๒๒. มิจฺฉทิฏฺฐิกสฺส วตฺถุมฺหิ อยมานุปุพฺพีกถา
ภควติ ธรมาเน ราชคหนคเร กิร เอโก พฺรหฺมภตฺติโก มิจฺฉาทิฏฺฐิโก ปฏิวสติ, ตตฺเถว สมฺมาทิฏฺฐิโกปิ. เตสํ อุภินฺนมฺปิ เทฺว ปุตฺตา อเหสุํ. เต เอกโต กีฬนฺตา วฑฺฒนฺติ. อถาปรภาเค คุฬกีฬํกีฬนฺตานํ สมฺมาทิฏฺฐิกสฺส ปุตฺโต ‘‘นโม พุทฺธยา’’ติ วตฺวา คุฬฺหํ ขิปนฺโต ทิวเส ทิวเส ชินาติ. มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส ปุตฺโต ‘‘นโม พฺรหฺมุโน’’ติ วตฺวา ขิปนฺโต ปราเชติ, ตโต มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส ปุตฺโต นิจฺจํ ชินนฺตํ สมฺมาทิฏฺฐิกํ กุมารํ ทิสฺวา สมฺม ตฺวํ นิจฺจเมว ชินาสิ, กึ วตฺวา คุฬํ ขิปสีติ ปุจฺฉิ. โสหํ สมฺม ‘‘นโม พุทฺธายา’’ติ วตฺวา ขิปามีติ อาห. โสปิ ตโต ปฏฺฐาย ‘‘นโม พุทฺธายา’’ติ วตฺวา ขิปติ, อถ เต เยภุยฺเยน ทูเต สมสมาว โหนฺติ. อปรภาเค มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส ปุตฺโต ปิตรา สทฺธึ ทารูนมตฺถาย วนํ คนฺตฺวา สกเฏน ทารุํ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺโต นครทฺวารสมีเป สกฏํ วิสฺสชฺเชตฺวา ติเณ ขาทนตฺถาย โคเณ วิสฺสชฺเชสิ, โคณา ติณํ ขาทนฺโต อญฺเญหิ โครูเปหิ สทฺธึ อนฺโตนครํ ปวิสึสุ. อถสฺส ปิตา โคเณ ปริเยสนฺโต สกฏํ โอโลเกหีติ ปุตฺตํ นิวตฺเตตฺวา นครํ ปวิฏฺโฐ อโหสิ, อถ สายเณฺห ชาเต มนุสฺสา นครทฺวารํ ปิทหึสุ, ตโต กุมาโร พหินคเร ทารุสกฏสฺส เหฏฺฐา สยนฺโต นิทฺทูปคโต อโหสิ. อถ ตสฺสา รตฺติยา สมฺมาทิฏฺฐิโก จ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก จาติ เทฺว ยกฺขา โคจรํ ปริเยสมานา สกฏสฺส เหฏฺฐา นิปนฺนํ กุมารํ อทฺทสํสุ, เตสุ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก อิมํ ขาทามีติ อาห. อถาปโร มา เอว มกาสิ, ‘‘นโม พุทฺธายา’’ติ วาจโก เอโสติ, ขาทาเมเวตนฺติ วตฺวา อิตเรน ยาวตติยํ วาริยมาโนปิ คนฺตฺวา ตสฺส ปาเท คเหตฺวา อากฑฺฒิ. ตสฺมึ ขเณ ทารโก ปุพฺพปริจเยน ‘‘นโม พุทฺธายา’’ติ อาห ตํ สุตฺวา ยกฺโข ภยปฺปตฺโต โลมหฏฺโฐ หตฺถํ วิสฺสชฺเชตฺวา ปฏิกฺกมฺม อฏฺฐาสิ. อโห อจฺฉริยํ พุทฺธานุภาวํ อพฺภุตํ, เอวํ อตฺตํ อนียฺยาเตตฺวา ปริจเยน ‘‘นโม พุทฺธายา’’ติ วุตฺตสฺสปิ ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ อุปทฺทวํ วา น โหติ. ปเคว อตฺตํ นียฺยาเตตฺวา ยาวชีวํ พุทฺธํ สรณํ คตสฺสาติ. วุตฺตญฺหิ.
๑. ยถาปิ สิขิโน นาทํ, ภุชงฺคานํ ภยาวหํ;
เอวํ พุทฺโธติ วจนํ, อมนุสฺสานํ ภยาวหํ.
