ปิฏกตฺตยสฺส โปตฺถกาโรปนํ

มหาวิหารวาสิโน ปน โปราณิกํ ปาฬิภาสาย สณฺฐิตํ ปริสุทฺธปิฏกเมว ปฏิคฺคณฺหนฺติ, ตญฺจ มุขปาเฐเนว ธาเรนฺติ. ตทา ปน เถรา ปจฺฉิมชนานํ สติปญฺญาหานึ ทิสฺวา พุทฺธกาลโต ปฏฺฐาย ยาว ตํกาลา มุขปาเฐนาภตํ สาฏฺฐกถํ ปิฏกตฺตยํ โปตฺถเก อาโรเปตุํ สมารภึสุ. สมารภมานา จ เต อนุราธราชธานิปุรโต อฏฺฐสฏฺฐิมิลปฺปมาเณ มลยชนปเท มาตุล [มาตเล อิติ เอตรหิ โวหาโร] นคเร อาโลกเลเณ วสนฺตา เอกสฺส ตนฺเทสิกสฺส ชนปทาธิปติโน อารกฺขํ คเหตฺวา ตํ โปตฺถกาโรปนกมฺมมกํสุ [มหาวํเส ๓๓, ๑๐๐-๑๐๑-คาถาสุ]. เตนิทํ ญายติ ‘‘ตทา มหาวิหารวาสิโน เถรา ราชราชมหามตฺเตหิ อลทฺธูปการา หุตฺวา อตฺตโน พเลเนว ปิฏกตฺตยสฺส โปตฺถกาโรปนกมฺมมกํสู’’ติ จ, ‘‘ตญฺจ ยเถว ปจฺฉิมชนานํ สติปญฺญาหานึ ทิสฺวา กตํ, ตเถว ทุพฺภิกฺขรฏฺฐกฺโขภาทิภยุปทฺทุตกาเลสุ ทุทฺธรภาวมฺปิ ทิสฺวา’’ติ จ, ตถา ‘‘อภยคิริวาสีนํ สมฺปฏิจฺฉิตสมยนฺตรวาเทหิ อนากุลนตฺถมฺปิ กต’’นฺติ จ. เอวํ มหาวิหารวาสิโน เถรา ปริสุทฺธตฺเถรวาทปิฏกํ สมยนฺตเรหิ อสมฺมิสฺสนตฺถาย ยถา ปุเร, ตถา ปาฬิภาสาย เอว โปตฺถเก อาโรเปตฺวาปิ สุรกฺขิตํ รกฺขึสุ. ยทิ หิ ตทา เตปิฏกํ โปตฺถเกสุ อนาโรปิตมสฺส, ปจฺฉากาเลสุ สมยนฺตรโต อาคตสุตฺตานิ ‘‘เนตานิ อมฺหาก’’นฺติ ปฏิกฺขิปิตุํ น สุกรานิ ภเวยฺยุํ. ยโต จ โข ตทา สาฏฺฐกถํ เตปิฏกํ โปตฺถเกสุ อาโรปิตํ, ตโตเยว อนาคตกาเลสุ สมยนฺตราคตสุตฺตานิ เตหิ โปตฺถเกหิ สํสนฺเทตฺวา ปฏิกฺขิปิตุํ สุกรานิ โหนฺติ.

ตถา หิ ภาติยราชกาเล (๕๒๔-๕๕๒-พุ-ว) มหาวิหารวาสีนํ อภยคิริวาสีหิ วินเย วิวาโท อุปฺปชฺชิ. ตทา ราชา ทีฆการายนํ นาม พฺราหฺมณชาติกํ อมจฺจํ เถรานํ สนฺติกํ เปเสสิ. โส อุภินฺนํ สุตฺตํ สุตฺวา วินิจฺฉยํ อทาสิ [ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๘๔]. ตถา โวหารกติสฺสราชกาเล จ (๗๕๘-๗๘๐ พุ-ว) โคฐาภยราชกาเล จ (๗๙๗-๘๑๐ พุ-ว) เถรวาทิกา โปตฺถการูเฬฺหน ธมฺมวินเยน สํสนฺเทตฺวา อธมฺมวาทํ ปฏิกฺขิปึสุ [นิกายสงฺคเห ๑๒-ปิฏฺเฐ].