๒. ทุติยปณฺณาสกํ

(๖) ๑. นีวรณวคฺโค

๑. อาวรณสุตฺตํ

๕๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –

‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาวรณา นีวรณา เจตโส อชฺฌารุหา ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา. กตเม ปญฺจ? กามจฺฉนฺโท, ภิกฺขเว, อาวรโณ นีวรโณ เจตโส อชฺฌารุโห ปญฺญาย ทุพฺพลีกรโณ. พฺยาปาโท, ภิกฺขเว, อาวรโณ นีวรโณ เจตโส อชฺฌารุโห ปญฺญาย ทุพฺพลีกรโณ. ถินมิทฺธํ, ภิกฺขเว, อาวรณํ นีวรณํ เจตโส อชฺฌารุหํ ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณํ. อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ, ภิกฺขเว, อาวรณํ นีวรณํ เจตโส อชฺฌารุหํ ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณํ. วิจิกิจฺฉา, ภิกฺขเว, อาวรณา นีวรณา เจตโส อชฺฌารุหา ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาวรณา นีวรณา เจตโส อชฺฌารุหา ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา.

‘‘โส วต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อิเม ปญฺจ อาวรเณ นีวรเณ เจตโส อชฺฌารุเห ปญฺญาย ทุพฺพลีกรเณ อปฺปหาย, อพลาย ปญฺญาย ทุพฺพลาย อตฺตตฺถํ วา ญสฺสติ ปรตฺถํ วา ญสฺสติ อุภยตฺถํ วา ญสฺสติ อุตฺตริ [อุตฺตรึ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] วา มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสสํ สจฺฉิกริสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, นที ปพฺพเตยฺยา ทูรงฺคมา [ทูรคมา (สี.)] สีฆโสตา หารหารินี. ตสฺสา ปุริโส อุภโต นงฺคลมุขานิ วิวเรยฺย. เอวญฺหิ โส, ภิกฺขเว, มชฺเฌ นทิยา โสโต วิกฺขิตฺโต วิสโฏ พฺยาทิณฺโณ เนว [น เจว (ก.)] ทูรงฺคโม อสฺส น [น จ (ก.)] สีฆโสโต น [น จ (ก.)] หารหารี [หารหาริณี (สี.)]. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, โส วต ภิกฺขุ อิเม ปญฺจ อาวรเณ นีวรเณ เจตโส อชฺฌารุเห ปญฺญาย ทุพฺพลีกรเณ อปฺปหาย, อพลาย ปญฺญาย ทุพฺพลาย อตฺตตฺถํ วา ญสฺสติ ปรตฺถํ วา ญสฺสติ อุภยตฺถํ วา ญสฺสติ อุตฺตริ วา มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสสํ สจฺฉิกริสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ.

‘‘โส วต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อิเม ปญฺจ อาวรเณ นีวรเณ เจตโส อชฺฌารุเห ปญฺญาย ทุพฺพลีกรเณ ปหาย, พลวติยา ปญฺญาย อตฺตตฺถํ วา ญสฺสติ ปรตฺถํ วา ญสฺสติ อุภยตฺถํ วา ญสฺสติ อุตฺตริ วา มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสสํ สจฺฉิกริสฺสตีติ ฐานเมตํ วิชฺชติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, นที ปพฺพเตยฺยา ทูรงฺคมา สีฆโสตา หารหารินี. ตสฺสา ปุริโส อุภโต นงฺคลมุขานิ ปิทเหยฺย. เอวญฺหิ โส, ภิกฺขเว, มชฺเฌ นทิยา โสโต อวิกฺขิตฺโต อวิสโฏ อพฺยาทิณฺโณ ทูรงฺคโม เจว อสฺส สีฆโสโต จ หารหารี จ. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, โส วต ภิกฺขุ อิเม ปญฺจ อาวรเณ นีวรเณ เจตโส อชฺฌารุเห ปญฺญาย ทุพฺพลีกรเณ ปหาย, พลวติยา ปญฺญาย อตฺตตฺถํ วา ญสฺสติ ปรตฺถํ วา ญสฺสติ อุภยตฺถํ วา ญสฺสติ อุตฺตริ วา มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสสํ สจฺฉิกริสฺสตีติ ฐานเมตํ วิชฺชตี’’ติ. ปฐมํ.

๒. อกุสลราสิสุตฺตํ

๕๒. ‘‘อกุสลราสีติ, ภิกฺขเว, วทมาโน ปญฺจ นีวรเณ [อิเม ปญฺจ นีวรเณ (สี.)] สมฺมา วทมาโน วเทยฺย. เกวโล หายํ [หยํ (สี.), จายํ (สฺยา. กํ.), สายํ (ก.)], ภิกฺขเว, อกุสลราสิ ยทิทํ ปญฺจ นีวรณา. กตเม ปญฺจ? กามจฺฉนฺทนีวรณํ, พฺยาปาทนีวรณํ, ถินมิทฺธนีวรณํ, อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจนีวรณํ, วิจิกิจฺฉานีวรณํ. อกุสลราสีติ, ภิกฺขเว, วทมาโน อิเม ปญฺจ นีวรเณ สมฺมา วทมาโน วเทยฺย. เกวโล หายํ, ภิกฺขเว, อกุสลราสิ ยทิทํ ปญฺจ นีวรณา’’ติ. ทุติยํ.

๓. ปธานิยงฺคสุตฺตํ

๕๓. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, ปธานิยงฺคานิ. กตมานิ ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สทฺโธ โหติ, สทฺทหติ ตถาคตสฺส โพธึ – ‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา’ติ. อปฺปาพาโธ โหติ อปฺปาตงฺโก; สมเวปากินิยา คหณิยา สมนฺนาคโต นาติสีตาย นาจฺจุณฺหาย มชฺฌิมาย ปธานกฺขมาย; อสโฐ โหติ อมายาวี; ยถาภูตํ อตฺตานํ อาวิกตฺตา สตฺถริ วา วิญฺญูสุ วา สพฺรหฺมจารีสุ; อารทฺธวีริโย วิหรติ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทาย, ถามวา ทฬฺหปรกฺกโม อนิกฺขิตฺตธุโร กุสเลสุ ธมฺเมสุ; ปญฺญวา โหติ, อุทยตฺถคามินิยา ปญฺญาย สมนฺนาคโต อริยาย นิพฺเพธิกาย สมฺมา ทุกฺขกฺขยคามินิยา. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ ปธานิยงฺคานี’’ติ. ตติยํ.

