๗. อาวฏฺฏหารวิภงฺควิภาวนา

๒๙. เยน เยน สํวณฺณนาวิเสสภูเตน จตุพฺยูหหารวิภงฺเคน เนรุตฺตาทโย วิภตฺตา, โส…เป… จตุพฺยูหหารวิภงฺโค ปริปุณฺโณ, ‘‘กตโม อาวฏฺโฏ หารวิภงฺโค’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ตตฺถ กตโม อาวฏฺโฏ หาโร’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตตฺถาติ เตสุ นิทฺทิฏฺเฐสุ โสฬสสุ เทสนาหาราทีสุ กตโม สํวณฺณนาวิเสโส อาวฏฺโฏ หาโร อาวฏฺฏหารวิภงฺโค นามาติ ปุจฺฉติ. ‘‘เอกมฺหิ ปทฏฺฐาเน’’นฺติอาทินิทฺเทสสฺส อิทานิ มยา วุจฺจมาโน ‘‘อารมฺภถา’’ติอาทิโก วิตฺถารสํวณฺณนาวิเสโส อาวฏฺฏหารวิภงฺโค นามาติ คหิโต. ‘‘ตตฺถ เทสนายํ เอกสฺมึ ปทฏฺฐาเน เทสนารุเฬฺห เสสกํ ปทฏฺฐานํ ปริเยสติ, ปริเยสิตฺวา กถํ ปฏิปกฺเข อาวฏฺเฏตี’’ติ วตฺตพฺพตฺตา –

‘‘อารมฺภถ นิกฺกมถ, ยุญฺชถ พุทฺธสาสเน;

ธุนาถ มจฺจุโน เสนํ, นฬาคารํว กุญฺชโร’’ติ. –

คาถา วุตฺตา. อิธ คาถายํ เอกสฺมึ ปทฏฺฐาเน เทสนารุเฬฺห เสสกํ ปทฏฺฐานํ ปริเยสตีติ วุตฺตํ โหติ. คาถาตฺโถ ปน อฏฺฐกถายํ (เนตฺติ. อฏฺฐ. ๒๙) วุตฺโต.

‘‘อารมฺภถา’ติอาทิคาถายํ กตรสฺมึ ปทฏฺฐาเน เทสนารุเฬฺห กตมํ เสสกํ ปทฏฺฐานํ ปริเยสตี’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘อารมฺภถ นิกฺกมถาติ วีริยสฺส ปทฏฺฐาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘วีริยสฺส ปทฏฺฐาน’’นฺติ สามญฺญวเสน วุตฺตมฺปิ อารมฺภธาตุสงฺขาตํ วีริยํ นิกฺกมธาตุสงฺขาตสฺส วีริยสฺส ปทฏฺฐานํ, นิกฺกมธาตุสงฺขาตํ วีริยํ ปรกฺกมธาตุสงฺขาตสฺส วีริยสฺส ปทฏฺฐานํ, ปรกฺกมธาตุสงฺขาตํ วีริยํ สมถภาวนาสหิตสฺส วีริยสฺส ปทฏฺฐานนฺติอาทินา ปริเยสิตพฺพนฺติ คเหตพฺพํ. ‘‘ยุญฺชถา’’ติ อิมินา วุตฺตํ สมถภาวนาสหิตํ วีริยํ ‘‘พุทฺธสาสเน’’ติ อิมินา วุตฺตสฺส มหคฺคตสมาธิสฺส ปทฏฺฐานํ, เทสนารุฬฺหํ สุขาทิกํ เสสกมฺปิ ปทฏฺฐานํ ปริเยสิตพฺพํ. ‘‘ธุนาถ มจฺจุโน เสน’’นฺติ ปเทน คหิตํ วิปสฺสนาสหิตํ วีริยํ กิเลสธุนเน สมตฺถาย ปญฺญาย ปทฏฺฐานํ, เทสนารุฬฺหํ สมาธิอาทิกํ เสสกมฺปิ ปทฏฺฐานํ ปริเยสิตพฺพํ.

‘‘ยทิ ‘อารมฺภถา’ติอาทิกํ วุตฺตํ วีริยํ สามญฺญภูตานํ วีริยสมาธิปญฺญานํเยว ปทฏฺฐานํ สิยา, เอวํ สติ กถํ วฏฺฏมูลํ ฉินฺทิตฺวา วิวฏฺฏํ ปาเปสฺสนฺตี’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ปุน ‘‘อารมฺภถ นิกฺกมถาติ วีริยินฺทฺริยสฺส ปทฏฺฐาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อาธิปจฺจกิจฺจตาย ยุตฺตสฺสาปิ วีริยาธิกสฺส ปทฏฺฐานตฺตา อารภนฺตา โยคาวจรปุคฺคลา วฏฺฏมูลํ ฉินฺทิตฺวา วิวฏฺฏํ ปาเปนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘อารมฺภถา’’ติอาทิกา ปน ยสฺมา วีริยารมฺภวตฺถุอาทิเทสนา โหติ, ตสฺมา อารมฺภวตฺถุอาทีนิเยว สํวณฺณิตานิ ปทฏฺฐานนฺติ โจทนํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘อิมานิ ปทฏฺฐานานิ เทสนา’’ติ. ‘‘อารมฺภถา’’ติอาทิกา ยถาวุตฺตปทฏฺฐานานิ เทสนา โหติ, น วีริยารมฺภวตฺถุอาทีนิ, ตสฺมา ปทฏฺฐานํเยว สํวณฺณิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

เอวํ ‘‘อารมฺภถา’’ติอาทิเทสนาย ปทฏฺฐานวเสน อตฺโถ วิภตฺโต, อเมฺหหิ จ ญาโต, ‘‘กถํ ตสฺสาเยว เทสนาย ปฏิปกฺขวเสน อตฺโถ วิภชิตพฺโพ’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘อยุญฺชนฺตานํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โยเค ภาวนายํ อยุญฺชนฺตานํ สตฺตานํ อปริปกฺกญาณานํ โยเค โยคเหตุ วาสนาภาคิยวเสน อายตึ ชานนตฺถาย ‘‘อารมฺภถา’’ติอาทิเทสนา อารทฺธา. ยุญฺชนฺตานํ ปริปกฺกญาณานํ สตฺตานํ อารมฺเภ อารมฺภเหตุ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปริชานนตฺถาย ‘‘อารมฺภถา’’ติอาทิเทสนา อารทฺธา.

