ตกฺกรณปฺปกาโร
เกน ปกาเรน กโตติ เอตฺถ อนนฺตรปเญฺห วุตฺตปฺปกาเรเนว กโต. ตถา หิ อาจริโย สํยุตฺตนิกายโต
‘‘สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ, จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ;
อาตาปี นิปโก ภิกฺขุ, โส อิมํ วิชฏเย ชฏ’’นฺติ [สํ. นิ. ๑.๒๓] –
อิมํ คาถํ ปฐมํ ทสฺเสตฺวา ตตฺถ ปธานวเสน วุตฺตา สีลสมาธิปญฺญาโย วิสุํ วิสุํ วิตฺถารโต วิภชิตฺวา อกาสิ. เอวํ กุรุมาโน จ ปญฺจหิปิ นิกาเยหิ สีลสมาธิปญฺญาปฏิสํยุตฺตานิ สุตฺตปทานิ อุทฺธริตฺวา เตสํ อตฺถญฺจ สีหฬฏฺฐกถาหิ ภาสาปริวตฺตนวเสน ทสฺเสตฺวา ตาสุ วุตฺตานิ สีหฬิกวตฺถูนิ จ วินิจฺฉเย จ ปกาเสสิ. วิเสสโต ปน ตสฺมึ กาเล ปากฏา สกสมยวิรุทฺธา สมยนฺตรา จ พหูสุ ฐาเนสุ ทสฺเสตฺวา สเหตุกํ ปฏิกฺขิตฺตา. กถํ?
ตตฺถ หิ จริยาวณฺณนายํ ‘‘ตตฺร ปุริมา ตาว ติสฺโส จริยา ปุพฺพาจิณฺณนิทานา ธาตุโทสนิทานา จาติ เอกจฺเจ วทนฺติ. ปุพฺเพ กิร อิฏฺฐปฺปโยคสุภกมฺมพหุโล ราคจริโต โหติ, สคฺคา วา จวิตฺวา อิธูปปนฺโน. ปุพฺเพ เฉทนวธพนฺธนเวรกมฺมพหุโล โทสจริโต โหติ, นิรยนาคโยนีหิ วา จวิตฺวา อิธูปปนฺโน. ปุพฺเพ มชฺชปานพหุโล สุตปริปุจฺฉาวิหีโน จ โมหจริโต โหติ, ติรจฺฉานโยนิยา วา จวิตฺวา อิธูปปนฺโนติ เอวํ ปุพฺพาจิณฺณนิทานาติ วทนฺติ. ทฺวินฺนํ ปน ธาตูนํ อุสฺสนฺนตฺตา ปุคฺคโล โมหจริโต โหติ ปถวีธาตุยา จ อาโปธาตุยา จ. อิตราสํ ทฺวินฺนํ อุสฺสนฺนตฺตา โทสจริโต. สพฺพาสํ สมตฺตา ปน ราคจริโตติ. โทเสสุ จ เสมฺหาธิโก ราคจริโต โหติ. วาตาธิโก โมหจริโต. เสมฺหาธิโก วา โมหจริโต. วาตาธิโก ราคจริโตติ เอวํ ธาตุโทสนิทานาติ วทนฺตี’’ติ เอกจฺเจวาทํ ทสฺเสตฺวา โส ‘‘ตตฺถ ยสฺมา ปุพฺเพ อิฏฺฐปฺปโยคสุภกมฺมพหุลาปิ สคฺคา จวิตฺวา อิธูปปนฺนาปิ จ น สพฺเพ ราคจริตาเนว โหนฺติ, น อิตเร วา โทสโมหจริตา. เอวํ ธาตูนญฺจ ยถาวุตฺเตเนว นเยน อุสฺสทนิยโม นาม นตฺถิ. โทสนิยเม จ ราคโมหทฺวยเมว วุตฺตํ, ตมฺปิ จ ปุพฺพาปรวิรุทฺธเมว. ตสฺมา สพฺพเมตํ อปริจฺฉินฺนวจน’’นฺติ [วิสุทฺธิ. ๑.๔๔] ปฏิกฺขิตฺโต. ตํ ปรมตฺถมญฺชูสาย นาม วิสุทฺธิมคฺคมหาฏีกายํ ‘‘เอกจฺเจติ อุปติสฺสตฺเถรํ สนฺธายาห, เตน หิ วิมุตฺติมคฺเค ตถา วุตฺต’’นฺติอาทินา วณฺณิตํ [วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๔๔].