๑. ปฐมปณฺณาสกํ
๑. เสขพลวคฺโค
๑. สํขิตฺตสุตฺตํ
๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, เสขพลานิ [เสกฺขพลานิ (ก.)]. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธาพลํ, หิรีพลํ [หิริพลํ (สี. ปี.)], โอตฺตปฺปพลํ, วีริยพลํ [วิริยพลํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], ปญฺญาพลํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ เสขพลานิ.
‘‘ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘สทฺธาพเลน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม เสขพเลน, หิรีพเลน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม เสขพเลน, โอตฺตปฺปพเลน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม เสขพเลน, วีริยพเลน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม เสขพเลน, ปญฺญาพเลน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม เสขพเลนา’ติ. เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. อิทมโวจ ภควา. อตฺตมนา เต ภิกฺขู ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุนฺติ. ปฐมํ.
๒. วิตฺถตสุตฺตํ
๒. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, เสขพลานิ. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธาพลํ, หิรีพลํ, โอตฺตปฺปพลํ, วีริยพลํ, ปญฺญาพลํ. กตมญฺจ, ภิกฺขเว, สทฺธาพลํ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก สทฺโธ โหติ, สทฺทหติ ตถาคตสฺส โพธึ – ‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา’ติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สทฺธาพลํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, หิรีพลํ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก หิริมา โหติ, หิรียติ กายทุจฺจริเตน วจีทุจฺจริเตน มโนทุจฺจริเตน, หิรียติ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, หิรีพลํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, โอตฺตปฺปพลํ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก โอตฺตปฺปี โหติ, โอตฺตปฺปติ กายทุจฺจริเตน วจีทุจฺจริเตน มโนทุจฺจริเตน, โอตฺตปฺปติ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, โอตฺตปฺปพลํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, วีริยพลํ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อารทฺธวีริโย วิหรติ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย, กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทาย, ถามวา ทฬฺหปรกฺกโม อนิกฺขิตฺตธุโร กุสเลสุ ธมฺเมสุ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, วีริยพลํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ปญฺญาพลํ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก ปญฺญวา โหติ อุทยตฺถคามินิยา ปญฺญาย สมนฺนาคโต อริยาย นิพฺเพธิกาย สมฺมา ทุกฺขกฺขยคามินิยา. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปญฺญาพลํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ เสขพลานิ.
‘‘ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘สทฺธาพเลน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม เสขพเลน, หิรีพเลน… โอตฺตปฺปพเลน … วีริยพเลน… ปญฺญาพเลน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม เสขพเลนา’ติ. เอวญฺหิ โข, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. ทุติยํ.
๓. ทุกฺขสุตฺตํ
๓. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขํ วิหรติ สวิฆาตํ สอุปายาสํ สปริฬาหํ, กายสฺส จ เภทา ปรํ มรณา ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อสฺสทฺโธ โหติ, อหิริโก โหติ, อโนตฺตปฺปี โหติ, กุสีโต โหติ, ทุปฺปญฺโญ โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขํ วิหรติ สวิฆาตํ สอุปายาสํ สปริฬาหํ, กายสฺส จ เภทา ปรํ มรณา ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สุขํ วิหรติ อวิฆาตํ อนุปายาสํ อปริฬาหํ, กายสฺส จ เภทา ปรํ มรณา สุคติ ปาฏิกงฺขา. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สทฺโธ โหติ, หิรีมา โหติ, โอตฺตปฺปี โหติ, อารทฺธวีริโย โหติ, ปญฺญวา โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สุขํ วิหรติ อวิฆาตํ อนุปายาสํ อปริฬาหํ, กายสฺส จ เภทา ปรํ มรณา สุคติ ปาฏิกงฺขา’’ติ. ตติยํ.
๔. ยถาภตสุตฺตํ
๔. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อสฺสทฺโธ โหติ, อหิริโก โหติ, อโนตฺตปฺปี โหติ, กุสีโต โหติ, ทุปฺปญฺโญ โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สทฺโธ โหติ, หิรีมา โหติ, โอตฺตปฺปี โหติ, อารทฺธวีริโย โหติ, ปญฺญวา โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค’’ติ. จตุตฺถํ.
๕. สิกฺขาสุตฺตํ
๕. ‘‘โย หิ โกจิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ, ตสฺส ทิฏฺเฐว [ทิฏฺเฐ เจว (สี.)] ธมฺเม ปญฺจ สหธมฺมิกา วาทานุปาตา [วาทานุวาทา (อ. นิ. ๘.๑๒; อ. นิ. ๓.๕๘)] คารยฺหา ฐานา อาคจฺฉนฺติ. กตเม ปญฺจ? สทฺธาปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, หิรีปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, โอตฺตปฺปมฺปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, วีริยมฺปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, ปญฺญาปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. โย หิ โกจิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ, ตสฺส ทิฏฺเฐว ธมฺเม อิเม ปญฺจ สหธมฺมิกา วาทานุปาตา คารยฺหา ฐานา อาคจฺฉนฺติ.
‘‘โย หิ โกจิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา สหาปิ ทุกฺเขน สหาปิ โทมนสฺเสน อสฺสุมุโข [อสฺสุมุโขปิ (สฺยา.)] รุทมาโน ปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรติ, ตสฺส ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปญฺจ สหธมฺมิกา ปาสํสา ฐานา [ปาสํสํ ฐานํ (สฺยา.)] อาคจฺฉนฺติ. กตเม ปญฺจ? สทฺธาปิ นาม เต อโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, หิรีปิ นาม เต อโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, โอตฺตปฺปมฺปิ นาม เต อโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, วีริยมฺปิ นาม เต อโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, ปญฺญาปิ นาม เต อโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. โย หิ โกจิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา สหาปิ ทุกฺเขน สหาปิ โทมนสฺเสน อสฺสุมุโข รุทมาโน ปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรติ, ตสฺส ทิฏฺเฐว ธมฺเม อิเม ปญฺจ สหธมฺมิกา ปาสํสา ฐานา อาคจฺฉนฺตี’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. สมาปตฺติสุตฺตํ
๖. ‘‘น ตาว, ภิกฺขเว, อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ ยาว สทฺธา ปจฺจุปฏฺฐิตา โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, สทฺธา อนฺตรหิตา โหติ, อสทฺธิยํ ปริยุฏฺฐาย ติฏฺฐติ; อถ อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ.
‘‘น ตาว, ภิกฺขเว, อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ ยาว หิรี ปจฺจุปฏฺฐิตา โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, หิรี อนฺตรหิตา โหติ, อหิริกํ ปริยุฏฺฐาย ติฏฺฐติ; อถ อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ.
‘‘น ตาว, ภิกฺขเว, อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ ยาว โอตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, โอตฺตปฺปํ อนฺตรหิตํ โหติ, อโนตฺตปฺปํ ปริยุฏฺฐาย ติฏฺฐติ; อถ อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ.
‘‘น ตาว, ภิกฺขเว, อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ ยาว วีริยํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, วีริยํ อนฺตรหิตํ โหติ, โกสชฺชํ ปริยุฏฺฐาย ติฏฺฐติ; อถ อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ.
‘‘น ตาว, ภิกฺขเว, อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหติ ยาว ปญฺญา ปจฺจุปฏฺฐิตา โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, ปญฺญา อนฺตรหิตา โหติ, ทุปฺปญฺญา [ทุปฺปญฺญํ (ก.)] ปริยุฏฺฐาย ติฏฺฐติ; อถ อกุสลสฺส สมาปตฺติ โหตี’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. กามสุตฺตํ
๗. ‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, สตฺตา กาเมสุ ลฬิตา [ปลาฬิตา (สี.)]. อสิตพฺยาภงฺคึ [อสิตพฺยาภงฺคิ เจปิ (?)], ภิกฺขเว, กุลปุตฺโต โอหาย อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหติ, ‘สทฺธาปพฺพชิโต กุลปุตฺโต’ติ อลํ วจนาย. ตํ กิสฺส เหตุ? ลพฺภา [ลพฺภา หิ (สฺยา.)], ภิกฺขเว, โยพฺพเนน กามา เต จ โข ยาทิสา วา ตาทิสา วา. เย จ, ภิกฺขเว, หีนา กามา เย จ มชฺฌิมา กามา เย จ ปณีตา กามา, สพฺเพ กามา ‘กามา’เตฺวว สงฺขํ คจฺฉนฺติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ทหโร กุมาโร มนฺโท อุตฺตานเสยฺยโก ธาติยา ปมาทมนฺวาย กฏฺฐํ วา กฐลํ [กถลํ (ก.)] วา มุเข อาหเรยฺย. ตเมนํ ธาติ สีฆํ สีฆํ [สีฆสีฆํ (สี.)] มนสิ กเรยฺย; สีฆํ สีฆํ มนสิ กริตฺวา สีฆํ สีฆํ อาหเรยฺย. โน เจ สกฺกุเณยฺย สีฆํ สีฆํ อาหริตุํ, วาเมน หตฺเถน สีสํ ปริคฺคเหตฺวา ทกฺขิเณน หตฺเถน วงฺกงฺคุลึ กริตฺวา สโลหิตมฺปิ อาหเรยฺย. ตํ กิสฺส เหตุ? ‘อตฺเถสา, ภิกฺขเว, กุมารสฺส วิเหสา; เนสา นตฺถี’ติ วทามิ. กรณียญฺจ โข เอตํ [เอวํ (ก.)], ภิกฺขเว, ธาติยา อตฺถกามาย หิเตสินิยา อนุกมฺปิกาย, อนุกมฺปํ อุปาทาย. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, โส กุมาโร วุทฺโธ โหติ อลํปญฺโญ, อนเปกฺขา ทานิ [อนเปกฺขา ปน (สี. สฺยา. กํ.)], ภิกฺขเว, ธาติ ตสฺมึ กุมาเร โหติ – ‘อตฺตคุตฺโต ทานิ กุมาโร นาลํ ปมาทายา’ติ.
‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ยาวกีวญฺจ ภิกฺขุโน สทฺธาย อกตํ โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, หิริยา อกตํ โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, โอตฺตปฺเปน อกตํ โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, วีริเยน อกตํ โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, ปญฺญาย อกตํ โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, อนุรกฺขิตพฺโพ ตาว เม โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ โหติ. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน สทฺธาย กตํ โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, หิริยา กตํ โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, โอตฺตปฺเปน กตํ โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, วีริเยน กตํ โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, ปญฺญาย กตํ โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, อนเปกฺโข ทานาหํ, ภิกฺขเว [ปนาหํ (สี. สฺยา. กํ.)], ตสฺมึ ภิกฺขุสฺมึ โหมิ – ‘อตฺตคุตฺโต ทานิ ภิกฺขุ นาลํ ปมาทายา’’’ติ. สตฺตมํ.
๘. จวนสุตฺตํ
๘. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ จวติ, นปฺปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. กตเมหิ ปญฺจหิ? อสทฺโธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ จวติ, นปฺปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. อหิริโก, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ จวติ, นปฺปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. อโนตฺตปฺปี, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ จวติ, นปฺปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. กุสีโต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ จวติ, นปฺปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. ทุปฺปญฺโญ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ จวติ, นปฺปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ จวติ, นปฺปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ น จวติ, ปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. กตเมหิ ปญฺจหิ? สทฺโธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ น จวติ, ปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. หิรีมา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ น จวติ, ปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. โอตฺตปฺปี, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ น จวติ, ปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. อารทฺธวีริโย, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ น จวติ, ปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. ปญฺญวา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ น จวติ, ปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ น จวติ, ปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. ปฐมอคารวสุตฺตํ
๙. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส จวติ, นปฺปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. กตเมหิ ปญฺจหิ? อสฺสทฺโธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส จวติ, นปฺปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. อหิริโก, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส จวติ, นปฺปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. อโนตฺตปฺปี, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส จวติ, นปฺปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. กุสีโต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส จวติ, นปฺปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. ทุปฺปญฺโญ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส จวติ, นปฺปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส จวติ, นปฺปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส น จวติ, ปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. กตเมหิ ปญฺจหิ? สทฺโธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส น จวติ, ปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. หิริมา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส น จวติ, ปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. โอตฺตปฺปี, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส น จวติ, ปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. อารทฺธวีริโย, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส น จวติ, ปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. ปญฺญวา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส น จวติ, ปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส น จวติ, ปติฏฺฐาติ สทฺธมฺเม’’ติ. นวมํ.
๑๐. ทุติยอคารวสุตฺตํ
๑๐. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส อภพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชิตุํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อสฺสทฺโธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส อภพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชิตุํ. อหิริโก, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส อภพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชิตุํ. อโนตฺตปฺปี, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส อภพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชิตุํ. กุสีโต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส อภพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชิตุํ. ทุปฺปญฺโญ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส อภพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชิตุํ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส อภพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชิตุํ.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส ภพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชิตุํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? สทฺโธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส ภพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชิตุํ. หิรีมา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ…เป… โอตฺตปฺปี, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ…เป… อารทฺธวีริโย, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ…เป… ปญฺญวา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส ภพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชิตุํ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส ภพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชิตุ’’นฺติ. ทสมํ.
เสขพลวคฺโค ปฐโม.
ตสฺสุทฺทานํ –
สํขิตฺตํ วิตฺถตํ ทุกฺขา, ภตํ สิกฺขาย ปญฺจมํ;
สมาปตฺติ จ กาเมสุ, จวนา เทฺว อคารวาติ.
๒. พลวคฺโค
๑. อนนุสฺสุตสุตฺตํ
๑๑. ‘‘ปุพฺพาหํ, ภิกฺขเว, อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ อภิญฺญาโวสานปารมิปฺปตฺโต ปฏิชานามิ. ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺส ตถาคตพลานิ, เยหิ พเลหิ สมนฺนาคโต ตถาคโต อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ, ปริสาสุ สีหนาทํ นทติ, พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺเตติ. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธาพลํ, หิรีพลํ, โอตฺตปฺปพลํ, วีริยพลํ, ปญฺญาพลํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ ตถาคตสฺส ตถาคตพลานิ เยหิ พเลหิ สมนฺนาคโต ตถาคโต อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ, ปริสาสุ สีหนาทํ นทติ, พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺเตตี’’ติ. ปฐมํ.
๒. กูฏสุตฺตํ
๑๒. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, เสขพลานิ. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธาพลํ, หิรีพลํ, โอตฺตปฺปพลํ, วีริยพลํ, ปญฺญาพลํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ เสขพลานิ. อิเมสํ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจนฺนํ เสขพลานํ เอตํ อคฺคํ เอตํ สงฺคาหิกํ เอตํ สงฺฆาตนิยํ, ยทิทํ ปญฺญาพลํ.
‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, กูฏาคารสฺส เอตํ อคฺคํ เอตํ สงฺคาหิกํ เอตํ สงฺฆาตนิยํ, ยทิทํ กูฏํ. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, อิเมสํ ปญฺจนฺนํ เสขพลานํ เอตํ อคฺคํ เอตํ สงฺคาหิกํ เอตํ สงฺฆาตนิยํ, ยทิทํ ปญฺญาพลํ.
‘‘ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘สทฺธาพเลน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม เสขพเลน, หิรีพเลน… โอตฺตปฺปพเลน… วีริยพเลน… ปญฺญาพเลน สมนฺนาคตา ภวิสฺสาม เสขพเลนา’ติ. เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. ทุติยํ.
๓. สํขิตฺตสุตฺตํ
๑๓. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, พลานิ. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธาพลํ, วีริยพลํ, สติพลํ, สมาธิพลํ, ปญฺญาพลํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ พลานี’’ติ. ตติยํ.
๔. วิตฺถตสุตฺตํ
๑๔. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, พลานิ. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธาพลํ, วีริยพลํ, สติพลํ, สมาธิพลํ, ปญฺญาพลํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, สทฺธาพลํ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก สทฺโธ โหติ, สทฺทหติ ตถาคตสฺส โพธึ – ‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา’ติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สทฺธาพลํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, วีริยพลํ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อารทฺธวีริโย วิหรติ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย, กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทาย ถามวา ทฬฺหปรกฺกโม อนิกฺขิตฺตธุโร กุสเลสุ ธมฺเมสุ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, วีริยพลํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, สติพลํ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก สติมา โหติ ปรเมน สติเนปกฺเกน สมนฺนาคโต, จิรกตมฺปิ จิรภาสิตมฺปิ สริตา อนุสฺสริตา. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สติพลํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, สมาธิพลํ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ; วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา อชฺฌตฺตํ สมฺปสาทนํ เจตโส เอโกทิภาวํ อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธิชํ ปีติสุขํ ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ; ปีติยา จ วิราคา อุเปกฺขโก จ วิหรติ สโต จ สมฺปชาโน สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทติ ยํ ตํ อริยา อาจิกฺขนฺติ – ‘อุเปกฺขโก สติมา สุขวิหารี’ติ ตติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ; สุขสฺส จ ปหานา ทุกฺขสฺส จ ปหานา ปุพฺเพว โสมนสฺสโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมา อทุกฺขมสุขํ อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธึ จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สมาธิพลํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ปญฺญาพลํ? อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก ปญฺญวา โหติ อุทยตฺถคามินิยา ปญฺญาย สมนฺนาคโต อริยาย นิพฺเพธิกาย สมฺมา ทุกฺขกฺขยคามินิยา. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปญฺญาพลํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ พลานี’’ติ. จตุตฺถํ.
