สาสนปฏฺฐานวิภาวนา

๘๙. ‘‘ตตฺถ กตมํ นยสมุฏฺฐาน’’นฺติอาทินา อาจริเยน สพฺพถา นยสมุฏฺฐานํ ฐปิตํ, อเมฺหหิ จ ญาตํ, ‘‘โสฬสหารปญฺจนยอฏฺฐารสมูลปเทสุ อฏฺฐารส มูลปทา กถํ วิภตฺตา, กุหึ อเมฺหหิ ทฏฺฐพฺพา’’ติ วตฺตพฺพภาวโต ‘‘ตตฺถ อฏฺฐารส มูลปทา กุหึ ทฏฺฐพฺพา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถาติ เตสุ โสฬสหารปญฺจนยอฏฺฐารสมูลปเทสุ อฏฺฐารส มูลปทา เกน ปเทน อาจริเยน วิภตฺตา, กุหึ อเมฺหหิ วิตฺถารโต ทฏฺฐพฺพาติ ปุจฺฉติ. อฏฺฐารส มูลปทา สาสนปฏฺฐาเน มยา วิภตฺตา, ตุเมฺหหิ จ วิตฺถารโต สาสนปฏฺฐาเน ทฏฺฐพฺพาติ วิสฺสชฺเชติ. วิภตฺตาเยว หิ อฏฺฐารส มูลปทา ทฏฺฐพฺพา ภวนฺติ. อฏฺฐกถายํ (เนตฺติ. อฏฺฐ. ๘๙) ปน –

‘‘เอวํ สพฺพถา นยสมุฏฺฐานํ วิภชิตฺวา อิทานิ สาสนปฏฺฐานํ วิภชนฺโต ยสฺมา สงฺคหวาราทีสุ มูลปเทเหว ปฏฺฐานํ สงฺคเหตฺวา สรูปโต น ทสฺสิตํ, ตสฺมา ยถา มูลปเทหิ ปฏฺฐานํ นิทฺธาเรตพฺพํ, เอวํ ปฏฺฐานโตปิ มูลปทานิ นิทฺธาเรตพฺพานีติ ทสฺสนตฺถํ ‘อฏฺฐารส มูลปทา กุหึ ทฏฺฐพฺพา? สาสนปฏฺฐาเน’ติ อาหา’’ติ –

วุตฺตํ. สาสนปฏฺฐาเน อฏฺฐารส มูลปทา ทฏฺฐพฺพาติ อาจริเยน วุตฺตา, ‘‘กตมํ ตํ สาสนปฏฺฐาน’’นฺติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘ตตฺถ กตมํ สาสนปฏฺฐาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถาติ เตสุ อฏฺฐารสมูลปทสาสนปฏฺฐาเนสุ กตมํ ตํ สาสนปฏฺฐานนฺติ อิทานิ มยา นิทฺธาริยมานํ ภควตา เทสิตํ สํกิเลสภาคิยาทิสุตฺตํ สาสนปฏฺฐานํ นามาติ วิสฺสชฺเชติ. สาสนนฺติ ปริยตฺติสาสนํ. ปฏฺฐานนฺติ ตสฺส ปริยตฺติสาสนสฺส สํกิเลสภาคิยตาทีหิ ปกาเรหิ ฐานํ ปวตฺตนํ ปฏฺฐานํ, ตํทีปนสุตฺตํ ปน อิธ ปฏฺฐานํ นาม. เตน วุตฺตํ – ‘‘สํกิเลสภาคิยํ สุตฺต’’นฺติอาทิ. อถ วา สาสนนฺติ อธิสีลอธิจิตฺตอธิปญฺญาสิกฺขตฺตยํ สาสนํ นาม, ตํ สิกฺขตฺตยํ ปติฏฺฐหติ เอเตน สํกิเลสาทินาติ ปฏฺฐานํ, สิกฺขตฺตยสฺส สาสนสฺส ปฏฺฐานนฺติ สาสนปฏฺฐานํ. ตทาธารภูตํ สุตฺตมฺปิ ฐานฺยูปจารโต สาสนปฏฺฐานํ นาม. ตํ สาสนปฏฺฐานสุตฺตํ สรูปโต ทสฺเสตุํ –

‘‘สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ, วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ, นิพฺเพธภาคิยํ สุตฺตํ, อเสกฺขภาคิยํ สุตฺตํ, สํกิเลสภาคิยญฺจ วาสนาภาคิยญฺจ สุตฺตํ, สํกิเลสภาคิยญฺจ นิพฺเพธภาคิยญฺจ สุตฺตํ, สํกิเลสภาคิยญฺจ อเสกฺขภาคิยญฺจ สุตฺตํ, สํกิเลสภาคิยญฺจ นิพฺเพธภาคิยญฺจ อเสกฺขภาคิยญฺจ สุตฺตํ, สํกิเลสภาคิยญฺจ วาสนาภาคิยญฺจ นิพฺเพธภาคิยญฺจ สุตฺตํ, วาสนาภาคิยญฺจ นิพฺเพธภาคิยญฺจ สุตฺตํ, ตณฺหาสํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ, ทิฏฺฐิสํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ, ทุจฺจริตสํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ, ตณฺหาโวทานภาคิยํ สุตฺตํ, ทิฏฺฐิโวทานภาคิยํ สุตฺตํ, ทุจฺจริตโวทานภาคิยํ สุตฺต’’นฺติ –

วุตฺตํ. ‘‘เตสุ สุตฺเตสุ เย สํกิเลสาทโย ภควตา วุตฺตา, เตสุ สํกิเลสาทีสุ สํกิเลโส กิตฺตโก’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘ตตฺถ สํกิเลโส ติวิโธ ตณฺหาสํกิเลโส ทิฏฺฐิสํกิเลโส ทุจฺจริตสํกิเลโส’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถาติ เตสุ สุตฺตนฺเตสุ สํกิเลสาทีสุ ธมฺเมสุ. ‘‘ติวิเธ ตสฺมึ สํกิเลเส ตณฺหาสํกิเลโส กตเมน กุสเลน วิสุชฺฌตี’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘ตตฺถ ตณฺหาสํกิเลโส สมเถน วิสุชฺฌตี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ ติวิเธ ตณฺหาสํกิเลสาทิเก. ‘‘โส สมโถ ขนฺเธสุ กตโม ขนฺโธ’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘โส สมโถ สมาธิกฺขนฺโธ’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ทิฏฺฐิสํกิเลโส เกน วิสุชฺฌตี’’ติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘ทิฏฺฐิสํกิเลโส วิปสฺสนาย วิสุชฺฌตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘สา วิปสฺสนา กตโม ขนฺโธ’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘สา วิปสฺสนา ปญฺญากฺขนฺโธ’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ทุจฺจริตสํกิเลโส เกน วิสุชฺฌตี’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘ทุจฺจริตสํกิเลโส สุจริเตน วิสุชฺฌตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ตํ สุจริตํ กตโม ขนฺโธ’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘ตํ สุจริตํ สีลกฺขนฺโธ’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ตสฺมึ สีเล ฐิตสฺส ปุคฺคลสฺส กึ ภวตี’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘ตสฺส สีเล ปติฏฺฐิตสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สีเล สุจริตสงฺขาเต สีลกฺขนฺเธ ปติฏฺฐิตสฺส ตสฺส สีลวนฺตสฺส ปุคฺคลสฺส ภเวสุ กามภวรูปารูปภเวสุ อาสตฺติ ภวปตฺถนา ยทิ อุปฺปชฺชติ, เอวํสายนฺติ เอวํ อสฺส อยนฺติ ปทจฺเฉโท. เอวํ สติ อสฺส สีเล ปติฏฺฐิตสฺส อยํ อาสตฺติ ภวปตฺถนา สมถวิปสฺสนาภาวนามยปุญฺญกิริยวตฺถุ จ ภวติ, จ-สทฺเทน ทานมยสีลมยปุญฺญกิริยวตฺถุ จ ภวตีติ อตฺโถ สงฺคหิโต. ตตฺราติ เตสุ กามภวรูปารูปภเวสุ อุปปตฺติยา สํวตฺตตีติ.

