นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

วิสุทฺธิมคฺโค

(ปฐโม ภาโค)

นิทานาทิกถา

๑. สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ, จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ;

อาตาปี นิปโก ภิกฺขุ, โส อิมํ วิชฏเย ชฏนฺติ. (สํ. นิ. ๑.๒๓);

อิติ หิทํ วุตฺตํ, กสฺมา ปเนตํ วุตฺตํ, ภควนฺตํ กิร สาวตฺถิยํ วิหรนฺตํ รตฺติภาเค อญฺญตโร เทวปุตฺโต อุปสงฺกมิตฺวา อตฺตโน สํสยสมุคฺฆาฏตฺถํ –

อนฺโตชฏา พหิชฏา, ชฏาย ชฏิตา ปชา;

ตํ ตํ โคตม ปุจฺฉามิ, โก อิมํ วิชฏเย ชฏนฺติ. (สํ. นิ. ๑.๒๓) –

อิมํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ. ตสฺสายํ สงฺเขปตฺโถ – ชฏาติ ตณฺหาย ชาลินิยา เอตํ อธิวจนํ. สา หิ รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ เหฏฺฐุปริยวเสน ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโต สํสิพฺพนฏฺเฐน เวฬุคุมฺพาทีนํ สาขาชาลสงฺขาตา ชฏา วิยาติ ชฏา, สา ปเนสา สกปริกฺขารปรปริกฺขาเรสุ สกอตฺตภาวปรอตฺตภาเวสุ อชฺฌตฺติกายตนพาหิรายตเนสุ จ อุปฺปชฺชนโต อนฺโตชฏา พหิชฏาติ วุจฺจติ. ตาย เอวํ อุปฺปชฺชมานาย ชฏาย ชฏิตา ปชา. ยถา นาม เวฬุคุมฺพชฏาทีหิ เวฬุอาทโย, เอวํ ตาย ตณฺหาชฏาย สพฺพาปิ อยํ สตฺตนิกายสงฺขาตา ปชา ชฏิตา วินทฺธา, สํสิพฺพิตาติ อตฺโถ. ยสฺมา จ เอวํ ชฏิตา. ตํ ตํ โคตม ปุจฺฉามีติ ตสฺมา ตํ ปุจฺฉามิ. โคตมาติ ภควนฺตํ โคตฺเตน อาลปติ. โก อิมํ วิชฏเย ชฏนฺติ อิมํ เอวํ เตธาตุกํ ชเฏตฺวา ฐิตํ ชฏํ โก วิชเฏยฺย, วิชเฏตุํ โก สมตฺโถติ ปุจฺฉติ.

เอวํ ปุฏฺโฐ ปนสฺส สพฺพธมฺเมสุ อปฺปฏิหตญาณจาโร เทวเทโว สกฺกานํ อติสกฺโก พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา จตุเวสารชฺชวิสารโท ทสพลธโร อนาวรณญาโณ สมนฺตจกฺขุ ภควา ตมตฺถํ วิสฺสชฺเชนฺโต –

สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ, จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ;

อาตาปี นิปโก ภิกฺขุ, โส อิมํ วิชฏเย ชฏนฺติ. –

อิมํ คาถมาห.

๒. อิมิสฺสา ทานิ คาถาย, กถิตาย มเหสินา;

วณฺณยนฺโต ยถาภูตํ, อตฺถํ สีลาทิเภทนํ.

สุทุลฺลภํ ลภิตฺวาน, ปพฺพชฺชํ ชินสาสเน;

สีลาทิสงฺคหํ เขมํ, อุชุํ มคฺคํ วิสุทฺธิยา.

ยถาภูตํ อชานนฺตา, สุทฺธิกามาปิ เย อิธ;

วิสุทฺธึ นาธิคจฺฉนฺติ, วายมนฺตาปิ โยคิโน.

เตสํ ปาโมชฺชกรณํ, สุวิสุทฺธวินิจฺฉยํ;

มหาวิหารวาสีนํ, เทสนานยนิสฺสิตํ.

วิสุทฺธิมคฺคํ ภาสิสฺสํ, ตํ เม สกฺกจฺจ ภาสโต;

วิสุทฺธิกามา สพฺเพปิ, นิสามยถ สาธโวติ.

๓. ตตฺถ วิสุทฺธีติ สพฺพมลวิรหิตํ อจฺจนฺตปริสุทฺธํ นิพฺพานํ เวทิตพฺพํ. ตสฺสา วิสุทฺธิยา มคฺโคติ วิสุทฺธิมคฺโค. มคฺโคติ อธิคมูปาโย วุจฺจติ. ตํ วิสุทฺธิมคฺคํ ภาสิสฺสามีติ อตฺโถ.

โส ปนายํ วิสุทฺธิมคฺโค กตฺถจิ วิปสฺสนามตฺตวเสเนว เทสิโต. ยถาห –

‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ, ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ;

อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข, เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา’’ติ. (ธ. ป. ๒๗๗);

กตฺถจิ ฌานปญฺญาวเสน. ยถาห –

‘‘ยมฺหิ ฌานญฺจ ปญฺญา จ, ส เว นิพฺพานสนฺติเก’’ติ. (ธ. ป. ๓๗๒);

กตฺถจิ กมฺมาทิวเสน. ยถาห –

‘‘กมฺมํ วิชฺชา จ ธมฺโม จ, สีลํ ชีวิตมุตฺตมํ;

เอเตน มจฺจา สุชฺฌนฺติ, น โคตฺเตน ธเนน วา’’ติ. (ม. นิ. ๓.๓๘๗; สํ. นิ. ๑.๔๘);

กตฺถจิ สีลาทิวเสน. ยถาห –

‘‘สพฺพทา สีลสมฺปนฺโน, ปญฺญวา สุสมาหิโต;

อารทฺธวีริโย ปหิตตฺโต, โอฆํ ตรติ ทุตฺตร’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๙๖);

กตฺถจิ สติปฏฺฐานาทิวเสน. ยถาห –

‘‘เอกายโน อยํ, ภิกฺขเว, มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา…เป… นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย, ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๗๓).

สมฺมปฺปธานาทีสุปิ เอเสว นโย. อิมสฺมึ ปน ปญฺหาพฺยากรเณ สีลาทิวเสน เทสิโต.

