๑๔. ขนฺธนิทฺเทสวณฺณนา

ปญฺญากถาวณฺณนา

๔๒๑. สพฺพากาเรนาติ อุปจารากาโร, อปฺปนากาโร, วสีภาวากาโร, วิตกฺกาทิสมติกฺกมากาโร, รูปาทีหิ วิรชฺชนากาโร, จุทฺทสธา จิตฺตสฺส ปริทมนากาโร, ปญฺจวิธอานิสํสาธิคมากาโรติ เอวมาทินา สพฺเพน ภาวนากาเรน.

ตทนนฺตราติ ‘‘จิตฺตํ ปญฺญ’’นฺติ เอวํ เทสนากฺกเมน, ปฏิปตฺติกฺกเมน จ ตสฺส สมาธิสฺส อนนฺตรา. ปญฺญา ภาเวตพฺพา สมาธิภาวนาย สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนาติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ปญฺญญฺจ ภาวย’’นฺติ เอวํ อติสงฺเขปเทสิตตฺตา, คาถาวณฺณนายํ วา ‘‘สมาธิสิลายํ สุนิสิตํ วิปสฺสนาปญฺญาสตฺถ’’นฺติ เอวํ อติวิย สงฺเขเปน ภาสิตตฺตา อยํ สา ปญฺญาติ สภาวโต วิญฺญาตุมฺปิ ตาว น สุกรา. ภาวนาวิธานสฺส ปน อทสฺสิตตฺตา ปเคว ภาเวตุํ น สุกราติ สมฺพนฺโธ. ปุจฺฉนฏฺเฐน ปญฺหา, กมฺมํ กิริยา กรณํ, ปญฺหาว กมฺมํ ปญฺหากมฺมํ, ปุจฺฉนปโยโคติ อตฺโถ.

กา ปญฺญาติ สรูปปุจฺฉา. เกนฏฺเฐน ปญฺญาติ เกน อตฺเถน ปญฺญาติ วุจฺจติ, ‘‘ปญฺญา’’ติ ปทํ กํ อภิเธยฺยตฺถํ นิสฺสาย ปวตฺตนฺติ อตฺโถ. สา ปนายํ ปญฺญา สภาวโต, กิจฺจโต, อุปฏฺฐานาการโต, อาสนฺนการณโต จ กถํ ชานิตพฺพาติ อาห ‘‘กานสฺสา ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานี’’ติ. กติวิธาติ ปเภทปุจฺฉา. กสฺมา ปเนตฺถ สํกิเลสโวทานปุจฺฉา น คหิตาติ? วุจฺจเต – โลกุตฺตราย ตาว ปญฺญาย นตฺเถว สํกิเลโส. อสติ จ ตสฺมึ กุโต โวทานปุจฺฉาติ ตทุภยํ น คหิตํ. โลกิยาย ปน ตานิ ภาวนาวิธาเน เอว อนฺโตคธานีติ กตฺวา วิสุํ น คหิตานิ มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิอนฺโตคธตฺตา, สมาธิภาวนายํ วา วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพานีติ น คหิตานิ. ปฏิปตฺติ นาม ทิฏฺฐานิสํเส เอว โหตีติ อาห ‘‘ปญฺญาภาวนาย โก อานิสํโส’’ติ.

๔๒๒. ตตฺราติ ตสฺมึ, ตสฺส วา ปญฺหากมฺมสฺส. วิสฺสชฺชนนฺติ วิวรณํ. ปุจฺฉิโต หิ อตฺโถ อวิภาวิตตฺตา นิคูโฬฺห มุฏฺฐิยํ กโต วิย ติฏฺฐติ, ตสฺส วิวรณํ วิสฺสชฺชนํ วิภูตภาวกรณโต. กา ปญฺญาติ กามญฺจายํ สรูปปุจฺฉา, วิภาควนฺตานํ ปน สภาววิภาวนํ วิภาคทสฺสนมุเขเนว โหตีติ วิภาโค ตาว อนวเสสโต ทสฺเสตพฺโพ. ตํทสฺสเนน จ อยมาทีนโวติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปญฺญา พหุวิธา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ พหุวิธาติ กุสลาทิวเสน อเนกวิธา. นานปฺปการาติ อตฺถชาปิกาทิเภเทน, สุตมยญาณาทิเภเทน จ นานาวิธา. ตํ สพฺพนฺติ ตํ อนวเสสํ ปญฺญาวิภาคํ. น สาเธยฺยาติ วิปสฺสนาภาวนาย สทฺธึ มคฺคภาวนา อิธ อธิปฺเปตตฺโถ. ตาย หิ ตณฺหาชฏาวิชฏนํ, ตญฺจ น สาเธยฺย. อนวเสสโต หิ ปญฺญาปเภเท วิสฺสชฺชิยมาเน ‘‘เอกวิเธน ญาณวตฺถู’’ติอาทิโก (วิภ. ๗๕๑) สพฺโพ ญาณวตฺถุ วิภงฺเค, สุตฺตนฺเตสุ จ ตตฺถ ตตฺถ อาคโต ปญฺญาปเภโท. สกโลปิ วา อภิธมฺมนโย อาหริตฺวา วิสฺสชฺเชตพฺโพ ภเวยฺย, ตถา จ สติ ยฺวายํ อิธ ปญฺญาภาวนาวิธิ อธิปฺเปโต, ตสฺส วิสฺสชฺชนาย โอกาโสว น ภเวยฺย. กิญฺจ ยฺวายํ ฐานาฐานกมฺมนฺตรวิปากนฺตราทิวิสเย ปญฺญาย ปวตฺติเภโท, โสปิ ยถารหํ สทฺธึ ผลาผลเภเทน วิภชิตฺวา วิสฺสชฺเชตพฺโพ สิยา. โส จ ปน วิสฺสชฺชิยมาโน อญฺญทตฺถุ วิกฺเขปาย สํวตฺเตยฺย, ยถา ตํ อวิสเย. เตนาห ‘‘อุตฺตริ จ วิกฺเขปาย สํวตฺเตยฺยา’’ติ. กุสลจิตฺตสมฺปยุตฺตํ วิปสฺสนาญาณนฺติ เอตฺถ กุสล-คฺคหเณน ทุวิธมฺปิ อพฺยากตํ นิวตฺเตติ, ตถา ‘‘อตฺถิ สํกิลิฏฺฐปญฺญา’’ติ เอวํ ปวตฺตํ มิจฺฉาวาทํ ปฏิเสเธติ. วิปสฺสนาญาณ-คฺคหเณน เสสกุสลปญฺญา.

๔๒๓. สญฺชานนวิชานนาการวิสิฏฺฐนฺติ สญฺชานนาการวิชานนากาเรหิ สาติสยํ. ยโต นานปฺปการโต ชานนํ ชานนภาโว วิสยคฺคหณากาโร. โส หิ เนสํ สมาโน, น สญฺชานนาทิอากาโร. ปีตกนฺตีติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, เตน ‘‘โลหิตกํ โอทาตํ ทีฆํ รสฺส’’นฺติอาทิเก สญฺญาย คเหตพฺพากาเร สงฺคณฺหาติ. สญฺชานนมตฺตเมวาติ เอตฺถ สญฺชานนํ นาม ‘‘นีลํ ปีต’’นฺติอาทิกํ อารมฺมเณ วิชฺชมานํ วา อวิชฺชมานํ วา สญฺญานิมิตฺตํ กตฺวา ชานนํ. ตถา เหสา ปุน สญฺชานนปจฺจยนิมิตฺตกรณรสา. มตฺต-สทฺเทน วิเสสนิวตฺติอตฺเถน วิชานนปชานนากาเร นิวตฺเตติ, เอว-สทฺเทน กทาจิปิ อิมิสฺสา เต วิเสสา นตฺเถวาติ อวธาเรติ. เตนาห ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺข’’นฺติอาทิ. ตตฺถ วิญฺญาณกิจฺจมฺปิ กาตุํ อสกฺโกนฺตี สญฺญา กุโต ปญฺญากิจฺจํ กเรยฺยาติ ‘‘ลกฺขณปฏิเวธํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ’’จฺเจว วุตฺตํ, น วุตฺตํ ‘‘มคฺคปาตุภาว’’นฺติ. อารมฺมเณ ปวตฺตมานํ วิญฺญาณํ น ตตฺถ สญฺญา วิย นีลปีตาทิกสฺส สญฺชานนวเสเนว ปวตฺตติ, อถ โข ตตฺถ อญฺญญฺจ วิเสสํ ชานนฺตเมว ปวตฺตตีติ อาห ‘‘วิญฺญาณ’’นฺติอาทิ. กถํ ปน วิญฺญาณํ ลกฺขณปฏิเวธํ ปาเปตีติ? ปญฺญาย ทสฺสิตมคฺเคน. ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาย หิ อเนกวารํ ลกฺขณานิ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ปฏิวิชฺฌิตฺวา ปวตฺตมานาย ปคุณภาวโต ปริจยวเสน ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺเตนปิ วิปสฺสนา สมฺภวติ, ยถา ตํ ปคุณสฺส คนฺถสฺส สชฺฌายเน ญายาคตาปิ วารา น วิญฺญายนฺติ. ลกฺขณปฏิเวธนฺติ จ ลกฺขณานํ อารมฺมณกรณมตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ปฏิวิชฺฌนํ. อุสฺสกฺกิตฺวาติ อุทยพฺพยญาณปฏิปาฏิยา อายูหิตฺวา. มคฺคปาตุภาวํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ อสมฺโพธสภาวตฺตา. วุตฺตนยวเสนาติ วิญฺญาเณ วุตฺตนยวเสน อารมฺมณญฺจ ชานาติ, ลกฺขณปฏิเวธญฺจ ปาเปติ. อตฺตโน ปน อนญฺญสาธารเณน อานุภาเวน อุสฺสกฺกิตฺวา มคฺคปาตุภาวญฺจ ปาเปติ.

อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ อุปมาย ปติฏฺฐาเปตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อชาตพุทฺธีติ อสญฺชาตพฺยวหารพุทฺธิ. อุปโภคปริโภคนฺติ อุปโภคปริโภคารหํ, อุปโภคปริโภควตฺถูนํ ปฏิลาภโยคฺยนฺติ อตฺโถ. เฉโกติ มหาสาโร. กูโฏติ กหาปณปติรูปโก ตมฺพกํสาทิมโย. อทฺธสาโรติ อุปฑฺฒคฺฆนโก. อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, เตน ปาทสาร สมสารปโรปาทสาราทีนํ สงฺคโห. เต ปกาเรติ อินฺทชาลาชาติปุปฺผาทิปฺปกาเร เจว เฉกาทิปฺปกาเร จ.

สญฺญา หีติอาทิ อุปมาสํสนฺทนํ. สญฺญา วิภาคํ อกตฺวา ปิณฺฑวเสเนว อารมฺมณสฺส คหณโต ทารกสฺส กหาปณทสฺสนสทิสี วุตฺตา. ตถา หิ สา ‘‘ยถาอุปฏฺฐิตวิสยปทฏฺฐานา’’ วุจฺจติ. วิญฺญาณํ อารมฺมเณ เอกจฺจวิเสสคหณสมตฺถตาย คามิกปุริสสฺส กหาปณทสฺสนสทิสํ วุตฺตํ. ปญฺญา อารมฺมเณ อนวเสสวิเสสาวโพธโต เหรญฺญิกสฺส กหาปณทสฺสนสทิสี วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘นานปฺปการโต ชานน’’นฺติ อิมินา เญยฺยธมฺมา ปจฺเจกํ นานปฺปการาติ เตสํ ยาถาวโต อวโพโธ ปญฺญาติ ทสฺเสติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘สพฺเพ ธมฺมา สพฺพากาเรน พุทฺธสฺส ภควโต ญาณมุเข อาปาถมาคจฺฉนฺตี’’ติ (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๕).

ยตฺถาติ ยสฺมึ จิตฺตุปฺปาเท. น ตตฺถ เอกํเสน โหตีติ ตสฺมึ จิตฺตุปฺปาเท ปญฺญา เอกนฺเตน น โหติ. น หิ ทุเหตุกอเหตุกจิตฺตุปฺปาเทสุ ปญฺญา อุปฺปชฺชติ. อวินิพฺภุตฺตาติ อวิยุตฺตา. เตหีติ สญฺญาวิญฺญาเณหิ. ยถา หิ สุขํ ปีติยา น นิยมโต อวิยุตฺตํ, เอวํ สญฺญาวิญฺญาณานิ ปญฺญาย น นิยมโต อวิยุตฺตาติ. ยถา ปน ปีติ สุเขน นิยมโต อวิยุตฺตา, เอวํ ปญฺญา สญฺญาวิญฺญาเณหิ นิยมโต อวิยุตฺตา. ตสฺมา เอวํ อวินิพฺภุตฺเตสุ อิเมสุ ตีสุ ธมฺเมสุ เตสํ วินิพฺโภโค ทุกฺกโรติ ติณฺณํ ชนานํ กหาปณทสฺสนํ นิทสฺสิตนฺติ. เตสํ ทุวิญฺเญยฺยนานตฺตตํเยว วจนนฺตเรนปิ ทสฺเสตุํ ‘‘เตนาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ รูปธมฺเมสุปิ ตาว นานานทีนํ อุทกสฺส, นานาเตลสฺส วา เอกสฺมึ ภาชเน ปกฺขิปิตฺวา มถิตสฺส ‘‘อิทํ อสุกาย นทิยา อุทกํ, อิทํ อสุกเตล’’นฺติ นิทฺธาเรตฺวา สรูปโต ทสฺสนํ ทุกฺกรํ, กิมงฺคํ ปน อรูปธมฺเมสูติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยํ อรูปีนํ จิตฺตเจตสิกาน’’นฺติอาทิมาห.

๔๒๔. ธมฺมานํ สโก ภาโว, สมาโน จ ภาโว ธมฺมสภาโว. ตตฺถ ปฐเมน กกฺขฬผุสนาทิสลกฺขณํ คหิตํ, ทุติเยน อนิจฺจทุกฺขตาทิสามญฺญลกฺขณํ. ตทุภยสฺส จ ยาถาวโต ปฏิวิชฺฌนลกฺขณา ปญฺญาติ อาห ‘‘ธมฺมสภาวปฏิเวธลกฺขณา ปญฺญา’’ติ. ฆฏปฏาทิปฏิจฺฉาทกสฺส พาหิรนฺธการสฺส ทีปาโลกาทิ วิย ยถาวุตฺตธมฺมสภาวปฏิจฺฉาทกสฺส โมหนฺธการสฺส วิทฺธํสนรสา. อุปฺปชฺชมาโน เอว หิ ปญฺญาโลโก หทยนฺธการํ วิธเมนฺโต เอวํ อุปฺปชฺชติ, ตโต เอว ธมฺมสภาเวสุ อสมฺมุยฺหนากาเรน ปจฺจุปติฏฺฐตีติ อสมฺโมหปจฺจุปฏฺฐานา. การณภูตา วา สยํ ผลภูตํ อสมฺโมหํ ปจฺจุปฏฺฐาเปตีติ เอวมฺปิ อสมฺโมหปจฺจุปฏฺฐานา. วิปสฺสนาปญฺญาย อิธ อธิปฺเปตตฺตา ‘‘สมาธิ ตสฺสา ปทฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. ตถา หิ ‘‘สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติ สุตฺตปทํ นิพนฺธนภาเวน อาคตํ (สํ. นิ. ๓.๕, ๙๙; สํ. นิ. ๕.๑๐๗๑; เนตฺติ. ๔๐; มิ. ป. ๒.๑.๑๔).

ปญฺญาปเภทกถาวณฺณนา

๔๒๕. ธมฺมสภาวปฏิเวโธ นาม ปญฺญาย อาเวณิโก สภาโว, น เตนสฺสา โกจิ วิภาโค ลพฺภตีติ อาห ‘‘ธมฺมสภาวปฏิเวธลกฺขเณน ตาว เอกวิธา’’ติ. ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโก วุจฺจติ วฏฺฏํ, ตปฺปริยาปนฺนตาย โลเก นิยุตฺตา, ตตฺถ วา วิทิตาติ โลกิยา. ตตฺถ อปริยาปนฺนตาย โลกโต อุตฺตรา อุตฺติณฺณาติ โลกุตฺตรา. โลกุตฺตราปิ หิ มคฺคสมฺปยุตฺตา ภาเวตพฺพา. วิปสฺสนาปริยาโยปิ ตสฺสา ลพฺภเตวาติ โลกุตฺตร-คฺคหณํ น วิรุชฺฌติ. อตฺตานํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺเตหิ สห อาสเวหีติ สาสวา, อารมฺมณกรณวเสนปิ นตฺถิ เอติสฺสา อาสวาติ อนาสวา. อาทิ-สทฺเทน อาสววิปฺปยุตฺตสาสวทุกาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. นามรูปววตฺถานวเสนาติ นามววตฺถานวเสน, รูปววตฺถานวเสน จ. ปฐมํ นิพฺพานทสฺสนโต ทสฺสนญฺจ, นิสฺสยภาวโต สมฺปยุตฺตา ธมฺมา ภวนฺติ เอตฺถ, สยมฺปิ วา ภวติ อุปฺปชฺชติ น นิพฺพานํ วิย อปาตุภาวนฺติ ภูมิ จาติ ทสฺสนภูมิ, ปฐมมคฺโค. เสสมคฺคตฺตยํ ปน ยสฺมา ปฐมมคฺเคน ทิฏฺฐสฺมึเยว ธมฺเม ภาวนาวเสน อุปฺปชฺชติ, น อทิฏฺฐปุพฺพํ กิญฺจิ ปสฺสติ, ตสฺมา ภาวนา จ ยถาวุตฺเตนตฺเถน ภูมิ จาติ ภาวนาภูมิ. ตตฺถ ปญฺญา ทสฺสนภูมิภาวนาภูมิวเสน ทุวิธาติ วุตฺตา. สุตาทินิรเปกฺขาย จินฺตาย นิพฺพตฺตา จินฺตามยา. เอวํ สุตมยา, ภาวนามยา จ. มยสทฺโท ปจฺเจกํ สมฺพนฺธิตพฺโพ. อาเย วฑฺฒิยํ โกสลฺลํ อายโกสลฺลํ, อปาเย อวฑฺฒิยํ โกสลฺลํ อปายโกสลฺลํ, อุปาเย ตสฺส ตสฺส อตฺถสฺส นิพฺพตฺติการเณ โกสลฺลํ อุปายโกสลฺลนฺติ วิสุํ วิสุํ โกสลฺลปทํ สมฺพนฺธิตพฺพํ. อชฺฌตฺตํ อภินิเวโส ปฏิปชฺชนํ เอติสฺสาติ อชฺฌตฺตาภินิเวสา. เอวํ พหิทฺธาภินิเวสา, อุภยาภินิเวสา จ เวทิตพฺพา.

๔๒๖. โลกิยมคฺคสมฺปยุตฺตาติ โลกิยกุสลจิตฺตุปฺปาเทสุ มคฺคสมฺปยุตฺตา, วิเสสโต ทิฏฺฐิวิสุทฺธิอาทิวิสุทฺธิจตุกฺกสงฺคหิตมคฺคสมฺปยุตฺตา. สมุทาเยสุ ปวตฺตา สมญฺญา ตเทกเทเสสุปิ วตฺตตีติ อาห ‘‘มคฺคสมฺปยุตฺตา’’ติ, ปจฺเจกมฺปิ วา สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ มคฺคสมญฺญาติ กตฺวา เอวํ วุตฺตํ.

ธมฺมนานตฺตาภาเวปิ ปทตฺถนานตฺตมตฺเตน ทุกฺกรวจนํ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อตฺถโต ปเนสา โลกิยโลกุตฺตราวา’’ติ. อาสววิปฺปยุตฺตสาสวทุกาทีสุปิ วิปฺปยุตฺตตาทิคฺคหณเมว วิเสโส, อตฺถโต โลกิยโลกุตฺตราว ปญฺญาติ อาห ‘‘เอเสว นโย’’ติ. อาทิ-สทฺเทน โอฆนียโอฆวิปฺปยุตฺตโอฆนียาทิทุกานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ปฐมชฺฌานิกานิ จตฺตาริ มคฺคจิตฺตานิ, ตถา ทุติยาทิชฺฌานิกานิ จาติ เอวํ โสฬสสุ มคฺคจิตฺเตสุ. วิปสฺสนาปญฺญาย อิธ อธิปฺเปตตฺตา มหคฺคตปญฺญา น คหิตา.

๔๒๗. อตฺตโน จินฺตาวเสนาติ ตสฺส ตสฺส อนวชฺชสฺส อตฺถสฺส สาธเน ปโรปเทเสน วินา อตฺตโน อุปายจินฺตาวเสเนว. สุตวเสนาติ ยถาสุตสฺส ปโรปเทสสฺส วเสน. ยถา ตถา วาติ ปรโต อุปเทสํ สุตฺวา วา อสุตฺวา วา สยเมว ภาวนํ อนุยุญฺชนฺตสฺส. ‘‘อปฺปนาปฺปตฺตา’’ติ อิทํ สิขาปฺปตฺตภาวนามยํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ, น ปน ‘‘อปฺปนาปฺปตฺตาว ภาวนามยา’’ติ.

โยควิหิเตสูติ ปญฺญาวิหิเตสุ ปญฺญาปริณามิเตสุ อุปายสมฺปาทิเตสุ. กมฺมายตเนสูติ เอตฺถ กมฺมเมว กมฺมายตนํ, กมฺมญฺจ ตํ อายตนญฺจ อาชีวานนฺติ วา กมฺมายตนํ. เอส นโย สิปฺปายตเนสุปิ. ตตฺถ ทุวิธํ กมฺมํ หีนญฺจ วฑฺฒกีกมฺมาทิ, อุกฺกฏฺฐญฺจ กสิวาณิชาทิ. สิปฺปมฺปิ ทุวิธํ หีนญฺจ นฬการสิปฺปาทิ, อุกฺกฏฺฐญฺจ มุทฺทาคณนาทิ. วิชฺชาว วิชฺชาฏฺฐานํ. ตํ ธมฺมิกเมว นาคมณฺฑลปริตฺตผุธมนกมนฺตสทิสํ เวทิตพฺพํ. ตานิ ปเนตานิ เอกจฺเจ ปณฺฑิตา โพธิสตฺตสทิสา มนุสฺสานํ ผาสุวิหารํ อากงฺขนฺตา เนว อญฺเญหิ กริยมานานิ ปสฺสนฺติ, น วา กตานิ อุคฺคณฺหนฺติ, น กเถนฺตานํ สุณนฺติ. อถ โข อตฺตโน ธมฺมตาย จินฺตาย กโรนฺติ, ปญฺญวนฺเตหิ อตฺตโน ธมฺมตาย จินฺตาย กตานิปิ อญฺเญหิ อุคฺคณฺหิตฺวา กโรนฺเตหิ กตสทิสาเนว โหนฺติ.

กมฺมสฺสกตนฺติ ‘‘อิทํ กมฺมํ สตฺตานํ สกํ, อิทํ โน สก’’นฺติ เอวํ ชานนญาณํ. สจฺจานุโลมิกนฺติ วิปสฺสนาญาณํ. ตํ หิ สจฺจปฏิเวธสฺส อนุโลมนโต ‘‘สจฺจานุโลมิก’’นฺติ วุจฺจติ. อิทานิสฺส ปวตฺตนาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปํ อนิจฺจนฺติ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ วา-สทฺเทน อนิยมตฺเถน ทุกฺขานตฺตลกฺขณานิปิ คหิตาเนวาติ ทฏฺฐพฺพํ นานนฺตริยกภาวโต. ยํ หิ อนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขํ. ยํ ทุกฺขํ, ตทนตฺตาติ. ยํ เอวรูปินฺติ ยํ เอวํ เหฏฺฐา นิทฺทิฏฺฐสภาวํ. อนุโลมิกํ ขนฺตินฺติอาทีนิ ปญฺญาเววจนานิ. สา หิ เหฏฺฐา วุตฺตานํ กมฺมายตนาทีนํ อปจฺจนีกทสฺสเนน อนุโลมนโต, ตถา สตฺตานํ หิตจริยาย มคฺคสจฺจสฺส, ปรมตฺถสจฺจสฺส, นิพฺพานสฺส จ อวิโลมนโต อนุโลเมตีติ อนุโลมิกา. สพฺพานิปิ เอตานิ การณานิ ขมติ ทฏฺฐุํ สกฺโกตีติ ขนฺติ. ปสฺสตีติ ทิฏฺฐิ. โรเจตีติ รุจิ. มุนาตีติ มุติ. เปกฺขตีติ เปกฺขา. เต จ กมฺมายตนาทโย ธมฺมา เอตาย นิชฺฌายมานา นิชฺฌานํ ขมนฺตีติ ธมฺมนิชฺฌานขนฺติ. ปรโต อสุตฺวา ปฏิลภตีติ อญฺญสฺส อุปเทสวจนํ อสุตฺวา สยเมว จินฺเตนฺโต ปฏิลภติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ จินฺตามยา ปญฺญา นาม วุจฺจติ. สา ปเนสา อภิญฺญาตานํ โพธิสตฺตานเมว อุปฺปชฺชติ. ตตฺถาปิ สจฺจานุโลมิกญาณํ ทฺวินฺนํเยว โพธิสตฺตานํ อนฺติมภวิกานํ, เสสปญฺญา สพฺเพสมฺปิ ปูริตปารมีนํ มหาปญฺญานํ อุปฺปชฺชติ. ปรโต สุตฺวา ปฏิลภตีติ กมฺมายตนาทีนิ ปเรน กริยมานานิ วา กตานิ วา ทิสฺวาปิ ปรสฺส กถยมานสฺส วจนํ สุตฺวาปิ อาจริยสนฺติเก อุคฺคเหตฺวาปิ ปฏิลทฺธา สพฺพา ปรโต สุตฺวาว ปฏิลทฺธา นามาติ เวทิตพฺพา. สมาปนฺนสฺสาติ สมาปตฺติสมงฺคิสฺส, นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ. วิปสฺสนามคฺคปญฺญา อิธ ‘‘ภาวนามยา ปญฺญา’’ติ อธิปฺเปตา.

สาติ ‘‘ปริตฺตารมฺมณา มหคฺคตารมฺมณา’’ติ (วิภ. ๗๕๓) วุตฺตปญฺญา. โลกิยวิปสฺสนาติ โลกิยวิปสฺสนาปญฺญา. สา โลกุตฺตรวิปสฺสนาติ ยา นิพฺพานํ อารพฺภ ปวตฺตา อปฺปมาณารมฺมณา ปญฺญา วุตฺตา, สา โลกุตฺตรวิปสฺสนาติ มคฺคปญฺญํ สนฺธายาห. สา หิ สงฺขารานํ อนิจฺจตาทึ อคณฺหนฺตีปิ วิปสฺสนากิจฺจปาริปูริยา, นิพฺพานสฺส วา ตถลกฺขณํ วิเสสโต ปสฺสตีติ วิปสฺสนาติ วุจฺจติ. โคตฺรภุญาณํ ปน กิญฺจาปิ อปฺปมาณารมฺมณํ, มคฺคสฺส ปน อาวชฺชนฏฺฐานิยตฺตา น วิปสฺสนาโวหารํ ลภติ.

อยนฺติ เอตาย สมฺปตฺติโยติ อาโย, วุทฺธิ. ตตฺถ โกสลฺลนฺติ ตสฺมึ อนตฺถหานิอตฺถุปฺปตฺติลกฺขเณ อาเย โกสลฺลํ กุสลตา นิปุณตา.

ตํ ปน เอกนฺติกํ อายโกสลฺลํ ปาฬิวเสเนว ทสฺเสตุํ ‘‘อิเม ธมฺเม’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อิทํ วุจฺจตีติ ยา อิเมสํ อกุสลธมฺมานํ อนุปฺปตฺติปหาเนสุ, กุสลธมฺมานญฺจ อุปฺปตฺติฏฺฐิตีสุ ปญฺญา, อิทํ อายโกสลฺลํ นามาติ วุจฺจติ.

