๘. จีวรกฺขนฺธโก
๒๐๒. ชีวกวตฺถุ
๓๒๖. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน โข ปน สมเยน เวสาลี อิทฺธา เจว โหติ ผิตา [ผีตา (พหูสุ)] จ พหุชนา จ อากิณฺณมนุสฺสา จ สุภิกฺขา จ; สตฺต จ ปาสาทสหสฺสานิ สตฺต จ ปาสาทสตานิ สตฺต จ ปาสาทา; สตฺต จ กูฏาคารสหสฺสานิ สตฺต จ กูฏาคารสตานิ สตฺต จ กูฏาคารานิ; สตฺต จ อารามสหสฺสานิ สตฺต จ อารามสตานิ สตฺต จ อารามา; สตฺต จ โปกฺขรณีสหสฺสานิ สตฺต จ โปกฺขรณีสตานิ สตฺต จ โปกฺขรณิโย; อมฺพปาลี จ คณิกา อภิรูปา โหติ ทสฺสนียา ปาสาทิกา ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคตา, ปทกฺขิณา [ปทกฺขา (สฺยา.)] นจฺเจ จ คีเต จ วาทิเต จ, อภิสฏา อตฺถิกานํ อตฺถิกานํ มนุสฺสานํ ปญฺญาสาย จ รตฺตึ คจฺฉติ; ตาย จ เวสาลี ภิยฺโยโสมตฺตาย อุปโสภติ. อถ โข ราชคหโก เนคโม เวสาลึ อคมาสิ เกนจิเทว กรณีเยน. อทฺทสา โข ราชคหโก เนคโม เวสาลึ อิทฺธญฺเจว ผิตญฺจ พหุชนญฺจ อากิณฺณมนุสฺสญฺจ สุภิกฺขญฺจ; สตฺต จ ปาสาทสหสฺสานิ สตฺต จ ปาสาทสตานิ สตฺต จ ปาสาเท; สตฺต จ กูฏาคารสหสฺสานิ สตฺต จ กูฏาคารสตานิ สตฺต จ กูฏาคารานิ; สตฺต จ อารามสหสฺสานิ สตฺต จ อารามสตานิ สตฺต จ อาราเม; สตฺต จ โปกฺขรณีสหสฺสานิ สตฺต จ โปกฺขรณีสตานิ สตฺต จ โปกฺขรณิโย; อมฺพปาลิญฺจ คณิกํ อภิรูปํ ทสฺสนียํ ปาสาทิกํ ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคตํ, ปทกฺขิณํ [ปทกฺขํ (สฺยา.)] นจฺเจ จ คีเต จ วาทิเต จ, อภิสฏํ อตฺถิกานํ อตฺถิกานํ มนุสฺสานํ ปญฺญาสาย จ รตฺตึ คจฺฉนฺตึ, ตาย จ เวสาลึ ภิยฺโยโสมตฺตาย อุปโสภนฺตึ.
๓๒๗. อถ โข ราชคหโก เนคโม เวสาลิยํ ตํ กรณียํ ตีเรตฺวา ปุนเทว ราชคหํ ปจฺจาคญฺฉิ. เยน ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ราชานํ มาคธํ เสนิยํ พิมฺพิสารํ เอตทโวจ – ‘‘เวสาลี, เทว, อิทฺธา เจว ผิตา จ พหุชนา จ อากิณฺณมนุสฺสา จ สุภิกฺขา จ; สตฺต จ ปาสาทสหสฺสานิ…เป… ตาย จ เวสาลี ภิยฺโยโสมตฺตาย อุปโสภติ. สาธุ, เทว, มยมฺปิ คณิกํ วุฏฺฐาเปสฺสามา’’ติ [วุฏฺฐาเปยฺยาม (ก.)]. ‘‘เตน หิ, ภเณ, ตาทิสึ กุมารึ ชานาถ ยํ ตุเมฺห คณิกํ วุฏฺฐาเปยฺยาถา’’ติ. เตน โข ปน สมเยน ราชคเห สาลวตี นาม กุมารี อภิรูปา โหติ ทสฺสนียา ปาสาทิกา ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคตา. อถ โข ราชคหโก เนคโม สาลวตึ กุมารึ คณิกํ วุฏฺฐาเปสิ. อถ โข สาลวตี คณิกา นจิรสฺเสว ปทกฺขิณา อโหสิ นจฺเจ จ คีเต จ วาทิเต จ, อภิสฏา อตฺถิกานํ อตฺถิกานํ มนุสฺสานํ ปฏิสเตน จ รตฺตึ คจฺฉติ. อถ โข สาลวตี คณิกา นจิรสฺเสว คพฺภินี อโหสิ. อถ โข สาลวติยา คณิกาย เอตทโหสิ – ‘‘อิตฺถี โข คพฺภินี ปุริสานํ อมนาปา. สเจ มํ โกจิ ชานิสฺสติ สาลวตี คณิกา คพฺภินีติ, สพฺโพ เม สกฺกาโร ภญฺชิสฺสติ [ปริหายิสฺสติ (สี. สฺยา.)]. ยํนูนาหํ คิลานํ ปฏิเวเทยฺย’’นฺติ. อถ โข สาลวตี คณิกา โทวาริกํ อาณาเปสิ – ‘‘มา, ภเณ โทวาริก, โกจิ ปุริโส ปาวิสิ. โย จ มํ ปุจฺฉติ, ‘คิลานา’ติ ปฏิเวเทหี’’ติ. ‘‘เอวํ, อยฺเย’’ติ โข โส โทวาริโก สาลวติยา คณิกาย ปจฺจสฺโสสิ. อถ โข สาลวตี คณิกา ตสฺส คพฺภสฺส ปริปากมนฺวาย ปุตฺตํ วิชายิ. อถ โข สาลวตี คณิกา ทาสึ อาณาเปสิ – ‘‘หนฺท, เช, อิมํ ทารกํ กตฺตรสุปฺเป ปกฺขิปิตฺวา นีหริตฺวา สงฺการกูเฏ ฉฑฺเฑหี’’ติ. ‘‘เอวํ, อยฺเย’’ติ โข สา ทาสี สาลวติยา คณิกาย ปฏิสฺสุตฺวา ตํ ทารกํ กตฺตรสุปฺเป ปกฺขิปิตฺวา นีหริตฺวา สงฺการกูเฏ ฉฑฺเฑสิ.
๓๒๘. เตน โข ปน สมเยน อภโย นาม ราชกุมาโร กาลสฺเสว ราชุปฏฺฐานํ คจฺฉนฺโต อทฺทส ตํ ทารกํ กาเกหิ สมฺปริกิณฺณํ, ทิสฺวาน มนุสฺเส ปุจฺฉิ – ‘‘กึ เอตํ, ภเณ, กาเกหิ สมฺปริกิณฺณ’’นฺติ? ‘‘ทารโก, เทวา’’ติ. ‘‘ชีวติ, ภเณ’’ติ? ‘‘ชีวติ, เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภเณ, ตํ ทารกํ อมฺหากํ อนฺเตปุรํ เนตฺวา ธาตีนํ เทถ โปเสตุ’’นฺติ. ‘‘เอวํ, เทวา’’ติ โข เต มนุสฺสา อภยสฺส ราชกุมารสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ตํ ทารกํ อภยสฺส ราชกุมารสฺส อนฺเตปุรํ เนตฺวา ธาตีนํ อทํสุ – ‘‘โปเสถา’’ติ. ตสฺส ชีวตีติ ‘ชีวโก’ติ นามํ อกํสุ. กุมาเรน โปสาปิโตติ ‘โกมารภจฺโจ’ติ นามํ อกํสุ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ นจิรสฺเสว วิญฺญุตํ ปาปุณิ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ เยน อภโย ราชกุมาโร เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อภยํ ราชกุมารํ เอตทโวจ – ‘‘กา เม, เทว, มาตา, โก ปิตา’’ติ? ‘‘อหมฺปิ โข เต, ภเณ ชีวก, มาตรํ น ชานามิ; อปิ จาหํ เต ปิตา; มยาสิ [มยาปิ (ก.)] โปสาปิโต’’ติ. อถ โข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อิมานิ โข ราชกุลานิ น สุกรานิ อสิปฺเปน อุปชีวิตุํ. ยํนูนาหํ สิปฺปํ สิกฺเขยฺย’’นฺติ.
๓๒๙. เตน โข ปน สมเยน ตกฺกสิลายํ [ตกฺกสีลายํ (ก.)] ทิสาปาโมกฺโข เวชฺโช ปฏิวสติ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ อภยํ ราชกุมารํ อนาปุจฺฉา เยน ตกฺกสิลา เตน ปกฺกามิ. อนุปุพฺเพน เยน ตกฺกสิลา, เยน เวชฺโช เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ตํ เวชฺชํ เอตทโวจ – ‘‘อิจฺฉามหํ, อาจริย, สิปฺปํ สิกฺขิตุ’’นฺติ. ‘‘เตน หิ, ภเณ ชีวก, สิกฺขสฺสู’’ติ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ พหุญฺจ คณฺหาติ ลหุญฺจ คณฺหาติ สุฏฺฐุ จ อุปธาเรติ, คหิตญฺจสฺส น สมฺมุสฺสติ [น ปมุสฺสติ (สี. สฺยา.)]. อถ โข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส สตฺตนฺนํ วสฺสานํ อจฺจเยน เอตทโหสิ – ‘‘อหํ, โข พหุญฺจ คณฺหามิ ลหุญฺจ คณฺหามิ สุฏฺฐุ จ อุปธาเรมิ, คหิตญฺจ เม น สมฺมุสฺสติ, สตฺต จ เม วสฺสานิ อธียนฺตสฺส, นยิมสฺส สิปฺปสฺส อนฺโต ปญฺญายติ. กทา อิมสฺส สิปฺปสฺส อนฺโต ปญฺญายิสฺสตี’’ติ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ เยน โส เวชฺโช เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ตํ เวชฺชํ เอตทโวจ – ‘‘อหํ โข, อาจริย, พหุญฺจ คณฺหามิ ลหุญฺจ คณฺหามิ สุฏฺฐุ จ อุปธาเรมิ, คหิตญฺจ เม น สมฺมุสฺสติ, สตฺต จ เม วสฺสานิ อธียนฺตสฺส, นยิมสฺส สิปฺปสฺส อนฺโต ปญฺญายติ. กทา อิมสฺส สิปฺปสฺส อนฺโต ปญฺญายิสฺสตี’’ติ? ‘‘เตน หิ, ภเณ ชีวก, ขณิตฺตึ อาทาย ตกฺกสิลาย สมนฺตา โยชนํ อาหิณฺฑิตฺวา ยํ กิญฺจิ อเภสชฺชํ ปสฺเสยฺยาสิ ตํ อาหรา’’ติ. ‘‘เอวํ, อาจริยา’’ติ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ตสฺส เวชฺชสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ขณิตฺตึ อาทาย ตกฺกสิลาย สมนฺตา โยชนํ อาหิณฺฑนฺโต น กิญฺจิ อเภสชฺชํ อทฺทส. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ เยน โส เวชฺโช เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ตํ เวชฺชํ เอตทโวจ – ‘‘อาหิณฺฑนฺโตมฺหิ, อาจริย, ตกฺกสิลาย สมนฺตา โยชนํ, น กิญฺจิ [อาหิณฺฏนฺโต น กิญฺจิ (ก.)] อเภสชฺชํ อทฺทส’’นฺติ. ‘‘สุสิกฺขิโตสิ, ภเณ ชีวก. อลํ เต เอตฺตกํ ชีวิกายา’’ติ ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส ปริตฺตํ ปาเถยฺยํ ปาทาสิ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ตํ ปริตฺตํ ปาเถยฺยํ อาทาย เยน ราชคหํ เตน ปกฺกามิ. อถ โข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส ตํ ปริตฺตํ ปาเถยฺยํ อนฺตรามคฺเค สาเกเต ปริกฺขยํ อคมาสิ. อถ โข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อิเม โข มคฺคา กนฺตารา อปฺโปทกา อปฺปภกฺขา, น สุกรา อปาเถยฺเยน คนฺตุํ. ยํนูนาหํ ปาเถยฺยํ ปริเยเสยฺย’’นฺติ.
ชีวกวตฺถุ นิฏฺฐิตํ.
๒๐๓. เสฏฺฐิภริยาวตฺถุ
๓๓๐. เตน โข ปน สมเยน สาเกเต เสฏฺฐิภริยาย สตฺตวสฺสิโก สีสาพาโธ โหติ. พหู มหนฺตา มหนฺตา ทิสาปาโมกฺขา เวชฺชา อาคนฺตฺวา นาสกฺขึสุ อโรคํ กาตุํ. พหุํ หิรญฺญํ อาทาย อคมํสุ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ สาเกตํ ปวิสิตฺวา มนุสฺเส ปุจฺฉิ – ‘‘โก, ภเณ, คิลาโน, กํ ติกิจฺฉามี’’ติ? ‘‘เอติสฺสา, อาจริย, เสฏฺฐิภริยาย สตฺตวสฺสิโก สีสาพาโธ; คจฺฉ, อาจริย, เสฏฺฐิภริยํ ติกิจฺฉาหี’’ติ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ เยน เสฏฺฐิสฺส คหปติสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา โทวาริกํ อาณาเปสิ – ‘‘คจฺฉ, ภเณ โทวาริก, เสฏฺฐิภริยาย ปาวท – ‘เวชฺโช, อยฺเย, อาคโต, โส ตํ ทฏฺฐุกาโม’’’ติ. ‘‘เอวํ, อาจริยา’’ติ โข โส โทวาริโก ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส ปฏิสฺสุตฺวา เยน เสฏฺฐิภริยา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา เสฏฺฐิภริยํ เอตทโวจ – ‘‘เวชฺโช, อยฺเย, อาคโต; โส ตํ ทฏฺฐุกาโม’’ติ. ‘‘กีทิโส, ภเณ โทวาริก, เวชฺโช’’ติ? ‘‘ทหรโก, อยฺเย’’ติ. ‘‘อลํ, ภเณ โทวาริก, กึ เม ทหรโก เวชฺโช กริสฺสติ? พหู มหนฺตา มหนฺตา ทิสาปาโมกฺขา เวชฺชา อาคนฺตฺวา นาสกฺขึสุ อโรคํ กาตุํ. พหุํ หิรญฺญํ อาทาย อคมํสู’’ติ. อถ โข โส โทวาริโก เยน ชีวโก โกมารภจฺโจ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ชีวกํ โกมารภจฺจํ เอตทโวจ – ‘‘เสฏฺฐิภริยา, อาจริย, เอวมาห – ‘อลํ, ภเณ โทวาริก, กึ เม ทหรโก เวชฺโช กริสฺสติ? พหู มหนฺตา มหนฺตา ทิสาปาโมกฺขา เวชฺชา อาคนฺตฺวา นาสกฺขึสุ อโรคํ กาตุํ. พหุํ หิรญฺญํ อาทาย อคมํสู’’’ติ. ‘‘คจฺฉ, ภเณ โทวาริก, เสฏฺฐิภริยาย ปาวท – ‘เวชฺโช, อยฺเย, เอวมาห – มา กิร, อยฺเย, ปุเร กิญฺจิ อทาสิ. ยทา อโรคา อโหสิ ตทา ยํ อิจฺเฉยฺยาสิ ตํ ทชฺเชยฺยาสี’’’ติ. ‘‘เอวํ, อาจริยา’’ติ โข โส โทวาริโก ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส ปฏิสฺสุตฺวา เยน เสฏฺฐิภริยา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เสฏฺฐิภริยํ เอตทโวจ – ‘‘เวชฺโช, อยฺเย, เอวมาห – ‘มา กิร, อยฺเย, ปุเร กิญฺจิ อทาสิ. ยทา อโรคา อโหสิ ตทา ยํ อิจฺเฉยฺยาสิ ตํ ทชฺเชยฺยาสี’’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภเณ โทวาริก, เวชฺโช อาคจฺฉตู’’ติ. ‘‘เอวํ, อยฺเย’’ติ โข โส โทวาริโก เสฏฺฐิภริยาย ปฏิสฺสุตฺวา เยน ชีวโก โกมารภจฺโจ เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ชีวกํ โกมารภจฺจํ เอตทโวจ – ‘‘เสฏฺฐิภริยา ตํ, อาจริย, ปกฺโกสตี’’ติ.
อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ เยน เสฏฺฐิภริยา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา เสฏฺฐิภริยาย วิการํ สลฺลกฺเขตฺวา เสฏฺฐิภริยํ เอตทโวจ – ‘‘ปสเตน, อยฺเย, สปฺปินา อตฺโถ’’ติ. อถ โข เสฏฺฐิภริยา ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส ปสตํ สปฺปึ ทาเปสิ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ตํ ปสตํ สปฺปึ นานาเภสชฺเชหิ นิปฺปจิตฺวา เสฏฺฐิภริยํ มญฺจเก อุตฺตานํ นิปาเตตฺวา [นิปชฺชาเปตฺวา (สี. สฺยา.)] นตฺถุโต อทาสิ. อถ โข ตํ สปฺปึ นตฺถุโต ทินฺนํ มุขโต อุคฺคญฺฉิ. อถ โข เสฏฺฐิภริยา ปฏิคฺคเห นิฏฺฐุภิตฺวา ทาสึ อาณาเปสิ – ‘‘หนฺท, เช, อิมํ สปฺปึ ปิจุนา คณฺหาหี’’ติ. อถ โข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อจฺฉริยํ [อจฺฉริยํ วต โภ (สฺยา.)] ยาว ลูขายํ ฆรณี, ยตฺร หิ นาม อิมํ ฉฑฺฑนียธมฺมํ สปฺปึ ปิจุนา คาหาเปสฺสติ. พหุกานิ จ เม มหคฺฆานิ [มหคฺฆานิ มหคฺฆานิ (สี. สฺยา.)] เภสชฺชานิ อุปคตานิ. กิมฺปิ มายํ กิญฺจิ [กญฺจิ (สฺยา.)] เทยฺยธมฺมํ ทสฺสตี’’ติ. อถ โข เสฏฺฐิภริยา ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส วิการํ สลฺลกฺเขตฺวา ชีวกํ โกมารภจฺจํ เอตทโวจ – ‘‘กิสฺส ตฺวํ, อาจริย, วิมโนสี’’ติ? อิธ เม เอตทโหสิ – ‘‘อจฺฉริยํ ยาว ลูขายํ ธรณี, ยตฺร หิ นาม อิมํ ฉฑฺฑนียธมฺมํ สปฺปึ ปิจุนา คาหาเปสฺสติ. พหุกานิ จ เม มหคฺฆานิ สชฺชานิ อุปคตานิ. กิมฺปิ มายํ กิญฺจิ เทยฺยธมฺมํ ทสฺสตี’’ติ. ‘‘มยํ โข, อาจริย, อาคาริกา นาม อุปชานาเมตสฺส สํยมสฺส. วรเมตํ สปฺปิ ทาสานํ วา กมฺมกรานํ วา ปาทพฺภญฺชนํ วา ปทีปกรเณ วา อาสิตฺตํ. มา โข ตฺวํ, อาจริย, วิมโน อโหสิ. น เต เทยฺยธมฺโม หายิสฺสตี’’ติ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ เสฏฺฐิภริยาย สตฺตวสฺสิกํ สีสาพาธํ เอเกเนว นตฺถุกมฺเมน อปกฑฺฒิ. อถ โข เสฏฺฐิภริยา อโรคา สมานา ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส จตฺตาริ สหสฺสานิ ปาทาสิ. ปุตฺโต – มาตา เม อโรคา ฐิตาติ จตฺตาริ สหสฺสานิ ปาทาสิ. สุณิสา – สสฺสุ เม อโรคา ฐิตาติ จตฺตาริ สหสฺสานิ ปาทาสิ. เสฏฺฐิ คหปติ – ภริยา เม อโรคา ฐิตาติ จตฺตาริ สหสฺสานิ ปาทาสิ ทาสญฺจ ทาสิญฺจ อสฺสรถญฺจ.
อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ตานิ โสฬสสหสฺสานิ อาทาย ทาสญฺจ ทาสิญฺจ อสฺสรถญฺจ เยน ราชคหํ เตน ปกฺกามิ. อนุปุพฺเพน เยน ราชคหํ เยน อภโย ราชกุมาโร เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา อภยํ ราชกุมารํ เอตทโวจ – ‘‘อิทํ เม, เทว, ปฐมกมฺมํ โสฬสสหสฺสานิ ทาโส จ ทาสี จ อสฺสรโถ จ. ปฏิคฺคณฺหาตุ เม เทโว โปสาวนิก’’นฺติ. ‘‘อลํ, ภเณ ชีวก; ตุยฺหเมว โหตุ. อมฺหากญฺเญว อนฺเตปุเร นิเวสนํ มาเปหี’’ติ. ‘‘เอวํ, เทวา’’ติ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ อภยสฺส ราชกุมารสฺส ปฏิสฺสุตฺวา อภยสฺส ราชกุมารสฺส อนฺเตปุเร นิเวสนํ มาเปสิ.
เสฏฺฐิภริยาวตฺถุ นิฏฺฐิตํ.
๒๐๔. พิมฺพิสารราชวตฺถุ
๓๓๑. เตน โข ปน สมเยน รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส ภคนฺทลาพาโธ โหติ. สาฏกา โลหิเตน มกฺขิยนฺติ. เทวิโย ทิสฺวา อุปฺปณฺเฑนฺติ – ‘‘อุตุนี ทานิ เทโว, ปุปฺผํ เทวสฺส อุปฺปนฺนํ, น จิรํ [นจิรสฺเสว (สฺยา.)] เทโว วิชายิสฺสตี’’ติ. เตน ราชา มงฺกุ โหติ. อถ โข ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร อภยํ ราชกุมารํ เอตทโวจ – ‘‘มยฺหํ โข, ภเณ อภย, ตาทิโส อาพาโธ, สาฏกา โลหิเตน มกฺขิยนฺติ, เทวิโย มํ ทิสฺวา อุปฺปณฺเฑนฺติ – ‘อุตุนี ทานิ เทโว, ปุปฺผํ เทวสฺส อุปฺปนฺนํ, น จิรํ เทโว วิชายิสฺสตี’ติ. อิงฺฆ, ภเณ อภย, ตาทิสํ เวชฺชํ ชานาหิ โย มํ ติกิจฺเฉยฺยา’’ติ. ‘‘อยํ, เทว, อมฺหากํ ชีวโก เวชฺโช ตรุโณ ภทฺรโก. โส เทวํ ติกิจฺฉิสฺสตี’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภเณ อภย, ชีวกํ เวชฺชํ อาณาเปหิ; โส มํ ติกิจฺฉิสฺสตี’’ติ. อถ โข อภโย ราชกุมาโร ชีวกํ โกมารภจฺจํ อาณาเปสิ – ‘‘คจฺฉ, ภเณ ชีวก, ราชานํ ติกิจฺฉาหี’’ติ. ‘‘เอวํ, เทวา’’ติ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ อภยสฺส ราชกุมารสฺส ปฏิสฺสุตฺวา นเขน เภสชฺชํ อาทาย เยน ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ราชานํ มาคธํ เสนิยํ พิมฺพิสารํ เอตทโวจ – ‘‘อาพาธํ เต, เทว, ปสฺสามา’’ติ [ปสฺสามีติ (สฺยา.)]. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส ภคนฺทลาพาธํ เอเกเนว อาเลเปน อปกฑฺฒิ. อถ โข ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร อโรโค สมาโน ปญฺจ อิตฺถิสตานิ สพฺพาลงฺการํ ภูสาเปตฺวา โอมุญฺจาเปตฺวา ปุญฺชํ การาเปตฺวา ชีวกํ โกมารภจฺจํ เอตทโวจ – ‘‘เอตํ, ภเณ ชีวก, ปญฺจนฺนํ อิตฺถิสตานํ สพฺพาลงฺการํ ตุยฺหํ โหตู’’ติ. ‘‘อลํ, เทว, อธิการํ เม เทโว สรตู’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภเณ ชีวก, มํ อุปฏฺฐห, อิตฺถาคารญฺจ, พุทฺธปฺปมุขญฺจ ภิกฺขุสงฺฆ’’นฺติ. ‘‘เอวํ, เทวา’’ติ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส ปจฺจสฺโสสิ.
พิมฺพิสารราชวตฺถุ นิฏฺฐิตํ.
๒๐๕. ราชคหเสฏฺฐิวตฺถุ
๓๓๒. เตน โข ปน สมเยน ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส สตฺตวสฺสิโก สีสาพาโธ โหติ. พหู มหนฺตา มหนฺตา ทิสาปาโมกฺขา เวชฺชา อาคนฺตฺวา นาสกฺขึสุ อโรคํ กาตุํ. พหุํ หิรญฺญํ อาทาย อคมํสุ. อปิ จ, เวชฺเชหิ ปจฺจกฺขาโต โหติ. เอกจฺเจ เวชฺชา เอวมาหํสุ – ‘‘ปญฺจมํ ทิวสํ เสฏฺฐิ คหปติ กาลํ กริสฺสตี’’ติ. เอกจฺเจ เวชฺชา เอวมาหํสุ – ‘‘สตฺตมํ ทิวสํ เสฏฺฐิ คหปติ กาลํ กริสฺสตี’’ติ. อถ โข ราชคหกสฺส เนคมสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อยํ โข เสฏฺฐิ คหปติ พหูปกาโร รญฺโญ เจว เนคมสฺส จ. อปิ จ, เวชฺเชหิ ปจฺจกฺขาโต. เอกจฺเจ เวชฺชา เอวมาหํสุ – ‘ปญฺจมํ ทิวสํ เสฏฺฐิ คหปติ กาลํ กริสฺสตี’ติ. เอกจฺเจ เวชฺชา เอวมาหํสุ – ‘สตฺตมํ ทิวสํ เสฏฺฐิ คหปติ กาลํ กริสฺสตี’ติ. อยญฺจ รญฺโญ ชีวโก เวชฺโช ตรุโณ ภทฺรโก. ยํนูน มยํ ราชานํ ชีวกํ เวชฺชํ ยาเจยฺยาม เสฏฺฐึ คหปตึ ติกิจฺฉิตุ’’นฺติ. อถ โข ราชคหโก เนคโม เยน ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ราชานํ มาคธํ เสนิยํ พิมฺพิสารํ เอตทโวจ – ‘‘อยํ, เทว, เสฏฺฐิ คหปติ พหูปกาโร เทวสฺส เจว เนคมสฺส จ; อปิ จ, เวชฺเชหิ ปจฺจกฺขาโต. เอกจฺเจ เวชฺชา เอวมาหํสุ – ปญฺจมํ ทิวสํ เสฏฺฐิ คหปติ กาลํ กริสฺสตีติ. เอกจฺเจ เวชฺชา เอวมาหํสุ – สตฺตมํ ทิวสํ เสฏฺฐิ คหปติ กาลํ กริสฺสตีติ. สาธุ เทโว ชีวกํ เวชฺชํ อาณาเปตุ เสฏฺฐึ คหปตึ ติกิจฺฉิตุ’’นฺติ.
อถ โข ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร ชีวกํ โกมารภจฺจํ อาณาเปสิ – ‘‘คจฺฉ, ภเณ ชีวก, เสฏฺฐึ คหปตึ ติกิจฺฉาหี’’ติ. ‘‘เอวํ, เทวา’’ติ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส ปฏิสฺสุตฺวา เยน เสฏฺฐิ คหปติ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เสฏฺฐิสฺส คหปติสฺส วิการํ สลฺลกฺเขตฺวา เสฏฺฐึ คหปตึ เอตทโวจ – ‘‘สเจ ตฺวํ, คหปติ, อโรโค ภเวยฺยาสิ [สจาหํ ตํ คหปติ อโรคาเปยฺยํ (สี.), สจาหํ ตํ คหปติ อโรคํ กเรยฺยํ (สฺยา.)] กึ เม อสฺส เทยฺยธมฺโม’’ติ? ‘‘สพฺพํ สาปเตยฺยญฺจ เต, อาจริย, โหตุ, อหญฺจ เต ทาโส’’ติ. ‘‘สกฺขิสฺสสิ ปน ตฺวํ, คหปติ, เอเกน ปสฺเสน สตฺตมาเส นิปชฺชิตุ’’นฺติ? ‘‘สกฺโกมหํ, อาจริย, เอเกน ปสฺเสน สตฺตมาเส นิปชฺชิตุ’’นฺติ. ‘‘สกฺขิสฺสสิ ปน ตฺวํ, คหปติ, ทุติเยน ปสฺเสน สตฺตมาเส นิปชฺชิตุ’’นฺติ? ‘‘สกฺโกมหํ, อาจริย, ทุติเยน ปสฺเสน สตฺตมาเส นิปชฺชิตุ’’นฺติ. ‘‘สกฺขิสฺสสิ ปน ตฺวํ, คหปติ, อุตฺตาโน สตฺตมาเส นิปชฺชิตุ’’นฺติ? ‘‘สกฺโกมหํ, อาจริย, อุตฺตาโน สตฺตมาเส นิปชฺชิตุ’’นฺติ.
อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ เสฏฺฐึ คหปตึ มญฺจเก นิปาเตตฺวา [นิปชฺชาเปตฺวา (สี. สฺยา.)] มญฺจเก [มญฺจเกน (สี.)] สมฺพนฺธิตฺวา สีสจฺฉวึ อุปฺปาเฏตฺวา [ผาเลตฺวา (สี.)] สิพฺพินึ วินาเมตฺวา เทฺว ปาณเก นีหริตฺวา มหาชนสฺส ทสฺเสสิ – ‘‘ปสฺสถยฺเย [ปสฺเสสฺยาถ (สี.), ปสฺสถ (สฺยา.), ปสฺสถยฺโย (ก.)], อิเม เทฺว ปาณเก, เอกํ ขุทฺทกํ เอกํ มหลฺลกํ. เย เต อาจริยา เอวมาหํสุ – ปญฺจมํ ทิวสํ เสฏฺฐิ คหปติ กาลํ กริสฺสตีติ – เตหายํ มหลฺลโก ปาณโก ทิฏฺโฐ. ปญฺจมํ ทิวสํ เสฏฺฐิสฺส คหปติสฺส มตฺถลุงฺคํ ปริยาทิยิสฺสติ. มตฺถลุงฺคสฺส ปริยาทานา เสฏฺฐิ คหปติ กาลํ กริสฺสติ. สุทิฏฺโฐ เตหิ อาจริเยหิ. เย เต อาจริยา เอวมาหํสุ – สตฺตมํ ทิวสํ เสฏฺฐิ คหปติ กาลํ กริสฺสตีติ – เตหายํ ขุทฺทโก ปาณโก ทิฏฺโฐ. สตฺตมํ ทิวสํ เสฏฺฐิสฺส คหปติสฺส มตฺถลุงฺคํ ปริยาทิยิสฺสติ. มตฺถลุงฺคสฺส ปริยาทานา เสฏฺฐิ คหปติ กาลํ กริสฺสติ. สุทิฏฺโฐ เตหิ อาจริเยหี’’ติ. สิพฺพินึ สมฺปฏิปาเฏตฺวา สีสจฺฉวึ สิพฺพิตฺวา อาเลปํ อทาสิ. อถ โข เสฏฺฐิ คหปติ สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ชีวกํ โกมารภจฺจํ เอตทโวจ – ‘‘นาหํ, อาจริย, สกฺโกมิ เอเกน ปสฺเสน สตฺตมาเส นิปชฺชิตุ’’นฺติ. ‘‘นนุ เม ตฺวํ, คหปติ, ปฏิสฺสุณิ – สกฺโกมหํ, อาจริย, เอเกน ปสฺเสน สตฺตมาเส นิปชฺชิตุ’’นฺติ? ‘‘สจฺจาหํ, อาจริย, ปฏิสฺสุณึ, อปาหํ มริสฺสามิ, นาหํ สกฺโกมิ เอเกน ปสฺเสน สตฺตมาเส นิปชฺชิตุ’’นฺติ. ‘‘เตน หิ ตฺวํ, คหปติ, ทุติเยน ปสฺเสน สตฺตมาเส นิปชฺชาหี’’ติ. อถ โข เสฏฺฐิ คหปติ สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ชีวกํ โกมารภจฺจํ เอตทโวจ – ‘‘นาหํ, อาจริย, สกฺโกมิ ทุติเยน ปสฺเสน สตฺตมาเส นิปชฺชิตุ’’นฺติ. ‘‘นนุ เม ตฺวํ, คหปติ, ปฏิสฺสุณิ – สกฺโกมหํ, อาจริย, ทุติเยน ปสฺเสน สตฺตมาเส นิปชฺชิตุ’’นฺติ? ‘‘สจฺจาหํ, อาจริย, ปฏิสฺสุณึ, อปาหํ มริสฺสามิ, นาหํ, อาจริย, สกฺโกมิ ทุติเยน ปสฺเสน สตฺตมาเส นิปชฺชิตุ’’นฺติ. ‘‘เตน หิ ตฺวํ, คหปติ, อุตฺตาโน สตฺตมาเส นิปชฺชาหี’’ติ. อถ โข เสฏฺฐิ คหปติ สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ชีวกํ โกมารภจฺจํ เอตทโวจ – ‘‘นาหํ, อาจริย, สกฺโกมิ อุตฺตาโน สตฺตมาเส นิปชฺชิตุ’’นฺติ. ‘‘นนุ เม ตฺวํ, คหปติ, ปฏิสฺสุณิ – สกฺโกมหํ, อาจริย, อุตฺตาโน สตฺตมาเส นิปชฺชิตุ’’นฺติ? ‘‘สจฺจาหํ, อาจริย, ปฏิสฺสุณึ, อปาหํ มริสฺสามิ, นาหํ สกฺโกมิ อุตฺตาโน สตฺตมาเส นิปชฺชิตุ’’นฺติ. ‘‘อหํ เจ ตํ, คหปติ, น วเทยฺยํ, เอตฺตกมฺปิ ตฺวํ น นิปชฺเชยฺยาสิ, อปิ จ ปฏิกจฺเจว มยา ญาโต – ตีหิ สตฺตาเหหิ เสฏฺฐิ คหปติ อโรโค ภวิสฺสตีติ. อุฏฺเฐหิ, คหปติ, อโรโคสิ. ชานาสิ กึ เม เทยฺยธมฺโม’’ติ? ‘‘สพฺพํ สาปเตยฺยญฺจ เต, อาจริย, โหตุ, อหญฺจ เต ทาโส’’ติ. ‘‘อลํ, คหปติ, มา เม ตฺวํ สพฺพํ สาปเตยฺยํ อทาสิ, มา จ เม ทาโส. รญฺโญ สตสหสฺสํ เทหิ, มยฺหํ สตสหสฺส’’นฺติ. อถ โข เสฏฺฐิ คหปติ อโรโค สมาโน รญฺโญ สตสหสฺสํ อทาสิ, ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส สตสหสฺสํ.
ราชคหเสฏฺฐิวตฺถุ นิฏฺฐิตํ.
๒๐๖. เสฏฺฐิปุตฺตวตฺถุ
๓๓๓. เตน โข ปน สมเยน พาราณเสยฺยกสฺส เสฏฺฐิปุตฺตสฺส โมกฺขจิกาย กีฬนฺตสฺส อนฺตคณฺฐาพาโธ โหติ, เยน ยาคุปิ ปีตา น สมฺมา ปริณามํ คจฺฉติ, ภตฺตมฺปิ ภุตฺตํ น สมฺมา ปริณามํ คจฺฉติ, อุจฺจาโรปิ ปสฺสาโวปิ น ปคุโณ. โส เตน กิโส โหติ ลูโข ทุพฺพณฺโณ อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาโต ธมนิสนฺถตคตฺโต. อถ โข พาราณเสยฺยกสฺส เสฏฺฐิสฺส เอตทโหสิ – ‘‘มยฺหํ โข ปุตฺตสฺส ตาทิโส อาพาโธ, เยน ยาคุปิ ปีตา น สมฺมา ปริณามํ คจฺฉติ, ภตฺตมฺปิ ภุตฺตํ น สมฺมา ปริณามํ คจฺฉติ, อุจฺจาโรปิ ปสฺสาโวปิ น ปคุโณ. โส เตน กิโส ลูโข ทุพฺพณฺโณ อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาโต ธมนิสนฺถตคตฺโต. ยํนูนาหํ ราชคหํ คนฺตฺวา ราชานํ ชีวกํ เวชฺชํ ยาเจยฺยํ ปุตฺตํ เม ติกิจฺฉิตุ’’นฺติ. อถ โข พาราณเสยฺยโก เสฏฺฐิ ราชคหํ คนฺตฺวา เยน ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ราชานํ มาคธํ เสนิยํ พิมฺพิสารํ เอตทโวจ – ‘‘มยฺหํ โข, เทว, ปุตฺตสฺส ตาทิโส อาพาโธ, เยน ยาคุปิ ปีตา น สมฺมา ปริณามํ คจฺฉติ, ภตฺตมฺปิ ภุตฺตํ น สมฺมา ปริณามํ คจฺฉติ, อุจฺจาโรปิ ปสฺสาโวปิ น ปคุโณ. โส เตน กิโส ลูโข ทุพฺพณฺโณ อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาโต ธมนิสนฺถตคตฺโต. สาธุ เทโว ชีวกํ เวชฺชํ อาณาเปตุ ปุตฺตํ เม ติกิจฺฉิตุ’’นฺติ.
อถ โข ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร ชีวกํ โกมารภจฺจํ อาณาเปสิ – ‘‘คจฺฉ, ภเณ ชีวก, พาราณสึ คนฺตฺวา พาราณเสยฺยกํ เสฏฺฐิปุตฺตํ ติกิจฺฉาหี’’ติ. ‘‘เอวํ, เทวา’’ติ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส ปฏิสฺสุตฺวา พาราณสึ คนฺตฺวา เยน พาราณเสยฺยโก เสฏฺฐิปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา พาราณเสยฺยกสฺส เสฏฺฐิปุตฺตสฺส วิการํ สลฺลกฺเขตฺวา ชนํ อุสฺสาเรตฺวา ติโรกรณิยํ ปริกฺขิปิตฺวา ถมฺเภ อุพฺพนฺธิตฺวา [อุปนิพนฺธิตฺวา (สี. สฺยา.)] ภริยํ ปุรโต ฐเปตฺวา อุทรจฺฉวึ อุปฺปาเฏตฺวา อนฺตคณฺฐึ นีหริตฺวา ภริยาย ทสฺเสสิ – ‘‘ปสฺส เต สามิกสฺส อาพาธํ, อิมินา ยาคุปิ ปีตา น สมฺมา ปริณามํ คจฺฉติ, ภตฺตมฺปิ ภุตฺตํ น สมฺมา ปริณามํ คจฺฉติ, อุจฺจาโรปิ ปสฺสาโวปิ น ปคุโณ; อิมินายํ กิโส ลูโข ทุพฺพณฺโณ อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาโต ธมนิสนฺถตคตฺโต’’ติ. อนฺตคณฺฐึ วินิเวเฐตฺวา อนฺตานิ ปฏิปเวเสตฺวา อุทรจฺฉวึ สิพฺพิตฺวา อาเลปํ อทาสิ. อถ โข พาราณเสยฺยโก เสฏฺฐิปุตฺโต นจิรสฺเสว อโรโค อโหสิ. อถ โข พาราณเสยฺยโก เสฏฺฐิ ‘ปุตฺโต เม อโรโค ฐิโต’ติ [อโรคาปิโตติ (สี.)] ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส โสฬสสหสฺสานิ ปาทาสิ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ตานิ โสฬสสหสฺสานิ อาทาย ปุนเทว ราชคหํ ปจฺจาคญฺฉิ.
เสฏฺฐิปุตฺตวตฺถุ นิฏฺฐิตํ.
๒๐๗. ปชฺโชตราชวตฺถุ
๓๓๔. เตน โข ปน สมเยน รญฺโญ [อุชฺเชนิยํ รญฺโญ (สฺยา.)] ปชฺโชตสฺส ปณฺฑุโรคาพาโธ โหติ. พหู มหนฺตา มหนฺตา ทิสาปาโมกฺขา เวชฺชา อาคนฺตฺวา นาสกฺขึสุ อโรคํ กาตุํ. พหุํ หิรญฺญํ อาทาย อคมํสุ. อถ โข ราชา ปชฺโชโต รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส สนฺติเก ทูตํ ปาเหสิ – ‘‘มยฺหํ โข ตาทิโส อาพาโธ, สาธุ เทโว ชีวกํ เวชฺชํ อาณาเปตุ, โส มํ ติกิจฺฉิสฺสตี’’ติ. อถ โข ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร ชีวกํ โกมารภจฺจํ อาณาเปสิ – ‘‘คจฺฉ, ภเณ ชีวก; อุชฺเชนึ คนฺตฺวา ราชานํ ปชฺโชตํ ติกิจฺฉาหี’’ติ. ‘‘เอวํ, เทวา’’ติ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส ปฏิสฺสุตฺวา อุชฺเชนึ คนฺตฺวา เยน ราชา ปชฺโชโต เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา รญฺโญ ปชฺโชตสฺส วิการํ สลฺลกฺเขตฺวา ราชานํ ปชฺโชตํ เอตทโวจ – ‘‘สปฺปึ เทหิ [อิทํ ปททฺวยํ สี. สฺยา. โปตฺถเกสุ นตฺถิ], สปฺปึ เทว, นิปฺปจิสฺสามิ. ตํ เทโว ปิวิสฺสตี’’ติ. ‘‘อลํ, ภเณ ชีวก, ยํ เต สกฺกา วินา สปฺปินา อโรคํ กาตุํ ตํ กโรหิ. เชคุจฺฉํ เม สปฺปิ, ปฏิกูล’’นฺติ. อถ โข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อิมสฺส โข รญฺโญ ตาทิโส อาพาโธ, น สกฺกา วินา สปฺปินา อโรคํ กาตุํ. ยํนูนาหํ สปฺปึ นิปฺปเจยฺยํ กสาววณฺณํ กสาวคนฺธํ กสาวรส’’นฺติ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ นานาเภสชฺเชหิ สปฺปึ นิปฺปจิ กสาววณฺณํ กสาวคนฺธํ กสาวรสํ. อถ โข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อิมสฺส โข รญฺโญ สปฺปิ ปีตํ ปริณาเมนฺตํ อุทฺเทกํ ทสฺสติ. จณฺโฑยํ ราชา ฆาตาเปยฺยาปิ มํ. ยํนูนาหํ ปฏิกจฺเจว อาปุจฺเฉยฺย’’นฺติ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ เยน ราชา ปชฺโชโต เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ราชานํ ปชฺโชตํ เอตทโวจ – ‘‘มยํ โข, เทว, เวชฺชา นาม ตาทิเสน มุหุตฺเตน มูลานิ อุทฺธราม เภสชฺชานิ สํหราม. สาธุ เทโว วาหนาคาเรสุ จ ทฺวาเรสุ จ อาณาเปตุ – เยน วาหเนน ชีวโก อิจฺฉติ เตน วาหเนน คจฺฉตุ, เยน ทฺวาเรน อิจฺฉติ เตน ทฺวาเรน คจฺฉตุ, ยํ กาลํ อิจฺฉติ ตํ กาลํ คจฺฉตุ, ยํ กาลํ อิจฺฉติ ตํ กาลํ ปวิสตู’’ติ. อถ โข ราชา ปชฺโชโต วาหนาคาเรสุ จ ทฺวาเรสุ จ อาณาเปสิ – ‘‘เยน วาหเนน ชีวโก อิจฺฉติ เตน วาหเนน คจฺฉตุ, เยน ทฺวาเรน อิจฺฉติ เตน ทฺวาเรน คจฺฉตุ, ยํ กาลํ อิจฺฉติ ตํ กาลํ คจฺฉตุ, ยํ กาลํ อิจฺฉติ ตํ กาลํ ปวิสตู’’ติ.
