อมราวิกฺเขปวาทวณฺณนา

๖๑. น มรตีติ ‘‘เอวเมวา’’ติ สนฺนิฏฺฐานาภาเวน น อุปจฺฉิชฺชติ, อเนกนฺติกาเยว โหตีติ วุตฺตํ โหติ. ปริยนฺตรหิตาติ โอสานวิคตา, อนิฏฺฐงฺคตาติ อตฺโถ. วิวิโธติ ‘‘เอวมฺปิ เม โน’’ติอาทินา นานปฺปกาโร. เขโปติ สกวาเทน ปรวาทานํ ขิปนํ. โก ปเนโส อมราวิกฺเขโปติ? ตถาปวตฺโต ทิฏฺฐิปฺปธาโน ตาทิสาย วาจาย สมุฏฺฐาปโก จิตฺตุปฺปาโทเยว. อมราย ทิฏฺฐิยา, วาจาย จ วิกฺขิปนฺติ, วิวิธมปเนนฺตีติ วา อมราวิกฺเขปิโน, เตเยว ‘‘อมราวิกฺเขปิกา’’ติปิ ยุชฺชติ. ‘‘มจฺฉชาติ’’ จฺเจว อวตฺวา ‘‘เอกา’’ติ วทนฺโต มจฺฉชาติวิเสโส เอโสติ ทสฺเสติ. อิโต จิโต จ สนฺธาวติ เอกสฺมึ สภาเว อนวฏฺฐานโต. ยถา คาหํ น อุปคจฺฉติ, ตถา สนฺธาวนโต, เอเตน อมราย วิกฺเขโป ตถา, โส วิยาติ อมราวิกฺเขโปติ อตฺถมาห ‘‘สา อุมฺมุชฺชนนิมุชฺชนาทิวเสนา’’ติอาทินา วิกฺเขปปทตฺเถน อุปมิตตฺตา. อยเมว หิ อตฺโถ อาจริยสาริปุตฺตตฺเถเรนาปิ สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. ๑.ตติยสงฺคีติกถาวณฺณนา) วุตฺโต. อมรา วิย วิกฺเขโป อมราวิกฺเขโปติ เกจิ. อถ วา อมรา วิย วิกฺขิปนฺตีติ อมราวิกฺเขปิโน, เตเยว อมราวิกฺเขปิกา.

๖๒. วิกฺเขปวาทิโน อุตฺตริมนุสฺสธมฺเม, อพฺยากตธมฺเม จ (อกุสลธมฺเมปิ ที. นิ. ฏี. ๑.๖๒) สภาวเภทวเสน ปฏิวิชฺฌิตุํ ญาณํ นตฺถีติ กุสลากุสลปทานํ กุสลากุสลกมฺมปถวเสเนว อตฺโถ วุตฺโต. วิฆาโต วิเหสา กายิกทุกฺขํ ‘‘วิปฺปฏิสารุปฺปตฺติยา’’ติ โทมนสฺสสฺส เหตุภาเวน วจนโต, เตนาห ‘‘ทุกฺขํ ภเวยฺยา’’ติ. มุสาวาเทติ นิมิตฺเต ภุมฺมวจนํ, นิสฺสกฺกตฺเถ วา. มุสาวาทเหตุ, มุสาวาทโต วา โอตฺตปฺเปน เจว หิริยา จาติ อตฺโถ. กีทิสํ อมราวิกฺเขปมาปชฺชตีติ อาห ‘‘อปริยนฺตวิกฺเขป’’นฺติ, เตน อมราสทิสวิกฺเขปสงฺขาตํ ทุติยนยํ นิวตฺเตติ. ยถาวุตฺเต หิ นยทฺวเย ปฐมนยวเสนายมตฺโถ ทสฺสิโต, ทุติยนยวเสน ปน อมราสทิสวิกฺเขปํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิทํ กุสลนฺติ ปุฏฺโฐ’’ติอาทิวจนํ วกฺขติ.