ตตฺถ เตสุ ยุญฺชนฺตายุญฺชนฺเตสุ ปริปกฺกาปริปกฺกญาเณสุ เย อปริปกฺกญาณา สตฺตา น ยุญฺชนฺติ, เต อปริปกฺกญาณา สตฺตา ปมาทมูลกา หุตฺวา โยเค ภาวนายํ เยน ปมาเทน น ยุญฺชนฺติ, โส ปมาโท ตณฺหามูลโก ปมาโท, อวิชฺชามูลโก ปมาโทติ ทุพฺพิโธ โหติ. ตตฺถ ตสฺมึ ทุพฺพิเธ ปมาเท อญฺญาเณน นิวุโต อวิชฺชามูลโก สตฺโต เยน ปมาเทน เญยฺยฏฺฐานํ ‘‘อิเม อุปฺปาทวยธมฺมา ปญฺจกฺขนฺธา เญยฺยฏฺฐานํ นามา’’ติ นปฺปชานาติ, อยํ อญฺญาณเหตุโก ปมาโท อวิชฺชามูลโก ปมาทา นาม. โย ปมาโท ตณฺหามูลโก, โส ปมาโท ติวิโธ อนุปฺปนฺนานํ โภคานํ อุปฺปาทาย ปริเยสนฺโต ตณฺหิโก สตฺโต ยํ ปมาทํ อาปชฺชติ, อยํ ปมาโท จ, อุปฺปนฺนานํ โภคานํ ฐิตตฺถาย รกฺขนฺโต ตณฺหิโก สตฺโต อารกฺขนิมิตฺตํ ยํ ปมาทํ อาปชฺชติ, อยํ ปมาโท จ, ฐิตํ โภคํ ปริภุญฺชนฺโต ตณฺหิโก สตฺโต ปริโภคนิมิตฺตํ ยํ ปมาทํ อาปชฺชติ, อยํ ปมาโท จาติ ติวิโธ โหติ. อิติ โลเก อยํ ปมาโท จตุพฺพิโธ อวิชฺชาปทฏฺฐาโน เอกวิโธ ปมาโท, ตณฺหาปทฏฺฐาโน ติวิโธ ปมาโทติ จตุพฺพิโธ โหติ. ตตฺถ ตาสุ อวิชฺชาตณฺหาสุ นามกาโย ผสฺสาทินามสมูโห อวิชฺชาย ปทฏฺฐานํ, รูปกาโย ปถวีอาทิรูปสมูโห ตณฺหาย ปทฏฺฐานํ โหติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อารมฺภธาตุนิกฺกมธาตุสงฺขาตสฺส วีริยสฺส ปฏิปกฺโข จตุพฺพิโธ ปมาโท นิทฺธาเรตพฺโพ, นิทฺธาเรตฺวา เอกวิธสฺส ปมาทสฺส อวิชฺชา ปทฏฺฐานํ, ติวิธสฺส ปมาทสฺส ตณฺหา ปทฏฺฐานํ. อวิชฺชาย นามกาโย ปทฏฺฐานํ, ตณฺหาย รูปกาโย ปทฏฺฐานนฺติ ปฏิปกฺเข อาวฏฺเฏตฺวา ปทฏฺฐานํ ปริเยสิตพฺพนฺติ.

‘‘กสฺมา นามกาโย อวิชฺชาย ปทฏฺฐานํ ภวติ, รูปกาโย ตณฺหาย ปทฏฺฐานํ ภวตี’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘ตํ กิสฺส เหตู’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘รูปีสุ ภเวสุ อชฺโฌสานํ, อรูปีสุ สมฺโมโห’’ติ วุตฺตํ. รูปีสุ ภเวสุ รูปธมฺเมสุ อหํมมาทิวเสน อชฺโฌสานํ ตณฺหาภินิเวโส สตฺเตสุ ปติฏฺฐิโต ยสฺมา โหติ, ตสฺมา รูปกาโย ตณฺหาย ปทฏฺฐานํ ภวติ. อนมตคฺเค หิ สํสาเร อิตฺถิปุริสา อญฺญมญฺญรูปาภิรามา ภวนฺติ. อรูปีสุ ผสฺสาทีสุ สุขุมภาวโต สมฺโมโห สตฺเตสุ ปติฏฺฐิโต ยสฺมา โหติ, ตสฺมา นามกาโย อวิชฺชาย ปทฏฺฐานํ ภวตีติ โยชนา กาตพฺพา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – รูปกายนามกาเยสุ อารมฺมณกรณวเสน ตณฺหาย จ อวิชฺชาย จ อุปฺปชฺชนโต รูปกาโย ตณฺหาย ปทฏฺฐานํ, นามกาโย อวิชฺชาย ปทฏฺฐานนฺติ นีหริตพฺพาวาติ.

