๙. รุกฺขมูลิกงฺคกถา

๓๒. รุกฺขมูลิกงฺคมฺปิ ‘‘ฉนฺนํ ปฏิกฺขิปามิ, รุกฺขมูลิกงฺคํ สมาทิยามี’’ติ อิเมสํ อญฺญตรวจเนน สมาทินฺนํ โหติ.

เตน ปน รุกฺขมูลิเกน สีมนฺตริกรุกฺขํ, เจติยรุกฺขํ, นิยฺยาสรุกฺขํ, ผลรุกฺขํ, วคฺคุลิรุกฺขํ, สุสิรรุกฺขํ, วิหารมชฺเฌ ฐิตรุกฺขนฺติ อิเม รุกฺเข วิวชฺเชตฺวา วิหารปจฺจนฺเต ฐิตรุกฺโข คเหตพฺโพติ อิทมสฺส วิธานํ.

ปเภทโต ปน อยมฺปิ ติวิโธ โหติ. ตตฺถ อุกฺกฏฺโฐ ยถารุจิตํ รุกฺขํ คเหตฺวา ปฏิชคฺคาเปตุํ น ลภติ. ปาเทน ปณฺณสฏํ อปเนตฺวา วสิตพฺพํ. มชฺฌิโม ตํ ฐานํ สมฺปตฺเตหิเยว ปฏิชคฺคาเปตุํ ลภติ. มุทุเกน อารามิกสมณุทฺเทเส ปกฺโกสิตฺวา โสธาเปตฺวา สมํ การาเปตฺวา วาลุกํ โอกิราเปตฺวา ปาการปริกฺเขปํ การาเปตฺวา ทฺวารํ โยชาเปตฺวา วสิตพฺพํ. มหทิวเส ปน รุกฺขมูลิเกน ตตฺถ อนิสีทิตฺวา อญฺญตฺถ ปฏิจฺฉนฺเน ฐาเน นิสีทิตพฺพํ.

อิเมสํ ปน ติณฺณมฺปิ ฉนฺเน วาสํ กปฺปิตกฺขเณ ธุตงฺคํ ภิชฺชติ. ชานิตฺวา ฉนฺเน อรุณํ อุฏฺฐาปิตมตฺเตติ องฺคุตฺตรภาณกา. อยเมตฺถ เภโท.

อยํ ปนานิสํโส, รุกฺขมูลเสนาสนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชาติ (มหาว. ๑๒๘) วจนโต นิสฺสยานุรูปปฏิปตฺติสพฺภาโว, อปฺปานิ เจว สุลภานิ จ ตานิ จ อนวชฺชานีติ (อ. นิ. ๔.๒๗; อิติวุ. ๑๐๑) ภควตา สํวณฺณิตปจฺจยตา, อภิณฺหํ ตรุปณฺณวิการทสฺสเนน อนิจฺจสญฺญาสมุฏฺฐาปนตา, เสนาสนมจฺเฉรกมฺมารามตานํ อภาโว, เทวตาหิ สหวาสิตา, อปฺปิจฺฉตาทีนํ อนุโลมวุตฺติตาติ.

วณฺณิโต พุทฺธเสฏฺเฐน, นิสฺสโยติ จ ภาสิโต;

นิวาโส ปวิวิตฺตสฺส, รุกฺขมูลสโม กุโต.

อาวาสมจฺเฉรหเร, เทวตา ปริปาลิเต;

ปวิวิตฺเต วสนฺโต หิ, รุกฺขมูลมฺหิ สุพฺพโต.

อภิรตฺตานิ นีลานิ, ปณฺฑูนิ ปติตานิ จ;

ปสฺสนฺโต ตรุปณฺณานิ, นิจฺจสญฺญํ ปนูทติ.

ตสฺมา หิ พุทฺธทายชฺชํ, ภาวนาภิรตาลยํ;

วิวิตฺตํ นาติมญฺเญยฺย, รุกฺขมูลํ วิจกฺขโณติ.

อยํ รุกฺขมูลิกงฺเค สมาทานวิธานปฺปเภทเภทานิสํสวณฺณนา.