๑๐. นารทสุตฺตํ

๕๐. เอกํ สมยํ อายสฺมา นารโท ปาฏลิปุตฺเต วิหรติ กุกฺกุฏาราเม. เตน โข ปน สมเยน มุณฺฑสฺส รญฺโญ ภทฺทา เทวี กาลงฺกตา โหติ ปิยา มนาปา. โส ภทฺทาย เทวิยา กาลงฺกตาย ปิยาย มนาปาย เนว นฺหายติ [นหายติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] น วิลิมฺปติ น ภตฺตํ ภุญฺชติ น กมฺมนฺตํ ปโยเชติ – รตฺตินฺทิวํ [รตฺติทิวํ (ก.)] ภทฺทาย เทวิยา สรีเร อชฺโฌมุจฺฉิโต. อถ โข มุณฺโฑ ราชา ปิยกํ โกสารกฺขํ [โสการกฺขํ (สฺยา.)] อามนฺเตสิ – ‘‘เตน หิ, สมฺม ปิยก, ภทฺทาย เทวิยา สรีรํ อายสาย เตลโทณิยา ปกฺขิปิตฺวา อญฺญิสฺสา อายสาย โทณิยา ปฏิกุชฺชถ, ยถา มยํ ภทฺทาย เทวิยา สรีรํ จิรตรํ ปสฺเสยฺยามา’’ติ. ‘‘เอวํ, เทวา’’ติ โข ปิยโก โกสารกฺโข มุณฺฑสฺส รญฺโญ ปฏิสฺสุตฺวา ภทฺทาย เทวิยา สรีรํ อายสาย เตลโทณิยา ปกฺขิปิตฺวา อญฺญิสฺสา อายสาย โทณิยา ปฏิกุชฺชิ.

อถ โข ปิยกสฺส โกสารกฺขสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อิมสฺส โข มุณฺฑสฺส รญฺโญ ภทฺทา เทวี กาลงฺกตา ปิยา มนาปา. โส ภทฺทาย เทวิยา กาลงฺกตาย ปิยาย มนาปาย เนว นฺหายติ น วิลิมฺปติ น ภตฺตํ ภุญฺชติ น กมฺมนฺตํ ปโยเชติ – รตฺตินฺทิวํ ภทฺทาย เทวิยา สรีเร อชฺโฌมุจฺฉิโต. กํ [กึ (ก.)] นุ โข มุณฺโฑ ราชา สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา ปยิรุปาเสยฺย, ยสฺส ธมฺมํ สุตฺวา โสกสลฺลํ ปชเหยฺยา’’ติ!

อถ โข ปิยกสฺส โกสารกฺขสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อยํ โข อายสฺมา นารโท ปาฏลิปุตฺเต วิหรติ กุกฺกุฏาราเม. ตํ โข ปนายสฺมนฺตํ นารทํ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต – ‘ปณฺฑิโต วิยตฺโต [วฺยตฺโต (สี. ปี.), พฺยตฺโต (สฺยา. กํ., ที. นิ. ๒.๔๐๗)] เมธาวี พหุสฺสุโต จิตฺตกถี กลฺยาณปฏิภาโน วุทฺโธ เจว [พุทฺโธ เจว (ก.)] อรหา จ’ [อรหา จา’ติ (?)]. ยํนูน มุณฺโฑ ราชา อายสฺมนฺตํ นารทํ ปยิรุปาเสยฺย, อปฺเปว นาม มุณฺโฑ ราชา อายสฺมโต นารทสฺส ธมฺมํ สุตฺวา โสกสลฺลํ ปชเหยฺยา’’ติ.

อถ โข ปิยโก โกสารกฺโข เยน มุณฺโฑ ราชา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา มุณฺฑํ ราชานํ เอตทโวจ – ‘‘อยํ โข, เทว, อายสฺมา นารโท ปาฏลิปุตฺเต วิหรติ กุกฺกุฏาราเม. ตํ โข ปนายสฺมนฺตํ นารทํ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต – ‘ปณฺฑิโต วิยตฺโต เมธาวี พหุสฺสุโต จิตฺตกถี กลฺยาณปฏิภาโน วุทฺโธ เจว อรหา จ’ [อรหา จา’ติ (?)]. ยทิ ปน เทโว อายสฺมนฺตํ นารทํ ปยิรุปาเสยฺย, อปฺเปว นาม เทโว อายสฺมโต นารทสฺส ธมฺมํ สุตฺวา โสกสลฺลํ ปชเหยฺยา’’ติ. ‘‘เตน หิ, สมฺม ปิยก, อายสฺมนฺตํ นารทํ ปฏิเวเทหิ. กถญฺหิ นาม มาทิโส สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา วิชิเต วสนฺตํ ปุพฺเพ อปฺปฏิสํวิทิโต อุปสงฺกมิตพฺพํ มญฺเญยฺยา’’ติ! ‘‘เอวํ, เทวา’’ติ โข ปิยโก โกสารกฺโข มุณฺฑสฺส รญฺโญ ปฏิสฺสุตฺวา เยนายสฺมา นารโท เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ นารทํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ปิยโก โกสารกฺโข อายสฺมนฺตํ นารทํ เอตทโวจ –

