺตํ.

อุปฺปาโท ภยนฺติ สงฺขารานํ อุปฺปาโท อเขมฏฺเฐน ภยวตฺถุตาย ภยํ. อุปฺปาทมูลกญฺหิ สพฺพํ ตํ สพฺพวตฺถุกนฺติ สพฺยสนํ. ปวตฺตํ ภยนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. นตฺถิ เอตสฺส อุปฺปาโท, น วา เอตสฺมึ อธิคเต สงฺขารานํ อายตึ อุปฺปาโทติ อนุปฺปาโท, นิพฺพานํ. ตญฺจ สพฺพโส ภยาภาวโต ปรมสฺสาสภูตตฺตา นิพฺภยฏฺเฐน เขมนฺติ. สนฺติปเทติ สพฺพสงฺขารูปสมภูเต อมตปเท. อปฺปวตฺตนฺติอาทีหิปิ ปวตฺตาทิปฏิกฺเขปมุเขน นิพฺพานเมว วทติ. ปวตฺติยํ อาทีนวํ ทิสฺวา ตทนนฺตรเมว นิวตฺติยํ อานิสํสทสฺสนวเสน สีฆํ วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปนฺตานํ วเสน ‘‘อุปฺปาโท ภยํ, อนุปฺปาโท เขม’’นฺติ ตติยวาโร วุตฺโต. เอเสว นโย ฉฏฺฐวาราทีสุปิ. เอตฺถ จ อุปฺปาโท วิเสโส, ภยํ วิเสสิตพฺพํ สามญฺญภาวโตติ สติปิ ทฺวินฺนํ ปทานํ สมานาธิกรณภาเว ลิงฺคเภโท คหิโต. ยถา ‘‘ทุกฺขสมุทโย อริยสจฺจ’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๓๕๔; ม. นิ. ๓.๓๗๔). เอส นโย ‘‘คติ ภย’’นฺติอาทีสุปิ.

อุปฺปาโท สงฺขาราติ เอตฺถ ปน สพฺเพสํ สงฺขารานํ อุปฺปาทํ สามญฺเญน คเหตฺวา สงฺขารา เภทโต วิหิตา สพฺพตฺถกเมว เตสํ วิภาคโต วิปสฺสิยมานตฺตาติ วจนเภโท กโต.

อายูหนํ ปฏิสนฺธึ ‘‘ทุกฺข’’นฺติ ปสฺสตีติ สมฺพนฺโธ. ญาณํ อาทีนเว อิทนฺติ อาทีนเว วิสยภูเต อิทํ ปญฺจวตฺถุกํ ญาณํ เวทิตพฺพํ. ญาณํ สนฺติปเทติ สนฺติปเท นินฺนาทิภาเวน ฐิตํ อิทํ ญาณนฺติ อตฺโถ.

๗๕๓. กมฺมปจฺจยา ปจฺจุปฺปนฺนภเว อุปฺปชฺชมานานํ สงฺขารานํ อุปฺปาโท ปากฏตโร หุตฺวา อุปฏฺฐาตีติ อาห ‘‘ปุริมกมฺมปจฺจยา อิธ อุปฺปตฺตี’’ติ. ปวตฺตํ นาม อิธ ปวตฺติยํ ธมฺมปฺปวตฺตีติ อาห ‘‘อุปฺปนฺนสฺส ปวตฺตี’’ติ. สพฺพมฺปีติ ติยทฺธคตํ รูปารูปํ อชฺฌตฺตพหิทฺธาทิวิภาคํ สพฺพมฺปิ. กมฺมนฺติ เอตรหิ ปวตฺตํ กมฺมํ. เอตฺถ จ อุปฺปาทปวตฺตอายูหนคฺคหเณน ปจฺจุปฺปนฺนทฺธปริยาปนฺนา สงฺขารา คหิตา, ปฏิสนฺธิคฺคหเณน อนาคตทฺธปริยาปนฺนา อุปาทิตฺตา. อุปฺปาทคฺคหเณน จ อตีตทฺธปริยาปนฺนา กมฺมสงฺขารา อุลฺลิงฺคตฺตา. นิมิตฺตคฺคหเณน ปน สพฺเพปิ คหิตา. ยาย คติยา สา ปฏิสนฺธิ โหติ สา นิรยาทิเภทา คติ สุจริตทุจฺจริตวเสน คนฺตพฺพตฺตา, สา ปนตฺถโต ตํตํกมฺมนิยมิตา ภวสมญฺญารหา วิปากกฺขนฺธา, กฏตฺตา จ รูปนฺติ เวทิตพฺพา. ขนฺธานํ นิพฺพตฺตนนฺติ สพฺเพสมฺปิ ขนฺธานํ นิพฺพตฺตนํ. ปากฏา เอว สจฺจวิภงฺเค ลกฺขณาทิวเสน นิทฺทิฏฺฐตฺตา. วตฺถุวเสนาติ อารมฺมณสงฺขาตปวตฺติฏฺฐานวเสน. ยทิ เต ปญฺเจว วตฺถุภาเวน อิจฺฉิตา, อถ กสฺมา เสสา วุตฺตาติ อาห ‘‘เสสา เตสํ เววจนวเสนา’’ติ. เตน วิปสฺสกานํ ญาณวิปฺผารสฺส วิสยสํวฑฺฒนตฺถํ เทสนา วฑฺฒิตาติ ทสฺเสติ.

อนฺวยโต ทสฺสิตสฺส อาทีนวญาณสฺส พฺยติเรกโต ทสฺสนตฺถํ ปฏิปกฺขญาณทสฺสนํ ‘‘ยตฺถ อุปฺปาโท นตฺถิ, ตตฺถ สพฺเพน สพฺพํ ภยมฺปิ นตฺถี’’ติ. ‘‘ภยตุปฏฺฐาเนน วา’’ติอาทินา ปวตฺตึ ทสฺเสตฺวา นิวตฺติทสฺสนํ พุทฺธานํ, อนุพุทฺธานญฺจ อาจิณฺณเมตํ ยถา ปุริมํ สจฺจทฺวยํ ทสฺเสตฺวา นิโรธสจฺจเทสนาติ ทสฺเสติ. ยถา โลเก กสฺสจิ อาทีนวทสฺสนํ นิรตฺถกมฺปิ โหติ, น ตถา อิทํ, อิทํ ปน สาตฺถกเมวาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺมา วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตปฺปฏิปกฺขนินฺนํ จิตฺตํ โหติ ทาหาภิภูตสฺส สีตนินฺนตา วิย สุฏฺฐุ ทิฏฺฐาทีนวโต เอกํเสน มุญฺจิตุกมฺยตาภาวโต.

ภยนฺติ ภายิตพฺพํ. ‘‘นิยมโต ทุกฺข’’นฺติ เอเตนสฺส ทุกฺขภาเวน ภายิตพฺพตาติ ภายิตพฺพตา ทุกฺขภาวํ น พฺยภิจรตีติ ทสฺเสติ. วฏฺฏามิสํ อุปาทินฺนกฺขนฺธาติ วทนฺติ. ติวิธมฺปิ วฏฺฏํ, วฏฺฏสนฺนิสฺสิตญฺจ วฏฺฏามิสํ. กิเลเสหิ อามสิตพฺพโต โลกามิสํ, ปญฺจ กามคุณา. กิเลสา เอว กิเลสามิสํ. สงฺขารมตฺตเมวาติ เอตฺถ เอว-สทฺเทน วิสงฺขารํ นิวตฺเตติ. น หิ ตตฺถ สามิสตาเลโสปิ อตฺถีติ. มตฺต-สทฺเทน ปน อปริปุณฺณตํ วิภาเวติ. น หิ สพฺพสงฺขารคตํ สามิสนฺติ. ตสฺมาติ ‘‘ภย’’นฺติ วุตฺตสฺส ทุกฺขาทิภาเวน นิยตตฺตา. ยทิ ยํ ภยํ, ตํ ทุกฺขาทิสภาวเมว, ตถา สติ ภยาทีสุ เอเกเนว อตฺถสิทฺธิ. กสฺมา สพฺพานิ คหิตานีติ อนุโยคํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘เอวํ สนฺเตปี’’ติอาทิ. ยถา เตสุ เอว สงฺขาเรสุ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต ปวตฺติวเสน อาการนานตฺตโต อนุปสฺสนานานตฺตํ, เอวํ ภยาการาทิอาการนานตฺตโต ปวตฺติวเสเนเวตฺถ ญาณสฺส นานตฺตํ. ตตฺถ ภยากาเรน ปวตฺตํ ญาณํ ภยตุปฏฺฐานญาณํ, อิตราการวเสน ปวตฺตํ อาทีนวญาณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

ยสฺมา อาทีนวญาณสฺส วิสยภาเวน วุตฺตา ปนฺนรสาปิ อตฺถา อุปฺปาทาทีสุ ปญฺจเสฺวว อนฺโตคธา, ตตฺถ จ ญาณํ อนฺวยพฺยติเรกวเสน ปวตฺตนโต ทสวิธํ โหติ. ตสฺมา อาห ‘‘ทส ญาเณ ปชานาตี’’ติ. ปชานนญฺจ สาติสยํ วิสยคตสมฺโมหวิคเมน อสมฺมูฬฺหํ, อตฺตนิปิ อสมฺมูฬฺหเมวาติ อตฺตานมฺปิ ปชานนฺตํ วิย โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ปฏิวิชฺฌติ สจฺฉิกโรตี’’ติ. ทฺวินฺนนฺติ ทฺวีสุ กุสลสทฺทโยเคน หิ ภุมฺมตฺเถ สามิวจนํ ยถา ‘‘กุสลา นจฺจคีตสฺสา’’ติ (ชา. ๒.๒๒.๙๔). กุสลตาติ กรเณ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘ทฺวินฺนํ กุสลตายา’’ติ. ทฺวินฺนนฺติ วา ทฺวินฺนํ ญาณานํ วเสนาติ อตฺโถ. ปวตฺติยา ยาถาวโต ทิฏฺฐตาย ตปฺปฏิปกฺขโต สนฺติปทํ สุวินิจฺฉิตเมว หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. เตนสฺส จิตฺตํ ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานาทิมิจฺฉาคาหวเสน น วิจลติ. ตตฺถ สุปริทิฏฺฐาทีนวตฺตาติ อาห ‘‘นานาทิฏฺฐีสุ น กมฺปตี’’ติอาทิ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว.

อาทีนวานุปสฺสนาญาณํ นิฏฺฐิตํ.

นิพฺพิทานุปสฺสนาญาณกถาวณฺณนา

๗๕๔. สงฺขารคเตติ สพฺพสฺมึ เตภูมเก สงฺขาเร. นิพฺพินฺทตีติ ญาณนิพฺพิเทน นิพฺเพทํ อาปชฺชติ. ตถาภูโต จ ตตฺถ อุกฺกณฺฐนฺโต, อนภิรมนฺโต จ นาม โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อุกฺกณฺฐติ นาภิรมตี’’ติ.

ตตฺถ อนภิรมณสฺส อุปมํ ทสฺเสตุํ ‘‘เสยฺยถาปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อโนตตฺตทหํ ปริกฺขิปิตฺวา ฐิเตสุ ทฺวิโยชนสตุพฺเพเธสุ ยถากฺกมํ สานุอญฺชนรชตสุวณฺณสตฺตรตนมเยสุคนฺธมาทนกาฬเกลาสสุทสฺสนจิตฺตกูฏเภเทสุ ปญฺจสุ หิมวโต มหาสิขเรสุ ปจฺฉิโม จิตฺตกูฏปพฺพโต นาม. สีหปปาตาทีสุ สตฺตสุ มหาสเรสุ.

สุวณฺณปญฺชเรติ สุวณฺณมเย สีหปญฺชเร. ปกฺขิตฺโตติ นิรุทฺโธ. ติวิเธ สุคติภเวติ กามสุคติอาทิเก ติวิเธ สมฺปตฺติภเว.