‘‘เอวนฺติปิ เม โน’’ติ ยํ ตยา ปุฏฺฐํ, ตํ เอวนฺติปิ เม ลทฺธิ โน โหตีติ อตฺโถ. เอวํ สพฺพตฺถ ยถารหํ. อนิยมิตวิกฺเขโปติ สสฺสตาทีสุ เอกสฺมิมฺปิ ปกาเร อฏฺฐตฺวา วิกฺเขปกรณํ, ปรวาทินา ยสฺมึ กิสฺมิญฺจิ ปกาเร ปุจฺฉิเต ตสฺส ปฏิกฺเขปวิกฺเขโปติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา อปริยนฺตวิกฺเขปทสฺสนํเยว อฏฺฐกถายํ กตํ ‘‘เอวนฺติปิ เม โนติ อนิยมิตวิกฺเขโป’’ติอาทินา, ‘‘อิทํ กุสลนฺติ วา อกุสลนฺติ วา ปุฏฺโฐ’’ติอาทินา จ. ‘‘เอวนฺติปิ เม โน’’ติอาทินา หิ อนิยเมตฺวา, นิยเมตฺวา จ สสฺสเตกจฺจสสฺสตุจฺเฉทตกฺกีวาทานํ ปฏิเสธเนน ตํ ตํ วาทํ ปฏิกฺขิปเตว อปริยนฺตวิกฺเขปวาทตฺตา. ‘‘อมราวิกฺเขปิโน’’ติ ทสฺเสตฺวา อตฺตนา ปน อนวฏฺฐิตวาทตฺตา น กิสฺมิญฺจิ ปกฺเข อวติฏฺฐตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สยํ ปน อิทํ…เป… น พฺยากโรตี’’ติ อาห. อิทานิ กุสลาทีนํ อพฺยากรเณน ตเทว อนวฏฺฐานํ วิภาเวติ ‘‘อิทํ กุสลนฺติ ปุฏฺโฐ’’ติอาทินา. เตเนวาห ‘‘เอกสฺมิมฺปิ ปกฺเข น ติฏฺฐตี’’ติ. กึ โน โนติ เต ลทฺธีติ เนว น โหตีติ ตว ลทฺธิ โหติ กินฺติ อตฺโถ. โน โนติปิ เม โนติ เนว น โหตีติปิ เม ลทฺธิ โน โหติ.

๖๓. อตฺตโน ปณฺฑิตภาววิสยานญฺเญว ราคาทีนํ วเสน โยชนํ กาตุํ ‘‘อชานนฺโตปี’’ติอาทิมาห. สหสาติ อนุปธาเรตฺวา เวเคน. ‘‘ภทฺรมุขาติ ปณฺฑิตานํ สมุทาจิณฺณมาลปนํ, สุนฺทรมุขาติ อตฺโถ. ตตฺถาติ ตสฺมึ พฺยากรเณ, นิมิตฺเต เจตํ ภุมฺมํ. ฉนฺทราคปทานํ สมานตฺถภาเวปิ วิกปฺปนโชตเกน วา-สทฺเทน โยคฺยตฺตา โคพลีพทฺทาทินเยน ภินฺนตฺถตาว ยุตฺตาติ อาห ‘‘ฉนฺโท ทุพฺพลราโค,ราโค พลวราโค’’ติ. โทสปฏิเฆสุปิ เอเสว นโย. เอตฺตกมฺปิ นามาติ เอตฺถ อปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑเน วตฺตติ, นาม-สทฺโท ครหายํ. น เกวลํ อิโต อุตฺตริตรเมว, อถ โข เอตฺตกมฺปิ น ชานามิ นาม, ปเคว ตทุตฺตริชานเนติ อตฺโถ. ปเรหิ กตสกฺการสมานวิสยานํ ปน ราคาทีนํ วเสน อยํ โยชนา – กุสลากุสลํ ยถาภูตํ อปชานนฺโตปิ เยสมหํ สมวาเยน กุสลเมว ‘‘กุสล’’นฺติ, อกุสลเมว ‘‘อกุสล’’นฺติ จ พฺยากเรยฺยํ, เตสุ ตถา พฺยากรณเหตุ ‘‘อโห วต เร ปณฺฑิโต’’ติ สกฺการสมฺมานํ กโรนฺเตสุ มม ฉนฺโท วา ราโค วา อสฺสาติ. โทสปฏิเฆสุปิ วุตฺตวิปริยาเยน โยเชตพฺพํ. ‘‘ตํ มมสฺส อุปาทานํ, โส มมสฺส วิฆาโต’’ติ อิทํ อภิธมฺมนเยน (ธ. ส. ๑๒๑๙ อาทโย) ยถาลาภวจนํ ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺพนฺติ อาห ‘‘ฉนฺทราคทฺวย’’นฺติอาทิ. ตณฺหาทิฏฺฐิโย เอว หิ ‘‘อุปาทาน’’นฺติ อภิธมฺเม วุตฺตา (ธ. ส. ๑๒๑๙ อาทโย) อิทานิ สุตฺตนฺตนเยน อวิเสสโยชนํ ทสฺเสติ ‘‘อุภยมฺปิ วา’’ติอาทินา. สุตฺตนฺเต หิ โทโสปิ ‘‘อุปาทาน’’นฺติ วุตฺโต ‘‘โกธุปาทานวินิพนฺธา วิฆาตํ อาปชฺชนฺตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ฏี. ๑.๖๓) ‘‘อุภยมฺปี’’ติ จ อตฺถโต วุตฺตํ, น สทฺทโต จตุนฺนมฺปิ สทฺทานมตฺถทฺวยวาจกตฺตา. ทฬฺหคฺคหณนฺติ อมุญฺจนคฺคหณํ. ปฏิโฆปิ หิ อารมฺมณํ น มุญฺจติ อุปนาหาทิวเสน ปวตฺตนโต, โลภสฺเสว อุปาทานภาเวน ปากฏตฺตา โทสสฺสาปิ อุปาทานภาวํ ทสฺเสตุํ อิทํ วุตฺตํ. วิหนนํ วิหึสนํ วิพาธนํ. ราโคปิ หิ ปริฬาหวเสน สารทฺธวุตฺติตาย นิสฺสยํ วิหนติ. ‘‘ราโค หี’’ติอาทินา ราคโทสานํ อุปาทานภาเว วิเสสทสฺสนมุเขน ตทตฺถสมตฺถนํ. วินาเสตุกามตาย อารมฺมณํ คณฺหาตีติ สมฺพนฺโธ. อิตีติ ตสฺมา คหณวิหนนโต.

๖๔. ปฑติ สภาวธมฺเม ชานาติ, ยถาสภาวํ วา คจฺฉตีติ ปณฺฑา, สา เยสํ เต ปณฺฑิตาติ อตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘ปณฺฑิจฺเจนา’’ติอาทินา. ปณฺฑิตสฺส ภาโว ปณฺฑิจฺจํ, ปญฺญา. เยน หิ ธมฺเมน ปวตฺตินิมิตฺตภูเตน ยุตฺโต ‘‘ปณฺฑิโต’’ติ วุจฺจติ, โสเยว ธมฺโม ปณฺฑิจฺจํ. เตน สุตจินฺตามยปญฺญา วุตฺตา ตาสเมว วิสยภาวโต. สมาปตฺติลาภิโน หิ ภาวนามยปญฺญา. ‘‘นิปุณา’’ติ อิมินา ปน กมฺมนิพฺพตฺตํ ปฏิสนฺธิปญฺญาสงฺขาตํ สาภาวิกญาณํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘สณฺหสุขุมพุทฺธิโน’’ติ. อตฺถนฺตรนฺติ อตฺถนานตฺตํ, อตฺถเมว วา. ‘‘วิญฺญาตปรปฺปวาทา’’ติ เอเตน กต-สทฺทสฺส กิริยาสามญฺญวาจกตฺตา ‘‘กตวิชฺโช’’ติอาทีสุ วิย กต-สทฺโท