วุทฺธิลกฺขณา อายโต อเปตตฺตา อปาโย, อวุทฺธิ. ตตฺถ โกสลฺลนฺติ ตสฺมึ อตฺถหานิอนตฺถุปฺปตฺติลกฺขเณ อปาเย โกสลฺลํ กุสลตา อปายโกสลฺลํ. ตมฺปิ ปาฬิวเสเนว ทสฺเสตุํ ‘‘อิเม ธมฺเม’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อิทํ วุจฺจตีติ ยา อิเมสํ กุสลธมฺมานํ อนุปฺปชฺชนนิรุชฺฌเนสุ, อกุสลธมฺมานํ วา อุปฺปตฺติฏฺฐิตีสุ ปญฺญา, อิทํ อปายโกสลฺลํ นามาติ วุจฺจติ. อายโกสลฺลํ ตาว ปญฺญา โหตุ, อปายโกสลฺลํ กถํ ปญฺญา นาม ชาตาติ? เอวํ มญฺญติ ‘‘อปายุปฺปาทนสมตฺถตา อปายโกสลฺลํ นาม สิยา’’ติ, ตํ ปน ตสฺส มติมตฺตํ. กสฺมา? ปญฺญวา เอว หิ ‘‘มยฺหํ เอวํ มนสิ กโรโต อนุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมา นุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา นิรุชฺฌนฺติ. อนุปฺปนฺนา อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา ปวฑฺฒนฺตี’’ติ ปชานาติ, โส เอวํ ญตฺวา อนุปฺปนฺเน อกุสเล น อุปฺปาเทติ, อุปฺปนฺเน ปชหติ. อนุปฺปนฺเน กุสเล อุปฺปาเทติ, อุปฺปนฺเน ภาวนาปาริปูรึ ปาเปติ. เอวํ อปายโกสลฺลมฺปิ ปญฺญา เอวาติ.

สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ. เตสํ เตสํ ธมฺมานนฺติ สตฺตานํ ตํตํหิตสุขธมฺมานํ. ตงฺขณปฺปวตฺตนฺติ อจฺจายิเก กิจฺเจ วา ภเย วา อุปฺปนฺเน ตสฺส ติกิจฺฉนตฺถํ ตสฺมึเยว ขเณ ปวตฺตํ. ฐาเนน อุปฺปตฺติ เอตสฺส อตฺถีติ ฐานุปฺปตฺติกํ, ฐานโส เอว อุปฺปชฺชนกํ. ตตฺรุปายาติ ตตฺร ตตฺร กรณีเย อุปายภูตา.

คเหตฺวาติ ‘‘อิทํ รูปํ, เอตฺตกํ รูป’’นฺติอาทินา ปริคฺคณฺหนวเสน คเหตฺวา. อุภยํ คเหตฺวาติ ‘‘อชฺฌตฺตํ พหิทฺธา’’ติ อุภยํ อนุปุพฺพโต ปริคฺคเหตฺวา. อถ วา ‘‘ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ เอกปฺปหาเรเนว สพฺเพปิ ปญฺจกฺขนฺเธ อวิภาเคน ปริคฺคเหตฺวา. อยํ ปน ติกฺขวิปสฺสกสฺส มหาปุญฺญสฺส ภิกฺขุโน วิปสฺสนาภินิเวโส.

๔๒๘. ทุกฺขสจฺจํ อารพฺภาติ ทุกฺขสจฺจํ อารมฺมณํ กตฺวา, ตปฺปฏิจฺฉาทกสมฺโมหวิธํสนวเสน จ ปวตฺตํ ญาณํ ทุกฺเข ญาณํ. ทุกฺขสมุทยํอารพฺภาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตถา เสสปททฺวเยปิ. ปจฺจเวกฺขณญาณํ หิ จตุสจฺจํ อารพฺภ ปวตฺตญาณํ นาม, ตติยํ ปน มคฺคญาณํ, อิตรสจฺจานิ วิปสฺสนาญาณนฺติ ปากฏเมว.

‘‘อตฺถาทีสุ ปเภทคตานิ ญาณานี’’ติ สงฺเขเปน วุตฺตมตฺถํ ปาฬิวเสเนว วิวริตุํ ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อตฺเถ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทาติ ยํ อตฺถปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ อตฺเถ ปเภทคตํ ญาณํ, อยํ อตฺถปฏิสมฺภิทา นาม. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. ธมฺมปฺปเภทสฺส หิ สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ ธมฺเม ปเภทคตํ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. นิรุตฺติปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ นิรุตฺตาภิลาเป ปเภทคตํ ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา. ปฏิภานปฺปเภทสฺส สลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถํ ปฏิภาเน ปเภทคตํ ญาณํ ปฏิภานปฏิสมฺภิทา. นิรุตฺติปฏิภานปฺปเภทา ตพฺพิสยานํ อตฺถาทีนํ ปจฺจยุปฺปนฺนตาทิเภเทหิ ภินฺทิตฺวา เวทิตพฺพา.

นิพฺพานมฺปิ สมฺปาปกเหตุอนุสาเรน อรียติ, อธิคมฺมตีติ อตฺโถ. ‘‘ยํ กิญฺจิ ปจฺจยสมฺภูต’’นฺติ เอเตน สจฺจเหตุธมฺมปจฺจยาการวาเรสุ อาคตานิ ทุกฺขาทีนิ คหิตานิ. สจฺจปจฺจยาการวาเรสุ นิพฺพานํ, ปริยตฺติวาเร ภาสิตตฺโถ, อภิธมฺมภาชนีเย วิปาโก, กิริยา จาติ เอวํ ปาฬิยํ วุตฺตานํ เอว วเสน ปญฺจ อตฺถา เวทิตพฺพา. ทหตีติ วิทหติ, นิพฺพตฺตกเหตุอาทีนํ สาธารณเมตํ นิพฺพจนํ. ตทตฺถํ ปน วิภาเวตุํ ‘‘ปวตฺเตติ วา สมฺปาปุณิตุํ วา เทตี’’ติ วุตฺตํ. เตสุ ปุริโม อตฺโถ มคฺควชฺเชสุ ทฏฺฐพฺโพ. ภาสิตมฺปิ หิ อวโพธนวเสน อตฺถํ ปวตฺเตติ, มคฺโค ปน นิพฺพานํ ปาเปตีติ ตสฺมึ ปจฺฉิโม อตฺโถ. นิพฺพานํ หิ ปตฺตพฺโพ อตฺโถ, ภาสิตตฺโถ ญาเปตพฺโพ อตฺโถ, อิตโร นิพฺพตฺเตตพฺโพ อตฺโถติ เอวํ ติวิโธ โหติ.

‘‘โย โกจิ ผลนิพฺพตฺตโก เหตู’’ติ เอเตน สจฺจเหตุธมฺมปจฺจยาการวาเรสุ อาคตานิ สมุทยาทีนิ คหิตานิ, สจฺจปจฺจยาการวาเรสุ มคฺโค, ปริยตฺติวาเร ภาสิตํ, อภิธมฺมภาชนีเย กุสลากุสลนฺติ เอวํ ปาฬิยํ วุตฺตานํ เอว วเสน ปญฺจ ธมฺมา เวทิตพฺพา. ตตฺถ มคฺโค สมฺปาปโก, ภาสิตํ ญาปโก, อิตรํ นิพฺพตฺตโกติ เอวํ ติวิโธ เหตุ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ จ กิริยานํ อวิปากตาย ธมฺมภาโว น วุตฺโต. ยทิ เอวํ วิปากา น โหนฺตีติ อตฺถภาโวปิ น วตฺตพฺโพ? น, ปจฺจยุปฺปนฺนภาวโต. เอวํ สติ กุสลากุสลานมฺปิ อตฺถภาโว อาปชฺชตีติ เจ? นายํ โทโส อปฺปฏิสิทฺธตฺตา. วิปากสฺส ปน ปธานเหตุตาย ปากฏภาวโต ธมฺมภาโว เอว เตสํ วุตฺโต. กิริยานํ ปจฺจยภาวโต ธมฺมภาโว อาปชฺชตีติ เจ? นายํ โทโส อปฺปฏิสิทฺธตฺตา. กมฺมผลสมฺพนฺธสฺส ปน เหตุภาวสฺสาภาวโต ธมฺมภาโว น วุตฺโต. อปิจ ‘‘อยํ อิมสฺส ปจฺจโย, อยํ ปจฺจยุปฺปนฺโน’’ติ เอตํ เภทมกตฺวา เกวลํ กุสลากุสเล, วิปากกิริยาธมฺเม จ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ธมฺมตฺถปฏิสมฺภิทา โหนฺตีติ เตสํ อตฺถธมฺมตา น วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

อยเมว หิ อตฺโถติ ยฺวายํ อตฺถธมฺมานํ ปญฺจธา วิภชนวเสน อตฺโถ วุตฺโต, อยเมว อภิธมฺเม วิภชิตฺวา ทสฺสิโตติ สมฺพนฺโธ.

‘‘ธมฺมนิรุตฺตาภิลาเป’’ติ เอตฺถ ธมฺม-สทฺโท สภาววาจโกติ กตฺวา อาห ‘‘สภาวนิรุตฺตี’’ติ, อวิปรีตนิรุตฺตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อพฺยภิจารี โวหาโร’’ติ, ตสฺส ตสฺส อตฺถสฺส โพธเน ปฏินิยตสมฺพนฺโธ สทฺทโวหาโรติ อตฺโถ. ตทภิลาเปติ ตสฺส สภาวนิรุตฺติสญฺญิตสฺส อพฺยภิจาริโวหารสฺส อภิลาปเน. สา ปนายํ สภาวนิรุตฺติ มาคธภาสา. อตฺถโต นามปญฺญตฺตีติ อาจริยา. อปเร ปน ยทิ สภาวนิรุตฺติ ปญฺญตฺติสภาวา, เอวํ สติ ปญฺญตฺติ อภิลปิตพฺพา, น วจนนฺติ อาปชฺชติ. น จ วจนโต อญฺญํ อภิลปิตพฺพํ อุจฺจาเรตพฺพํ อตฺถิ. อถ ผสฺสาทิวจเนหิ โพเธตพฺพํ อภิลปิตพฺพํ, เอวญฺจ สติ อตฺถธมฺมานมฺปิ โพเธตพฺพตฺตา เตสมฺปิ นิรุตฺติภาโว อาปชฺชติ. ผสฺโสติ จ สภาวนิรุตฺติ, ผสฺสํ ผสฺสาติ น สภาวนิรุตฺตีติ ทสฺสิโตวายมตฺโถ. น จ อวจนํ เอวํปการํ อตฺถิ. ตสฺมา วจนภูตาย เอว ตสฺสา สภาวนิรุตฺติยา อภิลาเป อุจฺจารเณติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

ตํ สภาวนิรุตฺติสทฺทํ อารมฺมณํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตสฺมึ สภาวนิรุตฺตาภิลาเป ปเภทคตํ ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา, ‘‘เอวมยํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา สทฺทารมฺมณา นาม ชาตา, น ปญฺญตฺติอารมฺมณา’’ติ (วิภ. อฏฺฐ. ๗๑๘) จ อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา นิรุตฺติสทฺทารมฺมณาย โสตวิญฺญาณวีถิยา ปรโต มโนทฺวาเร นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา ปวตฺตตีติ วทนฺติ. ‘‘นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา’’ติ (วิภ. ๗๔๙) จ วจนสทฺทํ คเหตฺวา ปจฺฉา ชานนํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ. เอวํ ปน อญฺญสฺมึ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมเณ อญฺญํ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณํ วุตฺตนฺติ อาปชฺชติ. ยถา ปน ทิพฺพโสตญาณํ มนุสฺสาทิสทฺทเภทนิจฺฉยสฺส ปจฺจยภูตํ ตํตํสทฺทวิภาวกํ, เอวํ สภาวาสภาวนิรุตฺตินิจฺฉยสฺส ปจฺจยภูตํ ปจฺจุปฺปนฺนสภาวนิรุตฺติสทฺทารมฺมณํ ตํวิภาวกํ ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทาติ วุจฺจมาเน น โกจิ ปาฬิวิโรโธ. ‘‘ตํ สภาวนิรุตฺติสทฺทํ อารมฺมณํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสา’’ติ จ ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนสทฺทารมฺมณํ ปจฺจเวกฺขณํ ปวตฺเตนฺตสฺสา’’ติ น นสกฺกา วตฺตุํ. ตญฺหิ ญาณํ สภาวนิรุตฺตึ วิภาเวนฺตเมว ตํตํสทฺทปจฺจเวกฺขณานนฺตรํ ตํตํปเภทนิจฺฉยเหตุภาวโต นิรุตฺตึ ภินฺทนฺตํ ปฏิวิชฺฌนฺตเมว อุปฺปชฺชตีติ ปเภทคตมฺปิ โหตีติ.

สพฺพตฺถ ญาณนฺติ สพฺพสฺมึ วิสเย ญาณํ, สพฺพมฺปิ ญาณนฺติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ญาณารมฺมณํ ญาณ’’นฺติ. สพฺพตฺถาติ วา สพฺเพสุ อตฺถาทีสุ, ตีสุ, จตูสุปิ วา ปวตฺตตฺตา, กุสลกิริยาภูตาย ปฏิภานปฏิสมฺภิทาย ธมฺมตฺถภาวโต ตีสุ เอว วา ปวตฺตตฺตา ‘‘สพฺพตฺถ ญาณ’’นฺติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ยถาวุตฺเตสุ วา’’ติอาทิ. ตตฺถ สโคจรกิจฺจาทิวเสนาติ สโคจรสฺส, กิจฺจาทิกสฺส จ วเสน ‘‘อิทํ ญาณํ อิทํ นาม อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตํ อิมินา นาม กิจฺเจนา’’ติ ชานนํ. อาทิ-สทฺเทน ลกฺขณปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานภูมิอาทีนํ สงฺคโห. เตเนวาห ‘‘อิมานิ ญาณานิ อิทมตฺถโชตกานี’’ติอาทิ.

๔๒๙. ปเภทํ คจฺฉนฺตีติ อเนกเภทภินฺเนสุ อารมฺมเณสุ เตสํ ยาถาวโต ตํตํปเภทาวโพธนสมตฺถตํ อุปคจฺฉนฺติ.

มหาสาวกานญฺจ อเสกฺขภูมิยํ ปเภทํ คตาติ สามญฺญวิธินา ทสฺสิตมตฺถํ อปวาเทน นิวตฺเตตุํ อานนฺทตฺเถร-คฺคหณํ กตํ.

เอตา ปฏิสมฺภิทา. เสกฺขภูมิยํ ปเภทคมนํ อปฺปวิสยํ, อเสกฺขภูมิยํ พหุวิสยนฺติ อาห ‘‘อธิคโม นาม อรหตฺตปฺปตฺตี’’ติ, สาติสยํ วา อธิคมํ สนฺธาย เอวํ วุตฺตํ. เสกฺเขน ปตฺตานมฺปิ หิ อิมาสํ อรหตฺตปฺปตฺติยา วิสทภาวาธิคโมติ. ปุพฺพโยโค วิย ปน อรหตฺตปฺปตฺติ อรหโตปิ ปฏิสมฺภิทาวิสทตาย ปจฺจโย น น โหตีติ ปญฺจนฺนมฺปิ ยถาโยคํ เสกฺขาเสกฺขปฏิสมฺภิทาวิสทตาย การณตา โยเชตพฺพา. อตฺถธมฺมาทีนํ อนวเสสสงฺคณฺหนโต พุทฺธวจนวิสยา เอว ปริยตฺติอาทโย ทสฺสิตา. ปาฬิยา สชฺฌาโย ปริยาปุณนํ, ตทตฺถสวนํ สวนํ, ปริโต สพฺพโส ญาตุํ อิจฺฉา ปริปุจฺฉาติ อาห ‘‘ปาฬิอฏฺฐกถาทีสุ คณฺฐิปทอตฺถปทวินิจฺฉยกถา’’ติ, ปทตฺถโต, อธิปฺปายโต จ ทุวิญฺเญยฺยฏฺฐานํ วิตฺถารโต สนฺนิฏฺฐานกถาติ อตฺโถ. ยสฺส หิ ปทสฺส อตฺโถ ทุวิญฺเญยฺโย, ตํ คณฺฐิปทํ, ยสฺส อธิปฺปาโย ทุวิญฺเญยฺโย, ตํ อตฺถปทํ. อาทิ-สทฺเทน ขนฺธาทิปฏิสํยุตฺเต กถามคฺเค สงฺคณฺหาติ. ภาวนานุโยคสหิตํ คตํ, ปจฺจาคตญฺจ เอตสฺส อตฺถีติ คตปจฺจาคติโก, ตสฺส ภาโว, เตน คตปจฺจาคติกภาเวน. วสนฏฺฐานโต ยาว โคจรคาโม, ตโต จ ยาว วสนฏฺฐานํ กมฺมฏฺฐานานุยุตฺโตติ อตฺโถ. ยาว อนุโลมโคตฺรภุสมีปนฺติ สงฺขารุเปกฺขาญาณมาห. ตญฺหิ เตสํ สมีปปฺปวตฺตํ.

สตฺเถสูติ อนวชฺเชสุ สตฺตานํ หิตสุขาวเหสุ คนฺเถสุ. ตถา สิปฺปายตเนสูติ เอตฺถาปิ. ปุพฺพกาเล เอกสตราชูนํ เทสภาสา เอกสตโวหารา. ธมฺมปเท (ธ. ป. ๑ อาทโย) ยมกวคฺโค โอปมฺมวคฺโคติ วทนฺติ, มูลปณฺณาเส (ม. นิ. ๑.๓๒๕ อาทโย; ๔๓๙ อาทโย) ยมกวคฺโค โอปมฺมวคฺโค เอวาติ อปเร. สุตปฏิภานพหุลานนฺติ พหุสฺสุตานํ ปฏิภานวนฺตานํ.

สพฺพานีติ ปุพฺเพ วุตฺตานิ ปญฺจ, ปจฺฉา วุตฺตานิ อฏฺฐปิ วา. เสกฺขผลวิโมกฺขปริโยสาเน ภวา เสกฺขผลวิโมกฺขนฺติกา. ฐานาฐานญาณพลาทีนิ สพฺพพุทฺธคุเณสุ สกิจฺจโต ปากฏตรานีติ วุตฺตํ ‘‘ทส พลานิ วิยา’’ติ, อญฺเญ วา สพฺพญฺญุตญฺญาณาทโยปิ สพฺเพ ภควโต คุณวิเสสา อเสกฺขผลวิโมกฺขนฺติกา เอว.

ปญฺญาภูมิ-มูล-สรีรววตฺถานวณฺณนา

๔๓๐. อิมาย ปญฺญายาติ วิปสฺสนาปญฺญาย. ภูมิ สลฺลกฺขณาทิคฺคหณวเสน ปวตฺติฏฺฐานภาวโต. อาทิ-สทฺเทน อาหาราทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. กสฺมา ปเนเต เอวํ พหุธมฺมา ภูมิภาเวน คยฺหนฺติ, นนุ ขนฺธาทีสุ เอเกนาปิ อตฺถสิทฺธิ โหตีติ? น, ติวิธสตฺตานุคฺคหตฺถํ ขนฺธาทิตฺตยคฺคหณํ กตฺตพฺพํ, อญฺญถา สพฺพสาธารโณ อนุคฺคโห น กโต สิยา. ติวิธา หิ สตฺตา รูปสมฺมูฬฺหา อรูปสมฺมูฬฺหา อุภยสมฺมูฬฺหาติ. เตสุ เย อรูปสมฺมูฬฺหา, ตทตฺถํ ขนฺธานํ คหณํ อรูปธมฺมานํ จตุธา วิภตฺตตฺตา. เย รูปสมฺมูฬฺหา, ตทตฺถํ อายตนานํ รูปธมฺมานํ อทฺเธกาทสธา วิภตฺตตฺตา. เย ปน อุภยสมฺมูฬฺหา, ตทตฺถํ ธาตูนํ อุภเยสมฺปิ วิภตฺตตฺตา. ตถา อินฺทฺริยเภเทน ติกฺขินฺทฺริยา มชฺฌิมินฺทฺริยา มุทินฺทฺริยา, สํขิตฺตรุจี มชฺฌิมรุจี วิตฺถารรุจีติ จ ติวิธา สตฺตา, เตสมฺปิ อตฺถาย ยถากฺกมํ ขนฺธาทิคฺคหณํ กตนฺติ โยเชตพฺพํ. อินฺทฺริยคฺคหณํ ปน กามํ เอเต ธมฺมา อิสฺสรา วิย สหชาตธมฺเมสุ อิสฺสริยํ อาธิปจฺจํ ปวตฺเตนฺติ, ตํ ปน เนสํ ธมฺมสภาวสิทฺธํ, น เอตฺถ กสฺสจิ วสีภาโว ‘‘สุญฺญา เอเต อวสวตฺติโน’’ติ อนตฺตลกฺขณสฺส สุขคฺคหณตฺถํ. ตํ ปเนตํ จตุพฺพิธมฺปิ ปวตฺตินิวตฺติตทุภยเหตุวเสน ทิฏฺฐเมว อุปการาวหํ, น อญฺญถาติ สจฺจาทิทฺวยํ คหิตํ. อาทิ-สทฺเทน คหิตธมฺเมสุปิ อยํ นโย เนตพฺโพ. มูลํ ปติฏฺฐาภาวโต. สติ หิ สีลวิสุทฺธิยํ, จิตฺตวิสุทฺธิยญฺจ อยํ ปญฺญา มูลชาตา โหติ, นาสตีติ. สรีรํ ปริพฺรูเหตพฺพโต. อิมิสฺสา หิ ปญฺญาย สนฺตานวเสน ปวตฺตมานาย ปาทปาณิสีสฏฺฐานิยา ทิฏฺฐิวิสุทฺธิอาทิกา อิมา ปญฺจ วิสุทฺธิโย อวยเวน สมุทายูปลกฺขณนเยน ‘‘สรีร’’นฺติ เวทิตพฺพา.

๔๓๑. ปญฺจ ขนฺธาติ เอตฺถ ปญฺจาติ คณนปริจฺเฉโท, เตน น ตโต เหฏฺฐา, น อุทฺธนฺติ ทสฺเสติ. ขนฺธาติ ปริจฺฉินฺนธมฺมนิทสฺสนํ. ยสฺมา เจตฺถ ขนฺธ-สทฺโท ราสฏฺโฐ ‘‘มหาอุทกกฺขนฺโธ’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๕๑; ๖.๓๗) วิย, ตสฺมา อตีตาทิวิภาคภินฺนํ สพฺพํ รูปํ ราสิวเสน พุทฺธิยา เอกชฺฌํ คเหตฺวา ‘‘รูปเมว ขนฺโธ รูปกฺขนฺโธ’’ติ สมานาธิกรณสมาโส ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘ตีหิ ขนฺเธหิ อิณํ ทสฺสามา’’ติอาทีสุ วิย โกฏฺฐาสฏฺเฐ ปน ขนฺธ-สทฺเท นิพฺพานสฺสาปิ ขนฺธนฺตรภาโว อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ อตีตาทิวิภาคาภาวโต. น หิ เอกสฺส นิจฺจสฺส สโต นิพฺพานสฺส อตีตาทิวิภาโค อตฺถีติ. ปฐเมนตฺเถน รูปราสีติ อตฺโถ, ทุติเยน รูปโกฏฺฐาโสติ. เวทนากฺขนฺโธติอาทีสุปิ เอเสว นโย. กสฺมา ปเนเต ขนฺธา ปญฺเจว วุตฺตา อิมินา เอว จ กเมนาติ? ภาชนโภชนพฺยญฺชนภตฺตการกภุญฺชกวิกปฺปทสฺสนโต, ยโถฬาริกยถาสํกิเลสูปเทสโต จาติ เวทิตพฺพํ. วิวาทมูลเหตุภาวํ สํสารเหตุตํ, กมฺมเหตุตญฺจ จินฺเตตฺวา เวทนาสญฺญา สงฺขารกฺขนฺธโต นีหริตฺวา วิสุํ ขนฺธภาเวน เทสิตา.

รูปกฺขนฺธกถาวณฺณนา

๔๓๒. ตตฺถาติ เตสุ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ. ยํ กิญฺจีติ อนวเสสปริยาทานํ. รุปฺปนลกฺขณนฺติ อติปฺปสงฺคนิยมนํ. ยํ-สทฺเทน หิ สนิปาเตน กึ-สทฺเทน จ คหิเตน อนิยมตฺถตาย อติปฺปสงฺเค อาปนฺเน ตํ รุปฺปนสทฺโท นิวตฺเตติ, เตน รูปสฺส อนวเสสปริคฺคโห กโต โหติ. สีตาทีหีติ สีตุณฺหชิฆจฺฉาปิปาสาทีหิ. เหตุอตฺเถ เจตํ กรณวจนํ. รุปฺปนํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ รุปฺปนลกฺขณํ. ธมฺโม เอว ธมฺมชาตํ. รุปฺปนญฺเจตฺถ สีตาทิวิโรธิปจฺจยสนฺนิปาเต วิสทิสุปฺปตฺติ. นนุ จ อรูปธมฺมานมฺปิ วิโรธิปจฺจยสมาคเม วิสทิสุปฺปตฺติ ลพฺภตีติ? สจฺจํ ลพฺภติ, น ปน วิภูตตรํ. วิภูตตรํ เหตฺถ รุปฺปนํ อธิปฺเปตํ สีตาทิคฺคหณโต. ยทิ เอวํ, กถํ พฺรหฺมโลเก รูปสมญฺญา? ตตฺถาปิ ตํสภาวานติวตฺตนโต โหติเยว รูปสมญฺญา, อนุคฺคาหกปจฺจยวเสน วา. วิโรธิปจฺจยสนฺนิปาเต โย อตฺตโน สนฺตาเน ภินฺเน ภิชฺชมานสฺเสว วิสทิสุปฺปตฺติเหตุภาโว, ตํ รุปฺปนนฺติ อญฺเญ. อิมสฺมึ ปกฺเข รูปยติ วิการํ อาปาเทตีติ รูปํ, ปุริมปกฺเข ปน รุปฺปตีติ. สงฺฆฏฺฏเนน วิการาปตฺติยํ รุปฺปนสทฺโท นิรุโฬฺหติ เกจิ. อิมสฺมึ ปกฺเข อรูปธมฺเมสุ รูปสมญฺญาย ปสงฺโค เอว นตฺถิ สงฺฆฏฺฏนาภาวโต. ปฏิฆาโต รุปฺปนนฺติ อปเร. สพฺพํ ตํ เอกโต กตฺวาติ ราสฏฺฐํ หทเย ฐเปตฺวา วทติ.

ภูโตปาทายเภทโตติ เอตฺถ ตทธีนวุตฺติตาย ภวติ เอตฺถ อุปาทายรูปนฺติ ภูตํ. ภูตานิ อุปาทิยเตว, น ปน สยํ เตหิ, อญฺเญหิ วา อุปาทียตีติ อุปาทายํ.

กามํ จตุธาตุววตฺถาเน วจนตฺถาทิโตปิ ภูตานิ วิภาวิตาเนว, สภาวธมฺมานํ ปน ลกฺขณาทิวิภาวนาติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานานิ จตุธาตุววตฺถาเน วุตฺตานี’’ติ. ตตฺถ ปทฏฺฐานสฺส อวุตฺตตฺตา อาห ‘‘ปทฏฺฐานโต ปนา’’ติอาทิ. อวจนญฺจ ตสฺส ตสฺสตฺถสฺส ปจฺจยโตติ เอตฺถ ปการนฺตเรน วิภาวิตตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. สพฺพาปีติ จตสฺโสปิ ธาตุโย. อาโปสงฺคหิตาย เตโชนุปาลิตาย วาโยวิตฺถมฺภิตาย เอว ปถวีธาตุยา ปวตฺติ, น อญฺญถาติ สา เสสภูตตฺตยปทฏฺฐานา, เอวมิตราปีติ อาห ‘‘อวเสสธาตุตฺตยปทฏฺฐานา’’ติ.