‘‘สํกิเลสาทโย เยหิ สุตฺเตหิ ทสฺสิตา, ตานิ สุตฺตานิ กิตฺตกานี’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘อิมานิ จตฺตาริ สุตฺตานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อสาธารณานิ สํกิเลสภาคิยสุตฺตวาสนาภาคิยสุตฺตนิพฺเพธภาคิยสุตฺตอเสกฺขภาคิยสุตฺตานิ จตฺตาริ สุตฺตานิ ภวนฺติ, สาธารณานิ สํกิเลสภาคิยวาสนาภาคิยสุตฺต, สํกิเลสภาคิยนิพฺเพธภาคิยสุตฺต, สํกิเลสภาคิยอเสกฺขภาคิยสุตฺต, วาสนาภาคิยนิพฺเพธภาคิยสุตฺตานิ กตานิ มิสฺสิตานิ จตฺตาริ ภวนฺติ. อิติ อฏฺฐ สุตฺตานิ ภวนฺติ. ตานิเยว วุตฺตปฺปการานิ อฏฺฐ สุตฺตานิ ภวนฺติ. สาธารณานิ วาสนาภาคิยอเสกฺขภาคิยสุตฺตนิพฺเพธภาคิยอเสกฺขภาคิยสุตฺต- สํกิเลสภาคิยวาสนาภาคิยนิพฺเพธภาคิยสุตฺตสํกิเลส- ภาคิยวาสนาภาคิยอเสกฺขภาคิยสุตฺต- สํกิเลสภาคิยนิพฺเพธภาคิยอเสกฺขภาคิยสุตฺต- วาสนาภาคิยนิพฺเพธภาคิยอเสกฺขภาคิยสุตฺต- สํกิเลสภาคิยวาสนาภาคิยนิพฺเพธภาคิยอเสกฺขภาคิยสุตฺต- เนวสํกิเลสภาคิยนวาสนา- ภาคิยนนิพฺเพธภาคิยนอเสกฺขภาคิยสุตฺตานิ กตานิ มิสฺสิตานิ อฏฺฐ สุตฺตานิ ภวนฺตีติ โสฬส สุตฺตานิ ภวนฺติ. เตสุ โสฬสสุตฺเตสุ จตฺตาริ เอกกานิ สุตฺตานิ จ จตฺตาริ ทุกานิ สุตฺตานิ จ เทฺว ติกานิ จ ปาฬิยํ อาคตานิ, เทฺว ทุกานิ สุตฺตานิ จ เทฺว ติกานิ จ เทฺว จตุกฺกานิ สุตฺตานิ จ อฏฺฐกถายํ (เนตฺติ. อฏฺฐ. ๘๙) อาคตานิ.

‘‘ยทิ ปฏฺฐานนเยน วุตฺตปฺปการานิ โสฬส สุตฺตานิเยว วิภตฺตานิ, เอวํ สติ สุตฺตเคยฺยาทินววิธํ สกลํ ปริยตฺติสาสนํ ปฏฺฐานนเยน อวิภตฺตํ ภเวยฺยา’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘อิเมหิ โสฬสหิ สุตฺเตหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปฏฺฐานนเยน วิภตฺเตหิ โสฬสหิ อิเมหิ สุตฺเตหิ นววิธํ สกลํ ปริยตฺติสุตฺตํ ปฏฺฐานนเยน วิภตฺตํเยว หุตฺวา ภินฺนํ ภวติ. สํกิเลสภาคิยาทิปเภทาย คาถาย คาถา อนุมินิตพฺพา, สํกิเลสภาคิยาทิปเภเทน เวยฺยากรเณน เวยฺยากรณํ อนุมินิตพฺพํ. สํกิเลสภาคิยาทิปเภเทน สุตฺเตน สุตฺตํ อนุมินิตพฺพํ ภวติเยวาติ.

๙๐. ‘‘เตสุ โสฬสสุ สํกิเลสภาคิยาทีสุ สุตฺเตสุ กตมํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺต’’นฺติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘ตตฺถ กตมํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถาติ เตสุ โสฬสสุ สํกิเลสภาคิยาทีสุ สุตฺเตสุ กตมํ สุตฺตํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นามาติ ปุจฺฉติ.

‘‘กามนฺธา ชาลสญฺฉนฺนา, ตณฺหาฉทนฉาทิตา;

ปมตฺตพนฺธนาพทฺธา, มจฺฉาว กุมินามุเข;

ชรามรณมเนฺวนฺติ, วจฺโฉ ขีรปโกว มาตร’’นฺติ. –

อิทํ สุตฺตํ สํกิเลสภาเค วาจกญาปกภาเวน ปวตฺตนโต สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. เย สตฺตา กามนฺธา กาเมน อนฺธา ชาลสญฺฉนฺนา ตณฺหาฉทเนน ฉาทิตา, ปมตฺตพนฺธนาย พทฺธา พนฺธิตพฺพา, เต สตฺเต ชรามรณํ อเนฺวติ, ยถา ตํ กุมินามุเข เย มจฺฉา คหิตา, เต มจฺเฉ ชรามรณํ อเนฺวติ อิว, เอวํ เต สตฺเต ชรามรณํ อเนฺวติ. ขีรปโก วจฺโฉ มาตรํ อเนฺวติ อิว, เอวํ เต สตฺเต ชรามรณํ อเนฺวตีติ โยชนา กาตพฺพา. อถ วา ขีรปโก วจฺโฉ มาตรํ อเนฺวติ อิว, กุมินามุเข คหิตา มจฺฉา ชรามรณํ อเนฺวนฺติ อิว จ, เอวํ เย สตฺตา กามนฺธา ปมตฺตพนฺธนาย พนฺธิตพฺพา, เต สตฺตา ชรามรณํ อเนฺวนฺตีติ โยชนา.

‘‘อิทํ สุตฺตํเยวา’’ติ วตฺตพฺพตฺตา –

‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, อคติคมนานิ. กตมานิ จตฺตาริ? ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ, โทสาคตึ คจฺฉติ, โมหาคตึ คจฺฉติ, ภยาคตึ คจฺฉติ, อิมานิ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาริ อคติคมนานิ. อิทมโวจ ภควา, อิทํ วตฺวาน สุคโต, อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –

‘‘ฉนฺทา โทสา ภยา โมหา, โย ธมฺมํ อติวตฺตติ;

นิหียติ ตสฺส ยโส, กาฬปกฺเขว จนฺทิมา’’ติ. –

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตนฺติ –

วุตฺตํ. ฉนฺทา ฉนฺทเหตุนา โทสา โทสเหตุนา ภยา ภยเหตุนา โมหา โมหเหตุนา โย ราชาทิโก โย วินยธราทิโก วา ธมฺมํ สปฺปุริสธมฺมํ อติวตฺตติ อติกฺกมิตฺวา วตฺตติ, ตสฺส ราชาทิโน วา ตสฺส วินยธราทิโน วา ยโส กิตฺติ จ ปริวาโร จ โภโค จ นิหียติ. จนฺทิมา กาฬปกฺเข ปภาย นิหียติ อิว, เอวํ นิหียตีติ โยชนา.

‘‘เอตฺตกํเยวา’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา…เป… จกฺกํว วหโต ปทนฺติ อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. อตฺโถ ปากโฏ. อฏฺฐกถายมฺปิ วิภตฺโต.

‘‘มิทฺธี ยทา โหติ มหคฺฆโส จ, นิทฺทายิตา สมฺปริวตฺตสายี;

มหาวราโหว นิวาปปุฏฺโฐ, ปุนปฺปุนํ คพฺภมุเปติ มนฺโท’’ติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาเค วิสเย วาจกญาปกภาเวน ปวตฺตนโต สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. นิวาปปุฏฺโฐ มหาวราโห คามสูกโร นิทฺทายิตา สุปนสีโล สมฺปริวตฺตสายี โหติ อิว, เอวํ โย มนฺโท สตฺโต ยทา มหคฺฆโส โหติ, โส มนฺโท สตฺโต มิทฺธี ถินมิทฺธาภิภูโต หุตฺวา นิทฺทายิตา มุทุผสฺสสยเน มุทุหตฺเถหิ ปรามสิโต สมฺปริวตฺตสายี ปุนปฺปุนํ คพฺภํ อุเปตีติ โยชนา.