‘‘อิมสฺส, ภนฺเต, มุณฺฑสฺส รญฺโญ ภทฺทา เทวี กาลงฺกตา ปิยา มนาปา. โส ภทฺทาย เทวิยา กาลงฺกตาย ปิยาย มนาปาย เนว นฺหายติ น วิลิมฺปติ น ภตฺตํ ภุญฺชติ น กมฺมนฺตํ ปโยเชติ – รตฺตินฺทิวํ ภทฺทาย เทวิยา สรีเร อชฺโฌมุจฺฉิโต. สาธุ, ภนฺเต, อายสฺมา นารโท มุณฺฑสฺส รญฺโญ ตถา ธมฺมํ เทเสตุ ยถา มุณฺโฑ ราชา อายสฺมโต นารทสฺส ธมฺมํ สุตฺวา โสกสลฺลํ ปชเหยฺยา’’ติ. ‘‘ยสฺสทานิ, ปิยก, มุณฺโฑ ราชา กาลํ มญฺญตี’’ติ.

อถ โข ปิยโก โกสารกฺโข อุฏฺฐายาสนา อายสฺมนฺตํ นารทํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา เยน มุณฺโฑ ราชา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา มุณฺฑํ ราชานํ เอตทโวจ – ‘‘กตาวกาโส โข, เทว, อายสฺมตา นารเทน. ยสฺสทานิ เทโว กาลํ มญฺญตี’’ติ. ‘‘เตน หิ, สมฺม ปิยก, ภทฺรานิ ภทฺรานิ ยานานิ โยชาเปหี’’ติ. ‘‘เอวํ, เทวา’’ติ โข ปิยโก โกสารกฺโข มุณฺฑสฺส รญฺโญ ปฏิสฺสุตฺวา ภทฺรานิ ภทฺรานิ ยานานิ โยชาเปตฺวา มุณฺฑํ ราชานํ เอตทโวจ – ‘‘ยุตฺตานิ โข เต, เทว, ภทฺรานิ ภทฺรานิ ยานานิ. ยสฺสทานิ เทโว กาลํ มญฺญตี’’ติ.

อถ โข มุณฺโฑ ราชา ภทฺรํ ยานํ [ภทฺรํ ภทฺรํ ยานํ (สฺยา. กํ. ก.), ภทฺทํ ยานํ (ปี.)] อภิรุหิตฺวา ภเทฺรหิ ภเทฺรหิ ยาเนหิ เยน กุกฺกุฏาราโม เตน ปายาสิ มหจฺจา [มหจฺจ (พหูสุ)] ราชานุภาเวน อายสฺมนฺตํ นารทํ ทสฺสนาย. ยาวติกา ยานสฺส ภูมิ ยาเนน คนฺตฺวา, ยานา ปจฺโจโรหิตฺวา ปตฺติโกว อารามํ ปาวิสิ. อถ โข มุณฺโฑ ราชา เยน อายสฺมา นารโท เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ นารทํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข มุณฺฑํ ราชานํ อายสฺมา นารโท เอตทโวจ –

‘‘ปญฺจิมานิ, มหาราช, อลพฺภนียานิ ฐานานิ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมึ. กตมานิ ปญฺจ? ‘ชราธมฺมํ มา ชีรี’ติ อลพฺภนียํ ฐานํ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมึ. ‘พฺยาธิธมฺมํ มา พฺยาธียี’ติ…เป… ‘มรณธมฺมํ มา มียี’ติ… ‘ขยธมฺมํ มา ขียี’ติ… ‘นสฺสนธมฺมํ มา นสฺสี’ติ อลพฺภนียํ ฐานํ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมึ.