๔. ตตฺรายํ สงฺเขปวณฺณนา – สีเล ปติฏฺฐายาติ สีเล ฐตฺวา, สีลํ ปริปูรยมาโนเยว เจตฺถ สีเล ฐิโตติ วุจฺจติ. ตสฺมา สีลปริปูรเณน สีเล ปติฏฺฐหิตฺวาติ อยเมตฺถ อตฺโถ. นโรติ สตฺโต. สปญฺโญติ กมฺมชติเหตุกปฏิสนฺธิปญฺญาย ปญฺญวา. จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยนฺติ สมาธิญฺเจว วิปสฺสนญฺจ ภาวยมาโน, จิตฺตสีเสน เหตฺถ สมาธิ นิทฺทิฏฺโฐ. ปญฺญานาเมน จ วิปสฺสนาติ. อาตาปีติ วีริยวา. วีริยญฺหิ กิเลสานํ อาตาปนปริตาปนฏฺเฐน อาตาโปติ วุจฺจติ. ตทสฺส อตฺถีติ อาตาปี. นิปโกติ เนปกฺกํ วุจฺจติ ปญฺญา, ตาย สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. อิมินา ปเทน ปาริหาริกปญฺญํ ทสฺเสติ. อิมสฺมิญฺหิ ปญฺหาพฺยากรเณ ติกฺขตฺตุํ ปญฺญา อาคตา. ตตฺถ ปฐมา ชาติปญฺญา, ทุติยา วิปสฺสนาปญฺญา, ตติยา สพฺพกิจฺจปริณายิกา ปาริหาริกปญฺญา. สํสาเร ภยํ อิกฺขตีติ ภิกฺขุ. โส อิมํ วิชฏเย ชฏนฺติ โส อิมินา จ สีเลน อิมินา จ จิตฺตสีเสน นิทฺทิฏฺฐสมาธินา อิมาย จ ติวิธาย ปญฺญาย อิมินา จ อาตาเปนาติ ฉหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ. เสยฺยถาปิ นาม ปุริโส ปถวิยํ ปติฏฺฐาย สุนิสิตํ สตฺถํ อุกฺขิปิตฺวา มหนฺตํ เวฬุคุมฺพํ วิชเฏยฺย, เอวเมว สีลปถวิยํ ปติฏฺฐาย สมาธิสิลายํ สุนิสิตํ วิปสฺสนาปญฺญาสตฺถํ วีริยพลปคฺคหิเตน ปาริหาริกปญฺญาหตฺเถน อุกฺขิปิตฺวา สพฺพมฺปิ ตํ อตฺตโน สนฺตาเน ปติตํ ตณฺหาชฏํ วิชเฏยฺย สญฺฉินฺเทยฺย สมฺปทาเลยฺย. มคฺคกฺขเณ ปเนส ตํ ชฏํ วิชเฏติ นาม. ผลกฺขเณ วิชฏิตชโฏ สเทวกสฺส โลกสฺส อคฺคทกฺขิเณยฺโย โหติ. เตนาห ภควา –

‘‘สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ, จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ;

อาตาปี นิปโก ภิกฺขุ, โส อิมํ วิชฏเย ชฏ’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๒๓);

๕. ตตฺรายํ ยาย ปญฺญาย สปญฺโญติ วุตฺโต, ตตฺราสฺส กรณียํ นตฺถิ. ปุริมกมฺมานุภาเวเนว หิสฺส สา สิทฺธา. อาตาปี นิปโกติ เอตฺถ วุตฺตวีริยวเสน ปน เตน สาตจฺจการินา ปญฺญาวเสน จ สมฺปชานการินา หุตฺวา สีเล ปติฏฺฐาย จิตฺตปญฺญาวเสน วุตฺตา สมถวิปสฺสนา ภาเวตพฺพาติ อิมมตฺร ภควา สีลสมาธิปญฺญามุเขน วิสุทฺธิมคฺคํ ทสฺเสติ.

เอตฺตาวตา หิ ติสฺโส สิกฺขา, ติวิธกลฺยาณํ สาสนํ, เตวิชฺชตาทีนํ อุปนิสฺสโย, อนฺตทฺวยวชฺชนมชฺฌิมปฏิปตฺติเสวนานิ, อปายาทิสมติกฺกมนุปาโย, ตีหากาเรหิ กิเลสปฺปหานํ, วีติกฺกมาทีนํ ปฏิปกฺโข, สํกิเลสตฺตยวิโสธนํ, โสตาปนฺนาทิภาวสฺส จ การณํ ปกาสิตํ โหติ.

กถํ? เอตฺถ หิ สีเลน อธิสีลสิกฺขา ปกาสิตา โหติ, สมาธินา อธิจิตฺตสิกฺขา, ปญฺญาย อธิปญฺญาสิกฺขา.

สีเลน จ สาสนสฺส อาทิกลฺยาณตา ปกาสิตา โหติ. ‘‘โก จาทิ กุสลานํ ธมฺมานํ, สีลญฺจ สุวิสุทฺธ’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๓๖๙) หิ วจนโต, ‘‘สพฺพปาปสฺส อกรณ’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๙๐) อาทิวจนโต จ สีลํ สาสนสฺส อาทิ, ตญฺจ กลฺยาณํ, อวิปฺปฏิสาราทิคุณาวหตฺตา. สมาธินา มชฺเฌกลฺยาณตา ปกาสิตา โหติ. ‘‘กุสลสฺส อุปสมฺปทา’’ติ (ที. นิ. ๒.๙๐) อาทิวจนโต หิ สมาธิ สาสนสฺส มชฺเฌ, โส จ กลฺยาโณ, อิทฺธิวิธาทิคุณาวหตฺตา. ปญฺญาย สาสนสฺส ปริโยสานกลฺยาณตา ปกาสิตา โหติ. ‘‘สจิตฺตปริโยทาปนํ, เอตํ พุทฺธาน สาสน’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๙๐) หิ วจนโต, ปญฺญุตฺตรโต จ ปญฺญา สาสนสฺส ปริโยสานํ, สา จ กลฺยาณํ, อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ ตาทิภาวาวหนโต.

‘‘เสโล ยถา เอกฆโน, วาเตน น สมีรติ;

เอวํ นินฺทาปสํสาสุ, น สมิญฺชนฺติ ปณฺฑิตา’’ติ. (ธ. ป. ๘๑); –

หิ วุตฺตํ.

ตถา สีเลน เตวิชฺชตาย อุปนิสฺสโย ปกาสิโต โหติ. สีลสมฺปตฺติญฺหิ นิสฺสาย ติสฺโส วิชฺชา ปาปุณาติ, น ตโต ปรํ. สมาธินา ฉฬภิญฺญตาย อุปนิสฺสโย ปกาสิโต โหติ. สมาธิสมฺปทญฺหิ นิสฺสาย ฉ อภิญฺญา ปาปุณาติ, น ตโต ปรํ. ปญฺญาย ปฏิสมฺภิทาปเภทสฺส อุปนิสฺสโย ปกาสิโต โหติ. ปญฺญาสมฺปตฺติญฺหิ นิสฺสาย จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา ปาปุณาติ, น อญฺเญน การเณน.

สีเลน จ กามสุขลฺลิกานุโยคสงฺขาตสฺส อนฺตสฺส วชฺชนํ ปกาสิตํ โหติ, สมาธินา อตฺตกิลมถานุโยคสงฺขาตสฺส. ปญฺญาย มชฺฌิมาย ปฏิปตฺติยา เสวนํ ปกาสิตํ โหติ.

ตถา สีเลน อปายสมติกฺกมนุปาโย ปกาสิโต โหติ, สมาธินา กามธาตุสมติกฺกมนุปาโย, ปญฺญาย สพฺพภวสมติกฺกมนุปาโย.

สีเลน จ ตทงฺคปฺปหานวเสน กิเลสปฺปหานํ ปกาสิตํ โหติ, สมาธินา วิกฺขมฺภนปฺปหานวเสน, ปญฺญาย สมุจฺเฉทปฺปหานวเสน.

ตถา สีเลน กิเลสานํ วีติกฺกมปฏิปกฺโข ปกาสิโต โหติ, สมาธินา ปริยุฏฺฐานปฏิปกฺโข, ปญฺญาย อนุสยปฏิปกฺโข.

สีเลน จ ทุจฺจริตสํกิเลสวิโสธนํ ปกาสิตํ โหติ, สมาธินา ตณฺหาสํกิเลสวิโสธนํ, ปญฺญาย ทิฏฺฐิสํกิเลสวิโสธนํ.