๕. ทฏฺฐพฺพสุตฺตํ
๑๕. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, พลานิ. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธาพลํ, วีริยพลํ, สติพลํ, สมาธิพลํ, ปญฺญาพลํ. กตฺถ จ, ภิกฺขเว, สทฺธาพลํ ทฏฺฐพฺพํ? จตูสุ โสตาปตฺติยงฺเคสุ. เอตฺถ สทฺธาพลํ ทฏฺฐพฺพํ. กตฺถ จ, ภิกฺขเว, วีริยพลํ ทฏฺฐพฺพํ? จตูสุ สมฺมปฺปธาเนสุ. เอตฺถ วีริยพลํ ทฏฺฐพฺพํ. กตฺถ จ, ภิกฺขเว, สติพลํ ทฏฺฐพฺพํ? จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ. เอตฺถ สติพลํ ทฏฺฐพฺพํ. กตฺถ จ, ภิกฺขเว, สมาธิพลํ ทฏฺฐพฺพํ? จตูสุ ฌาเนสุ. เอตฺถ สมาธิพลํ ทฏฺฐพฺพํ. กตฺถ จ, ภิกฺขเว, ปญฺญาพลํ ทฏฺฐพฺพํ? จตูสุ อริยสจฺเจสุ. เอตฺถ ปญฺญาพลํ ทฏฺฐพฺพํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ พลานี’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. ปุนกูฏสุตฺตํ
๑๖. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, พลานิ. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธาพลํ, วีริยพลํ, สติพลํ, สมาธิพลํ, ปญฺญาพลํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ พลานิ. อิเมสํ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจนฺนํ พลานํ เอตํ อคฺคํ เอตํ สงฺคาหิกํ เอตํ สงฺฆาตนิยํ, ยทิทํ ปญฺญาพลํ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, กูฏาคารสฺส เอตํ อคฺคํ เอตํ สงฺคาหิกํ เอตํ สงฺฆาตนิยํ, ยทิทํ กูฏํ. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, อิเมสํ ปญฺจนฺนํ พลานํ เอตํ อคฺคํ เอตํ สงฺคาหิกํ เอตํ สงฺฆาตนิยํ, ยทิทํ ปญฺญาพล’’นฺติ. ฉฏฺฐํ.
๗. ปฐมหิตสุตฺตํ
๑๗. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ, โน ปรหิตาย. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อตฺตนา สีลสมฺปนฺโน โหติ, โน ปรํ สีลสมฺปทาย สมาทเปติ; อตฺตนา สมาธิสมฺปนฺโน โหติ, โน ปรํ สมาธิสมฺปทาย สมาทเปติ; อตฺตนา ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ, โน ปรํ ปญฺญาสมฺปทาย สมาทเปติ; อตฺตนา วิมุตฺติสมฺปนฺโน โหติ, โน ปรํ วิมุตฺติสมฺปทาย สมาทเปติ; อตฺตนา วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺโน โหติ, โน ปรํ วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปทาย สมาทเปติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ, โน ปรหิตายา’’ติ. สตฺตมํ.
๘. ทุติยหิตสุตฺตํ
๑๘. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ปรหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ, โน อตฺตหิตาย. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อตฺตนา น สีลสมฺปนฺโน โหติ, ปรํ สีลสมฺปทาย สมาทเปติ; อตฺตนา น สมาธิสมฺปนฺโน โหติ, ปรํ สมาธิสมฺปทาย สมาทเปติ; อตฺตนา น ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ, ปรํ ปญฺญาสมฺปทาย สมาทเปติ; อตฺตนา น วิมุตฺติสมฺปนฺโน โหติ, ปรํ วิมุตฺติสมฺปทาย สมาทเปติ; อตฺตนา น วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺโน โหติ, ปรํ วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปทาย สมาทเปติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ปรหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ, โน อตฺตหิตายา’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. ตติยหิตสุตฺตํ
๑๙. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ เนว อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ, โน ปรหิตาย. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อตฺตนา น สีลสมฺปนฺโน โหติ, โน ปรํ สีลสมฺปทาย สมาทเปติ; อตฺตนา น สมาธิสมฺปนฺโน โหติ, โน ปรํ สมาธิสมฺปทาย สมาทเปติ; อตฺตนา น ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ, โน ปรํ ปญฺญาสมฺปทาย สมาทเปติ; อตฺตนา น วิมุตฺติสมฺปนฺโน โหติ, โน ปรํ วิมุตฺติสมฺปทาย สมาทเปติ; อตฺตนา น วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺโน โหติ, โน ปรํ วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปทาย สมาทเปติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ เนว อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ, โน ปรหิตายา’’ติ. นวมํ.
๑๐. จตุตฺถหิตสุตฺตํ
๒๐. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อตฺตหิตาย จ ปฏิปนฺโน โหติ ปรหิตาย จ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อตฺตนา จ สีลสมฺปนฺโน โหติ, ปรญฺจ สีลสมฺปทาย สมาทเปติ; อตฺตนา จ สมาธิสมฺปนฺโน โหติ, ปรญฺจ สมาธิสมฺปทาย สมาทเปติ, อตฺตนา จ ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ, ปรญฺจ ปญฺญาสมฺปทาย สมาทเปติ; อตฺตนา จ วิมุตฺติสมฺปนฺโน โหติ, ปรญฺจ วิมุตฺติสมฺปทาย สมาทเปติ; อตฺตนา จ วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺโน โหติ, ปรญฺจ วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปทาย สมาทเปติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อตฺตหิตาย จ ปฏิปนฺโน โหติ ปรหิตาย จา’’ติ. ทสมํ.
พลวคฺโค ทุติโย.
ตสฺสุทฺทานํ –
อนนุสฺสุตกูฏญฺจ, สํขิตฺตํ วิตฺถเตน จ;
ทฏฺฐพฺพญฺจ ปุน กูฏํ, จตฺตาโรปิ หิเตน จาติ.
๓. ปญฺจงฺคิกวคฺโค
๑. ปฐมอคารวสุตฺตํ
๒๑. ‘‘โส วต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส อสภาควุตฺติโก ‘สพฺรหฺมจารีสุ อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ‘อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ อปริปูเรตฺวา เสขํ [เสกฺขํ (ก.)] ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ‘เสขํ ธมฺมํ อปริปูเรตฺวา สีลานิ ปริปูเรสฺสตี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ‘สีลานิ อปริปูเรตฺวา สมฺมาทิฏฺฐึ ปริปูเรสฺสตี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ‘สมฺมาทิฏฺฐึ อปริปูเรตฺวา สมฺมาสมาธึ ปริปูเรสฺสตี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ.
‘‘โส วต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส สภาควุตฺติโก ‘สพฺรหฺมจารีสุ อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตี’ติ ฐานเมตํ วิชฺชติ. ‘อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ ปริปูเรตฺวา เสขํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตี’ติ ฐานเมตํ วิชฺชติ. ‘เสขํ ธมฺมํ ปริปูเรตฺวา สีลานิ ปริปูเรสฺสตี’ติ ฐานเมตํ วิชฺชติ. ‘สีลานิ ปริปูเรตฺวา สมฺมาทิฏฺฐึ ปริปูเรสฺสตี’ติ ฐานเมตํ วิชฺชติ. ‘สมฺมาทิฏฺฐึ ปริปูเรตฺวา สมฺมาสมาธึ ปริปูเรสฺสตี’ติ ฐานเมตํ วิชฺชตี’’ติ. ปฐมํ.
๒. ทุติยอคารวสุตฺตํ
๒๒. ‘‘โส วต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส อสภาควุตฺติโก ‘สพฺรหฺมจารีสุ อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ‘อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ อปริปูเรตฺวา เสขํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ‘เสขํ ธมฺมํ อปริปูเรตฺวา สีลกฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสตี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ‘สีลกฺขนฺธํ อปริปูเรตฺวา สมาธิกฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสตี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ‘สมาธิกฺขนฺธํ อปริปูเรตฺวา ปญฺญากฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสตี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ.
‘‘โส วต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส สภาควุตฺติโก ‘สพฺรหฺมจารีสุ อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตี’ติ ฐานเมตํ วิชฺชติ. ‘อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ ปริปูเรตฺวา เสขํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตี’ติ ฐานเมตํ วิชฺชติ. เสขํ ธมฺมํ ปริปูเรตฺวา สีลกฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสตี’ติ ฐานเมตํ วิชฺชติ. ‘สีลกฺขนฺธํ ปริปูเรตฺวา สมาธิกฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสตี’ติ ฐานเมตํ วิชฺชติ. ‘สมาธิกฺขนฺธํ ปริปูเรตฺวา ปญฺญากฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสตี’ติ ฐานเมตํ วิชฺชตี’’ติ. ทุติยํ.
๓. อุปกฺกิเลสสุตฺตํ
๒๓. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ชาตรูปสฺส อุปกฺกิเลสา, เยหิ อุปกฺกิเลเสหิ อุปกฺกิลิฏฺฐํ ชาตรูปํ น เจว มุทุ โหติ น จ กมฺมนิยํ น จ ปภสฺสรํ ปภงฺคุ จ น จ สมฺมา อุเปติ กมฺมาย. กตเม ปญฺจ? อโย, โลหํ, ติปุ, สีสํ, สชฺฌํ [สชฺฌุ (สี.)] – อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ ชาตรูปสฺส อุปกฺกิเลสา, เยหิ อุปกฺกิเลเสหิ อุปกฺกิลิฏฺฐํ ชาตรูปํ น เจว มุทุ โหติ น จ กมฺมนิยํ น จ ปภสฺสรํ ปภงฺคุ จ น จ สมฺมา อุเปติ กมฺมาย. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, ชาตรูปํ อิเมหิ ปญฺจหิ อุปกฺกิเลเสหิ วิมุตฺตํ [วิปฺปมุตฺตํ (สี.)] โหติ, ตํ โหติ ชาตรูปํ มุทุ จ กมฺมนิยญฺจ ปภสฺสรญฺจ น จ ปภงฺคุ สมฺมา อุเปติ กมฺมาย. ยสฺสา ยสฺสา จ [ยสฺส กสฺสจิ (สฺยา. ปี.)] ปิฬนฺธนวิกติยา อากงฺขติ – ยทิ มุทฺทิกาย ยทิ กุณฺฑลาย ยทิ คีเวยฺยกาย [คีเวยฺยเกน (สฺยา. กํ. ก., อ. นิ. ๓.๑๐๒)] ยทิ สุวณฺณมาลาย – ตญฺจสฺส อตฺถํ อนุโภติ.
‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจิเม จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสา, เยหิ อุปกฺกิเลเสหิ อุปกฺกิลิฏฺฐํ จิตฺตํ น เจว มุทุ โหติ น จ กมฺมนิยํ น จ ปภสฺสรํ ปภงฺคุ จ น จ สมฺมา สมาธิยติ อาสวานํ ขยาย. กตเม ปญฺจ? กามจฺฉนฺโท, พฺยาปาโท, ถินมิทฺธํ [ถีนมิทฺธํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ, วิจิกิจฺฉา – อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสา เยหิ อุปกฺกิเลเสหิ อุปกฺกิลิฏฺฐํ จิตฺตํ น เจว มุทุ โหติ น จ กมฺมนิยํ น จ ปภสฺสรํ ปภงฺคุ จ น จ สมฺมา สมาธิยติ อาสวานํ ขยาย. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, จิตฺตํ อิเมหิ ปญฺจหิ อุปกฺกิเลเสหิ วิมุตฺตํ โหติ, ตํ โหติ จิตฺตํ มุทุ จ กมฺมนิยญฺจ ปภสฺสรญฺจ น จ ปภงฺคุ สมฺมา สมาธิยติ อาสวานํ ขยาย. ยสฺส ยสฺส จ อภิญฺญาสจฺฉิกรณียสฺส ธมฺมสฺส จิตฺตํ อภินินฺนาเมติ อภิญฺญาสจฺฉิกิริยาย ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน.
‘‘โส สเจ อากงฺขติ – ‘อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุภเวยฺยํ – เอโกปิ หุตฺวา พหุธา อสฺสํ, พหุธาปิ หุตฺวา เอโก อสฺสํ; อาวิภาวํ, ติโรภาวํ; ติโรกุฏฺฏํ ติโรปาการํ ติโรปพฺพตํ อสชฺชมาโน คจฺเฉยฺยํ, เสยฺยถาปิ อากาเส; ปถวิยาปิ อุมฺมุชฺชนิมุชฺชํ กเรยฺยํ, เสยฺยถาปิ อุทเก; อุทเกปิ อภิชฺชมาโน คจฺเฉยฺยํ, เสยฺยถาปิ ปถวิยํ; อากาเสปิ ปลฺลงฺเกน กเมยฺยํ, เสยฺยถาปิ ปกฺขี สกุโณ; อิเมปิ จนฺทิมสูริเย [จนฺทิมสุริเย (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] เอวํมหิทฺธิเก เอวํมหานุภาเว ปาณินา ปริมเสยฺยํ [ปรามเสยฺยํ (ก.)] ปริมชฺเชยฺยํ ยาว พฺรหฺมโลกาปิ กาเยน วสํ วตฺเตยฺย’นฺติ, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน.
‘‘โส สเจ อากงฺขติ – ‘ทิพฺพาย โสตธาตุยา วิสุทฺธาย อติกฺกนฺตมานุสิกาย อุโภ สทฺเท สุเณยฺยํ – ทิพฺเพ จ มานุเส จ เย ทูเร สนฺติเก จา’ติ, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน.
‘‘โส สเจ อากงฺขติ – ‘ปรสตฺตานํ ปรปุคฺคลานํ เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชาเนยฺยํ – สราคํ วา จิตฺตํ สราคํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, วีตราคํ วา จิตฺตํ วีตราคํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, สโทสํ วา จิตฺตํ สโทสํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, วีตโทสํ วา จิตฺตํ วีตโทสํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, สโมหํ วา จิตฺตํ สโมหํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, วีตโมหํ วา จิตฺตํ วีตโมหํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, สํขิตฺตํ วา จิตฺตํ สํขิตฺตํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, วิกฺขิตฺตํ วา จิตฺตํ วิกฺขิตฺตํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, มหคฺคตํ วา จิตฺตํ มหคฺคตํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, อมหคฺคตํ วา จิตฺตํ อมหคฺคตํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, สอุตฺตรํ วา จิตฺตํ สอุตฺตรํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, อนุตฺตรํ วา จิตฺตํ อนุตฺตรํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, สมาหิตํ วา จิตฺตํ สมาหิตํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, อสมาหิตํ วา จิตฺตํ อสมาหิตํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, วิมุตฺตํ วา จิตฺตํ วิมุตฺตํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, อวิมุตฺตํ วา จิตฺตํ อวิมุตฺตํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺย’นฺติ, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน.
‘‘โส สเจ อากงฺขติ – ‘อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสเรยฺยํ, เสยฺยถิทํ [เสยฺยถีทํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] – เอกมฺปิ ชาตึ เทฺวปิ ชาติโย ติสฺโสปิ ชาติโย จตสฺโสปิ ชาติโย ปญฺจปิ ชาติโย ทสปิ ชาติโย วีสมฺปิ ชาติโย ตึสมฺปิ ชาติโย จตฺตารีสมฺปิ ชาติโย ปญฺญาสมฺปิ ชาติโย ชาติสตมฺปิ ชาติสหสฺสมฺปิ ชาติสตสหสฺสมฺปิ อเนเกปิ สํวฏฺฏกปฺเป อเนเกปิ วิวฏฺฏกปฺเป อเนเกปิ สํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺเป – อมุตฺราสึ เอวํนาโม เอวํโคตฺโต เอวํวณฺโณ เอวมาหาโร เอวํสุขทุกฺขปฺปฏิสํเวที เอวมายุปริยนฺโต, โส ตโต จุโต อมุตฺร อุทปาทึ; ตตฺราปาสึ เอวํนาโม เอวํโคตฺโต เอวํวณฺโณ เอวมาหาโร เอวํสุขทุกฺขปฺปฏิสํเวที เอวมายุปริยนฺโต, โส ตโต จุโต อิธูปปนฺโนติ, อิติ สาการํ สอุทฺเทสํ อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสเรยฺย’นฺติ, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน.
‘‘โส สเจ อากงฺขติ – ‘ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน สตฺเต ปสฺเสยฺยํ จวมาเน อุปปชฺชมาเน หีเน ปณีเต สุวณฺเณ ทุพฺพณฺเณ, สุคเต ทุคฺคเต ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปชาเนยฺยํ – อิเม วต โภนฺโต สตฺตา กายทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา วจีทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา มโนทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา อริยานํ อุปวาทกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา, เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา; อิเม วา ปน โภนฺโต สตฺตา กายสุจริเตน สมนฺนาคตา วจีสุจริเตน สมนฺนาคตา มโนสุจริเตน สมนฺนาคตา อริยานํ อนุปวาทกา สมฺมาทิฏฺฐิกา สมฺมาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา, เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปนฺนาติ, อิติ ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน สตฺเต ปสฺเสยฺยํ จวมาเน อุปปชฺชมาเน หีเน ปณีเต สุวณฺเณ ทุพฺพณฺเณ, สุคเต ทุคฺคเต ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปชาเนยฺย’นฺติ, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน.
‘‘โส สเจ อากงฺขติ – ‘อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺย’นฺติ, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน’’ติ. ตติยํ.
๔. ทุสฺสีลสุตฺตํ
๒๔. [อ. นิ. ๕.๑๖๘; ๖.๕๐; ๗.๖๕] ‘‘ทุสฺสีลสฺส, ภิกฺขเว, สีลวิปนฺนสฺส หตูปนิโส โหติ สมฺมาสมาธิ; สมฺมาสมาธิมฺหิ อสติ สมฺมาสมาธิวิปนฺนสฺส หตูปนิสํ โหติ ยถาภูตญาณทสฺสนํ; ยถาภูตญาณทสฺสเน อสติ ยถาภูตญาณทสฺสนวิปนฺนสฺส หตูปนิโส โหติ นิพฺพิทาวิราโค; นิพฺพิทาวิราเค อสติ นิพฺพิทาวิราควิปนฺนสฺส หตูปนิสํ โหติ วิมุตฺติญาณทสฺสนํ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, รุกฺโข สาขาปลาสวิปนฺโน. ตสฺส ปปฏิกาปิ น ปาริปูรึ คจฺฉติ, ตโจปิ น ปาริปูรึ คจฺฉติ, เผคฺคุปิ น ปาริปูรึ คจฺฉติ, สาโรปิ น ปาริปูรึ คจฺฉติ; เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ทุสฺสีลสฺส สีลวิปนฺนสฺส หตูปนิโส โหติ สมฺมาสมาธิ; สมฺมาสมาธิมฺหิ อสติ สมฺมาสมาธิวิปนฺนสฺส หตูปนิสํ โหติ ยถาภูตญาณทสฺสนํ; ยถาภูตญาณทสฺสเน อสติ ยถาภูตญาณทสฺสนวิปนฺนสฺส หตูปนิโส โหติ นิพฺพิทาวิราโค; นิพฺพิทาวิราเค อสติ นิพฺพิทาวิราควิปนฺนสฺส หตูปนิสํ โหติ วิมุตฺติญาณทสฺสนํ.