‘‘กตโม รูปกาโย, กตโม นามกาโย’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘ตตฺถ รูปกาโย รูปกฺขนฺโธ, นามกาโย จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ เตสุ รูปกายนามกาเยสุ รูปกาโย รูปสมูโห นาม รูปกฺขนฺโธ โหติ, นามกาโย นามสมูโห นาม จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธาติ. อิเม ปญฺจกฺขนฺธา อวิชฺชาตณฺหานํ อารมฺมณตฺตา สอุปาทานา ภเวยฺยุํ, ‘‘กตเมน อุปาทาเนน สอุปาทานา ภวนฺตี’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ตเถว ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺเชตุํ ‘‘อิเม ปญฺจกฺขนฺธา กตเมน อุปาทาเนน สอุปาทานา? ตณฺหาย จ อวิชฺชาย จา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ อุปาทานภูตาย ตณฺหาย จ อุปาทานภูตาย อวิชฺชาย จ อิเม ปญฺจกฺขนฺธา สอุปาทานา นาม ภวนฺตีติ โยชนา กาตพฺพา.

‘‘กิตฺตกานิ อุปาทานานิ ตณฺหา นาม ภวนฺติ, กิตฺตกานิ อุปาทานานิ อวิชฺชา นาม ภวนฺตี’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘ตตฺถ ตณฺหา เทฺว’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถาติ ตาสุ ตณฺหาอวิชฺชาสุ. กามุปาทานญฺจ สีลพฺพตุปาทานญฺจ เทฺว อุปาทานานิ ตณฺหา นาม ภวนฺติ. ตณฺหาวเสน หิ ‘‘มม สีลํ, มม วต’’นฺติ ปรามสนํ ภวติ. ทิฏฺฐุปาทานญฺจ อตฺตวาทุปาทานญฺจ เทฺว อุปาทานานิ อวิชฺชา นาม ภวนฺติ. อวิชฺชาวเสน หิ สสฺสตทิฏฺฐิ เจว อหํมมาทิทิฏฺฐิ จ ภวนฺติ. ‘‘อิเมหิ จตูหิ อุปาทาเนหิ สอุปาทานกฺขนฺธา จตูสุ สจฺเจสุ กิตฺตกํ สจฺจํ นามา’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘อิเมหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เย โลกิยกฺขนฺธา สอุปาทานา ขนฺธา ภวนฺติ, อุปาทาเนน หิ อุปาทานานิปิ ภวนฺติ, อิทํ สอุปาทานกฺขนฺธปญฺจกํ ทุกฺขํ ทุกฺขสจฺจํ นาม. ยานิ จตฺตาริ อุปาทานานิ ทุกฺขการณานิ ภวนฺติ, อยํ อุปาทานจตุกฺโก สมุทโย สมุทยสจฺจํ นาม ภวติ. ปญฺจกฺขนฺธาติ สอุปาทานา ปญฺจกฺขนฺธา ทุกฺขวตฺถุภาวโต ทุกฺขํ. เตสนฺติ สอุปาทานานํ ปญฺจกฺขนฺธานํ. ธมฺมํ เทเสตีติ ‘‘อารมฺภถา’’ติอาทิกํ ธมฺมํ เวเนยฺยานุรูปํ ภควา เทเสติ. สามญฺเญน ปุพฺเพ วุตฺตมฺปิ อตฺถวเสน วิเสสํ ทสฺเสตุํ ปุน ‘‘ทุกฺขสฺส ปริญฺญาย, สมุทยสฺส ปหานายา’’ติ วุตฺตํ.

๓๐. อารมฺภปฏิปกฺขภูตปมาทวเสน ปุริมสจฺจทฺวยํ อาจริเยน นิทฺธาริตํ, อเมฺหหิ จ ญาตํ, ‘‘อิตรสจฺจทฺวยํ กถํ นิทฺธาริตพฺพ’’นฺติ วตฺตพฺพตฺตา ตํ ทฺวยมฺปิ ปมาทมุเขเนว นิทฺธาริตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ โย ติวิโธ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตตฺถาติ เตสุ ตณฺหามูลกอวิชฺชามูลเกสุ ปมาเทสุ. ตสฺสาติ ติวิธสฺส ตณฺหามูลกสฺส ปมาทสฺส. สมฺปฏิเวเธนาติ อสฺสาทาทีนํ ปริชานเนน. รกฺขณาติ อตฺตจิตฺตสฺส รกฺขณสงฺขาตา. ปฏิสํหรณาติ ‘‘ตสฺสา’’ติ อิมินา วุตฺตสฺส ปมาทสฺส ปฏิปกฺขภูเตน อปฺปมาทานนุโยเคน สํหรณา ยา เขปนา อตฺถิ, อยํ ปมาทสฺส ปฏิปกฺขภูเตน อปฺปมาทานุโยเคน ปวตฺตา เขปนสงฺขาตา ภาวนา สมโถ นามาติ ปมาทสฺส ปฏิปกฺขมุเขน ปุน อาวฏฺเฏตฺวา สมโถ นิทฺธาริโตติ.

‘‘โส สมโถ กถํ เกน อุปาเยน ภวตี’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ตถา ปุจฺฉิตฺวา อุปายํ ทสฺเสตุํ ‘‘โส กถ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กถนฺติ เกน อุปาเยน. ‘‘กาเมนฺตีติ กามา, กามียนฺตีติ วา กามา’’ติ วุตฺตานํ ทฺวินฺนํ กามานํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชมานํ อสฺสาทญฺจ, ‘‘อปฺปสฺสาทา กามา พหุทุกฺขา’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๒๓๕) วจนโต อปฺปสฺสาทนียานํ กามานํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชมานํ อาทีนวญฺจ. กามานนฺติ จ กมฺมตฺเถ สามิวจนํ. เตน วุตฺตํ –‘‘กาเม ปฏิจฺจา’’ติ (เนตฺติ. อฏฺฐ. ๓๐). ‘‘กามานเมตํ นิสฺสรณํ, ยทิทํ เนกฺขมฺม’’นฺติ (อิติวุ. ๗๒) วจนโต นิสฺสรณนฺติ อิธ ปฐมชฺฌานํ อธิปฺเปตํ. โวการนฺติ เอตฺถ ว-กาโร อาคโม, โอ-การํ ลามกภาวํ. อานิสํสนฺติ จตุปาริสุทฺธิสีลาทิกํ. ยทา ชานาติ, ตทา เตน อุปาเยน สมโถ ภวตีติ อตฺโถ.