๔. สมยสุตฺตํ

๕๔. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อสมยา ปธานาย. กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ชิณฺโณ โหติ ชรายาภิภูโต. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม อสมโย ปธานาย.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ พฺยาธิโต โหติ พฺยาธินาภิภูโต. อยํ, ภิกฺขเว, ทุติโย อสมโย ปธานาย.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ทุพฺภิกฺขํ โหติ ทุสฺสสฺสํ ทุลฺลภปิณฺฑํ, น สุกรํ อุญฺเฉน ปคฺคเหน ยาเปตุํ. อยํ, ภิกฺขเว, ตติโย อสมโย ปธานาย.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภยํ โหติ อฏวิสงฺโกโป, จกฺกสมารูฬฺหา ชานปทา ปริยายนฺติ. อยํ, ภิกฺขเว, จตุตฺโถ อสมโย ปธานาย.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, สงฺโฆ ภินฺโน โหติ. สงฺเฆ โข ปน, ภิกฺขเว, ภินฺเน อญฺญมญฺญํ อกฺโกสา จ โหนฺติ, อญฺญมญฺญํ ปริภาสา จ โหนฺติ, อญฺญมญฺญํ ปริกฺเขปา จ โหนฺติ, อญฺญมญฺญํ ปริจฺจชา จ โหนฺติ. ตตฺถ อปฺปสนฺนา เจว นปฺปสีทนฺติ, ปสนฺนานญฺจ เอกจฺจานํ อญฺญถตฺตํ โหติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปญฺจโม อสมโย ปธานาย. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อสมยา ปธานายาติ.

‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, สมยา ปธานาย. กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ทหโร โหติ ยุวา สุสุ กาฬเกโส ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต ปฐเมน วยสา. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม สมโย ปธานาย.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อปฺปาพาโธ โหติ อปฺปาตงฺโก, สมเวปากินิยา คหณิยา สมนฺนาคโต นาติสีตาย นาจฺจุณฺหาย มชฺฌิมาย ปธานกฺขมาย. อยํ, ภิกฺขเว, ทุติโย สมโย ปธานาย.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, สุภิกฺขํ โหติ สุสสฺสํ สุลภปิณฺฑํ, สุกรํ อุญฺเฉน ปคฺคเหน ยาเปตุํ. อยํ, ภิกฺขเว, ตติโย สมโย ปธานาย.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, มนุสฺสา สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ขีโรทกีภูตา อญฺญมญฺญํ ปิยจกฺขูหิ สมฺปสฺสนฺตา วิหรนฺติ. อยํ, ภิกฺขเว, จตุตฺโถ สมโย ปธานาย.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, สงฺโฆ สมคฺโค สมฺโมทมาโน อวิวทมาโน เอกุทฺเทโส ผาสุ วิหรติ. สงฺเฆ โข ปน, ภิกฺขเว, สมคฺเค น เจว อญฺญมญฺญํ อกฺโกสา โหนฺติ, น จ อญฺญมญฺญํ ปริภาสา โหนฺติ, น จ อญฺญมญฺญํ ปริกฺเขปา โหนฺติ, น จ อญฺญมญฺญํ ปริจฺจชา โหนฺติ. ตตฺถ อปฺปสนฺนา เจว ปสีทนฺติ, ปสนฺนานญฺจ ภิยฺโยภาโว [ภียฺโยภาวาย (ก.)] โหติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปญฺจโม สมโย ปธานาย. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ สมยา ปธานายา’’ติ. จตุตฺถํ.

๕. มาตาปุตฺตสุตฺตํ

๕๕. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน สาวตฺถิยํ อุโภ มาตาปุตฺตา วสฺสาวาสํ อุปคมึสุ [อุปสงฺกมึสุ (ก.)] – ภิกฺขุ จ ภิกฺขุนี จ. เต อญฺญมญฺญสฺส อภิณฺหํ ทสฺสนกามา อเหสุํ. มาตาปิ ปุตฺตสฺส อภิณฺหํ ทสฺสนกามา อโหสิ; ปุตฺโตปิ มาตรํ อภิณฺหํ ทสฺสนกาโม อโหสิ. เตสํ อภิณฺหํ ทสฺสนา สํสคฺโค อโหสิ. สํสคฺเค สติ วิสฺสาโส อโหสิ. วิสฺสาเส สติ โอตาโร อโหสิ. เต โอติณฺณจิตฺตา สิกฺขํ อปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวึสุ.

อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘อิธ, ภนฺเต, สาวตฺถิยํ อุโภ มาตาปุตฺตา วสฺสาวาสํ อุปคมึสุ – ภิกฺขุ จ ภิกฺขุนี จ, เต อญฺญมญฺญสฺส อภิณฺหํ ทสฺสนกามา อเหสุํ, มาตาปิ ปุตฺตสฺส อภิณฺหํ ทสฺสนกามา อโหสิ, ปุตฺโตปิ มาตรํ อภิณฺหํ ทสฺสนกาโม อโหสิ. เตสํ อภิณฺหํ ทสฺสนา สํสคฺโค อโหสิ, สํสคฺเค สติ วิสฺสาโส อโหสิ, วิสฺสาเส สติ โอตาโร อโหสิ, เต โอติณฺณจิตฺตา สิกฺขํ อปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวึสู’’ติ.

‘‘กึ นุ โส, ภิกฺขเว, โมฆปุริโส มญฺญติ – ‘น มาตา ปุตฺเต สารชฺชติ, ปุตฺโต วา ปน มาตรี’ติ? นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกรูปมฺปิ สมนุปสฺสามิ เอวํ [ยํ เอวํ (สี.)] รชนียํ เอวํ กมนียํ เอวํ มทนียํ เอวํ พนฺธนียํ เอวํ มุจฺฉนียํ เอวํ อนฺตรายกรํ อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺส อธิคมาย ยถยิทํ, ภิกฺขเว, อิตฺถิรูปํ. อิตฺถิรูเป, ภิกฺขเว, สตฺตา รตฺตา คิทฺธา คถิตา [คธิตา (สฺยา. ปี. ก.)] มุจฺฉิตา อชฺโฌสนฺนา [อชฺโฌปนฺนา (พหูสุ)]. เต ทีฆรตฺตํ โสจนฺติ อิตฺถิรูปวสานุคา.

‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกสทฺทมฺปิ…เป… เอกคนฺธมฺปิ… เอกรสมฺปิ… เอกโผฏฺฐพฺพมฺปิ สมนุปสฺสามิ เอวํ รชนียํ เอวํ กมนียํ เอวํ มทนียํ เอวํ พนฺธนียํ เอวํ มุจฺฉนียํ เอวํ อนฺตรายกรํ อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺส อธิคมาย ยถยิทํ, ภิกฺขเว, อิตฺถิโผฏฺฐพฺพํ. อิตฺถิโผฏฺฐพฺเพ, ภิกฺขเว, สตฺตา รตฺตา คิทฺธา คถิตา มุจฺฉิตา อชฺโฌสนฺนา. เต ทีฆรตฺตํ โสจนฺติ อิตฺถิโผฏฺฐพฺพวสานุคา.

‘‘อิตฺถี, ภิกฺขเว, คจฺฉนฺตีปิ ปุริสสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ; ฐิตาปิ…เป… นิสินฺนาปิ… สยานาปิ… หสนฺตีปิ… ภณนฺตีปิ… คายนฺตีปิ… โรทนฺตีปิ… อุคฺฆาติตาปิ [อุคฺฆานิตาปิ (สี.)] … มตาปิ ปุริสสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ. ยญฺหิ ตํ, ภิกฺขเว, สมฺมา วทมาโน วเทยฺย – ‘สมนฺตปาโส มารสฺสา’ติ มาตุคามํเยว สมฺมา วทมาโน วเทยฺย – ‘สมนฺตปาโส มารสฺสา’’’ติ.