ญาณานุยุตฺตตํ วทตีติ ทสฺเสติ. ‘‘กตวาทปริจยา’’ติ เอเตน ปน ‘‘กตสิปฺโป’’ติอาทีสุ วิย สมุทาจิณฺณวาทตํ. อุภินฺนมนฺตรา ปน สมุจฺจยทฺวเยน สามญฺญนิทฺเทสํ, เอกเสสํ วาติ ทฏฺฐพฺพํ. วาลเวธีนํ รูปํ สภาโว วิย รูปเมเตสนฺติ วาลเวธิรูปาติ อาห ‘‘วาลเวธิธนุคฺคหสทิสา’’ติ. สตธา ภินฺนสฺส วาลคฺคสฺส อํสุโกฏิเวธกธนุคฺคหสทิสาติ อตฺโถ. ตาทิโสเยว หิ ‘‘วาลเวธี’’ติ อธิปฺเปโต. มญฺเญ-สทฺโท อุปมาโชตโกติ วุตฺตํ ‘‘ภินฺทนฺตา วิยา’’ติ. ปญฺญาคเตนาติ ปญฺญาปเภเทน, ปญฺญาย เอว วา. สมนุยุญฺชนา ลทฺธิยา ปุจฺฉา. สมนุคาหนา ตํการณสฺสาติ ทสฺเสติ ‘‘กึ กุสล’’นฺติอาทินา. สมนุภาสนาปิ โอวาทวเสน สมนุยุญฺชนาเยวาติ อาห ‘‘สมนุยุญฺเชยฺยุ’’นฺติ. ‘‘น สมฺปาเยยฺย’’นฺติ เอตฺถ ท-การสฺส ย-การาเทสตํ, เอยฺย-สทฺทสฺส จ สามตฺถิยตฺถตํ ทสฺเสตุํ ‘‘น สมฺปาเทยฺย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

๖๕-๖๖. มนฺทา อติกฺขา ปญฺญา ยสฺสาติ มนฺทปญฺโญ, เตนาห ‘‘อปญฺญสฺเสเวตํ นาม’’นฺติ. ‘‘โมหมูโห’’ติ วตฺตพฺเพ ห-การโลเปน ‘‘โมมูโห’’ติ วุตฺตํ, ตญฺจ อติสยตฺถทีปกํ ปริยายทฺวยสฺส อติเรกตฺถภาวโตติ ยถา ‘‘ปทฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ ‘‘อติสมฺมูโฬฺห’’ติ. สิทฺเธ หิ สติ ปุนารมฺโภ นิยมาย วา โหติ, อตฺถนฺตรวิญฺญาปนาย วา. ยถา ปุพฺเพ กมฺมุนา อาคโต, ตถา อิธาปีติ ตถาคโต, สตฺโต. เอตฺถ จ กามํ ปุริมานมฺปิ ติณฺณํ กุสลาทิธมฺมสภาวานวโพธโต อตฺเถว มนฺทภาโว, เตสํ ปน อตฺตโน กุสลาทิธมฺมานวโพธสฺส อวโพธนโต วิเสโส อตฺถีติ. ปจฺฉิโมเยว ตทภาวโต มนฺทโมมูหภาเวน วุตฺโต. นนุ จ ปจฺฉิมสฺสาปิ อตฺตโน ธมฺมานวโพธสฺส อวโพโธ อตฺถิเยว ‘‘อตฺถิ ปโร โลโก’ติ อิติ เจ เม อสฺส, ‘อตฺถิ ปโร โลโก’ติ อิติ เต นํ พฺยากเรยฺยํ, เอวนฺติปิ เม โน’’ติอาทิวจนโตติ? กิญฺจาปิ อตฺถิ, น ปน ตสฺส ปุริมานํ วิย อปริญฺญาตธมฺมพฺยากรณนิมิตฺตมุสาวาทาทิภายนชิคุจฺฉนากาโร อตฺถิ, อถ โข มหามูโฬฺหเยวาติ ตถาเวส วุตฺโต. อถ วา ‘‘เอวนฺติปิ เม โน’’ติอาทินา ปุจฺฉาย วิกฺเขปกรณตฺถํ ‘‘อตฺถิ ปโร โลโก’’ติ อิติ เจ มํ ปุจฺฉสีติ ปุจฺฉาฐปนเมว เตน ทสฺสียติ, น อตฺตโน ธมฺมานวโพธาวโพโธติ อยเมว วิเสเสน ‘‘มนฺโท โมมูโห’’ติ วุตฺโต. เตเนว หิ ตถาวาทีนํ สญฺจยํ เพลฏฺฐปุตฺตํ อารพฺภ ‘‘อยญฺจ อิเมสํ สมณพฺราหฺมณานํ สพฺพพาโล สพฺพมูโฬฺห’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๘๑) วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘อตฺถิ ปโร โลโก’’ติ สสฺสตทสฺสนวเสน, สมฺมาทิฏฺฐิวเสน วา ปุจฺฉา. ยทิ หิ ทิฏฺฐิคติโก สสฺสตทสฺสนวเสน ปุจฺเฉยฺย, ยทิ จ สมฺมาทิฏฺฐิโก สมฺมาทสฺสนวเสนาติ ทฺวิธาปิ อตฺโถ วฏฺฏติ. ‘‘นตฺถิ ปโร โลโก’’ติ นตฺถิกทสฺสนวเสน, สมฺมาทิฏฺฐิวเสน วา, ‘‘อตฺถิ จ นตฺถิ จ ปโร โลโก’’ติ อุจฺเฉททสฺสนวเสน, สมฺมาทิฏฺฐิวเสน วา, ‘‘เนวตฺถิ น นตฺถิ ปโร โลโก’’ติ วุตฺตปการตฺตยปฏิกฺเขเป สติ ปการนฺตรสฺส อสมฺภวโต อตฺถิตานตฺถิตาหิ น วตฺตพฺพากาโร ปโร โลโกติ วิกฺเขปญฺเญว ปุรกฺขาเรน, สมฺมาทิฏฺฐิวเสน วา ปุจฺฉา. เสสจตุกฺกตฺตเยปิ วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปุญฺญสงฺขารตฺติโก วิย หิ กายสงฺขารตฺติเกน ปุริมจตุกฺกสงฺคหิโต เอว อตฺโถ เสสจตุกฺกตฺตเยน สตฺตปรามาสปุญฺญาทิสผลตาโจทนานเยน (อตฺตปรามาสปุญฺญาทิผลตาโจทนานเยน ที. นิ. ฏี. ๑.๖๕, ๖๖) สงฺคหิโต. เอตฺถ หิ ตติยจตุกฺเกน ปุญฺญาทิกมฺมสผลตาย, เสสจตุกฺกตฺตเยน จ สตฺตปรามาสตาย โจทนานโย วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ.

อมราวิกฺเขปิโก ปน สสฺสตาทีนํ อตฺตโน อรุจฺจนตาย สพฺพตฺถ ‘‘เอวนฺติปิ เม โน’’ติอาทินา วิกฺเขปญฺเญว กโรติ. ตตฺถ ‘‘เอวนฺติปิ เม โน’’ติอาทิ ตตฺถ ตตฺถ ปุจฺฉิตาการปฏิเสธนวเสน วิกฺเขปาการทสฺสนํ. กสฺมา ปน วิกฺเขปวาทิโน ปฏิกฺเขโปว สพฺพตฺถ วุตฺโต. นนุ วิกฺเขปปกฺขสฺส ‘‘เอวเมว’’นฺติ อนุชานนมฺปิ วิกฺเขปปกฺเข อวฏฺฐานโต ยุตฺตรูปํ สิยาติ? น, ตตฺถาปิ ตสฺส สมฺมูฬฺหตฺตา, ปฏิกฺเขปวเสเนว จ วิกฺเขปวาทสฺส ปวตฺตนโต. ตถา หิ สญฺจโย เพลฏฺฐปุตฺโต รญฺญา อชาตสตฺตุนา สนฺทิฏฺฐิกํ สามญฺญผลํ ปุฏฺโฐ ปรโลกตฺถิตาทีนํ ปฏิเสธนมุเขเนว วิกฺเขปํ พฺยากาสิ.