สมโถ อาจริเยน วิภตฺโต, อเมฺหหิ จ ญาโต, ‘‘กตมา วิปสฺสนา’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา วิปสฺสนํ วิภชิตุํ ‘‘ตตฺถ ยา วีมํสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อถ วา กามานํ อสฺสาทาทโย ยทา ชานาติ, ตทา สมโถ ภวตีติ วุตฺโต, ‘‘ตสฺมึ สมเถ ภวมาเน สติ กตมา ภวตี’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘ตตฺถ ยา วีมํสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ สมเถ ภวมาเน สติ อสฺสาทาทีนํ ยา อนิจฺจาทิวีมํสา อุปปริกฺขา ปญฺญา ภวติ, อยํ วีมํสา อุปปริกฺขา ปญฺญา วิเสเสน ปสฺสนโต วิปสฺสนา นาม. อถ วา ติวิธสฺส ตณฺหามูลกสฺส ปมาทสฺส สมฺปฏิเวเธน รกฺขณา ปฏิสํหรณา, อยํ สมโถติ อาจริเยน วุตฺโต, ‘‘กตมา วิปสฺสนา’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘ตตฺถ ยา วีมํสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ ยถาวุตฺเต สมเถ สติ ยถาวุตฺตสฺส ปมาทสฺส อนิจฺจาทิวเสน ยา วีมํสา อุปปริกฺขา ปญฺญา อุปฺปนฺนา, อยํ วีมํสา อุปปริกฺขา ปญฺญา วิเสเสน ปสฺสนโต วิปสฺสนา นาม. วีมํสาว ทุพฺพลา, อุปปริกฺขา พลวตีติ วิเสโส.

สมโถ เจว วิปสฺสนา จ เทฺว ธมฺมา อาจริเยน นิทฺธาริตา, ‘‘อิเม นิทฺธาริตา เทฺว ธมฺมา กึ คจฺฉนฺตี’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘อิเม เทฺว’’ติอาทิ วุตฺตํ. สมโถ สมถภาวนาปาริปูรึ คจฺฉติ, วิปสฺสนา วิปสฺสนาภาวนาปาริปูรึ คจฺฉติ. ‘‘อิเมสุ ทฺวีสุ ธมฺเมสุ ภาวิยมาเนสุ กตเม โยคาวจเรน ปหียนฺตี’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘อิเมสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. สมเถ ธมฺเม ภาวิยมาเน ตณฺหา โยคาวจเรน ปหียติ, วิปสฺสนาย ภาวิยมานาย อวิชฺชา โยคาวจเรน ปหียตีติ อิเม เทฺว ปหาตพฺพา ธมฺมา ปหียนฺติ ตณฺหา เจว อวิชฺชา จ. ‘‘อิเมสุ ทฺวีสุ ธมฺเมสุ ปหียมาเนสุ กตเม ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตี’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา อุปาทานาทโยปิ นิรุชฺฌนฺตีติ สกลวฏฺฏทุกฺขนิโรธํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิเมสุ ทฺวีสุ ธมฺเมสุ ปหีเนสู’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตณฺหาย สมถภาวนาย ปหียมานาย, อวิชฺชาย วิปสฺสนาภาวนาย ปหียมานาย อิเมสุ ทฺวีสุ ธมฺเมสุ ทฺวีหิ ภาวนาหิ ปหีเนสุ กามุปาทานาทีนิ จตฺตาริ อุปาทานานิ วิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทวเสน นิรุชฺฌนฺติ, น ภงฺคกฺขณวเสน.

เอตฺถาห – ‘‘ตณฺหานิโรธา อุปาทานนิโรโธ’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘ตณฺหาย ปหียมานาย อุปาทานานิ นิรุชฺฌนฺตี’’ติ วจนํ ยุตฺตํ โหตุ, กถํ อวิชฺชาย ปหียมานาย อุปาทานานิ นิรุชฺฌนฺตีติ? ‘‘ตณฺหานิโรธา อุปาทานนิโรโธ’’ติ ปาเฐ อวิชฺชาสหิตตณฺหานิโรธา อุปาทานนิโรโธติ อตฺถสมฺภวโต. ยถา หิ ตณฺหาสหิตาว อวิชฺชา สงฺขารานํ ปจฺจโย, เอวํ อวิชฺชาสหิตาว ตณฺหา อุปาทานานํ ปจฺจโย โหตีติ อวิชฺชาสหิตตณฺหานิโรธา อุปาทานนิโรโธติ อตฺโถ สมฺภวตีติ คเหตพฺโพ. วิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทวเสน อุปาทานนิโรธา ตเถว ภวนิโรโธติ เอส นโย เสเสสุปิ. เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธติ เอตฺถาปิ ตณฺหาสหิตอวิชฺชานิโรธา สงฺขารนิโรโธติอาทิโก คหิโตติ ทฏฺฐพฺโพ. อิตีติ เอวํ วิสภาคสภาคธมฺมานํ อาวฏฺฏนวเสน นิทฺธาริตานิ จ ปุริมกานิ เทฺว สจฺจานิ จ, สมโถ จ วิปสฺสนา จ อิเม เทฺว ธมฺมา มคฺโค จ มคฺคสจฺจญฺจ, วฏฺฏนิโรโธ วฏฺฏนิโรธสจฺจญฺจ นิพฺพานนฺติ จตฺตาริ สจฺจานิ นิทฺธาริตานิ.