จตุวีสติวิธนฺติ คณนปริจฺเฉโท พลรูปาทีนํ ปฏิเสธนตฺโถ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ. จกฺขตีติ จกฺขุ, วิญฺญาณาธิฏฺฐิตํ รูปํ อสฺสาเทนฺตํ วิย โหตีติ อตฺโถ. จกฺขตีติ หิ อยํ จกฺขติ-สทฺโท ‘‘มธุํ จกฺขติ, พฺยญฺชนํ จกฺขตี’’ติอาทีสุ วิย อสฺสาทนตฺโถ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘จกฺขุํ โข, มาคณฺฑิย, รูปารามํ รูปรตํ รูปสมุทิต’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๒๐๙). อฏฺฐกถายมฺปิ วุจฺจติ ‘‘รูเปสุ อาวิญฺฉนรส’’นฺติ (วิสุทฺธิ. ๒.๔๓๓; ธ. ส. อฏฺฐ. ๖๐๐). สติปิ โสตาทีนํ สทฺทารมฺมณาทิภาเว นิรุฬฺหตฺตา ทสฺสเน เอว จกฺขุ-สทฺโท ปวตฺตติ ปทุมาทีสุ ปงฺกชาทิสทฺทา วิยาติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา จกฺขตีติ วิญฺญาณาธิฏฺฐิตํ สมวิสมํ อาจิกฺขนฺตํ วิย อภิพฺยตฺตํ วทนฺตํ วิย โหตีติ อตฺโถ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘วิภาเวติ จา’’ติ (มหานิ. อฏฺฐ. ๑๓; วิภ. อฏฺฐ. ๑๕๔) วุตฺตํ. ตํ อเนกตฺถตฺตา ธาตูนํ วิภาวนตฺถตาปิ จกฺขติ-สทฺทสฺส สมฺภวตีติ กตฺวา วุตฺตํ. สุณาติ เอเตน, วิญฺญาณาธิฏฺฐิตํ สยํ วา สุณาตีติ โสตํ. ฆายติ เอเตน, สยํ วา ฆายตีติ ฆานํ. รสคฺคหณมูลกตฺตา อชฺโฌหรณสฺส ชีวิตนิมิตฺตํ อาหารรโส ชีวิตํ, ตสฺมึ นินฺนตาย ตํ อวฺหายตีติ ชิวฺหา นิรุตฺตินเยน. กุจฺฉิตานํ สาสวธมฺมานํ อาโย อุปฺปตฺติฏฺฐานนฺติ กาโย อนุตฺตริยเหตุภาวํ อนาคจฺฉนฺเตสุ กามราคนิทานกมฺมชนิเตสุ, กามราคสฺส จ วิเสสปจฺจเยสุ ฆานชิวฺหากาเยสุ กายสฺส วิเสสโต สาสวปจฺจยตฺตา. เตน หิ โผฏฺฐพฺพสุขํ อสฺสาเทนฺตา สตฺตา เมถุนมฺปิ เสวนฺติ. กายินฺทฺริยวตฺถุกา วา จตฺตาโร ขนฺธา พลวกามาสวาทิเหตุภาวโต วิเสเสน สาสวาติ กุจฺฉิตานํ สาสวธมฺมานํ อาโยติ กาโย วุตฺโต. วณฺณวิการํ อาปชฺชมานํ หทยงฺคตภาวํ รูปยตีติ รูปํ, รูปมิว ปกาสํ กโรติ สวิคฺคหมิว ทสฺเสตีติ อตฺโถ. อเนกตฺถตฺตา วา ธาตูนํ ปกาสนตฺโถ เอว รูปสทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. สปฺปตีติ สทฺโท, อุทาหรียติ, สเกหิ วา ปจฺจเยหิ สปฺปียติ โสตวิญฺเญยฺยภาวํ อุปนียตีติ อตฺโถ. คนฺธยตีติ คนฺโธ, อตฺตโน วตฺถุํ สูจยติ อปากฏํ ‘‘อิทํ สุคนฺธํ, ทุคฺคนฺธ’’นฺติ ปกาเสติ, ปฏิจฺฉนฺนํ วา ปุปฺผผลาทึ ‘‘อิทเมตฺถ อตฺถี’’ติ เปสุญฺญํ กโรนฺตํ วิย โหตีติ อตฺโถ. รสนฺติ ตํ สตฺตาติ รโส, อสาเทนฺตีติ อตฺโถ.

อิตฺถิยาว อินฺทฺริยํ อิตฺถินฺทฺริยํ, ตถา ปุริสินฺทฺริยํ. ชีวนฺติ เตน สหชาตธมฺมาติ ชีวิตํ, ตเทว อินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ. หทยญฺจ ตํ วตฺถุ จ, หทยสฺส วา มโนวิญฺญาณสฺส วตฺถุ หทยวตฺถุ. โจปนกายภาวโต กาโย จ โส อธิปฺปายวิญฺญาปนโต วิญฺญตฺติ จาติ กายวิญฺญตฺติ. โจปนวาจาภาวโต, อธิปฺปายวิญฺญาปนโต จ วจี จ สา วิญฺญตฺติ จาติ วจีวิญฺญตฺติ. วิคฺคหาภาวโต น กสฺสติ, กสิตุํ ฉินฺทิตุํ น สกฺกา, น วา กาสติ ทิพฺพตีติ อกาสํ, อกาสเมว อากาสํ, ตเทว นิสฺสตฺตนิชฺชีวฏฺเฐน อากาสธาตุ. รูปสฺสาติ นิปฺผนฺนรูปสฺส. ลหุภาโว ลหุตา. สยํ อนิปฺผนฺนตาย ‘‘รูปสฺสา’’ติ วิเสสิตํ. เอส นโย เสเสสุปิ. อยํ ปน วิเสโส – กมฺมนิ สาธุ กมฺมญฺญํ, ตสฺส ภาโว กมฺมญฺญตา. ปฐมํ, อุปริ จ จโย ปวตฺติ อุปจโย. ปุพฺพาปรวเสน สมฺพนฺธา ตติ ปวตฺติ สนฺตติ. อนิจฺจสฺส วินาสิโน ภาโว อนิจฺจตา. กพลํ กรียตีติ กพฬีกาโร. อาหรตีติ อาหาโร. เอวํ ตาว อุปาทายรูปํ สทฺทตฺถโต เวทิตพฺพํ.

กมโต ปน สพฺเพสํ รูปธมฺมานํ นิสฺสยภาเวน มูลภูตตฺตา ปฐมํ ภูตรูปานิ อุทฺทิฏฺฐานิ. อิตเรสุ อชฺฌตฺติกภาเวน อตฺตภาวสมญฺญาย มูลภาวโต จกฺขาทีนิ ปญฺจ อาทิโต อุทฺทิฏฺฐานิ. เตสํ วิสยีนํ อิเม วิสยาติ ทสฺเสตุํ รูปาทีนิ จตฺตาริ อุทฺทิฏฺฐานิ. โผฏฺฐพฺพํ ปน อนุปาทารูปตฺตา, ภูตคฺคหเณน คหิตตฺตา จ อิธ น คหิตํ. สฺวายํ อตฺตภาโว อิเมหิ ‘‘อิตฺถี’’ติ วา ‘‘ปุริโส’’ติ วา สงฺขํ คจฺฉตีติ ทสฺสนตฺถํ ตทนนฺตรํ อิตฺถิปุริสินฺทฺริยทฺวยํ อุทฺทิฏฺฐํ. ‘‘อิมินา ชีวตี’’ติ โวหารํ ลพฺภตีติ ทสฺสนตฺถํ ตโต ชีวิตินฺทฺริยํ. ตสฺส อิมํ นิสฺสาย วิญฺญาณปฺปวตฺติยํ อตฺตหิตาทิสิทฺธีติ ทสฺสนตฺถํ หทยวตฺถุ. ตสฺส อิมาสํ วเสน สพฺเพ กายวจีปโยคาติ ทสฺสนตฺถํ วิญฺญตฺติทฺวยํ. อิมาย รูปกายสฺส ปริจฺเฉโท, อญฺชโส จาติ ทสฺสนตฺถํ อากาสธาตุ. อิเมหิสฺส สุขปฺปวตฺติ, อุปฺปตฺติอาทโย จาติ ทสฺสนตฺถํ ลหุตาทโย. สพฺโพ จายํ จตุสนฺตติรูปสนฺตาโน อิมินา อุปตฺถมฺภียตีติ ทสฺสนตฺถํ อนฺเต กพฬีกาโร อาหาโร อุทฺทิฏฺโฐติ เวทิตพฺโพ.

๔๓๓. อิทานิ ยถาอุทฺทิฏฺฐานิ อุปาทารูปานิ ลกฺขณาทิโต นิทฺทิสิตุํ ‘‘ตตฺถ รูปาภิฆาตารหภูตปฺปสาทลกฺขณ’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ตตฺถาติ เตสุ อุปาทารูเปสุ. รูเป, รูปสฺส วา อภิฆาโต รูปาภิฆาโต, ตํ อรหตีติ รูปาภิฆาตารโห, รูปาภิฆาโต โหตุ วา มา วา เอวํสภาโว จตุนฺนํ ภูตานํ ปสาโท รูปาภิฆาตารหภูตปฺปสาโท, เอวํลกฺขณํ จกฺขูติ อตฺโถ. ยสฺมา ปจฺจยนฺตรสหิโต เอว จกฺขุปสาโท รูปาภิหนนวเสน ปวตฺตติ, น เกวโล. ตสฺมา ตํสภาวตาว ปมาณํ, น รูปาภิฆาโตติ ทสฺสนตฺถํ รูปาภิฆาตารหตา วุตฺตา ยถา วิปาการหํ กุสลากุสลนฺติ. อภิฆาโต จ วิสยวิสยีนํ อญฺญมญฺญํ อภิมุขีภาโว โยคฺยเทสาวฏฺฐานํ อภิฆาโต วิยาติ กตฺวา. โส รูเป จกฺขุสฺส, รูปสฺส วา จกฺขุมฺหิ โหติ. เตนาห ‘‘ยํ จกฺขุ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ รูปมฺหิ สนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ ปฏิหญฺญิ วา’’ติ, ‘‘ยมฺหิ จกฺขุมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ รูปํ สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา’’ติ (ธ. ส. ๕๙๗) จ อาทิ. ปริปุณฺณาปริปุณฺณายตนตฺตภาวนิพฺพตฺตกสฺส กมฺมสฺส นิทานภูตา กามตณฺหา, รูปตณฺหา จ ตทายตนิกภวปตฺถนาภาวโต ทฏฺฐุกามตาทิโวหารํ อรหตีติ ทุติยนโย สพฺพตฺถ วุตฺโต. ตตฺถ ทฏฺฐุกามตานิทานกมฺมํ สมุฏฺฐานํ เอเตสนฺติ ทฏฺฐุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานานิ. เอวํวิธานํ ภูตานํ ปสาโท ทฏฺฐุกามตา…เป… ปสาโท, เอวํลกฺขณํ จกฺขุ. ตสฺส ตสฺส หิ ภวสฺส มูลการณภูตา ตณฺหา ตสฺมึ ตสฺมึ ภเว อุปฺปชฺชนารหายตนวิสยาปิ นาม โหตีติ กามตณฺหาทีนํ ทฏฺฐุกามตาทิโวหารารหตา วุตฺตา.

ทฏฺฐุกามตาติ หิ ทฏฺฐุมิจฺฉา, รูปตณฺหาติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ทฏฺฐุกามตาย, เสสานญฺจ ตํตํอตฺตภาวนิพฺพตฺตกกมฺมายูหนกฺขณโต สติ ปุริมนิพฺพตฺติยํ วตฺตพฺพํ นตฺถิ, อสติ ปน มคฺเคน อสมุคฺฆาติตภาโวเยว การณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ยโต มคฺเคน อสมุจฺฉินฺนํ การณลาเภ สติ อุปฺปชฺชิตฺวา อตฺตโน ผลสฺส ปจฺจยภาวูปคมนโต วิชฺชมานเมวาติ อุปฺปนฺนตา อตฺถิตา ปริยาเยหิ วุจฺจติ ‘‘อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวนฺโต อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรนฺโต อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน ปาปเก อกุสเล ธมฺเม อนฺตราเยว อนฺตรธาเปตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๕๖), ‘‘สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ กามจฺฉนฺทํ ‘อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ กามจฺฉนฺโท’ติ ปชานาตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๘๒; ม. นิ. ๑.๑๑๕) จ เอวมาทีสุ.

รูเปสุ ปุคฺคลสฺส, วิญฺญาณสฺส วา อาวิญฺฉนรสํ. อาธารภาวปจฺจุปฏฺฐานํ นิสฺสยปจฺจยภาวโต. ทฏฺฐุกามตานิทานกมฺมชภูตปทฏฺฐานํ เยสํ ภูตานํ ปสาโท, เตวสฺส อาสนฺนการณนฺติ กตฺวา. เอตฺถ จ ตํตํอตฺตภาวนิปฺผาทกสาธารณกมฺมวเสน ปุริมํ จกฺขุลกฺขณํ วุตฺตํ การณวิเสสสฺส อนามฏฺฐตฺตา. ‘‘เอวรูปํ นาม เม จกฺขุ โหตู’’ติ เอวํ นิพฺพตฺติตอาเวณิกกมฺมวเสน ทุติยนฺติ วทนฺติ. สติปิ ปน ปญฺจนฺนํ ปสาทภาวสามญฺเญ สวิสยาวภาสนสงฺขาตสฺส ปสาทพฺยาปารสฺส วเสน ปุริมํ วุตฺตํ. ปสาทการณสฺส สติปิ กมฺมภาวสามญฺเญ, เอกตฺเต วา อตฺตโน การณเภเทน เภททสฺสนวเสน ทุติยนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. โสตาทีนํ ลกฺขณาทีสุ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

เอตฺถาห – จกฺขาทีนํ อินฺทฺริยานํ กึ เอกกมฺมุนา อุปฺปตฺติ, อุทาหุ นานากมฺมุนาติ? อุภยถาปีติ โปราณา. ตตฺถ นานากมฺมุนา ตาว อุปฺปตฺติยํ จกฺขาทีนํ วิเสเส วตฺตพฺพํ นตฺถิ การณสฺส ภินฺนตฺตา. เอกกมฺมุนา ปน อุปฺปตฺติยํ กถํ เนสํ วิเสโสติ? การณสฺส ภินฺนตฺตา เอว. ตํตํภวปตฺถนาภูตา หิ ตณฺหา ตํตํภวปริยาปนฺนายตนาภิลาสตาย สยํ วิจิตฺตรูปา อุปนิสฺสยภาเวน ตํตํภวนิพฺพตฺตกกมฺมสฺส วิจิตฺตเภทตํ วิทหติ. ยโต ตทาหิตวิเสสํ ตํ ตถารูปสมตฺถตาโยเคนาเนกรูปาปนฺนํ วิย อเนกํ วิสิฏฺฐสภาวํ ผลํ นิพฺพตฺเตติ. น เจตฺถ สมตฺถตา สมตฺถภาวโต อญฺญา เวทิตพฺพา การณวิเสเสน อาหิตวิเสสสฺส วิสิฏฺฐผลนิปฺผาทนโยคฺยตามตฺตโต. อยญฺจ เอกสฺสปิ กมฺมสฺส อเนกินฺทฺริยเหตุตาวิเสสโยโค ยุตฺติโต, อาคมนโต จ ปรโต อาคมิสฺสติ. อปิจ เอกสฺเสว กุสลจิตฺตสฺส โสฬสาทิวิปากจิตฺตนิพฺพตฺติเหตุตา วุจฺจติ. โลเกปิ เอกสฺเสว สาลิพีชสฺส ปริปุณฺณาปริปุณฺณตณฺฑุลอาตณฺฑุลผลนิพฺพตฺติเหตุตา ทิสฺสเตว, กึ วา เอตาย ยุตฺติจินฺตาย. ยโต กมฺมผลํ จกฺขาทีนิ, กมฺมวิปาโก จ สพฺพโส พุทฺธานํเยว ญาณสฺส วิสโยติ.

๔๓๔. เกจีติ มหาสงฺฆิเกสุ เอกจฺเจ. เตสุ หิ วสุธมฺโม เอวํ วทติ ‘‘จกฺขุมฺหิ เตโช อธิกํ, โสเต วายุ, ฆาเน ปถวี, ชิวฺหาย อาโป, กาเย สพฺเพปิ สมา’’ติ. จกฺขาทีสุ เตชาทิอธิกตา นาม ตนฺนิสฺสยภูตานํ ตทธิกตายาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เตชาธิกานํ ภูตานํ ปสาโท จกฺขู’’ติอาทิมาห. กาโย สพฺเพสนฺติ โก เอตฺถ วิเสโส, นนุ เตชาทิอธิกานญฺจ ภูตานํ ปสาทา สพฺเพสํเยวาติ? สจฺจเมตํ, อิทํ ปน ‘‘สพฺเพส’’นฺติ วจนํ สมานานนฺติ อิมมตฺถํ ทีเปติ อนุวตฺตมานสฺส เอกเทสาธิกภาวสฺส นิวารณวเสน วุตฺตตฺตา. เตชาทีนํ หิ ปจฺเจกํ อธิกภาเว วิย ทฺวินฺนํ, ติณฺณํ วา อธิกภาเวปิ ยถาวุตฺตาธิกภาเวเนว เอกกาทิวเสน ลพฺภมานาย โอมตฺตตายปิ กายปฺปสาโท น โหตีติ ปากโฏยมตฺโถ. ตสฺมา จตุนฺนมฺปิ ภูตานํ สมภาเวน กายปฺปสาโท โหตีติ สพฺพสทฺโท อิธ สมภาวทีปโก ทฏฺฐพฺโพ. เตชาทีนนฺติ ปทีปสงฺขาตสฺส เตชสฺส โอภาสรูเปน, วายุสฺส สทฺเทน, ปถวิยา คนฺเธน, เขฬสงฺขาตสฺส อุทกสฺส รเสนาติ ปุริมวาเท, ปจฺฉิมวาเท จ ยถาโยคํ ตํตํภูตคุเณหิ อนุคฺคยฺหภาวโต, รูปาทีนํ คหเณ อุปการิตพฺพโตติ อตฺโถ. อาโลกาทิสหการีการณสหิตานํเยว จกฺขาทีนํ รูปาทิอวภาสนสมตฺถตา, วิวรสฺส จ โสตวิญฺญาณูปนิสฺสยภาโว คุโณติ เตสํ ลทฺธิ. เตชาทีนํ วิย ปน วิวรสฺส ภูตภาวาภาวโต ยถาโยค-คฺคหณํ. อถ วา รูปาทโย วิย วิวรมฺปิ ภูตคุโณติ ปราธิปฺปาเย เตชสฺส อาโลกรูเปน, อากาสสงฺขาตสฺส วิวรสฺส สทฺเทน, วายุสฺส คนฺเธน, อุทกสฺส รเสน, ปถวิยา โผฏฺฐพฺเพนาติ เอวํ ยถาโยคํ ตํตํภูตคุเณหีติ โยชนา.

รูปาทีนํ อธิกภาวทสฺสนโตติ อคฺคิมฺหิ รูปสฺส ปภสฺสรสฺส, วายุมฺหิ สทฺทสฺส สภาเวน สุยฺยมานสฺส, ปถวิยา สุรภิอาทิโน คนฺธสฺส, อาเป จ รสสฺส มธุรสฺสาติ อิเมสํ วิเสสยุตฺตานํ ทสฺสนโต ‘‘รูปาทโย เตสํ คุณา’’ติ ปฐมวาที อาหาติ. ตสฺเสว ‘‘อิจฺเฉยฺยามา’’ติอาทินา อุตฺตรมาห. อิมินาว อุปาเยน ทุติยวาทิโนปิ นิคฺคโห โหตีติ. อถ วา รูปาทิวิเสสคุเณหิ เตชอากาสปถวีอาปวายูหิ จกฺขาทีนิ กตานีติ วทนฺตสฺส กณาทสฺส วาทํ อุทฺธริตฺวา ตํ นิคฺคเหตุํ ‘‘อถาปิ วเทยฺยุ’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อาสเว อุปลพฺภมาโนปิ คนฺโธ ปถวิยา อาโปสํยุตฺตาย กปฺปาสโต วิสทิสายาติ น กปฺปาสคนฺธสฺส อธิกภาวาปตฺตีติ เจ? น, อนภิภูตตฺตา. อาสเว หิ อุทกสํยุตฺตา ปถวี อุทเกน อภิภูตา, น กปฺปาสปถวีติ ตสฺส เอว คนฺเธน อธิเกน ภวิตพฺพํ. อุโณฺหทกสํยุตฺโต จ อคฺคิ อุปลพฺภนีโย มหนฺโตติ กตฺวา ตสฺส ผสฺโส วิย วณฺโณปิ ปภสฺสโร อุปลพฺเภยฺยาติ อุโณฺหทเก วณฺณโต อคฺคินา อนภิสมฺพนฺธสฺส สีโตทกสฺส วณฺโณ ปริหาเยถ. ตสฺมาติ เอตสฺส อุภยสฺส อภาวา. ตทภาเวน หิ รูปาทีนํ เตชาทิวิเสสคุณตา นิวตฺติตา. ตนฺนิวตฺตเนน ‘‘เตชาทีนํ คุเณหิ รูปาทีหิ อนุคฺคยฺหภาวโต’’ติ อิทํ การณํ นิวตฺติตนฺติ เอวํ ปรมฺปราย อุภยาภาโว วิเสสปริกปฺปนปหานสฺส การณํ โหตีติ อาห ‘‘ตสฺมา ปหาเยต’’นฺติอาทิ. เอกกลาเปปิ รูปรสาทโย วิสทิสา, โก ปน วาโท นานากลาเป จกฺขาทโย ภูตวิเสสาภาเวปีติ ทสฺเสตุํ รูปรสาทินิทสฺสนํ วุตฺตํ.

ยทิ ภูตวิเสโส นตฺถิ, กึ ปน จกฺขาทิวิเสสสฺส การณนฺติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ อญฺญมญฺญสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอกมฺปิ กมฺมํ ปญฺจายตนิกตฺตภาวภวปฺปตฺถนานิปฺผนฺนํ จกฺขาทิวิเสสเหตุตาย อญฺญมญฺญสฺส อสาธารณนฺติ จ กมฺมวิเสโสติ จ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ ตํ เยน วิเสเสน จกฺขุสฺส ปจฺจโย, เตเนว โสตสฺส ปจฺจโย โหติ อินฺทฺริยนฺตราภาวปฺปตฺติโต. ‘‘ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตา เจตนา กฏตฺตารูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๒.๑๒.๗๘) วจเนน ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิชฺชมานานํ สพฺเพสํ กฏตฺตารูปานํ เอกา เจตนา กมฺมปจฺจโย โหตีติ วิญฺญายติ. นานาเจตนาย หิ ตทา อินฺทฺริยุปฺปตฺติยํ สติ ปริตฺเตน จ มหคฺคเตน จ กมฺมุนา นิพฺพตฺติตํ กฏตฺตารูปํ อาปชฺเชยฺยาติ. น เจกา ปฏิสนฺธิ อเนกกมฺมนิพฺพตฺตา โหตีติ สิทฺธเมเกน กมฺเมน อเนกินฺทฺริยุปฺปตฺติ โหตีติ.

๔๓๕. อนลฺลีโน นิสฺสโย เอตสฺสาติ อนลฺลีนนิสฺสโย, รูปสทฺทสงฺขาโต วิสโย. คนฺธรสานํ นิสฺสยา ฆานชิวฺหานํ นิสฺสเย อลฺลียนฺตีติ เต นิสฺสยวเสน อลฺลีนา. โผฏฺฐพฺพํ สยํ กายนิสฺสยอลฺลีนํ ภูตตฺตา. อปโร นโย – จกฺขุโสตานิ อปฺปตฺตวิสยคฺคาหกานิ สานฺตเร, อธิเก จ วิสเย วิญฺญาณุปฺปตฺติเหตุภาวโต. โสตมฺปิ สมฺปตฺตวิสยคฺคาหีติ เกจิ. ยทิ โสตํ สมฺปตฺตคฺคาหิ, จิตฺตโช สทฺโท โสตวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ น สิยา. น หิ พหิทฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ อุปฺปตฺติ อตฺถิ. ปาฬิยญฺจ อวิเสเสน สทฺทารมฺมณสฺส โสตวิญฺญาณารมฺมณภาโว วุตฺโต. กิญฺจ ทิสาเทสววตฺถานญฺจ สทฺทสฺส น สิยา, อตฺตโน วิสยิปเทสสฺส เอว คเหตพฺพโต คนฺโธ วิย. ตสฺมา ยตฺถ อุปฺปนฺโน สทฺโท, ตตฺเถว ฐิโต. สเจ โสตปเถ อาปาถมาคจฺฉติ, นนุ ทูเร ฐิเตหิ รชกาทิสทฺทา จิเรน สุยฺยนฺตีติ? น ทูราสนฺนานํ ยถาปากเฏ สทฺเท คหณวิเสสโต. ยถา หิ ทูราสนฺนานํ วจนสทฺเท ยถาปากเฏ คหณวิเสสโต อาการวิเสสานํ อคฺคหณํ, คหณญฺจ โหติ, เอวํ รชกาทิสทฺเทปิ อาสนฺนสฺส อาทิโต ปภุติ ยาว อวสานา กเมน ปากฏีภูเต, ทูรสฺส จ อวสาเน, มชฺเฌ วา ปิณฺฑวเสน ปวตฺติปากฏีภูเต นิจฺฉยคฺคหณานํ โสตวิญฺญาณวีถิยา ปรโต ปวตฺตานํ วิเสสโต ลหุกํ สุโต ‘‘จิเรน สุโต’’ติ อธิมาโน โหติ. โส ปน สทฺโท ยตฺถ อุปฺปนฺโน, ตนฺนิสฺสิโตว อตฺตโน วิชฺชมานกฺขเณ โสตสฺส อาปาถมาคจฺฉติ. ยทิ สทฺทสฺส ภูตปรมฺปราย สมนฺตโต ปวตฺติ นตฺถิ, กถํ ปฏิโฆสุปฺปตฺตีติ? ทูเร ฐิโตปิ สทฺโท อญฺญตฺถ ปฏิโฆสุปฺปตฺติยา, ภาชนาทิจลนสฺส จ อโยกนฺโต วิย อโยจลนสฺส ปจฺจโย โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

๔๓๖. ปุพฺเพ ลกฺขณาทินา วิภาวิตมฺปิ จกฺขุํ ฐิตฏฺฐานาทิโต วิภาเวตุํ ‘‘จกฺขุ เจตฺถา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ จกฺขุ สาธยมานํ ติฏฺฐตีติ สมฺพนฺโธ. จ-กาโร พฺยติเรกตฺโถ, เตนสฺส วุจฺจมานเมว วิเสสํ โชเตติ. เอตฺถาติ เอเตสุ ยถานิทฺทิฏฺเฐสุ ปญฺจสุ อุปาทารูเปสุ. ‘‘สรีรสณฺฐานุปฺปตฺติเทเส’’ติ เอเตน อวเสสํ กณฺหมณฺฑลํ ปฏิกฺขิปติ. เสฺนหมิว สตฺต อกฺขิปฏลานิ พฺยาเปตฺวา ฐิตาเหว อตฺตโน นิสฺสยภูตาหิ จตูหิ ธาตูหิ กตูปการํ ตนฺนิสฺสิเตเหว อายุวณฺณาทีหิ อนุปาลิตํ ปริวาริตํ ติสนฺตติรูปสมุฏฺฐาปเกหิ อุตุจิตฺตาหาเรหิ อุปตฺถมฺภิยมานํ ติฏฺฐติ. สตฺตอกฺขิปฏลพฺยาปนวจเนเนว จกฺขุสฺส อเนกกลาปคตภาวํ ทสฺเสติ. ปมาณโต อูกาสิรมตฺตนฺติ อูกาสิรมตฺเต ปเทเส ปวตฺตนโต วุตฺตํ. จกฺขุวิญฺญาณสฺส วตฺถุภาวํ นิสฺสยภาวโต อาวชฺชนสมฺปฏิจฺฉนาทีนํ ตทารมฺมณาวสานานํ ทฺวารภาวํ สมวสรฏฺฐานโต. ตํ ปเนตํ จกฺขุ อธิฏฺฐานเภทโต, ตตฺถาปิ ปจฺเจกํ อเนกกลาปคตภาวโต อเนกมฺปิ สมานํ สามญฺญนิทฺเทเสน อาวชฺชนาย เอกตฺตา, เอกสฺมึ ขเณ เอกสฺเสว จ กิจฺจกรตฺตา เอกํ กตฺวา วุตฺตํ. เอวมฺปิ พหูสุ กถเมกสฺเสว กิจฺจกรตฺตํ. ยํ ตตฺถ วิสทํ หุตฺวา รูปาภิฆาตารหํ, ตํ วิญฺญาณสฺส นิสฺสโย โหตีติ คเหตพฺพํ. โผฏฺฐพฺพวิเสโส วิย กายวิญฺญาณสฺส อารมฺมณภาเว.

มนุปสฺสตีติ ม-กาโร ปทสนฺธิกโร, อถ วา มนูติ มจฺโจ.

องฺคุลิเวธกํ องฺคุลียกํ.

วิสมชฺฌาสยตาย จกฺขุ วมฺมิกฉิทฺทาภิรตสปฺโป วิย, พิลชฺฌาสยตาย โสตํ อุทกพิลาภิรตกุมฺภีโล วิย, อากาสชฺฌาสยตาย ฆานํ อชฏากาสาภิรตปกฺขี วิย, คามชฺฌาสยตาย ชิวฺหา คามาภิรตกุกฺกุโร วิย, อุปาทินฺนกชฺฌาสยตาย กาโย อามกสุสานาภิรตสิงฺคาโล วิย ปสฺสิตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต ‘‘วมฺมิ…เป… ทฏฺฐพฺพา’’ติ อาห. วิสมชฺฌาสยตา จ จกฺขุสฺส วิสมชฺฌาสยํ วิย โหตีติ กตฺวา วุตฺตา, จกฺขุมโต วา ปุคฺคลสฺส อชฺฌาสยวเสน จกฺขุ วิสมชฺฌาสยํ ทฏฺฐพฺพํ. เอส นโย เสเสสุปิ. สพฺโพปิ จ ยถาวุตฺโต ปปญฺโจ โสตาทีสุปิ ยถารหํ เวทิตพฺโพ.

