๘. อารญฺญิกงฺคกถา

๓๑. อารญฺญิกงฺคมฺปิ ‘‘คามนฺตเสนาสนํ ปฏิกฺขิปามิ, อารญฺญิกงฺคํ สมาทิยามี’’ติ อิเมสํ อญฺญตรวจเนน สมาทินฺนํ โหติ.

เตน ปน อารญฺญิเกน คามนฺตเสนาสนํ ปหาย อรญฺเญ อรุณํ อุฏฺฐาเปตพฺพํ. ตตฺถ สทฺธึ อุปจาเรน คาโมเยว คามนฺตเสนาสนํ.

คาโม นาม โย โกจิ เอกกุฏิโก วา อเนกกุฏิโก วา ปริกฺขิตฺโต วา อปริกฺขิตฺโต วา สมนุสฺโส วา อมนุสฺโส วา อนฺตมโส อติเรกจาตุมาสนิวิฏฺโฐ โย โกจิ สตฺโถปิ.

คามูปจาโร นาม ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส สเจ อนุราธปุรสฺเสว เทฺว อินฺทขีลา โหนฺติ, อพฺภนฺตริเม อินฺทขีเล ฐิตสฺส ถามมชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต. ตสฺส ลกฺขณํ ยถา ตรุณมนุสฺสา อตฺตโน พลํ ทสฺเสนฺตา พาหํ ปสาเรตฺวา เลฑฺฑุํ ขิปนฺติ, เอวํ ขิตฺตสฺส เลฑฺฑุสฺส ปตนฏฺฐานพฺภนฺตรนฺติ วินยธรา. สุตฺตนฺติกา ปน กากนิวารณนิยเมน ขิตฺตสฺสาติ วทนฺติ. อปริกฺขิตฺตคาเม ยํ สพฺพปจฺจนฺติมสฺส ฆรสฺส ทฺวาเร ฐิโต มาตุคาโม ภาชเนน อุทกํ ฉฑฺเฑติ, ตสฺส ปตนฏฺฐานํ ฆรูปจาโร. ตโต วุตฺตนเยน เอโก เลฑฺฑุปาโต คาโม, ทุติโย คามูปจาโร.

อรญฺญํ ปน วินยปริยาเย ตาว ‘‘ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจ สพฺพเมตํ อรญฺญ’’นฺติ (ปารา. ๙๒) วุตฺตํ. อภิธมฺมปริยาเย ‘‘นิกฺขมิตฺวา พหิ อินฺทขีลา, สพฺพเมตํ อรญฺญ’’นฺติ (วิภ. ๕๒๙) วุตฺตํ. อิมสฺมึ ปน สุตฺตนฺติกปริยาเย ‘‘อารญฺญกํ นาม เสนาสนํ ปญฺจธนุสติกํ ปจฺฉิม’’นฺติ อิทํ ลกฺขณํ. ตํ อาโรปิเตน อาจริยธนุนา ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อินฺทขีลโต อปริกฺขิตฺตสฺส ปฐมเลฑฺฑุปาตโต ปฏฺฐาย ยาว วิหารปริกฺเขปา มินิตฺวา ววตฺถเปตพฺพํ.

สเจ ปน วิหาโร อปริกฺขิตฺโต โหติ, ยํ สพฺพปฐมํ เสนาสนํ วา ภตฺตสาลา วา ธุวสนฺนิปาตฏฺฐานํ วา โพธิ วา เจติยํ วา ทูเร เจปิ เสนาสนโต โหติ, ตํ ปริจฺเฉทํ กตฺวา มินิตพฺพนฺติ วินยฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ. มชฺฌิมฏฺฐกถายํ ปน วิหารสฺสปิ คามสฺเสว อุปจารํ นีหริตฺวา อุภินฺนํ เลฑฺฑุปาตานํ อนฺตรา มินิตพฺพนฺติ วุตฺตํ. อิทเมตฺถ ปมาณํ.

สเจปิ อาสนฺเน คาโม โหติ, วิหาเร ฐิเตหิ มานุสกานํ สทฺโท สุยฺยติ, ปพฺพตนทีอาทีหิ ปน อนฺตริตตฺตา น สกฺกา อุชุํ คนฺตุํ. โย ตสฺส ปกติมคฺโค โหติ, สเจปิ นาวาย สญฺจริตพฺโพ, เตน มคฺเคน ปญฺจธนุสติกํ คเหตพฺพํ. โย ปน อาสนฺนคามสฺส องฺคสมฺปาทนตฺถํ ตโต ตโต มคฺคํ ปิทหติ, อยํ ธุตงฺคโจโร โหติ.