‘‘สีลวโต, ภิกฺขเว, สีลสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺโน โหติ สมฺมาสมาธิ; สมฺมาสมาธิมฺหิ สติ สมฺมาสมาธิสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺนํ โหติ ยถาภูตญาณทสฺสนํ; ยถาภูตญาณทสฺสเน สติ ยถาภูตญาณทสฺสนสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺโน โหติ นิพฺพิทาวิราโค; นิพฺพิทาวิราเค สติ นิพฺพิทาวิราคสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺนํ โหติ วิมุตฺติญาณทสฺสนํ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, รุกฺโข สาขาปลาสสมฺปนฺโน. ตสฺส ปปฏิกาปิ ปาริปูรึ คจฺฉติ, ตโจปิ ปาริปูรึ คจฺฉติ, เผคฺคุปิ ปาริปูรึ คจฺฉติ, สาโรปิ ปาริปูรึ คจฺฉติ; เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, สีลวโต สีลสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺโน โหติ สมฺมาสมาธิ; สมฺมาสมาธิมฺหิ สติ สมฺมาสมาธิสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺนํ โหติ ยถาภูตญาณทสฺสนํ; ยถาภูตญาณทสฺสเน สติ ยถาภูตญาณทสฺสนสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺโน โหติ นิพฺพิทาวิราโค; นิพฺพิทาวิราเค สติ นิพฺพิทาวิราคสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺนํ โหติ วิมุตฺติญาณทสฺสน’’นฺติ. จตุตฺถํ.
๕. อนุคฺคหิตสุตฺตํ
๒๕. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ อนุคฺคหิตา สมฺมาทิฏฺฐิ เจโตวิมุตฺติผลา จ โหติ เจโตวิมุตฺติผลานิสํสา จ, ปญฺญาวิมุตฺติผลา จ โหติ ปญฺญาวิมุตฺติผลานิสํสา จ.
‘‘กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภิกฺขเว, สมฺมาทิฏฺฐิ สีลานุคฺคหิตา จ โหติ, สุตานุคฺคหิตา จ โหติ, สากจฺฉานุคฺคหิตา จ โหติ, สมถานุคฺคหิตา จ โหติ, วิปสฺสนานุคฺคหิตา จ โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ องฺเคหิ อนุคฺคหิตา สมฺมาทิฏฺฐิ เจโตวิมุตฺติผลา จ โหติ เจโตวิมุตฺติผลานิสํสา จ, ปญฺญาวิมุตฺติผลา จ โหติ ปญฺญาวิมุตฺติผลานิสํสา จา’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. วิมุตฺตายตนสุตฺตํ
๒๖. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, วิมุตฺตายตนานิ ยตฺถ ภิกฺขุโน อปฺปมตฺตสฺส อาตาปิโน ปหิตตฺตสฺส วิหรโต อวิมุตฺตํ วา จิตฺตํ วิมุจฺจติ, อปริกฺขีณา วา อาสวา ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ, อนนุปฺปตฺตํ วา อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ อนุปาปุณาติ.
‘‘กตมานิ ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ อญฺญตโร วา ครุฏฺฐานิโย สพฺรหฺมจารี. ยถา ยถา, ภิกฺขเว, ตสฺส ภิกฺขุโน สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ, อญฺญตโร วา ครุฏฺฐานิโย สพฺรหฺมจารี, ตถา ตถา โส ตสฺมึ ธมฺเม อตฺถปฏิสํเวที จ โหติ ธมฺมปฏิสํเวที จ. ตสฺส อตฺถปฏิสํเวทิโน ธมฺมปฏิสํเวทิโน ปาโมชฺชํ [ปามุชฺชํ (สี. สฺยา. กํ.) ที. นิ. ๓.๓๒๒] ชายติ. ปมุทิตสฺส ปีติ ชายติ. ปีติมนสฺส กาโย ปสฺสมฺภติ. ปสฺสทฺธกาโย สุขํ เวเทติ [เวทิยติ (สี.)]. สุขิโน จิตฺตํ สมาธิยติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ปฐมํ วิมุตฺตายตนํ ยตฺถ ภิกฺขุโน อปฺปมตฺตสฺส อาตาปิโน ปหิตตฺตสฺส วิหรโต อวิมุตฺตํ วา จิตฺตํ วิมุจฺจติ, อปริกฺขีณา วา อาสวา ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ, อนนุปฺปตฺตํ วา อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ อนุปาปุณาติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน น เหว โข สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ, อญฺญตโร วา ครุฏฺฐานิโย สพฺรหฺมจารี, อปิ จ โข ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน ปเรสํ เทเสติ. ยถา ยถา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน ปเรสํ เทเสติ ตถา ตถา โส ตสฺมึ ธมฺเม อตฺถปฏิสํเวที จ โหติ ธมฺมปฏิสํเวที จ. ตสฺส อตฺถปฏิสํเวทิโน ธมฺมปฏิสํเวทิโน ปาโมชฺชํ ชายติ. ปมุทิตสฺส ปีติ ชายติ. ปีติมนสฺส กาโย ปสฺสมฺภติ. ปสฺสทฺธกาโย สุขํ เวเทติ. สุขิโน จิตฺตํ สมาธิยติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ทุติยํ วิมุตฺตายตนํ ยตฺถ ภิกฺขุโน อปฺปมตฺตสฺส อาตาปิโน ปหิตตฺตสฺส วิหรโต อวิมุตฺตํ วา จิตฺตํ วิมุจฺจติ, อปริกฺขีณา วา อาสวา ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ, อนนุปฺปตฺตํ วา อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ อนุปาปุณาติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน น เหว โข สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ, อญฺญตโร วา ครุฏฺฐานิโย สพฺรหฺมจารี, นาปิ ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน ปเรสํ เทเสติ, อปิ จ โข ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน สชฺฌายํ กโรติ. ยถา ยถา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน สชฺฌายํ กโรติ ตถา ตถา โส ตสฺมึ ธมฺเม อตฺถปฏิสํเวที จ โหติ ธมฺมปฏิสํเวที จ. ตสฺส อตฺถปฏิสํเวทิโน ธมฺมปฏิสํเวทิโน ปาโมชฺชํ ชายติ. ปมุทิตสฺส ปีติ ชายติ. ปีติมนสฺส กาโย ปสฺสมฺภติ. ปสฺสทฺธกาโย สุขํ เวเทติ. สุขิโน จิตฺตํ สมาธิยติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ตติยํ วิมุตฺตายตนํ ยตฺถ ภิกฺขุโน อปฺปมตฺตสฺส อาตาปิโน…เป… โยคกฺเขมํ อนุปาปุณาติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน น เหว โข สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ, อญฺญตโร วา ครุฏฺฐานิโย สพฺรหฺมจารี, นาปิ ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน ปเรสํ เทเสติ, นาปิ ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน สชฺฌายํ กโรติ; อปิ จ โข ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ เจตสา อนุวิตกฺเกติ อนุวิจาเรติ มนสานุเปกฺขติ. ยถา ยถา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ เจตสา อนุวิตกฺเกติ อนุวิจาเรติ มนสานุเปกฺขติ ตถา ตถา โส ตสฺมึ ธมฺเม อตฺถปฏิสํเวที จ โหติ ธมฺมปฏิสํเวที จ. ตสฺส อตฺถปฏิสํเวทิโน ธมฺมปฏิสํเวทิโน ปาโมชฺชํ ชายติ. ปมุทิตสฺส ปีติ ชายติ. ปีติมนสฺส กาโย ปสฺสมฺภติ. ปสฺสทฺธกาโย สุขํ เวเทติ. สุขิโน จิตฺตํ สมาธิยติ. อิทํ, ภิกฺขเว, จตุตฺถํ วิมุตฺตายตนํ ยตฺถ ภิกฺขุโน อปฺปมตฺตสฺส อาตาปิโน ปหิตตฺตสฺส วิหรโต อวิมุตฺตํ วา จิตฺตํ วิมุจฺจติ, อปริกฺขีณา วา อาสวา ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ, อนนุปฺปตฺตํ วา อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ อนุปาปุณาติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน น เหว โข สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ อญฺญตโร วา ครุฏฺฐานิโย สพฺรหฺมจารี, นาปิ ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน ปเรสํ เทเสติ, นาปิ ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน สชฺฌายํ กโรติ, นาปิ ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ เจตสา อนุวิตกฺเกติ อนุวิจาเรติ มนสานุเปกฺขติ; อปิ จ ขฺวสฺส อญฺญตรํ สมาธินิมิตฺตํ สุคฺคหิตํ โหติ สุมนสิกตํ สูปธาริตํ สุปฺปฏิวิทฺธํ ปญฺญาย. ยถา ยถา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน อญฺญตรํ สมาธินิมิตฺตํ สุคฺคหิตํ โหติ สุมนสิกตํ สูปธาริตํ สุปฺปฏิวิทฺธํ ปญฺญาย ตถา ตถา โส ตสฺมึ ธมฺเม อตฺถปฏิสํเวที จ โหติ ธมฺมปฏิสํเวที จ. ตสฺส อตฺถปฏิสํเวทิโน ธมฺมปฏิสํเวทิโน ปาโมชฺชํ ชายติ. ปมุทิตสฺส ปีติ ชายติ. ปีติมนสฺส กาโย ปสฺสมฺภติ. ปสฺสทฺธกาโย สุขํ เวเทติ. สุขิโน จิตฺตํ สมาธิยติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ปญฺจมํ วิมุตฺตายตนํ ยตฺถ ภิกฺขุโน อปฺปมตฺตสฺส อาตาปิโน ปหิตตฺตสฺส วิหรโต อวิมุตฺตํ วา จิตฺตํ วิมุจฺจติ, อปริกฺขีณา วา อาสวา ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ, อนนุปฺปตฺตํ วา อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ อนุปาปุณาติ.