๔๓๗. จกฺขุมฺหิ, จกฺขุสฺส วา ปฏิหนนํ จกฺขุปฏิหนนํ, ตํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ จกฺขุปฏิหนนลกฺขณํ. ปฏิหนนญฺเจตฺถ ยถาวุตฺโต อภิฆาโตว. วิสยภาโว อารมฺมณปจฺจยตา. กามํ สา เอว โคจรตา, ตถาปิ วิสยโคจรานํ อยํ วิเสโส – อนญฺญตฺถภาโว, ตพฺพหุลจาริตา จ จกฺขุวิญฺญาณสฺส. วิสยภาเว จสฺส ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ. ยตฺถ ปน กายวิญฺญตฺติอาทิเก.

๔๓๘. อิตฺถิยา ภาโว, ‘‘อิตฺถี’’ติ วา ภวติ เอเตน จิตฺตํ, อภิธานญฺจาติ อิตฺถิภาโว, ตํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ อิตฺถิภาวลกฺขณํ. ตโต เอว ‘‘อิตฺถี’’ติ ตํสหิตํ สนฺตานํ ปกาเสนฺตํ วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อิตฺถีติ ปกาสนรส’’นฺติ. วฏฺฏํสตา อวิสทหตฺถปาทาทิตา จ อิตฺถิลิงฺคํ. ถนมํสาวิสทตา, นิมฺมสฺสุทาฐิตา, เกสพนฺธนํ, วตฺถคฺคหณญฺจ ‘‘อิตฺถี’’ติ สญฺชานนสฺส ปจฺจยภาวโต อิตฺถินิมิตฺตํ. ทหรกาเลปิ สุปฺปกมุสลกาทีหิ กีฬา, มตฺติกตกฺเกน สุตฺตกนฺตนาทิ จ อิตฺถิกุตฺตํ, อิตฺถิกิริยาติ อตฺโถ. อวิสทฏฺฐานคมนาทิโก อากาโร อิตฺถากปฺโป. อปโร นโย – อิตฺถีนํ มุตฺตกรณํ อิตฺถิลิงฺคํ. สราธิปฺปายา อิตฺถินิมิตฺตํ. อวิสทฏฺฐานคมนนิสชฺชาขาทนโภชนาทิกา อิตฺถิกุตฺตํ. อิตฺถิสณฺฐานํ อิตฺถากปฺโป. อิมานิ จ อิตฺถิลิงฺคาทีนิ ยถาสกํ กมฺมาทินา ปจฺจเยน อุปฺปชฺชมานานิปิ เยภุยฺเยน อิตฺถินฺทฺริยสหิเต เอว สนฺตาเน ตํตทาการานิ หุตฺวา อุปฺปชฺชนฺตีติ อิตฺถินฺทฺริยํ เตสํ การณนฺติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘อิตฺถิลิงฺคนิมิตฺตกุตฺตากปฺปานํ การณภาวปจฺจุปฏฺฐาน’’นฺติ. อิตฺถิลิงฺคาทีสุ เอว จ การณภาวสงฺขาเตน อธิปติภาเวน ตสฺส อินฺทฺริยตา วุตฺตา, อินฺทฺริยสหิเต สนฺตาเน อิตฺถิลิงฺคาทิอาการรูปปจฺจยานํ อญฺญถา อนุปฺปาทนโต, อิตฺถิคฺคหณสฺส จ เตสํ รูปานํ ปจฺจยภาวโต.

ยสฺมา ปน ภาวทสเกปิ รูปานํ อิตฺถินฺทฺริยํ น ชนกํ, นาปิ อนุปาลกํ, อุปตฺถมฺภกํ วา, น จ อญฺเญสํ กลาปรูปานํ, ตสฺมา ตํ ชีวิตินฺทฺริยํ วิย สกลาปรูปานํ, อาหาโร วิย วา กลาปนฺตรรูปานญฺจ ‘‘อินฺทฺริยอตฺถิอวิคตปจฺจโย’’ติ ปาฬิยํ น วุตฺตํ. ยสฺมา จ ปจฺจยนฺตราธีนานิ ลิงฺคาทีนิ, ตสฺมา ยตฺถสฺส อาธิปจฺจํ, ตํสทิเสสุ มตจิตฺตกตรูเปสุปิ ตํสณฺฐานตา ทิสฺสติ. เอส นโย ปุริสินฺทฺริเยปิ. ยํ ปเนตฺถ วิสทิสํ, ตํ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ. ตยิทํ ทฺวยํ ยสฺมา เอกสฺมึ สนฺตาเน สห น ปวตฺตติ ‘‘ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ? โน’’ติอาทิ (ยม. ๓.อินฺทฺริยยมก.๑๘๘) วจนโต, ตสฺมา อุภโตพฺยญฺชนกสฺสาปิ เอกสฺมึ ขเณ เอกเมว โหตีติ เวทิตพฺพํ. เย ปน ‘‘สรีเรกเทสวุตฺติ ภาวรูป’’นฺติ วทนฺติ, เตสมฺปิ ตํ มิจฺฉาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตทุภยมฺปิ…เป… พฺยาปกเมวา’’ติ วตฺวา ยทิ เอวํ กายปฺปสาเทน สงฺกโร สิยาติ อาสงฺกํ นิวตฺเตนฺโต ‘‘น จ กายปฺปสาเทนา’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – ยทิปิ สกลสรีรพฺยาปิตาย กายปฺปสาเทน อฏฺฐิโตกาเส ฐิตนฺติ วตฺตพฺพตํ นาปชฺชติ, เตน ปน ภินฺนนิสฺสยตฺตา ฐิโตกาเส ฐิตนฺติปิ วตฺตพฺพตํ นาปชฺชตีติ อยเมว เจตฺถ นิปฺปริยายกถา. ‘‘รูปรสาทโย วิยา’’ติ เอเตน สมานนิสฺสเยสุปิ นาม สงฺกโร นตฺถิ ลกฺขณเภทโต, กิมงฺคํ ปน ภินฺนนิสฺสยสภาเวสูติ ทสฺเสติ.

๔๓๙. สหชรูปานุปาลนลกฺขณนฺติ อตฺตนา สหชาตรูปานํ อนุปาลนลกฺขณํ. ชีวิตินฺทฺริยสฺส เอกนฺตกมฺมชตฺตา สหช-คฺคหเณเนว อนุปาเลตพฺพานมฺปิ กมฺมชภาโว สิทฺโธติ กมฺมช-คฺคหณํ น กตํ. ยถาสกํ ขณมตฺตฏฺฐายิโนปิ กมฺมชรูปสฺส ปวตฺติเหตุภาเวน ตํ อนุปาลกํ, ตสฺมา สหชรูปานุปาลนลกฺขณํ. น หิ กมฺมชานํ กมฺมํเยว ฐิติเหตุ ภวิตุํ อรหติ อาหารชาทีนํ อาหาราทิ วิย. กึ การณา? ตงฺขณาภาวโต. เตสนฺติ สหชรูปานํ. ปวตฺตนํ ยาปนํ. ฐปนํ ฐิติเหตุตา. อตฺตนา อนุปาลนวเสน ยาเปตพฺพานิ ปวตฺเตตพฺพานิ ภูตานิ เอตสฺส ปทฏฺฐานนฺติ ยาปยิตพฺพภูตปทฏฺฐานํ. อนุปาลนลกฺขณาทิมฺหีติ อาทิ-สทฺเทน ปวตฺตนรสาทิเมว สงฺคณฺหาติ. อตฺถิกฺขเณเยวาติ อนุปาเลตพฺพานํ อตฺถิกฺขเณเยว. อสติ อนุปาเลตพฺเพ อุปฺปลาทิมฺหิ กึ อุทกํ อนุปาเลยฺย. ยทิ กมฺมชานํ ฐิติเหตุมนฺตเรน ฐิติ น โหติ, ชีวิตินฺทฺริยสฺส โก ฐิติเหตูติ อาห ‘‘สย’’นฺติอาทิ. ยทิ กมฺมชานํ ฐานํ ชีวิตินฺทฺริยปฏิพทฺธํ, อถ กสฺมา สพฺพกาลํ น ฐเปตีติ อาห ‘‘น ภงฺคโต’’ติอาทิ. ตสฺส ตสฺส อนุปาลนาทิกสฺส สาธนโต. ตํ สาธนญฺจ ชีวมานตาวิเสสสฺส ปจฺจยภาวโต. อินฺทฺริยพทฺธรูปสฺส หิ มตรูปโต กมฺมชสฺส, ตทนุพนฺธภูตสฺส จ อุตุสมุฏฺฐานาทิโต ชีวิตินฺทฺริยกโต วิเสโส, น เกวลํ ขณฏฺฐิติยา เอว, ปพนฺธานุปจฺเฉทสฺสาปิ ชีวิตินฺทฺริยํ การณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ, อิตรถา อายุกฺขยโต มรณํ น ยุชฺเชยฺยาติ.

๔๔๐. มโนธาตุมโนวิญฺญาณธาตูนํ นิสฺสยลกฺขณํ หทยวตฺถูติ กถเมตํ วิญฺญาตพฺพนฺติ? อาคมโต, ยุตฺติโต จ. ‘‘ยํ รูปํ นิสฺสาย มโนธาตุ จ มโนวิญฺญาณธาตุ จ ปวตฺตนฺติ, ตํ รูปํ มโนธาตุยา จ มโนวิญฺญาณธาตุยา จ ตํสมฺปยุตฺตกานญฺจ ธมฺมานํ นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๘) เอวมาทิ อาคโม. ยทิ เอวํ, กสฺมา รูปกณฺเฑ ตํ น วุตฺตนฺติ? ตตฺถ อวจนํ อญฺญการณํ. กึ ปน ตนฺติ? เทสนาเภโท. ยถา หิ จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ เอกนฺตโต จกฺขาทินิสฺสยานิ, น เอวํ มโนวิญฺญาณํ เอกนฺเตน หทยวตฺถุนิสฺสยํ. นิสฺสิตวเสน จ วตฺถุทุกาทิเทสนา ปวตฺตา ‘‘อตฺถิ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส วตฺถุ, อตฺถิ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส น วตฺถู’’ติอาทินา (ธ. ส. ๕๘๔). ยมฺปิ เอกนฺตโต หทยวตฺถุนิสฺสยํ, ตสฺส วเสน ‘‘อตฺถิ รูปํ มโนวิญฺญาณสฺส วตฺถู’’ติอาทินา ทุกาทีสุ วุจฺจมาเนสุปิ น ตทนุคุณา อารมฺมณทุกาทโย สมฺภวนฺติ. น หิ ‘‘อตฺถิ รูปํ มโนวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ, อตฺถิ รูปํ น มโนวิญฺญาณสฺส อารมฺมณ’’นฺติ สกฺกา วตฺตุนฺติ วตฺถารมฺมณทุกา ภินฺนคติกา สิยุนฺติ เอกรสา เทสนา น ภเวยฺย. เอกรสญฺจ เทสนํ เทเสตุํ อิธ สตฺถุ อชฺฌาสโย. ตสฺมา ตตฺถ หทยวตฺถุ น วุตฺตํ, น อลพฺภมานตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

ยุตฺติ ปน เอวํ เวทิตพฺพา – นิปฺผนฺนอุปาทายรูปนิสฺสยํ ธาตุทฺวยํ ปญฺจโวการภเว. ตตฺถ รูปายตนาทีนํ, โอชาย จ อินฺทฺริยพทฺธโต พหิปิ ปวตฺติทสฺสนโต น ตํนิสฺสยตา ยุชฺชติ, อิตฺถิปุริสินฺทฺริยานมฺปิ ตทุภยรหิเตปิ สนฺตาเน ธาตุทฺวยทสฺสนโต น ตํนิสฺสยตา ยุชฺชติ, ชีวิตินฺทฺริยสฺสาปิ อญฺญกิจฺจํ วิชฺชตีติ น ตํนิสฺสยตา ยุชฺชติ เอวาติ ปาริเสสโต หทยวตฺถุ, เตสํ นิสฺสโยติ วิญฺญายติ. สกฺกา หิ วตฺตุํ นิปฺผนฺนอุปาทายรูปนิสฺสยํ ธาตุทฺวยํ ปญฺจโวการภเว รูปปฏิพทฺธวุตฺติภาวโต. ยํ ยญฺหิ รูปปฏิพทฺธวุตฺติ, ตํ ตํ นิปฺผนฺนอุปาทายรูปนิสฺสยํ ทิฏฺฐํ ยถา ‘‘จกฺขุวิญฺญาณธาตู’’ติ. ‘‘ปญฺจโวการภเว’’ติ จ วิเสสนํ มโนวิญฺญาณธาตุวเสน กตํ. มโนธาตุ ปน จตุโวการภเว นตฺเถว. นนุ จ อินฺทฺริยนิสฺสยตายปิ สาธนโต วิรุทฺโธ เหตุ อาปชฺชตีติ? น ทิฏฺฐพาธนโต. ทิฏฺฐํ เหตํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส วิย ธาตุทฺวยสฺส วตฺถุโน มนฺทติกฺขาทิอนนุวิธานํ. ตถา หิสฺส ปาฬิยํ อินฺทฺริยปจฺจยตา น วุตฺตา. เตน ตทนุวิธานสงฺขาตา อินฺทฺริยนิสฺสยตา พาธียติ. โหตุ ธาตุทฺวยนิสฺสโย หทยวตฺถุ, อุปาทายรูปญฺจ, เอตํ ปน กมฺมสมุฏฺฐานํ, ปฏินิยตกิจฺจํ, หทยปเทเส ฐิตเมวาติ กถํ วิญฺญายตีติ? วุจฺจเต – วตฺถุรูปภาวโต กมฺมสมุฏฺฐานํ จกฺขุ วิย, ตโต เอว ปฏินิยตกิจฺจํ, วตฺถุรูปภาวโตติ จ วิญฺญาณนิสฺสยภาวโตติ อตฺโถ. อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวา กิญฺจิ จินฺเตนฺตสฺส หทยสฺส ขิชฺชนโต ตตฺเถตมวฏฺฐิตนฺติ วิญฺญายติ. ตาสญฺเญว ธาตูนนฺติ มโนธาตุมโนวิญฺญาณธาตูนํเยว. นิสฺสยภาวโต อุปริ อาโรเปตฺวา วหนฺตํ วิย ปจฺจุปติฏฺฐตีติ อุพฺพหนปจฺจุปฏฺฐานํ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.

๔๔๑. อภิกฺกโม อาทิ เยสํ เต อภิกฺกมาที. อาทิ-สทฺเทน ปฏิกฺกมสมิญฺชนปสารณอุกฺเขปนอเวกฺเขปนาทิกา สพฺพา กิริยา ปริคฺคยฺหติ. เตสํ อภิกฺกมาทีนํ ปวตฺตกํ จิตฺตํ สมุฏฺฐานํ ยสฺสา สา อภิกฺกมาทิปฺปวตฺตกจิตฺตสมุฏฺฐานา, วาโยธาตุ. ตสฺสา ยํ สหชรูปกายสฺส ถมฺภนสนฺธารณจลนสงฺขาตํ กิจฺจํ, ตสฺส สหการีการณภูโต อาการวิเสโส กายวิญฺญตฺติ นามาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อภิกฺกมาทิ…เป… กายวิญฺญตฺตี’’ติ.

กสฺส ปน อาการวิกาโรติ? สามตฺถิยโต วาโยธาตุอธิกานํ จิตฺตชมหาภูตานํ. กึ ตํ สามตฺถิยํ? จิตฺตชตา, อุปาทายรูปตา จ. อถ วา วาโยธาตุยา อาการวิกาโร สหช…เป… ปจฺจโยติ สมฺพนฺธิตพฺพํ. ยทิ เอวํ วิญฺญตฺติยา อุปาทายรูปภาโว น ยุชฺชติ. น หิ อุปาทายรูปํ เอกภูตสนฺนิสฺสยํ อตฺถิ. ‘‘จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทายรูป’’นฺติ หิ วุตฺตํ, นายํ โทโส จตุนฺนํ วิกาโร จตูสุ เอกสฺสาปิ โหติ จตุสาธารณธนํ วิย. วาโยธาตุอธิกตาย จ กลาปสฺส ‘‘วาโยธาตุยา’’ติ วจนํ น วิรุชฺฌติ. เอวํ อธิกตา จ สามตฺถิยโต, น ปมาณโต. อญฺญถา หิ อวินิพฺโภควุตฺติตา น ยุชฺเชยฺย. วาโยธาตุยา เอวาติ เกจิ. เตสํ มเตน วิญฺญตฺติยา อุปาทายรูปตา ทุรุปปาทา. น หิ เอกสฺส วิกาโร จตุนฺนํ โหติ. สา ปนายํ หตฺถจลนาทีสุ ผนฺทมานวณฺณคฺคหณานนฺตรมวิญฺญายมานนฺตเรน มโนทฺวารชวเนน คยฺหติ. ผนฺทมานวณฺณวินิมุตฺโต โกจิ วิกาโร อตฺถิ. ตสฺส จ ตคฺคหณานนฺตรํ คหณํ โหตีติ กถเมตํ วิญฺญายตีติ อธิปฺปายคฺคหณโต. น หิ วิญฺญตฺติวิการรหิเตสุ รุกฺขจลนาทีสุ ‘‘อิทเมส กาเรติ มญฺเญ’’ติ อธิปฺปายคฺคหณํ ทิฏฺฐํ, หตฺถจลนาทีสุ ปน ทิฏฺฐํ. ตสฺมา ผนฺทมานวณฺณวินิมุตฺโต โกจิ วิกาโร อตฺถิ อธิปฺปายสฺส ญาปโกติ วิญฺญายติ. ญาปโก จ เหตุ ญาเปตพฺพมตฺถํ สยํ คหิโต เอว ญาเปติ, น วิชฺชมานตามตฺเตนาติ วณฺณคฺคหณานนฺตรํ วิการคฺคหณมฺปิ อนุมานโต วิญฺญายติ. ตถา หิ วทนฺติ –

‘‘วิสยตฺตมนาปนฺนา, สทฺทา เนวตฺถโพธกา;

น สตฺตามตฺตโต อตฺเถ, เต อญฺญาตา ปกาสกา’’ติ.

ยทิ วิการคฺคหณเมว การณํ อธิปฺปายคฺคหณสฺส, กสฺมา อคฺคหิตสงฺเกตานํ อธิปฺปายคฺคหณํ น โหตีติ? น เกวลํ วิการคฺคหณเมว อธิปฺปายคฺคหณสฺส การณํ, อถ โข ปุริมสิทฺธสมฺพนฺธคฺคหณญฺจ อิมสฺส อุปนิสฺสโยติ ทฏฺฐพฺพํ. ถมฺภนสนฺธารณจลนานิ วิญฺญตฺติวิการสหิตาย วาโยธาตุยา โหนฺตีติ วุตฺตํ. กึ สพฺพาว วาโยธาตู สพฺพานิ ตานิ กโรนฺตีติ? นยิทเมวํ. สตฺตมชวนสมฺภูตา หิ วาโยธาตุ ปุริมชวนสมฺภูตา วาโยธาตุโย อุปถมฺภกปจฺจเย ลภิตฺวา เทสนฺตรุปฺปตฺติเหตุภาเวน จลยติ จิตฺตชรูปํ, น อิตรา. อิตรา ปน สนฺถมฺภนสนฺธารณมตฺตํ กโรนฺติโย ตสฺสา อุปการาย โหนฺติ. เทสนฺตรุปฺปตฺติ เอว จลนนฺติ นิมิตฺเต จ กตฺตุภาโว สมาโรปิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. อญฺญถา ธมฺมานํ อพฺยาปารตา, ขณิกตา จ น สิยา. สตฺตหิ ยุเคหิ อากฑฺฒิตพฺพสกฏเมตฺถ อฏฺฐกถายํ นิทสฺสิตํ. จิตฺตชรูเป ปน จลนฺเต ตํสมฺพนฺธตาย อุตุกมฺมาหารชรูปมฺปิ จลติ นทีโสเต ปกฺขิตฺตสุกฺขโคมยปิณฺฑํ วิย ผนฺทมานวณฺณคฺคหณานนฺตรํ วิญฺญตฺติคฺคหณสฺส วุตฺตตฺตา. กึ จลนกรา เอว วาโยธาตุ วิญฺญตฺติวิการสหิตาติ? นยิทเมวํ, ตถา จลยิตุมสกฺกุณนฺติโยปิ ถมฺภนสนฺธารณมตฺตกรา ปฐมชวนาทิสมฺภูตาปิ วาโยธาตุโย วิญฺญตฺติวิการสหิตา เอวาติ คเหตพฺพํ. เยน ทิสาภาเคนายํ อภิกฺกมาทึ ปวตฺเตตุกาโม, ตทภิมุขวิการสพฺภาวโต. อธิปฺปายสหภาวี หิ วิกาโร วิญฺญตฺติ. เอวญฺจ กตฺวา มโนทฺวาราวชฺชนสฺสาปิ วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกวจนํ สุฏฺฐุ ยุชฺชติ. ยถาวุตฺตวิการคฺคหณมุเขน ตํสมงฺคิโน อธิปฺปาโย วิญฺญายตีติ วุตฺตํ ‘‘อธิปฺปายปฺปกาสนรสา’’ติ.

กายวิปฺผนฺทนสฺส เหตุภูตาย วาโยธาตุยา วิการภาวโต ปริยาเยน วิญฺญตฺติ กายวิปฺผนฺทนเหตุภาวปจฺจุปฏฺฐานา วุตฺตา. จิตฺตสมุฏฺฐานวาโยธาตุปทฏฺฐานาติ จ วาโยธาตุยา กิจฺจาธิกตาย วุตฺตํ. กายวิปฺผนฺทเนน อธิปฺปายวิญฺญาปนเหตุตฺตาติ กายวิปฺผนฺทเนน กรณภูเตน อธิปฺปายสฺส วิญฺญาปนเหตุภาวโต กายวิญฺญตฺตีติ วุจฺจตีติ สมฺพนฺโธ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – วิญฺญาเปตีติ วิญฺญตฺติ. กึ วิญฺญาเปติ? อธิปฺปายํ. เกน? กาเยน. กีทิเสน? วิปฺผนฺทมาเนนาติ. ทุติยนเย ปน ยถาวุตฺเตน กาเยน วิญฺญายตีติ กายวิญฺญตฺติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

อตฺถาวโพธนสมตฺโถ วจีวิเสโส วจีเภโท. เตน วายุวนปฺปตินทีโฆสาทึ นิวตฺเตติ. ตสฺส ปวตฺตกํ จิตฺตํ สมุฏฺฐานํ ยสฺสา สา วจีเภทปฺปวตฺตกจิตฺตสมุฏฺฐานา, ปถวีธาตุ. ตสฺสา ยํ อุปาทินฺนสงฺขาตสฺส อกฺขรุปฺปตฺติฏฺฐานสฺส ฆฏฺฏนสญฺญิตํ กิจฺจํ, ตสฺส สหการีการณภูโต อาการวิเสโส วจีวิญฺญตฺติ นามาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วจีเภ…เป… วจีวิญฺญตฺตี’’ติ.

อิทานิ ‘‘กสฺส ปน อาการวิกาโร’’ติอาทิ กายวิญฺญตฺติยํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อยํ ปน วิเสโส – ยถา ตตฺถ ‘‘ผนฺทมานวณฺณคฺคหณานนฺตร’’นฺติ วุตฺตํ, เอวมิธ ‘‘สุยฺยมานสทฺทสวนานนฺตร’’นฺติ โยเชตพฺพํ. อิธ จ ถมฺภนาทีนํ อภาวโต ‘‘สตฺตมชวนสมฺภูตา’’ติอาทินโย น ลพฺภติ. ฆฏฺฏเนน หิ สทฺธึ สทฺโท อุปฺปชฺชติ. ฆฏฺฏนญฺจ ปฐมชวนาทีสุปิ ลพฺภเตว. ฆฏฺฏนํ ปจฺจยวเสน ภูตกลาปานํ อญฺญมญฺญํ อาสนฺนตรุปฺปาโท. จลนํ เอกสฺสาปิ เทสนฺตรุปฺปาทปรมฺปรตาติ อยเมเตสํ วิเสโส. ยถา จ วาโยธาตุยา จลนํ กิจฺจํ, เอวํ ปถวีธาตุยา ฆฏฺฏนํ. เตเนวาห ‘‘ปถวีธาตุยา อุปาทินฺนฆฏฺฏนสฺส ปจฺจโย’’ติ. เสสํ วุตฺตนยเมว. ยถา หีติอาทิ กายวจีวิญฺญตฺตีนํ อนุมานวเสน คเหตพฺพภาววิภาวนํ. ยถา หิ อุสฺสาเปตฺวา พทฺธโคสีสาทิรูปานิ ทิสฺวา ตทนนฺตรปฺปวตฺตาย อวิญฺญายมานนฺตราย มโนทฺวารวีถิยา โคสีสาทีนํ อุทกสหจาริปฺปการสญฺญาณาการํ คเหตฺวา อุทกคฺคหณํ โหติ, เอวํ วิปฺผนฺทมานสมุจฺจาริยมานวณฺณสทฺเท คเหตฺวา ตทนนฺตรปวตฺตาย อวิญฺญายมานนฺตราย มโนทฺวารวีถิยา ปุริมสิทฺธสมฺพนฺธคหณูปนิสฺสยสหิตาย สาธิปฺปายวิการคฺคหณํ โหติ.

๔๔๒. รูปานิ ปริจฺฉินฺทติ, สยํ วา เตหิ ปริจฺฉิชฺชติ, รูปานํ วา ปริจฺเฉทมตฺตํ รูปปริจฺเฉโท, ตํ ลกฺขณํ เอติสฺสาติ รูปปริจฺเฉทลกฺขณา. อยํ หิ อากาสธาตุ ตํ ตํ รูปกลาปํ ปริจฺฉินฺทนฺตี วิย โหติ. เตนาห ‘‘รูปปริยนฺตปฺปกาสนรสา’’ติ. อตฺถโต ปน ยสฺมา รูปานํ ปริจฺเฉทมตฺตํ หุตฺวา คยฺหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘รูปมริยาทปจฺจุปฏฺฐานา’’ติ. ยสฺมึ กลาเป ภูตานํ ปริจฺเฉโท, เตเหว อสมฺผุฏฺฐภาวปจฺจุปฏฺฐานา. วิชฺชมาเนปิ หิ กลาปนฺตรภูตานํ กลาปนฺตรภูเตหิ สมฺผุฏฺฐภาเว ตํตํภูตวิวิตฺตตา รูปปริยนฺโต อากาโสติ เยสํ โส ปริจฺเฉโท, เตหิ โส อสมฺผุฏฺโฐว. อญฺญถา ปริจฺฉินฺนตา น สิยา เตสํ ภูตานํ พฺยาปิภาวาปตฺติโต. อพฺยาปิตา หิ อสมฺผุฏฺฐตา. เตนาห ภควา ‘‘อสมฺผุฏฺฐํ จตูหิ มหาภูเตหี’’ติ (ธ. ส. ๖๓๗, ๗๒๔). กณฺณจฺฉิทฺทมุขวิวราทิวเสน จ ฉิทฺทวิวรภาวปจฺจุปฏฺฐานา วา. เยสํ รูปานํ ปริจฺเฉโท, ตตฺเถว เตสํ ปริจฺเฉทภาเวน ลพฺภตีติ วุตฺตํ ‘‘ปริจฺฉินฺนรูปปทฏฺฐานา’’ติ. ‘‘ยาย ปริจฺฉินฺเนสู’’ติอาทินา อากาสธาตุยา ตํตํกลาปานํ กลาปนฺตเรหิ อสงฺกรการณตํ ทสฺเสติ.

๔๔๓. อทนฺธตาติ อครุตา. วิโนทนํ วิกฺขิปนํ, อปนยนนฺติ อตฺโถ. อถทฺธตาติ อกถินตา. อตฺตโน มุทุภาเวเนว สพฺพกิริยาสุ อวิโรธิตา. มุทุ หิ กตฺถจิ น วิรุชฺฌติ. ตีสุปิ ฐาเนสุ ปฏิปกฺเข อ-กาโร ทนฺธตาทิเหตูนํ ปฏิปกฺขสมุฏฺฐานตฺตา ลหุตาทีนนฺติ เกจิ. อปเร ปน ‘‘สตฺตาปฏิเสเธ’’ติ วทนฺติ. สรีเรน กตฺตพฺพกิริยานํ อนุกูลตาสงฺขาตกมฺมญฺญภาโว ลกฺขณํ เอติสฺสาติ สรีรกิริยานุกูลกมฺมญฺญภาวลกฺขณา. อกมฺมญฺญํ ทุพฺพลํ นาม โหตีติ กมฺมญฺญตา อทุพฺพลภาวปจฺจุปฏฺฐานา วุตฺตา.

