ตนฺนิสฺสโย
กึ นิสฺสาย กโตติ เอตสฺสปิ ปญฺหสฺส อตฺโถ อาจริเยเนว ปกาสิโต. วุตฺตญฺหิ เอตฺถ คนฺถารมฺเภ –
‘‘มหาวิหารวาสีนํ, เทสนานยนิสฺสิต’’นฺติ [วิสุทฺธิ. ๑.๒].
ตถา นิคมเนปิ –
‘‘เตสํ สีลาทิเภทานํ, อตฺถานํ โย วินิจฺฉโย;
ปญฺจนฺนมฺปิ นิกายานํ, วุตฺโต อฏฺฐกถานเย.
สมาหริตฺวา ตํ สพฺพํ, เยภุยฺเยน สนิจฺฉโย;
สพฺพสงฺกรโทเสหิ, มุตฺโต ยสฺมา ปกาสิโต’’ติ [ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.คนฺถารมฺภกถา].
อิมินา ปน วจเนน อยมตฺโถ ปากโฏ โหติ – ‘‘วิสุทฺธิมคฺคํ กุรุมาโน อาจริโย มหาวิหารวาสีนํ เทสนานยสงฺขาตา ปญฺจนฺนมฺปิ นิกายานํ โปราณฏฺฐกถาโย นิสฺสาย ตาสุ วุตฺตํ คเหตพฺพํ สพฺพํ วินิจฺฉยํ สมาหริตฺวา อกาสี’’ติ. ตสฺมา ยา ยา เอตฺถ ปทวณฺณนา วา วินิจฺฉโย วา สาธกวตฺถุ วา ทสฺสียติ, ตํ สพฺพํ ตสฺส ตสฺส นิทฺธาริตปาฬิปทสฺสนิกายสํวณฺณนาภูตาย โปราณสีหฬฏฺฐกถาโต อาเนตฺวา ภาสาปริวตฺตนวเสเนว ทสฺสิตนฺติ เวทิตพฺพํ. อยมฺปิ หิ วิสุทฺธิมคฺโค น เกวลํ อตฺตโน ญาณปฺปภาเวน กโต, วิสุํ ปกรณภาเวน จ, อถ โข จตุนฺนมฺปิ อาคมฏฺฐกถานํ อวยวภาเวเนว กโต. วุตฺตญฺหิ ตาสํ นิคมเน –
‘‘เอกูนสฏฺฐิมตฺโต, วิสุทฺธิมคฺโคปิ ภาณวาเรหิ;
อตฺถปฺปกาสนตฺถาย, อาคมานํ กโต ยสฺมา.
ตสฺมา เตน สหายํ, อฏฺฐกถา ภาณวารคณนาย;
สุปริมิตปริจฺฉินฺนํ, จตฺตาลีสสตํ โหตี’’ติอาทิ [ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.นิคมนกถา].
ยา ปน วิสุทฺธิมคฺเค มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธินิทฺเทเส ‘‘อยํ ตาว วิสุทฺธิกถายํ นโย. อริยวํสกถายํ ปนา’’ติอาทินา [วิสุทฺธิ. ๒.๗๑๗] เทฺว กถา วุตฺตา, ตาปิ มหาวิหารวาสีนํ เทสนานเย อนฺโตคธา อิมสฺส วิสุทฺธิมคฺคสฺส นิสฺสยาเยวาติ เวทิตพฺพาติ.