๑๙๗. กรณียโทฬสกํ
๓๒๐. ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อนาสาย ลภติ, อาสาย น ลภติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.
ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อนาสาย ลภติ, อาสาย น ลภติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.
ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อนาสาย ลภติ, อาสาย น ลภติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กถินุทฺธาโร.
ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. ตสฺส สา จีวราสา อุปจฺฉิชฺชติ. ตสฺส ภิกฺขุโน อาสาวจฺเฉทิโก กถินุทฺธาโร.
ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อนาสาย ลภติ, อาสาย น ลภติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.
ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อนาสาย ลภติ, อาสาย น ลภติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺส’’นฺติ. ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.
ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อนาสาย ลภติ, อาสาย น ลภติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กถินุทฺธาโร.
ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. ตสฺส สา จีวราสา อุปจฺฉิชฺชติ. ตสฺส ภิกฺขุโน อาสาวจฺเฉทิโก กถินุทฺธาโร.
ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน; เนวสฺส โหติ – ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ, น ปนสฺส โหติ – ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อนาสาย ลภติ, อาสาย น ลภติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.
ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน; เนวสฺส โหติ – ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ, น ปนสฺส โหติ – ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อนาสาย ลภติ, อาสาย น ลภติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.
ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน; เนวสฺส โหติ – ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ, น ปนสฺส โหติ – ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. อนาสาย ลภติ, อาสาย น ลภติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กถินุทฺธาโร.
ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน; เนวสฺส โหติ – ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ, น ปนสฺส โหติ – ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส จีวราสา อุปฺปชฺชติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวราสํ ปยิรุปาสิสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสติ. ตสฺส สา จีวราสา อุปจฺฉิชฺชติ. ตสฺส ภิกฺขุโน อาสาวจฺเฉทิโก กถินุทฺธาโร.
กรณียโทฬสกํ นิฏฺฐิตํ.