‘‘อยสาว มลํ สมุฏฺฐิตํ, ตตุฏฺฐาย ตเมว ขาทติ;

เอวํ อติโธนจารินํ, สานิ กมฺมานิ นยนฺติ ทุคฺคติ’’นฺติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. อยสา อยโต สมุฏฺฐิตํ ชาตมลํ ตตุฏฺฐาย ตโต อยโต อุฏฺฐหิตฺวา ตเมว อยํ ขาทติ อิว, เอวํ อติโธนจารินํ อติกฺกมิตฺวา โธนจาริปุคฺคลํ สานิ สยํ กตานิ อกุสลกมฺมานิ ทุคฺคตึ นยนฺตีติ โยชนา.

‘‘โจโร ยถา สนฺธิมุเข คหีโต, สกมฺมุนา หญฺญติ พชฺฌเต จ;

เอวํ อยํ เปจฺจ ปชา ปรตฺถ, สกมฺมุนา หญฺญติ พชฺฌเต จา’’ติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. สนฺธิมุเข ราชปุริสาทีหิ คหิโต โจโร สกมฺมุนา อตฺตนา กเตน โจรกมฺเมน หญฺญติ จ พชฺฌเต จ ยถา, เอวํ อยํ ปาปการินี ปชา ปรตฺถ ปรโลเก เปจฺจ สกมฺมุนา สยํ กเตน อกุสลกมฺมุนา สตฺถาทีหิ หญฺญติ จ อทฺทุพนฺธนาทีหิ พชฺฌเต จาติ โยชนา.

‘‘สุขกามานิ ภูตานิ, โย ทณฺเฑน วิหึสติ;

อตฺตโน สุขเมสาโน, เปจฺจ โส น ลภเต สุข’’นฺติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. อตฺตโน สุขํ เอสาโน เอสมาโน โย สตฺโต อญฺญานิ สุขกามานิ ภูตานิ ทณฺเฑน วิหึสติ, โส หึสโก สตฺโต ปรโลเก เปจฺจ สุขํ น ลภตีติ โยชนา.

‘‘คุนฺนํ เจ ตรมานานํ, ชิมฺหํ คจฺฉติ ปุงฺคโว;

สพฺพา ตา ชิมฺหํ คจฺฉนฺติ, เนตฺเต ชิมฺหํ คเต สติ.

‘‘เอวเมว มนุสฺเสสุ, โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต;

โส เจ อธมฺมํ จรติ, ปเคว อิตรา ปชา;

สพฺพํ รฏฺฐํ ทุกฺขํ เสติ, ราชา เจ โหติ อธมฺมิโก’’ติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. นทึ ตรมานานํ คุนฺนํ ปุงฺคโว ชิมฺหํ เจ คจฺฉติ, เอวํ เนตฺเต ชิมฺหํ คเต สติ สพฺพา ตา คาวิโย ชิมฺหํ คจฺฉนฺติ ยถา, เอวเมว มนุสฺเสสุ โย ราชา เสฏฺฐสมฺมโต, โส ราชา อธมฺมํ จรติ, เอวํ รญฺเญ อธมฺมํ จรนฺเต สติ อิตรา ปชา ปเคว ปฐมเมว อธมฺมํ จรติ. ราชา อธมฺมิโก เจ โหติ, เอวํ รญฺเญ อธมฺมิเก สติ สพฺพํ รฏฺฐํ ทุกฺขํ เสตีติ โยชนา.

‘‘สุกิจฺฉรูปา วติเม มนุสฺสา, กโรนฺติ ปาปํ อุปธีสุ รตฺตา;

คจฺฉนฺติ เต พหุชนสนฺนิวาสํ, นิรยํ อวีจึ กฏุกํ ภยานก’’นฺติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. เย มนุสฺสา อุปธีสุ กามคุณูปธีสุ รตฺตา ราคาภิภูตา หุตฺวา ปาปํ อกุสลกมฺมํ กโรนฺติ, อิเม ปาปกมฺมกรา มนุสฺสา สุกิจฺฉรูปา วต สุฏฺฐุ กิจฺฉาปนฺนรูปา วต ภวนฺติ, เต ปาปกมฺมกรา มนุสฺสา กฏุกํ ภยานกํ พหุชนสนฺนิวาสํ นิรยํ อวีจึ คจฺฉนฺตีติ โยชนา.

‘‘ผลํ เว กทลึ หนฺติ, ผลํ เวฬุํ ผลํ นฬํ;

สกฺกาโร กาปุริสํ หนฺติ, คพฺโภ อสฺสตรึ ยถา’’ติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. ผลํ กทลิยา ผลํ กทลึ เว เอกนฺเตน หนฺติ ยถา, ผลํ เวฬุํ เว เอกนฺเตน หนฺติ ยถา, ผลํ นฬํ เว เอกนฺเตน หนฺติ ยถา, คพฺโภ อสฺสตรึ มาตรํ เว เอกนฺเตน หนฺติ ยถา, เอวํ สกฺกาโร กาปุริสํ เว เอกนฺเตน หนฺตีติ โยชนา.

‘‘โกธมกฺขครุ ภิกฺขุ, ลาภสกฺการคารโว;

สุเขตฺเต ปูติพีชํว, สทฺธมฺเม น วิรูหตี’’ติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. สุเขตฺเต สุนฺทเร เขตฺเตปิ ขิตฺตํ ปูติพีชํ น รุหติ อิว, เอวํ โย ภิกฺขุ ลาภสกฺการคารโว โกธํ กุชฺฌนลกฺขณํ โกธํ, มกฺขํ ปรคุณสีลมกฺขนลกฺขณํ มกฺขญฺจ ครุํ กตฺวา จรติ, โส จรนฺโต ภิกฺขุ สทฺธมฺมสฺมึ น รุหตีติ โยชนา.

๙๑. ‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, เอกจฺจํ ปุคฺคลํ ปทุฏฺฐจิตฺตํ เอวํ เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานามิ…เป… อิติ เม สุต’’นฺติ อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. ภิกฺขเว อิธ สาสเน, โลเก วา อหํ เอกจฺจํ ปุคฺคลํ ปทุฏฺฐจิตฺตํ มม เจตสา ตสฺส เจโต จิตฺตํ ปริจฺจ ปริจฺฉินฺทิตฺวา พุทฺธจกฺขุนา เอวํ ปชานามิ. ‘‘กถํ ปชานามี’’ติ เจ ปุจฺเฉยฺย, ยญฺจ ปฏิปทํ ปฏิปนฺโน, ยญฺจ มคฺคํ สมารุโฬฺห อยํ ปุคฺคโล ยถา ยาย ทุปฺปฏิปทาย เยน ทุมฺมคฺเคน อิริยติ ปวตฺตติ, ตาย ทุปฺปฏิปทาย เตน ทุมฺมคฺเคน อิมมฺหิ อิมสฺมึ สมเย ทุปฺปฏิปชฺชนกาเล อยํ ทุปฺปฏิปนฺนํ ปฏิปนฺโน ทุมฺมคฺคสมารุโฬฺห ปุคฺคโล เจ กาลํ กเรยฺย, เอวํ สติ อาภตํ วตฺถุ นิกฺขิตฺตํ ยถา, เอวํ นิรเย นิกฺขิตฺโต. ตํ กิสฺส เหตุ? ภิกฺขเว อสฺส ปุคฺคลสฺส จิตฺตํ ปทุฏฺฐํ ปโทสิตํ หิ ยสฺมา โหติ, ตสฺมา นิกฺขิตฺโต. เอวํ อิธ สาสเน, โลเก วา เจโตปโทสเหตุ จ ปน เอกจฺเจ สตฺตา ปุคฺคลา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ อุปปชฺชนฺตีติ ปชานามีติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺถ ตสฺมึ สุตฺเต เอตํ ‘‘ปทุฏฺฐจิตฺตํ ญตฺวาน…เป… นิรยํ โส อุปปชฺชตี’’ติ คาถาวจนํ อิติ เอวํ วุจฺจติ.

