๑. ปํสุกูลิกงฺคกถา

๒๔. อิทานิ เอเกกสฺส สมาทานวิธานปฺปเภทเภทานิสํเส วณฺณยิสฺสาม. ปํสุกูลิกงฺคํ ตาว ‘‘คหปติทานจีวรํ ปฏิกฺขิปามิ, ปํสุกูลิกงฺคํ สมาทิยามี’’ติ อิเมสุ ทฺวีสุ วจเนสุ อญฺญตเรน สมาทินฺนํ โหติ. อิทํ ตาเวตฺถ สมาทานํ.

เอวํ สมาทินฺนธุตงฺเคน ปน เตน โสสานิกํ, ปาปณิกํ, รถิยโจฬํ, สงฺการโจฬํ, โสตฺถิยํ, นฺหานโจฬํ, ติตฺถโจฬํ, คตปจฺจาคตํ, อคฺคิฑฑฺฒํ, โคขายิตํ, อุปจิกาขายิตํ, อุนฺทูรขายิตํ, อนฺตจฺฉินฺนํ, ทสาจฺฉินฺนํ, ธชาหฏํ, ถูปจีวรํ, สมณจีวรํ, อาภิเสกิกํ, อิทฺธิมยํ, ปนฺถิกํ, วาตาหฏํ, เทวทตฺติยํ, สามุทฺทิยนฺติเอเตสุ อญฺญตรํ จีวรํ คเหตฺวา ผาเลตฺวา ทุพฺพลฏฺฐานํ ปหาย ถิรฏฺฐานานิ โธวิตฺวา จีวรํ กตฺวา โปราณํ คหปติจีวรํ อปเนตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ.

ตตฺถ โสสานิกนฺติ สุสาเน ปติตกํ. ปาปณิกนฺติ อาปณทฺวาเร ปติตกํ. รถิยโจฬนฺติ ปุญฺญตฺถิเกหิ วาตปานนฺตเรน รถิกาย ฉฑฺฑิตโจฬกํ. สงฺการโจฬนฺติ สงฺการฏฺฐาเน ฉฑฺฑิตโจฬกํ. โสตฺถิยนฺติ คพฺภมลํ ปุญฺฉิตฺวา ฉฑฺฑิตวตฺถํ. ติสฺสามจฺจมาตา กิร สตคฺฆนเกน วตฺเถน คพฺภมลํ ปุญฺฉาเปตฺวา ปํสุกูลิกา คณฺหิสฺสนฺตีติ ตาลเวฬิมคฺเค ฉฑฺฑาเปสิ. ภิกฺขู ชิณฺณกฏฺฐานตฺถเมว คณฺหนฺติ. นฺหานโจฬนฺติ ยํ ภูตเวชฺเชหิ สสีสํ นฺหาปิตา กาฬกณฺณิโจฬนฺติ ฉฑฺเฑตฺวา คจฺฉนฺติ.

ติตฺถโจฬนฺติ นฺหานติตฺเถ ฉฑฺฑิตปิโลติกา. คตปจฺจาคตนฺติ ยํ มนุสฺสา สุสานํ คนฺตฺวา ปจฺจาคตา นฺหตฺวา ฉฑฺเฑนฺติ. อคฺคิฑฑฺฒนฺติ อคฺคินา ฑฑฺฒปฺปเทสํ. ตญฺหิ มนุสฺสา ฉฑฺเฑนฺติ. โคขายิตาทีนิ ปากฏาเนว. ตาทิสานิปิ หิ มนุสฺสา ฉฑฺเฑนฺติ. ธชาหฏนฺติ นาวํ อาโรหนฺตา ธชํ พนฺธิตฺวา อารูหนฺติ. ตํ เตสํ ทสฺสนาติกฺกเม คเหตุํ วฏฺฏติ. ยมฺปิ ยุทฺธภูมิยํ ธชํ พนฺธิตฺวา ฐปิตํ, ตํ ทฺวินฺนมฺปิ เสนานํ คตกาเล คเหตุํ วฏฺฏติ.

ถูปจีวรนฺติ วมฺมิกํ ปริกฺขิปิตฺวา พลิกมฺมํ กตํ. สมณจีวรนฺติ ภิกฺขุสนฺตกํ. อาภิเสกิกนฺติ รญฺโญ อภิเสกฏฺฐาเน ฉฑฺฑิตจีวรํ. อิทฺธิมยนฺติ เอหิภิกฺขุจีวรํ. ปนฺถิกนฺติ อนฺตรามคฺเค ปติตกํ. ยํ ปน สามิกานํ สติสมฺโมเสน ปติตํ, ตํ โถกํ รกฺขิตฺวา คเหตพฺพํ. วาตาหฏนฺติ วาเตน ปหริตฺวา ทูเร ปาติตํ, ตํ ปน สามิเก อปสฺสนฺเตน คเหตุํ วฏฺฏติ. เทวทตฺติยนฺติ อนุรุทฺธตฺเถรสฺส วิย เทวตาหิ ทินฺนกํ. สามุทฺทิยนฺติ สมุทฺทวีจีหิ ถเล อุสฺสาริตํ.