หตฺถปาทวาลวตฺถิโกเสหิ ภูมิผุสเนหิ สตฺตหิ ปติฏฺฐิโตติ สตฺตปติฏฺโฐ. นครมชฺเฌ นาภิรมติ ทฺวารปญฺชรนาฬนาทิอวพาธนภเยน. ทิฏฺเฐติ อธิมุตฺติปุพฺพเกน อนฺวยทสฺสเนน ทิฏฺเฐ. เตนาห ‘‘ตนฺนินฺนตปฺโปณตปฺปพฺภารมานโส’’ติ.

นิพฺพิทานุปสฺสนาญาณํ นิฏฺฐิตํ.

๗๕๕. ตํ ปเนตนฺติ นิพฺพิทาญาณมาห. ญาณทฺวเยนาติ ภยตุปฏฺฐานาทีนวานุปสฺสนาญาณทฺวเยน. ยสฺมา ภยโต ทิสฺสมานา เอว สงฺขารา มหาทีนวา, นิพฺพินฺทิตพฺพา จ หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ, ตสฺมา เอกมฺปิ ตํ ญาณํ ตถาภาวนาพลปฺปตฺติยา อวตฺถาวิเสสยุตฺตํ ติวิธกิจฺจสามตฺถิยวนฺตํ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อตฺถโต เอก’’นฺติ. เตนาห ‘‘สพฺพสงฺขาเร’’ติอาทิ.

ตยิทํ ตาสํ อนุปสฺสนานํ มตฺถกปฺปตฺติวเสน วุตฺตํ, อาทิมฺหิ ปน ภินฺนสภาวา เอว ปวตฺตนฺติ. อุปฺปาเทสีติ ปาตฺวากาสิ, วิภาเวสีติ อตฺโถ.

มุญฺจิตุกมฺยตาญาณกถาวณฺณนา

๗๕๖. น สชฺชติ พหฺวาทีนวตาย ทิฏฺฐตฺตา. มุญฺจิตุกามํ นิสฺสริตุกามํ โหติ อนาทิกาลิกสฺส ขนฺธสฺส ปริญฺญายมานตฺตา. มุญฺจิตุกามตา ตโต อตฺตานํ นิพฺเพเธตุกามตา นิสฺสริตุกามตา อปคนฺตุกามตา. ปญฺชรปกฺขิตฺโตติ ปญฺชเรน สโมรุทฺโธ. เอวมาทโยติ อาทิ-สทฺเทน อาทิตฺตองฺคารอุปสฏฺฐเทสพฺยาฬสาปทากุลวนคหนาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.

มุญฺจิตุกมฺยตาญาณํ นิฏฺฐิตํ.

ปฏิสงฺขานุปสฺสนาญาณกถาวณฺณนา

๗๕๗. ‘‘สพฺพภว …เป… มุญฺจิตุกาโม’’ติ วตฺวา ปุน สพฺพสฺมา สงฺขารคตาติ สพฺพคฺคหณํ สาติสยมุตฺติทสฺสนตฺถํ อธิกวจนํ อญฺญมตฺถํ โพเธตีติ. ยญฺหิ สงฺขาเรหิ อนนุพนฺธสฺส มุญฺจนํ, ตํ สาติสยํ มุญฺจนํ. ตํ ปน วุจฺจมานาย ปฏิสงฺขานุปสฺสนาย โหตีติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปุน เต เอวํ สงฺขาเร’’ติอาทิ วุตฺตํ. ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สงฺขารปริคฺคณฺหนํ ปุพฺเพปิ กตนฺติ ปุนคฺคหณํ. ภวาทิคตสฺส สงฺขารสฺส อปริตุลิตสฺส อภาวโต ‘‘เต’’ติ วุตฺตํ. อนุปสฺสนาการสฺส อปุพฺพสฺสปิ อตฺถิตาย ‘‘เอว’’นฺติ วุตฺตํ. อิทานิ วุจฺจมานากาเรนาติ หิ อตฺโถ. สงฺขารานํ ปริคฺคณฺหนํ นาม ปริปุณฺณลกฺขณวเสเนว โหตีติ ‘‘ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา’’ติ วุตฺตํ.

อนจฺจนฺติกโตติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. ปฐเมน อาทิ-สทฺเทน ‘‘อาทิอนฺตวนฺตโต นิจฺจปฏิกฺเขปโต’’ติ เอวมาทีนํ สงฺคโห.

ทุติเยน ‘‘อุทยพฺพยปฏิปีฬนโต สุขปฏิกฺเขปโต’’ติ เอวมาทีนํ สงฺคโห.

อชญฺญโตติ อมนุญฺญโต, อโสภนโต วา. เชคุจฺฉโตติ ‘‘ธี’’ติ ชิคุจฺฉิตพฺพโต. ปฏิกฺกูลโตติ อภิรุจิยา ปฏิโลมเนน ปฏิกฺกูลภาวโต. น มณฺฑเนน หตา อมณฺฑนหตา, อมณฺฑเนน สกฺกา เอเตสํ สุภภาวํ หนฺตุนฺติ อตฺโถ. อมณฺฑเนน วา เตสํ อสุภตา ปากฏา โหตีติ อมณฺฑนหตา. มณฺฑเนน วา น หนฺตพฺพสภาวา ‘‘อสูริยปสฺสา’’ติ วิย อมณฺฑนหตา. ตโต อมณฺฑนหตภาวโตติ รูปสงฺขาเร สนฺธาย วทติ. วิรูปโตติ อสุนฺทรโต. ปฏิฆสํโยชนวตฺถุตาย ปสฺสนฺเต อตฺตนิ พนฺธตีติ พีภจฺฉํ อติวิย วิรูปํ. ยํ ทิฏฺฐมตฺตเมว โทมนสฺสุปฺปตฺตินิมิตฺตํ โหติ. อชญฺญชิคุจฺฉนียตา หิ คูถํ วิย ปริจฺจชิตพฺพํ วา พีภจฺฉํ. อิธ อาทิ-สทฺเทน ‘‘อสุจิโต อมนาปโต’’ติ เอวมาทีนํ สงฺคโห.

จตุตฺเถน อาทิ-สทฺเทน ‘‘อปริณายกโต อตฺตปฏิกฺเขปโต’’ติ เอวมาทีนํ สงฺคโห.

๗๕๘. อยนฺติ โยคาวจโร. มุญฺจนสฺสาติ ปุน อนนุพนฺธนตฺถํ สุมุตฺตมุญฺจนสฺส. อุปายสมฺปาทนตฺถนฺติ อนิจฺจาทิวเสน สุฏฺฐุ ปริคฺคณฺหนํ ปริมทฺทนา อุปาโย, ตสฺส สาธนตฺถํ.

มจฺฉคหณตฺถํ อุทเก ตตฺถ ตตฺถ ขิปนฺติ เอตนฺติ ขิปฺปํ, มจฺฉานํ คหณกูฏปํ. โอฑฺฑาเปสีติ โอสาเรสิ, ขิปีติ อตฺโถ. สปฺปนฺติ กณฺหสปฺปํ. คหเณติ ยถาคหิตํ สปฺปํ อฉฑฺเฑตฺวา คหเณ. หตฺถํ นิพฺเพเฐตฺวาติ สปฺเปน อตฺตโน โภเคน เวฐิตํ หตฺถปเทสํ นิพฺเพเฐตฺวา โมเจตฺวา. อาวิชฺฌิตฺวา อาเวฐิกปฺปหาปเนน ภเมตฺวา. นิสฺสชฺชิตฺวาติ ฉฑฺเฑตฺวา.

ตตฺถาติอาทิ อุปมาสํสนฺทนํ. ตตฺถ อาทิโตวาติ วิญฺญุตํ ปตฺตกาเล. ฆนวินิพฺโภคํ กตฺวาติ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา สมูหาทิฆนคฺคหณํ ภินฺทิตฺวา. สุมุตฺตนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส ‘‘วิสมํ จนฺทิมสูริยา ปริวตฺตนฺตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๗๐) วิย. สงฺขารานํ นิจฺจาทิอากาเรน อุปฏฺฐาตุํ อสมตฺถตา อนิจฺจสญฺญาทิเภทาย วิปสฺสนาย สาติสยํ พลวภาวปฺปตฺติยา, สา จ สงฺขารานํ อนิจฺจาทิอาการสฺส สุฏฺฐุตรํ สลฺลกฺขเณนาติ อาห ‘‘ติลกฺขณาโรปเนน…เป… ปาเปตฺวา’’ติ. ยถา หิ นิพฺพุทฺธกรเณ พลวตเรน ปฏิมลฺเลน ตตฺถ ตตฺถ มุฏฺฐิปฺปหาราทินา วิมถิโต อิตโร เตน ยุชฺฌิตุํ อสมตฺถตํ ปาปิโต โหติ. น เกวลํ อสมตฺถตํ ปาปิโตว โหติ, อถ โข มรณมตฺตํ ทุกฺขํ วา มรณํ วา ปาปุณาติ, เอวเมเตปิ สงฺขารา เอวํ ทุพฺพลภาวํ ปาปิตา อุปริญาณานุภาเวน นิพฺพิเสวนตํ, สพฺพโส ภงฺคญฺจ ปาปุณนฺตีติ.

๗๕๙. เอตฺตาวตาติ เอวํ ‘‘อนจฺจนฺติกโต’’ติอาทินา ปโรจตฺตาลีสาย อากาเรหิ สงฺขารานํ อนิจฺจาทิภาวสลฺลกฺขณวสปฺปวตฺเตน ปฏิสงฺขาเนน.

อนิจฺจโต มนสิกโรโตติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ภยตุปฏฺฐานกถายํ (วิสุทฺธิ. ๒.๗๕๐) วุตฺตนยเมว.

อยํ ปน วิเสโส – ‘‘ปฏิสงฺขา’’ติ ปทสฺส ‘‘ชานิตฺวา’’ติ อตฺถํ วตฺวา ปฏิสงฺขานุปฺปชฺชนกิริยานํ สมานขณตฺตา อสติปิ ปุพฺพาปรกาลตฺเต สทฺทโวหารมตฺเตน เอวํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘กาม’’นฺติอาทิมาห. เตน ‘‘กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา (ปฏฺฐา. ๑.๑.๕๓), นิหนฺตฺวา ติมิรํ สพฺพํ, อุคฺคโตยํ ทิวากโร’’ติ จ เอวมาทีสุ วิย สมานกาลวเสนายํ สทฺทปโยโคติ. ตถา มนญฺจ ธมฺเม จ ปฐมํ ปฏิจฺจ ปจฺฉา น มโนวิญฺญาณสฺส อุปฺปตฺติ, เอวมิธาปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘มนญฺจ ปฏิจฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอทิโส สทฺทปโยโค เยภุยฺเยน โลเก ปุพฺพกาลวเสเนว ทิสฺสตีติ ปุพฺพกาลวเสเนว อิธาปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกตฺตนเยน วา…เป… เวทิตพฺพ’’นฺติ อาห. ตสฺสตฺโถ – อปราปรํ อุปฺปนฺเนสุ ญาเณสุ ปุริมสฺส วเสน ปฏิสงฺขานกิริยา, ตทญฺญสฺส วเสน อุปฺปชฺชนกิริยา จ โยเชตพฺพา, น จ ตานิ เภทโต อเปกฺขิตพฺพานิ เอกสนฺตานปติตตาย เอกตฺตนยวเสน คหิตตฺตาติ. อิตรสฺมึ ปททฺวเยติ ‘‘ปวตฺตํ ปฏิสงฺขา, นิมิตฺตญฺจ ปวตฺตญฺจ ปฏิสงฺขา’’ติ อิมสฺมึ ปททฺวเย.

ปฏิสงฺขานุปสฺสนาญาณํ นิฏฺฐิตํ.