สตฺถา อิธ สาสเน, โลเก วา ปทุฏฺฐจิตฺตํ เอกจฺจํ ปุคฺคลํ ญตฺวาน ภิกฺขูนํ สนฺติเก เอตมตฺถํ พฺยากาสิ. อิมมฺหิ อิมสฺมึ สมเย อยํ ปุคฺคโล เจ กาลํ กยิราถ, เอวํ สติ ปทุฏฺฐจิตฺตสมงฺคี หิ นิรยสฺมึ อุปปชฺเชยฺย, ปุคฺคลสฺส จิตฺตํ ปทูสิตํ หิ ยสฺมา โหติ, ตสฺมา อุปปชฺเชยฺย, เจโตปโทสเหตุ สตฺตา ทุคฺคตึ คจฺฉนฺติ อาภตํ วตฺถุํ นิกฺขิเปยฺย ยถา, เอวเมวํ ตถาวิโธ ทุปฺปญฺโญ โส ปโทสจิตฺโต ปุคฺคโล กายสฺส เภทา ปรํ มรณา นิรยํ อุปปชฺชตีติ อยมฺปิ อตฺโถ ภควตา วุตฺโต, อิติ เม มยา สุตนฺติ โยชนา.

‘‘สเจ ภายถ ทุกฺขสฺส, สเจ โว ทุกฺขมปฺปิยํ;

มากตฺถ ปาปกํ กมฺมํ, อาวิ วา ยทิ วา รโห.

‘‘สเจ จ ปาปกํ กมฺมํ, กริสฺสถ กโรถ วา;

น โว ทุกฺขา ปมุตฺยตฺถิ, อุเปจฺจปิ ปลายต’’นฺติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. สปฺปุริสา ตุเมฺห ทุกฺขสฺส ชาติทุกฺขชราทุกฺขพฺยาธิทุกฺขมรณทุกฺขอปายทุกฺข- อตีตวฏฺฏมูลกทุกฺขอนาคตวฏฺฏมูลกทุกฺขปจฺจุปฺปนฺนาหารมูลกทุกฺขาติ อฏฺฐวิธสฺส ทุกฺขสฺส สเจ ภายถ, โว ตุเมฺหหิ ทุกฺขํ ตถา อฏฺฐวิธํ ทุกฺขํ สเจ อปฺปิยํ, เอวํ สติ อาวิ วา ยทิ รโห วา ปาปกํ กมฺมํ มากตฺถ มา อกตฺถ. สปฺปุริสา ตุเมฺห อาวิ วา ยทิ รโห วา ปาปกํ กมฺมํ สเจ กริสฺสถ วา สเจ กโรถ วา, เอวํ สติ อุเปจฺจปิ สญฺจิจฺจาปิ ปลายตํ ปลายนฺตานํ โว ตุมฺหากํ ทุกฺขา อฏฺฐวิธา ทุกฺขโต ปมุตฺติ มุจฺจนํ นตฺเถวาติ โยชนา.

‘‘อธมฺเมน ธนํ ลทฺธา, มุสาวาเทน จูภยํ;

มเมติ พาลา มญฺญนฺติ, ตํ กถํ นุ ภวิสฺสติ.

‘‘อนฺตรายา สุ ภวิสฺสนฺติ, สมฺภตสฺส วินสฺสติ;

มตา สคฺคํ น คจฺฉนฺติ, นนุ เอตฺตาวตา หตา’’ติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. เย พาลา อธมฺเมน จ มุสาวาเทน จ ธนํ สวิญฺญาณาวิญฺญาณํ สพฺพํ ลภิตพฺพํ ธนํ ลทฺธา อุภยํ ธนํ ‘‘มม ธน’’นฺติ มญฺญนฺติ, เตสํ พาลานํ ตํ อุภยํ ธนํ กถํ เกน นุ ปกาเรน ภวิสฺสติ, อธมฺเมน สมฺภตตฺตา จิรฏฺฐิติกํ น โหติ. อนฺตรายา ราชนฺตรายาทโย อนฺตรายา เตสํ พาลานํ ภวิสฺสนฺติ. เยน อธมฺมโวหาราทิเกน ยํ ธนํ สมฺภตํ, อสฺส อธมฺมโวหาราทิกสฺส ตํ สมฺภตํ ธนํ วินสฺสติ. มตา มรนฺตา เต พาลา สคฺคํ สุคตึ น คจฺฉนฺติ. สุคติ หิ โสภเนหิ โภเคหิ อคฺโคติ ‘‘สคฺโค’’ติ อธิปฺเปตา. เอตฺตาวตา เอตฺตเกน ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกานํ อตฺตหิตานํ หายเนน เต พาลา หตา วินฏฺฐา ภวนฺติ นนูติ โยชนา.

‘‘กถํ ขณติ อตฺตานํ, กถํ มิตฺเตหิ ชีรติ;

กถํ วิวฏฺฏเต ธมฺมา, กถํ สคฺคํ น คจฺฉติ’’.

‘‘โลภา ขณติ อตฺตานํ, ลุทฺโธ มิตฺเตหิ ชีรติ;

โลภา วิวฏฺฏเต ธมฺมา, โลภา สคฺคํ น คจฺฉตี’’ติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. โยชนตฺโถ ปากโฏ.

‘‘จรนฺติ พาลา ทุมฺเมธา, อมิตฺเตเนว อตฺตนา;

กโรนฺตา ปาปกํ กมฺมํ, ยํ โหติ กฏุกปฺผลํ.

‘‘น ตํ กมฺมํ กตํ สาธุ, ยํ กตฺวา อนุตปฺปติ;

ยสฺส อสฺสุมุโข โรทํ, วิปากํ ปฏิเสวตี’’ติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. ทุมฺเมธา นิปฺปญฺญา พาลา อมิตฺเตน ปาปกํ กมฺมํ กตํ อิว, เอวํ อตฺตนา กฏุกปฺผลํ ยํ กมฺมํ กตํ โหติ, ตํ ปาปกํ กตํ กมฺมํ กโรนฺตา จรนฺติ. ยํ กมฺมํ กตฺวา กโรนฺโต ปจฺฉา อนุตปฺปติ, ตํ กตํ กมฺมํ น สาธุ. ยสฺส กมฺมสฺส วิปากํ โรทํ รุทนฺโต อสฺสุมุโข ปฏิเสวติ, ตํ กตํ กมฺมํ น สาธูติ โยชนา.

‘‘ทุกฺกรํ ทุตฺติติกฺขญฺจ…เป… อวีตราโค’’ติ อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. สุตฺตตฺโถ อฏฺฐกถายํ วิตฺถารโต วุตฺโต.

‘‘อปฺปเมยฺยํ ปมินนฺโต, โกธ วิทฺวา วิกปฺปเย;

อปฺปเมยฺยํ ปมายินํ, นิวุตํ ตํ มญฺเญ อกิสฺสว’’นฺติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. อิธ สาสเน อปฺปเมยฺยํ อปฺปเมยฺยคุณํ ขีณาสวํ ปุคฺคลํ ‘‘อยํ ขีณาสโว ปุคฺคโล เอตฺตกสีโล เอตฺตกสมาธิ เอตฺตกปญฺโญ’’ติ ปมินนฺโต โก ปุถุชฺชโน วิกปฺปเย. อปฺปเมยฺยํ ขีณาสวปุคฺคลํ ปมายินํ ปมายนฺตํ ตํ ปุถุชฺชนํ อยํ นิวุตํ อวกุชฺชปญฺญํ อกิสฺสวํ อปญฺญนฺติ มญฺเญ มญฺญามีติ โยชนา.

‘‘ปุริสสฺส หิ ชาตสฺส, กุฐารี ชายเต มุเข;

ยาย ฉินฺทติ อตฺตานํ, พาโล ทุพฺภาสิตํ ภณํ.

‘‘น หิ สตฺถํ สุนิสิตํ, วิสํ หลาหลํ อิว;

เอวํ วิรทฺธํ ปาเตติ, วาจา ทุพฺภาสิตา ยถา’’ติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. ทุพฺภาสิตํ อริยูปวาทสงฺขาตํ ผรุสวาจํ ภณํ ภณนฺโต พาโล ทุฏฺโฐ ปุริโส ยาย กุฐารีสทิสิยา ทุพฺภาสิตวาจาย อตฺตานํ ฉินฺทติ, สา กุฐารีสทิสี ทุพฺภาสิตวาจา ชาตสฺส ปุริสสฺส มุเข ชายเต ชายติ, สา ทุพฺภาสิตวาจา มุเข ชายติ อิว, เอวํ สุนิสิตํ สตฺถํ มุเข น ชายติ, ยถา หลาหลํ วิสํ มุเข น ชายติ, ทุพฺภาสิตา วาจา อปาเยสุ วิรทฺธํ ปุคฺคลํ ปาเตติ ยถา, เอวํ สุนิสิตํ สตฺถํ อปาเยสุ น ปาเตติ, หลาหลํ วิสํ อปาเยสุ น ปาเตตีติ โยชนา.

