วิหารานุชานนํ
๒๙๔. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน โข ปน สมเยน ภควตา ภิกฺขูนํ เสนาสนํ อปญฺญตฺตํ โหติ. เต จ ภิกฺขู ตหํ ตหํ วิหรนฺติ – อรญฺเญ, รุกฺขมูเล, ปพฺพเต, กนฺทรายํ, คิริคุหายํ, สุสาเน, วนปตฺเถ, อชฺโฌกาเส, ปลาลปุญฺเช. เต กาลสฺเสว ตโต ตโต อุปนิกฺขมนฺติ – อรญฺญา รุกฺขมูลา ปพฺพตา กนฺทรา คิริคุหา สุสานา วนปตฺถา อชฺโฌกาสา ปลาลปุญฺชา, ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตน ปฏิกฺกนฺเตน, อาโลกิเตน วิโลกิเตน, สมิญฺชิเตน ปสาริเตน, โอกฺขิตฺตจกฺขู, อิริยาปถสมฺปนฺนา. เตน โข ปน สมเยน ราชคหโก เสฏฺฐี [เสฏฺฐิ (ก.)] กาลสฺเสว อุยฺยานํ อคมาสิ. อทฺทสา โข ราชคหโก เสฏฺฐี เต ภิกฺขู กาลสฺเสว ตโต ตโต อุปนิกฺขมนฺเต – อรญฺญา รุกฺขมูลา ปพฺพตา กนฺทรา คิริคุหา สุสานา วนปตฺถา อชฺโฌกาสา ปลาลปุญฺชา, ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตน ปฏิกฺกนฺเตน, อาโลกิเตน วิโลกิเตน, สมิญฺชิเตน ปสาริเตน, โอกฺขิตฺตจกฺขู, อิริยาปถสมฺปนฺเน. ทิสฺวานสฺส จิตฺตํ ปสีทิ. อถ โข ราชคหโก เสฏฺฐี เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู เอตทโวจ – ‘‘สจาหํ, ภนฺเต, วิหาเร การาเปยฺยํ, วเสยฺยาถ เม วิหาเรสู’’ติ? ‘‘น โข, คหปติ, ภควตา วิหารา อนุญฺญาตา’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต, ภควนฺตํ ปฏิปุจฺฉิตฺวา มม อาโรเจยฺยาถา’’ติ. ‘‘เอวํ คหปตี’’ติ โข เต ภิกฺขู ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส ปฏิสฺสุตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘ราชคหโก, ภนฺเต, เสฏฺฐี วิหาเร การาเปตุกาโม. กถํ นุ โข, ภนฺเต, อเมฺหหิ [ภนฺเต (สี. ก.)] ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ? อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจ เลณานิ [ปญฺจ เสนาสนานิ (สฺยา.)] – วิหารํ, อฑฺฒโยคํ, ปาสาทํ, หมฺมิยํ, คุห’’นฺติ.
อถ โข เต ภิกฺขู เยน ราชคหโก เสฏฺฐี เตนุปสงฺกมึสุ, อุปสงฺกมิตฺวา ราชคหกํ เสฏฺฐึ เอตทโวจุํ – ‘‘อนุญฺญาตา โข, คหปติ, ภควตา วิหารา; ยสฺสทานิ กาลํ มญฺญสี’’ติ. อถ โข ราชคหโก เสฏฺฐี เอกาเหเนว สฏฺฐิวิหาเร ปติฏฺฐาเปสิ. อถ โข ราชคหโก เสฏฺฐี เต สฏฺฐิวิหาเร ปริโยสาเปตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชคหโก เสฏฺฐี ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อธิวาเสตุ เม, ภนฺเต, ภควา สฺวาตนาย ภตฺตํ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆนา’’ติ. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน. อถ โข ราชคหโก เสฏฺฐี ภควโต อธิวาสนํ วิทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ.
อถ โข ราชคหโก เสฏฺฐี ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา ภควโต กาลํ อาโรจาเปสิ – ‘‘กาโล, ภนฺเต, นิฏฺฐิตํ ภตฺต’’นฺติ. อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน. อถ โข ราชคหโก เสฏฺฐี พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปตฺวา สมฺปวาเรตฺวา, ภควนฺตํ ภุตฺตาวึ โอนีตปตฺตปาณึ, เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชคหโก เสฏฺฐี ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘เอเต เม, ภนฺเต, สฏฺฐิวิหารา ปุญฺญตฺถิเกน สคฺคตฺถิเกน การาปิตา. กถาหํ, ภนฺเต, เตสุ วิหาเรสุ ปฏิปชฺชามี’’ติ? ‘‘เตน หิ ตฺวํ, คหปติ, เต สฏฺฐิวิหาเร อาคตานาคตสฺส จาตุทฺทิสสฺส สงฺฆสฺส ปติฏฺฐาเปหี’’ติ. ‘‘เอวํ ภนฺเต’’ติ โข ราชคหโก เสฏฺฐี ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา เต สฏฺฐิวิหาเร อาคตานาคตสฺส จาตุทฺทิสสฺส สงฺฆสฺส ปติฏฺฐาเปสิ.