ตถา สีเลน โสตาปนฺนสกทาคามิภาวสฺส การณํ ปกาสิตํ โหติ, สมาธินา อนาคามิภาวสฺส, ปญฺญาย อรหตฺตสฺส. โสตาปนฺโน หิ ‘‘สีเลสุ ปริปูรการี’’ติ (อ. นิ. ๓.๘๗) วุตฺโต, ตถา สกทาคามี. อนาคามี ปน ‘‘สมาธิสฺมึ ปริปูรการี’’ติ (อ. นิ. ๓.๘๗). อรหา ปน ‘‘ปญฺญาย ปริปูรการี’’ติ (อ. นิ. ๓.๘๗).

เอวํ เอตฺตาวตา ติสฺโส สิกฺขา, ติวิธกลฺยาณํ สาสนํ, เตวิชฺชตาทีนํ อุปนิสฺสโย, อนฺตทฺวยวชฺชนมชฺฌิมปฏิปตฺติเสวนานิ, อปายาทิสมติกฺกมนุปาโย, ตีหากาเรหิ กิเลสปฺปหานํ, วีติกฺกมาทีนํ ปฏิปกฺโข, สํกิเลสตฺตยวิโสธนํ, โสตาปนฺนาทิภาวสฺส จ การณนฺติ อิเม นว, อญฺเญ จ เอวรูปา คุณตฺติกา ปกาสิตา โหนฺตีติ.

๑. สีลนิทฺเทโส

สีลสรูปาทิกถา

๖. เอวํ อเนกคุณสงฺคาหเกน สีลสมาธิปญฺญามุเขน เทสิโตปิ ปเนส วิสุทฺธิมคฺโค อติสงฺเขปเทสิโตเยว โหติ. ตสฺมา นาลํ สพฺเพสํ อุปการายาติ วิตฺถารมสฺส ทสฺเสตุํ สีลํ ตาว อารพฺภ อิทํ ปญฺหากมฺมํ โหติ.

กึ สีลํ, เกนฏฺเฐน สีลํ, กานสฺส ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานิ, กิมานิสํสํ สีลํ, กติวิธํ เจตํ สีลํ, โก จสฺส สํกิเลโส, กึ โวทานนฺติ.

ตตฺริทํ วิสฺสชฺชนํ. กึ สีลนฺติ ปาณาติปาตาทีหิ วา วิรมนฺตสฺส วตฺตปฏิปตฺตึ วา ปูเรนฺตสฺส เจตนาทโย ธมฺมา. วุตฺตเญฺหตํ ปฏิสมฺภิทายํ ‘‘กึ สีลนฺติ เจตนา สีลํ, เจตสิกํ สีลํ, สํวโร สีลํ, อวีติกฺกโม สีล’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๓๙). ตตฺถ เจตนา สีลํ นาม ปาณาติปาตาทีหิ วา วิรมนฺตสฺส วตฺตปฏิปตฺตึ วา ปูเรนฺตสฺส เจตนา. เจตสิกํ สีลํ นาม ปาณาติปาตาทีหิ วิรมนฺตสฺส วิรติ. อปิจ เจตนา สีลํ นาม ปาณาติปาตาทีนิ ปชหนฺตสฺส สตฺต กมฺมปถเจตนา. เจตสิกํ สีลํ นาม ‘‘อภิชฺฌํ ปหาย วิคตาภิชฺเฌน เจตสา วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๑๗) อาทินา นเยน วุตฺตา อนภิชฺฌาพฺยาปาทสมฺมาทิฏฺฐิธมฺมา. สํวโร สีลนฺติ เอตฺถ ปญฺจวิเธน สํวโร เวทิตพฺโพ ปาติโมกฺขสํวโร, สติสํวโร, ญาณสํวโร, ขนฺติสํวโร, วีริยสํวโรติ. ตตฺถ อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโตติ (วิภ. ๕๑๑) อยํ ปาติโมกฺขสํวโร. รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตีติ (ที. นิ. ๑.๒๑๓) อยํ สติสํวโร.

ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ, (อชิตาติ ภควา;)

สติ เตสํ นิวารณํ;

โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ, ปญฺญาเยเต ปิธิยฺยเรติ. (สุ. นิ. ๑๐๔๑);

อยํ ญาณสํวโร. ปจฺจยปฏิเสวนมฺปิ เอตฺเถว สโมธานํ คจฺฉติ. โย ปนายํ ขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺสาติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๔; อ. นิ. ๖.๕๘) นเยน อาคโต, อยํ ขนฺติสํวโร นาม. โย จายํ อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตีติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๖; อ. นิ. ๖.๕๘) นเยน อาคโต, อยํ วีริยสํวโร นาม. อาชีวปาริสุทฺธิปิ เอตฺเถว สโมธานํ คจฺฉติ. อิติ อยํ ปญฺจวิโธปิ สํวโร, ยา จ ปาปภีรุกานํ กุลปุตฺตานํ สมฺปตฺตวตฺถุโต วิรติ, สพฺพมฺเปตํ สํวรสีลนฺติ เวทิตพฺพํ. อวีติกฺกโม สีลนฺติ สมาทินฺนสีลสฺส กายิกวาจสิโก อนติกฺกโม. อิทํ ตาว กึ สีลนฺติ ปญฺหสฺส วิสฺสชฺชนํ.

๗. อวเสเสสุ เกนฏฺเฐน สีลนฺติ สีลนฏฺเฐน สีลํ. กิมิทํ สีลนํ นาม. สมาธานํ วา, กายกมฺมาทีนํ สุสีลฺยวเสน อวิปฺปกิณฺณตาติ อตฺโถ. อุปธารณํ วา, กุสลานํ ธมฺมานํ ปติฏฺฐานวเสน อาธารภาโวติ อตฺโถ. เอตเทว เหตฺถ อตฺถทฺวยํ สทฺทลกฺขณวิทู อนุชานนฺติ. อญฺเญ ปน สิรฏฺโฐ สีลตฺโถ, สีตลฏฺโฐ สีลตฺโถติ เอวมาทินาปิ นเยเนตฺถ อตฺถํ วณฺณยนฺติ.

๘. อิทานิ กานสฺส ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานีติ เอตฺถ –

สีลนํ ลกฺขณํ ตสฺส, ภินฺนสฺสาปิ อเนกธา;

สนิทสฺสนตฺตํ รูปสฺส, ยถา ภินฺนสฺสเนกธา.

ยถา หิ นีลปีตาทิเภเทน อเนกธา ภินฺนสฺสาปิ รูปายตนสฺส สนิทสฺสนตฺตํ ลกฺขณํ, นีลาทิเภเทน ภินฺนสฺสาปิ สนิทสฺสน ภาวานติกฺกมนโต. ตถา สีลสฺส เจตนาทิเภเทน อเนกธา ภินฺนสฺสาปิ ยเทตํ กายกมฺมาทีนํ สมาธานวเสน กุสลานญฺจ ธมฺมานํ ปติฏฺฐานวเสน วุตฺตํ สีลนํ, ตเทว ลกฺขณํ, เจตนาทิเภเทน ภินฺนสฺสาปิ สมาธานปติฏฺฐานภาวานติกฺกมนโต. เอวํ ลกฺขณสฺส ปนสฺส –

ทุสฺสีลฺยวิทฺธํสนตา, อนวชฺชคุโณ ตถา;

กิจฺจสมฺปตฺติอตฺเถน, รโส นาม ปวุจฺจติ.