สงฺขารุเปกฺขาญาณกถาวณฺณนา

๗๖๐. สงฺขารานํ อนิจฺจทุกฺขาการาทิปริคฺคณฺหนวเสน ปวตฺตมฺปิ ปฏิสงฺขานุปสฺสนาญาณํ วิเสสโต อนตฺตาการปริคฺคณฺหนปธานนฺติ วุตฺตํ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา สุญฺญาติ ปริคฺคเหตฺวา’’ติอาทิ. ตสฺมิญฺหิ สติ สจฺจสมฺปฏิเวโธ อิชฺฌติ, น อสติ. ตทภาวโต หิ อนิจฺจทุกฺขลกฺขณปญฺญาปกมฺปิ สรภงฺคสตฺถาราทีนํ สาสนํ อนิยฺยานิกเมว ชาตํ. อถ วา เตสํ นิจฺจสาราทีหิ ริตฺตกํ สนฺธาย ‘‘สพฺเพ สงฺขารา สุญฺญาติ ปริคฺคเหตฺวา’’ติ วุตฺตํ. ยญฺหิ ยโต ริตฺตกํ, ตํ เตน สุญฺญนฺติ. สงฺขารานํ อตฺตสุญฺญตาย ทุวิญฺเญยฺยภาวโต อเนกวารํ ปฏิวิทฺธายปิ สุญฺญตานุปสฺสนาย ทฬฺหีภาวาปาทนตฺถํ ‘‘ปุน สุญฺญมิท’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ยทคฺเคน สงฺขารา อนตฺตตา, ตทคฺเคน อนตฺตนิยา. สติ หิ อตฺตนิ อตฺตนิเยน ภวิตพฺพนฺติ วุตฺตํ ‘‘สุญฺญมิทํ อตฺเตน วา อตฺตนิเยน วา’’ติ. ทฺวิโกฏิกนฺติ ทฺวิอํสิกํ, อตฺตานํ เนว ทิสฺวา ญาณจกฺขุนา ปจฺจกฺขโต, อนุมานโต จ ตสฺส อนุปลพฺภนียโตติ อธิปฺปาโย. ปรํ อญฺญํ สตฺตํ, สงฺขารํ วา ปริกฺขารภาเว อตฺตโน สุขทุกฺขสาธนภาเว ฐิตํ น ทิสฺวาติ โยชนา. ปุน ปริคฺคณฺหาตีติ สมฺพนฺโธ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ สุญฺญตานุปสฺสนาธิกาเร.

กฺวจีติ กตฺถจิ ฐาเน, กาเล, ธมฺเม วา. อถ วา กฺวจีติ อชฺฌตฺตํ, พหิทฺธา วา. อตฺตโน อตฺตานนฺติ สกตฺตานํ. ‘‘อยํ โข ภวํ พฺรหฺมา มหาพฺรหฺมา…เป… เสฏฺโฐ สชิตา วสี ปิตา ภูตภพฺยาน’’นฺติอาทินา (ที. นิ. ๑.๔๒) ปเรหิ ปริกปฺปิตํ อตฺตานญฺจ กสฺสจิ กิญฺจนภูตํ น ปสฺสตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘กสฺสจี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปรสฺสาติ ‘‘ปรชาติ, ปโร ปุริโส’’ติ จ เอวํ คหิตสฺส. น จ มม กฺวจนีติ เอตฺถ มม-สทฺโท อฏฺฐาเน ปยุตฺโตติ อาห ‘‘มม-สทฺทํ ตาว ฐเปตฺวา’’ติ. ปรสฺส จาติ อตฺตโต อญฺญสฺส. ‘‘ปโร ปุริโส’’ติ เอวํภูโต อตฺโถ มมตฺถาย ฐิโต, ตสฺส วเสน มยฺหํ สพฺพํ สิชฺฌตีติ เอวํ เอกจฺจทิฏฺฐิคติกปริกปฺปิตวเสน ปรํ อตฺตานํ ตญฺจ อตฺตโน กิญฺจนภูตํ น ปสฺสตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น จ กฺวจนี’’ติอาทิมาห. เอตฺถ จ นาหํ กฺวจนีติ สกอตฺตโน อภาวํ ปสฺสติ. น กสฺสจิ กิญฺจนตสฺมินฺติ สกอตฺตโน เอว กสฺสจิ อนตฺตนิยตํ ปสฺสติ. น จ มมาติ เอตํ ทฺวยํ ยถาสงฺขฺยํ สมฺพนฺธิตพฺพํ. อตฺถีติ ปจฺเจกํ. น จ กฺวจนิ ปรสฺส อตฺตา อตฺถีติ ปรสฺส อตฺตโน อภาวํ ปสฺสติ. ตสฺส ปรสฺส อตฺตโน มม กิญฺจนตา น จตฺถีติ ปรสฺส อตฺตโน อนตฺตนิยตํ ปสฺสติ. เอวํ อชฺฌตฺตํ, พหิทฺธา จ ขนฺธานํ อตฺตตฺตนิยสุญฺญตา สุทฺธสงฺขารปุญฺชตา จตุโกฏิกสุญฺญตาปริคฺคณฺหเนน ทิฏฺฐา โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘เอวมย’’นฺติอาทิ.

๗๖๑. ‘‘ฉหากาเรหี’’ติอาทินา นิทฺเทสาทีสุ ตตฺถ ตตฺถ อาคเต ปกาเร สุญฺญตานุปสฺสนาย ปริพฺรูหนํ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสติ. ตตฺถ ฉหากาเรหีติ ฉหิ คหณากาเรหิ, คเหตพฺพากาเรหิ วา. นิจฺเจนาติ ‘‘นิจฺโจ’’ติ ปริกปฺปิเตน อตฺตนา วา อญฺเญน วา เกนจิ. นิจฺเจนาติ วา นิจฺจภาเวน. ธุวาทโย ‘‘นิจฺโจ’’ติ คหิตสฺเสว คเหตพฺพาการา. ตพฺพิภาเคน หิ อิมสฺส ฉกฺกตา. ตตฺถ นิจฺจตา นาม กูฏฏฺฐตา. ธุวภาโว ถิรตา. สทา ภาวิตา สสฺสตตา. นิพฺพิการตา อวิปริณามธมฺมตา. ยาว ชรามรณาติ เปยฺยาลํ อกตฺวา ปริโยสานปทเมว ทสฺเสติ.

๗๖๒. น สารนฺติ อสารํ, นตฺถิ เอตสฺส สารนฺติ นิสฺสารํ. สารโต อปคตํ, สารํ วา ตโต อปคตนฺติ สาราปคตํ. เกจิ ปเนตฺถ ‘‘นิจฺจสารสาเรน วา สุขสารสาเรน วา อตฺตสารสาเรน วา’’ติ ปาฬีติ อธิปฺปาเยน ‘‘อสารํ นิสฺสารํ สาราปคต’’นฺติ ปทตฺตยํ เอโก สุญฺญตาปริคฺคหากาโร, อญฺญถา สตฺเตว อาการา สิยุํ, น อฏฺฐาติ วทนฺติ. อปเร ปน ‘‘สุภสารสาเรนาติปิ ปาฬิยํ อตฺถีติ ‘อสารํ นิสฺสารํ สาราปคต’นฺติ อิทํ ปทตฺตยํ ‘นิจฺจสารสาเรนา’ติอาทีสุ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ. เสตวจฺโฉติ เสตวรุณโก. ‘‘มินรุกฺโข’’ติปิ วทนฺติ. ปาฬิภทฺทโกติ กึสุโก.

๗๖๓. นิจฺจสาราทีนํ อภาวโต ริตฺตโต ปสฺสติ. ปริตฺตโต, ลามกตฺตา วา ตุจฺฉโต. อตฺตสาราภาเวน สุญฺญโต. สยํ อนตฺตตาย อนตฺตโต. อิสฺสริยสฺส อภาวโต, เกนจิ อิสฺสริยํ กาเรตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย จ อนิสฺสริยโต. เผณปิณฺเฑน ภาชนาทึ กาตุกามสฺส วิย รูปสฺส นิจฺจตาทึ กาตุกามสฺส ตํ น สิชฺฌติ, สกอิจฺฉาวเสน วา กาจิ กิริยา นตฺถีติ อกามการิยโต. ‘‘เอวํ รูปํ โหตุ, มา เอว’’นฺติ อลพฺภนียโต. สยํ อญฺญสฺส วเส น วตฺตติ, นาปิ อญฺญํ อตฺตโน วเส วตฺเตตีติ อวสวตฺตกโต. ยสฺมึ สนฺตาเน สยํ ตสฺส ปโร วิย อวิเธยฺยตาย ปรโต. การกาทิ วิย การเณหิ, ผเลน จ วิวิตฺตโต. น หิ การเณน ผลํ, ผเลน วา การณํ สคพฺภํ ติฏฺฐติ. เอส นโย เวทนาทีสุปิ.

๗๖๔. รูปํ น สตฺโตติอาทีสุ โย โลกโวหาเรน สตฺโต, รูปํ โส น โหตีติ อยมตฺโถ อิธ นาธิปฺเปโต ตสฺสาวุตฺตสิทฺธตฺตา. น หิ โลโก รูปมตฺตํ ‘‘สตฺโต’’ติ โวหรติ, พาหิรกปริกปฺปิโต ปน อตฺตา ‘‘สตฺโต’’ติ อธิปฺเปโต. โส หิ เตหิ รูปาทีสุ สตฺตวิสตฺตตาย ปเรสํ สญฺชาปนฏฺเฐน ‘‘สตฺโต’’ติ วุจฺจติ, รูปํ โส น โหตีติ อตฺโถ. สุญฺญตาปริคฺคณฺหนเญฺหตนฺติ. เอส นโย น ชีโวติอาทีสุปิ. ตตฺถ ชีวนฏฺเฐน ชีโว. นรนฏฺเฐน เนตุภาเวน นโร. ‘‘อหมสฺมี’’ติ มานุปฺปตฺติฏฺฐานตาย มาโน เอตฺถ วาติ ปวตฺตตีติ มานโว. ถิยติ เอตฺถ คพฺโภติ อิตฺถี. ปธานภาเวน ปุริ เสตีติ ปุริโส. อาหิโต อหํมาโน เอตฺถาติ อตฺตา. ปจฺจตฺตํ ตสฺส ตสฺส อหํการวตฺถุตาย ‘‘อห’’นฺติ จ ทิฏฺฐิคติเกหิ อตฺตา วุจฺจติ, รูปํ ปน ตาทิสํ น โหตีติ สุญฺญตาปริคฺคณฺหนวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปํ น สตฺโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺมา อฏฺฐหิปิ ปเทหิ รูปสฺส อตฺตสุญฺญตาว ทสฺสิตา. อิตเรหิ จตูหิ ตสฺส กิญฺจนตาภาโว. ตตฺถ น มมาติ มยฺหํ อตฺตโน สนฺตกํ น โหติ, ตถา อญฺญสฺส อตฺตโน สนฺตกํ น โหติ, กสฺสจิปิ อตฺตโน สนฺตกํ น โหติ อตฺตโนเยว อภาวโต. ‘‘น อตฺตนิย’’นฺติ ปเทน ปกาสิโต เอวตฺโถ ปริยายนฺตเรหิ ตีหิปิ ปเทหิ ปกาสิโต. เอส นโย เวทนาทีสุปิ.

