๒๐๒. ชีวกวตฺถุ
๓๒๖. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน โข ปน สมเยน เวสาลี อิทฺธา เจว โหติ ผิตา [ผีตา (พหูสุ)] จ พหุชนา จ อากิณฺณมนุสฺสา จ สุภิกฺขา จ; สตฺต จ ปาสาทสหสฺสานิ สตฺต จ ปาสาทสตานิ สตฺต จ ปาสาทา; สตฺต จ กูฏาคารสหสฺสานิ สตฺต จ กูฏาคารสตานิ สตฺต จ กูฏาคารานิ; สตฺต จ อารามสหสฺสานิ สตฺต จ อารามสตานิ สตฺต จ อารามา; สตฺต จ โปกฺขรณีสหสฺสานิ สตฺต จ โปกฺขรณีสตานิ สตฺต จ โปกฺขรณิโย; อมฺพปาลี จ คณิกา อภิรูปา โหติ ทสฺสนียา ปาสาทิกา ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคตา, ปทกฺขิณา [ปทกฺขา (สฺยา.)] นจฺเจ จ คีเต จ วาทิเต จ, อภิสฏา อตฺถิกานํ อตฺถิกานํ มนุสฺสานํ ปญฺญาสาย จ รตฺตึ คจฺฉติ; ตาย จ เวสาลี ภิยฺโยโสมตฺตาย อุปโสภติ. อถ โข ราชคหโก เนคโม เวสาลึ อคมาสิ เกนจิเทว กรณีเยน. อทฺทสา โข ราชคหโก เนคโม เวสาลึ อิทฺธญฺเจว ผิตญฺจ พหุชนญฺจ อากิณฺณมนุสฺสญฺจ สุภิกฺขญฺจ; สตฺต จ ปาสาทสหสฺสานิ สตฺต จ ปาสาทสตานิ สตฺต จ ปาสาเท; สตฺต จ กูฏาคารสหสฺสานิ สตฺต จ กูฏาคารสตานิ สตฺต จ กูฏาคารานิ; สตฺต จ อารามสหสฺสานิ สตฺต จ อารามสตานิ สตฺต จ อาราเม; สตฺต จ โปกฺขรณีสหสฺสานิ สตฺต จ โปกฺขรณีสตานิ สตฺต จ โปกฺขรณิโย; อมฺพปาลิญฺจ คณิกํ อภิรูปํ ทสฺสนียํ ปาสาทิกํ ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคตํ, ปทกฺขิณํ [ปทกฺขํ (สฺยา.)] นจฺเจ จ คีเต จ วาทิเต จ, อภิสฏํ อตฺถิกานํ อตฺถิกานํ มนุสฺสานํ ปญฺญาสาย จ รตฺตึ คจฺฉนฺตึ, ตาย จ เวสาลึ ภิยฺโยโสมตฺตาย อุปโสภนฺตึ.
๓๒๗. อถ โข ราชคหโก เนคโม เวสาลิยํ ตํ กรณียํ ตีเรตฺวา ปุนเทว ราชคหํ ปจฺจาคญฺฉิ. เยน ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ราชานํ มาคธํ เสนิยํ พิมฺพิสารํ เอตทโวจ – ‘‘เวสาลี, เทว, อิทฺธา เจว ผิตา จ พหุชนา จ อากิณฺณมนุสฺสา จ สุภิกฺขา จ; สตฺต จ ปาสาทสหสฺสานิ…เป… ตาย จ เวสาลี ภิยฺโยโสมตฺตาย อุปโสภติ. สาธุ, เทว, มยมฺปิ คณิกํ วุฏฺฐาเปสฺสามา’’ติ [วุฏฺฐาเปยฺยาม (ก.)]