๑๙๖. อาสาโทฬสกํ

๓๑๙. ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อาสาย ลภติ, อนาสาย น ลภติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อาสาย ลภติ, อนาสาย น ลภติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อาสาย ลภติ, อนาสาย น ลภติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. ตสฺส สา จีวราสา อุปจฺฉิชฺชติ. ตสฺส ภิกฺขุโน อาสาวจฺเฉทิโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส พหิสีมคโต สุณาติ – ‘‘อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กถิน’’นฺติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘ยโต ตสฺมึ อาวาเส อุพฺภตํ กถินํ, อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อาสาย ลภติ, อนาสาย น ลภติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส พหิสีมคโต สุณาติ – ‘‘อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กถิน’’นฺติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘ยโต ตสฺมึ อาวาเส อุพฺภตํ กถินํ, อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อาสาย ลภติ, อนาสาย น ลภติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส พหิสีมคโต สุณาติ – ‘‘อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กถิน’’นฺติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘ยโต ตสฺมึ อาวาเส อุพฺภตํ กถินํ, อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อาสาย ลภติ, อนาสาย น ลภติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส พหิสีมคโต สุณาติ – ‘‘อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กถิน’’นฺติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘ยโต ตสฺมึ อาวาเส อุพฺภตํ กถินํ, อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. ตสฺส สา จีวราสา อุปจฺฉิชฺชติ. ตสฺส ภิกฺขุโน อาสาวจฺเฉทิโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อาสาย ลภติ, อนาสาย น ลภติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. โส กตจีวโร สุณาติ – ‘‘อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กถิน’’นฺติ. ตสฺส ภิกฺขุโน สวนนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. ตสฺส สา จีวราสา อุปจฺฉิชฺชติ. ตสฺส ภิกฺขุโน อาสาวจฺเฉทิโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อาสาย ลภติ, อนาสาย น ลภติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. โส กตจีวโร ‘‘ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺส’’นฺติ – พหิทฺธา กถินุทฺธารํ วีตินาเมติ. ตสฺส ภิกฺขุโน สีมาติกฺกนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวราสาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส พหิสีมคโต ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อาสาย ลภติ, อนาสาย น ลภติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. โส กตจีวโร ‘‘ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺส’’นฺติ – สมฺภุณาติ กถินุทฺธารํ. ตสฺส ภิกฺขุโน สห ภิกฺขูหิ กถินุทฺธาโร.

อาสาโทฬสกํ นิฏฺฐิตํ.