เตน โข ปน สมเยน รญฺโญ ปชฺโชตสฺส ภทฺทวติกา นาม หตฺถินิกา ปญฺญาสโยชนิกา โหติ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ รญฺโญ ปชฺโชตสฺส สปฺปึ [ตํ สปฺปึ (สฺยา.)] อุปนาเมสิ – ‘‘กสาวํ เทโว ปิวตู’’ติ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ราชานํ ปชฺโชตํ สปฺปึ ปาเยตฺวา หตฺถิสาลํ คนฺตฺวา ภทฺทวติกาย หตฺถินิกาย นครมฺหา นิปฺปติ.
อถ โข รญฺโญ ปชฺโชตสฺส ตํ สปฺปิ ปีตํ ปริณาเมนฺตํ อุทฺเทกํ อทาสิ. อถ โข ราชา ปชฺโชโต มนุสฺเส เอตทโวจ – ‘‘ทุฏฺเฐน, ภเณ, ชีวเกน สปฺปึ ปายิโตมฺหิ. เตน หิ, ภเณ, ชีวกํ เวชฺชํ วิจินถา’’ติ. ‘‘ภทฺทวติกาย, เทว, หตฺถินิกาย นครมฺหา นิปฺปติโต’’ติ. เตน โข ปน สมเยน รญฺโญ ปชฺโชตสฺส กาโก นาม ทาโส สฏฺฐิโยชนิโก โหติ, อมนุสฺเสน ปฏิจฺจ ชาโต. อถ โข ราชา ปชฺโชโต กากํ ทาสํ อาณาเปสิ – ‘‘คจฺฉ, ภเณ กาก, ชีวกํ เวชฺชํ นิวตฺเตหิ – ราชา ตํ, อาจริย, นิวตฺตาเปตีติ. เอเต โข, ภเณ กาก, เวชฺชา นาม พหุมายา. มา จสฺส กิญฺจิ ปฏิคฺคเหสี’’ติ.
อถ โข กาโก ทาโส ชีวกํ โกมารภจฺจํ อนฺตรามคฺเค โกสมฺพิยํ สมฺภาเวสิ
ปาตราสํ กโรนฺตํ. อถ โข กาโก ทาโส ชีวกํ โกมารภจฺจํ เอตทโวจ – ‘‘ราชา ตํ, อาจริย, นิวตฺตาเปตี’’ติ. ‘‘อาคเมหิ, ภเณ กาก, ยาว ภุญฺชาม [ภุญฺชามิ (สี. สฺยา.)]. หนฺท, ภเณ กาก, ภุญฺชสฺสู’’ติ. ‘‘อลํ, อาจริย, รญฺญามฺหิ อาณตฺโต – เอเต โข, ภเณ กาก, เวชฺชา นาม พหุมายา, มา จสฺส กิญฺจิ ปฏิคฺคเหสี’’ติ. เตน โข ปน สมเยน ชีวโก โกมารภจฺโจ นเขน เภสชฺชํ โอลุมฺเปตฺวา อามลกญฺจ ขาทติ ปานียญฺจ ปิวติ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ กากํ ทาสํ เอตทโวจ – ‘‘หนฺท, ภเณ กาก, อามลกญฺจ ขาท ปานียญฺจ ปิวสฺสู’’ติ. อถ โข กาโก ทาโส – อยํ โข เวชฺโช อามลกญฺจ ขาทติ ปานียญฺจ ปิวติ, น อรหติ กิญฺจิ ปาปกํ โหตุนฺติ – อุปฑฺฒามลกญฺจ ขาทิ ปานียญฺจ อปายิ. ตสฺส ตํ อุปฑฺฒามลกํ ขาทิตํ ตตฺเถว นิจฺฉาเรสิ. อถ โข กาโก ทาโส ชีวกํ โกมารภจฺจํ เอตทโวจ – ‘‘อตฺถิ เม, อาจริย, ชีวิต’’นฺติ? ‘‘มา, ภเณ กาก, ภายิ, ตฺวํ เจว อโรโค ภวิสฺสสิ ราชา จ. จณฺโฑ โส ราชา ฆาตาเปยฺยาปิ มํ, เตนาหํ น นิวตฺตามี’’ติ ภทฺทวติกํ หตฺถินิกํ กากสฺส นิยฺยาเทตฺวา เยน ราชคหํ เตน ปกฺกามิ. อนุปุพฺเพน เยน ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. ‘‘สุฏฺฐุ, ภเณ ชีวก, อกาสิ ยมฺปิ น นิวตฺโต, จณฺโฑ โส ราชา ฆาตาเปยฺยาปิ ต’’นฺติ. อถ โข ราชา ปชฺโชโต อโรโค สมาโน ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส สนฺติเก ทูตํ ปาเหสิ – ‘‘อาคจฺฉตุ ชีวโก, วรํ ทสฺสามี’’ติ. ‘‘อลํ, อยฺโย [เทว (สฺยา.)], อธิการํ เม เทโว สรตู’’ติ.
ปชฺโชตราชวตฺถุ นิฏฺฐิตํ.
๒๐๘. สิเวยฺยกทุสฺสยุคกถา
๓๓๕. เตน โข ปน สมเยน รญฺโญ ปชฺโชตสฺส สิเวยฺยกํ ทุสฺสยุคํ อุปฺปนฺนํ โหติ – พหูนํ [พหุนฺนํ (สี. สฺยา.)] ทุสฺสานํ พหูนํ ทุสฺสยุคานํ พหูนํ ทุสฺสยุคสตานํ พหูนํ ทุสฺสยุคสหสฺสานํ พหูนํ ทุสฺสยุคสตสหสฺสานํ อคฺคญฺจ เสฏฺฐญฺจ โมกฺขญฺจ อุตฺตมญฺจ ปวรญฺจ. อถ โข ราชา ปชฺโชโต ตํ สิเวยฺยกํ ทุสฺสยุคํ ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส ปาเหสิ. อถ โข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อิทํ โข เม สิเวยฺยกํ ทุสฺสยุคํ รญฺญา ปชฺโชเตน ปหิตํ – พหูนํ ทุสฺสานํ พหูนํ ทุสฺสยุคานํ พหูนํ ทุสฺสยุคสตานํ พหูนํ ทุสฺสยุคสหสฺสานํ พหูนํ ทุสฺสยุคสตสหสฺสานํ อคฺคญฺจ เสฏฺฐญฺจ โมกฺขญฺจ อุตฺตมญฺจ ปวรญฺจ. นยิทํ อญฺโญ โกจิ ปจฺจารหติ อญฺญตฺร เตน ภควตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน, รญฺญา วา มาคเธน เสนิเยน พิมฺพิสาเรนา’’ติ.
สิเวยฺยกทุสฺสยุคกถา นิฏฺฐิตา.
๒๐๙. สมตฺตึสวิเรจนกถา
๓๓๖. เตน โข ปน สมเยน ภควโต กาโย โทสาภิสนฺโน โหติ. อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ – ‘‘โทสาภิสนฺโน โข, อานนฺท, ตถาคตสฺส กาโย. อิจฺฉติ ตถาคโต วิเรจนํ ปาตุ’’นฺติ. อถ โข อายสฺมา อานนฺโท เยน ชีวโก โกมารภจฺโจ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ชีวกํ โกมารภจฺจํ เอตทโวจ – ‘‘โทสาภิสนฺโน โข, อาวุโส ชีวก, ตถาคตสฺส กาโย. อิจฺฉติ ตถาคโต วิเรจนํ ปาตุ’’นฺติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต อานนฺท, ภควโต กายํ กติปาหํ สิเนเหถา’’ติ. อถ โข อายสฺมา อานนฺโท ภควโต กายํ กติปาหํ สิเนเหตฺวา เยน ชีวโก โกมารภจฺโจ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ชีวกํ โกมารภจฺจํ เอตทโวจ – ‘‘สินิทฺโธ โข, อาวุโส ชีวก, ตถาคตสฺส กาโย. ยสฺส ทานิ กาลํ มญฺญสี’’ติ. อถ โข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส เอตทโหสิ – ‘‘น โข เมตํ ปติรูปํ โยหํ ภควโต โอฬาริกํ วิเรจนํ ทเทยฺย’’นฺติ. ตีณิ อุปฺปลหตฺถานิ นานาเภสชฺเชหิ ปริภาเวตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา เอกํ อุปฺปลหตฺถํ ภควโต อุปนาเมสิ – ‘‘อิมํ, ภนฺเต, ภควา ปฐมํ อุปฺปลหตฺถํ อุปสิงฺฆตุ. อิทํ ภควนฺตํ ทสกฺขตฺตุํ วิเรเจสฺสตี’’ติ. ทุติยํ อุปฺปลหตฺถํ ภควโต อุปนาเมสิ – ‘‘อิมํ, ภนฺเต, ภควา ทุติยํ อุปฺปลหตฺถํ อุปสิงฺฆตุ. อิทํ ภควนฺตํ ทสกฺขตฺตุํ วิเรเจสฺสตี’’ติ. ตติยํ อุปฺปลหตฺถํ ภควโต อุปนาเมสิ – ‘‘อิมํ, ภนฺเต, ภควา ตติยํ อุปฺปลหตฺถํ อุปสิงฺฆตุ. อิทํ ภควนฺตํ ทสกฺขตฺตุํ วิเรเจสฺสตี’’ติ. เอวํ ภควโต สมตฺตึสาย วิเรจนํ ภวิสฺสตีติ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ภควโต สมตฺตึสาย วิเรจนํ ทตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. อถ โข ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส พหิ ทฺวารโกฏฺฐกา นิกฺขนฺตสฺส เอตทโหสิ – ‘‘มยา โข ภควโต สมตฺตึสาย วิเรจนํ ทินฺนํ. โทสาภิสนฺโน ตถาคตสฺส กาโย. น ภควนฺตํ สมตฺตึสกฺขตฺตุํ วิเรเจสฺสติ, เอกูนตฺตึสกฺขตฺตุํ ภควนฺตํ วิเรเจสฺสติ. อปิ จ, ภควา วิริตฺโต นหายิสฺสติ. นหาตํ ภควนฺตํ สกึ วิเรเจสฺสติ. เอวํ ภควโต สมตฺตึสาย วิเรจนํ ภวิสฺสตี’’ติ.
อถ โข ภควา ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ – ‘‘อิธานนฺท, ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส พหิ ทฺวารโกฏฺฐกา นิกฺขนฺตสฺส เอตทโหสิ – ‘มยา โข ภควโต สมตฺตึสาย วิเรจนํ ทินฺนํ. โทสาภิสนฺโน ตถาคตสฺส กาโย. น ภควนฺตํ สมตึสกฺขตฺตุํ วิเรเจสฺสติ, เอกูนตึสกฺขตฺตุํ ภควนฺตํ วิเรเจสฺสติ. อปิ จ, ภควา วิริตฺโต นหายิสฺสติ. นหาตํ ภควนฺตํ สกึ วิเรเจสฺสติ. เอวํ ภควโต สมตฺตึสาย วิเรจนํ ภวิสฺสตี’ติ. เตน หานนฺท, อุโณฺหทกํ ปฏิยาเทหี’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข อายสฺมา อานนฺโท ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา อุโณฺหทกํ ปฏิยาเทสิ.
อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘วิริตฺโต, ภนฺเต, ภควา’’ติ? ‘‘วิริตฺโตมฺหิ, ชีวกา’’ติ. อิธ มยฺหํ, ภนฺเต, พหิ ทฺวารโกฏฺฐกา นิกฺขนฺตสฺส เอตทโหสิ – ‘‘มยา โข ภควโต สมตฺตึสาย วิเรจนํ ทินฺนํ. โทสาภิสนฺโน ตถาคตสฺส กาโย. น ภควนฺตํ สมตฺตึสกฺขตฺตุํ วิเรเจสฺสติ, เอกูนตฺตึสกฺขตฺตุํ ภควนฺตํ วิเรเจสฺสติ. อปิ จ, ภควา วิริตฺโต นหายิสฺสติ. นหาตํ ภควนฺตํ สกึ วิเรเจสฺสติ. เอวํ ภควโต สมตฺตึสาย วิเรจนํ ภวิสฺสตี’’ติ. นหายตุ, ภนฺเต, ภควา, นหายตุ สุคโตติ. อถ โข ภควา อุโณฺหทกํ นหายิ. นหาตํ ภควนฺตํ สกึ วิเรเจสิ. เอวํ ภควโต สมตฺตึสาย วิเรจนํ อโหสิ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ยาว, ภนฺเต, ภควโต กาโย ปกตตฺโต โหติ, อลํ [อหํ ตาว ยูสปิณฺฏปาเตนาติ (สี.), อลํ ยูสปิณฺฏเกนาติ (สฺยา.)] ยูสปิณฺฑปาเตนา’’ติ.
สมตฺตึสวิเรจนกถา นิฏฺฐิตา.
