วินยฏฺฐกถากรณํ
อาจริโย ปน อิมํ วิสุทฺธิมคฺคปกรณํ ยถาวุตฺตปฺปกาเรน กตฺวา อญฺญาปิ ติปิฏกฏฺฐกถาโย อนุกฺกเมน อกาสิ. กถํ? สมนฺตปาสาทิกํ นาม วินยฏฺฐกถํ พุทฺธสิริตฺเถเรน อชฺเฌสิโต มหาวิหารสฺส ทกฺขิณภาเค ปธานฆรปริเวเณ มหานิคมสฺสามิโน ปาสาเท วสนฺโต อกาสิ. สา ปเนสา สิริปาโลติ นามนฺตรสฺส มหานามรญฺโญ วีสติมวสฺเส (๙๗๓-พุ-ว) อารทฺธา เอกวีสติมวสฺเส (๙๗๔-พุ-ว) นิฏฺฐานปฺปตฺตา อโหสิ. ตญฺจ ปน กโรนฺโต มหามหินฺทตฺเถเรนาภตํ สีหฬภาสาย สงฺขตํ มหาอฏฺฐกถํ ตสฺสา สรีรํ กตฺวา มหาปจฺจรีกุรุนฺทีสงฺเขปอนฺธกฏฺฐกถาหิ จ คเหตพฺพํ คเหตฺวา สีหฬทีเป ยาว วสภราชกาลา ปากฏานํ โปราณ วินยธรมหาเถรานํ วินิจฺฉยภูตํ เถรวาทมฺปิ ปกฺขิปิตฺวา อกาสิ. วุตฺตเญฺหตํ สมนฺตปาสาทิกายํ –
‘‘สํวณฺณนํ ตญฺจ สมารภนฺโต, ตสฺสา มหาอฏฺฐกถํ สรีรํ;
กตฺวา มหาปจฺจริยํ ตเถว, กุรุนฺทินามาทิสุ วิสฺสุตาสุ.
วินิจฺฉโย อฏฺฐกถาสุ วุตฺโต, โย ยุตฺตมตฺถํ อปริจฺจชนฺโต;
ตโตปิ อนฺโตคธเถรวาทํ, สํวณฺณนํ สมฺม สมารภิสฺส’’นฺติ จ.
‘‘มหาเมฆวนุยฺยาเน, ภูมิภาเค ปติฏฺฐิโต;
มหาวิหาโร โย สตฺถุ, มหาโพธิวิภูสิโต.
ยํ ตสฺส ทกฺขิเณ ภาเค, ปธานฆรมุตฺตมํ;
สุจิจาริตฺตสีเลน, ภิกฺขุสงฺเฆน เสวิตํ.
อุฬารกุลสมฺภูโต, สงฺฆุปฏฺฐายโก สทา;
อนากุลาย สทฺธาย, ปสนฺโน รตนตฺตเย.
มหานิคมสามีติ, วิสฺสุโต ตตฺถ การยิ;
จารุปาการสญฺจิตํ, ยํ ปาสาทํ มโนรมํ.
สนฺทจฺฉายตรูเปตํ, สมฺปนฺนสลิลาสยํ;
วสตา ตตฺร ปาสาเท, มหานิคมสามิโน.
สุจิสีลสมาจารํ, เถรํ พุทฺธสิริวฺหยํ;
ยา อุทฺทิสิตฺวา อารทฺธา, อิทฺธา วินยวณฺณนา.
ปาลยนฺตสฺส สกลํ, ลงฺกาทีปํ นิรพฺพุทํ;
รญฺโญ สิรินิวาสสฺส [สิริยา นิวาสฏฺโฐนภูตสฺส สิริปาลนามกสฺส รญฺโญ (วิมติ, อนฺติมวิฏฺเฐ)], สิริปาลยสสฺสิโน.
สมวีสติเม วสฺเส, ชยสํวจฺฉเร อยํ;
อารทฺธา เอกวีสมฺหิ, สมฺปตฺเต ปรินิฏฺฐิตา.
อุปทฺทวากุเล โลเก, นิรุปทฺทวโต อยํ;
เอกสํวจฺฉเรเนว, ยถา นิฏฺฐํ อุปาคตา’’ติ [ปริ. อฏฺฐ. นิคมนกถา] จ.