‘‘วีริยปฏิปกฺขภูตสฺส ปมาทาทิธมฺมสฺส วเสน วา สภาคภูตสฺส ปมาทาทิธมฺมสฺส วเสน วา อาวฏฺเฏตฺวา จตุนฺนํ สจฺจานํ นิทฺธาริตพฺพภาโว อเมฺหหิ เกน สทฺทหิตพฺโพ’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘เตนาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตน ตถา นิทฺธาริตพฺพภาเวน ภควา ‘‘อารมฺภถ นิกฺกมถา’’ติอาทิคาถาวจนํ อาห, เตน ‘‘อารมฺภถ นิกฺกมถา’’ติอาทิคาถาวจเนน ตถา จตุนฺนํ สจฺจานํ นิทฺธาริตพฺพภาโว ตุเมฺหหิ สทฺทหิตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ.

‘‘อารมฺภถ นิกฺกมถา’ติอาทินา โวทานปกฺขํเยว นิกฺขิปิตฺวา ตสฺเสว โวทานปกฺขสฺส วิสภาคธมฺมสภาคธมฺมวเสเนว อาวฏฺเฏตฺวา จตุสจฺจนิทฺธารณํ กาตพฺพ’’นฺติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา สํกิเลสปกฺขมฺปิ นิกฺขิปิตฺวา ตสฺเสว สํกิเลสสฺส วิสภาคธมฺมสภาคธมฺมวเสนปิ อาวฏฺเฏตฺวา จตุสจฺจนิทฺธารณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถาปิ มูเล’’ติอาทิคาถาวจนมาห. อฏฺฐกถายํ ปน –

‘‘เอวํ โวทานปกฺขํ นิกฺขิปิตฺวา ตสฺส วิสภาคธมฺมวเสน, สภาคธมฺมวเสน จ อาวฏฺฏนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สํกิเลสปกฺขํ นิกฺขิปิตฺวา ตสฺส วิสภาคธมฺมวเสน, สภาคธมฺมวเสน จ อาวฏฺฏนํ ทสฺเสตุํ ‘ยถาปิ มูเล’ติ คาถมาหา’’ติ (เนตฺติ. อฏฺฐ. ๓๐) –

วุตฺตํ. คาถาตฺโถปิ อฏฺฐกถายํ วุตฺโต. ตถาปิ ยติโปตานํ อตฺถาย อฏฺฐกถานุสาเรเนว กถยิสฺสาม.

สมูโห รุกฺโข มูลติ ปติฏฺฐาติ เอเตน อวยเวน ภูมิภาเค ฐิเตนาติ มูลํ, กึ ตํ? ภูมิภาเค ฐิโต มูลสงฺขาโต รุกฺขาวยโว, ตสฺมึ มูเล. นตฺถิ อุปทฺทโว ผรสุเฉทาทิอนฺตราโย อสฺส มูลสฺสาติ อนุปทฺทโว. ทเฬฺหติ อุปทฺทวาภาเวน สภาวโต ถิเร สติ. ฉินฺทียตีติ ฉินฺโน, โก โส? ภูมิยํ ปติฏฺฐิตมูลสหิโต รุกฺขาวยโว, น ฉินฺทิตฺวา คหิโต รุกฺขาวยโว. รุหติ วฑฺฒตีติ รุกฺโข. โส จ ภูมิยํ ปติฏฺฐิตมูลสหิโต รุกฺขาวยโว รุกฺโขติ วุตฺโต ยถา ‘‘สมุทฺโท ทิฏฺโฐ’’ติ. ปุนเรว รูหตีติ ปุน องฺกุรุปฺปาทนํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตณฺหานุสเยติ อตฺตภาวสงฺขาตสฺส รุกฺขสฺส มูเล. อนูหเตติ อรหตฺตมคฺคญาเณน อนุปจฺฉินฺเน สติ อิทํ อตฺตภาวสงฺขาตํ ทุกฺขํ ทุกฺขเหตุ ปุนปฺปุนํ อพฺโพจฺฉินฺนํ นิพฺพตฺตติ น นิรุชฺฌติเยวาติ คาถาตฺโถ.

‘‘อิธ คาถายํ โย ตณฺหานุสโย อนูหตภาเวน ทุกฺขสฺส นิพฺพตฺตนสฺส มูลนฺติ วุตฺโต, อยํ ตณฺหานุสโย กตมสฺสา ตณฺหาย อนุสโย’’ติ ปุจฺฉติ, ‘‘ตณฺหาย กามตณฺหาทิวเสน พหุวิธตฺตา ภวตณฺหาย อนุสโย’’ติ วิสฺสชฺเชติ ภวสฺสาทตณฺหาภาวโต. โย อนุสโย เอตสฺส ภวตณฺหาสงฺขาตสฺส ธมฺมสฺส ปจฺจโย โหติ, อยํ อนุสโย อวิชฺชานุสโย โหติ. ‘‘อนุสโย พหุวิโธ, กสฺมา อวิชฺชานุสโยติ สทฺทหิตพฺโพ’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา หิ ภวตณฺหา’’ติ วุตฺตํ. อวิชฺชาย ภวตณฺหาย ปจฺจยตฺตา อวิชฺชานุสโย สทฺทหิตพฺโพ. อวิชฺชาย หิ ภเวสุ อาทีนวสฺส อทสฺสนวเสน ภวสฺสาทตณฺหา ภวตีติ. อิเม เทฺว กิเลสาติอาทิมฺหิ เหฏฺฐา วุตฺตนยานุสาเรน จตฺตาริ สจฺจานิ นิทฺธาเรตฺวา วิสภาคสภาคธมฺมาวฏฺฏนํ วิญฺญาตพฺพํ, สมถวิปสฺสนา ปน มคฺคสมฺปยุตฺตาว คเหตพฺพา.

