อธมฺมวาทุปฺปตฺติ

อยํ ปน อาทิโต ปฏฺฐาย สาสนมลภูตานํ อธมฺมวาทานํ อุปฺปตฺติ. อโสกรญฺโญ หิ กาเล อุปฺปพฺพาเชตฺวา นิกฺกฑฺฒิตา อญฺญติตฺถิยา พุทฺธสาสเน อลทฺธปติฏฺฐา โกธาภิภูตา ปาฏลิปุตฺตโต นิกฺขมิตฺวา ราชคหสมีเป นาลนฺทายํ สนฺนิปติตฺวา เอวํ สมฺมนฺตยึสุ ‘‘มหาชนสฺส พุทฺธสาสเน อนวคาหตฺถาย สกฺยานํ ธมฺมวินโย นาเสตพฺโพ, ตญฺจ โข เตสํ สมยํ อชานนฺเตหิ น สกฺกา กาตุํ, ตสฺมา เยน เกนจิ อุปาเยน ปุนปิ ตตฺถ ปพฺพชิตพฺพเมวา’’ติ. เต เอวํ สมฺมนฺตยิตฺวา ปุน อาคนฺตฺวา วิสุทฺธตฺเถรวาทีนมนฺตรํ ปวิสิตุํ อสกฺโกนฺตา ตทญฺเญสํ สตฺตรสนฺนํ มหาสงฺฆิกาทินิกายานํ สนฺติกํ อุปสงฺกมิตฺวา อตฺตโน อญฺญติตฺถิยภาวํ อชานาเปตฺวา ปพฺพชิตฺวา ปิฏกตฺตยมุคฺคณฺหิตฺวา ตญฺจ วิปริวตฺเตตฺวา ตโต โกสมฺพึ คนฺตฺวา ธมฺมวินยนาสนาย อุปายํ มนฺตยิตฺวา ๒๕๓-พุทฺธวสฺเส ฉสุ ฐาเนสุ วสนฺตา (๑) เหมวติโก (๒) ราชคิริโก (๓) สิทฺธตฺถิโก (๔) ปุพฺพเสลิโย (๕) อปรเสลิโย (๖) วาชิริโย (๗) เวตุลฺโล (๘) อนฺธโก (๙) อญฺญมหาสงฺฆิโกติ นว อภินเว นิกาเย อุปฺปาเทสุํ [นิกายสงฺคเห ๙-ปิฏฺเฐ]. เตสํ นามานิ จ ลทฺธิโย จ กถาวตฺถุอฏฺฐกถายํ อาคตาเยว.

เตสุ เหมวติกา สทฺธมฺมปติรูปกํ พุทฺธภาสิตภาเวน ทสฺเสตฺวา

(๑) วณฺณปิฏกํ นาม คนฺถํ อกํสุ.

ราชคิริกา (๒) องฺคุลิมาลปิฏกํ,

สิทฺธตฺถิกา (๓) คูฬฺหเวสฺสนฺตรํ,

ปุพฺพเสลิยา (๔) รฏฺฐปาลคชฺชิตํ,

อปรเสลิยา (๕) อาฬวกคชฺชิตํ,

วชิรปพฺพตวาสิโน วาชิริยา (๖) คูฬฺหวินยํ นาม คนฺถํ อกํสุ.

เตเยว สพฺเพ มายาชาลตนฺต-สมาชตนฺตาทิเก อเนเก ตนฺตคนฺเถ จ, มรีจิกปฺป-เหรมฺภกปฺปาทิเก อเนเก กปฺปคนฺเถ จ อกํสุ.

เวตุลฺลวาทิโน ปน (๗) เวตุลฺลปิฏกมกํสุ.

อนฺธกา จ (๘) รตนกูฏาทิเก คนฺเถ,

อญฺญมหาสงฺฆิกา จ (๙) อกฺขรสาริยาทิสุตฺตนฺเต อกํสุ [นิกายสงฺคเห ๙-ปิฏฺเฐ].