อยญฺจ สมนฺตปาสาทิกา วินยฏฺฐกถา อธุนา มุทฺทิตฉฏฺฐสงฺคีติโปตฺถกวเสน สหสฺสโต อุปริ อฏฺฐปณฺณาสาธิกติสตมตฺตปิฏฺฐปริมาณา (๑๓๕๘) โหติ, ตสฺสา จ เอกสํวจฺฉเรน นิฏฺฐาปิตตฺตํ อุปนิธาย จตุวีสาธิกสตฺตสตมตฺตปิฏฺฐปริมาโณ (๗๒๔) วิสุทฺธิมคฺโคปิ อนฺตมโส ฉปฺปญฺจมาเสหิ นิฏฺฐาปิโต ภเวยฺยาติ สกฺกา ญาตุํ. ตสฺมา ยํ พุทฺธโฆสุปฺปตฺติยํ มหาวํสวจนํ นิสฺสาย ‘‘วิสุทฺธิมคฺโค อาจริยพุทฺธโฆเสน เอกรตฺเตเนว ติกฺขตฺตุํ ลิขิตฺวา นิฏฺฐาปิโต’’ติ อภิตฺถุติวจนํ วุตฺตํ, ตํ ตกฺการกสฺส อภิตฺถุติมตฺตเมวาติ เวทิตพฺพํ.
นนุ จ อิมิสฺสํ อฏฺฐกถายํ ‘‘สุมงฺคลวิลาสินิย’’นฺติอาทินา วิเสสนามวเสน อาคมฏฺฐกถานํ อติเทโส ทิสฺสติ [ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๕], กถมิมิสฺสา ตาหิ ปฐมตรํ กตภาโว เวทิตพฺโพติ? อาจริยสฺส อฏฺฐกถาสุ อญฺญมญฺญาติเทสโต, วินยปิฏกสฺส ครุกาตพฺพตรภาวโต, มหาวิหารวาสีหิ วิเสเสน ครุกตภาวโต, สงฺคีติกฺกมานุรูปภาวโต, อิเธว ปริปุณฺณนิทานกถาปกาสนโต, นิคมเน จ ปฐมํ สีหฬฏฺฐกถาโย สุตฺวา กรณปฺปกาสนโต ฐเปตฺวา วิสุทฺธิมคฺคํ อยเมว ปฐมํ กตาติ เวทิตพฺพา. วิสุทฺธิมคฺเค ปน วินยฏฺฐกถายนฺติ วา วินยฏฺฐกถาสูติ วา มชฺฌิมฏฺฐกถาสูติ วา เอวํ สามญฺญนามวเสเนว อติเทโส ทิสฺสติ, น สมนฺตปาสาทิกาทิวิเสสนามวเสน. ตสฺมาสฺส สพฺพปฐมํ กตภาโว ปากโฏเยว. อาคมฏฺฐกถานํ อิธาติเทโส [ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๕] อิมิสฺสาปิ ตตฺถาติ [ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๘] เอวํ อญฺญมญฺญาติเทโส ปน อาจริยสฺส มนสา สุววตฺถิตวเสน วา สกฺกา ภวิตุํ, อปุพฺพาจริมปรินิฏฺฐาปเนน วา. กถํ? อาจริเยน หิ วิสุทฺธิมคฺคํ สพฺพโส นิฏฺฐาเปตฺวา สมนฺตปาสาทิกาทึ เอเกกมฏฺฐกถํ กโรนฺเตเนว ยตฺถ ยตฺถ อตฺถวณฺณนา วิตฺถารโต อญฺญฏฺฐกถาสุ ปกาเสตพฺพา โหติ, ตตฺถ ตตฺถ ‘‘อิมสฺมึ นาม ฐาเน กเถสฺสามี’’ติ มนสา สุววตฺถิตํ ววตฺถเปตฺวา ตญฺจ อติทิสิตฺวา ยถาววตฺถิตฐานปฺปตฺตกาเล ตํ วิตฺถารโต กเถนฺเตน ตา กตา วา ภเวยฺยุํ. เอเกกิสฺสาย วา นิฏฺฐานาสนฺนปฺปตฺตกาเล ตํ ฐเปตฺวา อญฺญญฺจ อญฺญญฺจ ตถา กตฺวา สพฺพาปิ อปุพฺพาจริมํ ปรินิฏฺฐาปิตา ภเวยฺยุนฺติ เอวํ ทฺวินฺนํ ปการานมญฺญตรวเสน อาจริยสฺสาฏฺฐกถาสุ อญฺญมญฺญาติเทโส โหตีติ เวทิตพฺพนฺติ.