ตสฺมา อิทํ สีลํ นาม กิจฺจฏฺเฐน รเสน ทุสฺสีลฺยวิทฺธํสนรสํ, สมฺปตฺติอตฺเถน รเสน อนวชฺชรสนฺติ เวทิตพฺพํ. ลกฺขณาทีสุ หิ กิจฺจเมว สมฺปตฺติ วา รโสติ วุจฺจติ.

โสเจยฺยปจฺจุปฏฺฐานํ, ตยิทํ ตสฺส วิญฺญุหิ;

โอตฺตปฺปญฺจ หิรี เจว, ปทฏฺฐานนฺติ วณฺณิตํ.

ตยิทํ สีลํ กายโสเจยฺยํ วจีโสเจยฺยํ มโนโสเจยฺยนฺติ (อ. นิ. ๓.๑๒๑) เอวํ วุตฺตโสเจยฺยปจฺจุปฏฺฐานํ, โสเจยฺยภาเวน ปจฺจุปฏฺฐาติ คหณภาวํ คจฺฉติ. หิโรตฺตปฺปญฺจ ปนสฺส วิญฺญูหิ ปทฏฺฐานนฺติ วณฺณิตํ, อาสนฺนการณนฺติ อตฺโถ. หิโรตฺตปฺเป หิ สติ สีลํ อุปฺปชฺชติ เจว ติฏฺฐติ จ. อสติ เนว อุปฺปชฺชติ, น ติฏฺฐตีติ. เอวํ สีลสฺส ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานิ เวทิตพฺพานิ.

สีลานิสํสกถา

๙. กิมานิสํสํ สีลนฺติ อวิปฺปฏิสาราทิอเนกคุณปฏิลาภานิสํสํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อวิปฺปฏิสารตฺถานิ โข, อานนฺท, กุสลานิ สีลานิ อวิปฺปฏิสารานิสํสานี’’ติ (อ. นิ. ๑๑.๑).

อปรมฺปิ วุตฺตํ ‘‘ปญฺจิเม คหปตโย อานิสํสา สีลวโต สีลสมฺปทาย. กตเม ปญฺจ? อิธ คหปตโย สีลวา สีลสมฺปนฺโน อปฺปมาทาธิกรณํ มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ อธิคจฺฉติ, อยํ ปฐโม อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย. ปุน จปรํ คหปตโย สีลวโต สีลสมฺปนฺนสฺส กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ, อยํ ทุติโย อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย. ปุน จปรํ คหปตโย สีลวา สีลสมฺปนฺโน ยญฺญเทว ปริสํ อุปสงฺกมติ ยทิ ขตฺติยปริสํ ยทิ พฺราหฺมณปริสํ ยทิ คหปติปริสํ ยทิ สมณปริสํ, วิสารโท อุปสงฺกมติ อมงฺกุภูโต, อยํ ตติโย อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย. ปุน จปรํ คหปตโย สีลวา สีลสมฺปนฺโน อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ, อยํ จตุตฺโถ อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย. ปุน จปรํ คหปตโย สีลวา สีลสมฺปนฺโน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ, อยํ ปญฺจโม อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทายา’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๕๐; อ. นิ. ๕.๒๑๓; มหาว. ๒๘๕).

อปเรปิ ‘‘อากงฺเขยฺย เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ อสฺสํ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จาติ, สีเลเสฺววสฺส ปริปูรการี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๖๕) นเยน ปิยมนาปตาทโย อาสวกฺขยปริโยสานา อเนกา สีลานิสํสา วุตฺตา. เอวํ อวิปฺปฏิสาราทิอเนกคุณานิสํสํ สีลํ. อปิจ –

สาสเน กุลปุตฺตานํ, ปติฏฺฐา นตฺถิ ยํ วินา;

อานิสํสปริจฺเฉทํ, ตสฺส สีลสฺส โก วเท.

น คงฺคา ยมุนา จาปิ, สรภู วา สรสฺวตี;

นินฺนคา วาจิรวตี, มหี วาปิ มหานที.

สกฺกุณนฺติ วิโสเธตุํ, ตํ มลํ อิธ ปาณินํ;

วิโสธยติ สตฺตานํ, ยํ เว สีลชลํ มลํ.

น ตํ สชลทา วาตา, น จาปิ หริจนฺทนํ;

เนว หารา น มณโย, น จนฺทกิรณงฺกุรา.

สมยนฺตีธ สตฺตานํ, ปริฬาหํ สุรกฺขิตํ;

ยํ สเมติ อิทํ อริยํ, สีลํ อจฺจนฺตสีตลํ.

สีลคนฺธสโม คนฺโธ, กุโต นาม ภวิสฺสติ;

โย สมํ อนุวาเต จ, ปฏิวาเต จ วายติ.

สคฺคาโรหณโสปานํ, อญฺญํ สีลสมํ กุโต;

ทฺวารํ วา ปน นิพฺพาน, นครสฺส ปเวสเน.

โสภนฺเตวํ น ราชาโน, มุตฺตามณิวิภูสิตา;

ยถา โสภนฺติ ยติโน, สีลภูสนภูสิตา.

อตฺตานุวาทาทิภยํ, วิทฺธํสยติ สพฺพโส;

ชเนติ กิตฺติหาสญฺจ, สีลํ สีลวตํ สทา.

คุณานํ มูลภูตสฺส, โทสานํ พลฆาติโน;

อิติ สีลสฺส วิญฺเญยฺยํ, อานิสํสกถามุขนฺติ.

สีลปฺปเภทกถา

๑๐. อิทานิ ยํ วุตฺตํ กติวิธํ เจตํ สีลนฺติ, ตตฺริทํ วิสฺสชฺชนํ. สพฺพเมว ตาว อิทํ สีลํ อตฺตโน สีลนลกฺขเณน เอกวิธํ.

จาริตฺตวาริตฺตวเสน ทุวิธํ. ตถา อาภิสมาจาริกอาทิพฺรหฺมจริยกวเสน, วิรติอวิรติวเสน, นิสฺสิตานิสฺสิตวเสน, กาลปริยนฺตอาปาณโกฏิกวเสน, สปริยนฺตาปริยนฺตวเสน, โลกิยโลกุตฺตรวเสน จ.

ติวิธํ หีนมชฺฌิมปณีตวเสน. ตถา อตฺตาธิปเตยฺยโลกาธิปเตยฺยธมฺมาธิปเตยฺยวเสน, ปรามฏฺฐาปรามฏฺฐปฏิปฺปสฺสทฺธิวเสน, วิสุทฺธาวิสุทฺธเวมติกวเสน, เสกฺขาเสกฺขเนวเสกฺขนาเสกฺขวเสน จ.

จตุพฺพิธํ หานภาคิยฐิติภาคิยวิเสสภาคิยนิพฺเพธภาคิยวเสน. ตถา ภิกฺขุภิกฺขุนีอนุปสมฺปนฺนคหฏฺฐสีลวเสน, ปกติอาจารธมฺมตาปุพฺพเหตุกสีลวเสน, ปาติโมกฺขสํวรอินฺทฺริยสํวรอาชีวปาริสุทฺธิปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลวเสน จ.