‘‘สลฺลเป อสิหตฺเถน, ปิสาเจนาปิ สลฺลเป;

อาสีวิสมฺปิ อาสีเท [อาสทฺเท (สฺยา. กํ.)], เยน ทฏฺโฐ น ชีวติ.

‘‘นเตฺวว เอโก เอกาย, มาตุคาเมน สลฺลเป;

มุฏฺฐสฺสตึ ตา พนฺธนฺติ, เปกฺขิเตน สิเตน จ [มฺหิเตน จ (สฺยา. กํ.)].

‘‘อโถปิ ทุนฺนิวตฺเถน, มญฺชุนา ภณิเตน จ;

เนโส ชโน สฺวาสีสโท, อปิ อุคฺฆาติโต มโต.

‘‘ปญฺจ กามคุณา เอเต, อิตฺถิรูปสฺมึ ทิสฺสเร;

รูปา สทฺทา รสา คนฺธา, โผฏฺฐพฺพา จ มโนรมา.

‘‘เตสํ กาโมฆวูฬฺหานํ, กาเม อปริชานตํ;

กาลํ คติ [คตึ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ภวาภวํ, สํสารสฺมึ ปุรกฺขตา.

‘‘เย จ กาเม ปริญฺญาย, จรนฺติ อกุโตภยา;

เต เว ปารงฺคตา โลเก, เย ปตฺตา อาสวกฺขย’’นฺติ. ปญฺจมํ;

๖. อุปชฺฌายสุตฺตํ

๕๖. อถ โข อญฺญตโร ภิกฺขุ เยน สโก อุปชฺฌาโย เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา สกํ อุปชฺฌายํ เอตทโวจ – ‘‘เอตรหิ เม, ภนฺเต, มธุรกชาโต เจว กาโย, ทิสา จ เม น ปกฺขายนฺติ, ธมฺมา จ มํ นปฺปฏิภนฺติ, ถินมิทฺธญฺจ เม จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ, อนภิรโต จ พฺรหฺมจริยํ จรามิ, อตฺถิ จ เม ธมฺเมสุ วิจิกิจฺฉา’’ติ.

อถ โข โส ภิกฺขุ ตํ สทฺธิวิหาริกํ ภิกฺขุํ อาทาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อยํ, ภนฺเต, ภิกฺขุ เอวมาห – ‘เอตรหิ เม, ภนฺเต, มธุรกชาโต เจว กาโย, ทิสา จ มํ น ปกฺขายนฺติ, ธมฺมา จ เม นปฺปฏิภนฺติ, ถินมิทฺธญฺจ เม จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ, อนภิรโต จ พฺรหฺมจริยํ จรามิ, อตฺถิ จ เม ธมฺเมสุ วิจิกิจฺฉา’’’ติ.

‘‘เอวเญฺหตํ, ภิกฺขุ, โหติ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารสฺส, โภชเน อมตฺตญฺญุโน, ชาคริยํ อนนุยุตฺตสฺส, อวิปสฺสกสฺส กุสลานํ ธมฺมานํ, ปุพฺพรตฺตาปรรตฺตํ โพธิปกฺขิยานํ ธมฺมานํ ภาวนานุโยคํ อนนุยุตฺตสฺส วิหรโต, ยํ มธุรกชาโต เจว กาโย โหติ, ทิสา จสฺส น ปกฺขายนฺติ, ธมฺมา จ ตํ นปฺปฏิภนฺติ, ถินมิทฺธญฺจสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ, อนภิรโต จ พฺรหฺมจริยํ จรติ, โหติ จสฺส ธมฺเมสุ วิจิกิจฺฉา. ตสฺมาติห เต, ภิกฺขุ, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร ภวิสฺสามิ, โภชเน มตฺตญฺญู, ชาคริยํ อนุยุตฺโต, วิปสฺสโก กุสลานํ ธมฺมานํ, ปุพฺพรตฺตาปรรตฺตํ โพธิปกฺขิยานํ ธมฺมานํ ภาวนานุโยคํ อนุยุตฺโต วิหริสฺสามี’ติ. เอวญฺหิ เต, ภิกฺขุ, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ.

อถ โข โส ภิกฺขุ ภควตา อิมินา โอวาเทน โอวทิโต อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. อถ โข โส ภิกฺขุ เอโก วูปกฏฺโฐ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต นจิรสฺเสว – ยสฺสตฺถาย กุลปุตฺตา สมฺมเทว อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ, ตทนุตฺตรํ – พฺรหฺมจริยปริโยสานํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหาสิ. ‘‘ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายา’’ติ อพฺภญฺญาสิ. อญฺญตโร ปน โส ภิกฺขุ อรหตํ อโหสิ.

อถ โข โส ภิกฺขุ อรหตฺตํ ปตฺโต เยน สโก อุปชฺฌาโย เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา สกํ อุปชฺฌายํ เอตทโวจ – ‘‘เอตรหิ เม, ภนฺเต, น เจว [น เตฺวว (สี.)] มธุรกชาโต กาโย, ทิสา จ เม ปกฺขายนฺติ, ธมฺมา จ มํ ปฏิภนฺติ, ถินมิทฺธญฺจ เม จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, อภิรโต จ พฺรหฺมจริยํ จรามิ, นตฺถิ จ เม ธมฺเมสุ วิจิกิจฺฉา’’ติ. อถ โข โส ภิกฺขุ ตํ สทฺธิวิหาริกํ ภิกฺขุํ อาทาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อยํ, ภนฺเต, ภิกฺขุ เอวมาห – ‘เอตรหิ เม, ภนฺเต, น เจว มธุรกชาโต กาโย, ทิสา จ เม ปกฺขายนฺติ, ธมฺมา จ มํ ปฏิภนฺติ, ถินมิทฺธญฺจ เม จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, อภิรโต จ พฺรหฺมจริยํ จรามิ, นตฺถิ จ เม ธมฺเมสุ วิจิกิจฺฉา’’’ติ.

‘‘เอวเญฺหตํ, ภิกฺขุ, โหติ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารสฺส, โภชเน มตฺตญฺญุโน, ชาคริยํ อนุยุตฺตสฺส, วิปสฺสกสฺส กุสลานํ ธมฺมานํ, ปุพฺพรตฺตาปรรตฺตํ โพธิปกฺขิยานํ ธมฺมานํ ภาวนานุโยคํ อนุยุตฺตสฺส วิหรโต, ยํ น เจว มธุรกชาโต กาโย โหติ, ทิสา จสฺส ปกฺขายนฺติ, ธมฺมา จ ตํ ปฏิภนฺติ, ถินมิทฺธญฺจสฺส จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, อภิรโต จ พฺรหฺมจริยํ จรติ, น จสฺส โหติ ธมฺเมสุ วิจิกิจฺฉา. ตสฺมาติห โว, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารา ภวิสฺสาม, โภชเน มตฺตญฺญุโน, ชาคริยํ อนุยุตฺตา, วิปสฺสกา กุสลานํ ธมฺมานํ, ปุพฺพรตฺตาปรรตฺตํ โพธิปกฺขิยานํ ธมฺมานํ ภาวนานุโยคํ อนุยุตฺตา วิหริสฺสามา’ติ. เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. ฉฏฺฐํ.