สเจ ปน อารญฺญิกสฺส ภิกฺขุโน อุปชฺฌาโย วา อาจริโย วา คิลาโน โหติ, เตน อรญฺเญ สปฺปายํ อลภนฺเตน คามนฺตเสนาสนํ เนตฺวา อุปฏฺฐาตพฺโพ. กาลสฺเสว ปน นิกฺขมิตฺวา องฺคยุตฺตฏฺฐาเน อรุณํ อุฏฺฐาเปตพฺพํ. สเจ อรุณุฏฺฐานเวลายํ เตสํ อาพาโธ วฑฺฒติ, เตสํเยว กิจฺจํ กาตพฺพํ. น ธุตงฺคสุทฺธิเกน ภวิตพฺพนฺติ อิทมสฺส วิธานํ.

ปเภทโต ปน อยมฺปิ ติวิโธ โหติ. ตตฺถ อุกฺกฏฺเฐน สพฺพกาลํ อรญฺเญ อรุณํ อุฏฺฐาเปตพฺพํ. มชฺฌิโม จตฺตาโร วสฺสิเก มาเส คามนฺเต วสิตุํ ลภติ. มุทุโก เหมนฺติเกปิ.

อิเมสํ ปน ติณฺณมฺปิ ยถา ปริจฺฉินฺเน กาเล อรญฺญโต อาคนฺตฺวา คามนฺตเสนาสเน ธมฺมสฺสวนํ สุณนฺตานํ อรุเณ อุฏฺฐิเตปิ ธุตงฺคํ น ภิชฺชติ. สุตฺวา คจฺฉนฺตานํ อนฺตรามคฺเค อุฏฺฐิเตปิ น ภิชฺชติ. สเจ ปน อุฏฺฐิเตปิ ธมฺมกถิเก มุหุตฺตํ นิปชฺชิตฺวา คมิสฺสามาติ นิทฺทายนฺตานํ อรุณํ อุฏฺฐหติ, อตฺตโน วา รุจิยา คามนฺตเสนาสเน อรุณํ อุฏฺฐเปนฺติ, ธุตงฺคํ ภิชฺชตีติ อยเมตฺถ เภโท.

อยํ ปนานิสํโส, อารญฺญิโก ภิกฺขุ อรญฺญสญฺญํ มนสิกโรนฺโต ภพฺโพ อลทฺธํ วา สมาธึ ปฏิลทฺธุํ ลทฺธํ วา รกฺขิตุํ, สตฺถาปิสฺส อตฺตมโน โหติ. ยถาห – ‘‘เตนาหํ, นาคิต, ตสฺส ภิกฺขุโน อตฺตมโน โหมิ อรญฺญวิหาเรนา’’ติ (อ. นิ. ๖.๔๒; ๘.๘๖). ปนฺตเสนาสนวาสิโน จสฺส อสปฺปายรูปาทโย จิตฺตํ น วิกฺขิปนฺติ, วิคตสนฺตาโส โหติ, ชีวิตนิกนฺตึ ชหติ, ปวิเวกสุขรสํ อสฺสาเทติ, ปํสุกูลิกาทิภาโวปิ จสฺส ปติรูโป โหตีติ.

ปวิวิตฺโต อสํสฏฺโฐ, ปนฺตเสนาสเน รโต;

อาราธยนฺโต นาถสฺส, วนวาเสน มานสํ.

เอโก อรญฺเญ นิวสํ, ยํ สุขํ ลภเต ยติ;

รสํ ตสฺส น วินฺทนฺติ, อปิ เทวา สอินฺทกา.

ปํสุกูลญฺจ เอโสว, กวจํ วิย ธารยํ;

อรญฺญสงฺคามคโต, อวเสสธุตายุโธ.

สมตฺโถ นจิรสฺเสว, เชตุํ มารํ สวาหินึ;

ตสฺมา อรญฺญวาสมฺหิ, รตึ กยิราถ ปณฺฑิโตติ.

อยํ อารญฺญิกงฺเค สมาทานวิธานปฺปเภทเภทานิสํสวณฺณนา.