เอตฺถาห – นนุ จายํ สพฺโพปิ อมราวิกฺเขปิโก กุสลาทโย ธมฺเม, ปรโลกตฺถิตาทีนิ จ ยถาภูตํ อนวพุชฺฌมาโน ตตฺถ ตตฺถ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ ปุจฺฉาย วิกฺเขปนมตฺตํ อาปชฺชติ, อถ ตสฺส กถํ ทิฏฺฐิคติกภาโว สิยา. น หิ อวตฺตุกามสฺส วิย ปุจฺฉิตตฺถมชานนฺตสฺส วิกฺเขปกรณมตฺเตน ทิฏฺฐิคติกตา ยุตฺตาติ? วุจฺจเต – น เหว โข ปุจฺฉาย วิกฺเขปกรณมตฺเตน ตสฺส ทิฏฺฐิคติกตา, อถ โข มิจฺฉาภินิเวสวเสน. สสฺสตาภินิเวสวเสน หิ มิจฺฉาภินิวิฏฺโฐเยว ปุคฺคโล มนฺทพุทฺธิตาย กุสลาทิธมฺเม, ปรโลกตฺถิตาทีนิ จ ยาถาวโต อปฺปฏิพุชฺฌมาโน อตฺตนา อวิญฺญาตสฺส อตฺถสฺส ปรํ วิญฺญาเปตุมสกฺกุเณยฺยตาย มุสาวาทภเยน จ วิกฺเขปมาปชฺชตีติ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘ยาสํ สตฺเตว อุจฺเฉททิฏฺฐิโย, เสสา สสฺสตทิฏฺฐิโย’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๙๗, ๙๘) อถ วา ปุญฺญปาปานํ, ตพฺพิปากานญฺจ อนวโพเธน, อสทฺทหเนน จ ตพฺพิสยาย ปุจฺฉาย วิกฺเขปกรณเมว สุนฺทรนฺติ ขนฺตึ รุจึ อุปฺปาเทตฺวา อภินิวิสนฺตสฺส อุปฺปนฺนา วิสุํเยเวสา เอกา ทิฏฺฐิ สตฺตภงฺคทิฏฺฐิ วิยาติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา จ วุตฺตํ ‘‘ปริยนฺตรหิตา ทิฏฺฐิคติกสฺส ทิฏฺฐิ เจว วาจา’’ จาติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๑). ยํ ปเนตํ วุตฺตํ ‘‘อิเมปิ จตฺตาโร ปุพฺเพ ปวตฺตธมฺมานุสาเรเนว ทิฏฺฐิยา คหิตตฺตา ปุพฺพนฺตกปฺปิเกสุ ปวิฏฺฐา’’ติ, ตเทตสฺส อมราวิกฺเขปวาทสฺส สสฺสตทิฏฺฐิสงฺคหวเสเนว วุตฺตํ. กถํ ปนสฺส สสฺสตทิฏฺฐิสงฺคโหติ? อุจฺเฉทวเสน อนภินิเวสนโต. นตฺถิ หิ โกจิ ธมฺมานํ ยถาภูตเวที วิวาทพหุลตฺตา โลกสฺส. ‘‘เอวเมว’’นฺติ ปน สทฺทนฺตเรน ธมฺมนิชฺฌานนา อนาทิกาลิกา โลเก, ตสฺมา สสฺสตเลสสฺส เอตฺถ ลพฺภนโต สสฺสตทิฏฺฐิยา เอตสฺส สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.