. ‘‘เตน หิ, ภเณ, ตาทิสึ กุมารึ ชานาถ ยํ ตุเมฺห คณิกํ วุฏฺฐาเปยฺยาถา’’ติ. เตน โข ปน สมเยน ราชคเห สาลวตี นาม กุมารี อภิรูปา โหติ ทสฺสนียา ปาสาทิกา ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคตา. อถ โข ราชคหโก เนคโม สาลวตึ กุมารึ คณิกํ วุฏฺฐาเปสิ. อถ โข สาลวตี คณิกา นจิรสฺเสว ปทกฺขิณา อโหสิ นจฺเจ จ คีเต จ วาทิเต จ, อภิสฏา อตฺถิกานํ อตฺถิกานํ มนุสฺสานํ ปฏิสเตน จ รตฺตึ คจฺฉติ. อถ โข สาลวตี คณิกา นจิรสฺเสว คพฺภินี อโหสิ. อถ โข สาลวติยา คณิกาย เอตทโหสิ – ‘‘อิตฺถี โข คพฺภินี ปุริสานํ อมนาปา. สเจ มํ โกจิ ชานิสฺสติ สาลวตี คณิกา คพฺภินีติ, สพฺโพ เม สกฺกาโร ภญฺชิสฺสติ [ปริหายิสฺสติ (สี. สฺยา.)]. ยํนูนาหํ คิลานํ ปฏิเวเทยฺย’’นฺติ. อถ โข สาลวตี คณิกา โทวาริกํ อาณาเปสิ – ‘‘มา, ภเณ โทวาริก, โกจิ ปุริโส ปาวิสิ. โย จ มํ ปุจฺฉติ, ‘คิลานา’ติ ปฏิเวเทหี’’ติ. ‘‘เอวํ, อยฺเย’’ติ โข โส โทวาริโก สาลวติยา คณิกาย ปจฺจสฺโสสิ. อถ โข สาลวตี คณิกา ตสฺส คพฺภสฺส ปริปากมนฺวาย ปุตฺตํ วิชายิ. อถ โข สาลวตี คณิกา ทาสึ อาณาเปสิ – ‘‘หนฺท, เช, อิมํ ทารกํ กตฺตรสุปฺเป ปกฺขิปิตฺวา นีหริตฺวา สงฺการกูเฏ ฉฑฺเฑหี’’ติ. ‘‘เอวํ, อยฺเย’’ติ โข สา ทาสี สาลวติยา คณิกาย ปฏิสฺสุตฺวา ตํ ทารกํ กตฺตรสุปฺเป ปกฺขิปิตฺวา นีหริตฺวา สงฺการกูเฏ ฉฑฺเฑสิ.
๓๒๘. เตน โข ปน สมเยน อภโย นาม ราชกุมาโร กาลสฺเสว ราชุปฏฺฐานํ คจฺฉนฺโต อทฺทส ตํ ทารกํ กาเกหิ สมฺปริกิณฺณํ, ทิสฺวาน มนุสฺเส ปุจฺฉิ – ‘‘กึ เอตํ, ภเณ, กาเกหิ สมฺปริกิณฺณ’’นฺติ? ‘‘ทารโก, เทวา’’ติ. ‘‘ชีวติ, ภเณ’’ติ? ‘‘ชีวติ, เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภเณ, ตํ ทารกํ อมฺหากํ อนฺเตปุรํ เนตฺวา ธาตีนํ เทถ โปเสตุ’’นฺติ. ‘‘เอวํ, เทวา’’ติ โข เต มนุสฺสา อภยสฺส ราชกุมารสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ตํ ทารกํ อภยสฺส ราชกุมารสฺส อนฺเตปุรํ เนตฺวา ธาตีนํ อทํสุ – ‘‘โปเสถา’’ติ. ตสฺส ชีวตีติ ‘ชีวโก’ติ นามํ อกํสุ. กุมาเรน โปสาปิโตติ ‘โกมารภจฺโจ’ติ นามํ อกํสุ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ นจิรสฺเสว วิญฺญุตํ ปาปุณิ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ เยน อภโย ราชกุมาโร เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อภยํ ราชกุมารํ เอตทโวจ – ‘‘กา เม, เทว, มาตา, โก ปิตา’’ติ? ‘‘อหมฺปิ โข เต, ภเณ ชีวก, มาตรํ น ชานามิ; อปิ จาหํ เต ปิตา; มยาสิ [มยาปิ (ก.)] โปสาปิโต’’ติ. อถ โข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อิมานิ โข ราชกุลานิ น สุกรานิ อสิปฺเปน อุปชีวิตุํ. ยํนูนาหํ สิปฺปํ สิกฺเขยฺย’’นฺติ.
