๒. เตจีวริกงฺคกถา
๒๕. ตทนนฺตรํ ปน เตจีวริกงฺคํ ‘‘จตุตฺถกจีวรํ ปฏิกฺขิปามิ, เตจีวริกงฺคํ สมาทิยามี’’ติ อิเมสํ อญฺญตรวจเนน สมาทินฺนํ โหติ.
เตน ปน เตจีวริเกน จีวรทุสฺสํ ลภิตฺวา ยาว อผาสุกภาเวน กาตุํ วา น สกฺโกติ, วิจารกํ วา น ลภติ, สูจิอาทีสุ วาสฺส กิญฺจิ น สมฺปชฺชติ, ตาว นิกฺขิปิตพฺพํ. นิกฺขิตฺตปจฺจยา โทโส นตฺถิ. รชิตกาลโต ปน ปฏฺฐาย นิกฺขิปิตุํ น วฏฺฏติ, ธุตงฺคโจโร นาม โหติ. อิทมสฺส วิธานํ.
ปเภทโต ปน อยมฺปิ ติวิโธ โหติ. ตตฺถ อุกฺกฏฺเฐน รชนกาเล ปฐมํ อนฺตรวาสกํ วา อุตฺตราสงฺคํ วา รชิตฺวา ตํ นิวาเสตฺวา อิตรํ รชิตพฺพํ. ตํ ปารุปิตฺวา สงฺฆาฏิ รชิตพฺพา. สงฺฆาฏึ ปน นิวาเสตุํ น วฏฺฏติ. อิทมสฺส คามนฺตเสนาสเน วตฺตํ. อารญฺญเก ปน เทฺว เอกโต โธวิตฺวา รชิตุํ วฏฺฏติ. ยถา ปน กญฺจิ ทิสฺวา สกฺโกติ กาสาวํ อากฑฺฒิตฺวา อุปริกาตุํ, เอวํ อาสนฺเน ฐาเน นิสีทิตพฺพํ. มชฺฌิมสฺส รชนสาลายํ รชนกาสาวํ นาม โหติ, ตํ นิวาเสตฺวา วา ปารุปิตฺวา วา รชนกมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ. มุทุกสฺส สภาคภิกฺขูนํ จีวรานิ นิวาเสตฺวา วา ปารุปิตฺวา วา รชนกมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ. ตตฺรฏฺฐกปจฺจตฺถรณมฺปิ ตสฺส วฏฺฏติ. ปริหริตุํ ปน น วฏฺฏติ. สภาคภิกฺขูนํ จีวรมฺปิ อนฺตรนฺตรา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ธุตงฺคเตจีวริกสฺส ปน จตุตฺถํ วตฺตมานํ อํสกาสาวเมว วฏฺฏติ. ตญฺจ โข วิตฺถารโต วิทตฺถิ, ทีฆโต ติหตฺถเมว วฏฺฏติ.
อิเมสํ ปน ติณฺณมฺปิ จตุตฺถกจีวรํ สาทิตกฺขเณเยว ธุตงฺคํ ภิชฺชติ. อยเมตฺถ เภโท.
อยํ ปนานิสํโส, เตจีวริโก ภิกฺขุ สนฺตุฏฺโฐ โหติ กายปริหาริเกน จีวเรน. เตนสฺส ปกฺขิโน วิย สมาทาเยว คมนํ, อปฺปสมารมฺภตา, วตฺถสนฺนิธิปริวชฺชนํ, สลฺลหุกวุตฺติตา, อติเรกจีวรโลลุปฺปปฺปหานํ, กปฺปิเย มตฺตการิตาย สลฺเลขวุตฺติตา, อปฺปิจฺฉตาทีนํ ผลนิปฺผตฺตีติ เอวมาทโย คุณา สมฺปชฺชนฺตีติ.
อติเรกวตฺถตณฺหํ, ปหาย สนฺนิธิวิวชฺชิโต ธีโร;
สนฺโตสสุขรสญฺญู, ติจีวรธโร ภวติ โยคี.
ตสฺมา สปตฺตจรโณ, ปกฺขีว สจีวโรว โยคิวโร;
สุขมนุวิจริตุกาโม, จีวรนิยเม รตึ กยิราติ.
อยํ เตจีวริกงฺเค สมาทานวิธานปฺปเภทเภทานิสํสวณฺณนา.