๗. อภิณฺหปจฺจเวกฺขิตพฺพฐานสุตฺตํ

๕๗. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, ฐานานิ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพานิ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา. กตมานิ ปญฺจ? ‘ชราธมฺโมมฺหิ, ชรํ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา. ‘พฺยาธิธมฺโมมฺหิ, พฺยาธึ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา. ‘มรณธมฺโมมฺหิ, มรณํ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา. ‘สพฺเพหิ เม ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา. ‘กมฺมสฺสโกมฺหิ, กมฺมทายาโท กมฺมโยนิ กมฺมพนฺธุ กมฺมปฏิสรโณ. ยํ กมฺมํ กริสฺสามิ – กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา – ตสฺส ทายาโท ภวิสฺสามี’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา.

‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘ชราธมฺโมมฺหิ, ชรํ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา? อตฺถิ, ภิกฺขเว, สตฺตานํ โยพฺพเน โยพฺพนมโท, เยน มเทน มตฺตา กาเยน ทุจฺจริตํ จรนฺติ, วาจาย ทุจฺจริตํ จรนฺติ, มนสา ทุจฺจริตํ จรนฺติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต โย โยพฺพเน โยพฺพนมโท โส สพฺพโส วา ปหียติ ตนุ วา ปน โหติ. อิทํ โข, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘ชราธมฺโมมฺหิ, ชรํ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา.

‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘พฺยาธิธมฺโมมฺหิ, พฺยาธึ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา? อตฺถิ, ภิกฺขเว, สตฺตานํ อาโรเคฺย อาโรคฺยมโท, เยน มเทน มตฺตา กาเยน ทุจฺจริตํ จรนฺติ, วาจาย ทุจฺจริตํ จรนฺติ, มนสา ทุจฺจริตํ จรนฺติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต โย อาโรเคฺย อาโรคฺยมโท โส สพฺพโส วา ปหียติ ตนุ วา ปน โหติ. อิทํ โข, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘พฺยาธิธมฺโมมฺหิ, พฺยาธึ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา.

‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘มรณธมฺโมมฺหิ, มรณํ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา? อตฺถิ, ภิกฺขเว, สตฺตานํ ชีวิเต ชีวิตมโท, เยน มเทน มตฺตา กาเยน ทุจฺจริตํ จรนฺติ, วาจาย ทุจฺจริตํ จรนฺติ, มนสา ทุจฺจริตํ จรนฺติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต โย ชีวิเต ชีวิตมโท โส สพฺพโส วา ปหียติ ตนุ วา ปน โหติ. อิทํ โข, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘มรณธมฺโมมฺหิ, มรณํ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา.

‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘สพฺเพหิ เม ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา? อตฺถิ, ภิกฺขเว, สตฺตานํ ปิเยสุ มนาเปสุ โย ฉนฺทราโค เยน ราเคน รตฺตา กาเยน ทุจฺจริตํ จรนฺติ, วาจาย ทุจฺจริตํ จรนฺติ, มนสา ทุจฺจริตํ จรนฺติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต โย ปิเยสุ มนาเปสุ ฉนฺทราโค โส สพฺพโส วา ปหียติ ตนุ วา ปน โหติ. อิทํ โข, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘สพฺเพหิ เม ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา.

‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘กมฺมสฺสโกมฺหิ, กมฺมทายาโท กมฺมโยนิ กมฺมพนฺธุ กมฺมปฏิสรโณ, ยํ กมฺมํ กริสฺสามิ – กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา – ตสฺส ทายาโท ภวิสฺสามี’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา? อตฺถิ, ภิกฺขเว, สตฺตานํ กายทุจฺจริตํ วจีทุจฺจริตํ มโนทุจฺจริตํ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต สพฺพโส วา ทุจฺจริตํ ปหียติ ตนุ วา ปน โหติ. อิทํ โข, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘กมฺมสฺสโกมฺหิ, กมฺมทายาโท กมฺมโยนิ กมฺมพนฺธุ กมฺมปฏิสรโณ, ยํ กมฺมํ กริสฺสามิ – กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา – ตสฺส ทายาโท ภวิสฺสามี’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา.

‘‘ส โข [สเจ (ปี. ก.)] โส, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘น โข อหญฺเญเวโก ชราธมฺโม [อหญฺเจเวโก ชราธมฺโมมฺหิ (ก.)] ชรํ อนตีโต, อถ โข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพ สตฺตา ชราธมฺมา ชรํ อนตีตา’ติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต มคฺโค สญฺชายติ. โส ตํ มคฺคํ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรติ. ตสฺส ตํ มคฺคํ อาเสวโต ภาวยโต พหุลีกโรโต สํโยชนานิ สพฺพโส ปหียนฺติ อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ.

‘‘ส โข โส, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘น โข อหญฺเญเวโก พฺยาธิธมฺโม พฺยาธึ อนตีโต, อถ โข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพ สตฺตา พฺยาธิธมฺมา พฺยาธึ อนตีตา’ติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต มคฺโค สญฺชายติ. โส ตํ มคฺคํ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรติ. ตสฺส ตํ มคฺคํ อาเสวโต ภาวยโต พหุลีกโรโต สํโยชนานิ สพฺพโส ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ.

‘‘ส โข โส, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘น โข อหญฺเญเวโก มรณธมฺโม มรณํ อนตีโต, อถ โข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพ สตฺตา มรณธมฺมา มรณํ อนตีตา’ติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต มคฺโค สญฺชายติ. โส ตํ มคฺคํ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรติ. ตสฺส ตํ มคฺคํ อาเสวโต ภาวยโต พหุลีกโรโต สํโยชนานิ สพฺพโส ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ.

‘‘ส โข โส, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘น โข มเยฺหเวกสฺส สพฺเพหิ ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว, อถ โข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพสํ สตฺตานํ ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว’ติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต มคฺโค สญฺชายติ. โส ตํ มคฺคํ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรติ. ตสฺส ตํ มคฺคํ อาเสวโต ภาวยโต พหุลีกโรโต สํโยชนานิ สพฺพโส ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ.

‘‘ส โข โส, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘น โข อหญฺเญเวโก กมฺมสฺสโก กมฺมทายาโท กมฺมโยนิ กมฺมพนฺธุ กมฺมปฺปฏิสรโณ, ยํ กมฺมํ กริสฺสามิ – กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา – ตสฺส ทายาโท ภวิสฺสามิ; อถ โข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพ สตฺตา กมฺมสฺสกา กมฺมทายาทา กมฺมโยนิ กมฺมพนฺธุ กมฺมปฺปฏิสรณา, ยํ กมฺมํ กริสฺสนฺติ – กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา – ตสฺส ทายาทา ภวิสฺสนฺตี’ติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต มคฺโค สญฺชายติ. โส ตํ มคฺคํ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรติ. ตสฺส ตํ มคฺคํ อาเสวโต ภาวยโต พหุลีกโรโต สํโยชนานิ สพฺพโส ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺตี’’ติ.