๙๒. ‘‘โย นินฺทิยํ ปสํสติ, ตํ วา นินฺทติ โย ปสํสิโย;

วิจินาติ มุเขน โส กลึ, กลินา เตน สุขํ น วินฺทติ.

‘‘อปฺปมตฺโต อยํ กลิ, โย อกฺเขสุ ธนปราชโย;

สพฺพสฺสาปิ สหาปิ อตฺตนา, อยเมว มหนฺตตโร กลิ;

โย สุคเตสุ มนํ ปโทสเย.

‘‘สตํ สหสฺสานํ นิรพฺพุทานํ, ฉตฺตึสตี ปญฺจ จ อพฺพุทานิ;

ยมริยครหี นิรยํ อุเปติ, วาจํ มนญฺจ ปณิธาย ปาปก’’นฺติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. โย ปุคฺคโล นินฺทิยํ ทุจฺจรํ ทุสฺสีลํ ปุคฺคลํ ปสํสติ, โส ปสํสโก ปุคฺคโล มุเขน กลึ วิจินาติ อุปจินาติ, เตน กลินา สุขํ น วินฺทติ. โย สุจารี สีลวา ปุคฺคโล ปสํสิโย โหติ, ตํ วา สุจารึ วา สีลวนฺตํ ปุคฺคลํ โย ปุคฺคโล นินฺทติ, โส นินฺทนฺโต ปุคฺคโล มุเขน กลึ วิจินาติ อุปจินาติ, เตน กลินา สุขํ น วินฺทติ.

อตฺตนา สหาปิ สพฺพสฺส ธนสฺส วเสนปิ อกฺเขสุ โย ธนปราชโย ภวติ, อยํ กลิ อยํ ธนปราชโย อปฺปมตฺโต โหติ. โย ปุคฺคโล สุคเตสุ มนํ ปโทสเย, ตสฺส ปุคฺคลสฺส โย กลิ ภวติ, อยเมว กลิ มหนฺตตโร โหติ.

กสฺมา? วาจญฺจ มนญฺจ ปณิธาย อริยครหี ปุคฺคโล ยํ กาลํ ปาปกํ นิรยํ อุเปติ, โส กาโล ‘‘สตํ สหสฺสานํ นิรพฺพุทานญฺจ ฉตฺตึส นิรพฺพุทานิ จ ปญฺจ อพฺพุทานิ จ ยสฺมึ กาเล คณียนฺตี’’ติ เตน กาเลน สโม โหติ, ตสฺมา มหนฺตตโร โหตีติ โยชนา.

‘‘โย โลภคุเณ อนุยุตฺโต…เป…

คจฺฉสิ โข ปปตํ จิรรตฺต’’นฺติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ นาม. โย ปุคฺคโล โลภคุเณ อนุยุตฺโต อนุ ปุนปฺปุนํ ยุตฺโต โหติ, โส ปุคฺคโล อญฺเญ ปุคฺคเล วจสา ปริภาสติ, อสฺสทฺโธ กทริโย อวทญฺญู พุทฺธานํ โอวาทญฺญู น โหติ, มจฺฉรี เปสุณิยํ เปสุณิยสฺมึ อนุยุตฺโต โหติ.

มุขทุคฺค มุขวิสม วิภูต วิคตภูต อนริย ภูนหุ พุทฺธิวินาสก ปาปก ทุกฺกฏการิ ปุริสนฺต ปุริสลามก กลิ อลกฺขิ อวชาตปุตฺต ตฺวํ เนรยิโก อสิ. อิธ อิทานิ พหุภาณี มา โหหิ.

อหิตาย รชํ อตฺตนิ มา อากิรสิ มา ปกฺขิปสิ. กิพฺพิสการิ ตฺวํ สนฺเต ขีณาสเว ปุคฺคเล ครหสิ, พหูนิ ทุจฺจริตานิ กมฺมานิ จรสิ, จริตฺวา ตฺวํ จิรรตฺตํ รจนวิรหิตํ ปปตํ นรกํ นิรยํ คจฺฉสิ โข เอกํเสนาติ โยชนา.

นานาวิธํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ อาจริเยน นิทฺธาริตํ, อเมฺหหิ จ ญาตํ, ‘‘กตมํ วาสนาภาคิยํ สุตฺต’’นฺติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘ตตฺถ กตมํ วาสนาภาคิยํ สุตฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถาติ เตสุ โสฬสสุ สํกิเลสภาคิยาทีสุ สุตฺเตสุ กตมํ สุตฺตํ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ นามาติ ปุจฺฉติ. ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา…เป… ฉายาว อนปายินี’’ติ อิทํ วาสนาภาเค ปุญฺญภาเค วิสเย วาจกญาปกภาเวน ปวตฺตนโต วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ นาม. อตฺโถ ปากโฏ.

๙๓. ‘‘มหานาโม สกฺโก ภควนฺตํ เอตทโวจ…เป… อปาปิกา กาลงฺกิริยา’’ติ อิทํ สุตฺตมฺปิ วาสนาภาเค ปุญฺญภาเค วิสเย วาจกญาปกภาเวน ปวตฺตนโต วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ นาม. อตฺโถ ปากโฏ.

‘‘สุขกามานิ ภูตานิ, โย ทณฺเฑน น หึสติ;

อตฺตโน สุขเมสาโน, เปจฺจ โส ลภเต สุข’’นฺติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ นาม. อตฺโถ ปากโฏ.

‘‘คุนฺนํ เจ ตรมานานํ…เป… ราชา เจ โหติ ธมฺมิโก’’ติ อิทํ สุตฺตมฺปิ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ นาม. อตฺโถ ปากโฏ.

๙๔. ‘‘ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ…เป… เอวํ ปชานาตี’’ติ อิทํ สุตฺตมฺปิ วาสนา…เป… สุตฺตํ นาม. อตฺโถ ปากโฏ.

‘‘กสฺมา ภควา ชนปทจาริกํ จรตี’’ติ ปุจฺเฉยฺย, สตฺตหิ การเณหิ พุทฺธา ภควนฺโต ชนปทจาริกํ จรนฺติ. กตเมหิ สตฺตหิ? เทสนฺตรคตานํ เวเนยฺยานํ วินยนตฺถํ, ตตฺร ฐิตานํ อุสฺสุกฺกสมุปฺปาทนตฺถํ, สาวกานํ เอกสฺมึ ฐาเน นิพทฺธวาสนิวารณตฺถํ, อตฺตโน จ ตตฺถ นิพทฺธวาเส อนาสงฺคทสฺสนตฺถํ, สมฺพุทฺธวสิตฏฺฐานตาย เทสานํ เจติยภาวสมฺปาทนตฺถํ, พหูนํ สตฺตานํ ทสฺสนูปสงฺกมนาทีหิ ปุญฺโญฆปฺปสวนตฺถํ, อวุฏฺฐิอาทิอุปทฺทวูปสมนตฺถญฺจาติ อิเมหิ สตฺตหิ การเณหิ พุทฺธา ภควนฺโต ชนปทจาริกํ จรนฺตีติ ชนปทจรณการณํ เวทิตพฺพํ.

‘‘เอกปุปฺผํ จชิตฺวาน, สหสฺสํ กปฺปโกฏิโย;

เทเว เจว มนุสฺเส จ, เสเสน ปรินิพฺพุโต’’ติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ นาม. สหสฺสํ กปฺปโกฏิโยติ สหสฺสํ อตฺตภาวโต โกฏิโย.

‘‘อสฺสตฺเถ หริโตภาเส, สํวิรูฬฺหมฺหิ ปาทเป;

เอกํ พุทฺธคตํ สญฺญํ, อลภึหํ ปติสฺสโต.

‘‘อชฺช ตึสํ ตโต กปฺปา, นาภิชานามิ ทุคฺคตึ;

ติสฺโส วิชฺชา สจฺฉิกตา, ตสฺสา สญฺญาย วาสนา’’ติ. –

อิทํ สุตฺตมฺปิ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ นาม. หริโตภาเสติ หริตโอภาเส. อลภึหนฺติ อหํ อลภึ.