ปญฺจวิธํ ปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลาทิวเสน. วุตฺตมฺปิ เจตํ ปฏิสมฺภิทายํ ‘‘ปญฺจ สีลานิ – ปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลํ, อปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลํ, ปริปุณฺณปาริสุทฺธิสีลํ, อปรามฏฺฐปาริสุทฺธิสีลํ, ปฏิปฺปสฺสทฺธิปาริสุทฺธิสีล’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๓๗). ตถา ปหานเวรมณีเจตนาสํวราวีติกฺกมวเสน.

๑๑. ตตฺถ เอกวิธโกฏฺฐาเส อตฺโถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. ทุวิธโกฏฺฐาเส ยํ ภควตา ‘‘อิทํ กตฺตพฺพ’’นฺติ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทปูรณํ, ตํ จาริตฺตํ. ยํ ‘‘อิทํ น กตฺตพฺพ’’นฺติ ปฏิกฺขิตฺตสฺส อกรณํ, ตํ วาริตฺตํ. ตตฺรายํ วจนตฺโถ. จรนฺติ ตสฺมึ สีเลสุ ปริปูรการิตาย ปวตฺตนฺตีติ จาริตฺตํ. วาริตํ ตายนฺติ รกฺขนฺติ เตนาติ วาริตฺตํ. ตตฺถ สทฺธาวีริยสาธนํ จาริตฺตํ, สทฺธาสาธนํ วาริตฺตํ. เอวํ จาริตฺตวาริตฺตวเสน ทุวิธํ.

ทุติยทุเก อภิสมาจาโรติ อุตฺตมสมาจาโร. อภิสมาจาโร เอว อาภิสมาจาริกํ. อภิสมาจารํ วา อารพฺภ ปญฺญตฺตํ อาภิสมาจาริกํ, อาชีวฏฺฐมกโต อวเสสสีลสฺเสตํ อธิวจนํ. มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อาทิภาวภูตนฺติ อาทิพฺรหฺมจริยกํ, อาชีวฏฺฐมกสีลสฺเสตํ อธิวจนํ. ตญฺหิ มคฺคสฺส อาทิภาวภูตํ, ปุพฺพภาเคเยว ปริโสเธตพฺพโต. เตนาห – ‘‘ปุพฺเพว โข ปนสฺส กายกมฺมํ วจีกมฺมํ อาชีโว สุปริสุทฺโธ โหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๔๓๑). ยานิ วา สิกฺขาปทานิ ขุทฺทานุขุทฺทกานีติ วุตฺตานิ, อิทํ อาภิสมาจาริกสีลํ. เสสํ อาทิพฺรหฺมจริยกํ. อุภโตวิภงฺคปริยาปนฺนํ วา อาทิพฺรหฺมจริยกํ. ขนฺธกวตฺตปริยาปนฺนํ อาภิสมาจาริกํ. ตสฺส สมฺปตฺติยา อาทิพฺรหฺมจริยกํ สมฺปชฺชติ. เตเนวาห – ‘‘โส วต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ อปริปูเรตฺวา อาทิพฺรหฺมจริยกํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๒๑). เอวํ อาภิสมาจาริกอาทิพฺรหฺมจริยกวเสน ทุวิธํ.

ตติยทุเก ปาณาติปาตาทีหิ เวรมณิมตฺตํ วิรติสีลํ. เสสํ เจตนาทิ อวิรติสีลนฺติ เอวํ วิรติอวิรติวเสน ทุวิธํ.

จตุตฺถทุเก นิสฺสโยติ เทฺว นิสฺสยา ตณฺหานิสฺสโย จ ทิฏฺฐินิสฺสโย จ. ตตฺถ ยํ ‘‘อิมินาหํ สีเลน เทโว วา ภวิสฺสามิ เทวญฺญตโร วา’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๐; ม. นิ. ๑.๑๘๖; อ. นิ. ๕.๒๐๖; ๗.๕๐) เอวํ ภวสมฺปตฺตึ อากงฺขมาเนน ปวตฺติตํ, อิทํ ตณฺหานิสฺสิตํ. ยํ ‘‘สีเลน สุทฺธี’’ติ เอวํ สุทฺธิทิฏฺฐิยา ปวตฺติตํ, อิทํ ทิฏฺฐินิสฺสิตํ. ยํ ปน โลกุตฺตรํ โลกิยญฺจ ตสฺเสว สมฺภารภูตํ, อิทํ อนิสฺสิตนฺติ เอวํ นิสฺสิตานิสฺสิตวเสน ทุวิธํ.

ปญฺจมทุเก กาลปริจฺเฉทํ กตฺวา สมาทินฺนํ สีลํ กาลปริยนฺตํ. ยาวชีวํ สมาทิยิตฺวา ตเถว ปวตฺติตํ อาปาณโกฏิกนฺติ เอวํ กาลปริยนฺตอาปาณโกฏิกวเสน ทุวิธํ.

ฉฏฺฐทุเก ลาภยสญาติองฺคชีวิตวเสน ทิฏฺฐปริยนฺตํ สปริยนฺตํ นาม. วิปรีตํ อปริยนฺตํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ปฏิสมฺภิทายํ ‘‘กตมํ ตํ สีลํ สปริยนฺตํ? อตฺถิ สีลํ ลาภปริยนฺตํ, อตฺถิ สีลํ ยสปริยนฺตํ, อตฺถิ สีลํ ญาติปริยนฺตํ, อตฺถิ สีลํ องฺคปริยนฺตํ, อตฺถิ สีลํ ชีวิตปริยนฺตํ. กตมํ ตํ สีลํ ลาภปริยนฺตํ? อิเธกจฺโจ ลาภเหตุ ลาภปจฺจยา ลาภการณา ยถาสมาทินฺนํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมติ, อิทํ ตํ สีลํ ลาภปริยนฺต’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๓๘). เอเตเนว อุปาเยน อิตรานิปิ วิตฺถาเรตพฺพานิ. อปริยนฺตวิสฺสชฺชเนปิ วุตฺตํ ‘‘กตมํ ตํ สีลํ น ลาภปริยนฺตํ? อิเธกจฺโจ ลาภเหตุ ลาภปจฺจยา ลาภการณา ยถาสมาทินฺนํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมาย จิตฺตมฺปิ น อุปฺปาเทติ, กึ โส วีติกฺกมิสฺสติ, อิทํ ตํ สีลํ น ลาภปริยนฺต’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๓๘). เอเตเนวุปาเยน อิตรานิปิ วิตฺถาเรตพฺพานิ. เอวํ สปริยนฺตาปริยนฺตวเสน ทุวิธํ.