๗๖๕. เหฏฺฐา กลาปสมฺมสนสฺส ทฬฺหภาวาย วุตฺตสมฺมสนนยาปิ สุญฺญตานุปสฺสนาย ทฬฺหภาวาย สํวตฺตนฺตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตีรณปริญฺญาวเสนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ภยสฺส อหึสเนน อสรณโต. ‘‘สรณ’’นฺติ คเหตุํ อยุตฺตตาย อสรณีภูตโต. ‘‘อนสฺสาทโต’’ติ อิทํ ปาฬิยํ นตฺถิ. สติ จ เตจตฺตาลีส อาการา สิยุํ. รูปปฺปวตฺติยํ สพฺพาทีนวูปลทฺธิยา อาทีนวโต. ‘‘สมุทยโต อตฺถงฺคมโต’’ติ อิทํ ทฺวยํ ยถา อนิจฺจโต ทสฺสนํ ปนาฬิกาย, นิจฺจสารวิรหทีปเนน วา สุญฺญตาวิภาวนํ โหติ, เอวํ สุญฺญตาวิภาวนนฺติ กตฺวา วุตฺตํ. ตถา ‘‘ยํ โข รูปํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขํ โสมนสฺสํ, อยํ รูปสฺส อสฺสาโท’’ติ (สํ. นิ. ๓.๒๖) ทสฺสนํ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนตาวิภาวเนน สุญฺญตาวิภาวนํ. ‘‘ยํ รูปํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ, อยํ รูปสฺส อาทีนโว’’ติ (สํ. นิ. ๓.๒๖) จ ทสฺสนํ นิจฺจตาทิสุญฺญตาภาวนโต. ตถา ‘‘โย รูเป ฉนฺทราควินโย ฉนฺทราคปฺปหานํ, อิทํ รูปสฺส นิสฺสรณ’’นฺติ เอวํ สมุทยาทิทสฺสนานํ, อิตเรสญฺจ ยถารหํ สุญฺญตานุปสฺสนานุพฺรูหนตา ทฏฺฐพฺพา. ยํ ปน อาทีนวโต ทสฺสนํ, ปุพฺเพ วตฺวาปิ ปุน วจนํ อสฺสาทปฏิกฺเขปโต ทสฺสนํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. เวทนาทีสุปิ ทฺวาจตฺตาลีส อาการา เนตพฺพาติ อาห ‘‘เวทนํ…เป… วิญฺญาณํ อนิจฺจโต…เป… นิสฺสรณโต ปสฺสตี’’ติ.

วุตฺตมฺปิ จ นิทฺเทเส เอตํ สุญฺญตาปริคฺคณฺหนกถาสนฺทสฺสนํ ‘‘อสุกาย ปาฬิยา อยํ นิทฺเทโส’’ติ ทสฺสนตฺถํ, ตสฺส ผลสนฺทสฺสนตฺถญฺจ.

๗๖๖. เอวํ ตีรณปริญฺญาวเสน ปจฺเจกํ ขนฺเธสุ ทฺวาจตฺตาลีสาย อากาเรหิ สุญฺญตํ ปริคฺคเหตฺวาปิ ติวิธานุปสฺสนาวเสเนว ภาวนํ อนุยุญฺชนฺตสฺส สงฺขารุเปกฺขาญาณุปฺปตฺตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํ สุญฺญโต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปริคฺคณฺหนฺโตติ สมฺมสนฺโต. ภยญฺจ นนฺทิญฺจ วิปฺปหายาติ อชฺฌุเปกฺขกตาย สงฺขารานํ วิปตฺตึ นิสฺสาย อุปฺปชฺชนกภยญฺเจว เตสํ สมฺปตฺตึ นิสฺสาย อุปฺปชฺชนกปีติญฺจ ปชหิตฺวา. อถ วา ภยตุปฏฺฐานวเสน อุปฺปชฺชนกญาณภยญฺจ สมฺมสนวเสน อุปฺปชฺชนกปีติสงฺขาตํ นนฺทิญฺจ ปหาย. น หิ สพฺพโส สุญฺญตาย ทิฏฺฐาย ภยนนฺทีนํ อวสโร อตฺถิ, อถ โข อุเปกฺขาว สณฺฐาติ. เตนาห ‘‘สงฺขาเรสุ อุทาสีโน โหตี’’ติ. ตตฺถ เยน มิจฺฉาคาเหน อนุทาสีนตา สิยา, ตทภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อหนฺติ วา มมนฺติ วา น คณฺหาตี’’ติ อาห. อิทานิสฺส อุทาสีนตาย อุปมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิสฺสฏฺฐภริโย วิย ปุริโส’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ อนุทาสีนตาปุพฺพิกา อุทาสีนตา วุจฺจมานา อิธ โอปมฺมตฺถํ ผรตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อิฏฺฐา กนฺตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อติวิย นํ มมาเยยฺย อิตฺถีนํ สาเฐยฺยกูเฏยฺยวงฺเกยฺยาทีนํ อชานนโต. มุญฺจิตุกาโม หุตฺวาติ มุญฺจิตุกาโมว หุตฺวา, ตํ วิสฺสชฺเชยฺย นิรเปกฺขตาย วเสเนวาติ อธิปฺปาโย. อยํ โยคาวจโร. มุญฺจิตุกามตาย อุทฺธํ ยาว สงฺขารุเปกฺขาญาณํ น อุปฺปชฺชติ, ตาว ปวตฺตา วิปสฺสนา ปฏิสงฺขานุปสฺสนา เอวาติ อาห ‘‘ปฏิสงฺขานุปสฺสนาย สงฺขาเร ปริคฺคณฺหนฺโต’’ติ.

ปติลียตีติ เอกปสฺเสน นิลียติ นิลีนํ วิย โหติ. ปติกุฏตีติ สงฺกุจติ. ปฏิวฏฺฏตีติ วิวฏฺฏติ. น สมฺปสาริยตีติ น วิสรติ, อภิรติวเสน น ปกฺขนฺทตีติ อตฺโถ.

อิจฺจสฺสาติ อิติ เอวํ อสฺส โยคิโน.

๗๖๗. ติกฺขวิสทสูรภาเวน สงฺขาเรสุ อชฺฌุเปกฺขเน สิชฺฌมาเน ตํ ปเนตํ สงฺขารุเปกฺขาญาณํ อเนกวารํ ปวตฺตมานํ ปริปากคมเนน อนุโลมญาณสฺส ปจฺจยภาวํ คจฺฉนฺตํ นิพฺพานํ สนฺตโต ปสฺสติ นาม. ตถาภูตญฺจ สพฺพํ สงฺขารปฺปวตฺตํ วิสฺสชฺเชตฺวา นิพฺพานเมว ปกฺขนฺทติ นาม. ตยิทํ อิธ ญาณํ อนุโลมโคตฺรภุญาเณหิ สทฺธึ เอกตฺตํ เนตฺวา วุตฺตํ เอกตฺตนยวเสน. โน เจ นิพฺพานํ สนฺตโต ปสฺสตีติ ตาว สงฺขารุเปกฺขาญาณสฺส อปริปกฺกตเมวาห. สมุทฺทํ ตรนฺตีติ สามุทฺทิกา, สํยตฺติกา. ทิสาชานนโก กาโก ทิสากาโก, ลกฺขณมตฺตญฺเจตํ โย โกจิ ตาทิโส สกุนฺโต เวทิตพฺโพ. วิเทสนฺติ อเทสํ สมุทฺเท อปริจิตฏฺฐานํ. อนุคนฺตฺวาติ อนุ อนุ คนฺตฺวา.

ตยิทํ วิปสฺสนาญาณํ. ปิฏฺฐํ วฏฺฏยมานํ วิยาติ ถูลถูลโต วิเวจนวเสน นิปฺโผฏิยมานํ สณฺหํ สณฺหํ ปิฏฺฐจุณฺณํ วิย. นิพฺพฏฺฏิตกปฺปาสนฺติ นิพฺพฏฺฏิตพีชํ กปฺปาสํ. วิหนมานํ วิยาติ ธนุเกน วิหญฺญมานํ วิย. อุปมาทฺวเยนปิ ปุนปฺปุนํ สมฺมสเนน วิปสฺสนาญาณสฺส สุขุมตรภาวาปตฺติมาห. ยถา ยถา หิ วิปสฺสนาภาวนาพเลน ติกฺขา, วิสทา, สูรา จ โหติ, ตถา ตถา สุขุมตราปิ โหตีติ. สงฺขารวิจินเนติ ปวิจยสฺส สิขาปฺปตฺตตาย สงฺขาเรสุ วิย เตสํ วิจินเนปิ อุทาสีนํ หุตฺวา ติวิธานุปสฺสนาวเสน ติฏฺฐติ ปการนฺตรสฺส อภาวโต. ‘‘สตฺตธา อฏฺฐารสธา’’ติอาทินา วิภตฺตาปิ หิ อนุปสฺสนาปการา อนิจฺจานุปสฺสนาทีเสฺวว ตีสุ อนฺโตคธาติ มตฺถกปฺปตฺตา วิปสฺสนา ตาสํ เอว วเสน ติฏฺฐติ.

๗๖๘. ตตฺราติ ตสฺมึ วิโมกฺขมุขภาวาปชฺชเน, อริยปุคฺคลวิภาคปจฺจยตฺเถ จ. อิทํ วิปสฺสนาญาณํ. ติณฺณํ อินฺทฺริยานนฺติ สทฺธินฺทฺริยสมาธินฺทฺริยปญฺญินฺทฺริยานํ. อาธิปเตยฺยวเสนาติ สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อธิปติภาววเสน. อนิจฺจานุปสฺสนาพหุลสฺส หิ สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ โหติ, ทุกฺขานุปสฺสนาพหุลสฺส สมาธินฺทฺริยํ, อนตฺตานุปสฺสนาพหุลสฺส ปญฺญินฺทฺริยนฺติ ติสฺสนฺนํ อนุปสฺสนานํ วเสน พลวตรภาวํ ปตฺตานิ อิมานิ ตีณิ อินฺทฺริยานิ วิโมกฺขมุขภาวํ อาปาเทนฺตีติ อาห ‘‘ติวิธานุปสฺสนา…เป… อาปชฺชติ นามา’’ติ. ติวิธวิโมกฺขมุขภาวนฺติ เอตฺถ เก ปน ตโย วิโมกฺขา, กานิ วา ตีณิ วิโมกฺขมุขานีติ อนฺโตลีเน อนุโยเค วิโมกฺขมุขาธีนตฺตา วิโมกฺขาธิคมสฺส วิโมกฺขมุขานิ ตาว ทสฺเสนฺโต ‘‘ติสฺโส หิ…เป… วุจฺจนฺตี’’ติ วตฺวา อยญฺจ อตฺโถ ปาฬิโต เอว วิญฺญายตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถาหา’’ติอาทิมาห.

โลกนิยฺยานายาติ โลกโต นิกฺขมนาย, สตฺตโลกสฺส วา วฏฺฏทุกฺขโต นิกฺขมนาย. ปริจฺเฉทปริวฏุมโตติ อุทยพฺพยวเสน ปริจฺเฉทโต เจว ปริวฏุมโต จ. สมนุปสฺสนตายาติ สมฺมเทว อนุ อนุ ปสฺสนาย สํวตฺตนฺตีติ สมฺพนฺโธ. อนิจฺจานุปสฺสนา หิ สงฺขาเร อาทิโต อุทเยน, อนฺตโต วเยน ปริจฺฉินฺเน ปสฺสติ. อาทิอนฺตวนฺตตาย หิ เต อนิจฺจาติ. อนิมิตฺตาย จ ธาตุยาติ สพฺพสงฺขารนิมิตฺตวิรหโต ‘‘อนิมิตฺตา’’ติ ลทฺธนามาย อสงฺขตาย ธาตุยา. จิตฺตสมฺปกฺขนฺทนตายาติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา อนุโลมญาณาทิภาเวน สมฺมเทว อธิจิตฺตสฺส อนุปวิสนตฺถาย. อปฺปณิหิตายาติ ราคปณิธิอาทีนํ อภาเวน ‘‘อปฺปณิหิตา’’ติ ลทฺธนามาย. สุญฺญตายาติ อตฺตสุญฺญตาย ‘‘สุญฺญตา’’ติ ลทฺธนามาย.