‘‘พฺยาธิธมฺมา ชราธมฺมา, อโถ มรณธมฺมิโน;

ยถา ธมฺมา ตถา สตฺตา [สนฺตา (สฺยา. กํ.)], ชิคุจฺฉนฺติ ปุถุชฺชนา.

‘‘อหญฺเจ ตํ ชิคุจฺเฉยฺยํ, เอวํ ธมฺเมสุ ปาณิสุ;

น เมตํ ปติรูปสฺส, มม เอวํ วิหาริโน.

‘‘โสหํ เอวํ วิหรนฺโต, ญตฺวา ธมฺมํ นิรูปธึ;

อาโรเคฺย โยพฺพนสฺมิญฺจ, ชีวิตสฺมิญฺจ เย มทา.

‘‘สพฺเพ มเท อภิโภสฺมิ, เนกฺขมฺมํ ทฏฺฐุ เขมโต [เนกฺขมฺเม ทฏฺฐุ เขมตํ (อ. นิ. ๓.๓๙) อุภยตฺถปิ อฏฺฐกถาย สเมติ];

ตสฺส เม อหุ อุสฺสาโห, นิพฺพานํ อภิปสฺสโต.

‘‘นาหํ ภพฺโพ เอตรหิ, กามานิ ปฏิเสวิตุํ;

อนิวตฺติ [อนิวตฺตี (?)] ภวิสฺสามิ, พฺรหฺมจริยปรายโณ’’ติ. สตฺตมํ;

๘. ลิจฺฉวิกุมารกสุตฺตํ

๕๘. เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ. อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เวสาลึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. เวสาลิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต มหาวนํ อชฺโฌคาเหตฺวา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสีทิ.

เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ลิจฺฉวิกุมารกา สชฺชานิ ธนูนิ อาทาย กุกฺกุรสงฺฆปริวุตา มหาวเน อนุจงฺกมมานา อนุวิจรมานา อทฺทสุ ภควนฺตํ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ; ทิสฺวาน สชฺชานิ ธนูนิ นิกฺขิปิตฺวา กุกฺกุรสงฺฆํ เอกมนฺตํ อุยฺโยเชตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ตุณฺหีภูตา ตุณฺหีภูตา ปญฺชลิกา ภควนฺตํ ปยิรุปาสนฺติ.

เตน โข ปน สมเยน มหานาโม ลิจฺฉวิ มหาวเน ชงฺฆาวิหารํ อนุจงฺกมมาโน อทฺทส เต ลิจฺฉวิกุมารเก ตุณฺหีภูเต ตุณฺหีภูเต ปญฺชลิเก ภควนฺตํ ปยิรุปาสนฺเต; ทิสฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มหานาโม ลิจฺฉวิ อุทานํ อุทาเนสิ – ‘ภวิสฺสนฺติ วชฺชี, ภวิสฺสนฺติ วชฺชี’’’ติ!

‘‘กึ ปน ตฺวํ, มหานาม, เอวํ วเทสิ – ‘ภวิสฺสนฺติ วชฺชี, ภวิสฺสนฺติ วชฺชี’’’ติ? ‘‘อิเม, ภนฺเต, ลิจฺฉวิกุมารกา จณฺฑา ผรุสา อปานุภา [อปชหาติ (สี.), อปาฏุภา (สฺยา. กํ.), อปชหา (ปี.), อปานุตา (กตฺถจิ)]. ยานิปิ ตานิ กุเลสุ ปเหณกานิ [ปหีนกานิ (สี.), ปหีณกานิ (สฺยา. กํ. ปี.)] ปหียนฺติ, อุจฺฉูติ วา พทราติ วา ปูวาติ วา โมทกาติ วา สํกุลิกาติ วา [สกฺขลิกาติ วา (สี. ปี.)], ตานิ วิลุมฺปิตฺวา วิลุมฺปิตฺวา ขาทนฺติ; กุลิตฺถีนมฺปิ กุลกุมารีนมฺปิ ปจฺฉาลิยํ ขิปนฺติ. เต ทานิเม ตุณฺหีภูตา ตุณฺหีภูตา ปญฺชลิกา ภควนฺตํ ปยิรุปาสนฺตี’’ติ.

‘‘ยสฺส กสฺสจิ, มหานาม, กุลปุตฺตสฺส ปญฺจ ธมฺมา สํวิชฺชนฺติ – ยทิ วา รญฺโญ ขตฺติยสฺส มุทฺธาวสิตฺตสฺส, ยทิ วา รฏฺฐิกสฺส เปตฺตนิกสฺส [มุทฺธาภิสิตฺตสฺส (ก.) อ. นิ. ๕.๑๓๕, ๑๓๖ ปสฺสิตพฺพํ], ยทิ วา เสนาย เสนาปติกสฺส, ยทิ วา คามคามณิกสฺส, ยทิ วา ปูคคามณิกสฺส, เย วา ปน กุเลสุ ปจฺเจกาธิปจฺจํ กาเรนฺติ, วุทฺธิเยว ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานิ.

‘‘กตเม ปญฺจ? อิธ, มหานาม, กุลปุตฺโต อุฏฺฐานวีริยาธิคเตหิ โภเคหิ พาหาพลปริจิเตหิ เสทาวกฺขิตฺเตหิ ธมฺมิเกหิ ธมฺมลทฺเธหิ มาตาปิตโร สกฺกโรติ ครุํ กโรติ มาเนติ ปูเชติ. ตเมนํ มาตาปิตโร สกฺกตา ครุกตา มานิตา ปูชิตา กลฺยาเณน มนสา อนุกมฺปนฺติ – ‘จิรํ ชีว, ทีฆมายุํ ปาเลหี’ติ. มาตาปิตานุกมฺปิตสฺส, มหานาม, กุลปุตฺตสฺส วุทฺธิเยว ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานิ.

‘‘ปุน จปรํ, มหานาม, กุลปุตฺโต อุฏฺฐานวีริยาธิคเตหิ โภเคหิ พาหาพลปริจิเตหิ เสทาวกฺขิตฺเตหิ ธมฺมิเกหิ ธมฺมลทฺเธหิ ปุตฺตทารทาสกมฺมกรโปริเส [… สามนฺตสํโวหาเร (สี. ปี.)] สกฺกโรติ ครุํ กโรติ มาเนติ ปูเชติ. ตเมนํ ปุตฺตทารทาสกมฺมกรโปริสา สกฺกตา ครุกตา มานิตา ปูชิตา กลฺยาเณน มนสา อนุกมฺปนฺติ – ‘จิรํ ชีว, ทีฆมายุํ ปาเลหี’ติ. ปุตฺตทารทาสกมฺมกรโปริสานุกมฺปิตสฺส, มหานาม, กุลปุตฺตสฺส วุทฺธิเยว ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานิ.