‘‘ปิณฺฑาย โกสลํ ปุรํ…เป… วิปาโก โหติ อจินฺติโย’’ติ อิทํ สุตฺตมฺปิ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ นาม. อคฺคปุคฺคโล อนุกมฺปโก ตณฺหานิฆาตโก มุนิ สมฺพุทฺโธ ปุเรภตฺตํ ปิณฺฑาย ปิณฺฑํ ปฏิคฺคณฺหิตุํ โกสลํ ปุรํ ปาวิสิ.

ยสฺส ปุริสสฺส หตฺเถ สพฺพปุปฺเผหิ อลงฺกโต วฏํสโก ปุปฺผวฏํสโกว อตฺถิ, โส อยํ ปุริโส ราชมคฺเคน โกสลปุรํ ปวิสนฺตํ ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขตํ เทวมานุสปูชิตํ สมฺพุทฺธํ อทฺทส, ทิสฺวา หฏฺโฐ จิตฺตํ ปสาเทสิ; ปสาเทตฺวา สมฺพุทฺธํ อุปสงฺกมิ.

อุปสงฺกมิตฺวา โส อยํ ปสนฺโน หุตฺวา สุรภึ วณฺณวนฺตํ มโนรมํ ตํ วฏํสกํ สมฺพุทฺธสฺส เสหิ ปาณีภิ อุปนาเมสิ.

ตโต พุทฺธสฺส ลปนนฺตรา ลปนสฺส วทนสฺส อนฺตรา อคฺคิสิขา วณฺณา สหสฺสรํสิ โอกฺกา ปภา นิกฺขมิ, อพฺภา วิชฺชุ นิกฺขมติ อิว, เอวํ อานนา สหสฺสรํสิ นิกฺขมิตฺวา อาทิจฺจพนฺธุโน สีเส ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กริตฺวาน ปริวฏฺเฏตฺวา มุทฺธนิ อนฺตรธายถ.

อานนฺโท อจฺฉริยํ อพฺภุตํ โลมหํสนํ อิทํ ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา จีวรํ เอกํสํ กริตฺวา เอตํ อพฺรวิ – ‘‘มหามุนิ, สิตกมฺมสฺส เหตุ โก? ตํ เหตุํ พฺยากโรหิ, ธมฺมาโลโก ภวิสฺสตี’’ติ.

ยสฺส ภควโต สพฺพธมฺเมสุ ญาณํ สทา ปวตฺตติ, กงฺขาวิตรโณ มุนิ โส ภควา กงฺขึ เวมติกํ อานนฺทํ เถรํ เอตํ อพฺรวิ. อานนฺท, โย โสปุริโส มยิ จิตฺตํ ปสาทยิ, โส ปุริโส จตุราสีติกปฺปานิ ทุคฺคตึ น คมิสฺสติ, เทเวสุ เทวโสภคฺคํ ทิพฺพํ รชฺชํ ปสาสิตฺวา มนุเชสุ รฏฺเฐ สกลรฏฺเฐ มนุชินฺโท ราชา ภวิสฺสติ. โส ปุริโส จริมํ ปพฺพชิตฺวา, ธมฺมตํ สจฺฉิกตฺวา จ ธุตราโค วฏํสโก นาม ปจฺเจกพุทฺโธ ภวิสฺสติ.

ตถาคเต วา สมฺมาสมฺพุทฺเธ วา ปจฺเจกสมฺพุทฺเธ วา ตสฺส ตถาคตสฺส สาวเก วา จิตฺเต ปสนฺนมฺหิ ทกฺขิณา อปฺปกา นาม นตฺถิ.

พุทฺธา เอวํ เอตฺตกาติ อจินฺติยา ภวนฺติ. พุทฺธธมฺมา พุทฺธคุณา เอวํ เอตฺตกาติ อจินฺติยา ภวนฺติ, อจินฺติเย ปสนฺนานํ วิปาโก ปุญฺญวิปาโก เอวํ เอตฺตโกติ อจินฺติโย โหตีติ เอตํ อพฺรวีติ โยชนา.

๙๖. ‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, เอกจฺจํ ปุคฺคลํ…เป… อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุต’’นฺติ อิทํ สุตฺตมฺปิ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ นาม. ภิกฺขเว, อิธ อิมสฺมึ สาสเน อหํ เอกจฺจํ ปุคฺคลํ เอวํ มม เจตสา เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส เจโต จิตฺตํ ปริจฺจ พุทฺธจกฺขุนา เอวํ ปชานามิ, ยถา เยน ปกาเรน อยํ ปุคฺคโล ยญฺจ ทานาทิปฏิปทํ ปฏิปนฺโน, ยญฺจ ทสฺสนาทิมคฺคํ สมารุโฬฺห หุตฺวา ตํ ปฏิปทํ, มคฺคญฺจ อิริยติ ปวตฺเตติ, อิมมฺหิ อิมสฺมิญฺจ สมเย อยํ ปุคฺคโล เจ กาลํ กเรยฺย, เอวํ สติ อาภตํ วตฺถุํ นิกฺขิปติ ยถา, เอวํ ตาย ปฏิปทาย เตน มคฺเคน สคฺเค อตฺตนิกฺขิตฺโต ภเว. ตํ กิสฺส เหตุ? ภิกฺขเว, อสฺส ปุคฺคลสฺส จิตฺตํ หิ ยสฺมา ปสนฺนํ ปสาทิตํ, ตสฺมา นิกฺขิตฺโต ภเว. อิธ สาสเน, โลเก วา เอกจฺเจ สตฺตา ปุคฺคลา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ เจโตปสาทเหตุ โข ปน อุปปชฺชนฺตีติ เอวํ อหํ ปชานามีติ ภควา เอตมตฺถํ อโวจ. ตตฺถ ตสฺมึ อตฺเถ สงฺคหวเสน ปวตฺตํ เอตํ ‘‘ปสนฺนจิตฺตํ ญตฺวาน…เป… สคฺคํ โส อุปปชฺชตี’’ติ คาถาวจนํ วุจฺจติ. อยมฺปิ อตฺโถ ภควตา วุตฺโต, อิติ เม มยา สุตนฺติ โยชนา.

‘‘สุวณฺณจฺฉทนํ นาวํ…เป… เอตาทิสํ กตปุญฺญา ลภิ’’นฺติ อิทํ สุตฺตมฺปิ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ นาม. นาริ เทวธีตา สุวณฺณจฺฉทนํ สุวณฺณาลงฺกาเรหิ ฉาทิตํ นาวํ อารุยฺห ติฏฺฐสิ, โปกฺขรณึ เทวโปกฺขรณึ โอคาหสิ, ปทุมํ ปาณินา ฉินฺทสิ.

เทวเต เกน กมฺเมน เต ตว ตาทิโส วณฺโณ ตาทิโส อานุภาโว ตาทิสี ชุติ ภวติ, เทวเต เต ตว เย เกจิ โภคา มนสา อิจฺฉิตา ภวนฺติ, เต โภคา จ เกน กมฺเมน อุปฺปชฺชนฺติ. เทวเต เม ปุจฺฉิตา ตฺวํ สํส สํสาหิ อิทํ สพฺพํ กิสฺส กมฺมสฺส จ ผลนฺติ สกฺโก ปุจฺฉติ.

เทวราเชน ปุจฺฉิตา สา เทวธีตา อตฺตมนา หุตฺวา ปญฺหํ ปุฏฺฐา สกฺกสฺส พฺยากาสิ. เทวราชา อทฺธานํ ทีฆมคฺคํ ปฏิปนฺนา อหํ ยสสฺสิโน กสฺสปสฺส ภควโต มโนรมํ ถูปํ อทฺทสฺสํ, ทิสฺวา ตตฺถ ถูเป จิตฺตํ ปสาเทสึ. ปสนฺนาหํ เสหิ ปาณีหิ ปทุมปุปฺเผหิ ปูเชสึ. ตสฺเสว กมฺมสฺส อิทํ สพฺพํ ผลํ วิปาโก ภเว. กตปุญฺญาหํ เอตาทิสํ ผลํ อลภินฺติ สกฺกสฺส พฺยากาสิ. อิติ เม สุตนฺติ มหาโมคฺคลฺลาโน วทตีติ โยชนา.