‘‘อสฺสุตวโต, มหาราช, ปุถุชฺชนสฺส ชราธมฺมํ ชีรติ. โส ชราธมฺเม ชิณฺเณ น อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘น โข มเยฺหเวกสฺส ชราธมฺมํ ชีรติ, อถ โข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพสํ สตฺตานํ ชราธมฺมํ ชีรติ. อหญฺเจว โข ปน ชราธมฺเม ชิณฺเณ โสเจยฺยํ กิลเมยฺยํ ปริเทเวยฺยํ, อุรตฺตาฬึ กนฺเทยฺยํ, สมฺโมหํ อาปชฺเชยฺยํ, ภตฺตมฺปิ เม นจฺฉาเทยฺย, กาเยปิ ทุพฺพณฺณิยํ โอกฺกเมยฺย, กมฺมนฺตาปิ นปฺปวตฺเตยฺยุํ, อมิตฺตาปิ อตฺตมนา อสฺสุ, มิตฺตาปิ ทุมฺมนา อสฺสู’ติ. โส ชราธมฺเม ชิณฺเณ โสจติ กิลมติ ปริเทวติ, อุรตฺตาฬึ กนฺทติ, สมฺโมหํ อาปชฺชติ. อยํ วุจฺจติ, มหาราช – ‘อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน วิทฺโธ สวิเสน โสกสลฺเลน อตฺตานํเยว ปริตาเปติ’’’.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส พฺยาธิธมฺมํ พฺยาธียติ…เป… มรณธมฺมํ มียติ… ขยธมฺมํ ขียติ… นสฺสนธมฺมํ นสฺสติ. โส นสฺสนธมฺเม นฏฺเฐ น อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘น โข มเยฺหเวกสฺส นสฺสนธมฺมํ นสฺสติ, อถ โข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพสํ สตฺตานํ นสฺสนธมฺมํ นสฺสติ. อหญฺเจว โข ปน นสฺสนธมฺเม นฏฺเฐ โสเจยฺยํ กิลเมยฺยํ ปริเทเวยฺยํ, อุรตฺตาฬึ กนฺเทยฺยํ, สมฺโมหํ อาปชฺเชยฺยํ, ภตฺตมฺปิ เม นจฺฉาเทยฺย, กาเยปิ ทุพฺพณฺณิยํ โอกฺกเมยฺย, กมฺมนฺตาปิ นปฺปวตฺเตยฺยุํ, อมิตฺตาปิ อตฺตมนา อสฺสุ, มิตฺตาปิ ทุมฺมนา อสฺสู’ติ. โส นสฺสนธมฺเม นฏฺเฐ โสจติ กิลมติ ปริเทวติ, อุรตฺตาฬึ กนฺทติ, สมฺโมหํ อาปชฺชติ. อยํ วุจฺจติ, มหาราช – ‘อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน วิทฺโธ สวิเสน โสกสลฺเลน อตฺตานํเยว ปริตาเปติ’’’.