สตฺตมทุเก สพฺพมฺปิ สาสวํ สีลํ โลกิยํ. อนาสวํ โลกุตฺตรํ. ตตฺถ โลกิยํ ภววิเสสาวหํ โหติ ภวนิสฺสรณสฺส จ สมฺภาโร. ยถาห – ‘‘วินโย สํวรตฺถาย, สํวโร อวิปฺปฏิสารตฺถาย, อวิปฺปฏิสาโร ปาโมชฺชตฺถาย, ปาโมชฺชํ ปีตตฺถาย, ปีติ ปสฺสทฺธตฺถาย, ปสฺสทฺธิ สุขตฺถาย, สุขํ สมาธตฺถาย, สมาธิ ยถาภูตญาณทสฺสนตฺถาย, ยถาภูตญาณทสฺสนํ นิพฺพิทตฺถาย, นิพฺพิทา วิราคตฺถาย, วิราโค วิมุตฺตตฺถาย, วิมุตฺติ วิมุตฺติญาณทสฺสนตฺถาย, วิมุตฺติญาณทสฺสนํ อนุปาทาปรินิพฺพานตฺถาย, เอตทตฺถา กถา, เอตทตฺถา มนฺตนา, เอตทตฺถา อุปนิสา, เอตทตฺถํ โสตาวธานํ, ยทิทํ อนุปาทาจิตฺตสฺส วิโมกฺโข’’ติ (ปริ. ๓๖๖). โลกุตฺตรํ ภวนิสฺสรณาวหํ โหติ ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส จ ภูมีติ เอวํ โลกิยโลกุตฺตรวเสน ทุวิธํ.

๑๒. ติเกสุ ปฐมตฺติเก หีเนน ฉนฺเทน จิตฺเตน วีริเยน วีมํสาย วา ปวตฺติตํ หีนํ. มชฺฌิเมหิ ฉนฺทาทีหิ ปวตฺติตํ มชฺฌิมํ. ปณีเตหิ ปณีตํ. ยสกามตาย วา สมาทินฺนํ หีนํ. ปุญฺญผลกามตาย มชฺฌิมํ. กตฺตพฺพเมวิทนฺติ อริยภาวํ นิสฺสาย สมาทินฺนํ ปณีตํ. ‘‘อหมสฺมิ สีลสมฺปนฺโน, อิเม ปนญฺเญ ภิกฺขู ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา’’ติ เอวํ อตฺตุกฺกํสนปรวมฺภนาทีหิ อุปกฺกิลิฏฺฐํ วา หีนํ. อนุปกฺกิลิฏฺฐํ โลกิยํ สีลํ มชฺฌิมํ. โลกุตฺตรํ ปณีตํ. ตณฺหาวเสน วา ภวโภคตฺถาย ปวตฺติตํ หีนํ. อตฺตโน วิโมกฺขตฺถาย ปวตฺติตํ มชฺฌิมํ. สพฺพสตฺตานํ วิโมกฺขตฺถาย ปวตฺติตํ ปารมิตาสีลํ ปณีตนฺติ เอวํ หีนมชฺฌิมปณีตวเสน ติวิธํ.

ทุติยตฺติเก อตฺตโน อนนุรูปํ ปชหิตุกาเมน อตฺตครุนา อตฺตนิคารเวน ปวตฺติตํ อตฺตาธิปเตยฺยํ. โลกาปวาทํ ปริหริตุกาเมน โลกครุนา โลเก คารเวน ปวตฺติตํ โลกาธิปเตยฺยํ. ธมฺมมหตฺตํ ปูเชตุกาเมน ธมฺมครุนา ธมฺมคารเวน ปวตฺติตํ ธมฺมาธิปเตยฺยนฺติ เอวํ อตฺตาธิปเตยฺยาทิวเสน ติวิธํ.

ตติยตฺติเก ยํ ทุเกสุ นิสฺสิตนฺติ วุตฺตํ, ตํ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ ปรามฏฺฐตฺตา ปรามฏฺฐํ. ปุถุชฺชนกลฺยาณกสฺส มคฺคสมฺภารภูตํ เสกฺขานญฺจ มคฺคสมฺปยุตฺตํ อปรามฏฺฐํ. เสกฺขาเสกฺขานํ ผลสมฺปยุตฺตํ ปฏิปฺปสฺสทฺธนฺติ เอวํ ปรามฏฺฐาทิวเสน ติวิธํ.

จตุตฺถตฺติเก ยํ อาปตฺตึ อนาปชฺชนฺเตน ปูริตํ, อาปชฺชิตฺวา วา ปุน กตปฏิกมฺมํ, ตํ วิสุทฺธํ. อาปตฺตึ อาปนฺนสฺส อกตปฏิกมฺมํ อวิสุทฺธํ. วตฺถุมฺหิ วา อาปตฺติยา วา อชฺฌาจาเร วา เวมติกสฺส สีลํ เวมติกสีลํ นาม. ตตฺถ โยคินา อวิสุทฺธสีลํ วิโสเธตพฺพํ, เวมติเก วตฺถุชฺฌาจารํ อกตฺวา วิมติ ปฏิวิเนตพฺพา ‘‘อิจฺจสฺส ผาสุ ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ วิสุทฺธาทิวเสน ติวิธํ.

ปญฺจมตฺติเก จตูหิ อริยมคฺเคหิ ตีหิ จ สามญฺญผเลหิ สมฺปยุตฺตํ สีลํ เสกฺขํ. อรหตฺตผลสมฺปยุตฺตํ อเสกฺขํ. เสสํ เนวเสกฺขนาเสกฺขนฺติ เอวํ เสกฺขาทิวเสน ติวิธํ.

ปฏิสมฺภิทายํ ปน ยสฺมา โลเก เตสํ เตสํ สตฺตานํ ปกติปิ สีลนฺติ วุจฺจติ, ยํ สนฺธาย ‘‘อยํ สุขสีโล, อยํ ทุกฺขสีโล, อยํ กลหสีโล, อยํ มณฺฑนสีโล’’ติ ภณนฺติ, ตสฺมา เตน ปริยาเยน ‘‘ตีณิ สีลานิ, กุสลสีลํ อกุสลสีลํ อพฺยากตสีลนฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๓๙). เอวํ กุสลาทิวเสนปิ ติวิธนฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ อกุสลํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตสฺส สีลสฺส ลกฺขณาทีสุ เอเกนปิ น สเมตีติ อิธ น อุปนีตํ, ตสฺมา วุตฺตนเยเนวสฺส ติวิธตา เวทิตพฺพา.

๑๓. จตุกฺเกสุ ปฐมจตุกฺเก –

โยธ เสวติ ทุสฺสีเล, สีลวนฺเต น เสวติ;

วตฺถุวีติกฺกเม โทสํ, น ปสฺสติ อวิทฺทสุ.

มิจฺฉาสงฺกปฺปพหุโล, อินฺทฺริยานิ น รกฺขติ;

เอวรูปสฺส เว สีลํ, ชายเต หานภาคิยํ.

โย ปนตฺตมโน โหติ, สีลสมฺปตฺติยา อิธ;

กมฺมฏฺฐานานุโยคมฺหิ, น อุปฺปาเทติ มานสํ.

ตุฏฺฐสฺส สีลมตฺเตน, อฆฏนฺตสฺส อุตฺตริ;

ตสฺส ตํ ฐิติภาคิยํ, สีลํ ภวติ ภิกฺขุโน.

สมฺปนฺนสีโล ฆฏติ, สมาธตฺถาย โย ปน;

วิเสสภาคิยํ สีลํ, โหติ เอตสฺส ภิกฺขุโน.

อตุฏฺโฐ สีลมตฺเตน, นิพฺพิทํ โยนุยุญฺชติ;

โหติ นิพฺเพธภาคิยํ, สีลเมตสฺส ภิกฺขุโนติ.

เอวํ หานภาคิยาทิวเสน จตุพฺพิธํ.