๒๑๐. วรยาจนากถา
๓๓๗. อถ โข ภควโต กาโย นจิรสฺเสว ปกตตฺโต อโหสิ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ตํ สิเวยฺยกํ ทุสฺสยุคํ อาทาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘เอกาหํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ วรํ ยาจามี’’ติ. ‘‘อติกฺกนฺตวรา โข, ชีวก, ตถาคตา’’ติ. ‘‘ยญฺจ, ภนฺเต, กปฺปติ ยญฺจ อนวชฺช’’นฺติ. ‘‘วเทหิ, ชีวกา’’ติ. ‘‘ภควา, ภนฺเต, ปํสุกูลิโก, ภิกฺขุสงฺโฆ จ. อิทํ เม, ภนฺเต, สิเวยฺยกํ ทุสฺสยุคํ รญฺญา ปชฺโชเตน ปหิตํ – พหูนํ ทุสฺสานํ พหูนํ ทุสฺสยุคานํ พหูนํ ทุสฺสยุคสตานํ พหูนํ ทุสฺสยุคสหสฺสานํ พหูนํ ทุสฺสยุคสตสหสฺสานํ อคฺคญฺจ เสฏฺฐญฺจ โมกฺขญฺจ อุตฺตมญฺจ ปวรญฺจ. ปฏิคฺคณฺหาตุ เม, ภนฺเต, ภควา สิเวยฺยกํ ทุสฺสยุคํ; ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ คหปติจีวรํ อนุชานาตู’’ติ. ปฏิคฺคเหสิ ภควา สิเวยฺยกํ ทุสฺสยุคํ. อถ โข ภควา ชีวกํ โกมารภจฺจํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ภควตา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิโต สมาทปิโต สมุตฺเตชิโต สมฺปหํสิโต อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คหปติจีวรํ. โย อิจฺฉติ, ปํสุกูลิโก โหตุ. โย อิจฺฉติ, คหปติจีวรํ สาทิยตุ. อิตรีตเรนปาหํ [ปหํ (สี.), จาหํ (สฺยา.)], ภิกฺขเว, สนฺตุฏฺฐึ วณฺเณมี’’ติ.
อสฺโสสุํ โข ราชคเห มนุสฺสา – ‘‘ภควตา กิร ภิกฺขูนํ คหปติจีวรํ อนุญฺญาต’’นฺติ. เต จ มนุสฺสา หฏฺฐา อเหสุํ อุทคฺคา ‘‘อิทานิ โข มยํ ทานานิ ทสฺสาม ปุญฺญานิ กริสฺสาม, ยโต ภควตา ภิกฺขูนํ คหปติจีวรํ อนุญฺญาต’’นฺติ. เอกาเหเนว ราชคเห พหูนิ จีวรสหสฺสานิ อุปฺปชฺชึสุ.
อสฺโสสุํ โข ชานปทา มนุสฺสา – ‘‘ภควตา กิร ภิกฺขูนํ คหปติจีวรํ อนุญฺญาต’’นฺติ. เต จ มนุสฺสา หฏฺฐา อเหสุํ อุทคฺคา – ‘‘อิทานิ โข มยํ ทานานิ ทสฺสาม ปุญฺญานิ กริสฺสาม, ยโต ภควตา ภิกฺขูนํ คหปติจีวรํ อนุญฺญาต’’นฺติ. ชนปเทปิ เอกาเหเนว พหูนิ จีวรสหสฺสานิ อุปฺปชฺชึสุ.
เตน โข ปน สมเยน สงฺฆสฺส ปาวาโร อุปฺปนฺโน โหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปาวารนฺติ.
โกเสยฺยปาวาโร อุปฺปนฺโน โหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, โกเสยฺยปาวารนฺติ.
โกชวํ อุปฺปนฺนํ โหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, โกชวนฺติ.
วรยาจนากถา นิฏฺฐิตา.
ปฐมภาณวาโร นิฏฺฐิโต.
๒๑๑. กมฺพลานุชานนาทิกถา
๓๓๘. เตน โข ปน สมเยน กาสิราชา ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส อฑฺฒกาสิกํ กมฺพลํ ปาเหสิ อุปฑฺฒกาสินํ ขมมานํ. อถ โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ตํ อฑฺฒกาสิกํ กมฺพลํ อาทาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อยํ เม, ภนฺเต, อฑฺฒกาสิโก กมฺพโล กาสิรญฺญา ปหิโต อุปฑฺฒกาสินํ ขมมาโน. ปฏิคฺคณฺหาตุ เม, ภนฺเต, ภควา กมฺพลํ, ยํ มมสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ. ปฏิคฺคเหสิ ภควา กมฺพลํ. อถ โข ภควา ชีวกํ โกมารภจฺจํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ…เป… ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, กมฺพล’’นฺติ.
๓๓๙. เตน โข ปน สมเยน สงฺฆสฺส อุจฺจาวจานิ จีวรานิ อุปฺปนฺนานิ โหนฺติ. อถ โข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ – ‘‘กึ นุ โข ภควตา จีวรํ อนุญฺญาตํ, กึ อนนุญฺญาต’’นฺติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฉ จีวรานิ – โขมํ กปฺปาสิกํ โกเสยฺยํ กมฺพลํ สาณํ ภงฺคนฺติ.
๓๔๐. เตน โข ปน สมเยน เย เต ภิกฺขู คหปติจีวรํ สาทิยนฺติ เต กุกฺกุจฺจายนฺตา ปํสุกูลํ น สาทิยนฺติ – เอกํเยว ภควตา จีวรํ อนุญฺญาตํ, น เทฺวติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คหปติจีวรํ สาทิยนฺเตน ปํสุกูลมฺปิ สาทิยิตุํ; ตทุภเยนปาหํ, ภิกฺขเว, สนฺตุฏฺฐึ วณฺเณมีติ.
กมฺพลานุชานนาทิกถา นิฏฺฐิตา.
๒๑๒. ปํสุกูลปริเยสนกถา
๓๔๑. เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู โกสเลสุ ชนปเท อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนา โหนฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู สุสานํ โอกฺกมึสุ ปํสุกูลาย, เอกจฺเจ ภิกฺขู นาคเมสุํ. เย เต ภิกฺขู สุสานํ โอกฺกมึสุ ปํสุกูลาย เต ปํสุกูลานิ ลภึสุ. เย เต ภิกฺขู นาคเมสุํ เต เอวมาหํสุ – ‘‘อมฺหากมฺปิ, อาวุโส, ภาคํ เทถา’’ติ. เต เอวมาหํสุ – ‘‘น มยํ, อาวุโส, ตุมฺหากํ ภาคํ ทสฺสาม. กิสฺส ตุเมฺห นาคมิตฺถา’’ติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, นาคเมนฺตานํ นากามา ภาคํ ทาตุนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู โกสเลสุ ชนปเท อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนา โหนฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู สุสานํ โอกฺกมึสุ ปํสุกูลาย, เอกจฺเจ ภิกฺขู อาคเมสุํ. เย เต ภิกฺขู สุสานํ โอกฺกมึสุ ปํสุกูลาย เต ปํสุกูลานิ ลภึสุ. เย เต ภิกฺขู อาคเมสุํ เต เอวมาหํสุ – ‘‘อมฺหากมฺปิ, อาวุโส, ภาคํ เทถา’’ติ. เต เอวมาหํสุ – ‘‘น มยํ, อาวุโส, ตุมฺหากํ ภาคํ ทสฺสาม. กิสฺส ตุเมฺห น โอกฺกมิตฺถา’’ติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อาคเมนฺตานํ อกามา ภาคํ ทาตุนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู โกสเลสุ ชนปเท อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนา โหนฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู ปฐมํ สุสานํ โอกฺกมึสุ ปํสุกูลาย, เอกจฺเจ ภิกฺขู ปจฺฉา โอกฺกมึสุ. เย เต ภิกฺขู ปฐมํ สุสานํ โอกฺกมึสุ ปํสุกูลาย เต ปํสุกูลานิ ลภึสุ. เย เต ภิกฺขู ปจฺฉา โอกฺกมึสุ เต น ลภึสุ. เต เอวมาหํสุ – ‘‘อมฺหากมฺปิ, อาวุโส, ภาคํ เทถา’’ติ. เต เอวมาหํสุ – ‘‘น มยํ, อาวุโส, ตุมฺหากํ ภาคํ ทสฺสาม. กิสฺส ตุเมฺห ปจฺฉา โอกฺกมิตฺถา’’ติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปจฺฉา โอกฺกนฺตานํ นากามา ภาคํ ทาตุนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู โกสเลสุ ชนปเท อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนา โหนฺติ. เต สทิสา สุสานํ โอกฺกมึสุ ปํสุกูลาย. เอกจฺเจ ภิกฺขู ปํสุกูลานิ ลภึสุ, เอกจฺเจ ภิกฺขู น ลภึสุ. เย เต ภิกฺขู น ลภึสุ, เต เอวมาหํสุ – ‘‘อมฺหากมฺปิ, อาวุโส, ภาคํ เทถา’’ติ. เต เอวมาหํสุ – ‘‘น มยํ, อาวุโส, ตุมฺหากํ ภาคํ ทสฺสาม. กิสฺส ตุเมฺห น ลภิตฺถา’’ติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สทิสานํ โอกฺกนฺตานํ อกามา ภาคํ ทาตุนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู โกสเลสุ ชนปเท อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนา โหนฺติ. เต กติกํ กตฺวา สุสานํ โอกฺกมึสุ ปํสุกูลาย. เอกจฺเจ ภิกฺขู ปํสุกูลานิ ลภึสุ, เอกจฺเจ ภิกฺขู น ลภึสุ. เย เต ภิกฺขู น ลภึสุ เต เอวมาหํสุ – ‘‘อมฺหากมฺปิ, อาวุโส, ภาคํ เทถา’’ติ. เต เอวมาหํสุ – ‘‘น มยํ, อาวุโส, ตุมฺหากํ ภาคํ ทสฺสาม. กิสฺส ตุเมฺห น ลภิตฺถา’’ติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, กติกํ กตฺวา โอกฺกนฺตานํ อกามา ภาคํ ทาตุนฺติ.
ปํสุกูลปริเยสนกถา นิฏฺฐิตา.
๒๑๓. จีวรปฏิคฺคาหกสมฺมุติกถา
๓๔๒. เตน โข ปน สมเยน มนุสฺสา จีวรํ อาทาย อารามํ อาคจฺฉนฺติ. เต ปฏิคฺคาหกํ อลภมานา ปฏิหรนฺติ. จีวรํ ปริตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ ภิกฺขุํ จีวรปฏิคฺคาหกํ สมฺมนฺนิตุํ – โย น ฉนฺทาคตึ คจฺเฉยฺย, น โทสาคตึ คจฺเฉยฺย, น โมหาคตึ คจฺเฉยฺย, น ภยาคตึ คจฺเฉยฺย, คหิตาคหิตญฺจ ชาเนยฺย. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, สมฺมนฺนิตพฺโพ. ปฐมํ ภิกฺขุ ยาจิตพฺโพ; ยาจิตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ –
‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวรปฏิคฺคาหกํ สมฺมนฺเนยฺย. เอสา ญตฺติ.
‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวรปฏิคฺคาหกํ สมฺมนฺนติ. ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน จีวรปฏิคฺคาหกสฺส สมฺมุติ, โส ตุณฺหสฺส; ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย.
‘‘สมฺมโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ จีวรปฏิคฺคาหโก. ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ.
เตน โข ปน สมเยน จีวรปฏิคฺคาหกา ภิกฺขู จีวรํ ปฏิคฺคเหตฺวา ตตฺเถว อุชฺฌิตฺวา ปกฺกมนฺติ. จีวรํ นสฺสติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ ภิกฺขุํ จีวรนิทหกํ สมฺมนฺนิตุํ – โย น ฉนฺทาคตึ คจฺเฉยฺย, น โทสาคตึ คจฺเฉยฺย, น โมหาคตึ คจฺเฉยฺย, น ภยาคตึ คจฺเฉยฺย, นิหิตานิหิตญฺจ ชาเนยฺย. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, สมฺมนฺนิตพฺโพ. ปฐมํ ภิกฺขุ ยาจิตพฺโพ; ยาจิตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ –
‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวรนิทหกํ สมฺมนฺเนยฺย. เอสา ญตฺติ. ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวรนิทหกํ สมฺมนฺนติ. ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน จีวรนิทหกสฺส สมฺมุติ, โส ตุณฺหสฺส; ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย.
‘‘สมฺมโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ จีวรนิทหโก. ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ.
จีวรปฏิคฺคาหกสมฺมุติกถา นิฏฺฐิตา.
๒๑๔. ภณฺฑาคารสมฺมุติอาทิกถา
๓๔๓. เตน โข ปน สมเยน จีวรนิทหโก ภิกฺขุ มณฺฑเปปิ รุกฺขมูเลปิ นิพฺพโกเสปิ จีวรํ นิทหติ, อุนฺทูเรหิปิ อุปจิกาหิปิ ขชฺชนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ภณฺฑาคารํ สมฺมนฺนิตุํ, ยํ สงฺโฆ อากงฺขติ วิหารํ วา อฑฺฒโยคํ วา ปาสาทํ วา หมฺมิยํ วา คุหํ วา. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, สมฺมนฺนิตพฺโพ. พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ –
‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ วิหารํ ภณฺฑาคารํ สมฺมนฺเนยฺย. เอสา ญตฺติ.
‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ วิหารํ ภณฺฑาคารํ สมฺมนฺนติ. ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส วิหารสฺส ภณฺฑาคารสฺส สมฺมุติ, โส ตุณฺหสฺส; ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย.
‘‘สมฺมโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม วิหาโร ภณฺฑาคารํ. ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ.
เตน โข ปน สมเยน สงฺฆสฺส ภณฺฑาคาเร จีวรํ อคุตฺตํ โหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ ภิกฺขุํ ภณฺฑาคาริกํ สมฺมนฺนิตุํ – โย น ฉนฺทาคตึ คจฺเฉยฺย, น โทสาคตึ คจฺเฉยฺย, น โมหาคตึ คจฺเฉยฺย, น ภยาคตึ คจฺเฉยฺย, คุตฺตาคุตฺตญฺจ ชาเนยฺย. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, สมฺมนฺนิตพฺโพ. ปฐมํ ภิกฺขุ ยาจิตพฺโพ; ยาจิตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ –
‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ ภณฺฑาคาริกํ สมฺมนฺเนยฺย. เอสา ญตฺติ.
‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ ภณฺฑาคาริกํ สมฺมนฺนติ. ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ภณฺฑาคาริกสฺส สมฺมุติ, โส ตุณฺหสฺส; ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย.
‘‘สมฺมโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ ภณฺฑาคาริโก. ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ.
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ภณฺฑาคาริกํ วุฏฺฐาเปนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น, ภิกฺขเว, ภณฺฑาคาริโก วุฏฺฐาเปตพฺโพ. โย วุฏฺฐาเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ.