คตินฺติ นิพฺพตฺตึ. สงฺขารานํ สภาววิภาวเนน สํเวชิยมานํ จิตฺตํ สมฺมาปฏิปตฺติยํ สมุตฺเตชิตํ นาม โหตีติ อาห ‘‘มโนสมุตฺเตชนตายาติ จิตฺตสํเวชนตายา’’ติ. มมํกาเรน อตฺตนิยสญฺญิตสฺส วตฺถุโน สามิภูโต อตฺตา ปฐมํ ปรามสียติ, ตโต อตฺตนิยนฺติ อาห ‘‘นาหํ, น มมาติ เอวํ อนตฺตโต สมนุปสฺสนตายา’’ติ. ตีณิ ปทานีติ ปริจฺเฉทปริวฏุม, มโนสมุตฺเตชน, สมนุปสฺสนปทานีติ วทนฺติ, ‘‘สพฺพสงฺขาเร’’ติอาทีนิ ปน ตีณิ วากฺยานิ ตีณิ ปทานีติ เวทิตพฺพานิ. เตเนวาติ อนิจฺจานุปสฺสนาทีนํ วเสน เตสํ ติณฺณํ ปทานํ วุตฺตตฺตา เอว. ปญฺหวิสฺสชฺชเนติ ‘‘อนิจฺจโต มนสิ กโรโต กถํ สงฺขารา อุปฏฺฐหนฺตี’’ติ ปญฺหสฺส วิสฺสชฺชเน.

๗๖๙. เอวํ วิโมกฺขมุขานิ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิโมกฺเข ทสฺเสตุํ ‘‘กตเม ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อนิจฺจโต มนสิ กโรนฺโตติ อนิจฺจานุปสฺสนํ อนุยุญฺชนฺโต. อธิโมกฺขพหุโลติ สทฺธินฺทฺริยพหุโล. ยสฺส วิเสสโต อนิจฺจานุปสฺสนา ติกฺขา สูรา โหติ, ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ. ‘‘อนิจฺจา สงฺขารา’’ติ หิ อาทิโต สทฺธามตฺตเกน ปฏิปชฺชิตฺวา วิปสฺสนาย อุกฺกํสคตาย ตรุปลฺลวาทีสุ วิย มณิกนกาทีสุปิ เตสํ อนิจฺจตํ สาติสยํ ปจฺจกฺขโต ปสฺสโต ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ วต โส ภควา’’ติ สตฺถริ สทฺธา พลวตี ปวตฺตตีติ โส อธิโมกฺขพหุโล, อธิมตฺตสทฺโธ จ โหติ. ตสฺส อนิจฺจานุปสฺสนาพหุลตาย อนิจฺจาการโต วุฏฺฐานํ โหตีติ โส ‘‘อนิมิตฺตํ วิโมกฺขํ ปฏิลภตี’’ติ วุตฺตํ. ปสฺสทฺธิพหุโลติ ทุกฺขานุปสฺสนํ อนุยุญฺชนฺโต ‘‘ทุกฺขา สงฺขารา, ตปฺปฏิปกฺขโต สุโข นิโรโธ’’ติ จ มนสิการวเสน นิพฺพานสฺส สนฺตปณีตสุขภาวํ อธิมุจฺจนฺโต อภิณฺหํ ปีติปาโมชฺชสมาโยคโต ปสฺสทฺธิพหุโล โหติ. ตโต จ อธิมตฺตสมาธินฺทฺริยปฏิลาเภน ราคปณิธิยา ทูรีภาวโต อปฺปณิหิตวิโมกฺขสมธิคโม โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ทุกฺขโต…เป… ปฏิลภตี’’ติ. เวทพหุโลติ อนตฺตานุปสฺสนํ อนุยุญฺชนฺโต อตฺตสุญฺญตาย นิปุณญาณวิสยตฺตา ญาณพหุโล โหติ. ตโต จ อธิมตฺตปญฺญินฺทฺริยปฏิลาเภน โมหสฺส ทูรีภาวโต สุญฺญตวิโมกฺขสมธิคโม โหตีติ อาห ‘‘อนตฺตโต…เป… ปฏิลภตี’’ติ.

โย อนิจฺจานุปสฺสนาย นิมิตฺตวเสน สงฺขาเร ปริคฺคเหตฺวา วิปสฺสนํ อนุยุญฺชนฺโต ยตฺถ อิทํ สงฺขารนิมิตฺตํ สพฺพโส นตฺถิ, ตํ ‘‘อนิมิตฺตํ นิพฺพาน’’นฺติ อนิมิตฺตากาเรน อธิมุจฺจนฺโต วุฏฺฐานคามินิมคฺเคน ฆเฏติ. ตสฺส มคฺโค อนิมิตฺตโต นิพฺพานํ สจฺฉิกโรตีติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘อนิมิตฺตากาเรน นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺโต อริยมคฺโค’’ติ. สฺวายํ นิพฺพานสฺส อนิมิตฺตากาโร เนว มคฺเคน กโต, น วิปสฺสนาย, อถ โข สภาวสิทฺโธ. ตทารมฺมณตาย จ มคฺโค อนิมิตฺโตติ วุจฺจตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อนิมิตฺตาย ธาตุยา อุปฺปนฺนตฺตา อนิมิตฺโต’’ติ. โย ทุกฺขานุปสฺสนาวเสน ปณิธิยา ทูรีภาวกรเณน อปฺปณิหิตํ อธิมุจฺจนฺโต, โย อนตฺตานุปสฺสนาวเสน อตฺตูปลทฺธิยา ทูรีภาวกรเณน สุญฺญตํ อธิมุจฺจนฺโตติ จ อาทินา โยเชตพฺพํ. เตนาห ‘‘เอเตเนว นเยนา’’ติอาทิ.

๗๗๐. ยทิ อริยมคฺโค ติวิธมฺปิ วิโมกฺขนามํ ลภติ, อถ กสฺมา อภิธมฺเม วิโมกฺขทฺวยเมว อาคตนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ยํ ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ ตนฺติ อภิธมฺเม วิโมกฺขทฺวยวจนํ. นิปฺปริยายโต วิปสฺสนาคมนํ สนฺธายาติ อุชุกเมว วิปสฺสนโต มคฺคสฺส นามาคมนํ สนฺธาย วุตฺตํ. กสฺมา? อนิมิตฺตวิปสฺสนา อาคมนียฏฺฐาเน ฐตฺวา อตฺตโน มคฺคสฺส นามํ ทาตุํ น สกฺโกติ. กามํ สุตฺเต ‘‘อนิมิตฺตญฺจ ภาเวหิ, มานานุสยมุชฺชหา’’ติ (สุ. นิ. ๓๔๔) อนิมิตฺตวิปสฺสนา กถิตา, สา ปน นิจฺจนิมิตฺตธุวนิมิตฺตอตฺตนิมิตฺตานิ อุคฺฆาเฏนฺตีปิ สยํ นิมิตฺตธมฺเมสุ เอว จรตีติ สนิมิตฺตาว โหตีติ. อปิจ อภิธมฺโม นาม ปรมตฺถเทสนา, อนิมิตฺตมคฺคสฺส จ ปรมตฺถโต เหตุเวกลฺลเมว. อนิจฺจานุปสฺสนาวเสน หิ อนิมิตฺตวิโมกฺโข กถิโต. ตตฺถ จ สทฺธินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ, ตํ อริยมคฺเค เอกงฺคมฺปิ น โหติ, อมคฺคงฺคตฺตา อตฺตโน มคฺคสฺส นามํ ทาตุํ น สกฺโกติ. อิตเรสุ ทุกฺขานุปสฺสนาย วเสน อปฺปณิหิตวิโมกฺโข, อนตฺตานุปสฺสนาย วเสน สุญฺญตวิโมกฺโข.

เตสุ อปฺปณิหิตวิโมกฺเขน สมาธินฺทฺริยํ, สุญฺญตวิโมกฺเขน ปญฺญินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหตีติ ตานิ อริยมคฺคสฺส องฺคตฺตา อตฺตโน มคฺคสฺส นามํ ทาตุํ สกฺโกนฺติ, น อนิมิตฺตมคฺโค ตทภาวโตติ เกจิ. เย ปน วทนฺติ ‘‘อนิมิตฺตมคฺโค อาคมนโต นามํ อลภนฺโตปิ สคุณโต จ อารมฺมณโต จ นามํ ลภตี’’ติ, เตสํ มเตน อปฺปณิหิตสุญฺญตมคฺคาปิ สคุณโต เอว, อารมฺมณโต เอว จ นามํ ลเภยฺยุนฺติ? ตํ อยุตฺตํ. กสฺมา? มคฺโค หิ ทฺวีหิ การเณหิ นามํ ลภติ สรสโต จ ปจฺจนีกโต จาติ, สภาวโต จ ปฏิปกฺขโต จาติ อตฺโถ. อปฺปณิหิตมคฺโค หิ ราคปณิธิอาทีหิ วิมุตฺโต, สุญฺญตมคฺโค ราคาทีหิ สุญฺโญ เอวาติ เต สรสโต นามํ ลภนฺติ. ตถา อปฺปณิหิตมคฺโค ปณิธิสฺส ปฏิปกฺโข, สุญฺญตมคฺโค อตฺตาภินิเวสสฺส เอวาติ เต ปจฺจนีกโต นามํ ลภนฺติ, อนิมิตฺตมคฺโค ปน ราคาทินิมิตฺตานํ, นิจฺจนิมิตฺตาทีนํ วา อภาเวน สรสโต เอว นามํ ลภติ, โน ปจฺจนีกโต. น หิ โส สงฺขารนิมิตฺตารมฺมณาย อนิจฺจานุปสฺสนาย ปฏิปกฺโข, สา ปนสฺส อนุโลมภาเว ฐิตาติ สพฺพถาปิ อภิธมฺมปริยาเยน อนิมิตฺตมคฺโค น ลพฺภติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตํ นิปฺปริยายโต วิปสฺสนาคมนํ สนฺธายา’’ติ.

ยสฺมา สุตฺตนฺตปริยาเยน อนิมิตฺตมคฺโค ลพฺภติ. วุฏฺฐานคามินี หิ วิปสฺสนา ยํ ยํ สมฺมสนฺตี วุฏฺฐานํ คจฺฉติ, ตสฺส ตสฺส วเสน อาคมนียฏฺฐาเน ฐตฺวา อตฺตโน มคฺคสฺส นามํ เทติ, ตตฺถ อนิจฺจโต วุฏฺฐหนฺตสฺส มคฺโค อนิมิตฺโต โหติ, ทุกฺขโต วุฏฺฐหนฺตสฺส อปฺปณิหิโต, อนตฺตโต วุฏฺฐหนฺตสฺส สุญฺญโต, ตสฺมา สุตฺตนฺตสํวณฺณนา เอสาติ กตฺวา อิธ ตโยปิ วิโมกฺขา อุทฺธฏา. ยํ ปน ปฏิสมฺภิทามคฺเค อภินิเวสนิมิตฺตปณิธิมุญฺจนํ อุปาทาย ติสฺสนฺนมฺปิ อนุปสฺสนานํ ตทาคมนวเสน ตทนฺวยสฺส มคฺคสฺส จ สุญฺญตวิโมกฺขาทิภาโว นิทฺทิฏฺโฐ, ตสฺส ปริยายภาเว วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทสฺเสตุํ ‘‘วิปสฺสนาญาณํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิปสฺสนาญาณํ ปฏิสมฺภิทามคฺเค ‘‘อปฺปณิหิโต, วิโมกฺโข’’ติ จ กิญฺจาปิ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ.

อนิจฺจานุปสฺสนาญาณนฺติ ‘‘อนิจฺจา สงฺขารา’’ติ อนุปสฺสนาวเสน ปวตฺตญาณํ. นิจฺจโต อภินิเวสํ มุญฺจตีติ ‘‘เต นิจฺจา’’ติ นิจฺจาการโต ปวตฺตมิจฺฉาภินิเวสวิทฺธํสนวเสน, ตทนฺวยํ ปน มคฺคญาณํ สมุจฺเฉทวเสน มุญฺจติ. อิตีติ ตสฺมา. อนิจฺจาภินิเวสโต ริตฺตตาย, วิมุตฺตตาย จ สุญฺญโต วิโมกฺโข. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.