‘‘ยถานิทฺธาริตสุตฺตานิเยว วาสนาภาคิยสุตฺตานิ ปริปุณฺณานี’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘ทานกถา สีลกถา สคฺคกถา ปุญฺญกถา ปุญฺญวิปากกถาติ อิทํ วาสนาภาคิย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยาย เทสนาย ทานญฺจ ทานผลญฺจ ทสฺสิตํ, สา เทสนา ทานกถา นาม. ยาย เทสนาย สีลญฺจ สีลผลญฺจ ทสฺสิตํ, สา เทสนา สีลกถา นาม. ยาย เทสนาย สคฺคา จ สคฺเคสุ นิพฺพตฺตาปกญฺจ กมฺมํ ทสฺสิตํ, สา สคฺคกถา นาม. ยาย เทสนาย ทานสีลภาวนาทิวเสน ทสวิธํ ปุญฺญกมฺมํ ทสฺสิตํ, สา ปุญฺญกถา นาม. ยาย เทสนาย ตาทิสสฺส ปุญฺญกมฺมสฺส วิวิโธ อยํ วิปาโก อิมสฺส ปุญฺญสฺส วิปาโกติ นิยเมตฺวา ทสฺสิโต, สา ปุญฺญวิปากกถา นาม.

ทสพลธรานํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ อุทฺทิสฺสกเตสุ สรีรธาตุํ อพฺภนฺตเร ฐเปตฺวา ปํสูหิ กเตสุ ถูเปสุ เย นรา ปสนฺนา, เต นรา ตตฺถ ถูเป การํ ปุญฺญํ กตฺวา สคฺเคสุ อุปฺปชฺชิตฺวา ปโมทนฺตีติ โยชนา. อิทํ สุตฺตํ วา…เป… สุตฺตํ.

๙๗. เทวปุตฺตสรีรวณฺณา เทวปุตฺตสรีรสทิสวณฺณา สุภคสณฺฐิติ โสภคฺคยุตฺตสณฺฐานา สพฺเพ ชนา อุทเกน ปํสุํ เตเมตฺวา ถูปํ วฑฺเฒถ, โส อยํ ถูโป กสฺส ปุคฺคลสฺส ถูโปติ ปุจฺฉติ.

สุคตฺเต สุนฺทรคตฺเต เทวเต ตสฺมึ ถูเป ปสนฺนา อิเม เทวมนุชา การํ ปุญฺญํ กโรนฺตา หุตฺวา ชรามรณโต ปมุจฺจเร. โส อยํ ถูโป มเหสิโน ทสพลธมฺมธาริโน สุคตสฺส ถูโปติ เวทิตพฺโพติ อาหาติ โยชนา. อิทํ สุตฺตํ วา…เป… สุตฺตํ.

ยาหํ ยา อหํ มเหสิโน ถูปํ จตฺตาริ อุปฺปลานิ จ มาลญฺจ อภิโรปยึ, เตน มยา กตํ ตํ ปุญฺญํ อุฬารํ วต อาสิ อโหสิ. ตโต กปฺปโต อชฺช กปฺปา ตึสํ ธรนฺติ สตฺถุโน ถูปํ ปูเชตฺวา ตตฺตกานิ ทุคฺคตึ น ชานามิ, วินิปาตํ น คจฺฉามีติ โยชนา. อิทํ สุตฺตํ วา…เป… สุตฺตํ.

อหํ พาตฺตึสลกฺขณธรสฺส พาตฺตึสลกฺขณธเรน สมฺปนฺนสฺส วิชิตวิชยสฺส โลกนาถสฺส ถูปํ อปูเชสึ, ปูเชตฺวา สตสหสฺสํ กปฺเป อายุกปฺเป ปมุทิโต อาสึ. มยา ยํ ปุญฺญํ ปสุตํ, เตน ปุญฺเญน วินิปาตํ อนาคนฺตุน อนาคนฺตฺวา เทวโสภคฺคํ สมฺปตฺตึ จ เทวรชฺชานิ จ ตานิ อการึ. อถ วา เทวโสภคฺคญฺจ มยา การิตํ, รชฺชานิ จ มยา การิตานิ.

อทนฺตทมกสฺส สาสเน ยํ จกฺขุ ปญฺญาจกฺขุ ปณิหิตํ, ตถา จิตฺตํ ยํ วิมุตฺตจิตฺตํ ปณิหิตํ, ตํ สพฺพํ ปญฺญาจกฺขุ วิมุตฺตจิตฺตํ เม มยา ลทฺธํ, อหํ วิธุตลตาสงฺขาตตณฺหา หุตฺวา วิมุตฺตจิตฺตา ผลวิมุตฺตจิตฺตสมฺปนฺนา อมฺหีติ อโวจาติ โยชนา. อิทํ สุตฺตํ วา…เป… สุตฺตํ.

๙๘. วิมุตฺตจิตฺเต ผลวิมุตฺตจิตฺตสมฺปนฺเน อขิเล ปญฺจเจโตขีลรหิเต อนาสเว อรณวิหาริมฺหิ อรณวิหารสีเล อสงฺคมานเส อลคฺคมานเส ปจฺเจกพุทฺธสฺมึ สามากปตฺโถทนมตฺตเมว ทกฺขิณํ อทาสึ.

ตสฺมึ ปจฺเจกพุทฺเธ อุตฺตมํ ธมฺมํ ปจฺเจกโพธิธมฺมํ โอกปฺปยึ ‘‘โส อุตฺตโม ธมฺโม อตฺถี’’ติ สทฺทหึ. เอวํ อริยวิหาเรน วิหารีหิ ปจฺเจกพุทฺเธหิ เม มม สงฺคโม กโต สิยา ภเว, กุทาสุปิ จ อหํ อเปกฺขวา มา ภเวยฺยนฺติ มานสํ ตสฺมิญฺจ ธมฺเม ปณิเธสึ ‘‘อิมินา ปจฺเจกพุทฺเธน ลทฺธธมฺมํ อหมฺปิ สจฺฉิกเรยฺย’’นฺติ จิตฺตํ ปณิทหึ.

ตสฺเสว ปจฺเจกพุทฺเธ กตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากโต อหํ ทีฆายุเกสุ อมเมสุ ‘‘มม ปริคฺคโห’’ติ ปริคฺคหาภาเวน อปริคฺคเหสุ วิเสสคามีสุ อหีนคามีสุ กุรูสุ อุตฺตรกุรูสุ ปาณีสุ สตฺเตสุ สหสฺสกฺขตฺตุํ อุปปชฺชถ อุปปชฺชึ.

ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากโต วิจิตฺรมาลาภรณานุเลปีสุ ยสสฺสีสุ ปริวารวนฺเตสุ ติทโส เทโว อหํ วิสิฏฺฐกายูปคโต หุตฺวา สหสฺสกฺขตฺตุํ อุปปชฺชถ.

ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากโต อหํ วิมุตฺตจิตฺโต อขีโล อนาสโว หุตฺวา หิตาหิตาสีหิ กุสลากุสลวีติวตฺเตหิ อนฺติมเทหธาริภิ อิเมหิ ปจฺเจกพุทฺเธหิ, พุทฺธสาวเกหิ วา เม มม สมาคโม อาสิ.

‘‘สีลวโต ยํ อิจฺฉิตํ, ตํ สมิชฺฌเต’’ติ อิมํ วจนํ ตถาคโต ชิโน ปจฺจกฺขํ กตฺวา อวจ โข, ยถา ยถา เยน เยน ปกาเรน เม มนสา วิจินฺติตํ, ตถา ตถา เตน เตน ปกาเรน สมิทฺธํ ภวติ. อยํ ภโว อนฺติโม ภโวติ โยชนา. อิทํ สุตฺตํ วา…เป… สุตฺตํ.

เอกตึสมฺหิ กปฺปมฺหิ ชิโน อเนโช อนนฺตทสฺสี ‘‘สิขี’’ติ อิตินามโก อุปฺปชฺชิ. ตสฺสาปิ ภควโต ราชา ภาตา สิขิทฺเธ จ สิขี อิตินามเก พุทฺเธ จ ตสฺส ภควโต ธมฺเม จ อภิปฺปสนฺโน โลกวินายกมฺหิ ปรินิพฺพุเต สติ เทวาติเทวสฺส นรุตฺตมสฺส มเหสิโน วิปุลํ มหนฺตํ สมนฺตโต คาวุติกํ ถูปํ อกาสึ.