๓๒๙. เตน โข ปน สมเยน ตกฺกสิลายํ [ตกฺกสีลายํ (ก.)] ทิสาปาโมกฺโข เวชฺโช ปฏิวสติ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ อภยํ ราชกุมารํ อนาปุจฺฉา เยน ตกฺกสิลา เตน ปกฺกามิ. อนุปุพฺเพน เยน ตกฺกสิลา, เยน เวชฺโช เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ตํ เวชฺชํ เอตทโวจ – ‘‘อิจฺฉามหํ, อาจริย, สิปฺปํ สิกฺขิตุ’’นฺติ. ‘‘เตน หิ, ภเณ ชีวก, สิกฺขสฺสู’’ติ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ พหุญฺจ คณฺหาติ ลหุญฺจ คณฺหาติ สุฏฺฐุ จ อุปธาเรติ, คหิตญฺจสฺส น สมฺมุสฺสติ [น ปมุสฺสติ (สี. สฺยา.)]. อถ โข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส สตฺตนฺนํ วสฺสานํ อจฺจเยน เอตทโหสิ – ‘‘อหํ, โข พหุญฺจ คณฺหามิ ลหุญฺจ คณฺหามิ สุฏฺฐุ จ อุปธาเรมิ, คหิตญฺจ เม น สมฺมุสฺสติ, สตฺต จ เม วสฺสานิ อธียนฺตสฺส, นยิมสฺส สิปฺปสฺส อนฺโต ปญฺญายติ. กทา อิมสฺส สิปฺปสฺส อนฺโต ปญฺญายิสฺสตี’’ติ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ เยน โส เวชฺโช เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ตํ เวชฺชํ เอตทโวจ – ‘‘อหํ โข, อาจริย, พหุญฺจ คณฺหามิ ลหุญฺจ คณฺหามิ สุฏฺฐุ จ อุปธาเรมิ, คหิตญฺจ เม น สมฺมุสฺสติ, สตฺต จ เม วสฺสานิ อธียนฺตสฺส, นยิมสฺส สิปฺปสฺส อนฺโต ปญฺญายติ. กทา อิมสฺส สิปฺปสฺส อนฺโต ปญฺญายิสฺสตี’’ติ? ‘‘เตน หิ, ภเณ ชีวก, ขณิตฺตึ อาทาย ตกฺกสิลาย สมนฺตา โยชนํ อาหิณฺฑิตฺวา ยํ กิญฺจิ อเภสชฺชํ ปสฺเสยฺยาสิ ตํ อาหรา’’ติ. ‘‘เอวํ, อาจริยา’’ติ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ตสฺส เวชฺชสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ขณิตฺตึ อาทาย ตกฺกสิลาย สมนฺตา โยชนํ อาหิณฺฑนฺโต น กิญฺจิ อเภสชฺชํ อทฺทส. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ เยน โส เวชฺโช เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ตํ เวชฺชํ เอตทโวจ – ‘‘อาหิณฺฑนฺโตมฺหิ, อาจริย, ตกฺกสิลาย สมนฺตา โยชนํ, น กิญฺจิ [อาหิณฺฏนฺโต น กิญฺจิ (ก.)] อเภสชฺชํ อทฺทส’’นฺติ. ‘‘สุสิกฺขิโตสิ, ภเณ ชีวก. อลํ เต เอตฺตกํ ชีวิกายา’’ติ ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส ปริตฺตํ ปาเถยฺยํ ปาทาสิ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ตํ ปริตฺตํ ปาเถยฺยํ อาทาย เยน ราชคหํ เตน ปกฺกามิ. อถ โข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส ตํ ปริตฺตํ ปาเถยฺยํ อนฺตรามคฺเค สาเกเต ปริกฺขยํ อคมาสิ. อถ โข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อิเม โข มคฺคา กนฺตารา อปฺโปทกา อปฺปภกฺขา, น สุกรา อปาเถยฺเยน คนฺตุํ. ยํนูนาหํ ปาเถยฺยํ ปริเยเสยฺย’’นฺติ.
ชีวกวตฺถุ นิฏฺฐิตํ.