ลหุตาทีนํ อญฺญมญฺญาวิชหเนน ทุวิญฺเญยฺยนานตฺตตา วุตฺตาติ ตํตํวิการาธิกรูเปหิ ตํนานตฺตปฺปกาสนตฺถํ ‘‘เอวํ สนฺเตปี’’ติ วุตฺตํ. ธาตุกฺโขโภ วาตปิตฺตเสมฺหปโกโป, รสาทิธาตูนํ วา วิการาวตฺถา. ทฺวิธา วุตฺโตปิ อตฺถโต ปถวีธาตุอาทีนํ ธาตูนํเยว วิกาโรติ ทฏฺฐพฺโพ. ปฏิปกฺขปจฺจยา สปฺปายอุตุอาหาราวิกฺขิตฺตจิตฺตตา. เต จ ตํตํวิการสฺส วิเสสปจฺจยภาวโต วุตฺตา, อวิเสเสน ปน สพฺเพ สพฺเพสํ ปจฺจยา. ยโต เนสํ อญฺญมญฺญาวิชหนํ, อิทฺธิวฬญฺชนาทีสุ วิย วสวตฺตนํ มทฺทวปฺปกาโร. สุปริมทฺทิตจมฺมสุธนฺตสุวณฺณคหณญฺเจตฺถ มุทุกมฺมญฺญสทิสรูปนิทสฺสนมตฺตํ, น ตํ อิธ อธิปฺเปตํ มุทุตากมฺมญฺญตาสพฺภาวโต. น หิ อนินฺทฺริยพทฺธรูปสนฺตาเน ลหุตาทีนิ สมฺภวนฺติ, อินฺทฺริยพทฺเธปิ รูปภเว น สนฺติ ทนฺธตฺตกราทิธาตุกฺโขภาภาวโต. สติ หิ ตาทิเส ธาตุกฺโขเภ ตปฺปฏิปกฺขปจฺจยสมุฏฺฐานาหิ ลหุตาทีหิ ภวิตพฺพนฺติ เกจิ, ตํ อการณํ. น หิ วูปสเมตพฺพปจฺจนีกาเปกฺโข ตพฺพิโรธิธมฺมสมุปฺปาโท, ตถา สติ สเหตุกกิริยจิตฺตุปฺปาเทสุ กายลหุตาทีนํ อภาโวว สิยา. กสฺมา ปน กมฺมชรูเปสุ ลหุตาทโย น โหนฺตีติ? ปจฺจุปฺปนฺนปจฺจยาเปกฺขตฺตา. อญฺญถา สพฺพทาภาวีหิ ลหุตาทีหิ ภวิตพฺพํ สิยาติ.

๔๔๔. อาทิ จโย, อีสํ วา จโยติ อาจโย, ยถาปจฺจยํ ตโต ตโต อาคตสฺส วิย จโยติ วา อาจโย, ตทุภยํ เอกชฺฌํ คเหตฺวา อาจโย ลกฺขณํ เอตสฺสาติ อาจยลกฺขโณ. รูปสฺส อุปจโย ปฐมุปฺปาโท, วฑฺฒิ จ ‘‘อุปญฺญตฺตํ อุปสิตฺต’’นฺติอาทีสุ วิย อุป-สทฺทสฺส ปฐมูปริอตฺถสฺส นิทสฺสนโต. ปุพฺพนฺตโตติ ปุพฺพโกฏฺฐาสโต, อนาคตภาวโตติ อตฺโถ. อุปฺปชฺชมาเน รูปธมฺเม อุปฺปาโท อนาคตกฺขณโต อุมฺมุชฺชาเปนฺโต วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อุมฺมุชฺชาปนรโส’’ติ. ตถา โส ‘‘อิเม รูปธมฺมา’’ติ นิยฺยาเตนฺโต วิย คยฺหตีติ อาห ‘‘นิยฺยาตนปจฺจุปฏฺฐาโน’’ติ. ปริปุณฺณภาวปจฺจุปฏฺฐานตา ‘‘อุปริจโย อุปจโย’’ติ อิมสฺส อตฺถสฺส วเสน เวทิตพฺพา. ปวตฺติลกฺขณาติ รูปานํ ปวตฺตนนฺติ ลกฺขิตพฺพา. อนุปฺปพนฺธนรสาติ ปุพฺพาปรวเสน อนุ อนุ ปพนฺธนกิจฺจา. ตโต เอว อนุปจฺเฉทวเสน คเหตพฺพโต อนุปจฺเฉทปจฺจุปฏฺฐานา.

อุภยมฺปีติ อุปจโย สนฺตตีติ อุภยมฺปิ. ชาติรูปสฺเสวาติ รูปุปฺปาทสฺเสว อธิวจนํ. ยทิ เอวํ กสฺมา วิภชฺช วุตฺตาติ อาห ‘‘อาการนานตฺตโต’’ติ, ชาติรูปสฺส ปวตฺติอาการเภทโตติ อตฺโถ. เวเนยฺยวเสน วิภชฺชกถเน การณํ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ. กถํ ปเนตํ วิญฺญาตพฺพํ, ปวตฺติอาการนานตฺตโต ชาติรูปสฺส เภโท, น สภาวโตติ? นิทฺเทสโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ โย อายตนานนฺติ โย อฑฺเฒกาทสนฺนํ รูปายตนานํ อาทิจยตฺตา ‘‘อาจโย’’ติ วุตฺโต. โส เอว อุปจโย ปฐมุปฺปาทภาวโต อุป-สทฺโท ปฐมตฺโถติ กตฺวา. โย ปน ตตฺเถว อุปฺปชฺชมานานํ อุปริ จยตฺตา อุปจโย, สา เอว สนฺตติ อนุปพนฺธวเสน อุปฺปตฺติภาวโต. อถ วา โย อายตนานํ อาจโย ปฐมภาเวน อุปลกฺขิโต อุปฺปาโท, โส ปน ตตฺเถว อุปฺปชฺชมานานํ อุปริ จยตฺตา อุปจโย, วฑฺฒีติ อตฺโถ. อุปจโย วฑฺฒิภาเวน อุปลกฺขิโต อุปฺปาโท, สา เอว สนฺตติ ปพนฺธากาเรน อุปฺปตฺติภาวโต. เตนาห ‘‘อฏฺฐกถายมฺปี’’ติอาทิ.

ตตฺถ เอวํ กึ กถิตนฺติ ‘‘โย อายตนานํ อาจโย’’ติอาทินา (ธ. ส. ๖๔๑) นิทฺเทเสน กึ อตฺถชาตํ กถิตํ โหติ? อายตเนน อาจโย กถิโต. อาจยุปจยสนฺตติโย หิ นิพฺพตฺติภาเวน อาจโย เอวาติ อายตเนหิ อาจยาทีนํ ปกาสิตตฺตา เตหิ อาจโย กถิโต. อายตนานํ อาจยาทิวจเนเนว อาจยสภาวานิ อุปฺปาทธมฺมานิ อายตนานีติ อาจเยน ตํปกติกํ อายตนํ กถิตํ. ลกฺขณญฺหิ อุปฺปาโท, น รูปรูปนฺติ.

รูปปริปาโก รูปธมฺมานํ ชิณฺณตา. อุปนยนรสาติ ภงฺคุปนยนกิจฺจา. สภาวานปคเมปีติ กกฺขฬตาทิสภาวสฺส อวิคเมปิ. ฐิติกฺขเณ หิ ชรา, น จ ตทา ธมฺโม สภาวํ วิชหติ นาม. นวภาโว อุปฺปาทาวตฺถา, ตสฺส อปคมภาเวน คยฺหตีติ อาห ‘‘นวภาวาปคมปจฺจุปฏฺฐานา’’ติ. ‘‘อรูปธมฺมาน’’นฺติ อิทํ เตสํ ชราย สุฏฺฐุ ปฏิจฺฉนฺนตาย วุตฺตํ. รูปธมฺมานมฺปิ หิ ขณิกชรา ปฏิจฺฉนฺนา เอว, ยา อวีจิชราติปิ วุจฺจติ. เอส วิกาโรติ ขณฺฑิจฺจาทิวิการมาห. โส หิ อรูปธมฺเมสุ น ลพฺภติ. ยา อวีจิชรา นาม, ตสฺสาปิ เอส วิกาโร นตฺถีติ สมฺพนฺธิตพฺพํ. นตฺถิ เอติสฺสา ชราย วีจีติ อวีจิชรา, นวภาวโต ทุวิญฺเญยฺยนฺตรชราติ อตฺโถ.

ปริโต สพฺพโส ‘‘ภิชฺชน’’นฺติ ลกฺขิตพฺพาติ ปริเภทลกฺขณา. นิจฺจํ นาม ธุวํ, รูปํ ปน ขณภงฺคิตาย เยน ภงฺเคน น นิจฺจนฺติ อนิจฺจํ, โส อนิจฺจสฺส ภาโวติ อนิจฺจตา. สา ปน ยสฺมา ฐิติปฺปตฺตํ รูปํ วินาสภาเวน สํสีทนฺตี วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘สํสีทนรสา’’ติ. ยสฺมา จ สา รูปธมฺมานํ ภงฺคภาวโต ขยวยากาเรเนว คยฺหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ขยวยปจฺจุปฏฺฐานา’’ติ.

๔๔๕. โอชาลกฺขโณติ เอตฺถ องฺคมงฺคานุสาริโน รสสฺส สาโร อุปถมฺภพลกโร ภูตนิสฺสิโต เอโก วิเสโส โอชา. กพฬํ กรียตีติ กพฬีกาโร. อาหรียตีติ อาหาโร, กพฬํ กตฺวา อชฺโฌหรียตีติ อตฺโถ. อิทํ ปน สวตฺถุกํ โอชํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. พาหิรํ อาหารํ ปจฺจยํ ลภิตฺวา เอว อชฺฌตฺติกาหาโร รูปํ อุปฺปาเทติ, โส ปน รูปํ อาหรตีติ อาหาโร. เตนาห ‘‘รูปาหรณรโส’’ติ. ตโต เอว โอชฏฺฐมกรูปุปฺปาทเนน อิมสฺส กายสฺส อุปถมฺภนปจฺจุปฏฺฐาโน. โอชาย รูปาหรณกิจฺจํ พาหิราธีนนฺติ อาห ‘‘อาหริตพฺพวตฺถุปทฏฺฐาโน’’ติ.

๔๔๖. พลรูปนฺติอาทีสุ อิมสฺมึ กาเย พลํ นาม อตฺถิ, สมฺภโว นาม อตฺถิ, โรโค นาม อตฺถิ, ‘‘ชาติ สญฺชาตี’’ติ (วิภ. ๑๙๑) วจนโต ชาติ นาม อตฺถิ, เตหิปิ จตูหิ มหาภูเตหิ วินา อภาวโต อุปาทายรูเปหิ ภวิตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. เอกจฺจานนฺติ อภยคิริวาสีนํ. ปฏิกฺขิตฺตนฺติ เอตฺถ เอวํ ปฏิกฺเขโป เวทิตพฺโพ – มิทฺธํ รูปเมว น โหติ นีวรเณสุ เทสิตตฺตา. ยสฺส หิ นีวรเณสุ เทสนา, ตํ น รูปํ ยถา กามจฺฉนฺโท. สิยา ปเนตํ ทุวิธํ มิทฺธํ รูปํ, อรูปญฺจาติ. ตตฺถ ยํ อรูปํ, ตํ นีวรเณสุ เทสิตํ ‘‘น รูป’’นฺติ? ตํ น, วิเสสวจนาภาวโต. น หิ วิเสเสตฺวา มิทฺธํ นีวรเณสุ เทสิตํ, ตสฺมา มิทฺธสฺส ทุวิธตํ ปริกปฺเปตฺวาปิ น สกฺกา นีวรณภาวํ นิวตฺเตตุํ. สกฺกา หิ วตฺตุํ ‘‘ยํ ตํ อรูปโต อญฺญํ มิทฺธํ ปริกปฺปิตํ, ตมฺปิ นีวรณํ มิทฺธสภาวตฺตา อิตรํ มิทฺธํ วิยา’’ติ.

ภวตุ นีวรณํ, โก วิโรโธติ เจ? นีวรณญฺจ ปหาตพฺพํ. ปญฺจ นีวรเณ ปหาย ‘‘อทฺธา มุนีสิ สมฺพุทฺโธ, นตฺถิ นีวรณา ตวา’’ติ (สุ. นิ. ๕๔๖) วจนโต. อปฺปหาตพฺพญฺจ รูปํ ‘‘กตเม ธมฺมา เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพา? จตูสุ ภูมีสุ กุสลํ, จตูสุ ภูมีสุ วิปาโก, ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ, รูปญฺจ นิพฺพานญฺจ. อิเม ธมฺมา เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพา’’ติ (ธ. ส. ๑๔๐๗) วจนโต. น เจตฺถ ตทารมฺมณกิเลสปฺปหานํ อธิปฺเปตํ ‘‘รูปํ, ภิกฺขเว, น ตุมฺหากํ, ตํ ปชหถา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๓๔) วิย กามจฺฉนฺทาทีนํ ตถา ปหานสฺส อนธิปฺเปตตฺตา. ตสฺมา น มิทฺธํ รูปํ. ยทิ มิทฺธสฺส รูปภาวํ น สมฺปฏิจฺฉถ, กถํ ภควโต นิทฺทา. มิทฺธญฺหิ ‘‘นิทฺทาปจลายิกา’’ติอาทินา วิภงฺเค วิภตฺตตฺตา นิทฺทาติ? น มิทฺธํ นิทฺทา, นิทฺทาเหตุภาวโต ปน ตํ ‘‘นิทฺทา’’ติ วิภตฺตํ ยถา อิตฺถิลิงฺคาทิ. เอวมฺปิ นิทฺทาเหตุโน มิทฺธสฺส อภาวโต กถํ ภควโต นิทฺทาติ? นิทฺทา ภควโต สรีรคิลานิยา, น มิทฺเธน. สา จ นตฺถีติ น สกฺกา วตฺตุํ ‘‘ปิฏฺฐิ เม อาคิลายติ, ตมหํ อายมิสฺสามี’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๒) วจนโต. น เจตฺถ เอวมวธารณํ มิทฺธเมว นิทฺทาเหตูติ, นิทฺทาเหตุ เอว มิทฺธนฺติ เอวมวธารณา. ตสฺมา อญฺโญปิ อตฺถิ นิทฺทาเหตุ, โก ปน โสติ? สรีรคิลานิยา. เตน วุตฺตํ ‘‘นิทฺทา ภควโต สรีรคิลานิยา, น มิทฺเธนา’’ติ.

นิทฺทา จ ภควโต นตฺถีติ น สกฺกา วตฺตุํ ‘‘อภิชานามิ โข ปนาหํ อคฺคิเวสฺสน…เป… ทิวา สุปิตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๘๗) วจนโต. อิโตปิ น มิทฺธํ รูปํ สมฺปโยควจนโต. วุตฺตญฺหิ ‘‘ถินมิทฺธนีวรณํ อวิชฺชานีวรเณน นีวรณญฺเจว นีวรณสมฺปยุตฺตญฺจา’’ติอาทิ (ธ. ส. ๑๑๗๖). น เจตฺถ ยถาลาภภวนํ? สกฺกา ปจฺเจตุํ ‘‘สกฺขรกถลิกมฺปิ มจฺฉคุมฺพมฺปิ จรนฺตมฺปิ ติฏฺฐนฺตมฺปี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๒๔๙) วิย อปฺปสิทฺธตาย รูปภาวสฺส. สิทฺเธ หิ ตสฺส รูปภาเว สมฺภวโต ยถาลาภปจฺจโย ยุชฺเชยฺยาติ. อิโตปิ น รูปํ มิทฺธํ อารุปฺเปสุ อุปฺปชฺชนโต. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘นีวรณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นีวรโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา’’ติ (ปฏฺฐา. ๓.๘.๘) อิมสฺส วิภงฺเค ‘‘อารุปฺเป กามจฺฉนฺทนีวรณํ ปฏิจฺจ ถินมิทฺธนีวรณํ อุทฺธจฺจนีวรณํ อวิชฺชานีวรณํ อุปฺปชฺชตี’’ติ วิตฺถาโร. ตสฺมา ‘‘น มิทฺธํ รูป’’นฺติ ยํ อฏฺฐกถาสุ ปฏิกฺขิตฺตํ, ตํ สุปฏิกฺขิตฺตเมว.

อิตเรสูติ พลรูปาทีสุ. กมฺมสมุฏฺฐานสฺสาปิ โรคสฺส วิสภาคปจฺจยสมุปฺปนฺโน ธาตุกฺโขโภ อาสนฺนการณํ, ปเคว อิตรสฺส. โส จ อตฺถโต รูปธมฺมานํ วิการาวตฺถาฐิติภงฺคกฺขเณสุ เอว สิยาติ วุตฺตํ ‘‘โรครูปํ ชรตาอนิจฺจตาคหเณน คหิตเมวา’’ติ. อุปจยสนฺตติคหเณน คหิตเมวาติ ตพฺพินิมุตฺตสฺส รูปุปฺปาทสฺส อภาวโต. อุปาทาวตฺถาย จ อญฺญา ชาติ นาม นตฺเถว. สมฺภโว กามธาตุยํ เอกจฺจิยสตฺตานํ อินฺทฺริยปริปากปจฺจโย อาโปธาตุยา ปวตฺติอาการวิเสโสติ อาห ‘‘สมฺภวรูปํ อาโปธาตุคฺคหเณน คหิตเมวา’’ติ. กายพลํ นาม อตฺถโต วาโยธาตุยา ปวตฺติอาการวิเสโส ตสฺสา วิปฺผารภาวโต. ยโต นํ ‘‘ปาณพล’’นฺติ วทนฺติ, เตนาห ‘‘พลรูปํ วาโยธาตุคฺคหเณน คหิตเมวา’’ติ. กสฺมา ปน เนสํ อยถากฺกมโต ปฏิกฺเขโป กโตติ? วิสุํ นตฺถีติ กตฺวา อนุปลพฺภมานตฺตา อนาทรทสฺสนตฺถํ, มิทฺธปฏิกฺเขโป วา มหาปโญฺหติ ปฐมํ กโต. ตทนุสาเรน ปฏิโลมนเยน อิตเรสมฺปิ อภาโว วุตฺโตติ เวทิตพฺพํ.

‘‘อิตี’’ติ อิทํ ‘‘อฏฺฐวีสติวิธ’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺธิตพฺพํ, อิมินา วุตฺตกฺกเมน อฏฺฐวีสติวิธํ โหตีติ. โส จ โข ปาฬิยํ อาคตนเยเนวาติ อนูนตา เวทิตพฺพา. อนธิกภาโว ปน ทสฺสิโต เอว.

๔๔๗. สมฺปยุตฺตธมฺมราสิ หิโนติ เอเตน ปติฏฺฐหตีหิ เหตุ, มูลฏฺเฐน โลภาทิโก, อโลภาทิโก จ, ตาทิโส เหตุ น โหตีติ นเหตุ. นาสฺส เหตุ อตฺถีติ อเหตุกํ, สเหตุกปฏิโยคิภาวโต เหตุนา สห น อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. อเหตุกเมว เหตุนา วิปฺปยุตฺตตาย เหตุวิปฺปยุตฺตํ. ธมฺมนานตฺตาภาเวปิ หิ สทฺทตฺถนานตฺเตน เวเนยฺยวเสน ทุกนฺตรเทสนา โหตีติ ทุกปทวเสน เจตํ วุตฺตํ. ปจฺจยาธีนวุตฺติตาย สห ปจฺจเยนาติ สปฺปจฺจยํ. อตฺตโน ปจฺจเยหิ โลเก นิยุตฺตํ, วิทิตนฺติ วา โลกิยํ. อา ภวคฺคํ, อา โคตฺรภุํ วา สวนฺตีติ อาสวา, สห อาสเวหีติ สาสวํ, อาสเวหิ อาลมฺพิตพฺพนฺติ อตฺโถ. อาทิสทฺเทน สํโยชนียํ โอฆนียํ โยคนียํ นีวรณียํ สํกิเลสิกํ ปรามฏฺฐํ อเจตสิกํ จิตฺตวิปฺปยุตฺตํ นรูปาวจรํ นอรูปาวจรํ นอปริยาปนฺนํ อนิยตํ อนิยฺยานิกํ อนิจฺจนฺติ เอวมาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.

อาหิโต อหํ มาโน เอตฺถาติ อตฺตา, อตฺตภาโว. ตํ อตฺตานํ อธิกิจฺจ อุทฺทิสฺส ปวตฺตา อชฺฌตฺตา, อินฺทฺริยพทฺธธมฺมา, เตสุ ภวํ อชฺฌตฺติกํ, จกฺขาทิ. อฏฺฐกถายํ ปน วุตฺตนเยน อชฺฌตฺตเมว อชฺฌตฺติกํ ยถา เวนยิโกติ (อ. นิ. ๘.๑๑; ปารา. ๘) อิมมตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อตฺตภาวํ อธิกิจฺจ ปวตฺตตฺตา อชฺฌตฺติก’’นฺติ. เสสํ เตวีสติวิธํ. ‘‘ตโต พาหิรตฺตา’’ติ อิทํ อชฺฌตฺติกลกฺขณาภาวโต วุตฺตํ. ฆฏฺฏนวเสนาติ วิสยี, วิสโย จ หุตฺวา สงฺฆฏฺฏนวเสน. เสสํ โสฬสวิธํ. วิปรีตตฺตาติ ฆฏฺฏนวเสน อคเหตพฺพโต. ทุปฺปฏิวิชฺฌสภาวตฺตาติ สุขุมภาเวน ทุวิญฺเญยฺยสภาวตฺตา. ญาณสฺส อาสนฺเน น โหตีติ ทูเร. เตรส หทยวตฺถุปริโยสานานิ. สภาเวเนวาติ ‘‘รูปสฺส ปริจฺเฉโท, รูปสฺส วิกาโร, รูปสฺส อุปจโย’’ติอาทินา อคฺคเหตฺวา อตฺตโน สภาเวเนว กกฺขฬตฺตาทินา ญาเณน ปริจฺฉิชฺช คเหตพฺพโต. เสสํ ทสวิธํ. ตพฺพิปรีตตายาติ สภาเวน อปริคฺคหิตพฺพโต. โสตาทีนมฺปิ จกฺขุโน วิย ปสนฺนสภาวตฺตา เอว ยถาสกํ วิสยคฺคหณปจฺจยตาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘จกฺขาทิ…เป… ปสาทรูป’’นฺติ. วิปรีตตฺตาติ ตพฺพิธุรสภาวตฺตา. อธิปติยฏฺเฐนาติ เอตฺถ จกฺขาทีนํ ตาว ปญฺจนฺนํ จกฺขุวิญฺญาณาทีสุ อาธิปเตยฺยํ เตสํ ปฏุมนฺทภาวานุวตฺตนโต, อิตฺถิปุริสินฺทฺริยทฺวยสฺส สกิจฺเจ ชีวิตินฺทฺริยสฺส สหชรูปานุปาลเน. ตทุภยํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. อุปาทินฺนตฺตาติ คหิตตฺตา. กมฺมนิพฺพตฺตญฺหิ ‘‘มเมตํ ผลํ’’นฺติ กมฺมุนา คหิตํ วิย โหติ อปฏิกฺเขปโต.

๔๔๘. สนิทสฺสนกมฺมชาทีนํ ติกานนฺติ สนิทสฺสนตฺติกสฺส, กมฺมชาทิตฺติกานญฺจ. โอฬาริเกติ ทฺวาทสวิเธ โอฬาริกรูเป. รูปนฺติ รูปายตนํ. ทฏฺฐพฺพภาวสงฺขาเตน สห นิทสฺสเนนาติ สนิทสฺสนํ, ปฏิหนนภาวสงฺขาเตน สห ปฏิเฆนาติ สปฺปฏิฆํ, สนิทสฺสนญฺจ ตํ สปฺปฏิฆญฺจาติ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ. ตตฺถ ยสฺส ทฏฺฐพฺพภาโว อตฺถิ, ตํ สนิทสฺสนํ. จกฺขุวิญฺญาณโคจรภาโวว ทฏฺฐพฺพภาโว. ตสฺส รูปายตนโต อนญฺญตฺเตปิ อญฺเญหิ ธมฺเมหิ รูปายตนํ วิเสเสตุํ อญฺญํ วิย กตฺวา วุตฺตํ ‘‘สห นิทสฺสเนน สนิทสฺสน’’นฺติ. ธมฺมภาวสามญฺเญน หิ เอกีภูเตสุ ธมฺเมสุ โย นานตฺตกโร วิเสโส, โส อญฺโญ วิย กตฺวา อุปจริตุํ ยุตฺโต. เอวํ หิ อตฺถวิเสสาวโพโธ โหตีติ. โย สยํ, นิสฺสยวเสน จ สมฺปตฺตานํ, อสมฺปตฺตานญฺจ ปฏิมุขภาโว อญฺญมญฺญํ ปตนํ, โส ปฏิหนนภาโว, เยน พฺยาปาราทิวิการปจฺจยนฺตรสหิเตสุ จกฺขาทีนํ วิสเยสุ วิการุปฺปตฺติ. เสสํ เอกาทสวิธํ โอฬาริกรูปํ. ตญฺหิ สนิทสฺสนตฺตาภาวโต อนิทสฺสนํ, วุตฺตนเยเนว สปฺปฏิฆํ. อุภยปฏิกฺเขเปน อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ. กมฺมโต ชาตนฺติ เอตฺถ ยํ เอกนฺตกมฺมสมุฏฺฐานํ อฏฺฐินฺทฺริยานิ, หทยญฺจาติ นววิธํ รูปํ, ยญฺจ นววิเธ จตุสมุฏฺฐาเน กมฺมสมุฏฺฐานํ นววิธเมว รูปนฺติ เอวํ อฏฺฐารสวิธมฺปิ กมฺมโต อุปฺปชฺชนโต กมฺมชํ. ยญฺหิ ชาตญฺจ ยญฺจ ชายติ ยญฺจ ชายิสฺสติ, ตํ สพฺพมฺปิ ‘‘กมฺมช’’นฺติ วุจฺจติ ยถา ทุทฺธนฺติ. ตทญฺญปจฺจยชาตนฺติ กมฺมโต อญฺญปจฺจยโต ชาตํ อุตุจิตฺตาหารชํ. นกุโตจิชาตนฺติ ลกฺขณรูปมาห. วิญฺญตฺติทฺวยํ, สทฺโท, อากาสธาตุ, ลหุตาทิตฺตยํ จิตฺตสมุฏฺฐานานิ อวินิพฺโภครูปานีติ เอตํ ปญฺจทสวิธํ รูปํ จิตฺตชํ. อากาสธาตุ, ลหุตาทิตฺตยํ, อาหารสมุฏฺฐานานิ อวินิพฺโภครูปานีติ เอตํ ทฺวาทสวิธํ รูปํ อาหารชํ. เอตฺถ สทฺทํ ปกฺขิปิตฺวา เตรสวิธํ รูปํ อุตุโต สมุฏฺฐิตํ อุตุชํ. เสสํ กมฺมชติเก วุตฺตนยานุสาเรเนว เวทิตพฺพํ.

๔๔๙. ทิฏฺฐาทิจตุกฺกวเสน, รูปรูปาทิจตุกฺกวเสน, วตฺถาทิจตุกฺกวเสนาติ ปาเฏกฺกํ จตุกฺกสทฺโท โยเชตพฺโพ. ยํ รูปายตนํ อทกฺขิ ยํ ปสฺสติ ยํ ทกฺขิสฺสติ ยํ ปสฺเสยฺย, ตํ สพฺพํ ทิฏฺฐํ นาม ทิฏฺฐสภาวานาติวตฺตนโต ยถา ทุทฺธนฺติ. เอส นโย เสเสสุปิ. ทสฺสนวิสยตฺตาติ จกฺขุวิญฺญาณวิญฺเญยฺยตฺตา. สวนวิสยตฺตาติ โสตวิญฺญาณวิญฺเญยฺยตฺตา. คนฺธรสโผฏฺฐพฺพตฺตยนฺติ คนฺโธ รโส โผฏฺฐพฺพนฺติ เอตํ ตยํ. มุตํ นาม มุตฺวา ปตฺวา คเหตพฺพโต. เตนาห ‘‘สมฺปตฺตคฺคาหกอินฺทฺริยวิสยตฺตา’’ติ.