๒. ยถา มนฺตสฺส ชปฺเปน, วิลยํ ยาติ กิพฺพิสํ;
เอวํ พุทฺโธติ วจเนน, อปยนฺติ [ปหายนฺติ อิติสพฺพตฺถ] ปิสาจกา.
๓. อคฺคึ ทิสฺวา ยถา สิตฺถํ, ทูรโตว วิลียติ;
ทิสฺวาเนวํ สรณคตํ, เปตา เปนฺติว [เปตาเปนฺตาว อิติกตฺถจิ] ทูรโต.
๔. ปวรํ พุทฺธอิจฺเจต, มกฺขรทฺวยมพฺภุตํ;
สพฺโพ ปทฺทวนาสาย, ถิรปาการ มุคฺคตํ.
๕. สตฺตรตนปาสาทํ, ตเมว วชิรํ คุหํ;
ตเมว นาวํ ทีปํ ตํ, ตเมว กวจํ สุภํ.
๖. ตเมว สิรสิ ภาสนฺตํ, กิรีฏํ รตนามยํ;
ลลาเฏ ติลกํ รมฺมํ, กปฺปูรํ นยนทฺวเย.
๗. ตาฑงฺกํ กณฺณยุคเล, โสณฺณมาลา คเล สุภา;
เอกาวฬิ ตารหาร, ภารา ชตฺตุสุ ลงฺกตา.
๘. องฺคทํ พาหุมูลสฺส, กรคฺเค วลยํ ตถา;
องฺคุลิสฺวงฺคุลิยญฺจ, ขคฺคํ มงฺคลสมฺมตํ.
๙. โสณฺณา ตปตฺต มุณฺหีสํ, สพาณํว สราสนํ;
ตเมว สพฺพาลงฺการํ, ตเมว ทุริตาปหํ.
๑๐. ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส,
โลกโลจนสตฺถุโน;
สรณํ ตสฺส คนฺเตว,
คุณนามํ เอหิปสฺสิกํ.
๑๑. นโมติ วจนํ ปุพฺพํ, พุทฺธาเยติ คิรํ ตทา;
สุปนฺเตน กุมาเรน, มิจฺฉาทิฏฺฐิกสูนุนา.
๑๒. สุตฺวา วุตฺตํ ปิสา จาปิ, มนุสฺสกุณเป รตา;
น หึสนฺติ อโห พุทฺธ, คุณสารมหนฺตตาติ.
อถ สมฺมาทิฏฺฐิกยกฺโข มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส ยกฺขสฺส เอวมาห, อยุตฺตํ โภ ตยา กตํ. พุทฺธคุเณ ปหาโร ทินฺโน, ทณฺฑกมฺมํ ตยา กาตพฺพํติ, เตน กึมยา สมฺม กาตพฺพนฺติ วุตฺเต พุภุกฺขิตสฺส อาหารํ เทหีติ อาห. ตโต โส สาธูติ วตฺวา ยาวาหํ อาคจฺฉามิ, ตฺวํ ตาเวตฺถ วจฺฉาหีติ วตฺวา พิมฺพิสารรญฺโญ กญฺจนตฏฺฏเก วฑฺฒิตํ รสโภชนํ อาหริตฺวา กุมารสฺส ปิตุวณฺเณน ทารกํ โภเชตฺวา ปุน กุมาเรน วุตฺตพุทฺธวจนญฺจ อตฺตนา กตวายามํ จาติ สพฺพํ ตฏฺฏเก ลิขิตฺวา อิทํ รญฺโญเยว ปญฺญายตูติ อธิฏฺฐาย อคมํสุ, อถ ปภาตาย รตฺติยา รญฺโญ โภชนกาเล ราชปุริสา ตตฺถ ตฏฺฏกํ อทิสฺวา นครํ อุปปริกฺขนฺตา สกเฏ ทารกญฺจ ตฏฺฏกญฺจ ทิสฺวา ตฏฺฏเกน สทฺธึ ตํ คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ. ราชา ตฏฺฏเก อกฺขราทีนิ ทิสฺวา วาเจตฺวา ตสฺส คุเณ ปสนฺโน มหนฺเตน ยเสน สทฺธึ เสฏฺฐิฏฺฐานมทาสิ.
๑๓. ชินสฺส นามํ สุปิเนน เปวํ,
น โหติ ภีตึ ลปเนน ยสฺมา;
ตสฺมา มุนินฺทํ สตตํ สราถ,
คุเณ สรนฺตา สรณญฺจ ยาถาติ.
มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส วตฺถุํ ทุติยํ.