‘‘สพฺพปาปสฺสา’’ติอาทิกสฺส อนุสนฺธฺยตฺโถ อฏฺฐกถายํ (เนตฺติ. อฏฺฐ. ๓๐) วุตฺโต. สพฺพปาปสฺสาติ กมฺมปถภาวปฺปตฺตาปตฺตสฺส นิรวเสสสฺส อกุสลสฺส. อกรณนฺติ สปรสนฺตาเนสุ อนุปฺปาทนํ. กุสลสฺสาติ กมฺมปถภาวปฺปตฺตาปตฺตสฺส เตภูมกกุสลสฺส เจว โลกุตฺตรกุสลสฺส จ. อุปสมฺปทาติ สนฺตาเน อุปฺปาทนวเสน สมฺปทา. สสฺส อตฺตโน จิตฺตนฺติ สจิตฺตํ, สจิตฺตสฺส ปริโยทาปนํ โวทานํ อรหตฺตผลุปฺปตฺติยาติ สจิตฺตปริโยทาปนํ. อรหตฺตมคฺคุปฺปาโท ปน ‘‘กุสลสฺส อุปสมฺปทา’’ติ ปเทน คหิโต. เอตํ อกรณาทิตฺตยทีปนํ พุทฺธานํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ สาสนํ โอวาโทติ คาถาตฺโถ.

คาถายํ ยสฺส ปาปสฺส อกรณํ วุตฺตํ, ตํ ปาปํ ทุจฺจริตกมฺมปถวเสน วิภชิตุํ ‘‘สพฺพปาปํ นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. โทสสมุฏฺฐานนฺติ เยภุยฺยวเสน วุตฺตํ, โลภสมุฏฺฐานมฺปิ ภวติ. โลภสมุฏฺฐานนฺติปิ เยภุยฺยวเสน วุตฺตํ, โทสสมุฏฺฐานมฺปิ ภวติ. โมหสมุฏฺฐานมฺปิ ตเถว วุตฺตํ. โลภสมุฏฺฐานโทสสมุฏฺฐานมฺปิ สมฺภวตีติ ทฏฺฐพฺพํ. สพฺพปาโป ทุจฺจริตกมฺมปถปฺปเภเทน วิภตฺโต, ‘‘เอตฺตเกเนว วิภชิตพฺโพ, อุทาหุ อญฺเญน วิภชิตพฺโพ’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา อญฺเญน อกุสลมูลอคติคมนเภเทนปิ วิภชิตุํ ‘‘ยา อภิชฺฌา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เอวํ ทุจฺจริตอกุสลกมฺมปถกมฺมวิภาเคน ‘สพฺพปาป’นฺติ เอตฺถ วุตฺตปาปํ วิภชิตฺวา อิทานิสฺส อกุสลมูลวเสน อคติคมนวิภาคมฺปิ ทสฺเสตุํ ‘อกุสลมูล’นฺติอาทิ วุตฺต’’นฺติ (เนตฺติ. อฏฺฐ. ๓๐) อนุสนฺธฺยตฺโถ วุตฺโต. โมหวเสน สภาวํ อชานนฺตสฺส ภยสมฺภวโต ยํ ภยา จ โมหา จ อคตึ คจฺฉติ, อิทํ โมหสมุฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ.

สพฺพปาโป อาจริเยน วิภตฺโต, อเมฺหหิ จ ญาโต, ‘‘กตมํ สพฺพปาปสฺส อกรณ’’นฺติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ตตฺถ โลโภ อสุภายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อฏฺฐกถายํ ปน –

‘‘เอตฺตาวตา ‘สพฺพปาปสฺส อกรณ’นฺติ เอตฺถ ปาปํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตสฺส อกรณํ ทสฺเสนฺโต ‘โลโภ…เป… ปญฺญายา’ติ ตีหิ กุสลมูเลหิ ติณฺณํ อกุสลมูลานํ ปหานวเสน สพฺพปาปสฺส อกรณํ อนุปฺปาทนมาหา’’ติ (เนตฺติ. อฏฺฐ. ๓๐) –

วุตฺตํ. สุภาธิมุตฺตวเสน ปวตฺโต โลโภ อสุภาย อสุภภาวนาย ตถาปวตฺเตน อโลเภน ตทงฺควิกฺขมฺภนปฺปหาเนน ปหียติ, สตฺเตสุ กุชฺฌนทุสฺสนวเสน ปวตฺโต โทโส เมตฺตาย เมตฺตาภาวนาย ตถาปวตฺเตน อโทเสน จ ตทงฺควิกฺขมฺภนปฺปหาเนน ปหียติ, สตฺเตสุ เจว สงฺขาเรสุ จ มุยฺหนวเสน ปวตฺโต โมโห ปญฺญาย วิจารณปญฺญาย จ ภาวนามคฺคปญฺญาย จ ตทงฺควิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทปฺปหาเนน ปหียติ.

‘‘ยทิ ตีหิ กุสลมูเลเหว อกุสลมูลานิ ปหียนฺติ, เอวํ สติ อุเปกฺขากรุณามุทิตา นิรตฺถกา ภเวยฺยุ’’นฺติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘ตถา โลโภ อุเปกฺขายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุเปกฺขายาติ ‘‘สพฺเพ สตฺตา กมฺมสฺสกา’’ติอาทินา ภาวิตาย อุเปกฺขาย. มุทิตา อรตึ วูปสเมตฺวา อรติยา มูลภูตํ โมหมฺปิ ปชหตีติ มนสิ กตฺวา ‘‘โมโห มุทิตาย ปหานํ อพฺภตฺถํ คจฺฉตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อกุสลมูลานํ กุสลมูลาทีหิ ปหาตพฺพตฺตํ เกน อเมฺหหิ สทฺทหิตพฺพ’’นฺติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘เตนาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตน ตถา ปหาตพฺพตฺเตน ภควา ‘‘สพฺพปาปสฺส อกรณ’’นฺติ วจนํ อาห, เตน ‘‘สพฺพปาปสฺส อกรณ’’นฺติ วจเนน ตถา ปหาตพฺพตฺตํ ตุเมฺหหิ สทฺทหิตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ.