‘‘อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ วิมุตฺตายตนานิ ยตฺถ ภิกฺขุโน อปฺปมตฺตสฺส อาตาปิโน ปหิตตฺตสฺส วิหรโต อวิมุตฺตํ วา จิตฺตํ วิมุจฺจติ, อปริกฺขีณา วา อาสวา ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ, อนนุปฺปตฺตํ วา อนุตฺตรํ โยคกฺเขมํ อนุปาปุณาตี’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. สมาธิสุตฺตํ
๒๗. ‘‘สมาธึ, ภิกฺขเว, ภาเวถ อปฺปมาณํ นิปกา ปติสฺสตา. สมาธึ, ภิกฺขเว, ภาวยตํ อปฺปมาณํ นิปกานํ ปติสฺสตานํ ปญฺจ ญาณานิ ปจฺจตฺตญฺเญว อุปฺปชฺชนฺติ. กตมานิ ปญฺจ? ‘อยํ สมาธิ ปจฺจุปฺปนฺนสุโข เจว อายติญฺจ สุขวิปาโก’ติ ปจฺจตฺตญฺเญว ญาณํ อุปฺปชฺชติ, ‘อยํ สมาธิ อริโย นิรามิโส’ติ ปจฺจตฺตญฺเญว ญาณํ อุปฺปชฺชติ, ‘อยํ สมาธิ อกาปุริสเสวิโต’ติ [มหาปุริสเสวิโตติ (ก.)] ปจฺจตฺตญฺเญว ญาณํ อุปฺปชฺชติ, ‘อยํ สมาธิ สนฺโต ปณีโต ปฏิปฺปสฺสทฺธลทฺโธ เอโกทิภาวาธิคโต, น สงฺขารนิคฺคยฺหวาริตคโต’ติ [น จ สสงฺขารนิคฺคยฺหวาริตปฺปติโตติ (สี.), น จ สสงฺขารนิคฺคยฺหวาริตปตฺโตติ (สฺยา.), น จ สสงฺขารนิคฺคยฺหวาริวาวโฏติ (ก.), น สสงฺขารนิคฺคยฺหวาริยาธิคโตติ (?) ที. นิ. ๓.๓๕๕; อ. นิ. ๓.๑๐๒; ๙.๒๗] ปจฺจตฺตญฺเญว ญาณํ อุปฺปชฺชติ, ‘สโต โข ปนาหํ อิมํ สมาปชฺชามิ สโต วุฏฺฐหามี’ติ [โส โข ปนาหํ อิมํ สมาธึ สโตว สมาปชฺชามิ, สโต อุฏฺฐหามีติ (สี. สฺยา. กํ.)] ปจฺจตฺตญฺเญว ญาณํ อุปฺปชฺชติ.
‘‘สมาธึ, ภิกฺขเว, ภาเวถ อปฺปมาณํ นิปกา ปติสฺสตา. สมาธึ, ภิกฺขเว, ภาวยตํ อปฺปมาณํ นิปกานํ ปติสฺสตานํ อิมานิ ปญฺจ ญาณานิ ปจฺจตฺตญฺเญว อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ. สตฺตมํ.
๘. ปญฺจงฺคิกสุตฺตํ
๒๘. ‘‘อริยสฺส, ภิกฺขเว, ปญฺจงฺคิกสฺส สมฺมาสมาธิสฺส ภาวนํ เทเสสฺสามิ. ตํ สุณาถ, สาธุกํ มนสิ กโรถ; ภาสิสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, อริยสฺส ปญฺจงฺคิกสฺส สมฺมาสมาธิสฺส ภาวนา? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ…เป… ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส อิมเมว กายํ วิเวกเชน ปีติสุเขน อภิสนฺเทติ ปริสนฺเทติ ปริปูเรติ ปริปฺผรติ; นาสฺส กิญฺจิ สพฺพาวโต กายสฺส วิเวกเชน ปีติสุเขน อปฺผุฏํ โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ทกฺโข นฺหาปโก [นหาปโก (สี. ปี.)] วา นฺหาปกนฺเตวาสี วา กํสถาเล นฺหานียจุณฺณานิ [นหานียจุณฺณานิ (สี. ปี.)] อากิริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ สนฺเนยฺย. สายํ นฺหานียปิณฺฑิ [สาสฺส นหานียปิณฺฑี (สี. สฺยา. กํ.)] เสฺนหานุคตา เสฺนหปเรตา สนฺตรพาหิรา ผุฏา เสฺนเหน, น จ ปคฺฆรินี. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อิมเมว กายํ วิเวกเชน ปีติสุเขน อภิสนฺเทติ ปริสนฺเทติ ปริปูเรติ ปริปฺผรติ; นาสฺส กิญฺจิ สพฺพาวโต กายสฺส วิเวกเชน ปีติสุเขน อปฺผุฏํ โหติ. อริยสฺส, ภิกฺขเว, ปญฺจงฺคิกสฺส สมฺมาสมาธิสฺส อยํ ปฐมา ภาวนา.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา…เป… ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส อิมเมว กายํ สมาธิเชน ปีติสุเขน อภิสนฺเทติ ปริสนฺเทติ ปริปูเรติ ปริปฺผรติ; นาสฺส กิญฺจิ สพฺพาวโต กายสฺส สมาธิเชน ปีติสุเขน อปฺผุฏํ โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อุทกรหโท คมฺภีโร อุพฺภิโททโก [อุพฺภิโตทโก (สฺยา. กํ. ก.)]. ตสฺส เนวสฺส ปุรตฺถิมาย ทิสาย อุทกสฺส อายมุขํ, น ปจฺฉิมาย ทิสาย อุทกสฺส อายมุขํ, น อุตฺตราย ทิสาย อุทกสฺส อายมุขํ, น ทกฺขิณาย ทิสาย อุทกสฺส อายมุขํ, เทโว จ กาเลน กาลํ สมฺมา ธารํ นานุปฺปเวจฺเฉยฺย [เทโว จ น กาเลน… อนุปเวจฺเฉยฺย (ที. นิ. ๑.๒๒๗ อาทโย; ม. นิ. ๒.๒๕๑ อาทโย]. อถ โข ตมฺหาว อุทกรหทา สีตา วาริธารา อุพฺภิชฺชิตฺวา ตเมว อุทกรหทํ สีเตน วารินา อภิสนฺเทยฺย ปริสนฺเทยฺย ปริปูเรยฺย ปริปฺผเรยฺย; นาสฺส กิญฺจิ สพฺพาวโต อุทกรหทสฺส สีเตน วารินา อปฺผุฏํ อสฺส. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อิมเมว กายํ สมาธิเชน ปีติสุเขน อภิสนฺเทติ ปริสนฺเทติ ปริปูเรติ ปริปฺผรติ; นาสฺส กิญฺจิ สพฺพาวโต กายสฺส สมาธิเชน ปีติสุเขน อปฺผุฏํ โหติ. อริยสฺส, ภิกฺขเว, ปญฺจงฺคิกสฺส สมฺมาสมาธิสฺส อยํ ทุติยา ภาวนา.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปีติยา จ วิราคา…เป… ตติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส อิมเมว กายํ นิปฺปีติเกน สุเขน อภิสนฺเทติ ปริสนฺเทติ ปริปูเรติ ปริปฺผรติ; นาสฺส กิญฺจิ สพฺพาวโต กายสฺส นิปฺปีติเกน สุเขน อปฺผุฏํ โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อุปฺปลินิยํ วา ปทุมินิยํ วา ปุณฺฑรีกินิยํ วา อปฺเปกจฺจานิ อุปฺปลานิ วา ปทุมานิ วา ปุณฺฑรีกานิ วา อุทเก ชาตานิ อุทเก สํวฑฺฒานิ อุทกานุคฺคตานิ อนฺโต นิมุคฺคโปสีนิ. ตานิ ยาว จคฺคา ยาว จ มูลา สีเตน วารินา อภิสนฺนานิ ปริสนฺนานิ ปริปูรานิ ปริปฺผุฏานิ; นาสฺส กิญฺจิ สพฺพาวตํ อุปฺปลานํ วา ปทุมานํ วา ปุณฺฑรีกานํ วา สีเตน วารินา อปฺผุฏํ อสฺส. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อิมเมว กายํ นิปฺปีติเกน สุเขน อภิสนฺเทติ ปริสนฺเทติ ปริปูเรติ ปริปฺผรติ; นาสฺส กิญฺจิ สพฺพาวโต กายสฺส นิปฺปีติเกน สุเขน อปฺผุฏํ โหติ. อริยสฺส, ภิกฺขเว, ปญฺจงฺคิกสฺส สมฺมาสมาธิสฺส อยํ ตติยา ภาวนา.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สุขสฺส จ ปหานา …เป… จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส อิมเมว กายํ ปริสุทฺเธน เจตสา ปริโยทาเตน ผริตฺวา นิสินฺโน โหติ; นาสฺส กิญฺจิ สพฺพาวโต กายสฺส ปริสุทฺเธน เจตสา ปริโยทาเตน อปฺผุฏํ โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส โอทาเตน วตฺเถน สสีสํ ปารุปิตฺวา นิสินฺโน อสฺส; นาสฺส กิญฺจิ สพฺพาวโต กายสฺส โอทาเตน วตฺเถน อปฺผุฏํ อสฺส. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อิมเมว กายํ ปริสุทฺเธน เจตสา ปริโยทาเตน ผริตฺวา นิสินฺโน โหติ; นาสฺส กิญฺจิ สพฺพาวโต กายสฺส ปริสุทฺเธน เจตสา ปริโยทาเตน อปฺผุฏํ โหติ. อริยสฺส, ภิกฺขเว, ปญฺจงฺคิกสฺส สมฺมาสมาธิสฺส อยํ จตุตฺถา ภาวนา.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ปจฺจเวกฺขณานิมิตฺตํ สุคฺคหิตํ โหติ สุมนสิกตํ สูปธาริตํ สุปฺปฏิวิทฺธํ ปญฺญาย. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อญฺโญว อญฺญํ [อญฺโญ วา อญฺญํ วา (สี.), อญฺโญ วา อญฺญํ (สฺยา. กํ.), อญฺโญ อญฺญํ (?)] ปจฺจเวกฺเขยฺย, ฐิโต วา นิสินฺนํ ปจฺจเวกฺเขยฺย, นิสินฺโน วา นิปนฺนํ ปจฺจเวกฺเขยฺย. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ปจฺจเวกฺขณานิมิตฺตํ สุคฺคหิตํ โหติ สุมนสิกตํ สูปธาริตํ สุปฺปฏิวิทฺธํ ปญฺญาย. อริยสฺส, ภิกฺขเว, ปญฺจงฺคิกสฺส สมฺมาสมาธิสฺส อยํ ปญฺจมา [ปญฺจมี (สี.)] ภาวนา. เอวํ ภาวิเต โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ [เอวํ ภาวิเต โข ภิกฺขเว (สี.)] อริเย ปญฺจงฺคิเก สมฺมาสมาธิมฺหิ เอวํ พหุลีกเต ยสฺส ยสฺส อภิญฺญาสจฺฉิกรณียสฺส ธมฺมสฺส จิตฺตํ อภินินฺนาเมติ อภิญฺญาสจฺฉิกิริยาย, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน.
‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อุทกมณิโก อาธาเร ฐปิโต ปูโร อุทกสฺส สมติตฺติโก กากเปยฺโย. ตเมนํ พลวา ปุริโส ยโต ยโต อาวชฺเชยฺย [อาวฏฺเฏยฺย (สฺยา. กํ.)], อาคจฺเฉยฺย อุทก’’นฺติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ภาวิเต อริเย ปญฺจงฺคิเก สมฺมาสมาธิมฺหิ เอวํ พหุลีกเต ยสฺส ยสฺส อภิญฺญาสจฺฉิกรณียสฺส ธมฺมสฺส จิตฺตํ อภินินฺนาเมติ อภิญฺญาสจฺฉิกิริยาย, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน.
‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, สเม ภูมิภาเค โปกฺขรณี จตุรํสา อาลิพทฺธา ปูรา อุทกสฺส สมติตฺติกา กากเปยฺยา. ตเมนํ พลวา ปุริโส ยโต ยโต อาลึ มุญฺเจยฺย, อาคจฺเฉยฺย อุทก’’นฺติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ภาวิเต อริเย ปญฺจงฺคิเก สมฺมาสมาธิมฺหิ เอวํ พหุลีกเต ยสฺส ยสฺส อภิญฺญาสจฺฉิกรณียสฺส ธมฺมสฺส…เป… สติ สติ อายตเน.
‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, สุภูมิยํ จตุมหาปเถ [จาตุมฺมหาปเถ (สี. ปี.), จตุมฺมหาปเถ (สฺยา. กํ.)] อาชญฺญรโถ ยุตฺโต อสฺส ฐิโต โอธสฺตปโตโท. ตเมนํ ทกฺโข โยคฺคาจริโย อสฺสทมฺมสารถิ อภิรุหิตฺวา วาเมน หตฺเถน รสฺมิโย คเหตฺวา ทกฺขิเณน หตฺเถน ปโตทํ คเหตฺวา เยนิจฺฉกํ ยทิจฺฉกํ สาเรยฺยปิ ปจฺจาสาเรยฺยปิ. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ ภาวิเต อริเย ปญฺจงฺคิเก สมฺมาสมาธิมฺหิ เอวํ พหุลีกเต ยสฺส ยสฺส อภิญฺญาสจฺฉิกรณียสฺส ธมฺมสฺส จิตฺตํ อภินินฺนาเมติ อภิญฺญาสจฺฉิกิริยาย, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน.
‘‘โส สเจ อากงฺขติ – ‘อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุภเวยฺยํ – เอโกปิ หุตฺวา พหุธา อสฺสํ…เป… ยาว พฺรหฺมโลกาปิ กาเยน วสํ วตฺเตยฺย’นฺติ, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน.
‘‘โส สเจ อากงฺขติ – ‘ทิพฺพาย โสตธาตุยา วิสุทฺธาย อติกฺกนฺตมานุสิกาย อุโภ สทฺเท สุเณยฺยํ – ทิพฺเพ จ มานุเส จ เย ทูเร สนฺติเก จา’ติ, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน.
‘‘โส สเจ อกงฺขติ – ‘ปรสตฺตานํ ปรปุคฺคลานํ เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชาเนยฺยํ – สราคํ วา จิตฺตํ สราคํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, วีตราคํ วา จิตฺตํ วีตราคํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺยํ, สโทสํ วา จิตฺตํ… วีตโทสํ วา จิตฺตํ… สโมหํ วา จิตฺตํ… วีตโมหํ วา จิตฺตํ… สํขิตฺตํ วา จิตฺตํ… วิกฺขิตฺตํ วา จิตฺตํ… มหคฺคตํ วา จิตฺตํ… อมหคฺคตํ วา จิตฺตํ… สอุตฺตรํ วา จิตฺตํ… อนุตฺตรํ วา จิตฺตํ… สมาหิตํ วา จิตฺตํ… อสมาหิตํ วา จิตฺตํ… วิมุตฺตํ วา จิตฺตํ… อวิมุตฺตํ วา จิตฺตํ อวิมุตฺตํ จิตฺตนฺติ ปชาเนยฺย’นฺติ, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน.
‘‘โส สเจ อากงฺขติ – ‘อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสเรยฺยํ, เสยฺยถิทํ – เอกมฺปิ ชาตึ, เทฺวปิ ชาติโย…เป… อิติ สาการํ สอุทฺเทสํ อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสเรยฺย’นฺติ, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน.
‘‘โส สเจ อากงฺขติ – ‘ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน…เป… ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปชาเนยฺย’นฺติ, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน.
‘‘โส สเจ อากงฺขติ – ‘อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺย’นฺติ, ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติ อายตเน’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. จงฺกมสุตฺตํ
๒๙. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, จงฺกเม อานิสํสา. กตเม ปญฺจ? อทฺธานกฺขโม โหติ, ปธานกฺขโม โหติ, อปฺปาพาโธ โหติ, อสิตํ ปีตํ ขายิตํ สายิตํ สมฺมา ปริณามํ คจฺฉติ, จงฺกมาธิคโต สมาธิ จิรฏฺฐิติโก โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ จงฺกเม อานิสํสา’’ติ. นวมํ.
๑๐. นาคิตสุตฺตํ
๓๐. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ จาริกํ จรมาโน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ เยน อิจฺฉานงฺคลํ นาม โกสลานํ พฺราหฺมณคาโม ตทวสริ. ตตฺร สุทํ ภควา อิจฺฉานงฺคเล วิหรติ อิจฺฉานงฺคลวนสณฺเฑ. อสฺโสสุํ โข อิจฺฉานงฺคลกา [อิจฺฉานงฺคลิกา (สี.) อ. นิ. ๖.๔๒; อ. นิ. ๘.๘๖] พฺราหฺมณคหปติกา – ‘‘สมโณ ขลุ โภ โคตโม สกฺยปุตฺโต สกฺยกุลา ปพฺพชิโต อิจฺฉานงฺคลํ อนุปฺปตฺโต; อิจฺฉานงฺคเล วิหรติ อิจฺฉานงฺคลวนสณฺเฑ. ตํ โข ปน ภวนฺตํ โคตมํ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต – อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ, สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ. โส อิมํ โลกํ สเทวกํ สมารกํ สพฺรหฺมกํ สสฺสมณพฺราหฺมณึ ปชํ สเทวมนุสฺสํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทติ. โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ, เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ. สาธุ โข ปน ตถารูปานํ อรหตํ ทสฺสนํ โหตี’’ติ. อถ โข อิจฺฉานงฺคลกา พฺราหฺมณคหปติกา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ปหูตํ ขาทนียํ โภชนียํ อาทาย เยน อิจฺฉานงฺคลวนสณฺโฑ เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา พหิทฺวารโกฏฺฐเก อฏฺฐํสุ อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทา.
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา นาคิโต ภควโต อุปฏฺฐาโก โหติ. อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ นาคิตํ อามนฺเตสิ – ‘‘เก ปน โข, นาคิต, อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทา, เกวฏฺฏา มญฺเญ มจฺฉวิโลเป’’ติ? ‘‘เอเต, ภนฺเต, อิจฺฉานงฺคลกา พฺราหฺมณคหปติกา ปหูตํ ขาทนียํ โภชนียํ อาทาย พหิทฺวารโกฏฺฐเก ฐิตา ภควนฺตญฺเญว อุทฺทิสฺส ภิกฺขุสงฺฆญฺจา’’ติ. ‘‘มาหํ, นาคิต, ยเสน สมาคมํ, มา จ มยา ยโส. โย โข, นาคิต, นยิมสฺส เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภี อสฺส อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี, ยสฺสาหํ เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี. โส ตํ [โสหํ (ก.), โส (สฺยา. กํ.)] มีฬฺหสุขํ มิทฺธสุขํ ลาภสกฺการสิโลกสุขํ สาทิเยยฺยา’’ติ.
