๑๐. อพฺโภกาสิกงฺคกถา

๓๓. อพฺโภกาสิกงฺคมฺปิ ‘‘ฉนฺนญฺจ รุกฺขมูลญฺจ ปฏิกฺขิปามิ, อพฺโภกาสิกงฺคํ สมาทิยามี’’ติ อิเมสํ อญฺญตรวจเนน สมาทินฺนํ โหติ.

ตสฺส ปน อพฺโภกาสิกสฺส ธมฺมสฺสวนาย วา อุโปสถตฺถาย วา อุโปสถาคารํ ปวิสิตุํ วฏฺฏติ. สเจ ปวิฏฺฐสฺส เทโว วสฺสติ, เทเว วสฺสมาเน อนิกฺขมิตฺวา วสฺสูปรเม นิกฺขมิตพฺพํ. โภชนสาลํ วา อคฺคิสาลํ วา ปวิสิตฺวา วตฺตํ กาตุํ, โภชนสาลาย เถเร ภิกฺขู ภตฺเตน อาปุจฺฉิตุํ, อุทฺทิสนฺเตน วา อุทฺทิสาเปนฺเตน วา ฉนฺนํ ปวิสิตุํ, พหิ ทุนฺนิกฺขิตฺตานิ มญฺจปีฐาทีนิ อนฺโต ปเวเสตุญฺจ วฏฺฏติ. สเจ มคฺคํ คจฺฉนฺเตน วุฑฺฒตรานํ ปริกฺขาโร คหิโต โหติ, เทเว วสฺสนฺเต มคฺคมชฺเฌ ฐิตํ สาลํ ปวิสิตุํ วฏฺฏติ. สเจ น กิญฺจิ คหิตํ โหติ, สาลาย ฐสฺสามีติ เวเคน คนฺตุํ น วฏฺฏติ. ปกติคติยา คนฺตฺวา ปวิฏฺเฐน ปน ยาว วสฺสูปรมา ฐตฺวา คนฺตพฺพนฺติ อิทมสฺส วิธานํ. รุกฺขมูลิกสฺสาปิ เอเสว นโย.

ปเภทโต ปน อยมฺปิ ติวิโธ โหติ. ตตฺถ อุกฺกฏฺฐสฺส รุกฺขํ วา ปพฺพตํ วา เคหํ วา อุปนิสฺสาย วสิตุํ น วฏฺฏติ. อพฺโภกาเสเยว จีวรกุฏึ กตฺวา วสิตพฺพํ. มชฺฌิมสฺส รุกฺขปพฺพตเคหานิ อุปนิสฺสาย อนฺโต อปฺปวิสิตฺวา วสิตุํ วฏฺฏติ. มุทุกสฺส อจฺฉนฺนมริยาทํ ปพฺภารมฺปิ สาขามณฺฑโปปิ ปีฐปโฏปิ เขตฺตรกฺขกาทีหิ ฉฑฺฑิตา ตตฺรฏฺฐกกุฏิกาปิ วฏฺฏตีติ.

อิเมสํ ปน ติณฺณมฺปิ วาสตฺถาย ฉนฺนํ วา รุกฺขมูลํ วา ปวิฏฺฐกฺขเณ ธุตงฺคํ ภิชฺชติ. ชานิตฺวา ตตฺถ อรุณํ อุฏฺฐาปิตมตฺเตติ องฺคุตฺตรภาณกา. อยเมตฺถ เภโท.

อยํ ปนานิสํโส, อาวาสปลิโพธุปจฺเฉโท, ถินมิทฺธปนูทนํ, ‘‘มิคา วิย อสงฺคจาริโน, อนิเกตา วิหรนฺติ ภิกฺขโว’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๒๔) ปสํสาย อนุรูปตา, นิสฺสงฺคตา, จาตุทฺทิสตา, อปฺปิจฺฉตาทีนํ อนุโลมวุตฺติตาติ.

อนคาริยภาวสฺส, อนุรูเป อทุลฺลเภ;

ตารามณิวิตานมฺหิ, จนฺททีปปฺปภาสิเต.

อพฺโภกาเส วสํ ภิกฺขุ, มิคภูเตน เจตสา;

ถินมิทฺธํ วิโนเทตฺวา, ภาวนารามตํ สิโต.

ปวิเวกรสสฺสาทํ, นจิรสฺเสว วินฺทติ;

ยสฺมา ตสฺมา หิ สปฺปญฺโญ, อพฺโภกาสรโต สิยาติ.

อยํ อพฺโภกาสิกงฺเค สมาทานวิธานปฺปเภทเภทานิสํสวณฺณนา.