‘‘สุตวโต จ โข, มหาราช, อริยสาวกสฺส ชราธมฺมํ ชีรติ. โส ชราธมฺเม ชิณฺเณ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘น โข มเยฺหเวกสฺส ชราธมฺมํ ชีรติ, อถ โข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพสํ สตฺตานํ ชราธมฺมํ ชีรติ. อหญฺเจว โข ปน ชราธมฺเม ชิณฺเณ โสเจยฺยํ กิลเมยฺยํ ปริเทเวยฺยํ, อุรตฺตาฬึ กนฺเทยฺยํ, สมฺโมหํ อาปชฺเชยฺยํ, ภตฺตมฺปิ เม นจฺฉาเทยฺย, กาเยปิ ทุพฺพณฺณิยํ โอกฺกเมยฺย, กมฺมนฺตาปิ นปฺปวตฺเตยฺยุํ, อมิตฺตาปิ อตฺตมนา อสฺสุ, มิตฺตาปิ ทุมฺมนา อสฺสู’ติ. โส ชราธมฺเม ชิณฺเณ น โสจติ น กิลมติ น ปริเทวติ, น อุรตฺตาฬึ กนฺทติ, น สมฺโมหํ อาปชฺชติ. อยํ วุจฺจติ, มหาราช – ‘สุตวา อริยสาวโก อพฺพุหิ สวิสํ โสกสลฺลํ, เยน วิทฺโธ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อตฺตานํเยว ปริตาเปติ. อโสโก วิสลฺโล อริยสาวโก อตฺตานํเยว ปรินิพฺพาเปติ’’’.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, สุตวโต อริยสาวกสฺส พฺยาธิธมฺมํ พฺยาธียติ…เป… มรณธมฺมํ มียติ… ขยธมฺมํ ขียติ… นสฺสนธมฺมํ นสฺสติ. โส นสฺสนธมฺเม นฏฺเฐ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘น โข มเยฺหเวกสฺส นสฺสนธมฺมํ นสฺสติ, อถ โข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพสํ สตฺตานํ นสฺสนธมฺมํ นสฺสติ. อหญฺเจว โข ปน นสฺสนธมฺเม นฏฺเฐ โสเจยฺยํ กิลเมยฺยํ ปริเทเวยฺยํ, อุรตฺตาฬึ กนฺเทยฺยํ, สมฺโมหํ อาปชฺเชยฺยํ, ภตฺตมฺปิ เม นจฺฉาเทยฺย, กาเยปิ ทุพฺพณฺณิยํ โอกฺกเมยฺย, กมฺมนฺตาปิ นปฺปวตฺเตยฺยุํ, อมิตฺตาปิ อตฺตมนา อสฺสุ, มิตฺตาปิ ทุมฺมนา อสฺสู’ติ. โส นสฺสนธมฺเม นฏฺเฐ น โสจติ น กิลมติ น ปริเทวติ, น อุรตฺตาฬึ กนฺทติ, น สมฺโมหํ อาปชฺชติ. อยํ วุจฺจติ, มหาราช – ‘สุตวา อริยสาวโก อพฺพุหิ สวิสํ โสกสลฺลํ, เยน วิทฺโธ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อตฺตานํเยว ปริตาเปติ. อโสโก วิสลฺโล อริยสาวโก อตฺตานํเยว ปรินิพฺพาเปติ ’’’.

‘‘อิมานิ โข, มหาราช, ปญฺจ อลพฺภนียานิ ฐานานิ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมิ’’นฺติ.

‘‘น โสจนาย ปริเทวนาย,

อตฺโถธ ลพฺภา อปิ อปฺปโกปิ;

โสจนฺตเมนํ ทุขิตํ วิทิตฺวา,

ปจฺจตฺถิกา อตฺตมนา ภวนฺติ.

‘‘ยโต จ โข ปณฺฑิโต อาปทาสุ,

น เวธตี อตฺถวินิจฺฉยญฺญู;

ปจฺจตฺถิกาสฺส ทุขิตา ภวนฺติ,

ทิสฺวา มุขํ อวิการํ ปุราณํ.

‘‘ชปฺเปน มนฺเตน สุภาสิเตน,

อนุปฺปทาเนน ปเวณิยา วา;

ยถา ยถา ยตฺถ ลเภถ อตฺถํ,

ตถา ตถา ตตฺถ ปรกฺกเมยฺย.

‘‘สเจ ปชาเนยฺย อลพฺภเนยฺโย,

มยาว อญฺเญน วา เอส อตฺโถ;

อโสจมาโน อธิวาสเยยฺย,

กมฺมํ ทฬฺหํ กินฺติ กโรมิ ทานี’’ติ [ชา. ๑ ชาตเกปิ].

เอวํ วุตฺเต มุณฺโฑ ราชา อายสฺมนฺตํ นารทํ เอตทโวจ – ‘‘โก นาโม [โก นุ โข (สี. ปี.)] อยํ, ภนฺเต, ธมฺมปริยาโย’’ติ? ‘‘โสกสลฺลหรโณ นาม อยํ, มหาราช, ธมฺมปริยาโย’’ติ. ‘‘ตคฺฆ, ภนฺเต, โสกสลฺลหรโณ [ตคฺฆ ภนฺเต โสกสลฺลหรโณ, ตคฺฆ ภนฺเต โสกสลฺลหรโณ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)]! อิมญฺหิ เม, ภนฺเต, ธมฺมปริยายํ สุตฺวา โสกสลฺลํ ปหีน’’นฺติ.

อถ โข มุณฺโฑ ราชา ปิยกํ โกสารกฺขํ อามนฺเตสิ – ‘‘เตน หิ, สมฺม ปิยก, ภทฺทาย เทวิยา สรีรํ ฌาเปถ; ถูปญฺจสฺสา กโรถ. อชฺชตคฺเค ทานิ มยํ นฺหายิสฺสาม เจว วิลิมฺปิสฺสาม ภตฺตญฺจ ภุญฺชิสฺสาม กมฺมนฺเต จ ปโยเชสฺสามา’’ติ. ทสมํ.

มุณฺฑราชวคฺโค ปญฺจโม.