‘‘อธิวาเสตุ ทานิ, ภนฺเต, ภควา, อธิวาเสตุ สุคโต; อธิวาสนกาโล ทานิ, ภนฺเต, ภควโต. เยน เยเนว ทานิ ภควา คมิสฺสติ ตํนินฺนาว คมิสฺสนฺติ พฺราหฺมณคหปติกา เนคมา เจว ชานปทา จ. เสยฺยถาปิ, ภนฺเต, ถุลฺลผุสิตเก เทเว วสฺสนฺเต ยถานินฺนํ อุทกานิ ปวตฺตนฺติ; เอวเมวํ โข, ภนฺเต, เยน เยเนว ทานิ ภควา คมิสฺสติ, ตํนินฺนาว คมิสฺสนฺติ พฺราหฺมณคหปติกา เนคมา เจว ชานปทา จ. ตํ กิสฺส เหตุ? ตถา หิ, ภนฺเต, ภควโต สีลปญฺญาณ’’นฺติ.
‘‘มาหํ, นาคิต, ยเสน สมาคมํ, มา จ มยา ยโส. โย โข, นาคิต, นยิมสฺส เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภี อสฺส อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี, ยสฺสาหํ เนกฺขมฺมสุขสฺส ปวิเวกสุขสฺส อุปสมสุขสฺส สมฺโพธสุขสฺส นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี. โส ตํ มีฬฺหสุขํ มิทฺธสุขํ ลาภสกฺการสิโลกสุขํ สาทิเยยฺย. อสิตปีตขายิตสายิตสฺส โข, นาคิต, อุจฺจารปสฺสาโว – เอโส ตสฺส นิสฺสนฺโท. ปิยานํ โข, นาคิต, วิปริณามญฺญถาภาวา อุปฺปชฺชนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา – เอโส ตสฺส นิสฺสนฺโท. อสุภนิมิตฺตานุโยคํ อนุยุตฺตสฺส โข, นาคิต, สุภนิมิตฺเต ปาฏิกุลฺยตา [ปฏิกฺกูลตา (สี.), ปฏิกฺกูลฺยตา (สฺยา. กํ.)] สณฺฐาติ – เอโส ตสฺส นิสฺสนฺโท. ฉสุ โข, นาคิต, ผสฺสายตเนสุ อนิจฺจานุปสฺสิโน วิหรโต ผสฺเส ปาฏิกุลฺยตา สณฺฐาติ – เอโส ตสฺส นิสฺสนฺโท. ปญฺจสุ โข, นาคิต, อุปาทานกฺขนฺเธสุ อุทยพฺพยานุปสฺสิโน วิหรโต อุปาทาเน ปาฏิกุลฺยตา สณฺฐาติ – เอโส ตสฺส นิสฺสนฺโท’’ติ. ทสมํ.
ปญฺจงฺคิกวคฺโค ตติโย.
ตสฺสุทฺทานํ –
เทฺว อคารวุปกฺกิเลสา, ทุสฺสีลานุคฺคหิเตน จ;
วิมุตฺติสมาธิปญฺจงฺคิกา, จงฺกมํ นาคิเตน จาติ.
๔. สุมนวคฺโค
๑. สุมนสุตฺตํ
๓๑. เอกํ สมยํ…เป… อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข สุมนา ราชกุมารี ปญฺจหิ รถสเตหิ ปญฺจหิ ราชกุมาริสเตหิ ปริวุตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข สุมนา ราชกุมารี ภควนฺตํ เอตทโวจ –
‘‘อิธสฺสุ, ภนฺเต, ภควโต เทฺว สาวกา สมสทฺธา สมสีลา สมปญฺญา – เอโก ทายโก, เอโก อทายโก. เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺเชยฺยุํ. เทวภูตานํ ปน เนสํ [เตสํ (สี.)], ภนฺเต, สิยา วิเสโส, สิยา นานากรณ’’นฺติ?
‘‘สิยา, สุมเน’’ติ ภควา อโวจ – ‘‘โย โส, สุมเน, ทายโก โส อมุํ อทายกํ เทวภูโต สมาโน ปญฺจหิ ฐาเนหิ อธิคณฺหาติ – ทิพฺเพน อายุนา, ทิพฺเพน วณฺเณน, ทิพฺเพน สุเขน, ทิพฺเพน ยเสน, ทิพฺเพน อาธิปเตยฺเยน. โย โส, สุมเน, ทายโก โส อมุํ อทายกํ เทวภูโต สมาโน อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ อธิคณฺหาติ’’.
‘‘สเจ ปน เต, ภนฺเต, ตโต จุตา อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉนฺติ, มนุสฺสภูตานํ ปน เนสํ, ภนฺเต, สิยา วิเสโส, สิยา นานากรณ’’นฺติ? ‘‘สิยา, สุมเน’’ติ ภควา อโวจ – ‘‘โย โส, สุมเน, ทายโก โส อมุํ อทายกํ มนุสฺสภูโต สมาโน ปญฺจหิ ฐาเนหิ อธิคณฺหาติ – มานุสเกน อายุนา, มานุสเกน วณฺเณน, มานุสเกน สุเขน, มานุสเกน ยเสน, มานุสเกน อาธิปเตยฺเยน. โย โส, สุมเน, ทายโก โส อมุํ อทายกํ มนุสฺสภูโต สมาโน อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ อธิคณฺหาติ’’.
‘‘สเจ ปน เต, ภนฺเต, อุโภ อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ, ปพฺพชิตานํ ปน เนสํ, ภนฺเต, สิยา วิเสโส, สิยา นานากรณ’’นฺติ? ‘‘สิยา, สุมเน’’ติ ภควา อโวจ – ‘‘โย โส, สุมเน, ทายโก โส อมุํ อทายกํ ปพฺพชิโต สมาโน ปญฺจหิ ฐาเนหิ อธิคณฺหาติ – ยาจิโตว พหุลํ จีวรํ ปริภุญฺชติ อปฺปํ อยาจิโต, ยาจิโตว พหุลํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชติ อปฺปํ อยาจิโต, ยาจิโตว พหุลํ เสนาสนํ ปริภุญฺชติ อปฺปํ อยาจิโต, ยาจิโตว พหุลํ คิลานปฺปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ปริภุญฺชติ อปฺปํ อยาจิโต. เยหิ โข ปน สพฺรหฺมจารีหิ สทฺธึ วิหรติ ตฺยสฺส มนาเปเนว พหุลํ กายกมฺเมน สมุทาจรนฺติ อปฺปํ อมนาเปน, มนาเปเนว พหุลํ วจีกมฺเมน สมุทาจรนฺติ อปฺปํ อมนาเปน, มนาเปเนว พหุลํ มโนกมฺเมน สมุทาจรนฺติ อปฺปํ อมนาเปน, มนาปํเยว พหุลํ อุปหารํ อุปหรนฺติ อปฺปํ อมนาปํ. โย โส, สุมเน, ทายโก โส อมุํ อทายกํ ปพฺพชิโต สมาโน อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ อธิคณฺหาตี’’ติ.
‘‘สเจ ปน เต, ภนฺเต, อุโภ อรหตฺตํ ปาปุณนฺติ, อรหตฺตปฺปตฺตานํ ปน เนสํ, ภนฺเต, สิยา วิเสโส, สิยา นานากรณ’’นฺติ? ‘‘เอตฺถ โข ปเนสาหํ, สุมเน, น กิญฺจิ นานากรณํ วทามิ, ยทิทํ วิมุตฺติยา วิมุตฺติ’’นฺติ [วิมุตฺตนฺติ (สฺยา. กํ.)].
‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต, อพฺภุตํ, ภนฺเต! ยาวญฺจิทํ, ภนฺเต, อลเมว ทานานิ ทาตุํ อลํ ปุญฺญานิ กาตุํ; ยตฺร หิ นาม เทวภูตสฺสาปิ อุปการานิ ปุญฺญานิ, มนุสฺสภูตสฺสาปิ อุปการานิ ปุญฺญานิ, ปพฺพชิตสฺสาปิ อุปการานิ ปุญฺญานี’’ติ. ‘‘เอวเมตํ, สุมเน! อลญฺหิ, สุมเน, ทานานิ ทาตุํ อลํ ปุญฺญานิ กาตุํ! เทวภูตสฺสาปิ อุปการานิ ปุญฺญานิ, มนุสฺสภูตสฺสาปิ อุปการานิ ปุญฺญานิ, ปพฺพชิตสฺสาปิ อุปการานิ ปุญฺญานี’’ติ.
อิทมโวจ ภควา. อิทํ วตฺวาน [อิทํ วตฺวา (สี. ปี.) เอวมุปริปิ] สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –
‘‘ยถาปิ จนฺโท วิมโล, คจฺฉํ อากาสธาตุยา;
สพฺเพ ตาราคเณ โลเก, อาภาย อติโรจติ.
‘‘ตเถว สีลสมฺปนฺโน, สทฺโธ ปุริสปุคฺคโล;
สพฺเพ มจฺฉริโน โลเก, จาเคน อติโรจติ.