‘‘ปุน จปรํ, มหานาม, กุลปุตฺโต อุฏฺฐานวีริยาธิคเตหิ โภเคหิ พาหาพลปริจิเตหิ เสทาวกฺขิตฺเตหิ ธมฺมิเกหิ ธมฺมลทฺเธหิ เขตฺตกมฺมนฺตสามนฺตสโพฺยหาเร สกฺกโรติ ครุํ กโรติ มาเนติ ปูเชติ. ตเมนํ เขตฺตกมฺมนฺตสามนฺตสโพฺยหารา สกฺกตา ครุกตา มานิตา ปูชิตา กลฺยาเณน มนสา อนุกมฺปนฺติ – ‘จิรํ ชีว, ทีฆมายุํ ปาเลหี’ติ. เขตฺตกมฺมนฺตสามนฺตสโพฺยหารานุกมฺปิตสฺส, มหานาม, กุลปุตฺตสฺส วุทฺธิเยว ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานิ.

‘‘ปุน จปรํ, มหานาม, กุลปุตฺโต อุฏฺฐานวีริยาธิคเตหิ โภเคหิ พาหาพลปริจิเตหิ เสทาวกฺขิตฺเตหิ ธมฺมิเกหิ ธมฺมลทฺเธหิ ยาวตา พลิปฏิคฺคาหิกา เทวตา สกฺกโรติ ครุํ กโรติ มาเนติ ปูเชติ. ตเมนํ พลิปฏิคฺคาหิกา เทวตา สกฺกตา ครุกตา มานิตา ปูชิตา กลฺยาเณน มนสา อนุกมฺปนฺติ – ‘จิรํ ชีว, ทีฆมายุํ ปาเลหี’ติ. เทวตานุกมฺปิตสฺส, มหานาม, กุลปุตฺตสฺส วุทฺธิเยว ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานิ.

‘‘ปุน จปรํ, มหานาม, กุลปุตฺโต อุฏฺฐานวีริยาธิคเตหิ โภเคหิ พาหาพลปริจิเตหิ เสทาวกฺขิตฺเตหิ ธมฺมิเกหิ ธมฺมลทฺเธหิ สมณพฺราหฺมเณ สกฺกโรติ ครุํ กโรติ มาเนติ ปูเชติ. ตเมนํ สมณพฺราหฺมณา สกฺกตา ครุกตา มานิตา ปูชิตา กลฺยาเณน มนสา อนุกมฺปนฺติ – ‘จิรํ ชีว, ทีฆมายุํ ปาเลหี’ติ. สมณพฺราหฺมณานุกมฺปิตสฺส, มหานาม, กุลปุตฺตสฺส วุทฺธิเยว ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานิ.

‘‘ยสฺส กสฺสจิ, มหานาม, กุลปุตฺตสฺส อิเม ปญฺจ ธมฺมา สํวิชฺชนฺติ – ยทิ วา รญฺโญ ขตฺติยสฺส มุทฺธาวสิตฺตสฺส, ยทิ วา รฏฺฐิกสฺส เปตฺตนิกสฺส, ยทิ วา เสนาย เสนาปติกสฺส, ยทิ วา คามคามณิกสฺส, ยทิ วา ปูคคามณิกสฺส, เย วา ปน กุเลสุ ปจฺเจกาธิปจฺจํ กาเรนฺติ, วุทฺธิเยว ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานี’’ติ.

‘‘มาตาปิตุกิจฺจกโร, ปุตฺตทารหิโต สทา;

อนฺโตชนสฺส อตฺถาย, เย จสฺส อนุชีวิโน.

‘‘อุภินฺนญฺเจว อตฺถาย, วทญฺญู โหติ สีลวา;

ญาตีนํ ปุพฺพเปตานํ, ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ ชีวตํ [ชีวินํ (สี.), ชีวิตํ (สฺยา. กํ. ปี. ก.)].

‘‘สมณานํ พฺราหฺมณานํ, เทวตานญฺจ ปณฺฑิโต;

วิตฺติสญฺชนโน โหติ, ธมฺเมน ฆรมาวสํ.

‘‘โส กริตฺวาน กลฺยาณํ, ปุชฺโช โหติ ปสํสิโย;

อิเธว นํ ปสํสนฺติ, เปจฺจ สคฺเค ปโมทตี’’ติ. อฏฺฐมํ;

๙. ปฐมวุฑฺฒปพฺพชิตสุตฺตํ

๕๙. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ทุลฺลโภ วุฑฺฒปพฺพชิโต. กตเมหิ ปญฺจหิ? ทุลฺลโภ, ภิกฺขเว, วุฑฺฒปพฺพชิโต นิปุโณ, ทุลฺลโภ อากปฺปสมฺปนฺโน, ทุลฺลโภ พหุสฺสุโต, ทุลฺลโภ ธมฺมกถิโก, ทุลฺลโภ วินยธโร. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ทุลฺลโภ วุฑฺฒปพฺพชิโต’’ติ. นวมํ.

๑๐. ทุติยวุฑฺฒปพฺพชิตสุตฺตํ

๖๐. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ทุลฺลโภ วุฑฺฒปพฺพชิโต. กตเมหิ ปญฺจหิ? ทุลฺลโภ, ภิกฺขเว, วุฑฺฒปพฺพชิโต สุวโจ, ทุลฺลโภ สุคฺคหิตคฺคาหี, ทุลฺลโภ ปทกฺขิณคฺคาหี, ทุลฺลโภ ธมฺมกถิโก, ทุลฺลโภ วินยธโร. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ทุลฺลโภ วุฑฺฒปพฺพชิโต’’ติ. ทสมํ.

นีวรณวคฺโค ปฐโม.

ตสฺสุทฺทานํ –

อาวรณํ ราสิ องฺคานิ, สมยํ มาตุปุตฺติกา;

อุปชฺฌา ฐานา ลิจฺฉวิ, กุมารา อปรา ทุเวติ.

(๗) ๒. สญฺญาวคฺโค

๑. ปฐมสญฺญาสุตฺตํ

๖๑. ‘‘ปญฺจิมา, ภิกฺขเว, สญฺญา ภาวิตา พหุลีกตา มหปฺผลา โหนฺติ มหานิสํสา อมโตคธา อมตปริโยสานา. กตมา ปญฺจ? อสุภสญฺญา, มรณสญฺญา, อาทีนวสญฺญา, อาหาเร ปฏิกูลสญฺญา, สพฺพโลเก อนภิรตสญฺญา [อนภิรติสญฺญา (ก.) อ. นิ. ๕.๑๒๑-๑๒๒, ๓๐๓-๓๐๔ ปสฺสิตพฺพํ] – อิมา โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ สญฺญา ภาวิตา พหุลีกตา มหปฺผลา โหนฺติ มหานิสํสา อมโตคธา อมตปริโยสานา’’ติ. ปฐมํ.