ตสฺมึ ถูเป พลึ ปูชาพลึ อภิหารี มนุสฺโส ชาติสุมนํ ปคฺคยฺห ปหฏฺโฐ ปูเชสิ. อสฺส มนุสฺสสฺส เอกํ ปุปฺผํ วาเตน ปหริตํ หุตฺวา ปติตํ. อหํ ตํ ปติตํ เอกํ ปุปฺผํ คเหตฺวา ตสฺเสว ปุปฺผสามิกสฺส อทาสึ.

โส มนุสฺโส ปุปฺผสามิโก อภิปฺปสนฺนจิตฺโต หุตฺวา มํ ‘‘ตฺวเมว เอตํ เอกํ ปุปฺผํ ปูชา’’ติ อทาสิ. ททาสีติ เอตฺถ ท-กาโร อาคโม. อหํ ตํ เอกํ ปุปฺผํ คเหตฺวา พุทฺธํ พุทฺธคุณํ ปุนปฺปุนํ อนุสฺสรนฺโต ยสฺมึ กปฺเป อภิโรปยึ, ตโต กปฺปโต อชฺช กปฺปา ตึสํ อเหสุํ. เตสุ กปฺเปสุ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, วินิปาตญฺจ น คจฺฉามิ, อิทํ ผลํ ถูปปูชาย ผลนฺติ อโวจาติ โยชนา. อิทํ สุตฺตํ วา…เป… สุตฺตํ.

พฺรหฺมทตฺตสฺส พฺรหฺมทตฺตนามกสฺส ราชิโน กปิลํ นาม นครํ สุวิภตฺตํ ภาคโต สุฏฺฐุ วิภตฺตํ, มหาปถํ มหาปถสมฺปนฺนํ อากิณฺณํ, นานาชาติเกหิ มนุสฺเสหิ ปริปุณฺณํ, อิทฺธํ ผีตญฺจ อาสิ.

ปญฺจาลานํ ตตฺถ ปุรุตฺตเม อหํ กุมฺมาสํ วิกฺกิณึ, โส อหํ ยสสฺสินํ อุปริฏฺฐํ อุปสมีเป ฐิตํ อริฏฺฐํ นาม สมฺพุทฺธํ ปจฺเจกพุทฺธํ อทฺทสึ, ทิสฺวา หฏฺโฐ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา นรุตฺตมํ อริฏฺฐํ เม เคหสฺมึ ยํ ธุวภตฺตํ วิชฺชถ วิชฺชิ, เตน ธุวภตฺเตน นิมนฺเตสึ.

ยโต จ ยสฺมึ กาเล จ กตฺติโก ยสฺสํ ปนฺนรสีปุณฺโณ, สา ปุณฺณมาสี ปนฺนรสี อุปฏฺฐิตา, ตโต จ ตสฺมึ กาเล จ อหํ นวํ ทุสฺสยุคํ คยฺห อริฏฺฐสฺส อริฏฺฐนามกสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส อุปนาเมสึ.

นรุตฺตโม อนุกมฺปโก การุณิโก ตณฺหานิฆาตโก มุนิ ปจฺเจกพุทฺโธ ปสนฺนจิตฺตํ มํ ญตฺวาน ปฏิคฺคณฺหิ.

อหํ กลฺยาณํ พุทฺธวณฺณิตํ กมฺมํ กริตฺวาน เทเว จ มนุสฺเส จ สนฺธาวิตฺวา ตโต จุโต พาราณสิยํ นคเร อฑฺเฒ กุลสฺมึ เสฏฺฐิสฺส เอกปุตฺตโก อุปฺปชฺชึ, ปาเณหิ จ ปิยตโร อาสึ.

ตโต จ ตสฺมึ กาเล วิญฺญุตํ ปตฺโต หุตฺวา เทวปุตฺเตน โจทิโต อหํ ปาสาทา โอรุหิตฺวาน สมฺพุทฺธํ ภควนฺตํ โคตมํ อุปสงฺกมึ.

โส สมฺพุทฺโธ ภควา โคตโม อนุกมฺปาย เม ธมฺมํ อเทเสสิ. ทุกฺขํ ทุกฺขสจฺจญฺจ ทุกฺขสมุปฺปาทํ สมุทยสจฺจญฺจ ทุกฺขสฺส อติกฺกมํ นิโรธสจฺจญฺจ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ ทุกฺขูปสมคามินํ มคฺคํ มคฺคสจฺจญฺจ อิติ จตฺตาริ สจฺจานิ เทสิตานิ, ตทุปฺปาทกํ ธมฺมํ มุนิ ภควา โคตโม อเทสยิ.

อหํ ตสฺส ภควโต โคตมสฺส วจนํ สุตฺวา สาสเน รโต หุตฺวา วิหรึ, อหํ รตฺตินฺทิวํ อตนฺทิโต หุตฺวา สมถํ ปฏิวิชฺฌึ.

อชฺฌตฺตญฺจ เย อาสวา, พหิทฺธา จ เย อาสวา มคฺเคน สมุจฺฉินฺนา อาสุํ, สพฺเพ เต อาสวา เม มม วิชฺชึสุ, ปุน น จ อุปฺปชฺชเร.

ทุกฺขํ ‘‘ปริยนฺตกตํ ยสฺส ทุกฺขสฺสา’’ติ ปริยนฺตกตํ อาสิ, อยํ สมุสฺสโย ชาติมรณสํสาโร จริโม อนฺติโม อาสิ, อิทานิ อิมสฺส อตฺตภาวสฺส อนนฺตรํ ปุนพฺภโว มม นตฺถีติ อโวจาติ โยชนา. ยํ นานาวิธํ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ อุทาหรณวเสน นิทฺธาริตํ, อิทํ นานาวิธํ สุตฺตํ วาสนาภาเค ปุญฺญโกฏฺฐาเส วิสเย วาจกญาปกภาเวน ปวตฺตนโต วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ นาม.

นานาวิธํ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ อาจริเยน นิทฺธาริตํ, อเมฺหหิ จ ญาตํ, ‘‘กตมํ นิพฺเพธภาคิยํ สุตฺต’’นฺติ ปุจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘ตตฺถ กตมํ นิพฺเพธภาคิยํ สุตฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เตสุ โสฬสสุ สํกิเลสภาคิยาทีสุ สุตฺเตสุ กตมํ สุตฺตํ นิพฺเพธภาคิยํ สุตฺตํ นามาติ ปุจฺฉติ.

อุทฺธํ พฺรหฺมโลเก อโธ กามาวจเร ภเว สพฺพธิ สพฺเพสุ ภเวสุ วิปฺปมุตฺโต อรหา ‘‘อยํ นาม ธมฺโม อหํ อสฺมี’’ติ อนานุปสฺสี, เอวํ วิมุตฺโต อรหา อติณฺณปุพฺพํ โอฆํ อปุนพฺภวาย อุทตาริ อุตฺติณฺโณติ โยชนา. อิทํ สุตฺตํ นิพฺเพธภาเค เสกฺขธมฺเม วิสเย วาจกญาปกภาเวน ปวตฺตนโต นิพฺเพธภาคิยํ สุตฺตํ นาม.

‘‘เอตฺตกเมวา’’ติ วตฺตพฺพตฺตา ‘‘สีลวโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. อานนฺท, สีลวโต ปุคฺคลสฺส ‘‘กินฺติ เม มม อวิปฺปฏิสาโร ชาเยยฺย ปวตฺเตยฺยา’’ติ เจตนา น กรณียา น กาตพฺพา. อานนฺท, สีลวโต อวิปฺปฏิสาโร ยํ ชาเยยฺย ปวตฺเตยฺย, เอสา อวิปฺปฏิสารสฺส ชายนา ปวตฺตนา ธมฺมตา ภวติ. อานนฺท, อวิปฺปฏิสารินา ปุคฺคเลน ‘‘กินฺติ เม มม ปาโมชฺชํ ชาเยยฺย ปวตฺเตยฺยา’’ติ เจตนา น กรณียา, อานนฺท, อวิปฺปฏิสาริโน ปุคฺคลสฺส ปาโมชฺชํ ยํ ชาเยยฺย ปวตฺเตยฺย, เอสา ปาโมชฺชสฺส ชายนา ปวตฺตนา ธมฺมตา. เสเสสุปิ อิมสฺส โยชนานยานุสาเรน โยชนานโย คเหตพฺโพ. อิทํ สุตฺตมฺปิ นิพฺเพธภาคิยํ สุตฺตํ นาม.