เตน โข ปน สมเยน สงฺฆสฺส ภณฺฑาคาเร จีวรํ อุสฺสนฺนํ โหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สมฺมุขีภูเตน สงฺเฆน ภาเชตุนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน สงฺโฆ จีวรํ ภาเชนฺโต โกลาหลํ อกาสิ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ ภิกฺขุํ จีวรภาชกํ สมฺมนฺนิตุํ – โย น ฉนฺทาคตึ คจฺเฉยฺย, น โทสาคตึ คจฺเฉยฺย, น โมหาคตึ คจฺเฉยฺย, น ภยาคตึ คจฺเฉยฺย, ภาชิตาภาชิตญฺจ ชาเนยฺย. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, สมฺมนฺนิตพฺโพ. ปฐมํ ภิกฺขุ ยาจิตพฺโพ; ยาจิตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ –
‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวรภาชกํ สมฺมนฺเนยฺย. เอสา ญตฺติ.
‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวรภาชกํ สมฺมนฺนติ. ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน จีวรภาชกสฺส สมฺมุติ, โส ตุณฺหสฺส; ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย.
‘‘สมฺมโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ จีวรภาชโก. ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ.
อถ โข จีวรภาชกานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ – ‘‘กถํ นุ โข จีวรํ ภาเชตพฺพ’’นฺติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปฐมํ อุจฺจินิตฺวา ตุลยิตฺวา วณฺณาวณฺณํ กตฺวา ภิกฺขู คเณตฺวา วคฺคํ พนฺธิตฺวา จีวรปฏิวีสํ ฐเปตุนฺติ.
อถ โข จีวรภาชกานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ – ‘‘กถํ นุ โข สามเณรานํ จีวรปฏิวีโส ทาตพฺโพ’’ติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สามเณรานํ อุปฑฺฒปฏิวีสํ ทาตุนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ สเกน ภาเคน อุตฺตริตุกาโม โหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อุตฺตรนฺตสฺส สกํ ภาคํ ทาตุนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ อติเรกภาเคน อุตฺตริตุกาโม โหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อนุกฺเขเป ทินฺเน อติเรกภาคํ ทาตุนฺติ.
อถ โข จีวรภาชกานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ – ‘‘กถํ นุ โข จีวรปฏิวีโส ทาตพฺโพ, อาคตปฏิปาฏิยา [อาคตาคตปฏิปาฏิยา (ก.)] นุ โข อุทาหุ ยถาวุฑฺฒ’’นฺติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วิกลเก โตเสตฺวา กุสปาตํ กาตุนฺติ.
ภณฺฑาคารสมฺมุติอาทิกถา นิฏฺฐิตา.
๒๑๕. จีวรรชนกถา
๓๔๔. เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ฉกเณนปิ ปณฺฑุมตฺติกายปิ จีวรํ รชนฺติ. จีวรํ ทุพฺพณฺณํ โหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฉ รชนานิ – มูลรชนํ, ขนฺธรชนํ, ตจรชนํ, ปตฺตรชนํ, ปุปฺผรชนํ, ผลรชนนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู สีตุทกาย [สีตุนฺทิกาย (สี.), สีตูทกาย (สฺยา.)] จีวรํ รชนฺติ. จีวรํ ทุคฺคนฺธํ โหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, รชนํ ปจิตุํ จุลฺลํ รชนกุมฺภินฺติ. รชนํ อุตฺตริยติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อุตฺตราฬุมฺปํ [อุตฺตราฬุปํ (โยชนา), อุตฺตราฬุปํ (สฺยา.)] พนฺธิตุนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู น ชานนฺติ รชนํ ปกฺกํ วา อปกฺกํ วา. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อุทเก วา นขปิฏฺฐิกาย วา เถวกํ ทาตุนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู รชนํ โอโรเปนฺตา กุมฺภึ อาวิญฺฉนฺติ [อาวิญฺชนฺติ (สี.), อาวฏฺฏนฺติ (สฺยา.)]. กุมฺภี ภิชฺชติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, รชนุฬุงฺกํ [รชนาฬุงฺกํ (โยชนา)] ทณฺฑกถาลกนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขูนํ รชนภาชนํ น สํวิชฺชติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, รชนโกลมฺพํ รชนฆฏนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ปาติยาปิ ปตฺเตปิ จีวรํ โอมทฺทนฺติ. จีวรํ ปริภิชฺชติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, รชนโทณิกนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ฉมาย จีวรํ ปตฺถรนฺติ. จีวรํ ปํสุกิตํ โหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติณสนฺถารกนฺติ.
ติณสนฺถารโก อุปจิกาหิ ขชฺชติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, จีวรวํสํ จีวรรชฺชุนฺติ.
มชฺเฌน ลคฺเคนฺติ. รชนํ อุภโต คลติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, กณฺเณ พนฺธิตุนฺติ.
กณฺโณ ชีรติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, กณฺณสุตฺตกนฺติ.
รชนํ เอกโต คลติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สมฺปริวตฺตกํ สมฺปริวตฺตกํ รเชตุํ, น จ อจฺฉินฺเน เถเว ปกฺกมิตุนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน จีวรํ ปตฺถินฺนํ โหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อุทเก โอสาเรตุนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน จีวรํ ผรุสํ โหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปาณินา อาโกเฏตุนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อจฺฉินฺนกานิ จีวรานิ ธาเรนฺติ ทนฺตกาสาวานิ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – เสยฺยถาปิ นาม [เสยฺยถาปิ (?)] คิหี กามโภคิโนติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น, ภิกฺขเว, อจฺฉินฺนกานิ จีวรานิ ธาเรตพฺพานิ. โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ.
จีวรรชนกถา นิฏฺฐิตา.
๒๑๖. ฉินฺนกจีวรานุชานนา
๓๔๕. อถ โข ภควา ราชคเห ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน ทกฺขิณาคิริ เตน จาริกํ ปกฺกามิ. อทฺทสา โข ภควา มคธเขตฺตํ อจฺฉิพทฺธํ [อจฺจิพทฺธํ (สี. สฺยา.), อจฺฉิพนฺธํ (ก.)] ปาฬิพทฺธํ มริยาทพทฺธํ สิงฺฆาฏกพทฺธํ, ทิสฺวาน อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ – ‘‘ปสฺสสิ โน ตฺวํ, อานนฺท, มคธเขตฺตํ อจฺฉิพทฺธํ ปาฬิพทฺธํ มริยาทพทฺธํ สิงฺฆาฏกพทฺธ’’นฺติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อุสฺสหสิ ตฺวํ, อานนฺท, ภิกฺขูนํ เอวรูปานิ จีวรานิ สํวิทหิตุ’’นฺติ? ‘‘อุสฺสหามิ, ภควา’’ติ. อถ โข ภควา ทกฺขิณาคิริสฺมึ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา ปุนเทว ราชคหํ ปจฺจาคญฺฉิ. อถ โข อายสฺมา อานนฺโท สมฺพหุลานํ ภิกฺขูนํ จีวรานิ สํวิทหิตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ปสฺสตุ เม [ปสฺสถ ตุเมฺห (ก.)], ภนฺเต, ภควา จีวรานิ สํวิทหิตานี’’ติ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ปณฺฑิโต, ภิกฺขเว, อานนฺโท; มหาปญฺโญ, ภิกฺขเว, อานนฺโท; ยตฺร หิ นาม มยา สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ อาชานิสฺสติ, กุสิมฺปิ นาม กริสฺสติ, อฑฺฒกุสิมฺปิ นาม กริสฺสติ, มณฺฑลมฺปิ นาม กริสฺสติ, อฑฺฒมณฺฑลมฺปิ นาม กริสฺสติ, วิวฏฺฏมฺปิ นาม กริสฺสติ, อนุวิวฏฺฏมฺปิ นาม กริสฺสติ, คีเวยฺยกมฺปิ นาม กริสฺสติ, ชงฺเฆยฺยกมฺปิ นาม กริสฺสติ, พาหนฺตมฺปิ นาม กริสฺสติ, ฉินฺนกํ ภวิสฺสติ, สตฺถลูขํ สมณสารุปฺปํ ปจฺจตฺถิกานญฺจ อนภิจฺฉิตํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฉินฺนกํ สงฺฆาฏึ ฉินฺนกํ อุตฺตราสงฺคํ ฉินฺนกํ อนฺตรวาสก’’นฺติ.
ฉินฺนกจีวรานุชานนา นิฏฺฐิตา.
๒๑๗. ติจีวรานุชานนา
๓๔๖. อถ โข ภควา ราชคเห ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน เวสาลี เตน จาริกํ ปกฺกามิ. อทฺทส โข ภควา อนฺตรา จ ราชคหํ อนฺตรา จ เวสาลึ อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน สมฺพหุเล ภิกฺขู จีวเรหิ อุพฺภณฺฑิเต [อุพฺภณฺฑีกเต (สฺยา.)] สีเสปิ จีวรภิสึ กริตฺวา ขนฺเธปิ จีวรภิสึ กริตฺวา กฏิยาปิ จีวรภิสึ กริตฺวา อาคจฺฉนฺเต, ทิสฺวาน ภควโต เอตทโหสิ – ‘‘อติลหุํ โข อิเม โมฆปุริสา จีวเร พาหุลฺลาย อาวตฺตา. ยํนูนาหํ ภิกฺขูนํ จีวเร สีมํ พนฺเธยฺยํ, มริยาทํ ฐเปยฺย’’นฺติ. อถ โข ภควา อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน เวสาลี ตทวสริ. ตตฺร สุทํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ โคตมเก เจติเย. เตน โข ปน สมเยน ภควา สีตาสุ เหมนฺติกาสุ รตฺตีสุ อนฺตรฏฺฐกาสุ หิมปาตสมเย รตฺตึ อชฺโฌกาเส เอกจีวโร นิสีทิ. น ภควนฺตํ สีตํ อโหสิ. นิกฺขนฺเต ปฐเม ยาเม สีตํ ภควนฺตํ อโหสิ. ทุติยํ ภควา จีวรํ ปารุปิ. น ภควนฺตํ สีตํ อโหสิ. นิกฺขนฺเต มชฺฌิเม ยาเม สีตํ ภควนฺตํ อโหสิ. ตติยํ ภควา จีวรํ ปารุปิ. น ภควนฺตํ สีตํ อโหสิ. นิกฺขนฺเต ปจฺฉิเม ยาเม อุทฺธสฺเต อรุเณ นนฺทิมุขิยา รตฺติยา สีตํ ภควนฺตํ อโหสิ. จตุตฺถํ ภควา จีวรํ ปารุปิ. น ภควนฺตํ สีตํ อโหสิ. อถ โข ภควโต เอตทโหสิ – ‘‘เยปิ โข เต กุลปุตฺตา อิมสฺมึ ธมฺมวินเย สีตาลุกา สีตภีรุกา เตปิ สกฺโกนฺติ ติจีวเรน ยาเปตุํ. ยํนูนาหํ ภิกฺขูนํ จีวเร สีมํ พนฺเธยฺยํ, มริยาทํ ฐเปยฺยํ, ติจีวรํ อนุชาเนยฺย’’นฺติ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, อนฺตรา จ ราชคหํ อนฺตรา จ เวสาลึ อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน อทฺทสํ สมฺพหุเล ภิกฺขู จีวเรหิ อุพฺภณฺฑิเต สีเสปิ จีวรภิสึ กริตฺวา ขนฺเธปิ จีวรภิสึ กริตฺวา กฏิยาปิ จีวรภิสึ กริตฺวา อาคจฺฉนฺเต, ทิสฺวาน เม เอตทโหสิ – ‘อติลหุํ โข อิเม โมฆปุริสา จีวเร พาหุลฺลาย อาวตฺตา. ยํนูนาหํ ภิกฺขูนํ จีวเร สีมํ พนฺเธยฺยํ, มริยาทํ ฐเปยฺย’นฺติ. อิธาหํ, ภิกฺขเว, สีตาสุ เหมนฺติกาสุ รตฺตีสุ อนฺตรฏฺฐกาสุ หิมปาตสมเย รตฺตึ อชฺโฌกาเส เอกจีวโร นิสีทึ. น มํ สีตํ อโหสิ. นิกฺขนฺเต ปฐเม ยาเม สีตํ มํ อโหสิ. ทุติยาหํ จีวรํ ปารุปึ. น มํ สีตํ อโหสิ. นิกฺขนฺเต มชฺฌิเม ยาเม สีตํ มํ อโหสิ. ตติยาหํ จีวรํ ปารุปึ. น มํ สีตํ อโหสิ. นิกฺขนฺเต ปจฺฉิเม ยาเม อุทฺธสฺเต อรุเณ นนฺทิมุขิยา รตฺติยา สีตํ มํ อโหสิ. จตุตฺถาหํ จีวรํ ปารุปึ. น มํ สีตํ อโหสิ. ตสฺส มยฺหํ, ภิกฺขเว, เอตทโหสิ – ‘‘เยปิ โข เต กุลปุตฺตา อิมสฺมึ ธมฺมวินเย สีตาลุกา สีตภีรุกา เตปิ สกฺโกนฺติ ติจีวเรน ยาเปตุํ. ยํนูนาหํ ภิกฺขูนํ จีวเร สีมํ พนฺเธยฺยํ, มริยาทํ ฐเปยฺยํ, ติจีวรํ อนุชาเนยฺย’นฺติ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ – ทิคุณํ สงฺฆาฏึ, เอกจฺจิยํ อุตฺตราสงฺคํ, เอกจฺจิยํ อนฺตรวาสก’’นฺติ.
ติจีวรานุชานนา นิฏฺฐิตา.
๒๑๘. อติเรกจีวรกถา
๓๔๗. [ปารา. ๔๖๑] เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ภควตา ติจีวรํ อนุญฺญาตนฺติ อญฺเญเนว ติจีวเรน คามํ ปวิสนฺติ, อญฺเญน ติจีวเรน อาราเม อจฺฉนฺติ, อญฺเญน ติจีวเรน นหานํ โอตรนฺติ. เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘กถญฺหิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อติเรกจีวรํ ธาเรสฺสนฺตี’’ติ. อถ โข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘น, ภิกฺขเว, อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพํ. โย ธาเรยฺย, ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพ’’ติ.