๒. ทุติยสญฺญาสุตฺตํ

๖๒. ‘‘ปญฺจิมา, ภิกฺขเว, สญฺญา ภาวิตา พหุลีกตา มหปฺผลา โหนฺติ มหานิสํสา อมโตคธา อมตปริโยสานา. กตมา ปญฺจ? อนิจฺจสญฺญา, อนตฺตสญฺญา, มรณสญฺญา, อาหาเร ปฏิกูลสญฺญา, สพฺพโลเก อนภิรตสญฺญา – อิมา โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ สญฺญา ภาวิตา พหุลีกตา มหปฺผลา โหนฺติ มหานิสํสา อมโตคธา อมตปริโยสานา’’ติ. ทุติยํ.

๓. ปฐมวฑฺฒิสุตฺตํ

๖๓. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, วฑฺฒีหิ วฑฺฒมาโน อริยสาวโก อริยาย วฑฺฒิยา วฑฺฒติ, สาราทายี จ โหติ วราทายี จ กายสฺส. กตมาหิ ปญฺจหิ? สทฺธาย วฑฺฒติ, สีเลน วฑฺฒติ, สุเตน วฑฺฒติ, จาเคน วฑฺฒติ, ปญฺญาย วฑฺฒติ – อิมาหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒมาโน อริยสาวโก อริยาย วฑฺฒิยา วฑฺฒติ, สาราทายี จ โหติ วราทายี จ กายสฺสา’’ติ.

‘‘สทฺธาย สีเลน จ โย ปวฑฺฒติ [โยธ วฑฺฒติ (สี.)],

ปญฺญาย จาเคน สุเตน จูภยํ;

โส ตาทิโส สปฺปุริโส วิจกฺขโณ,

อาทียตี สารมิเธว อตฺตโน’’ติ. ตติยํ;

๔. ทุติยวฑฺฒิสุตฺตํ

๖๔. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, วฑฺฒีหิ วฑฺฒมานา อริยสาวิกา อริยาย วฑฺฒิยา วฑฺฒติ, สาราทายินี จ โหติ วราทายินี จ กายสฺส. กตมาหิ ปญฺจหิ? สทฺธาย วฑฺฒติ, สีเลน วฑฺฒติ, สุเตน วฑฺฒติ, จาเคน วฑฺฒติ, ปญฺญาย วฑฺฒติ – อิมาหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒมานา อริยสาวิกา อริยาย วฑฺฒิยา วฑฺฒติ, สาราทายินี จ โหติ วราทายินี จ กายสฺสา’’ติ.

‘‘สทฺธาย สีเลน จ ยา ปวฑฺฒติ [ยาธ วฑฺฒติ (สี.)],

ปญฺญาย จาเคน สุเตน จูภยํ;

สา ตาทิสี สีลวตี อุปาสิกา,

อาทียตี สารมิเธว อตฺตโน’’ติ. จตุตฺถํ;

๕. สากจฺฉสุตฺตํ

๖๕. [อ. นิ. ๕.๑๖๔] ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อลํสากจฺโฉ สพฺรหฺมจารีนํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อตฺตนา จ สีลสมฺปนฺโน โหติ, สีลสมฺปทาย กถาย จ อาคตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ สมาธิสมฺปนฺโน โหติ, สมาธิสมฺปทาย กถาย จ อาคตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ, ปญฺญาสมฺปทาย กถาย จ อาคตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ วิมุตฺติสมฺปนฺโน โหติ, วิมุตฺติสมฺปทาย กถาย จ อาคตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺโน โหติ, วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปทาย กถาย จ อาคตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อลํสากจฺโฉ สพฺรหฺมจารีน’’นฺติ. ปญฺจมํ.

๖. สาชีวสุตฺตํ

๖๖. [อ. นิ. ๕.๑๖๔] ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อลํสาชีโว สพฺรหฺมจารีนํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อตฺตนา จ สีลสมฺปนฺโน โหติ, สีลสมฺปทาย กถาย จ กตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ สมาธิสมฺปนฺโน โหติ, สมาธิสมฺปทาย กถาย จ กตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ, ปญฺญาสมฺปทาย กถาย จ กตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ วิมุตฺติสมฺปนฺโน โหติ, วิมุตฺติสมฺปทาย กถาย จ กตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺโน โหติ, วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปทาย กถาย จ กตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อลํสาชีโว สพฺรหฺมจารีน’’นฺติ. ฉฏฺฐํ.

๗. ปฐมอิทฺธิปาทสุตฺตํ

๖๗. ‘‘โย หิ โกจิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา ปญฺจ ธมฺเม [อิเม ปญฺจ ธมฺเม (ก.)] ภาเวติ, ปญฺจ ธมฺเม [อิเม ปญฺจ ธมฺเม (ก.)] พหุลีกโรติ, ตสฺส ทฺวินฺนํ ผลานํ อญฺญตรํ ผลํ ปาฏิกงฺขํ – ทิฏฺเฐว ธมฺเม อญฺญา, สติ วา อุปาทิเสเส อนาคามิตา.

‘‘กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ฉนฺทสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ, วีริยสมาธิ…เป… จิตฺตสมาธิ… วีมํสาสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ, อุสฺโสฬฺหิญฺเญว ปญฺจมึ [อุสฺโสฬฺหีเยว ปญฺจมี (สี.)]. โย หิ โกจิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา อิเม ปญฺจ ธมฺเม ภาเวติ, อิเม ปญฺจ ธมฺเม พหุลีกโรติ, ตสฺส ทฺวินฺนํ ผลานํ อญฺญตรํ ผลํ ปาฏิกงฺขํ – ทิฏฺเฐว ธมฺเม อญฺญา, สติ วา อุปาทิเสเส อนาคามิตา’’ติ. สตฺตมํ.

๘. ทุติยอิทฺธิปาทสุตฺตํ

๖๘. ‘‘ปุพฺเพวาหํ, ภิกฺขเว, สมฺโพธา อนภิสมฺพุทฺโธ โพธิสตฺโตว สมาโน ปญฺจ ธมฺเม ภาเวสึ, ปญฺจ ธมฺเม พหุลีกาสึ [พหุลิมกาสึ (ก.), พหุลมกาสึ (ก.)]. กตเม ปญฺจ? ฉนฺทสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวสึ, วีริยสมาธิ… จิตฺตสมาธิ… วีมํสาสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวสึ, อุสฺโสฬฺหิญฺเญว ปญฺจมึ. โส โข อหํ, ภิกฺขเว, อิเมสํ อุสฺโสฬฺหิปญฺจมานํ ธมฺมานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา ยสฺส ยสฺส อภิญฺญาสจฺฉิกรณียสฺส ธมฺมสฺส จิตฺตํ อภินินฺนาเมสึ อภิญฺญาสจฺฉิกิริยาย, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณึ สติ สติ อายตเน.

‘‘โส สเจ อากงฺขึ – ‘อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุภเวยฺยํ…เป… ยาว พฺรหฺมโลกาปิ กาเยน วสํ วตฺเตยฺย’นฺติ, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณึ สติ สติ อายตเน.

‘‘โส สเจ อากงฺขึ…เป… ‘อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺย’นฺติ, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณึ สติ สติ อายตเน’’ติ. อฏฺฐมํ.