กิมิทํ โผฏฺฐพฺพํ นามาติ? ปถวีเตโชวาโยธาตุตฺตยํ. กสฺมา ปเนตฺถ อาโปธาตุ อคฺคหิตา, นนุ สีตตา ผุสิตฺวา คยฺหติ, สา จ อาโปธาตูติ? สจฺจํ คยฺหติ, น ปน สา อาโปธาตุ. กิญฺจรหีติ? เตโชธาตุ เอว. มนฺเท หิ อุณฺหภาเว สีตพุทฺธิ. น หิ สีตํ นาม โกจิ คุโณ อตฺถิ, เกวลํ ปน อุณฺหภาวสฺส มนฺทตาย สีตตาภิมาโน. กถเมตํ วิญฺญาตพฺพนฺติ เจ? อนวฏฺฐิตตฺตา สีตพุทฺธิยา ยถา ปาราปาเร. ตถา หิ ฆมฺมกาเล อาตเป ฐิตานํ ฉายํ ปวิฏฺฐานํ สีตพุทฺธิ โหติ, ตตฺเถว ปน ปถวีคพฺภโต อุฏฺฐิตานํ อุณฺหพุทฺธิ. ยทิ หิ สีตตา อาโปธาตุ สิยา, เอกสฺมึ กลาเป อุณฺหภาเวน สทฺธึ อุปลพฺเภยฺย, น จ อุปลพฺภติ. ตสฺมา วิญฺญายติ น อาโปธาตุ สีตตาติ. อิทญฺจ ภูตานํ อวินิพฺโภควุตฺติตํ อิจฺฉนฺตานํ อุตฺตรํ, อนิจฺฉนฺตานมฺปิ ปน จตุนฺนํ ภูตานํ เอกสฺมึ กลาเป กิจฺจทสฺสเนน สภาควุตฺติตาย สาธิตาย อุตฺตรเมว. เย ปน ‘‘วาโยธาตุยา ลกฺขณํ สีตตา’’ติ วทนฺติ, เตสมฺปิ อิทเมว อุตฺตรํ. ยทิ หิ วาโยธาตุ สีตตา สิยา, เอกสฺมึ กลาเป อุณฺหภาเวน สทฺธึ สีตตา อุปลพฺเภยฺย, น จ อุปลพฺภติ. ตสฺมา วิญฺญายติ น วาโยธาตุ สีตตาติ. เยสํ ปน ทฺรวตา อาโปธาตุ, สา จ ผุสิตฺวา คยฺหตีติ ทสฺสนํ. เต วตฺตพฺพา ‘‘ทฺรวภาโวปิ ผุสียตีติ อายสฺมนฺตานํ อธิมานมตฺตํ สณฺฐานํ วิยา’’ติ. วุตฺตเญฺหตํ ปุราตเนหิ –

‘‘ทฺรวตา สหวุตฺตีนิ, ตีณิ ภูตานิ สมฺผุสํ;

‘ทฺรวตํ สมฺผุสามี’ติ, โลโกยมภิมญฺญติ.

‘‘ผุสํ ภูตานิ สณฺฐานํ, มนสา คณฺหเต ยถา;

‘ปจฺจกฺขโต ผุสามี’ติ, ญาตพฺพา ทฺรวตา ตถา’’ติ.

เสสนฺติ ยถาวุตฺตํ รูปาทิสตฺตวิธํ รูปํ ฐเปตฺวา อวสิฏฺฐํ เอกวีสติวิธํ รูปํ. วิญฺญาณสฺเสวาติ มโนวิญฺญาณสฺเสว. อวธารเณน รูปายตนาทีนมฺปิ มโนวิญฺญาณวิญฺเญยฺยตฺเต นิยมาภาวโต น วิญฺญาตรูปตาติ สงฺกราภาวํ ทสฺเสติ.

นิปฺผนฺนรูปํ ปเนตฺถ รูปรูปํ นามาติ ยเทตฺถ อฏฺฐวีสติวิเธ รูเป ‘‘นิปฺผนฺน’’นฺติ วุตฺตํ รูปํ, ตเทว รูปลกฺขณโยคโต รูปํ. รุปฺปนํ รูปํ, ตํ เอตสฺส อตฺถีติ ยถา อริสโสติ, รูปคุณโยคโต วา ยถา นีลคุณโยคโต นีลํ วตฺถนฺติ. สฺวายํ รูปสทฺโท รุฬฺหิยา อตํสภาเวปิ ปวตฺตตีติ อปเรน รูปสทฺเทน วิเสเสตฺวา วุตฺตํ ‘‘รูปรูป’’นฺติ ยถา ติลเตลํ, ทุกฺขทุกฺขนฺติ (วิสุทฺธิ. ๒.๕๓๙) จ, รุปฺปนสภาวํ รูปนฺติ อตฺโถ. ยทิ เอวํ, อากาสธาตุอาทีนํ กถํ รูปภาโวติ? นิปฺผนฺนรูปสฺส ปริจฺเฉทวิการลกฺขณภาวโต ตคฺคติกเมวาติ ‘‘รูป’’นฺเตฺวว วุจฺจติ.

วสนฺติ เอตฺถ จิตฺตเจตสิกา ปวตฺตนฺตีติ วตฺถุ, จิตฺตตํสมฺปยุตฺตานํ อาธารภูตํ รูปํ. ตํ ปน ฉพฺพิธํ. ตตฺถ หทยรูปํ วตฺถุ เอว มโนธาตุมโนวิญฺญาณธาตูนํ นิสฺสยภาวโต. น ทฺวารํ อญฺญนิสฺสยานํ จกฺขาทิ วิย. ยถา หิ จกฺขาทีนิ สมฺปฏิจฺฉนาทีนํ ปวตฺติยา ทฺวารํ โหนฺติ, น เอวํ หทยวตฺถุ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยํ ปเนตฺถ หทยรูปํ นาม, ตํ วตฺถุ, น ทฺวาร’’นฺติ. วิญฺญตฺติทฺวยํ ทฺวารํ กมฺมทฺวารภาวโต. ตนฺนิสฺสิตสฺส จิตฺตุปฺปาทสฺส อภาวโต น วตฺถุ. ปสาทรูปํ วตฺถุ เจว อตฺตสนฺนิสฺสิตสฺส จกฺขุวิญฺญาณาทิกสฺส, ทฺวารญฺจ อญฺญนิสฺสิตสฺส สมฺปฏิจฺฉนาทิกสฺส. เสสํ เอกวีสติวิธํ รูปํ วุตฺตวิปริยายโต เนว วตฺถุ น จ ทฺวารํ.

๔๕๐. เอกโต เอว ชาตํ เอกชํ. นนุ จ เอกโต เอว ปจฺจยโต ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส อุปฺปตฺติ นตฺถีติ? สจฺจํ นตฺถิ, รูปชนกปจฺจเยสุ เอกโตติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. น หิ รูปุปฺปตฺติ รูปชนกโต อญฺญํ ปจฺจยํ อเปกฺขติ. ทฺวิชนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อิเมสนฺติ อิเมสํ ปเภทานํ วเสน. กมฺมชเมวาติ กมฺมโต เอว ชาตํ. จิตฺตชเมวาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. จิตฺตโต จ อุตุโต จ ชาตนฺติ กาเลน จิตฺตโต, กาเลน อุตุโตติ เอวํ จิตฺตโต จ อุตุโต จ ชาตํ ทฏฺฐพฺพํ. ตํ ทฺวิชํ ทฺวีหิ ชาตนฺติ. ปรโต ทฺวีสุปิ เอเสว นโย. สทฺทายตนเมวาติ เอตฺถ ยํ จิตฺตชํ สทฺทายตนํ, ตํ สวิญฺญตฺติกเมวาติ เอเก. อวิญฺญตฺติโกปิ อตฺถิ วิตกฺกวิปฺผารสทฺโทติ โปราณา.

วิตกฺกวิปฺผารสทฺโท น โสตวิญฺเญยฺโยติ หิ เอวํ ปวตฺตมหาอฏฺฐกถาวาทํ นิสฺสาย จิตฺตสมุฏฺฐานสฺส สทฺทสฺส วิญฺญตฺติยา วินาปิ อุปฺปตฺติ อิจฺฉิตพฺพา. น หิ วิญฺญตฺติ ‘‘กายวาจาย วิญฺญตฺตี’’ติ วจนโต อโสตวิญฺเญยฺเยน สทฺเทน สห อุปฺปชฺชติ, เอวํ สนฺเต จิตฺตเชนาปิ สทฺทนวเกน ภวิตพฺพํ. โส จ วาโท ‘‘สทฺโท จ โหติ, น โสตวิญฺเญยฺโย จา’’ติ วิรุทฺธเมเวตนฺติ มญฺญมาเนหิ สงฺคหกาเรหิ ปฏิกฺขิตฺโต. อปเร ปน มหาอฏฺฐกถาวาทํ อปฺปฏิกฺขิปิตฺวา ตสฺส อธิปฺปายํ วณฺเณนฺติ. กถํ? ‘‘ชิวฺหาตาลุจลนาทิกํ วิตกฺกสมุฏฺฐิตํ วิญฺญตฺติสหชเมว สุขุมสทฺทํ ทิพฺพโสเตน สุตฺวา อาทิสตี’’ติ สุตฺเต, ปฏฺฐาเน จ โอฬาริกํ สทฺทํ สนฺธาย โสตวิญฺญาณสฺส อารมฺมณปจฺจยภาโว วุตฺโตติ อิมินา อธิปฺปาเยน วิตกฺกวิปฺผารสทฺทสฺส อโสตวิญฺเญยฺยตา วุตฺตาติ. ตํ จตุชํ. อวเสสนฺติ อวินิพฺโภครูเปน สทฺธึ อากาสธาตุมาห.

ลกฺขณรูปํ ปน นกุโตจิชาตนฺติ กุโตจิปิ ปจฺจยโต น ชาตํ, นาปิ สยเมว ชาตํ ปจฺจเยหิ วินา สยเมว ชาตสฺส สพฺเพน สพฺพํ อภาวโต. กถํ ปเนตํ วิญฺญาตพฺพํ ลกฺขณรูปํ น ชายตีติ? ลกฺขณาภาวโต. อุปฺปตฺติมนฺตานํ หิ รูปายตนาทีนํ ชาติอาทีนิ ลกฺขณานิ วิชฺชนฺติ, น เอวํ ชาติอาทีนํ. ตสฺมา วิญฺญาตพฺพเมตํ ชาติอาทีนิ น ชายนฺตีติ. สิยา ปเนตํ ‘‘ชาติอาทีนํ ชาติอาทีนิ ลกฺขณานิ วิชฺชนฺตี’’ติ? ตํ น, กสฺมา? ตถา สติ อนวฏฺฐานาปตฺติโต. ยทิ หิ ชาติอาทีนิ ชาติอาทิมนฺตานิ สิยุํ, ตานิปิ ชาติอาทิมนฺตานิ, ตานิปิ ชาติอาทิมนฺตานีติ อนวฏฺฐานเมว อาปชฺชติ. ตสฺมา สุฏฺฐุ วุตฺตํ ‘‘ชาติอาทีนิ น ชายนฺตี’’ติ. เตนาห ‘‘น หิ อุปฺปาทสฺส อุปฺปาโท อตฺถิ, อุปฺปนฺนสฺส จ ปริปากเภทมตฺตํ อิตรทฺวย’’นฺติ, ชรามรณนฺติ อตฺโถ.

ตตฺถ ‘‘อุปฺปาโท นตฺถี’’ติ เอเตน อุปฺปาทสฺส ชรามรณาภาวมาห. อสติ อุปฺปาเท กุโต ชรามรณนฺติ มตฺตคฺคหเณน ชรามรณสฺส อุปฺปาทาภาวมฺปิ. ยทิ เอวํ ชาติยา กุโตจิ ชาตตาวจนํ กถนฺติ อาห ‘‘ยมฺปี’’ติอาทิ. ตตฺถ กิจฺจานุภาวกฺขเณ ทิฏฺฐตฺตาติ เย เต จิตฺตาทโย รูปายตนาทีนํ รูปานํ ชนกปจฺจยา, เตสํ ตทุปฺปาทนํ ปติ อนุปรตพฺยาปารานํ โย โส ปจฺจยภาวูปลกฺขณีโย กิจฺจานุภาวกฺขโณ, ตทา ชายมานานํ รูปายตนาทีนํ ธมฺมานํ วิการภาเวน อุปลพฺภมานตํ สนฺธาย เวเนยฺยปุคฺคลวเสน ชาติยา กุโตจิ ปจฺจยโต ชาตตฺตํ ปาฬิยํ อนุญฺญาตํ ยถา ตํ จิตฺตสมุฏฺฐานตาทิ วิญฺญตฺติอาทีนํ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – เยหิ ปจฺจยธมฺเมหิ รูปาทโย อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตสํ ปจฺจยภาวูปคมนกฺขเณ อุปลพฺภมานา รูปาทโย ตโต ปุเร, ปจฺฉา จ อนุปลพฺภมานา ตโต อุปฺปชฺชนฺตีติ วิญฺญายนฺติ, เอวํ ชาติปิ เวทิตพฺพา. ยทิ เอวํ นิปฺปริยายโต ชาติยา กุโตจิ ชาตตา สิทฺธา, อถ กสฺมา เวเนยฺยปุคฺคลวเสนาติ วุตฺตนฺติ? นยิทเมวํ ชายมานธมฺมวิการภาเวน อุปลพฺภมานตฺตา. ยทิ หิ ธมฺโม วิย อุปลพฺเภยฺย ชาติ, นิปฺปริยาโยว ตสฺสา กุโตจิ ชาตภาโว, น เอวมุปลพฺภติ, อถ โข วิการภาเวน. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เวเนยฺยปุคฺคลวเสนา’’ติ.

ตทา กิร โสตูนํ เอวํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ‘‘อยํ ชาติ สพฺเพสํ ธมฺมานํ ปภโว, สยญฺจ น กุโตจิ ชายติ ยถา ตํ ปกติวาทีนํ ปกตี’’ติ, ตํ เนสํ มิจฺฉาคาหํ วิธเมนฺโต สตฺถา ‘‘อุปจโย สนฺตตี’’ติ ทฺวิธา ภินฺทิตฺวา กุโตจิ ปจฺจยโต ชาตญฺจ กตฺวา เทเสสิ, น ปน ชรามรณํ ปจฺจยธมฺมานํ กิจฺจานุภาวกฺขเณ อทสฺสนโต. ยทิ เอวํ กถํ ‘‘ชรามรณํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺน’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๒๐) วุตฺตํ? ยสฺมา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนานํ ธมฺมานํ ปริปากภงฺคตาย เตสุ สนฺเตสุ โหนฺติ, น อสนฺเตสุ. น หิ อชาตํ ปริปจฺจติ, ภิชฺชติ วา, ตสฺมา ตํ ชาติปจฺจยตํ สนฺธาย ‘‘ชรามรณํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺน’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๒๐) ปริยาเยน สุตฺเตสุ วุตฺตํ. โย ปเนตฺถ กามภวาทีสุ กมฺมาทินา ปจฺจเยน โยนิวิภาคโต ปฏิสนฺธิยํ, ปวตฺติยญฺจ รูปธมฺมานํ ปวตฺติเภโท วตฺตพฺโพ, โส ปรโต ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถายํ อาวิ ภวิสฺสตีติ น วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ.

อิติ รูปกฺขนฺเธ วิตฺถารกถามุขวณฺณนา.

วิญฺญาณกฺขนฺธกถาวณฺณนา

๔๕๑. ยํ กิญฺจีติ อนวเสสปริยาทานทีปเกน ปททฺวเยน เวทยิตสฺส พหุเภทตํ ทสฺเสนฺโต วุจฺจมานํ ราสฏฺฐํ อุลฺลิงฺเคติ. เวทยิตํ อารมฺมณรสานุภวนํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ เวทยิตลกฺขณํ. สพฺพํ ตํ ธมฺมชาตนฺติ อธิปฺปาโย, ปุพฺเพ วา รูปกฺขนฺธกถายํ วุตฺตํ อธิการโต อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เอกโต กตฺวาติ อตีตาทิเภทภินฺนํ สพฺพํ ตํ พุทฺธิยา เอกโต กตฺวา. เอวญฺหิ ราสฏฺฐสฺส สมฺภโว. นีลาทิเภทสฺส อารมฺมณสฺส สญฺชานนํ, ‘‘นีลํ ปีตํ ทีฆํ รสฺส’’นฺติ (ธ. ส. ๖๑๕) จ อาทินา สญฺญุปฺปาทวเสน ชานนํ คหณํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ สญฺชานนลกฺขณํ. อภิสงฺขรณํ อายูหนํ พฺยาปาราปตฺติ, อภิสนฺทหนํ วา, อุภยถาปิ เจตนาปธานตาย สงฺขารกฺขนฺธสฺส เอวํ วุตฺตํ ‘‘อภิสงฺขรณลกฺขณ’’นฺติ. ตถา หิ สุตฺตนฺตภาชนีเย สงฺขารกฺขนฺธํ วิภชนฺเตน ภควตา ‘‘จกฺขุสมฺผสฺสชา เจตนา’’ติอาทินา (วิภ. ๒๑) เจตนาว วิภตฺตา. มินิตพฺพวตฺถุํ นาฬิยา มินมาโน ปุริโส วิย เยน สญฺชานนาการวิสิฏฺเฐน อากาเรน วิสยํ คณฺหาติ, ตํ อารมฺมณูปลทฺธิสงฺขาตํ วิชานนํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ วิชานนลกฺขณํ. อิตเร เวทนากฺขนฺธาทโย สุวิญฺเญยฺยา โหนฺตีติ วิญฺญาเณน เอกุปฺปาทาทิภาวโต, สมานชาติอาทิวิภาคโต จ.

อตฺตนา ‘‘วิชานนลกฺขณ’’นฺติ วุตฺตมตฺถํ สุตฺเตน สมตฺเถตุํ ‘‘ยํ กิญฺจี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยถาปจฺจยํ ปวตฺติมตฺตเมตํ, ยทิทํ สภาวธมฺโมติ ทสฺเสตุํ ‘‘วิชานนลกฺขณ’’นฺติ ภาวสาธนวเสน วุตฺตํ. ธมฺมสภาวา วินิมุตฺโต โกจิ กตฺตา นาม นตฺถีติ ตสฺเสว กตฺตุภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิชานาตี’’ติ วุตฺตํ. ยํ วิชานนฏฺเฐน วิญฺญาณํ, ตเทว จินฺตนาทิอตฺเถน จิตฺตํ, มนนฏฺเฐน มโนติ ปริยายโตปิ นํ โพเธติ. เอตฺตาวตา จ ขนฺธโต, เภทโต, ปริยายโต จ วิญฺญาณํ วิภาวิตํ โหติ.

ชายนฺติ เอตฺถ วิสทิสาปิ สทิสาการาติ ชาติ, สมานากาโร. สา ปนายํ ชาติ กามํ อเนกวิธา นานปฺปการา, ตํ อิธาธิปฺเปตเมว ปน ทสฺเสนฺโต ‘‘กุสลํ, อกุสลํ, อพฺยากตญฺจา’’ติ อาห. ตตฺถ กุสลฏฺเฐน กุสลํ. โกยํ กุสลฏฺโฐ นาม? อาโรคฺยฏฺโฐ อนวชฺชฏฺโฐ สุขวิปากฏฺโฐ. อาโรคฺยฏฺเฐนาปิ หิ กุสลํ วุจฺจติ ‘‘กจฺจิ นุ โภโต กุสล’’นฺติอาทีสุ (ชา. ๑.๑๕.๑๔๖; ๒.๒๐.๑๒๙). อนวชฺชฏฺเฐนาปิ ‘‘กตโม ปน, ภนฺเต, กุสโล กายสมาจาโร? โย โข, มหาราช, อนวชฺโช กายสมาจาโร’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๓๖๑). สุขวิปากฏฺเฐนาปิ ‘‘กุสลานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ สมาทานเหตู’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๘๐). กุสลจิตฺตญฺหิ ราคาทีนํ เจตสิกโรคานํ อวชฺชสภาวานํ ปฏิปกฺขภาวโต, สุขวิปากวิปจฺจนโต จ อโรคํ, อนวชฺชํ, สุขวิปากญฺจาติ.

สทฺทตฺถโต ปน กุจฺฉิเต ปาปธมฺเม สลยติ จลยติ กมฺเมติ วิทฺธํเสตีติ กุสลํ. กุจฺฉิเตน วา อากาเรน สยนฺตีติ กุสา, ปาปธมฺมา, เต กุเส ลุนาติ ฉินฺทตีติ กุสลํ. กุจฺฉิตานํ วา สานโต ตนุกรณโต ญาณํ กุสํ นาม, เตน ลาตพฺพํ คเหตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ กุสลํ. ยถา วา กุโส อุภยภาคคตํ หตฺถปเทสํ ลุนาติ, เอวมิทํ อุปฺปนฺนานุปฺปนฺนวเสน อุภยภาคคตํ สํกิเลสปกฺขํ ลุนาติ ฉินฺทติ, ตสฺมา กุโส วิย ลุนาตีติ กุสลํ. กุจฺฉิตานํ วา สาวชฺชธมฺมานํ สลนโต สํวรณโต กุสลํ. กุสลธมฺมวเสน หิ อกุสลา ปวตฺตินิวารเณน, อปฺปวตฺติภาวาปาทเนน จ มนจฺฉฏฺเฐสุ ทฺวาเรสุ อปฺปวตฺติยา สํวุตา ปิหิตา โหนฺติ. กุจฺฉิเต วา ปาปธมฺเม สลยติ กมฺเปติ อปเนตีติ กุสลํ. กุจฺฉิตานํ วา ปาณาติปาตาทีนํ ปาปธมฺมานํ สานโต นิสานโต เตชนโต กุสา, โทสโลภาทโย. โทสาทีนญฺหิ วเสน เจตนาย ติกฺขภาวปฺปตฺติยา ปาณาติปาตาทีนํ มหาสาวชฺชตา, เต กุเส ลุนาติ ฉินฺทตีติ กุสลํ. กุจฺฉิตานํ วา สานโต อนฺตกรณโต วินาสนโต กุสานิ, ปุญฺญกิริยวเสน ปวตฺตานิ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ, เตหิ ลาตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ กุสลํ. ‘‘กุ’’ อิติ วา ภูมิ วุจฺจติ, อธิฏฺฐานภาเวน ตํสทิสสฺส อตฺตโน นิสฺสยภูตสฺส รูปารูปปฺปพนฺธสฺส สมฺปติ, อายติญฺจ อนุทหเนน วินาสนโต กุํ สิยนฺตีติ กุสา, ราคาทโย, เต วิย อตฺตโน นิสฺสยสฺส ลวนโต ฉินฺทนโต กุสลํ. ปโยคสมฺปาทิตา หิ กุสลธมฺมา อจฺจนฺตเมว รูปารูปธมฺเม อปฺปวตฺติกรเณน สมุจฺฉินฺทนฺตีติ.

น กุสลนฺติ อกุสลํ, กุสลปฏิปกฺขนฺติ อตฺโถ. น กุสลนฺติ หิ กุสลปฏิกฺเขเปน อกุสลปทสฺส อวยวเภเทน อตฺเถ วุจฺจมาเน ยถา ยํ ธมฺมชาตํ น อโรคํ, น อนวชฺชํ, น สุขวิปากํ, น จ โกสลฺลสมฺภูตํ, ตํ อกุสลนฺติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต โหติ, เอวํ ยํ น กุจฺฉิตานํ สลนสภาวํ, น กุสานํ ลวนสภาวํ, น กุเสน กุเสหิ วา ปวตฺเตตพฺพํ, น จ กุโส วิย ลวนกํ, ตํ อกุสลํ นามาติ อยมฺปิ อตฺโถ ทสฺสิโต โหติ. เอตฺถ จ ยสฺมา กุสลํ อกุสลสฺส อุชุวิปจฺจนีกภูตํ, ยโต เจตสิกโรคปฏิปกฺขาทิภาวโต อโรคาทิปริยาเยนปิ โพธิตํ, ตสฺมา อกุสลํ ปน กุสลสฺส อุชุวิปจฺจนีกภูตนฺติ วุตฺตํ ‘‘กุสลปฏิปกฺขนฺติ อตฺโถ’’ติ. ตํ ปน ยถากฺกมํ ปหายกปหาตพฺพภาเวเนวาติ ทฏฺฐพฺพํ.

น พฺยากตนฺติ อพฺยากตํ, กุสลากุสลภาเวน อกถิตนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ กุสลภาโว อนวชฺชสุขวิปากฏฺโฐ. อกุสลภาโว สาวชฺชทุกฺขวิปากฏฺโฐ, ตทุภยภาเวน อวุตฺตนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอเตเนว อโรคสโรคาทิภาเวน จ อวุตฺตตา วณฺณิตาติ ทฏฺฐพฺพา. เอตฺถ จ ‘‘กุสลํ อกุสล’’นฺติ จ วตฺวา ‘‘อพฺยากต’’นฺติ วุตฺตตฺตา กุสลากุสลภาเวเนว อวุตฺตตา วิญฺญายติ, น ปการนฺตเรน. อวุตฺตตา เจตฺถ น ตถา อวตฺตพฺพตามตฺเตน, อถ โข ตทุภยวินิมุตฺตสภาวตาย เตสํ ธมฺมานนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา เหตํ ‘‘อวิปากลกฺขณ’’นฺติ วุจฺจติ.

๔๕๒. ภูมิเภทโตติ ภวนฺติ เอตฺถ ธมฺมาติ ภูมิ, ฐานํ, อวตฺถา จ. อวตฺถาปิ หิ อวตฺถาวนฺตานํ ปวตฺติฏฺฐานํ วิย คยฺหติ, เอวํ เนสํ สุขคฺคหณํ โหตีติ. ตตฺถ โลกิยา ภูมิ ฐานวเสเนว เวทิตพฺพา, โลกุตฺตรา อวตฺถาวเสน. โลกิยา วา ฐานาวตฺถาวเสน, โลกุตฺตรา อวตฺถาวเสเนว. กามาวจรนฺติ เอตฺถ วตฺถุกาโม กิเลสกาโมติ เทฺว กามา. เตสุ วตฺถุกาโม วิเสสโต ปญฺจ กามคุณา กามียนฺตีติ, กิเลสกาโม ตณฺหา กาเมตีติ. เต เทฺวปิ สหิตา หุตฺวา ยตฺถ อวจรนฺติ, ตํ กามาวจรํ. กึ ปน ตนฺติ? เอกาทสวิโธ กามภโว. อิทํ เยภุยฺเยน ตตฺถ อวจรติ ปวตฺตตีติ กามาวจรํ เอกสฺส อวจรสทฺทสฺส โลปํ กตฺวา. เอวํ รูปารูปาวจรานิปิ เวทิตพฺพานิ รูปตณฺหา รูปํ, อรูปตณฺหา อรูปนฺติ กตฺวา. อถ วา กามตณฺหา กาโม อุตฺตรปทโลเปน, อวจรติ เอตฺถาติ อวจรํ, กามสฺส อวจรํ กามาวจรํ. เอวํ รูปาวจรารูปาวจรานิปิ เวทิตพฺพานิ. โลกโต อุตฺตรตีติ โลกุตฺตรํ กุสลสฺส อธิปฺเปตตฺตา. อิตรํ ปน โลกโต อุตฺติณฺณนฺติ โลกุตฺตรํ.

โสมนสฺสุเปกฺขาญาณสงฺขารเภทโตติ เอตฺถ โสมนสฺสุเปกฺขาเภโท ตาว ยุตฺโต เตสํ ภินฺนสภาวตฺตา, ญาณสงฺขารเภโท ปน กถนฺติ? นายํ โทโส ญาณสงฺขารกโต เภโทญาณสงฺขารเภโท, โส จ เตสํ ภาวาภาวกโตติ กตฺวา. โสภนํ มโน, สุนฺทรํ วา มโน เอตสฺสาติ สุมโน, สุมนสฺส ภาโว โสมนสฺสํ, มานสิกสุขา เวทนา รุฬฺหิยา, โสมนสฺเสน อุปฺปาทโต ปฏฺฐาย ยาว ภงฺคา สหคตํ ปวตฺตํ สํสฏฺฐํ, สมฺปยุตฺตนฺติ อตฺโถ. โสมนสฺสสหคตตา จสฺส อารมฺมณวเสน เวทิตพฺพา. อิฏฺฐารมฺมเณ หิ จิตฺตํ โสมนสฺสสหคตํ โหติ. นนุ จ อิฏฺฐารมฺมณํ โลภสฺส วตฺถุ, กถํ ตตฺถ กุสลํ โหตีติ? นยิทเมกนฺติกํ อิฏฺเฐปิ อาโภคาทิวเสน กุสลสฺส อุปฺปชฺชนโต. ยสฺส หิ จตุสมฺปตฺติจกฺกสมาโยคาทิวเสน โยนิโสว อาโภโค โหติ, กุสลเมว จ มยา กตฺตพฺพนฺติ กุสลกรเณ จิตฺตํ นิยมิตํ, อกุสลปฺปวตฺติโต จ นิวตฺเตตฺวา กุสลกรเณ เอว ปริณามิตํ, อภิณฺหกรณวเสน จ สมุทาจริตํ, ตสฺส อิฏฺเฐปิ อารมฺมเณ อโลภาทิสมฺปยุตฺตเมว จิตฺตํ โหติ, น โลภาทิสมฺปยุตฺตํ.