ตนฺติ ติวิธํ วิปสฺสนาญาณํ. ตตฺถ ยสฺส ปริยายโต, ยสฺส จ นิปฺปริยายโต นามลาโภ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺขารนิมิตฺตสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. น นิปฺปริยาเยน, อถ โข ปริยาเยนาติ อตฺโถ. ตสฺมาติ นิปฺปริยายกถาภาวโต. วิโมกฺขทฺวยเมว วุตฺตํ อภิธมฺเมติ อธิปฺปาโย. เอตฺถาติ เอตสฺมึ วิปสฺสนาธิกาเร. ‘‘ติวิธวิโมกฺขมุขภาวํ อาปชฺชิตฺวา’’ติ เอตสฺมึ วา อุทฺเทสวจเน.

๗๗๑. เตสํ วิภาคายาติ เตสํ ยถาวุตฺตานํ สตฺตนฺนํ อริยปุคฺคลานํ สทฺธานุสาริอาทิภาเวน วิภตฺตสภาวตาย.

๗๗๒. สทฺธินฺทฺริยํ ปฏิลภตีติ สทฺธานุสาริภาวิตาการณภูตํ อธิมตฺตํ สทฺธินฺทฺริยํ ปฏิลภติ. อธิโมกฺขพหุลตาย, สทฺธินฺทฺริยาธิมตฺตตาย จ การณํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. อปิจ อยเมตฺถ สงฺเขปตฺโถ – อนิจฺจาการสลฺลกฺขณสฺส สทฺธาภิพุทฺธิยา อุปนิสฺสยภาวโต ตทนฺวเย มคฺเค สทฺธา ติกฺขตรา โหติ, เตน อฏฺฐมโก สทฺธานุสารี นาม โหติ. เสเสสุ สตฺตสุ ฐาเนสูติ ปฐมผลโต ปฏฺฐาย ยาว อคฺคผลา สตฺตสุ ฐาเนสุ. ‘‘สตฺตสุ ฐาเนสู’’ติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ เสเสสุ ฉสุ ฐาเนสุ สทฺธาวิมุตฺโต, อคฺคผเล ปน สจายํ อรูปชฺฌานลาภี, อุภโตภาควิมุตฺโต โหติ, โน เจ อรูปชฺฌานลาภี, ปญฺญาวิมุตฺโต, น สทฺธาวิมุตฺโต. อภิธมฺเม หิ –

‘‘กตโม จ ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโต? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’ติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’ติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. ตถาคตปฺปเวทิตา จสฺส ธมฺมา ปญฺญาย ทิฏฺฐา โหนฺติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ, โน จ โข ยถาทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโต’’ติ (ปุ. ป. ๒๐๘) –

เอกจฺจาสวปริกฺขยวจนโต สทฺธาวิมุตฺตสฺส เสกฺขภาโว วิญฺญายติ, น อเสกฺขภาโว. อฏฺฐกถายญฺจ ‘‘เทฺว ธุรานิ, เทฺว อภินิเวสา, เทฺว สีสานี’’ติ วจนโต นตฺถิ อรหโต สทฺธาวิมุตฺตตาติ? สจฺจเมตํ นิปฺปริยายโต. นิปฺปริยายกถา หิ อภิธมฺโม, อิธ ปน ปริยาเยน เอวํ วุตฺตํ. ยทิ ปริยายโต อรหโต สทฺธาวิมุตฺตตา, โก ปน โส ปริยาโย? สทฺธาวิมุตฺตนฺวยตา. โย หิ อคฺคมคฺคกฺขเณ สทฺธาวิมุตฺโต โหติ, โส อคฺคผลกฺขเณปิ ตทนฺวยตาย สทฺธาวิมุตฺโตติ ปฏิสมฺภิทามคฺเค ปริยาเยน วุตฺโตติ อิธาปิ ตเถว วุตฺตํ. อถ วา สทฺธาวิมุตฺตสทิสตาย อรหา สทฺธาวิมุตฺโต. กา ปเนตฺถ สทิสตา? ยถา สทฺธาวิมุตฺตสฺส เสกฺขสฺส กิเลสกฺขโย กุณฺเฐน อสินา กทลิจฺเฉทสทิโส ‘‘โน จ โข ยถาทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺสา’’ติ วจนโต, เอวํ ตทนฺวยสฺสาปิ อรหโตติ อยเมตฺถ สทิสตา. กึ ปน เนสํ กิเลสปหาเน นานตฺตํ อตฺถีติ? นตฺถิ. อถ กสฺมา สทฺธาวิมุตฺโต ทิฏฺฐิปฺปตฺตํ น ปาปุณาตีติ? อาคมนียนานตฺเตน. ทิฏฺฐิปฺปตฺโต หิ อาคมนมฺหิ กิเลเส วิกฺขมฺเภนฺโต อปฺปกสิเรน อกิลมนฺโต วิกฺขมฺเภตุํ สกฺโกติ, สทฺธาวิมุตฺโต กิจฺเฉน กสิเรน วิกฺขมฺเภตุํ สกฺโกติ. อปิจ ปญฺญายปิ เนสํ เวมตฺตตา. สา จ ยาวติกา ลพฺภเตวาติ วทนฺติ. เอวญฺจ กตฺวา ปฐมมคฺคาทีสุ สติปิ อินฺทฺริยสมตฺเต สทฺธาทีนํ ติกฺขตาวจนมฺปิ สมตฺถิตํ โหติ.

๗๗๓. โสติ ทุกฺขโต วุฏฺฐิโต. สพฺพตฺถาติ อฏฺฐสุปิ ฐาเนสุ. นนุ จ อฏฺฐกถายํ ‘‘เทฺว ธุรานี’’ติ นิยมิตตฺตา ปฐมมคฺคกฺขเณ สทฺธานุสารี วา สิยา, ธมฺมานุสารี วา? อิธ น สทฺธานุสารี ยุตฺโต, กายสกฺขิตาปิ อรหโต นตฺถิ. อภิธมฺเม หิ –

‘‘กตโม จ ปุคฺคโล กายสกฺขี? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล กายสกฺขี’’ติ (ปุ. ป. ๒๐๘) –

เอกจฺจาสวปริกฺขยวจนโต กายสกฺขิโน เสกฺขภาโวว วิญฺญายตีติ? สจฺจเมตํ นิปฺปริยายโต, อิธ ปน ปริยาเยน วุตฺตํ. โก ปน โส ปริยาโยติ? กายสกฺขิสทิสตา. อุปจารรูปชฺฌานสมาธิโต หิ สาติสยํ อรูปสมาธิสมฺผสฺสํ ลทฺธา นิพฺพตฺตีติ เอกจฺจาสวปริกฺขยํ อุปาทาย ‘‘กายสกฺขี’’ติ วตฺตพฺพปุคฺคเลน สาติสยสมาธิสมฺผสฺสตทธิฏฺฐานาสวปริกฺขยสามญฺญํ อเปกฺขิตฺวา กายสกฺขี วิย กายสกฺขีติ อรหา ปฏิสมฺภิทามคฺเค วุตฺโตติ อิธาปิ ตเมว นยํ คเหตฺวา อรหโตปิ กายสกฺขิตา วุตฺตา. สุตฺตนฺตสํวณฺณนา เหสาติ. นิปฺปริยาเยน ปน ปฐมผลโต ปฏฺฐาย ฉสุ ฐาเนสุ กายสกฺขี นาม โหติ, โส จ โข อฏฺฐสมาปตฺติลาภี, น วิปสฺสนายานิโก สุกฺขวิปสฺสโก, อุปจารมตฺตลาภี, รูปชฺฌานมตฺตลาภี วา. ปสฺสทฺธิพหุโลติ จ ปสฺสทฺธิสีเสน สมาธิ วุตฺโตติ สาติสยสมาธิลาภี สมถยานิโกว อธิปฺเปโต, สมถยานิกสฺเสว จ กายสกฺขิภาโว เหฏฺฐา วุตฺโต. อรูปชฺฌานนฺติ จตุพฺพิธํ อรูปชฺฌานํ. ตตฺถ ปน เอกมฺปิ ลทฺธา อรหตฺตํ ปตฺโต อุภโตภาควิมุตฺโต เอว โหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อรูปชฺฌาน’’มิจฺเจว วุตฺตํ, น ‘‘จตฺตาริ อรูปชฺฌานานี’’ติ. เตนายํ จตุนฺนํ อรูปสมาปตฺตีนํ, นิโรธสมาปตฺติยา จ วเสน ปญฺจวิโธ โหติ. เอส นโย กายสกฺขิมฺหิปิ. ทฺวีหิ ภาเคหิ เทฺว วาเร วิมุตฺโตติ อุภโตภาควิมุตฺโต.

๗๗๔. ปญฺญวโต นิปุณตรา, คมฺภีรา จ อตฺถา ปากฏา หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺตีติ อนตฺตโต มนสิ กโรโต เวทพหุลตา, ปญฺญินฺทฺริยปฏิลาโภ จ วุตฺโต. ธมฺมานุสารี โหติ ปญฺญินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตตฺตา. ปญฺญา หิ อิธ ‘‘ธมฺโม’’ติ อธิปฺเปตา ‘‘สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค’’ติอาทีสุ วิย (ชา. ๑.๑.๕๗).

๗๗๕. ยสฺสา ปาฬิยา วเสน อิธ อริยปุคฺคลสฺส สทฺธาวิมุตฺตาทิภาโว วุตฺโต, ตํ ปาฬึ ทสฺเสตุํ ‘‘วุตฺตํ เหต’’นฺติอาทิ อารทฺธํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

๗๗๖. ‘‘สทฺธินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตตฺตา สทฺธาวิมุตฺโต’’ติ เอวมาทิอตฺถสฺส สาธกํ อปรมฺปิ วุตฺตํ. ‘‘สทฺทหนฺโต วิมุตฺโต’’ติ เอเตน สพฺพถา อวิมุตฺตสฺส สทฺธามตฺเตน วิมุตฺตภาวทสฺสเนน สทฺธาวิมุตฺตสฺส เสกฺขภาวเมว วิภาเวติ. สทฺธาวิมุตฺโตติ วา สทฺธาย อธิมุตฺโตติ อตฺโถ.

ผุฏฺฐนฺตํ สจฺฉิกโตติ ผุฏฺฐานํ อนนฺตรํ ผุฏฺฐนฺโต, ผุฏฺฐานํ อรูปชฺฌานานํ อนนฺตโร กาโลติ อธิปฺปาโย, อจฺจนฺตสํโยเค เจตํ อุปโยควจนํ, ผุฏฺฐานนฺตรกาลเมว สจฺฉิกรณูปาเยน สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉากาสีติ วุตฺตํ โหติ. ภาวนปุํสกํ วา เอตํ ยถา ‘‘เอกมนฺต’’นฺติ (ปารา. ๒). โย หิ อรูปชฺฌาเนน รูปกายโต, นามกาเยกเทสโต จ วิกฺขมฺภนวิโมกฺเขน วิมุตฺโต, เตน นิโรธสงฺขาโต วิโมกฺโข อาโลจิโต ปกาสิโต วิย โหติ, น ปน กาเยน สจฺฉิกโต, นิโรธํ ปน อารมฺมณํ กตฺวา เอกจฺเจสุ อาสเวสุ เขปิเตสุ เตน โส สจฺฉิกโตว โหติ. ตสฺมา โส สจฺฉิกาตพฺพํ ยถาอาโลจิตํ นามกาเยน สจฺฉากาสีติ กายสกฺขีติ วุจฺจติ, น ตุ วิมุตฺโต เอกจฺจานํ อาสวานํ อปริกฺขีณตฺตา. ทิฏฺฐนฺตํ ปตฺโตติ ทสฺสนสงฺขาตสฺส โสตาปตฺติมคฺคญาณสฺส อนนฺตรํ ปตฺโตติ วุตฺตํ โหติ. ปฐมผลโต ปฏฺฐาย หิ ยาว อคฺคมคฺคา ทิฏฺฐิปฺปตฺโตติ. ‘‘ทิฏฺฐิยา ปตฺโต’’ติ วา ปาโฐ, จตุสจฺจทสฺสนสงฺขาตาย ทิฏฺฐิยา นิโรธํ ปตฺโตติ อตฺโถ. อิเม จ สทฺธาวิมุตฺตาทโย ตโย ปรมตฺถโต อปริโยสิตญาณกิจฺจาติ ตํ นยํ ทสฺเสตุํ ‘‘สทฺทหนฺโต วิมุจฺจตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ฌานผสฺสนฺติ สาติสยํ ฌานผสฺสํ. เตน อรูปชฺฌานผสฺโส สงฺคหิโต โหติ.