[ปารา. ๔๖๑] เตน โข ปน สมเยน อายสฺมโต อานนฺทสฺส อติเรกจีวรํ อุปฺปนฺนํ โหติ. อายสฺมา จ อานนฺโท ตํ จีวรํ อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ทาตุกาโม โหติ. อายสฺมา จ สาริปุตฺโต สาเกเต วิหรติ. อถ โข อายสฺมโต อานนฺทสฺส เอตทโหสิ – ‘‘ภควตา สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ ‘น อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพ’นฺติ. อิทญฺจ เม อติเรกจีวรํ อุปฺปนฺนํ. อหญฺจิมํ จีวรํ อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ทาตุกาโม. อายสฺมา จ สาริปุตฺโต สาเกเต วิหรติ. กถํ นุ โข มยา ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. ‘‘กีวจิรํ ปนานนฺท, สาริปุตฺโต อาคจฺฉิสฺสตี’’ติ? ‘‘นวมํ วา, ภควา, ทิวสํ, ทสมํ วา’’ติ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตุ’’นฺติ.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขูนํ อติเรกจีวรํ อุปฺปนฺนํ โหติ. อถ โข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ – ‘‘กถํ นุ โข อเมฺหหิ อติเรกจีวเร ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อติเรกจีวรํ วิกปฺเปตุนฺติ.
๓๔๘. อถ โข ภควา เวสาลิยํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน พาราณสี เตน จาริกํ ปกฺกามิ. อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน พาราณสี ตทวสริ. ตตฺร สุทํ ภควา พาราณสิยํ วิหรติ อิสิปตเน มิคทาเย. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน อนฺตรวาสโก ฉิทฺโท โหติ. อถ โข ตสฺส ภิกฺขุโน เอตทโหสิ – ‘‘ภควตา ติจีวรํ อนุญฺญาตํ – ทิคุณา สงฺฆาฏิ, เอกจฺจิโย อุตฺตราสงฺโค, เอกจฺจิโย อนฺตรวาสโก. อยญฺจ เม อนฺตรวาสโก ฉิทฺโท. ยํนูนาหํ อคฺคฬํ อจฺฉุเปยฺยํ, สมนฺตโต ทุปฏฺฏํ ภวิสฺสติ, มชฺเฌ เอกจฺจิย’’นฺติ. อถ โข โส ภิกฺขุ อคฺคฬํ อจฺฉุเปสิ. อทฺทสา โข ภควา เสนาสนจาริกํ อาหิณฺฑนฺโต ตํ ภิกฺขุํ อคฺคฬํ อจฺฉุเปนฺตํ [อจฺฉุปนฺตํ (ก.)], ทิสฺวาน เยน โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ – ‘‘กึ ตฺวํ, ภิกฺขุ, กโรสี’’ติ? ‘‘อคฺคฬํ, ภควา, อจฺฉุเปมี’’ติ. ‘‘สาธุ สาธุ, ภิกฺขุ; สาธุ โข ตฺวํ, ภิกฺขุ, อคฺคฬํ อจฺฉุเปสี’’ติ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อหตานํ ทุสฺสานํ อหตกปฺปานํ ทิคุณํ สงฺฆาฏึ, เอกจฺจิยํ อุตฺตราสงฺคํ, เอกจฺจิยํ อนฺตรวาสกํ; อุตุทฺธฏานํ ทุสฺสานํ จตุคฺคุณํ สงฺฆาฏึ, ทิคุณํ อุตฺตราสงฺคํ, ทิคุณํ อนฺตรวาสกํ; ปํสุกูเล ยาวทตฺถํ; ปาปณิเก อุสฺสาโห กรณีโย. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อคฺคฬํ ตุนฺนํ โอวฏฺฏิกํ กณฺฑุสกํ ทฬฺหีกมฺม’’นฺติ.
อติเรกจีวรกถา นิฏฺฐิตา.
๒๑๙. วิสาขาวตฺถุ
๓๔๙. อถ โข ภควา พาราณสิยํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน สาวตฺถิ เตน จาริกํ ปกฺกามิ. อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน สาวตฺถิ ตทวสริ. ตตฺร สุทํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข วิสาขา มิคารมาตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข วิสาขํ มิคารมาตรํ ภควา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ. อถ โข วิสาขา มิคารมาตา, ภควตา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิตา สมาทปิตา สมุตฺเตชิตา สมฺปหํสิตา, ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อธิวาเสตุ เม, ภนฺเต, ภควา สฺวาตนาย ภตฺตํ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆนา’’ติ. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน. อถ โข วิสาขา มิคารมาตา ภควโต อธิวาสนํ วิทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ.
เตน โข ปน สมเยน ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน จาตุทฺทีปิโก มหาเมโฆ ปาวสฺสิ. อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ยถา, ภิกฺขเว, เชตวเน วสฺสติ เอวํ จตูสุ ทีเปสุ วสฺสติ. โอวสฺสาเปถ, ภิกฺขเว, กายํ. อยํ ปจฺฉิมโก จาตุทฺทีปิโก มหาเมโฆ’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา นิกฺขิตฺตจีวรา กายํ โอวสฺสาเปนฺติ. อถ โข วิสาขา มิคารมาตา ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา ทาสึ อาณาเปสิ – ‘‘คจฺฉ, เช. อารามํ คนฺตฺวา กาลํ อาโรเจหิ – กาโล, ภนฺเต, นิฏฺฐิตํ ภตฺต’’นฺติ. ‘‘เอวํ, อยฺเย’’ติ โข สา ทาสี วิสาขาย มิคารมาตุยา ปฏิสฺสุณิตฺวา อารามํ คนฺตฺวา อทฺทส ภิกฺขู นิกฺขิตฺตจีวเร กายํ โอวสฺสาเปนฺเต, ทิสฺวาน ‘นตฺถิ อาราเม ภิกฺขู, อาชีวกา กายํ โอวสฺสาเปนฺตี’ติ เยน วิสาขา มิคารมาตา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา วิสาขํ มิคารมาตรํ เอตทโวจ – ‘‘นตฺถยฺเย, อาราเม ภิกฺขู, อาชีวกา กายํ โอวสฺสาเปนฺตี’’ติ. อถ โข วิสาขาย มิคารมาตุยา ปณฺฑิตาย วิยตฺตาย เมธาวินิยา เอตทโหสิ – ‘‘นิสฺสํสยํ โข อยฺยา นิกฺขิตฺตจีวรา กายํ โอวสฺสาเปนฺติ. สายํ พาลา มญฺญิตฺถ – นตฺถิ อาราเม ภิกฺขู, อาชีวกา กายํ โอวสฺสาเปนฺตี’’ติ, ปุน ทาสึ อาณาเปสิ – ‘‘คจฺฉ, เช. อารามํ คนฺตฺวา กาลํ อาโรเจหิ – กาโล, ภนฺเต, นิฏฺฐิตํ ภตฺต’’นฺติ. อถ โข เต ภิกฺขู คตฺตานิ สีตึ กริตฺวา [สีตีกริตฺวา (สฺยา.)] กลฺลกายา จีวรานิ คเหตฺวา ยถาวิหารํ ปวิสึสุ. อถ โข สา ทาสี อารามํ คนฺตฺวา ภิกฺขู อปสฺสนฺตี ‘นตฺถิ อาราเม ภิกฺขู, สุญฺโญ อาราโม’ติ เยน วิสาขา มิคารมาตา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา วิสาขํ มิคารมาตรํ เอตทโวจ – ‘‘นตฺถยฺเย, อาราเม ภิกฺขู, สุญฺโญ อาราโม’’ติ. อถ โข วิสาขาย มิคารมาตุยา ปณฺฑิตาย วิยตฺตาย เมธาวินิยา เอตทโหสิ – ‘‘นิสฺสํสยํ โข อยฺยา คตฺตานิ สีตึ กริตฺวา กลฺลกายา จีวรานิ คเหตฺวา ยถาวิหารํ ปวิฏฺฐา. สายํ พาลา มญฺญิตฺถ – นตฺถิ อาราเม ภิกฺขู, สุญฺโญ อาราโม’’ติ, ปุน ทาสึ อาณาเปสิ – ‘‘คจฺฉ, เช. อารามํ คนฺตฺวา กาลํ อาโรเจหิ – กาโล, ภนฺเต, นิฏฺฐิตํ ภตฺต’’นฺติ.
๓๕๐. อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘สนฺทหถ [สนฺนหถ (สี. สฺยา.)], ภิกฺขเว, ปตฺตจีวรํ; กาโล ภตฺตสฺสา’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย – เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมฺมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย, ปสาริตํ วา พาหํ สมิญฺเชยฺย, เอวเมว – เชตวเน อนฺตรหิโต วิสาขาย มิคารมาตุยา โกฏฺฐเก ปาตุรโหสิ. นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน. อถ โข วิสาขา มิคารมาตา – ‘‘อจฺฉริยํ วต โภ! อพฺภุตํ วต โภ! ตถาคตสฺส มหิทฺธิกตา มหานุภาวตา, ยตฺร หิ นาม ชณฺณุกมตฺเตสุปิ โอเฆสุ ปวตฺตมาเนสุ, กฏิมตฺเตสุปิ โอเฆสุ ปวตฺตมาเนสุ, น หิ นาม เอกภิกฺขุสฺสปิ [ปวตฺตมาเนสุ น เอกภิกฺขุสฺสปิ (?)] ปาทา วา จีวรานิ วา อลฺลานิ ภวิสฺสนฺตี’’ติ – หฏฺฐา อุทคฺคา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปตฺวา สมฺปวาเรตฺวา ภควนฺตํ ภุตฺตาวึ โอนีตปตฺตปาณึ เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข วิสาขา มิคารมาตา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อฏฺฐาหํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ วรานิ ยาจามี’’ติ. ‘‘อติกฺกนฺตวรา โข, วิสาเข, ตถาคตา’’ติ. ‘‘ยานิ จ, ภนฺเต, กปฺปิยานิ ยานิ จ อนวชฺชานี’’ติ. ‘‘วเทหิ, วิสาเข’’ติ. ‘‘อิจฺฉามหํ, ภนฺเต, สงฺฆสฺส ยาวชีวํ วสฺสิกสาฏิกํ ทาตุํ, อาคนฺตุกภตฺตํ ทาตุํ, คมิกภตฺตํ ทาตุํ, คิลานภตฺตํ ทาตุํ, คิลานุปฏฺฐากภตฺตํ ทาตุํ, คิลานเภสชฺชํ ทาตุํ, ธุวยาคุํ ทาตุํ, ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส อุทกสาฏิกํ ทาตุ’’นฺติ. ‘‘กึ ปน ตฺวํ, วิสาเข, อตฺถวสํ สมฺปสฺสมานา ตถาคตํ อฏฺฐ วรานิ ยาจสี’’ติ?
‘‘อิธาหํ, ภนฺเต, ทาสึ อาณาเปสึ – ‘คจฺฉ, เช. อารามํ คนฺตฺวา กาลํ อาโรเจหิ – กาโล, ภนฺเต, นิฏฺฐิตํ ภตฺต’’’นฺติ. อถ โข สา, ภนฺเต, ทาสี อารามํ คนฺตฺวา อทฺทส ภิกฺขู นิกฺขิตฺตจีวเร กายํ โอวสฺสาเปนฺเต, ทิสฺวาน ‘‘นตฺถิ อาราเม ภิกฺขู, อาชีวกา กายํ โอวสฺสาเปนฺตี’’ติ เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา มํ เอตทโวจ – ‘‘นตฺถยฺเย, อาราเม ภิกฺขู, อาชีวกา กายํ โอวสฺสาเปนฺตี’’ติ. อสุจิ, ภนฺเต, นคฺคิยํ เชคุจฺฉํ ปฏิกูลํ. อิมาหํ, ภนฺเต, อตฺถวสํ สมฺปสฺสมานา อิจฺฉามิ สงฺฆสฺส ยาวชีวํ วสฺสิกสาฏิกํ ทาตุํ.
‘‘ปุน จปรํ, ภนฺเต, อาคนฺตุโก ภิกฺขุ น วีถิกุสโล น โคจรกุสโล กิลนฺโต ปิณฺฑาย จรติ. โส เม อาคนฺตุกภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา วีถิกุสโล โคจรกุสโล อกิลนฺโต ปิณฺฑาย จริสฺสติ. อิมาหํ, ภนฺเต, อตฺถวสํ สมฺปสฺสมานา อิจฺฉามิ สงฺฆสฺส ยาวชีวํ อาคนฺตุกภตฺตํ ทาตุํ.
‘‘ปุน จปรํ, ภนฺเต, คมิโก ภิกฺขุ อตฺตโน ภตฺตํ ปริเยสมาโน สตฺถา วา วิหายิสฺสติ, ยตฺถ วา วาสํ คนฺตุกาโม ภวิสฺสติ ตตฺถ วิกาเล อุปคจฺฉิสฺสติ, กิลนฺโต อทฺธานํ คมิสฺสติ. โส เม คมิกภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา สตฺถา น วิหายิสฺสติ, ยตฺถ วาสํ คนฺตุกาโม ภวิสฺสติ ตตฺถ กาเล อุปคจฺฉิสฺสติ, อกิลนฺโต อทฺธานํ คมิสฺสติ. อิมาหํ, ภนฺเต, อตฺถวสํ สมฺปสฺสมานา อิจฺฉามิ สงฺฆสฺส ยาวชีวํ คมิกภตฺตํ ทาตุํ.
‘‘ปุน จปรํ, ภนฺเต, คิลานสฺส ภิกฺขุโน สปฺปายานิ โภชนานิ อลภนฺตสฺส อาพาโธ วา อภิวฑฺฒิสฺสติ, กาลํกิริยา วา ภวิสฺสติ. ตสฺส เม คิลานภตฺตํ ภุตฺตสฺส อาพาโธ น อภิวฑฺฒิสฺสติ, กาลํกิริยา น ภวิสฺสติ. อิมาหํ, ภนฺเต, อตฺถวสํ สมฺปสฺสมานา อิจฺฉามิ สงฺฆสฺส ยาวชีวํ คิลานภตฺตํ ทาตุํ. ‘‘ปุน จปรํ, ภนฺเต, คิลานุปฏฺฐาโก ภิกฺขุ อตฺตโน ภตฺตํ ปริเยสมาโน คิลานสฺส อุสฺสูเร ภตฺตํ นีหริสฺสติ, ภตฺตจฺเฉทํ กริสฺสติ. โส เม คิลานุปฏฺฐากภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา คิลานสฺส กาเลน ภตฺตํ นีหริสฺสติ, ภตฺตจฺเฉทํ น กริสฺสติ. อิมาหํ, ภนฺเต, อตฺถวสํ สมฺปสฺสมานา อิจฺฉามิ สงฺฆสฺส ยาวชีวํ คิลานุปฏฺฐากภตฺตํ ทาตุํ.