ญาเณน สมํ ปกาเรหิ ยุตฺตนฺติ ญาณสมฺปยุตฺตํ. เอกุปฺปาทาทโย เอว เจตฺถ ปการาติ เวทิตพฺพา. ตตฺถ กมฺมูปปตฺติอินฺทฺริยปริปากกิเลสทูรีภาวา ญาณสมฺปยุตฺตตาย การณํ. โย หิ ปเรสํ ธมฺมํ เทเสติ, อนวชฺชานิ สิปฺปายตนกมฺมายตนวิชฺชฏฺฐานานิ สิกฺขาเปตีติ เอวมาทิกํ ปญฺญาสํวตฺตนิยํ กโรติ, ตสฺส กมฺมูปนิสฺสยวเสน กุสลจิตฺตํ อุปฺปชฺชมานํ ญาณสมฺปยุตฺตํ โหติ. ตถา อพฺยาปชฺเช โลเก อุปฺปนฺนสฺส อุปปตฺตึ นิสฺสาย ญาณสมฺปยุตฺตํ โหติ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ตสฺส ตตฺถ สุขิโน ธมฺมปทา ปฺลวนฺติ, ทนฺโธ, ภิกฺขเว, สตุปฺปาโท, อถ โข โส สตฺโต ขิปฺปํเยว วิเสสภาคี (อ. นิ. ๔.๑๙๑) โหตี’’ติ. ตถา ปญฺญาทสกปตฺตสฺส อินฺทฺริยปริปากํ นิสฺสาย กุสลํ อุปฺปชฺชมานํ ญาณสมฺปยุตฺตํ โหติ. เยน ปน กิเลสา วิกฺขมฺภิตา, ตสฺส กิเลสทูรีภาวํ นิสฺสาย ญาณสมฺปยุตฺตํ โหติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘โยคา เว ชายเต ภูริ, อโยคา ภูริสงฺขโย’’ติ (ธ. ป. ๒๘๒). อตฺตโน วา ปรสฺส วา สมุสฺสาหชนิตํ จิตฺตปโยคสงฺขาตํ สงฺขรณํ สงฺขาโร, โส เอตสฺส นตฺถีติ อสงฺขารํ. เตน ปน สห สงฺขาเรน ปวตฺตตีติ สสงฺขารํ. ญาเณน วิปฺปยุตฺตํ วิรหิตนฺติ ญาณวิปฺปยุตฺตํ. วิปฺปโยโคติ เจตฺถ ญาณสฺส อภาโว อปฺปวตฺติเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. อุเปกฺขตีติ อุเปกฺขา, เวทยมานาปิ อารมฺมณํ อชฺฌุเปกฺขติ มชฺฌตฺตตาการสณฺฐิตตฺตาติ อตฺโถ. อถ วา อุเปตา สุขทุกฺขานํ อวิรุทฺธา อิกฺขา อนุภวนนฺติ อุเปกฺขา. อถ วา อิฏฺเฐ จ อนิฏฺเฐ จ อารมฺมเณ ปกฺขปาตาภาเวน อุปปตฺติโต ยุตฺติโต อิกฺขติ อนุภวตีติ อุเปกฺขา, ตาย สหคตนฺติ อุเปกฺขาสหคตํ. เสสํ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.

เอวํ อฏฺฐ กามาวจรกุสลจิตฺตานิ อุทฺทิสิตฺวา อิทานิ เตสํ ปวตฺติอาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยทา หี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ปฏิคฺคาหกาทิสมฺปตฺตินฺติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน เทสกาลกลฺยาณมิตฺตาทิสมฺปตฺตึ สงฺคณฺหาติ. อญฺญํ วา โสมนสฺสเหตุนฺติ เอตฺถ อญฺญคฺคหเณน สทฺธาพหุลตา, วิสุทฺธทิฏฺฐิตา, กุสลกิริยาย อานิสํสทสฺสาวิตา, โสมนสฺสปฏิสนฺธิกตา, เอกาทส ปีติสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานิยา ธมฺมาติ เอวมาทีนํ สงฺคโห. อาทินยปฺปวตฺตนฺติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน น เกวลํ ‘‘อตฺถิ ยิฏฺฐ’’นฺติอาทีนํ (ม. นิ. ๑.๔๔๑; ๒.๙๕) นวนฺนํเยว สมฺมาทิฏฺฐิวตฺถูนํ คหณํ, อถ โข ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานิยาทีนมฺปิ สงฺคโห เวทิตพฺโพ. ปุรกฺขตฺวาติ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา. ตญฺจ โข สหชาตปุพฺพงฺคมวเสน ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑-๒) วิย สมฺปโยคสฺส อธิปฺเปตตฺตา. อสํสีทนฺโตติ สิโลกมจฺฉริยาทิวเสน ปุญฺญกิริยายํ สํสีทํ สงฺโกจํ อนาปชฺชนฺโต, เตน มุตฺตจาคตาทึ ทสฺเสติ. อนุสฺสาหิโตติ เกนจิปิ น อุสฺสาหิโต. สรสโต หิ ปุญฺญปฏิปตฺติทสฺสนมิทํ. ปเรหีติ ปน ปากฏุสฺสาหนทสฺสนํ.

ทานาทีนีติ ทานํ สีลํ ยาว ทิฏฺฐิชุกมฺมนฺติ อิมานิ ทานาทีนิ ทส ปุญฺญานิ, ทานาทีนีติ วา ทานสีลภาวนามยานิ อิตเรสมฺปิ สตฺตนฺนํ เอตฺเถวนฺโตคธตฺตา. ยตฺถ สยํ อุปฺปชฺชนฺติ, ตํ สนฺตานํ ปุนนฺติ, ปุชฺชํ ภวผลํ นิพฺพตฺเตนฺตีติ วา ปุญฺญานิ. อสฺส ปุญฺญเจตนาสมงฺคิโน. อมุตฺตจาคตา เทยฺยธมฺเม สาเปกฺขจิตฺตตา. อาทิ-สทฺเทน สีลสมาทานาทีสุ อนธิมุตฺตตาทึ สงฺคณฺหาติ. ตเทวาติ โสมนสฺสสหคตาทินา สทิสตาย วุตฺตํ. สทิสมฺปิ หิ ‘‘ตเทวา’’ติ โวหรียติ ยถา ‘‘สา เอว ติตฺติรี, ตานิเยว โอสธานี’’ติ. อิมสฺมิญฺหิ อตฺเถติ ลีนสฺส จิตฺตสฺส อุสฺสาหนปโยคสงฺขาเต อตฺเถ. เอตนฺติ ‘‘สงฺขาโร’’ติ เอตํ ปทํ. ปุพฺพปโยคสฺสาติ ปุญฺญกิริยายํ สงฺโกเจ ชายมาเน ตโต วิเวเจตฺวา สมุสฺสาหนวเสน ปวตฺตสฺส จิตฺตปโยคสฺส, ปุพฺพคฺคหณญฺเจตฺถ ตถาปวตฺตปุพฺพาภิสงฺขารวเสน โส สงฺขาโร โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ, น ตสฺส สงฺขารสฺส ปุพฺพกาลิกตฺตา. ‘‘อตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิ (ม. นิ. ๑.๔๔๑; ๒.๙๕) นยปฺปวตฺตาย สมฺมาทิฏฺฐิยา อสมฺภวทสฺสนตฺถํ พาล-คฺคหณํ. สํสีทนุสฺสาหนาภาวทสฺสนตฺถํ สหสา-คหณํ. โสมนสฺสรหิตา โหนฺติ ปุญฺญํ กโรนฺตาติ อธิปฺปาโย. โสมนสฺสเหตูนํ อภาวํ อาคมฺมาติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. มชฺฌตฺตารมฺมณตถารูปเจโตสงฺขาราทโยปิ หิ อุเปกฺขาสหคตตาย การณํ โหนฺติเยวาติ.

เอวนฺติอาทิ นิคมนํ. ตยิทํ อฏฺฐวิธมฺปิ กามาวจรํ กุสลจิตฺตํ รูปารมฺมณํ ยาว ธมฺมารมฺมณนฺติ ฉสุ อารมฺมเณสุ ยํ วา ตํ วา อาลมฺพิตฺวา อุเปกฺขาสหคตาเหตุกกิริยามโนวิญฺญาณธาตานนฺตรํ กายทฺวาราทีหิ ตีหิ ทฺวาเรหิ กายกมฺมาทิวเสน อุปฺปชฺชตีติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ญาณสมฺปยุตฺตานิ จตฺตาริ ยทา ติเหตุกปฏิสนฺธึ อุปฺปาเทนฺติ, ตทา โสฬส วิปากจิตฺตานิ ผลนฺติ. ยทา ปน ทุเหตุกํ, ตทา ทฺวาทส ติเหตุกวชฺชานิ. อเหตุกํ ปน ปฏิสนฺธึ ติเหตุกานิ น อุปฺปาเทนฺเตว, ทุเหตุกานิ ปน ทุเหตุกปฏิสนฺธิทานกาเล ทฺวาทส, อเหตุกปฏิสนฺธึ ทานกาเล อฏฺฐ ผลนฺติ. ติเหตุกา ปน ปฏิสนฺธิ ทุเหตุเกหิ น โหติเยว. ‘‘อฏฺฐ ผลนฺตี’’ติ เจตํ ปฏิสนฺธึ ชนกกมฺมวเสน วุตฺตํ. อญฺเญน ปน กมฺมุนา ‘‘สเหตุกํ ภวงฺคํ อเหตุกสฺส ภวงฺคสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๓.๑.๑๐๒) วจนโต สเหตุกมฺปิ วิปากจิตฺตํ อเหตุกปฏิสนฺธิกสฺส โหติเยว. อิมสฺมึ จ ปกฺเข พลวตา ปจฺจเยน อุปฺปนฺนํ อสงฺขารํ, ทุพฺพเลน สสงฺขารนฺติ เวทิตพฺพํ. เย ปน อาคมนโต จ วิปากสฺส อสงฺขารสสงฺขารภาวํ อิจฺฉนฺติ, เตสํ มเตน ทฺวาทส, อฏฺฐ จ ผลนฺตีติ โยเชตพฺพํ. เอวํ ติธา ผลํ ททนฺตญฺเจตํ กามาวจรสุคติยํ อุปปตฺตึ, สุคติทุคฺคตีสุ โภคสมฺปทญฺจ กโรติ. นาคสุปณฺณาทีนมฺปิ หิ ยํ เทวโภคสมฺปตฺติสทิสํ โภคชาตํ อุปฺปชฺชติ, ตมฺปิ กามาวจรกุสลสฺเสว ผลํ. น หิ อกุสลสฺส อิฏฺฐํ ผลํ อตฺถีติ.

รูปาวจรํ ปนาติ ปน-สทฺโท วิเสสตฺถโชตโก. เตน ยถา กามาวจรํ กิเลสานํ ตทงฺคปฺปหานมตฺตกรํ, น เอวมิทํ, อิทํ ปน วิกฺขมฺภนปฺปหานกรํ. ยถา วา ตํ เวทนาญาณสงฺขารเภทโต อฏฺฐธา ภิชฺชติ, น เอวมิทํ, อิทํ ปน ตโต อญฺญถา วาติ วกฺขมานํ วิเสสํ โชเตติ. ตํ ปเนตํ สวตฺถุกํ, สาสวํ, วินีวรณญฺจ รูปาวจรนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘สวตฺถุกํ เอวา’’ติ หิ อิมินา อรูปาวจรํ นิวตฺเตติ, ‘‘สาสว’’นฺติ อิมินา ปฐมมคฺคจิตฺตํ, ‘‘วินีวรณ’’นฺติ อิมินา ปฏิฆสหิตทฺวยํ. กตฺถจิ ปญฺจ ฌานงฺคานิ, กตฺถจิ จตฺตาริ, กตฺถจิ ตีณิ, กตฺถจิ เทฺว, กตฺถจิ อปรานิ เทฺวติ เอวํ ฌานงฺคโยคเภทโต ปญฺจวิธนฺติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘เสยฺยถิท’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา ฌานกถายํ (วิสุทฺธิ. ๑.๗๙ อาทโย) วุตฺตเมว. ตยิทํ ภาวนามยเมว หุตฺวา วุตฺตนเยน ปถวีกสิณาทิกํ อาลมฺพิตฺวา ยถารหํ ญาณสมฺปยุตฺตกุสลานนฺตรํ อุปฺปชฺชติ, หีนาทิเภทภินฺนํ ปเนตํ ยถากฺกมํ พฺรหฺมปาริสชฺชาทีสุ โสฬสสุปิ พฺรหฺมโลเกสุ อุปปตฺตินิปฺผาทกนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

รูปสญฺญาสมติกฺกมาทินา สมธิคนฺตพฺพํ อรูปาวจรํ. จตุนฺนํ อรูปานนฺติ อุเปกฺขาสมาธิสงฺขาเตหิ จตูหิ อรูปชฺฌาเนหิ. กรเณ หิ เอตํ สามิวจนํ. อรูปานํ วา โย อารมฺมณาทิกโต สมฺปยุตฺตธมฺเมหิ โยโค โยคเภโท, ตสฺส วเสน. วุตฺตปฺปกาเรนาติ เหฏฺฐา อารุปฺปกถายํ (วิสุทฺธิ. ๑.๒๗๕ อาทโย) วุตฺตปฺปกาเรน. ปฐมนฺติ ปฐมํ อรูปาวจรกุสลจิตฺตํ. ทุติยตติยจตุตฺถานีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตานิมานิ ภาวนามยาเนว หุตฺวา ยถานุปุพฺพํ กสิณุคฺฆาฏิมากาสํ, ปฐมารุปฺปวิญฺญาณํ, นตฺถิภาวํ, อากิญฺจญฺญายตนนฺติ อิมานิ อาลมฺพิตฺวา อุเปกฺขาสหคตญาณสมฺปยุตฺตกุสลานนฺตรํ อุปฺปชฺชิตฺวา จตูสุ อรูปีพฺรหฺมโลเกสุ ปฏิสนฺธิปวตฺติวิปากทายีนิ. เสสํ ปเนตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. ฉวิสุทฺธิปรมฺปราย สมธิคนฺตพฺพํ โลกุตฺตรํ. ตตฺถ วตฺตพฺพํ ปรโต อาคมิสฺสติ. จตุมคฺคสมฺปโยคโตติ โสตาปตฺติมคฺโค ยาว อรหตฺตมคฺโคติ อิเมหิ จตูหิ อริยมคฺเคหิ สมฺปโยคโต. จตุพฺพิธมฺปิ เจตํ ภาวนามยเมว หุตฺวา นิพฺพานํ อาลมฺพิตฺวา สุญฺญโต วิโมกฺโข, อนิมิตฺโต วิโมกฺโข, อปฺปณิหิโต วิโมกฺโขติ นาเมน อุปฺปชฺชติ, สตฺตภวาทิภวูปปตฺตินิวตฺตกนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอกวีสติวิธํ โหติ นาติสงฺเขปวิตฺถารนเยนาติ อธิปฺปาโย.

๔๕๓. กามาวจรเมวาติ เอตฺถ นิกายนฺตริยา รูปารูปาวจรมฺปิ อกุสลํ อิจฺฉนฺตีติ เตสํ มตินิเสธนตฺถํ กามาวจรคฺคหณํ. มหคฺคตภูมิยํ อุปฺปชฺชนฺตมฺปิ ตตฺถ รูปธาตุยํ ปวตฺติวิปากํ เทนฺตมฺปิ เอกนฺเตน กามาวจรเมวาติ ทสฺสนตฺถํ อวธารณํ. ยทิ เอวํ, กสฺมา กามาวจรเมวาติ? ตตฺถ การณํ วุตฺตเมว. กถํ วุตฺตํ? ‘‘กามตณฺหา กาโม อุตฺตรปทโลปโต, อวจรติ เอตฺถาติ อวจรํ, กามสฺส อวจรํ กามาวจร’’นฺติ. เอตฺถ หิ กามตณฺหาวิสยตา ‘‘กามาวจรภาวสฺส การณํ’’ วุตฺตา ยถา รูปารูปตณฺหาวิสยตา ‘‘รูปารูปาวจรภาวสฺส’’. เอกํเสน เจตํ เอวํ อิจฺฉิตพฺพํ. อญฺญถา พฺยาปิลกฺขณํ น สิยา. ยทิ หิ อาลมฺพิตพฺพธมฺมวเสน ภูมิววตฺถานํ กเรยฺย, เอวํ สติ อนารมฺมณานํ สงฺคโห น สิยา. อถ วิปากทานวเสน, เอวมฺปิ อวิปากานํ สงฺคโห น สิยา. ตสฺมา อาลมฺพณธมฺมวเสน ปริยาปนฺนานํ สา กาตพฺพา, อปริยาปนฺนานํ ปน โลกโต อุตฺติณฺณตาย โลกุตฺตรตา, อุตฺตริตราภาวโต อนุตฺตรตา จ เวทิตพฺพา.

ปริยาปนฺนาติ จ ปริจฺเฉทการิกาย ตณฺหาย ปริจฺฉิชฺช อาปนฺนา, คหิตาติ อตฺโถ. นนุ เจตฺถ กามตณฺหา กตมา? กามาวจรธมฺมารมฺมณา ตณฺหา, กามาวจรธมฺมา กตเม? กามตณฺหาวิสยาติ อิตเรตรสนฺนิสฺสยตาโทโสติ? นยิทเมวํ อวีจิอาทิเอกอาทโสกาสนินฺนตาย กญฺจิ ตณฺหํ กามตณฺหาภาเวน คเหตฺวา ตํสภาวาย ตณฺหาย วิสยภาเวน กามาวจรธมฺมานํ อุปลกฺขิตพฺพตฺตา. นิกฺเขปกณฺเฑปิ (ธ. ส. ๙๘๕ อาทโย) ‘‘เอตฺถาวจรา’’ติ วจนํ อวีจิปรนิมฺมิตปริจฺฉินฺโนกาสาย กามตณฺหาย วิสยภาวํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. ตโทกาสตา จ ตณฺหาย ตนฺนินฺนตาย เวทิตพฺพา.

มูลโต ติวิธนฺติ ตีณิ อกุสลมูลานิ โลภาทีนิ, เตสํ วเสน ตํสหิตมฺปิ ติวิธนฺติ อตฺโถ. ตานิ หิ สุปฺปติฏฺฐิตภาวการณตฺตา มูลมิวาติ มูลานิ, โลโภ มูลํ เอตสฺสาติ โลภมูลํ. อสาธารเณน นิทฺเทโส ยถา เภริสทฺโท, ยวงฺกุโรติ. ตถา โทสมูลํ. โมโห เอว มูลํ อิมสฺส, นาญฺญนฺติ โมหมูลํ.

โสมนสฺสุเปกฺขาทิฏฺฐิคตสงฺขารเภทโตติ โสมนสฺสุเปกฺขาเภทโต ทิฏฺฐิคตเภทโต สงฺขารเภทโตติ ปจฺเจกํ เภทสทฺโท โยเชตพฺโพ. ยเทตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺตนฺติ ทิฏฺฐิเยว ทิฏฺฐิคตํ ‘‘คูถคตํ, มุตฺตคต’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๑๑๙; อ. นิ. ๙.๑๑) ยถา. อถ วา วิปริเยสคฺคาหตาย ทิฏฺฐิยา คตเมว, น เอตฺถ คนฺตพฺพวตฺถุ ตถา สภาวนฺติ ทิฏฺฐิคตํ. ตยิทํ ‘‘อิทเมว สจฺจํ, โมฆมญฺญ’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๑๘๗, ๒๐๒, ๒๐๓, ๔๒๗; ๓.๒๗-๒๙) อภินิเวสภาวโต โลเภเนว สทฺธึ ปวตฺตติ, น โทเสน.

ยทาหีติอาทิ โลภมูลจิตฺตานํ ปวตฺติอาการทสฺสนํ. มิจฺฉาทิฏฺฐินฺติ อุจฺเฉททิฏฺฐิอาทิมิจฺฉาทิฏฺฐึ. ตาย หิ วิปลฺลตฺถจิตฺตา สตฺตา ‘‘เอตาวโก ชีววิสโย ยาว อินฺทฺริยโคจโร’’ติ ปรโลกํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘นตฺถิ กาเมสุ อาทีนโว’’ติ ยถา ตถา กาเมสุ ปาตพฺยตํ อาปชฺชนฺติ. อาทิ-สทฺเทน ‘‘เอส ปนฺโถ ปเคว วิหิโต เทวยาเน, เยน ยนฺติ ปุตฺตวนฺโต วิโสกา. ตํ ปสฺสนฺติ ปสโว, ปกฺขิโน จ, เตน เต มาตริปิ มิถุนํ จรนฺตี’’ติอาทินา นเยน ปุตฺตมุขทสฺสนํ สคฺคโมกฺขมคฺโคติ เอวมาทิกํ มิจฺฉาทิฏฺฐึ สงฺคณฺหาติ.

กาเม วาติ เอตฺถ วา-สทฺโท อนิยมตฺโถ, เตน พฺราหฺมณานํ สุวณฺณหรณเมว อทินฺนาทาเน สาวชฺชํ, อิตรํ อนวชฺชํ. ครูนํ, คุนฺนํ, อตฺตโน, ชีวิตสฺส, วิวาหสฺส จ อตฺถาย มุสาวาโท อนวชฺโช, อิตโร สาวชฺโช. ครุอาทีนํ อตฺถาย เปสุญฺญหรณํ อนวชฺชํ, อิตรํ สาวชฺชํ. ภารตยุทฺธสีตาหรณาทิกถา ปาปวูปสมาย โหตีติ เอวมาทิเก มิจฺฉาคาเห สงฺคณฺหาติ. ทิฏฺฐมงฺคลาทีนีติ ทิฏฺฐสุตมุตมงฺคลานิ. สภาวติกฺเขนาติ โลภสฺส, มิจฺฉาภินิเวสสฺส วา วเสน สรเสเนว ติขิเณน กุรูเรน. มนฺเทนาติ ทนฺเธน อติขิเณน. ตาทิสํ ปน อตฺตโน, ปรสฺส วา สมุสฺสาหเนน ปวตฺตตีติ อาห ‘‘สมุสฺสาหิเตนา’’ติ. ปรภณฺฑํ วา หรตีติ วา-สทฺเทน ตถาปวตฺตนกมุสาวาทาทีนมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. กามานํ วา อนุภุยฺยมานานํ. วา-สทฺเทน ปรสนฺตกสฺส วา อยถาธิปฺเปตตาย ยํ ลทฺธํ, ตํ คเหตพฺพนฺติ คหณาทิกํ สงฺคณฺหาติ.

ทุวิธเมว โหติ สมฺปยุตฺตธมฺมวเสน เภทาภาวโต. ยทิ เอวํ, กสฺมา ‘‘โทมนสฺสสหคตํ ปฏิฆสมฺปยุตฺต’’นฺติ วุตฺตนฺติ? อสาธารณธมฺเมหิ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปลกฺขณตฺถํ. ปาณาติปาตาทีสูติ ปาณาติปาตนาทีสุ. อาทิ-สทฺเทน อทินฺนาทานมุสาวาทเปสุญฺญผรุสสมฺผปฺปลาปพฺยาปาเท สงฺคณฺหาติ. สภาวติกฺขํ หุตฺวา ปวตฺตมานํ จิตฺตํ อสงฺขารเมว โหติ, อิตรํ สสงฺขารนฺติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘ติกฺขมนฺทปฺปวตฺติกาเล’’ติ. มนฺทํ ปน หุตฺวา ปวตฺตมานํ เอกํเสน สสงฺขารเมวาติ น สกฺกา วิญฺญาตุํ. ยํ สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน ปวตฺตติ, ตํ มนฺทเมว โหตีติ กตฺวา ตถาวุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

โมเหกเหตุกํ จิตฺตํ มูลนฺตรวิรหโต อติมูฬฺหํ, วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจโยคโต จญฺจลญฺจาติ อุเปกฺขาสหคตเมว โหติ, น ตสฺส กทาจิปิ สภาวติกฺขตา อตฺถิ. อารมฺมเณ หิ สํสปฺปนวเสน, วิกฺขิปนวเสน จ ปวตฺตมานสฺส จิตฺตทฺวยสฺส กีทิเส กิจฺเจ สภาวติกฺขตาย, อุสฺสาเหตพฺพตาย วา ภวิตพฺพํ, ตสฺมา น ตตฺถ สงฺขารเภโท อตฺถิ. อญฺเญสุ อกุสลจิตฺเตสุ ลพฺภมานมฺปิ อุทฺธจฺจํ วิเสสโต เอตฺเถว พลวํ, ตโต เอว สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ ปธานํ หุตฺวา ปวตฺตตีติ อิทเมว อุทฺธจฺเจน วิเสเสตฺวา วุตฺตํ ‘‘อุทฺธจฺจสมฺปยุตฺต’’นฺติ. ตถา หิ ปาฬิยํ (ธ. ส. ๔๒๗) อิธ สรูปโต อุทฺธจฺจํ อาคตํ, เอวํ อสาธารณปธานธมฺมวเสน โมหมูลํ ‘‘วิจิกิจฺฉาสมฺปยุตฺตํ, อุทฺธจฺจสมฺปยุตฺต’’นฺติ ทุวิธํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อสนฺนิฏฺฐานํ สํสโย. วิกฺเขโป อวูปสโม, ภนฺตตาติ อตฺโถ.

ตยิทํ ทฺวาทสวิธมฺปิ อกุสลจิตฺตํ ฉสุ อารมฺมเณสุ ยํ วา ตํ วา อาลมฺพิตฺวา อุเปกฺขาสหคตาเหตุกกิริยามโนวิญฺญาณธาตานนฺตรํ กายทฺวาราทีหิ ตีหิ ทฺวาเรหิ กายกมฺมาทิวเสน ยถารหํ ปาณาติปาตาทิกมฺมปถวเสน เจว กมฺมวเสน จ อุปฺปชฺชตีติ เวทิตพฺพํ.

ตตฺถ ฐเปตฺวา อุทฺธจฺจสหคตํ เสสํ เอกาทสวิธมฺปิ จตูสุปิ อปาเยสุ ปฏิสนฺธึ เทติ, ปวตฺติวิปากํ สุคติยมฺปิ. อุทฺธจฺจสหคตํ ปน ปวตฺติวิปากเมวาติ. เอตฺถาห – กึ ปน การณํ สพฺพทุพฺพลํ วิจิกิจฺฉาสมฺปยุตฺตํ ปฏิสนฺธึ เทติ, อธิโมกฺขสพฺภาวโต ตโต พลวนฺตมฺปิ อุทฺธจฺจสหคตํ น เทตีติ? ทสฺสเนน ปหาตพฺเพสุ อวุตฺตตฺตา. อิทํ หิ ปฏิสนฺธึ เทนฺตํ อปาเยสุ ทเทยฺย, อปายคมนียญฺจ ทสฺสนปหาตพฺพนฺติ ตตฺถ วุจฺเจยฺย, น จ วุตฺตํ. ตสฺมา ปฏิสนฺธึ น เทติ, ปวตฺติวิปากทานํ ปนสฺส น สกฺกา ปฏิกฺขิปิตุํ. ปฏิสมฺภิทาวิภงฺเค ‘‘อุทฺธจฺจสหคเต ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา, ตสฺส วิปาเก ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา’’ติ (วิภ. ๗๓๐ อตฺถโต สมานํ) วจนโต.

อปเร ปนาหุ – ปุถุชฺชนสฺส อุปฺปชฺชมานํ อุทฺธจฺจสหคตํ ทสฺสนปฺปหาตพฺพสหายสพฺภาวโต อุภยวิปากมฺปิ เทติ, น เสกฺขสฺส ตทภาวโตติ. อิทเมตฺถ วิจาเรตพฺพํ, ยสฺส วิปากทานํ วุตฺตํ, กึ ตํ ภาวนาย ปหาตพฺพํ, อุทาหุ โนติ? กิญฺเจตฺถ – ยทิ ตาว ภาวนาย ปหาตพฺพํ, ปฏฺฐาเน ภาวนาย ปหาตพฺพสฺส นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยภาโว วตฺตพฺโพ สิยา. อถ น ภาวนาย ปหาตพฺพํ, ทสฺสเนนปหาตพฺพตฺติเก ‘‘เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพ’’มิจฺจสฺส วิภงฺเค วตฺตพฺพํ สิยา. ยทิ ตพฺพิรุทฺธสภาวตาย ตตฺถ น วุจฺเจยฺย, เอวมฺปิ ตสฺมึ ติเก ตสฺส นวตฺตพฺพตา อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ, กึ การณํ? จิตฺตุปฺปาทกณฺเฑ (ธ. ส. ๓๖๕ อาทโย) อาคตานํ ทฺวาทสนฺนํ อกุสลจิตฺตุปฺปาทานํ ทฺวีหิ ปเทหิ สงฺคหิตตฺตา วิภชิตฺวา ทสฺเสตพฺพสฺส นิโยคโต กสฺสจิ จิตฺตุปฺปาทสฺส อภาวา, ยถา อุปฺปนฺนตฺติเก อตีตาทีนํ นวตฺตพฺพตา น วุตฺตา, เอวเมตสฺสาปิ. อถ วา ภาวนาย ปหาตุํ อสกฺกุเณยฺยสฺสาปิ ตสฺส ปุถุชฺชเน วตฺตมานสฺส ภาวนาย ปหาตพฺพสภาวสามญฺญโต, สาวชฺชโต จ ภาวนาย ปหาตพฺพปริยาโย วิชฺชตีติ นตฺถิ นวตฺตพฺพตาปสงฺคโทโส. นิปฺปริยาเยน จ น ภาวนาย ปหาตพฺพนฺติ ตสฺส วเสน นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยภาโวปิ น วุตฺโต. ทสฺสนปหาตพฺพปจฺจยสฺสาปิ อุทฺธจฺจสหคตสฺส สหายเวกลฺลมตฺตเมว ทสฺสเนน กตํ, น โกจิปิ ภาโว อนุปฺปาทธมฺมตํ ตสฺส อาปาทิโตติ เอกนฺเตน ภาวนาย ปหาตพฺพตา วุตฺตา. อถ วา อปายคมนียภาวาเปกฺขํ ทสฺสนปฺปหาตพฺพวจนนฺติ ตทภาวโต ตํ วิภชนํ วุตฺตนฺติ.