‘‘ทุกฺขา สงฺขาราติ ญาตํ โหตี’’ติ อิมินา ทุกฺขสจฺจปฏิเวธมาห, ‘‘สุโข นิโรโธติ ญาตํ โหตี’’ติ อิมินา นิโรธสจฺจปฏิเวธํ. ตทุภเยน จ สมุทยมคฺคสจฺจปฏิเวธํ นานนฺตริยกภาวโต. ‘‘ญาตํ โหตี’’ติ อิมินา ทุติยมคฺคกิจฺจํ, ‘‘ทิฏฺฐํ โหตี’’ติ อิมินา ตติยมคฺคกิจฺจํ, ‘‘วิทิตํ โหตี’’ติ อิมินา จตุตฺถมคฺคกิจฺจํ, ‘‘สจฺฉิกต’’นฺติ อิมินา ปฐมผลกิจฺจํ, ‘‘ผุสิต’’นฺติ อิมินา เสสผลทฺวยกิจฺจํ. อิติ ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส มคฺคผลญาณพฺยาปารทสฺสนานิ อิมานิ ปทานีติ วทนฺติ.

๗๗๗. อิตเรสูติ สทฺธานุสาริอาทิปเทสุ. สทฺธํ อนุสรตีติ อาคมนียฏฺฐาเน ฐิตํ สทฺธํ อนุคจฺฉติ. ยถา สา ติกฺขา สูรา อโหสิ, มคฺคกฺขเณปิ ตทนุรูปเมว ปวตฺเตตีติ อตฺโถ. สทฺธาย วา อนุสรตีติ สทฺธาย การณภูตาย สจฺจปฏิเวธสฺส อนุรูปํ สรติ คจฺฉติ, ปฏิปชฺชตีติ อตฺโถ. ทฺวีหิปิ อตฺถวิกปฺเปหิ สทฺธาย อธิมตฺตตํเยว วิภาเวติ. ธมฺมานุสารีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อุภโตภาควิมุตฺโตติ ทฺวีหิ ภาเคหิ เทฺว วาเร วิมุตฺโต, รูปกายโต จ นามกายโต จ วิกฺขมฺภนวเสน, สมุจฺเฉทวเสน จ วิมุตฺโตติ อตฺโถ. อรูปชฺฌาเนน รูปกายโต จ นามกาเยกเทสโต จ วิมุตฺโต, อริยมคฺเคน นามกายโต วิมุตฺโตติ อุโภหิ ภาเคหิ เทฺว วาเร วิมุตฺตตฺตา อุภโตภาควิมุตฺโต. ปชานนฺโต วิมุตฺโตติ ปฐมชฺฌานผสฺเสน วินา ปริชานนาทิปฺปกาเรหิ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ชานนฺโต ปฏิวิชฺฌนฺโต เตสํ กิจฺจานํ มตฺถกปฺปตฺติยา นิฏฺฐิตกิจฺจตาย วิเสเสน มุตฺโตติ วิมุตฺโต.

อยํ ปเนตฺถ นิปฺปริยายโต สงฺเขปกถา – ยสฺส อนิจฺจาการโต วุฏฺฐานํ โหติ, โส อธิโมกฺขพหุโล สทฺธินฺทฺริยสฺส ติกฺขภาเวน ปฐมมคฺคกฺขเณ สทฺธานุสารี นาม โหติ, มชฺเฌ ฉสุ ฐาเนสุ สทฺธาวิมุตฺโต. อคฺคผลกฺขเณ ปญฺญาวิมุตฺโต นาม โหติ. ตถา ยสฺส ทุกฺขาการโต วุฏฺฐานํ โหติ, ตสฺส ปสฺสทฺธิพหุลตาย สมาธินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ ทุกฺขุปนิสาย สทฺธายปิ ติพฺพตรตฺตา, ธุรนิยมโต จ. โสปิ ปฐมมคฺคกฺขเณ สทฺธานุสารี เอว โหติ, มชฺเฌ ฉสุ ฐาเนสุ สทฺธาวิมุตฺโต, อนฺเต ปญฺญาวิมุตฺโต จ โหติ. ยสฺส ปน อนตฺตาการโต วุฏฺฐานํ โหติ, โส เวทพหุโล ปญฺญินฺทฺริยสฺส ติกฺขภาเวน ปฐมมคฺคกฺขเณ ธมฺมานุสารี เอว โหติ, มชฺเฌ ฉสุ ฐาเนสุ ทิฏฺฐิปฺปตฺโต, อนฺเต ปญฺญาวิมุตฺโต เอว โหติ. อิเม ปน น อฏฺฐวิโมกฺขลาภิโน, อฏฺฐวิโมกฺขลาภี ปน ปฐมมคฺคกฺขเณ สทฺธานุสารี วา ธมฺมานุสารี วา สิยา. มชฺเฌ ฉสุ ฐาเนสุ กายสกฺขี, ปริโยสาเน อุภโตภาควิมุตฺโตติ.

สงฺขารุเปกฺขาญาณํ.

๗๗๘. ยํ ตํ วิโมกฺขมุขภาวํ อาปชฺชิตฺวา สตฺตอริยปุคฺคลวิภาคาย จ ปจฺจโย โหตีติ วุตฺตํ, ตํ ปเนตํ สงฺขารุเปกฺขาญาณํ. ปุริเมน ญาณทฺวเยนาติ มุญฺจิตุกมฺยตาปฏิสงฺขานุปสฺสนาญาณทฺวเยน อตฺถโต เอกํ, ปวตฺติอาการเภทโต นานนฺติ อธิปฺปาโย. ยถาวุตฺตมตฺถํ อฏฺฐกถาย, ปาฬิยา จ สาเธตุํ ‘‘เตนาหู’’ติอาทิ วุตฺตํ. มุญฺจิตุกมฺยตามุญฺจนุปายกรณญาณานิปิ สงฺขาเรสุ อุทาสีนภาเวเนว ปวตฺตนโต สงฺขารุเปกฺขาสมญฺญาเนว โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘อิทํ สงฺขารุเปกฺขาญาณํ เอกเมว ตีณิ นามานิ ลภตี’’ติ. เตน สงฺขารุเปกฺขาโวหาโร มุญฺจิตุกมฺยตาทิญาณสมุทายวิสโยติ ทสฺเสติ.

๗๘๐. อุปฺปาทาทีนีติ อุปฺปาทปวตฺตาทิอปเทเสน วุตฺเต สงฺขาเร. ปริจฺจชิตุกามตาติ ตปฺปฏิพนฺธฉนฺทราคปฺปหาเนน วิสฺสชฺชิตุกามตา. ปฏิสงฺขานนฺติ ปุนปฺปุนํ ตีรณํ. มุญฺจิตฺวาติ นิราลยภาวาปตฺติยา อเปกฺขาวิสฺสชฺชนวเสน วิสฺสชฺชิตฺวา. อวสาเนติ ตถากรณสฺส อุตฺตรกาลํ. ยาว นิพฺพานสมฺปกฺขนฺทนา น อิชฺฌติ, ตาว วิจินเนปิ อุทาสีนตาย ญาณสฺส สนฺตานวเสน ปวตฺตึ สนฺธายาห ‘‘อชฺฌุเปกฺขนํ สนฺติฏฺฐนา’’ติ. เอวนฺติ อชฺฌุเปกฺขนาการสามญฺญโต ‘‘มุญฺจิตุกมฺยตา จ สา สนฺติฏฺฐนา จา’’ติ วุตฺตากาเรน.

๗๘๑. อิเม ธมฺมาติ อิเม ญาณสงฺขาตา ธมฺมา, ญาณปริยาโย วา อิธ ธมฺม-สทฺโท, ตสฺมา อิมานิ ญาณานีติ อตฺโถ. เอกตฺตาติ เอกสภาวา.

๗๘๒. วุฏฺฐานคามินี โหติ วุฏฺฐานคมนโต. สงฺขารุเปกฺขาทิญาณตฺตยสฺสาติ สงฺขารุเปกฺขานุโลมโคตฺรภุสญฺญิตสฺส ญาณตฺตยสฺส. กิจฺจวเสน ปวตฺติฏฺฐานวเสนปิ โลกิยญาณานํ อุปริ ฐิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘อุตฺตมภาวํ ปตฺตตฺตา’’ติ. นิมิตฺตภูตโตติ วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตโต ขนฺธปญฺจกโต. เตนาห ‘‘อภินิวิฏฺฐวตฺถุโต’’ติ. ตญฺหิ วิปสฺสนาย โคจรกรณสงฺขาเตน อภินิเวเสน อภินิวิฏฺฐวตฺถุนฺติ ปวุจฺจติ. ตํ ปเนตํ สสนฺตติปริยาปนฺนมฺปิ ปรโต ทิฏฺฐิตาย ‘‘พหิทฺธา’’ติ วุตฺตํ. ตเทว หิ ‘‘พหิทฺธา สพฺพนิมิตฺตานี’’ติ ตตฺถ ตตฺถ วุจฺจติ. อชฺฌตฺตปวตฺตโตติ สสนฺตาเน มิจฺฉาทิฏฺฐิปวตฺตนอาทิโต, ตทนุวตฺตกกิเลสกฺขนฺเธหิ จ. ตญฺหิ สสนฺตติยํ กิเลสปฺปวตฺตภาวโต, ตนฺนิมิตฺตํ อสติ มคฺคภาวนาย อุปฺปชฺชนกอุปาทินฺนกฺขนฺธปวตฺตภาวโต จ ตถา วุตฺตํ. วุฏฺฐหนญฺจ เนสํ อารมฺมณากรณํ, อายตึ อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนญฺจ. ฆฏิยติ อตฺตโน อนนฺตรเมว มคฺคสมุปฺปตฺติโต.

๗๘๓. ตตฺราติ ตสฺมึ ‘‘อภินิวิฏฺฐวตฺถุโต วุฏฺฐหนโต’’ติ สงฺเขปวจเน. อชฺฌตฺตพหิทฺธา รูปารูปปปญฺจกฺขนฺธลกฺขณตฺตยวเสน อยํ มาติกา อุทฺเทโส. อชฺฌตฺตํ อภินิวิสิตฺวาติ สสนฺตติปริยาปนฺเนสุ ขนฺเธสุ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา. ‘‘อชฺฌตฺตา วุฏฺฐาตี’’ติ อิทํ วุฏฺฐานคามินิยา อชฺฌตฺตธมฺมารมฺมณตฺตา ปริยายโต วุตฺตํ, นิปฺปริยายโต ปน มคฺโค สพฺพโตปิ วุฏฺฐาติ. พหิทฺธา วุฏฺฐาตีติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เอกปฺปหาเรนาติ เอกชฺฌํ, ตํ ปน อชฺฌตฺตาทิวิภาคํ อกตฺวา ‘‘ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๒๙๘; สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๖; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) อวิภาเคน วุฏฺฐานคามินิยา ปวตฺติวเสน เวทิตพฺพํ, ตยิทํ สตฺถุ สมฺมุขา เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสนฺตสฺส ญาณุตฺตรสฺส สมฺภวตีติ วทนฺติ.