ทุติยจตุกฺเก ภิกฺขู อารพฺภ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทานิ, ยานิ จ เนสํ ภิกฺขุนีนํ ปญฺญตฺติโต รกฺขิตพฺพานิ, อิทํ ภิกฺขุสีลํ. ภิกฺขุนิโย อารพฺภ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทานิ, ยานิ จ ตาสํ ภิกฺขูนํ ปญฺญตฺติโต รกฺขิตพฺพานิ, อิทํ ภิกฺขุนิสีลํ. สามเณรสามเณรีนํ ทสสีลานิ อนุปสมฺปนฺนสีลํ. อุปาสกอุปาสิกานํ นิจฺจสีลวเสน ปญฺจสิกฺขาปทานิ, สติ วา อุสฺสาเห ทส, อุโปสถงฺควเสน อฏฺฐาติ อิทํ คหฏฺฐสีลนฺติ เอวํ ภิกฺขุสีลาทิวเสน จตุพฺพิธํ.

ตติยจตุกฺเก อุตฺตรกุรุกานํ มนุสฺสานํ อวีติกฺกโม ปกติสีลํ. กุลเทสปาสณฺฑานํ อตฺตโน อตฺตโน มริยาทาจาริตฺตํ อาจารสีลํ. ‘‘ธมฺมตา เอสา, อานนฺท, ยทา โพธิสตฺโต มาตุกุจฺฉึ โอกฺกนฺโต โหติ น โพธิสตฺตมาตุ ปุริเสสุ มานสํ อุปฺปชฺชิ กามคุณูปสํหิต’’นฺติ เอวํ วุตฺตํ โพธิสตฺตมาตุสีลํ ธมฺมตาสีลํ. มหากสฺสปาทีนํ ปน สุทฺธสตฺตานํ, โพธิสตฺตสฺส จ ตาสุ ตาสุ ชาตีสุ สีลํ ปุพฺพเหตุกสีลนฺติ เอวํ ปกติสีลาทิวเสน จตุพฺพิธํ.

จตุตฺถจตุกฺเก ยํ ภควตา ‘‘อิธ ภิกฺขุ ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสู’’ติ (วิภ. ๕๐๘; ที. นิ. ๑.๑๙๓) วํ วุตฺตํ สีลํ, อิทํ ปาติโมกฺขสํวรสีลํ นาม. ยํ ปน ‘‘โส จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหี, ยตฺวาธิกรณเมนํ จกฺขุนฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ, ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชติ, รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชติ. โสเตน สทฺทํ สุตฺวา…เป… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา…เป… ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา…เป… กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา…เป… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย น นิมิตฺตคฺคาหี…เป… มนินฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๒, ๔๑๑; ที. นิ. ๑.๒๑๓; อ. นิ. ๔.๑๙๘) วุตฺตํ, อิทํ อินฺทฺริยสํวรสีลํ. ยา ปน อาชีวเหตุปญฺญตฺตานํ ฉนฺนํ สิกฺขาปทานํ วีติกฺกมสฺส, ‘‘กุหนา ลปนา เนมิตฺติกตา นิปฺเปสิกตา ลาเภน ลาภํ นิชิคีสนตา’’ติ เอวมาทีนญฺจ ปาปธมฺมานํ วเสน ปวตฺตา มิจฺฉาชีวา วิรติ, อิทํ อาชีวปาริสุทฺธิสีลํ. ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรํ ปฏิเสวติ, ยาวเทว สีตสฺส ปฏิฆาตายา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๓; อ. นิ. ๖.๕๘) อาทินา นเยน วุตฺโต ปฏิสงฺขานปริสุทฺโธ จตุปจฺจยปริโภโค ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลํ นาม.

ปาติโมกฺขสํวรสีลํ

๑๔. ตตฺรายํ อาทิโต ปฏฺฐาย อนุปุพฺพปทวณฺณนาย สทฺธึ วินิจฺฉยกถา. อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. ภิกฺขูติ สํสาเร ภยํ อิกฺขณตาย วา ภินฺนปฏธราทิตาย วา เอวํ ลทฺธโวหาโร สทฺธาปพฺพชิโต กุลปุตฺโต. ปาติโมกฺขสํวรสํวุโตติ เอตฺถ ปาติโมกฺขนฺติ สิกฺขาปทสีลํ. ตญฺหิ โย นํ ปาติ รกฺขติ, ตํ โมกฺเขติ โมจยติ อาปายิกาทีหิ ทุกฺเขหิ, ตสฺมา ปาติโมกฺขนฺติ วุจฺจติ. สํวรณํ สํวโร, กายิกวาจสิกสฺส อวีติกฺกมสฺเสตํ นามํ. ปาติโมกฺขเมว สํวโร ปาติโมกฺขสํวโร. เตน ปาติโมกฺขสํวเรน สํวุโต ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต, อุปคโต สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. วิหรตีติ อิริยติ. อาจารโคจรสมฺปนฺโนติอาทีนมตฺโถ ปาฬิยํ อาคตนเยเนว เวทิตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘อาจารโคจรสมฺปนฺโน’’ติ อตฺถิ อาจาโร, อตฺถิ อนาจาโร;

ตตฺถ กตโม อนาจาโร? กายิโก วีติกฺกโม วาจสิโก วีติกฺกโม กายิกวาจสิโก วีติกฺกโม, อยํ วุจฺจติ อนาจาโร. สพฺพมฺปิ ทุสฺสีลฺยํ อนาจาโร. อิเธกจฺโจ เวฬุทาเนน วา ปตฺตทาเนน วา ปุปฺผผลสินานทนฺตกฏฺฐทาเนน วา จาฏุกมฺยตาย วา มุคฺคสูปฺยตาย วา ปาริภฏฺยตาย วา ชงฺฆเปสนิเกน วา อญฺญตรญฺญตเรน วา พุทฺธปฏิกุฏฺเฐน มิจฺฉาอาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปติ, อยํ วุจฺจติ อนาจาโร.

ตตฺถ กตโม อาจาโร? กายิโก อวีติกฺกโม วาจสิโก อวีติกฺกโม กายิกวาจสิโก อวีติกฺกโม, อยํ วุจฺจติ อาจาโร. สพฺโพปิ สีลสํวโร อาจาโร. อิเธกจฺโจ น เวฬุทาเนน วา น ปตฺตน ปุปฺผน ผลน สินานน ทนฺตกฏฺฐทาเนน วา น จาฏุกมฺยตาย วา น มุคฺคสูปฺยตาย วา น ปาริภฏฺยตาย วา น ชงฺฆเปสนิเกน วา น อญฺญตรญฺญตเรน วา พุทฺธปฏิกุฏฺเฐน มิจฺฉาอาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปติ, อยํ วุจฺจติ อาจาโร.

โคจโรติ อตฺถิ โคจโร อตฺถิ อโคจโร.

ตตฺถ กตโม อโคจโร? อิเธกจฺโจ เวสิยาโคจโร วา โหติ วิธวา, ถุลฺลกุมาริกา, ปณฺฑก, ภิกฺขุนี, ปานาคารโคจโร วา โหติ, สํสฏฺโฐ วิหรติ ราชูหิ ราชมหามตฺเตหิ ติตฺถิเยหิ ติตฺถิยสาวเกหิ อนนุโลมิเกน สํสคฺเคน, ยานิ วา ปน ตานิ กุลานิ อสฺสทฺธานิ อปฺปสนฺนานิ อโนปานภูตานิ อกฺโกสกปริภาสกานิ อนตฺถกามานิ อหิตกามานิ อผาสุกกามานิ อโยคกฺเขมกามานิ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนํ อุปาสกานํ อุปาสิกานํ, ตถารูปานิ กุลานิ เสวติ ภชติ ปยิรุปาสติ, อยํ วุจฺจติ อโคจโร.