ยํ ปน สงฺฆสฺส เทมาติ ทินฺนํ, โจฬกภิกฺขาย วา จรมาเนหิ ลทฺธํ, น ตํ ปํสุกูลํ. ภิกฺขุทตฺติเยปิ ยํ วสฺสคฺเคน คาเหตฺวา วา ทียติ, เสนาสนจีวรํ วา โหติ, น ตํ ปํสุกูลํ. โน คาหาเปตฺวา ทินฺนเมว ปํสุกูลํ. ตตฺรปิ ยํ ทายเกหิ ภิกฺขุสฺส ปาทมูเล นิกฺขิตฺตํ, เตน ปน ภิกฺขุนา ปํสุกูลิกสฺส หตฺเถ ฐเปตฺวา ทินฺนํ, ตํ เอกโตสุทฺธิกํ นาม. ยํ ภิกฺขุโน หตฺเถ ฐเปตฺวา ทินฺนํ, เตน ปน ปาทมูเล ฐปิตํ, ตมฺปิ เอกโตสุทฺธิกํ. ยํ ภิกฺขุโนปิ ปาทมูเล ฐปิตํ, เตนาปิ ตเถว ทินฺนํ, ตํ อุภโตสุทฺธิกํ. ยํ หตฺเถ ฐเปตฺวา ลทฺธํ, หตฺเถเยว ฐปิตํ, ตํ อนุกฺกฏฺฐจีวรํ นาม. อิติ อิมํ ปํสุกูลเภทํ ญตฺวา ปํสุกูลิเกน จีวรํ ปริภุญฺชิตพฺพนฺติ อิทเมตฺถ วิธานํ.

อยํ ปน ปเภโท, ตโย ปํสุกูลิกา อุกฺกฏฺโฐ มชฺฌิโม มุทูติ. ตตฺถ โสสานิกํเยว คณฺหนฺโต อุกฺกฏฺโฐ โหติ. ปพฺพชิตา คณฺหิสฺสนฺตีติ ฐปิตกํ คณฺหนฺโต มชฺฌิโม. ปาทมูเล ฐเปตฺวา ทินฺนกํ คณฺหนฺโต มุทูติ.

เตสุ ยสฺส กสฺสจิ อตฺตโน รุจิยา คิหิทินฺนกํ สาทิตกฺขเณ ธุตงฺคํ ภิชฺชติ. อยเมตฺถ เภโท.

อยํ ปนานิสํโส, ‘‘ปํสุกูลจีวรํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา’’ติ (มหาว. ๑๒๘) วจนโต นิสฺสยานุรูปปฏิปตฺติสพฺภาโว, ปฐเม อริยวํเส ปติฏฺฐานํ, อารกฺขทุกฺขาภาโว, อปรายตฺตวุตฺติตา, โจรภเยน อภยตา, ปริโภคตณฺหาย อภาโว, สมณสารุปฺปปริกฺขารตา, ‘‘อปฺปานิ เจว สุลภานิ จ ตานิ จ อนวชฺชานี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๗; อิติวุ. ๑๐๑) ภควตา สํวณฺณิตปจฺจยตา, ปาสาทิกตา, อปฺปิจฺฉตาทีนํ ผลนิปฺผตฺติ, สมฺมาปฏิปตฺติยา อนุพฺรูหนํ, ปจฺฉิมาย ชนตาย ทิฏฺฐานุคติอาปาทนนฺติ.

มารเสนวิฆาตาย, ปํสุกูลธโร ยติ;

สนฺนทฺธกวโจ ยุทฺเธ, ขตฺติโย วิย โสภติ.

ปหาย กาสิกาทีนิ, วรวตฺถานิ ธาริตํ;

ยํ โลกครุนา โก ตํ, ปํสุกูลํ น ธารเย.

ตสฺมา หิ อตฺตโน ภิกฺขุ, ปฏิญฺญํ สมนุสฺสรํ;

โยคาจารานุกูลมฺหิ, ปํสุกูเล รโต สิยาติ.

อยํ ตาว ปํสุกูลิกงฺเค สมาทานวิธานปฺปเภทเภทานิสํสวณฺณนา.