เตสุ ปน สทฺธมฺมปติรูปเกสุ เวตุลฺลวาโท, วาชิริยวาโท, รตนกูฏสตฺถนฺติ อิมานิเยว ตีณิ ลงฺกาทีปมุปาคตานิ, อญฺญานิ ปน วณฺณปิฏกาทีนิ ชมฺพุทีเปเยว นิวตฺตนฺตีติ นิกายสงฺคเห วุตฺตํ. วณฺณปิฏกาทีนมฺปิ ปน ลงฺกาทีปมุปาคตจฺฉายา ทิสฺสเตว. ตถา หิ สมนฺตปาสาทิกาย วินยฏฺฐกถายํ (๓, ๙-ปิฏฺเฐ)

‘‘วณฺณปิฏก องฺคุลิมาลปิฏกรฏฺฐปาลคชฺชิตอาฬวกคชฺชิตคูฬฺหมคฺคคูฬฺหเวสฺสนฺตร คูฬฺหวินย เวทลฺลปิฏกานิ [เอตฺถ ‘‘เวปุลฺล, เวทลฺลํ, เวตุลฺลนฺติ อตฺถโก เอกํ, โพธิสตฺตปิฏกสฺเสว นาม’’นฺติ เวทิตพฺพํ. ตถา หิ วุตฺตํ อสงฺเคน นาม อาจริเยน อภิธมฺมสมุจฺจเย นาม มหายานิกคนฺเต (๗๙-ปิฏฺเฐ) ‘‘เวปุลฺลํ กตมํ? โพธิสตฺตปิฏกสมฺปยุตฺตํ ภาสิตํ. ยทุจฺจเต เวปุลฺลํ, ตํ เวทลฺลมปฺยุจฺจเต, เวตุลฺลมปฺยุจฺจเต. กิมตฺถํ เวปุลฺลมุจฺจเต? สพฺพสตฺตานํ หิตสุขาธิฏฺฐานโต, อุทารคมฺภีรธมฺมเทสนาโต จ. กิมตฺถมุจฺจเต เวทลฺลํ? สพฺพาวรณวิทลนโต. กิมตฺถมุจฺจเต เวตุลฺลํ? อุปมานธมฺมานํ ตุลนาภาวโต’’ติ] ปน อพุทฺธวจนานิเยวาติ วุตฺต’’นฺติ จ.

สารตฺถปฺปกาสินิยา สํยุตฺตฏฺฐกถายมฺปิ (๒, ๑๘๖-ปิฏฺเฐ)

‘‘คูฬฺหวินยํ คูฬฺหเวสฺสนฺตรํ คูฬฺหมโหสธํ วณฺณปิฏกํ องฺคุลิมาลปิฏกํ รฏฺฐปาลคชฺชิตํ อาฬวกคชฺชิตํ เวทลฺลปิฏกนฺติ อพุทฺธวจนํ สทฺธมฺมปติรูปกํ นามา’’ติ จ–

เตสํ ปฏิกฺเขโป ทิสฺสติ. น หิ ตานิ อสุตฺวา, เตสญฺจ อตฺถํ อชานิตฺวา สีหฬฏฺฐกถาจริเยหิ ตานิ ปฏิกฺขิปิตุํ สกฺกา, นาปิ ตํ ปฏิกฺเขปวจนํ ชมฺพุทีปิกฏฺฐกถาจริยานํ วจนํ ภวิตุํ, มหามหินฺทตฺเถรสฺส สีหฬทีปํ คมนสมเย เตสํเยว อภาวโต. ตสฺมา ตานิ จ ตทญฺญานิ จ มหายานิกปิฏกานิ ตํกาลิกานิ เยภุยฺเยน สีหฬทีปมุปาคตานีติ คเหตพฺพานิ. เตสุ จ วชฺชิปุตฺตกคณปริยาปนฺนสฺส ธมฺมรุจินิกายสฺส ปิฏกานํ ตทุปาคมนํ ปุพฺเพว วุตฺตํ. ตทญฺเญสํ ปน ตทุปาคมนํ เอวํ เวทิตพฺพํ.