๔๕๔. ‘‘วิญฺญาณ’’นฺติ ปทํ อเปกฺขิตฺวา ‘‘อพฺยากตํ วิปาก’’นฺติ อาทิโก นปุํสกนิทฺเทโส, ตโต เอว อธิกตาพฺยากตาเปกฺขาย ทุวิธนฺติ วุตฺตํ. อญฺญถา รูปนิพฺพานานมฺปิ อพฺยากตภาวโต ตํ จตุพฺพิธนฺติ วตฺตพฺพํ สิยา. วิปากสฺส กามาวจราทิภาโว กุสเล วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อเหตุกตา สเหตุกตา วิย สมฺปยุตฺตเหตุวเสน, น นิพฺพตฺตกเหตุวเสน. วิปากสฺส หิ สเหตุกตา สเหตุกกมฺมวเสน สิชฺฌมานาปิ สมฺปยุตฺตเหตุวเสเนว วุจฺจติ, อญฺญถา อเหตุกานมฺปิ สเหตุกตา อาปชฺเชยฺยาติ. กสฺมา ปน สเหตุกสฺส อเหตุโก วิปาโก โหตีติ? ตตฺถ การณํ วุตฺตเมว. กิญฺจ อารมฺมณาภินิปาตมตฺเตสุ ปญฺจสุ วิญฺญาเณสุ ยถา อโลภาทิสมฺปโยโค น สมฺภวติ, เอวํ มนฺทตรมนฺทกิจฺเจสุ สมฺปฏิจฺฉนสนฺตีรเณสูติ เหตูนํ อุปฺปตฺติยา อสมฺภวโตปิ เนสํ อเหตุกตา ทฏฺฐพฺพา.

มโนวิญฺญาณโต อุปฺปชฺชนวิสิฏฺฐมนนกิจฺจานํ อภาวโต มโนมตฺตา ธาตุ มโนธาตุ.

จกฺขุสนฺนิสฺสิตํ หุตฺวา รูปสฺส วิชานนํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ จกฺขุสนฺนิสฺสิตรูปวิชานนลกฺขณํ. ตตฺถ จกฺขุสนฺนิสฺสิตวจเนน รูปารมฺมณํ อญฺญํ วิญฺญาณํ นิวตฺเตติ. วิชานนคฺคหเณน จกฺขุสนฺนิสฺสิเต ผสฺสาทิเก นิวตฺเตติ. จกฺขุรูปคฺคหเณน นิสฺสยโต, อารมฺมณโต จ วิญฺญาณํ วิภาเวติ อุภยาธีนวุตฺติกตฺตา. ยทิ หิ จกฺขุ นาม น สิยา, อนฺธาปิ รูปํ ปสฺเสยฺยุํ, น จ ปสฺสนฺติ. ยทิ จ นีลาทิรูปํ นาม น สิยา, เทสาทินิยเมน น ภวิตพฺพํ, อตฺเถว จ นิยโม, เอกนฺตสารมฺมณตา จ จิตฺตสฺส วุตฺตาติ ‘‘อารมฺมเณน วินา นีลาทิอาภาสํ จิตฺตํ ปวตฺตตี’’ติ เอวํ ปวตฺโต วาโท มิจฺฉาวาโทติ เวทิตพฺพํ. เตนาห ภควา ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติอาทิ (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ๓.๔๒๑, ๔๒๕; สํ. นิ. ๒.๔๔; ๔.๖๐; กถา. ๔๖๕).

กสฺมา ปเนตฺถ วจนเภโท กโตติ? เอกมฺปิ จกฺขุ วิญฺญาณสฺส ปจฺจโย โหติ, รูปํ ปน อเนกเมว สํหตนฺติ อิมสฺส วิเสสสฺส ทสฺสนตฺถํ. กึ ปน การณํ เอกมฺปิ จกฺขุ วิญฺญาณสฺส ปจฺจโย โหติ, รูปํ ปน อเนกเมวาติ? ปจฺจยภาววิเสสโต. จกฺขุ หิ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นิสฺสยปุเรชาตอินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหนฺตํ อตฺถิภาเวเนว โหติ, ตสฺมึ สติ ตสฺส ภาวโต, อสติ อภาวโต. ยโต ตํ อตฺถิอวิคตปจฺจเยหิสฺส ปจฺจโย โหตีติ วุจฺจติ, ตํนิสฺสยตา จสฺส น เอกเทเสน อลฺลียนวเสน อิจฺฉิตพฺพา อรูปภาวโต, อถ โข ครุราชาทีสุ สิสฺสราชปุริสาทีนํ วิย ตปฺปฏิพทฺธวุตฺติตาย. อิตเร ปน ปจฺจยา เตน เตน วิเสเสน เวทิตพฺพา. สฺวายํ ปจฺจยภาโว น เอกสฺมึ น สมฺภวตีติ เอกมฺปิ จกฺขุ วิญฺญาณสฺส ปจฺจโย โหตีติ ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจา’’ติ เอกวจเนน นิทฺเทโส กโต.

รูปํ ปน ยทิปิ จกฺขุ วิย ปุเรชาตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหติ ปุเรตรํ หุตฺวา วิชฺชมานกฺขเณเยว อุปการกตฺตา, ตถาปิ อเนกเมว สํหตํ หุตฺวา ปจฺจโย โหติ อารมฺมณภาวโต. ยญฺหิ ปจฺจยธมฺมํ สภาวภูตํ, ปริกปฺปิตาการมตฺตํ วา วิญฺญาณํ วิภาเวนฺตํ ปวตฺตติ, ตทญฺเญสญฺจ สติปิ ปจฺจยภาเว โส ตสฺส สารมฺมณสภาวตาย ยํ กิญฺจิ อนาลมฺพิตฺวา ปวตฺติตุํ อสมตฺถสฺส โอลุพฺภ ปวตฺติการณตาย อาลมฺพนียโต อารมฺมณํ นาม. ตสฺส ยสฺมา ยถา ตถา สภาวูปลทฺธิวเสน อารมฺมณปจฺจยลาโภ, ตสฺมา จกฺขุวิญฺญาณํ รูปํ อารพฺภ ปวตฺตมานํ ตสฺส สภาวํ วิภาเวนฺตเมว ปวตฺตติ. สา จสฺส อินฺทฺริยาธีนวุตฺติกสฺส อารมฺมณสภาวูปลทฺธิ, น เอกทฺวิกลาปคตวณฺณวเสน โหติ, นาปิ กติปยกลาปคตวณฺณวเสน, อถ โข อาโภคานุรูปํ อาปาถคตวณฺณวเสนาติ อเนกเมว รูปํ สํหจฺจการิตาย วิญฺญาณสฺส ปจฺจโย โหตีติ ทสฺเสนฺโต ภควา ‘‘รูเป จา’’ติ พหุวจเนน นิทฺทิสิ.

ยํ ปน ‘‘รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา ตํสมฺปยุตฺตกานญฺจ ธมฺมานํ อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๒) วุตฺตํ, ตํ กถนฺติ? ตมฺปิ ยาทิสํ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย โหติ, ตาทิสเมว สนฺธาย วุตฺตํ. กีทิสํ ปน ตนฺติ? สมุทิตนฺติ ปากโฏยมตฺโถ. เอวญฺจ กตฺวา ยเทเก วทนฺติ ‘‘อายตนสลฺลกฺขณวเสน จกฺขุวิญฺญาณาทโย สลฺลกฺขณารมฺมณา, น ทพฺพสลฺลกฺขณวเสนา’’ติ, ตมฺปิ ยุตฺตเมว โหติ. น เจตฺถ สมุทายารมฺมณตา อาสงฺกิตพฺพา สมุทายาโภคสฺเสวาภาวโต. สมุทิตา ปน วณฺณธมฺมา อารมฺมณปจฺจยา โหนฺติ. กถํ ปน ปจฺเจกํ อสมตฺถา สมุทิตา อารมฺมณา ปจฺจยา โหนฺติ, น หิ ปจฺเจกํ ทฏฺฐุํ อสกฺโกนฺตา อนฺธา สมุทิตา ปสฺสนฺตีติ? นยิทเมกนฺติกํ วิสุํ วิสุํ อสมตฺถานํ สิวิกาวหนาทีสุ สมตฺถตาย ทสฺสนโต. เกสาทีนญฺจ ยสฺมึ ฐาเน ฐิตานํ ปจฺเจกํ วณฺณํ คเหตุํ น สกฺกา, ตสฺมึเยว ฐาเน สมุทิตานํ วณฺณํ คเหตุํ สกฺกาติ ภิยฺโยปิ เตสํ สํหจฺจการิตา ปริพฺยตฺตา. เอเตน จกฺขุวิญฺญาณสฺส ปรมาณุรูปํ อารมฺมณํ, อุทาหุ ตํสมุทาโยติอาทิกา โจทนา ปฏิกฺขิตฺตาติ เวทิตพฺพา. ‘‘โสตญฺจ ปฏิจฺจ สทฺเท จา’’ติอาทีสุปิ (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ๓.๔๒๑, ๔๒๕, ๔๒๖) เอเสว นโย. เอวํ อุภยาธีนวุตฺติกตาย จกฺขุวิญฺญาณสฺส นิสฺสยโต, อารมฺมณโต จ วิภาวนํ กตํ, เอวํ โสตวิญฺญาณาทีสุปิ ยถารหํ วตฺตพฺพํ.

รูปมตฺตารมฺมณรสนฺติ รูปายตนมตฺตสฺเสว อารมฺมณกรณรสํ. มตฺตสทฺเทน ยถา อารมฺมณนฺตรํ นิวตฺเตติ, เอวํ รูปายตเนปิ ลพฺภมาเน เอกจฺเจ วิเสเส นิวตฺเตติ. น หิ จกฺขุวิญฺญาณํ วณฺณมตฺตโต อญฺญํ กิญฺจิ วิเสสํ ตตฺถ คเหตุํ สกฺโกติ. เตนาห ภควา ‘‘ปญฺจหิ วิญฺญาเณหิ น กิญฺจิ ธมฺมํ ปฏิวิชานาติ อญฺญตฺร อภินิปาตมตฺตา’’ติ. จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชมานํ รูปารมฺมเณ เอว อุปฺปชฺชนโต ตทภิมุขภาเวน คยฺหตีติ วุตฺตํ ‘‘รูปาภิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐาน’’นฺติ. อตฺตโน อนนฺตรํ อุปฺปชฺชมานานํ อรูปธมฺมานํ สมนนฺตรวิคตา อรูปธมฺมา ปวตฺติโอกาสทาเนน อนนฺตรสมนนฺตรนตฺถิวิคตปจฺจเยหิ อุปการกา นิสฺสยารมฺมณธมฺมา วิย อาสนฺนการณนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘รูปารมฺมณาย กิริยมโนธาตุยา อปคมปทฏฺฐาน’’นฺติ. โสตวิญฺญาณาทีสุปิ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

จกฺขุวิญฺญาณาทิคหิตํ รูปาทิอารมฺมณํ ตทนนฺตรเมว อปริปตนฺตํ กตฺวา สมฺปฏิจฺฉนฺตี คณฺหนฺตี วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘รูปาทิสมฺปฏิจฺฉนรสา’’ติ. ตถาภาเวน สมฺปฏิจฺฉนภาเวน ปจฺจุปติฏฺฐตีติ ตถาภาวปจฺจุปฏฺฐานา.

ฉสุ อารมฺมเณสุ กทาจิ ปญฺจนฺนํ, ตโต วา กติปยานํ วิชานนสภาวาปิ ฉฬารมฺมณวิชานนลกฺขณา วุตฺตา ตํสภาวานติวตฺตนโต, ฉเสฺวว วา อิตเรสํ อารมฺมณานํ อนฺโตคธตฺตา. สนฺตีรณาทิกิจฺจาติ สนฺตีรณตทารมฺมณกิจฺจา วา, สนฺตีรณตทารมฺมณปฏิสนฺธิภวงฺคจุติกิจฺจา วาติ อธิปฺปาโย. ‘‘หทยวตฺถุปทฏฺฐานา’’ติ อิทํ อิมาสํ ทฺวินฺนํ มโนวิญฺญาณธาตูนํ เอกนฺเตเนว หทยวตฺถุสนฺนิสฺสยตาย วุตฺตํ. เหฏฺฐา วุตฺตนเยน ปน ตํตํอนนฺตราตีตวิญฺญาณาปคมปทฏฺฐานาติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติเยว. ตสฺสา เภโทติ ตสฺสา วิปากมโนวิญฺญาณธาตุยา ‘‘ทุวิธา’’ติ วุตฺตาย ทุวิธตาสงฺขาโต เภโท. เอกนฺตมิฏฺฐารมฺมเณติ เอกนฺเตเนว อิฏฺเฐ อารมฺมเณ, อติวิย อิฏฺฐารมฺมเณติ อตฺโถ. ปญฺจทฺวาเร เจว ชวนาวสาเน จาติ เอตฺถ ปญฺจทฺวาเร สมฺปฏิจฺฉนโวฏฺฐพฺพนานํ อนฺตราฬํ ฐานํ, อิตรตฺร ชวนภวงฺคานนฺติ เอวํ ทฺวิฐานา โหติ. อิตรายปิ สนฺตีรณตทารมฺมณกาเล ยถาวุตฺตเมว ฐานํ, ปฏิสนฺธิอาทิกาเล ปน จุติภวงฺคานํ อนฺตราฬํ ปฏิสนฺธิยา, ปฏิสนฺธิอาวชฺชนานํ ตทารมฺมณาวชฺชนานํ ชวนาวชฺชนานํ โวฏฺฐพฺพนาวชฺชนานญฺจ อนฺตราฬํ ภวงฺคสฺส, ตทารมฺมณปฏิสนฺธีนํ ชวนปฏิสนฺธีนํ วา อนฺตราฬํ จุติยา ฐานนฺติ เวทิตพฺพํ.

ฉสูติ เอตฺถ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว วิภาโค เวทิตพฺโพ. กายสฺส นิสฺสยภูตานํ นาติอิฏฺฐโผฏฺฐพฺพภูตานํ ปฏิฆฏฺฏนานิฆํสสฺส พลวภาวโต กายวิญฺญาณํ สุขสมฺปยุตฺตํ. อุปาทารูปานํเยว ฆฏฺฏนา ทุพฺพลาติ จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ อุเปกฺขาสหคตานิ. เตนาห ‘‘เสสํ อุเปกฺขายุตฺต’’นฺติ. เสสํ ฉพฺพิธมฺปิ.

อโลภาโทสาโมหา เจว อโลภาโทสา จ อโลภาทโย, เตหิ อโลภาทีหิ วิปากเหตูหิ สมฺปยุตฺตํ อโลภาทิวิปากเหตุสมฺปยุตฺตํ. กามาวจรกุสลํ วิย โสมนสฺสาทิเภทโตติ ยถา กามาวจรํ กุสลํ โสมนสฺสุเปกฺขาญาณสงฺขารเภทโต อฏฺฐวิธํ, เอวมิทมฺปีติ อฏฺฐวิธตาย สทิสตํ ทสฺเสติ. กามาวจรภาวโต หีนาทิโต, โยนีสุ อุปฺปตฺติโต จ สทิสเมว, สมฺปยุตฺตธมฺมโต ปน อารมฺมณโต, ปวตฺติอาการโต จ วิสทิสํ. ตถา หิ กุสลํ กมฺมทฺวารวเสน ปวตฺตติ, น อิทํ, วิปากานํ อวิญฺญตฺติชนกตฺตา. อุปฺปตฺติทฺวารวเสน ปน อิมสฺสาปิ อตฺเถว ปวตฺติเภโท ปญฺจทฺวารมโนทฺวาเรสุ มหาวิปากานํ ตทารมฺมณวเสน ปวตฺติสมฺภวโต. ยถา ปน กุสลํ คติวเสน ปญฺจวิธํ, วิญฺญาณฏฺฐิติวเสน สตฺตวิธญฺจ, น เอวมิทํ ตเทกเทเส เอว อุปฺปชฺชนโต. ตตฺถ อารมฺมณโต, เอกจฺจปวตฺติอาการโต จ วิสทิสตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ฉสุ อารมฺมเณสูติ ปริตฺตาทิอตีตาทิอชฺฌตฺตาทิปฺปเภเทสุ ฉสุ อารมฺมเณสุ.

อาคมนาทิวเสนาติ อาคมนปจฺจยวเสน. ตตฺถ เอกจฺจานํ อาจริยานํ มเตน มุเข จลิเต อาทาสตเล มุขนิมิตฺตํ จลนํ วิย อสงฺขารสฺส กุสลสฺส วิปาโก อสงฺขาโร, สสงฺขารสฺส กุสลสฺส วิปาโก สสงฺขาโรติ เอวํ อาคมนวเสน. เอกจฺจานํ ปน อาจริยานํ มเตน พลวนฺเตหิ วิภูเตหิ ปจฺจเยหิ กมฺมาทีหิ อุปฺปนฺโน อสงฺขาโร, ทุพฺพเลหิ สสงฺขาโรติ เอวํ ปจฺจยวเสน. สมฺปยุตฺตธมฺมานนฺติ ปาฬิยํ สรูปโต อาคตสมฺปยุตฺตธมฺมานํ. เตสํ หิ วเสน กุสลโต วิปากสฺส วิเสสาภาโว. นิรุสฺสาหนฺติ เอตฺถ อุสฺสาโห นาม อนุปจฺฉินฺนาวิชฺชาตณฺหามานสนฺตาเน วิปากุปฺปาทนสมตฺถตาสงฺขาโต พฺยาปาโร, โส วิปาเกสุ นตฺถีติ ตํ นิรุสฺสาหํ. กุสเลสุ ปน อภิญฺญาวสปวตฺเตสุปิ อตฺเถวาติ ตํ สอุสฺสาหํ.

โลภาทีนํ เอกนฺตสาวชฺชตาย อโยนิโสมนสิการเหตุกานํ นตฺถิ วิปากภาโว, อโลภาทีนมฺปิ เอกนฺตอนวชฺชสภาวานํ การณสฺส ตพฺพิธุรตาย นตฺเถว อกุสลวิปากภาโวติ อาห ‘‘อกุสลวิปากํ อเหตุกเมวา’’ติ. ยถา อติอิฏฺเฐ, อิฏฺฐมชฺฌตฺเต จ อารมฺมเณ เวทนาเภทสพฺภาวโต กุสลวิปากมโนวิญฺญาณธาตุ ทุวิธา โหติ โสมนสฺสสหคตา, อุเปกฺขาสหคตาติ, น เอวํ อติอนิฏฺเฐ, อนิฏฺฐมชฺฌตฺเต จ อารมฺมเณ เวทนาเภโท อตฺถีติ อกุสลวิปากมโนวิญฺญาณธาตุ เอกเมวาติ ‘‘สตฺตวิธ’’นฺติ วุตฺตํ. สติ หิ ตตฺถ เวทนาเภเท อติอนิฏฺเฐ โทมนสฺเสน ภวิตพฺพํ, น จ ปฏิเฆน วินา โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชตีติ.

กายวิญฺญาณสฺส ทุกฺขสหคตตา กุสลวิปาเก วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺพา. อุเปกฺขา หีนาติ เอกนฺตนิหีนสฺส อกุสลสฺส วิปากภาวโต อุเปกฺขาปิ สมานา หีนา เอว ทุกฺขสภาวตฺตา. เตนาห ‘‘ทุกฺขํ วิย นาติติขิณา’’ติ. ยถา ทุกฺขํ อติวิย ติขิณํ กฏุกํ, น เอวมยํ, ตถาปิ ทุกฺขสภาเวเนว ปวตฺตติ. น หิ อกุสลสฺส วิปาโก อทุกฺโข โหติ. อุเปกฺขาภาโว จสฺส พลวตา พาธิยมานสฺส ปฏิปฺปหริตุํ อสกฺโกนฺตสฺส ทุพฺพลสฺส ปุริสสฺส เตน กริยมานพาธาย อุเปกฺขนา วิยาติ ทฏฺฐพฺโพ. อิตเรสูติ กุสลวิปาเกสุ.

รูปาวจรนฺติ รูปาวจรวิปากวิญฺญาณํ. วิปากกถา เหสาติ. กุสลํ วิยาติ รูปาวจรกุสลํ วิย. น หิ รูปาวจรวิปาโก ตทญฺญกุสลสทิโส. อปิจ สมฺพนฺธิสทฺทา เอเต, ยทิทํ ‘‘กุสลํ, วิปาโก’’ติ จ. ตสฺมา ยถา ‘‘มาตรํ ปยิรุปาสตี’’ติ วุตฺเต อตฺตโน มาตรนฺติ อวุตฺตมฺปิ สิทฺธเมเวตํ, เอวํ อิธาปีติ อตฺตโน กุสลํ วิยาติ อตฺโถ. กุสลสทิสตา เจตฺถ ธมฺมโต, อารมฺมณโต จ เวทิตพฺพา. ตถา หิ เย ผสฺสาทโย กุสเล ลพฺภนฺติ, เต วิปาเกปิ ลพฺภนฺติ. ยสฺมึ จ อารมฺมเณ กุสลํ ปวตฺตติ, ตตฺเถว อยํ วิปาโกปิ ปวตฺตติ. ยํ ปเนตฺถ ปญฺจมชฺฌานจิตฺตํ อภิญฺญาปฺปตฺตํ, ตสฺส วิปาโก เอว นตฺถิ. กสฺมา นตฺถิ? อสมฺภวโต, อานิสํสภูตตฺตา จ. ตญฺหิ วิปากํ เทนฺตํ รูปาวจรเมว ทเทยฺย. น หิ อญฺญภูมิกํ กมฺมํ อญฺญภูมิกํ วิปากํ เทติ. กมฺมนิมิตฺตารมฺมณตา จ รูปาวจรวิปากสฺส วุตฺตาติ น ตํ อญฺญํ อารพฺภ ปวตฺตติ. ปริตฺตารมฺมณาทิอารมฺมณญฺจ ตํ น โหตีติ อยมสมฺภโว. ฌานสฺส อานิสํสภูตญฺจ ทานาทีนํ ตสฺมึ อตฺตภาเว ปจฺจยลาโภ วิยาติ.

ปวตฺติโต ปน วิปากสฺส, กุสลสฺส จ อตฺเถว เภโทติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กุสลํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. กุสลํ วิย กสิณุคฺฆาฏิมากาสาทิอารมฺมณเภทโต จตุพฺพิธํ. ปวตฺติเภโท วุตฺตนโยว ชวนวเสน, ปฏิสนฺธิอาทิวเสน จ ปวตฺตนโต.

จตุมคฺคยุตฺตจิตฺตผลตฺตาติ จตูหิ อริยมคฺเคหิ สมฺปยุตฺตกุสลจิตฺตสฺส ผลตฺตา, จตุพฺพิธสามญฺญผลสมฺปยุตฺตภาวโตติ อตฺโถ. มคฺควีถิยํ ทฺวิกฺขตฺตุํ, ติกฺขตฺตุํ วา ผลสมาปตฺติยํ อปริจฺฉินฺนปริมาณํ ปวตฺตมานมฺปิ ทฺวีสุ ฐาเนสุ ปวตฺติยา ‘‘ทฺวิธา ปวตฺตตี’’ติ วุตฺตํ. สพฺพมฺปีติ เตวีสติวิธํ กามาวจรวิปากํ, ปญฺจวิธํ รูปาวจรวิปากํ, จตุพฺพิธํ อรูปาวจรวิปากํ, จตุพฺพิธเมว โลกุตฺตรวิปากนฺติ สพฺพมฺปิ วิปากวิญฺญาณํ นาติสงฺเขปวิตฺถารนเยน ฉตฺตึสวิธํ โหติ.

ภูมิเภทโต ติวิธํ โลกุตฺตรสฺส อภาวโต. โลกุตฺตรญฺหิ กิริยจิตฺตํ นตฺถิ เอกนฺเตน อนนฺตรวิปากทายิภาวโต. วุตฺตญฺหิ ‘‘สมาธิมานนฺตริกญฺญมาหู’’ติ (ขุ. ปา. ๖.๕; สุ. นิ. ๒๒๘). โหตุ ตาว เสกฺขานํ อุปฺปชฺชมานํ อนุตฺตรํ กุสลํ ปุคฺคลนฺตรภาวูปนยนโต สผลํ, อรหโต ปน อุปฺปชฺชมานํ ปุคฺคลนฺตรภาวูปนยนโต นิปฺผลํ, ตสฺส กิริยภาโว กสฺมา น อิจฺฉิโตติ? อิจฺฉิตพฺโพ สิยา. ยทิ ตสฺส ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติ สิยา, สกึเยว ปน โลกุตฺตรกุสลํ ปวตฺตติ. ยทิ หิ ปุนปฺปุนํ ปวตฺเตยฺย, มคฺคจิตฺตํ อรหโตปิ ปวตฺตตีติ โลกุตฺตรกิริยจิตฺตํ สิยา, น เจตํ อตฺถิ ปโยชนาภาวโต. ตสฺมา นตฺถิ โลกุตฺตรกิริยวิญฺญาณํ. กิริยวิญฺญาณนฺติ จ กิริยามตฺตํ วิญฺญาณํ, กุสลากุสลํ วิย กิญฺจิ วิปากํ อนุปฺปาเทตฺวา กิริยามตฺตเมว หุตฺวา ปวตฺตนกวิญฺญาณนฺติ อตฺโถ. กสฺมา ปเนตํ วิปากํ น อุปฺปาเทตีติ? วุจฺจเต – เอตฺถ หิ ยเทตํ อาวชฺชนทฺวยํ, ตํ อนุปจฺฉินฺนภวมูเลปิ สนฺตาเน ปวตฺตํ อนาเสวนตาย ทุพฺพลภาวโต อพีชสามตฺถิยํ วิย ปุปฺผํ อผลเมว โหติ. ยํ ปน อุจฺฉินฺนภวมูลายํ สนฺตติยํ ปวตฺตํ อฏฺฐารสวิธํ วิญฺญาณํ, ตํ สมุจฺฉินฺนมูลาย ลตาย ปุปฺผํ วิย ผลทายิ น โหตีติ เวทิตพฺพํ. อญฺญสฺส อสมฺภวโต กิริยเหตุนา นาม อโลภาทินาว ภวิตพฺพนฺติ อาห ‘‘อโลภาทิกิริยเหตุวิรหิต’’นฺติ.

จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ปุเรจรา หุตฺวา รูปาทิอารมฺมณานํ วิชานนลกฺขณา จกฺขุวิญฺญาณาทิปุเรจรรูปาทิวิชานนลกฺขณา. อยํ ปน มโนวิญฺญาณโต อุปฺปนฺนาปิ วิสิฏฺฐมนนกิจฺจาภาเวน มโนมตฺตา ธาตูติ มโนธาตุ. ตถา เหสา มโนวิญฺญาณสฺส ปจฺจโย น โหติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน ธาตุนิทฺเทเส (วิสุทฺธิ. ๒.๕๑๗) อาคมิสฺสติ. อาวชฺชนรสาติ อาโภครสา, จิตฺตสนฺตานสฺส วา ปุริมาการโต อญฺญถา โอโณชนรสา. ภวงฺควิจฺเฉทปทฏฺฐานาติ ภวงฺคสนฺตานวิจฺเฉทปทฏฺฐานา. อปุพฺพารมฺมณา สกิเทว ปวตฺตมานา สพฺพถา วิสยรสํ อนุภวิตุํ น สกฺโกตีติ อิฏฺฐาทีสุ สพฺพตฺถ อุเปกฺขายุตฺตาว โหติ.