๑๑๑. สตฺตนฺนํ อปฺปหิเตปิ อนุชานนา
๑๙๘. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน มาตา คิลานา โหติ. สา ปุตฺตสฺส สนฺติเก ทูตํ ปาเหสิ – ‘‘อหญฺหิ คิลานา, อาคจฺฉตุ เม ปุตฺโต, อิจฺฉามิ ปุตฺตสฺส อาคต’’นฺติ. อถ โข ตสฺส ภิกฺขุโน เอตทโหสิ – ‘‘ภควตา ปญฺญตฺตํ สตฺตนฺนํ สตฺตาหกรณีเยน ปหิเต คนฺตุํ, น เตฺวว อปฺปหิเต; ปญฺจนฺนํ สตฺตาหกรณีเยน อปฺปหิเตปิ คนฺตุํ, ปเคว ปหิเตติ. อยญฺจ เม มาตา คิลานา, สา จ อนุปาสิกา, กถํ นุ โข มยา ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สตฺตนฺนํ สตฺตาหกรณีเยน อปฺปหิเตปิ คนฺตุํ, ปเคว ปหิเต. ภิกฺขุสฺส, ภิกฺขุนิยา, สิกฺขมานาย, สามเณรสฺส, สามเณริยา, มาตุยา จ ปิตุสฺส จ – อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อิเมสํ สตฺตนฺนํ สตฺตาหกรณีเยน อปฺปหิเตปิ คนฺตุํ, ปเคว ปหิเต. สตฺตาหํ สนฺนิวตฺโต กาตพฺโพ.
อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุสฺส มาตา คิลานา โหติ. สา เจ ปุตฺตสฺส สนฺติเก ทูตํ ปหิเณยฺย – ‘‘อหญฺหิ คิลานา, อาคจฺฉตุ เม ปุตฺโต, อิจฺฉามิ ปุตฺตสฺส อาคต’’นฺติ, คนฺตพฺพํ, ภิกฺขเว, สตฺตาหกรณีเยน, อปฺปหิเตปิ, ปเคว ปหิเต – ‘‘คิลานภตฺตํ วา ปริเยสิสฺสามิ, คิลานุปฏฺฐากภตฺตํ วา ปริเยสิสฺสามิ, คิลานเภสชฺชํ วา ปริเยสิสฺสามิ, ปุจฺฉิสฺสามิ วา, อุปฏฺฐหิสฺสามิ วา’’ติ. สตฺตาหํ สนฺนิวตฺโต กาตพฺโพ.
อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุสฺส ปิตา คิลาโน โหติ. โส เจ ปุตฺตสฺส สนฺติเก ทูตํ ปหิเณยฺย – ‘‘อหญฺหิ คิลาโน, อาคจฺฉตุ เม ปุตฺโต, อิจฺฉามิ ปุตฺตสฺส อาคต’’นฺติ, คนฺตพฺพํ, ภิกฺขเว, สตฺตาหกรณีเยน, อปฺปหิเตปิ, ปเคว ปหิเต – ‘‘คิลานภตฺตํ วา ปริเยสิสฺสามิ, คิลานุปฏฺฐากภตฺตํ วา ปริเยสิสฺสามิ, คิลานเภสชฺชํ วา ปริเยสิสฺสามิ, ปุจฺฉิสฺสามิ วา, อุปฏฺฐหิสฺสามิ วา’’ติ. สตฺตาหํ สนฺนิวตฺโต กาตพฺโพ.
สตฺตนฺนํ อปฺปหิเตปิ อนุชานนา นิฏฺฐิตา.