๓๑. ‘‘เอตฺตาวตา จ สพฺพปาโป วิภตฺโต, ตสฺส อกรณญฺจ วิภตฺตํ สิยา, เอวํ สติ อฏฺฐมิจฺฉตฺตานํ อกรณํ อนิวาริตํ สิยา’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘สพฺพปาปํ นาม อฏฺฐ มิจฺฉตฺตานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. มิจฺฉาสตีติ อนิจฺจาทีสุ ‘‘นิจฺจ’’นฺติ อนุสฺสรณจินฺตนาทิวเสน ปวตฺตอกุสลปฺปวตฺติ.

สพฺพปาปสฺส อกรณํ พหุธา อาจริเยน วิภตฺตํ, อเมฺหหิ จ วิญฺญาตํ, ‘‘กถํ กุสลสฺส สมฺปทา วิภชิตพฺพา วิญฺญาตพฺพา’’ติ วตฺตพฺพตฺตา กุสลสฺส สมฺปทํ วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘อฏฺฐสุ มิจฺฉตฺเตสุ ปหีเนสู’’ติอาทิมาห. อฏฺฐ สมฺมตฺตานีติ สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺโต สมฺมาอาชีโว สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธีติ อฏฺฐสมฺมตฺตานิ วิสภาคปริวตฺตนธมฺมวเสน สมฺปชฺชนฺติ. อตีตสฺสาติ อตีเตน สมฺมาสมฺพุทฺเธน เทสิตสฺส. วิปสฺสิโน หิ ภควโต อยํ ปาติโมกฺขุทฺเทสคาถา. จิตฺเต ปริโยทาปิเตติ จิตฺตปฏิพทฺธา ปญฺจกฺขนฺธาปิ ปริโยทาปิตา ภวนฺติ. ‘‘จิตฺตปริโยทาปิเตน ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ ปริโยทาปิตภาโว กถํ อเมฺหหิ สทฺทหิตพฺโพ’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘เอวญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ วุตฺตปฺปกาเรน ภควา ยํ ‘‘เจโตวิสุทฺธตฺถํ ภิกฺขเว ตถาคเต พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตี’’ติ วจนํ อาห, เตน ‘‘เจโต…เป… วุสฺสตี’’ติ วจเนน ตุเมฺหหิ สทฺทหิตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ปริโยทาปนา กติวิธา ภวนฺตี’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘ทุวิธา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สมถวิปสฺสนาย นีวรณปฺปหานญฺจ อริยมคฺคภาวนาย อนุสยสมุคฺฆาโต จาติ ปริโยทาปนสฺส ทุวิธตฺตา ปญฺจกฺขนฺธา ปริโยทาปิตา ภวนฺตีติ อตฺโถ. ปหีนนีวรณานุสยา หิ ปุคฺคลา ปสาทนียวณฺณา โหนฺติ.

‘‘ปริโยทาปนสฺส กิตฺติกา ภูมิโย’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘เทฺว ปริโยทาปนภูมิโย’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘‘สพฺพปาปสฺส อกรณ’นฺติอาทิคาถาย เทสิเตสุ ธมฺเมสุ กตมํ ทุกฺขสจฺจํ, กตมํ สมุทยสจฺจํ, กตมํ มคฺคสจฺจํ, กตมํ นิโรธสจฺจ’’นฺติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘ตตฺถ ยํ ปฏิเวเธนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถาติ คาถาย เทสิเตสุ ธมฺเมสุ ยํ ขนฺธปญฺจกํ ปฏิเวเธน ปริญฺญาภิสมเยน ปริโยทาเปติ, อิทํ ขนฺธปญฺจกํ ทุกฺขํ ทุกฺขสจฺจํ ภเว. ยโต ตณฺหาสํกิเลสโต ขนฺธปญฺจกํ ปริโยทาเปติ, อยํ ตณฺหาสํกิเลโส สมุทโย สมุทยสจฺจํ. เยน อริยมคฺคงฺเคน ปริโยทาเปติ, อยํ อริยมคฺโค มคฺคสจฺจํ. ยํ อสงฺขตธาตุํ อธิคเตน ปุคฺคเลน ปริโยทาปิตํ, อยํ อสงฺขตธาตุธมฺโม นิโรโธ นิโรธสจฺจํ ภเว. อิมานิ จตฺตาริ สจฺจานิ คาถาย เทสิตธมฺมานํ สภาควิสภาคธมฺมาวฏฺฏนวเสน นิทฺธาริตานิ. ‘‘เตนาหา’’ติอาทิกสฺส อตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ.

‘‘สพฺพปาปสฺส อกรณ’’นฺติอาทิคาถาย เทสิตานํ ธมฺมานํ สภาควิสภาคธมฺมาวฏฺฏนวเสน จตฺตาริ สจฺจานิ อาจริเยน นิทฺธาริตานิ, อเมฺหหิ จ วิญฺญาตานิ.