๒๙๕. อถ โข ภควา ราชคหกํ เสฏฺฐึ อิมาหิ คาถาหิ อนุโมทิ –
‘‘สีตํ อุณฺหํ ปฏิหนฺติ [ปฏิหนติ (ก.)], ตโต วาฬมิคานิ จ;
สรีสเป จ มกเส, สิสิเร จาปิ วุฏฺฐิโย.
‘‘ตโต วาตาตโป โฆเร, สญฺชาโต [วาตาตเป โฆเร, สญฺชาเต (ก. สทฺทนีติ)] ปฏิหญฺญติ;
เลณตฺถญฺจ สุขตฺถญฺจ, ฌายิตุญฺจ วิปสฺสิตุํ.
‘‘วิหารทานํ สงฺฆสฺส, อคฺคํ พุทฺเธน [พุทฺเธหิ (สฺยา.)] วณฺณิตํ;
ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต, โปโส สมฺปสฺสํ อตฺถมตฺตโน.
‘‘วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต;
เตสํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ, วตฺถเสนาสนานิ จ;
ทเทยฺย อุชุภูเตสุ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา.
‘‘เต ตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺติ, สพฺพทุกฺขาปนูทนํ;
ยํ โส ธมฺมํ อิธญฺญาย, ปรินิพฺพาติ อนาสโว’’ติ.
อถ โข ภควา ราชคหกํ เสฏฺฐึ อิมาหิ คาถาหิ อนุโมทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ.
๒๙๖. อสฺโสสุํ โข มนุสฺสา – ‘‘ภควตา กิร วิหารา อนุญฺญาตา’’ติ สกฺกจฺจํ [เต สกฺกจฺจํ (สฺยา. กํ.)] วิหาเร การาเปนฺติ. เต วิหารา อกวาฏกา โหนฺติ; อหีปิ วิจฺฉิกาปิ สตปทิโยปิ ปวิสนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, กวาฏ’’นฺติ. ภิตฺติฉิทฺทํ กริตฺวา วลฺลิยาปิ รชฺชุยาปิ กวาฏํ พนฺธนฺติ. อุนฺทูเรหิปิ อุปจิกาหิปิ ขชฺชนฺติ. ขยิตพนฺธนานิ กวาฏานิ ปตนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปิฏฺฐสงฺฆาฏํ อุทุกฺขลิกํ อุตฺตรปาสก’’นฺติ. กวาฏา น ผุสียนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อาวิญฺฉนจฺฉิทฺทํ อาวิญฺฉนรชฺชุ’’นฺติ. กวาฏา น ถกิยนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อคฺคฬวฏฺฏึ กปิสีสกํ สูจิกํ ฆฏิก’’นฺติ.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู น สกฺโกนฺติ กวาฏํ อปาปุริตุํ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตาฬจฺฉิทฺทํ. ตีณิ ตาฬานิ – โลหตาฬํ, กฏฺฐตาฬํ, วิสาณตาฬ’’นฺติ. เยหิ [เยปิ (สี. สฺยา.)] เต อุคฺฆาเฏตฺวา ปวิสนฺติ [วิสาณตาฬํ, เยหิ เต อุคฺฆาเฏตฺวา ปวิสนฺตีติ (ก.)], วิหารา อคุตฺตา โหนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ยนฺตกํ สูจิก’’นฺติ.
เตน โข ปน สมเยน วิหารา ติณจฺฉทนา โหนฺติ; สีตกาเล สีตา, อุณฺหกาเล อุณฺหา. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, โอคุมฺเผตฺวา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตํ กาตุ’’นฺติ.
เตน โข ปน สมเยน วิหารา อวาตปานกา โหนฺติ อจกฺขุสฺสา ทุคฺคนฺธา. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตีณิ วาตปานานิ – เวทิกาวาตปานํ, ชาลวาตปานํ, สลากวาตปาน’’นฺติ. วาตปานนฺตริกาย กาฬกาปิ วคฺคุลิโยปิ ปวิสนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วาตปานจกฺกลิก’’นฺติ. จกฺกลิกนฺตริกายปิ กาฬกาปิ วคฺคุลิโยปิ ปวิสนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วาตปานกวาฏกํ วาตปานภิสิก’’นฺติ.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ฉมายํ สยนฺติ. คตฺตานิปิ จีวรานิปิ ปํสุกิตานิ โหนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติณสนฺถารก’’นฺติ. ติณสนฺถารโก อุนฺทูเรหิปิ อุปจิกาหิปิ ขชฺชติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, มิฑฺฒิ’’นฺติ [มีฒนฺติ (สี.), มิฒินฺติ (สฺยา.)]. มิฑฺฒิยา คตฺตานิ ทุกฺขา โหนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, พิทลมญฺจก’’นฺติ.