ตตฺถ กตโม โคจโร? อิเธกจฺโจ น เวสิยาโคจโร วา โหติ…เป… น ปานาคารโคจโร วา โหติ, อสํสฏฺโฐ วิหรติ ราชูหิ…เป… ติตฺถิยสาวเกหิ อนนุโลมิเกน สํสคฺเคน, ยานิ วา ปน ตานิ กุลานิ สทฺธานิ ปสนฺนานิ โอปานภูตานิ กาสาวปชฺโชตานิ อิสิวาตปฏิวาตานิ อตฺถกามานิ…เป… โยคกฺเขมกามานิ ภิกฺขูนํ…เป… อุปาสิกานํ, ตถารูปานิ กุลานิ เสวติ ภชติ ปยิรุปาสติ, อยํ วุจฺจติ โคจโร. อิติ อิมินา จ อาจาเรน อิมินา จ โคจเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต อุปคโต สมุปคโต อุปปนฺโน สมฺปนฺโน สมนฺนาคโต, เตน วุจฺจติ ‘‘อาจารโคจรสมฺปนฺโน’’ติ (วิภ. ๕๑๑).

อปิ เจตฺถ อิมินาปิ นเยน อาจารโคจรา เวทิตพฺพา. ทุวิโธ หิ อนาจาโร กายิโก วาจสิโก จ. ตตฺถ กตโม กายิโก อนาจาโร? อิเธกจฺโจ สงฺฆคโตปิ อจิตฺตีการกโต เถเร ภิกฺขู ฆฏฺฏยนฺโตปิ ติฏฺฐติ, ฆฏฺฏยนฺโตปิ นิสีทติ, ปุรโตปิ ติฏฺฐติ, ปุรโตปิ นิสีทติ, อุจฺเจปิ อาสเน นิสีทติ, สสีสมฺปิ ปารุปิตฺวา นิสีทติ, ฐิตโกปิ ภณติ, พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ, เถรานํ ภิกฺขูนํ อนุปาหนานํ จงฺกมนฺตานํ สอุปาหโน จงฺกมติ, นีเจ จงฺกเม จงฺกมนฺตานํ อุจฺเจ จงฺกเม จงฺกมติ, ฉมาย จงฺกมนฺตานํ จงฺกเม จงฺกมติ, เถเร ภิกฺขู อนุปขชฺชาปิ ติฏฺฐติ, อนุปขชฺชาปิ นิสีทติ, นเวปิ ภิกฺขู อาสเนน ปฏิพาหติ, ชนฺตาฆเรปิ เถเร ภิกฺขู อนาปุจฺฉา กฏฺฐํ ปกฺขิปติ, ทฺวารํ ปิทหติ, อุทกติตฺเถปิ เถเร ภิกฺขู ฆฏฺฏยนฺโตปิ โอตรติ, ปุรโตปิ โอตรติ, ฆฏฺฏยนฺโตปิ นฺหายติ, ปุรโตปิ นฺหายติ, ฆฏฺฏยนฺโตปิ อุตฺตรติ, ปุรโตปิ อุตฺตรติ, อนฺตรฆรํ ปวิสนฺโตปิ เถเร ภิกฺขู ฆฏฺฏยนฺโตปิ คจฺฉติ, ปุรโตปิ คจฺฉติ, โวกฺกมฺม จ เถรานํ ภิกฺขูนํ ปุรโต ปุรโต คจฺฉติ, ยานิปิ ตานิ โหนฺติ กุลานํ โอวรกานิ คูฬฺหานิ จ ปฏิจฺฉนฺนานิ จ ยตฺถ กุลิตฺถิโย กุลกุมาริโย นิสีทนฺติ, ตตฺถปิ สหสา ปวิสติ, กุมารกสฺสปิ สีสํ ปรามสติ, อยํ วุจฺจติ กายิโก อนาจาโร.

ตตฺถ กตโม วาจสิโก อนาจาโร? อิเธกจฺโจ สงฺฆคโตปิ อจิตฺตีการกโต เถเร ภิกฺขู อนาปุจฺฉา ธมฺมํ ภณติ. ปญฺหํ วิสฺสชฺเชติ, ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ, ฐิตโกปิ ภณติ, พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ, อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐปิ อิตฺถึ วา กุมารึ วา เอวมาห – ‘‘อิตฺถนฺนาเม อิตฺถํโคตฺเต กึ อตฺถิ, ยาคุ อตฺถิ, ภตฺตํ อตฺถิ, ขาทนียํ อตฺถิ, กึ ปิวิสฺสาม, กึ ขาทิสฺสาม, กึ ภุญฺชิสฺสาม. กึ วา เม ทสฺสถา’’ติ วิปฺปลปติ, อยํ วุจฺจติ วาจสิโก อนาจาโร (มหานิ. ๘๗). ปฏิปกฺขวเสน ปนสฺส อาจาโร เวทิตพฺโพ.

อปิจ ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส หิโรตฺตปฺปสมฺปนฺโน สุนิวตฺโถ สุปารุโต ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตน ปฏิกฺกนฺเตน อาโลกิเตน วิโลกิเตน สมิญฺชิเตน ปสาริเตน โอกฺขิตฺตจกฺขุ อิริยาปถสมฺปนฺโน อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร โภชเน มตฺตญฺญู ชาคริยมนุยุตฺโต สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต อปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐ อารทฺธวีริโย อาภิสมาจาริเกสุ สกฺกจฺจการี ครุจิตฺตีการพหุโล วิหรติ, อยํ วุจฺจติ อาจาโร. เอวํ ตาว อาจาโร เวทิตพฺโพ.

โคจโร ปน ติวิโธ อุปนิสฺสยโคจโร อารกฺขโคจโร อุปนิพนฺธโคจโรติ. ตตฺถ กตโม อุปนิสฺสยโคจโร? ทสกถาวตฺถุคุณสมนฺนาคโต กลฺยาณมิตฺโต, ยํ นิสฺสาย อสฺสุตํ สุณาติ, สุตํ ปริโยทเปติ, กงฺขํ วิตรติ, ทิฏฺฐึ อุชุํ กโรติ, จิตฺตํ ปสาเทติ. ยสฺส วา ปน อนุสิกฺขมาโน สทฺธาย วฑฺฒติ, สีเลน, สุเตน, จาเคน, ปญฺญาย วฑฺฒติ, อยํ วุจฺจติ อุปนิสฺสยโคจโร.

กตโม อารกฺขโคจโร? อิธ ภิกฺขุ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ วีถึ ปฏิปนฺโน โอกฺขิตฺตจกฺขุ ยุคมตฺตทสฺสาวี สุสํวุโต คจฺฉติ, น หตฺถึ โอโลเกนฺโต, น อสฺสํ, น รถํ, น ปตฺตึ, น อิตฺถึ, น ปุริสํ โอโลเกนฺโต, น อุทฺธํ อุลฺโลเกนฺโต, น อโธ โอโลเกนฺโต, น ทิสาวิทิสํ เปกฺขมาโน คจฺฉติ, อยํ วุจฺจติ อารกฺขโคจโร.