๙. นิพฺพิทาสุตฺตํ

๖๙. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา ภาวิตา พหุลีกตา เอกนฺตนิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตนฺติ.

‘‘กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อสุภานุปสฺสี กาเย วิหรติ, อาหาเร ปฏิกูลสญฺญี, สพฺพโลเก อนภิรตสญฺญี [อนภิรติสญฺญี (ก.) อ. นิ. ๕.๑๒๑-๑๒๒, ๓๐๓-๓๐๔ ปสฺสิตพฺพํ], สพฺพสงฺขาเรสุ อนิจฺจานุปสฺสี, มรณสญฺญา โข ปนสฺส อชฺฌตฺตํ สูปฏฺฐิตา โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ ธมฺมา ภาวิตา พหุลีกตา เอกนฺตนิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. นวมํ.

๑๐. อาสวกฺขยสุตฺตํ

๗๐. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา ภาวิตา พหุลีกตา อาสวานํ ขยาย สํวตฺตนฺติ. กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อสุภานุปสฺสี กาเย วิหรติ, อาหาเร ปฏิกูลสญฺญี, สพฺพโลเก อนภิรตสญฺญี, สพฺพสงฺขาเรสุ อนิจฺจานุปสฺสี, มรณสญฺญา โข ปนสฺส อชฺฌตฺตํ สูปฏฺฐิตา โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ ธมฺมา ภาวิตา พหุลีกตา อาสวานํ ขยาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. ทสมํ.

สญฺญาวคฺโค ทุติโย.

ตสฺสุทฺทานํ –

เทฺว จ สญฺญา เทฺว วฑฺฒี จ, สากจฺเฉน จ สาชีวํ;

อิทฺธิปาทา จ เทฺว วุตฺตา, นิพฺพิทา จาสวกฺขยาติ.

(๘) ๓. โยธาชีววคฺโค

๑. ปฐมเจโตวิมุตฺติผลสุตฺตํ

๗๑. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา ภาวิตา พหุลีกตา เจโตวิมุตฺติผลา จ โหนฺติ เจโตวิมุตฺติผลานิสํสา จ, ปญฺญาวิมุตฺติผลา จ โหนฺติ ปญฺญาวิมุตฺติผลานิสํสา จ.

‘‘กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อสุภานุปสฺสี กาเย วิหรติ, อาหาเร ปฏิกูลสญฺญี [ปฏิกฺกูลสญฺญี (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], สพฺพโลเก อนภิรตสญฺญี, สพฺพสงฺขาเรสุ อนิจฺจานุปสฺสี, มรณสญฺญา โข ปนสฺส อชฺฌตฺตํ สูปฏฺฐิตา โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ ธมฺมา ภาวิตา พหุลีกตา เจโตวิมุตฺติผลา จ โหนฺติ เจโตวิมุตฺติผลานิสํสา จ, ปญฺญาวิมุตฺติผลา จ โหนฺติ ปญฺญาวิมุตฺติผลานิสํสา จ. ยโต โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เจโตวิมุตฺโต จ โหติ ปญฺญาวิมุตฺโต จ โหติ – อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ‘ภิกฺขุ อุกฺขิตฺตปลิโฆ อิติปิ, สํกิณฺณปริโข [สํกิณฺณปริกฺโข (สฺยา. กํ.)] อิติปิ, อพฺพูเฬฺหสิโก อิติปิ, นิรคฺคโฬ อิติปิ, อริโย ปนฺนทฺธโช ปนฺนภาโร วิสํยุตฺโต อิติปิ’’’.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อุกฺขิตฺตปลิโฆ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน อวิชฺชา ปหีนา โหติ อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อุกฺขิตฺตปลิโฆ โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สํกิณฺณปริโข โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน โปโนภวิโก [โปโนพฺภวิโก (สฺยา. ก.)] ชาติสํสาโร ปหีโน โหติ อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวํกโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สํกิณฺณปริโข โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อพฺพูเฬฺหสิโก โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ตณฺหา ปหีนา โหติ อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อพฺพูเฬฺหสิโก โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ นิรคฺคโฬ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ ปหีนานิ โหนฺติ อุจฺฉินฺนมูลานิ ตาลาวตฺถุกตานิ อนภาวํกตานิ อายตึ อนุปฺปาทธมฺมานิ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ นิรคฺคโฬ โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อริโย ปนฺนทฺธโช ปนฺนภาโร วิสํยุตฺโต โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน อสฺมิมาโน ปหีโน โหติ อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวํกโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อริโย ปนฺนทฺธโช ปนฺนภาโร วิสํยุตฺโต โหตี’’ติ. ปฐมํ.

๒. ทุติยเจโตวิมุตฺติผลสุตฺตํ

๗๒. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา ภาวิตา พหุลีกตา เจโตวิมุตฺติผลา จ โหนฺติ เจโตวิมุตฺติผลานิสํสา จ, ปญฺญาวิมุตฺติผลา จ โหนฺติ ปญฺญาวิมุตฺติผลานิสํสา จ. กตเม ปญฺจ? อนิจฺจสญฺญา, อนิจฺเจ ทุกฺขสญฺญา, ทุกฺเข อนตฺตสญฺญา, ปหานสญฺญา, วิราคสญฺญา – อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ ธมฺมา ภาวิตา พหุลีกตา เจโตวิมุตฺติผลา จ โหนฺติ เจโตวิมุตฺติผลานิสํสา จ, ปญฺญาวิมุตฺติผลา จ โหนฺติ ปญฺญาวิมุตฺติผลานิสํสา จ. ยโต โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เจโตวิมุตฺโต จ โหติ ปญฺญาวิมุตฺโต จ – อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ‘ภิกฺขุ อุกฺขิตฺตปลิโฆ อิติปิ, สํกิณฺณปริโข อิติปิ, อพฺพูเฬฺหสิโก อิติปิ, นิรคฺคโฬ อิติปิ, อริโย ปนฺนทฺธโช ปนฺนภาโร วิสํยุตฺโต อิติปิ’’’.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อุกฺขิตฺตปลิโฆ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน อวิชฺชา ปหีนา โหติ อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อุกฺขิตฺตปลิโฆ โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สํกิณฺณปริโข โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน โปโนภวิโก ชาติสํสาโร ปหีโน โหติ อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวํกโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สํกิณฺณปริโข โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อพฺพูเฬฺหสิโก โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ตณฺหา ปหีนา โหติ อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อพฺพูเฬฺหสิโก โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ นิรคฺคโฬ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ ปหีนานิ โหนฺติ อุจฺฉินฺนมูลานิ ตาลาวตฺถุกตานิ อนภาวํกตานิ อายตึ อนุปฺปาทธมฺมานิ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ นิรคฺคโฬ โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อริโย ปนฺนทฺธโช ปนฺนภาโร วิสํยุตฺโต โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน อสฺมิมาโน ปหีโน โหติ อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวํกโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อริโย ปนฺนทฺธโช ปนฺนภาโร วิสํยุตฺโต โหตี’’ติ. ทุติยํ.