‘‘‘ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ, ฉตฺตํ มหนฺตํ ยถ วสฺสกาเล;

เอสานิสํโส ธมฺเม สุจิณฺเณ, น ทุคฺคตึ คจฺฉติ ธมฺมจารี’ติ –

คาถาย เทสิตานํ ธมฺมานํ วิสภาคสภาคธมฺมานํ อาวฏฺฏนวเสน กถํ จตฺตาริ สจฺจานิ นิทฺธาริตานี’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘ธมฺโม หเว’’ติอาทิมาห. ตาย คาถาย เทสิเต ธมฺเม วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ธมฺโม นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ธมฺโม นามาติ ปุญฺญธมฺโม นาม. อินฺทฺริยสํวโรติ มนจฺฉฏฺฐินฺทฺริยสํวรสีลาทิโก สพฺโพ สํวโร. เตน วุตฺตํ –‘‘อินฺทฺริยสํวรสีเสน เจตฺถ สพฺพมฺปิ สีลํ คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ (เนตฺติ. อฏฺฐ. ๓๑). จตฺตาโร อปายา ทุกฺกฏกมฺมการีนํ คติภูตตฺตา ทุคฺคติ. สพฺพา อุปปตฺติโย ปน ทุกฺขทุกฺขสงฺขารทุกฺขวิปริณามทุกฺขสมงฺคีนํ คติภูตตฺตา ทุคฺคติ นาม.

‘‘ตสฺมึ ทุวิเธ ธมฺเม อินฺทฺริยสํวรธมฺโม กตฺถ ฐิโต, กถํ สุจิณฺโณ, กุโต รกฺขตี’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘ตตฺถ ยา สํวรสีเล’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ ทุวิเธ ธมฺเม. สํวรสีเล ฐิตา ยา อขณฺฑการิตา โหติ, อยํ อขณฺฑวเสน กาตพฺโพ สํวรสีเล ฐิโต สุฏฺฐุ อาจิณฺณปริจิณฺโณ ปุญฺญธมฺโม จตูหิ อปาเยหิ อตฺตโน อาธารํ อตฺตานํ รกฺขนฺตํ ปุคฺคลํ เอกนฺติกภาเวน รกฺขติ, อเนกนฺติกภาเวน ปน รกฺขิตมตฺโต ปุญฺญธมฺโมปิ รกฺขตีติ อตฺโถ คเหตพฺโพ. อปาเยหีติ จ ปธานวเสน วุตฺตํ, โรคาทิอนฺตรายโตปิ รกฺขติ. โรคาทิอนฺตราโย วา อยโต อปคตตฺตา อปายนฺโตคโธติ ทฏฺฐพฺโพ.

‘‘ตถา รกฺขตีติ เกน อเมฺหหิ สทฺทหิตพฺโพ’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘เอวํ ภควา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ วุตฺตปฺปกาเรน ลกฺขณปการทสฺสนํ ภควา ‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, สีลวโต คติโย เทวา จ มนุสฺสา จา’’ติ ยํ วจนํ อาห, เตน ‘‘เทฺวมา…เป… มนุสฺสา จา’’ติ วจเนน ตุเมฺหหิ สทฺทหิตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘สํวรสีเล ฐิตสฺส อขณฺฑกาตพฺพสฺส สุจิณฺณสฺส ปุญฺญธมฺมสฺส อปาเยหิ รกฺขเณ เอกนฺติกภาโว เกน สุตฺเตน ทีเปตพฺโพ’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘เอวญฺจ นาฬนฺทาย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เอวญฺจาติ อิมินา อิทานิ วุจฺจมาเนน ปกาเรนปิ วุตฺตปฺปกาโร อตฺโถ เวทิตพฺโพ. นาฬนฺทายนฺติ นาฬนฺทนามเก นิคเม นิสินฺโน อสิพนฺธกนามสฺส ปุตฺโต คามณิ คามเชฏฺฐโก ภควนฺตํ เอตํ วุจฺจมานํ ‘‘พฺราหฺมณา, ภนฺเต’’ติอาทิวจนํ อโวจ.

พฺราหฺมณาติ พาหิรกา พฺราหฺมณา. ภนฺเตติ ภควนฺตํ คามณิ อาลปติ. ปจฺฉาภูมกาติ ปจฺฉิมทิสาย นิสินฺนกา. อุยฺยาเปนฺตีติ มนุสฺสโลกโต อุทฺธํ เทวโลกํ ยาเปนฺติ ปาเปนฺติ.

อิธสฺสาติ อิธโลเก อสฺส ภเวยฺย. ปุริโส ปาณาติปาตี…เป… มิจฺฉาทิฏฺฐิโก อสฺส ภเวยฺยาติ โยชนา. เสสํ ปาฬิโต เจว วุตฺตานุสาเรน จ เญยฺยํ.

๓๒. ‘‘วิสภาคธมฺมสภาคธมฺมาวฏฺฏนวเสน จตุนฺนํ สจฺจานํ นิทฺธาริตภาโว เกน อเมฺหหิ สทฺทหิตพฺโพ’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘เตนาห มหากจฺจาโน เอกมฺหิ ปทฏฺฐาเน’’ติ วุตฺตํ.

‘‘เอตฺตาวตา จ อาวฏฺโฏ หาโร ปริปุณฺโณ, อญฺโญ นิยุตฺโต นตฺถี’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘นิยุตฺโต อาวฏฺโฏ หาโร’’ติ วุตฺตํ. ยสฺสํ ยสฺสํ ปาฬิยํ โย โย อาวฏฺโฏ หาโร ยถาลาภวเสน โยชิโต, ตสฺสํ ตสฺสํ ปาฬิยํ โส โส อาวฏฺโฏ หาโร ตถา นิทฺธาเรตฺวา ยุตฺโต โยชิโตติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

อิติ อาวฏฺฏหารวิภงฺเค สตฺติพลานุรูปา รจิตา

วิภาวนา นิฏฺฐิตา.

ปณฺฑิเตหิ ปน อฏฺฐกถาฏีกานุสาเรเนว คมฺภีรตฺโถ วิตฺถารโต วิภชิตฺวา คเหตพฺโพติ.