‘‘ปุน จปรํ, ภนฺเต, คิลานสฺส ภิกฺขุโน สปฺปายานิ เภสชฺชานิ อลภนฺตสฺส อาพาโธ วา อภิวฑฺฒิสฺสติ, กาลํกิริยา วา ภวิสฺสติ. ตสฺส เม คิลานเภสชฺชํ ปริภุตฺตสฺส อาพาโธ น อภิวฑฺฒิสฺสติ, กาลํกิริยา น ภวิสฺสติ. อิมาหํ, ภนฺเต, อตฺถวสํ สมฺปสฺสมานา อิจฺฉามิ สงฺฆสฺส ยาวชีวํ คิลานเภสชฺชํ ทาตุํ.
‘‘ปุน จปรํ, ภนฺเต, ภควตา อนฺธกวินฺเท ทสานิสํเส สมฺปสฺสมาเนน ยาคุ อนุญฺญาตา. ตฺยาหํ, ภนฺเต, อานิสํเส สมฺปสฺสมานา อิจฺฉามิ สงฺฆสฺส ยาวชีวํ ธุวยาคุํ ทาตุํ.
‘‘อิธ, ภนฺเต, ภิกฺขุนิโย อจิรวติยา นทิยา เวสิยาหิ สทฺธึ นคฺคา เอกติตฺเถ นหายนฺติ. ตา, ภนฺเต, เวสิยา ภิกฺขุนิโย อุปฺปณฺเฑสุํ – ‘กึ นุ โข นาม ตุมฺหากํ, อยฺเย, ทหรานํ [ทหรานํ ทหรานํ (สี.)] พฺรหฺมจริยํ จิณฺเณน, นนุ นาม กามา ปริภุญฺชิตพฺพา; ยทา ชิณฺณา ภวิสฺสถ ตทา พฺรหฺมจริยํ จริสฺสถ. เอวํ ตุมฺหากํ อุโภ อตฺถา ปริคฺคหิตา ภวิสฺสนฺตี’ติ. ตา, ภนฺเต, ภิกฺขุนิโย เวสิยาหิ อุปฺปณฺฑิยมานา มงฺกู อเหสุํ. อสุจิ, ภนฺเต, มาตุคามสฺส นคฺคิยํ เชคุจฺฉํ ปฏิกูลํ. อิมาหํ, ภนฺเต, อตฺถวสํ สมฺปสฺสมานา อิจฺฉามิ ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส ยาวชีวํ อุทกสาฏิกํ ทาตุ’’นฺติ.
๓๕๑. ‘‘กึ ปน ตฺวํ, วิสาเข, อานิสํสํ สมฺปสฺสมานา ตถาคตํ อฏฺฐ วรานิ ยาจสี’’ติ? ‘‘อิธ, ภนฺเต, ทิสาสุ วสฺสํวุฏฺฐา ภิกฺขู สาวตฺถึ อาคจฺฉิสฺสนฺติ ภควนฺตํ ทสฺสนาย. เต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิสฺสนฺติ – ‘อิตฺถนฺนาโม, ภนฺเต, ภิกฺขุ กาลงฺกโต, ตสฺส กา คติ โก อภิสมฺปราโย’ติ? ตํ ภควา พฺยากริสฺสติ โสตาปตฺติผเล วา สกทาคามิผเล วา อนาคามิผเล วา อรหตฺเต วา. ตฺยาหํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิสฺสามิ – ‘อาคตปุพฺพา นุ โข, ภนฺเต, เตน อยฺเยน สาวตฺถี’ติ? สเจ เม วกฺขนฺติ – ‘อาคตปุพฺพา เตน ภิกฺขุนา สาวตฺถี’ติ นิฏฺฐเมตฺถ คจฺฉิสฺสามิ – นิสฺสํสยํ เม ปริภุตฺตํ เตน อยฺเยน วสฺสิกสาฏิกา วา อาคนฺตุกภตฺตํ วา คมิกภตฺตํ วา คิลานภตฺตํ วา คิลานุปฏฺฐากภตฺตํ วา คิลานเภสชฺชํ วา ธุวยาคุ วาติ. ตสฺสา เม ตทนุสฺสรนฺติยา ปามุชฺชํ ชายิสฺสติ, ปมุทิตาย ปีติ ชายิสฺสติ, ปีติมนาย กาโย ปสฺสมฺภิสฺสติ, ปสฺสทฺธกายา สุขํ เวทิยิสฺสามิ, สุขินิยา จิตฺตํ สมาธิยิสฺสติ. สา เม ภวิสฺสติ อินฺทฺริยภาวนา พลภาวนา โพชฺฌงฺคภาวนา. อิมาหํ, ภนฺเต, อานิสํสํ สมฺปสฺสมานา ตถาคตํ อฏฺฐ วรานิ ยาจามี’’ติ. ‘‘สาธุ สาธุ, วิสาเข; สาธุ โข ตฺวํ, วิสาเข, อิมํ อานิสํสํ สมฺปสฺสมานา ตถาคตํ อฏฺฐ วรานิ ยาจสิ. อนุชานามิ เต, วิสาเข, อฏฺฐ วรานี’’ติ. อถ โข ภควา วิสาขํ มิคารมาตรํ อิมาหิ คาถาหิ อนุโมทิ –
‘‘ยา อนฺนปานํ ททติปฺปโมทิตา;
สีลูปปนฺนา สุคตสฺส สาวิกา;
ททาติ ทานํ อภิภุยฺย มจฺฉรํ;
โสวคฺคิกํ โสกนุทํ สุขาวหํ.
‘‘ทิพฺพํ สา ลภเต อายุํ [ทิพฺพํ พลํ สา ลภเต จ อายุํ (สี. สฺยา.)];
อาคมฺม มคฺคํ วิรชํ อนงฺคณํ;
สา ปุญฺญกามา สุขินี อนามยา;
สคฺคมฺหิ กายมฺหิ จิรํ ปโมทตี’’ติ.
๓๕๒. อถ โข ภควา วิสาขํ มิคารมาตรํ อิมาหิ คาถาหิ อนุโมทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วสฺสิกสาฏิกํ, อาคนฺตุกภตฺตํ, คมิกภตฺตํ, คิลานภตฺตํ, คิลานุปฏฺฐากภตฺตํ, คิลานเภสชฺชํ, ธุวยาคุํ, ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส อุทกสาฏิก’’นฺติ.
วิสาขาวตฺถุ นิฏฺฐิตํ.
วิสาขาภาณวาโร นิฏฺฐิโต.
๒๒๐. นิสีทนาทิอนุชานนา
๓๕๓. เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ปณีตานิ โภชนานิ ภุญฺชิตฺวา มุฏฺฐสฺสตี อสมฺปชานา นิทฺทํ โอกฺกมนฺติ. เตสํ มุฏฺฐสฺสตีนํ อสมฺปชานานํ นิทฺทํ โอกฺกมนฺตานํ สุปินนฺเตน อสุจิ มุจฺจติ, เสนาสนํ อสุจินา มกฺขิยติ. อถ โข ภควา อายสฺมตา อานนฺเทน ปจฺฉาสมเณน เสนาสนจาริกํ อาหิณฺฑนฺโต อทฺทส เสนาสนํ อสุจินา มกฺขิตํ, ทิสฺวาน อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ – ‘‘กึ เอตํ, อานนฺท, เสนาสนํ มกฺขิต’’นฺติ? ‘‘เอตรหิ, ภนฺเต, ภิกฺขู ปณีตานิ โภชนานิ ภุญฺชิตฺวา มุฏฺฐสฺสตี อสมฺปชานา นิทฺทํ โอกฺกมนฺติ. เตสํ มุฏฺฐสฺสตีนํ อสมฺปชานานํ นิทฺทํ โอกฺกมนฺตานํ สุปินนฺเตน อสุจิ มุจฺจติ; ตยิทํ, ภควา, เสนาสนํ อสุจินา มกฺขิต’’นฺติ. ‘‘เอวเมตํ, อานนฺท, เอวเมตํ, อานนฺท. มุจฺจติ หิ, อานนฺท, มุฏฺฐสฺสตีนํ อสมฺปชานานํ นิทฺทํ โอกฺกมนฺตานํ สุปินนฺเตน อสุจิ. เย เต, อานนฺท, ภิกฺขู อุปฏฺฐิตสฺสตี สมฺปชานา นิทฺทํ โอกฺกมนฺติ, เตสํ อสุจิ น มุจฺจติ. เยปิ เต, อานนฺท, ปุถุชฺชนา กาเมสุ วีตราคา, เตสมฺปิ อสุจิ น มุจฺจติ. อฏฺฐานเมตํ, อานนฺท, อนวกาโส ยํ อรหโต อสุจิ มุจฺเจยฺยา’’ติ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, อานนฺเทน ปจฺฉาสมเณน เสนาสนจาริกํ อาหิณฺฑนฺโต อทฺทสํ เสนาสนํ อสุจินา มกฺขิตํ, ทิสฺวาน อานนฺทํ อามนฺเตสึ ‘กึ เอตํ, อานนฺท, เสนาสนํ มกฺขิต’นฺติ? ‘เอตรหิ, ภนฺเต, ภิกฺขู ปณีตานิ โภชนานิ ภุญฺชิตฺวา มุฏฺฐสฺสตี อสมฺปชานา นิทฺทํ โอกฺกมนฺติ. เตสํ มุฏฺฐสฺสตีนํ อสมฺปชานานํ นิทฺทํ โอกฺกมนฺตานํ สุปินนฺเตน อสุจิ มุจฺจติ; ตยิทํ, ภควา, เสนาสนํ อสุจินา มกฺขิต’นฺติ. ‘เอวเมตํ, อานนฺท, เอวเมตํ, อานนฺท, มุจฺจติ หิ, อานนฺท, มุฏฺฐสฺสตีนํ อสมฺปชานานํ นิทฺทํ โอกฺกมนฺตานํ สุปินนฺเตน อสุจิ. เย เต, อานนฺท, ภิกฺขู อุปฏฺฐิตสฺสตี สมฺปชานา นิทฺทํ โอกฺกมนฺติ, เตสํ อสุจิ น มุจฺจติ. เยปิ เต, อานนฺท, ปุถุชฺชนา กาเมสุ วีตราคา เตสมฺปิ อสุจิ น มุจฺจติ. อฏฺฐานเมตํ, อานนฺท, อนวกาโส ยํ อรหโต อสุจิ มุจฺเจยฺยา’’’ติ.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา มุฏฺฐสฺสติสฺส อสมฺปชานสฺส นิทฺทํ โอกฺกมโต – ทุกฺขํ สุปติ, ทุกฺขํ ปฏิพุชฺฌติ, ปาปกํ สุปินํ ปสฺสติ, เทวตา น รกฺขนฺติ, อสุจิ มุจฺจติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา มุฏฺฐสฺสติสฺส อสมฺปชานสฺส นิทฺทํ โอกฺกมโต.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา อุปฏฺฐิตสฺสติสฺส สมฺปชานสฺส นิทฺทํ โอกฺกมโต – สุขํ สุปติ, สุขํ ปฏิพุชฺฌติ, น ปาปกํ สุปินํ ปสฺสติ, เทวตา รกฺขนฺติ, อสุจิ น มุจฺจติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา อุปฏฺฐิตสฺสติสฺส สมฺปชานสฺส นิทฺทํ โอกฺกมโต.
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, กายคุตฺติยา จีวรคุตฺติยา เสนาสนคุตฺติยา นิสีทน’’นฺติ.
เตน โข ปน สมเยน อติขุทฺทกํ นิสีทนํ น สพฺพํ เสนาสนํ สํโคเปติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ยาวมหนฺตํ ปจฺจตฺถรณํ อากงฺขติ ตาวมหนฺตํ ปจฺจตฺถรณํ กาตุนฺติ.
๓๕๔. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมโต อานนฺทสฺส อุปชฺฌายสฺส อายสฺมโต เพลฏฺฐสีสสฺส ถุลฺลกจฺฉาพาโธ โหติ. ตสฺส ลสิกาย จีวรานิ กาเย ลคฺคนฺติ. ตานิ ภิกฺขู อุทเกน เตเมตฺวา เตเมตฺวา อปกฑฺฒนฺติ. อทฺทสา โข ภควา เสนาสนจาริกํ อาหิณฺฑนฺโต เต ภิกฺขู ตานิ จีวรานิ อุทเกน เตเมตฺวา เตเมตฺวา อปกฑฺฒนฺเต, ทิสฺวาน เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ, อุปงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู เอตทโวจ – ‘‘กึ อิมสฺส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน อาพาโธ’’ติ? ‘‘อิมสฺส, ภนฺเต, อายสฺมโต ถุลฺลกจฺฉาพาโธ. ลสิกาย จีวรานิ กาเย ลคฺคนฺติ. ตานิ มยํ อุทเกน เตเมตฺวา เตเมตฺวา อปกฑฺฒามา’’ติ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ยสฺส กณฺฑุ วา ปิฬกา วา อสฺสาโว วา ถุลฺลกจฺฉุ วา อาพาโธ กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ’’นฺติ.
๓๕๕. อถ โข วิสาขา มิคารมาตา มุขปุญฺฉนโจฬํ [มุขปุญฺชนโจฬํ (ก.)] อาทาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข วิสาขา มิคารมาตา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ปฏิคฺคณฺหาตุ เม, ภนฺเต, ภควา มุขปุญฺฉนโจฬํ, ยํ มมสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ. ปฏิคฺคเหสิ ภควา มุขปุญฺฉนโจฬํ. อถ โข ภควา วิสาขํ มิคารมาตรํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ. อถ โข วิสาขา มิคารมาตา ภควตา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิตา สมาทปิตา สมุตฺเตชิตา สมฺปหํสิตา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, มุขปุญฺฉนโจฬก’’นฺติ [มุขปุญฺฉนโจลนฺติ (สฺยา.)].
๓๕๖. เตน โข ปน สมเยน โรโช มลฺโล อายสฺมโต อานนฺทสฺส สหาโย โหติ. โรชสฺส มลฺลสฺส โขมปิโลติกา อายสฺมโต อานนฺทสฺส หตฺเถ นิกฺขิตฺตา โหติ. อายสฺมโต จ อานนฺทสฺส โขมปิโลติกาย อตฺโถ โหติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส วิสฺสาสํ คเหตุํ – สนฺทิฏฺโฐ จ โหติ, สมฺภตฺโต จ, อาลปิโต จ, ชีวติ จ, ชานาติ จ, คหิเต เม อตฺตมโน ภวิสฺสตีติ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อิเมหิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส วิสฺสาสํ คเหตุนฺติ.