๗๘๔. สุทฺธอชฺฌตฺตทสฺสนมตฺเตเนว มคฺควุฏฺฐานํ น โหติ มมํการวตฺถุโนปิ ปริญฺเญยฺยตฺตา มคฺคสงฺขาตํ วุฏฺฐานํ, มคฺเคน วา วุฏฺฐานํ มคฺควุฏฺฐานํ.

๗๘๕. ราสึ กตฺวาติ ภูตุปาทายวเสน ทุวิธํ อนฺตรเภทวเสน อเนกเภทมฺปิ ‘‘รุปฺปนฏฺเฐน รูป’’นฺติ ปิณฺฑโต คเหตฺวา. ยถา รูเป วิปสฺสนาภินิเวโส เยภุยฺเยน วิปสฺสนายานิกสฺส, เอวํ อรูเป วิปสฺสนาภินิเวโส เยภุยฺเยน สมถยานิกสฺส โหติ. อภินิเวโสติ จ วิปสฺสนาย ปุพฺพภาเค กตฺตพฺพนามรูปปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ. ตสฺมา ปฐมํ รูปปริคฺคณฺหนํ รูเป อภินิเวโส. เอส นโย เสเสสุปิ.

๗๘๖. ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺมนฺติ กามํ อุทยพฺพยปริคฺคณฺหนํ อภินิเวโสติ ทสฺสิตํ, ยถาอุปฏฺฐิเต ปน รูปารูปธมฺเม, เตสญฺจ ปจฺจเย ปริคฺคเหตฺวา สงฺเขเปเนว วิปสฺสนาญาณํ จาเรนฺโต ญาณุตฺตโร ยถานิสินฺโนว ญาณปฏิปาฏิยา ขิปฺปเมว สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌนฺโต เอกปฺปหาเรน ปญฺจหิ ขนฺเธหิ วุฏฺฐาติ นาม. อญฺญถา เอเกเนว โลกิยจิตฺเตน ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ ปริคฺคหปริชานนาทีนํ อสมฺภวโต. น หิ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆาทึ เอกชฺฌํ อารมฺมณํ กาตุํ สกฺกา. ยสฺส ปน เอกวารํ ญาเณน ผสฺสิตํ, ปุน ตํ ผสฺสิตพฺพเมว, ตาทิสสฺส วเสน วุตฺตนฺติ วทนฺติ.

๗๘๘. เอตฺถ จ อภินิเวโส อการณํ วุฏฺฐานเมว ปมาณํ, ตสฺมา เหฏฺฐา วุตฺตวิโมกฺขอริยปุคฺคลวิภาคาปิ วุฏฺฐานวเสน สมฺภวนฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺถ จ โยปี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ตโยปิ ชนาติ วุฏฺฐานวเสน เภเท อสติปิ อภินิเวสวเสเนว ลทฺธํ เภทํ คเหตฺวา วุตฺตํ.

๗๘๙. สทฺธึ ปุริมปจฺฉิมญาเณหีติ ภยตุปฏฺฐานาทิปุริมญาเณหิ เจว โคตฺรภุอาทิปจฺฉิมญาเณหิ จ สห. อุทฺทานนฺติ อุทฺเทโส.

ยตฺถ กตฺถจิ…เป… วฏฺเฏยฺยุํ ตํตํญาณฏฺฐานิยสฺส อุปมาวตฺถุโน ลพฺภนโต. อิมสฺมึ ปน ฐาเนติ อิมสฺมึ วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาปเทเส. สพฺพนฺติ สพฺพํ ญาณํ, สพฺพํ วา ญาณกิจฺจํ ปากฏํ โหติ เวมชฺเฌ ฐตฺวา วิภาวิยมานตฺตา. วุตฺตา วิสุทฺธิกถายํ.

๗๙๐. นิลียิตฺวาติ อุปวิสิตฺวา. ปรามสิตฺวาติ วีมํสิตฺวา.

คยฺหุปคํ อทิสฺวาติ คหณโยคฺคํ นิจฺจสาราทึ อทิสฺวา. จิตฺตสฺส วงฺกภาวกรานํ มายาทีนํ สุฏฺฐุ วิกฺขมฺภเนน อนุโลมสฺส อุชุกสาขาสทิสตา. นิพฺพานาโลจนโต โคตฺรภุญาณสฺส อุทฺธํ อุลฺโลกนสทิสตา. อปฺปติฏฺเฐ นิพฺพาเน ปติฏฺฐิตตฺตา มคฺคญาณสฺส อากาเส อุปฺปตนสทิสตา.

๗๙๑. สปฺปวิสฺสชฺชนํ วิย โคตฺรภุญาณํ สพฺพสงฺขารคตํ วิสฺสชฺชิตฺวา นิพฺพานสฺส อาลมฺพนโต. อาคตมคฺคํ โอโลเกนฺตสฺส ฐานํ วิย มคฺคญาณํ อสมฺโมหปฏิเวธวเสน อตฺตโนปิ ทสฺสนโต. อภยฏฺฐาเน ฐานนฺติ อภยฏฺฐานํ สมฺปตฺตมาห, น ตสฺส ปาปุณปฏิปตฺตึ.

๗๙๒. อตฺตตฺถาทีนํ อนวพุชฺฌนโต ‘‘อหํ, มมา’’ติ คหณสฺส นิทฺโทกฺกมนสทิสตา. มุญฺจิตุกมฺยตาคฺคหเณเนว ปฏิสงฺขา สนฺติฏฺฐนาปิ คหิตา. ติสฺสนฺนมฺปิ ตาสํ สํสารโต นิกฺขมนาธิมุตฺตตาย นิกฺขมนมคฺโคโลกนสทิสตา. มคฺเค ทิฏฺเฐ มคฺคปฏิปตฺติ วิย อนุโลเม สิทฺเธ มคฺโค สิทฺโธ เอวาติ อนุโลมสฺส มคฺคทสฺสนสทิสตา. สงฺขารนิมิตฺตโต นิกฺขนฺตตฺตา อาทิตฺตฆรโต นิกฺขมนํ วิย โคตฺรภุญาณํ. เวเคนคมนํ วิย มคฺคญาณํ วิสฺสชฺเชตพฺพคเหตพฺพปเทเสสุ สาธนกิจฺจวิเสสโยคโต.

๗๙๓. ปรโต น มมายิตพฺพโต จ ปสฺสิตพฺพานํ ขนฺธานํ ‘‘อหํ, มมา’’ติ คหณสฺส ราชโคณานํ สกคหณสทิสตา วุตฺตา.

๗๙๔. สภเย อภยทสฺสนเหตุตาย ขนฺธานํ ‘‘อหํ, มมา’’ติ คหณสฺส ยกฺขินิยา สํวาสสทิสตา. สุสานวิชหนํ วิย สงฺขารสุสานํ วิชหิตฺวา นิพฺพานารมฺมณวเสน ปวตฺตํ โคตฺรภุ.

๗๙๕. ปุตฺตคิทฺธินีติ ปุตฺตวจฺฉลา. โอตฺตปฺปมานาติ สารชฺชยมานา. โอฬาริกโอฬาริกโลภกฺขนฺธาทิวิกฺขมฺภเนน สงฺขารปริจฺจชนโต อนุโลมสฺส ตตฺเถว ทารโกโรปนสทิสตา.

๗๙๖. วุฏฺฐานคามินิยา…เป… ทสฺสนตฺถํ วุตฺตา, น ปุริมาสุ วิย ภยตุปฏฺฐานาทีสุ ฐิตสฺส ภายนาทิอาการทสฺสนตฺถนฺติ อธิปฺปาโย. อปราปรุปฺปตฺติโต, จิรานุพนฺธโต, ทุสฺสหโต จ วฏฺฏทุกฺขสทิสํ ชิฆจฺฉาทุกฺขนฺติ อาห ‘‘สํสารวฏฺฏชิฆจฺฉายา’’ติ. กายคตาสติ เอว โภชนํ กายคตาสติโภชนํ. สา ปเนตฺถ มคฺคสมฺปยุตฺตา สมฺมาสติ กายานุปสฺสนาทิกิจฺจสาธนวเสน อมตรสปริโภคตาย จ ‘‘อมตรสํ กายคตาสติโภชน’’นฺติ วุตฺตา. เตนาห ภควา ‘‘อมตํ เต, ภิกฺขเว, ปริภุญฺชนฺติ, เย กายคตาสตึ ปริภุญฺชนฺตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๑.๖๐๐).

ผลรสามลกสิงฺคีเวรมุคฺคมาสาทิ อเนกงฺคสมฺภารํ.

กปณาเสริภาวาทิกรเณน ตณฺหาสิเนหสฺส สีตสทิสตา. มคฺคเตชนฺติ อริยมคฺคสงฺขาตํ อินฺทคฺคึ.

ราคคฺคิอาทโย เอกาทสคฺคี วูปสมนฺติ เอตฺถาติ เอกาทสคฺคิวูปสมํ, นิพฺพานํ.

อนฺธการปเรโตติ จตุรงฺคสมนฺนาคเตน อนฺธกาเรน กิญฺจิ อตฺตตฺถํ วา ปรตฺถํ วา กาตุํ อสกฺกุเณยฺยภาเวน อภิภูโต. ญาณมโย อาโลโก เอติสฺสาติ ญาณาโลกา, มคฺคภาวนา.

อมตภูตํ, อมตภาวสาธกํ วา โอสธํ อมโตสธํ, นิพฺพานํ. เหฏฺฐา อตฺตนา วุตฺตเมว สงฺขารุเปกฺขาพฺยาปารํ นิคมนวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘เตน วุตฺต’’นฺติอาทิมาห.

๗๙๗. นิราลยตาย ตณฺหาวเสน ภวาทีสุ อวิสฏชฺฌาสโย หุตฺวา ตโต สงฺกุจิตจิตฺโต ปติลีนภาเวน จรติ ปวตฺตตีติ ปติลีนจโร, ตสฺส ปติลีนจรสฺส. สํสาเร ภยสฺส อิกฺขนตาย ภิกฺขุโน กายจิตฺตวิเวกสิทฺธิยา วิวิตฺตมาสนํ ภชมานสฺส. สามคฺคิยนฺติ ยุตฺตํ, ปติรูปนฺติ อตฺโถ. ภวเนติ กามภวาทิเก ติวิเธปิ ภเว. โส หิ อิธ ภวนฏฺเฐน ภวนฺติ วุตฺโต. น ทสฺสเยติ อนุปฺปชฺชนวเสน น ทสฺเสยฺย. ตสฺส ตํ อทสฺสนํ สามคฺคิยนฺติ พุทฺธาทโย อริยา อาหูติ โยชนา.

นิยเมตฺวาติ นิยตํ เอกํสิกํ กตฺวา. โพชฺฌงฺควิเสสํ, มคฺคงฺควิเสสํ, ฌานงฺควิเสสํ, ปฏิปทาวิเสสํ, วิโมกฺขวิเสสนฺติ วิเสสสทฺโท ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพ. วิเสสนฺติ ฉสตฺตภาโว สตฺตฏฺฐภาโว ปญฺจาทิภาโวติ อิมํ ยถากฺกมํ โพชฺฌงฺคาทีนํ อริยมคฺเค ลพฺภมานเภทํ. ปาทกชฺฌานนฺติ มคฺคสฺส อาสนฺนวุฏฺฐานคามินิยา วิปสฺสนาย ปทฏฺฐานภูตํ ฌานํ. วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตาติ มคฺคาสนฺนาย เอว วุฏฺฐานคามินิยา วิปสฺสนาย โคจรภูตา วิปสฺสิตา. ปุคฺคลชฺฌาสโยติ อุภินฺนํ เภเท สติ วิปสฺสกสฺส อชฺฌาสโย. เอตฺถ จ ปฐมํ เกจีติ วุตฺโต ติปิฏกจูฬนาคตฺเถโร. ทุติยํ เกจีติ วุตฺโต โมรวาปีวาสิมหาทตฺตตฺเถโร. ตติยํ เกจีติ วุตฺโต ติปิฏกจูฬาภยตฺเถโร.